Skip to main content

aesthetics of vernacular architecture and landscape

Page 1

การสะท้อนความคิดต่อสุนทรียภาพ สถาปัตยกรรม และ ภูมิทัศน์พื้นถิ่น เชษฐ์สุดา ถนอมจิตวิสุทธิ


คำนำ

ผูจัดทำหวังวาการเลาเรื่องราวผานหนังสือเลมเล็กที่มาจากการฟงบรรยายนี้จะเปนเหมือน การคอยๆเปดมุมมองและทำความเขาใจเพิ่มมากขึ้นเหมือนเปนการเติบโตของความคิดไปพรอมๆกัน ทำใหเขาใจในความเปนสุนทรียภาพของสถาปตยกรรมและภูมิทัศนพื้นถิ่นไปดวยกัน

เชษฐสุดา ถนอมจิตวิสุทธิ


01

“ สุนทรียภาพสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์พื้ีนถิ่นคืออะไร ”


00

02

บทนำ ตอนที่ไดยินคำวา ”สุนทรียภาพสถาปตยกรรม” ครั้งแรกมีความเขาใจวา เกี่ยวกับความงามของสถาปตยกรรมที่อยูรวมกันอยางกลมกลืนกับสภาพแวดลอม และบริบทเพียงเทานั้น อาจมีนึกถึงลวดลายหรือรายละเอียดการประดับตกแตง ที่กอใหเกิดความงามดวย แตตองยอมรับอีกวาเมื่อนานมาแลวเคยมีความคิดที่ ไมเขาใจวาทำไมสิ่งของที่มีอยูแตกอน ซึ่งสภาพในปจจุบันดูเหมือนไมสามารถใช การไดแลวถึงตองถูกรักษาไว คำถามดังกลาวเกิดขึ้นเพราะถูกสอนมาเพียงแคการกาวทันตามยุคสมัย ของโลกหรือกระแสโลกาภิวัตนคือสิ่งที่กาวหนา ผูใดมีความเจริญหรือล้ำหนากวา มักจะเปนใหญ ประวัติศาสตรที่เคยไดร่ำเรียนถูกมองวาเปนวิชาที่นาเบื่อ แตเมื่อ ไดลองไปทัศนศึกษากลับเห็นถึงความมีอารยธรรมของพื้นที่ ทำใหเกิดการตั้งคำ ถามขึ้น ซึ่งคำถามนี้ไดถูกตอบแลวจากมุมมองที่เปลี่ยนไปตามลำดับการเลาเรื่อง ที่จะเลาถึงในตอไป


01

สุนทรียภาพบ้านและชุมชนพื้นถิ่นและชาติพันธุ์

03


04

ถาพูดถึงความเปนพื้นถิ่นในมุมมองของคนภายนอกที่ไมไดมีสวนรวมหรือ ไมไดเขาใจในบริบทและสภาพแวดลอมของพื้นที่บริเวณนั้น หลายครั้งที่นึกถึงขึ้น มาจะเปนภาพสถาปตยกรรมที่มีอายุเกาแกทำใหรูสึกวาเปนสภาพที่ตองการทำนุ บำรุงดูแลหรือหาวิธีการเทคโนโลยีในสมัยใหมเขามาชวย ซึ่งในความเปนจริงยังมี อีกหลายปจจัยที่ตองคำนึงถึงเพื่อสรางสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพแวดลอมในแต ละพื้นถิ่น ที่ใชคำวา เหมาะสมกับแตละพื้นถิ่นนั้น เนื่องจากประเทศไทยมีกลุมชาติพันธุ มากมายที่อาศัยอยูรวมถึงสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ถึงจะเปนประเทศ เดียวกันแตก็มีความแตกตางกันไปตามแตละภูมิภาค ซึ่งไมไดเปนเพียงแค ประเทศไทยเทานั้นทุกประเทศและทุกทวีปบนโลกลวนมีความแตกตางกันไป การที่จะตัดสินวาดีหรือไมดี เหมาะสมหรือไมเหมาะสมไมสามารถมองเพียงมุม มองเดียวแบบตื้นเขินไดเลย


