¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§ ISBN
978-974-496-898-2
พิมพครั้งที่ 1 มีนาคม 2554
จำนวนพิมพ 2,500 เลม
ราคา
120 บาท
บรรณาธิการ
พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง
บรรณาธิการรวม พญ.เพ็ญนภา กวีวงศประเสริฐ นพ.อดิศร รัตนโยธา นพ.ชเนษฎ ศรีสุโข นศพ.เจนวิทย วงศบุญสิน นพ.พงศเทพ วงศวัชรไพบูลย นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย เรียบเรียง จัดทำรูปเลมและออกแบบปก Imagineering
พิมพที่
บริษัท สรางสื่อ จํากัด 17/118 ซอยประดิพัทธ 1 ถนนประดิพัทธ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท 0 2279 9636, 0 2271 4339 โทรสาร 0 2618 7838
á¹Ð¹Óà¤Ã×Í¢‹Ò “ทำไมคนไขเยอะอยางนี้....รัฐบาลใชงานพวกเราหนักไปหรือเปลา” “ออกนโยบายมาแบบนี้ เราไมเสี่ยงถูกฟองรองสูงขึ้นหรือไง” “ทำไมคนไขไมหยุดกินเหลา สูบบุหรี่สักที คนไข COPD, UGIB เต็มไปหมดแลว” “เอาอีกละ พวกขี้เหลาขับมอเตอรไซดลมมาอีกละ หมวกกันนอคก็ไมรูจักใส” “พวกทำแทงถามทีไรก็บอกวา ยังไมพรอมมีลูกถึงกินยาขับเลือดมา ไมพรอม แลวทำไมไมปองกันใหดี ไมรูจักวิธีหรือไง?”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 3
มารูจักกับเครือขายของ
“หมอ” ที่เปน “มากกวาหมอ” มารวมกันพัฒนาประเทศไทยที่รักของเราใหดียิ่งขึ้นไปกับเรา
เครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรูสูการสรางสรรคสังคม
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
หลากหลายคำถาม คำบนและความเบื่อ ที่เกิดขึ้นในใจเราขณะทำงาน แต....เราจะเอาแตนั่งบนไป แลวปลอยใหการสาธารณสุขไทยมันดำเนิน ตอไปอยางนั้นหรือ??
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
4
อยากให พ วกเราลองช ว ยกั น คิ ด ว า ถ า มี ร ายการเกมโชว ร ายการหนึ่ ง มีทีมที่มาทาชิงขอฝาดานเพื่อชิงเงินลาน ในทีมมีคนความสามารถหลายระดับ ตั้งแตเกงมากจนเกงนอย ในเกมมีหลายดานใหทีมชวยกันแกไข ถาเลนเกมจนมา ถึงดานที่ยาก คูตอสูรายกาจมาก คิดวาเราควรจะสงใครลงไปแขงขัน เราแทบ จะตอบโดยไมตองไตรตรองเลยใชไหมวาตองใหคนที่เกงที่สุดเขามามีสวนรวม เขามานำทีม กลุมเราถึงจะมีโอกาสชนะมากขึ้น แตในทางกลับกัน หากคนเกงในทีมไมไดสนใจเลยวา ทีมกำลังเผชิญ ปญหาอะไรอยู ไมสนวาทีมจะแกปญหาไดไหม เอาแตลอยตัวอยูเหนือปญหา หวังเพียงแตจะรับเงินลานสบายๆ โดยไมตองทำอะไรเลย ปลอยใหคนที่ฝมือ นอยกวาเขาจัดการแลวเอาแตวิจารณวา เขาทำไดไมดีไมไดเรื่อง ก็ไมตองสงสัย เลยวา อนาคตของทีมตองลมจมเปนอันแน
¡ÃÐμ‹Ò ¡º áÁÇ, ªŒÒ§μÑÇà´ÕÂÇàͧ ãˌ˹٨Ѵ¡Òä§¾Í
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 5
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ฉันใดก็ฉันนั้น ถาทีมที่วาไมใชแคกลุมคนที่รวมเลนเกม หากแตเปน คนไทยทั้งประเทศ เปน “ทีมประเทศไทย” รายการเกมโชวเปนปญหาที่เรา ตองรวมฟนฝาไปเพื่อเปาหมาย ไมใชเงินลาน แตคือใหประเทศไทยสงบสุข หากคนเกงในสังคมทำเหมือนกรณีขางตนกันหมดประเทศไทยจะไปรอดหรือ ถาพูดถึงคนเกง ไมวาจะในสังคมไทยหรือสังคมไหนๆ “แพทย” ยอม เปนหนึ่งอาชีพที่สังคมยอมรับ วาเปนคนเกงของประเทศลำดับตนๆ บอยครั้ง ที่ เ ด็ ก ม.6 ที่ เ รี ย นดี แ ต ยั ง ไม รู ว า จะเอนทรานซ เ ข า คณะไหนดี ก็ มั ก มี คณะแพทยศาสตรเปนตัวเลือกในใจที่สำคัญคณะหนึ่ง ในเมื่อแพทยเราก็จัดไดวาเปนปญญาชนคนเกงคนหนึ่ง และที่นาทึ่งไป กว า นั้ น คื อ คนเรี ย นแพทย ส ว นมากมั ก มี ค วามสามารถพิ เ ศษอื่ น ๆ ซ อ นอยู บางคนเลนดนตรีเกงมากขนาดมือเปนมืออาชีพได บางมีความรูดานการเงินมาก ขนาดไปเปดบริษัทได บางวาดรูปสวยขนาดจิตรกรบางคนยกนิ้วให บางเรียน นิติศาสตรไปดวยขนาดไดเกียรตินิยม คนเกงขนาดนี้หากไดมาเปนหัวเรี่ยวหัวแรง ในการคิดแกไขปญหาที่ประเทศไทยเรากำลังเผชิญ อยูทุกอยางคงดีกวานี้ แตเปนที่นาแปลกใจวา ทั้งนักศึกษาแพทย และแพทยไทย มักไมไดใสใจ เรื่องอื่นๆ ที่พนออกไปจากหองตรวจ หรือรั้วโรงพยาบาลสักเทาใด แพทยมัก จะถูกสอนใหมองอะไรในเชิงลึก แตเราไมคอยถูกสอนใหมองเชิงกวาง เชน เราตองมานั่งขูดมดลูกมากมาย ขูดไปก็บนไปวาคนไขมีแบบนี้มากมายรับมือ ไมไหว ทั้งๆ ที่ในภาพกวางระดับประเทศ มันเกิดจากการที่ขาดกำลังคนมาชวย ปองกันปญหาทองไมพรอม หรือวัยรุนไมรูเรื่องเพศสัมพันธที่ถูกวิธี เราปลอย ให ค นอื่ น ที่ เขามี เ สี ย งน อ ยกว า ได รั บ การยอมรั บ ทางสั ง คมน อ ยกว า ทำงาน สายตัวแทบขาดเพื่อปองกัน ในขณะที่เราอยูปลายเหตุนั่งรับมือแทบไมทัน หรือ บางปญหายิ่งซ้ำรายไมมีใครเหลียวแล คนที่เขามาจัดการปญหา เปนคนที่มีแต อารมณ ไมมีความรู เอาแตใชกำลัง จนเกิดความรุนแรง จนทำใหประเทศลุกเปน ไฟ สังคมไทย ณ ปจจุบันนี้ เปนสังคมของความเห็น และอารมณเปนสวนใหญ สั ง คมต อ งการเหตุ ผ ล ต อ งการกระบวนการคิ ด ที่ เ ป น ระเบี ย บมากกว า นี้ ซึ่ ง นั่นก็ตรงกับสิ่งที่อาชีพแพทยถูกปลูกฝง และสั่งสอนให คิดอะไรเปนเหตุเปนผล เสมอมา
คงถึงเวลาแลวละที่เราจะตองถามตัวเองวา..... เราเลือกจะเปนคนเกง แบบไหน เลือกจะเขาไปเปนสวนหนึ่งของ “ทีม” เพื่อประเทศไทย หรือทำแค เพียงลอยตัวอยูเหนือปญหา ดูเหตุการณบานเมืองแลวก็นั่งบนไปวันๆ และนั่ง รอคอยชะตากรรมให นำพาประเทศไปแลวแตบุญแตกรรม บางคนอาจปฏิเสธ อยูในใจวา ไมใชวาเราไมไดสนใจ หรือทำตัว ลอยตัวอยูเหนือปญหาของประเทศชาตินะ จริงๆ ฉันก็อยากชวย แตเราไมรู จะชวยยังไงหมอตัวเล็กๆ เพิ่งจบใหมอยางเรา จะมีพลังอำนาจไปทำอะไร ได โน น ต อ งอาจารย แ พทย อ ายุ 40-50 ป นั่ น แหละถึ ง จะมี ค นเชื่ อ ถื อ ถึงตอนนั้นแลวคอยมาคิดกันวาเราจะทำอะไรไดบาง แต... เราลืมอะไรไปรึเปลา!! จริงหรือ?.. ที่หมอจบใหมอยางเรา ไมมีความนาเชื่อถือ จริงหรือที่พวกเรามี พลัง อำนาจ หรือบารมีไมพอ ??
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
6
การที่ : คนไขอายุ 80 ป เปนคุณตาพวกเราได เขามาตรวจแลวยกมือ ไหวเราดวยความจริงใจ บางรายแมเราตอวาเรื่องพฤติกรรมของเขา ทำไมคุม เบาหวานไมดีอยางโนนอยางนี้ นอกจากเขาจะไมโกรธกลับขอบคุณเราดวยซ้ำที่ เปนหวงและตั้งใจดูแลรักษา ตอนกลับเขายังยกมือไหวเราอยูเลย เราจะเรียก สิ่งนี้วาอะไร แลวการที่ : พยาบาล ผูชวยพยาบาลที่อายุรุนราวคราวเดียวกับคุณพอ เราแมเรา ทำงานมากอนเรานานกวา 20-30 ป เรียกเราวา “หมอใหญ” ทำงาน ใหความเคารพเราในฐานะที่เราเปนแพทยแลวเราจะเรียกสิ่งเหลานี้วาอะไรกัน ลองคิดดูดีๆ คนอายุเทาเราที่จบคณะอื่นๆ เปนอยางไร หากตัดคำ วา “นายแพทย หรือ แพทยหญิง” นำหนาออกไป เราจะไดรับสิ่งที่กลาวมา ขางตนหรือไม
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 7
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เพื่อนๆ เราที่เพิ่งจบปริญญาตรีใหมๆ ไปเขาทำงานบริษัท เขาตอง เคารพคนในที่ทำงานเกือบทุกคนแมเขาจะตำแหนงต่ำกวาเรา เพราะเขาเปน รุนพี่ที่มีประสบการณมากกวา โดยเฉพาะลูกคาของบริษัท ไมวาเขาทำอะไร เราก็ตองใหความเคารพ และยกมือไหวเขา เรื่องตอวาลูกคายิ่งแทบไมตอง คิดเลย เพราะลูกคาคือพระเจา คนบางคนที่อายุเทาเราอาจตองใชเวลากวาคอนชีวิตกวาจะไดรับการ ยอมรับนับถือเหมือนที่เราไดรับทันทีที่เรียนจบ หรือบางคนอาจใชเวลาทั้งชีวิต แตอาจไมเคยไดรับความเชื่อถือแบบนี้เลยก็มีใหเห็นมากมายในสังคม แลวพวกเราที่เปนแพทย ที่มีสิ่งนี้อยูในมือแลวแทๆ ในขณะที่อายุเพียง เทานี้ เรามั ว รี ร ออะไรหรื อ เราจะถื อ “พลั ง ” อำนาจเหล า นี้ ไว ใ นมื อ แล ว หายใจทิ้งไปวันๆ เทานั้นหรือ เราจะมีพลังเอาไวเพื่อภาคภูมิใจวาฉันเปนแพทย วาฉันมีคนนับหนา ถือตาเทานั้นเหรอ หรือวันนี้เราจะเลือกที่จะใช “พลัง” นั้น....เพื่อทำสิ่งดีๆ คงเปนดั่งเชนประโยควลีดังจากภาพยนตร spiderman ที่วา “Great power comes with great responsibility” “พลังอันยิ่งใหญยอมมาพรอมกับ หนาที่รับผิดชอบอันใหญยิ่ง” ในเมื่อสังคมใหคุณคาและยกยองแพทยฉันใด เราก็ควรจะแสดง “รับผิดชอบ” ใหสมกับสังคมที่สังคมไดฝากความหวัง และมอบ “พลังที่ยิ่งใหญ” ไวในมือเราฉันนั้น เพราะเสียงทุกเสียงความเห็นทุกความเห็น ของเราไดรับความเชื่อถือ และมีน้ำหนักพอที่จะสรางสรรคสังคมใหดีได และขอยกภาพสองบุคคลที่เปนตัวอยางไดดีในประโยคที่กลาวมานี้ไว ใหเปนแรงบันดาลใจ เวลาที่เราเหนื่อย จากการรักษาคนไขที่เปนงานประจำ ของเราแล ว อยากให คิ ด เสมอว า เรามี อี ก หนึ่ ง หน า ที่ ๆ ที่ เราต อ ง ทำให ดี บุคคลทั้งสองคือ ภาพพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงพระราชกรณียกิจตางๆ และภาพสมเด็จพระราชบิดา
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
8
ทั้งสองพระองคทรงเลือกที่จะใชเวลาของพระองคในการชวยเหลือแกไข ปญหาบานเมืองเพื่อพสกนิกรชาวไทย เพื่อประเทศไทยทั้งๆ ที่พระองคอาจ เลือกที่จะใชชีวิตอยางสุขสบายอยางเดียวไม ตองมาตรากตรำทรงงานจนดึกดื่น ไม ต อ งเสี ย สละไปใช ชี วิ ต ในที่ ทุ ร กั น ดาร แต ท รงเลื อ กที่ จ ะทำ เพราะทั้ ง สอง พระองครักประเทศไทย รักพสกนิกร อยากให เราเลิ ก มองคนไข เ ป น แค ค นไข ขอให ม องคนไข เ ป น มนุ ษ ย คนหนึ่ง มองใหลึกและกวางพอที่จะเห็นปญหาที่แทจริงของเขาและชวยแกไข ปญหาของเขาอยางแท จริง...ไมใชแคโรค “เปนหมอที่มากกวาหมอ คือเปนมนุษย เปนคนประชาชนคนไทย คนหนึ่งที่รักประเทศดวย” สมดังที่พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชบิดาที่วา “I don't want you to be only a doctor, but I also want you to be a man.” ลุกขึ้นมาเถอะ มารวมตัวกันเพื่อทำอะไรสักอยางที่สรางสรรคใหสังคม ดีขึ้น เดี๋ยวนี้เราไมตองลุกขึ้นมาตอสูเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อใหสังคมไทยสงบสุข เหมือนแตกอน ไมเหมือนเสียกรุงศรีอยุธยา ไมเหมือน 14 ตุลา
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ขอแคเราใชความสามารถที่มีอยู คือ สติปญญา บวกกับความใสใจตอ บานเมืองเพียงเทานี้ก็เพียงพอ ก อ นจากกั น อยากฝากบทกลอนของจิ ต ร ภู มิ ศั ก ดิ์ เพื่ อ เป น พลั ง แก แพทยและนักศึกษาแพทยทุกทาน ที่ไดฟงมาจาก นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธาน มูลนิธิแพทยชนบท แพทยที่เปน แบบอยางที่ดที ี่สุดคนหนึ่งในการสรางสรรคและ ใสใจสังคม เพียงหวังจะเฟองฟุง ฤๅ จึงมุงมาศึกษา เพียงเพื่อปริญญาเอาตัวรอดเทานั้นฤๅ ... แทควรสหายคิดจงตั้งจิตมั่นยึดถือ รับใชประชาคือปลายทางเรา...ที่เลาเรียน" มือเล็กๆ ของพวกเราสามารถสรางสรรคสังคมของเราใหดีขึ้นจริงๆ ได เพียงแคพวกเราเริ่มตน... มาสรางสรรคพัฒนากับเราสิคะ ประเทศไทยรอการชวยเหลือจากทุก คนๆ อยู
9
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
พญ.เพ็ญนภา กวีวงศประเสริฐ และ นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย ประธานเครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรู สูการสรางสรรคสังคม
อยากรวมสรางสรรค สังคมไทยใหดีขึ้นแลวทำอะไรไดบาง เครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรู สูการสรางสรรคสังคม
º·ºÃóҸԡÒÃ
11
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง เลขาธิการเครือขายแพทยยุคใหมฯ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ในแตละวันในชีวิตการทำงานของแพทยทุกคน ยอมตองพบเจอเรื่องราว และเหตุการณตางๆ ซึ่งบางเหตุการณเปนประสบการณชีวิตที่สำคัญทั้งสำเร็จ และลมเหลว ทั้งดีและราย ซึ่งถาหากนำมาถายทอดใหแพทยจบใหมไดรับทราบ ยอมจะทำใหแพทยจบใหมสามารถเปนแพทยที่ดี และไมตองกาวไปสูอุปสรรคที่ แพทยรุนกอนไดผานมา โครงการหนังสือจากพี่สูนอง จึงไดถูกริเริ่มขึ้นมา จุดประสงคหลัก คือ เพื่อรวบรวมเรื่องราว ความรูสึก ความคิด ประสบการณตางๆ ที่ไดพบเจอมาทั้ง ที่ดีและไมดีจากพี่ๆ ที่เพิ่งจบใหมโดยอยูในระยะใชทุนสูนองๆ นักศึกษาแพทยที่ กำลังจะกาวออกไปจากรั้วโรงเรียนแพทยไปเปนหมอใหม... การใชชีวิตของหมอนั้นไมงายโดยเฉพาะอยางยิ่งหมอใหม ที่ตองมีการ ปรับตัวครั้งใหญ ทั้งดานความรู ความชำนาญในการรักษาคนไข อารมณ ความ คาดหวั ง ที่ มี ต อ คนไข การปรั บ ตั ว กั บ เพื่ อ นร ว มวิ ช าชี พ เรื่ อ งราวการปรั บ ตั ว ชวงเปลี่ยนผานจากการเปนนักศึกษาแพทยสูการเปนแพทยนั้นจึงเปนเรื่องราวที่ นาสนใจ มีคุณคาและคงจะมีประโยชนไมนอยหากมีการรวบรวมเรื่องราวเหลานี้ ผานบทความ เรื่องเลา จากพี่ๆที่ใชทุนอยูตามโรงพยาบาลศูนย โรงพยาบาล จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยผานกระบวนการจิตอาสา ใจที่อาสาของพี่ๆ แตละ คนที่อยากจะถายทอดเรื่องราวตางๆ ผานตัวอักษรใหกับนองๆ ...แพทยจบใหม ทุกๆคน หวังเปนอยางยิ่งวาเรื่องราว เรื่องเลาจากประสบการณของพี่ๆ ใน หนังสือเลมนี้จะมีสวนทำใหนองๆ ไดเรียนรู ไดเติบโตเปนแพทยที่สมบูรณพรอม ยิ่งขึ้น ผิดพลาดซ้ำรอยพี่ๆ ลดลง
¤Ó¹Ó
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
12
นับเปนเวลา 39 ป ตั้งแตป พ.ศ. 2515 ที่ประเทศไทยไดเริ่มมีแพทยใช ทุนไปทำงานในชนบท เปนเพราะวา ชวงเวลานั้นชองวางระหวางเมืองกับชนบท หางกันไกลมาก แมวาชนบทในวันนี้หางไกลจากชนบทเมื่อ 39 ปกอนอยาง มากมาย แตชองวางที่มีอยูกลับถางออกเรื่อยๆเชนกัน จนถึงทุกวันนี้แพทยที่ ยินดีและเต็มใจอยูในชนบทจึงยังมีไมเพียงพอ แพทยที่ทำงานหลังหมดพันธะ ชดใชทุนมีเพียง 53% ของแพทยที่ทำงานในโรงพยาบาลชุมชนทั้งหมด เมื่อ แพทยคนใหมมาแพทยคนเกาก็ไปเรียนตอ วนเวียนไปอยางนี้ไมขาดสาย ดังนั้น จนถึงวันนี้สังคมไทยจึงยังจำเปนตองมีแพทยใชทุนอยู ในวันนั้นของเมื่อ 39 ปที่แลว ในทามกลางภาวะที่สังคมไทยถามหา ประชาธิปไตย และความเทาเทียมกันในสังคม แพทยใชทุนสวนหนึ่งไมไดถูก บังคับใหไปใชทุน แตยินดีที่จะไปใชทุนดวยความฝนและอุดมการณที่อยากเห็น สังคมไทยเปนสังคมที่เทาเทียมกัน ไมแบงชนชั้น ยากดีมีจน ชนบทหรือในเมือง ในวันนี้เมื่อ 39 ปผานไป สังคมไทยก็ยังฝากความหวังวาแพทยใชทุนรุนใหมจะ ไมคิดวาการไปใชทุนคือการบังคับใชทุน แตเปนการอาสาไปทำงานเพื่อมอบ โอกาสใหกับคนที่ยังขาดโอกาสในพื้นที่หางไกลในชนบท เพราะโอกาสนั่นแหละ ที่แยกความแตกตางระหวางคนเมืองกับคนชนบท ไมใชเพราะพวกเขาโง หรือ ขี้เกียจ แตเปนเพราะพวกเขาขาดโอกาส การทำงานตามอุดมการณของแพทย จึงเปนการมอบโอกาสดานการแพทยและการสาธารณสุข โดยผูที่มีจิตอาสา และเปนผูที่มีโอกาสเหนือกวาคนอีกหลายคน ในหลายๆ ปที่ผานมา มูลนิธิแพทยชนบทไดผลิตหนังสือ “ดวยรักและ หวัง” จากเลมที่ 1 จนถึงเลมที่ 6 โดยรวบรวมบทความขอคิดของอาจารยแพทย และรุนพี่แพทยใชทุน เพื่อสรางแรงบันดาลใจใหแกนองๆ แพทยจบใหม จนถึง วันนี้ แพทยรุนพี่ผูเขียนเหลานั้นบางสวนถึงชวงปลายของการรับราชการ บางคน เกษี ย ณอายุ ไ ปแล ว และประสบการณ บ างอย า งได ห า งไกลจากแพทย ใช ทุ น รุนใหม มูลนิธิแพทยชนบทจึงไดสนับสนุนใหนองแพทยจบใหมในนามของกลุม
13
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิแพทยชนบท
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
“เครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรู เพื่อการสรางสรรคสังคม” ไดทำกิจกรรมดีๆ หลายๆ อย า ง ซึ่ ง หนึ่ ง ในนั้ น ก็ คื อ การผลิ ต หนั ง สื อ “เรื่ อ งเล า จากพี่ สู น อ ง” โดยรวบรวมเรื่องเลาประสบการณดีๆ จากพี่ๆ แพทยรุนใหม รวมถึงแพทย รุนพี่จากโรงพยาบาลศูนย โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน เพื่อถายทอด ผานหนังสือเรื่องเลาจากพี่สูนอง ไปใหแกแพทยที่จะไปทำงานใชทุนในป พ.ศ. 2554 นี้ การดำเนิ น การนี้ มู ล นิ ธิ แ พทย ช นบทไม เ พี ย งหวั ง ว า จะมี ห นั ง สื อ ดี ๆ จากพี่ๆ แพทยมอบใหนองแพทยจบใหม แตยังหวังที่จะสรางแพทยรุนใหมที่ สามารถถายทอดเรื่องราวดีๆ ผานบทความ และสรางทีมบรรณาธิการแพทย รุนใหม รวมไปถึงสรางเครือขายแพทยใชทุนรุนใหม ที่จะมาทดแทนแพทยใชทุน รุนเกาที่เกษียณหรือกำลังจะเกษียณอายุราชการไป จากที่ไดอานบทความที่นองๆแพทยจบใหมไดสงเขามา ทำใหเชื่อมั่นได วา อุดมการณแหงวิชาชีพแพทยไมไดดับสูญ หรือลดนอยลง กลับเพิ่มพูนตาม กาลเวลาที่ผานมา และหลายบทความนาจะทำใหเห็นแนวทางของการแกปญหา ความขัดแยงระหวางแพทยและผูปวยที่กำลังคุกรุน เพราะมุมมองที่แพทยมอง ผูปวย และเห็นคนไขเปนคนนั้น จะชวยลดความขัดแยงตางๆ ลงและนำไปสูการ แพทยที่มีหัวใจของความเปนมนุษยได ในฐานะของประธานมูลนิธิแพทยชนบท ขอเปนกำลังใจใหนองๆ แพทย รุนใหมที่จะไดเรียนรูผานเรื่องราวเรื่องเลาของรุนพี่ที่ไดกาวผานมา และนำไปสู การเรียนรูในประสบการณจริงในโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลชุมชนตอ ไปในอีก 3 ปขางหนา ขอใหชวงเวลา 3 ปแหงการใชทุนเปนชวงเวลาสำคัญที่ นองแพทยทุกคนจะไดเรียนรูทั้งวิชาการทางการแพทย วิชาการใชชีวิต และวิชา แหงความเปนแพทยที่มีหัวใจของความเปนมนุษย
¤Ó¹ÔÂÁ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
14
ในมุมหนึ่งทามกลางแสงสีแหงไฟนีออน เด็กหนุมอนาคตไกลตั้งคำถาม วา “ทำไมแพทยจบใหมจึงตองทำงานชดใชทุนในชนบท ขณะที่วิศวะ สถาปตย บัญชี ไมเห็นตองใชทุนในชนบทเลย” แตในเงามืดอีกมุมหนึ่งทามกลางแสงเทียน วิบวับ ผูปวยชราคนหนึ่งตั้งคำถามวา “ทำไมชีวิตฉันจึงขาดโอกาสเชนนี้” ในบริบทของสังคมไทยที่มีชองวางระหวางคนรวยและคนจนสูง ยอมมี มุมมองจากวิถีชีวิตที่แตกตาง ทุกคนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม และมีสิทธิ์เลือกทางเดิน ชีวิตของตนเอง แตเพราะเรื่องสุขภาพเปนเรื่องของความเปนความตาย ไมใช ความจนหรื อ ความรวย วิ ช าชี พ สุ ข ภาพจึ ง เป น วิ ช าชี พ ที่ ต อ งมี อุ ด มการณ มีจรรยาบรรณ และมีกรอบคิดที่แตกตางจากวิชาชีพอื่น นั่นคือเหตุผลที่ยังคง ตองมีแพทยใชทุนในชนบท แตไมมีวิศวะใชทุนในชนบท ในชวงเวลาเกือบ 20 ปที่ผมไดรวมกับชมรมแพทยชนบท และมูลนิธิ แพทยชนบทในการรณรงคเสริมสรางอุดมการณใหนองแพทยจบใหมไปทำงาน ในโรงพยาบาลชุมชน โดยการไปบรรยายในโรงเรียนแพทย บรรยายในชวง ปฐมนิเทศแพทยจบใหม เขียนหนังสือ และบทความหลายเรื่อง แตสถานการณ การขาดแคลนแพทยในชนบทกลับไมไดดีขึ้นเลย แทบไมมีแพทยที่ทำงานเกิน ชวงเวลาใชทุน 3 ป แพทยใชทุนสวนใหญอยูเพื่อรอไปเรียนตอ แลวไปเปน อาจารย แ พทย แพทย ใ นโรงพยาบาลเอกชน หรื อ ในโรงพยาบาลจั ง หวั ด อุดมการณที่พยายามพูดถึงดูหางไกลและนาทดทอ แตในชวงเวลา 6 เดือนที่ผานมา มีกลุมแพทยจบใหมกลุมหนึ่ง ตั้งชื่อ กลุมวา “เครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรู สูการสรางสรรคสังคม” พยายามขับ เคลื่อนสรางสิ่งดีๆ ในวงการแพทย ผมเฝาดูและเปนกำลังใจ ดวยความหวังกับ รุนนองแพทยกลุมนี้ และนองๆ ไดพยายามทำหนังสือ “เรื่องเลาจากพี่สูนอง” เพื่อมอบใหกับนองแพทยจบใหมในงานปฐมนิเทศ จนเมื่อบทความที่ชวยกัน เขียนโดยทีมงานนองๆ หลายคนไดคลอดออกมา เนื้อหาทั้งหลายเปนดั่งแสง
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 15
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สวางแหงความหวัง ทามกลางความหดหูและทดทอตอปญหาตางๆ และได เปลี่ยนมุมมองของผมตอแพทยจบใหมอยางสิ้นเชิง พวกเขาไมใชแกวเปลา ที่ขาดแคลนอุดมการณ อยางที่พี่ๆ พยายาม ปลู ก ฝ ง ดั ง ในบทความ “ใช ทุ น หรื อ หาทุ น ” ที่ พ วกเขาเขี ย นเพื่ อ สอนพี่ ๆ แพทยรวมถึงตัวผมเองวา “ที่แพทยในโรงพยาบาลชุมชนบอกวาวาง ... คงเปน เพราะแพทยเหลานั้นเนนคุนเคยกับการรักษาเปนสวนใหญจนลืมไปวาแทจริง แลวยังมีงานอีกหลายๆ อยางทั้งในและนอกโรงพยาบาลที่ตองการใหแพทยมามี สวนรวมในการพัฒนา ....เราทำอะไรใหโรงพยาบาลบาง...นอกจากการรักษา” วาเปนเพราะที่รูสึกวาอยูโรงพยาบาลชุมชนวางนั้น อาจจะเกิดจากแพทยเรา คุนเคยแตกับการรักษา จึงไมไดถึงวาเราอาจจะใชเวลาวางนั้นไปทำงานปองกัน รวมดวยก็ได"วาเปนเพราะที่รูสึกวาอยูโรงพยาบาลชุมชนวางนั้น อาจจะเกิดจาก แพทยเราคุนเคยแตกับการรักษา จึงไมไดถึงวาเราอาจจะใชเวลาวางนั้นไปทำงาน ปองกันรวมดวยก็ได" พวกเขามีพลังและพรอมที่จะทำงานกับผูอื่น ดังบทความ “ขอบคุณคะ” ที่สรุปปดทายวา “ขอบคุณที่เปดมุมมองใหมใหผมรูวา โรงพยาบาลไมไดมีแต แพทยกับพยาบาล แตยังมีผูรวมงานทุกๆ คนที่แมจะไมสามารถรักษาโรคทาง กายได แตสามารถรักษา เยียวยา ฟนฟูจิตใจ ใหกับคนไขไดเชนกัน เพราะการ ชวยเหลือเยี่ยวยาจิตใจไมไดเปนเฉพาะเรื่องของแพทย. หากแตเปน... เรื่อง พื้นฐานที่สำคัญของการอยูรวมกันในฐานะเพื่อนมนุษยคนหนึ่ง” บทความที่ ส ะท อ นให เ ห็ น ความเป น มนุ ษ ย ข องผู ป ว ยและแพทย ใ น “ขอโทษนะตองอู” ที่วา “พี่ไมกลาสูสายตาของตองอู เพราะพี่ละอายใจ คน อยางพี่ที่ดีแตทำอะไรงี่เงาไปวันๆ ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู ในขณะที่เด็กๆ อีกหลายคนกำลังสิ้นหวัง และตายจากไป พี่ก็กำลังเสวย สุขอยูกับครอบครัว พลางบนวาอากาศรอนจัง หิวจัง งวงจัง เรียนหนักจัง ทั้งๆ ที่วันๆ ทำแคนั้น แตพี่ก็ยังเติบโตมาอยางปลอดภัย ทั้งๆ อยางนั้น คนอยางฉัน ยังมีชีวิตอยู” ในทามกลางกระแสการฟองรองแพทย ที่ไมมีใครอยากมาเปนแพทย พวกเขาสะทอนความคิดในบทความ “หนูแนใจแลวหรือ วาจะเรียนหมอ” วา
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
16
“ฉันเชื่อ หมอหลายๆ คนไมไดตั้งใจใหเกิดความผิดพลาด แตก็นะ พวกเราก็คน ธรรมดา ไมใชเทวดาที่ไหน ไมสามารถรูไปทุกสิ่งทุกอยาง ฉันเองก็ยอมรับ วาฉัน เองก็กลัวการถูกฟองเชนกัน แตไมใชวา พวกเราไมเห็นดวยกับการที่สามารถรอง เรียนเมื่อการบริการ การรักษาไมเปนไปดังที่สมควรจะเปน เพราะปฏิเสธไมได วาก็มีแพทยบางประเภทเหมือนกันที่ไมไดทำตัวนาเชื่อถือ นาฝากชีวิตไวในมือ เวลาผูปวยมารพ.ในเวลานอกราชการ หมอซึ่งอยูเวรกลับไมไดมาดู ใหผูปวย เอาแตนอนรออยูกับพยาบาล” และป ด ท า ยได อ ย า งท า ทายว า “ถ า โชคดี เราคงได ค นรุ น ใหม ที่ มี อุดมการณแรงกลาที่อยากจะเขามาเปนแพทยเพื่อชวยเหลือประชาชนดวยใจ จริง คนรุนใหมที่ไมหวั่นกลัวตอความเสี่ยงในการถูกฟอง ไมยอทอตอภาระงาน ที่หนักหนวง ไมแครแมผูปวยจะไมยกมือไหวพวกเราอีกตอไป ถาถึงวันนั้น ฉัน อยากตอนรับเหลาบรรดานองใหมดวยออมกอดอยางเต็มใจ และหวังจริงๆ วา คนเหลานั้น จะมากพอ....กับงานสาธารณสุขของประเทศไทยเรา” รวมถึงในบทความ “หมอกับคนไข เมื่อเราไมเขาใจกัน” ที่ใหความเห็น อยางมีความหวังวา “...หนทางแกไขปญหาคนไขกับหมอ และปญหาฟอง รองคงไมไดอยูท่ีหัวขอกฏหมาย กฏหมู หรือการชดใชเงินตราแตอยูที่การ ปรับความเขาใจ ปรับเปลี่ยนโลกทัศนเขาหากันใหเรารูจักพระเจาของกัน และกันไดอยางมีมิตรจิตมิตรใจ ฟนคืนระบบการแพทยที่มีหัวใจกลับคืนมา อีกครั้ง...” ถึงตอนนี้ ผมยังเฝาฝน ภาวนา และพยายามใหมันเปนจริง” อีกคำถามที่ผมชื่นชอบสำหรับการตรวจรักษาผูปวยในบทความ “คุณเคย ลอคหองตรวจ OPD, ER ไมใหคนไขเขาไปไหม” ที่วา “ที่ผานมา เรา กำลังเปด ประตู รับคนไขที่ ชื่อคุณ “นอนไมหลับ” คุณ “ปวดทอง” คุณ “ปวดหัว” คุณ “เบาหวาน ความดัน” แลว เราก็ปดประตูใสหนา คนไขที่เปนคนของเราจริงๆ ไวขางหนาหองตรวจรึเปลา ? แลวขังตัวเอง ไว กับ โรคของคนไข โดยไมสน หรอกวา คนไขจะมีปญหาทางสังคม ทางจิตใจมากแคไหน ขอใหฉันได กำจัด อาการปวดทอง อาการปวดหลัง ไปใหไดเปนพอ รึเปลา ? มีอีกหลายบทความที่ชื่นชอบจนไมอาจกลาวไดหมด แตผมเชื่อวาทุกคน ที่ไดอานคงมีความรูสึกมีความหวังเชนเดียวกันกับผม
17
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นพ.พงศเทพ วงศวัชรไพบูลย เลขาธิการมูลนิธิแพทยชนบท
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ทักษะในการเขียนบทความเปนอาวุธที่ทรงพลังชนิดหนึ่ง สามารถใชใน การขับเคลื่อนสิ่งดีๆ ไดมากมาย พวกนองๆ ในนาม “เครือขายแพทยยุคใหม ใสใจ ใฝรู เพื่อการสรางสรรคสังคม” พิสูจนวาพวกเขามีอาวุธชนิดนี้ และมีความ มุงมั่นที่จะขับเคลื่อนและสรางคนรุนใหมตอๆ ไป เมื่ อ อ า นแล ว ผมเชื่ อ ว า ทุ ก คนคงเห็ น ด ว ยว า การไปใช ทุ น ไม ใช ก าร เสียสละ แตเปนการแบงปนและการเรียนรู สิ่งที่นองๆ ไดเรียนรูและเขียนออก มาไมสามารถหาอานไดจากในตำรา แตพวกเขาเติบโตขึ้นดวยอาหารที่ไดจาก การพบกับชีวิตจริงของผูปวยจริงๆ ในโลกนี้ไมมีอะไรไดมาฟรีๆ และยอมไมมี อะไรเสียไปฟรีๆ เวลา 3 ปของการใชทุน จึงอาจเปนการเสียเวลาสำหรับบางคน แตสำหรับบางคนพวกเขาอาจจะไดมากกวาที่พวกเขาคาดคิด เมื่อในมุมแหงแสงสีของไฟนีออนไมไดตั้งคำถามวา “ทำไมฉันตองไปใช ทุ น ” ในเงามื ด ที่ มี แ ต แ สงเที ย น ย อ มสว า งขึ้ น และการไปใช ทุ น ในชนบทจะ เปนการบรรจบกันของความดี ความงาม และการแบงปนที่มีใหกันและกันของ มนุษยชาติ และที่นั่นยอมเปนที่ซึ่งระบบทุนนิยมออนกำลังลง เปนที่ซึ่งสัตวที่ แข็งแรงกวาไมจำเปนตองกัดกินสัตวที่ออนแอกวา แตพวกเขาเกื้อกูลกัน และ เปนที่ซึ่งพวกเราทุกคนไมไดอยูเดียวดายในโลกแหงวัตถุนิยมอีกตอไป
ÊÒúÑÞ แนะนำเครือขายแพทยยุคใหม บทบรรณาธิการ พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง คำนำ นพ.วิชัย โชควิวัฒน คำนิยม นพ.พงศเทพ วงศวัชรไพบูลย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
18
ปฐมบทแหงการบิน นพ.ธนพัฒน เลิศวิทยากำจร โรงพยาบาลชุมชน โรงเรียนของความเปนแพทย นพ.ศุภกัลป จันไพบูลย ขอบใจนะที่มาแลว...ทำใหคนเปนคนมากขึ้น พี่แพทยผูหวังดี หมอใหญในโรงพยาบาลเล็ก นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ ในวันที่แสนธรรมดา : ความหลากหลายของหองสี่เหลี่ยม พญ.สิริพร พงศภัทรภัค จากโรงเรียนแพทยสูโรงเรียนชีวิต พญ.ปยะรัตน ลิมปวิทยากุล คุณเคยลอคหองตรวจ....ไมใหคนไขเขาไปไหม ? พญ.เพ็ญนภา กวีวงศประเสริฐ เรื่องของคุณยายกับชางซอมทีวี 4 รส พญ.อังคณา นาคอุบล ตามติดชีวิต “คนชายขอบ” พญ.ศุภมาส อำพล เรื่องเลาชาวชายแดนใต พญ.ศุภรัศมิ์ ทวนนวรัตน เรื่อง “เหลา” จากพี่สูนอง นพ.กสิวัฒน ศรีประดิษฐ หมอ กับ คนไข - เมื่อเราไมเขาใจกัน รัตนาดิศร
˹ŒÒ
3 11
12 14 22 27 32 36 40 46 50 54 60 64 69 72
˹ŒÒ
บทเรียนราคาแพง ติณณา “ใชทุน” หรือ “หาทุน” นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย Cure or Clear เคียว หรือ เคลียรรักษาใหหาย หรือ แคตองการปดใหพนๆ ตัว นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย
79
ความคิดที่เปลี่ยนไปกับหัวใจที่ไมเปลี่ยนแปลง Ext. ปณณวัฒน มงคลรัตนกูล ชันสูตรคืนนั้น นพ.ละเอียด นาคใหม เกิดแตจม Ext.ชเนษฎ ศรีสุโข ในหองกระจก นศพ.ศศิวิมล ไวทยวงศสกุล ขอโทษนะตองอู นศพ.อภิชญา สุขประเสริฐ หรือเราจะเปน....ออทิสติก พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง
90
87
95 98 103 110 119
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 19
126 130 133 137 141 144 148
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ตูด…ตูด . . . เสียงโทรศัพทในยามค่ำคืน พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง เดิน เดิน เดิน นพ.ปยภัทร ชุณหรัศมิ์ รางวัลแดคนชางฝน นพ.วศิน แมตสี่ กลับบาน นพ.รัฐพัฒน กลัดแกว หลากหลายขอคิดชีวิต โอพีดี Tip and tricks นพ.ปุณยวีร ศรีคิรินทร เรื่องเลา..ของบายวันธรรมดาๆ ที่หอง Lab ชั้น 9 พญ.อัจราวดี พันธุมณี สมาชิกใหมของครอบครัวใหญ นายสมคบ ปน
84
˹ŒÒ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
20
เรื่องเลาจากพี่สูนอง พญ.ชอทิพย กันทะวงค สุขไดที่โรงพยาบาลชุมชน นพ.กิติศักดิ์ เกษตรสินสมบัติ ไมใกลฝง นพ.สมพนธ นวรัตน กวาจะเจอสิ่งดีดีที่ CUP พาน พญ.ธัญญาภรณ รัตนวิชัย โรงพยาบาลชุมชน...ความเชื่อ ความฝน และความเปนจริง นพ.อิทธิพล อุดตมะปญญา การพัฒนาคุณภาพที่แท และยั่งยืน ดวย 5 H นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน “ภัยพิบัติ”....เรื่องไกลตัว,จริงหรือ ?? นศพ.ดุษวรรณ สุวรรณวงศ
153
หนูแนใจแลวหรอ...วาจะเรียนหมอ พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง หนูเปน extern (หรือเลขา resident) Extern ตัวนอย แพทย.....ทำไมตองมีจริยธรรมวิชาชีพ ขุมทรัพยเพชร บริษัทยา ความเปนมา และเปนไป นพ.อุดมศักดิ์ แซโงว
188
คิดอีกดาน..กับอาจารยสุวิทย อาจารยสุวิทย วิบุลผลประเสริฐ อ.วิจารณกับการบริหาร....สูฝน อาจารยวิจารณ พานิช “เมื่อเวลาผานไป เราจะเลาเรื่องราวการใชทุนของเราวาอยางไร” อาจารยโกมาตร จึงเสถียรทรัพย สบายๆ ยามบายกับ...อาจารยประเวศ วะสี อาจารยประเวศ วะสี
206
157 162 168 172 179 182
193 197 200
212 217 224
¸¹¾Ñ²¹ àÅÔÈÇÔ·ÂҡӨà ᾷ 㪌·Ø¹»‚·Õè 1 ¨.¹¤Ã¾¹Á
»°Áº·áË‹§¡ÒúԹ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
22
เกือบหนึ่งปมาแลวที่ผมเหมือนนกพลัดถิ่น แตโชคดี...วาที่ๆ ผมไดบิน พลัดมานั้นกลับเปนเกาะสวรรคแหงใหมของผมซึ่งแมจะหางไกลจากบานเกิด เดิ ม มาก แต ที่ นี่ ก็ ไ ด ส ร า งประสบการณ อั น น า ประทั บ ใจให ผ มไว ม ากมายกั บ การเปนแพทยเพิ่มพูนทักษะในปที่หนึ่งนี้ ยอนกลับไปในชวงเดือนเมษายนที่ผานมา แพทยจบใหมราวพันกวาคน ซึ่งไมกี่วันกอนยังคงเปนเพียงนักศึกษาแพทย ที่คอยเดินปฏิบัติงานตามหอผูปวย ในโรงเรียนแพทยและโรงพยาบาลศูนยตางๆ อยางขะมักเขมนภายใตการดูแล ของอาจารยแพทยนั้น จากนี้ไปพวกเขาเหลานั้นตองออกรับทำหนาที่อันยิ่งใหญ อยางเต็มตัวมากขึ้นแลว ไมเพียงหนาที่แตยังมีความรับผิดชอบที่คอยเปนตัว กำกับเราใหตองทำงานอยางละเอียดรอบคอบมากขึ้นๆ ทามกลางกระแสสังคม ที่คอยกระตุนเตือนพวกเราเสมอ ความพร อ มของนกน อ ยที่ บิ น ออกจากรั ง นั้ น มี ม ากแค ไ หน สิ่ ง นี้ ใครเลาจะตอบได นอกจากตัวของนกนอยนั่นเอง ชวงเวลาที่ผานมาไดฝกบิน สม่ำเสมอแคไหน ไดออกไปแสวงหาความรูในสภาพอากาศตางๆ บางหรือไม อยางไรก็ตามเวลาชวงสั้นๆ เพียงหกปกับสนามฝกบินเล็กๆ ในโรงเรียนนั้นคง เทียบไมไดกับนานนภาอันกวางใหญที่จะตองเผชิญไปอีกทั้งชีวิต อดีตยอมเปน รากฐานที่สำคัญ แตสิ่งที่สำคัญไมยิ่งหยอนไปกวาคือปจจุบัน ความรูที่ร่ำเรียน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 23
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
มานั้นถาปลอยทิ้งไวเฉยๆ คงลาหลังและเลือนลาง เหมือนอดีตที่กำลังจางหาย ประสาอะไรกับปจจุบันซึ่งเรายิ่งตามไมทันอีก ดังนั้นการหมั่นทบทวนความรูที่ ร่ำเรียนมานั้นเปนสิ่งที่สำคัญมาก และยังเปนรากฐานในการพัฒนาความรูตอๆ ไปอีกดวย ชีวิตจากนี้ไปอีกสามป เราจะอยูที่ไหนอยางไร เรามีสิทธิเลือกได แตก็ ไมใชทั้งหมดยังมีอีกปจจัยอีกมากที่รวมกำหนดชะตาในครั้งนี้ ถึงแมวาเราจะ กำหนดทิศทางและจุดหมายในการบินไปแลว แตลมอาจพัดแรงจนเรากระเด็นไป อีกที่นึงเลยก็เปนได เชนเดียวกับผมซึ่งตกมาอยูในที่ที่ตัวเองไมไดเลือก ความคาดหวังมักทำใหเราเจ็บปวดอยูเสมอ ความวางเปลาหลังจากที่เรา จับลูกปงปองแลวไดคะแนนนอยที่สุดนั้น เปนความรูสึกที่ยากจะลืม มันทำใหเรา ตัวเบามากพอที่จะถูกลมพัดไปที่ไหนก็ได ยังดีที่นกนอยมีเพื่อน เพื่อนที่ตัดสินใจ แลววาจะไปดวยกันไมวาปลายทางจะเปนเชนไรก็ตาม นั่นเปนอยางนึงซึ่งคอย ดึงใจเราไวไมใหตกต่ำลงไปกวานี้ หลังจากเสนทางไดถูกกำหนดอยางหลีกเลี่ยงไมไดแลว สิ่งที่เราทำไดคือ บินไปกับมัน แตเราจะอยูกับมันไดอยางไรกับเสนทางที่เราไมไดเลือก อยาง คำพูดที่บอกไววา ความคาดหวังมักทำใหเราเจ็บปวดเสมอ แนนอนวาคงมี หลายคนที่ตองผิดหวังและอยูกับความรูสึกนั้นไปอีกระยะ ซึ่งทำใหการใชชีวิต และการทำงานในที่ใหมนั้นเปนไปอยางลำบาก ทำไมเราจึงไมเลือกที่จะเรียนรู กับสิ่งใหมๆ ที่เขามาและมีความสุขกับมันละ ถาเรามองวาอุปสรรคหลายๆ อยางเขามาในชีวิตนั้นเปนเหมือนโอกาสใหเราไดพัฒนาตนเองละก็ เชื่อแน วาเราจะเหมือนนกที่พรอมจะบินไปในทุกนานฟาอยางแนนอน และเมื่อผมไดเปดใจลองสัมผัสและเรียนรูกับดินแดนใหมแหงนี้ผมกลับ พบวา มันดีมากๆ ดีกวาที่ผมคิดวามันควรจะเปนเสียอีก ผูคนที่เปนกันเอง ตั้งแตพี่สาธารณสุขที่มารับพวกเรา อาจารย-แพทยประจำ พี่พยาบาลทุกคน เปนกันเองกับพวกเรามาก ทำใหรูสึกอบอุน กลับกลายเปนวา สายลมที่พัดผม มาครั้งนี้กลับนำพาความโชคดีมาใหผม สิ่งที่นาประทับใจอีกอยางของภาคอีสานที่ผมไดมาอยูนั้น ก็คือ คนไข ซึ่ง สวนใหญคอนขางนารัก ยังคงรับฟงคำแนะนำ และใหเกียรติแพทยเปนอยางดี
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
24
อย า งไรก็ ต ามการต อ งมาอยู ต า งที่ ต า งถิ่ น ย อ มต อ งมี ก ารปรั บ ตั ว มีอุปสรรค และสิ่งตางๆ ใหตองเรียนรูอยางมากมาย ทั้งทางดานวัฒนธรรม การใชชีวิต เศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งอาจเกี่ยวของกับปญหาทางสาธารณสุข มากบางนอยบางตางๆ กันไป ถาเราใชชีวิตอยางไมคิดจะเรียนรูและคอย ตั้งรับกับปญหาที่มาอยูตรงหนาเราอยางเดียว โดยไมพยายามเขาใจถึง สาเหตุ นั่นคงเปนการเปดโอกาสใหความหงุดหงิดใจมาเยี่ยมเยียนโดยไม เชื้อเชิญ ความเปนอยูโดยทั่วไป ทั้งเรื่องภาษา อาหารการกิน และที่อยูอาศัย คงมี ค วามแตกต า งกั น ตามสภาพของแต ล ะท อ งที่ ถ า เราแก ป ญ หากั บ เรื่ อ ง พื้นฐานเหลานี้ หรือยอมรับมันได ก็ทำใหเราอยูที่นั่นไดโดยไมลำบากนัก สวน ที่เหลือคงเปนปญหาในเรื่องการทำงานเสียมากกวา ซึ่งหลายๆ คนในทุกๆ ที่ก็ อาจประสบป ญ หาและความลำบากใจที่ ค ล า ยคลึ ง กั น เมื่ อ เรามี ชั่ ว โมงบิ น ที่ มากขึ้น อาจทำใหเรามีมุมมองตอปญหาที่เปลี่ยนแปลงไป ตั ว อย า งที่ ใ กล ตั ว ซึ่ ง อาจทำให ห ลายๆ คนหงุ ด หงิ ด ใจไม น อ ย เช น เด็กมาตรวจที่หองฉุกเฉิน ตอนตีสามดวยปญหาไขสูง ทั้งๆ ที่ไปตรวจคลินิก กุมารแพทยมาแลว แตแมก็ยังพาผูปวยมาตอนตีสาม เราคงตองหาสาเหตุวา ทำไมการมีไขสูงนั้นแมของผูปวยถึงกังวลใจ และไดทำอะไรเพื่อบรรเทาอาการ ของผูปวยไปแลวบาง เมื่อเราหาสาเหตุไป เราอาจพบวาเด็กอาจเคยมีประวัติไข ชักมากอน หรือแมอาจทำอะไรไมถูกเลย เมื่อลูกมีไขสูง รวมทั้งการไมไดเช็ดตัวเช็ดผิดวิธี เมื่อเราทราบปญหาเหลานี้แลว เราเขาใจผูปวยและญาติมากขึ้น อาจ ทำให เราหงุ ด หงิ ด ใจน อ ยลง และสามารถให ค วามรู ผู ป ว ยและญาติ ไ ด อ ย า ง ถูกตองเหมาะสมตอไป ที่สำคัญการใชหลัก “อัตตานัง อุปมัง กเร” นาจะเปน หัวใจที่สำคัญที่สุด เพียงแคเราคิดถึงความลำบากของคนที่เปนแมที่ตอง คอยตื่นมาดูแลลูกใหยา เช็ดตัวทุก 4 ชม. แลวไขยังไมลงละก็ คงจะทำให เราพอเขาใจไดวาทำไมแมจึงตองตื่นมาตี 3 เพื่อมาปลุกแพทยเวรหอง ฉุกเฉินกลางดึกดวย มีตัวอยางของปญหาเชิงระบบและนโยบายที่มีผลกับแพทยบาง เชน การขอใบรับรองความพิการซึ่งปจจุบัน ผูปวยหลายคนมีติดตัวกัน เพื่อใชสำหรับ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 25
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
รับเงินอุดหนุนและจุนเจือชวยเหลือจากความลำบากายจากภาวะทุพพลภาพที่มี ซึ่งเดิมใบรับรองความพิการตองมีเกณฑมากมาย แตปจจุบันเกณฑลดลงเยอะ มาก ในขณะเดียวกัน จำนวนคนพิการในเขตก็มากขึ้นดวย ซึ่งเหตุและผลมันก็มี อยู เนื่องจากการออกนโยบายที่มีเงินชวยเหลือ 500 บาทตอเดือน ที่ อบต. ไปรณรงคไวสำหรับผูปวยวัยชราที่ตาฝาฟาง หลังขดหลังแข็ง แตลำบากอาจ เปนจากขอเขาเสื่อม และโรคอื่นๆ ที่อาจไมเขาเกณฑพิการเดิมนั้น พบวามีการ เหมารถมาเป น หมู บ า นเพื่ อ มาขอใบรั บ รองความพิ ก ารที่ โรงพยาบาลชุ ม ชน (รพช.) แพทย ต อ งถู ก คนที่ ยั ง ไม เข า เกณฑ พิ ก ารรุ ม เร า ในการออกใบรั บ รอง ดังกลาว โดยหลายภาวะยังสามารถรักษาได เชน ตอกระจก แนวทางปฏิบัติที่ ถูกตองคือการเขียนใบสงตัวใหไปตรวจกับจักษุแพทยที่ รพ. ในจังหวัดมากกวา แตก็ยังมีคนไขที่ไมตองการไปรักษาตอ แลวพรอมจะรับความพิการ และเงิน 500 บาทตอเดือนไปตลอดชีวิต ในแตละวันแพทยที่ รพช. ตองตั้งรับกับกองทัพ คนชราเหลานี้นับไมถวน ชายหนุ ม วั ย ฉกรรจ ซึ่ ง ประสบอุ บั ติ เ หตุ ผ า ตั ด ใส เ หล็ ก ไว ป ระมาณ 1 ป ยังไมไดไปเอาออก แตไปสมัครงานที่โรงงานมา 3 แหง แลวไมมีใครรับ จึง มาขอรั บ ใบพิ ก ารแทน ช า งเป น เรื่ อ งที่ น า สลดใจจริ ง ๆ ถ า เรามองอย า งคิ ด วิเคราะห จะทราบวาปญหาที่แทจริงคือปญหาทางเศรษฐกิจและปากทอง ของชาวบาน มากกวาความพิการที่ไมเขาเกณฑที่อยูตรงหนาดวยซ้ำ แพทยมักตองอยูในสถานการณซึ่งตองตัดสินใจเชนนี้อยูเสมอ ไมเพียง แคการออกใบรับรองแพทย หรือ ใบรับรองความพิการเทานั้น ยังมีอีกหลาย เรื่องนอยใหญที่แพทยตองรับผิดชอบ เนื่องจากดานองคความรูที่มี และ ความเชื่อมั่นที่สังคมมอบให แตกระแสสังคมและระบบ อาจบีบคั้นแพทย ไมทางตรงก็ทางออมใหมีโอกาสทำอะไรที่ไมเหมาะสมได บรรทัดฐานใน การรักษา-การตัดสินใจ และจริยธรรมเปนเรื่องสำคัญมากที่จะยึดเหนี่ยว จิตใจเราไว ไมใหลองลอยไปตามกระแสลมพายุเหลานี้ ปญหาสำคัญอีกอยางสำหรับเหลานกนอยที่ออกหากินในปแรกนั้น คือความหิวกระหาย เมื่อตองพนจากออมกอดของพอแม ก็อาจคิดวาตนเอง ตองรับภาระดูแลทั้งตนเอง และครอบครัวทั้งหมด จึงอาจจำเปนตองเรงออก
หากิน เงินเดือนซึ่งสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ อาจไมมีความหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนวิชาชีพเดียวกันที่ไดมากกวา ความลำบากใจจึงเกิดขึ้น และอาจตองเรออกหากินในดินแดนนอกสังกัด แมจะเปนการทำผิดตอสัญญา ก็ตาม เรื่องนี้ไมมีใครใหคำตอบได เนื่องจากคำวา “พอ” ของแตละคน ไมเทากัน และคำมั่นสัญญาอาจไมไดมีความหมายกับทุกคน จะเห็นไดวาชวงเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปแรกนั้น คงจะสรางประสบการณที่ นาจดจำใหใครหลายๆ คน การออกมาบินในดินแดนแหงใหมนั้น จะเรียกวา บินเดี่ยว เสียทีเดียวคงไมใช เพราะเรายังมีเพื่อนอยูเสมอ เพื่อนที่รอเราไปคนหา และรวมทางกันไป ทั้งที่เปนเพื่อนแพทย และเพื่อนวิชาชีพอื่นๆ การออกไปบิน ในครั้งนี้จะเปนความทรงจำอันทรงคุณคาที่สุดชวงนึงในชีวิตของใครหลายๆ คน ถาเราตั้งใจทำมันใหดี การเปดใจเรียนรูสิ่งใหมๆที่เขามาจะชวยทำใหเราอยูได อยางมีความสุขมากขึ้น เมื่อเผชิญปญหา ก็ถือเปนโชคดีที่ทำใหเราไดพัฒนา ตนเอง สุ ด ท า ยนี้ ขอร ว มแสดงความยิ น ดี กั บ นกน อ ยรุ น ใหม ที่ บิ น รวมทองนภาไปดวยกัน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
26
¹¾.ÈØÀ¡ÑŻР¨Ñ¹ä¾ºÙÅ ᾷ 㪌·Ø¹ 1 ÈÔÃÔÃÒª 115
จะบอกวา เราทำงานและรับผิดชอบชีวิตคนไข คนไขเคาฝากชีวิตไวใหเรา ทั้งๆ ที่เราเปนแพทยแค 25% เนี่ยนะ ใชแลว...จนถึงตอนนี้ เริ่มเขาใจแลววา มันเปนอยางนั้นจริงๆ หลายๆ คนบอกวา การใชทุนปหนึ่ง เหมือนการไดเปน นศพ. ป 7 ที่ได ทำงานหัตถการเยอะหนอย อาจถูก staff ทิ้งขวางใหงัดความสามารถกนบึ้งและ ดวงมาใชบาง ไดสั่งยาเองโดยไมตอง present เคสและมีความเปนอิสระมากขึ้น ได ส ร า งสรรค ศิ ล ปะการสั่ ง ยาที่ ไ ม เ หมื อ นใคร เมื่ อ คนไข ดี ขึ้ น ก็ จ ะคิ ด ในใจว า เพราะความ create ในการสั่งยาของเรา ฮาๆๆ
27
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เคยมีอาจารยทานนึงบอกไววา เมื่อคุณสอบติดหมอ คุณกาวมาในเสนทางนี้ไดเพียงแค 1% เมื่อคุณจบป 5 คุณไดกาวมาในเสนทางนี้ 10% และเมื่อคุณเรียนจบ ยินดีดวยครับ คุณเดินเขามาในเสนทางนี้ไดแลวแค 25% เทานั้น (credit อ.ชนินทร ลิ่มวงศ)
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
âç¾ÂÒºÒŪØÁª¹ âçàÃÕ¹¢Í§¤ÇÒÁ໚¹á¾·Â
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
28
แตเมื่อมีคนไข shock หรือ arrest สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงก็คือ staff “คือพี่ครับ มันเปนอยางงี้ครับ เอาไงตอดีครับ” ถา staff มาก็ดีไป แตถา staff ไมมาแลวจะทำยังไง เราก็จะคิดวา เอาวะ สุดความสามารถเราแลวเปนไงเปนกัน จะเกิดไรขึ้น คนรับผิดชอบคงเปน staff แล ว ล ะ สุ ด ความสามารถเราแล ว นี่ ท า มกลางความหนั ก ใจในชี วิ ต คนไข แตสิ่งหนึ่งที่เรารูสึกก็คือ ยังคงมี staff มาชวยแบงความรับผิดชอบดังกลาวนั้น ใหเราไมรูสึกผิดมากนัก หากเราชวยไมไหวจริงๆ น้ำตาที่หลั่งไหลจะมีแคน้ำตา แหงความเสียใจเพียงอยางเดียว ไมไดมีความรูสึกที่วา เคาจะฟองรองเรามั้ยนะ เราเต็มที่แลวจริงๆ เพราะฉะนั้น หากถามวา เราเขาถึงความเปนแพทยกี่ % เมื่อเราผาน รพ.จังหวัด 9 เดือนแรก ผมวาเพิ่มขึ้นเปนแค 40% เทานั้น เพราะเรายัง ไมไดรับรูถึงบทบาทในการ “รับผิดชอบคนไขทั้งชีวิต” อยางแทจริง ...แลวจะไดรับรูเมื่อไหร... เมื่อเราไดสัมผัสโรงพยาบาลชุมชนไงละ มันอาจไมใชโรงเรียนแพทย แตมันคือโรงเรียนที่สอนใหเราเขาใจความเปนแพทยไดอยางแทจริงเลย ทีเดียว ผมเปนไมกี่คนที่ตองไปอยู รพ.ชุมชน ขนาด 30 เตียง รองรับประชากร รวม 80,000 คน มีหมอทั้งหมดแค 2 คนซึ่งเปน intern 1 ทั้งคู (ก็คือหมอ ตอประชากรเทากับ 1:40000) และที่สำคัญ รพ. นี้ไมมีแมกระทั่ง ผอ. !!! ด ว ยเหตุ ที่ ไ ม ค าดฝ น เมื่ อ อยู ดี ๆ รพ. นี้ ก็ มี ห มอลาออกพร อ มกั น ทั้ ง รพ. จากนั้ น ผอ. ก็ ถู ก พั ก งานให อ อกนอกพื้ น ที่ ทำให มี ค ำสั่ ง เรี ย กตั ว หมอ ผูโชคราย 2 คนประจำการแทน ซึ่งนั่นก็คือผมและเพื่อนผมอีก 1 คน ตองนั่ง ตรวจ OPD วันละเกือบ 400 คนพรอมทั้งดู ER ทำหัตถการ OR เล็ก ทำหมัน ดูวอรด ก็คือวิ่งทั่วรพ.นั่นแหละ โดยใชหมอแค 2 คนตลอดทั้งเดือน ชวงเวลา เหล า นั้ น มี สิ่ ง ต า งๆ ทั้ ง ดี แ ละร า ยเกิ ด ขึ้ น มากมาย แต ทุ ก อย า งที่ เ กิ ด ขึ้ น นั้ น มันทำใหเราเขาใจคุณคาของตัวเองและทำใหเราเขาใจตัวเองมากขึ้นวา
...ทำไมเมื่อกอนเราถึงอยากเปนหมอนะ ลืมความรูสึกเหลานั้นไปกี่ป แลวเนี้ย... กลางดึ ก วั น หนึ่ ง พยาบาลก็ ร ายงานว า คนไข ที่ ER หอบมาก ไปดู ก็ ปรากฏวา คนไขหายใจไมไหวจนสลบไปแลว จึงใสทอชวยหายใจไป แต...ใสยาก มากครับ ถาเปนรพ.จังหวัดก็จะตามพยาบาลดมยาหรือ staff มาใสแทน แต... ที่นี่ ถาผมใสไมได คงไมมีเทวดามาชวยใสแลวครับสุดทายก็ยัดๆๆๆ เขาไปจน ได รวมทั้งหมด valium 2 amp , try 5 attempt และฟนหนาหักหมดปาก ...และ คนใสก็ยกแขนไมขึ้นไป 2 วัน ระหวางที่ยืนดูทายรถ refer ก็นึกในใจวา จะรอด มั้ยวาาา ถารอดคงมาตอวาเราแนเลย ลอซะฟนหมดปาก
...อืม...บอกความรูสึกไมถูกแฮะ... จากนั้น 2 อาทิตยตอมา ก็ตองใส tube ลุงคนนี้อีกครั้ง พออาปาก ก็ตกใจมากเพราะแกไปทำฟนมาสวยเลย ...แตแลวผมก็กดหักเรียบเหมือนเดิม... ทามกลางความรูสึกที่วา “ไดชวยชีวิตคนไข” อีกมุมหนึ่งก็ตองสัมผัสกับ การทำใหคนไขตายเพราะเรา “เพียงคนเดียว” ไดเชนกัน
29
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
...ทำไมจะจำไม ไ ด ล ะ ครั บ ถ า ไม ไ ด ห มอวั น นั้ น ผมคงตายไปแล ว ล ะ ขอบคุณคุณหมอจริงๆ...
