Page 1


สนทนาภาษาดอกไม้

think ๆ

By...ปุยฝัน

1


hygiene

think ๆ

2

By...Choco’luv


สิ่งมีชีวิตในโรงเรียน

think ๆ

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า...ยาม ถ้ า พู ด ถึ ง ยามทุ ก คนคงจะนึ ก ถึ ง คุ ณ ลุ ง แก่ที่มีหน้าที่เฝ้าโรงเรียน ยิ่งมองไกลๆยิ่งคล้ายมาริ โอ้ . ..ถ้ า ใครกำ�ลังคิดถึงพ่อหนุ่มเมาเร่อคนนั้นล่ะก็ ขอให้คุณ รีบชักปลั๊กโดยไวคุณ เปิดช่อง ผิดซะ-แล้วล่ะ  ที่ผมกำ�ลังพูดถึงคือคุณลุงหมวกแดงขี่เต่าเก็บเก็บ เห็ดช่วยเจ้าหญิงฆ่ามังกร ต่างหาก  แต่ในชีวิตจริงเศรษฐกิจช่างฝืดเคืองจะ เก็บเห็ดไปก็ไร้ราคา ลุงหนวดเราเลยหันเห มาเก็บขวดที่มีราคาดีกว่าเห็ด เป็นไหนๆ      ผมเชื่อว่าใครหลายๆคนคงไม่ชอบหรือไม่พอใจในการกระทำ� ของลุงหนวดคนนี้มากนัก อาจจะเพราะคุณลุงท่านแก่ไปหรือเปล่า เข้าใกล้ วัยทองแล้วหรือไรเวลาพูดอะไรทีนึง เบาหน่อยเถอะผมขอล่ะ...แล้วบางทีดีไม่ ดีก็ด่าเอาซะอย่างนั้นล่ะ - -* บางทีอารมณ์ดีๆพอมาเห็นหน้าแกทีล่ะถึงกับขี้ ไม่ออกกันเลยทีเดียว......เฮ้ออออออออออ เอาล่ะผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งถึงมันไม่ถูกมันก็ต้องผิด อยู่ดีผิด (จะพูดทำ�ไม ??)  ผมเชื่อว่าอะไรที่มันเปลี่ยนไม่ได้เราก็ เปลี่ยนใจให้มอง ให้ยอมรับมันก็จบแค่นี้เอง เรามาลอง มองหาสิ่ ง ดี ๆ ที่ ซ่ อ นอยู่ ภ ายใต้ ห มวกและหนวดกั น เถอะ  เอาล่ะถึงจะหน้าโหดไปหน่อยหรือคำ�พุดคำ�จาอาจจะฟังดู รุนแรงไป แต่คุณลุงก็ทำ�ตามหน้าที่ที่ได้รับมาอย่างสม บทบาท  อย่างเช่น เวลาเราจะออกจากโรงเรียนทีนึง ต้องผ่านด่านกัน ถ้าเป็นหนังจีนก็เปรียบได้ กับด่าน 1 8 อรหันต์เชียวล่ะ   มีลายเซ็นไม่ครบ...ไม่ให้ออก...

3


think ๆ

4

ไ ม่ มี ผู้ใหญ่มา ไม่ให้ออก อืมมมม เหมาะ สมแล้วที่ได้รับบทเป็นผู้เฝ้าประตูด่านแรก ข้าน้อยขอ คารวะจากใจจริง  ถ้าเป็นนักแสดงนี่ผมก็ต้องให้ตุ๊กตาทองกับ คุณลุงท่านนี้กันเลยทีเดียว อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยความสามารถ และความซื่อตรงต่อเวลาและหน้าที่ ไม่มีโกงกินไม่มีรับใต้-โต๊ะไม่มี เอาเปรียบ ถ้ามองดีๆแล้วสิ่งที่ทำ�ลงไปนั้นมันก็หน้าที่ของเค้าทั้งนั้น ล่ะ  ลองคิดดูกันเล่นๆน่ะูว่าโรงเรียนเราไม่มีคุณลุงคนนี้แล้วโรงเรียน ของเราจะเป็นอย่างไร แขกไปใครมาจะไปสนอะไร  ดีไม่ดีบางวันอาจ จะมีถุงดำ�ที่ไม่ประสงค์จะเอ่ยนามว่าข้างในนั้นมีอะไร วันนั้นล่ะงาน เข้า เพราะอย่างนี้ ก็จงเข้าใจในสิ่งที่คุณลุงเขาทำ�เถอะ คุณลุงทำ� ไปด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและความหวังดีจริงๆ

By...ชายอารมณ์เปลี่ยว


เด็ดพริกจิกเกรดสี่

think ๆ

5

เคล็ดวิชาทำ�อย่างไรให้เรียนดี 1.เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้าเราได้ทำ�ในสิ่งที่เราชอบแล้ว เชื่อสิ ว่าทุกอย่างจะต้องออกมาดี 2.เลือกวิชาผ่อนคลายบ้างก็ดี น ไม่ใช่เครื่องจักรกล ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็ต้องวิชาการ ต้องอย่างงั้น อย่างงี้ เราเป็นมนุษย์นะคู๊นนนนน 3.พักผ่อนมากๆ การพักผ่อนแบ่งออกได้เป็นสามอย่างหลักที่คุณควรจะทำ�ในวัยเรียน ยว แต่ก็อย่าทำ�มากไป 3.1 ทำ�กิจกรรมโรงเรียน - ทำ�กิจกรรมบ้างไม่ใช้ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดี จนกระทบกับการเรียนล่ะ ลังเลิกเรียน หรือ 3.2 ออกกำ�ลังกาย - อย่างน้อย 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออาจจะเล่นกีฬาตอนห วิ่งช้าๆ สัก 10 นาทีก็ได้ องคุณจะได้พักผ่อน 3.3 นอนหลับ - นอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง เพื่อร่างกายข เต็มที่ ถือเป็นการชาร์ทแบตให้ตัวเอง จะได้พร้อมสำ�หรับวันต่อไปยังไงล่ะ 4.ทำ�อะไรตามใจตัวเองบ้าง ่กับกองหนังสือ เช่น เล่นอินเทอร์เน็ต ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไปดูหนัง ฟังเพลง อย่ามัวแต่จมอยู 5.อย่ามีงานค้าง ตามงานให้ทัน หนังสือก็ต้องอ่านคงแย่ๆ เมื่อมีงานให้ทำ� ก็ควรรีบทำ�ให้เสร็จซะ เพราะเมื่อถึงเวลาสอบงานก็ต้องปั่น ๆๆๆๆๆ

4

6.ไม่ต้องท็อป แต่ต้องเกาะกลุ่มคะแนนดีกับทุกวิชา ดีและใส่ใจกับทุกวิชา ไม่จำ�เป็นต้องได้ท็อปในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ควรทำ�คะแนนให้ 7.เผื่อแผ่ความรู้ให้คนอื่น ่วยเหลือและสอนเพื่อนที่เค้า เมื่อเราเรียนเก่งหรือเข้าใจในเรื่องที่เรียน ก็ควรให้ความช ไม่เข้าใจบ้าง ไม่ใช่ตัวเองได้แล้วเพื่อนจะเป็นยังไงก็ไม่สนใจ 8.อย่าหักโหม รจะอ่านหนังสือและ ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้จะสอบแล้ว แล้วเพิ่งจะมาอ่านหนังสือ แต่เราคว อ่านหนังสือเยอะแยะ ทำ�ความเข้าใจมาเรื่อยๆ เมื่อเข้าใจแล้วก็ไม่จำ�เป็นต้องโหม ตอนใกล้สอบ 9.รู้ตัวอยู่เสมอว่าเรียนเรื่องอะไรอยู่ ุณรู้ตัวอยู่เสมอว่ากำ�ลัง ไม่ได้หมายถึงให้กระตือรือร้นจนโอเว่อร์ แต่หมายถึงให้ค ข้อเเคลคูลัสอยู่ เป็นต้น เรียนอะไรอยู่ เช่น วันนี้เรียนเรื่องแคลคูลัส ก็รู้ว่าเรียนหัว 10.มีเป้าหมาย าเรามีเป้าหมาย มันก็เป็น ‘เป้าหมายมีไว้พุ่งชน’ คุณเคยได้ยินประโยคนี้ ใช่แล้วล่ะ ถ้ ำ�อะไรอยู่ และจะต้องทำ� เรื่องง่ายในการใช้ชีวิตของคุณ เพราะคุณจะรู้ตัวอยู่เสมอท อะไรต่อไป ใช่ไหมล่ะ ^O^