05

ในครั้งแรกไมเคยทราบเกี่ยวกับความเปนอยูของกลุมชาติพันธุและมองวามีลักษณะการ ใชชีวิตที่คลายกันมาตลอดทั้งที่เพียงแคภาษาก็แตกตางกันแลว การไดเรียนรูถึงวิถีชีวิตและการปรับ ตัวทำใหเขาใจที่มาและไดเห็นถึงภูมิปญญาในการที่จะแกไขปญหาตามความเหมาะสมของพื้นที่ สิ่ง หนึ่งที่ไดรับฟงและรูสึกวาแปลกใหมคือ ภูมิปญญาของชาวอาขา ในโครงการหลวงหมอกจามซึ่งมี การใช wall gutter กันดินถลมทำมาจากวัสดุในทองถิ่นเปนไมตอกและมีไมไผวางพาด ทำใหรูสึก วาเพียงแคสิ่งของรอบตัวและองคความรูก็สามารถแกไขปญหาไดโดยไมตองพึ่งเทคโนโลยีใด ๆ


06

รูปภาพที่ 1


07


08

กลุมชาติพันธุไทยทรงดำที่ไดจากการรับฟงและทัศนศึกษาที่ศูนยวัฒนธรรมไทยทรงดำ เขายอย ซึ่งเดิมมีการอาศัยอยูตามเชิงเขาแตเมื่ออพยพเขามาอยูในประเทศไทยทำใหตองปรับตัวเขา กับสภาพแวดลอมอยางมาก ลักษณะบานเรือนเปนหลังคาทรงกระดองเตา เรือนยาว อาศัยอยูกันเปน แบบครอบครัว ซึ่งภายในจะกั้นหองเพียงแคหองบูชาบรรพบุรุษเพียงเทานั้น ถึงภูมิประเทศที่เคยอยู อาศัยจะแตกตางกันมากแตก็สามารถปรับตัวและยังคงวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมไวไดดวย นอกจาก นั้นเครื่องแตงกายและการมัดผมสามารถบงบอกถึงอายุและสถานภาพได ชาวไทยทรงดำเปนชุมชนที่ แยกชายหญิงทำใหประเพณีที่เกิดขึ้นซึ่งไดรวมฟอนรำดวยจึงเปนเหมือนวันที่ไดพบปะกันของชายหญิง


09

ประวัติศาสตรที่ตางกันทำใหมีที่มาของลักษณะบานเรือนมีความแตกตางกันออกไปตาม ประเพณีและความเชื่อดั้งเดิมหรือรวมถึงศาสนาก็เขามามีอิทธิพลไดเฉกเชนเดียวกัน ยกตัวอยางที่ ไดจากการฟงคือ เรือนชาวไทยมุสลิม ผังการเขาบานจะมีการแบงแยกทางเขาตามเพศสภาพ โดย ผูชายเขาถึงเรือนทางหนาบาน สวนผูหญิงเขาไดเพียงหลังบานเปนสวนที่ติดกับครัว เพราะความ เชื่อของศาสนาที่นับถือทำใหลักษณะผังบานออกมาเปนเชนนี้ การปรับตัวในแตละกลุมชาติพันธุที่เขามาอาศัยในประเทศไทยทำใหเห็นวาไมวาถิ่นที่อยู จะมีสภาพ ที่แตกตางจากสภาพดั้งเดิมที่เคยอาศัยอยู แตยังสามารถดำเนินวิถีชีวิตและปรับตัวใหเขากับสถานที่ ใหมได เมื่อไมสามารถดำรงวิถีชีวิตแบบเดิมไดเต็มที่แตยังธำรงซึ่งวัฒนธรรมประเพณี แบบแผน และพฤติกรรมตามสังคมเดิมหรือความเชื่อแบบเดิมจึงเกิดเปนอัตลักษณของชุมชน สามารถตั้งตน และสรางวัฒนธรรมผลิตภัณฑของชุมชนใหเปนที่รูจักได