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
เพียงแค 1 อาทิตยตอมา มีคนเดินเขามาตรวจใน OPD พรอมใส mask ผมจึงถามวาเปนอะไรมาครับ... ...คนไขไมตอบ... ผมเปดดู OPD card แลวจากนั้นเราก็ตะโกนลั่น OPD วา ...เฮย..กลับ มาไดไงเนี่ย...คนไขก็หัวเราะ ลุงคนนั้นครับกลับมาพรอมถุงฟอกไตทางหนาทอง ยังจำหมอไดมั้ย ผมขอโทษขอโพยใหญ วาผมทำฟนคุณลุงหักหมดปาก แตลุงกลับพูดวา
ครั้งหนึ่งเคยมีเคส Febrile convulsion นอน รพ. อยู ซึ่งตาม guideline จริงๆ แลว หากอายุต่ำกวา 1 ขวบควรที่จะ LP ทุกเคส แตดวยความมองโลกใน แงดีหรือmalpracticeก็ตามแต เพราะเด็ก clinical ดีจึงยังไมไดทำ แตกลับทำให ผมรูสึกไมสบายใจ จนตองไปดูเด็กคนนั้นวันละ 4-5 ครั้ง คุยแผนการรักษากับ แม เ ด็ ก เป น ระยะ แต สุ ด ท า ยเด็ ก คนนั้ น ก็ แ ย ล งและจบชี วิ ต ที่ รพศ. ด ว ย Meningitis หยดน้ำตาครั้งนี้ นอกเหนือจากความเสียใจ ยังเต็มไปดวยความรูสึก ผิดและความกลัวติดคุกติดตะรางอีกตางหาก ทำใหเขาใจภาระหนักอึ้งของการอยู รพช. นั่นก็คือการรับผิดชอบตอ การตัดสินใจทามกลางความสับสนของตัวเอง หากวาวันนั้น เราใจแข็งซักนิด LP เด็กคนนั้นสักครั้ง เด็กคนนั้นคงจะไดเติบโตเปนผูใหญในอนาคตและอยูดูแลแมของเคา ตอไปแลวละ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
30
การไปอยูโรงพยาบาลชุมชน สอนใหเรารับรูวา ความรับผิดชอบที่เรา ตองแบกไว จริงๆแลวมันหนักขนาดไหน หลายๆ คนจึงเลือกที่จะ refer เคสมากมาย โดยใหเหตุผลไมไดวาทำไม รูแตเพียงวา เก็บเคสนี้ไวแลวรูสึกมันหนักๆ อยางบอกไมถูก ทำใหคนรับ refer มักจะตอวาในใจวา มันจะ refer มาทำไม (วะ) ถางั้นตองลองมาแบกรับความ รูสึกนี้ที่โรงพยาบาลชุมชนซักครั้งแลวคุณจะเขาใจ ทำใหหลังจากไปอยู รพช. มาได 2 เดือน คิดวาผมเขาใกลความเปนแพทยไดเพิ่มเปน 70-80% แลวมั้ง เพราะความยากที่สุดของความเปนแพทยก็คือ การแบกรับความรับผิดชอบ เนี่ยแหละ นอกเหนือจากเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาผูปวย ยังมีอีกหลายสิ่งที่ทำให เราไดรูจักดานมืดของตัวเองและโลกใบนี้มากขึ้น เราจะมาทำงานกี่โมง มาราว กี่โมงก็ไมมีใครกลาวา เพราะบุคลากรทุกคนในรพ.ลวนใหความเคารพในทุกสิ่ง ทุกอยางที่เราทำ ไมมีอาจารยหรือพี่ Dent มาตอวา ทำใหเกิดการเอารัดเอา เปรียบกันระหวางหมอที่ขยันทำงานและหมอที่ขี้เกียจแตอาวุโสกวา หมอที่ ขี้เกียจก็มีแนวโนมที่จะขี้เกียจและขาดความรับผิดชอบมากขึ้น ผิดกับหมอที่ขยัน
ตองมาทำงานมากขึ้นชดเชยหมออีกคนนึง และดวยความที่ไมมีใครกลาตอวาจึง ทำใหเกิดการเอารัดเอาเปรียบจนหมอที่ดีๆ มักจะทนไมไดและหนีออกไป วิ ธี แ ก ป ญ หาก็ คื อ จั บ แพทย จ บใหม ที่ ล าออกไม ไ ด ห รื อ ขอย า ยไม ไ ด เอาเขาไปอยูในที่ที่เคาชอบเอารัดเอาเปรียบกันตอไป เกิดเปนวงจรอุบาทวไมจบไมสิ้น วงจรดังกลาวเปนโครงสรางที่แข็งแกรง ในสังคมปจจุบัน หลายคนสวนมากจบมาอุดมการณแนวแน ตั้งใจเต็มที่จะใชทุน ครบอยูใน รพ. รัฐบาลทั้งนั้น แตเมื่อออกมาใชทุน กลับเจอสภาพสังคมแหง ความเป น จริ ง ทำร า ย ถู ก เอารั ด เอาเปรี ย บกั น จนทนอยู ใ นสั ง คมนี้ ไ ม ไ หว อุดมการณที่ตั้งมั่นจึงเลือนหายไปพรอมกับความออนแอทางจิตใจ
เมื่อนองๆ ไดออกมาเผชิญโลกแหงความเปนจริงนั้น นองจะเขาใจ 3 ป ตอจากนี้ ไมอยากใหนองๆ ใชคำวา “อดทนและฝนใจ” แตอยากใหนองๆ ออกมาเรียนรู และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะมาชวยกันเปลี่ยนแปลงสังคมกัน นะครับ
31
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เพราะฉะนั้ น นอกเหนื อ จากการฝ ก ฝนทางการแพทย แ ล ว สิ่ ง หนึ่ ง ที่ นองๆ จะไดมาเผชิญ ก็คือสังคมแหงความเปนจริง วาทำไมประเทศไทย ถึงมี หมอไมพอซะทีทั้งๆ ที่ผลิตมาปละเกือบ 2,000 คน ทำไมคนอื่นถึงชอบพูดเสมอวา หมอทำงานสบาย เงินก็เยอะ แตบางคน กลับทำงานไมไดหลับไมไดนอนและคาตอบแทนนอยนิด ทั้งๆ ที่อยูใน รพ. เดียวกันดวยซ้ำ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
จนลืมไปวา ...เราสัญญากับพระบิดาฯ ไววาอยางไรบาง...
¾Õèá¾·Â ¼ÙŒËÇѧ´Õ
¢Íºã¨¹Ð·ÕèÁÒáÅŒÇ ·ÓãËŒ¤¹à»š¹¤¹ÁÒ¡¢Öé¹
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
32
มีคำกลาวที่พี่เคยไดยินมาวา “อนาคตไมใชสิ่งที่ตอเนื่อง (continuity) มาจากอดีต แตเปนสิ่งที่แตกตาง (differentiation) ไปจากเดิม” อานแลวคิดวา คำกลาวนี้เปนจริงแคไหน ก็ลองนึกยอนไปถึงสมัยที่จบมัธยมแลวเขาเรียนใน มหาวิทยาลัย ตอนที่เรียนชั้นป 1 แลวขึ้นชั้น pre-clinic แลวตอมาจากชั้น pre-clinic ขึ้นชั้น clinic และจากป 5 ขึ้นเปน extern แลวคงจะรูสึกเห็นดวยกับ คำกลาวนี้บาง และแนนอนยอมรวมถึงจากชีวิต extern เมื่อเปลี่ยนแปลงไปสู การทำงานในฐานะแพทยใชทุนหรือ intern ดวย สมั ย ที่ เ ป น นั ก ศึ ก ษาแพทย ทุ ก คนคงเคยได ยิ น พระดำรั ส ของสมเด็ จ พระราชบิดาวา “ฉันไมตองการใหเธอเปนแพทยอยางเดียว แตควรเปนคน ดวย” และก็คงเคยไดเรียนความหมายของคำวาสุขภาพวาหมายถึง “สุขภาวะ ที่สมบูรณและเชื่อมโยงกันเปนองครวมอยางสมดุล ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปญญา” ความหมายของคำวาสุขภาพตามที่นองๆ เคยไดเรียนกันมานั้น เปน ความหมายที่ ค รอบคลุ ม ถึ ง ทุ ก ด า นของความเป น คน และน า จะเห็ น ได ว า ถาสามารถมีสุขภาพดีไดตามความหมายดังกลาว ยอมมีความสุขอยางแนนอน ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม จนถึงประเทศชาติ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 33
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ปจจุบัน เปนที่ยอมรับวาบทบาทของแพทยนั้นมิใชแคการรักษาโรคภัย ไข เจ็ บ แต ร วมไปถึ ง การดู แ ลและส ง เสริ ม สุ ข ภาพด ว ย เพื่ อ ที่ จ ะรั ก ษาโรคได แพทยจึงตองเรียนรูเกี่ยวกับรางกายมนุษยและโรคตางๆ จนตนเองมีความรู อยางดีในระดับหนึ่งกอน เชนเดียวกัน การที่แพทยจะดูแลสุขภาพไดก็ตองเรียนรู เกี่ ย วกั บ สุ ข ภาพตามความหมายที่ แ ท จ ริ ง ของคำว า สุ ข ภาพ หรื อ เรี ย นรู ถึ ง ความเป น คน เพื่ อ ให ต นเองมี ค วามเป น คนที่ ส มบู ร ณ ใ นระดั บ หนึ่ ง ก อ น เชนกัน ผูที่ไดเรียนรูถึงความเปนคนที่สมบูรณในระดับหนึ่งหรืออาจกลาวไดวามี สุขภาพดีในระดับหนึ่งยอมมีความสุข จึงขอสรุปไวในชั้นนี้กอนวา การเรียน แพทยนั้นแทจริงแลวคือการเรียนรูความเปนคนอันจะนำมาซึ่งการมีความ สุขในชีวิตและการใชชีวิตอยางมีความสุข รวมทั้งสามารถชวยใหผูอื่นมี ความสุขดวย อยางไรก็ตาม ไมมีใครรูความจริงทั้งหมดของชีวิตมาตั้งแตแรก ไมมีใคร เปนคนที่ดีพรอมไปทุกอยาง และไมมีอะไรในโลกนี้ที่สมบูรณแบบ ดังนั้นจึงเปน เรื่องธรรมดาที่ในชีวิตเราจะตองพบเจอกับคนที่เราถูกใจบาง ไมถูกใจบาง คนที่ เขากันไดบาง ไมไดบาง ตองอยูในสถานที่ที่พอใจ หรือไมพอใจ ตองทำงานหรือ มีสภาพชีวิตอยางที่ชอบบาง ไมชอบบาง ความจริงเรื่องนี้นองๆ คงเคยไดมี ประสบการณมาพอสมควรแลวตั้งแตสมัยเปนนักศึกษาแพทย และควรจะทำไว ในใจเสมอเพื่อเปนพื้นฐานของจิตใจใหยอมรับกับสิ่งตางๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได รวมถึ ง การยอมรั บ สิ่ ง ที่ น อ งจะได เจอเมื่ อ ทำงานเป น แพทย ใช ทุ น ด ว ย ทั้ ง นี้ เมื่อนองเปดใจยอมรับสภาพความไมสมบูรณของชีวิตและสิ่งแวดลอมได ก็จะได รูจักการใชชีวิต การทำสิ่งตางๆ ทามกลางพื้นฐานความขาดแคลน และเรียนรู จากความไม ส มบู ร ณ นั้ น อั น ที่ จ ริ ง น อ งๆ ก็ เ คยทำเช น นี้ ม าแล ว ในสมั ย เป น นักศึกษาแพทยซึ่งเรียนรูเรื่องความเจ็บปวยจากคนไข โดยแมพื้นฐานของนองใน เวลานั้นยังขาดความรูและประสบการณ อีกทั้งมีหนาที่ตองปฏิบัติงานและเวลาก็ จำกัด ก็ยังสามารถเริ่มเรียนรูจากความไมรูของตนและความไมพรอมตางๆ ได ในการมาปฏิบัติงานเปนแพทยใชทุนนั้น นองๆ จะตองใชชีวิตที่ตางไป จากสมัยเปนนักศึกษาแพทยและไดเรียนรูสิ่งตางๆ ในแงมุมที่ลึกซึ้ง กวางขวาง และหลากหลายกวาแตกอน แนนอนวาสิ่งที่นองไดเรียนรูจากการใชชีวิตนั้นจะ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
34
ทำใหนองเปนคนที่สมบูรณขึ้นอันหมายถึงมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขยิ่งขึ้น รวม ทั้งสามารถดูแลสุขภาพของผูอื่นไดดีขึ้น พี่มีสิ่งที่คิดวานองควรจะไดเรียนรูหรือ ทำใหเกิดขึ้นในใจเพื่อเปนพื้นฐานในการดำเนินชีวิตแพทยใชทุนอยางมีความสุข และเปนปจจัยที่เอื้อตอการเรียนรูสิ่งตางๆ มากขึ้น ไดแก การทำความเขาใจและยอมรับสภาพความแรนแคนของพื้นที่ที่ตนไป ปฏิบัติงาน ความทุกขยากลำบากของผูคนในพื้นที่นั้น ความขัดของไมสะดวก สบายตางๆ เชน การไมมีเทคโนโลยี สิ่งบันเทิงเริงใจตางๆ การขาดความพรอม ดานบุคคล วัตถุ เครื่องมือ อุปกรณ ระบบ ซึ่งนองๆ ตองละความยึดติดกับ สภาพชีวิตสมัยเปนนักศึกษามาปรับตัวเขาสูสภาพชีวิตใหมในลักษณะนี้ และ เข า ใจว า เป น ความเป น จริ ง ของสั ง คมไทย พร อ มทั้ ง สามารถเสี ย สละทำงาน ทามกลางสภาพดังกลาวได หรืออาจกลาวไดวามีความรักผืนดินถิ่นเกิด ตั ว เรานั้ น ไม ใช ค นที่ ส มบู ร ณ ผู อื่ น ที่ เข า มาในชี วิ ต เราก็ ไ ม ใช ค นที่ สมบูรณเชนกัน พวกเขาอาจมีสภาพชีวิต อุปนิสัย พฤติกรรม การแสดงออก ความคิด ทัศนคติ ที่ตางจากเรา ไมวาจะเปนเพื่อนรวมงาน เจาหนาที่ คนไข ชาวบาน สิ่งที่พวกเขาเปนอาจทำใหเราพอใจ ไมพอใจ ชอบหรือไมชอบ เขากัน ไดชวยเหลือกันหรือขัดแยงกระทบกระทั่ง เราตองเรียนรูถึงความแตกตางเหลานี้ เพื่อใหเขาใจวามันเปนธรรมชาติของคนอื่นซึ่งไมเหมือนเรา หรือเขาใจความ หลากหลายของเพื่อนมนุษย อาชีพแพทยนั้นเปนอาชีพที่ชวยเหลือผูอื่น สามารถพูดไดวาเปน อาชีพที่ไดทำความดีและทำบุญ นองๆ ลองคิดตามวาปกติเราทำความดีหรือ ทำบุญเพื่อชำระจิตใจใหใสสะอาดและเกิดความสุขใจ ไมใชทำความดีหรือทำบุญ แล ว ทุ ก ข ใ จ ดั ง นั้ น เราประกอบอาชี พ แพทย ค วรจะได พั ฒ นาจิ ต ใจให ใสสะอาดมากขึ้นและเกิดความสุขจากการทำงานเชนกัน ทั้งนี้ พื้นฐานจิตใจ ที่ดีงามอันนำไปสูความสุขดังกลาวหลายๆ อยางนองๆ ก็เคยไดรับการปลูกฝง มาแล ว ในช ว งชี วิ ต ที่ ผ า นมา เช น ความเมตตากรุ ณ า การให โ ดยไม ห วั ง ผลตอบแทน ในการทำงานอันประกอบดวยพื้นฐานจิตใจที่ดีงามยอมทำใหผูอื่น ไดรับความสุขจากจิตใจนั้นดวย หรืออาจกลาววาไดมีการใหใจไปดวยในการ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ทำงาน อีกดานหนึ่งถาสามารถเขาใจในผูคนที่ผานเขามาในชีวิต ยอมเห็นคุณคา ที่แฝงอยูในสภาพชีวิตเหลานั้นได หรือรูจักการสัมผัสใจ การมาปฏิ บั ติ ง านในฐานะแพทย ใช ทุ น ตามจั ง หวั ด ต า งๆ ก็ ค งเป น เหตุการณหนึ่งในชวงชีวิตของนองๆ กอนที่แตละคนจะกาวตอไปบนเสนทาง ของตนเอง สุดทายนี้จึงขอสรุปไววา ในเมื่อการเรียนแพทยคือการเรียนรูเรื่อง สุขภาพ และการเรียนรูเรื่องสุขภาพคือการเรียนรูความเปนคน การเรียนแพทย จึงเปนการเรียนรูความเปนคน เพื่อใหเปนคนที่สมบูรณและมีความสุข รวมทั้ง สามารถนำไปชวยเหลือผูอื่นได ทั้งนี้ ไมมีใครเปนคนที่สมบูรณมาตั้งแตแรก ดังนั้นการเรียนรูเรื่องสุขภาพหรือเรียนรูความเปนคนจึงเกิดขึ้นตลอดชีวิต ถาสามารถเขาใจและเขาถึงพื้นฐานดังกลาวได ไมวาชีวิตจะกาวไปอยูจุด ไหนหรือไปเปนอะไรก็ตาม ความเปนแพทยยอมมีอยูเสมอ ทายที่สุด ขอให ทุกคนจงประสบโชคดีบนวิถีทางดังกลาวดวย
35
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¹¾.Í´ÔÈÑ¡´Ôì ¡ÔμμÔÊÒàÃÈ Ã¾.ªØÁáʧ Í.ªØÁáʧ ¨.¹¤ÃÊÇÃä
ËÁÍãËÞ‹ ã¹àÁ×ͧàÅç¡
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
36
วั น นี้ เ ป น อี ก หนึ่ ง วั น ในการทำงานที่ แ สนเหน็ ด เหนื่ อ ยในโรงพยาบาล ชุมชนกวาจะถึงเวลาพักกลางวัน ระหวางทางเดินไปรับประทานอาหารกลางวัน นั้นก็มีเสียงเรียกมาจากดานหลัง “หมอใหญ ไปกินขาวเหรอคะ” ผมหันตามเสียง นั้นไป เสียงนั้นมาจากเด็กผูหญิง อายุราว 7-8 ขวบเห็นจะได คงเปนญาติของ ผูปวยที่มาเฝา ผมแอบยิ้ม พยักหนาแลวเดินตอไป แมจะหิว แตก็อดมีความสุข ในการเปนหมอใหญไมได ทำใหคิดถึงคำวาหมอใหญขึ้นมา คำนี้บางทีอาจยัง ไมคุนเคยสำหรับนองๆ เพราะอาจจะไมคอยไดยินกันที่โรงพยาบาลใหญ หรือ มหาวิทยาลัย แตมันเปนคำที่คุนหูในโรงพยาบาลชุมชนทุกแหงในประเทศนี้ โดยความรูสึกแลว การเรียกหมอใหญ ถือเปนการเรียกที่ใหเกียรติและใหความ เคารพในความรูที่เรามี และยังหมายถึง ความหวังของคนที่เรียกที่จะพึ่งพาอาศัย เรา หมายถึงความไววางใจที่จะใหพวกเราดูแล การเปนหมอใหญในโรงพยาบาล ชุมชน เรามีภาระงานอันมากมาย ถึงแมจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แตผมก็มักจะได พบกับความประทับใจที่ทำใหเรายิ้มไดทุกวัน รวมถึงวันนี้ที่ผมก็ไดรอยยิ้มอีก หนึ่งรอยยิ้มแลว หมอใหญ..หมอนอย..ทำไมหมอตองมียศ..ดวย หรือจะเปนไปตามขนาด ตัว.. ในชุมชนนั้น หมอ หมายถึง ผูที่เขามาชวยเหลือ ใหการดูแลรักษา ดังนั้น เมื่อไปที่อนามัย หรือโรงพยาบาล ทุกคนก็จะเปนหมอไปหมด จนบางทีตอง
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 37
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สื่อสารกันดีๆ วาหมอที่บอกวาอยางงั้นอยางนี้นะหมออะไร เพราะบางทีชุด เจาหนาที่เข็นเปลก็เหมือนๆ กับชุดเรา และบางทีถาเราแตงตัวไมดีก็ตองระวังอีก วาเขาอาจจะเขาใจวาเราเปนคนเข็นเปล ไปก็ได... การเปนหมอใหญไมใชเปนเพียงใหความสำคัญกับการที่เรามีความรู เทานั้น แตตองมีมีจิตใจที่จะชวยเหลือผูปวยและญาติใหดีที่สุด ใหสุดความ สามารถดวยใจจริง ไมวาหมอใหญ หมอนอยครับ ตองยอมรับวาพวกเราจบมา ใหมๆ มีขอเสียคือมีประสบการณนอยในเรื่องวิธีคิดในการดูแลผูปวยและขาด ความมั่นใจในองความรูที่มี ซึ่งนั่นเปนเรื่องที่นองๆควรตองขยันศึกษาหาความรู เพิ่มเติมเสมอ ถาโชคดีไดเห็นตัวอยางที่ดีมีคนแนะนำก็จะเรียนรูไดเร็วมากขึ้น ถาหากมีพี่ที่คอยมาเตือนมาบอกนองก็คงเพราะรักและเปนหวงนองๆ ควรตอง ขอบคุณพี่ๆ เหลานั้น เพราะถาเขาไมพูด เราก็ไมรูขอผิดพลาดแลวก็ทำผิดตอไป แมรูวาบางทีอาจทำใหนองบางคนรูสึกไมดีและอาจเขาใจผิดก็ตาม แตใหรูไวเถิด วาพี่ๆ เหลานั้นตางประสงคดีกับนองนะครับ สวนขอดีของนองใหมก็มีนะครับ คื อ ไฟแรง และจิ ต ใจที่ ยั ง ไม ด า นชาต อ ความรู สึ ก ของผู ป ว ยและญาติ ม ากนั ก ซึ่งเปนสิ่งที่ควรพยายามจดจำไว เพราะเมื่อเราไดพบไดทำอะไรบอยๆ เราก็จะ รู สึ ก ชิ น ชา จนวั น หนึ่ ง ก็ จ ะไม ไ ด สั ม ผั ส ความรู สึ ก ของผู ป ว ยและญาติ อี ก เลย สังเกตไดจาก ความคิดของแพทย กับผูปวยและญาติมักจะตางกันเสมอ เชน เมื่อเวลาญาติพาผูปวยมา เมื่อเราสอบถามอาการไดความวาอาการผูปวยคอยๆ เปนมาเปนปแลว แพทยมักจะประเมินวาเปนโรคเรื้อรัง ไมรุนแรง สามารถรักษา แบบผูปวยนอกได อาจไมตองรีบรักษา แตในความคิดที่กลับกันนั้น ผูปวยและ ญาติมักคิดวาปวยมาตั้งนานแลว..เปนมานานเชียวนะ..จะไมรุนแรงไดไง ตองรีบ รักษาใหหาย เราก็มักจะคิดวาเปนตั้งนานไมมา มาวันเดียวก็จะใหหาย ถาเริ่มมี ความคิดแบบนี้ทีไร อารมณก็จะขึ้นไดงาย ขอใหนองลองเริ่มคิดใหม หากเราไม ไดเปนหมอแลว ถาคนปวยนั้นเปนญาติเรา ผมก็ไมแปลกใจที่เราจะคิดเชนนั้น เชนกัน เพราะเขาก็ไมไดมาโรงพยาบาลบอย การปวยครั้งนี้อาจเปนครั้งแรก เขายอมไมเขาใจเปนธรรมดา อยากใหนองๆ หายใจเขาลึกๆ แลวคอยอธิบายให เขาฟงนะครับ จะไดอารมณไมขึ้น..ไมแกไว.. อีกเรื่องที่ชอบทำใหหงุดหงิดกับการ ซักประวัติคือการที่ผูปวยไมเลาอาการ หรือบางทีก็ใหเราสบตาแลวรูเอง เขาใจ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
38
เองวาโรคมันเปนอยางไร คิดที่จะเลื่อนขั้นเราจากหมอธรรมดาเปนหมอเทวดา.. สิ่งเหลานี้ไมไดเกิดแคกับผูปวยหรอกครับ แตจริงๆ เกิดกับพวกเราดวย หลาย ครั้งที่เราไมคอยไดคุยบอกโรคกับผูปวยและญาติ เรามักทดไวในใจและคิดวาเรารู แปลวาคนอื่นรูแลวเชนกัน นองๆ ตองระวังอยาใหชินชากับความรูสึกนี้นะ ครับ..พยายามฝกพูดและสื่อสารกับผูปวยและญาติ ทำหนาที่ของพวกเราใหดี ที่สุด การเปนหมอจบใหมนอกจากประสบการณที่นอยแลว อีกปญหาที่ผม พบคือความไมมั่นใจในองคความรูที่มี ดวยเนื้อหามากมายในตอนเรียน ผมขอ แนะนำวาในปแรกที่เขากำหนดใหเราเปนแพทยเพิ่มพูนทักษะ ไมตองยั้งครับ ชื่อมันก็บอกอยูแลววาปนี้มันเปนปแหงการเรียนรู เรื่องไหนไมมั่นใจใหหมั่นเปด อาน แลวจะพบวาแทจริงมันมีหัวเรื่องที่ตองรูไมมากนักหรอกครับ อยาปลอย เวลาใหลวงเลยไป และอยาทำผิดกับผูปวยซ้ำๆ ไปมา ทั้งๆ ที่คำตอบมีอยูใน ทุกที่ หนังสือ พี่ๆ อาจารย กูเกิ้ล แลวเราจะไดไมตองรูสึกผิดตอผูปวยในภาย หลังครับ คอยๆ เก็บประสบการณแลวเมื่อออกมาโรงพยาบาลชุมชนนองๆ จะทำไดเปนอยางดีแนนอน โลกแหงโรงพยาบาลชุมชนจะเปนที่ๆ ทำใหนองไดเขาใจวาการรักษามี อะไรที่มากกวาหมอกับยา หากยังตองอาศัยคนในครอบครัว คนในชุมชนในการ ดูแล การทำงานตองอาศัยทีมเจาหนาที่ในโรงพยาบาลและหนวยตางๆ อีก มากมาย เรื่องความสัมพันธจึงเปนเรื่องสำคัญมากที่สุด ใหมองทุกคนเปนเพื่อน รวมงาน เราทำกันคนละหนาที่ ชวยกันทำ ไมมีใครเหนือกวาใคร แมวันนี้ เนื่องดวยปญหาสาธารณสุขของประเทศจะมากมาย จนทำให เกิดความไมพอใจ จนทำใหบุคลากรทางการแพทย จะนอยลงไปบาง ทำให บางทีจำนวนแพทยในโรงพยาบาลชุมชนดูจะนอยเกินไปเมื่อเทียบกับภาระงาน ที่ มี แต ที่ โรงพยาบาลชุ ม ชนก็ ยั ง คงมี ม นต เ สน ห ใ ห น อ งๆ ได ม าสั ม ผั ส อย า ง แนนอน แมวาบางครั้งจะเหนื่อย จะทอ ไปบางแตเราก็มักจะไดรับความสุขเสมอ มันไมใชเงินหรือสิ่งของที่เราไดรับ...เพียงรอยยิ้ม คำขอบคุณ ไมไดตองการ
สิ่งของมากมาย แตความคิดวาตองการขอบคุณ และความไววางใจใหเราชวย ดูแล นั้นก็มากเกินพอแลวในการเติมกำลังใจใหฟนฝากับอุปสรรคครับ มาชวย กันใชความรูที่เรียนมาใหเต็มที่ ใหสมกับที่เขาเรียกเราวาหมอใหญนะครับ พี่ดุย หมอ (ตัว) ใหญ ในเมืองเล็ก..
ขอใหถือประโยชนสวนตน เปนที่สอง ประโยชนของเพื่อนมนุษย เปนกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพยและเกียรติยศ จะตกแกทานเอง ถาทานทรงธรรมะแหงอาชีพเอาไวใหบริสุทธิ์ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
สมเด็จพระบรมราชชนก
39
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¾Þ.ÊÔÃԾà ¾§È ÀÑ·ÃÀѤ á¾·Â à¾ÔèÁ¾Ù¹·Ñ¡Éл‚·Õè 1 þ.ÂÐÅÒ
ã¹Çѹ·Õèáʹ¸ÃÃÁ´Ò : ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂã¹ËŒÍ§ÊÕèàËÅÕèÂÁ จากบั น ทึ ก diary ในวั น หนึ่ ง ที่ ฉั น อยู เวร ณ โรงพยาบาลยะรั ง จั ง หวั ด ปตตานี
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
40
แสงสีเหลืองทองเริ่มแผกระจายไปทั่วทองฟายามเชา กอนที่ตะวันจะโผล พ น ขอบฟ า และความมื ด ค อ ยๆ จางหายไป มองเห็ น บรรยากาศของ โรงพยาบาลชุมชน ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวหลังจากพักผอนอยางสงบมาทั้งคืน ชีวิตเปลี่ยนตารางเวลามาไดประมาณเดือนกวาๆ แลว จากการดำเนิน ชีวิตที่ไมตางจากโรงเรียนแพทยของการเปนแพทยฝกหัดในโรงพยาบาลศูนย สูการอยูใน OPD หองสี่เหลี่ยมแคบๆ ในโรงพยาบาลชุมชน พรอมกับ common disease อาทิเชน เบาหวาน ความดัน ปอดอุดกั้นเรื้อง หอบหืด หรือแมกระทั่ง คอตีบ (common disease ดวยนะ) กินยา erythromycin (250) 1 เม็ด 4 เวลา กอนอาหาร สำหรับการปองกันหลังสัมผัสโรคคอตีบ นาน 7 วันจนชิน วั น นี้ อ ากาศก็ แ จ ม ใสดี แต อ ารมณ ข องฉั น กลั บ ตรงกั น ข า ม ผู ป ว ย เบาหวาน และความดั น ที่ ม าตรวจติ ด ตามการรั ก ษา พร อ มใจนั ด กั น poor control แทบทุกคน แมวาโรคเรื้อรังนี้ผลลัพธไมคอยดี แตสีหนาที่ตางจากระดับ
น้ำตาลในเลือดและความดันของเปาะจิและเมาะจิ (คุณลุงและคุณปา หรืออาจ จะหมายถึงคุณนาคุณอาก็ไดในบางครั้ง) กลับทำใหฉันใจออน ดุคนไขไมได เพราะรอยยิ้มแจมใสเหลานั้น “เมาะจา (คุณปาคะ) เกิดอะไรขึ้นหรือ? ทำไมความดันก็สูง เบาหวานก็ดู แยลง ทั้งที่แตกอนก็ดูดีมาตลอด” ฉันถามคนไขที่พอจะคุยภาษาไทยได “ชวงเดือนนี้มีเมาลิด เลยกินเยอะไปหนอย” เมาะยิ้มแลวตอบอยาง อารมณดี
ยิ้มแจมใสอารมณดีของเมาะนั้น มีความสุขยิ่งกวาการไดคำชมจาก แพทยเมื่อระดับน้ำตาลและความดันเปนปกติ บางทีนอกจากรางกายแลว เราคงตองใหความสำคัญกับหัวใจของเขาที่ยังเตนอยู ตอนนี้ฉันก็ขอสุขใจ กับบรรดาเปาะจิและเมาะจิเหลานั้นนะ แมเขาไมรูวาผลเสียของการไม
41
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ชาวบ า นที่ นี่ ปฏิ บั ติ ต ามหลั ก ศาสนาและประเพณี อ ย า งเคร ง ครั ด มากบางนอยบาง แตก็เครงครัดมากกวาคำแนะนำการรักษาของแพทยเสียอีก
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
เมาลิ ด เป น กิ จ กรรมที่ พี่ น อ งชาวมุ ส ลิ ม ซึ่ ง นั บ ถื อ ศาสนาอิ ส ลามนิ ย ม จัดขึ้น เมาลิดนั้นเปนภาษาอาหรับแปลวา เกิด ที่เกิด หรือวันเกิด ซึ่งหมายถึง วันสมภพของนบีมุหัมมัด ตรงกับวันที่ 12 เดือนรอบิอุลเอาวัล หรือเดือนที่ 3 ตามปฏิทินอาหรับ มุสลิมจะเลือกเอาวันใดวันหนึ่งในเดือนนี้จัดงานฉลอง พอถึง วันดังกลาวของทุกป มุสลิมจะจัดงาน “วันเมาลิด” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ของทาน นบีมุหัมมัด นอกจากเพื่อหมายถึงวันสมภพแลว ยังเปนการรำลึกถึงวัน ที่ทานลี้ภัยจากนครมักกะห ไปสูนครมาดีนะห และเปนวันมรณกรรมของทาน อีกดวย งานเมาลิดของชาวบานที่นี่ เปนงานเมาลิดระดับทองถิ่น มีการจัดกัน ตามปอเนาะบาง มัสยิดบาง ซึ่งก็จัดฉลองกันทั่วไป ในงานนอกจากมีกิจกรรม ทางศาสนาแลว ยังมีการเลี้ยงอาหารแกผูที่ไปรวมงานดวย ทั้งงานเมาลิดกลาง (ซึ่ ง จะจั ด ระดั บ ประเทศ) และงานย อ ย จะมี มุ ส ลิ ม ไปเที่ ย วหาความสำราญ สนุกสนาน และรวมรำลึก ถึงทานศาสดานบีมุหัมมัด (ศ็อล) กันอยางลนหลาม
รักษาโรคเหลานี้อยางเครงครัด จะมีปญหาอื่นตามมาอีกมากมาย แตฉันก็ อยากใหชวงบั้นปลายของชีวิตนี้เปนชวงเวลาที่มีความสุข ตอมามีคนไขคนหนึ่งนั่งรถเข็นมาตรวจ เปนคนไขผูหญิงอายุประมาณ 40 ป ขอเทาขวาของเธอมีผาพันแผลสีหมนและเปอนน้ำเหลืองหอไวเหมือน ผาหอตอไม มองภายนอกบอกไดวาเปนคนพิการเพราะไมเห็นปลายเทา “เปนเบาหวานมารับยาและทำแผลหรือคะ?” ฉันทักทายอยางนั้น เพราะ คิดวาเปน common disease พลางเปดประวัติอาน มองเทากอน และยังไมทัน จะมองหนาคนไขดวยซ้ำ “เปนแผลมา 30 ปแลว ตอนนี้มีเนื้อสีแดงงอกออกมา” ทีนี้ฉันเงยหนา มองคนไข ซึ่งมาพรอมกับเมาะอีกคนหนึ่ง คราวนี้ไมใช common disease อยาง ที่ฉันคิด เราสนทนากัน คนไขคนนี้ถูกงูกะปะกัดตั้งแตอายุ 9 ป มีแผลที่นิ้วหัวแม เทาขวา เปนแผลรอยเขี้ยวงูขนาดเล็ก และปวดไมมาก
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
42
กะปะ เปนคำมาจากภาษาอิสลามปตตานี วา กาเปาะ งูกะปะ เรียกวา อูลารกาเปาะ (อูลาร = งู, กาเปาะ = ขวาน) คือ งูกาเปาะ หมายถึง งูขวาน หรืองูหัวขวานนั่นเอง แลวเพี้ยนมาเปน งูกะปะ งูกะปะ (Malayan pit viper) มีพิษตอระบบเลือด ลักษณะหัวใหญเปน รู ป สามเหลี่ ย ม ปากแหลม ปลายจมู ก เชิ ด งอนขึ้ น เล็ ก น อ ย คอเล็ ก ตาเล็ ก มานตาตั้ง ลำตัวอวนสั้น หางสั้น หลังคม เปนสันรูปสามเหลี่ยม มีเขี้ยวพิษยาว โง ง คู ห นึ่ ง อยู ห น า ขากรรไกรบน ฝ ง ซ อ นอยู ใ นเหงื อ กเหมื อ นเสื อ ซ อ นเล็ บ มีรูสำหรับใชรับความรูสึกอยูระหวางจมูก รูจมูกกับตาทั้งสองขาง ซึ่งเปนลักษณะ สำคัญของงูวงศนี้ อาการทั่วไปหลังจากถูกงูกัด ไดแกปวด บวม แดง รอน และผิวหนังพอง มีเลือด (hemorrhagic blebs), รอยจ้ำเลือด (ecchymosis) ในกรณีที่มีผิวหนัง พองมีเลือดหลายแหง ใหคิดถึงงูกะปะ
คนไขคนนี้ไปรักษากับหมอบาน ซึ่งใหยากินเปนสมุนไพรและทำแผล เรื่อยมา แผลไมหาย แตกลับเนาลามไปจนนิ้วเทาคอยๆ หลุดออก จนในที่สุด นิ้วเทาทุกนิ้วก็เนาและหลุดไป แผลเนากินลึกมาถึงกลางเทา ทั้งญาติและคนไข ยังคงทำแผลกับหมอบานซึ่งใชสมุนไพรใสในแผล และใชผาพันไว หมอบานที่นี่จะไมรับรักษาคนไขที่ผานการรักษาจากหมอแผนปจจุบัน แตหมอแผนปจจุบันไมเลือกวาคนไขจะเปนอยางไรมาบาง ดังนั้น เปนเรื่องปกติ ที่ชาวบานจะเลือกหมอบานกอน เมื่อโรคไมหาย จึงมาโรงพยาบาล
“นานตั้ง 30 ป ทำไมเพิ่งมาละ?” ฉันถามดวยความรูสึกไมชื่นชมนักกับ ความอดทนแบบนี้ “ก็ทำแผลอยูเรื่อยๆ แตตอนนี้มีเนื้อแดงๆ งอกออกมาจากแผล มันโต เร็วมากมาเดือนกวาแลว เมื่อกอนไมมี เลยมาใหหมอชวยดูหนอย” ขณะญาติคนไขเลาไป ฉันก็แกะผาพันแผล ขางในแผลมีกอนปูดแดง ผิวคลายกะหล่ำดอกและมีเลือดออกเมื่อสัมผัส ของเหลวขุนกลิ่นเหม็นปนกับ
43
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“อยางนี้เดินไดหรือ?” “เดินไดซิบอมอ” คนไขตอบหมอ(บอมอ) พลางพยายามลุกจากรถเข็น แตรางอวนนั้น ทำใหแมขาขางซายจะแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักทั้งรางกาย ก็ยัง ทุลักทุเลพอสมควรกวาเธอจะลุกยืนตรงได ฉันลองใหคนไขยืนและเดิน เธอลงน้ำหนักไวที่สนเทาขวา การเดินไม ราบรื่น เอนไปซายที ขวาที เพื่อรักษาสมดุลน้ำหนักตัวขณะเดิน กระดูกสันหลัง ของเธอคดและบิดเบี้ยว ทำใหคนไขมักจะมีปญหาปวดหลังเปนประจำ เทา ลักษณะนั้นใสรองเทาไมได ทุกครั้งที่เดิน แผลก็จะถูไปกับพื้นเสมอ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
เพราะเขาหมดที่พึ่ง เขาไมมีใครอีกแลว จึงมาหาหมอ คนไขนาจะได รั บ บทเรี ย นบ า งถ า หมอปฏิ เ สธการรั ก ษาด ว ยเหตุ ผ ลเดี ย วกั บ หมอบ า น แตคงไมเหมาะที่จะเอาชีวิตใครมาเดิมพันแบบนี้ ยังไมเลวรายนักเพราะคนไขคนนี้ไมติดเชื้อในกระแสเลือด หรือติดเชื้อ รุนแรงจนรางกายออนแอ
เลือดสดไหลออกมา พรอมกันนั้นก็เห็นตัวหนอนไตอยูในแผล ฉันเชื่อวาหมอ บานคงไมใชตัวหนอนเหลานี้ในการรักษาแผลแนๆ “อยากใหแผลหายหรือเปลา?” ฉันถามทั้งที่รูคำตอบอยูแลว “อยากซิ บอมอใหมาทำแผลที่โรงพยาบาลก็ได มาทำทุกวันเลย” คนไข ตอบคำถามหมอ “ไมยากหรอก แคทำใหหาย แตหมอไมไดแคอยากใหแผลหาย หมอหวัง วาใหคุณกลับไปเดิน และใชชีวิตปกติ ออกไปทำงานชวยพอแม เปนแผลตรงนี้ ลงน้ ำ หนั ก ได แ ค ส น เท า เดิ น ไม ไ ด ห รอก หมอต อ งตั ด ขาออกประมาณครึ่ ง หนาแขง แลวใหใสขาเทียม” “หมอไมตัดไดไหม? ทำแผลจนหายไดไหม?” สีหนาญาติและคนไขลังเล ปนกับกังวล “คุณพยายามมา 30 ปแลวนะ นานพอแลวละ กระดูกสันหลังคุณก็คด เพราะเดินแลวขายาวไมเทากัน จึงมีอาการปวดหลังบอย ทำใหแผลหาย แตเดิน ไมได ไมมีประโยชนเลย เปนแผลอยางนี้ คนไขคงไมไดออกจากบานมานานแลว ตัดขาออกแลวใสขาเทียม ออกไปทำงานชวยพอแมไมดีกวาหรือ?”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
44
สำหรับคนนี้ ฉันคิดวาถาตัดขาแลว มีประโยชนมากกวาเก็บไวแลวทำ แผลไปเรื่อยๆ แผลที่ฉันเห็น ทำใหนึกถึง Marjolin ‘s ulcer (malignant ulcer which occurs in area of chronic scarring) มีลักษณะ แผลที่มีเนื้อคลายกะหล่ำ ดอกโตรวดเร็ว เกิดในตำแหนงที่มีการบาดเจ็บซ้ำๆ พบบอยในแผลเรื้อรังจาก การถูกความรอนไหม การไดตรวจชิ้นเนื้อจะมีประโยชนในการวินิฉัยและรักษา สุดทายคนไขยอมที่จะตัดขา เธออดทนตอความยากลำบากมานาน ลำบากมากกว า ฉั น แต เ ธอก็ ยั ง จะสู ต อ ไป ด ว ยลำแข ง เพี ย งข า งเดี ย ว โรงพยาบาลชุมชนผาตัดใหเธอไมไดเพราะยังไมมีศัลยแพทย ฉันคงตอง refer ไปโรงพยาบาลใหญ แตอยางนอยแมวาคนไขโชครายที่ปวย ขอใหเขา โชคดีที่ไดมาเจอหมอดีๆ ก็พอแลวละ
ตะวั น ยามจะลั บ ขอบฟ า สี แ ดงกลมโต ทิ้ ง แสงสุ ด ท า ยของวั น ก อ นที่ ทองฟาจะเขาสูเวลากลางคืน บรรยากาศโรงพยาบาลชุมชนอยูในความเงียบ ทุ ก อย า งเริ่ ม หยุ ด เคลื่ อ นไหวหลั ง จากเหน็ ด เหนื่ อ ยจากการทำงานมาทั้ ง วั น มีเพียงความมืดรายลอมรอบดวงไฟสวางเพียงไมกี่ดวงในโรงพยาบาลชุมชน แตฉันกลับรูสึกวา หนทางไมไดมืดมิด และยังมีแสงสวางที่ตรงทางออกเสมอ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 45
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¾Þ.» ÂÐÃÑμ¹ ÅÔÁ»ÇÔ·ÂÒ¡ØÅ
¨Ò¡âçàÃÕ¹ᾷ ÊÙ‹âçàÃÕ¹ªÕÇÔμ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
46
“ชีวิต intern มันไมเหมือน extern หรอกนะ” นี่เปนประโยคที่ยังดังกอง อยูในใจเสมอตั้งแตใชชีวิตเปน intern ตอนที่ใชชีวิตอยูในโรงเรียนแพทยนั้นก็ได ยินพี่ๆพูดประโยคนี้กันบอยๆ แตก็ไมไดคิดอะไรมากนัก แตหลังจากไดออกมาสู โลกภายนอกถึ ง ได เข า ใจและรั บ รู ค วามหมายที่ แ ท จ ริ ง นั่ น ก็ เ พราะว า ชี วิ ต การทำงานไมไดราบรื่นเหมือนตอนเรียน ทั้งความรับผิดชอบและงานที่หนักกวา ก็ อ าจทำให แ พทย บ างคนไขว เขวจากเส น ทางที่ เ คยยึ ด มั่ น ได แต นั่ น ก็ เ ป น ประสบการณชั้นยอดที่จะทำใหเราไดเรียนรูและเติบโตขึ้นไปพรอมๆ กัน แมพวกเราจบมาจากโรงเรียนแพทยซึ่งถือวาไดรับการสอนมาอยางดี เกี่ยวกับความรูทางการแพทย แตนั่นก็ไมไดหมายความวาเราจะเปนแพทยที่ดีได การเปนแพทยที่ดีไมไดหมายถึงแพทยที่ไดรับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หรือ สอง ไม ไ ด จากการทำงานมาเกื อ บหนึ่ ง ป แ ล ว ทำให เข า ใจว า “การที่ แ พทย ค นใด คนหนึ่งมีความพยายามที่จะชวยเหลือคนไขใหพนทุกข” นั้น... แคนั้นก็ถือวาเปน แพทยที่ดีไดแลว นั่นก็เพราะวาแคความคิดเล็กๆ ที่กอกำเนิดขึ้นในใจนี้จะคอยๆ เติบโตขึ้นและงอกงามผลิดอกออกผลกอใหเกิดสิ่งดีๆ ตามมาอีกมากมาย การทำงานสวนใหญก็คือการดูแลคนไขบน ward และที่ ER ทวาใน โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) หรือ โรงพยาบาลศูนย (รพศ.) นั้นอาจจะไมมีเวลา เรียนรูชีวิตคนไขมากนักเพราะมักมีเวลาดูแค “โรค” ทางกาย บางทีก็จะสงสัย และตั้งคำถามกับตัวเองอยูเสมอวา “ทำไม ทำไม และ ทำไม คนไขถึงตองทำ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 47
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
แบบนี้ ทำไมคนไขไมทำแบบนั้นนะ” แตถาไดไปอยู รพช. ก็จะมีเวลาใหไดเรียนรู ในมิติอื่นมากขึ้น ไดเรียนรูวิถีชีวิตและสังคมของชาวบานซึ่งจะทำใหเราเขาใจและ ตอบคำถามที่อยูในใจไดเปนอยางดี และนี่คือเสนหอันนึงของ รพช. ที่อยากให นองๆ ไดเขาไปเรียนรู ^^ พูดถึง ward ที่หนักที่สุดก็คงไมพนอายุรกรรมเปนแน บางทีราวนกันถึง บายเลยทีเดียว และไดทำหัตถการทุกอยางที่ไมเคยทำตอนเปน นศพ. ^^ ได ดูแลผูปวยระยะสุดทาย และที่สำคัญคือการไดเห็นชวงวินาทีสุดทายของชีวิตซึ่ง ทำใหปลงไดวา “เฮอออ ชีวิตคนเราก็เทานี้เองนะ เกิดมาไมมีอะไร จากไปก็เอา อะไรไปไมไดอยูดี” มี ค นไข ร ายหนึ่ ง ซึ่ ง ทำให ข า พเจ า ประทั บ ใจไม รู ลื ม อยู จ นทุ ก วั น นี้ คื อ คุณตาอายุ 80 กวาๆ มา รพ. ดวยอาการ prolonged fever ตรวจ CBC พบ marked leukocytosis with Lt shift, marked thrombocytopenia and marked anemia ดูคราวๆ ก็รูวานาจะเปน leukemia ได admit เพื่อทำ Bone Marrow aspiration and biopsy ทั้งๆ ที่ดูอาการนาจะหนัก แตคุณลุงก็ยังยิ้มรา แถมยังบอกอีกวาขอมอบชีวิตนี้ใหหมอเปนคนดูแล แตนาเสียดายที่ยังไมไดทำ BMA+Bx คุณลุงก็มีอาการหอบเหนื่อยขึ้นมาเสียกอนจนตองใส ETT ซึ่งคิดวา นาจะเปนจากภาวะ hyperviscosity syndrome นั่นเอง เปนเรื่องนาลำบากใจ ยิ่งนักที่จะตองอธิบายพยากรณโรคและแจงใหผูปวยและญาติทราบวาไมมีวิธีใด รักษาไดอีกแลวซึ่งญาติก็เขาใจและพยักหนาตอบรับเปนอยางดีทั้งๆ ที่น้ำตาก็ ไหลอาบแกมอยูทั้งสองขาง วันตอมาอาการผูปวยแยลงเรื่อยๆ จนไมมีสติรับรู เรื่องราวใดๆ อีกแลว ปลอยใหเพียงญาติมองดูและกุมมือกอนจะจากไปอยาง สงบไมกี่วันภายหลังจากนั้น ทั้งๆที่ยังอยูในอาการเศราเสียใจกับการจากไปของ คนในครอบครัวอยูนั้น แตญาติๆ ทั้งหลายตางๆ รวมตัวกันมาขอบคุณแพทย และพยาบาลใน ward ที่ชวยดูแลผูปวยอยางเต็มที่ พรอมทั้งซื้อกระเชาผลไม แทนคำขอบคุณมามอบใหกับทุกคนใน ward อีกดวย เหตุการณนี้ยังคงอยูใน ความทรงจำของพวกเราเปนอยางดี นั่นก็เพราะการทำงานในแตละวันคอนขาง เหนือ่ ยมาก จนบางครัง้ อาจรูส กึ ทอได แตพอมีเหตุการณดงั กลาวก็ทำใหมกี ำลังใจ ในการทำงานขึ้นมาอีกเยอะแยะเลย
การทำงานของ intern หนึ่งไมวาจะเปนในรพ.ทั่วไปหรือ รพ. ศูนยมักจะ มีภาระงานคอนขางเยอะ โดยเฉพาะถาอยูแผนกอายุรกรรมดวยแลวก็ยิ่งวุน เขาไปใหญ แตทวา... ในความยุงวุนวายนั้นก็มีความสนุกและมีอะไรใหติดตาม เรียนรูอยูเสมอ ขอใหนองๆ จำไวเถอะวา “สิ่งใดเกิดแลวสิ่งนั้นยอมดีเสมอ” นั่นหมายความวา แมในเหตุการณที่ทำใหเราทอแทหรือเหนื่อยลาก็ยังจะ มีสิ่งดีๆ ซอนอยูเสมอ ขอแคเราทำใจยอมรับและคอยๆ เรียนรูไปเรื่อยๆ แคนั้นเอง จากโรงเรียนแพทยสูโรงเรียนชีวิต มีประสบการณมากมายรอใหเราไป เก็บเกี่ยว ขอใหนองๆ มีความสุขสนุกกับงานที่ไดทำ และคอยๆ เติบโตไป พรอมๆ กัน ^^
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
48
¾Þ.à¾çÞ¹ÀÒ ¡ÇÕÇ§È »ÃÐàÊÃÔ° ᾷ 㪌·Ø¹ 1 ÈÔÃÔÃÒª 115
¤Ø³à¤ÂŠͤˌͧμÃǨ OPD, ER äÁ‹ãËŒ¤¹ä¢Œà¢ŒÒä»äËÁ?