By...ไข่เจียว


บก.ฉอเลาะ

think ๆ

6

ก่อนอื่นก็ต้องสวัสดีพี่น้องเสื้อเหลือง(ดำ�)กันก่อนเลย ครั้งแรกที่คุณเห็น”Thinkๆ”คงจะตั้ง คำ�ถามว่า...? อะไรว่ะ!!!อยู่ในใจแน่ๆ ผมจะตอบให้ก็ได้ครับ”Thinkๆ”เป็นความฝันของผมและผู้ร่วม อุดมการณ์ทุกคนครับ เป็นความฝันที่ใช้เวลานานและแรงกายมากมายพอสมควรกว่ามันจะได้ออกมา เป็นความ จริงซะที แล้วถ้าคุณยังถามอีกว่าจะทำ�ไปทำ�ไม...? มันไม่ได้อะไรเหนื่อยก็เหนื่อยเกรดก็ ไม่ ขึ้นแล้วทำ�ไปเพื่อ...อะไร อันนี้ผมก็ขอยกคำ�คมของปราชญ์ท่านหนึ่งมา เขากล่าวว่า “ความฝันคืออีก ครึ่งของชีวิต ถ้าคุณไม่มีความฝันเท่ากับคุณตายไปแล้ว ครึ่งชีวิต” พูดแล้วก็น้ำ�ตาจะไหลTT^TT คุณว่าจริงป่ะ ล่ะ ถ้าอยู่แบบไร้ความฝันไร้ความหวังมันก็เป็นแค่ชีวิต ที่ไร้ค่าเกิดมาแล้วก็ตาย โดยไม่ได้ทำ�อะไรสำ�เร็จตามใจ ตัวเองสักอย่าง เอ่อ! ลืมไปๆ...ต้องขอขอบคุณนิตยสาร a day คุณวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้ให้แรงบันดาลใจ และ idea ขอขอบคุณน้องๆชมรมหนังสือพิมพ์(ที่มาทำ� นิตยสาร)และก็ขอฝากหน้ากระดาษนี้แทนคำ�ในใจที่พูด ไม่ได้ล่ะกันคั๊บ ขอขอบคุณ” N’เพื่อน”...ผู้ซีเรียสทุกอนู รูขุมขนจนน้องในชมรมหวาดผวาเมื่อได้ พบเจอหน้า เธอคนนี้...แต่ผมก็ชอบคนแบบนี้เป็นที่สุด(อย่าเข้าใจผิดซิ) เอาจริงเอาจังกับการทำ�งานดีผมก็บอกได้ เลยว่าถ้าไม่มีเธอคนนี้นิตยสารเล่ม นี้คงไม่ได้มาอยู่ในมือ คุณ ขอขอบคุณ” N’ฝ้าย”เอ่อคนนี้มีเสียงแหลมแสบแก้วหูเ ป็นเอกลักษณ์ถ้า N’เพื่อนเปรียบเสมือนไฟที่ทำ�ให้นิตยส ารก้าวไปข้างหน้า N’ฝ้ายก็คงเปรียบเสมือน ถ่าน(ไม่ได้ว่า ดำ�น่ะ)ที่คอยผลักดันให้งานก้าวเดินต่อไปได้และก็ขอบ คุณ สำ�หรับคำ�บ่นคำ�ด่าวันไหนไม่ได้ยินมันนอนไม่หลับว่ะ! ขอ ขอบคุณ“N’แนน”สำ�หรับเธอคนนี้ผมก็อึ้งๆอยู่เหมือนกันคั๊บ คนอาร๊ายจะเก็บความรู้สึกได้ลึกกว่าซ่อนเข็มในมหาสมุทร ซ่ะอีก แต่ถ้าพูดถึงการทำ�งานเธอคนนี้อึดถึกทำ�งานหามรุ่ง หามค่ำ�ได้แบบไม่บ่นสักคำ� และขอขอบคุณอ.ณัฐนิชาสำ�หรับ คำ�แนะนำ�ในการทำ�นิตยสารฉบับนี้ขึ้นมา นี้ล่ะคือฝันของผม ที่เป็นจริง แล้วถ้าคุณยังจะถามอีกว่า...จะไปหาความฝันได้ที่ ไหน ...? ผมก็บอกได้แค่ว่า... ถามก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้าย ของคุณซิ....


newnews

think ๆ

7

เด็กไทยเฮ..ติดโผ Top10 นักเรียนน่ารักที่สุดในโลก

โออีซีดี เผย นักเรียนไทยติดอันดับ 8 นักเรียน เรียบร้อย จากการจัดอันดับพฤติกรรมความเรียบร้อยใน ห้องเรียนของนักศึกษาทั่วโลก สำ�นักข่าวต่างประเทศ อ้างผลสำ�รวจโดยหน่วยงานเพื่อ ความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ(โออีซีดี) ได้เปิด เผยการอันดับพฤติกรรมความเรียบร้อยในห้องเรียน ของนักศึกษาทั่วโลก พบว่า เด็กไทย ติดอันดับ 8 ส่วน 10 ประเทศแรก ประกอบไปด้วย 1. ญี่ปุ่น 2. คาซัคสถาน 3. จีน (เซี่ยงไฮ้) 4. ฮ่องกง (จีน) 5.โ รมาเนีย 6. เกาหลีใต้ 7. อาร์เซอไบ จาน 8. ไทย 9. อัลบาเนีย 10. รัสเซีย ส่วนอันดับอื่นๆ ปรากฎว่า อังกฤษ อยู่อันดับ 28 โดย เหนือกว่า ฝรั่งเศส และอิตาลีรายงานระบุว่า เมื่อปี 2009 พบว่า นักเรียนทั่วโลกมีพฤติกรรมพูดคุย หรือ สร้างบรรยากาศขัดจังหวะการสอนของครูอาจารย์ในชั้น เรียนน้อยลง กว่าช่วงปี 2000 โดยนักเรียนในภูมิภาค อาเซียน ถือว่า เป็นกลุ่มที่ติดอันดับมากที่สุด หรือถึง เจ็ดอันดับ ส่วนที่เหลือเป็นยุโรป นอกจากนี้ ผลการ จัดอันดับนี้ ยังพลิกความคาดหมายหลังก่อนหน้านี้มี การวิตกว่า นักเรียนทั่วโลกจะมีพฤติกรรมพูดคุยและ เล่นในห้องเรียนมากขึ้นกว่าปี 2000 แต่ผลปรากฎว่า นักเรียนในประเทศต่างๆ มีพฤติกรรมที่ดีขึ้น รายงานระบุว่า จากการที่นักเรียนจีนติดถึงสองอันดับ คือ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง สะท้อนให้เห็นถึงการผงาดขึ้น มาเป็นมหาอำ�นาจด้านการศึกษาแล้ว

By...ชายอารมณ์เปลี่ยว


ล้วงกึ๋นกะบก.

think ๆ

8

ตั้งแต่เริ่มคิดที่จะทำ�นิตยสาร พวกเรา ก็คิดกันไว้แล้วว่ามันต้องมีคอลัมน์สัก คอลัมน์หนึ่งที่เป็นบทสัมภาษณ์อย่าง จริงจังกับคนจริงใจแล้วใกล้ตัวสักคน สองคน เมื่อคิดได้เช่นนั้นคนที่พวกเรา เลงไว้คนแรกก็ไม่ใช่ใครอื่นต้องเป็นคน นี้แน่นอน“ท่านผู้อำ�นวยการ”ไง มาเป็นผอ.ได้อย่างไร?

มันก็เริ่มตรงที่ผมอยากจะเป็นครูแล้วระบบการศึกษาไทย มีครูอยู่ 2 แบบ คือ 1.ครูสายผู้สอน คือ ครูที่สอนวิชาต่างๆ 2.ครูสายผู้ บริหาร คือ ครูที่เข้ามาบริหารงาน เช่น ผู้อำ�นวยการ รองผู้อำ�นวยการ ครูสายผู้สอนคือต้องเรียนครูมา แล้วสอบบรรจุเป็นครู ส่วนครูสายผู้ บริหารก็มาจากครูอีกเช่นกันแล้วสอบเพื่อที่จะเป็นผู้บริหาร คุณสมบัติของ ครูที่จะสอบผู้บริหารได้ ผมได้บรรจุครั้งแรกที่โรงเรียนระยองวิทยาคม สอบรองผู้อำ�นวยการได้ที่โรงเรียนวัดป่าประดู่ แล้วย้ายกลับมาที่โรงเรียน ระยองวิทยาคม สอบเป็นผู้อำ�นวยการโรงเรียนได้ที่จังหวัดปราจีนบุรี แล้ว ย้ายมาเป็นที่อำ�นวยการโรงเรียนที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ ศรีนครินทร์ ระยอง จากนั้นจึงได้สอบมาเป็นผู้อำ�นวยการที่ โรงเรียนบ้าน ฉางกาญจนกลุวิทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 - พ.ศ.2554 ครูจบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีที่ มศว. บางแสน หรือ ม.บูรพาในปัจจุบัน และจบการศึกษา ระดับปริญญาโท ด้านบริหารการศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี


think ๆ

คือในตอนเด็กนี้ผอ.ฝันอยากจะเป็นครู โดยตรงเลยใช่ไหม?