10

จากบทเรียนนี้ทำใหเขาใจถึงความสวยงามของการมีคุณคาจากความแตกตางของกลุม ชาติพันธุ ที่ไมใชความแตกตางในแงของการแบงแยก ไมเปนกลาง แตเปนการศึกษาเพื่อเปรียบ เทียบและไดเห็นถึงความแตกตางของวัฒนธรรมที่มีเสนหตางกันออกไป เหมือนที่ไดกลาวขางตน เมื่อมองเผิน ๆ จะเห็นถึงลักษณะที่ไมทางการ แตเมื่อไดศึกษาจะเห็นถึงความมีระเบียบแบบแผน ของพฤติกรรมการใชชีวิตทั้งหมด อิทธิพลของกลุมภาษา ศาสนาความเชื่อการปกครองที่แตกตาง กันเปนที่มาที่ทำใหมีวัฒนธรรม ลักษณะที่อยูอาศัยและวิถีชีวิตโดยมีการปรับตัวที่แตกตางออกไป เหมือนกัน ถือเปนคุณคาที่มีเสนหอยางมากของการไดศึกษากลุมชาติพันธุ


11

02

บ้านและชุมชนพื้นถิ่นในลุ่มน้ำภาคกลาง และในระบบนิเวศน้ำกร่อย

รูปภาพที่ 2


12

เปนอีกบทเรียนที่ทำใหเห็นถึง ระบบนิเวศและภูมิทัศนพื้นถิ่นอยางชัดเจนเนื่องจากระบบ นิเวศที่พูดถึงคือระบบนิเวศน้ำกรอยซึ่งจะมีปจจัยเกี่ยวกับวงจรน้ำและลมประจำถิ่นเขามาเกี่ยวของ โดยลักษณะบานเรือนและวิถีชีวิตในบริเวณนี้ก็จะปรับตัวแตกตางจากพื้นที่อื่นออกไป


13

การศึกษาเรียนรูที่จะปรับตัวจึงตองทำความเขาใจกับระบบนิเวศกอน ซึ่งปจจัยจากวงจร น้ำเคยไดยินเพียงแคน้ำขึ้น-น้ำลงและน้ำเกิด-น้ำตายเทานั้น เมื่อไดรับฟงจึงไดรูจักกับน้ำเชา-น้ำเย็น และน้ำเบียด-น้ำกัน ซึ่งในแตละวงจรน้ำทำใหไดเรียนรูและปรับตัวจากการสังเกตสิ่งมีชีวิตอื่นๆรอบ ตัว เชน การที่มีปลาทูในบริเวณนั้นเปนดัชนีชี้ใหเห็นไดวาพื้นที่นี้มีความอุดมสมบูรณหรือ “ปรากฏการณขี้ปลาวาฬ” ที่ไมบอยครั้งนักที่จะไดยินเกิดจากวงจรน้ำเบียด-น้ำกัน ถาหากมีมากเกิน ไปก็จะอันตรายกับสิ่งมีชีวิตใตน้ำและเปนสัญญาณเตือนจากธรรมชาติที่บงบอกถึงสภาพภูมิอากาศ และสภาพแวดลอมกำลังจะเปลี่ยนไป ทำใหมนุษยสามารถรับรูและหาวิธีแกไขปญหาเพื่อหาหนทาง ในการดำรงชีวิตอยูรอด

ลมประจำถิ่นอีกหนึ่งปจจัยในระบบนิเวศน้ำกรอยสามารถนำไปเปนความรูที่นำไปใชไดในชีวิตประจำ วัน การมีคลื่นลมทะเลสูงทำใหออกเรือยากตองใชความระมัดระวังอยางมากแตถาหากมีการเตรียม รับมือไว รับรูวาชวงไหนสามารถออกมาไดก็จะสามารถดำรงชีวิตในระบบนิเวศลุมน้ำกรอยไดเปน การเอาตัวรอดที่ตองสั่งสมประสบการณในการเรียนรูอยางมาก เนื่องจากผูคนในทองถิ่นลุมน้ำ ก็มักที่จะตองทำมาหากินซึ่งสามารถสรางอาชีพไดดวยทรัพยากรและสภาพแวดลอมที่ตนมีอยู การออกเรือหาปลาหรือเพาะเลี้ยงสัตวน้ำเพื่อนำมาเลี้ยงชีพเกิดเปนวิถีชีวิตทำใหเกิด สถาปตยกรรม ขึ้นตามลำดับ