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
50
การมาอยูที่ในโรงพยาบาลชุมชน ในภาคเหนือที่สงบแหงหนึ่ง นอกจาก จะทำใหฉันไดฝกความรูครบทุกสาขาแลว ยังไดมอบประสบการณที่นาจดจำที่ ฉันไมอาจลืมได ประสบการณที่ฉันอยากแบงปนกันเพื่อนแพทยทุกคน เคยเบื่อไหม ที่จะตองรักษาคนไขที่ ผาน clinic เลิกเหลามาหลาย ครั้ ง แต เลิ ก ไม ไ ด และคนที่ ม าด ว ยป ญ หา นอนไม ห ลั บ เรื้ อ รั ง มา นาน หลายป แตก็ยังนอนไมหลับซะที่ ขนาดไดทั้ง lorazepam diazepam ก็แลวก็ยังไมหาย คนไขปวดทอง ปวดหลัง ไดยาแกปวดไปเทาไร ก็กลับมาหา ดวยอาการเดิมๆ ตลอด คืนหนึ่งที่ ER ตอนเวลาเกือบเที่ยงคืน ฉันบังเอิญไดเจอคนไขคนหนึ่ง มาดวยอาการนอนไมหลับ มีประวัติเปนโรคลมชัก และติดสุราเรื้อรัง มารักษาที่ clinic กี่ครั้งไมเคยเลิกได ขาด follow up หลายครั้ง ทั้งๆ ที่บานอยูหนา รพ. นี่เอง ตอนแรกก็ซัก check ตาม sleep hygiene ทุกอยาง ยังหาสาเหตไมไดเลย ระหวางที่คุยกันสังเกตเห็นวา คนไขพูด ติดๆ ขัดๆ เหมือนมีความผิดปกติทาง สมองบางอยาง เลยไปเลยไปถามประวัติจากญาติบอกวาเปนโรคลมชัก แลวสิ่ง ที่คนไขเลาให ฟงทำใหน้ำตาของฉันแทบไหล
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 51
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
คนไขเปนโรคลมชักตั้งแตยังเล็ก แตอาการยังพอคุมไดดวยยาจนมาเพิ่ง กำเริบเมื่อประมาณ 10 ปกอน ทำใหเขาตองลาออกจากงานที่ทำมานาน เนื่องจากเปนลมชักขณะทำงานหลายครั้ง ตอมาเขาไดรับเขาทำงานอีกที่ แต ก็ เ พราะเจ า ลมชั ก ตั ว ดี เ นี่ ย แหละที่ ทำให เขาต อ งประสบอุ บั ติ เ หตุ ระหวางกำลังไปสงเอกสาร ทำใหจำใจตองลาออกจากงานที่เพิ่งเขาทำ ตอนนี้คนไขไมไดทำงานอะไรอยูบานไปวันๆ ทิ้งภาระคาใชจายใหมารดา ของตนที่รับอาชีพเย็บผาเปนผูรับผิดชอบคาใชจายในบานทั้งหมด ไมใชเขา อยากให เรื่ อ งเป น แบบนี้ แต เขาไม ส ามารถสมั ค รเข า ทำงานที่ ไ หนได เ ลย เนื่องจากการเปนโรคลมชักของเขา วันวัน เขาเอาแตนั่งเครียด วาทำไมตนถึง ทำอะไรไมไดเลย และตามคติคนไทย “ก็คนมัน เครียด ก็.....เลยตองกินเหลา” เพื่อจะไดหลับหนีจากฝนรายนี้ซะที แตทวา พอตื่นขึ้นมาก็กลับมาเจอกับความ เปนจริงอีก ตอนจะนอนก็นอนไมหลับเพราะวันๆ เอาแตคิดถึงเรื่องเดิมๆ มาถึงตรงนี้ก็พอเขาใจแลววา ที่คนไขรายนี้ติดเหลาและนอนไมหลับ จริงๆ แลวเปนเพราะเขาเครียดเพราะไมมีงานทำและทำใจไมไดกับสภาพที่ ไมสามารถเปนที่พึ่งใหใครไดเลย ......หลังจากที่ไดระบายความรูสึกที่อัดอั้น ตันใจมานาน สีหนาของผูปวยคอยๆ ผอนคลายมากขึ้น ก็เลยเริ่มแกปญหาที่ตัวคนไขกอนดวยการใหกำลังใจวา เขาโชคดีกวา คนพิการหรือคนไขโรคลมชักคนอื่นๆ ที่อาจจะมีสมองพิการตั้งแตเด็ก สวน ตัวเขาไดทำงานแบบคนปกติ มาตั้ง 30 กวา ป คนไขเริ่มจะคิดได และเริ่มจะ ยอมรั บ ฉั น จึ ง แนะนำให ค นไข ไ ป Follow up ที่ clinic จิ ต เวช และ clinic เลิกเหลา สวนเรื่องอาชีพ คืออีกปมในใจที่คิดวา ทำใหเขารูสึกวาตัวเองไมมีคุณคา ฉันจึงปลอบใจวานาจะมีอาชีพสิ่งที่คนอยางคุณทำได ตอนแรกฉันคิดวาจะเพียง พอแลวสำหรับการแกปญหาของผูปวยคนนี้ นาจะปลอยเขาไปไดแลว .......แต พอลองคิดดูอีกที คิดวาแลวถาเราเปนคนไขตอนนี้เราจะคิดออกไหมวาเราจะไป ทำอาชีพอะไร นั่นสิแลว มันอาชีพไหนกันที่คนเปนโรคลมชักจะทำได แปลก.... ที่ตอนนั้น ฉันคิดเทาไรก็คิดไมออก...........ก็เลย คิดวา ถาปลอยไปแบบนี้ก็ เหมือนวาสักแตพูดไป แตสุดทายก็แกปญหาไมไดจริงๆ เหมือนเปนการผลัก
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
52
คนไขใหไปเผชิญปญหาเหมือนเดิม ก็เลยคิดวางั้นใหคนไขพึ่งอาจารย google ดี กว า น า จะได ค ำตอบแน ๆ เลยแนะนำไปให เป ด internet ที่ บ า นดู ..... ก็คิดอีกวา แลวคนไขฐานะยากจนจะมี internet ใชรึเปลา จึงลองถามคนไขดูให แนใจ ซึ่งพอถามก็พบกับความจริงที่นาเศรา เพราะวาบานคนไขมีแตโทรศัพท .............คิดอยูวา จะทำยังไง ไมอยากปลอยคนไขไปทั้งๆ ที่ ยังไมไดชวย แกปญหาของเขาเลย สุดทายตัดสินใจ ใชเวลาไมถึง 10 นาที เพื่อไปคนขอมูลใน internet วามีสมาคมไหนไหมที่พอจะชวยคนไขแบบนี้ได สรุปวามีจริง สมาคม โรคลมชั ก แห ง ประเทศไทย และมู ล นิ ธิ แ สงส อ งใจ พร อ มเบอร โ ทร ให ค นไข คนไขได รับเบอรโทรแลวมองอยูสักพัก จึงอานเบอรทวนอยางตั้งใจและมีความ หวั ง รู สึ ก ฉั น รู สึ ก ดี ใจอยากบอกไม ถู ก และคิ ด ว า บางครั้ ง เวลาอั น น อ ยนิ ด ของเรา อาจจะเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งใหดีขึ้นไดเลยจริงๆ หลังจากนั้น ฉันจึงใหกำลังใจครั้งสุดทาย กอนจะถามคนไขวา “มีอะไรให หมอชวยอีกไหมคะ” คนไข พูดดวยเสียงสั่น แตมีรอยยิ้มบนใบหนาวา “ตอนนี้ ผมคิดวา ผมคงตองเริ่มตนจากการปรับใจของตนเองกอนครับไมใหเครียด” ดีใจ มากที่ คนไขพูดแบบนั้น เพราะเทากับวา เขากำลังจะพบทางแกปญหาที่แทจริง ของเขาแลว นั่นก็คือ เริ่มตนที่ใจของเขาเอง การรักษา คนไข แบบเปน ครั้งๆ ไป ก็ดี ใชเวลาแตละเคส สั้น นอนไม หลับก็จายยานอนหลับ ปวดหลังก็กินยาแกปวดไป ก็ดีตรงที่ใชเวลาสั้น ไมเสีย เวลา แตถาเราไมอยากจะตองจายยานอนหลับ ยาแกปวด ใหคนไขคนเดิมที่มา หาเราดวยอาการเดิม แบบนี้ อีก 10 หรือ 100 ครั้ง ทำใหตองเสียอารมณทั้งคน ที่ตรวจและคนที่มารับการตรวจเพราะอาการของโรคที่ไมยอมหายไป เราอาจจะ ตองยอม ไมอยากใชคำวา “เสียเวลา” อยากให ใชทำวา “ใหเวลา ” รักษา คนไข จริงๆ วาสาเหตุ จริงๆ ของอาการของคนไขนั้น เปนเพราะอะไร ที่ผานมา เรา กำลังเปดประตู รับคนไขที่ ชื่อคุณ “นอนไมหลับ” คุณ “ปวดทอง” คุณ”ปวดหัว” คุณ”เบาหวาน ความดัน” แลว เราก็ปด ประตูใสหนา คนไขที่เปนคนของเราจริงๆ ไวขางหนาหองตรวจรึเปลา? แลวขังตัวเอง ไว กับ โรคของคนไข โดยไมสนหรอกวา คนไขจะมีปญหา ทางสั ง คม ทางจิ ต ใจมากแค ไ หน ขอให ฉั น ได กำจั ด อาการปวดท อ ง อาการปวดหลัง ไปใหไดเปนพอ รึเปลา?
“I don’t want you to be only a doctor, but I also want you to be a man.
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ยอมรับเหมือนกันวา หลายครั้ง ดวยภาระงาน และการตองตรวจคนไข ในเวลาที่ จ ำกั ด เพื่ อ นแพทย เ กื อ บทุ ก แห ง ต อ ง ตรวจคนไข ป ริ ม าณมาก ในเวลาที่จำกัด บางคนอาจตองตรวจคนไขกวา 500 คน ให หมดในเวลา 3 ชม. ซึ่งมันคงยาก ตอการจะดูใหลึกๆ ละเอียดในทุกราย ถาทำอยางนั้นทุกราย ตรวจจนค่ำมืดก็คงตรวจไมเสร็จเปนแน ......แตอยางนอย ขอใหไดเริ่มบาง ซักวันละคนก็ยังดี ไมแนทำวันละคน อาจชวยลดคนไขที่มาหาหมอเปนประจำ ลงไปได จากตองมาเปน 10 visits อาจเหลือ แค 3 visits บางที ผลของการกระทำแบบนี้ อ าจไม เ ห็ น ทั น ตาเหมื อ นการฉี ด diclofenac ใหคนไขที่ปวดกลามเนื้อ แลวหายปวดทันตา แตในระยะยาว เชื่อ เถอะคะเพื่อนๆ วามันดีกวาแนนอน.......เปนกำลังใจ ใหเพื่อนๆ แพทยทุกคนดำเนิน ตามรอยพระราชดำรัส ของสมเด็จพระราชบิดาที่วา
53
“The time is always right to do the right thing.” The time is always right to do the right things >> Martin luther king ขอเปนกำลังใจใหเพื่อนแพทยทุกคน กาวขามจากการเปนแพทยมาเปน แพทยที่มีหัวใจของความเปนมนุษยนะคะ มาเริ่มตนไปพรอมๆ กัน โดย : หยาดน้ำฟา ปากกาพระจันทร Moonlight@brightnight
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เมื่อมีความตั้งใจที่ดีแลว อยาลังเลที่จะเริ่มตน ทำสิ่งดีๆ ตั้งแตวันนี้ ขอยกคำกลาวของ Martin Luther King, Jr. นักตอสูเพื่อ สิทธิมนุษยชนผิวสีชาวอเมริกาที่วา
¾Þ.Íѧ¤³Ò ¹Ò¤ÍغÅ
àÃ×Íè §¢Í§¤Ø³ÂÒ¡Ѻª‹Ò§«‹ÍÁ·ÕÇÕ 4 ÃÊ ถึง พี่นองเพื่อนแพทยที่รัก
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
54
การทำงานของเราภายใตเสื้อกาวนทุกวันนี้ หลายครั้งหลายครา คนไขก็ ทุกข หมอก็ทุกข ทั้งที่ตางคนตางก็ทำหนาที่ของตน หมอ ก็ทำหนาที่ตามจรรยาบรรณ ภายใตขอจำกัดที่มีอยูอยางไมจำกัด (ฮา ฮา) คนไข ก็ทำหนาที่ดูแลสุขภาพตัวเอง ในรูปแบบ วิธีการของเขาที่เติบโต และเรียนรูมาอยางนั้น วาแตทำไม...กลายเปนทุกขทั้งคู สำคัญนะ กับคำตอบนั้น ไมใชวาจะกลัวโดนฟองอะไร และไมไดสนใจวา ใครถูก ใครผิด แตสิ่งสำคัญยิ่งกวาคือ มันอาจจะไปกัดกรอน คุณคา ความภูมิใจ ที่ไดจากการเปนหมอของเราเอง และไปทำลายความหวัง ความศรัทธา ความ เชื่อมั่นของคนไขที่มีตอแพทย แนนอนไมมใี ครอยากใหเปนเชนนั้น ในความเห็นของฉัน การรักษาโรคหรือความปวยกาย (disease) ไม ยากจนเกินไปนัก มักไมคอยทำใหหมอทุกขแตการรักษา ความทุกขทางใจ หรือ ความปวยใจ (illness) ไมงายเลย เพราะหลายครั้งก็ทำใหหมอไมเขาใจคนไข หรือแมแต บางครั้ง คนไขก็ไมเขาใจตัวเอง วาทำไมถึงคิด ถึงทำ ถึงปวยแบบนี้
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 55
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ผลการรักษามันจึงไมเปนตามที่หวังและหลายครั้ง ก็ทำใหหมอหลายคนที่มี ความตั้งใจดี และทุมเทเพื่อคนไข.....เบื่อหนาย ทอแทกับการทำดี รวมถึงคนไขที่ เดิม ตอนออกจากบานก็ อยากจะไดรับการแกปญหาจากหมอ อยากคุยกันดีๆ (เพราะตองมาพึ่งพาความรูจากหมอ) ไมอยากเปนคนไข เจาปญหา ....กลาย เปน ตองตอสู โวยวาย เรียกรอง จากหมอ มันก็เปนเรื่อง วนเวียน เปน vicious cycle ไปเรื่อยๆ มันเหมือน นิทานเรื่องหนึ่งวา กาลครั้งหนึ่ง ไมนานมานี้ ยายคนหนึ่ง มีทีวีที่แกรักมากอยูเครื่องหนึ่ง (ทำไมรักมาก ก็เพราะเปนสิ่งเดียวที่ลูกชายซื้อไวใหกอนลูกชายจะตาย) ภาพสี ชัดแจวมาตลอด ตอมา ยายสังเกตวา ภาพสีของทีวี มันเพี้ยนไปจากเดิม แกจึง อุมทีวีกระยอง กระแยง เหมารถไปหาชางซอมทีวีที่แกเชื่อถือวาซอมใหดีได เพราะแกก็ไมมีความรูเรื่องทีวีเลย และเปนชางที่ปราณีต คงถนุถนอมทีวีที่แกรัก อยางดี ในที่สุด แกก็โชคดี ไดเจอหนุมชางซอมทีวีซึ่งเปนชางที่ซอมทีวีดวยใจรัก ตั้งใจซอมทีวีทุกเครื่อง ใหความเห็นและซอมแซมอยางตรงไปตรงมา ไมมีหลอก ลวงลูกคา เขาภูมิใจและรักในอาชีพนี้มาก หนุมชางซอมก็ลงมือตรวจสอบซอมอยางขยัน ขันแข็งและทนุถนอมให เต็มที่แมจะมีงานที่รอซอมแซมอยูทวมทน หลังกมหนากมตา รีบตรวจสอบทีวีอยางละเอียด ดูดวยตาตัวเองกี่รอบ ก็ไมพบความผิดปกติอะไร แมแตนอย จึงบอกผลใหยายรูวาตรวจใหแลววา ทีวีไมเปนอะไรเลย ใหยายพาทีวีกลับบานไปเถอะ ยายไมพอใจมาก เพราะยายดูดวยตาตัวเองก็เห็นอยูตลอดวา ทีวีสีมัน เพี้ยนอยูเหมือนเดิม แตชางกลับมาบอกวาไมเปนอะไร แลวกลับมาหาวา ยาย คิดมากไปเอง จึงเถียงกลับไปวา ทีวียังไงก็ไมปกติ ใหชางตรวจสอบใหม และ ตอวาชางวาอาจตรวจไมละเอียด ไมตั้งใจ ชางหนุมรูสึกไมพอใจเชนกัน เพราะคิดวาตัวเองไดทำใหยายอยางสุด ฝมือแลว แมจะตรวจสอบซ้ำก็ยังไมพบความผิดปกติ จึงยืนยันกับยายไปอยาง เดิม
แตยายก็ยังยืนยันวาทีวีไมปกติ จึงโตเถียงกันรุนแรงขึ้น ....ชายหนุ ม รู สึ ก ทั้ ง โกรธที่ ถู ก ต อ ว า ท อ แท ที่ แ ม ตั้ ง ใจเป น ช า งที่ ดี แ ละ ทุมเทแตกลับยังมาถูกตำหนิ.... ...คุณยายรูสึกผิดหวังที่ชางที่เชื่อถือแกปญหาใหไมได มิหนำซ้ำชางยังมา ตอวา วาคิดไปเองทั้งๆ ที่ยายเห็นวาผิดปกติจริงๆ จึงรูสึกโกรธ เรื่องราวจะเปนอยางไรตอไป ตกลงทีวีมันผิดปกติหรือเปลา มันมี 4 เวอรชั่นละ คือ แบบ หวาน, ขม, เผ็ด และสามรส ละ มันจะแตกตางกันอยางไร โปรดติดตาม
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
56
เวอรชั่น -ขมการโตเถียงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ...ชายหนุม คิดวาตัวเองซวยมากที่ตองมาเจอเรื่องแบบนี้ และถอดใจ เบื่อหนายกับการเปนชางซอมทีวีที่ตนรัก ทำงานแบบไมมีความสุขไปวันๆ และ ไดขอคิดวา คุณยายแกๆ นี่ไมใชนาสงสารเสมอไป ...คุณยาย คิดวาตัวเองก็ซวยไมแพกันที่มาเจอเรื่องราวแบบนี้ และยาย เองก็ไมสามารถจะดูทีวีที่เห็นภาพที่ชัดเจนไดอยางเดิมตลอดไป เพราะยายก็ไมรู จะทำอยางไรใหไดทีวีที่มีคายิ่งจากลูกชายกลับมาดีไดอยางเดิม และไดขอคิดวา ชางซอมทีวีไมใชนาเชื่อถือทุกคนเสมอไป ##############################
เวอรชั่น - หวานชายหนุมแมจะตรวจสอบไมเจอความผิดปกติอะไรในทีวี แตก็เขาใจใน ความรูสึกและเห็นใจคุณยายที่อยากซอมทีวีใหดีแบบเดิม เมื่อตั้งใจฟงเรื่องราว และดูทาทีของคุณยายก็ยิ่งสัมผัสไดวา คุณยายนั้นรับรูอยางนั้นจริงๆ วาภาพสี เพี้ยนและดูคุณยายทุกขใจมาก ชายหนุมชางซอมทีวี เมื่อเห็นวา ตรวจทีวีมั่นใจ แลววาปกติ จึงละสายตาจากทีวี ออกมานั่งพูดคุยกับคุณยายเพื่อชวยปลอบใจ ทันทีที่ไดเงยหนาขึ้นมาจากกรอบแคบๆ ของทีวี มองคุณยายชัดๆ ทั้งตัวอยาง คนธรรมดาทั่วไปจะพูดคุยกัน ชายหนุมก็ไดคำตอบถึงที่มาของอาการผิดปกตินั้น
เวอรชั่น -เผ็ดชางซอมตั้งใจซอมทีวีอยางดี แตเมื่อเปดดูเครื่องขางในก็พบวามันชำรุด จริงๆ ประเมินแลวคงแกใหดีอยางเดิมไมได แตก็ตั้งใจซอมอยางดีที่สุด พอจะ ซอมใหเทาที่จะทำไหว เพราะเครื่องมันก็เกาแลว ซอมเสร็จก็ประกอบเครื่องคืน คุณยาย พรอมทั้งอธิบายใหฟง เมื่อยายเอาไปดู ปรากฏวาภาพมันหวยกวาเดิม
57
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
##############################
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
คุณยายลูกคาของเขา ใสแวนสายตายาว แตแวนตาของยายนั้นเกาและขุนมัว มาก คงเปนเพราะใชนานมานาน อายุมากอยูคนเดียวไมไดดูแลคอยขัดแวน ทำใหพลอยมองภาพมัวเพี้ยนไป แมจะเปนชางซอมทีวี ไมไดเปนชางซอมแวน แตเขาก็ชวยคุณยายเทาที่ พอจะมีความรูไดอยางเพื่อนมนุษยจะชวยเหลือกัน ใชน้ำยาขัดลางแวนให เมื่อ แวนตากลับมาใส คุณยายก็ไดเห็นภาพในทีวีที่มีสีสวยอยางเดิม ...ชายหนุมรูสึกดีใจมากที่สามารถแกปญหาใหคุณยายได มีความสุขกับ การที่ไดมีสวนชวยใหยายไดเห็นภาพในทีวีไดอยางเดิม แมตนตอของปญหาจะ ไมใชทีวี แตความสุขของการเปนชางซอมทีวีของเขาคือ การที่ไดเห็นลูกคามี ความสุขจากการดูทีวี ไมวาจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม เขาก็ยินดีจะซอมใหเทาที่ เขาจะทำได และไดขอคิดวา บางครั้งปญหาของการดูทีวี ก็ไมไดจากทีวีอยาง เดียวเสมอไป หรือ พูดอีกอยางวา แมทีวีจะปกติ ก็ไมไดแปลวา การดูทีวีจะไมมี ปญหา เพราะฉะนั้น การชวยแกไขปญหาของลูกคา เขาควรมองและตรวจหา ทุกดาน ไมเพงเล็งแตจากทีวีอยางเดียว ...คุณยาย แนนอนวา มีความสุขมาก ที่ทำใหสุขที่สุดไมใชเพราะการไดดู ภาพสวยอยางเดิม แตเพราะแกไดดูแลรักษาทีวีจากลูกชายไวไดดีอยางเดิม และ รูสึกขอบคุณชางซอมทีวีเปนลนพนที่มีใจชวยดูปญหาเรื่องแวนใหจนไดรู เพราะ แกเองก็หลงเขาใจผิดอยูนาน รูสึกชื่นชมยกยองชางทีวีมาก มักจะมีขนมไปฝาก อยูเสมอ พลอยทำใหชางซอมทีวีคนอื่นๆ ไดรับอานิสง จาก ขนมของฝากและ ความรูสึกดีๆ จากคุณยายไปดวยและไดขอคิดวา เออ เออ ........ยายลืมแลวอะ เมื่อกี้คิดวาอะไรนะ เปนอัลไซเมอรนะ ฮา ฮา
อีก คราวนี้เสียงก็อูอี้ เลยตอวาชางซอมทำใหทีวีเสียมากขึ้น ไปแจงตำรวจใหจับ ชาง+เรียกคาปรับ อธิบายยังไงก็ไมเขาใจ เพราะยายเสียดายทีวีของลุกชายสุด ที่รักมาก จริงๆ เวอรนี้ แอบมีเค็มปนอยูดวย ##############################
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
58
แตถาอยากใหเปนเวอรชั่น สามรส(เผ็ด หวาน เปรี้ยว) ก็อาจพอปรุงได แคสลับตำแหนงประโยคบางประโยคนิดหนึ่ง ชางซอมตั้งใจซอมทีวีอยางดี แตเมื่อเปดดูเครื่องขางในก็พบวามันชำรุด จริงๆ ...คิด...แลวแกใหดีกวาเดิมไมได เพราะเครื่องมันเกาแลว กอนจะซอม ชางหนุมอธิบายใหขอมูลใหยายฟง ถึงขอดี ขอเสีย ความเสี่ยงจากการซอม และ แนะนำรานซอมที่เขาคิดวาอาจมีความชำนาญกวาใหยายทราบเปนทางเลือก เพิ่มเติม เพื่อใหยายไดมีสวนรวมในการวางแผนซอมครั้งนี้ พรอมยอมรับและให เกียรติกับการตัดสินใจเลือกของคุณยายวาจะใหเขาซอมหรือไม เสมือน เปน สวนหนึ่งของทีมซอม รวมถึงแสดงความเสียใจ เห็นใจในความทุกขของยายที่ ตองมาเจอเรื่องลำบากใจเชนนี้ เมื่อคุณยายไดฟง ก็รูสึกไดถึงความจริงใจ ใสใจ ตอการซอมทีวีของชาง และไดตัดสินใจใหเขาซอมเทาที่จะทำไหว ก็พอจะซอม ให เ ท า ที่ จ ะทำไหว ซ อ มเสร็ จ ก็ ป ระกอบเครื่ อ งคื น คุ ณ ยาย เมื่ อ ยายเอาไปดู ปรากฏวาภาพมันหวยกวาเดิมอีก คราวนี้เสียงก็อูอี้ เมื่อผลออกมากลายเปน ขาวราย แนนอน ยายเสียใจเปนที่สุด แตมันก็เปนความสูญเสียที่รับทราบมา กอน พอทำใจไวบาง และที่สำคัญ ชางหนุมก็ยังคงยืนอยูขางๆ ลูกคาของเขา รวมรับรูความทุกขใจของคุณปา ในยามที่ยายเสียใจมากที่สุด (just be there) ไม ไ ด ห นี ห ายไปไหน (อย า งในะครที่ มั ก จะมี ฉ าก “หมอเสี ย ใจด ว ยนะครั บ ” แลวก็เดินจากไป อยางไมสนวาญาติจะเปนลมไปกี่ตลบแลว ฮา ฮา) ในวูบแรก เมื่อตองรับรูวาทีวีไมอาจกลับมาเปนเหมือนเดิม ยายนิ่งงัน หูอื้อ พูดอะไรก็ไมไดยินแลว (shock stage) ชายหนุมไดมีโอกาสเรียนรูวาคนเรา เมื่ อ รั บ รู ข า วร า ยก็ ย อ มจะมี ป ฏิ กิ ริ ย าได แ บบนี้ นี่ ไ ม ใช ช ว งที่ จ ะมาอธิ บ าย รายละเอียดไดมาก พูดสั้นๆ พอใหเขาใจ และเผื่อใจไววายายอาจช็อคจนลืมวา
ดวยรักและมอบกำลังใจ (จุม) อังคณา นาคอุบล ป.ล. ขอบคุณ (เพชร) เอกพัชร เสีย่ งเทียน ทีร่ ว มแลกเปลีย่ น ใหเวอรชนั่ เผ็ดมาคะ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ตนเคยพู ด อะไรไว บ า ง ไว เ มื่ อ ยายพร อ มเขาจึ ง อธิ บ ายให ฟ ง อี ก ครั้ ง ต อ มา ยายอาจรูสึกโกรธ (anger) จนไปแจงความ ตอรอง (bargain) มาขอใหซอมใหม ทำใหมทั้งๆ ที่ก็รูอยูวาซอมไมได เสียใจ (sad) เอาแตรองไห อาจวนเวียนกันไป ทำให เ กิ ด ปฏิ กิ ริ ย าต า งๆ ออกมามากมาย หากดู ผ า นๆ คงเหมื อ นยายช า ง กลับกลอก เปลี่ยนคำพูดตามอารมณไปๆ มาๆ แตชายหนุมก็เขาใจในปฏิกิริยา ของการรับรูขาวรายดี จึงไมถือเอามาเปนอารมณ ไมโกรธไปตามความออนไหว ของอารมณของผูสูญเสีย จนเมื่อวันที่ยายยอมรับกับความจริงได (acceptance) ยายก็พรอมจะกลับไปเปนลูกคาของชายหนุมชางซอมอีกครั้ง นิทานเรื่องนี้ ฉันไดแรงบันดาลใจ มาจาก ปญหาการดูแลสุขภาพคนไข ของตนเอง หากทีวี คือ สุขภาพ คุณยาย คือ คนไข แนนอน ชางซอม คือ หมอ แวนที่มัว คือโรค แลวเราอยากจะใหจบดวยเวอรชั่นไหนดีละ
59
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¾Þ.ÈØÀÁÒÊ ÍÓ¾Å
μÒÁμÔ´ªÕÇÔμ “¤¹ªÒ¢ͺ”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
60
“กริ๊ ง กริ๊ ง ” เช า วั น ใหม ซึ่ ง ฉั น ก็ ยั ง ไม อ ยากลุ ก จากเตี ย งนอนเลย แต บังเอิญนึกออกวามีภารกิจสำคัญที่ตองทำในวันนี้นั่นคือการไปตามติดชีวิตผูปวย กิจกรรมนี้เปนหลักสูตรหนึ่งการเรียน จุดประสงคคราวๆ เทาที่ฉันพอจะจำไดก็ เพื่อใหนักศึกษาแพทยไดติดตามผูปวยวาตั้งแตมาที่โรงพยาบาลจนกระทั่งไดรับ ยาและออกจาโรงพยาบาล พวกเขาตองผานขั้นตอนอะไรบาง ใชเวลานานเทาไร ในการมาตรวจแตละครั้ง ฉันรีบแตงตัวใหดูดีและเรียบรอย (ซึ่งปกติดูโทรมมากกวา) เพื่อใหดูสม กับเปนนักศึกษาแพทยและใหผูปวยชื่นชมวานี่คือวาที่แพทยในอนาคตขางหนา (อั น นี้ คิ ด เข า ข า งตั ว เอง) เมื่ อ ไปถึ ง จุ ด ประชาสั ม พั น ธ ซึ่ ง เป น จุ ด ที่ เ พื่ อ นๆ ส ว นใหญ ม ารวมกั น (กว า จะหาเจอทำเอาเหงื่ อ ทุ ม ตั ว ทั้ ง รี บ และหลงทาง เพราะปกติไมเคยมีโอกาสไดไปยางกราย) ภาพที่เห็นทำใหฉันตกใจมาก “โอโห คนไขเยอะมาก แลวฉันจะเลือกใครดีเนี้ยะ” จริงๆ แลว ประเด็นที่นากังวลคือ ฉันควรจะเขาไปคุยอยางไร แลวควรเลือกผูปวยคนไหน ใครเปนโรคอะไรบาง โรคไหนง า ย ได ก ลั บ บ า นเร็ ว ๆ (เครี ย ดกว า สอบเข า เรี ย นหมออี ก ) สุ ด ท า ยก็ ตัดสินใจได ฉันเลือกคุณยายคนหนึ่งดูไมเรื่องมาก มากับหลานสาวตัวเล็กๆ เรียนสักประถมตน คิดวามากับหลานได คงเปนเคสงายๆ แนนอน
“สวัสดีคะ คุณยาย” “หนูเปนนักศึกษาแพทย เรียนอยูที่นี่คะ วันนี้หนู ขออนุญาตมาติดตามคุณยาย เพื่อดูระบบการบริการของโรงพยาบาลนะคะ” (อึ้ ง กั บ คำพู ด ของตั ว เองนิ ด นึ ง พู ด ไปได ไ ง ไม ไ ด คิ ด เลย นี่ เราเป น ฝ า ย HA ของโรงพยาบาลหรือเปลาเนี้ยะ) “แลวคุณยายชื่ออะไรคะ นองหนูดวยชื่ออะไร จะ” ยังไมทันพูดจบ สีหนาของคุณยายก็เปลี่ยนไป ไมใชจากหนาตาบึ้งตึงเปน ยิ้มแยมนะคะ แตวาจากหนาตาเฉยๆ กลายเปนหนาตางงๆ เปนฉันเอง ฉันก็งง เชนกัน ใครก็ไมรูมาคุยดวย หรือวาฉันพูดเร็วเกินไปนะ
61
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
หลังจากนั้น พี่พยาบาลก็ขอตัวเพื่อไปดูแลผูปวยรายอื่นๆ ที่ติดรถมา ดวย ฉันเองก็เริ่มคุนเคยกับคุณยายและนองหนูมากขึ้น เรื่องราวที่พูดคุยกันก็ เปนเรื่องเกี่ยวกับโรคที่คุณยายเปน รวมทั้งสาเหตุที่ตองมารักษาที่ รพ.จังหวัด นอกจากนี้ ยั ง พู ด คุ ย ถึ ง เรื่ อ งความเป น อยู ข องชาวดอย ความเจ็ บ ป ว ยและ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
แต แ ล ว ความสงสั ย ของฉั น ก็ ห ายไปจนหมด หลั ง จากที่ ฉั น ได พ บกั บ พี่ พ ยาบาลคนหนึ่ ง “หมอคะ คุ ณ ยายเค า พู ด ภาษาไทยไม ไ ด ห รอกนะคะ ส ว นน อ งคนนี้ ก็ ขี้ อ ายมาก พู ด ภาษาไทยพอได แต ว า น อ งเค า ไม คุ ย กั บ คน แปลกหนาคะ” พี่พยาบาลเลาเสริมอีกวา คุณยายเปนผูปวยคนหนึ่งที่อาศัย ติดรถ refer เพื่อมาพบแพทยตามนัด ยังมีผูปวยคนอื่นๆ อีกที่ติดรถมาดวย รวมทั้งขากลับไป รพช. ก็จะมีผูปวยคนอื่นๆ ที่ติดรถกลับไปดวย และกอนที่ ผูปวยเหลานี้จะมาถึงที่ รพช. ก็ตองเหมารถ หรือติดรถคนอื่นๆ ออกมาจาก ในดอย (ภูเขา) เพื่อมา รพช. และมาใหทันกอนที่รถ refer จะออก โดยปกติแลว รถจะออกจากโรงพยาบาลประมาณหกโมงเชาเพื่อใหไปถึงโรงพยาบาลจังหวัดให ทันกอนเที่ยงซึ่งโดยเฉลี่ยจะมาถึงประมาณเกาโมงกวา หลังจากนั้นก็รอพบ แพทยตามคิวที่ไดตามลำดับ มาถึงตอนนี้บทเรียนแรกที่ฉันไดรูคือ การที่ผูปวย คนหนึ่งจะมาพบแพทยครั้งหนึ่งนั้นมีความลำบากในการเดินทางคอนขางมาก ยิ่งเปนคนชายขอบซึ่งหมายถึงคนที่อยูบริเวณชายแดน หรือมาจากดอยตางๆ ผู ป ว ยเหล า นี้ ต อ งใช ค วามอดทนเป น อย า งมากเพื่ อ มาโรงพยาบาลจั ง หวั ด ด ว ยความหวั ง ว า ตนเองหรื อ ญาติ จ ะได รั บ การตรวจและรั ก ษาโดยแพทย เฉพาะทางและหายจากความเจ็บปวยที่มีอยูได
การรักษาแบบพึ่งพาหมอสมุนไพรหรือดวยพิธีกรรมตางๆ ไมวาจะเปนการเปา ทาบดวยของรอน การหยิก เปนตน เราพูดคุยกันไดสักสองสามชั่วโมงจนกระทั่ง ถึ ง เวลาตรวจ ตอนนั้ น เองเวลาก็ เ กื อ บเที่ ย งแล ว ชื่ อ ของคุ ณ ยายก็ ถู ก เรี ย ก อีกไมถึงสามคนก็จะถึงคิวตรวจของคุณยาย ฉันเองก็ตื่นเตนที่จะไดเขาไปฟง การตรวจรักษาของคุณยาย ฉันลืมบอกไปวาแผนกที่คุณยายมาตรวจคือแผนก ศัลยกรรม ดูเหมือนวากิจกรรมตามติดชีวิตผูปวยนี้กังจะจบลงไดดวยดี ฉันรูสึก วามีบทเรียนใหมๆ ที่ฉันไดรู รวมทั้งไดรูถึงความพยายามของผูปวยในการมาถึง รพ.จังหวัด ฉันประทับใจมาก แตแลวรอยยิ้มของฉันก็หายไป หลังจากที่ไดเขาไป ในหองตรวจรักษา ถึงตอนนี้บทเรียนที่สองที่ฉันไดรูคือ ความรูเกี่ยวกับความ เจ็บปวยตางๆ ยังเขาไปไมถึงคนชายขอบเหลานี้ มีผูปวยจำนาวนมากที่รักษา โรคดวยวิธีที่ผิด ผูปวยบางคนตองตายเพราะมารักษาลาชา ไมรูวาเรื่องนี้ควร โทษใคร และใครควรจะยื่นมือเขาไปชวย กิ จ กรรมตามติ ด ชี วิ ต ผู ป ว ยนี้ ไ ด อ นุ ญ าตให นั ก ศึ ก ษาผู ติ ด ตามเข า ไป สังเกตการณดูการตรวจได แตตองไมไปเกะกะการตรวจของอาจารยหมอ ฉันจึง แอบเขาไปอยางเงียบๆ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
62
“เปนอะไรมา ทำไมเพิ่งมา” ขณะที่อาจารยหมอพูดนั้น ดวงตานั้นไมได แม แ ต ช ำเลื อ งมองคุ ณ ยายเลย ได แ ต อ า นใบส ง ตั ว (อาจจะเพราะเป น เวลา ใกลเที่ยง อาจารยคงหิวขาว ฉันคิดในแงดี) “ไหน กอนอยูตรงไหน” คุณยาย นั่ ง นิ่ ง เพราะไม เข า ใจภาษา กว า หลานจะแปลเสร็ จ เพื่ อ ให คุ ณ ยายทำตามที่ อาจารยหมอบอก คุณยายก็ถูกตำหนิชุดใหญ “หมอมีคนไขอีกเยอะนะ แลวนี่ก็ เพิ่งมาอีก จะตรวจก็ยังชา เปนมะเร็งระยะเกือบสุดทายยังไมรูตัวอีก มัวแตไป เปามา แผลก็ติดเชื้อ” จากนั้นคุณยายก็ถูกสงไปเจาะเลือดและตรวจเพิ่มเติม ยังโชคดีที่คุณยายฟงไมรูเรื่อง แตฉันก็พอมองออกวาคุณยายคอนขางตกใจ ที่ อ าจารย ห มอพู ด เสี ย งดั ง หากฉั น เป น ญาติ ข องคุ ณ ยาย หากฉั น รู ว า มา โรงพยาบาลใหญมันลำบากมากขนาดนี้ หากตองทนลำบากกายและใจ หากตอง เจอแพทยที่เห็นแกตนเอง ฉันคงจะไมพาคุณยายมารักษาที่นี่แลวหละ และ หากฉั น เป น ผู ป ว ยคนหนึ่ ง แพทย ที่ ฉั น ต อ งการคงจะไม ใช ค นที่ เรี ย นเก ง ได
เกียรตินิยม มีอัตตาสูง แตฉันตองการแพทยที่เห็นคุณคาของมนุษย เขาใจผูปวย แบบองครวม ดูแลผูปวยเสมือนญาติของตน เสียสละเวลาสวนตนเพื่อผูปวยได ไมนึกถึงความสบายของตนเองเพียงอยางเดียว เรื่องราวที่ไดเขียนเลาไปนั้น เปนเพียงเรื่องราวสวนหนึ่งของความเปน จริ ง ในสั ง คมสาธารณสุ ข ของไทย ยั ง มี ป ญ หาอี ก มากที่ เ กิ ด ขึ้ น ที่ ยั ง ไม ไ ด รั บ การแกไข เกิดขึ้นซ้ำแลวซ้ำอีก
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
สำหรับนองๆ ที่ตั้งใจจะใชชีวิตในโรงพยาบาลศูนย ก็อยากฝากไววา “เมตตากับผูปวยใหมากๆนะ พวกเคาหนีรอนมาพึ่งเย็น ผูปวยที่ลำบากมีมาก มายจริงๆ” เขาใจวางานในโรงพยาบาลที่มีจำนวนเตียงมากยอมหนักกวา ผูปวย มากกวา หากผูปวยมาดวยอารมณที่รอนกวา นองๆควรดับจิตใจที่รอน เหลานั้นดวยความใจเย็นของเรา แลวนองจะไดเจอกับสิ่งดีๆ ตอไป ความดี ของนองๆ จะถูกเลาขานตอไปรุนตอรุน ความเลวก็เชนกัน
63
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¾Þ.ÈØÀÃÑÈÁÔì ·Ç¹¹ÇÃÑμ¹ á¾·Â ãªŒ·Ø¹ 1 ÊØä˧â¡Å¡ ¨Ñ§ËÇÑ´¹ÃÒ¸ÔÇÒÊ
àÃ×èͧàŋҪÒǪÒÂá´¹ãμŒ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
64
ยังจำไดถึงความรูสึกตอนเดือนกุมภาพันธถึงเดือนมีนาคม ป 54 ซึ่งเปน ชวงที่เพิ่งเรียนจบแพทยมาใหมๆ เปน 1 เดือนที่หลายคนดีใจที่ไดเที่ยวอยาง เต็มที่ แตก็อีกหลายๆ คน คิดไมตกวาจะทำยังไงกับอนาคตตอไปดี แคเพียง เวลา 1 เดือน เราก็จะเปลี่ยนสถานะจาก extern เปน intern มันก็ออกจะเร็วไป สำหรับการปรับตัว ตอจากนี้ชีวิตของฉันจะเปนอยางไร จะตองไปทำงานที่ไหน แตขอบอกเลยวา บางครั้งอะไรจะเกิด มันก็ตองเกิดนะคะ ^^ อะไรที่จะเกิดขึ้นที่วา นั่นก็คือ จังหวัดที่นองๆ อยากไป อาจจะไมไดไป จังหวัดที่เหนือความคาดหมายของนองๆ อาจจะกลายเปนที่ทำงานในอนาคต ของนองๆ ก็ได อยางนอยประสบการณการทำงานเปน Intern มา 1 ป ก็บอกได ว า ไม ว า น อ งๆ จะไปทำงานที่ ไ หน สิ่ ง ที่ น อ งๆ จะได ก ลั บ มาแน น อนก็ คื อ ประสบการณที่ “ไมเหมือนใคร” พี่ก็เปนคนนึงที่มีประสบการณที่ “ไมเหมือน ใคร” อยากจะมาเลาใหนองๆ ฟงคะ พี่เปนเด็กสาวคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวอบอุนชนชั้นกลาง ภูมิลำเนาอยู กรุงเทพฯ โดยกำเนิด หลังจากเรียนจบก็ไดตัดสินใจเลือกทางเดินของพี่เองดวย การเลือกมาใชทุนที่โรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต เลือกแบบมุงมั่น ที่ทางบานไมคอยเห็นดวยเทาไหร สุดทายพอเลือกจังหวัดไดตามที่หวังจริงๆ ก็ทั้งแอบหวั่นใจและกลัว ไมรูวาทำไมตอนเลือกถึงบาบิ่นไดขนาดนั้น พอแมของ
พี่ถึงกับรองหมรองไหวาทำไมหนอ...ลูกคนสุดทอง กวาจะเรียนจบก็ตั้ง 6 ป ยังจะเลือกไปไกลบานแถมเปนโซนอันตรายของประเทศอีก เอานา ...รุนพี่ที่ใช ทุนภาคใตก็บอกวา จริงๆ ที่นี่ไมไดอันตรายอยางที่คิด เหตุการณรุนแรงที่เปน ดูนากลัวในหนาหนังสือพิมพหรือทางวิทยุโทรทัศน ก็ออกจะเกินความจริงไป มากกวา วันแรกที่เดินทางมาถึง กลุมผูรวมทาง ประกอบดวยพี่ พอกับแมและ กลุมเพื่อนที่รวมอุดมการณ ก็ตองตื่นตาตื่นใจกับภาพดานตรวจและพี่ทหารที่มี อยูเปนระยะ ไดเริ่มเดินทางผานอำเภอที่มีชื่อที่เราคุนเคยจากขาวสารยิ่งทำให รูสึกวา นี่ไมใชเรื่องเลนๆ นะ แตอยางไรก็ตาม เราก็มาอยูที่นี่แลว อะไรจะเกิด มันก็ตองเกิดละ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 65
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เมื่อไดมาดูที่ทาง คุณพอคุณแมของพี่เริ่มรูสึกพอใจขึ้นบางเมื่อไดเห็น สวัสดิการของทางโรงพยาบาล ทานพักอยูดวย 3 วันแลวจึง ขึ้นเครื่องกลับบาน หลังจากที่พวกทานไป พี่ก็เริ่มใจหาย “นี่เราจะตองอยูในที่ที่เราไมรูจักไป ตลอด 3 ป นี้ เ ลยหรื อ นี่ ” ได แ ต ป ลอบใจตั ว เองว า ถึ ง เราเลื อ กไปที่ อื่ น .... เราก็ตองมีความรูสึกแบบเดียวกันนี้ เลยสบายใจมากขึ้น ตอจากนั้น ชีวิตก็เริ่ม ดำเนินไปในแตละวัน ผานพนไปแบบชาๆ การทำงานเปนหมอไมงายอยางที่คิด การที่เราไมมีอาจารยแพทยและพี่ๆ แพทยประจำบานคุมหัว มันเปนความรูสึก นาลำบากใจมากขนาดไหน เคสหนักแคไหนก็ตองรักษาใหได ไมสามารถรับเคส แลวไปหาขอมูลละเอียด 2-3 วันไดอีกตอไป ทุกอยางตองดำเนินไปอยางทัน ทวงที ทุกนาทีคือชีวิต บอกไดเลยวาบรรยากาศการทำงานในโรงพยาบาลกับ หมอใหม ๆ อย า งพวกเรานั้ น ไม น า จะต า งจากหมอใหม ๆ ที่ ไ ปใช ทุ น ที่ โรงพยาบาลอื่นๆ อยางแนนอน พวกเราเกือบลืมไปแลววา พวกเราอยูในเขตที่ อันตรายเขตหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง สิ่งที่เตือนใจพวกเราวา พวกเราทำงานอยูในพื้นที่ ที่ไมธรรมดาแหงนี้ก็เกิดขึ้น มีเหตุระเบิดที่ศาลาพักริมทางบริเวณดานตรวจของ พี่ทหารที่อยูหางจากโรงพยาบาลไปไมถึง 20 นาที ขณะนั้นเปนชวงเปลี่ยน เวรเชา-บาย ของแพทยและพยาบาลในโรงพยาบาลพอดี ฉันที่รับหนาที่อยู
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
66
ประจำห อ งฉุ ก เฉิ น ในช ว งเช า เพิ่ ง เดิ น ออกจากห อ งฉุ ก เฉิ น เพื่ อ ไปดู แ ลคนไข สูติกรรมของฉัน ซึ่งวันนั้นคุณแมนอนรอคลอดกันเต็มจนจะลนออกไปเตียง คุณแมหลังคลอด เยอะเปนประวัติการณ ฉันก็ไดรับทราบขาวจากพี่พยาบาลที่ หองคลอดวา “หมอคะ มีระเบิด” เราก็นึกวา ‘ออ คนไขมาเยอะเหรอคะ มินา ละ นอนกันยาวถึงประตูเชียว’ พี่พยาบาลก็วา “ไมใชคะหมอ ระเบิดจริงๆ” ‘อาว’ โทรศัพทที่โทรขึ้นมาหองคลอดนั้น เปนโทรศัพทระดมพลมาชวยกันที่หอง ฉุกเฉินนั่นเอง วินาทีนั้น ยอมรับเลยวา ใจหายวาบ! ใจนึงก็คิดวานี่เปนครั้งแรก ของการปฏิบัติงานในเหตุการณพิเศษ ฉันจะทำไดแคไหน ใจนึงก็คิดถึงคนไขที่ บาดเจ็บทั้งเสียขวัญคงตองนอนเรียงรายอยูมากมายในหองฉุกเฉิน รอความ ช ว ยเหลื อ จากเรา นี่ คื อ จุ ด ประสงค ใ นการเลื อ กลงมาทำงานที่ นี่ ไ ม ใช ห รื อ ? แตอีกใจหนึ่งก็คิดถึงพอและแมที่อยูที่บาน ไมตองเปนหวงนะคะ หนูปลอดภัยดี คิดไปพลาง ฉันก็รีบวิ่งลงไปที่หองฉุกเฉิน เมื่อกาวเขาไปก็พบวา หองฉุกเฉินเต็ม ไปดวยผูคมมากหนาหลายตา พี่ staff มากันพรอม นองๆ intern มาประจำจุด พี่ๆ พยาบาล เวรเปล และอื่นๆ ก็ทยอยกันมาประจำการ “Mass casualty” ของจริ ง กำลั ง เริ่ ม ขึ้ น คนเจ็ บ ในโซนแดง ได รั บ การดู แ ลโดยแพทย ศั ล ยกรรม แพทยเวชศาสตรฉุกเฉิน และพยาบาลชำนาญการ คนไขโซนเหลือง ก็มีพี่ๆ แพทย แ ผนกอื่ น ๆ มาช ว ยกั น ดู แ ล intern น อ งใหม ทำหน า ที่ ดู แ ลโซนเขี ย ว ซึ่งมีปริมาณพอสมควร ทั้งคนไขเดิมที่มากอนจะมีเหตุการณระเบิด และคนไขที่ ตกใจเสียงระเบิด ฯลฯ เหตุการณยุงเหยิงพอสมควร Intern อยางพวกเราทำ หน า ที่ กั น เต็ ม ที่ เคสที่ ฉั น ได ดู แ ลหลั ก ๆ ในวั น นั้ น คื อ เคสของพี่ ท หารและ น อ งนั ก เรี ย นที่ อ ยู บ ริ เวณห า งจากจุ ด ที่ ร ะเบิ ด ไปพอสมควร ตกใจกลั ว เครี ย ด และมีอาการแนนหนาอก ซึ่งแยกยากมากระหวางเรื่องของ Lung contusion จากแรงกระแทก กับภาวะ Hyperventilation syndrome Intern โงๆ ก็ไมกลา ตัดสินใจหลายๆ อยาง ไมกลาฟนธงอะไรทั้งสิ้น ยอมรับเลยวาขณะนั้น มีภาวะ ความกดดันพุงขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อคณะนายอำเภอเดินทางมาตรวจเยี่ยม ที่หองฉุกเฉิน พวกทานก็มาแวะดูเคสของฉันดวย แตความเปนหมอ ก็ตองทำ ทุ ก วิ ถี ท างให ผู ป ว ยอาการดี ขึ้ น ตอนนั้ น รู ซึ้ ง ถึ ง การรั ก ษาตามอาการเพื่ อ supportive จิ ต ใจเลย เพราะเห็ น ผลจริ ง ๆ แค ค วามเอาใจใส ดู แ ลของหมอ
พยาบาล และในกรณีนี้ มีผูบริหารของรัฐดวย คนไขจึงมีอาการดีขึ้นเปนลำดับ สุ ด ท า ยก็ จ บลงด ว ยดี คนไข ที่ ไ ด รั บ บาดเจ็ บ สาหั ส ต อ งใส ICD ได รั บ การ ช ว ยเหลื อ เบื้ อ งต น และส ง ตั ว ไปรั ก ษาต อ ที่ โรงพยาบาลมหาวิ ท ยาลั ย สงขลา นครินทรทางเฮลิคอปเตอรทันที คนไขที่ไดรับบาดเจ็บไมสาหัสมากก็จัดการให นอนโรงพยาบาลรักษาตัว และคนไขที่ไมหนักบางสวนขอกลับบาน บางสวน ขอนอนโรงพยาบาลเพื่ อ ความสบายใจ โชคดี จ ริ ง ๆ ที่ ป ระสบการณ ค รั้ ง นี้ ไมมีคนเสียชีวิต
67
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จากวันนั้นก็ไมไดมีระเบิดครั้งรุนแรงบริเวณโรงพยาบาลของฉันอีกเลย มี แ ต ข า วของจั ง หวั ด รอบข า ง และเหตุ ก ารณ ยิ ง กั น เล็ ก ๆ น อ ยๆ ในบริ เวณ โรงพยาบาล นั่นทำใหพวกเราทุกคนก็ใจคอไมดีเหมือนกัน เพราะไมรูวาวันไหน จะวนมาถึงที่จังหวัดของเรา แตพวกเราก็ยังใชชีวิตกันตามปกติ ออกไปกินขาว นอกโรงพยาบาล ไปจับจายซื้อของในเวลาอันสมควร นั่งรถไปอีก 2 จังหวัด ใกลเคียง เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ทองเที่ยวที่เคยโดงดังในอดีต แตก็ตองซบเซาลง เพราะขาวเหตุการณความไมสงบเหลานี้ อยางนอย การมาใชทุนที่นี่ ก็ทำใหไดมี โอกาสมาเที่ยวที่สวยๆ ที่คนสวนใหญไมกลามากัน กลับไปก็ไปเลาสูกันฟงได อยางแนนอน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ยอนกลับไปตอนที่ฉันกำลังวิ่งลงจากหองคลอดมาหองฉุกเฉิน สิ่งแรกที่ ฉันทำก็คือ ตอโทรศัพทไปบอกทางบานวา ‘ตอนนี้ที่จังหวัดมีเหตุระเบิดเกิดขึ้น ทุกคนที่นี่ปลอดภัยดีไมตองหวงนะคะ’ ซึ่งฉันคิดวา โชคดีจังที่ฉันไดมีโอกาสทำ เชนนี้ เนื่องจากเพื่อนที่อยูในหองฉุกเฉิน ตองรับมือแบบไมทันตั้งตัว คุณพอ คุณแมที่บานคงเปนหวงหนาดู สุดทายพอทุกอยางเสร็จสิ้น คุณแมก็โทรมาดวย ความเปนหวง ฉันไดยินเสียงคุณพอและพี่สาวนั่งรอฟงขาวอยูทางปลายสายทาง โนนอยางใจจดจอ ทุกคนสบายใจที่ฉันปลอดภัย คุณพอรองไห ฉันแอบเสียใจที่ ตองทำใหทานรองไห และไมสบายหลังจากนั้น แตทุกครั้งที่ฉันไดมีโอกาสกลับ ไปเยี่ยมบานที่กรุงเทพฯ ทานก็ยิ้มเสมอ ครอบครัวของฉันทุกคนมีคามสุขเสมอ ที่ฉันไดกลับบาน แตนี่เพิ่งผานไปปเดียวเทานั้น เหลืออีก 2 ปที่ตองอยูที่นี่
ผ า นมาหลายเดื อ นแล ว ทางครอบครั ว ของฉั น และเพื่ อ นๆ ที่ นี่ เริ่ ม คุนชินกับการที่พวกเรามาทำงานกันที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต ที่นี่ไมไดมีอะไร อันตรายไปกวาที่อื่น อยางเชนชายแดนทางกัมพูชาดูจะอันตรายมากกวาที่นี่ ดวยซ้ำ ยกตัวอยางที่ทุกคนจำได ฉันลงมาอยูที่ 3 จังหวัดชายแดนใตไมได ไมนาน ที่กรุงเทพฯ ก็เกิดเหตุการณประทวงเผากรุงกัน พี่ๆ คนพื้นที่นั้นบอกวา ‘หมอโชคดีมากเลยที่ลงมาอยูที่นี่กอน ไมงั้นไมรูวาปานนี้จะเปนยังไง’ ตัวฉันเอง เลยขำอยูในใจวา นี่นะ ฉันลงมาอยูในจังหวัดที่ขึ้นชื่อวาอันตรายที่สุด กลับกลาย เปนโชคดีที่ไดมาอยู คนกรุงเทพฯ ตองอายแลวละแบบนี้
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
68