ตอนเด็กครูมีความฝันว่าอยากเป็นหมอ แต่สอบหมอไม่ติดเลยมาเป็นครู ในตอนนั้นเป็น ระบบEntranceที่จะมีคณะให้เลือก 3 คณะแล้วก็สอบครั้งเดียว ครูเลือกหมอหมดเลย แต่ไม่ติด เนื่องจากครูเก่งไม่พอ (ฮา)

แล้วทำ�ไมถึงมาเลือกครูล่ะ? ที่เลือกมาเป็นครู เพราะไม่รู้จะทำ�อะไรแล้วมั้ง 555

ในวัยเด็กผอ.ชอบวิชาอะไรมากที่สุด? ชอบวิชา คณิตศาสตร์ เพราะเป็นวิชาที่มีเหตุ มีผล ไม่ต้องจำ� ไม่ชอบวิชา ภาษาไทย เพราะ เป็นวิชาที่ต้องจำ� ชอบอะไรที่มันเป็นหลักการ มีเหตุผล ไม่ชอบจำ�

มีข่าวลือมาว่าผอ.จะย้ายในเดือน ตุลาคมนี้จริงหรือเปล่า?

(ฮาๆ) การที่ท่านผู้บริหารจะย้ายได้คือ ต้องบริหารโรงเรียนนั้นๆ ครบ 12 เดือน และเมื่อถึงเดือนตุลาคม ใครที่อยากจะย้ายก็ต้องดูว่า มีโรงเรียนไหนว่างบ้างและ เมื่อมีอายุงานครบก็มีสิทธิ์ที่จะเขียนขอ ตอนนี้ท่านผู้อำ�นวยการก็กำ�ลังที่จะเขียน ขอย้ายไปบริหารที่โรงเรียนระยองวิทย์ แต่ส่วนจะได้หรือไม่ได้นั้นก็ต้องรอดู กันต่อไป

9


think ๆ

11

ความรู้สึกตอนแรกที่รู้ว่าจะย้ายมาโรงเรียน ผอ.รู้สึกอย่างไร? ที่เลือกย้ายมาโรงเรียนนี้เพราะ การเป็นผู้บริหารโรงเรียนนั้น ก็ต้องมีการขยับขยายจากเล็กไปกลาง กลางไปใหญ่ และพอดีกับที่ท่านผู้อำ�นวยการวรรณศิริ วรสิทธิ์ เกษียณพอดีรวมถึงท่านผู้อำ�นวยบอกมาอีก ว่า นักเรียนที่นี่น่ารัก ไม่ดื้อ และเมื่อมาอยู่นักเรียนก็ไม่ดื้อจริงๆ รวมถึงบรรยากาศที่ร่มรื่น สถานที่โรงเรียนนี้ สวย และนักเรียนก็เรียบร้อยดี

ผอ.คิดว่าอะไรเป็นปัญหาใหญ่ของโรงเรียนเรา?

ปัญหาด้านวิชาการ ขณะนี้โรงเรียนเราวิชาการอ่อน ตัวชี้วัดประการหนึ่งว่าโรงเรียนนี้เก่งไม่เก่งคือ เด็ก ม.ปลาย สามารถเข้ามหาลัยได้เยอะมั้ย และได้คณะที่ดีมั้ย เช่นในปีนี้ โรงเรียนเรามีเด็กสามารถสอบแพทย์ ได้หนึ่งคนก็ถือว่าดีขึ้น

มีอีกข่าวลือว่ากีฬาสีจะมีในเดือนกันยายนนี้ จริงไหม?

เรื่องกีฬาสียังไม่แน่ โรงเรียนส่วนใหญ่จะจัดกีฬาสีเทอม 2 เพราะต้องการจะหนีฤดูฝน แต่กิจกรรมในภาค เรียนที่ 2 ก็เยอะ จึงเลื่อนมาจัดภาคเรียนที่ 1 แต่ติดตรงที่ว่าเป็นฤดูฝน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องคุยกันอีกทีระหว่างคุณครูและนักเรียนว่าจะเอายังไง

ผอ.ไม่คิดว่า หมอ-วิศวะ มันไม่เป็นค่านิยม ของสังคม

- ปัจจุบันอาชีพที่ไม่ตกงานคือหมอ ถึงจะเกิดสงคราม หรือยุคข้าวยากหมากแพง อาชีพหมอก็ไม่ตกงาน และ เป็นอาชีพที่บริการสังคม ครูคิดว่าน่าจะเป็นอาชีพที่ดีที่สุด แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย อย่างวิศวมีโอกาสเสี่ยง มาก เดี๋ยวโรงงานเจ๊งหรือโรงงานถูกยุบอย่างนี้ แต่ว่าวิศวเงินเดือนดี เงินเดือนสูงกว่าข้าราชการ ส่วนอาชีพ ครูก็ดี แต่รัฐบาลจะจำ�กัดจำ�นวนครู และข้าราชการอื่นๆ ดังนั้น ทางที่ดีพยายามหาอาชีพที่ตัวเองชอบ และมี ความมั่นคง ซึ่งโดยมากนักเรียนจะมองตามบรรพบุรุษ อย่างพ่อแม่เป็นหมอ ลูกก็อยากเป็นหมอบ้าง


think ๆ

12

ผอ.คิดยังไงเกี่ยวกับระบบ GAT-PAT Admidtion

-

วิธีการเข้ามหาลัยของเมืองไทยเนี่ย รัฐบาลก็คิดมาหลายวิธี ตอนสมัยที่ครูเรียนเค้าเรียก ระบบEntranceคือพอจบ มศ.5 แล้วก็ไปสมัครเข้ามหาลัยก็สอบ ทีเดียวเลย ไม่มีคะแนน ไม่ต้องมี GATPAT ไม่ต้องมี O-NET สอบทีเดียวเลย เมื่อก่อนเรียกEntranceพอเป็นอย่างั้นปุ๊บเนี่ย เด็กก็ไม่สนใจเรียน ไปเน้นติวอย่างเดียว เพราะไม่ต้องใช้คะแนนการเรียน รัฐบาลก็เลยปรับวิธีการใหม่ เมื่อจะเข้ามหาลัย ตอนที่เรียนม.4-5-6 ต้องตั้งใจเรียนด้วย เพราะเขาเอาคะแนนม.4-5-6 ไปใช้ในการเข้ามหาลัยด้วย ก็คือ ต้องสอบEntranceเหมือนเดิม แต่แทนที่จะเอาคะแนนEntranceอย่างเดียวกลับต้องมีคะแนนตอนเรียนม. 4-5-6 มารวมด้วย แล้วก็มี GAT-PAT O-NET เพิ่มมาด้วย ถือเป็นการคัดกรองเด็กก่อนเข้ามหาลัย เป็น เทคนิคอย่างหนึ่ง แต่วุ่นวายมาก หลังๆ รัฐบาลก็เริ่มปรับเปลี่ยนว่าจะเอา O-NET กี่เปอร์เซ็นต์ GAT-PAT กี่เปอร์เซ็นต์

ถ้าผอ.นัง่ ไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปได้อยาก จะกลับไปแก้ไขอะไร - คงเป็นเรื่องการเรียน จะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น อยากจะเป็นหมอ ก็ต้องเป็นหมอให้ได้

สุดท้าย ผอ.อยาก ฝากอะไรถึง นักเรียน บ.ก.ว.

