Page 1

“ÅÙ¡Ã¡Ñ ¿¹˜ ´Õ àÃÔèÁ·Õè«Õè

áá

à¤Ã

Í× ¢Ò‹ Â


“ÅÙ¡Ã¡Ñ ¿¹˜ ´Õ àÃÔèÁ·Õè«Õè

áá

à¤Ã

Í× ¢Ò‹ Â


“อารัมภบท” รวมบทความ First Love, First Tooth เป็นความพยายามของ เครือข่าย “ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก” ที่จะรณรงค์ให้พ่อแม่ผู้ปกครอง สนใจ มาช่วยกันดูแลฟันนํ้านมของบุตรหลานด้วยการช่วยแปรงฟัน ให้เขาตั้งแต่ซี่แรก อย่าคิดว่า ฟันนํา้ นมไม่สำ�คัญ การละเลยดูแลทำ�ความสะอาด ฟันนํา้ นมของลูกรัก อาจนำ�ไปสูก่ ารพัฒนาการทางร่างกายทีไ่ ม่สมบูรณ์ การมีเชื้อโรคในช่องปากมากขึ้น และยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของเด็ก เราหวังว่า บทความต่างๆ ในหนังสือนี้จะช่วยไขข้อข้องใจของ พ่อแม่ ผูป ้ กครอง เกีย่ วกับการดูแลฟันนํา้ นมของบุตรหลานของท่าน มาร่วมกันถ่ายทอด “ความรัก” ด้วยการแปรงฟันให้บตุ รหลาน ของท่านตั้งแต่ซี่แรกกันเถิด

ด้วยความปรารถนาดี เครือข่ายลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก


สารบัญ

ประเทศไทยกำ�ลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่คุกคามเด็กเล็ก

หน้า 1

อย่างไม่รู้ตัว ขึ้นชื่อว่า “ฟันนํ้านม” นั้นสำ�คัญไฉน

3

หัดนั่ง ตั้งไข่ ช่วงวัยสำ�คัญของการป้องกันฟันผุ

6

ปฏิทินสุขภาพช่องปากเด็กในช่วงอายุ 0-6 ปี

9

คุณพ่อคุณแม่ควรแปรงฟันลูกเมื่อไหร่และอย่างไร

11

ทำ�ไมต้องใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

16

ทำ�อย่างไรให้เด็กน้อยยอมแปรงฟัน

18

Love at the first teeth : my first dental visit

23

“เมื่อหนูมาหาคุณหมอฟันเป็นครั้งแรก” ความยากลำ�บากในการให้การรักษาทางทันตกรรมแก่เด็กเล็ก 26


ประเทศไทยก™ำ�ลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพ ที่คุกคามเด็กเล็กอย่างไม่รู้ตัว ผศ. ทพญ. ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ 1

ฟันผุ ภัยเงียบที่คุณพ่อคุณแม่ ดูเหมือนจะลืมไป จนกว่า จะสร้างความเจ็บปวดให้ลกู เห็นลูกร้องไห้งอแง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และในที่สุดต้องสูญเสียฟันไป เด็กไทยฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน อาจไม่มีใครเคยคิดถึงว่า เด็กเล็กกว่า 3 ขวบจำ�นวนมาก ทีเ่ พิง่ มีฟน ั นํา้ นมครบ 20 ซี่ และยังเล็ก เกินกว่าทีจ่ ะเข้าใจเหตุและผล จะมีฟน ั ผุลกุ ลามไปทัง้ ปาก จนต้องรักษา ทั้งอุดฟัน ครอบฟัน รักษารากฟัน และถอนฟัน ในขณะที่ผู้ใหญ่อาจ กำ�ลังคิดว่า วิชาการทางทันตกรรมก้าวหน้าไปมากจนการทำ�ฟันไม่น่า กลัวอีกต่อไป และด้วยความเป็นเด็กไม่อาจยอมรับการรักษาทีซ่ บ ั ซ้อน (สำ�หรับเด็ก) นั้นได้โดยง่าย เกือบทุกคนมีความกลัวความกังวล จนไม่ สามารถให้ความร่วมมือในการรักษาได้ แต่เมื่อฟันผุเจ็บปวดเป็นหนอง จึงจำ�เป็นต้องได้รบ ั การทำ�ฟันโดยการดมยาสลบ ซึง่ แม้จะเป็นวิธท ี ชี่ ว่ ย ให้เด็กเล็กได้รบ ั การรักษาทีม่ คี ณ ุ ภาพสูง แต่ทงั้ ทีมแพทย์และผูป ้ กครอง ทราบดีว่าต้องยอมรับความเสี่ยงร่วมกันในการรักษานั้น คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาและมหิดลแต่ละแห่งมีเด็กเล็กๆ รอคิวดมยาสลบเพือ ่ ทำ�ฟันปีละกว่าร้อยรายโดยเด็กอายุนอ้ ยทีส่ ด ุ เพียง 18 เดือน จากข้อมูลเพียง 3 หน่วยงานทันตกรรมในภาครัฐและเอกชน ในปีนแี้ ละปีทแี่ ล้วทำ�การรักษาวิธน ี ไี้ ปแล้ว 200 ราย คิดเป็นค่าใช้จา่ ย 1

ภาควิชาทันตกรรมสำ�หรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

1


รวมถึง 3.9 ล้านบาท ทุกสัปดาห์จะมีเด็กเล็ก 1 คนต้องรับความเสี่ยง ดมยาสลบรักษาโรคที่ป้องกันได้ แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถให้บริการ ได้ทันกับความต้องการ เพราะหน่วยงานทันตกรรม ที่มีศักยภาพ ในการให้การรักษาเด็กเล็กด้วยวิธีนี้มีอยู่ไม่มากนัก ช่วงหลายปีมานี้ ในโรงเรียนทันตแพทย์ เด็กต้องรอรับการรักษานานถึง 6 เดือน แต่ละ สถาบันมีเด็กเล็กที่ขอรับการรักษาด้วยวิธีนี้ปีที่แล้ว 120 ราย และ เพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่สามารถให้บริการได้เพียงปีละ 40 ราย แต่ละ รายมีฟันผุจำ�นวนมาก 9 – 20 ซี่ต่อคน ค่าใช้จ่ายต่อราย มีตั้งแต่ 12,000 – 50,000 บาท ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีที่ต้องการทีมแพทย์ขนาด ใหญ่ ทั้งวิสัญญีแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมมา โดยเฉพาะ และผูช้ ว่ ยทีม่ ป ี ระสบการณ์ รวมทัง้ อุปกรณ์และเครือ่ งมือ ต่างๆ เช่นเดียวกับการผ่าตัดนัน ่ เอง และถึงแม้ไม่ใช้ยาสลบ การทำ�ฟัน เด็กเล็กส่วนใหญ่ตอ้ งใช้ทน ั ตแพทย์ทผี่ า่ นการฝึกฝนในการรักษาฟันให้ เด็ก ซึง่ มีอยูน ่ อ้ ยในประเทศ คิดเป็นอัตราส่วนทันตแพทย์เด็ก 1 คนต่อ ผู้ป่วยเด็กเล็กประมาณ 12,000 คน โรคฟันผุที่ เด็กไทยอายุ 3 ขวบ ร้อยละ 63 กำ�ลังเผชิญอยู่ ทำ�ให้คุณภาพชีวิตของเด็กเล็กๆ ถดถอยลง เด็กบางคนไม่เคยเคี้ยว เนื้อสัตว์มาเป็นเวลานาน บางคนอายุเกือบสามขวบ แต่ยังคงกินได้ แต่นม หลายคนนํ้าหนักไม่ขึ้น ไม่เติบโตตามสมควร เป็นเด็กฟันหลอ ที่ใครๆเห็นจนชินตา หรือตั้งฉายาให้ ประเทศไทยกำ � ลั ง เผชิ ญ ปั ญ หาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของเด็ ก เล็ ก และยังส่งผลถึงพ่อแม่ ผูเ้ ลีย้ งดู ทัง้ ด้านเศรษฐกิจและชีวติ ความเป็นอยู่ ทีส่ �ำ คัญเด็กเล็กๆ เหล่านีก้ �ำ ลังทุกข์ดว้ ยโรคฟันผุทป ี่ อ ้ งกันได้ดว้ ยการ แปรงฟัน การแปรงฟันที่คนส่วนใหญ่ทำ�อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มต้น ให้แก่ลูกหลาน