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ไมนาเชื่อวา ฉันเปนหมอมาจนจะครบ 1 ปแลว! ยอมรับเลยวา เปนปที่หนักหนวงเอาการ แตไมถึงกับตาย ตองเจอกับคนไขและ ญาติหลายประเภท ทั้งคนไขที่พูดไทยไมไดและพูดไทยได คนไขที่ยิ้มใหเราและ คนไขที่เอาเรื่องเรา และเหตุการณรุนแรงตางๆ ที่ไมไดเยอะอยางที่คิดไว ทำให ฉันรูสึกวา คิดไมผิดจริงๆ ที่เลือกมาใชทุนที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต และไมวาคนอื่นๆ จะพูดวาอยางไรก็ตาม เราก็มีความภูมิใจเล็กๆ ที่ไดมา ทำงานที่ นี่ ได มี เ ห็ น ชี วิ ต ที่ น า สงสารของกลุ ม คนที่ ข าดบุ ค ลากรทาง การแพทยและความชวยเหลือจากหลายๆ สวน ดีใจที่อยางนอย ก็ไดเปน เที ย นเล ม หนึ่ ง ที่ ส อ งแสงสว า งในพื้ น ที่ ที่ ยั ง อึ ม ครึ ม มื ด มน แม ว า จะเป น เพียงแสงรำไรๆ พวกเราก็ยินดี สงตอความรูสึกดีๆ จากใจ....panminivora
¹¾.¡ÊÔÇѲ¹ ÈÃÕ»ÃдÔɰ á¾·Â àªÕ§ãËÁ‹ ÃËÑÊ 3007004
àÃ×èͧ “àËŌҔ ¨Ò¡¾ÕèÊÙ‹¹ŒÍ§ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 69
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กรุณาอยาเขาใจผิดนะครับวาจะมาชวนนองไปกินเหลาหรืออะไรทำนอง นั้ น แต พ วกเราที่ ยึ ด อาชี พ แพทย ค งต อ งมี ค วามเกี่ ย วข อ งกั บ เหล า ในแง ข อง การดูแลผูปวยหรือผูไดรับบาดเจ็บอันเนื่องมากจากเหลา ผมเองก็มีปญหากับ การดู แ ลผู ที่ ไ ด รั บ ผลกระทบจากเหล า อยู พ อสมควร จึ ง อยากแลกเปลี่ ย น ประสบการณอันเลวรายใหนองฟงบาง แนนอนเรื่องนี้ เหตุสวนใหญมักเกิดขึ้น ในตอนกลางคืน ในขณะที่พวกเรากำลังอยูเวร(หรือบางคนบอกวา....อยูบุญ) มักจะถูกปลุกมาดูแลผูบาดเจ็บจากการดื่มเหลา ซึ่งแนนอน พวกเรายอมไมชอบ และนึกรังเกียจอยูในใจ...โดยที่บางคนรวมทั้งผมในตอนโนนดวย จะแสดงออก ทางกายและวาจาดวย โดยมักมีคำพูดประชดประชัน ตอวาตางๆ แมวาจะ ไมเคย....ดา จริงๆ จังๆ ก็ตาม จำไมไดวาอาจารยสั่งสอนไวหรือไมวาตอง จัดการกับผูปวยเหลานี้อยางไร หรืออาจเปนเพราะผมลืมตัวไปเองก็ไมรู แหม.. ก็ผูปวยเหลานี้ก็จะพูดไมคอยรูเรื่อง ซักประวัติก็ยาก มักมีแผลที่ใบหนาที่เย็บ ลำบาก แผลก็สกปรก ฯลฯ โดยเฉพาะปญหาใหญคือผูปวยมักดิ้นไปมา ทำให ดูแลลำบาก นอกจากนี้ยังมีถมน้ำลายหรืออะไรตอมิอะไรที่สรางความหงุดหงิด ใหทั้งหมอทั้งพยาบาลในหองฉุกเฉิน ยิ่งถามาแบบเดียวกันหลายคน นับเปนเหตุ รำคาญเป น อั น ดั บ ต น ๆ ของการเป น แพทย เวรห อ งฉุ ก เฉิ น ตอนที่ เ ป น หมอ จบใหมผมก็สรางวีรกรรมหลายประการกับผูปวยกลุมนี้ ไมวาจะเปน การให
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
70
พนักงานเข็นเปลพรอมผูปวยไปนอนตากยุงที่นอกหองฉุกเฉิน (กอนที่ญาติจะ มา) เพราะทำโทษที่เอามือมาปดชุดเย็บแผลที่สะอาดตองปนเปอน เคยหยิก คนไขที่หนาดวย Forceps ขณะที่เย็บแผลที่ริมฝปากแลวผูปวยถมน้ำลายใส และตอนเช า ก็ ม าสะใจกั บ ผลงานผื่ น จุ ด ที่ ยุ ง กั ด หรื อ รอยช้ ำ จาก Forceps เพราะคิดวานั่นเปนบทเรียนที่ผูปวยเหลานี้ควรไดรับ โดยไมไดรูสึกอะไรกับ การกระทำแบบนี้ และก็ไมมีใครหามปรามแถมพยาบาลบางคนยังเห็นดีดวย ซะอีก เลยทำใหไดใจและประกอบกิจวัตรแบบนี้เปนประจำ แต ใ นที่ สุ ด ผมก็ ไ ด รั บ บทเรี ย นและเปลี่ ย นทั ศ นคติ กั บ ผู ป ว ยกลุ ม นี้ ไ ป ตลอดชีวิต จากเหตุการณในรูปแบบเดิมๆ เสียงโทรศัพทจากพยาบาลเวรหอง ฉุกเฉินตอนตีสอง ตามใหมาดูผูปวยชายไทยวัยสามสิบตนๆ ที่ขี่จักรยานยนต เสียหลักลมเปนแผลหลายแหงโดยเฉพาะที่ใบหนา และแนนอน.....เมามาก ผมมาดูดวยอารมณของคนเพิ่งนอนหลับไปได 2-3 ชั่วโมง ที่หองฉุกเฉินผม พบวาเขานอนหลับกรนเสียงดัง ที่ใบหนามีแผลถลอกหลายแหง แตที่สำคัญมี แผลฉีกขาดที่หนาผากขนาดใหญ ลึกและมีเลือดออกมาก ผมจึงสั่งพยาบาล จัดชุดเย็บแผล ผมก็เริ่มฉีดยาชา ชวงนี้เขาก็ดิ้นเล็กนอยผูชวยก็ไดทำการตรึง แขนขาไว แตก็ผานไปดวยดีและไมคิดวาจะมีอะไร ผมก็เริ่มทำการเย็บไปได 3-4 เข็ม ทันใดนั้นเขาก็เริ่มดิ้นและมากขึ้น และเริ่มออกเสียงดาเสียงดัง แรกๆ ผมและทีมงานก็ตอบโตจากเบาไปหาหนัก เริ่มดวยคำพูดตวาดไปบาง แตตอมา มาตรการที่ ห นั ก ขึ้ น ได แ ก การหยิ ก ด ว ย Instruments ต า งๆ (กระสุ น ยาง) และมาตรการสุดทายใช needle holder (กระสุนจริง)เคาะไปที่หนาผากเขา.... แรงนิดนึง และหลายครั้งอยูเหมือนกัน โดยหวังวาจะทำใหสถานการณดีขึ้นบาง จนในที่สุดผมก็เย็บจนเสร็จราว 20 เข็ม และคิดวาผมชนะแลว จึงสั่ง admit ไวที่ ward กลับไปนอนตอ ตอนเชาหลังจากตรวจ OPD พอคนไขเริ่มซาลง ผมก็มา Round ward ประมาณสิ บ โมงกว า ๆ (ผมตอนนั้ น เป น แพทย ค นเดี ย วของโรงพยาบาล) ก็ตรงเขาไปหาผูปวยที่เย็บแผลไวเมื่อคืนทันที ทีแรกกะวาจะไปตอวาเสียหนอย อยางที่เคย วาเขาสรางความเดือดรอนใหผมและพยาบาลเวรดึกมากแคไหน แตกอนที่ผมจะพูดอะไรออกไป ผูปวยก็ลุกขึ้นนั่งแลวกราบขอโทษผมบนเตียง
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 71
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
และรองไห โดยที่ใบหนายังมีแผลช้ำใหญนอยที่ไมไดเกิดจากอุบัติเหตุ แตเปน แผลจาก”หมอทำ” แต ผ มก็ ยั ง ไม รู สึ ก อะไรนั ก จนกระทั่ ง เขาเริ่ ม เล า ให ฟ ง ว า เขาไมเคยดื่มเหลามากอนเลยครั้งนี้เปนครั้งแรก แตที่ดื่มเพราะวาเครียด เนื่ อ งจากมี ห นี้ จ ากถู ก โกงที่ น า ต อ งหารายได เ พิ่ ม โดยการเป น ยามที่ โรงงาน กลับดึกไมไดอยูบานดูแลครอบครัวจนเมียเก็บขาวของยายหนีตามผัวใหมไป ตางจังหวัดไดประมาณอาทิตยนึง ทิ้งลูกเอาไว 2 คน เขาทั้งเครียดและแคน แตไมรูจะทำอยางไร (เพราะพื้นฐานเปนคนดี) จึงแกปญหาแบบชาวบาน คือ “กิ น เหล า ” ให เ มาเพื่ อ ทำให ลื ม ความเครี ย ด (แบบชั่ ว คราว) แต นึ ก ขึ้ น ได ว า ปลอยใหลูกอยูที่บานตามลำพัง ก็เลยรีบขับรถจักรยานยนตกลับบาน แตก็มา ประสบอุบัติเหตุเสียกอน ผมไดฟงเรื่องราวแลวรูสึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเองเปน อยางมากที่อุตสาหเรียนมาเพื่อชวยเหลือผูคน แตกลับมาทำรายซ้ำเติมเขาอีก และตัดสินเขาดวย “เหลา” โดยที่ไมเคยคิดวาอะไรเปนสาเหตุที่เขาตองดื่มเหลา และกลับมาคิดดูถาผมอยูในสถานการณแบบนั้น ผมอาจกินเหลามากกวาเขา ก็ได ตอนสุดทายสำหรับรายนี้ ผมขับรถไปรับลูกจากบานมาเฝาพอเพื่อดูอาการ และให ย าปฏิ ชี ว นะ จนครบสามวั น ผมให ก ลั บ บ า นโดยขั บ พาไปส ง ถึ ง บ า น เขาแสดงความขอบคุณผมและสัญญาวาจะไมกินเหลาอีก เรื่องนี้เปนเหตุการณหนึ่งที่ผมอยากรองไหสารภาพและขอโทษเขา แต ทำไมไดเพราะนั่นอาจทำใหเขาเสียศรัทธาในวิชาชีพหมอที่ผมเปนอยู ผมก็ไดแต ไถ โ ทษโดยการบอกกั บ ตั ว เองว า จะไม รั ง เกี ย จหรื อ ทำร า ยผู ป ว ยที่ เ มาเหล า ทุ ก รายที่ อ ยู ใ นความดู แ ลไม ว า จะเป น ด ว ย กายกรรม วจี ก รรม หรื อ แม แ ต มโนกรรม เพราะจริง ๆ แลวเมื่อเราเปนหมอ เราไมมีสิทธิที่จะตัดสินชั่วดี ของผู ป ว ย เพราะเมื่ อ เขามาหาเราอย า งน อ ยเขาก็ ไ ด ผ ลกรรมของเขาแล ว หนาที่ของเราคือชวยเหลือบรรเทาเบาบาง”กรรม” นั้น แผลทุกแผลที่เกิดขึ้น ก็เปนผลจากการกระทำของเขาแลว เราอยาได “กอกรรม” ขึ้นมาใหมเลย สิ่งที่ หมอควรจะตองทำคือ ทำอยางไรไมใหคนกินเหลา เพราะตนเหตุที่แทจริงไมใช ใครที่ไหนก็คือ “เหลา” นั่นเอง
ÃÑμ¹Ò´ÔÈÃ
ËÁÍ ¡Ñº ¤¹ä¢Œ-àÁ×Íè àÃÒäÁ‹à¢ŒÒ㨡ѹ ชวงสี่หาเดือนที่ผานมา บานเมืองเราดูจะมีเรื่องตื่นเตนอยูเสมอ ทั้งเหตุชุลมุน เดินขบวน ปราบจลาจลกันจนวุนวายไป หลายฝายออกมาตอสูเรียกรองสิทธิ แสวงหาความเปนธรรม ซึ่งก็ไมอาจแนใจเลยวา จะหามาไดสักกี่มากนอย แตเมื่อยังมีสิทธิ มีโอกาสใหเรียกรอง, ก็คงตองรองกันตอไป
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
72
อีกความวุนวายหนึ่งที่เกิดขึ้น และไมคิดวาจะเจอในบานเรา คือ ปญหา (ราง) พ.ร.บ.คุมครองผูเสียหายจากบริการสาธารณสุข ซึ่งเปนเหตุขัดแยงรุนแรง ระหวางคนสองกลุมใหญ กลุมแรก คือ หมอที่ทำงานอยูใน รพ. รัฐ และเอกชน กลุมที่สอง คือ องคกรอิสระ และหมอที่ทำงานในกระทรวง ในฐานะของหมอธรรมดา ทำงานรักษาเปนงานหลัก มีงานอื่นๆ บางเปนครั้งคราว ไมมีตำแหนงใหญโตในกระทรวง ความคิดความเห็นก็ออกจะเอนเอียงเขาขางตัวเองอยูบาง จนเมื่อไดมาอยู รพ.บานโพธิ์ ฉะเชิงเทรา ไดมีเวลาทบทวน ทำใหรูวา การเรียกรองเพื่อสนับสนุน หรือ ตอตาน ก็ดี เปนเพียงการแกปญหาปลายเหตุ โดยที่ยังไมเห็นตนเหตุเทานั้น
คงจะดีไมนอย ถาไดเขาใจวาปญหาทั้งหมดมันเกิดจากอะไรบาง ...
ดวยวิธีการรักษา และจักรวาลความรูแหงยุคสมัย การแพทยแบบดั้งเดิมในสังคมไทย จึงมีความเปนองครวม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในรางกาย ไมใชแคผลจากเชื้อโรค แตอาจจะเกิดจากการผิดผี จากความวิบัติแปรปรวนของธรรมชาติ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ตลอดจนมาตรฐานศีลธรรมของบุคคล จะเห็นไดวา มูลเหตุของความเจ็บปวยของคนโบราณ เชื่อวา เกิดจาก “ธรรมชาติ” และ “การกระทำของตนเอง”
73
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ไมวาวิธีการดั้งเดิมจะมีฐานะอยางไรในสายตาของคนปจจุบัน แตสิ่งที่แสดงออกอยางชัดเจนในการรักษาอยางที่วานั้น คือ การผสมผสานความรูในหลักวิชา และความเชื่อทางวัฒนธรรม รวมเขาไวดวยกันอยางกลมกลืน และนาอัศจรรยใจ การรักษาเยียวยาดังกลาวจึงมากกวาการรักษาโรคทางกาย แตเยียวยาจิตใจ สังคมวัฒนธรรม และจิตวิญญาณไปพรอมกัน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ในอดีต การแพทยไทยโยงใยอยูกับการแพทยแผนจีนและอินเดีย เพราะอาณาจักรทั้งสองนี้มีวิทยาการที่กาวหนามากในสมัยนั้น เรารับเอาตำราแพทย การวิเคราะหสมุฏฐานของโรคมาจากอินเดีย ที่เชื่อวา สุขภาพเปนผลจากดุลยภาพของธาตุสี่ อันประกอบขึ้นเปน รางกาย สวนการรักษานั้น ผสมผสานทั้งจีนและอินเดีย เนนใชวานยาสมุนไพร รวมกับภูมิปญ ญา และพิธีกรรมความเชื่อที่แตกตางในแตละทองถิ่น เพื่อจุดมุงหมายสำคัญ คือ เยียวยาความเจ็บปวยที่เกิดขึ้นนั้น
การเยียวยารักษาความเจ็บปวยจึงมุงไปที่การปรับตัวตอธรรมชาติ เพื่อคืนดุลยภาพของธาตุสี่ในรางกาย และมุงพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับมาตรฐานทางศีลธรรมในจิตใจใหสูงขึ้นกวาเดิม “...การแพทยแบบนี้ จึงมุงมององครวมของธรรมชาติเปนหลัก มองวาทุกอยางสัมพันธเชื่อมโยงกันอยางแนบแนน กลมกลืน ความผิดปกติที่เกิดขึ้น เปนผลจากความแปรปรวนของสรรพสิ่ง และการรักษา ก็เพื่อที่จะคืน หรือคงดุลยภาพนั้นเอาไว ดวยวิริยะของตนเอง และความรวมมือของหมอยาผูทำพิธี...” ความสัมพันธระหวางหมอและคนไข ในสังคมสมัยกอน จึงเต็มไปดวยความผูกพัน ไวเนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน หมอคือผูชี้นำทางปญญา ดวยความรูและความบริสุทธิ์ใจ ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
74
โลกทัศนทางการแพทยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อประมาณรอยป เมื่อชนชั้นนำไทยรัตนโกสินทร เลือกเขาขางการแพทยตะวันตก ซึ่งมาพรอมกับ “วิทยาศาสตร” อันเปนเครื่องมือทรงอานุภาพ การแพทยผสมผสานอยางที่เคยรูจักกันมาในสังคมไทย ถูกกดทับใหกลายเปนเพียง “ความเชื่องมงาย” ในสายตาชนชั้นนำ และพรอมกันนั้น ก็ลดทอน “ความเจ็บปวย” ลงเปนเพียง “ตัวโรค” ที่เกิดจากความผิดปกติทางฟสิกส และชีวเคมีของรางกายเทานั้น มิติทางสังคมวัฒนธรรม และภูมิปญญาดั้งเดิม ถูกกีดกันออกไป การรักษาความเจ็บปวยจึงเคลื่อนยายมาสูการแกไขปญหาสารเคมี มากกวาจะบำบัดเยียวยาคนไข ในฐานะที่เปน “คนทั้งคน”
เมื่อความเจ็บปวยและการแพทยถูกลดทอนลงเหลือแคนี้ ความรูทางการแพทยจึงถูกกันเอาไวเปน “ศาสตรเฉพาะทาง” ซึ่งสงวนไวสำหรับ “แพทยปริญญา” เทานั้นที่จะมีสิทธิ์เขาถึง ประชาชนทั่วไปไมมีสิทธิ์ และถูกทำใหขาดความสนใจที่จะรู เพราะเมื่อการแพทยเปนเรื่องเฉพาะทาง เปนผลจากเชื้อโรค ก็ไมเห็นจะตองดูแลตัวเอง ไมจำเปนตองอยูในกฏศีลธรรม หากมีปญหาเกิดขึ้น ก็เปนหนาที่ของ “แพทยปริญญา” ที่จะบำบัดรักษา ขับไลความเจ็บปวยใหหมดไปจากรางกาย ซึ่งจะสำเร็จหรือไม ก็ขึ้นอยูกับหมอ ไมไดอยูที่ตัวคนไขเอง
ผลจากการลดทอนมิติของความเจ็บปวยใหเหลือเพียงสารเคมี และผลจากการตัดขาดสัมพันธ ระหวางคนไขและความเจ็บปวย ทำใหการรักษาเยียวยาความเจ็บปวยเปนไปอยางกระทอนกระแทน เพราะมุงรักษาเพียงรางกาย แตขาดมิตอิ ื่นที่เกี่ยวของทั้งหมด
75
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“...เมื่อ “คนไข” ถูกตัดขาดจาก “ความเจ็บปวย” ความรูในการดูแลตนเองยอมลดลง เพราะถายโอนใหกับหมอ ความคาดหวังในตัวหมอจึงเพิ่มขึ้นทดแทน และดูจะสูงมาก ความเจ็บปวยของคนไข ไมใชเพราะคนไขไมดูแลตนเอง แตเปนเพราะหมอ และการแพทยที่ไมสามารถรักษาใหหายได คนไขและญาติจึงไมผิด หากแตหมอนั้นแหละที่ดอยความรู !...”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
การยกเลิกการสอนแพทยแผนไทยในราชแพทยาลัย คือลมหายใจสุดทายที่สิ้นสุดลงของการแพทยองครวมของไทย นับแตนั้นมา การแพทยไทยก็เดินตามสายตะวันตก และสังคมไทยก็ถูกปลูกฝงอุดมการณตะวันตกกันมาเรื่อยๆ แมปจจุบันจะพยายามรื้อฟน แตก็ยังมีสถานะที่ตกต่ำ เพราะในสายตาของหมอตะวันตก มันเปนเพียง “เรื่องงมงาย”
พรอมกันนั้น ความสัมพันธระหวางหมอกับคนไขก็เหินหางกันมากขึ้น เพราะหมอไมใช “ผูทำพิธีกรรม” แตเปนเพียง “ผูใหบริการ” สวนคนไขและญาติเปน “ผูรับบริการ” ที่สัมพันธกันในเชิงสัญญา ปราศจากความผูกพันทางจิตใจ ละทิ้งคุณคาชีวิตอยางที่เคยมีมา ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
76
โฆษณาชวนเชื่อ และระบบการศึกษาไทยอยางตะวันตก มอบอำนาจการรักษาพยาบาลใหกับผูเชี่ยวชาญเฉพาะดาน กีดกันคนทั่วไปออกไปจากสารบบขอมูลทางการแพทย ความรูตางๆ จึงกองรวมกันอยูที่หมอ และบุคลากรสาธารณสุข สวนคนไขกลับไมมีโอกาสเขาถึงขอมูล แตก็ไมไดอยากรู เพราะเชื่อแลววาความรูในการรักษาเปนหนาที่ของหมอ สวนคนทั่วไป รูเพียงสิทธิการรักษาที่ตนเองมีอยูก็เพียงพอ เพราะการมอบหมายภาระการรักษาใหกับหมอทั้งหมดอยางนี้ ความสัมพันธระหวางหมอกับคนไขในบานเราจึงเนน “การพึ่งพา” เพื่อรักษาและฟนฟู มากกวา “การรวมมือ” เพื่อสงเสริมและปองกัน นโยบายของรัฐ, ไมวายุคสมัยใด, ไมเคยเอื้อตอการสงเสริมสุขภาพ ไมเคยชวยปองกันปญหาความเจ็บปวยที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน แตกลับมุงเนนอำนวยความสะดวกสบายในการรักษาและฟนฟู ซึ่งเทากับยิ่งผลักคนไขออกจากความรูในการดูแลตนเอง และกระตุนใหพึ่งพาการรักษาจากหมอมากขึ้นกวาเดิม นอกจากนี้ การเปลี่ยนฐานะหมอใหเปน “ผูใหบริการ” และคนไขเปน “ผูรับบริการ” นั้น ยิ่งทำใหเรื่องเลวรายลงไป คนไขและหมอจะหมดคุณคาความสัมพันธทางจิตใจ คงเหลือไวแตความหางเหิน หวาดระแวงไมไวใจซึ่งกันและกัน
เมื่อคนไขและหมอไมไววางใจกันเสียแตเมื่อเริ่มตน ตางฝายจึงมุงจับผิดการกระทำของอีกฝาย และกลาวโทษ หมอพยายามสงวนความรู ถือวาตนเปนผูเชี่ยวชาญการรักษา ไมสนใจฟงความเห็น ไมใสใจความรูสึกของคนไขของตน ในขณะที่คนไขก็ถือวาตนเองมีสิทธิ สามารถเรียกรองความตองการ ไมฟงคำแนะนำ เพราะคิดวาหมอวินิจฉัยและรักษาไมถูกใจ ตางฝายตางดื้อดึงกันอยูอยางนี้ จะไมใหเกิดปญหาไดอยางไร
...
ความเจ็บปวย, ไมมีใครสนใจแลววาเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ไมมีใครใสใจเลยวาวิถีชีวิตปจจุบันสงเสริมความเจ็บปวยหรือไม ความสนใจที่มี ถายโอนไปสูผลของการรักษาพยาบาล คนไขดูแลสุขภาพตนเองดีพอหรือไม จึงไมใชประเด็นที่ควรพูดถึง แตปญหากลับอยูที่วา หมอรักษาคนไขไดดีพอแลวหรือยัง ?
77
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
หนทางที่จะฟนฟูความสัมพันธระหวางหมอและคนไข ดูเหมือนจะยิ่งเลือนรางไปทุกที, ในสถานการณปจจุบัน, เพราะความหมายของการรักษาพยาบาล เลื่อนไหลไปจากเดิม เปลี่ยนจากการดูแลและปรับปรุงตนเองตามวิถีธรรมชาติ สูการมอบอำนาจใหแกหมอและบุคลากรสาธารณสุข การรักษา จึงเปนการถายเทภาระทั้งหมดใหกับหมอแทน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
“...เมื่อตางฝายตาง “ถือดี” เขาใสกันอยางนี้ หมอไมสนใจฟงคนไข และคนไขก็ไมพรอมจะฟงหมอ แลวทั้งสองฝายจะไปเขาใจกันไดอยางไรกัน ?...”
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ความคิดของคนยอมเปลี่ยนแปลงตาม ดูรไคม (Émile Durkheim) เคยพูดไววา “God is society, writ large” ความเชื่อใน “พระเจา” ตางองค แบงแยกคนออกเปนสังคมที่ตางกัน คนไขกับหมอในปจจุบันก็เหมือนกัน - เชื่อในพระเจาคนละองค พระเจาที่วานั้นคือองคความรูที่แตละฝายเขาถึง และไดเรียนรู และยังหมายถึงสถานะทางสังคม อันเกิดจากความรูที่ตางกันดวย เมื่อมีองคความรูที่แตกตางกัน มุมมองที่มีจึงไมเหมือนกัน การแสดงออกตอเรื่องเดียวกัน ก็ผิดเพี้ยนกันไปไกล ตราบเทาที่ยังยึดมั่นอยูกับ “พระเจา” ของตนอยางมืดบอด และไมยอมเปดใจรับรูการมีอยูของ “พระเจา” ของอีกฝาย จะฝนถึงความเขาใจในบั้นปลาย ก็ดูจะเปนไมไดเลย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
78
“...หนทางแกไขปญหาคนไขกับหมอ และปญหาฟองรอง คงไมไดอยูที่หัวขอกฎหมาย กฎหมู หรือการชดใชเงินตรา แตอยูที่การปรับความเขาใจ ปรับเปลี่ยนโลกทัศนเขาหากัน ใหเรารูจักพระเจาของกันและกันไดอยางมีมิตรจิตมิตรใจ ฟนคืนระบบการแพทยที่มีหัวใจกลับคืนมาอีกครั้ง...” ถึงตอนนี้, ผมยังเฝาฝน ภาวนา และพยายามใหมันเปนจริง
μÔ³³Ò
º·àÃÕ¹ÃÒ¤Òá¾§
เหตุการณในวันนั้น “จิ๊กๆ จิ๊กๆ” เสียงนกเริ่มขับขานในยามเชาดังเชนทุกวัน เชาวันใหมของ ตัวเมืองตางจังหวัดเชนนี้ชางเงียบสงบ ผูคนคงยังหลับใหล ถนนที่มองเห็นอยู ไกลๆ ก็เห็นรถแคเพียงบางตา ในเชาวันอาทิตยเชนนี้ ใครหลายๆ คนคงกำลัง นอนหลับพักผอนอยูภายในบานในขณะที่หมอใหมอยางฉันไดตื่นแตเชาเพื่อมา ตรวจรักษาคนไข ฉันในวันนี้ ไมใชเพียงนักเรียน นักศึกษาแพทยเหมือนดั่งที่
79
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ในชีวิตของพวกเราทุกคน ไมวาชวงเวลาใดชวงเวลาหนึ่งยอมมีเรื่องราว มีปญหาเกิดขึ้น หนักบาง เบาบางตามแตจังหวะชีวิต ... และตัวฉันเองไมคิด เลยวา ในวันนี้จะมีเรื่องหนักหนาเกิดขึ้นกับหมอใหมปายแดงอยางฉัน....รวดเร็ว ขนาดนี้
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
“ฮือๆๆๆ แม มายย ฮือๆๆๆ” เสียงรองไหโฮ กรีดรองดังขึ้นกลางหอ ผูปวยอายุรกรรมหญิง ผูคนทั้งเกี่ยวของ และไมเกี่ยวของตางมองเหตุการณที่ เกิดขึ้น พี่พยาบาลสองคนกำลังชวยกันฉีดกลูโคสใหหญิงสาวผูกำลังรองฟูมฟาย อยู บ นเตี ย งผู ป ว ยชั่ ว คราวคนนั้ น ญาติ ม ากมายกำลั ง รายล อ มและช ว ยกั น ปลอบประโลม ในขณะที่ตัวฉันเองก็ไดแตคอยชวยซับน้ำตา และถือยาดมให หญิงสาว ผูนาสงสารคนนั้น ... ดวยความรูสึกเศรา สลดไมแพกัน
ผานมา ไมใชเพียงผูเดินตาม หากแตเปนผูที่ตองกาวเดินดวยขาของตนเอง และเปนหมอผูตองดูแลผูปวยที่ตรงหนา ผูปวยที่อยูในความดูแลใหดีที่สุด
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
80
แผนกแรกที่ฉันวนไปปฏิบัติงาน คือ แผนกอายุรกรรม แผนกที่ขึ้นชื่อ วายากและตองละเอียด คนไขเยอะที่สุดและงานหนักที่สุด วันนี้ เปนวันที่สาม ของการทำงานเปนหมอใหมเต็มตัว ชีวิตของฉันเริ่มตนในยามใกลเชา ตื่นมาดู คนไขตามปกติและอยูเวรอายุรกรรมตอในชวง 8.30-20.30 สำหรับสองวันที่ได ทำงานมาทำใหฉันรูวา ฉันโงเพียงใด การทำงานของฉันเต็มไปดวยอุปสรรค มากมาย “ผูปวยคนนี้ เปนโรคอะไร” “คนนี้ มีอาการแบบนี้ เราจะทำยังไงตอไป” “ผูปวยแบบนี้ ใชยาอะไรดี” ฉันตองใชเวลามากกวาคนอื่นในการคิด หลายครั้ง ตองกลับมาถามตัวเองวา แกจบแพทยมาแลว แกรักษาโรคอะไรเปนจริงๆ บาง หรือยังการเรียน การอานหนังสือแบบผิวเผินแทบจะใชไมไดเลยกับการดูแล ผูปวยจริงๆ การเรียนที่สักแตวารับรู อานจากตำรา...แตไมไดลองไปดูแล รั ก ษาผู ป ว ยจริ ง ไม ไ ด เ ปลี่ ย นสั ญ ญาณจากรั บ รู เ ป น สั ง เคราะห เป น เชื่อมโยง เปนการประยุกตเพื่อใชจริง ....ไมชวยใหฉันเปนแพทยที่สามารถ จะทำงานดู แ ลรั ก ษาผู ป ว ยได อ ย า งมั่ น ใจ บางที ถ า เมื่ อ ก อ นฉั น ตั้ ง ใจอ า น หนังสือ ตั้งใจเรียนรูโดยเฉพาะจากการดูแลรักษาผูปวยจริงๆ มากกวานี้ก็คงดี เวรของฉันวันนี้ดำเนินไปเรื่อยๆ รับคนไขใหม แกไขปญหาเฉพาะหนา ของคนไข ทุกอยางดูเหมือนดำเนินไปตามครรลองของมัน ไมมีปญหาอะไรโดด เดน จนกระทั่งตอนเย็นวันนั้น ฉันยังจำได “คุณยายเปนอะไรมาคะ” “ยายถายเหลวมา 3 วัน เนี่ยไปนอน รพ. .......มา แตยังไมดีเลยจึงขอ ยายมา” ฉั น เริ่ ม ซั ก ประวั ติ คุ ณ ยายพร อ มกั บ พลิ ก ไปดู OPD card และใบ admission อาวยายมีปญหาเกลือแรในรางกายไมสมดุลนี่หนา และความดัน คุณยายยังต่ำ BP 80/50 เทานั้นเอง เมื่อคิดไดดังนั้นฉันจึงรีบซักประวัติเพื่อหา สาเหตุของ shock, ซึ่งไดทราบวา คุณยายมีประวัติใชยาสมุนไพร โดยไมมี
ประวัติขาดน้ำหรือเลือด ไมเจ็บหนาอก ดังนั้นสาเหตุของ shock ที่ฉันคิดถึงใน เวลานั้นมี 3 อยาง 1. septic shock 2. hypovolemic shock 3. adrenal insufficiency จึงไดสั่งใหสารน้ำเร็วขึ้น แกไข electrolyte ให hydrocortisone และสุดทายเนื่องจากความดันยังไมขึ้น จึงเริ่มให Dopamine ชวงนั้นอยูในชวง ผลัดเวรพอดี ฉันจึงไดฝากเพื่อนใหชวยดูแลคนไขรายนี้ตอ .....เฮอ....หวังวา คุณยายจะดีขึ้นนะ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 81
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“เอก คิเอก เอกก” วันรุงขึ้น ฉันซึ่งทำงานในแผนกอายุรกรรมหญิงไดตื่นเชามาราวนคนไข ตามปกติ และเนื่องจากยังนึกหวงคุณยายคนเมื่อคืนจึงไดเดินไปเยี่ยมแกที่เตียง ภาพผูสูงอายุคนนึงที่นั่งหายใจหอบอยูบนเตียง ทำใหฉันนึกสงสัย ... นี่ใชคุณ ยายคนเมื่อวานที่ดูสบายดี สดชื่นแมวาความดันจะต่ำ แนหรือ “คุณยายเปนยังไงบางคะ” ฉันเดินเขาไปถามขางๆ เตียง พรอมกับตรวจ รางกาย “หายใจเขาลึกๆ นะคะ ... กรอบแกรบ กรอบแกรบ ...” เสียงในปอดดัง ในแบบที่ มั่ น ใจได เ ลยว า มี น้ ำ หรื อ ของเหลวในปอดแน ๆ ฉั น รี บ กลั บ มาเป ด chart เพื่อดูวาเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้ำทวมขนาดนี้ แลวก็พบวา เมื่อคืนไมมี ใครมาดู case นี้ตอสิ่งที่ฉันจะชวยแกไดในขณะนี้ คือ รีบฉีดยาขับปสสาวะ ใหแก เพื่อนอีกคนซึ่งตรวจผูปวยที่ตึกอายุรกรรมหญิงแหงนี้รวมกับฉันเรียกฉัน ใหดู EKG ของยายคนนี้ในขณะที่เคากำลัง review case นี้เชนกัน... แลวสิ่งที่ ทำใหฉันเห็น ... ถึงกับทำใหฉันตัวชา นี่มัน ST elevate นี่หนา นี่ยายแกมีหัวใจ ขาดเลือดมานานแคไหนแลวเนี่ย.......เมื่อวานคุณยายมาดวยทองเสีย อาการ เจ็บหนาอกก็ไมมี ดวยความสะเพราและออนประสบการณทำใหฉันมองขามที่ จะสนใจ EKG แผนที่ทำมาจาก ER ไป ... นี่ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญของฉัน เกิดขึ้นแลวหรือเนี่ย แมวา case นี้ ไมรู onset ของ ischemia แตเมื่อนับจากเวลาที่ทำ EKG แลวเปน ST elevate จนถึงตอนนี้ก็เกิน 12 ชั่วโมงแลวอยางแนนอน จึงให SK
ไม ไ ด แ ล ว ที่ เ หลื อ ต อ จากนี้ คื อ รี บ สั่ ง ASA gr V, Isordil, plavix, lasix และเนื่องจากคุณยายดูเหนื่อยมากขึ้น นอนราบแทบไมไดในที่สุดจึงไดใสทอ ชวยหายใจดวยตัวของฉันเอง ....สิ่งที่เหลือตอจากนี้ไดแตภาวนาในใจ...ขอให คุณยายดีขึ้นๆ ดวยเถิด ... และแลว .... “หมอ !!! arrest” ในที่สุดเรื่องที่ฉันกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจริง การ CPR ยามเชาไดเกิดขึ้น พวกเรา CPR กันอยางเต็มที่อยูกวา 30 นาที ....แตก็ยังไมมี อะไรดีขึ้น หลังจากที่คุยแนวโนมผูปวยกับญาติวาคงไมไหว ลูกสาวของผูปวยก็ กรีดรอง รองไหจนเปนลมไป
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
82
ทามกลางเสียงที่อื้ออึง....หัวใจของฉันกลับเงียบงัน แมมือของฉัน จะพยายามชวยเหลือและปลอบใจลูกสาวของยายคนนั้นที่กำลังรองไหปาน จะขาดใจ ทั้งยาดม ทั้งทิชชูที่คอยชวยซับน้ำตาที่ไหลรินของหญิงผูนาสงสาร คนนี้....ฉันอยากบอกวา แมมองจากภายนอก หนาตาของฉันอาจดูเพียงแค เห็นใจ แตจริงๆภายในหัวใจของฉันก็กำลังร่ำไหเชนกัน....แทจริงหัวใจของเรา กำลังเศราโศกไมตางกัน เรื่องราวของหมอใหม 1 คน คนไข 1 คนและญาติอีกจำนวนมากที่ตอง พบกับ “ความสูญเสีย” และ “ความเสียศูนย” ในวันนี้ ฉันรูสึกอยางแทจริง หมอสวนใหญไมมีใครอยากวินิจฉัยหรือรักษาผูปวยผิดพลาด การที่พวกเรา กาวเขามาในอาชีพนี้ ตองบอกวา แนนอน เราอยากเขามาชวยชีวิต ชวยดูแล สุขภาพผูคน อาจมีเพียงสวนนอยที่คำนึงถึงผลประโยชนสวนตนเปนหลักใหญ แตอยางไรฉันก็เชื่อวา ไมมีใครหรอก....ที่อยากจะปลอยใหผูปวยตายลงไป ตอหนาในคนที่ไมสมควรจะไป บทเรียนนี้ ทำใหฉันตองกลับมารองไหอยาง มากมาย.... บทเรียน.....ราคาแพงบทนี้ เกือบทำให intern ปายแดงคนนี้ ไมอยาก และไมกลาที่จะทำการรักษาคนไขอีกตอไป แตคิดๆ ไป....ก็ “โชคดี” นะ ที่คนที่ เผชิญเหตุการณนี้เปนเรา... เพราะเรา...จะไมโศกเศรานาน เราจะไมมัวแตมา
นั่งรองไห.... เพราะเราตองสูตอไป แมจะตองลมสักกี่ครั้ง ก็ตองลุกขึ้นมา ใหได พยายามทำใหดี แตถามันยังไมดี สิ่งที่เราตองทำก็คือ ยอมรับผล ของมัน แลวพยายามใหม ปญหาหรือเรื่องราวในอดีตมีไวใหเราเรียนรู ไมใช เปนเพียงโซตรวนแหงความทรงจำที่ขังเราไวใหอยูกับอดีตที่เจ็บปวด.... ฉันเชื่อวา ในอดีตของคนทุกคน ยอมมีบางที่เกิดสิ่งที่ผิด พลาดอยางที่เราไมไดตั้งใจใหเกิด...และถาในวันนั้น คุณไมลุก ขึ้นสู ฉันเชื่อวา คุณคงไมเปนอยางที่คุณเปนในวันนี้ ในขณะนี้นองๆ ทุกคนยังมีโอกาสที่จะไมตองเดินมา สะดุด “ลม” เหมือนกับพี่ ถามตัวเองกันคะ .....พรอมหรือยังคะ ที่จะกาวออกไปเปนหมอใหมอยางเต็ตัว....พรอมหรือยังกับ ความรับผิดชอบดูแลรักษา “คน”ทั้งคน ผู ป ว ยแต ล ะคนมี เ รื่ อ งราว มี ค วามลำบากกว า จะเดิ น ทางมายั ง โรงพยาบาลได ใ นแต ล ะครั้ ง แต พ วกเค า ก็ ยั ง มา....มาด ว ยความหวั ง ที่ จ ะให “แพทย ” ดู แ ลรั ก ษาเค า ให ห ายจากความเจ็ บ ป ว ย บางครั้ ง เค า ไม รู ห รอกว า คุณเปนหมอใหม คุณยังขาดประสบการณ เคาหวังแตวา คุณหมอที่ใสเสื้อ ขาวบริสุทธิ์ขางหนาเคาตรงนี้จะรักษาเคาอยางดีที่สุด เคาเอาชีวิตของเคามา ฝากไวในมือคุณ เคายกมือไหวคุณ (....แมคุณอาจจะยังเด็กกวา) คุณๆ วันนี้ สามารถรับไหวคนไขหรือญาติคนไขของพวกคุณอยางเต็มภาคภูมิหรือไม .... อยากบอกนองๆ นักศึกษาแพทยทุกคนวา เทาที่เวลายังเหลือ นับจาก วันนี้ควรตั้งใจเรียน ตั้งใจหาความรู ขยันหมั่นฝกฝน เนนเพื่อดูแลรักษาคนไขจริง ไมใชแคทองตำราสอบ เพราะพี่เชื่อวา ลึกๆในใจ ถาเลือกได คงไมมีใครอยาก เจอ “บทเรียน.....ราคาแพง” ......เชนพี่อยางแนนอน พี่ก็ไดแตหวังวาในอนาคต ผูคนที่ตองสังเวยกับ “หมอใหม” จะนอยลง และจะดีที่สุด ถาไมมีเลย อยาให ตองเกิด “ฤดูใบไมรวง” เลยนะคะ “หมอสวนใหญไมมีใครอยากวินิจฉัยหรือรักษาผูปวยผิดพลาด ไมมีใครหรอก....ที่อยากจะปลอยใหผูปวยตายลงไปตอหนาในคนที่ ไมสมควรจะไป”
¹¾.ÈØÀªÑ ¤ÃºμÃСÙŪÑÂ
“㪌·Ø¹” ËÃ×Í “Ëҷع”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
84
ยังจำไดดีกับความรูสึกสับสน งุนงง กับบรรยากาศการเลือกจังหวัดไปใช ทุนสำหรับแพทยจบใหมประจำป 2553 ซุ ม ของจั ง หวั ด ต า งๆ ที่ มี ค นมายื น เชี ย ร โฆษณาเพื่ อ โน ม น า วพร อ ม โปรโมชั่นพิเศษ “ที่นี่ ขั้นต่ำ หกหมื่น พรอมที่พักดี ติดแอร มี wireless ใกลหางชื่อดัง ขับรถไปไมถึงสิบนาที” “นี่ครับแผนที่เที่ยวในจังหวัด... ตัวโรงพยาบาลมีฟตเนส ติดหางมี MK Swensens” “เชิญเลย มาแวะดูกอนครับ ของเรา งานสบาย สตาฟดี ใกลกรุงเทพฯ ขับรถไปไมถึงชั่วโมง” “ของจังหวัดเรา หมอจะไดเปนพลเมืองกิตติมศักดิ์ และมีการพาเที่ยว รอบจังหวัดกอนทำงาน” แผ น ป า ยโฆษณาขนาดใหญ ที่ ต า งตกแต ง มาอย า งสวยงาม กระดาษ ใบปลิวที่คอยแจก พรอมกับโปรโมชั่นตางๆ นั้น สิ่ ง เหล า นี้ ใ ห ค วามรู สึ ก ไม ต า งจากการมามหกรรมการเที่ ย วทั่ ว ไทย ดูเหมือนมาเลือกที่เที่ยวพักผอนมากกวา ภาพที่ เ ห็ น ในวั น นั้ น ได ท ำให บ อยกลั บ มาคิ ด ทบทวนถึ ง ความหมายที่ แทจริงของการมาใชทุน
85
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เวลาจะเลือกที่ใชทุน แตละพื้นที่มักจะมีแตโฆษณาวาแพทยจะไดอะไร เมื่อเขามาใชทุน มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบาง ไดเงินมากเทาไหร staff ดี มั้ ย ...แต สิ่ ง สำคั ญ ที่ ข าดไป ก็ คื อ ไม มี ใ ครพู ด เลยว า สำหรั บ ชุ ม ชนของ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
นี่...เรากำลังมาใชทุนกันอยูหรือเปลา ? การใชทุนไมไดหมายถึง การเสียสละความสบาย ยอมลำบากไปอยูที่ หางไกลความเจริญเพื่อคนไขที่ยากจน ขัดสน ยากตอการมาหาหมอในเมือง หรอกหรือ ? สิ่งนี้ทำใหบอยรูสึกหวั่นใจไมนอยในสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาจเพราะไมเคยคาดคิด และไมเคยนึกฝนวาจะเปนไปไดถึงขนาดนี้ แตยังโชคดี ที่ไดคุยกับเพื่อนๆแลวก็พบวา แทที่จริงมีเพื่อนแพทยใชทุนอีกจำนวนมากที่ เลือกออกมาใชทุนโดยไมไดคำนึงถึงขอเสนอที่ฉาบฉวยอยางนั้น นึกยอนกลับไปตอนบอยเปนนักศึกษาแพทย มีพี่ที่เรียนแพทยประจำ บานตางพูดตรงกันหลายคนวา “จะจบแล ว ซิ เดี๋ ย วก็ ส บาย หนั ก ก็ แ ค ป แรกเท า นั้ น แต เ มื่ อ อยู โรงพยาบาลชุมชนนั้นเปนชวงที่มีความสุขที่สุดแลว ไปเที่ยวและพักให เยอะๆ เก็บเงินไวบางกอนที่จะมาเรียนตอ...เพราะเมื่อกลับมาเปนแพทย ประจำบานทั้งหนัก เหนื่อย เงินก็ไดนอย” ที่แพทยในโรงพยาบาลชุมชนบอกวาวาง ... คงเปนเพราะแพทยเหลานั้น เนนคุนเคยกับการรักษาเปนสวนใหญจนลืมไปวาแทจริงแลวยังมีงานอีกหลายๆ อยางทั้งในและนอกโรงพยาบาลที่ตองการใหแพทยมามีสวนรวมในการพัฒนา เชน การจัดซื้อยาที่จำเปน, การพัฒนาคุณภาพการรักษาใหดีขึ้นภายใตขอจำกัด ตางๆ, การปรับปรุงระบบบริการเพื่อคนไขจะไดรับบริการที่สะดวกมากขึ้น, การพัฒนาระบบ refer ที่ไรรอยตอ, การสรางเสริมสุขภาพ รวมถึงการออกเยี่ยม บ า นเพื่ อ ติ ด ตามคนไข . ..เพื่ อ ค น หาสาเหตุ ที่ แ ท จ ริ ง ที่ เ ป น รากเหง า ของความ เจ็บปวยของคนไข ออกเยี่ยมชุมชนเพื่อเรียนรูวิถีชีวิตชาวบาน ซึ่งงานเหลานี้ก็มี ความสำคัญไมแพกับการรักษา “เราทำอะไรใหโรงพยาบาลบาง...นอกจากการรักษา”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
86
พวกเคา คุณหมอมีความสำคัญเพียงไหน ... เมื่อคุณหมอเขามา คุณหมอ จะไดมีโอกาสทำสิ่งดีๆ ทำสิ่งที่ยิ่งใหญตอสังคมของเคาอยางไร พี่หมออายุวัยกลางคนคนหนึ่งเคยเลาดวยความภาคภูมิใจใหผมฟงวา สมัยที่พี่เคาจะเลือกสถานที่ใชทุน เพื่อนๆ ตางแยงกันจะไปในชนบทที่ กันดาร ยากไร สวนใหญมุงหวังเพื่อจะเขาไปพัฒนาและชวยเหลือชาวบาน แตความจริงในวันนี้ที่ผมประสบดวยตนเองชางแตกตางกับที่เคยไดยินมา ผมตองยอนกลับมาถามตัวเองวาเกิดอะไรขึ้น ? ทำไม พวกเราแพทยยุคใหมจึงเปลี่ยนแปลงไป ? คุณคาความเปนหมอ...คุณคาของการเปนแพทยใชทุนถูกลอหลอก ดวยเพียงเรื่องทรัพยสินเงินทอง ดวยเครื่องอำนวยความสะดวกภายนอก ...เทานั้นหรือ พวกเคามองขามเกียรติ ศักดิ์ศรีของแพทยจบใหมไปแลวหรือ หรือวาในอนาคต เราจะตองเปลี่ยนคำเรียกกันซะใหม หมอจบใหมไม ควรจะเรียกวา แพทยใชทุน อีกตอไป.....เรามาเรียกกันวาพวก หมอ “หาทุน” อาจจะเหมาะสมเสียกวา หากพวกเราจะไมตองเปลี่ยนคำเรียกกันซะใหม อยาใหใครพูดไดวา พวกหมอจบใหม ...ก็แคพวก หมอที่ออกมา “หาทุน” เพื่อเอาไปตอยอด อีกเลย มาเริ่มกันตั้งแตวันนี้ ถามหาความหมายที่แทจริง ถามใจตัวเอง แลวมารวมกัน สรางใหเกิดกระแสแพทยยุคใหมที่มีใจรับใชสังคม มารวมตอบแทนสังคมโดยการ มาใชทุนอยางแทจริงกันดีกวา ทุกวันนี้ เรากำลัง “หาทุน” หรือ “ใชทุน”
¹¾.ÈØÀªÑ ¤ÃºμÃСÙŪÑÂ
Cure or Clear à¤ÕÂÇ ËÃ×Í à¤ÅÕÂÃ
ÃÑ¡ÉÒãËŒËÒ ËÃ×Í á¤‹μÍŒ §¡Òû˜´ãËŒ¾¹Œ æ μÑÇ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 87
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ผ า นไปได เ กื อ บ 1 เดื อ นสำหรั บ แพทย จ บใหม ใ นวอร ด อายุ ร กรรม... ความมั่ น ใจในการรั ก ษาดู เ หมื อ นว า จะเพิ่ ม ขึ้ น กว า วั น แรกๆ ที่ จ บใหม อ ย า ง ชัดเจน...เริ่มมีความรูสึกวาตัวเองจะเปนหมอเต็มตัวสักที หลังจากหลงอยูใน หวงเวลาแหงความสุข ความภูมิใจในตัวเองสักพัก ความเปนจริงเริ่มปรากฏ เมื่อเริ่มใชชีวิตเดือนที่ 2 ที่โรงพยาบาลวังสะพุง โรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียง รูสึกเหมือนไดตื่นขึ้นมาอยูในโลกเเหงความเปนจริง ...ความจริงที่วาบอย ยังสิ่งที่ตองเรียนรูเพิ่มเติมอีกมาก โดยเฉพาะประสบการณในการดูแลคนไข ตั้งตนจนจบดวยตัวคนเดียวซึ่งมีคอนขางนอย ความมั่นใจที่มากขึ้นนั้นกลับ ดูลดนอยลงไปทันที เมื่อกอน สมัยที่ตรวจ OPD med หรือ ER ที่ รพ.เลยนั้น บอยแคตรวจ รักษาหากอาการยังดีก็ใหผูปวยกลับบานแลวนัดมาดูอาการ... หรือหากผูปวย อาการหนั ก บอยก็ เ พี ย งเเค เขี ย นใบ admit แล ว ให ผู ป ว ยนอนโรงพยาบาล ตอจากนี้จะเปนเรื่องของวอรดที่จะดูแลคนไขตอไป แตที่ รพช. นี้เราตองดูแล คนไขเองตั้งแตการตัดสินใจใหนอน รพ. การดูแลรักษาคนไขขณะนอน รพ. รวมถึงการตรวจติดตามคนไข บอยจะตองเปนคนดูแลคนไขจนหาย หากอาการ ไมดีเราตองตัดสินใจเองตอวาเราจะรักษาตอหรือสงตัวไปรักษาตอที่โรงพยาบาล ใหญตอไป เรื่องนี้ทำใหบอยตองกลับมาถามตัวเองวา
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
88
“ที่ผานมาความมั่นใจนั้นเปนความมั่นใจในการรักษาคนไขจริงๆ หรือทำไดเพียงแคตรวจคนไขใหผานๆ ไปพนตรงหนาเราไปกันแน” “จริงๆ แลวเรารักษาคนไขใหหายไดจริงๆสักกี่รายกัน” คำตอบคือ อาจจะไมมากอยางที่เราคิด หรืออาจจะเพียงครึ่งหนึ่งที่ หายขาด สวนอีกครึ่งหนึ่งนั้นไมอาจทราบไดแนชัด ที่เปนอยางนี้เพราะหมอไม คอยมีโอกาสติดตามดูผูปวยที่ตนเองตรวจ โดยเฉพาะผูปวยนอกที่มาตรวจแลว ก็กลับ เมื่อไมมีโอกาสติดตามก็ไมอาจทราบไดวาอาการหลังจากนั้นเปนอยางไร ดีขึ้นมากเพียงไร คงตองยอมรับวายังมีผูปวยสวนหนึ่งที่อาการยังทรงตัว ไมดีขึ้น จนตองกลับมาตรวจซ้ำที่ รพ.หรือคลินิกอีกครั้ง ในฐานะแพทยจบใหมอาจมีบาง ครั้งที่การวินิจฉัยของเรายังไมแมนยำ แตโอกาสที่เราจะติดตามผูปวยเพื่อตรวจ สอบและพัฒนาตนเองนั้นนอยลงไปทุกที ดวยปริมาณผูปวยที่มากเมื่อเทียบกับ เวลาที่ มี จนชวนให คิ ด ว า ทุ ก วั น นี้ สิ่ ง ที่ เราทำนั้ น ไม ต า งจากการ “clear” ผูปวยใหหองฉุกเฉินโลง หรือ “clear” คนไข OPD ใหหมดไป บอยตองขอบคุณโรงพยาบาลวังสะพุงจริงๆ เพราะเปนโรงพยาบาลแรก ที่ทำใหบอยเกิดความรูสึกวาไดเปนแพทยที่แทจริงเสียที ไดมีโอกาสมีคนไขเปน ของตัวเอง แมที่นี่จะมีแพทยเฉพาะทางทางดานอายุรกรรมเพียงหนึ่งคนสวนที่ เหลือเปนแพทยทั่วไป แตทุกคนลวนมีศักยภาพและความสามารถ และที่สำคัญ ที่สุด คือ เรื่องที่พี่ๆ ไมละเลยแพทยใชทุนซึ่งเปนนองใหมอยางบอย ...ที่จริง ไมไดมีกฏขอไหนระบุไววา หมอรุนพี่จะตองมาดูแล มาใหคำแนะนำหมอรุนนอง แตการที่มีแพทยรุนพี่ใน รพ. วังสะพุงเขามาใหความชวยเหลือ ทำใหบอยรูสึก ดีใจและซึ้งใจมาก ถาไมใชเพราะรุนพี่ที่ดีๆ ...บอยอาจเปนเพียงหมอโงๆ คน นึงในโรงพยาบาลชุมชน หมอใหมที่เกลียดและกลัวการอยูในโรงพยาบาล ชุมชนซึ่งตองรับความเสี่ยงกับการที่ตองเจอคนไขในทุกแผนกทั้งๆ ที่เรา เปนเพียงหมอทั่วไป ... ขอบคุณครับ ที่ทำใหตัวบอยในวันนี้ “รักการเปน หมอโรงพยาบาลชุมชน” ดวยใจจริง บอยสัญญาวาบอยจะ cure คนไขใหไดมากขึ้น ใหไดดีขึ้น ...ไมเพียงแค clear คนไขอยางที่ผานๆ มา แลวทุกวันนี้ เรากำลัง clear หรือ cure คนไขกันแน ??