14

ลักษณะของสถาปตยกรรมในบริเวณนี้จะเปนเสาไมสูงซึ่งเปนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู เนื่องจากเปนพื้นที่บริเวณน้ำกรอยถาใชวัสดุที่ไมตอบสนองหรือทนตอการกัดเซาะของน้ำไมไดอยาง คอนกรีตที่ถึงแมจะเปนวัสดุหรือผนวกเทคโนโลยีสมัยใหมเขามาก็ไมสามารถนำมาใชในระยะยาวได เนื่องจากอาศัยในสภาพแวดลอมที่เปนลุมน้ำ ทะเล ทำใหมีการเพาะเลี้ยงทั้งหอยนางรม หอยแมลง ภูเปนแหลงหลอเลี้ยงชีวิตที่สำคัญ ทำใหเกิดการสรางวัฒนธรรมและภูมิปญญาในการสราง สถาปตยกรรมแบบใหมเพื่อตอบสนองกับพื้นที่ “กระเต็ง” คือสถาปตยกรรมที่ไมคอยไดเห็นเลยถา อาศัยอยูในเมืองมาตลอด จึงเปนที่สรางความแปลกตาและนาจดจำ ซึ่งมีขนาดเล็กแตมีระดับความ สูงมากตามระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุด ทำใหดูกะทัดรัดตามพื้นที่การใชงานเพราะทำหนาที่เพียงแค ไวเฝา หอยเทานั้นจึงไมจำเปนที่จะตองทำใหมีขนาดใหญแตในบางพื้นที่กลายเปนแหลงทองเที่ยวไปทำให ภาพลักษณของกระเต็งเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ปจจุบันมีการรุกล้ำของอุตสาหกรรมเขามาในพื้นที่พื้นถิ่นมากมายทำใหเกิดผลเสียกับสิ่งมีชีวิตมากมาย ในที่นี้หมายความวา แหลงทำกินของผูคนในทองถิ่นไดโดนรุกล้ำไปดวย ความตองการของมนุษยที่ มีมากเกินและสภาพแวดลอมที่ไมสามารถปรับตามหรือรับมือไดทำใหไมมีความสมดุลในการอยูรวมกัน จึงทำใหในระยะยาวนี้อาจจะมีปรากฏการณที่มนุษยก็คงจะไมสามารถรับมือไดจากการเปลี่ยนไปของ สภาพอากาศและสภาพแวดลอมที่มนุษยเขาไปเปลี่ยน เพราะฉะนั้นระบบนิเวศน้ำกรอยทำใหเห็นถึง สุนทรียภาพของความสัมพันธที่มีระหวางปรากฏการณทางธรรมชาติและการดำรงชีวิตที่ใชวัฒนธรรม ในการคอยๆปรับตัวเพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการที่เพียงพอและสมดุลกันชวยกันปกปอง ถึงจะสามารถอยูรอดตอไปไดในสภาพแวดลอมนี้


15

03

บ้านเรือนและชุมชนตลาดพื้นถิ่น

รูปภาพที่ 3

สถาปตยกรรมที่ทำใหเห็นถึงความเจริญของชุมชนซึ่งอยูใกลตัวมาตลอด คือ ตลาด ในบทเรียนนี้นอกจากจะไดเรียนรูวาตลาดแบงไดเปนกี่ประเภทแลวการวางผังตลาดที่แตกตางกัน ออกไปแสดงใหเห็นถึงความมีที่มาที่ไปและวัฒนธรรมตามความเชื่อที่เกิดขึ้นและเปนสถาปตยกรรม ที่เห็นถึงพัฒนาการมาทุกชวงยุคสมัย


16

หลายครั้งที่ตลาดไดถูกลืมเลือนไปจากชีวิตประจำวันของผูคนในยุคสมัยนี้เพราะความเปน สมัยใหมเขามาแทนที่ มีการเอื้ออำนวยความสะดวกที่มากขึ้นอยางชัดเจน แตสำหรับคนในชุมชน ตลาดถือวาเปนสถานที่ที่สำคัญในการทำมาหากินในขณะที่บางที่ยังเปนที่อยูอาศัยไปดวย เปนจุด เริ่มตนของการคาขายพบปะกันในสังคม สวนมากตลาดที่ยังคงอยูตอมาไดเปนเพราะการชวยกัน อนุรักษของคนในทองถิ่นเปรียบเทียบไดจากตลาดที่ถูกทิ้งรางในทุกวันนี้คือไมมีผูสืบทอดกิจการ และอพยพยายเขามาทำงานในเมืองกันหมด ทำใหเห็นวาคนในชุมชนเปนเสมือนความหวังที่ทำให ตลาด ยังมีชีวิตและดำเนินตอมาไดซึ่งทุกคนสามารถชวยกันอนุรักษไดแตถาหากจะแกไขปญหาใน ระยะยาวไดจะตองมีการแกไขโครงสรางเศรษฐกิจและรัฐบาลจะตองเขามามีสวนรวมในการ พัฒนาและแกไขดวย