ถึงเวลาแล้ว ที่ผู้ใหญ่ต้องแปรงฟันเด็กตั้งแต่ซี่แรก

2


ขึ้นชื่อว่า “ ฟันนํ้านม ” นั้นสำ�คัญไฉน อาจารย์ ทพญ. วัลลภิษฐ์ วิสุทธิศักดิ์ 1

มักพบว่าคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองหลายท่านยังมีความ เข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่ในเรื่องของฟันนํ้านมและการขึ้นของฟันแท้ ในช่องปาก โดยหลายท่านมักจะเชื่อว่าฟันนํ้านมไม่สำ�คัญ ถ้าหากลูก มีฟันนํ้านมผุแล้วต้องถอนฟันออกไปก็ไม่เป็นไร เพราะหากไม่มีฟัน นํ้านมแล้วเดี๋ยวฟันแท้ก็จะขึ้นมาแทนที่ในไม่ช้า แต่ในความเป็นจริง จะไม่เป็นเช่นนัน ้ เสมอไปเพราะหากเด็กมีการสูญเสียฟันนํา้ นมไปก่อน กำ�หนด ในขณะทีห ่ น่อฟันแท้ทจี่ ะขึน ้ มาแทนทีย่ งั มีการสร้างฟันไม่เสร็จ ฟันแท้ที่คุณพ่อคุณแม่รอคอยก็จะยังไม่ขึ้นสู่ช่องปากของลูก ขอยก ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกต้องเสียฟันกรามนํ้านมไปตั้งแต่ยังเล็กช่วง 3 ขวบ เด็กจะต้องฟันหลอไม่มีฟันเคี้ยวอาหารและรอคอยฟันแท้ซี่ที่จะขึ้นมา แทนทีน ่ านถึง 8 ปีกน ั เลยทีเดียว ถึงจุดนีค้ งต้องขอขยายความเพิม่ เติม เพื่ อ ให้ คุ ณ พ่ อ คุ ณ แม่ เ ข้ า ใจยิ่ ง ขึ้ น โดยจะขอเล่ า ถึ ง ฟั น ในขากรรไกร ของคนเราดังนี้ ฟัน (ถ้าไม่นับรวมฟันปลอม) มี 2 ชุดเท่านั้น ฟันนํ้านมเป็น ฟันชุดแรกที่ขึ้นสู่ช่องปาก โดยจะเริ่มพบฟันนํ้านมซี่แรกขึ้นช่วงเด็ก อายุประมาณ 6 เดือน ซึ่งซี่แรกที่ขึ้นจะเป็นฟันหน้าล่าง ตามด้วยฟัน หน้าบน ฟันกรามและฟันเขีย้ วจนมีจ�ำ นวนครบ 20 ซีใ่ นช่วงทีเ่ ด็กอายุ ประมาณ 2 ขวบครึง่ ส่วนฟันแท้จดั เป็นฟันชุดทีส่ องทีจ่ ะขึน ้ ต่อมาเพือ่ แทนทีใ่ นตำ�แหน่งเดิมของฟันนํา้ นม 20 ซีแ่ ละมีเพิม่ อีก 12 ซีท ่ จี่ ะขึน ้ ใน ตำ�แหน่งด้านหลังของขากรรไกร ทัง้ นีฟ ้ น ั แท้จะขึน ้ สูช่ อ่ งปากเมือ่ มีการ สร้างฟันที่พร้อมสมบูรณ์และถึงอายุตามวัยปฏิทินในการขึ้นของฟัน 1

ภาควิชาทันตกรรมสำ�หรับเด็กและทันตกรรมป้องกัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

3


แต่ละซี่ เช่นฟันกรามแท้ที่ขึ้นมาแทนในตำ�แหน่งของฟันกรามนํ้านม มีช่วงของการขึ้นเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 10 -12 ปี เป็นต้น เด็กใช้ฟันนํ้านมในการกัดและบดเคี้ยวอาหารก่อนจะกลืนลง สู่กระเพาะเพื่อนำ�อาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของ สมองและร่างกายที่สมบูรณ์ต่อไป ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าฟันนํ้านม เป็นประตูดา่ นแรกของการย่อยอาหารทีส่ �ำ คัญเป็นอย่างยิง่ เพราะหาก เด็กมีฟน ั ผุ อักเสบบวมเป็นหนอง ปวดฟัน หรือต้องถูกถอนฟันไปก่อน กำ�หนดทำ�ให้ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้จะเกิดผลเสียต่อการเจริญ เติบโตและพัฒนาการของร่างกายตามมา อีกทัง้ ฟันนํา้ นมยังมีบทบาท ในการใช้พดู ออกเสียงพยัญชนะทำ�ให้เด็กออกเสียงได้ชดั เจน เกิดผลต่อ ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพทีด่ แี ละมีรอยยิม้ ทีส่ วยงาม เสริมความมัน ่ ใจ ไม่มีอุปสรรคในการเข้าสังคม เด็กบางคนไม่อยากไปโรงเรียน เพราะ โดนเพื่อนล้อเมื่อมีฟันหน้าหลอหรือฟันผุดำ�ไม่สวยงาม นอกจากนี้ ฟันนํ้านมยังมีหน้าที่สำ�คัญยิ่งอีกประการคือเป็นเครื่องมือกันช่องว่าง ในขากรรไกรตามธรรมชาติสำ�หรับหน่อฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่ใน อนาคตเมื่อฟันนํ้านมซี่นั้นหลุดไป หากมีการเสียฟันนํ้านมไปเร็วกว่า ปกติจะเกิดปัญหาของการสูญเสียช่องว่างในขากรรไกรตามมา ซึ่งจะ เกิดผลเสียทำ�ให้ฟน ั แท้ขน ึ้ ไม่ได้เนือ่ งจากขนาดช่องว่างทีเ่ หลืออยูไ่ ม่พอ อาจพบว่าฟันแท้มกี ารขึน ้ ผิดตำ�แหน่งเกิดฟันซ้อนเกหรือฟันคุดซึง่ ทำ�ให้ เป็นปัญหาที่รุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้นและต้องตามมาด้วยการรักษา ที่ยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้นอีกด้วย หลักการสำ�คัญ คือ การป้องกันฟันผุง่ายกว่าการรักษาอีกทั้ง ยังไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่าย คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองเป็นผู้ที่ มีบทบาทสำ�คัญที่สุดในการสร้างและส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดี โดยเริ่ ม จากการดู แ ลฟั น ของบุ ต รหลานตั้ ง แต่ ฟั น นํ้ า นมซี่ แ รกที่ ขึ้ น สู่ ช่ อ งปากเพื่ อให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีตั้งแต่ ชุ ด ฟั น นํ้ า นมจนเปลี่ ย น สู่ชุดฟันแท้ โดยการฝึกเด็กเพื่อให้เกิดความเคยชินกับการทำ�ความ

4


สะอาดฟัน สันเหงือก กระพุ้งแก้ม ลิ้น และอวัยวะในปากโดยรอบ และการเลือกอาหารตลอดจนอาหารว่างทีม่ ป ี ระโยชน์ไม่กอ่ ให้เกิดฟันผุ อีกทัง้ การพาบุตรหลานไปพบทันตแพทย์เพือ่ รับการตรวจฟันและแนะนำ� การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างช้าภายในขวบปีแรก และรับการรักษา เมื่อเกิดฟันผุตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนจะลุกลาม รวมถึงการหมั่นตรวจ เช็คฟันประจำ�สมํ่าเสมอทุก 6 เดือน เพื่อให้เด็กมีสุขภาพฟันนํ้านม ที่ดีและเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพฟันแท้ที่ดีในอนาคต ถึงจุดนี้ ทุกท่านคงจะทราบแล้วว่าสุขภาพฟันที่ดีของลูกอยู่ในมือของคุณพ่อ คุณแม่ทุกท่านนั่นเอง

5


หัดนั่ง ตั้งไข่ ช่วงวัยสำ�คัญของการป้องกันฟันผุ ผศ. ทพญ. ดวงธิดา ไพบูลย์วรชาติ 1

ปัจจุบันเด็กไทยมีสภาพน่าเป็นห่วงทั้งเรื่องสุขภาพ และเรื่อง พัฒนาการไม่เป็นไปตามวัย ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูตั้งแต่ วัยเด็ก โดยเฉพาะโรคฟันผุในเด็กเล็กซึง่ เป็นปัญหาระดับชาติมาหลายปี จนหลายคนคุ้นชินและคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ครอบครัวที่เคย มีประสบการณ์ตรงกับตัวเองจะรู้ว่า โรคนี้สร้างความเจ็บปวดให้เด็ก อย่างมาก และมีผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพและพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก การรักษาฟันผุในเด็กยิง่ อายุนอ้ ยเท่าใด ก็ยงิ่ ทำ�ได้ยากมากขึน ้ เพราะเด็กยังไม่เข้าใจหรือให้ความร่วมมือ แต่หากปล่อยไว้ โรคก็จะ ยิง่ ลุกลามทวีความรุนแรง ส่งผลเสียต่อไปยังชุดฟันแท้รวมถึงมีโอกาส ที่เด็กจะเกิดการติดเชื้อแพร่กระจายตามบริเวณใบหน้าและลำ �คอ สำ�หรับเวลาที่ฟันของเด็กเริ่มผุนั้นจะเร็วมาก คือ เพียง 3 เดือน หลังจากฟันขึ้น พ่อแม่ ผูป้ กครองจึงควรตืน ่ ตัวและให้ความสำ�คัญกับการป้องกัน โรคนี้ด้วยการเลี้ยงเด็กอย่างมีวินัยและถูกวิธีตั้งแต่วัยแรกเกิด เพื่อ ส่งเสริมให้เด็กมีนสิ ยั การกิน การอยูท ่ เี่ หมาะสม จะได้แข็งแรงสุขภาพดี และมีพัฒนาการสมวัย โดยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานถึง 6 เดือน หรือหากต้องให้ลูกกินนมผงดัดแปลงสำ�หรับทารกก็ต้องเป็นนมสูตร ที่ไม่ผสมนํ้าตาลหรือนํ้าผึ้งเพื่อไม่ให้เด็กติดรสหวานตั้งแต่เล็ก และ ป้อนนมขวดแก่เด็กในท่าเดียวกับการให้เด็กดูดนมแม่คือโอบประคอง เด็กให้ดดู ในท่ากึง่ นัง่ กึง่ นอน เมือ่ เด็กอายุราว 3 เดือน หลังดูดนมเสร็จ ให้แล้วป้อนนํ้าตาม 1 – 2 ช้อนชา และอย่าปล่อยให้เด็กหลับคาขวด 1