¹È¾.»˜³³ÇѲ¹ Á§¤ÅÃÑμ¹¡ÙÅ ¹È¾.ªÑé¹»‚·Õè 6 âç¾ÂÒºÒÅÃÒÁÒ¸Ôº´Õ
¤ÇÒÁ¤Ô´·Õèà»ÅÕèÂ¹ä» ¡ÑºËÑÇ㨷ÕèäÁ‹à»ÅÕè¹á»Å§
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
90
“รีบๆ ซักประวัติเขาเถอะ อยามัวแต Holistic อยูเลย” ประโยคหนึ่ง ที่ผมไดยินตอนที่กำลังเจอผูปวยชาวตางชาติหลังจากที่สอบถามอาการและ ประวัติของผูปวยอยู ผูปวยที่มาดวยอาการเจ็บหนาอก มีโรคหัวใจเปนโรคประจำตัวและเคย ผานการผาตัด bypass ทำ stent มานับครั้งไมถวน ตอนนั้นผมเขาไปคุยกับ ผูปวยอยูนานพอควรก็ไดประวัติวา ผูปวยเคยผาตัดมาหลายครั้ง กลัวการผาตัด เปนอยางมาก ครอบครัวของเขามีลูก 2 คนและภรรยา ภรรยาและลูกคนโต ของเขาไดเสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุ สวนลูกคนชายเล็กที่เรียนแพทยก็ได รับอุบัติเหตุทางรถยนตตองเขารับการผาตัด สุดทายก็เสียชีวิตขณะผาตัด ทำให ชีวิตของเขาตองอยูโดยลำพังมาตลอด ในวันนี้เอง เขาไดเลาวาขณะที่เดินอยู กลางถนนรู สึ ก เจ็ บ แน น หน า อกมาก จนทำอะไรไม ไ ด ต อ งเรี ย กให ค นช ว ย แตกลับมีคนเขามาแยงกระเปาเงินของเขาไป เขาบอกกับผมวา ชีวิตเขาก็ไม เหลืออะไรแลว ตอนนั้นถาหมอจะตัดสินใจใหเขาผาตัดหรือทำหัตถการใดๆ เขาขอปฏิเสธทุกๆ อยาง เขาเหนื่อย เขาไมอยากเจ็บอีก อยากจะตายตามลูก และภรรยาไปอยางไมทรมาน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 91
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ในชวงเวลานั้นประโยคที่ผมไดยินหลังจากซักประวัติเสร็จ ทำใหผมรูสึก เหมือนถูกไฟฟาช็อต มันเปนความรูสึกที่ทำใหผมตองกลับมาคิดวา ผมกำลัง ทำอะไรอยู เราทุกคนกำลังทำอะไรอยู ในหองอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินนั้น เราทำ อะไรกันอยู เรากำลังชวยชีวติ คนไขอยางเรงดวนมากๆ เลย ใชหรือไม แลว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนั้นคือการถามประวัติเหลานี้หรือ ผมเงียบไปพรอมกับรูสึกสะเทือนใจวาในหองอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ผมควร จะวางตัวอยางไรใหเหมาะสม ในเมื่อผูปวยคนนั้น เขามาดวยอาการเจ็บหนาอก แตสิ่งที่เขาพูดกับผมนอกจากเรื่องปวดที่เปนเรื่องทางกายเทานั้น ผมรูสึกไดวา เขาเล า ชี วิ ต ที่ ข มขื่ น และความเหงามากมายในชี วิ ต ที่ เขาประสบมาให ผ มฟ ง ผมรู สึ ก ว า เขาอาการดี ขึ้ น ตอนที่ ผ มรั บ ฟ ง เขา เขาบ น ถึ ง อาการปวดของเขา นอยลงกวาตอนที่มาถึง ผมไมรูวาเปนเพราะความเจ็บปวดนั้นทุเลาลงเอง หรือเปนเพราะความทุกขในใจนั้น มีมากพอที่จะระบายมันออกมาใหใคร สักคนฟง ใครสักคนที่พรอมจะเขาใจเขาและทำใหเขาลืมความเจ็บปวดไป ไดชั่วคราว “หรือวาการทำงานในหองอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินเปนเรื่องที่ตองมีแตความ เรงดวน ไมมีเวลาพอที่จะมาเอาใจใสใคร มาถามความสุขความสบายใจของใคร มีแตโรค ความเจ็บ ความปวด อาการทางกายเทานั้น” ผมคิด หลังจากนั้นมา ผมก็ไมคอยกลาที่จะถามคำถามในแงนั้นเพราะกลัววา ผลที่ไดรับจะเปนเหมือนครั้งกอน จนวันหนึ่ง ขณะที่กำลังอยูเวรตอนกลางคืน ผมไดรับมอบหมายใหตรวจผูปวยรายใหมอีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังนอนอยูบนรถเข็น และมีญาติหอมลอมเขามาในหองฉุกเฉิน เมื่อลองอานอาการที่นำผูปวยมา โรงพยาบาล ก็พบวาเปนอาการกินไมไดมานานหลายวัน ผมก็ไดเขาไปคุยกับ ผูปวย ผูปวยดูทรมานกับโรคที่เปน ไมอยากจะพูดคุยหรือสบตากับใคร ผูปวย บอกใหถามประวัติจากญาติทั้งหมด เมื่อผมไดฟงประวัติจากญาติก็พบวา ผูปวย ปวยเปนโรคมะเร็งลำไสใหญและไดลุกลามไปยังตับ ซึ่งจากผลการตรวจทาง รังสีวิทยาก็ยืนยันผลเชนนั้น รวมทั้งผลตรวจชิ้นเนื้อก็สรุปผลเชนเดียวกันอีก “เราจะทำยังไงดี นี่มันเปน case ฉุกเฉินรึเปลาเนี่ย หรือจะตองสงไปไหน ไหม... ทำไงตอดีละ?” ผมคิดดวยความสงสัยและไมรูจะทำอะไรตอดี แตสุดทาย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
92
ก็ตัดสินใจวาลองซักประวัติตอไปเรื่อยๆ ดูกอนแลวคอยปรึกษาพี่ Resident อีกที เมื่อไดซักประวัติลงไปเรื่อยๆ พบวาผูปวยนั้นมีอาการแยลงตั้งแตรูวา ตนเองเปนเนื้อราย ในตอนตนนั้นผูปวยถายเปนมูกเลือด และไปที่โรงพยาบาล เอกชนแหงหนึ่ง แพทยไดทำการตรวจวินิจฉัยจนทราบวาเปนโรคอะไร แตกอนที่ จะแจงขาวรายนั้น อาจมีขอผิดพลาดบางประการทำใหผูปวยตกใจกับขาวราย นั้น ขาวรายที่วาตนเองเปนมะเร็งและลุกลามไปแลว หลังจากนั้นไมนานผูปวย ขอแพทย ที่ ป ระจำโรงพยาบาลแห ง นั้ น กลั บ บ า น ไม ข ออยู ท ำการรั ก ษาที่ โรงพยาบาลนั้นตอ แมวาแพทยจะเสนอทางเลือกตางๆ ในการรักษาตอก็ตาม “ทำไมตอนนั้นถึงไมไดรับการรักษาตอนะครับ” ผมถาม ผูปวยรีบตอบวา “อยูดีๆ ก็บอกวาเปนมะเร็ง ยังไมทันไดเตรียมตัว เตรียมใจอะไรเลย พอบอกมาอยางนี้ฉันก็ตกใจ รับไมได ขอกลับบานกอน แลวเรื่องอื่นคอยวากันทีหลัง” หลังจากนั้นสัปดาหหนึ่งจึงไดมาที่แผนกฉุกเฉิน ดวยอาการขางตน ในขณะนั้นเองผมก็ยังคงสับสน ไมรูวาจะทำอยางไรตอไป เพราะอาการที่ผูปวยเปนนั้น เหมือนจะไมมีทางรักษาใหหายขาดได และผูปวย มาในวั น นี้ ก็ ไ ม รู ว า ผมจะช ว ยอะไรได ไ หม สุ ด ท า ยจึ ง เดิ น ไปหาพี่ Resident เลาประวัติใหฟงและบอกเรื่องที่ผูปวยประสบมาดวย ในชวงเวลานั้นเองผมรูสึกไดถึงความเศราใจของพี่ Resident ผมเห็นวา พี่ เ ดิ น เข า ไปหาผู ป ว ยคนนั้ น อย า งไม ร อช า เข า ไปพู ด คุ ย ซั ก ประวั ติ เ พิ่ ม เติ ม ถามวาตอนนี้เปนอยางไร อาการแยมากมั้ย แลวอยากจะใหหมอชวยอะไร เปนเวลาชวงหนึ่งที่ไดสอบถามผูปวยถึงเรื่องตางๆ ผมจับประเด็นไดวา พี่คอยๆ ถามตั้ ง แต อ าการเริ่ ม แรกที่ เ ป น แล ว ถามถึ ง ความรู สึ ก ในแต ล ะช ว งที่ มี ก าร เปลี่ยนแปลงไป ในขณะนั้นผูปวยสามารถพูดคุยกับพี่ Resident ได พี่แสดงให ผูปวยเห็นถึงความเอื้ออาทร ความเขาใจ ความหวงใย ผานคำพูดและน้ำเสียงที่ นุมนวล ผมยืนนิ่งและตั้งใจฟงสิ่งที่พี่ Resident พูด และสังเกตทาทีของผูปวย ไปด ว ย พี่ Resident พู ด ถึ ง คุ ณ แม ข องตั ว เอง ที่ เ สี ย ชี วิ ต ด ว ยโรคมะเร็ ง เชนเดียวกัน พี่ยังบอกอีกวา
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 93
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“คนเราก็ ไ ม รู ห รอกว า ใครจะอยู ไ ด น านกว า ใคร แต สุ ด ท า ยแล ว ทุกคนก็ตองถึงวันนั้นเหมือนกัน” “หมออาจจะเดินออกไปแลวถูกรถชนเสียชีวิตกอนคุณปาก็เปนได” “หมออยากให คุ ณ ป า ทบทวนและใช ชี วิ ต ที่ มี อ ย า งทุ ก ข น อ ยที่ สุ ด แม ว า โรคที่ เ ป น อยู อ าจรั ก ษาได ไ ม ห ายขาด แต ช ว งเวลาที่ มี อ ยู คุ ณ ป า ก็ สามารถจะอยูอยากมีความสุขได” “ยังมีอีกหลายคนที่เปนเหมือนคุณปา เขาก็สามารถอยูอยางมีความ สุขได โดยที่ไมตองกังวลกับโรคที่เปน” “ตอไปคุณปาจะตองเจอกับหมอเฉพาะทางอีกหลายคน ซึ่งแตละคน ก็ จ ะมี วิ ธี ช ว ยเหลื อ คุ ณ ป า แต ล ะแบบ หมออยากให คุ ณ ป า ใช ส ติ ใ นการ ตั ด สิ น ใจ ว า เมื่ อ ทำแต ล ะอย า งนั้ น จะมี ผ ลดี ห รื อ ผลเสี ย ต อ ตั ว คุ ณ ป า มากกวากัน คุณปาจะทรมานกวาเดิมหรือเปลา หมออยากใหคุณปาคิดดู ดีๆ กอนจะตัดสินใจ” ประโยคข า งต น เป น เพี ย งส ว นหนึ่ ง ในการสนทนาที่ ผ มจำได และ บทสนทนาเหลานั้นทำใหผูปวยมีสหี นาที่เปลี่ยนไป เปนเหมือนการใหความ สวางกับผูปวย ใหเห็นวาในทางเดินที่เห็นจุดจบที่ไมสวยงามนั้น ยังสามารถ เดิ น ทางไปถึ ง จุ ด จบนั้ น อย า งมี ค วามสุ ข ได และสิ่ ง ที่ ผู ป ว ยเผชิ ญ อยู นั้ น ก็อาจไมไดทำใหชีวิตของเขาเปนทุกขมากนักก็ได ญาติของผูปวยถามวา “คุณแมของคุณหมอก็เปนเหมือนกันเหรอคะ” มันเหมือนการที่เขายอมรับใหเราเปนพวกเดียวกันกับเขา ทาทางของผูปวย บงบอกถึงความเชื่อถือที่มีตอพี่ Resident และดูความทุกขของผูปวยจะเริ่ม ควบคุมไดบางแลว ผมยืนอยูขางๆ พี่ตลอดเวลาผม ไดฟงทุกประโยคที่พูดคุยกัน ผมรูสึก ดีใจ ดีใจมากที่มีคนดูแลผูปวยที่นอยคนนักจะใหความสำคัญ มันทำใหผมตอง กลับมาคิดใหม วาสิ่งที่เคยคิดกอนหนานี้กับหองฉุกเฉินแหงนี้มันผิดไปหรือเปลา ผมรูสึกไดเติมเต็มในสวนที่ขาดหายไป ไดปรับทัศนคติใหมกับการทำงานในหอง ฉุกเฉิน ทำใหวันนั้นเปนวันที่ผมรูสึกประทับใจกับเหตุการณที่เกิดขึ้น ผูปวยและ
พี่ Residentคนนั้นเปนอยางมาก และคิดวาจะยึดถือแนวทางปฏิบัติของพี่มา ปรับใชใหดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก มั น เป น การจุ ด ประกายให ผ มได เข า ใจวั ต ถุ ป ระสงค ที่ แ ท จ ริ ง ของ การรักษาผูปวย ไมวาผมจะอยูแผนกไหนหรือเรียนที่ไหนก็ตาม ตราบใดที่ ผมยังเปนแพทยอยูนั้น ผมจะตองรักษาผูปวยทั้งกายและใจ ไมมีขอจำกัด ใดที่จะทำใหผมไมสามารถรักษาผูปวยไดอยางเต็มที่ได เพราะแมกระทั่ง เรื่ อ งของเวลา ที่ ค งไม มี ส ถานที่ ใ ดต อ งการมากไปกว า ห อ งฉุ ก เฉิ น นั้ น ครั้งหนึ่งยังเคยเกิดเรื่องราวดีๆเชนนี้ไดเลย.... เรื่ อ งราวดั ง กล า วเป น เหตุ ก ารณ ที่ เ กิ ด ขึ้ น จริ ง ที่ ห อ งอุ บั ติ เ หตุ - ฉุ ก เฉิ น คณะแพทยศาสตร โ รงพยาบาลรามาธิ บ ดี ขอขอบคุ ณ พญ.สมจิ น ตนา เอี่ยมสรรพางค พี่ Resident ที่ไดกลาวถึงในเรื่องราวดังกลาวดวย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
94
¹ÒÂá¾·Â ÅÐàÍÕ´ ¹Ò¤ãËÁ‹ âç¾ÂÒºÒÅ´‹Ò¹ªŒÒ§ ¨Ñ§ËÇÑ´ÊØ¾ÃóºØÃÕ
ªÑ¹ÊÙμä׹¹Ñé¹ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 95
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กรณี “โจ ด า นช า ง กั บ พวกรวม 6 คน” ได ถู ก วิ ส ามั ญ ฆาตกรรม เมื่อปลายเดือน พฤศจิกายน 2539 นั้น แพทยหลายๆ ทานคงพอจำกันได ซึ่ ง เหตุ ก ารณ ณ วั น นั้ น มี ผ ลทำให ก ารชั น สู ต รพลิ ก ศพถู ก แก ไขปรั บ ปรุ ง โดยเฉพาะประเด็นการวิสามัญฆาตกรรมและการตายที่เกิดขึ้นระหวางอยูใน การควบคุมของเจาพนักงานจะตองใชเจาหนาที่จาก 4 หนวยงานรวมกัน ไดแก พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ พนักงานฝายปกครองและแพทยนิติเวช วิทยา ซึ่งกรณีเราเปนแพทยในโรงพยาบาลของรัฐ ตองมีหนาที่ชันสูตรพลิกศพ แนนอน แพทย ทุ ก ท า นก็ ค งจะได ผ า นการชั น สู ต รศพมาทุ ก คน อาจจะเป น ใน โรงพยาบาลหรื อ นอกโรงพยาบาล หากเป น ประเด็ น แรกคงจะไม เ ดื อ ดร อ น เทาไหร มีทั้งทีมงานที่ครบถวน ที่ปรึกษา หรือหากตองการชันสูตรเพิ่มเติม ก็คงทำไดงาย แตถาเปนประเด็นหลังตองออกมาชันสูตรนอกโรงพยาบาลคงเปน เรื่ อ งหนั ก หนาพอสมควรสำหรั บ แพทย ทุ ก ท า น โดยเฉพาะน อ งๆ จบใหม สถานที่ตองเดินทางไกลหลายๆ ทาน รถยนตก็ยังพาไปไมถึงตองอาศัยเดินเทา ตออีกก็มี ซึ่งก็ตองรวมถึงความปลอดภัยดวย ยิ่งเรื่องเวลาที่เราเลี่ยงไมไดถา จำเปนตองออก หลายๆ โรงพยาบาลคงใหเฉพาะผูชายออกชวงเวลากลางคืน หรือตองเดินทางไกล นอกจากนั้นโรงพยาบาลที่ตองออกชันสูตรแลว ผลพวงที่
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
96
ตองทำตอจากนั้น เชน การเปนพยานศาลก็คงไมสนุกเทาไร เฉพาะโรงพยาบาล ชุมชน นอกจากภาระที่กลาวมาและโรงพยาบาลก็ตองกำหนดวาใครจะเปน ผูออกชันสูตรก็คือแพทยเวรนั้นเอง ซึ่งก็ขึ้นกับจำนวนแพทยที่มี ผูชายกี่คน การกำหนดก็แตกตางกันไปตามปจจัยที่มีอยู หรือบางทานก็ใหนำศพมาตรวจ ที่โรงพยาบาลเลย ซึ่งก็อาจเปนไปไดในบางกรณี ตามที่กลาวมาก็อาจทำใหแพทยบางทานรูสึกไมสะดวกที่จะตองออก ตรวจชันสูตรศพนอกโรงพยาบาล แตก็ตองทำเพราะเปนหนาที่ (ปจจุบันนี้ดีขึ้นมี คาตอบแทนใหดวย) ซึ่งเดิมหลายโรงพยาบาลใชแพทยที่อยูเวรที่หองฉุกเฉิน บางโรงพยาบาลก็ คื อ แพทย ที่ อ ยู เ วรรั บ ผิ ด ชอบทั้ ง โรงพยาบาล สำหรั บ ที่ โรงพยาบาล ได จั ด แยกเป น ตารางเวรแพทย เ พื่ อ ชั น สู ต รพลิ ก ศพโดยเฉพาะ โดยเรียงลำดับไวโดยไมจำเปนตองอยูเฝาโรงพยาบาลก็ได คือถาเบอรหนึ่งไมอยู ก็ใหตามเบอรถัดไปเรื่อยๆ และถาเปนกลางคืนหรือไกลใหขามผูหญิงไป ครั้งหนึ่งผมถูกตามเพื่อไปชันสูตรศพเวลาประมาณ 02.00 น. ทั้งๆ ที่ ตามตารางเวรแล ว ไม น า จะถู ก ปลุ ก เพราะอยู ค นที่ 5 ซึ่ ง ท า ยสุ ด ก็ เ ลยรู สึ ก หงุดหงิดพอสมควร แตก็ตองไป ระหวางนั่งรถไปก็ยังรูสึกเชนนั้นเกือบตลอดทาง แตเมื่อถึงสถานที่ตองชันสูตรศพก็ตองเปลี่ยนความคิดและหายจากความรูสึกนั้น ทันที เพราะศพที่ไปชันสูตรนั้นเปนชายอายุประมาณ 40 ป จมน้ำเสียชีวิต ตั้งแตเชาและเพิ่งจะพบศพ ชายผูนั้นเปนหัวหนาครอบครัวทิ้งภรรยาและบุตร ธิดาอีก 2 คนไว ภาพที่เห็นคือภรรยารองไหคร่ำครวญดวยความเสียใจ ความรูสึกที่ตอง ถูกปลุกกลางดึกของผมเมื่อเทียบกับ...ความสูญเสียอยางกะทันหันของ ครอบครัวนั้นเทียบกันไมไดเลย นี่เปนอุทาหรณใหเราเห็นไดวาตัวเรามัก คิดถึงแตตัวเรากอน คิดวาเรื่องของเราเปนเรื่องใหญ ทั้งที่ความเปนจริง ไมใชเสมอไป ไดสิ่งที่ถูกใจก็จะดีใจ พอใจ ไมไดก็จะโมโหฉุนเฉียวได ยิ่งพวกเรา ที่เปนแพทยที่มีอัตตาสูง โดยเฉพาะเมื่อจบใหมๆ จะมีความรูสึกอยากใหผูปวย ในความดูแลปฏิบัติตามที่เราแนะนำ และจะถูกตอวาหรือดุเมื่อไมปฏิบัติตาม แพทยที่เกษียณแลวทานหนึ่งซึ่งทานทำงานในชนบทเปนเวลานาน คือ อาจารย นายแพทยวิชัย โชควิวัฒน ไดเคยเขียนหนังสือแนะนำนองๆ วา อยาคิดวาเวลา
5-10 นาที ที่ผูปวยคุยกับเราจะเปลี่ยนความเชื่อที่มีมาแตชั่วลูกชั่วหลานได ฉะนั้นการทำงานในโรงพยาบาลชุมชน ตองใชศิลปะหลายอยาง ซึ่งก็ตองใชเวลา ประสบการณ การแลกเปลี่ยนความรูความคิดกับแพทยรุนพี่ หรือเพื่อนรวมงาน และการชันสูตรศพในคืนนั้น ชวยใหผมเขาใจตัวเองและความเปนจริงของชีวิต มากขึ้น การเรียนรูไมมีวันจบสิ้นจริงๆ (Routine to learning)
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 97
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ªà¹É® ÈÃÕÊØâ¢
à¡Ô´á싨Á
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
98
เหตุการณที่จะบอกเลานี้ เปนตัวอยางกรณีผูปวยที่นาสะเทือนใจ ผมเปนคนที่เวลาอยูเวรแลวชอบมีงานเขา... กลาวคือผูปวยมากันจำนวน มากครับ เมื่อเทียบกับเวรเพื่อนคนอื่นๆ สมัยเรียนแพทยปสุดทาย ครั้งหนึ่ง ไดมีโอกาสอยูเวรนรีเวชประจำหอง ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมงนั้น เรียกวาทำงานไมหยุดและรับผูปวยนรีเวชไป 9 ราย ความหลากหลาย มี ตั้ ง แต ท อ งนอกมดลู ก บริ เวณแถวป ก มดลู ก แตก เลือดออกในทอง ผูปวยช็อก ชีพจรเบา ความดันโลหิตตกต่ำ สงตัวมาผาตัดดวน ขอเขาไปชวยผาตัดมือสี่ เปดทองเขาไปเลือดทวม 3 ลิตร พี่แพทยประจำบาน คนผาตัดฝมือเยี่ยมชวยชีวิตผูปวยสำเร็จ... ไดชวยพี่ขูดมดลูกฉุกเฉินผูปวยอีกรายที่มาดวยเรื่องเด็กเสียชีวิตในครรภ และแทงไมสมบูรณ (หลุดออกมาไมครบ) และที่เหลือสวนใหญเกี่ยวกับเรื่องแทง ทั้งสิ้น ความตกใจเกิดขึ้นเมื่อ เชาวันนั้น กอนจะลงเวร (7.30 น.) ซึ่งปกติเปน เวลาที่ไมนาจะมีผูปวย หรือพยาบาลมักไมตาม พี่พยาบาลหองฉุกเฉินไดโทร ตามตัวผมขณะราวนคนไขบนวอรดอยู ในฐานะนักศึกษาแพทยป 6 ซึ่งเปน ผูนอยสุดก็ตองมาดูผูปวยกอนใครเพื่อน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 99
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
พบผู ป ว ยหญิ ง ไทย อายุ 26 ป อาชี พ ขายของ สามี อายุ 33 ป จดทะเบียนสมรส ขายของดวยกัน ผูปวยรูปรางผอม หนาตานิ่งๆ มีลูกแลว สองคน คนเล็ก 4 ขวบ เคยแทงหนึ่งครั้ง ครั้งนี้มาดวยอาการปวดทอง เลือด ออกทางชองคลอด ใหประวัติประจำเดือนขาดไปเปนป ตรวจปสสาวะพบวา ตั้งครรภ ถามวาเคยตรวจเองกอนหนานี้หรือไม ผูปวยบอกไมเคย ถามวาลูกดิ้น หรื อ เปล า บอกว า ดิ้ น มาได เ ดื อ นสองเดื อ นแล ว (แสดงว า เด็ ก น า จะโตแล ว เหมือนกัน 5-6 เดือน) อยากไดลูกไหม บอกวาอยากไดลูก แตไมมีประวัติ ฝากครรภ (ฝากครรภ คือเมื่อตั้งครรภ สตรีมีครรภไปพบแพทย เพื่อการติดตาม ทั้งแมและเด็กดูแลใหการตั้งครรภเปนไปอยางราบรื่น ตลอดจนถึงการคลอด) ซึ่งนาแปลกใจ สมัยตั้งครรภลูกสองคนกอนก็เขาฝากครรภ ตอนนั้นผมยังไมได คลำทอง แตดูไปแลวหนาทองไมใหญนัก ผมซักประวัติผูปวยไดสักพัก เห็นผูปวยปวดทองมากเลยพาไปหองตรวจ ภายใน และโทรตามพี่แพทยประจำบาน ระหวางกำลังจะใหเธอขึ้นเตียงตรวจ นั้น เธอบอกเธอปวดปสสาวะมากขอไปเขาหองน้ำ ผมแนะนำวาอยาเพิ่งไปไหน ถาจะมีอะไรออกมาก็ใหออกบนเตียงตรวจก็ได เธอไมยอม เธอบนเซาซี้สี่หา ครั้ง รั้งไมไหวจึงปลอยใหเธอไปหองน้ำ ในใจผมก็กลัวเชนกัน เลยบอกผูปวยวา หากมีอะไรหลุดออกมาอยาเพิ่งกดลงชักโครก รอหมอไปดูกอน ยืนรอหนา หองน้ำ ไดยินเสียงชักโครก เลยตะโกนถามวามีอะไรออกมาแลวอยาเพิ่งกด ผูปวยก็เงียบไป... เผอิญพี่แพทยประจำบานมาพอดี เลยเดินไปรายงานประวัติคราวๆ บอกวาผูปวยไปเขาหองน้ำ แตกลัวแทงในหองน้ำ เลยพากันกับพี่แพทยประจำ บานไปยืนรอหนาหองน้ำ ตะโกนบอก พูดคุยกับผูปวย เธอเงียบ ไมตอบ ผมเริ่ม คุยกับพี่แพทยประจำบานวาคนไขเดี๋ยวนี้ไมคอยเชื่อหมอ เวลามีอะไรหลุดชอบ กดชักโครกทิ้ง ทั้งที่เอามาจะเปนประโยชนตอการวินิจฉัยไดมากกวา สั ก พั ก เหตุ ก ารณ ไ ม ค าดฝ น ก็ ม าถึ ง เสี ย งชั ก โครกตู ม ตู ม โคร ก โครก อยูหลายครั้ง พรอมน้ำราดชักโครกตลอดเวลา จนน้ำไหลตามพื้น ออกมานอกหองน้ำพรอมเลือดสีแดงนองพื้น ผมแปลกใจ ตะโกนหามกัน ใหญพรอมเคาะประตู
และแลว... เธอก็ออกมา เลือดเปอนเต็มผาถุงขาวๆ เลือดออกจากชอง คลอดไมหยุด ดวยความเนียน เธอบอกวามีอะไรหลุดออกมาไมรู ผมและพี่แพทยประจำบานเดินเขาไปใหหองน้ำ สิ่งที่เห็นซึ่งไมเคยคิด กอนวาจะไดเห็น คือเด็กนอยตัวเปนๆ หัวทิ่มกนโผล พรอมรกครบ ทุกอยาง จมน้ำอยู ที่ตกใจมากเพราะไมคิดวาเด็กนอยจะตัวใหญแลว พวกเรารีบเอาเด็ก ขึ้นมา แมทำเปนไมรูเรื่อง บอกแรกนึกวาเปนอุจจาระ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 100
เธอผูเปนแม ยังถามวา “ลูกหนูเปนอยางไรบาง” เด็กเกิดใหมหนัก 1,500 กรัม พรอมรกครบ นอนเขียวทั้งตัว ไมหายใจ หั ว ใจไม เ ต น มี ก ล า มเนื้ อ กระตุ ก บ า งนานๆ ครั้ ง เป น ภาพน า เวทนายิ่ ง นั ก ประเมินอายุครรภ 7-8 เดือนไดแลว ถาไมเพราะถูกกดน้ำ ก็คงยังสามารถชวย ชีวิตได ในกรณีเด็ก 7-8 เดือน เชนนี้ ไมเรียกแทงละครับ เรียกลูกตาย พี่วินิจฉัย Neonatal death แพทยไมสามารถชวยเหลือชีวิตไดทัน สาเหตุการตาย จมน้ำเวลาประมาณ 5 นาที... ผูปวยยังรองขอไมใหบอกสามี... คิดในแงดี จะเปนไปไดไหมวาลูกออกจากชองคลอดแลวแมไมรู เขาใจวา เปนอุจจาระ เผลอกดน้ำจนเมื่อกดไมลงแลวจึงใหหมอเขาไปดู? เปนไปไดไหมวาจริงๆแลวแมตองการบุตรตามที่อาง ไมไดไปเหนี่ยวนำ หรือไปทำแทงใดใดมากอน เปนไปไดไหมวาแมสภาพจิตใจไมปกติ เลยกอการเชนนี้ ผมคงไดแตนั่งครุนคิดอยูในใจ ไมคิดเลยผูปวย-คุณแมจะทำไดลง... โดยปกติ เมื่อเกิดเหตุการณกระทบกระเทือนจิตใจ คนเรามักปฏิเสธ ความจริงกอน (Denial) บางทีอาจโยนความผิดใหสิ่งรอบกาย Extrojection [เคยเขียนแลวเรื่อง Grief reaction www.demo-crazy.com ฉบับพิเศษ(12)] คนเจ็ บ ป ว ยอาจโทษเวรกรรม คนประสบอุ บั ติ เ หตุ มั ก โทษคู ก รณี นักฟุตบอลแพโทษกรรมการ โทษผูเลนดวยกัน แตสำหรับผม คงตองยอนมองความผิดตนเองในครั้งนี้ ทบทวนวา ผมไมควรปลอยเธอไปหองน้ำเลยครับ...
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1011
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
มุมมองทางสาธารณสุข ป ก อ น เราคงได ยิ น ข า วคราวเกี่ ย วกั บ เรื่ อ งการทำแท ง และศพทารก จำนวนมากมายหลายพันชีวิต... เรื่องนี้ไดสะทอนความจริงของสังคมไทย เมืองแหงพุทธในอีกแงมุมหนึ่ง ความจริงที่วา สังคมไทยเรามีการตั้งครรภไมพึงประสงคอยูมาก และสวนหนึ่งหา ทางออกโดยการตัดสินใจทำแทง(มากจนนาตกใจ)...? หรือเปลา มองผิ ว เผิ น ผู ใ หญ ห ลายคนจะโทษวั ย รุ น ใจแตก แต จ ริ ง ๆ แล ว วั ย รุ น ใจแตกที่ไมทองกอนเพราะคุมกำเนิดดีก็มีอีกมาก และหลายคนแมจะใจแตก อยางไรก็ไมมีความจำเปนตองไปทำแทง ทองจนคลอดกอนเสร็จ กลับไปเรียน หนังสือตอก็มี บางคลอดแลวเอาลูกไปทิ้ง บางคลอดแลวบีบคอลูก ก็มีขาว ประปราย ขอเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องการทำแทงคือ การตั้งครรภโดยไมพึงประสงค เกิดในวัยกลางคน และวัยรุน พอๆกัน (จากผลการสำรวจและวิจัยหลายสำนัก) ครับ แปลวา ไมไดมีเฉพาะวัยรุนที่ตั้งครรภไมพึงประสงค และในประเทศไทย ยังมีคลินิกทำแทงหลายที่ ที่ไดรับการยกเวนไวเปนที่ รูกันในวงการ สำหรับเปนทางเลือก... ดั ง นั้ น ศพที่ เราเห็ น ล ว นแต เ ป น บุ ต รผู ที่ มี ศั ก ยภาพ มี เ งิ น หรื อ มี ก าร ตั ด สิ น ใจแล ว ว า จะเอาเด็ ก ออก โดยคำนึ ง หรื อ ไตร ต รองซ้ ำ แล ว ซ้ ำ อี ก ถึ ง ประโยชนของการทำแทงนั้น วานาจะดีกวาอุมลูกจนคลอด บางคนเปนกรณี ผิดพลาดจากการคุมกำเนิดก็มีแตไมสามารถทำแทงอยางถูกกฎหมายได ทารกสองพันศพ หาใชปญหาที่เกิดขึ้นใหม! ลองคิดใหดี ทารกสองพัน ศพ เปน “ทางออก” ของปญหาใหบุคคลบางกลุมไปเรียบรอยแลวมิใชหรือ? สิ่ ง ที่ สั ง คมพยายามสร า งป ญ หาขึ้ น มาใหม คื อ การบอกว า สั ง คมเองไร ร ะบบ ตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม เปนผลดีครับไดเตือนใจและเปนโอกาส ใหผูคนมารวมกันใหความรูประชาชน แตระยะยาวควรมีมาตรการหรือนโยบาย ขับเคลื่อนที่เปนไปไดจริงระดับชาตินะครับ สิ่งที่ผมอยากจะบอกกลาวคือ... การทำแทงเปนปญหาปลายเหตุ คนมั ก ถามหมอ ว า หมอจะทำอะไร อย า งแรงก็ คื อ สนั บ สนุ น และ สอนกั น เองให เวลาทำแท ง ทำอย า งถู ก วิ ธี ไม เ ป น อั น ตรายต อ ตั ว แม อย า ง
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 102
อนุรักษนิยมก็คือเลิกสอนวิธีการทำแทง หามแพทยทุกคนทำแทง ปญหาตามมา ก็คือ คนที่อยากทำแทงก็ไปทำแทงเถื่อนใหอันตรายถึงแกชีวิตอยูดี ทางแกปญหาการทำแทง คงตองใชหลักกฎหมายและผูปฏิบัติที่ เครงครัด วาจะหามหรือจะอนุญาต ก็ควรใหเปนไปตามเกณฑที่กำหนดไว คำนึงถึงความปลอดภัยของผูตั้งครรภครับ (สวนประเด็นทารกในครรภนั้นคงพูด กันยาวจนไมไดขอสรุป) อยากจะพูดถึงปญหาจริงๆ ของสังคมไทย คือ การทองจนคลอดโดย ไมมีศักยภาพพอในการเลี้ยงดูลูกตนเอง ปญหาประชากรที่เพิ่มจำนวนอยางรวดเร็ว ทุก 15-20 ป เมื่อแมของ ลูกอายุนอย รางกายไมพรอม วัยวุฒิ คุณวุฒิ ไมพรอม การไมไดเตรียมตัวเปน พ อ คนแม ค น การไม ส ามารถสร า งครอบครั ว ที่ อ บอุ น ไม มี ท รั พ ยากรที่ จ ะ สนับสนุนใหลูกของตนเติบโตในสังคม เรียนรูในสังคม หรือสอนใหพึ่งตนเองได (อาจมีสวนนอยที่เปนขอยกเวน) ตางหากครับที่เปนปญหา ประชากรที่เกิดมาจากกลุมผูปกครองนี้สวนใหญ จะสรางภาระปญหาให กับประเทศชาติอีกมากครับ และเปนวัฏจักรที่ไมจบสิ้น... ประเทศไทยเราเป ด เสรี ก ารมี ลู ก ครั บ แต ก ลั บ ไม มี ว าระแห ง ชาติ ใ น การพัฒนาคุณภาพประชากร ทางออกของประเทศไทยตอนนี้ ในระดับนโยบาย หากตองการควบคุม คุณภาพประชากรใหดีขึ้น ตองออกนโยบายการควบคุมประชากร เชน ใหแตละ บานมีลูกได 1 คน คือการควบคุมจำนวน คนไทยก็จะไมพอใจอยูดีหาวารัฐบาล เผด็จการไมรกั เด็ก ดังนั้นก็คงหานักปฏิรูปหรือนักการเมืองที่กลาทำ ไดยาก ส ว นการควบคุ ม คุ ณ ภาพหรื อ ปฏิ รู ป ระบบราชการกลายให เ ป น รัฐสวัสดิการที่มั่นคงกอน ตลอดจนมีการคัดเลือกและสงเสริมกลุมประชากร รุนใหมผูมีความสามารถพิเศษ มีศักยภาพ ในดานตางๆ ตามถนัด ในสวนหลังที่พูดถึงนี้ มีหนวยงานหลายสวน ทั้งรัฐบาล มหาชน เอกชน จิตอาสา ฯลฯ ทำอยูมาก และหวังวาในอีกสิบปยี่สิบปถัดไป คุณภาพประชากร ไทยสวนหนึ่งจะดีขึ้น และมาชวยกันพัฒนาประเทศชาติและชนรุนถัดไปครับ
¹È¾.ÈÈÔÇÔÁÅ äÇ·ÂÇ§È Ê¡ØÅ ¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒá¾·Â »‚ 5 ÃÒÁÒ¸Ôº´Õ
ã¹ËŒÍ§¡ÃШ¡
หลายเดือนแลวที่เด็กหญิงอายุหกขวบคนหนึ่ง ไดติดเชื้อวัณโรคอยาง รุนแรงจนตองตัดปอดไปหนึ่งสวน และถูกคุกคามซ้ำดวยเชื้อ Acinetobactor baummanii เธอจึงตองอยูแตในหองกรุกระจกรอบดาน พรอมดวยมาตรการ เขมงวดกันไมใหเชื้อแพรกระจาย หลายเดือนเชนกันที่เครื่องวัดคาออกซิเจนไมเคยหยุดรอง เนื่องจาก ปอดที่เหลือสวนดีเพียงหนึ่งในสี่ไมสามารถเติมออกซิเจนในเลือดไดถึง 90% เลยสักครั้ง
1033
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จะเริ่มเรื่องเลานี้อยางไรดี? นี่อาจเปนเรื่องของเด็กผูหญิงคนหนึ่ง กับนักศึกษาแพทยอีกคนหนึ่ง หรืออาจเปนเรื่องของเด็กปวยคนหนึ่ง กับรองเทาหนึ่งคู หรื อ เป น เรื่ อ งของชี วิ ต คนสองคนที่ โ คจรมาเจอกั น เพื่ อ สั ม ผั ส กั บ ปาฏิหาริย ไมมีใครรูหรอก เพราะเรื่องราวชางมากมายเสียเกินกวาจะถายทอดเปน ตัวอักษรไดหมด แตเรื่องทั้งหมด ก็โลดแลนอยูภายในหองกระจกนี้
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
(อางอิงจากเหตุการณจริง)
ขางนอกหอง นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 4 กลุมใหมเพิ่งมาถึง กระดาษแผน เล็กๆ พับครึ่งหลายแผนถูกเลือกไปทีละใบจนหมด นักศึกษาแพทยหญิงคนหนึ่ง คลี่สลากในมือออกดู
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 104
เตียง 20 ดวงตาภายใตกรอบแวนเหลียวมองไปรอบๆ หอผูปวยนี้เปนหอผูปวย เด็กติดเชื้อ แตละเตียงจึงถูกกั้นแยกเปนหองๆ ดวยกระจกใสที่ปดรอบดาน ชีวิตเล็กๆ ตางพากันดิ้นรนอยูในนั้น หองหมายเลข 20 คือหองที่อยูติดกับโตะทำงานนักศึกษาแพทยพอดี พอมองผานกระจกเขาไปก็เห็นรางผอมบางนั่งบนเตียงสูง ปลายผมสั้นไมเปน ทรงลอมกรอบใบหนาเล็กที่ถูกครอบมิดดวยหนากากของเครื่อง BI-PAP เธอนั่ง อยางออนแรง ตัวงอมาขางหนาเล็กนอย มือทั้งตกลงบนหัวเขา เล็บทั้งสิบโคง ปุม และเปนสีเขียวคล้ำ ประตูคอยๆ แงมออก แลวใบหนาภายใตแวนหนาก็ปรากฏขึ้น เด็กหญิง มองกลับมา จองผูมาเยือนอยูไมกี่วินาทีก็เบือนหนาไป ราวกับวาเคยชินกับ สถานการณเชนนี้เสียแลว นักศึกษาแพทยเจาของไขพยายามแนะนำตัว และซักถามขอมูลตางๆ ด ว ยท า ที เ ป น มิ ต รที่ สุ ด ที่ เ คยเป น ตั้ ง แต เ กิ ด มา ทั้ ง ชวนพู ด คุ ย ชวนเล น ตุ ก ตา ชื่นชมขาวของนารักที่กองอยูปลายเตียง แตก็ไดรับเพียงความเงียบ สุดทาย...เจาของใบหนากลมใตแวนตาก็ ยกธงขาว รีบวางหูฟงเพื่อฟงเสียงปอดไปตามหนาที่ในการเขียนบันทึกอาการ ของผูปวย พอเผ น พรวดออกมาจากห อ งนั้ น นั ก ศึ ก ษาแพทย รุ น พี่ ก็ แ อบย อ งมา กระซิบถาม “เปนไงมั่ง เขาคุยกับนองบางรึเปลา” เธอจึงไดรูวา เด็กหญิงเตียง 20 นั้นไมเคยเอยปากพูดหรือตอบคำถาม กับแพทยและนักศึกษาแพทยคนใดเลยตั้งแตเริ่มการรักษามา
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1055
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ขณะนั่ ง ล อ มวงกั น ที่ โ ต ะ ทำงานในตอนเย็ น สายตาของเธอก็ เ หลื อ บ เขาไปในหองกระจก สบเขาพอดีกับสายตาของคนในนั้น ตาคูนั้น...ชางดู...เหงาจับใจ เด็กคนนี้อยูแตในหองปดนั่นมานานแคไหนแลวนะ กี่เดือนแลวที่เธอได เพียงมองผูคนเดินผานไปมา วุนวายกับธุระของตนเอง ไมไดไปโรงเรียน ไมมี เพื่อนเลน เพื่อนคุย เหมือนกับปลาที่อยูในตู แถมยังปวย เหนื่อยงายอีก คงไมแปลกเลยที่เธอจะไมอยากพูดกับใคร แต ไ ม จ ริ ง หรอก...ลึ ก ๆ แล ว ก็ ค งอยากให มี ใ ครมาคุ ย ด ว ยแน ๆ นักศึกษาแพทยแอบคิดอะไรบางอยางในใจ วันรุงขึ้น แผนการที่เพิ่งเริ่มก็ลมเหลวไมเปนทา เมื่อนักศึกษาแพทย คนเดิมกลับมาพรอมลูกโปงไสไกสีสดใสที่เด็กทั่วโลกตองหลงใหล เอามาเปา ดัดเปนรูปรางตางๆ จนกองพูนเตียง แตก็ไดคำตอบเพียงสารพัดเสียงผิดปกติที่ รวมกันอยูในปอดของเด็กนอยเทานั้น กอนจะเผนออกจากหองอยางรวดเร็ว หลายวันผานพนไป ปากเล็กๆ ยังคงปดสนิท ปลอยใหเด็กป 4 วนไป เวียนมาเขาออกหองแยกอยางเหนื่อยลา และรูสึกวาศักดิ์ศรีนักศึกษาแพทย กำลังยับเยินอยางไรชอบกล ในที่สุด วันหนึ่ง คนในชุดกาวนก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอสูดหายใจเขา เต็มที่ กอนรองเพลงเสียงสูงปรี๊ด แถมยังเตนทาทางประหลาดๆ อยางไมอาย สายตาคนนอกหองกระจก อันนี้นักศึกษาแพทยตั้งใจไวแลววาตลกมาก คัดสรร มาแลวโดยเฉพาะ เดี๋ยวตองยิ้มออกมาสักหนอยละนา... แตเด็กหญิงกลับมองเหลียวไปรอบๆ อยางตระหนกเหมือนจะดูวามี สายตาใครจับจองอยูบาง กอนหันกลับมาที่คนที่กำลังเตนแรงเตนกา “หยุด...” เสียงแหบกองออกมาจากภายใตเครื่อง BI-PAP และเปนคำพูดแรกจาก เด็ ก คนนั้ น ที่ นั ก ศึ ก ษาแพทย ไ ด ยิ น แม จ ะไม ไ ด เ ป น เสี ย งหั ว เราะอย า งที่ ค าด แตโชคดีเหลือเกินวาหลังจากนั้น เสียงหัวเราะ พูดคุย เยาแหย และโวยวายก็เริ่ม ดังขึ้นในหองหมายเลข 20
เคยมีคนบอกวาเด็กคนนี้ไมอยากพูดเพราะติดเครื่อง BI-PAP ตอนนี้ ขอเถียงไดขาดใจเลย ครั้งหนึ่ง นักศึกษาแพทยก็ถามขึ้นวา “ตอนนี้อยากไดอะไรมากที่สุด” เสียงพราในลำคอตอบกลับคอนขางเร็ว “หนูอยากไดรองเทา” ...รองเทาแบบของเด็กๆ ใสนะคะ... เทาเล็กๆ แทบจะไมมีเนื้อคูนั้นวางอยูบนเตียงสูงมีราวเหล็กกั้น หลาย เดือนมาแลวที่มันไมเคยแตะลงมาบนพื้น และหลายๆ คนคาดวามันจะไมมี โอกาสไดสัมผัสกับพื้นดินอีกเลย ............................................
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 106
ชวงบายวันหนึ่ง ญาติของเด็กหญิงมาเยี่ยมกันมากเปนพิเศษ พอดีกับที่ อาจารยอาวุโสทานหนึ่งก็มาตรวจ สานุศิษยจำนวนมหาศาลตามกันเขามาจน หองกระจกเต็มแทบยืนหลังชนกัน เหลาญาติจึงทยอยกันหลีกทางให นักศึกษา แพทยสวนใหญก็ถอยออกไปนอกหองเชนกัน เหลือไวแตเจาของไขใหอยูฟงดวย อาจารยตรวจรางกายเด็กหญิงอยางละเอียด กอนคลองหูฟงกลับเขาไป ที่คอ เดินกลับออกมาจากหอง เปดดูผลตางๆ ในคอมพิวเตอร และอานผล ตางๆ ในแฟมคนไข แลวหันมาบอกบางอยางกับลูกศิษยทั้งหมดที่ใจจดจอฟง อยู... หลังตะวันลับขอบฟาไปแลว นักศึกษาแพทยเจาของไขก็ไดกลับเขาไปใน ห อ งแยกอี ก ครั้ ง หลั ง ราวด เ สร็ จ สิ่ ง แรกที่ พ บคื อ ใบหน า ที่ แจ ม ประกายของ เด็กหญิง ซึ่งเอยอยางดีใจวา “พี่คะ คุณปาซื้อรองเทาใหหนูแลว ไวใสวันกลับบาน” รองเทาคูเล็กแบบที่เด็กๆ ใส ทำจากพลาสติกสีชมพูสด...เธอเก็บ มันไวบนชั้นบนสุดในตูเหล็กที่หัวเตียง “ดีใจดวย” คนชุดขาวเอยปากไปเชนนั้น แตคำถามก็ยังกัดกินหัวใจ
............................................
1077
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เพียงสัปดาหถัดมา เด็กหญิงก็อาการทรุดหนักลงอยางที่คาดการณกันไว เธอหายใจลำบากขึ้น สีหนาทุกขทรมาน อาเจียนตลอดเวลาจนรับประทาน อาหารและน้ำไมได เมื่อคืนทีมแพทยลงความเห็นวา คงอยูไดอีกไมเกิน 48 ชั่วโมงนี้ ชวงเวลาที่วิกฤตที่สุด แตรอบเตียงของเธอดูโหรงเหรง เงียบเหงาเหมือน อยูในดินแดนที่ไมมีแสงตะวัน มีเพียงนักศึกษาแพทยเจาของไขที่ยืนมองอยู เงียบๆ และกุมมือผอมเหมือนกิ่งไมนั้นไว รางเล็กบนเตียงสั่นและน้ำตาไหล พราก เสียงหายใจครืดคราดดังผสานกับเสียงรองของเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ซึ่งคาตกลงเรื่อยๆ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
จะมีวันนั้นไหม? สิ่งที่อาจารยอาวุโสบอกกองอยูในหัว... ปอดของเด็กหญิงถูกทำลายจนเกือบหมด และยังเปนพังผืดยึดจน ขยายไมได ณ เวลานี้ปอดสวนที่เลี้ยงทั้งชีวิตของเด็กหญิงมีขนาดเพียง 15% ของปกติ หมดยา...หมดหนทางที่จะรักษาตอแลว ในไมชา กลามเนื้อชวย หายใจของเด็กหญิงก็จะหมดแรงและหยุดทำงาน... จากคำวิ นิ จ ฉั ย นั้ น ทำให ที ม แพทย ตั ด สิ น ใจคุ ย เรื่ อ งพยากรณ โรคกั บ มารดาและยายของผูปวยในอีกสองสามวันถัดมา ณ หองใหคำปรึกษา ใบหนา ของคุณแมเผือดสีลงทุกขณะ ขอบตาแดงก่ำ สวนคุณยายใชฝามือปดหนา สะอื้น แววตาของนายแพทยอาวุโสยังคงสงบนิ่งยามเลื่อนกระดาษแผนหนึ่งมาให คำปลอบโยนไหลผ า นไปเหมื อ นสายน้ ำ โอบกอดร า งของคนทั้ ง สอง แนบแนนแตไมใหความอบอุน สุดทายปากกาในมือก็ถูกลากลายเสนลงไป ทันทีที่สุดหางของลายเซนต คนเปนแมก็ปลอยโฮออกมาอีกครั้ง เพราะจะไมมีการยื้อชีวิตลูกสาวของเธออีกตอไป
ผูที่อายุมากกวามองไปที่เครื่อง แลวไดแตหนักอึ้งในอก หมดหวัง... หมดแรง...หมดกำลังใจ โลกนี้ชางโหดรายจริงนะ แตทันใดนั้น คนที่กำลังอาการทรุดหนัก ก็เอยถามขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึก อะไรขึ้นได เสียงนั้นแผวเบาและแหบแหง “รองเทา...ยังอยูมั้ย?” นั ก ศึ ก ษาแพทย รี บ ตรงไปที่ ตู เ ก็ บ ของตรงหั ว เตี ย ง แล ว หยิ บ รองเท า พลาสติกสีชมพูสวยออกมา เดินกลับเอามาใหรางผอมบางที่นอนอยูบนเตียง ซึ่งเพียงแตะมันเบาๆ แลวพยักหนา “เก็บเขาที่เดิมใหหนอย เก็บดีๆ” แววตาของเด็ ก น อ ยนิ่ ง สงบกว า ทุ ก ครั้ ง แววตานั้ น บอกว า เธอไม ไ ด ตองการสวมมัน แตมันคือสัญลักษณแสดงพลังใจของเธอ เธอจะใสรองเทาคูนี้กลับบาน เพราะฉะนั้นเธอจะตองไดกลับบาน! ............................................
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 108
เด็กหญิงไมไดจากไปใน 48 ชั่วโมงนั้น และแมจะทรงๆ ทรุดๆ อยู หลายวัน แตการฟนตัวก็มาถึงอยางชาๆ และในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่นักศึกษาแพทยคนเดิมมาหาในตอนเย็น ก็พบ วารางผอมบางกำลังนั่งบนเตียงแลวหันมายิ้มให ขนมปงไสกรอกในมือและ กระพุงแกมกลมปองเปนเครื่องยืนยันวา “ชีวิต” ไดกลับมาหาเด็กนอยแลว จากนั้นเธอก็กินไดมากขึ้น อาการเหนื่อยดีขึ้น หายใจเบาลง ที่ ส ำคั ญ คื อ เธอพู ด คุ ย กั บ ทุ ก คนอย า งมี ค วามสุ ข และมี เ สี ย งหั ว เราะ แมวาเครื่องวัดออกซิเจนจะยังสงเสียงไมเลิกก็ตาม ตอนนี้รองเทาสีชมพูคูนั้นวางนิ่งอยูในตู แตวันพรุงนี้...เธอจะไดสวมมัน กลับบาน
หลายครั้งที่ไดยินคำวา “สุขภาวะทางจิตวิญญาณ” หลายคนบอกวา ตองหา “spiritual” ของคนไข แตนี่เปนครั้งแรกจริงๆ ที่นักศึกษาแพทยคนหนึ่งได ยืนอยูเบื้องหนาสิ่งที่เรียกวา “จิตวิญญาณ” และปาฏิหาริยที่มันสรางขึ้น ลมโบกผานแผวเบา นักศึกษาแพทยผูนั้นนั่งอยูหนาจอคอมพิวเตอร และพิมพขอความบรรทัดสุดทายลงไป ขอบคุ ณ เด็ ก หญิ ง ตั ว เล็ ก ๆ ในห อ งกระจก ที่ ท ำให ฉั น ยั ง เชื่ อ ว า โลกนี้ สวยงาม...