ในการอนุรักษและคงไวซึ่งตลาดแบบดั้งเดิมนั้นตองใชองคกรและความชวยเหลือหลายดานจาก ตลาดที่เห็นไดอยางชัดเจนคือ ตลาดศาลเจาโรงทอง ซึ่งเห็นถึงการมีสวนรวมของสถาปนิกมากขึ้น เมื่อครั้งที่ถูกไฟไหมและการรื้อฟนขึ้นมาใหมโดยมีกฎหมายที่เสี่ยงตอการสูญสลายตัวตนของชุมชน เมื่อไดรับฟงเรื่องราวและการแกไขปญหาทั้งหมดทำใหมีความรูสึกวาถาครั้งนั้นตลาดนี้ถูกสรางตาม กฎหมายใหมที่เปนแบบแผนใหตลาดทั่วไปคงนาเสียดายอยางไมสิ้นสุด ตระหนักถึงหลักในกฎหมาย ในแงมุมนึงที่ประกาศใชเปนแบบแผนแตในความเปนจริงไมสามารถครอบคลุมทุกสถานที่ตามแตละ สภาพแวดลอมได การที่มีกฎหมายเพิ่มออกมาเฉพาะพื้นที่ทำใหครอบคลุมและยังคงไวซึ่งวัฒนธรรม ดั้งเดิมอยู ถาทุกคนทุกองคกรตองการที่จะชวยเหลือและฟนฟูในที่สุดตลาดก็จะคงอยูตอไปได


17

แตทวา “ตลาดของเทียมทำแท” ยังจดจำไดดีในตอนที่ไดยินเพราะรูสึกวาไมใชทุกตลาดที่ เกิดขึ้นในสมัยนี้จะมีประวัติศาสตรเปนที่มาในการกอตั้ง เชน ตลาดอโยธยา ซึ่งหลายครั้งเองเหมือน กันที่เคยไดไปทัศนศึกษาและทองเที่ยวเพียงเพราะเปนตลาดที่มีชื่อเสียง แตในบทเรียนครั้งนี้ทำใหได รูวาเปนเพียงแคการคัดลอกกลิ่นอายมาเทานั้น ทำใหมีความคิดที่จะตระหนักถึงความสำคัญที่มาและ ตัวตนของการกอรางสถาปตยกรรมมากขึ้น อีกทั้งถามีโอกาสไดไปทองเที่ยวตางจังหวัดอีกก็จะคำนึง ถึงสถานที่ทองถิ่นตามแหลงชุมชนดวย