ภาควิชาทันตกรรมป้องกัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

6


นมหรือคาอกแม่เพราะจะติดเป็นนิสยั แล้วเลิกยากในภายหลัง ขณะนี ้ แม้เด็กยังไม่มฟ ี น ั ขึน ้ ก็ควรใช้ผา้ สะอาดชุบนํา้ ต้มสุกทีเ่ ย็นแล้วพอหมาด เช็ ด ทำ � ความสะอาดสั น เหงื อ ก กระพุ้ ง แก้ ม และลิ้ น วั น ละ 2 ครั้ ง ตอนเช้าและก่อนนอนเพื่อสร้างความคุ้นเคย ช่วงวัยทีส ่ �ำ คัญมากทีจ่ ะป้องกันฟันผุในเด็กเล็ก คือ ช่วงเด็ก หัดนั่ง และหัดตั้งไข่ มีหลายสิ่งที่พ่อแม่ควรทราบและควรทำ�ดังนี้คือ ช่วงเด็กหัดนัง่ อายุราว 6 – 7 เดือน จะเริม่ มีฟน ั ขึน ้ จึงควร หยุดการให้นมมือ้ กลางคืน แม้เด็กจะร้องก็อาจเป็นเพราะความเคยชิน ให้พยายามกล่อมเบาๆ ให้เด็กนอนต่อโดยไม่ตอ้ งอุม้ เด็กขึน ้ มาจากเตียง ถ้าพ่อแม่อดทนต่อเสียงร้อง ไม่ใจอ่อนยื่นนมให้ เด็กจะเริ่มเรียนรู้ว่า ไม่ใช่เวลากินนมและจะค่อยๆ ปรับตัวได้ไม่ตื่นมาร้องขอนมกลางดึก เด็กก็จะมีการเจริญเติบโตดีเพราะฮอร์โมนทีช่ ว่ ยเรือ่ งการเจริญเติบโต จะหลั่งออกมาในช่วงที่เด็กหลับสนิท ในวัยนี้ควรหัดให้เด็กกินอาหารเสริมที่เตรียมขึ้นเอง โดย คงรสตามธรรมชาติ ไม่ปรุงรสเพิ่มแทนการกินอาหารเสริมสำ�เร็จรูป ทีม่ กั แต่งรสหวาน ต่อไปเด็กจะยอมกินผัก และผลไม้ได้งา่ ยกว่า หากเด็ก กินอาหารเสริมได้ดีอาจให้กินอาหารแทนนมแม่ได้ 1 มื้อในตอนเย็น เพื่อให้อยู่ท้องและเลิกนมมื้อดึกได้ง่ายขึ้น ควรเริม่ หัดให้เด็กดืม่ นํ้าและนมจากแก้วเพื่อเตรียมพร้อม สำ�หรับการเลิกนมขวดต่อไป ควรใช้แปรงสีฟน ั ร่วมกับยาสีฟน ั ผสมฟลูออไรด์แตะปลาย ขนแปรงพอเปียกแปรงฟันด้วยการถูไปมาสัน ้ ๆ ในแนวขวางให้สะอาด วันละ 2 ครั้งตอนเช้าและก่อนนอน อีกช่วงที่สำ�คัญเช่นกันคือช่วงเด็กตั้งไข่ในวัย 1 ปี ควรฝึก ให้ เ ด็ ก กิ น อาหารหลั ก ได้ 3 มื้ อ ซึ่ ง ควรเป็ น อาหารที่ มี ป ระโยชน์ และหลากหลาย รวมทั้งฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในการกินอาหาร

7


แม้จะเลอะเทอะบ้าง ไม่ควรให้เด็กกินขนมกรุบกรอบ ลูกอม ของหวาน เหนียวติดฟัน รวมทั้งนํ้าอัดลม เมื่ออายุไม่เกิน 1 ½ ปี เด็กควรเลิก นมขวดได้อย่างเด็ดขาด แต่ยังคงดื่มนมสดรสจืดจากแก้วหรือดูด จากหลอด ผู้ปกครองควรแปรงฟันให้ตอนเช้าและก่อนนอน โดยบีบ ยาสีฟน ั ผสมฟลูออไรด์แตะเป็นจุดเล็กๆ ทีข่ นแปรง ระวังไม่ให้เด็กกลืน ยาสีฟันหรือบีบยาสีฟันเอง การพาเด็กไปพบทันตบุคลากรตั้งแต่เมื่อเด็กเริ่มมีฟันขึ้น หรืออย่างช้าไม่เกินอายุ 1 ปี จะทำ�ให้ผปู้ กครองทราบแนวทางการป้องกัน ฟันผุ และได้รับการประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคฟันผุของเด็ก เพือ่ หามาตรการป้องกันทีเ่ ฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล ทัง้ นีผ้ ป ู้ กครอง เองก็ ค วรดู แ ลทันตสุขภาพของตนเองให้ดี ด้ ว ยเพื่ อ เป็ น ต้ น แบบที่ ดี และลดการถ่ายทอดเชื้อโรคฟันผุไปสู่ลูก

8


ปฏิทินสุขภาพช่องปากเด็กในช่วงอายุ 0 – 6 ปี ทพญ. กุลยา รัตนปรีดากุล 1 อายุ เป้าหมาย /อุบัติการณ์ ข้อแนะนำ� 3 – 6 ด. ฝึกนิสัยการบริโภคที่ถูกต้อง - ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว ให้แก่เด็ก อย่างน้อย 4 - 6 เดือน 6 ด. – 1 ปี ปรั บ อาหารเสริ ม ให้ เ หมาะ - ไม่ ใ ห้ เ ด็ ก ดู ด นมจนหลั บ คา สมกับวัยฝึกดื่มนมจากถ้วย ขวด หรือคาหัวนมแม่ และเลิกนมขวดให้ถูกเวลา - ไม่เอาของหวานทุกชนิดใส่ - 6 เดือน เมื่อเด็กเริ่มหัดนั่ง ขวดนม รวมถึ ง นมหวาน ก็พร้อมฝึกดื่มนมจากถ้วย นํ้ า ผึ้ ง นํ้ า หวาน นมเปรี้ ย ว และสามารถเลิกนมขวดได้ หรือนํ้าผลไม้เพราะทำ�ให้ฟันผุ เมื่ออายุ 1 - 1 ½ ปี กรณีกิน ลุกลามอย่างรวดเร็ว นมแม่อย่างเดียว สามารถ - เมื่ออายุ 6 เดือน เริ่มฝึกดื่ม ฝึกให้ดื่มถ้วยต่อได้ นํ้ า เปล่ า ใส่ ถ้ ว ยแล้ ว จึ ง เริ่ ม - 1 ปี เด็ ก จะรั บ ประทาน ฝึกดื่มนมจืดจากถ้วย หรือดูด อาหารหลัก 3 มื้อ นมจืด จากหลอด เป็นเพียงอาหารเสริม ประมาณ - เมือ ่ เด็กตืน ่ มากลางดึก ไม่เอา 3 ถ้วย/วัน (ถ้วยละ 200 มล.) นมให้เด็กดูดแต่ใช้การกล่อม ด้วยวิธีอื่นให้หลับไป

6 ด. – 1 ปี พ บ ทั น ต แ พ ท ย์ ค รั้ ง แ ร ก - พบทันตแพทย์เด็กครั้งแรก เมื่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี เมื่ อ อายุ ไ ม่ เ กิ น 1 ปี หรื อ ภายใน 6 เดือนหลังฟันนํ้านม ซี่แรกขึ้น - เด็ ก ที่ มี โ รคทางร่ า งกายแต่ กำ�เนิด หรือเด็กพิเศษ (Special Child) ควรพบทันตแพทย์เด็ก ตั้งแต่ฟันนํ้านมซี่แรกขึ้น 1

ฝ่ายทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ

9


อายุ 6 ด. - 3 ปี

เป้าหมาย /อุบัติการณ์ ข้อแนะนำ� พ่อแม่เริ่มแปรงฟันให้ลูก - ทันตแพทย์จะสอนวิธแี ปรงฟัน ตั้งแต่ฟันนํ้านมซี่แรก ให้ลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกโดยเป็น เด็กเริ่มมีฟันนํ้านมซี่แรกขึ้น การสอนแบบฝึกปฏิบัติจริง

เมือ่ อายุ 6 - 8 เดือน และขึน ้ แนะนำ�ให้ใช้ยาสีฟนั ผสมฟลูออไรด์ ครบ 20 ซี่ เมือ่ อายุประมาณ ในปริ ม าณน้ อ ย เพี ย งแตะให้ 2 ปีครึ่ง – 3 ปี เปียกขน แปรงเป็นจุดเล็กๆ (อาจ ใช้ ผ้ า สะอาดช่ ว ยเช็ ด ฟองออก เพื่อป้องกันการกลืนยาสีฟัน) - แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง หลัง อาหารเช้าและก่อนนอน วิธีแปรงฟันแบบ Scrub