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1099
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¹È¾.ÍÀÔªÞÒ ÊØ¢»ÃÐàÊÃÔ° ¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒá¾·Â ÃÒÁÒ¸Ôº´Õ
¢Íâ·É¹ÐμͧÍÙ สาเหตุที่เราเขียนบทความนี้ขึ้นก็เพราะมีบางสิ่งบางอยางติดคางใจเราอยู มันคือสายตาของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเราไมสามารถสลัดสายตานั้นออกไป จากหัวสมองได
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 110
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อครึ่งปกอน ที่วอรดเด็กแหงหนึ่ง ในวอรดนี้จะซอย เปนหองเล็กๆ หลายหอง หองหนึ่งมีสองเตียง ครั้งนี้เราจะเลาถึงเรื่องของเด็กสองคน ที่อยูในหองเดียวกัน คนหนึ่งเปนผูปวยของเราเอง เปนเด็กอายุ 7 ขวบ ที่ซนเปนบา เจาหนูนี่เปนมะเร็งกระดูก และมี ชื่อเลนวา “ทานนายก” ท า นนายกเป น เด็ ก ออทิ ส ติ ก แบบที่ ฉ ลาดมาก แต ช อบเล น เอะอะ รองเพลง และเตนรำ หมุนแผนซีดีอยูคนเดียว ท า นนายกเคยสร า งวี ร กรรมเป ด คอนเสิ ร ต ที่ ห อ งพั ก ฟ น หลั ง ฉายแสง ทานนายกรองเพลงและเตนรำไปมาบนเตียง เอะอะจนพวกคุณตาคุณยายที่มาฉายแสงตื่นกันหมด ผูปวยอีกคนชื่อ “พี่อู” พี่อูอายุ 8 ขวบ เรียกพี่ก็เพราะอายุมากกวา ทานนายก พี่เลี้ยงและคุณแมของทานนายกเลยเรียกพี่อู
แรกสุด เราเขาใจวาพี่อูนิ่งๆ เพราะรำคาญทานนายกที่โวยวายตลอด เวลา แตความจริงดูเหมือนไมใชแบบนั้น เราสังเกตเห็นวา พี่อูรองไหเวลาอยูคนเดียวบอยๆ ............................................
มีเพียงความตายเทานั้น ที่เรียกหา...
พี่อูเปนเด็กที่ตระหนักไดถึงเรื่องที่นากลัวที่สุดนี้ พี่อูจึงรองไห... ............................................ พี่อูเปนมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบที่รักษาดวยยาเคมีบำบัดไมหาย ตอง ปลูกถายไขกระดูก พี่อูมีทางหาย...ถาพี่อู “รอไหว” พี่อูตัวเล็กๆ ผอมแหง ตอนเชาๆ จะนอนหมผามิดหัวเลย เพราะพี่อูไมมี ผม บนเตียงมีตุกตาหมีพหู อยูตัวหนึ่งไวนอนกอด
1111
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ขนาดแกหงำเหงือกอยางเราๆ ยังไมรูวาความตายเปนยังไง แลวเด็กๆ ละ ความตายคงเปนสิ่งลึกลับ นาหวาดผวา มันจะเหงา จะเปลาเปลี่ยวแคไหน?
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
โดยทั่วไป เด็กจะไมเขาใจวา “ความตาย” นั้นคืออะไร ดังนั้นเด็กปวยจึง อาจรองไหเพราะเจ็บหรือกลัวเจ็บ แตเด็กๆ ไมกลัวตาย นั่นเปนเรื่องดี เพราะฉับพลันที่คนเราเขาใจถึงความตาย และตระหนักถึง ความตายของตนที่ยางกรายเขาใกล เขาก็จะนึกขึ้นได วาอนาคตอันสดใส ที่คนอื่นทั้งโลกเขามีกันเปนเรื่อง ปกตินั้น เปนสิ่งที่ตนไมสามารถจะไดมาครอบครอง
ตลอด
ซึ่ ง ท า นนากยกดู เ หมื อ นจะอยากได ม าเป น ของตั ว เอง เห็ น แอบมอง
พอตื่นมา พี่อูก็จะลุกขึ้นนั่ง แลวเริ่มรองไห พอพี่ชายหรือคุณแมมาเยี่ยม ก็จะนอนหมผา หันหนาหนี แลวรองไห พอตกบาย พี่อูจะนั่งหันหนาไปทางทีวีบาง หันหนาไปทางประตูบาง สายตาเหมอลอย น้ำตาซึมอยูตลอด ตกดึ ก คนที่ บ า นมานอนเฝ า ไม ไ ด พี่ อู ต อ งนอนคนเดี ย ว แล ว ก็ น อน รองไหอยูอยางนั้น พี่อูรองไหตลอดเวลา ไมยอมพูดจา แลวตัวก็ผอมลงเรื่อยๆ แปะไว
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 112
ปลายเตียงมีกระดาษ ที่พี่ๆ นองๆ และเพื่อนที่โรงเรียนพี่อูเขียนมาให “โตแลวเลิกรองไหไดแลวตองอู” “ไมวาจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนรักตองอูเสมอนะ” เรารูสึกรื้นขึ้นมาที่คอ ทุกครั้งที่อานกระดาษพวกนั้น ............................................
เชาวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน วันนั้นเปนวันลอยกระทง วอรดเด็กจัด กิจกรรมพาเด็กๆ ไปลอยกระทงที่บอน้ำใตหอพักแพทย (ซึ่งเล็กกระปดเดียว) เรากับเพื่อนๆ ในวอรดตื่นเตนกันมาก วันนั้นพี่อูไดยาคีโมขวดสุดทาย แรกสุดทุกคนจึงไมใหออกไป เพราะกลัวอันตราย และกลัวจะติดเชื้อดวย แตพี่อูที่เอาแตรองไห ไมยอมพูดกับใคร กับพูดขึ้นมาวาอยากไปลอย กระทง แลวก็กอดกระทงไว เรากับพี่พยาบาลอีกสองคน จึงชวยกันเข็นรถเข็น กับพวกเสาน้ำเกลือ และยาคีโมตางๆ ลงลิฟทพาพี่อูไปลอยกระทงกัน
วันนั้นเปนครั้งแรกที่เราไดพูดกับพี่อู สวนทานนายกเอาแตเตนรำเอะอะ แลวก็วิ่งไลจับนกบาง หรือวิ่งไปดู คนโนนคนนี้ ไมสนใจกระทงเทาไหร พี่เลี้ยงเลยเปลี่ยนโปรแกรมพาไปเดินวนรอบ รพ. แทน ............................................ งานวันนั้นไมมีอะไรเทาไหร พวกเรากับพี่พยาบาลพาเด็กๆ มาลอย กระทงเสร็จก็ถายรูปกัน แลวก็กลับ
เรามองเด็กๆ ที่อยูในที่แหงนั้นทุกคน บางคนเปนเคสของเรา บางคน เปนเคสของเพื่อน แตเรารู...วาพวกเขาเปนอะไร
กระทงใบนอยของเรา ที่แอบแยงของเด็กๆ มา เราขอกับกระทงไววา “ขอใหเด็กๆ แข็งแรง ขอใหเด็กๆ หายปวย ใหเด็กๆ ไดวิ่งเลน ใหเด็กๆ ไดตายอยางสุขใจ” เราเจ็ บ ปวดที่ สุ ด ที่ ป ระโยคสุ ด ท า ย คื อ ประโยคที่ มี โ อกาสเป น จริ ง มากที่สุด ............................................
1133
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ปหนา...จะมีสักกี่คนที่จะไดลอยกระทงอีกครั้งกันนะ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ตอนที่เด็กๆ เอากระทงไปลอยนั้น พี่อูลุกไมไหว เราเปนคนเอาไปลอย ให แลวเราก็ลอยของเราเองตอ ตอนนั้น อยูๆ ก็สงสัยขึ้นมาวาพี่อูขออะไร...
อีกครั้ง
ผานไปหลายเดือนเราวนกลับมาที่วอรดเด็กอีก เราพบพี่อูกับทานนายก
พี่อูอยูในหองแยก อาการแยลงกวาเดิมมาก พี่อูตัวผอมจนเหลือแต กระดูก และดูเหมือนจะรองไหหนักกวาเดิมอีก เรากังวลกับอาการของพี่อู อยางนอยที่สุด อยากใหประโยคสุดทายของ เราเปนความจริง เราตั้งใจไว วาจะเขาไปคุยเลนกับพี่อูสักหนอย แมพี่อูจะไมตอบเราก็ตาม เชาวันนั้น พี่อูตองไปลางปอด เรื่องนี้ดูนากลัวสำหรับเด็กๆ เราตั้งใจจะ ไปใหกำลังใจ แตผานมาหลายเดือนแลว พี่อูจะยังจำเราไดรึเปลา เราอาจจะพูดวา “ตองอู จำพี่ไดไหม ที่เราไปลอยกระทงดวยกันไง”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 114
หรื อ ว า “ไม ต อ งกลั ว นะตองอู พี่ ๆ จะเป น กำลั ง ใจให น ะ เดี๋ ย วพี่ จ ะ ตามพี่ๆ มาเยี่ยมดีไหม” เราจะพู ด ว า อะไรดี น ะ เรามั ว แต คิ ด อยู แล ว พี่ อู ก็ ถู ก เข็ น ออกมาจาก หองแยก เราตรงเขาไป จะพูดกับพี่อูสักคำสองคำ พี่อูนอนอยูบนเตียง กำลังรองไห คร่ำครวญ มือขางหนึ่งยื่นออกมา ไขวควา หามือแม คุณแมพี่อูเก็บของเสร็จก็รีบวิ่งมาหา ชวงเวลานั้นพี่อูหันมาทางเราพอดี แลวเราก็สบตากัน...
เราเห็นพี่อูชะงักไปนิดหนึ่ง หรือตองอูจะจำเราได? ทันใดนั้นสายตาที่กำลังถวิลหาคุณแมก็เปลี่ยนไป สายตานั้น... เรานิ่งไปทั้งตัว พี่อูคางสายตาจองเราอยูอยางนั้น
ใชแลว...สุดทายเราก็ไดแตนิ่งอยูอยางนั้น สายตานั้นตรึงเราไวกับที่ เราไมไดพูดอะไรแมสักคำเดียว
............................................ พี่อูกลับมาอยางปลอดภัย คืนนั้น กอนจะกลับหอ เราตัดสินใจไมถูก วาจะเขาไปหาพี่อูดีไหม เรายืนอยูหนาหองซึ่งเปนกระจก มองเขาไป ใบหนาพี่อูดูหมองคล้ำ กลายเปนสีเทา เราใจหายวาบ ทรุดตัวลงนั่งกับเกาอี้ มีนองปสี่นั่งอยูแถวนั้น เราเลยเลาเรื่องผิวสีเทา ของอ.อนันตใหนองๆ ฟง บอกนองวาใจไมดีเลยแฮะ
1155
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ออกไป
สุ ด ท า ยเมื่ อ คุ ณ แม ม าถึ ง สายตานั้ น ก็ ม องผ า นเราไป รถค อ ยๆ เข็ น
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
สายตานั้นดูสับสน มันเปลี่ยนสลับไปมา แวบหนึ่งคลายกับโกรธแคน อีกแวบหนึ่งก็ราวขอความชวยเหลือ เหมือนพี่อูกำลังรอ ใหเราพูดอะไรสักคำสองคำ เพียงสักคำ ขอแคสักคำ ถาเราพูดออกไป...
แตทุกคนก็ลงความเห็นกันวา อาจจะไมจริงละมั้ง ทุกคนคิดไปในแงดี เพราะทุกคนรักตองอู ตั้งใจไววาพรุงนี้จะมาคุยกับพี่อูใหได ............................................ ตอนเชา มีคนมาบอกเราวา พี่อูขึ้น ICU ไปแลว เราตกใจมาก แตคิดวา คงไมเปนอะไร ตอนเชาวันถัดมา มีคนมาบอกวา ตองอูเสียแลว เราชาไปทั้งตัว สายตานั้นกลับมาทิ่มแทงเราอีกครั้ง... ภาพนั้น...ทำไม...ทำไมเราไมพูดอะไรออกไปสักคำ เราไมรูวาตองอูจำเราไดไหม เราคิดไปเองหรือเปลา
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 116
แตเรารู วาตองอูอยากใหใครสักคนพูดกับเขา แมเขาจะไมอยากฟงอะไร ถ า วั น นั้ น เราเข า ไปพู ด กั บ ตองอู ตองอู จ ำกระทงได ไ หม? อยากให พี่ คนไหนมาเยี่ยมรึเปลา? บางทีตองอูอาจจะรูสึกเหมือนมีอะไรใหมๆ เขามาในชีวิต เขาอาจจะ อารมณดีขึ้นสักเล็กนอย ทำได ทำไมไมทำ? ทำไมเราไมทำอะไรเลย? เราสลัดสายตานั้นใหหลุดออกไปจากสมองไมได สายตานั้นมันคือสายตาของคนที่สิ้นหวัง และหวาดผวา
ตองอูจะโกรธพี่อยูรึเปลา? แตพี่โกรธตัวเอง ทั้งที่พี่สามารถจะทำอะไรได แตพี่ไมกลาทำ พี่ไมกลาสูสายตาของตองอู ชีวิตอยู
เพราะพี่ละอายใจ คนอยางพี่ที่ดีแตทำอะไรงี่เงาไปวันๆ ทำไมถึงยังมี
ในขณะที่เด็กๆ อีกหลายคนกำลังสิ้นหวัง และตายจากไป พี่ ก็ ก ำลั ง เสวยสุ ข อยู กั บ ครอบครั ว พลางบ น ว า อากาศร อ นจั ง หิ ว จั ง งวงจัง เรียนหนักจัง ทั้งๆ ที่วันๆ ทำแคนั้น แตพี่ก็ยังเติบโตมาอยางปลอดภัย ทั้งๆ อยางนั้น คนอยางฉันยังมีชีวิตอยู
อยูแลว
ทานนายกนอนอยูในหองแยกอีกหองหนึ่ง ขาวที่เรารูมาคือ ทางoncoยอมแพแลว ไมมีคีโมสูตรไหนเอามะเร็งตัวนี้
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
............................................
1177
ไมเตนไมรองเพลง ไมสนใจอะไร เอาแตจองฝาเพดาน เราหยุดยืนอยูหนาหองนั้น มันเปนกระจก ทานนายกจึงมองออกมาได เราสบตากัน ทานนายกก็หยุดสายตาอยูอยางนั้น สายตานั้นเหมอลอยไมแสดงความหมาย เราโบกมือบายบาย ทานนายกก็นิ่ง
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ทานนายกที่เคยเตนรำทั้งวัน เอาแตนอนนิ่งๆ ทานนายกผอมลงมาก ตัวเหลือแตกระดูก
สักพักเราเดินกลับมาอีก และกลับมาอีกหลายครั้ง ครั้งสุดทาย ทานนายกบายบายตอบเรา เราจึงเขาไปในหอง หยิบตุกตาหมีพูหที่อยูปลายเตียง ขย้ำทานนายก ทานนายกก็ไมสนใจ เราเรียกรองความสนใจอยูนาน พอดีกับที่นองปสี่เดินเขามาเพื่อตรวจ รางกายทานนายก เราปลอยใหนองตรวจสักพัก ก็ปงไอเดียขึ้นมา เราเอาหูฟงสวนที่เปนกลมๆ นาบกับอกทานนายก แลวก็เอาสวนที่ใชฟง ยัดเขาไปในหูทานนายก ใหทานนายกฟงเสียงหายใจของตัวเอง ฟงเสียงหัวใจของตัวเอง มันยังเตนอยู มันยังหายใจไดอยูนะ แลวทานนายกก็ยิ้ม มารค วันนี้เราสองคนยังคงมีชีวิตอยูนะ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 118
............................................ ป.ล. อาจจะแอบขำกัน ที่เรียกมารควาทานนายก พอดีเดี๋ยวนี้เขาเรียก กันแบบนั้นทั้ง รพ. by Apichaya Sukprasert
¾Þ.ÀÑ·ÃÒÀó ¾Ø‹ÁàÃ×ͧ ᾷ 㪌·Ø¹ 1 ÈÔÃÔÃÒªÃØ‹¹ 115
ËÃ×ÍàÃÒ¨Ð໚¹...ÍÍ·ÔÊμÔ¡
1199
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“กรี๊ดดดดด อากกกกก ตุบตั๊บๆ กรี๊ดด วากก” เกิดอะไรขึ้น หลังประตู สีเหลืองบานนั้นนะ ? “ขอเขาไปดู...ไดมั้ยคะ” ฉันบอกกับพี่เหนงนอย พยาบาลผูดูแลหอง สงเสริมพัฒนาการเด็ก ตัวฉันเองในตอนนั้นไมรูตัวเลยวา เรื่องราวหลังประตูสีเหลืองบานนี้ จะเปนจุดเริ่มตนของมุมมองเกา ...ที่กลับชัดเจนขึ้นในใจของฉัน เรื่องราวที่ ทำใหฉันนั้นตองกลับมานึกคิด ตรึกตรอง... “กรี๊ดด กรี๊ด..” “กรี๊ดด กรี๊ด..” เสียงเด็กรองไหอยางโมโห...ชางไมเขากับ หองของเลนสีเหลืองสดใสนี่เลย ฉันคิดขณะกวาดตาไปทั่วๆ หอง ภายในหอง เต็มไปดวยของเลนทั้งหนังสือภาพ ตัวตอ ดินสอสี ลูกบอลกระจายอยูทั่วๆ หอง บางวางอยูบนโตะ บางอยูบนเกาอี้ขนาดเล็กซึ่งนารักพอเหมาะกับเด็กๆ เมื่อ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
“เมื่อเห็นนองตือกระทืบเทาโวยวายเมื่อไมไดเลนลูกบอลดั่งใจ... ทำใหฉันกลับมายอนนึกถึงใจตัวเองเวลาถูกขัดใจวามันเรารอนเพียงใด แทที่จริงแลวความสามารถในการควบคุมอารมณความอยากของเราใน วันนี้.....อาจไมไดตางอะไรจากเด็กออทิสติกเลยสินะ ?? ”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 120
กวาดตามาจนสุดมุมหองก็พบกับเด็กตัวการที่สงเสียงรองคนนั้น และยังมีพอแม กับพี่ผูหญิงอีกคน ซึ่งรูภายหลังวาเปนนักกิจกรรมบำบัดนั่นเอง พี่เหนงนอยเลาวา เด็กแตละคนที่มาเขารวมกิจกรรมบำบัด สวนใหญ เปนเด็กที่มีปญหาทางจิตเวชไมวาจะเปนออทิสติกหรือโรคทางพฤติกรรมอื่นๆ (เด็กออทิสติก คือเด็กที่มีความผิดปกติทางพัฒนาการดานสังคม ภาษาและ การสื่ อ ความหมาย พฤติ ก รรมอารมณ และจิ น ตนาการ ถ า เด็ ก ผิ ด ปกติ แ ค บางด า น เรี ย ก ออทิ ส ติ ก สเปกตรั ม โดยในด า นพฤติ ก รรมและอารมณ ที่ บกพรอง เด็กอาจมีพฤติกรรมซ้ำๆ มีความหมกมุนติดสิ่งของบางอยาง ยึดติด ไมยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน บางคนมีปญหาดานการปรับตัว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมตางๆ โดยจะอาละวาด หรือแสดงพฤติกรรม กาวราว เชน รองไห ดิ้น กรีดรอง) การที่เด็กมาทำกิจกรรมจะเปนการ train ทั้งเด็กและพอแม ที่นี่จะสอนวิธีจัดการกับพฤติกรรมเรียกรองที่ไมเหมาะสมของ เด็กๆ เชน นิ่งเฉย ไมตามใจงายๆ (ผูปกครองมักจะทนไมไดเมื่อเด็กๆ มีการ กรีดรอง โวยวาย ทำรายตนเองเมื่อไมไดในสิ่งที่ตองการ) หองนี้จะเปดโอกาสให ทุกคนไดฝกฝนรวมกัน ในขณะที่พี่เหนงนอยเลาไป ฉันก็แอบชำเลืองตาไปสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น ภายในหองเปนระยะๆ ฉันเห็นเด็กคนนั้น เอาแตรองไห และตีขากับพื้นๆ และ จะรองมากขึ้นถาพี่นักกิจกรรม ยื่นลูกกลมๆ สีเขียวไปใกล ฉันคิดในใจ เคาทำ อะไรกันนะ นองเด็กผูชาย รูปรางคอนขางจ่ำม่ำ หนาใสๆ รองไหทำไมกัน ฉันเห็นเด็กคนนั้นซึ่งฉันไดยินพี่นักกิจกรรมเรียกวา นองตือยังคงรองไหและเริ่ม เดินแกมวิ่งไปทั่วๆ บริเวณนั้น นองตือไปหาพอที ไปหาแมทีเหมือนจะหาที่พึ่ง แตทุกคนก็พยายามเฉยแลวพูดอะไรสักอยางกับนองตือซึ่งฉันไมไดยิน นั่น... ฉั น เห็ น พี่ นั ก กิ จ กรรมตามน อ งตื อ ที่ เ ดิ น หนี ไ ปหาคุ ณ พ อ ซึ่ ง นั่ ง อยู อี ก มุ ม ห อ ง แลวทำทาสวัสดีแลวแบมือ แตนองตือก็เอาแตรอง ไมรูเวลาผานไปนานเทาไหร ที่ฉันพบวา นองตือ กลับมานั่งขางๆ คุณแมซึ่งตรงนั้นเปนบริเวณที่ใกลๆ ฉัน พอดีซึ่งนั่นทำใหฉันไดยินบทสนทนาชัดเจน “ตือ ถาตืออยากเลน ตือก็มาขอจากครูกิ๊กไปนะลูก” นักกิจกรรม หรือพี่ กิ๊กพูดดวยน้ำเสียงออนโยนและใบหนาที่มีรอยยิ้มละมุน พรอมกับยื่นลูกกลมๆ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1211
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ลูกนั้นไปหานองตือ แตนองตือก็ยังเอาแตรองไหอยางโมโหไมตางจาก 20 นาที ที่ผานมา ยิ่งพี่กิ๊กยิ้มหวานให ยิ่งรองหนัก เมื่อสบโอกาสระหวางนองตือกำลังรองไห โมโหหัวฟดหัวเหวี่ยง ฉันจึง ถามพี่กิ๊กวา เกิดอะไรขึ้น พี่กิ๊กจะใหนองตือขออะไร .....แลวเอาไปทำไม พี่กิ๊กจึง เลาใหฉันฟงวา นองตือเปนเด็กที่มีปญหาดานพฤติกรรม อยากไดอะไรตองได ไมเชนนั้นจะรองไห รองกรี๊ดแลวลงไปดิ้นอยางที่เห็น ซึ่งพอแมไดรับผลกระทบ กับจุดนี้มากจึงพามาทำพฤติกรรมบำบัด และเนื่องจากวันนี้ชุดของเลนลูกบอล หลากสีเปนของที่นองตือสนใจเลือกเอามาเลน พี่กิ๊กจึงริบลูกบอลมาทั้งหมด กอนแลวบอกใหนองตือลองขอลูกบอลจากครูกิ๊กดีๆ ไมใชเอาแตรองไหโวยวาย แตถาไมขอ วันนี้ก็จะไมไดเลน ฉันเริ่มนึกถึงที่พี่เหนงนอยเลาใหฟงถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปใน ทางที่ดีขึ้นของเด็กๆ ที่มาบำบัด อยางภาคภูมิใจ พี่เหนงบอกวา ในวันแรกๆ ที่ เด็กมาบำบัดมักจะรองไห โมโหจะเปนจะตาย พอวันตอมาก็เริ่มจะดีขึ้น รองไห นอยลง เริ่มทำตามที่บอกงายขึ้น ควบคุมอารมณไดดีขึ้น จนวันที่สาม วันที่สี่ ติดใจรพ.จนไมอยากกลับก็มี พอแมหลายคนที่เห็นลูกดีขึ้น ควบคุมตนเองไดดี ขึ้นก็ดีใจมาก ขณะที่ฉันกำลังคิด นองตือก็เริ่มออนกำลังลง แมจะยังรองไหแตก็ไมได โวยวายกระทืบเทา .....พายุอารมณ พายุแหงความโมโหเมื่อไมไดดั่งใจเริ่ม ผานพนไปแลว นี่ คงเปนกาวแรกของนองตือซินะ ในการพัฒนาการควบคุม อารมณ ความตองการ … สูๆ นะจะ นองตือ พี่เปนกำลังใจใหหนู ^^ คิดไปแลว พฤติกรรมของนองตือก็สะทอนภาพอารมณความรูสึกในใจ เราเวลาถูกขัดใจ เมื่อไมไดในสิ่งที่อยากได อยากมี อยากเปน ใจเราก็จะดิ้นๆๆ เรารอนอยูภายใน ดิ้นมากรุนแรงมาก...จนหลายครั้งทนไมไหว ยกตัวอยางงายๆ อยากรู ป ร า งสมส ว น อยากสวยหล อ แต ! !....กลิ่ น พิ ซ ซ า ....หอมจั ง อยากกินๆๆๆ ..ไมไดๆ.... แตอยากกินจัง...ซักคำนะ....ไมไดๆ ใจสองฝง ของเราจะดิ้น จะตอสูกันภายในมากมาย และแลว..พิซซานุมๆ ทั้งชิ้นก็เขามาอยู กระพุงแกมของฉัน...อื้มมม อรอยจัง..เอานา พรุงนี้คอยเริ่มใหม
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 122
อยากเปนหมอที่เกงๆ แต...ขี้เกียจอานหนังสือ อยากเลนเน็ทจัง... ไมไดๆ ตองอดทน!! ...แต.... นั่นแหละคะ สวนใหญพวกเราก็โดนความอยาก...ลากเอาไปกิน ตั้งใจจะ ทำอะไรก็ลมเหลว จะกี่ครั้งก็แพ ตอความอยากเสพ อยากบริโภคไมวาจะเปน วัตถุที่จับตองไดหรือความรูสึกสุขใจ เราเคยไดยินคำพูดที่บอกวา ความตองการของมนุษยมีไมจำกัด แตแทที่ จริงแลว สิ่งนี้ไมใชความจริงซะทีเดียว ป.อ.ปยุตโตเขียนไววา ความตองการ แบ ง เป น 2 ประเภท อย า งที่ ห นึ่ ง เรี ย กความต อ งการสิ่ ง เสพปรนเปรอตน และอยางที่สอง เรียกวา ความตองการคุณภาพชีวิต อยางที่หนึ่งเปนความ ตองการที่ไมจำกัด เรียกสั้นๆ วา ตัณหา สวนอยางที่สองเปนความตองการที่มี ขอบเขต เรียกวา ฉันทะ ซึ่งสาระอยางหนึ่งของการพัฒนามนุษยก็คือ การที่เรา จะต อ งพยายามสั บ เปลี่ ย นความต อ งการสิ่ ง เสพปรนเปรอตน มาเป น ความ ตองการคุณภาพชีวิต เชนจากที่ตองการกินอาหารบางอยางเพราะมันอรอย มันถูกใจมาเปนกินอาหารที่มีประโยชนเพื่อใหรางกายแข็งแรง จากดูโทรทัศน เพื่อความเพลิดเพลินก็เปลี่ยนมาดูเพื่อพัฒนาความคิด เสริมสติปญญา มี ค นเคยเปรี ย บเที ย บความต า งของการกิ น อาหารกั บ การตอบสนอง ตั ณ หาให ฉั น ฟ ง ไว ว า เวลาเราหิ ว เรากิ น อาหารเข า ไป เราก็ รู สึ ก อิ่ ม ขึ้ น ตองการกินนอยลง (ยกเวน พวกกระเพาะครากนะคะ) แตคัณหา ความ ตองการ เรายิ่งตอบสนองมันเทาไหร มันก็ยิ่งเจริญเติบโตมากขึ้นเทาไหร ความตองการจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดยั้งไดยากมากขึ้นทุกทีๆ เหตุผลหนึ่งที่คนในยุคปจจุบันควบคุมความตองการอารมณตนเองได น อ ยลงก็ ค งเป น เพราะสมั ย นี้ มี สิ่ ง ช ว ยอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้ ง คอมพิวเตอร มือถือ รถยนต อยากคุยกับใครก็แคหยิบมือถือกดโทรออก อยาก ไปไหน ก็ขับรถไปโลด ไมตองอาศัยความอดทนอดกลั้นอะไรมากมาย ความ สามารถในการควบคุมตนเองของพวกเราจึงต่ำลงทุกวันๆ และเนื่องจากเราอยากมีอำนาจที่จะสามารถตอบสนองความตองการ ของเรานี่เอง เงินจึงเปนพระเอกของยุคนี้ คงเปนสาเหตุหนึ่งที่พวกเราอยากมี เงินเยอะๆ เพื่อสะดวกตอการสนองตอบความตองการ ความสะดวกสบาย
มากขึ้น แมกระทั่งสิ่งจำเปนในชีวิตที่เรียกวา ปจจัย 4 อาหาร ยา ที่อยูอาศัย เครื่องนุงหม เราก็ยังมีความตองการบริโภคที่ไมสิ้นสุด อาหาร เริ่มจากหิวอยากอิ่มทอง อยากกินของอรอย อยากกินของ แพงๆดีๆ ที่อยูอาศัย อยากมีหองเปนคนตนเอง อยากมีบาน อยากมีบาน สวยๆใหญโต เครื่องนุงหม อยากมีเสื้อไวปกปดรางกาย อยากมีเสื้อผาสวยๆ อยากมีเสื้อผาแบรนเนมด ยา อยากไดยาที่กินแลวหายปวย อยากไดยาแพงๆ อยากไดยา เสริม
1233
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ตองขอบคุณพี่กิ๊ก นักกิจกรรมบำบัดที่ฝกนองตือใหเคยชินกับความรูสึก ไมไดดั่งใจ...เพื่ออนาคตในวันขางหนาของนองตือ .....และขอบคุณนองตือ.... ที่ทำใหพี่เห็นความจริงๆ ที่วา แมกระทั่งเด็กออทิสติก สเปกตรัมหากไดรับ การฝก.... ก็สามารถเรียนรูที่จะอยูกับความไมไดดั่งใจไดมากขึ้นเรื่อยๆ พายุ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
คุณๆ เองก็คงประสบกับเหตุการณอยางนี้ ไมมากก็นอย รูสึกอยากได อยางหนึ่ง พอไดสมใจแลวก็อยากอยางอื่นตออีก ซึ่งไมวาจะเปนใครก็คงเคย เผชิญหนากับความอยาก ....อยากไปเรื่อยๆ เหมือนกับจะไมรูจักพอเหมือนกัน ทั้งนั้น ...... ...แตจากวันนี้ไป ถาเราอยากพัฒนา เราอยากชนะตัณหานี้ เราตองฝก คะ แรกๆ เวลาตองหามใจ ใจเราจะดิ้น จะเกิดการตอสูรุนแรงมาก ใจเราจะ ไมสบาย จะโมโหจะหงุดหงิดซึ่งเปนเรื่องธรรมดาที่ตองเจอในตอนแรกๆ เราตอง อย า ไปสนใจมั น ทำในสิ่ ง ที่ เราตั้ ง ใจทำ ตั้ ง ใจพั ฒ นาต อ ไปจนสำเร็ จ แรกๆ อาจตองตอสูกันเหงื่อตก แตเมื่อเราฝกบอยขึ้นๆ ใจก็ดิ้นนอยลง สงบขึ้น หามใจ ตัวเองและอดทนไดดีขึ้น จากสิ่งที่ไมเคยทำได เพราะ “ติด” ขีดจำกัดบางอยาง เราก็จะทำได
อารมณรุนแรงคอยๆคลายตัวลงเมื่อเวลาผานไป …เฮอ นี่เรากำลังจะถูกเด็กๆ แซงหนาหรอเนี่ย พี่ไมยอมแพหรอกนะ....ตองรีบฝกฝนใจตัวเองซะแลว.....รอพี่ ดวยนะ....นองตือ ^^ แลวพวกเราในวันนี้ จะเริ่มฝกบำบัดตนเองใหสามารถ “ควบคุมใจ” จากความอยากเดิมๆที่คอยฉุดรั้งเราไมใหพัฒนาหรือยังคะ ....... มาเถอะ คะ มากาวขาม “ขีดกำจัด” นี้ไปดวยกัน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 124
¾Þ.ÀÑ·ÃÒÀó ¾Ø‹ÁàÃ×ͧ ᾷ 㪌·Ø¹ 1 ÈÔÃÔÃÒªÃØ‹¹ 115
μÙ ´…μÙ ´...àÊÕ§â·ÃÈѾ· ã¹ÂÒÁ¤èӤ׹ “ตูด…ตูด . . . . . คุณหมอคะ ขออนุญาตรายงาน case คะ”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 126
นี่คงเปนเหตุการณปกติที่เราตองเจอกันบอยๆ ในขณะอยูเวร ไมวาจะ เปนแพทยจบใหม resident หรือแมกระทั่งนักศึกษาแพทย extern ที่ตองคอยรับ โทรศัพทรายงาน ปรึกษา case โดยเฉพาะอยางยิ่งในชวงเวลาเเหงความสุข ชวงเวลาที่กำลังจะฝนเคลิ้ม ชวงเวลาที่ไมอยากใหใครมาแยงไปแลวจูๆ ก็มีใคร ก็ ไ ม รู โ ทรมาตาม ให ไ ปทำนู น ทำนี่ การตอบสนองของพวกเราแต ล ะคนต อ สถานการณเหลานี้คงมีไดหลายแบบ แตกตางกันไป...แตคงปฏิเสธไมไดเลยวา ตองมีสวนหนึ่งที่มีความหงุดหงิด ไมพอใจอยางแนนอน ซึ่ง...ดาวเองก็เคยรูสึก อยางนั้นเชนกัน แตแลววันหนึ่ง ก็มีเหตุการณนึงซึ่งเกิดขึ้นกับดาวในขณะที่ปฏิบัติงานใน โรงพยาบาลจังหวัดที่ทำใหความคิดตอเรื่องนี้เปลี่ยนไป เรื่องราวที่พบเจอเลย สะทอนเกิดมุมมองใหม แนวคิดใหม วันนั้นเปนตอนค่ำๆ ที่หองอุบัติเหตุฉุกเฉินมีผูปวยชาย วัยกลางคนมา ดวยเรื่องปวดทองทั่วๆ โดยเฉพาะแถวลิ้นปและดานขวาบนเจ็บมาก หนาทอง สวนบนแข็งอยางชัดเจน (guarding upper abdomen) การเคลื่อนไหวของลำไส ลดลง (decreased bowel sound) ตรวจแลวสงสัยมีเยื่อหุมทองอักเสบรวมดวย
1277
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จากบทเรียนในเหตุการณนั้น ทำใหสะทอนกลับมาคิดถึงเวลาที่พยาบาล notify เรา โดยเฉพาะในกรณี ที่ แ ค ฟ ง รายงานก็ สั่ ง การรั ก ษาได แ ต พี่ เ ค า ก็ ยั ง พยายามจะตามเราใหไปดูคนไขใหได กับเหตุการณนี้เพื่อนๆ หลายคงหงุดหงิด แตบางคนก็ลงไปดู บางคนไม แตเพราะเหตุการณที่เกิดขึ้นกับเดนในวันนั้น ทำใหดาวเขาใจอยางแทจริงวา กวาที่คนๆ นึงจะตัดสินใจโทรศัพทมาปรึกษา กลางดึก แสดงวาเคาตองมีความกังวลใจจริงๆ ไมมั่นใจในการดูแลผูปวยคน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
(+/- peritonitis) สงสัย hollow viscus organ perforation แต X-ray แลวปกติ ไม มี free air เด น , เพื่ อ นของดาวคนหนึ่ ง ซึ่ ง เป น ผู รั บ ผิ ด ชอบ case นั้ น โทรไปปรึ ก ษา staff ศั ล ยกรรม, staff ฟ ง รายงานบอกไม เ หมื อ น surgical condition ให admit อายุรกรรม ดาวเห็นเดนกังวลใจมาก เพราะเมื่อปรึกษากันในบรรดาหมอใหมที่อยู เวรดวยกันและหมอใหมที่บังเอิญเดินผานมาอยางดาว ยังไงในใจก็ยังสงสัยวา อาจเป น ภาวะที่ เร ง ด ว นที่ จ ำเป น ต อ งผ า ตั ด เนื่ อ งจากมี peritonitis แต เ มื่ อ มี คำชี้ขาดมาใหไปอายุรกรรม เดนจึงไดโทรศัพทไปปรึกษา staff med และขอรอง ใหพี่ชวยลงมาดูซึ่งพี่เคาก็เมตตาชวยลงมาตรวจผูปวยใหที่ ER แลวตัดสินใจ ให admit เขา ICU ไปกอนเพื่อดูแลอยางใกลชิดโดยที่ขณะนั้นก็ยังไมมั่นใจ นักวา ผูปวยมี surgical condition หรือไม เปนอันวา คืนนั้น แพทยที่อยูใน เหตุการณตางก็กังวลวา ผูปวยรายนี้จะเปนอยางไรตอไป (เดนกระซิบบอกมาวา พราะเหตุการณนี้แหละจึงซึ้งใจพี่ staff med คนนี้มาก) วันตอมา ทางอายุรกรรม จึงได consult ศัลยกรรมไปอีกครั้ง พี่ staff อีกคนมาตรวจก็ยังไมแนใจวาเปน อะไรกันแน จึงไดสง CT abdomen ไป ระหวางนั้นดาวไดออก OPD กับพี่ staff ศัลยที่รับปรึกษาคนแรกจึงไดโอกาสถามวา ทำไมพี่ไมลงมาดู case ที่เดน ปรึ ก ษาเมื่ อ คื น แกก็ บ อกว า แค ผ มฟ ง ประวั ติ ตรวจร า งกายก็ รู แ ล ว ว า ไม ใช surgical condition ดาวจึงไดแกลงแซวแกไป (เผื่อวา แกจะรูตัว) วา แตคนอื่น เคาไมรูนิพี่ การที่พี่ไมไดลงมาดูและพูดสั้นๆ ทำเอาเคาอกสั่นขวัญแขวนกันไป ทั้งคืน ^^ ซึ่งแกก็ไมไดวาอะไร (ไมไดรูสึกผิด ก็แกบอกแลว แกมั่นใจตั้งแตแรก)
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 128
นั้นๆ จริงๆ เคาตองการคนที่มีความรูและประสบการณมากกวามาชวยตัดสินใจ ซึ่งสิ่งที่พยาบาลเปน ไมแตกตางอะไรกับหมอใหมอยางพวกเรา ที่เวลาจะปรึกษา staff ก็ตองคิดแลวคิดอีกโดยเฉพาะเวลากลางดึก เพราะฉะนั้น อยากใหทุกคน เขาใจ, คิดถึงใจเขาใจเราและมีมุมมองใหมเมื่อมีโทรศัพทหา...ในเวลากลางดึก การที่พยาบาลทักทวงพวกเรา บรรดาแพทยจบใหมที่ยังมีประสบการณ นอยนิดเกี่ยวกับการรักษา การสั่งยาที่ดูแลวไมแนใจ...จึงไมใชวาเขาตองการ จะทำให แ พทย เ สี ย หน า และการที่ พ ยาบาลตามให แ พทย ไ ปดู ค นไข ห นั ก มีภาวะฉุกเฉิน แตพอแพทยไปดูพบวาไมไดฉุกเฉิน ไมไดมีอะไร ไมเห็นจำเปน ตองตามพร่ำเพรื่อ ...ก็ไมไดแปลวาเขาเเกลงโง หรือตั้งใจแกลงเราเลย เหตุผลที่พยาบาลทำไปทั้งหมดนี้ แทจริงคงมีเพียงคำตอบเดียว นั่นก็ คือ... “เพราะความรักและความปรารถนาดีที่มีใหแกคนไข” พยาบาลทุกคนมี ความปรารถนาดี คอยดูแลผูปวยอยางใกลชิด แตขาดความรูและประสบการณ ในบางเรื่องเลยนำไปสูความกังวล ทุกขใจเวลาผูปวยเกิดปญหา กลัววาเคา คนเดียวจะดูแลคนไขไดไมดีพอ จึงรูสึกวาตองโทรปรึกษา โทรรายงานหมอ... เพราะคิดวาเปนทางเดียวที่ทำใหคนไขไดรับสิ่งที่ดีที่สุดในชวงเวลานั้น...แมจะรู วาเมื่อโทรไปหาหมอคนนี้จะตองเจอเสียงบน เจอวาอะไรมากมาย ซึ่งก็เหมือน กับแพทยจบใหมที่จำเปนตองโทรหา staff ตอนตี 3 แมจะรูวาไมสมควรที่จะโทร เวลานี้ แตก็ตองโทร Staff ที่รักคนไข และเขาใจถึงหัวอกแพทยจบใหมก็ยอมหาทางชวยเหลือ ไมทางใดก็ทางหนึ่ง ตอนนี้ยังไมสายสำหรับการที่จะเริ่มขอบคุณพยาบาล และเพื่อนรวมงาน บุ ค คลากรทางสาธารณสุ ข ที่ ช ว ยดู แ ลและรั ก ผู ป ว ยในความรั บ ผิ ด ชอบของ พวกเรา “เมื่ อ เจตนามี เ พี ย งความรั ก ที่ มี ต อ คนไข . ..เหตุ ส มควรโกรธเมื่ อ โดนตาม หรือโดนทักทวงจึงไมควรจะมีอีกตอไป”
ตอแตนี้เราไมควรที่จะโกรธ หรือหงุดหงิดตอพยาบาลที่โทรหาเราเวลา อยู เวรอี ก ต อ ไป...เพราะอย า งน อ ยที่ เขาทำไปก็ เ พราะความรั ก ที่ มี ต อ คนไข และเราควรที่ จ ะดี ใจด ว ยซ้ ำ ที่ อ ย า งน อ ยงานการรั ก ษาของเรานั้ น ก็ ยั ง มี พี่ ๆ พยาบาลที่มีใจรักคนไขของเราไมแพกันชวยทำงานดูแลรักษาคนไขรวมกัน”
หมายเหตุ ทายที่สุดจากผล CT abdomen ก็พบวา ผูปวยของเดน รายนั้นแทที่จริงแลวเปนเพียง liver abscess ซึ่งไมได rupture ... เฮอ...ก็เอาเปน วา โลงอกกันไปถวนหนา...
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ลองคิดเลนๆวา หากอนาคต ผูรูหมั่นหาโอกาสสรางปญญาใหเกิด กับผูที่มีใจรักคนไข มิใชเพียงสรางบาดแผลผานสายตา วาจา และทาทาง มันคงจะ ดีไมใชนอย วงการสาธารณสุขประเทศไทยของเรา คงจะมีหมอ และพยาบาล ที่เกงขึ้นกวานี้อีกมาก
1299
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¹¾.» ÂÀÑ·Ã ªØ³ËÃÑÈÁÔì
à´Ô¹ à´Ô¹ à´Ô¹
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 130
“เหนื่อย”... ปกติก็ไมใชคนขี้บน (หรือเปลา) แตชวงนี้รูตัวเลยวาพูดคำนี้บอยมาก ทุกครั้งที่พูดขึ้นมา หลายคนคงเปนเหมือนกัน... ความกังวลเกิดขึ้นพรอมๆ กัน ...ไมรูเมื่อไหรเหมือนกันที่กลัวงานหนัก ทั้งๆ ที่เมื่อกอนตอนยังเปน เด็ ก น อ ย สนุ ก สนานกั บ การทำงาน ยิ่ ง นานวั น ยิ่ ง เพลิ ด เพลิ น เหนื่ อ ยบ า ง หนักบาง แตทุกวันยังแตงตัวออกไปทำงานดวยความกระฉับกระเฉง พั ฒ นาการสวนทางกั บ กาลเวลาและผมที่ ร่ ำ ๆ จะหงอกอยู บ นกบาล ...เวลาที่ผานเหมือนไมไดทำใหผมเรียนรูอะไรมากขึ้น กลับมีแตความขี้เกียจและ คำพร่ำบนพอกพูน . . . เพิ่มขึ้นๆ ทุกวันๆ ................... “ทำไมตองเปนเรา” คืออีกประโยคที่เมื่อกอนถามไมบอ ยเทาตอนนี้ พยายามหาเหตุ ผ ลว า เพราะอะไร เพราะความรั บ ผิ ด ชอบที่ ม ากขึ้ น เพราะความขี้เกียจที่มากมาย เพราะความกังวลใจไมเขาทา หรือความรูสึกวาไม ยอมเสียเปรียบใคร
คงอีกสักพักหนึ่ง กวาที่หลายๆ อยางจะเขาที่เขาทาง รูตัวดีอยูวาเลือกเดินทางเสนนี้เอง และยังไมลืมความรูสึกเมื่อตอนที่ เลือกจะเดินมาเสนทางที่รูวาทุกขยากนี้ เปนอีกครั้ง เหมือนตอนเอนทหมอแหละ อีกครั้งที่เจอกับเสนทางที่เพิ่ง ประจักษเมื่ออยูตอหนาสายตาวา “ยากเย็นเกินกวาจะจินตนาการถึง” แตเอาเถอะนะ อะไรก็มาเถอะ
1311
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
...................
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
คิดไปคิดมาก็ปวดกบาล ยิ่งคิดยิ่งรูสึกแยกับตัวเอง ยิ่งคิดยิ่งไมไดคำตอบ แถมพาลทำใหรูสึกวา ชีวิตนี้ไมมีอะไรดี ชีวิตมันย่ำแยเหลือเกิน ทั้งทั้งที่ชีวิตสวนอื่นๆ ก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ แตสายตาที่ใชมองโลก ของเราตางหากที่เปลี่ยนไป ภาพที่เคยดีเลยดูขวางหูขวางตาไปซะหมดในเวลาที่ สภาพจิตใจไมปกติ เอาเถอะนะ บนใหหนำใจแลวก็สูกับมันเสียใหม สุดทายก็จบดวยอีก ประโยคหนึ่ง “ทำๆ ไปเหอะ เดี๋ยวดีเอง” ประโยคงายๆ ที่ใครสักคนเคยพูดไว ประหลาดดีเหมือนกันที่มันทำใหขา ที่ออนลามีแรงกาวตอไปจนกวาจะหยุดพักลงอีกครา ทุกขเพราะคิด สัมฤทธิ์เพราะทำ ทาน ว. วชิรเมธีทานวาไว เหมาะเสียนี่กระไรกับชายหนุมชางกังวลและขี้บนกระปอดกระแปด กังวลก็เพราะคิด บนก็เพราะคิด ไมยอมออกเดิน ไมลองลงมือแก ไมยอมลงมือทำ ไมยอมรับวาตัวเองโง วาตัวเองไมรู แลวเมื่อไหรเลา ปมเหลานั้นจะคลี่คลาย
หนาที่ของเราไมใชตั้งคำถามวาทำไมเราตองเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำไมมัน ถึงเกิดกับเรา แตหนาที่ของเราคืออยูกับมัน ในฐานะสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ตางหาก ทุกขณะจิต ยังเชื่อวา ทุกอยางในโลกนี้ เกิดขึ้นดวยเหตุผลบางอยางอยูแลว ก็อะไรจะดีไปกวานี้...เนอะ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 132
¹¾.ÇÈÔ¹ áÁμÊÕè
ÃÒ§ÇÑÅá´‹¤¹ª‹Ò§½˜¹ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1333
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
คุณเคยไดยินหรือไดฟงเพลงนี้หรือเปลา? ผมกำลังหมายถึงเพลง “รางวัลแดคนชางฝน” เป น เพลงที่ ถู ก สร า งและขั บ ร อ งโดย คุ ณ จรั ล มโนเพชร ศิ ล ป น ชาว เชียงใหม ตั้งแตปพุทธศักราช 2527 (กอนพวกเราเกิดเสียอีก) เขาใหเหตุผลวา “พลังของเพลงนี้ อยูที่ตัวของผูรอง และหัวใจของมันคือความจริงใจและความ รู สึ ก เมื่ อ จะร อ งเพลงนี้ เราต อ งรู สึ ก เพื่ อ ผู อื่ น อย า คิ ด ถึ ง ตั ว เองเป น อั น ขาด เพราะเปน รางวัลแดคนชางฝน ไมใชรางวัลเพื่อผูรองเพลง แตผูรองจะตองมอบ ใหตอผูอื่น คนชางฝนไมใชตัวเรา” พอนึกถึงเพลงนี้ทีไร ทำใหผมอยากเลาเรื่องราวของเด็กผูชายคนหนึ่งให ฟงครับ ... เด็กผูชายชางฝนคนหนึ่ง เด็กผูชายคนนี้เขามีความฝนที่ไมเหมือนเด็ก ธรรมดาทั่วๆ ไป อาจจะฟงดูแปลกๆ เพราะเขาฝนวา เขาอยาก “เดิน” ได .... ใช ค รั บ คุ ณ อ า นไม ผิ ด เขาฝ น ถึ ง การเดิ น ...เป น ความฝ น ธรรมดาๆ สำหรับหลายๆคน ที่ “การเดิน” ไมไดมีคุณคาความหมายอันใด เปนเพียงเรื่อง งายๆ ที่ทำไดอยูในสัญชาตญาณ ทำไดโดยไมตองหยุดคิดลังเล …. แตการเดิน ของเขาหมายถึง ความสำเร็จอันยิ่งใหญที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 134
ผมรูจักเด็กผูชายคนนี้ ผานรายการคนคนคน ในตอน “สามเกลอ คนเล็ก หัวใจใหญ” เขาชื่อ “เยล” ครับ นองเยลเปนโรคกลามเนื้อเกร็งแตกำเนิด ซึ่งทำใหการลุกขึ้น เดิน ยืน ดวยตัวเองดูเหมือนจะเปนไปไมไดเลย เขาเคยรองไหคร่ำครวญที่เดินไปไหนมา ไหนไมไดเหมือนคนอื่นๆ จนวันหนึ่งเขาก็ลุกขึ้นสู เด็กชายเริ่มจากการขยับชาๆ พยายามเกาะรั้วเกาะฝา เดินแลวลม ลม แลวลุก ลุกแลวลม ดูเหมือนการเดินเปนสิ่งที่ไกลเกินไป ไกลเกินกำลังฝน ...แต ในที่สุด เขาก็ทำได เขายืนไดดวยตัวเอง เดินเหินไปไหนไดดวยตัวเอง ถึงแมวา จะไมสมบูรณแบบเหมือนคนทั่วไป แตเขาก็ภูมิใจ เขาสรางแรงบันดาลใจใหกับ คนทั้งประเทศ เขาทำใหเรารูสึกวา ความฝน ไมใชเรื่องเพอฝน... ผมนั่งดูรายการไปดวยความรูสึกปติ ตื้นตันใจ และเกิดสำนึกรูวา เราที่ เกิดมาครบทั้งสามสิบสอง มีมือมีเทา ที่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนก็ไดอยาง ใจอยาก บางทีความเขมแข็งและอดทนของเรายังเทียบนองเขาไมไดเลยจริงๆ ผมอยากแบงปนเรื่องราวของนองเยล และเพลง รางวัลแดคนชางฝน เอาไวเพื่อเปน “แรงบันดาลใจ” ในการขับเคลื่อนความฝนของตัวเอง ...ผมเชื่อวา เราทุกคนลวนมี ความฝน แตบอยครั้งที่เราจะรูสึกวาความฝนและอุดมการณ ของเราแผวลง ทุกวันๆ จนบางทีเราก็ใชชีวิตอยูไปเรื่อยๆ ไปวันๆ ไมมีเปาหมาย ไรความฝน ไรอุดมการณ ... ผมจำไดวา ตอนผมขึ้นเปน นศพ.ป 4 ใหมๆ ผมก็รูสึกเชนนั้น ใชชีวิตไป เรื่อยๆ ผานไปวันๆ ทำไมอะไรๆ ก็ดูยุงยาก วุนวาย เหมือนมีอะไรตองทำ เยอะแยะไปหมด ทั้ง รับคนไขใหม เขียนรายงาน เตรียม teaching round บอยครั้งที่ผมไปคุกเขาตอหนาพระรูปสมเด็จพระราชบิดา และถามตัวเองวา ตกลงแลวผมอยากเปนหมอจริงหรือเปลา? ผมเชื่อวาทุกคนก็ผานจุดนั้นมา เชนกัน และคงเคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้เหมือนๆ กัน ... จนวั น หนึ่ ง ที่ ผ มได ไ ปออกหน ว ยตรวจคนไข ใ นชนบท ผมรู สึ ก ว า ผมมี ความสุขที่ไดให ตื้นตันใจที่เห็นรอยยิ้มของชาวบานที่มาตรวจ ... นี่คอื สิ่งที่ทำให ผมรูวา ผมเลือกไมผิดจริงๆ
อาจารยอาวุโสทานหนึ่งเคยบอกกับผมวา “หมอคือผูที่ถูกเลือก” ก็ถูกของอาจารยครับ และไมวาจะดวยเหตุผลใดก็ตามที่ทำให เราทุกคน นำแผนสติ๊กเกอร “คณะแพทยศาสตร” มาแปะที่ชองเลือกคณะตอนสมัครสอบ เอนทรานซ เราก็คือหนึ่งในพันกวาคนที่ถูกเลือกใหเดินในเสนทางของวิชาชีพนี้ เสนทางที่ใครอีกหลายคนในประเทศนี้ “ฝน” ไว
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1355
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ขอแสดงความยินดีใหกับตัวเองและเพื่อนรวมวิชาชีพอีกหนึ่งพันกวาคน ครับ เรารับรูถึงความรูสึกของการเรียนตลอดระยะเวลา 6 ปที่ผานมาเปนอยางดี มันไมใชเรื่องงายเลยที่จะเปลี่ยนแปลงเด็กนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งใหกลาย เปนนายแพทยหรือแพทยหญิงไดภายใน 6 ป และชวงชีวิตตอจากนี้คือการ เริ่มตน ....เริ่มตนสูการใชชีวิต เริ่มตนสูการตามหาความฝน เริ่มตนสูโลกแหง ความเปนจริง ซึ่งเอาเขาจริงๆ แลว ผมคิดวาโลกแหงความเปนจริงของพวกเรา นั้นมีธรรมะซอนอยูเต็มไปหมด เราเห็นทั้งคนที่กำลังเกิด เราเห็นคนตาย เราชวย ชีวิตคน เราเห็นญาติพี่นองมาแสดงความรักตอกัน เราเห็นความเปลี่ยนแปลง ของชีวิต มีสัจธรรมเกิดขึ้นในทุกนาทีของชีวิตเรา ถาเรามองอยางสรางสรรค เราจะพบวา “ความสุข” ของวิชาชีพเราหาไดไมยากเลย และความสุขนั้นก็เปน อะไรไปไม ไ ด น อกจาก ความสุ ข ที่ เ กิ ด จากการให ความสุ ข ที่ เ กิ ด จากความ เสียสละ เปนความสุขที่หาซื้อที่ไหนไมได จับตองไมได แตมันรูสึกจากภายใน ถึงแมวาจะไมทำใหทองอิ่ม แตก็ทำใหเรารูสึกถึงคุณคาของการมีชีวิตอยูในฐานะ มนุษยคนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ถึงแมวาบางทีโลกแหงความเปนจริงอาจจะไมไดสวยงามอยางที่เราคิด เสมอไป บางครั้ ง ชี วิ ต อาจจะทำให เราเจ็ บ บ า ง แต ข อจงอย า สู ญ เสี ย ศรั ท ธา และความเชื่ อ มั่ น เพราะสิ่ ง เดี ย วที่ จ ะทำให เราอยู ไ ด คื อ เรารั ก ในสิ่ ง ที่ วิ ช าชี พ ของเรากำลังทำอยู เรามีชีวิตอยูบนเสนทางนี้ไดดวยความฝน อุดมการณและ แรงบันดาลใจของแพทยรุนพี่ที่สรางสรรคคุณงามความดีสลักไวบนแผนดินไทย ผืนนี้
ถึงเวลากาวออกสูโลกใหม ถึงเวลาออกตามหาความฝน ถึงเวลายกกะลา ที่ครอบศีรษะออกเสียที เปดใจเรียนรูกับทุกเรื่องราวของชีวิต ทุกอยางที่ผานเขา มาทำใหเราแกรงขึ้นทุกวันๆ ขอเพียงหัวใจที่เขมแข็งเทานั้นเอง ดี ใจและภู มิ ใจที่ เ ห็ น เราทุ ก คนก า วเข า สู วิ ช าชี พ ของเราอย า งสวยงาม ไมตองใหคำสัญญาวาจะเปน “หมอที่ดี” ครับ อนาคตเปนเรื่องที่ไมแนนอน โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจก็เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา แตที่สำคัญคือ ณ จุดนี้ วันนี้ เวลานี้ ขอจงทำหนาที่ของวิชาชีพอยางดีที่สุดเทาที่ความสามารถและ ความศรัทธาของตัวเองจะทำได เพื่อตอบแทนพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระราชบิดา เพื่อตอบแทน พระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ ของในหลวง เพื่ อ ตอบแทนบุ ญ คุ ณ ของแผ น ดิ น เพื่ อ ประชาชนชาวไทยและเพื่อเปนแรงบันดาลใจใหกับเพื่อนแพทยของเราทุกคน ดวยรัก นายแพทยวศิน แมตสี่
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 136
¹ÒÂá¾·Â ÃѰ¾Ñ²¹ ¡ÅÑ´á¡ŒÇ ¹ÒÂá¾·Â »¯ÔºÑμÔ¡Òó âç¾ÂÒºÒÅ͋ҧ·Í§
¡ÅѺºŒÒ¹
เปนเวลากวาหกเดือนแลวที่ผมกลับมาใชทุนที่บาน จะวาไปแลวการกลับ มาใชทุนที่บานมันก็มีขอดีหลายๆอยาง ไมวาจะเปนไดนอนบานทุกคืนที่ไม อยูเวร ไดกินกับขาวฝมือคุณแมทุกวัน ประหยัดคาใชจายและที่สำคัญไมตอง คิดอะไรมากเมื่อรูวาตองกลับมาใชทุนที่บาน แตเดี๋ยวกอน ของทุกอยางในโลกนี้ยอมมีสองดานเสมอ เมื่อมีขอดี มันก็ยอมมีขอเสีย...........