- อยากให้ตั้งใจเรียนมากๆ เคารพ กฎของโรงเรียนมากๆ เข้าเรียนตรง เวลา ไม่ทะเลาะกัน แต่นักเรียนส่วน ใหญ่ก็เป็นเด็กดี เรื่องทะเลาะวิวาทก็ มีน้อย ดีมากและสุดท้าย... ‘ เราเก่ง ในโรงเรียนยังไม่พอ แต่เราต้องดูข้าง นอกโรงเรียนด้วย ’


commicsoon

think ๆ

13

By...ชายอารมณ์เปลี่ยว


you know?

think ๆ

คุณเคยได้ยินชื่อ”อับราฮัม ลินคอล์น”ไหม? ผมเชื่อ ถ้าถาม ของพวกคุณอยู่บ้างใช่่เปล่าล่ะ เค้าไม่ใช่คนที่ประดิษฐ์ ว่ามันคงจะคุ้นๆหู ไม่ใช่คนที่คิดค้นทฤษฏีดีสัมพันธภาพ แต่รูปใบหน้าของ หลอดไฟ ,เค้า เค้าได้ไปติอยู่บนธนบัตร 5 ดอล-ลาของสหรัฐอเมริกาและใบหน้าเค้าอีกเช่นกันได้ไปสลัก อยู่บนหน้าผาที่คาด ว่าจะมีอายุอีกกว่า 375 ชั่วโคตร(หรือประมาณ30,000ปี) พอพูดมาถึง ตรงนี้คุณชักจะเริ่มสนใจเค้าขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ ชีวิตของเด็กชายลิงคอนมีฐานะยากจนขัดสนยิ่งนักเขาเสียแม่ผู้เป็นที่รักไปตอน อายุ 8 ขวบ พ่อของเค้าได้ไปมีภรรยาใหม่แม่เลี้ยงคนนี้ไม่ใช่แม่เลี้ยงในซินเดอเรลร่า ที่ใจร้ายโหด เหี้ยมแต่อย่างตรงกันข้ามเลย แม่เลี้ยงคนนี้เป็นคนที่สอนให้เค้าอ่านหนังสือซึ่งเป็นสิ่งล้ำ�ค่า มากในชีวิต ของเขา ตลอดทั้งชีวิตเขามีโอกาสเรียนหนังสือเพียง 18 เดือนนั้นก็เพราะฐานะ อันยากจนของเขานั่นเองจึงทำ�ให้เขาต้องทำ�งานในวัยที่คน ส่วนใหญ่ควรจะเรียนหนังสือ เขาทำ�งานเป็นบุรุษไปรษณีย์เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและในสมัยก่อนบุรุษไปรษณีย์ จะได้รับ หนังสือพิมพ์ฟรีทุกๆวันและเขา ก็อ่านติดตามข่าวสารบ้านเมืองทุกวันๆ นี้เป็นจุดเริ่มต้น ของการ ก้าวเข้าไปใน ระบบการเมือง ถึงแม้จะได้เรียนหนังสือในโรงเรียนเพียง1ปีครึ่งแต่ชีวิตนอก ห้องเรียนของชาย ผู้นี้หนักกว่าในห้องเรียนมากนัก จากบุรุษไปรษณีย์ธรรมดาคนหนึ่งตะ เกียดตะกายจนเป็นนักกฎหมายและนี้คือบันทึก ความล้มเหลวของเขากว่าจะได้มีรูปใบหน้าไปติด อยู่บนธนบัตร 5 ดอลล่า -อายุ 22 ล้มเหลวทางธุรกิจ อายุ 23 สมัครเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐ - แพ้

14


think ๆ

อายุ24 ตกงานต้องการเข้าโรงเรียนกฎหมายแต่ไม่สำ�เร็จ อายุ 25 ยืมเงินเพื่อนมาทำ�ธุรกิจแต่ล้มละลาย ต้องทำ�งานใช้หนี้เป็นเวลา17 ปี อายุ 26 สมัครเป็นวุฒิสภาอีกครั้ง – ชนะ อายุ 27 เตรียมการแต่งงานแต่คนรักของเขาด่วนตายจากไปก่อน หัวใจแตกสลาย อายุ 28 เกิดอาการประสาทต้องพักเป็นเวลา 6 เดือน อายุ 30 พยายามชิงตำ�แหน่งโฆษกวุฒิสภารัฐ – แพ้ อายุ 34 สมัครสมาชิกครองเกรส – แพ้ อายุ 37 สมัครสมาชิกครองเกรสอีกครั้ง – ชนะ ประสบความสำ�เร็จได้งานดี อายุ 41 สมัครสมาชิกครองเกรสอีกครั้ง - แพ้ อายุ 42 สมัครงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลที่ดินที่บ้านเกิด – ถูกปฏิเสธ อาย 47 สมัครเป็นวุฒิสมาชิกของสหรัฐอเมริกา -แพ้ อายุ 48 พยายามได้รับการเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดีแต่ได้เสียงสนับสนุนน้อยกว่า 100 เสียง อายุ 50 สมัคเป็นวุฒิสมาชิกของประเทศอีกครั้ง - แพ้อีกตามเคย อายุ 52 เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา คนที่ 16

15

นี่คือเบื้องหลังความสำ�เร็จของชายที่ชื่อว่า ”อับราฮัม ลินคอล์น” แต่ผลงานที่เขามอบไว้ให้ โลกนี้ไม่ใช่ แค่ประวัติการล้มลุกคลุกคลานกว่าจะมา เป็น ผู้นำ�ของประเทศมหาอำ�นาจ เท่านั้นผลงานของเขา ในช่วงที่ดำ�รงตำ�แหน่ง ประธานาธิบดีนั้นช่างยิ่ง ใหญ่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ ริเริม่ ต่อสูเ้ พือ่ เรียกร้องสิทธิ มนุษยชน ด้วยการยกเลิก ระบบทาส และการยุติ สงครามกลางเมืองเพื่อรวม รัฐทั้ง 11 ให้เป็นประเทศที่ มีชื่อว่า สหรัฐอเมริกา “สหรัฐอเมริกา”

By...ชายอารมณ์เปลี่ยว


แค่ได้...think

think ๆ

“ไม่เอา...แม่หนูไม่อยากไป เด็กชายตัวน้อยตาๆดำ�ร้องโวยวาย ก งจา ย ี ..”เส เอา. ยยย า ม้ น... ย เรี โรง ่ที่เรียก ป้าแก่ๆสัก 2-3 คนมาลากตัวเข้าไปในสถานที อยู่หน้าสถานที่หนึ่งหลัง จากนั้นไม่นานก็จะมี ง จำ� ชีวิตได้หรือเปล่าแต่สำ�หรับผมมันเป็นความทร ว่า...”โรงเรียน” ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจำ�วันนั้นของ .มันถึง รงเรียนที่ครูสาวๆกว่านี้ พูดไปแล้วก็...เจ็บใจ.. ที่แสนโหดร้ายตรงที่ว่าทำ�ไมแม่เราไม่ไป หาโ งเป็นจุด ของ”ความกะล่อนของผม”เฮ้ย! ไม่ใช่มันต้อ เป็นปมมาถึงทุกวันนี้ และนี่ล่ะก็คือจุดเริ่มต้น กข์เสียงหัวเราะรอยยิ้มและคราบน้ำ�ตา เริ่มต้นของ”ชีวิตวัยรุ่น” ที่มีทั้งความสุขความทุ รรมการ”ลอง” มันเป็นพฤติกรรมของสิ่ง ก ิ พฤต อ คื � ทำ กระ ง ึ คนพ ก ุ เราท พวก า ว่ ด มคิ ผ ่ สิ่งหนึ่งที ของเต่าที่ต้องว่ายน้ำ�เป็น 1000 กิโลฯ เพื่อมา รรม ก ิ พฤต น นกั อ ื เหม � งทำ อ นต้ ย เรี ก ..นั า กว่ ย มีชีวิตที่เรี วามเชื่อลองในความฝันลองทำ�ในสิ่งที่เป็นเรา ในค ลอง อ รื นะห ะไร ง”อ “ลอ เลย น ้ ั าณน ระม วางไข่ป ๆอย่าลืม �ของเราตั้งแต่เด็กๆล่ะ ยังจำ�คำ�นี้ได้ไหม”เด็ก ทำ กระ การ ด กั � จำ ก ั ม ่ ี ท ่ หญ ใ ้ ผู ของ ด พู � ำ ในค ลอง เอาเป็นว่า ยู่ ทุกครั้งหลังจบรายการหรือว่าอุลตราแมน อกอ บ ้ บี บ ทั ทเล เ ่ ”ที บ ๊ คั ะ ่ อนน นน อ ก่ น งฟั แปร ้อมกับ เจ็บ ให้คนแปลกหน้าใส่เสื้อกาวมาง้างปากพร ช่างมันเถอะ แล้วไงล่ะสุดท้ายเราก็ต้องไปลอง ยน)พ่อก) และไอ้ที่ลองกันสุดฮิตก็ลอง”รัก”(ในวัยเรี สว่านคู่ใจเสียงงี๊ฟังไม่รู้ลืม (พูดไปแล้วก็ขนลุ ื่อ จะท่วมบ้าน แล้วไงล่ะเชื่อไหมฮ่าๆๆใครจะเช แม่ก็พร่ำ�บอกพร่ำ�สอนกันไป จนน้ำ�ลาย สุดท้ายก็ต้องมานั่งน้ำ�ตาอาบแก้มกันเป็น แถวๆ ที่ผมบอกมาข้างต้นไม่ได้จะมาซ้ำ� เติมแล้วพูดว่า”ไงล่ะบอกแล้วไม่เชื่อ” เปล่าคั๊บเปล่าผมกลับคิดว่าสิ่งที่คุณทำ�มัน ไม่ผิดที่ทำ�ลงไปมันเป็นกระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร์คือต้องพิสูจน์ต้องทดล อง ให้เจอกับตัวให้เห็นกับตาและสิ่งที่ได้ กลับมามันก็คือ”ประสบการณ์” พอหลัง จากที่ทำ�ร้ายตัวเองกันมาสักพักก็จะหัน กลับมามองว่าเอ่อ..ที่พ่อ-แม่ ผู้ใหญ่เค้า ว่ามันก็จริงเลื่อมใส่ขึ้นมาทันตา ถึงขนาดกราบไหว้กันวัน่ะ3หนเลยที่

