ประวัติพาสาน
อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา
ประวัติความเป็ นมา ความเป็นมาของอาคารพาสาน อาคารสัญญาลักษณ์ต้นเเม่น้ำเจ้าพระยา
หรือ "พาสาน" เริ่มตั้ง ปี พ.ศ.2547 โดย นายจิตตเกษมณ์ นิโจน์ธนรัฐ นายก เทศมนตรีนครสวรรค์ เเละสมาชิกสภาเทศบาลนครสวรรค์ จัดตั้ง "ชมรมคน
รักษ์ต้นเเม่น้ำเจ้าพระยา" จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณในเขตเทศบาล และ หนึ่งในโครงการเหล่านั้นคือ แนวทางการพัฒนาพื้นที่บริเวณเกาะยม เป็นจุด กำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำสองสี จึงเกิดโครงการ
ประกวดออกแบบ เพื่อสร้างสัญญาลักษณ์ต้นเเม่น้ำเจ้าพระยา โดยสมาคมสถา ปานิกสยามให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งเป็น แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครสวรรค์
ประวัติพาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา
โครงการก่อสร้างพาสาน โครงการก่อสร้างอาคารพาสาน เริ่มก่อสร้าง ปี พ.ศ. 2559 ได้รับ
งบประมาณจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ปีงบประมาณ 2559-2562 จำนวน 117,6000,000 บาท
พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ดินของเอกชน มีเนื้อที่ 3.48 ไร่ ซึ่งคุณวรรณี
ไชยประสิทธิ์ ได้บริจาคที่ดินให้เทศบาลนครนครสวรรค์ เนื้อที่ 1.3 ไร่ และ ที่ดินอีกส่วน เนื้อที่ 2.18 ไร่
การประกวดแบบ การประกวดแบบโดยชมรมสถาปนิกสยาม มีผู้ส่งแบบเข้าร่วมประกวด
99 แบบ แบบที่ชนะเลิศคือผลงาน ของ นายไกรภพ โตทับเที่ยง ชื่อผลงานว่า
“พาสาน”มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” โดยการนำพาผู้คนต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรมมา
ผสมผสาน อาคารเป็นสถาปัตยกรรมเชิง สัญลักษณ์ มีลักษณะคล้ายสะพานแบ่ง ออก เป็น 4 ส่วน เสมือนแม่น้ำทั้ง 4 สาย ลักษณะโค้งนี้เป็นการออกแบบให้
อาคารสามารถคงอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่จะมีน้ำขึ้นสูงในช่วงฤดูน้ำหลาก และ สามารถชมความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ได้ท่ามกลางสายน้ำ
ประวัติเพิ่มเติม มีการสร้างพระเเม่กวนอิมองค์เล็ก 1 องค์ ชาวบ้านรวมเงินกันซื้อ
ที่ดินประมาณ 850000 บาท เเละทางเทศบาลได้ลงนามสัญญายกที่ดินให้จัด
ทำเเละตอนหลังได้มีการช่วยกันบริจาคสร้างองค์เจ้าเเม่กวนอิมขนาดใหญ่อยู่ที่ จีน เเละมีการจะต่อเติมสะพานข้ามไปอีกฝั่งเเละไว้ใช้ชมทิวทัศน์สร้างพื้นที่ อำนวยสะดวกให้กับคนชรา
ประวัติแม่น้ำน่าน แม่น้ำน่านมีต้นกำเนิดในเทือกเขาหลวงพระบาง ในเขต อ.บ่อเกลือ
จ.น่าน จากตาน้ำจุดเล็กๆ ไหลรวมกันโดยไหลขึ้นไปทางเหนือ ผ่าน อ.เฉลิม
พระเกียติ จ.น่าน แล้ววกลงใต้ ผ่าน อ.ทุ่งช้าง อ.เชียงกลาง อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง อ.เวียงสา อ.นาน้ อย อ.นาหมื่น แล้วก็ผ่านจังหวัด
อุตรดิตถ์ที่มีเขื่อนสิริกิติ์กั้นอยู่ แล้วไหลผ่านไปยังพิษณุโลก พิจิตร และไหล รวมกับแม่น้ำปิง ที่จังหวัดนครสวรรค์ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา รวมความ ยาวประมาณ 740 กิโลเมตร
ประวัติแม่น้ำปิ ง แม่น้ำปิง แม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทย มีต้นน้ำอยู่ที่ดอยเชียงดาว
ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไหลลงทางใต้ผ่านจังหวัดลำพูน สายน้ำ ไหลอยู่ในหุบเขาระหว่างทิวเขาถนนรงชัยกลางกับทิวเขาผีปันน้ำ ตะวันตก
ผ่านเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตาก ก่อนที่จะไหลรวมกับแม่น้ำวัง ที่อำเภอบ้านตาก
และไหลลงใต้ผ่านจังหวัดกำแพงเพชร แล้วบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ อำเภอเมือง นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และจากจุดนี้ไปเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยแม่น้ำปิงมีความยาวทั้งสิ้น 658 กิโลเมตร
ประวัติแม่น้ำวัง แม่น้ำวัง เป็นแม่น้ำที่สั้นที่สุดในบรรดาแควทั้งสี่สายของแม่น้ำเจ้า
พระยา จุดกำเนิดต้นน้ำมากจากทิวเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอพาน จังหวัด
เชียงราย ไหลผ่านอำเภอแจ้ห่ม อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ผ่านเขื่อนกิ่วลม และไหลไปทางตะวันตกเฉียงใต้เข้าหาแม่น้ำปิง แล้วไหลไปสบกับแม่น้ำปิง
ทางฝั่งซ้ายเหนือบ้านปากวัง อำเภอตาก จังหวัดตาก แล้วไหลลงใต้ผ่านจังหวัด กำแพงเพชร แล้วบรรจบกับแม่น้ำน่านที่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัด
นครสวรรค์ กลายเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแม่น้ำวังจะมีความยาว ประมาณ 400 กิโลเมตร
ประวัติแม่น้ำยม แม่น้ำยม มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาผีปันน้ำ บริเวณดอยภูลังกา
อำเภอปง จังหวัดพะเยา ไหลผ่านที่ราบในอำเภอปง ผ่านอำเภอม่วน จังหวัด พะเยา มาบรรจบกับลำน้ำางาวที่สบงาว อำเภอสอง จังหวัดแพร่ จากนั้นไหล วกไปทางตะวันตก ผ่านจังหวัดสุโขทัย และพิษณุโลก แล้วไหลไปทางตะวัน
ออกเฉียงใต้ใกล้แม่น้ำน่าน ก่อนที่จะบรรจบกันที่ปากน้ำเกยไชย บ้านเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลต่อไปเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำ เจ้าพระยา รวมความยาวแม่น้ำยม ประมาณ 700 กิโลเมตร
ประวัติแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบกัน จะ
มองเห็นความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน คือ แม่น้ำน่านจะมีสี
ค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างเขียว เมื่อไหลมาบรรจบกันแล้วจึง ค่อย ๆ รวมตัวกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ที่สำคัญ ของประเทศ
สมาชิก 1.นางสาวอรพรรณ กรีอารีย์
เลขที่ 32
3.นางสาวชฎาณัฐชณาพร คำดี
เลขที่ 26
2.นางสาวจิราภรณ์ อยู่สนิท
เลขที่ 25