3 - 6 ปี

พ่อแม่ช่วยแปรงฟันให้ลูก ถึงอายุ 6 - 8 ปี เด็กวัยอนุบาล ทักษะการใช้ มือจะยังอยู่ระหว่างพัฒนา จึงควรมีผใู้ หญ่ชว่ ยแปรงฟัน ให้สะอาด

10

โดยวางแปรงให้ขนแปรงจรดผิว ฟันและขอบเหงือก ขยับไปมา สั้นๆ ในแนวนอนแบบ Scrub ทัง้ ด้านนอก และด้านใน ตำ�แหน่ง ละ 10 ครั้ง - พ่อแม่ยังควรช่วยแปรงฟัน ให้วน ั ละ 2 ครัง้ โดยให้ลกู แปรง ก่ อ น และพ่ อ แม่ ช่ ว ยแปรงซํ้ า อีกครั้งแนะนำ�ให้ใช้ยาสีฟันผสม ฟลูออไรด์ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว (<5 มม>) ใช้เวลาแปรงฟัน นํา้ นม ให้สะอาด 1 - 2 นาที และให้เด็ก บ้วนนํ้าตาม ไม่ควรกินยาสีฟัน


“ คุณพ่อคุณแม่ควรแปรงฟันลูก เมื่อไหร่และอย่างไร ” รศ. ทพญ. ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล 1

คุณพ่อคุณแม่จ�ำ นวนมากเข้าใจว่า เมือ่ ลูกเริม่ เดินได้กใ็ ห้ลกู ถือ แปรง แปรงฟันได้เอง โดยไม่ได้ตระหนักว่าการแปรงฟันเป็นวิธีการที่ ต้องอาศัยการทำ�งานของมือและตาประสานกันระดับที่คล้ายคลึงกับ การผูกเชือกรองเท้าเป็นโบว์ได้ ดังนั้นการให้เด็กแปรงฟันเองจึงส่ง ผลเสียทำ�ให้คราบจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุสำ�คัญของโรคฟันผุติดค้าง อยู่บนฟัน เมื่อเด็กหลับคาขวดนมหรือนมมารดาหรือตื่นขึ้นมาดูดนม มารดาหรือนมขวดในช่วงกลางคืน จะทำ�ให้เกิดการสูญเสียแร่ธาตุที่ ใต้คราบจุลินทรีย์ โดยในระยะแรกจะเป็นรอยขุ่นขาว หากยังปล่อย คราบจุลินทรีย์ให้ค้างอยู่ต่อไปก็จะทำ�ให้เกิดเป็นรูผุได้ จากการศึกษาพบว่าช่วงทีม่ กี ารผุลกุ ลามสูงสุด คือ ช่วง 1-1½ ปี หากเริ่มต้นแปรงฟันหลังจาก 1½ ปี ก็จะสายเกินไป ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ควรเริ่มแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น

เราแปรงอะไรออกจากฟัน ประชาชนทั่วไปมักเข้าใจว่า การแปรงฟันคือการแปรงเศษ อาหารออกจากฟัน เมื่อพบว่าไม่มีเศษอาหารติดค้างอยู่ที่ฟัน ก็มักจะ เข้าใจว่าได้แปรงฟันสะอาดแล้ว ในความเป็นจริง การทำ�ความสะอาด ฟันหรือการแปรงฟันเป็นการกำ�จัดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน ซึ่งเป็น สาเหตุของโรคฟันผุ และโรคที่เกิดกับเหงือกหรือกระดูกรองรับฟัน 1

ภาควิชาทันตกรรมสำ�หรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

11


คราบจุลินทรีย์คืออะไร

แผ่นคราบจุลินทรีย์ คือ คราบเหนียวสีขาวอมเหลืองเกาะ ที่ผิวฟันซึ่งมีส่วนประกอบเป็นสารโปรตีนจากนํ้าลาย และกลุ่มเชื้อ จุลินทรีย์ เมื่อใช้เล็บขูดที่ฟันจะพบคราบดังกล่าว

ทราบได้อย่างไรว่าแปรงฟันสะอาดแล้ว

หลั ง แปรงฟั น จะไม่ มี ค ราบเหนี ย วสี ข าวอมเหลื อ งเกาะอยู่ ฟันจะมีลักษณะเรียบและเงา

เด็กที่มีฟันซี่แรกขึ้นถึง อายุ 7 ปี

ปัญหาสำ�คัญทีม่ กั พบเสมอ คือ ผูป้ กครองส่วนใหญ่เริม่ แปรงฟัน ให้ ลู ก เมื่ อ มี ฟั นขึ้นทั้งปากซึ่งเป็นในวัยเตาะแตะ จะพบว่ า เด็ ก วั ย นี้ ส่วนใหญ่จะต่อต้าน ผู้ปกครองที่เริ่มทำ�ความสะอาดฟันเมื่อลูกอยู่ใน วัยเตาะแตะแล้วจำ�เป็นทีจ่ ะต้องมัน ่ คงและสมํา่ เสมอ เพราะเด็กในวัยนี ้ มักจะต่อต้าน ร้องไห้ ไม่ชอบให้ทำ�ความสะอาดช่องปาก เนื่องจาก เด็กในวัยนี้ไม่ชอบอยู่นิ่ง และไม่เคยชินกับการทำ�ความสะอาดมาก่อน ผู้ปกครองอาจต้องหลอกล่อด้วยการเล่านิทาน ฟังเพลง หรือเลือก ใช้แปรงสีฟันที่เป็นรูปการ์ตูนที่เด็กชอบ อาจจะใช้ผ้าเช็ดตัวห่อเด็กไว้ หลังอาบนํ้า เพื่อให้สามารถแปรงฟันได้สะดวกขึ้น คุ ณ พ่ อ คุ ณ แม่ ใ ช้ แ ปรงขนาดเล็ ก ขนอ่อนนุ่มแปรงให้เด็กวันละ 2 ครั้ง หลัง อาหารเช้าและก่อนนอน ท่าแปรงฟันที่จะ เห็นบริเวณที่แปรงได้ง่าย และเด็กจะอยู่ ในท่าที่สบายคือ ให้เด็กนอนตักผู้ปกครอง หันหน้าไปทางเดียวกันและผูป ้ กครองแปรง ฟันให้ในตำ�แหน่ง 12 นาฬิกา (รูปที่ 1) เมื่อ เด็ ก โตขึ้ น สามารถให้ แ ปรงฟั น เองได้ แต่ ผู้ปกครองจำ�เป็นต้องแปรงให้สะอาดตาม รูปที่ 1

12


ชนิดและปริมาณของยาสีฟันที่ควรใช้ เนือ่ งจากเด็กไทยมีอตั ราการเกิดโรคฟันผุสงู จึงจำ�เป็นทีจ่ ะต้อง ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในเด็ก เนื่องจากฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพ ในการป้องกันฟันผุได้สูง ปริมาณยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ในเด็กที่ยังควบคุมการกลืน ไม่ได้ตอ้ งใช้ดว้ ยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในเด็กอายุตาํ่ กว่า 2 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดฟันตกกระ (fluorosis) ผู้ปกครอง ควรบีบยาสีฟันให้แตะปลายขนแปรงเป็นจุดเล็กๆ 1 จุด (รูปที่ 2) และ เช็ดฟองออกด้วยผ้าชุบนํ้าหลังแปรงเสร็จ เด็กอายุ 2-5 ปี ใช้ยาสีฟัน ขนาดเม็ดถั่วเขียว (รูปที่ 3) เด็กอายุ 6 ปี ขึ้นไป ใช้ขนาดเต็มหน้าตัด แปรง (รูปที่ 4)

รูปที่ 2 ยาสีฟันแตะปลายขนแปรงเป็นจุดเล็กๆ 1 จุด

รูปที่ 3 ยาสีฟันขนาดเม็ดถั่วเขียว รูปที่ 4 ยาสีฟันขนาดเต็มหน้าตัดแปรง

13


การแปรงฟันด้วยแปรงสีฟัน ใช้วธิ ขี ยับแปรงไปมาสัน ้ ๆ ในแนวนอน ดังรูปที่ 5 และ 6 แปรง ด้านใกล้ริมฝีปากและด้านใกล้ลิ้น บริเวณละ 4-5 ครั้ง

รูปที่ 5-6 แสดงการแปรงบริเวณฟันหน้าบนและล่าง ให้สังเกตการใช้นิ้วมือช่วย แหวกกระพุ้งแก้ม ริมฝีปากเพื่อให้การแปรงฟันสะดวกขึ้น

ในกรณีที่เด็กมีฟันกรามขึ้นแล้ว ให้วางแปรงบนด้านบดเคี้ยว ของฟันกรามและด้านใกล้แก้ม ด้านใกล้ลิ้นในฟันกรามบน ดังรูปที่ 7 และ 8 ขยับไปมาสั้นๆ 4-5 ครั้ง ในแต่ละบริเวณ ทำ�เช่นเดียวกันที่ ฟันกรามล่าง คือแปรงด้านบดเคี้ยว ด้านใกล้ลิ้นและด้านใกล้แก้ม (รูปที่ 9 และ 10) สังเกตการใช้นิ้วของมือที่ไม่ได้จับแปรงของผู้แปรงที่ จะดึงแก้มหรือกันริมฝีปากออกเพื่อให้แปรงสะดวกและมองเห็นง่าย