16


think ๆ

17

เดียว และหลังจากนี้จะลองอะไรกันก็ขอให้มีวิจารณญาณในการลอง ด้วยเพราะผู้ใหญ่เค้า อาบน้ำ�อุ่นมาก่อน....(เค้ารู้ว่ามันสบายขนาดไหน เลยมาบอกเรา) ความฝัน หลังจากที่ทำ�ร้ายตัวเองกันมาพอสมควร ในตอนนี้ก็จะพูดถึงคำ�ถาม สุดฮิตที่เราจะได้ยินตั้งแต่อนุบาลจนลูกบวชแล้วบาง คนยังตอบ ไม่ได้เลย(มันยากขนาดนั้นเชียว- -*) คำ�ถามนั้นก็คือ”โตขึ้นอยาก จะเป็นอะไร???” ...... ไงตอบกันไม่ถูกเลยทีเดียวมันตอบยากจริงๆ แต่บางคนก็ตอบได้นะคนพวกนี้โครตๆ จะโชคดีเลยเป็นพวกที่จะ พบ1ใน100อะไรประมาณนั้นเลย ซื้อหวยยังมีโอกาสถูกเยอะกว่า เลย ส่วนที่ยังไม่เจอคำ�ตอบก็เคว้งคว้างทั้งๆท่ีบางทีสำ�หรับบางคน คำ�ตอบของเค้ามันอาจอยู่ ใกล้ตัว แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไปเพราะ อะไรนะหรือ...? ความกดดันจากสังคมคนรอบข้างหรือเปล่า? ความ กลัวหรือเปล่า? -ความกดดันจากสังคมคนรอบข้าง....ผมว่ามันเป็นส่วนสำ�คัญทีเดียว พวก คุณๆคงเคยได้ยินคนรอบตัวพูดถึง หมอ-วิศวะ พูดเหมือนจะสะกดจิต กล่อมมันทุกๆวันลูกเอ้ย....หมอ..อย่างโน้นหมอ..อย่างนี้ ดีไปหมด- -* ฟัง แล้วก็เฮือออ สังคมก็เห่อนิยมชมชอบกันไปมันก็เป็นแรงกดดันจนหลายๆ คนเผลอโดนสะกดจิตกันไป.... แต่ก็ขอให้ลองกลับมาถามตัวเองเรา รักจริงๆหรือเราชอบมันจริงๆหรือ อันนี้ผมตอบแทนไม่ได้ต้องถามตัว เองตอบตัวเอง....สุดท้ายจะชายหรือ หญิงก็ต้องช่วยตัวเองอยู่ดี -ความกลัว.....บางทีเราก็รู้น่ะวาเรา ชอบไอ้นี้ชอบอย่างนี้แต่ก็ไม่ กล้าที่ จะทำ�เพราะอะไรล่ะ ไม่ใช้เพราะ ว่ากลัวสิ่งที่มองไม่เห็นในอนาคต หรอกหรือกลัวว่าเรียนไปแล้วจะ ตกงานเรียนไปแล้ว ไม่มีงานทำ�จะ เรียนอะไรต้องดูตลาด


think ๆ

18

แรงงานก่อน - -* ถามจริงเถอะทั้งชีวิตคุณแค่มีงานทำ�แค่นี้ มันเป็นจุดสูงสุดในชีวิตแล้วหรือยังไง กัน........ถ้าคุณกำ�ลังคิดแบบนั้นก็ลองมองไปรอบๆ ตัวดูซิ ถ้าพูดว่ามนุษย์เงินเดือนและให้นึกถึงใบหน้าพวกเขาเหล่านั้น ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะ จิตนาการภาพใบหน้ามนุษย์เงินเดือนยิ้มแย้มแก้มปริ กันไม่ออกล่ะสิใช่ม้า....??? แล้วไหนจะเดินเข้าไปใน ร้านหนังสือก็เจอแต่พวก”การลาออกครั้งสุดท้าย”....” ทำ�อย่างไรให้มีความสุขในที่ทำ�งาน”.... ฯลฯ พรรคเนี้ย เต็มไปหมดถ้าเค้ามีความสุข จะต้องมีหนังสือแก้ทุกข์แบบนี้ออกมาทำ�ด๋อยไรฮ่ะ ใช้ว่ามีเงินมีรถมีบ้านแล้ว จะมีความสุขซ่ะหน่อย(ถึงมันจะเป็นส่วนประกอบก็ ตามแต่ไม่ใช้ทั้งหมด) ถ้าคุณทำ�งานแบบเช้าชามเย็นชาม มันจะไปต่างอะไรกับหุ่นยนต์ล่ะแค่ทำ�ตามคำ�สั่ง ใครๆก็ทำ�ได้ว่ะ...สิ่งที่ทำ�ให้เราต่างจากหุ่นยนต์ในความคิด ผมคือ......ความฝัน.....ความคิดสร้างสรรค์...ความทุ่มเท...ความใส่ใจ..กับสิ่งที่เราทำ�... เพราะอย่างนั้นก็จงทำ�ใน สิ่งที่ตัวเอง”เชื่อ”ซ่ะเถอะ ชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่เรา และก็มีอีกแรงกดดันที่มักจะไม่สนับสนุนเป็นอาชีพที่ไม่มีศักดิ์ไม่ได้มีหน้าตาทางสังคมเทียบเท่าอาชี พอื่นๆเค้าได้ ก็มักจะโดนสังคมตราหน้าว่าไอ้ไส้แห้งจบไปจะทำ�อะไรกิน.... แต่ผมว่าถ้าชอบอะไรก็ทำ�ไปเลย ขอแค่อยู่กับมันแล้วมีความสุขทำ�ไปก็คุ้มค่าที่ จะเหนื่อยจะทุ่มเทไปกับมันแล้วก็ทำ�ให้ถึงที่สุดสักวันผลมันจะ ออกมาเองดูอย่างคุณ...ป๋อง กพล ทองพลับ ใครจะคิดว่ามีอาชีพนี้อยู่ในโลกอาชีพหากินจากผีเนี้ย!!!!


think ๆ

*ระเบียบสำ�คัญฉ ไหน?..ทำ�ไมเราต้อง ทำ�ตาม

19

“โรงเรียนสนใจเรื่องบนหัวนักเรียนมากกว่าเรื่อง ในหัวนักเรียน” คุณคิดอย่างไรกับคำ�พูดนี้บ้าง? ผมคิด ว่า อ่อ...ว่ะมันก็จริง สิ้นเดือนทีไรตรวจผมทีเนี้ยนึกว่า ตรวจหาของผิดกฎหมายเถอะ แบบว่าถ้ามีเงินสักหน่อยหา GT200 มาใช้ได้คงใช้ไปแล้ว ทีเรื่องที่น่าสนใจ อย่างเรื่องในหัวไม่เห็นจะใส่ใจเหมือนเรื่องบนหัวบ้างคุณ ว่าจริงป่ะ? เรามาลองย้อนมองอีกมุมสมมุติในเรื่องที่ไม่มีวันเป็นจริง...ถ้าโรงเรียนนี้ ไม่มีกฎระเบียบจะเป็นอย่างไร...อยู่กันสบายๆอยากทำ�อะไรก็ทำ� เราคงได้ เห็นพี่เป้อารักษ์ พี่โดมปกรณ์ลัมกันได้ทุกมุมตึกหรือจะเป็นกองโจร อัลกอ อิดะห์กันแน่อันนี้ก็ไม่แน่ใจอยู่เหมือนกันคงต้องประจักษ์กับสายตา และเรา คงได้เห็นพวกหัวหลากสี(ไม่เกี่ยวกับการเมืองน่ะ) แบบว่าหัวชมพู,หัวฟ้า,หัว เขียว(อันนี้แมลงวันล่ะ) คงตาลายหันหน้าดู@.@ เนาะว่าป่ะ ทางด้านสตรี เพศหรือจะยอมน้อยหน้าคงจะแต่งหน้ากันแบบว่าสวยสะเด็ดล่ะ ส่วนเรื่อง ชุดก็คงจะ โชว์หุ่นแบบน้องๆเด็กมหาลัยได้เลยล่ะมั้งและที่เด็ดสุดกระโปงนี้ คง.....โอ้วววว แค่คิดน้ำ�ลายก็หกแล้ว....หุๆๆๆ