18

รูปภาพที่ 4


19

ประวัติศาสตรของชุมชนลวนมีที่มาตางกันออกไปตลาดสะเทินน้ำสะเทินบกที่ไดถูกพูดถึง ในบอยครั้ง “หมูบานลาดชะโด” ที่เดิมเปนเรือนแพคาขายริมคลองแตเมื่อชาวจีนที่ไดเขามาใน ประเทศไทยมีอิทธิพลอยางมากในการเริ่มธุรกิจทำการคาขายซึ่งมีการเชาที่และทำใหผูคนในทองถิ่น เริ่มออกมาจับจายใชสอยมากขึ้น ซึ่งตลาดที่สรางขึ้นนำมาจากไมที่เคยเปนวัสดุที่ใชทำเรือนแพมา กอน นี่เปนเพียงความเปนมาและการใชวัสดุตามทรัพยากรตามพื้นที่เทานั้นยังมีปจจัยสภาพแวดลอม ที่มีน้ำขึ้น-น้ำลงตลอดทำใหตองตั้งบนเสาสูง การติดตอหรือเชื่อมตอกันในชุมชนนี้มีสะพานไมที่เชื่อม กันทั้งชุมชนกลายเปนวัฒนธรรมและอัตลักษณของพื้นที่ ทั้งหมดนี้คือการใสใจและปรับตัวอยูกับ สภาพแวดลอมมาโดยตลอดทำใหเห็นถึงภาพลักษณและตัวตนของหมูบานลาดชะโดถึงทุกวันนี้ ในดานของความเชื่อเองบางตลาดยังแสดงใหเห็นถึงวัฒนธรรมในการนับถือความเชื่อตามทองถิ่น ผานการตั้งศาลพระภูมิหรือศาลเจา มรดกทางวัฒนธรรมจึงไมไดมีไวเพียงเปนสิ่งที่นาจดจำและยกยองจนไมสามารถเขาถึง ไดแตควรที่จะปกปองและอนุรักษใหความเปนดั้งเดิมอยูไดในทุกชวงยุคสมัย เพราะสภาพสังคมที่ เปลี่ยนไปทำใหประวัติศาสตรของพื้นที่เริ่มถูกเลือนหาย ความคิดของมนุษยตางกันไปในชวงเวลา หนึ่ง การปรับตัวเทานั้นที่จะทำใหสามารถอยูรอดตอไปได ซึ่งในการปรับตัวจำเปนที่จะตองคำนึง ถึงความเฉพาะของทองถิ่นนั้นดวยไมวาในอนาคตจะเปลี่ยนเพื่อตอบสนองตอการทองเที่ยวหรือขอ บัญญัติในยุคปจจุบันที่ไมเหมาะสมกับสภาพพื้นถิ่น อยางไรก็ตามทุกอยางไมสามารถใชโครงสราง หรือหลักการเดียวกันไดเสมอไป การใสใจ ตัวตน จิตวิญญาณ ของสถานที่เปนเสนหของความแตก ตางที่ควรอนุรักษตอไป


20

04

สิ่งแวดล้อมพื้นถิ่นในอุตสาหกรรมพื้นบ้าน

ผลผลิตของชุมชนเปนผลลัพธของการเขาใจสภาพแวดลอมพื้นถิ่นของตนซึ่งจะแตกตาง ออกไปตามความรู ประสบการณและทรัพยากรกอใหเกิดเปนภูมิปญญาทองถิ่นที่มีคุณคา เพราะจุด เริ่มตนที่มีการใชวัฒนธรรมดั้งเดิมตามชุมชนเพื่อดำรงชีวิตนำไปสูการสรางอาชีพที่เปนเอกลักษณ และสามารถทำใหเปนที่รูจักไดเปนการปรับตัวรูปแบบนึงเพื่อใหอยูไดกับทุกยุคสมัย


21

จากการไปทัศนศึกษาสวนตาลลุงถนอมก็เปนอีกผลผลิตนึงที่มีการปรับตัวตามสภาพ แวดลอมพื้นถิ่นจากการเลาเรื่องราวในสมัยกอนที่ตองการทำมาหากินในพื้นที่น้ำทวม ทำใหเลือกที่ จะปลูกตนตาลซึ่งสามารถผลิตผลผลิตมาไดตลอด ตนตาลเองมีศักยภาพในทุกสวนอยูแลวสวนตางๆ สามารถนำมาทำประโยชนไดหลากหลายมีมิติของการรูจักแปรรูปเปนขนมและเครื่องดื่มสามารถสง ออกเปนสินคาหาเลี้ยงชีพได แตทุกวันนี้แรงงานคนทำกิจการปนขึ้นตนตาลลดนอยลงทำใหเปน ปญหาสงผลตอในอนาคต


22


23

สิ่งแวดลอมจึงทำใหเกิดอุตสาหกรรมพื้นถิ่นขึ้น เนื่องจากแหลงที่ตั้งและระบบนิเวศทำให มีทรัพยากรในการผลิตที่แตกตางกัน การสรรสรางสินคาขึ้นมาไดนั้นมีกระบวนการการผลิตมาก มายรวมถึงการรูจักแปรรูปสินคาเพื่อใหมีอายุการใชงานที่นานมากขึ้นสามารถสงออกสินคาไปยัง ตางประเทศไดเปนอีกภูมิปญญาที่แตกตางไปตามผลิตภัณฑ