รูปที่ 7-8 แสดงการแปรงฟันกรามบน

14


รูปที่ 9-10 แสดงการแปรงฟันกรามล่าง

หลังจากแปรงจนครบทุกซี่และทุกด้านแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดชุ่ม นํ้าเช็ดฟองยาสีฟันออก (รูปที่ 11)

รูปที่ 11 แสดงการเช็ดฟองยาสีฟันออกหลังแปรง

สำ�หรับเด็กที่อายุ 6 ปีขึ้นไป ควรใช้ยาสีฟันเต็มหน้าตัดของ ขนแปรง (รูปที่ 4) ไม่ต้องระวังว่าจะเป็นสาเหตุของฟันตกกระ เพราะ ฟันถาวรส่วนใหญ่สร้างสมบูรณ์แล้ว และเด็กวัยนี้สามารถควบคุม การกลืนได้ดี อย่างไรก็ตามไม่ควรให้เด็กบ้วนนํ้ามากเกินไป เพราะจะ ชะล้ า งฟลู อ อไรด์ อ อกมากจนเหลื อ ค้ า งในนํ้ า ลายน้ อ ยมาก ทำ � ให้ ประสิทธิผลในการป้องกันฟันผุลดลง

15


ท™ำ�ไมต้องใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

อาจารย์ ทพญ. วิชุดา บูรณะเลิศไพศาล และ อาจารย์ ทพญ. สุดา บัลลังก์ปัทมา 1

การสร้างเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีให้แก่เด็ก สามารถสร้างได้ ด้วยการที่ผู้ปกครองช่วยแปรงฟันให้แก่เด็กตั้งแต่ฟันนํ้านมซี่แรกขึ้น ด้ ว ยการใช้ ย าสี ฟั น ผสมฟลู อ อไรด์ สำ � หรั บ เด็ ก ซึ่ ง มี ส่ ว นผสมของ ฟลูออไรด์ 500 พีพีเอ็ม วันละ 2 ครั้งโดยใช้ยาสีฟันเพียงแค่แตะ ที่ปลายขนแปรงพอชื้น การที่แนะนำ�ให้ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์นั้น เพราะต้องการให้ผิวเคลือบฟันได้สัมผัสกับฟลูออไรด์บ่อยครั้ง เพื่อ ให้ได้ประโยชน์จากฟลูออไรด์ในการป้องกันฟันผุ โดยกลไกในการ ป้องกันฟันผุของฟลูออไรด์นน ั้ เกิดจากการทีฟ ่ ลูออไรด์สามารถยับยัง้ การสูญเสียแร่ธาตุออกจากผิวฟัน และเร่งให้เกิดการสะสมแร่ธาตุที่ ผิวฟันได้ นอกจากนีย้ งั มีผลลดปริมาณและความรุนแรงของเชือ้ แบคทีเรีย ในช่องปากอีกด้วย โดยผลต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นได้แม้ฟลูออไรด์ที่ใช้มี ความเข้มข้นตํ่า การทำ�ให้สภาพแวดล้อมในช่องปากมีฟลูออไรด์อย่าง สมํ่าเสมอเป็นหัวใจสำ�คัญของการนำ�ฟลูออไรด์มาใช้ในการป้องกัน ฟันผุ รูปแบบของการใช้ประโยชน์จากฟลูออไรด์มห ี ลายรูปแบบ ทีร่ จู้ กั กันดี คือ รูปแบบทีเ่ ป็นการเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ ซึง่ แนะนำ� ให้ท�ำ ในเด็กทีม่ คี วามเสีย่ งต่อการเกิดฟันผุสงู และควรทำ�ทุก 3-6 เดือน วิธีการนี้ผู้ปกครองต้องเสียเวลาในการพาลูกไปพบทันตแพทย์และ มีค่าใช้จ่ายในการเคลือบอีก ดังนั้นการแปรงฟันด้วยการใช้ยาสีฟัน ผสมฟลูออไรด์ทุกวันจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำ�ให้ผิวเคลือบฟันได้ สัมผัสกับฟลูออไรด์และได้ประโยชน์ในการป้องกันฟันผุจากฟลูออไรด์ 1

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

16


ซึ่งผู้ปกครองทุกคนสามารถทำ�ให้ลูกได้เอง การแปรงฟันแต่ละครั้ง ใช้เวลาไม่มากไม่เกิน 2 นาที แต่ก็เพียงพอที่จะทำ�ให้ผิวเคลือบฟัน และสภาพแวดล้อมในช่องปากมีปริมาณฟลูออไรด์เพียงพอที่จะช่วย ยั บ ยั้ ง การสู ญ เสี ย แร่ ธ าตุ อ อกจากผิ ว ฟั น และเร่ ง การสะสมแร่ ธ าตุ กลับได้ เป็นการป้องกันฟันผุอกี ทางหนึง่ ทีผ่ ป ู้ กครองสามารถทำ�ได้เอง การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวันมีค่าใช้จ่ายที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับ การทีต่ อ้ งพาลูกไปพบทันตแพทย์เมือ่ เกิดฟันผุขน ึ้ แล้ว การทีผ่ ป ู้ กครอง สามารถแปรงฟันให้ลูกด้วยการใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ได้เองทุกวัน เป็นการป้องกันฟันผุที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นการพึ่งพาตนเอง และเข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

17


ท™ำ�อย่างไรให้เด็กน้อยยอมแปรงฟัน อาจารย์. ทพญ. วรางคณา จิรรัตนโสภา 1

การแปรงฟันให้ลกู รักตัง้ แต่ฟน ั ซีแ่ รกขึน ้ ฟังดูอาจเป็นเรือ่ งง่าย แต่อาจไม่งา่ ยสำ�หรับหลายๆ ครอบครัว หมอมักได้ยน ิ คำ�บ่นจากคุณพ่อ คุณแม่หลายท่านเสมอว่า ลูกไม่ยอมให้แปรงฟัน ปิดปากสนิท ร้องไห้ ดิน ้ อาละวาดทุกครัง้ เมือ่ ถึงเวลาแปรงฟันและอาจเป็นการร้องไห้มากทีส่ ดุ ในชีวิตลูกที่คุณพ่อคุณแม่เคยประสบ และบางครั้งกลายเป็นปัญหา ครอบครัวโดยเฉพาะในครอบครัวใหญ่ที่มีบุคคลในบ้านมองเห็นความ สำ�คัญของการดูแลรักษาฟันนํา้ นมไม่ตรงกัน จนคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านต้องถอดใจ หยุดกิจกรรมการแปรงฟันทันทีเมื่อลูกร้องไห้มาก เกรงว่าลูกจะเป็นอะไรไป ไม่อยากบังคับลูก ไม่อยากให้ลูกเครียด กลัวลูกเกลียดการแปรงฟัน เลยไม่แปรงให้ลูกจนลูกฟันผุ บางราย ลูกยอมแปรงฟันแต่จะทำ�เองไม่ยอมให้ใครช่วย ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าใน เด็กอายุตาํ่ กว่า 6 ขวบ กล้ามเนือ้ ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทักษะการใช้มอื มีจ�ำ กัด จึงยังแปรงฟันได้ไม่สะอาดพอ ต้องให้คณ ุ พ่อคุณแม่หรือผูใ้ หญ่ ในบ้านเป็นผู้แปรงให้ ดังนั้นการที่จะให้ลูกร่วมมือในการแปรงฟันคง ต้องพิจารณาสาเหตุทลี่ กู ไม่รว่ มมือและหาวิธกี ารทีจ่ ะทำ�ให้ลกู ร่วมมือ

การทีเ่ ด็กไม่รว่ มมือในการแปรงฟันเกิดจากสาเหตุอะไรได้บา้ ง 1. การแปรงฟันเป็นสิ่งแปลกใหม่สำ�หรับเด็ก เด็กยังไม่ คุน ้ เคยกับการมีสงิ่ แปลกใหม่เข้ามาอยูใ่ นช่องปาก ย่อมตกใจและแสดง อาการต่อต้านปฏิเสธ เหมือนกับการอาบนํา้ ให้เด็กครัง้ แรกซึง่ เด็กเกือบ ทุกรายจะร้องเสมอเมื่อนํ้าถูกลำ�ตัว หากทำ�เป็นกิจวัตร เด็กจะคุ้นเคย 1