think ๆ

20

ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์จำ�ลองโรงเรียนแบบที่ไม่มีกฎระเบียบ นาย ก : เฮ้ยดูโน้นดิ นาย ข : โอ....ว แล้วนั้นล่ะ นาย ก : อุ้....ว มาอีกแล้วโน้นไง นาย ก และนาย ข : .......อุ.................(ขออภัยข้อความไม่เหมาะสม)..............@! …#$%....##&*…^o;#@..$%# คงนั่งเหร่กันทั้งวัน...เพราะมันก็ช่วยไม่ได้เป็นภาพที่ ชวนน้ำ�ลายหกยิ่งนักสำ�หรับเพศผู้หื่นกระหาย ทั้งหลายแล้วอย่างไรต่อ สำ�หรับเพศผู้ถ้าอารมณ์มันเกิดแล้วก็ต้องสานต่อให้เสร็จ(มันเป็นสัจธรรม) หลังจากนั้นล่ะก็งานเข้าล่ะ เราคงได้เห็นคุณแม่คอซองคุณพ่อรองเท้าน้ำ�ตาลกันเป็นเรื่องปกติ แค่คิด เรื่องนี้มันก็หดหู่ใจคุณคิดเหมือนผมป่ะ? ทีนี้เริ่มที่จะเห็นคุณค่าของกฎระเบียบกันมาบ้างหรือยังล่ะ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่ากฎระเบียบมันมี ไว้ทำ�ไม? คุณๆก็ลองหาคำ�ตอบกันเอาเองล่ะกันที่มีคำ�พูดหนึ่งที่ผมอยากจะถ่ายทอดมันเป็น คำ�พูดจากครู ฝึก รด. แสนจะโหดที่ลงโทษ กัน 3 เวลาหลังอาหารเขากล่าวไว้ว่า “ทหารที่ไม่มีกฎระเบียบก็ไม่ต่างอะไรกับกองโจร”....

เพื่อนตาย

“ยิ่งเรียนยิ่งโง่.ยิ่งโตยิ่งเซ่อ” ไม่รู้ว่าปราชญ์ที่ไหนทิ้งคำ�คมนี้ไว้ แต่ที่แน่ๆคือ”มันโดนว่ะ” ก็พึ่ง สำ�เหนียกตัวเองว่าโง่ลงทุกวันทุกวัน เมื่อเทียบกับสมัยที่ยังวิ่งเล่นไล่แปะสมัยนั้นยังจะพอภูมิใจว่าตัวเอง ฉลาดล่ะน่ะ ก็ท่อง ก – ฮ ได้ครบ 44 ตัวแน่ะ!!!! แต่เดียวนี้มันนับไม่ ถึงว่ะ (- -*) (โง่ลงจริงๆด้วยตู)... ในมุมมองผมมองว่าการเรียนมัน ก็เหมือนเพื่อนเราคนหนึ่งล่ะ ตอน เด็กๆไอ้พวกเราก็ใส่ใจกับมันดี หรอกก็ลองไม่ใส่ใจมันดูสิ เช้ามา อาจจะเจอดีเหมือนพวกลอง


think ๆ

ของตามบ้านร้างประมาณนั้นเลย แต่นี่เฮี้ยนกว่าโผล่มาตอน กลางวันแสกๆหลังเคารพธงชาติเสร็จ ภายในห้องจะปรากฏ เป็นหญิงชราวัย 40 – 50 สวมแว่นหนาๆ แล้วเวลานี้ก็มาถึงไอ้คนไหนมั นว่าแน่ว่าเจ๋งมีพระดี ตะกรุุดที่ว่าเหนียวมาได้ เวลา...ลองของ... หญิงชราค่อยๆค ืบคลานเข้ามาพร้อม คำ�พูดวาจาสิทธิ์ง่ายๆสั้นๆว่า “ไปยืนหน้าห้อง” ไม่นานนักพวกที่ว่าแน่กี่คนๆก็ร้องโอด โอยไปตามๆกัน นี้ล่ะ คือจุดจบของคนไม่ใส่ใจไอ้เพื่อนยากที่เรียกว่า “การเรีย น” เมื่อเวลาผ่านไปเราเรียกตัวเองว่าเป็น”ผู้ใหญ่”เพราะมีไอ้ บัตรพลาสติกสีฟ้า มายืนยันได้ตามระเบียบกฎหมายแต่ภายในยังไม่โตสักเท่ าไหร่ เราก็เริ่มที่จะ ทำ�ตัวเหินห่างกับเพื่อนเก่าเราเพราะไม่มีใครมาบังคับอีก แล้ว บางคราวเราอาจ จะไปสนใจสิ่งอื่นมากกว่าไหนจะแฟนเก่า,กิ๊กใหม่,หลา กปัญหานานา สำ�หรับ วัยรุ่น ก็ไม่แปลกที่เพื่อนคนนี้จะมีโกรธบ้างงอนกันบ้าง อยากรู้ไหมล่ะเขา งอนอย่างไร ไม่ยากถ้าอยากรู้ว่าเพื่อนคนนี้งอนเราหรือเปล่ า แค่คุณเข้าไปใน ห้องเรียนแล้วมันง่วงมันหน้าเบื่อรอนับ countdown ฟังเสี ยงสวรรค์ นั้นล่ะเขา งอนคุณเข้าให้แล้วล่ะ รู้แล้วก็รีบง้อซ่ะล่ะอย่าให้มันสายเ กินไปเพราะเพื่อนคนนี้ จะช่วยคุณได้ในยามที่คุณลำ�บากในยามที่คุณทุกข์ยากเพ ราะว่าเขาคือเพื่อนตาย ของคุณไงล่ะ...

21


informtech

think ๆ

22

By...ไข่เจียว


think ๆ

๑๐๐คนร้อยความคิด หัวข้อ “ความรักมันก็เหมือนกับ...” *ความรักก็เหมือนกับแรงบันดาลใจ รักอาจจะเป็นแรงบันดาลใจจะ ทำ�ให้เรามีแรงกำ�ลังใจในการทำ�ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง เราอาจจะคิดว่าถ้าเราไม่มีแรง บันดาลใจก็จะทำ�ให้เรามีแรงมีกำ�ลังที่จะ สู้ชีวิตต่อไป.... “เพราะเธอคือแรงบันดาล ใจ” ด.ญ. อธิติญา คงเตี้ย ม.3/5 *ความรักก็เหมือนกับช็อคโกแลต ที่มีทั้งความหวานทั้งความขม ปะปนกันไปความหวานมันก็เหมือนกับ ความรักในชีวิตที่มีทั้งความสุขและความ ขมก็เหมือนกับความทุกข์ที่เราต้องสัมผัส เมื่อได้รู้จักกับคำ�ว่า..รัก.. น.ส. สุกัญญา จิดาถาวรกิจ ม.4/3 *ความรักก็เหมือนกับโลกใบใหญ่ ความรักก็เหมือนกับโลกใบ ใหญ่ ที่เราต้องค้นหาศึกษาและต้องคอย ดูแลเอาใจใส่มันให้มันอยู่กับเราไปนาน แสนนาน... น.ส.ปัทมาพร พุฒคาวี ม.4/3

*ความรักก็เหมือนกับต้นไม้ ความรักก็เหมือนกับ ต้นไม้ กว่าจะเติบโตก็ต้องอาศัยการ ดูแลเอาใจใส่หมั่นรดน้ำ�พรวนดิน ใส่ปุ๋ยเพื่อไม่ให้ความรัก(ต้นไม้)นั้น เหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด....