1377
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
...................
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ผมยังจำความรูสึกในวันนั้นไดดี มันเปนความรูสึกหลายๆ อยางปนกัน ทั้งตื่นเตน ไมมั่นใจในอนาคต กลัว หรือบางทีก็คิดวาปลอยไปตามโชคชะตา เถอะ ไมนาเชื่อเลยวา อนาคตการเปนหมอของเราจะขึ้นอยูกับ ลูกปงปองสอง ลูก ใช แ ล ว ครั บ ผมไม ไ ด ห มายถึ ง วั น ไหน ผมหมายถึ ง วั น จั บ ฉลากเลื อ ก สถานที่ใชทุนของแพทยจบใหมทั่วประเทศนั่นเองนั่นเอง และสุดทายผมก็สามารถไขวควาโชคชะตามาอยูในมือผมได จังหวัด อางทอง บานเกิดของผมนั่นเอง
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 138
เปนปกติของบานผมที่ทุกเชากอนไปทำงานทุกคนจะมานั่งกินขาวพรอม หนากันและพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องที่พูดคุยกันบนโตะอาหารสวนใหญก็หนีไมพนเรื่อง งานของผมนี่แหละ “นี่ลูก มีคนเขามาบอกแมวาลูกพูดจาไมดี เขาเลยยายญาติเขาไปรักษา ตอที่โรงพยาบาลเอกชน” คุณแมผมพูดขึ้นขณะที่ขาวกำลังอรอย “คนไขคนไหนละคุณแม วันหนึ่งผมดูคนไขตั้งเยอะ” ผมถามคุณแมอยางงงๆ เพราะจำไมไดวาพูดจาไมดีตอนไหน “เขาบอกว า ญาติ เขาเป น น้ ำ ท ว มปอด ใส ท อ ช ว ยหายใจแล ว ลู ก เป น เจาของไข” แมผมตอบกลับมา “คุณแมครับ คนไขคนนั้นหัวใจวาย น้ำทวมปอดแถมใสทอชวยหายใจอีก ญาติเขาถามผมวาญาติเขามีโอกาสรอดแคไหน ผมบอกวาญาติเขามีโอกาสรอด หาสิบหาสิบนี่พูดจาไมดีดวยหรือครับ” ผมตอบกลับไปอยางเซ็งๆ “เออ เมื่อวานมีญาติคนรูจักของพอไดรับอุบัติเหตุแลวเขานำสงหอง ฉุกเฉิน เขาบอกวาเจอลูกดวย ลูกเดินมายิ้มใหเขานิดเดียวเองไมยอมทักทาย จำไดไหมคนไขที่ลูกใสทอเขาไปในอกนะ” คุณพอผมเปดประเด็นขึ้นมาอีกคนหนึ่ง “เขายังบอกพออีกวา ลูกใสทอเขาไปในอกญาติเขา เลือดออกมาเยอะ เลย แตลูกก็ยืนดูเลือดไหลลงขวด ไมยอมทำอะไรเลย ไมยอมหามเลือดดวย” “คุณพอครับ คนไขคนนั้นกระดูกซี่โครงหักตั้งเจ็ดซี่ แถมมีเลือดออกใน ชองอกอีก ถาผมไมใสทอเอาเลือดออกมา ญาติเขาตายนานแลวละครับ” ผมตอบกลับไปอยางอารมณเสีย และลุกออกจากโตะอาหารเพื่อจะไป โรงพยาบาล พรอมเสียงคุณแมที่พูดไลหลังมาวา “หนวดเครายาวแลวนะลูก วางๆ ก็ชวยโกนหนอยนะ” “ถึงผมจะไมโกนหนวดมันก็ไมไดทำใหความสามารถในการรักษาคนไข ของผมนอยลงนี่ครับคุณแม”
ผมตอบแมกลับไปแกมประชด แลวพวกคุณละ พอจะเห็นขอเสียของการกลับบานบางรึยัง.................. ...................
เชาวันใหมเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่ง กิจวัตรประจำวันของผมก็ยังคงซ้ำแบบ เดิ ม ๆ ตื่ น หกโมงครึ่ ง อาบน้ ำ ทานข า วเช า และขั บ รถไปทำงานตามปกติ วันนี้ผมมาถึงโรงพยาบาลแตเชา อากาศกำลังเย็นสบาย ผมคอยๆ เดินตรวจ ผูปวยในโดยเริ่มตรวจตั้งแตตึกสามัญจนมาถึงตึกพิเศษ “วันนี้คุณหมอโกนหนวดหรือคะ จำแทบไมไดเลยคะ” พยาบาลที่ตึกพิเศษทักผมขึ้นมาเปนครั้งแรก “ไม โ กนไม ไ ด ห รอกครั บ ถู ก คุ ณ แม บ น มาหลายวั น แล ว ไม เรี ย บร อ ย บางละ ดูไมเหมือนหมอบางละ โจรบางละ”
1399
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
...................
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ผมยอมรับวาเชาวันนั้นผมอารมณเสียสุดๆ ผมขับรถออกมาจากบาน ประมาณสิบหานาที ก็มาถึงโรงพยาบาลชุมชนที่ผมทำงานอยู ซึ่งหนาที่ในตอน เชาทั่วไปก็คือการตรวจคนไขในตามตึกผูปวยตางๆ ผมเดินตรวจคนไขมาเรื่อยๆ ก็มาถึงหองพิเศษ 104 “สวัสดีครับคุณยาย วันนี้เปนอยางไรบางครับ เหนื่อยไหมครับ” ผมจำไดวาคนไขคนนี้เปนผูหญิงอายุประมาณแปดสิบป มาโรงพยาบาล ดวยเรื่องน้ำทวมปอด ผมฉีดยาขับปสสาวะใหมาหลายวันแลว น้ำในปอดเริ่ม หายไป “ก็ดีจะหมอ ไมคอยเหนื่อยแลว เยี่ยวออกดีจังเลย” ยายตอบผมกลับมา “นั้นวันพรุงนี้หมอจะใหกลับบานนะครับคุณยาย” ผมตอบคุณยายกลับไป พรอมกับมองดูใบหนาของคุณยายที่ดูมีความสุข เมื่อรูวาจะไดกลับบาน แลววันนั้นก็ผานไปตามปกติของมัน ปนกับความเซ็งในจิตใจของผม
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 140
ผมตอบกลับไปอยางขำๆ “แตหนูวาหมอโกนหนวดก็ดีนะคะ ดูหนาเด็กลงตั้งเยอะ” “ใชวาผมไมอยากโกนนะครับ แตบางทีวันไหนงานยุงๆ อยูเวรเหนื่อยๆ ผมก็ลืมโกน พอเลยไปหลายวันมันก็เลยยาว ก็เทานั้นเอง” ผมตอบกลับไปแลวเริ่มตรวจคนไขหองพิเศษ ผมตรวจคนไขมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนมาหยุดที่หนาหอง 104 คุณยายที่ น้ ำ ท ว มปอดและวั น นี้ ผ มจะให ก ลั บ บ า น ผมค อ ยๆ เป ด ประตู เข า ไปในห อ ง คุณยาย “สวัสดีครับคุณยาย วันนี้เปนอยางไรบาง” ผมกลาวทักทายคุณยาย ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนชุดเปนเสื้อคอกระเชาและ นุงผาถุงแทนที่จะเปนชุดของโรงพยาบาล แสดงวาพรอมจะกลับบานแลว “ไมเหนื่อยเลยจะคุณหมอ สบายมาก” “นั้นเดี๋ยวหมอจะจัดยาใหคุณยายแลวจะนัดมาดูอาการอีกสองอาทิตย นะครับ” ผมตอบคุณยายแลวกำลังจะหันหลังกลับ “คุณหมอคะ คุณหมอคะ” คุณยายเรียกผมไว “มีอะไรครับคุณยาย” “ยายฝากขอบคุณคุณหมอแขกดวยนะ ขอบคุณที่รักษายายจนหาย เสียดายวันนี้ไมไดมา” ผมทำหนางงๆ “คุณหมอแขกคนไหนครับยาย” “ก็คุณหมอแขก คนที่มาเมื่อวานไงละ ที่แกไวหนวดไวเครานะ” “ไดครับคุณยาย เดี๋ยวผมจะฝากบอกคุณหมอแขกใหนะครับ” ผมเดินออกจากหองคุณยายดวยใบหนายิ้มๆ และเบิกบานในใจ เรื่องตางๆ ที่ไมสบายใจและรูสึกไมดีหายไปหมดสิ้น ยายจะรูไหมนะ วาผม กับคุณหมอแขกคือคนคนเดียวกัน
¹¾.»Ø³ÂÇÕà ÈÃÕ¤ÔÃÔ¹·Ã ᾷ 㪌·Ø¹»‚ 2 þ.¡Ãз؋Áẹ ¨.ÊÁØ·ÃÊÒ¤Ã
1411
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ไม ว า คุ ณ หมอป า ยแดง ของเราจะจบไปอยู ที่ ไ หน กิ จ กรรมหนึ่ ง ที่ หลีกเลี่ยงไมไดคือ “การตรวจโอพีดี-ผูปวยนอก” นั่นเอง สารพัดสารพัน ปญหา ของคนลวนมาอยูแลว ณ หองนี้ –หองตรวจของเรานั่นเอง” ปญหาโดยตัวโรคก็ มากมายอยูแลว ไหนจะคนไขตอบคำถามไมไดดั่งใจคุณหมออีก คนไขก็กลัวหมอ จะรูไมหมดก็พยายามเลาๆๆ อีก กวาจะเขาเรื่องเขาราว บอยครั้งก็พาลอารมณ เสียเพลียดวยกันทั้งสองฝาย เฮอ เซ็ง กันไป หลังๆ ผมก็คอยๆ มานั่งคิดปญหา อยูที่ตรงไหน....อยูที่ใจเรานั่นเอง “เมื่อคนไขตอบคำถามไมตรงดั่งใจเรา” บอยครั้งที่คนไขก็ตอบตอบ ไมไดประเด็นที่เราตองการ อาจดวยมีปญหาทางการไดยิน (เชน หูตึง) อุปสรรค ทางภาษา หรือพื้นฐานทางการศึกษา หลายครั้งทำใหแพทยหงุดหงิดอารมณเสีย ก็คิดซะวาเหมือนสมัยเราเปนนักเรียนแพทยตอนป 4 นั่นแหละ ตอบอะไรไปก็ไม เขาทางซะที โดนอาจารย ดุแลวดุอีก เจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน “แลวเราอยากให คนไขเจ็บเหมือนที่เราเคยเจ็บ รึเปลาหละ หรือมีวิธีไหนที่จะเจ็บนอยกวานั้น นาจะมีบางสิเนอะ” สวนใหญ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ËÅÒ¡ËÅÒ¢ŒÍ¤Ô´ªÕÇÔμ âÍ¾Õ´Õ Tip and tricks
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 142
ขั้นแรกทำใจเย็นๆ ทำหนายิ้มเขาไว จากนั้นคอยๆ ถามใช keyword ชาๆ ชัดๆ ระวังอยาทำหนาดุ เกินไป เพราะนอกจากจะทำใหคุณหมอไมหลอ/ สวยแลว จะทำใหคนไขตื่นกลัวตอบคำถามผิดกันไปใหญเลยทีเดียว “มีเรื่องราวมากมาย-ที่ไมมีใครไดฟง” หลายครั้งที่คนไขเขามาหาเราก็ พูดๆๆ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวและไมเกี่ยวกับตัวโรค สวนมากอันหลังนี่คอนขางจะเยอะ หนอย โดยเฉพาะผูสูอายุนี่ ชอบเลาความหลังนักแล หรือบางคนก็เลาเรื่องอื่นๆ เรื่องดีๆ นี่ไมวา แตสวนใหญเปนความทุกข ซะมาก เชน “พอตาตาย แมยายเสีย เมียติดยา....โกงคาแรง....” และอีกจิปาถะ อันนี้ก็ขอใหเพื่อนแพทยอดทนฟงนิดนึง เพราะคนไขโอพีดี ครึ่งหนึ่งคือคนที่มี ความทุ ก ข ท างใจ แค เ พี ย งเราผู เ ป น แพทย ไ ด อ ดทนฟ ง ความทุ ก ข เขาซั ก นิ ด ใหเขาไดมีที่ระบาย นั่นก็ถือวาเราไดทำหนาที่บำบัดรักษา เขาเหลานั้นไดสวนนึง แลวหละ “การใหเกียรติกันและกัน” อาจเนื่องดวยปจจุบันความสัมพันธ แพทย กับผูปวยอาจไมดีเหมือนดั่งเดิม ทำใหแพทยอาจไดรับการสื่อสารจากผูปวยที่ ไมคอยจะงดงามเทาไหรนัก หลายครั้งก็สรางความหมองใจใหกับบุคคลากร อยางเราๆ เหมือนกัน โจทยก็มาอยูที่ทำอยางไรจึงจะไดรับเกียรติจากคนไขหละ หนอหมอๆ ทั้งหลาย การไหว…….....เรื่องงายๆที่สุขใจทั้งผูให…..อิ่มใจทั้งผูรับไดรับ มีหลายคนเคยบอกวา “ถาอยากไดรับเกียรติจากใคร จงใหเกียรติเขา ผูนั้นกอน” ดังนั้นผมขอแนะนำเรื่อง “การไหวคนไขกอน” จากที่ไดทดลองปฏิบัติ มา ขอดีสำหรับคนไข คือคนไขจะรูสึกผอนคลายมากขึ้น เพราะถาคุณลอง เปนคนไขเองจะพบวา คนไขเกือบทุกคนมีความกังวลเมื่อตองพบแพทย ทั้งจาก ตัวโรคเอง เรื่องราวทางเศรษฐกิจสารพัดสารพัน ทำใหบางทีการซักประวัติตรวจ รางกายทำไปไดไมราบรื่นเทาที่ควร เพราะความกังวลประหมาของคนไขแทๆ ทีเดียวนั่นเอง ดังนั้นการที่เราไหวผูปวยกอน จึงเหมือนการทำใหเขารูวาเรารัก และปรารถนาดีที่จะใหเขาหายจากโรค เหมือนดังคำที่ครูบาอาจารยของเราเคย สอนไววา
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1433
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“แคไดเห็นหนาหมอ ก็หายปวยแลว” ขอดีสำหรับแพทยเอง การที่เราไหวผูปวยกอน ทำให “ลดอัตตา” ในตัวตนของพวกเราเอง เพราะบางครั้งหนาที่ของเราตองใชความมั่นใจคอนขาง มาก จนบางครั้งก็กลายเปนอัตตาในตัวตนที่ฝกรากลึกเกินไป เชน “คนไขบอก ปวดทองบริเวณลิ้นปแนนๆ” ในเวชปฎิบัติทั่วไปคนไขคอนขางเยอะ ตองรีบ ตรวจ แพทยสวนใหญก็มักวินิจฉัยวาเปน “Dyspepsia” แลวก็ใหยาไปตามสูตร คนไขก็กลับไปเพราะไดยาแลว แตถาไดนั่งฟงแกบนซักหนอย วา “มีเบื่ออาหาร น้ำหนักลด กินไมคอยได ถายอุจจาระสีซีดๆ เทาๆ” ถาแพทยไดฟงแบบนี้ ก็คิด ไดเลยวาคนนี้ไมใช dyspepsia ธรรมดาแนๆ นั่นคือตัวอยางของการที่ ถาเรารูจักลดอัตตา รับฟงใหมากขึ้น เราก็จะ ไดรูอะไรมากขึ้นนั่นเอง ขอดีอีกขอสำหรับแพทย คือ ทำใหเราใจเย็นลง เพราะ การไหวเปนเหมือนเปนการสลับฉากคั่นกลาง ทำใหเราไมอารมณเสียคางจาก ผูปวยคนหนึ่ง สูผูปวยอีกคนหนึ่งที่ไมรูเรื่องดวย ความประทั บ ใจแนวๆ นี้ มี เรื่ อ งหนึ่ ง คุ ณ ยายอายุ ป ระมาณ 80 ป มาติ ด ตามการรั ก ษาเบาหวาน ความดั น โลหิ ต สู ง ตาปกติ นี่ แ หละ เมื่ อ ผม ซั ก ประวั ติ ตรวจร า งกาย ให ค ำแนะนำ สุ ด ท า ยก็ เขี ย นเวชระเบี ย นรวมถึ ง เขียนใบสั่งยา ผมก็สงใหตามปกติ คุณยายก็รับไปดวยสองมือ แตเดี๋ยวกอน คุณยายไมไดรับแลวเดินจากไปเหมือนคนไขรายอื่นๆ แตคุณยาย “วางโอพีดี การด เพื่อที่จะใชสองมือนอยๆนั้นมากระพุมมือไหวผม แลวกลาวถอยคำที่แสน บริสุทธิ์ “ขอบใจจะหมอ” แคเพียงเทานี้ก็ทำใหหมอจบใหมอยางผมหัวใจพองโต ไดแลวหละครับ นี่ก็เปนขอคิดเล็กๆนอยๆ ประสบการณที่ผมไดรับในชวงชีวิตแพทยใช ทุนหวัง คงเปนสาระเล็กๆสำหรับนองใหมปายแดงทุกคนนะครับ สุดทายฝาก เปนขอคิด ‘อยาไปโกรธใครเขาเลยวาไมไดดั่งใจเรา เพราะแมหามใจเรา ไมโกรธเขายังยากเลย’
¾Þ.ÍѨÃÒÇ´Õ ¾Ñ¹¸Ø Á³Õ
àÃ×èͧàÅ‹Ò..¢Í§º‹ÒÂÇѹ¸ÃÃÁ´Òæ ·Õèˌͧ Lab ªÑé¹ 9
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 144
แมบาน: อางน้ำมันตันอีกแลวนะคุณหมอ... น้ำมันไหลลงไปขางลางที่ หอง @@##$%&*()%%#@!! Extern: (เงยหนาจาก stool exam) เหนื่อยมั้ยคะปา (คือหนูแสนจะ เหนื่อย (ใจ)... คิดวาปาก็คงเหนื่อย เหมือนกัน) คุณปาแมบานคนนี้ มีหนาที่ทำความสะอาดหอง lab และหองอะไร ตอมิอะไรตั้งหลายหอง ขณะที่เอยปากปรับทุกขกับเรา มือก็ลาง test tube ที่ บ รรจุ ด ว ยเลื อ ดเก า ๆ หลั ง จากเริ่ ม ต น สนทนาไปแค ป ระโยคเดี ย วคุ ณ ป า ก็ พรรณนาสารพัดความเหนื่อยใหเราฟง เชน เรื่องของการทำงาน .. ใครๆ เขาวาปาทำงานนอยนิดเดียว แคทำความสะอาดหองไมกี่หอง แตได 2 ขั้นติดตอกันมาตั้ง 3 ครั้งแลว (เอ...ไหงยังงั้นละคะ) ที่ปาไดเพราะมันมี ผลงานสิ่งประดิษฐ (ชื่อรางวัลอะไรก็ไมรู...จำไมได) แตปาชี้ไปที่ ชั้นวางอุปกรณ ที่ใชในหอง lab ทำดวยมืออยางงายๆ จากกระดาษแข็ง หอพลาสติกอยางดี หวงแขวนตะเกียง alcohol และตะแกรงวาง slide ทั้ง 3 อันนั่นแหละคุณหมอ ปาทำปละอยางก็เลยได (อืม..ก็นาจะคุมเหนื่อยนี่คะ ปานาจะภูมิใจกับผลงาน
ของปา แทนที่จะเศราใจกับ..คำคนอื่นวา) แตมันเหนื่อยนะ ปาทำความสะอาด แตมันก็สกปรกอีก มีประชุมทีไรปาโดนวาหองไมสะอาดทุกทีเลย มันเหนื่อยใจ (วาแลว.... หนูเขาใจคะปา งานทำความสะอาดนะมันแลวเสร็จเปนที่ไหนกัน) แตคนอื่นเขาหาวาปาไมทำงาน
(..แลวปากลัวตายมั้ยคะ..) ไมกลัวหรอกคุณหมอ ปาจะเลาใหฟงนะ ..... พระพุทธเจาทานบอกวา “การเกิด” เปนความทุกข ที่คนเราเกิดมานั้น เปนความทุกข เจ็บก็ทุกข ปวยก็ทุกข พระพุทธเจาทานเห็น ทานถึงหาทางที่จะ ไมเกิดอีก จะไดไมตองทุกขไง คุณหมอเคยไดยินมั้ย “คนกลัวตาย ผีกลัวเกิด”
1455
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
แตปาไมมีลูกเลยนะ ไมยอมใหมี ปาคุมกำเนิดตั้งแตแตงงาน ไมอยากให เกิด ชีวิตมันทุกข นี่ปาก็พยายามทำบุญ จะไดไมตองมาเกิดอีก
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
มีอยูวันหนึ่งปาเหนื่อยมากจนจะเปนลม ปาลมลงไปนอนที่พื้นเลยนะ ในซอกแคบๆ (แคบจริงๆ พื้นที่แคหนึ่งคนยืน หลังตูเก็บเอกสาร 2 ใบที่หันหลัง ชนกัน) นั้นแหละ แลวนักศึกษานะ มาแอบถายรูปปา ปาเห็นแสงไฟแวบๆ กับแขนเขายื่นขามหัวมา นึกวาผีหลอก โอยคุณหมอ....เขาทำอยางกับเราเปน สั ต ว ตั ว นึ ง เลยนะ (???!!??) เขาไม เ ห็ น ว า เราก็ เ ป น คนอย า งเขาเหมื อ นกั น ปาตกใจ ถามวาเขาถายไปทำไม เขาวาไมเอาไปทำอะไรหรอก แตเขาถามวา ปามานอนทำไมตรงนี้ เขาไมเขาใจนะ เขาคงไมเคยเห็นคนเปนลม พวกนี้ สวนมากก็เปนลูกคนรวย เขาไมเขาใจความเหนื่อย ความทุกข ความลำบาก ของคนอื่ น หรอก เพราะเขาไม เ คยทุ ก ข ไ ง คนใหญ ค นโต เขาไม เข า ใจ ความทุกขของคนจน คนใชแรงงานชั้นผูนอยอยางเราหรอก เขาเคยอยูกันสบาย อยากไดอะไรก็ได เรานะถึงปวยอยูในนี้เวลาไมสบายทีตองไปตอคิวรอตรวจ ตั้งแตเชาเลยนะ แตถึงเขาปวยที อยากไดอะไรก็ไดทันที (...อืม... พอแมใครๆ เขาถึงอยากใหลูกเรียนหนังสือ ไปเปนเจาคนนายคนไงปา)
คนเราไมรูจักความตายก็เลยกลัวความตาย แตผีนี่เขาตายแลว เขารู แลววาความตายเปนยังไง ความทุกขของการมีชีวิตอยูเปนยังไง อยางเจาที่ วิญญาณที่ไมยอมไปไหน นั่นเปนเพราะเขาจำได เขาจึงไมยอมไปเกิด กอนที่คน เราจะเกิดมามือของเราจะกำไวดวยกัน ตัวจะงอๆ อยูนะ ตอนนั้นเรายังจำ “ชีวิต” ได มือเรากำสิ่งวิเศษไว 3 อยาง (แตปาไมยอมบอกวา สิ่งวิเศษ ทั้ง 3 อยาง คืออะไร) พอเกิดแลวมือจะคลายออก สิ่งวิเศษจะหายไป ตอนนั้น เราจะลืมวาชีวิตคือความทุกข แลวเราก็เริ่มมีชีวิตเพื่อที่จะทุกขใหม ปาไมกลัวตายหรอก แตปากลัวที่จะเกิดใหม ป า พยายามทำบุ ญ ป า ช ว ยคน อย า งคนที่ เ ป น มะเร็ ง รอฉายรั ง สี อ ยู ขางลาง คุณหมอเคยเห็นไหม เขาลำบากกันนะ ไมคอยมีกินหรอก อยูฉายทีละ หลายวั น อดบ า งได กิ น บ า ง ป า พอมี ข นมมี ข องกิ น ก็ แ บ ง เขาไป ให เ ป น บุ ญ ปาปลอยปลา ที่ไหนที่เขาทุบหัวปลา ขายปลาดีๆ ปาจะไปซื้อมาปลอย ........ให ปลาไปบอกยมทูตวาอยาใหปามาเกิดอีกเลย พอแลว ไมอยากเกิดอีกแลว ............
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 146
เราเรียนได...จากคนทุกคน...จริงๆ ใครจะคิดวาแคประโยคถามสารทุกขทั่วๆ ไปแคประโยคเดียวจะทำใหคน 2 คนที่ไมเคยวิสาสะกันมากอนเลย สามารถเลาเรื่องราวที่เปน ความหมาย ของชีวิต และความตายกันไดขนาดนี้ ผูหญิงวัยกลางคนที่พร่ำรำพันวา “ชีวิต” ของเธอนั้น เปนความทุกข ผูหญิงคนนี้นิยามการ “เกิด” เปนจุดเริ่มตน ของความทุกข เธอทุกขเสียจนตอง ....แสวงหา.... ทางที่จะทำใหเธอไมตองทุกขอีกตอไป คุณปาไมไดทำบุญ ดวยหวังวาบุญจะสงผลใหเธอมีความสุข คุณปาไมไดพูดวา บุญคือความดี...ที่เกิดเมื่อมีเจตนากระทำ คุณปาไมไดหวังวาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในชาตินี้และชาติหนา
คุณปาทำและใหเพื่อที่จะหยุดและพอ คุณปาคนนี้ไมกลัวความ “ตาย” แตก็ไมไดเรงใหความตายใกลเขามา คุณปา “กลัวความทุกข มากกวา ความตาย” นั่ น อาจเป น คำตอบของคำถามที่ ว า ทำไมบางคนจึ ง ปรารถนาที่ จ ะ “ตาย” เมื่อไมสามารถบรรเทา ความเจ็บปวดที่เกิดขณะมี “ชีวิต” ได ทุกข?
อาจเปนเพราะคนบางคนคิดวา “ความตาย” คือจุดสิ้นสุดของความ
1477
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
คุณปาขาที่ไมมีความทุกขไมใชเพราะลืม ... วาเคยมีความทุกขหรอก มั้งคะ ก็ที่ผีกลัวการเกิด ไมใชเพราะ. ... ผีจำไดวา “ความทุกข” ของการ เกิด “เปนอยางไร” ....หรือคะ.... คุณปา?
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
คงไมจริงเสมอไป หรืออาจไมใชคำตอบของทุกคน เราบางคนอาจไม ตองรอจนถึงเวลานั้น เพียง เมื่อ 2 มือคลายออก จากกัน ตอนนั้นเราจะลืม ความทุกข ถึงคุณปาจะไมยอมบอกวา 3 สิ่งวิเศษนั้นคืออะไร แตฉันคิดวา ฉั น พอจะเดาออกว า ...หนึ่ ง ในสามของสิ่ ง วิ เ ศษนั้ น คงจะเป น “ความทุ ก ข ” ที่เราตางเคยยึด ถือ กำมันไวดวย 2 มือของเราเอง เพียงแตเราคลายมือออก เราก็จะ ....ไมมี.... ทุกข อีกตอไป
¹ÒÂÊÁ¤º »˜¹
ÊÁÒªÔ¡ãËÁ‹¢Í§¤Ãͺ¤ÃÑÇãËÞ‹
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 148
“โตะนี้ของเจาหนาที่ ลูกจางอยาแหลม โตะโนนของลูกจาง เจาหนาที่ ไมเกี่ยว” ทำไมเวลาโรงพยาบาลมีงานเลี้ยงหรือรวมทานอาหารดวยกัน บุคลากร ของหมอกัณฑถึงตองแยกโตะแบงกลุมกันอยางชัดเจน (ออกนอกหนาอยางนี้) ทุกที “หมอคะ เดี่ยวนี้ลูกจางเราชอบหลบเลี่ยงงาน ใหชวยงานโนนบาง งานนี้ บาง ทำไมสนใจ หาตัวก็ยากดวยคะ” “หมอครับ พยาบาลสมัยนี้พูดจาไมมีหางเสียงเลยครับ สั่งงานพวกผม แตละครั้งอยางกับไมไดพูดกับคน เขานะรุนลูกผมนะครับ” มากมายคำอุทธรณรอนใจของทั้งสองฝาย ที่ตั้งแงแหสาดใสกันบงบอก ถึงความออนแอในความเปนอันหนึ่งอันเดียวกันของบุคลากรในโรงพยาบาล แหงนี้ และยังมีอีกหลายเหตุการณของการปะทะคารม มีทั้งซึ่งหนาและลับหลัง ที่เกิดขึ้น หมอกัณฑไดพบไดเห็นไดยินไดฟง จนเปนเรื่องชินชาสามัญประจำวัน ไปแลว ความคับของครุกรุนแบบนี้ คงไมตองพูดถึงความเปนเอกภาพที่ ทุกคนจะชวยกันฟนฝาอุปสรรคปญหาหรือรวมหัวจมทายนำพาโรงพยาบาล ไปสูจุดมุงหมายดวยกัน หากการแยกกกแตกฝายและการแบงชนชั้นวรรณะ ยังรุนแรงแฝงเรนไปทุกหยอมหญาขนาดนี้
หมอกัณฑคงตองทำอะไรซักอยางกอนที่สถานการณจะเชี่ยวกรากบาน ปลายจนฝงรากเปนวัฒนธรรมองคกรแบบศึกสายเลือดมากไปกวานี้ แล ว หมอกั ณ ฑ ก็ นึ ก ถึ ง ประเพณี ก ารรั บ น อ งเมื่ อ สมั ย ตอนเรี ย น มหาวิทยาลัยวานาจะลองประยุกตเอามาใชได หมอกั ณ ฑ ป ระชุ ม กรรมการบริ ห ารโรงพยาบาลทั น ที ในเดื อ นถั ด ไป หลังรางโครงการเสร็จ
1499
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กลุมเปาหมาย เจ า หน า ที่ ใ หม จ ำนวน 14 คน (แพทย , ทั น ตะ, เภสั ช , พยาบาล, ลูกจาง, ฯลฯ) โดยการประชุม ไดมีการชี้แจงและมอบหมายหนาที่ใหแตละฝายมีงาน รั บ ผิ ด ชอบประกอบไปด ว ย ฝ า ยพิ ธี ก าร, ฝ า ยโภชนาการ, ฝ า ยสถานที่ แ ละ แสงเสี ย ง ส ว นหมอกั ณ ฑ อ ยู ใ นสั ง กั ด ฝ า ยอำนวยการกลาง ในส ว นของฝ า ย พิธีการไดเตรียมการแบงซุมรับนองออกเปน 4 ซุม และหมอกัณฑขอไปสังกัดซุม ของกลุมคนโฉด ซึ่งเปนซุมสุดทาย (เพราะดูเลอะเทอะและมอมแมมติดแนน ที่สุด) ในตอนเย็นพลบค่ำกอนวันงาน ถามีใครลักลอบแอบไปดูแถวหนาลาน จัดงาน (สนามหลังโรงพยาบาล) จะพบเห็นแพทยคนหนึ่งกมหนากมตากลิ้งถัง แกลลอนไปทำซุมรับนองอยูอยางลับๆ ลอๆ (ดวยแกกลัวความลับแตก) และในเย็ น วั น รุ ง ขึ้ น เสี ย งโห ร อ งกลองยาวและฉิ่ ง ฉั บ ก็ ดั ง ลั่ น นำแถว เคลื่อนขบวนบุคลากรใหม (เหยื่อนอยๆ) ทั้ง 14 คน จากหนาโรงพยาบาลมายัง
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
วัตถุประสงคโครงการ 1. เพื่อเปนการเสริมสรางความสัมพันธอันดีระหวางบุคลากรเกาและ บุคลากรใหมของโรงพยาบาลนิทาน 2. เพื่อจัดใหเปนงานประเพณีประจำปของโรงพยาบาลนิทาน 3. เพื่อเปนการเสริมสรางเจตคติ ทัศนคติและคุณภาพชีวิตที่ดีใหแก บุคลากรของโรงพยาบาลนิทาน
พื้นที่พิธี (ลานประหาร) ซึ่งตอนนี้วิญญาณวากเกอรและวายรายไดเขาสิงบรรดา พี่เกาเรียบรอยแลวทุกคน หมายเหตุ กอนหนานี้หมอกัณฑไดขอรอง แกมกำชับใหรุนพี่แตละซุมกระทำ การอยางใดก็ได ใหนองใหมทุกคนที่ผานเขาไปในซุมของตน หลุดออกมาแลว ตองมีสภาพที่ไมสามารถบอกรูปพรรณสัญฐานได มิฉะนั้นรุนพี่อาจมีโทษหนักถึง ขั้นถูกปรับใหไปเปนนองใหมเสียเอง
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 150
ครับ งานนี้นองใหมก็เลยเละเทะแหลกเหลวไมเหลือสภาพเดิมใหเห็น เสร็จสมอารมณหมายผูกอการเปนอยางยิ่ง และเมื่ อ ความบั น เทิ ง เริ ง ใจของรุ น พี่ ผ า นพ น ไป น อ งใหม ไ ด ฝ า ด า น อรหันตครบทั้ง 4 ซุม เวรกรรมก็บังเกิดขึ้นจริง พวกนองใหมรวมหัวกันเรียก รองขอสิทธิ์การเอาคืนบาง ไดเรื่องครับ ไอพวกรุนพี่ตัวดีวิ่งหนีแตกกระเจิง ตัวใครตัวมันไปคนละทิศ ละทาง สุดทายไดเหยื่อที่ไลลาจับไดอยู 2 คน คือ หมอกัณฑกับนองเจาหนาที่ ห อ งยาอี ก คนหนึ่ ง การเอาคื น เป น ไปอย า งสาสม สะใจ ทั้ ง 2 คน เละเทะ แหลกเหลวไมมีชิ้นดีเหมือนกัน โดนจับถอดเสื้อใหนอนคลุกโคลนขี้วัว และใหไป วิ่งกระเซอะกระเซิง ตะโกน “ผมรักโรงพยาบาลๆ” อยูหนาตึกผูปวย งานนี้เลนเอาคนไขกับญาติแตกตื่นออกมาดูกันตรึม เหตุ ก ารณ เ ลวร า ยผ า นไป (หมอกั ณ ฑ อ าบน้ ำ ฟอกสบู จ นตั ว เป อ ย) ตอนหัวค่ำก็มีงานรับประทานอาหารรวมกัน (ตบหัวแลวลูบทอง) จนอิ่มหนำ สำราญกันดีทั่วหนา พิธีกรก็เชิญหมอกัณฑในฐานะ ตัวแทนโรงพยาบาลไปกลาว ตอนรับนองใหมอยางเปนทางการ แลวตอดวยการแสดงของรุนพี่และรุนนอง ตามลำดับ (ลงทุนเตรียมซอมกันมาอยางดีจนหมอกัณฑอึ้งทึ่ง เสียวไปเหมือน กัน) ราว 3 ทุมเศษ พิธีกรก็บอกใหกลุมวากเกอรพานองใหมออกไปจากพื้นที่ จัดงานเลี้ยงกอน แลวไฟในงานทั้งหมดก็ดับลง เหลือเพียงแสงเทียนเลมนอย นับรอยเลมที่คอยใหแสงสวางแทนที่
…………………………………………...............
1511
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
มากมายคำอวยพรอบอุนยินดี พรั่งพรูออกมาจาก ลุงๆ ปาๆ ทุกคน มือซึ่งถือดายสายสิญจน มาผูกที่ขอมือของนองใหม ทำใหบรรกากาศของ การรั บ ขวั ญ ดู ข ลั ง และบริ สุ ท ธิ์ เป น การต อ นรั บ สมาชิ ก น อ งสุ ด ท อ งของ โรงพยาบาลนิทานอยางแทจริง “ขอใหอยูเย็นเปนสุข อายุมั่นขวัญยืนนะลูกนะ” มีแตนำ้ ใสๆ แหงความปติตื้นตัน เออนองจากสองตาไหลลงมาอาบแกม แทนคำกลาวใดๆ ไดอีก “ขอบคุณคะ ปา”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
น อ งใหม ทั้ ง 14 คนถู ก ป ด ตาด ว ยผ า และจู ง มื อ เข า มาในงานอี ก ครั้ ง พรอมกับเสียงกีตารที่กังวาลแววเบาๆ รุนพี่เปดผาปดตาใหรุนนอง ภาพที่ปรากฏอยูเบื้องหนานองใหม คือ ใบหนาและรอยยิ้มอันอบอุนกันเองของบุคลากรอาวุโส (รุนกอตั้งโรงพยาบาล) รวม 14 คนไมวาจะเปน นาชิด (ลูกจางทรงคุณคางาน supply และศูนยเปล) นากลอย (แมครัวคนเดียวของโรงพยาบาล) ลุงชาติ (พนักงานขับรถและปศุสัตว โรงพยาบาล) ลุงเทิ้ม (อัจฉริยะงานสาธารณูปโภค) พี่มนตสิทธิ์ (หัวหนาฝาย สุขาภิบาลและประธานชมรมอาสาฯ) ไดหอมลอมนองใหมอยูหลังแสงเทียน วอบแวมอบอุน อีกดานหนึ่งรุนพี่ที่เหลือก็ชวยกันขับกลอมเพลงเคลาคลอกับเสียงกีตาร .......ลา......ลา.... โอนองเอย พี่นี้ขอชื่นเชย จะมิเลยแรมไกล รักเจาดั่งดวงใจ มิคลายหนายหนา ลา....ลา พี่จะรับขวัญเจา เอามาเปนขวัญจิต...... จะเอาดายยาวขาวบริสุทธ ลา ลา ผูกมือนองขา เหมือนดวงใจพี่ ผูกพันเจาไวไมหนายหนี ลา ... ลา
ในสายวันหนึ่ง มีรถสองแถววิ่งประจำทางมาจอดที่หนาโรงพยาบาล “หมอครั บ ผมขอตั ว ไปช ว ยน อ งปุ ก (พยาบาลน อ งใหม ) ขนกระเป า กอนนะครับ” พี่สมจริงขอตัวจากวงขาวกลางวันที่โรงอาหาร ภาพที่เห็นคือลูกจาง กับเจาหนาที่ เดินยิ้มแยมแจมใสทักทายกันเหมือน เปนคนในบานเดียวกันแลว พักใหญ พี่สมจริงก็เดิมยิ้มราเขามาที่วงขาวอีก “ทานขนมดวยกันครับ นองปุกเขาเอามาฝากจากบาน ฝากทุกคนเลย ครับ” ..... เฮ... พรึ่บ...