ภาควิชาทันตกรรมสำ�หรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

18


มากขึ้น และยอมรับการแปรงฟันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำ�วัน อย่างไรก็ตามเด็กแต่ละคนจะปรับตัวยอมรับการแปรงฟันได้ช้า-เร็ว แตกต่ า งกั น ขึ้ น อยู่ กั บ พื้ น ฐานทางอารมณ์ ข องเด็ ก และเทคนิ ค ของ คุณพ่อคุณแม่ด้วย 2. เด็กเรียนรูว้ า่ จะทำ�อย่างไรถ้าไม่อยากแปรงฟัน จากที่ กล่าวไปข้างต้น ช่วงแรกเด็กจะต่อต้านการแปรงฟัน หากเด็กได้เรียนรู ้ ว่าการแสดงอาการต่อต้านได้รับการตอบรับจากคุณพ่อคุณแม่ ทำ�ให้ คุณพ่อคุณแม่หยุดการแปรงฟัน เด็กจะทำ�เช่นนี้ทุกครั้ง จนคุณพ่อ คุณแม่ถอดใจยกเลิกการแปรงฟัน หากเด็กเรียนรูว้ า่ พฤติกรรมดังกล่าว ไม่ ไ ด้ รั บ การตอบสนอง คุ ณ พ่ อ คุ ณ แม่ ยั ง คงแปรงฟั น ให้ จ นสำ � เร็ จ เด็กจะหยุดพฤติกรรมดังกล่าวและหันมาให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน 3. เด็กอยูใ่ นภาวะไม่พร้อม การแปรงฟันในช่วงทีเ่ ด็กอารมณ์ ไม่ดี หงุดหงิด ง่วงนอน ไม่สบายย่อมมีผลกระทบต่อความร่วมมือ ในการแปรงฟัน หรือในช่วงทีฟ ่ น ั กำ�ลังขึน ้ เด็กหลายๆ รายอาจมีอาการ เจ็บเหงือก ช่องปากจึงเป็นเขตหวงห้ามที่เด็กไม่อยากให้ใครเข้ามา ยุ่งเกี่ยว กลัวว่าจะทำ�ให้เจ็บมากขึ้น เด็กจึงแสดงอาการต่อต้านเป็น อย่างมากเมื่อถึงเวลาแปรงฟัน 4. การมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ประสบการณ์เป็นสิ่งสำ�คัญ ที่จะทำ�ให้เด็กยอมรับการแปรงฟันได้ยากหรือง่าย เช่น เด็กที่เคย มีประสบการณ์กับการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปากแล้วกลัว เช่น การดูดเสมหะในลำ�คอ ก็จะยอมรับการแปรงฟันได้ยาก หรือเด็กที่ รู้สึกว่าการแปรงฟันทำ�ให้เจ็บ หัวแปรงไปกระทุ้งบริเวณแก้มเป็นแผล ก็อาจจะส่งผลให้เด็กไม่อยากแปรงฟัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง ไม่ท�ำ ให้เด็กเจ็บจากการแปรงฟันอีก เด็กจะได้เปลีย่ นทัศนคติ ยอมรับ การแปรงฟัน

19


5. เด็กอยากแปรงฟันเองเป็นเรือ ่ งธรรมชาติ เมือ่ กล้ามเนือ้ มีการพัฒนามากขึ้น สามารถเคลื่อนไหว หยิบจับอะไรได้ เด็กก็อยาก จะทดสอบความสามารถของตนเอง ประกอบกับอยูใ่ นวัยแห่งการเลียน แบบ จึงอยากแสดงให้เห็นว่าตนแปรงฟันได้เหมือนผูใ้ หญ่ ดังนัน ้ การที่ เด็กอยากจะแปรงฟันเองจึงเป็นเรื่องปกติ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องหาวิธี ที่สามารถแปรงฟันให้เด็กเองได้ด้วย

มีวิธีการอย่างไรให้เด็กอยากแปรงฟัน

1. สร้างความคุ้นเคย

สร้างความคุน ้ เคยในการมีสงิ่ แปลกปลอมเข้าไปในปาก ก่อนการใช้แปรงสีฟัน โดยเฉพาะในช่วงก่อนฟันขึ้น อายุ 4-5 เดือน ผู้ปกครองอาจใช้ผ้าสะอาดชุบนํ้าต้มสุกเช็ดทำ�ความสะอาดสันเหงือก ทุกวัน เพือ่ ให้เด็กคุน ้ เคยกับการทำ�ความสะอาดและความสะอาดของ ช่องปาก

สร้างความคุ้นเคยโดยให้เด็กเห็นการแปรงฟันของ พ่อแม่ พี่น้อง หรือจากสื่อต่างๆ เช่น จากหนังสือ รูปภาพ โทรทัศน์ ให้เด็กรับทราบว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องปฏิบัติ เมื่อถึงเวลาที่เด็กต้อง แปรงฟัน เด็กจะยอมรับได้ง่ายขึ้น

2. ให้เด็กมีส่วนร่วม

ให้เด็กมีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แก้วนํ้า อาจมีหลายชิ้นให้เลือก และให้เด็กรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของ

ให้เด็กมีสว่ นร่วมในการแปรงฟัน เช่น ให้เด็กแปรงฟัน ด้วยตนเองก่อน แล้วคุณพ่อคุณแม่จึงช่วยแปรงซํ้า หรือ สลับกันแปรงฟัน โดยให้เด็กแปรงฟันให้ผู้ปกครอง และผู้ปกครองแปรงฟันให้แก่เด็ก ซึ่งทำ�ให้เด็กได้แสดงความสามารถ ภูมิใจที่ทำ�ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ เป็นต้น

20


3. สร้างบรรยากาศ

ควรแปรงฟันในช่วงที่เด็กอารมณ์ดี ไม่อยู่ในสภาพ ที่หงุดหงิด งอแง หรือง่วงนอน และไม่อิ่มจนเกินไป

สร้างบรรยากาศก่อนการแปรงฟัน เช่น ให้ฟังนิทาน หรือดูการ์ตูนที่เกี่ยวกับการแปรงฟัน ให้เด็กแปรงฟันให้ตุ๊กตา หรือให้ เด็กเห็นว่าคุณแม่แปรงฟันให้พๆี่ และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ใครๆ ก็ ขอหอมปากพีแ่ ละได้ค�ำ ชม ซึง่ เป็นการกระตุน ้ ให้เด็กรูส้ กึ อยากแปรงฟัน

สร้างบรรยากาศขณะแปรงฟัน เช่น อาจใช้สื่อต่างๆ เช่น เสียงเพลง สื่อโทรทัศน์ วีดีโอประกอบการแปรงฟัน และทำ�ไป พร้อมๆ กับสื่อ หรือคุณแม่อาจเล่านิทาน สร้างตัวการ์ตูนขึ้นให้เด็ก จินตนาการตาม หรือร้องเพลงขณะแปรงฟัน นับจำ�นวนฟันไปแปรงฟันไป มีการนำ�ตุก๊ ตาทีเ่ ด็กชืน ่ ชอบมาเรียงไว้เพือ่ ให้เห็นว่ากำ�ลังดูเด็กแปรงฟันอยู ่ เป็นต้น ในเด็กที่ไม่ร่วมมือคุณพ่อคุณแม่ควรดำ �เนินการแปรงฟัน ต่อ เพิกเฉยต่อพฤติกรรมต่อต้านของลูก เล่านิทาน ร้องเพลงไป หรือคุยกับลูกปกติ ในที่สุดลูกจะหันมาร่วมกิจกรรมกับคุณพ่อคุณแม่

สร้างบรรยากาศหลังการแปรงฟัน หลังการแปรงฟัน เด็กควรได้รับคำ�ชมจากผู้ปกครอง อาจมีการให้สติกเกอร์เป็นรางวัล หรือทำ�ตารางบันทึกการแปรงฟันโดยให้เด็กเลือกสติกเกอร์ไปติด ในตารางหลังจากแปรงฟันแล้ว หากได้สติกเกอร์ครบจะได้รางวัล ที่เด็กอยากได้ เป็นต้น 4. สร้างกิจวัตร การแปรงฟันควรทำ�อย่างต่อเนือ่ งและสมํา่ เสมอ ทำ�ให้เด็กทราบว่าต้องปฏิบตั เิ มือ่ ใด เช่น หลังจากดืม่ นมก่อนนอน ทุกคนต้องแปรงฟัน หรือก่อนเปลีย่ นชุดนอนต้องไปแปรงฟันก่อน หรือ เมื่อเพลงประจำ�ดังขึ้นขึ้นมาทุกคนต้องแปรงฟัน เป็นต้น 5. ให้ เ ด็ ก เห็ น ความสำ� คั ญ การทำ � ให้ เ ด็ ก เห็ น ประโยชน์ หรือความสำ�คัญในการแปรงฟัน จะทำ�ให้เด็กอยากแปรงฟันมากขึ้น