นางสาวเจนจิรา แซ่ซื้อ ม.4/3

*ความรักก็เหมือนกับเบียร์(18+)

ความรักก็เหมือนกับเบียร์ที่ ตอนแรกๆก็ซ่าและหน้ากินและยิ่งท้าทาย ให้กิน แต่พอกินเข้าไปแล้วเรารู้สึกว่าไม่ อร่อยที่เราก็ยังคงเลือกที่จะกินมันลงไป และยิ่งกินนานเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำ�ให้เรา บ้าและหลงงมงายกับมันมากเท่านั้น... นิรนาม ปล.ควรใชวิจรณญาณในการอ่าน

เชิญช่วนพี่น้องเหลืองดำ� ร่วม Show ความคิด(Think) ขยาย ความหมายจำ�กัดกรอบบทนิยาม ในหัวข้อ “ชีวิตมันก็เหมือนกับ...”

ท่านใดเขียนดีโดนใจวัยรุ่นจะ ได้นำ�มมุมองและแนวคิดมาเผยแพร่ให้ ผู้คนได้ประจักษ์ว่า “เราก็เจ๋งพอตัวน่ะ”

*ความรักมันก็เหมือนกับเรา เคี่ยวน้ำ�เชือมอยู่นั้นล่ะ กำ�ลัง

ตอนแรกๆที่เรามีความรักก็ เหมือนกับน้ำ�เชื่อมที่หวานกำ�ลังได้ที่ ทีเดียว แต่ยิ่งเราเคียวมันนานเท่าไหร่ จากน้ำ�หวานจะกลายเป็นน้ำ�ตาลไหม้ อยู่ก้นหม้อที่ทั้งข่มและเหม็นไหม้ 23 นี้ล่ะคือจุดจบของความรัก.... นางสาวอรอินทร์ ภุมรินท์ ม.4/3

23


think ๆ

24

�รวจกลุ่ม จากกราฟที่คุณเห็นคือข้อมูลจากการสำ ำ�กัดอายุ คือแบบ ตัวอย่างกว่า 375 คนโดยไม่จำ�กัดเพศจ วงใจ”ได้ผลออกมา นด ใ ย์ าร าจ ”อ อ ข้ ว หั ใน น ห็ มเ วา จค รว สำ� ดังนี้ 1.อ.ธารทิพย์ 58 คน อก็ -จากบุคลิกขี้เล่นและเป็นกันเองของเธ นัก ทำ�ให้ได้ตำ�แหน่งนี้มาครองโดยไม่ยาก 2.อ.จักรี 40 คน เราะง่าย -นี้ก็อีกคนที่มีความเป็นกันเองใจดีหัว ก็ไม่ผิดที่จะไปอยู่ในใจใครๆหลายๆคน


think ๆ

25

3.อ.ชาญชัย 35 คน ผลนี้หรือเปล่าที่ทำ�ให้อ.ชาญ -จากข่าววงในได้รู้มาว่าลูกชายหล่อมากแถมเป็นหมอซ่ะด้วยไม่รู้เพราะเหตุ ชัยได้มาอยู่อันดับที่ 3 นี้มาครอง 4.อ.อรุณ 30 คน งไม่ผิดและด้วยสำ�เนียง -ถ้าจะบอกว่าเค้าคนนี้คือตัวพ่อทางด้านงานกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนก็ค ระยอง(ฮิ)จึงทำ�ให้อ.อรุณได้อันดับนี้มาครอง 5.อ.โกมล 29 คน อคนนื้ -อ.ฝ่ายค้านเฮ้ย!! ฝ่ายปกครองขาใหญ่ในสภา- -*(นั้นยังไม่จบอีก) เอ่อ...คื no comment คั๊บ 6.อ.จินต์ 27 7.อ.สุทธิมาศ 25 8.อ.สุปราณี 24 9.อ.พัชราภรณ์ 20 10.อ.สันต์ 12 า/อ.ประยูร/อ.ดวงใจ/ และดังนี้คั๊บ อ.สำ�เริง/อ.วัชระ/อ.ณัฏฐณิชา/อ.มนตรี/อ.อัมพร/อ.นิตยา/อ.กาญจน งศรี/อ.วนวรรณ /ฟาเตมา อ.อัมพร/อ.อลงกรณ์/อ.ประภาภรณ์/อ.ศิรประภา/อ.วรรณภา/อ.ศักดิ์ชัย/อ.ทร ์อยากเห็นไม่ใช้แค่ว่าชื่อ สำ�หรับอ.ในดวงใจใครหลายๆคนที่ไม่ติดอันดับก็อย่าเศร้าไปเพราะที่อาจารย ่ดีของพวกเราต่างหากล่ะคั๊บ ตัวเองได้ไปติดอยู่ในโพลซ่ะหน่อย ที่อาจารย์ทุกคนอยากเห็นคืออนาคตที


story tales

think ๆ

กระต่ายกับเต่า เพราะเราเพื่อนกัน

คุณรู้อะไรไหมครับ ผมเป็นเต่าครับ ใช่ ครับ ผมเป็นเต่า คุณไม่ได้อ่านผิดไปแต ่อย่างใด หรอกครับ อย่าสงสัยว่าทำ�ไมเต่าอย่างผม ถึงมาพูดบรรยายอธิบายรายละเอียดเป ็นฉาก ๆ ได้ แบบนี้ เพราะนี่เป็นนิทานครับ นิทาน เรื่องหนึ่ง คุณเคยฟังไหมครับ นิทานเรื ่องกระต่ายกับ เต่า... ผมเป็นเต่าที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งซึ ่งไม่ขอเอ่ยนาม ในป่าแห่งนี้ก็มีสิงสาร าสัตว์ มากมาย แต่เห็นว่าขวัญใจของป่านี้ก็ค งจะไม่พ้นกระต่ายลมกรดจ้าวแห่งคว ามร วดเร็วเป็น แน่แท้ เขาเป็นกระต่ายที่วิ่งได้รวดเร็ว และมีอัธยาศัยดี สัตว์ทุกตัวในป่าต่างก็ ช น ่ ื ชอ บเขาและ อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา และแน่นอน ครับว่าผมก็ด้วย แปลกไหมครับที่เต่า ผู เ ้ ชื อ ่ งช้ าอย่างผม อยากจะเป็นเพื่อนกับกระต่ายผู้ว่องไว แต่ผมไม่เคยคุยกับเขาเลยสักครั้ง เพร าะว า ่ ผม ไม่เคย ตามเขาทันเลยสักที เป็นเรื่องน่าเศร้าเรื ่องหนึ่งของผมครับ“เฮ้! คุณกระต่ายก ำ�ลังพูดคุยกับเจ้า เม่นอยู่ที่ต้นไม้ทางด้านนู้น เราไปหาเขา กันเถอะ” เจ้ากระรอกน้อยที่วิ่งผ่านมาตะ โกนบอก เพื่อนสัตว์ตัวอื่น ๆ ซึ่งรีบพากันวิ่งไป ยังทิศทางที่มันบอก ส่วน ผมก็ได้แต่ค่อย ๆ เดินไปแบบนี้แหละค รับ หวังว่าคราวนี้คงจะ ไปทันได้พูดคุยกับเขาบ้าง เพราะทุกคร ั้งที่ผมไปถึงพวกสัตว์ทั้ง หลายก็พากันแยกย้ายกันไปหมดแล้ว รวมถึงคุณกระต่ายก็ด้วย ครับ

ผมค่อย ๆ ก้าวขาสั้น ๆ ของผมไปด้านห น้า นานแค่ไหนผมไม่รู้ เพราะผมชินซะแล้ว และภาพเบื้องหน้ าทำ�ให้ผมมีกำ�ลังใจขึ้นมา ครับ เพราะเขายังอยู่ตรงนั้น คุณกระต ่ายยังยืนอยู่ตรงนั้นครับ! ผมรีบเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำ�ได ้ แต่ก็ยังรู้ว่าไกลเหลือเกิน เหมือนสวรรค์จะเห็นใจ เมื่อคุณกระต ่ายเลื่อนสายตามามองผม “เอ๊ะ นั่นมันตัวอะไรกัน” เขาพูดจบ ก็ รีบกระโดดเข้ามาหาผมก่อน ที่ผมจะได้ทันเข้าไปหาเขา