ในปจจุบันสินคาจำพวกนี้โดนการกดขี่ของราคาจากการขยายตัวของกลุมนายทุนสามารถผลิตสินคา ดวยตนทุนต่ำ ในราคาที่ถูกกวา ในขณะที่สินคาในชุมชนมีตนทุนและกระบวนการที่ไดมายากกวาทำ ใหสินคาของชาวบานถูกมองวามีราคาที่แพงกวา แตเพราะผูคนไมไดนึกถึงมุมมองในแงของการได มาซึ่งสรางสินคาใหมีความสัมพันธกับผูคนทำใหมีคุณคามากยิ่งขึ้นแตเพียงตองการสินคาราคาถูก เทานั้น รวมถึงคานิยมที่เปลี่ยนไปในแตละยุคสมัยจึงหวังเปนอยางสูงวาในอนาคตถาผูคนสมัยใหม รวมถึงตนเองไดมีโอกาสไดทำงานเกี่ยวกับชุมชนจะไมลืมนึกถึงและนำไปพัฒนาตอเพื่อชวยเหลือให ความงามของความเรียบงายที่ไมไดแลกมาดวยความงายจะคงตัวตนอยูตอไป


24


25

05

บทสรุป คำวาสุนทรียภาพที่เคยไดเขาใจในครั้งแรกจนถึงวันนี้ไดมีมุมมองที่เปลี่ยนไปมีความเขาใจมากขึ้นและ ตระหนักถึงคุณคาของสถาปตยกรรมและภูมิทัศนพื้นถิ่นมากขึ้น การมีแบบแผนในการการดำรงชีวิต ที่ดูเรียบงาย ไมเปนทางการแสดงถึงความพึงพอใจและความเหมาะสมกับการปรับตัวโดยใชวัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนาทำใหเกิดเอกลักษณที่มีคุณคาและทรงเสนหโดยมีกลิ่นอายแตกตางออกไปตามแตละ ชุมชนซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหมสามารถเขามาปรับตัวและนำมาใชสงเสริมไดแตตองเหมาะสมดวยทำให ตองมีการเขาใจสภาพแวดลอม เขาใจธรรมชาติ ซึ่งสวนมากเกิดจากการเรียนรูและสั่งสมประสบการณ จนเปนภูมิปญญาพื้นถิ่นทำใหมีการแกไขปญหาที่เฉพาะตัว แตการเปนแบบแผนขอบัญญัติบางอยาง ที่เปนสามัญใชกันโดยทั่วไปก็ไมสามารถทำไดกับบางพื้นที่เพราะฉะนั้นทั้งกลุมชาติพันธุ ลักษณะที่อยู อาศัย รวมถึงปจจัยอื่นๆ ที่มีความแตกตางไมเคยผิดหากเปดมุมมองและลองศึกษาใหมากขึ้นจะเห็น ถึงประวัติความเปนมา เรื่องราวทั้งหมดจึงเปนเหตุเปนผลที่มีคุณคาในการสรางขึ้น ดังนั้นสิ่งเหลานี้ ควรคาแกการอนุรักษตัวตนดั้งเดิมของทองถิ่นซึ่งไมควรถูกกลืนหายเพียงเพราะยุคสมัยและกาลเวลา ที่เปลี่ยนไป


26

06

อ้างอิง รูปภาพที่ 1 เอกสารประกอบการสอนวิชา Aesthetics of Vernacular architecture and landscape...Ethmic groups เขาถึงขอมูล 25 มีนาคม 2565 รูปภาพที่ 2 technologychaoban.<https://www.technologychaoban.com/fishery-technology/article_93392>. เขาถึงขอมูล 25 มีนาคม 2565 รูปภาพที่ 3 ayutthaya.<https://ww2.ayutthaya.go.th/travel/detail/73>. เขาถึงขอมูล 1 เมษายน 2565 รูปภาพที่ 4 google.<https://sites.google.com/site/ssm56020748/general-inforomation/intro-to-comunity?tmpl =%2F system%2Fapp%2Ftemplates%2Fprint%2F&showPrintDialog=1>. เขาถึงขอมูล 1 เมษายน 2565


6211201109 เชษฐสุดา ถนอมจิตวิสุทธิ


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
aesthetics of vernacular architecture and landscape by Cheatsuda TANOMJITVISUTI - Issuu