21


เช่น ให้เด็กรับประทานอาหารเหนียวๆ แล้วติดฟันหรือทำ�ให้ฟันดำ� หรืออาจทำ�การย้อมสีฟันแล้วให้เด็กส่องกระจกดูฟันตนเอง จากนั้น ให้ไปแปรงฟัน ให้เด็กเห็นว่าการแปรงฟันจะช่วยกำ�จัดเศษอาหาร คราบสีต่างๆ ที่ติดฟันได้ 6. เทคนิคในการแปรงฟันต้องดี การแปรงฟันให้เด็กได้ สะอาดนั้น คุณแม่ต้องมองเห็นช่องปากของเด็กได้อย่างชัดเจน และ ศีรษะเด็กควรมีทพ ี่ กั พิง ซึง่ สามารถทำ�ได้โดยให้เด็กนอนบนตักคุณแม่ หรือนอนบนทีน ่ อน คุณแม่นงั่ อยูเ่ หนือศีรษะเด็ก หรือให้คณ ุ แม่นงั่ บน เก้าอีแ้ ละเด็กยืนหรือนัง่ อยูร่ ะหว่างหว่างขาคุณแม่ หรือคุณแม่ยน ื เด็ก นัง่ อยูบ ่ นเก้าอี้ เด็กและคุณแม่หน ั หน้าไปในทิศทางเดียวกัน ศีรษะเด็ก พิงอยู่บนตักหรือลำ�ตัวคุณแม่ ให้เด็กเงยหน้าขึ้น คุณแม่ควรอยู่ใน ตำ�แหน่งที่มองเห็นช่องปากเด็กได้ชัดเจน และไม่ก้มศีรษะหรือก้มหลัง มากเกินไป ส่วนเด็กที่ไม่ร่วมมือคุณแม่อาจใช้ขาหนีบแขนขาและลำ�ตัว เด็กเอาไว้ และใช้มือข้างหนึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะ หรือใช้ ผ้าห่มผืนใหญ่หอ่ ลำ�ตัวแขนขาเด็กเอาไว้เหมือนดักแด้ ในกรณีมผี ชู้ ว่ ย ให้คุณแม่และผู้ช่วยนั่งบนเก้าอี้ที่ไม่มีล้อ หันหน้าเข้าหากัน นำ�เด็กมา นอนบนตัก โดยศีรษะเด็กอยู่ด้านคุณแม่ ขาข้างขวาของเด็กจะอยู่ข้าง ลำ�ตัวด้านซ้ายของผู้ช่วย ขาข้างซ้ายจะอยู่ข้างลำ�ตัวด้านขวาของผู้ช่วย ผู้ ช่ ว ยจะใช้ ต้ น แขนหนี บ ขาเด็ ก เข้ า กั บ ลำ � ตั ว และจั บ มื อ เด็ ก เอาไว้ คุณแม่จะเป็นใช้มอื และลำ�ตัวควบคุมการเคลือ่ นไหวบริเวณศีรษะและ แปรงฟันให้แก่เด็ก หากสามารถจับยึดเด็กได้ดีจะทำ�ให้แปรงฟันได้ สะอาดไม่เจ็บ เด็กร้องดิ้นอยู่ไม่นานก็แปรงสำ�เร็จทำ�ให้เด็กไม่รู้สึกแย่ กับการแปรงฟัน จะเห็นว่าได้วา่ การทำ�ให้เด็กร่วมมือในการแปรงฟันนัน ้ มีหลาก หลายวิธี การหาสาเหตุที่ทำ�ให้เด็กไม่ร่วมมือ คุณพ่อคุณแม่ไม่เครียด ไปกับพฤติกรรมของเด็ก มีความอดทนและสมํ่าเสมอ เลือกใช้เทคนิค ที่เหมาะสมกับตัวเด็ก เชื่อว่าเด็กจะยอมรับการแปรงฟันในที่สุด

22


Love at the first teeth: my first dental visit เมื่อหนูมาหาคุณหมอฟันเป็นครั้งแรก อาจารย์ ทพญ. ดร. ปฏิมาพร พึ่งชาญชัยกุล 1

คุณพ่อ คุณแม่หลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ ในการพาลูก ไปพบทันตแพทย์เป็นครัง้ แรก หรืออีกหลายๆ ท่านอาจกำ�ลังคิดอยูว่ า่ เมือ่ ไรจึงควรจะเริม่ พาลูกไปพบทันตแพทย์ และจะเลือกพบทันตแพทย์ อย่างไร หลายๆ ท่าน อาจไม่ทราบว่า ทันตแพทย์สำ�หรับเด็ก เป็น สาขาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่มีการรับรองโดยทันตแพทยสภา แห่งประเทศไทย ซึ่งทันตแพทย์สำ�หรับเด็กต้องได้รับการฝึกฝนอบรม เพิม่ เติม เพือ่ ให้มคี วามรูค้ วามสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปาก เข้าใจ พัฒนาการและการใช้จติ วิทยาในการให้การรักษาและปรับพฤติกรรม รวมถึงประเมินการพัฒนาการของฟัน ช่องปาก และขากรรไกรของ เด็กเล็กไปจนถึงเริม่ เข้าสูว่ ยั รุน ่ โดยอาจหาข้อมูลเพิม่ เติมจาก เว็บไซต์ ของชมรมทันตกรรมสำ�หรับเด็กแห่งประเทศไทย

ท™ําไมต้องมีทันตแพทย์เฉพาะทางสำ�หรับเด็ก ? งานทันตกรรมสำ�หรับเด็ก นอกจากการให้การรักษา เช่น อุดฟัน รักษารากฟันเด็ก หรือการใส่ครอบฟัน ยังรวมถึงการให้คำ�แนะนำ� แก่เด็กและครอบครัวในการป้องกันการเกิดโรคในช่องปาก โดยต้อง มีการติดตามสุขสภาวะช่องปากและการพัฒนาของฟัน การเจริญเติบโต ของใบหน้า และขากรรไกร ซึ่งเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายที่ สำ�คัญอย่างยิง่ คือ การปรับทัศนคติของเด็กและครอบครัว ให้สามารถ 1

ภาควิชาทันตกรรมสำ�หรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

23


ดู แ ลสุ ข ภาพช่ อ งปากได้ ด้ ว ยตนเอง และมารั บ การตรวจฟั น โดย ทันตแพทย์ เป็นระยะอย่างสมํ่าเสมอ

มาพบทันตแพทย์ครั้งแรกเป็นอย่างไร ? อาจเปรียบได้กบั การไปโรงเรียน เป็นวันแรก การมาพบทันตแพทย์ ครั้งแรกของเด็ก จะเป็นการปูพื้นฐานการรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี จนเป็นผูใ้ หญ่ ทัง้ นี ้ คุณพ่อ คุณแม่จะมีบทบาททีส่ �ำ คัญในการเตรียม ความพร้อมของเด็ก เช่น การพูดคุยกับลูกให้มีทัศนคติที่ดีในการ มาพบทันตแพทย์ ผูป ้ กครองควรเลือกพบทันตแพทย์ทมี่ คี วามคุน ้ เคย ในการดูแลเด็ก เพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ดีและได้รับข้อมูลการดูแล สุขภาพช่องปากทีเ่ หมาะสม เช่น การแปรงฟันทีถ่ กู วิธ ี การใช้ยาสีฟน ั ทีเ่ หมาะสมสำ�หรับเด็ก การเลือกรับประทานอาหาร ของว่างหรือขนม และเครือ่ งดืม่ ทีไ่ ม่ท�ำ ให้เกิดฟันผุ ในครัง้ แรกทีพ ่ บทันตแพทย์อาจเป็น เพียงการตรวจฟันโดยให้เด็กนอนบนตักผู้ปกครองเพื่อให้เกิดความ คุ้นเคย จะเป็นการดีอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะพาเด็กมาพบทันตแพทย์ ก่อนจะเริม่ มีอาการปวดหากมีฟน ั ผุแล้ว ทันตแพทย์อาจเริม่ การรักษา จากงานที่ ง่ า ย ใช้ เ วลาน้ อ ยเพื่ อ ปรั บ ให้ เ ด็ ก คุ้ น เคยกั บ ทั น ตแพทย์ บรรยากาศในห้องทำ�ฟันและเครื่องมือทำ�ฟันต่างๆ รวมทั้งการอยู่บน เก้าอีท ้ �ำ ฟัน และเป็นการทำ�ให้ทน ั ตแพทย์ได้ทราบถึงบุคลิกภาพของเด็ก และทัศนะของผู้ปกครอง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเราทำ�งานเป็นทีมเดียวกัน ทั้งครอบครัว เด็กและคุณหมอ เพื่อให้การดูแลสุขภาพช่องปากของ ลูกสามารถทำ�ได้เหมาะสมสำ�หรับแต่ละครอบครัว และควรมาพบ ทันตแพทย์ครัง้ แรกหลังจากทีฟ ่ น ั นํา้ นมซีแ่ รกขึน ้ มาแล้วไม่เกิน 6 เดือน ในกรณีที่เด็กปรับตัวต่อการทำ�ฟันยาก หรือมีโรคประจำ�ตัว ที่จำ�เป็นต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมอย่างเร่งด่วน ทันตแพทย์ สำ�หรับเด็กอาจแนะนำ�ให้ปรับพฤติกรรมทางเภสัชศาสตร์ เช่น การใช้ ยาสงบประสาท ก๊าซไนตรัสออกไซด์รว่ มกับการทำ�ฟัน หรือการทำ�ฟัน

24


ภายใต้ยาสลบ ซึ่งเป็นการรักษาที่ต้องทำ�โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และต้องทำ�งานร่วมกับบุคลากรการแพทย์อน ื่ ๆ เช่น กุมารแพทย์ และ วิสญ ั ญีแพทย์ ในสถานพยาบาลทีม่ เี ครือ่ งมือทีเ่ หมาะสม อย่างไรก็ตาม การรักษาทางทันตกรรมโดยเภสัชศาสตร์ คงไม่ใช่ทางเลือกอันดับต้นๆ ของการรักษาทันตกรรมสำ�หรับเด็ก เนือ่ งจากเป็นการรักษาทีซ่ บ ั ซ้อน และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำ�เป็น ความสำ � เร็ จ ในงานทางทั น ตกรรมสำ � หรั บ เด็ ก มิ ไ ด้ จำ � กั ด แต่เพียงรักษาโรคฟันผุจนเสร็จสิน ้ สวยงาม แต่รวมถึงการปรับทัศนคติ ของเด็กและผู้ปกครอง ให้สามารถดูสุขภาพช่องปากได้ และมารับ การตรวจฟันโดยทันตแพทย์สำ�หรับเด็กเป็นประจำ� โดยมีเป้าหมาย ให้เด็กและครอบครัวมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง มีการพัฒนาการที่ดี ซึ่ ง เป็ น การลดการเจ็ บ ป่ ว ยของเด็ ก ลดภาระของคุ ณ พ่ อ คุ ณ แม่ และการสาธารณสุขของประเทศไทย