26


think ๆ

27

“สวัสดีครับคุณกระต่าย” “อ้อ ที่แท้แล้วก็เจ้าเต่าน้อยนี่เอง ไม่ยักรู้ว่าในป่านี้มีเต่า อาศัยอยู่ด้วย คงเป็นเพราะเราไม่เคยได้พบกันเลยสินะ” คุณ กระต่ายพูดจ้อและยิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร “ถูกแล้วครับ เราไม่เคยเจอกันมาก่อน” “นั่นสินะ อ้าว ถ้างั้นเราก็ไม่เคยได้แข่งกันเลยสิเนี่ย!” คุณกระต่ายเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเล็กน้อย จริงสิ ผมยังไม่ได้บอกคุณไปเลยสินะครับ ว่าคุณกระต่ายที่ได้เป็นจ้าวความเร็วก็เพราะเขา แข่งขันวิ่งชนะสัตว์ทุกตัวในป่าแล้ว ส่วนผมก็ลืมไปเลยว่าเรายังไม่ได้แข่งกัน เพราะไม่เคยพบ กันมาก่อน “คุณกระต่ายไม่จำ�เป็นต้องไปแข่งกับเจ้าเต่าอืดนี่หรอกค่ะ ผลจะออกมาเป็นยังไงรู้อยู่แล้ว จะ ต้องเสียเวลาไปทำ�ไม ถึงไม่แข่งกัน พวกเราทั้งหมดก็ยกย่องให้คุณกระต่ายเป็นจ้าวแห่งความ รวดเร็วของที่นี่อยู่แล้วล่ะค่ะ” เจ้านกกระจอกตัวหนึ่งจีบปากจีบคอพูด “ใช่แล้ว ไม่ต้องไปแข่งกับเจ้าเต่านี่ก็ได้” คราวนี้ทุกตัวต่างพากันส่งเสียงร้องบอกคุณกระต่าย ว่าการที่เขาจะต้องมาแข่งขันกับผมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร และเป็นการเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ พูดกันไปไม่ได้คิดถึงผมบ้างเลย มันเสียศักดิ์ศรีมากครับ แต่ผมก็รู้ตัวดีว่ายังไงเสียก็ไม่มีทางที่ จะเอาชนะคุณกระต่ายที่มีฝีเท้าว่องไวเป็นเลิศได้แน่นอน “จะให้ทำ�อย่างนั้นไม่ได้หรอก ยังไง ๆ ผมก็อยากจะแข่งกับเจ้าเต่าน้อยตัวนี้ดูสักครั้ง เพราะถึง ได้รับสมญานามว่าเป็นจ้าวแห่งความรวดเร็ว แต่ถ้ายังชนะได้ไม่หมดป่ามันจะไปมีความหมาย อะไรกัน เจ้าเต่าน้อย ช่วยแข่งกับผมทีเถอะ อย่าได้ถือเป็นคำ�ท้าดวลแต่อย่างใดเลย คิดเสียว่า เป็นคำ�ขอร้องแล้วกัน” “ได้สิครับ ผมถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ด้วยความดีใจผมจึงตอบรับเขาไปทันที แม้จะรู้ตัวดีว่าต้อง แพ้ แต่ผมไม่สนใจเรื่องการแข่งขันอยู่แล้ว ผมแค่อยากเป็นเพื่อนกับเขาเองครับ ผมก็ บอกคุณไปแล้วนี่นา หวังว่าการแข่งขัน ในครั้งนี้จะช่วยให้พวกเราได้รู้จัก กันมากขึ้น


28

think ๆ เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งก็คือวันนี้นั้นถือเป็นวันสำ�คัญ เพราะเป็นวันที่มีการแข่งขันวิ่งแข่งของคุณกระต่าย ขวัญใจชาวป่ากับเต่าเชื่องช้าผู้ไร้ตัวตนอย่างผม เป็นวันที่มีอากาศดีมากถึงมากที่สุดก็ว่าได้ ลมเย็น ๆ พัดเอา กลิ่นหอมของหมู่มวลดอกไม้ในป่าแห่งนี้ผ่านตัวผมไป ส่วนผมก็ได้สูดดมกลิ่นหอมละมุนของมันอย่างรู้สึก สดชื่น ผมเดินมาจนถึงจุดนัดพบก่อนจะพบว่าทั้งหมดได้มารวมตัวกันหมดแล้ว “ชักช้าเสียจริงเจ้าเต่า ต้องมารอเจ้าอยู่ตัวเดียวเนี่ย” เจ้ากวางพูดอย่างไม่สบอารมณ์ และอีกหลายตัวที่ต่างพา กันว่ากล่าวผมเสียยกใหญ่ “เอาเถอะ ในเมื่อมาแล้วก็มาเริ่มแข่งกันเลยดีกว่า พร้อมแล้วหรือยังล่ะ” เพื่อไม่ต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้ คุณกระต่ายเลยพูดขึ้นมาเพื่อให้เริ่มการแข่งขันเสียที “พร้อมแล้วครับ เริ่มกันเลยก็ดีครับ ดูเหมือนจะเสียเวลากันไปมากที่ต้องมารอผม” “ถ้างั้นก็ขอให้ทั้งคู่ไปอยู่ประจำ�ที่จุดออกตัวเลยเถอะ” เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งผมและคุณกระต่ายก็เข้าประจำ�ที่ ตัวเอง และเริ่มตั้งสมาธิกับการวิ่ง ไม่สิ เหมือนจะมีแค่เขาเท่านั้นที่ตั้งใจ ส่วนผมจะยังไงก็วิ่งไม่ทันเขาหรอก ไม่ต้องไปคิดมากคิดมายอะไรให้ปวดสมองก็พอจะรู้ขีดความสามารถตัวเองอยู่แล้ว “เตรียมตัว ระวัง ไป!” สิ้นเสียง คุณกระต่ายก็วิ่งออกจากจุดเริ่มต้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งขนาดผมเองที่เตรียม ตัวเตรียมใจมาก่อนหน้านี้ก็ยังอดทึ่งไม่ได้ เมื่อคุณกระต่ายลับตาไป ผมก็ค่อย ๆ ออกย่ำ�ไปบนพื้น ส่วนสัตว์อื่น ๆ ก็ได้พากันย้ายไปรออยู่ที่เส้นชัยแล้ว เวลาผ่านไปผมก็ยังไปได้ไม่ถึงไหน ไม่รู้เพราะความกดดันในใจที่พยายามลบลืมมันไปหรือเพราะอะไรที่ ทำ�ให้ผมรู้สึกว่าอัตราเร็วเฉลี่ยของผมอาจจะช้าเสียยิ่งกว่าหอยทากอีกล่ะมั้ง น่าสลดใจจริง ๆ ทำ�ไมผมถึงได้ อืดอาดขนาดนี้นะ ในตอนนี้ผมก็ยังคง เดินต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงเส้นชัย ดี ไม่ดีตอนนี้คุณกระต่ายคง เข้าเส้นชัย ชนะไปได้อย่างสวยงามแล้วก็ได้ ส่วนผมก็ยังต้อง


think ๆ

29

เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงที่หมาย ในขณะที่ผมกำ�ลังเดินอยู่นั้น ผมก็ได้เห็นร่างหนึ่งที่นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ เมื่อเข้าไปใกล้ก็ได้พบว่าร่าง นั้นคือคุณกระต่ายนั่นเอง ผมเดินมาหยุดอยู่ข้างเขาก่อนจะนึกสงสัยว่า เขามานอนอยู่ตรงนี้ทำ�ไมในเมื่อกำ�ลังแข่งขันกันอยู่ อย่าบอกนะว่าเขาเข้า เส้นชัยเรียบร้อยแล้ว จึงมานอนหลับสบายใจอยู่ตรงนี้! ไม่จริงน่า ถึงจะ ว่องไวแค่ไหน แต่ก็คงวิ่งเร็วขนาดนั้นไม่ได้หรอก แล้วนี่เขาไม่สนใจการ แข่งขันเลยหรือยังไงกัน คิดไปคิดมาแล้วเขาคงจะประมาทผมเกินไปล่ะ สิ เห็นว่าเป็นเจ้าเต่าเชื่องช้า ไม่จำ�เป็นต้องเร่งรีบไปให้ถึงเส้นชัยสินะ แต่ ก็ช่างเถอะ ผมก็ไม่ได้อยากจะชนะอะไรเขาหรอก เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็ ค่อยย่อขาลงนอนเคียงข้างกันกับเขา ไม่รู้ว่าทำ�ไม แต่ผมก็คิดได้แค่ว่าไม่ จำ�เป็นที่ผมจะต้องวิ่งต่อไป ผมแค่อยากอยู่เคียงข้างเขา และ นั่นคือความตั้งใจที่แท้จริงที่ผมเข้าแข่งขันกับเขา เพราะผม อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา ถ้าอย่างนั้นแล้วคงไม่แปลกถ้าผม อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง

By...ปุยฝัน


พท.ปล่อยของ

think ๆ

30


think เน†

31


คุ้ยกีฬา

think ๆ

32

By...ไข่เจียว


think เน†

33


think...think  

magazen of BKW school