25


ความยากล™ำ�บากในการให้การรักษา ทางทันตกรรมแก่เด็กเล็ก ผศ. ทพญ. ดร. วริศรา ศิริมหาราช 1

“คุณแม่ไหวก่ ถ้าบ่ไหวออกไปนั่งรอข้างนอกห้องก่อนบ๋อ” หมอจ๋าถาม เมือ่ สังเกตเห็นคุณพริง้ ทำ�หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ “คะเจ้า บ่เป็นหยังเจ้า แต่เอ็นดูลกู บ่ดาย” คุณพริง้ ตอบ ระหว่างทีม่ องน้องนํา้ ตาล ลูกน้อยคนเดียววัย 2 ขวบ ร้องไห้เสียงดังขณะรับการถอนฟันหน้า นํ้านมบน 2 ซี่ “คะเจ้าหันละว่า เขลูกแปรงฟัน ยังง่ายกว่าเขลูก ทำ�ฟันแหม” คุณแม่พริ้งเอ่ย คุณพริง้ พาน้องนํา้ ตาลมาหาหมอจ๋าครัง้ แรกเมือ่ สัปดาห์ทแี่ ล้ว เนื่องจากน้องนํ้าตาลมีเหงือกบวมแดงบริเวณฟันตัดนํ้านมบนซี่กลาง และปวดมากจนทานอาหารไม่ได้ คุณพริ้งบอกว่าน้องนํ้าตาลมีฟัน หน้าบนผุมานานแล้ว ปวดๆ หายๆ มีเหงือกบวมมาหลายครั้งแล้วก็ ยุบไป คุณพริง้ ได้พาลูกไปหาหมอฟันมาหลายทีท ่ งั้ โรงพยาบาลประจำ� อำ�เภอและคลินกิ เอกชน แถวบ้านแต่กไ็ ม่ได้รบ ั การรักษาใดๆ เนือ่ งจาก ลูกไม่ให้ความร่วมมือเลย หมอฟันที่ไปพบได้แนะนำ�ให้พาน้องนํ้าตาล มาที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีคลินิกทำ�ฟัน เฉพาะสำ�หรับเด็กและมีหมอฟันที่เชี่ยวชาญในการรักษาฟันให้เด็ก จึงได้พาลูกมาที่นี่ ซึ่งทั้งคู่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นรถประจำ�ทางเข้ามา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

1

ภาควิ ช าทั น ตกรรมจั ด ฟั น และทั น ตกรรมสำ � หรั บ เด็ ก คณะทั น ตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

26


จากการตรวจในช่องปาก พบว่า บริเวณฟันตัดนํา้ นมบนซีก่ ลาง ทั้ง 2 ซี่ มีการผุลุกลามถึงประสาทฟัน เหลือเนื้อฟันในส่วนตัวฟัน เพียงเล็กน้อย เหงือกบริเวณนั้นมีการอักเสบบวมแดง ภาพถ่ายรังสี แสดงให้เห็นการละลายตัวของกระดูกบริเวณรอบๆ รากฟันอย่างมาก จึงให้ทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดเพื่อลดการอักเสบ และให้กลับ มาถอนฟันเนื่องจากไม่สามารถเก็บรักษาฟันทั้ง 2 ซี่นี้ได้ นอกจากนี ้ น้องนํ้าตาลยังมีฟันผุขนาดใหญ่และลึกอีกหลายซี่ สุขภาพช่องปาก โดยรวมของน้องนํา้ ตาลถือว่าแย่มาก มีเศษคราบอาหารเกาะบนตัวฟัน เกือบทุกซี่ เหงือกแดงอักเสบ เมื่อถามถึงการดูแลทำ�ความสะอาด ช่องปาก น้องนํา้ ตาลแปรงฟันเอง แต่สว่ นใหญ่ไม่คอ่ ยแปรง และไม่ยอม ให้คุณแม่หรือใครช่วยแปรงเลย จะวิ่งหนีหรือดิ้นทุรนทุรายทุกครั้ง แถมซํ้ายังชอบดูดนมหวานใส่ขวดนมนอนอีกต่างหาก ตอนนี้คุณแม่ ตั้งท้องคนที่ 2 ได้ 7 เดือนแล้ว ยิ่งไม่มีแรงมาไล่จับน้องนํ้าตาล เพื่อสุขภาพช่องปากของน้องนํ้าตาลและน้องใหม่ซึ่งจะคลอด ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หมอจ๋าจึงอธิบายให้คุณพริ้งเข้าใจถึงปัญหาที่ จะเกิดหากปล่อยให้ลูกมีฟันผุลุกลามตั้งแต่ยังเล็กโดยเฉพาะช่วงอายุ น้อยกว่า 3 ปี ปัญหาแรกคือ เด็กจะมีอาการปวดฟัน บางทีถึงขั้นปวด จนนอนไม่ได้ รับประทานอาหารได้ลดลง ส่งผลต่อสุขภาพจิตใจและ ต่อการเจริญเติบโตของเด็ก เมื่อต้องไปหาหมอฟัน ก็หาหมอฟันที่มี ความเชี่ยวชาญในการรักษาฟันเด็กได้ยากและมีอยู่น้อย โดยเฉพาะ ในส่วนภูมภิ าค เมือ่ เข้ารับการรักษา เด็กวัยนีจ้ ะทำ�การรักษาได้ยากกว่า เด็กโตหรือผู้ใหญ่ เพราะมักจะเกาะติดผู้ปกครองและคนใกล้ชิดแจ ไม่คน ุ้ เคยและกลัวคนแปลกหน้าเช่นหมอฟัน การจะใช้การปรับพฤติกรรม เพือ่ ให้เด็กให้ความร่วมมือต่อการรักษาก็ท�ำ ได้ยาก เพราะยังคุยสือ่ สาร หรือให้เด็กทำ�ความเข้าใจต่อการรักษาได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ ยังต้อง สูญเสียเงินทองโดยใช่เหตุ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่ารักษาฟัน หรือ ค่ารักษาภายใต้การดมยาสลบ (หากมีฟันที่ต้องรักษามาก) บางคน

27


ฟั น ผุ ติ ด เชื้ อ เข้ า สู่ บ ริ เ วณอื่ น ถึ ง ขั้ น เข้ า โรงพยาบาล เสี ย ค่ า รั ก ษา พยาบาลอีก คุณพ่อคุณแม่ก็อาจต้องหยุดงานบ่อยเพื่อดูแลลูกอีก ดั ง นั้ น เพื่ อ หลี ก เลี่ ย งปั ญ หาดั ง กล่ า ว การเน้ น ทั น ตกรรม ป้องกันจึงสำ�คัญยิ่ง ควรแปรงฟันให้ลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น วันละ 2 ครั้งเช้าและก่อนนอนหรือทุกครั้งหลังอาหารถ้าทำ �ได้ การดูแล ทำ � ความสะอาดฟั น ลู ก อย่ า งสมํ่ า เสมอเป็ น การตรวจช่ อ งปากลู ก ไปด้วย ทำ�ให้หากพบเห็นสิ่งผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ก็จะได้ปรึกษาและ รับการรักษาจากหมอฟันได้แต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกนิสัย การดูแลสุขภาพช่องปากให้ลูกด้วย หากเด็กต้องการแปรงฟันเอง ควรมีการควบคุมดูแลและแปรงฟันซํ้าให้เด็ก ไม่ควรให้เด็กเล็กทาน อาหารหรือนมที่ผสมนํ้าตาลเพื่อไม่ให้เด็กติดหวานและลดความเสี่ยง ต่อการเกิดฟันผุ ควรเลิกดูดนมจากขวดโดยเฉพาะดูดนมขวดหลับ ภายในอายุ 1 - 1 ½ ปี ควรพาลูกไปหาหมอฟันตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น และทุกๆ อย่างน้อย 6 เดือน เพื่อจะได้รับคำ�แนะนำ�ในการดูแล ทำ�ความสะอาดฟันและช่องปากอย่างถูกต้อง พร้อมกับสร้างความ คุ้นเคยกับงานทางทันตกรรมให้ลูกด้วย

28


¾ÔÁ¾·Õè : ˨¡. âç¾ÔÁ¾¤Åѧ¹Ò¹ÒÇÔ·ÂÒ 0-4332-8589-91, 0-4332-8592

หนังสือ First Love First Tooth  

รวมบทความ First Love,First Tooth เป็นความพยายาม ของเครือข่าย“ลูกรักฟันดีเริ่มที่ซี่แรก” ที่จะรณรงค์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองสนใจมาช่วยกันดูแลฟันน้...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you