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 152
¾Þ ª‹Í·Ô¾Â ¡Ñ¹·Ðǧ¤ á¾·Â ª¹º·ÃØ‹¹ 6 þÈ. ÅÓ»Ò§ ᾷ 㪌·Ø¹ ¨Ñ§ËÇÑ´ÅÓ¾Ù¹
àÃ×èͧàŋҨҡ¾ÕèÊÙ‹¹ŒÍ§ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1533
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สวัสดีคะนองแพทยที่จบใหมทุกคน กอนอื่นพี่ตองขอแสดงความยินดี ดวยนะคะกับความสำเร็จของนองๆ ทุกคน พี่รูวากวาที่นองๆ ทุกคนจะกาวมา ถึงจุดนั้นไดตองอาศัยความเพียรพยายาม ความอดทนอยางมาก แตนั่นมันก็ยัง เทียบไมไดเลยกับสิ่งที่นองๆจะไดเจอตอไปนอกรั้วโรงเรียนแพทย ระยะเวลา 6 ปที่ผานมา การไดเรียนรูสิ่งตางๆ จากตำรา อาจารย หรือรุนพี่ จะเปนเพียง เสี้ยวหนึ่งเทานั้นที่นองจะเอาไปใชกับคนไข ที่เหลือตองอาศัยประสบการณ ทักษะ การตัดสินใจ ตลอดจนจิตใจที่ดีงามที่จะอุทิศตนเพื่อคนไขอยางแทจริง จึงจะไดชื่อวาเปน “หมอที่ดี” พี่เปนนักศึกษาแพทยโครงการแพทยชนบท เรียนที่โรงพยาบาลศูนย ลำปาง จบแลวมาใชทุนตอที่ รพ.ลำพูน ตอนนี้เปน Intern 3 ทำงานอยูใน โรงพยาบาลชุมชน ตลอดระยะเวลาสามปที่ผานมากับการใชทุนที่ รพช. ทำใหพี่ ไดประสบการณมากมาย รูสึกวาตัวเองไดพัฒนาความคิด มีความเปนผูใหญ มากขึ้น นอกจากนี้ยังไดประสบการณเกี่ยวกับการใชชีวิตรวมกับเพื่อนแพทย ผูรวมงานหลายๆ คน ซึ่งบางครั้งก็ทำใหเราไดเปลี่ยนมุมมองใหมๆ ดวย โรงพยาบาลชุมชนแหงแรกที่พี่ไดไปเปนแพทยใชทุน เปนโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง มีหมอ 4 คน ซึ่งถาเทียบกับโรงพยาบาลอื่นแลวถือวาเปน ภาระงานที่ ห นั ก เลยที เ ดี ย ว ถ า วั น ไหนที่ พี่ ห มอลาหรื อ ติ ด ประชุ ม ที่ เ หลื อ ก็
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 154
เตรียมตัวเหนื่อยเปนสองเทาเลย ที่นี่คนไขเยอะมาก คนไขมีความคาดหวังกับ การรักษาสูง เนื่องจากเปนพื้นที่ที่ไมคอยหางจากโรงพยาบาลจังหวัดมากนัก บางครั้งเราเห็นวาที่โรงพยาบาลมีศักยภาพในการดูแลคนไขได แตญาติมักจะไม คอยยินยอม มักจะขอเขาไปรับการรักษาตอที่โรงพยาบาลจังหวัด ซึ่งหากเจอ อยางนี้นองตองคุยกับคนไขและญาติใหเขาใจแผนการรักษาใหดีๆ ถาไมไหว จริ ง ๆ ก็ อ าจจะต อ งปล อ ยไป เวลาที่ อ ยู เวรนอกเวลาที่ โรงพยาบาลชุ ม ชน เราเหมือนเปนผูอำนวยการโรงพยาบาลเลยทีเดียว เพราะตองดูแลทั้งผูปวย ในและผู ป ว ยนอก ถ า น อ งๆ มาอยู ที่ รพช. น อ งควรมี ค วามรู เ กื อ บทุ ก โรค เพราะเราเลือกไมไดวาวันนี้จะเจอกับ case อะไรบาง พี่อยูที่โรงพยาบาลนี้เคย เจอ case คลอดที่มีปญหา case หนึ่ง แมเปน elderly pregnancy no ANC (3 ท อ งแรกคลอดเองที่ บ า น) มี อ าการเจ็ บ ครรภ ค ลอดน้ ำ เดิ น มาถึ ง ก็ fully แลวแตเปน footling breech พยาบาลก็โทรรายงานตามลำดับ ตอนที่พี่เปน นักศึกษาแพทยก็ไมทำคลอดทากนเลย แตเคยเห็นอาจารยทำ ดวยความเปน หมอเมื่ อ คนไข ม าถึ ง แล ว ก็ ต อ งรั ก ษาอย า งสุ ด ความสามารถ case นี้ ตื่ น เต น มากเลย ชวยกันทั้งหมอทั้งพยาบาล หลังจากที่เทากนแขนออกมา ก็ติดที่หัวอยู นานประมาณ 15 นาที กวาเจาตัวเล็กจะออกมาได แตพอออกมา apgar 0 พี่เกือบรองไหเลย ทีนี้ก็ชวยกัน PPV อีก เด็กก็เริ่มดีขึ้น Apgar จาก 0 เปน 10 เทานั้นยังไมพอเจาตัวเล็กยังสรางปญหาอีกเพราะไมยอมขยับแขนรูสึกวาจะเปน brachial plexus injury พี่ก็ไดโทรไปติดตอหมอเด็กที่โรงพยาบาลจังหวัดเคาก็ให สังเกตอาการไปกอน โชคดีที่หนึ่งวันหลังจากนั้นก็ยกแขนไดเปนปกติ พี่ก็เลย อยากจะบอกกันนองๆ วา ถามาอยู รพช. ควร review case สูติใหดีๆ พยายาม อย า ให เ กิ ด ความผิ ด พลาดขึ้ น กั บ สองชี วิ ต นี้ เพราะคนไข สู ติ ก รรมนั้ น มี อั ต รา การฟองรองสูงมาก Case trauma เปนอีกปญหาหนึ่งที่นองๆ ตองเจอแนนอนถาอยูเวรนอก เวลา ถามาทีละ case พี่วานองๆ คงรับมือไหว แตถามาแบบอุบัติเหตุหมู และแตละ case เปน multiple trauma อาจจะหนักหนอย ยิ่งถาอยูเวรนอกเวลา และเปนหมอคนเดียวในโรงพยาบาลดวย นองก็ตองเรียงลำดับความฉุกเฉินใหดี ที่ พี่ เ คยเจอหนั ก ที่ สุ ด ก็ อุ บั ติ เ หตุ ขั บ รถกระบะพลิ ก คว่ ำ มี ผู บ าดเจ็ บ ประมาณ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1555
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สิบกวาราย ที่หนักก็มี subdural hematoma, hip dislocation, blunt abdomen ที่มีปญหาสุดและเกือบเปนกรณีฟองรองคือรายที่เปน blunt abdomen ที่ญาติ รองเรียนวาสงตัวผูปวยชาเกินไป ทำใหผูปวยเสียชีวิต ในตอนแรกคนไขบอกวามี อาการปวดทองใตลิ้นป ตรวจสัญญาณชีพและตรวจรางกายยังปกติอยู แตคนไข เมาสุรารวมดวย ซึ่งบางครั้งทำใหเราประเมินอาการของคนไขไดยาก หลังจาก นั้นเริ่มมีปญหา Blood pressure เริ่ม drop ดูซีดลง เราก็พยายาม resuscitation กอนสง รพ.จังหวัด แตหลังจากนั้นหนึ่งวันก็ไดทราบขาววาคนไขเสียชีวิต หมอที่ โรงพยาบาลจังหวัดบอกกับญาติวาผูปวยมาชาเกินไป ญาติก็เลยจะเรียกรอง คาเสียหาย แตโชคดีที่ case นี้พี่ดูอยูตลอดและมีการจดบันทึกเวชระเบียนที่ คอนขางละเอียด ประกอบกับทานผูอำนวยการโรงพยาบาลก็มาชวยไกลเกลี่ย ดวย จึงไมมีการฟองรองเกิดขึ้น ดังนั้นจากเรื่องนี้พี่ก็เลยอยากจะบอกกับนองๆ ที่จบใหมวาการบันทึกการตรวจรางกายคนไขถือวามีความสำคัญมาก ถาเราไดดู แลวแตไมมีการจดบันทึกไวก็เหมือนกับไมไดดูในสวนนั้น และควรมีการจดบันทึก เวชระเบียนทุกครั้ง เพราะหากเกิดปญหาอะไรขึ้นเราก็สามารถใชเปนหลักฐานได พอเปน intern 2 และ 3 พี่ก็ยายมาอยูที่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งอยูหาง จากตัวจังหวัดออกมาอีก 40 กิโลเมตร เปนโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง แตใชวา เปนโรงพยาบาลเล็กแลวจำนวนคนไขจะนอยตามนะ คนไข OPD ที่นี่มีใหตรวจ 200-300 คนตอวัน ตองนั่งตรวจตั้งแตแปดโมงครึ่งหลังจากราวดวอรดเสร็จ จนถึงสี่โมงเย็น ตองอยูกับคนไขทั้งวัน บางวันอยูเวรมาทั้งคืน พี่รูสึกเหนื่อยลา อยากพัก แตเห็นคนไขมารอตรวจตั้งแตเชาโดยเฉพาะวันที่เปนคลินิกความดัน เบาหวานซึ่งคนไขมารอตั้งแตตีสี่ตีหา ก็ตองอดทนนั่งตรวจตอจนเสร็จ บางครั้งพี่ ไมสบายก็ไมกลาลา กลัววาจะไปเพิ่มภาระงานใหกับหมอคนอื่น (ที่โรงพยาบาล มีหมอที่ทำงานดานการตรวจรักษา 3 คน) พี่พยายามคิดวาตัวเองจะตองเปนที่ เพิ่งของคนไข จึงทำใหมีกำลังที่จะทำงานตอได ตอนที่พี่ทำงานอยูที่นี่ไดพบเจอ กับเรื่องราวมากมาย บางเรื่องสรางความประทับใจใหกับพี่ เชน คุณยายที่ปวย เปนวัณโรค ก็มาขอบคุณพี่เสียยกใหญที่ชวยใหอาการปวยหาย จากที่คุณยาย นอนไมยอมขยับตัวทอแทกับชีวิตตอนนี้ก็กลับมาทำกิจวัตรประจำวันไดตาม ปกติ แ ล ว บางเรื่ อ งราวก็ ส ร า งความสะเทื อ นใจโดยเฉพาะกรณี คุ ณ ตาที่ เ ป น
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 156
เบาหวานแลวปวยดวยโรคมะเร็งตับ เปนตน หลากหลายบรรยากาศเกิดขึ้นที่ รพช. แหงนี้ ที่นี่นอกจากจะมีภาระงานที่จะตองตรวจคนไขแลว พี่ยังตองรูเรื่องเกี่ยว กับการบริหารงานภายในโรงพยาบาลดวย ตองเปนหัวหนางานตางๆ ทั้งที่ตอน เรียนก็ไมเคยไดศึกษาหรือมีความรูเรื่องนี้มากอนเลย ก็ตองมาเรียนรูใหมจากคน ที่มีประสบการณ ซึ่งสวนใหญก็จะเปนพี่พยาบาลอาวุโส พี่รูสึกวาโรงพยาบาล เล็กๆ ถือวามีขอไดเปรียบกวาโรงพยาบาลใหญเพราะคนในโรงพยาบาลมักจะมี ความใกลชิด สนิทสนมและมีความเปนกันเอง มีอะไรก็พรอมจะใหคำชี้แนะและ ชวยเหลือกันตลอด ถานองๆ ตองออกไปอยู รพช ที่หางไกลมากๆ พี่วานองจะ ไมมีทางเหงาแนนอน ยิ่งหากนองเปนคนที่มีอัชฌาสัยและมีมนุษยสัมพันธดีแลว พี่หมอและพี่พยาบาลก็จะรักและเอ็นดูและพรอมจะใหความชวยเหลือในทุกๆ เรื่องอยูแลว ชีวิตการเปนแพทยของนองๆ กำลังจะเริ่มตนขึ้น นองๆ ยังตองพบตอง เจอกับสิ่งตางๆ มากมายในโลกกวาง บางเหตุการณอาจทำใหนองประทับใจ บางเหตุการณอาจทำใหนองรูสึกเหนื่อย รูสึกทอ ถาหากวันใดที่นองรูสึกทอแท เหนื่อยลาพี่ขอใหนองๆ ลองกลับไปนึกถึงอุดมการณของตัวเองวา “อยากเปน หมอเพราะอะไร” เพราะนั่นจะชวยเปนอีกแรงกำลังใจใหนองๆ กาวฝาฟนกับ อุปสรรคทั้งหลายไปได สุดทายนี้พี่ก็ขอใหนองๆ โชคดีกับชีวิตการเปนหมอ และ พี่จะคอยเปนกำลังใจใหนองๆ ทุกคนเสมอนะคะ
¹¾.¡ÔμÔÈÑ¡´Ôì à¡ÉμÃÊÔ¹ÊÁºÑμÔ Ã¾.ÊÁà´ç¨¾ÃÐÂØ¾ÃÒª»˜Ç ¨.¹‹Ò¹
ÊØ¢ä´Œ·Õèâç¾ÂÒºÒŪØÁª¹ à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1577
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จากอดีต มาถึงปจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงระบบตางๆ ในการใหบริการ อยางมากมาย ทั้งระดับบุคคล โครงสราง ระบบบริการ นโยบาย ซึ่งเมื่อเกิด การเปลี่ยนแปลงตางๆ ยอมจะสรางความเครียดขึ้นมาระดับหนึ่ง แตสุดทาย แลวมักจะกอใหเกิดประโยชนแกประชาชนเปนสวนใหญ เชนเดียวกับระบบ บริการทางดานการแพทย สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในปจจุบัน ทางดาน นโยบายหลั ก ประกั น สุ ข ภาพถ ว นหน า (เดิ ม เรี ย กติ ด ปากว า “30 บาทรั ก ษา ทุ ก โรค”) เพื่ อ สร า งความเสมอภาคในการเข า ถึ ง บริ ก ารของพี่ น อ งประชาชน คนไทย แตไมนาจะเปนความเปนธรรม เนื่องจากคนจน คนรวย ไดรับสิทธิ เหมือนกัน ซึ่งถาเปนธรรม คนมีฐานะดีควรมีสวนรวมในการออกคาใชจายตาม ควรแก ฐ านะ อั น เป น การลดภาระแก ภ าครั ฐ ได ด ว ย จากการเปลี่ ย นแปลง นโยบายดังกลาว ทำใหการเขาถึงบริการของประชาชนงายมากขึ้น จำนวนผูมา รับบริการเพิ่มมากขึ้นอยางชัดเจน รวมถึงมีปญหาเรื่องการรองเรียน เรียกรอง การบริการเพิ่มมากขึ้น เหลานี้เปนเรื่องที่เราไดยินกันบอยๆ พวกเราที่เปนผูให บริการ โดยเฉพาะแพทย อาจจะไดยิน ไดทราบ แลวรูสึกเปนทุกข โดยมีเรื่อง ราวที่สนับสนุนใหรูสึกไมดีกับการที่ตองทำงานอยูในโรงพยาบาลภาครัฐ ไดแก รายไดเมื่อเทียบกับเอกชน การเปรียบเทียบภาระงานกัน การเปรียบเทียบรายได กัน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 158
กว า 20 ป ที่ ไ ด ท ำงานในโรงพยาบาลชุ ม ชน ผมเองมี ค วามสุ ข เป น สวนใหญ พบกับการเปลี่ยน แปลงดังกลาวมามากพอสมควร มีความเครียดบาง เล็กนอย เมื่อเริ่มการเปลี่ยนแปลง เพราะตองปรับตัวใหสอดรับและอยูกับการ เปลี่ยนแปลงได แตทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เราปรับตัวได ก็จะมีความ สุขมากขึ้น บอยๆเขา ไมวาสิ่งแวดลอม นโยบายเปลี่ยน เราก็สามารถอยูได อยางมีความสุข ความสุขที่เกิดขึ้นของผมนั้น อยูที่ความคิดและทัศนคติ อะไร บางครับ ลองตามมาดู อันดับแรก ทุกครั้งที่ตรวจรักษาคนไข ผูมารับบริการ ผมคิดเสมอวา ผู ม ารั บ บริ ก ารมี ค วามทุ ก ข ทั้ ง ทางกายและทางใจ ในทุ ก รายที่ เราตรวจแล ว สามารถทำใหเขาหายจากทุกขได เราก็จะไดบุญ มีความสุขขณะนั้นเลยครับ หากเราสามารถแก ค วามทุ ก ข ข องผู ป ว ยที่ มี จ ำนวนมาก เราก็ จ ะได บุ ญ มาก และสุขมากขึ้นดวย ผมเคยอยูโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง ที่มีแพทย 5 คน วันหนึ่งทั้ง รพ. เหลือผมอยูคนเดียว ที่ตองตรวจคนไขทั้ง รพ. ในขณะที่ ตรวจรักษาคนไขที่ OPD ก็มีผูปวยที่ตอง Emergency C/S ผมก็ตองไป C/S กอนไปก็บอกผูที่มารอรับบริการที่ OPD หลังจาก C/S เสร็จ ก็กลับมาตรวจ รักษาตอ ไดยินเจาหนาที่และผูมารับบริการพูดใหกำลังใจ เห็นใจหมอ ใหบริการ หมออยางเต็มที่ ทำใหวันนั้นทั้งวันเปนวันที่ทำงานไมไดหยุดเลย มีผูปวย OPD ประมาณ 160 คน ตรวจถึง 6 โมงเย็น แตมีความสุขมาก อยูในความทรงจำเลย ไดแรงศรัทธาทั้งจากเจาหนาที่และผูมารับบริการ อั น ดั บ สอง การทำงานเป น ที ม สหสาขาวิ ช าชี พ โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง การที่เราไดมีโอกาสสรางความสนิทสนมกับเจาหนาที่ทุกระดับ ปญหาอยางหนึ่ง ที่มักพบในปจจุบัน คือ เรามักจะแยกตัวสรางความสนิทสนมกับวิชาชีพเดียวกัน มาก โดยไมสนใจในเพื่อนรวมงานอื่นๆ ผมเขารวมทำสวนกับคนสวน ยกของ ยกเต น ท จั ด สถานที่ โรงพยาบาลจั ด งาน/กิ จ กรรมใดๆ ก็ จ ะเข า ร ว มช ว ยใน ทุกเรื่องที่เราสามารถชวยได ไมจำเปนตองใชแรงงานมากๆ แคเปนกำลังใจ อยูรวมกับคนอื่นก็ได ยิ่งเราสรางความสัมพันธกับเพื่อนรวมงานในทุกระดับได จะมีความสุขขนาดไหน ที่เดินไปทางไหนในรพ.เราสามารถพูดคุยและทักทายได เกือบทุกคน บอยครั้ง ก็จะไดรับการเชิญชวนไปทานขาว สังสรรคกับกลุมตางๆ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1599
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ใน รพ. แลวเราก็จะพบวา เราไมไดฉลาดรอบรูหมดทุกเรื่อง เรามีความรูเฉพาะ เรื่องทางการแพทยเทานั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรานาจะไดศึกษาเพิ่มเติม จากเพื่อนรวมงาน หากเราไดรับความไววางใจจากเพื่อนรวมงาน เราก็จะเกง ฉลาดมากขึ้ น อยู แ บบเกื้ อ กู ล กั น ไว ว างใจกั น เพื่ อ นร ว มงานมี ค วามหมาย และสำคัญสำหรับเรา มีความสุขจังเลย ทุกวันนี้ผมมีความสุขมากขึ้นกวาเดิม เพราะผมไดทำความรูจัก พูดคุยกับบุคคลนอกรพ. วิชาชีพอื่นๆ เชน ทนาย ชาง ตำรวจ ชาวสวน ทำใหผมฉลาดมากขึ้น นอกเหนือความรูที่ไดเรียนมา เวลาออกนอก รพ. ก็พบแตคนรูจัก ทักทายกันเปนอยางดี อั น ดั บ สาม บ อ ยครั้ ง ที่ เราตั ด สิ น ว า ผู ป ว ย หรื อ ผู ม ารั บ บริ ก าร หรื อ เจ า หน า ที่ ไม ย อมฟ ง พู ด ไม รู เรื่ อ ง แล ว เราก็ เ ป น ทุ ก ข หรื อ ด า ว า เขา จาก ประสบการณสวนตัว พบวา ปญหาเกิดจากการสื่อสาร ซึ่งตองประกอบดวย ผูสงสาร (คือตัวเรา) และผูรับสาร (คนอื่น) ความไมเขาใจกันที่เกิดขึ้นอาจจะเกิด จากตัวเราที่เปนผูสงสาร หรือผูรับสาร หรือทั้งสองฝายก็ได ตอนเริ่มทำงาน ปแรก ผมอยูเวรดึก เวลาประมาณตี 3 เสียงโทรศัพทจากพยาบาล รายงานวา มีคนไขหญิง อายุ 50 ป มาดวยอาการปวดหัวมาประมาณ 10 วัน ผมรูสึก หงุดหงิดทันที (โอโห อะไรวะ ทำไมมาตอนนี้ปวดหัวมาตั้ง 10 วันแลว) กำลัง นอนหลับสบาย แลวก็ตองลุกจากที่นอนมาตรวจคนไข ดวยอารมณที่ไมคอย ดีนัก พอพบหนาคนไขอยากจะตอวา ถามวา “ทำไมถึงเพิ่งมาครับ” คำตอบที่ได “ตอนที่ปวดตอนแรกๆ ก็หาซื้อยาแถวบานกินเอง ไมอยากมา รพ. รบกวนหมอ แตอาการก็ไมดีขึ้น ลูกหลานก็ไมมีใครอยู ไมมีรถมาสง ก็ทนๆ เอา พอดีวันนี้ ขางบานจะออกมาตลาด เลยขอติดรถออกมาดวย” โชคดีที่ไมปากไววาคนไข (จริ ง สิ น ะ คงไม มี ใ ครหรอกที่ อ ยากออกมาตรวจรั ก ษาที่ รพ. ในยามวิ ก าล ซึ่งนานอนหลับที่บาน) แตละคนก็มีเหตุผลหรือความจำเปนของตนเอง ไมอยาก สรางความเดือดรอนใหใคร ไมมีใครหรอกครับที่อยากจะมา รพ. ถาสบายดี หรือมีความสุข หรืออีกกรณีตัวอยางหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ขณะที่ตรวจ OPD อยู มีคนไขผูชาย อายุประมาณ 40 ป มาดวยอาการนอนไมคอยหลับ มาประมาณ 2 เดื อ น ผมถาม “เป น อะไรมาครั บ ” “นอนไม ค อ ยหลั บ ” “มี อ ะไรอี ก ไหม ที่จะบอกหมอ” หลังจากนั้น ผูปวยเริ่มเลาเรื่องราว สาเหตุ อยางยาว รวม
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 160
10 นาที ผมไดแตพยักหนา “ครับ ครับ” ในที่สุดก็รูสาเหตุวา ปญหาของเขาคือ Impotence ผมให ค ำปรึ ก ษาสั้ น ๆ ให ย ารั ก ษา และนั ด มาติ ด ตามอาการ กอนออกจากหอง ผูปวยถามผมวา “หมอครับ เวลาหมอตรวจคนไข หมอฟง คนไขแบบนี้ทุกรายไหมครับ” “ไมทุกรายครับ แลวแตกรณี” “ขอบคุณหมอครับ กอนหนานี้ ผมไปตรวจที่ รพ. (โรงเรียนแพทย)......., รพ. (จังหวัด).........., รพ. (เอกชน) แลว ไมเคยมีหมอคนไหนยอมฟงผมเลย ไดแตยาคลายเครียด ยานอนหลับ แลวผมจะกลับมาตามนัดหมอ ไมทราบจะไดพบหมอไหมครับ” “ไมเปนไรครับ ถาไมไดพบหมอ เพราะหมอบันทึกขอมูล การวินิจฉัย และ แนวทางการรักษาไวแลว คนอื่นมาดูตอก็ไดครับ” กอนเดินออกจากหองผมเห็น รองรอยแหงความสุข รอยยิ้มเล็กๆ นอยๆ ของผูปวย และผมก็มีความสุข ดวยครับ นอกจากนั้นบางกรณีผูปวย (หรือเจาหนาที่) ไมรูเรื่อง ไมเขาใจ อาจจะ เกิดจากการสื่อสารของเราที่ไมดีพอ ซึ่งอาจจะเปนจากขอจำกัดทางดานภาษา วัฒนธรรม บอยครั้งที่เรามักจะใชศัพททางการแพทยกับคนอื่น อยางลืมตัว ดังนั้นเปนความทาทายความสามารถของเราที่จะตองสื่อสารใหผูรับขอมูลเขาใจ ความสำเร็จ หรือความสุข เกิดจากการที่เราสามารถสื่อสาร เปลี่ยนใหผูอื่นรับรู และเขาใจครับ อั น ดั บ สี่ อย า เปรี ย บเที ย บ สิ่ ง ที่ เรามั ก จะเปรี ย บเที ย บกั น คื อ การ ทำงานหนักเบา และรายได คาตอบแทนตางๆ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ เปนหลุมพราง ของความสุขที่แทจริง ยิ่งเปรียบเทียบ ยิ่งมีความทุกข หรืออาจจะมีความสุข ชั่วคราว ที่ตอบสนองความตองการของเราได โดยเฉพาะอยางยิ่งรายได เรามัก จะเปรียบเทียบกับแพทยที่ทำงานในที่ตางๆ อยากไดรายไดที่ใกลเคียงกัน หรือ สูงกวา แคเปรียบเทียบ ก็จะเริ่มเปนทุกข เครียด ยิ่งบางคนเอาเรื่องการทำงานที่ หนักมาผสมดวย ยิ่งทุกขมากขึ้น ในความเปนจริงปจจุบันนี้ รายไดของแพทย ถือวาสูงมาก เมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ ซึ่งถือเปนคนสวนใหญของประเทศ จบมาใหมๆ รายไดขั้นต่ำรวมแลว ประมาณ ไมนอยกวา 50,000 บาท/เดือน (เงินเดือน คาวิชาชีพ คาไมทำเวชปฏิบัติ คาเบี้ยเลี้ยเหมาจาย และคาตอบแทน นอกเวลา) วิชาชีพอื่น อยางเชน พยาบาล ทำงานมา 20 ป รวมแลวรายได ตอเดือนยังไดไมเทานี้ แตหากเราไปเปรียบเทียบกับกลุมแพทยดวยกัน ที่ทำงาน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ตาง รพ. ตางจังหวัด ยอมมีความแตกตางกัน บางที่นอยกวา บางที่มากกวา หากเขามากกวา ก็เริ่มเปนทุกข ถามวารายไดเทาไหรถึงจะพอ ผมวาเทานี้ หากใชจายอยางสบายๆ ก็มีเงินเก็บสบายๆ ยิ่งอยูอยางพอเพียง ยิ่งมีความสุข มาก ความสุขเกิดขึ้นจากคำวา “พอ” หาความสุขจากสิ่งที่มี อยารอความสุข จากสิ่ ง ที่ อ ยากได หรื อ คาดหวั ง ซึ่ ง อาจจะทำให ทุ ก ข ตั้ ง แต เริ่ ม อยาก หรื อ คาดหวังแลวครับ สวนภาระงานที่หนัก ผมเองคิดเสมอวา การที่เราไดทำงาน หนั ก นั้ น เท า กั บ เป น การเรี ย นรู ป ระสบการณ รวมถึ ง เป น การทำบุ ญ ด ว ย ดังนั้น งานหนักงานเบา สามารถพบความสุขไดเสมอครับ บอยครั้งสิ่งที่ไดมาก กวารายได แตมีคุณคามาก และสงเสริมความสุข หากผูรับบริการประทับใจเรา ก็ จ ะเอาของเล็ ก ๆ น อ ย ผั ก ผลไม จ ากบ า นมาฝากหมอ ถึ ง แม มู ล ค า ไม ม าก แตมีคุณคามากกวาเงินที่เราหวังจะไดรับเสียอีก เรื่องเหลานี้เกิดและยังพบไดที่โรงพยาบาลชุมชน ขึ้นอยูกับเราซึ่งเปน ผูที่ไดโอกาสอยางมากในการพบความสุข ไมติดกับดัก หลุมพราง แลวจะพบกับ ความสุขในการทำงานที่โรงพยาบาลชุมชน
1611
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ÊÁ¾¹¸ ¹ÇÃÑμ¹ Ç·º.¾º.ÍÇ. (àǪÈÒÊμà ¤Ãͺ¤ÃÑÇ) ¼ÙŒÍӹǡÒÃâç¾ÂÒºÒźŒÒ¹ÅÒ´ ¨Ñ§ËÇѴྪúØÃÕ
äÁŒã¡ÅŒ½˜›§
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 162
เมษายน 2526 แดดรอนมาก ขณะนั่งรถสองแถวฝาเปลวแดดแผดจา ฝุนสีแดงลอยคลุงเมื่อ รถแลนผานไป มองผานชองหนาตาง เห็นฟางแหงสี เหลืองหมนทอดตัวนอนราบอยูในทุงนาแตกระแหง มีฝุนสีดำลอยตัวขึ้นมาตาม แรงลมร อ น นี่ ข นาดเป น โรงพยาบาลชุ ม ชน 30 เตี ย งที่ ใ หญ ที่ สุ ด ในจั ง หวั ด เพชรบุรีนะ ยังแหงแลงกันดารถึงเพียงนี้ แลวเราตองมาใชทุนที่นี้ถึง 3 ป มันจะ ทนไหวไหมหนอ เดินเขาไปรายงานตัวกับผูอำนวยการ ทานพยักหนารับทราบ แลวบอก เจาหนาที่ใหพาดูรอบโรงพยาบาลกอนเพราะทานยังตรวจคนไขไมหมด จะทิ้ง ออกมาก็คงถูกผูปวยที่รออยูมองคอนอยางแนนอน ก็ทานเปนแพทยเพียงคน เดียวของโรงพยาบาลนี้นี่นา ใกลเที่ยงแลว ผมเดินดูโรงพยาบาลจนรอบมีตึก OPD หนึ่งหลัง ผูปวย ในหนึ่งหลัง สรางได 5 ป แตก็ยังคงความสะอาด เรียบรอยพอสมควรแตไมวาจะ มองไปทางไหนสิ่งที่เห็นเดนชัดในสายตาคือ ผูปวยและญาตินั่งๆ นอนๆ อยู ตามมายาวเต็มไปหมด บางคนตรวจแลวก็รอรถมารับกลับบาน บางคนยังไม ตรวจก็รอเรียกชื่อ ใกลเที่ยงแลวคนไขยังแนนโรงพยาบาลอยูเลย เกือบบายโมง ทานผูอำนวยการเดินยิ้มมาชวนไปหาอะไรรับประทาน ซึ่งก็เดินไปไมไกล ขามถนนหนาโรงพยาบาล ก็จะพบรานอาหารตามสั่ง ซึ่งอยาก
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1633
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กินอะไรก็จะทำไดหมด แตที่ไดยินเกือบทุกคนสั่งเหมือนกัน คือ ผัดกระเพรา ไขดาว คงเปนอาหารจานเด็ดที่ทุกคนในโรงพยาบาลตองฝากทองไวทั้ง 3 มื้อ หากไมไดปรุงอาหารกินเองที่บานพัก โรงพยาบาลชุมชนวันนั้น มีหมอเพียง 2 คน ตองชวยกันทำงาน คนหนึ่ง ตรวจ OPD อีกคนหนึ่งตองไป Round Ward เสร็จแลว มาดูที่ ER แลวมาชวย กั น ตรวจ OPD จนถึ ง เวลาเที่ ย งต อ งพั ก ไปหาข า วกลางวั น รองท อ งหน า โรงพยาบาล บายโมงคอยมาตรวจ OPD ตอจนกวาผูปวยจะหมด แพทยอีกคนก็ ตองไปทำผาตัด เชน ทำหมันชาย ทำหมันหญิง ผาตัดคลอดหนาทอง ผาตัด ไส ติ่ ง ผ า ไส เ ลื่ อ น และผ า ตั ด ก อ นต า งๆ โดยมี วิ สั ญ ญี พ ยาบาล 1 คน และ พยาบาลช ว ยอี ก 2 คน พวกเราตรวจผู ป ว ยนอกวั น ละ 300 คน ผู ป ว ยใน 30 คน ผาตัดวันละ 2 ราย โดยมีแพทย 2 คนมาตลอด 1 ป พอขึ้นปที่ 2 ก็มี แพทยมาชวยอีก 1 คนงานก็เบาลง และมีพยาบาลวิชาชีพจบใหมมาชวยอีก 4 คน เบาแรงไปเยอะ โดยเฉพาะอยูเวรนอกเวลาราชการ ตั้งแต 4 โมงเย็นถึง 8 โมงเชา ดวยคาตอบแทน 200 บาท เงินเดือน 2,900 บาท นั่นคือชีวิตหมอใน โรงพยาบาลชุมชน แตเราก็ฟนฝามาไดดวยความสุข สุขกับการเปนหมอของ ประชาชน เรื่องความสะดวกสบาย คงไมตองพูดถึง มีรถ Refer 1 คัน รถบิ๊กอัพ 1 คัน ใชงานทุกกิจกรรมของโรงพยาบาลตองออกหนวยแพทยเคลื่อนที่ หนวย พอ.สว. หนวยอำเภอ หนวยจังหวัด หนวยแขงขันกีฬา และยังตองเปนแพทย สนามมวยดวย ยังโชคดีที่สมัยนั้น การชันสูตรพลิกศพยังไมบังคับใหแพทยตอง ออกไปยังที่เกิดเหตุ เราก็มักไดรับความอนุเคราะหจากตำรวจ เข็นศพมาให ชันสูตรถึงโรงพยาบาลเลย เวลาแพทยออกปฏิบัติงานนอกโรงพยาบาลหรือ ผูอำนวยการไปประชุม แพทย 2 คนที่เหลือ ก็จะชวยกันทำงานจนเรียบรอย ทุกครั้ง ตอนอยูเวรกลางคืน มีโทรทัศนเปนเพื่อนโทรศัพทมีเครื่องเดียวที่วาการ อำเภอ จะโทรหาใครตองวิ่งไปตอคิวจึงจะไดโทร พี่เองเพิ่งเคยเห็นโทรศัพท เคลื่อนที่ตอนเกิดพายุเกย ที่จังหวัดชุมพร เขาเกณฑใหแพทยในจังหวัดใกลเคียง ไปชวย แพทยทานหนึ่งทานไปเอาโทรศัพทของทางบานมา ตองหิ้วแบตเตอรี่ที่มี เสาอากาศ เหมือนโทรศัพทของทหาร เขาบอกวารุน Cellular 800 ตอมาอีกปถึง
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 164
จะมีรุนกระติกน้ำ แตพี่เองกวาจะมีโทรศัพทมือถือของตนเองก็เพราะเกิดน้ำทวม ใหญในจังหวัดเพชรบุรี รัฐมนตรีมาเยี่ยมน้ำทวมแพทยใหญ เชิญแพทยทุกคนไป ตอนรับ แตตามตัวไมพบ จึงอนุญาตใหแตละโรงพยาบาล ขออนุมัติซื้อโทรศัพท เคลื่อนที่ได การออกหนวยแพทยเคลื่อนที่สมัยกอนเปนภารกิจที่จำเปนและสมควร จดจำเพราะมีกรรมวิธี ที่สนุกสนานมาก เราตองออกเดินทางจากโรงพยาบาล ตั้งแตหลังเที่ยงไปถึงหมูบานเปาหมายตอน 6 โมงเย็น ตองตั้งจอฉายหนังเปน หนังสุขศึกษาขนาด 16 มิลลิเมตร ที่กองสุขศึกษาสนับสนุน มีเรื่องเกี่ยวกับ พยาธิปากขอ และการวางแผนครอบครัว การฉายหนังเปนการประชาสัมพันธ ซึ่งความจริงก็ไมจำเปนหรอก เพราะเวลาเราไปถึงเด็กๆ ก็จะมาลอมหนาลอม หลังจนแนนไปหมด ตกเย็นสัก 1 ทุมชาวบานก็จะมากันแนนหนาจอเราก็จะฉาย หนัง 1 เรื่อง สลับกับการใหสุขศึกษาและประชาสัมพันธเรื่องโรคตางๆ มีการ ตรวจรักษา เจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อมาลาเรีย จนหมดผูปวยแลวจึงเริ่มฉาย หนังเรื่องที่ 2 พอจบแลวชาวบานแยกยายกันกลับ พวกเราเก็บเครื่องมือเตรียม กลับบาน จะมีผูใหญบานหรือกำนันมาคอยดูแลจนเรียบรอย มีของฝากเปน สับปะรด มะมวง กลวย เต็มหลังรถกลับมาดวย กวาจะถึงโรงพยาบาลก็เกือบ เที่ยงคืน แตการออกหนวยเราจะออกกันเย็นวันศุกร จึงสามารถนอนตื่นสายได ไมตองรีบไปตรวจผูปวยเหมือนทุกวัน จากวันนั้นถึงวันนี้เพชรบุรีเจริญพัฒนาไปมากแลว มีโรงพยาบาลชุมชน ครบทุกอำเภอ โรงพยาบาลแตละแหงมีแพทยอยางนอย 3 คน มีรถ Refer รถตู โดยสาร รถบิ๊กอัพรวมเกือบ 10 คัน มีเจาหนาที่ทั้งโรงพยาบาลเกิน 100 คน ถนนหนทางลาดยางมะตอยเขาไปถึงทุกหมูบาน เจาหนาที่ทุกคนมีโทรศัพท เคลื่อนที่อยางนอยคนละเครื่อง บางคนมี 2-3 เครื่องกันแลว การตรวจรักษา สั่งยา จัดยาใชระบบ Hos Xp ผานคอมพิวเตอรออนไลน ไมตองเขียนใบสั่งยา ดวยมือเวลา X-Ray ก็ลางดวยเครื่องลางฟลมอัตโนมัติหรือสงภาพผานหนาจอ คอมพิวเตอรออนไลน EKG ไมตองใชกระดาษผาน Monitor แพทยอานผลได ทันที
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1655
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นองๆ ที่รักทุกคน ขณะนี้โรงพยาบาลชุมชน เปลี่ยนแปลงไปมากแลว เรามีแพทย พยาบาลมากขึ้น มีเครื่องมืออุปกรณครบถวน ไมวาจะเปน X-Ray, Ultrasound, EKG, เครื่ อ ง Defibrillator, Oxygen Sat, Infusion Pump, เครื่ อ ง Auto Med ตรวจได ทุ ก อย า งตั้ ง แต CBC, U/A, FBS, BUN, Cr., HDL, LDL, SGOT, SGPT, ALP, LFT, Cardiac Enzyme, Electrolyte และ Tumor Marker เราสามารถตรวจรางกาย ตรวจชันสูตร วินิจฉัย และสั่งการรักษา ไดไมนอยกวาโรงพยาบาลใหญๆ เลย เราสามารถสงตอคนไขที่เกินขีดความ สามารถไดอยางรวดเร็วโดยเฉพาะ DHF, Acute Appendicitis Septicemia ตางจากสมัยกอนที่เราตองนอนเฝาผูปวย เพื่อเช็ค Hct. และปรับ IV ดวยตัวเอง ขางเตียงคนไข เราเขาผาตัดตั้งแต 2 ทุมยันเที่ยงคืน แลวเฝาผูปวยหลังผาตัด จนถึงเชา อาบน้ำอาบทา มาตรวจ OPD ตอไดอกี การสงตอ จะทำใหนองสบาย ขึ้นมาก เมื่ออยูโรงพยาบาลชุมชน แตอาจเปนสิ่งนารำคาญถานองตองไปเปน แพทยโรงพยาบาลทั่วไป สิ่งที่ไมใกลฝงอยางพี่อยากจะสื่อสารถึงนองๆ แพทยใชทุนก็คือ การ ออกไปทำงานในโรงพยาบาลชุมชน คือ โอกาสทองครั้งเดียวในชีวิตแพทย เพราะนองจะไดใชวิชาชีพโดยการตัดสินใจดวยตัวของนองเองโดยไมมีใครคอย ชวยเหลือ ไมมีใครคอยแนะนำ นองเปนแพทยคนเดียวของอำเภอ ในคืนที่นอง อยูเวรนองจะพบกับผูปวยหลายรูปแบบ ทั้งโรคเรื้อรัง อุบัติเหตุฉุกเฉิน ภัยพิบัติ จิตเวช ยาเสพติด ขมขืน ไฟไหม น้ำรอนลวก ผูปวยคดีทำรายรางกาย คลอด ไมออก คลอดทากน คลอดในรก รกคาง นองตองทำหัตถการตั้งแต For cep, Vaccum, ลวงรก ใส ET Tube ตั้งแตทารกแรกเกิดไปจนถึงผูสูงอายุวัย 90 ป ตองแทง IV Fluid ผูปวยทุกเพศ ทุกวัย ใหเขาในเข็มแรก ตองเขาเฝอก ฉีดยา แคะหู แคะจมูก ลวงกางปลาติดคอ ขากรรไกรคาง ตองลวงกนเอาเม็ดกระทอน เอาดอกสะเดาที่ติดคางถายไมออกจนทองผูก นองตองพบกับญาติผูปวยทุก รูปแบบ ตั้งแตกรรมกร ชาวนา ขาราชการ ผูใหญบาน กำนัน อบต. อส. ซึ่งใน เวลาปกติจะกลัวและยกมือไหวหมอ แตในขณะเมาสุราก็พรอมจะชกหนาหมอ หรือชักปนยิงหมอไดตลอดเวลา ถาพูดจาไมสบอารมณ นองอาจพบคนไขไมมี ญาติถูกทิ้งใหนอนอยูคนเดียวใน Ward หรืออาจพบวาคนไขเพียง 1 คน มีญาติ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 166
มาเฝาเกือบ 20 คน โดยทุกคนถือปนลูกซอง และมีซองกระสุนปนสะพายสอง ไหล รวมกับชาวบานอีกเปนรอย ยืนอยูตามระเบียงและสนามหญาเพราะผูปวย เปนกำนันถูกยิ่งถลมบานมาเมื่อคืน ลูกชายตาย แตตัวเองบาดเจ็บตองนอนทำ แผลอยูในโรงพยาบาลทั้งคืน ทางแกของพี่คือใหผูปวยกลับบานไดโดยสัญญาวา จะไปทำแผลใหที่บานทุกวัน เพราะถาขืนใหนอนโรงพยาบาลตอไป คงไมมีใคร เขาโรงพยาบาลนี้แนนอกจากรายนี้แลว นองๆอาจถูกตามไปรักษานายอำเภอ หรือผูกำกับการตำรวจภูธร เพราะทานเปนหวัดเจ็บคอมาโรงพยาบาลไมไหว ซึ่งประสบการณเชนนี้นองคงหาไมไดเมื่อเปนหมอโรงพยาบาลในเมือง เมื่อนอง ผานการฝกงานในโรงพยาบาลชุมชนแลวนองจะคนพบตัวเองวาชอบวิชาอะไร สูติ ศัลย เมด เด็ก ออรโธ จิตเวช ตา หู คอ จมูก ผิวหนัง เวชศาสตรครอบครัว ระบาดวิทยา หรือชอบเปนผูบริหารสาธารณสุข ซึ่งก็งายมาก อยูโรงพยาบาล ชุมชนไปเรื่อยๆ เปนผูอำนวยการ เปนนายแพทยเชี่ยวชาญของ สสจ. ก็มีสิทธิ สมัครสอบเปนนายแพทยสาธารณสุขจังหวัด แตจะไดเปนนายแพทยสาธารณสุข จังหวัดหรือไมขึ้นกับวาสนา และผูบังคับบัญชาจะสนับสนุน ซึ่งถาเปนความ ประสงค ข องเราก็ มั ก จะเป น ได ไ ม ย าก เสร็ จ แล ว ก็ ท ำงานให เ ก ง เพื่ อ เจริ ญ กาวหนาเปนรองอธิบดี ผูตรวจราชการ อธิบดี รองปลัดกระทรวง นองอาจได เปนปลัดกระทรวงสาธารณสุขอีกคนก็ได เพราะปลัดกระทรวงสาธารณสุขชวง หลังตองผานโรงพยาบาลชุมชน และสาธารณสุขจังหวัดทุกคน ทายที่สุดนี้ ในฐานะรุนพี่คนหนึ่งคงตองขอตอนรับนองๆ แพทยใช ทุนปที่ 1 เขาสูโรงพยาบาลชุมชน เพื่อนองจะไดเปนแพทยที่สมบูรณ มีความรู ความสามารถ และกลาตัดสินใจในการรักษา ในการบริหาร ทำหนาที่แพทยอัน ทรงเกียรติ มีศักดิ์ศรี เปนแพทยที่มีอุดมการณแรงกลา ในการที่จะดูแลผูปวย ด ว ยหั ว ใจของความเป น มนุ ษ ย บู ร ณาการทุ ก สาขา ทุ ก มิ ติ ดู แ ลแบบ องครวมและยั่งยืน เมื่อนองๆ ดำรงเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพแพทยไวได อยางมั่นคงแลว ทรัพยสินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียงก็จะตามมา ถึงแมทานจะ ไมร่ำรวยเปนมหาเศรษฐี แตนองก็จะเปนที่รักของผูปวย และชุมชนที่นองอยู เหมือนกับแพทยรุนพี่ของเราหลายคน นองจะไมอยากจากพวกเขาไปไหน แมจะ เกษียณราชการไปแลว ก็ยังอยากไปตรวจคนไขที่โรงพยาบาลเหมือนเคยทำมา
เอาละไมใกลฝงอยางพวกพี่คงตองฝากอนาคต ฝากผี ฝากไข อนาคต ของวงการแพทยและวงการสาธารณสุขไทย ไวในมือของนองๆรับชวงตอไป ชวยแบกรับภารกิจอันหนักอึ้ง แตทรงเกียรติยิ่งอันนี้ไว สานตอปณิธานของพี่ให สำเร็จเพื่อสุขภาวะของพี่นองไทยในชนบทตลอดไป ถึงเวลาของนองแลว สวนพี่ คงตองขอลา ลาไปพักผอน หลังจากตองตรากตรำมาเกือบครึ่งชีวิต ขอใหนอง ทุกคนโชคดี
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1677
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¾Þ.¸ÑÞÞÒÀó ÃÑμ¹ÇԪѠÍÇ.àǪÈÒÊμà ¤Ãͺ¤ÃÑÇ ¡ÅØ‹Á§Ò¹àǪ»¯ÔºÑμÔ¤Ãͺ¤ÃÑÇáÅЪØÁª¹ þ.¾Ò¹ ¨.àªÕ§ÃÒÂ
¡Ç‹Ò¨Ðà¨ÍÊÔè§´Õ´Õ·Õè CUP ¾Ò¹
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 168
สวัสดีคะ นองหมอใหมทุกคน พี่ซีอิ้วคะ พญ.ธัญญาภรณ รัตนวิชัย หรื อ ที่ รู จั ก กั น ในนาม หมอซี อิ้ ว พี่ เ ป น คนอำเภอพานค ะ เรี ย นที่ อ.พาน จนจบชั้น ม.6 โรงเรียนพานพิทยาคม เปนเด็กตางจังหวัดที่อยากไปเรียนตอ ที่ ก รุ ง เทพฯ ตั้ ง ใจสอบเอ็ น ทรานซ จ ครั้ ง แรกสอบเข า ได ค ณะเภสั ช ศาสตร มหาวิทยาลัยรังสิต ดวยความที่ดีใจไดมาเรียนที่กรุงเทพฯ เกรดเทอมฉลอง ด ว ย GPA 1.4 เมื่ อ หายตกใจคุ ณ แม ไ ด ใ ห ก ำลั ง ใจ ตั้ ง ใจอี ก นิ ด ลู ก เทอม 2 ผานพนดวย 2.6 รอดหวุดหวิดคะ กอนปดเทอมกลับบานไปเยี่ยมยาย ยายบอก วา อยาเรียนเลยเภสัชฯเรียนจบไปตองไปทำงานเปนลูกนองหมอ (ความคิด ของยาย กลัวหลานลำบาก) ใหไปสอบเปนหมอดีกวา เราก็ยังไมมีจุดยืนของ ตนเองเมื่ อ ยายกั บ แม สนั บ สนุ น ก็ เ กิ ด ความลั ง เลใจ ก็ เ ลยสอบตรงที่ ค ณะ แพทยศาสตร มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อสอบติดก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น น อ งๆ คะ การเรี ย นแพทย พี่ รู สึ ก ว า ไม ย าก แต ต อ งอดทน มี ค วาม รับผิดชอบและที่สำคัญพี่โชคดี ที่มีกลุมเพื่อนดีที่ตั้งใจเรียนและชวยเหลือกัน เคี่ยวเข็ญ และผลักดันจนเราจบพรอมๆ กัน แตเมื่อจบมาก็พยายามสอบใหได ใบประกอบโรคศิลป (อันนี้ตองขึ้นกับความสามารถสวนตัวของแตละคนคะ) สวนตัวพี่ใชเวลา 2 ปคะ เปน 2 ปที่เครียดมาก เสียความมั่นใจตัวเองไปกวาครึ่ง ตอนเรียนเพื่อนชวยเราไดแตตอนสอบตองชวยตัวเองคะ อานหนังสือตลอด โชคดีมีเพื่อนที่ที่สอบผานกอนมาใหกำลังใจและชวยติวใหทุกวัน ดวยความตั้งใจ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1699
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ของเพื่อนและความพยายามเกินรอยของเราในที่สุดเราก็สอบผาน มีความตั้งใจ อยากไปเปนแพทยเพิ่มพูนทักษะรวมกับนองๆ ติดตอจนไดไปเพิ่มพูนทักษะที่ จังหวัดแถวภาคใต เปนประสบการณที่ไมคอยประทับใจมากนัก ปกติแพทยเราไมวาจะมาจากสถาบันไหนเราก็ถือเปนพี่นองกัน แตครั้งที่ เราไปเจอเพื่อนตางสถาบันที่ไมตอนรับและแบงแยกการทำงานเต็มไปดวยความ กดดัน ในที่สุดเด็กหัวแข็งอยางเราก็ถอนตัวออกมาและทำงานที่ รพ.เอกชน มาตลอด เหตุ ที่ ต อ งทำงานเนื่ อ งจากต อ งช ว ยแบ ง เบาภาระทางบ า นจาก คาใชจายในการเรียนแพทยจากมหาวิทยาลัยเอกชน และเมื่อยังเพิ่มพูนทักษะยัง ไมครบปก็ยังสมัครเรียนตอยังไมได ตองทำงานตอไป การทำงานโรงพยาบาล เอกชน มีขอดีคือการฝกทักษะการคุยกับผูปวย การบริการผูปวยดวยรอยยิ้ม การปฎิเสธผูปวยแบบสุภาพ การวางตัวที่ดี เมื่อทำงานจนภาระทางบานเบา บางลง ก็ยายไปทำงานที่คลินิกผิวหนัง นองรูไหมคะ การทำงานคลินิกผิวหนัง ที่นองๆ หลายคนสนใจ เนื่องจากคิดวาไดเงินเดือนมาก งานสบาย จริงๆ แลว ยังมีดานที่เอาเปรียบเราอยูมากเหมือนกันเชน เราตองพยายามขาย คอรสดูแล ผิวและขายชุดบำรุงผิวใหลูกคา ตองพยายามพูดโนมนาวใหทุกคนหันมาดูแลผิว (หมอดูแลตัวเองใหไดกอนเถอะคะ) เหนื่อยใจมากกวาคะ ราคาก็แพงตัวเองยัง ไม ก ล า ใช รู สึ ก ว า ไม ใช ตั ว ตนของตนเอง เปลี่ ย นงานดี ก ว า กลั บ ไปทำงาน โรงพยาบาลเอกชน ตั้งใจจะไมเปลี่ยนงานอีก ที่นี่งานหนักบางเดือนไมไดหยุด เลย แตโชคดีที่เปนเวรเชาตลอด และตองเดินทางไปกลับ งานเยอะเงินก็เยอะแต ไมมีเวลาใหครอบครัวเลย ทั้งเหนื่อยทั้งเครียด แตแลวโชคชะตาก็เลนตลกกับเรา ครอบครัวจึงสนับสนุนใหมาทำงานที่ รพ.ใกล บ า น เราจึ ง ได ไ ปสมั ค รที่ รพ.พาน และได พ บท า นผู อ ำนวยการ โรงพยาบาลพาน (นพ.ฑิฆัมพร จางจิต) ทานไดพูดคุยและชี้แจงใหทราบวา โรงพยาบาลพานเป น โรงพยาบาลส ง เสริ ม สุ ข ภาพ เน น เรื่ อ ง primary care เปนหลัก ถาจะทำงานที่นี่ตองออกเชิงรุก ทำไดไหม? ดวยความที่อยากทำงาน ใกล บ า น จึ ง ได บ อกท า นว า ได ค ะ (แต ใ นใจคิ ด ว า primary care คื อ อะไร ใชการรักษาพยาบาลเบื้องตนหรือเปลา แลวเชิงรุกคืออะไรใชการออกไปรักษา พยาบาลในชุ ม ชนใช ไ หม ไม น า จะยากเพราะเราเองก็ เ ป น คนเข า กั บ คนง า ย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 170
เปนคนลุยงาน) ทานก็บอกวาตอนนี้ยังไมมีตำแหนง ใหรอไปกอนนะ แตดวย ความโชคดี มีตำแหนงแพทยประจำศูนยแพทยชุมชนตำบลเมืองพานวางลง พี่จึงไดมีโอกาสเขามาทำงานรวมกับ cup พาน เปนสิ่งดีดีที่พี่มีโอกาสไดเปน สวนหนึ่งใน cup พาน กอนจะเริ่มงานทานผอ.ไดใหแนวทางในการทำงานวา เนนเชิงรุก ควรจะตรวจ opd ครึ่งวันและครึ่งวันบายควรจะลงชุมชนเพื่อทำงาน เชิงรุก นองๆ คะแพทยจาก รพ.เอกชนลงมาทำงานในสถานีอนามัยตองมี การปรับตัวหลายอยางเชน รูปแบบการทำงาน วัฒนธรรมในองคกร การสื่อสาร กับชาวบาน ภาษายากๆ ที่ตองสื่อสารกับเจาหนาที่สาธารณสุขเวลาประชุม เชน บริบทพื้นที่ การวิพากษ KM. การทำงานใน CMU ที่มีเจาหนาที่เพียง 4 คน แพทย 1 คน ทันตาภิบาล 1 คน ผูชวยแพทยแผนไทย 1 คน ผูชวยเหลือ คนไขและคนงานอีก 5 คน ทำใหการปฏิบัติงานเพื่อใหบรรลุตามแนวทางของ ผอ. นั้นเปนไปไดยาก จำนวนเจาหนาที่ที่ไมเพียงพอกับจำนวนประชากรในเขต ที่ตองรับผิดชอบทั้ง 23,000 คน จำนวนผูปวยที่มาตรวจที่ opd ตอวันประมาณ 150 คน (มากกวาที่ opd รพ.เอกชนอีก) และความไมเขาใจของเจาหนาที่ รวมถึงการไมไดพูดคุยถึงขอบเขต หนาที่การทำงานของแพทย ทำใหหมอกลาย เปนผูตรวจคนไขหลัก (เจาหนาที่หายหมด) และไมสามารถจะปลีกตัวไปออก ชุมชนในตอนบายไดตามที่ตั้งใจ เมื่อเวลาผานไปก็พยายามพูดคุยทำความเขาใจ ใหตรงกันจนหมอสามารถออกไปเยีย่ มบาน และทำกลุม กับประชาชนในหมูบ า นได ตอมาพี่ไดมีโอกาสเขารวมการอบรมพัฒนาศักยภาพผูนำระบบบริการ ปฐมภูมิ (จุดเปลี่ยนความคิดและชีวิตครั้งใหญ) พรอมกับนองผึ้ง เภสัชฯ ชุมชน ของโรงพยาบาลพาน นองผึ้งนารักมีความกระตือรือรนในการทำงาน พี่และ นองผึ้งมีความคิดเห็นที่จะพัฒนาการทำงานรวมกันของโรงพยาบาลและอนามัย จึงรูสึกตื่นเตนดีใจที่จะไดเที่ยวสระบุรี แตก็กังวลเล็กนอยวาจะตองเตรียมตัว อยางไรในการเขารวมอบรมครั้งนั้น เพราะชื่อชื่อของโครงการ “อบรมพัฒนา ศักยภาพผูนำระบบบริการปฐมภูมิ” และมูลนิธิแพทยชนบททำใหเรารูสึกกังวลใจ แตเมื่อไปถึงสถานที่จัดประชุม Valley Garden Resort สระบุรี ก็ไดตื่นตาตื่น กั บ บรรยากาศที่ ส วยงาม ยิ่ ง พอได เข า ไปในห อ งประชุ ม ก็ พ บกั บ “ผ า ห ม ผื น
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1711
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
หมอนใบ” เปนอุปกรณหลักในการประชุม เมื่อไดฟงอาจารยบรรยายและเรียนรู กระบวนการในห อ งประชุ ม เราก็ ยิ่ ง ค น พบมุ ม มอง ได เ ติ ม พลั ง ใจ และ เปนเหมือนการจุดประกายแนวคิดในการทำงานปฐมภูมิ ไดมีโอกาสทำความ รูจักเครือขาย เพื่อนรวมงาน ที่รักในงานปฐมภูมิเหมือนกัน โดยเฉพาะเรา ที่มีหนาที่พัฒนางานในบริการปฐมภูมิในcup พานเนื่องจากเรามีโอกาสทำงาน เชิ ง รุ ก ร ว มกั น ในพื้ น ที่ ต ำบลเมื อ งพาน เมื่ อ มาอยู ใ นบรรยากาศดี ๆ สบายๆ ไดผอนคลาย และไดรับพลังจากการอบรม เราทั้งสองคนตางมีความคิดตรงกัน วาการพัฒนางานปฐมภูมิควรพัฒนาไปพรอมๆ กันทั้ง CUP จึงกลับมาคุยกับ ทานผูอำนวยการโรงพยาบาลพาน วาพี่อยากปรับรูปแบบการทำงานเนื่องจาก พี่มีโอกาสสัมผัสชุมชนและไดอยูรวมในการทำงานของสถานีอนามัยทำใหมอง ภาพขอดีและขอเสียในภาพรวมไดจึงอยากนำขอมูลเหลานั้นนำมาชวยในการ พั ฒ นาศั ก ยภาพเครื อ ข า ยบริ ก าร CUP พาน ท า น ผอ. ก็ ไ ด ใ ห โ อกาสและ สนั บ สนุ น ให พ่ี ไ ด มี โ อกาสร ว มเสริ ม ที ม ในการพั ฒ นาเครื อ ข า ยหน ว ยบริ ก าร ปฐมภูมิ CUP พาน ทำหนาที่ดูแลภาพรวมของสถานีอนามัยทุกแหง (กำลัง ฝ ก หั ด ค ะ ^^) วางแผนจั ด กิ จ กรรมพั ฒ นาศั ก ยภาพหมออนามั ย และผู ช ว ย รวมกับนองผึ้งในการพัฒนาระบบการเฝาระวังความปลอดภัยดานยาและการใช ยาอยางสมเหตุสมผลในสถานีอนามัย (กำลังเริ่ม เชนกันคะ) โดยไดรับโอกาส และการสนั บ สนุ น ด ว ยดี จ ากหั ว หน า กลุ ม งานเวชปฏิ บั ติ ค รอบครั ว และชุ ม ชน (หมอหน อ ย; ทพญ.อรอนงค พู ล สวั ส ดิ์ ) และหั ว หน า ฝ า ยเภสั ช กรรม (เจวาส; ภญ.วาสนา เตชะธีราวัฒน) พี่ โชคดีที่ไดมีโอกาสทำงานอยูในองคกรที่ มองเห็นความสำคัญของงานปฐมภูมิ สนับสนุนใหเราไดเรียนรูและทำกิจกรรม ตางๆ ขอบคุณมูลนิธิแพทยชนบทที่จัดกิจกรรมดีๆ พาคนที่รักในงานปฐมภูมิ มาเจอกัน ใหไดเติมพลังซึ่งกันและกัน ขอบคุณคะ และสุดทายขอบคุณพอแม และสามีที่ไดสนับสนุนใหเรามาอยูในองคกรที่เห็นคุณคาของเราทำใหเราไดมี โอกาสคนพบตัวเอง คนพบความถนัดในดานการแพทย ของตนเอง พบวาเรา ชอบเป น แพทย เวชศาสตร ค รอบครั ว น อ งๆ คนไหนสนใจ มาสมั ค รเรี ย น inserviced training ที่ รพ.พาน อยากมารวมสรางสิ่งดีๆ ดวยกันคะ พี่ๆ ที่พาน ยินดีตอนรับนองทุกคนคะ
¹¾.ÍÔ·¸Ô¾Å ÍØ´μÁл˜ÞÞÒ á¾·Â ãªŒ·Ø¹ 1 ÅÓ»Ò§ - àªÕ§ãËÁ‹
âç¾ÂÒºÒŪØÁª¹... ¤ÇÒÁàª×èÍ ¤ÇÒÁ½˜¹ áÅФÇÒÁ໚¹¨ÃÔ§
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 172
ขอยินดีตอนรับนองๆบัณฑิตใหมทุกทานนะครับ เขาสูชีวิตการทำงาน จริงๆ ซะที หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเรียนมาตลอดทั้งชีวิต หลังจากนี้ จะไมมีอาจารยมาสอนไมมีคนมาคอยควบคุมเราอีกตอไป ชีวิตจะดีจะแย ยังไงตอไปเราจะเปนคนกำหนดมันเองครับ แนะนำตั ว พี่ ชื่ อ พี่ ตู ครั บ (นพ.อิ ท ธิ พ ล อุ ด ตมะป ญ ญา) จาก คณะแพทยศาสตรศิริราช รุน 115 ขณะนี้ใชทุนอยู ลำปาง-เชียงใหม-เชียงใหม ครับ ระยะเวลา 1 ปที่ผานมา แมจะนอยนิด แตสิ่งที่พี่พบเจอมา (ทั้งเรื่องดีและ ไมดี) มากมายจนบรรยายไมหมดครับ ประสบการณเปนสิ่งที่ตองสัมผัสเองครับ เอาเปนวาวันนี้พี่จะขอพูดถึงสิ่งที่มีประโยชนและนองๆ ควรจะรูละกัน ที่เหลือ รอเผชิญเอง เพื่อความมันสในชีวิต หมอบานนอก เลาใหฟง จุดเริ่มตนของเราทุกคน (ตัวพี่และนองๆ ทุกคน) เริ่มตนที่โรงเรียนแพทย สถานที่ที่ปลูกฝงความเปนแพทยใหเราตลอด 6 ปที่ผานมา ...แต... สิ่งที่เห็นนั่น คื อ ความเป น จริ ง หรื อ ไม ? ?? ประเทศไทยไม ไ ด มี แ ต โรงเรี ย นแพทย ค รั บ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1733
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กลั บ กั น โรงเรี ย นแพทย เ ป น แค ส ว นน อ ยนิ ด ของโรงพยาบาลทั้ ง หมดใน ประเทศไทย ! หลังจากที่นองๆ เรียนจบ ทุกคนตางตองออกไปเผชิญชีวิตแตกตางกัน ตางๆ นานา สิ่งตางๆ ที่นองเคยเห็นมาในโรงเรียนแพทยนั้น กับชีวิตการทำงาน แตกตางกันสิ้นเชิง ทั้งระบบการทำงาน การปรับตัว ระบบสาธารณสุขตางๆ อุปกรณการรักษา ยา รวมทั้งชีวิตความเปนอยูของผูคนตางถิ่น ฯลฯ ชีวิตในเมืองมี รพ.รัฐ+เอกชน นับไมถวน ผูคนใสใจสุขภาพ ภาพที่ นองเห็นในโรงเรียนแพทย (ทุกที่) การพัฒนาไมสิ้นสุด Go inter ครบวงจร หมอเยอะทุกระดับทุกหนวย ดูแลคนไขตามมาตรฐานสากล ยาดียาราคา แพง เตียงเต็ม รับคนไขจำกัด ดูแลรักษาเต็มที่ สิ่งเหลานี้นองๆ ทุกคนรวมทั้งพี่ไดถูกปลูกฝงมา การประสบความสำเร็จ ในอาชีพนี้คือ จบมาจะตองรีบเรียนตอ จบไวๆ เปนอาจารยแพทย อยู รพ.ใหญๆ ไปเมืองนอก เอกชนรับทำงาน พี่เองก็เคยคิดเชนนี้ กลับกันชีวิตในชนบท นองอาจไมเคยเห็น ไมมีใครเลาใหฟง ชีวิตคนจน ยากไร ไมมีความรู ไมมีตังคคารถมารพ. หมอ 1 คนดูทั้งอำเภอ ตรวจคนไข วันละ 100+ (คนละ 2-3 นาที) ยาไมมี อุปกรณไมมี พยาบาลไมมี หมอ เครียด สุดทายจบลงที่ ใครจะทนอยูสภาพแบบนี้ หนีเขาเมืองดีกวา หมอ ใหมจบมารีบวิ่งหาทุนเรียน หารพ. Fix ward ยังไงก็ไมออกบานนอก นี่คือสภาพความเปนจริง ถาไมไดออกมาเห็นดวยตาตัวเองอาจไมรู ในมุมกลับกันครับ มุมมองของคนไขท่มี ีตอหมอ คือ รพ. ยิ่งใหญยิ่งดี หมอเยอะ เครื่องมือครบ รพ. เล็กๆ หวยแตก หมอไมเกง เครื่องมือไมมี ใครมีตังครีบเขารพ.ใหญดีกวา รพ. เล็กๆ ใหพวกใชสิทธิฟรีรักษากันไป ทั้งๆ ที่ในสวนของรัฐบาล ก็สนับสนุนระบบประกันสุขภาพถวนหนาเพื่อให คนไทยไดรับการรักษาเทาเทียมกัน ตกลงระบบประกันสุขภาพถวนหนา มั น ถ ว นหน า ตรงไหน ในเมื่ อ คนมี ตั ง ค ก็ ดี ก ว า อยู ดี ...แท จ ริ ง แล ว ระบบ สาธารณสุขของไทย (ที่เหมือนจะดี) ตองยอมรับในความเปนจริง ยังไมได มาตรฐานเลย
พี่เองเปนคนนึงที่ใชเวลาตลอด 6 ป คิดอยูวาจบแลวจะทำอยางไรใหเกิด ประโยชนตอสังคม ถาเราทุกคนมัวแตทำตามกระแสสังคม พอกพูนความรูให ตนเอง รีบเรียนสูงๆ พัฒนา Go inter กันอยางเดียว เมื่อไรละครับที่คนไทยจะ ไดโอกาสรับการรักษาอยางถูกตองทั่วถึง ...จากความคิดนี้เองจึงทำใหพี่ตัดสินใจ ออกมาใชทุนจนครบ 3 ป สิ่งที่พี่เพิ่งจะคิดไดหลังจากทำงานมา 1 ป คือ การประสบความสำเร็จ ที่แทจริงนั้น ไมไดอยูที่การเรียนสูงๆ อยู รพ. ใหญ ตรวจคนไขไปจิบกาแฟไป แตอยูที่เราทำประโยชนอะไรใหกับสังคมบาง และเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ นั้นมั้ย ความจริงที่เกิดขึ้น คือ เทียบระยะเวลา 1 ป เพื่อนพี่บางคนเรียนตอ ความรูพอกพูน ไดตรวจคนไขไปพลางๆ แต 1 ป ของพี่ ตรวจคนไขไปเปนหมื่น คน ไดตังคกินขาว นี่แหละคือความภาคภูมิใจ ไม ไ ด บ อกว า การเรี ย นสู ง ไม ดี น ะครั บ อย า เข า ใจผิ ด ถ า ไม มี ห มอ เฉพาะทาง, GP อยางพวกเราก็อยูไมได สิ่งที่พี่จะบอกคือ อยาไปทำตามกระแส สังคม คิดซักนิดวาเราตองการทำอะไร ทำ ในสิ่งที่เราตองการและตั้งใจทำมันให ดีที่สุด
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 174
อินเทิรน 1 กับชีวิต รพ. ศูนย คงทราบกันดีจบมาปแรก ตองผานแพทยเพิ่มพูนทักษะ 9 เดือน ใน รพท./รพศ. ถาไมผานการเพิ่มพูนทักษะ ก็จะไปเรียนตอไมได สรุปคือกลับมา เปนเด็กอีกครั้ง ความเปนแพทยยังไมเริ่มตน (จำไว เราคือ นศพ. ป 7 ไมใชหมอ) การทำงานที่นี่ก็เหมือนกับที่เคยเจอในโรงเรียนแพทยนั่นแหละครับ พี่จะไมขอ พูดถึงมันมาก เพราะชีวิต 9 เดือน ที่นี่ ไมไดมีความหมายเทาใด สิ่งตางๆ ที่เคยเจอมายังวนเวียนอยู สังคมเดิมๆ ความสัมพันธแบบ Staff-Student บางคำยังคุนหู เชน “หมอคะ Blood gas, EKG คะ” เปนตน และตอกย้ำดวยคำวา ทนๆ ไปไมงั้นไมผาน เปนแบบนี้บางที่นะครับ ที่ดีๆ ไดทำงานเต็มที่ก็มี เอาเปนวา ทำใจไวกอนเลยครับ เรื่ อ งที่ อ ยากแนะนำให น อ งรู ไ ว สำหรั บ ชี วิ ต โรงพยาบาลศู น ย / โรงพยาบาลทั่วไป
ทำความเขาใจกับหนาที่ของตนเองจาก รพ. ตางๆ บางที่ตองการใหเรา เปนหมอ บางที่ตองการใหเราเปนนักเรียน เราก็แคทำตามหนาที่ใหพนๆ ปไป เทานั้น ดู แ ลคนไข ใ ห ดี ที่ สุ ด ทุ ก ที่ มี ทั้ ง คนดี ค นไม ดี แต ต ราบใดที่ เรายั ง มี แรง ทำงานและไมเกินขอบเขตหนาที่ คิดซะวาสงสารคนไข ทำไปจนกวาเราจะไมไหว แลวคอยไปดูแลตัวเอง สุดทาย สิ่งที่เราทำ คือสิ่งที่เราชอบ ทำงานอยางมีความสุข งานก็ดี ชีวิต ก็ดี ถาเมื่อใดชีวิตหมดความสุข จำไวคำนึง ......แลวมันจะผานพนไป......
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1755
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
คำวา “หมอ” มีความหมายที่ รพช. ตองยอมรับอยาง คือ คนเรียนหมอสวนใหญเกิด/เรียน/ทำงานในเมือง และคุ น เคยกั บ สิ่ ง ที่ เ ป น รพช. เป น อย า งไร บางคนอาจยั ง ไม เ คยรู ด ว ยซ้ ำ หมอสวนใหญรวมทั้งตัวพี่เองก็เปนคนนึงที่กลัวการออก รพช. โดยที่ยังไมเคย สัมผัสมันมากอน แนนอนครับ ชีวิตไมมีทางสวยหรูแน เตือนไวกอนครับสำหรับการออก รพช. (ทุกที่) ตองเตรียมทำใจกับสิ่งแปลกๆที่พรอมเกิดขึ้นไดเสมอ เชน อุปกรณ ไม เ พี ย บพร อ มตามตำรา ป ญ หาทางการแพทย ที่ ไ ม ค าดคิ ด ต อ งพลิ ก แพลง การรักษาเองเพื่อคนไข ยาหมด รพ. รถรีเฟอรหมด หรือแทกระทั่งน้ำไมไหล ไฟดับ เปนไปไดหมดครับ เราพรอมรับสภาพตรงนั้นไดรึเปลา สำหรับพี่เองไมมี ปญหาครับ ลุยไดเต็มที่ เริ่มตนการทำงานของพี่ก็ถูกสงมารพช.ซะแลว (ออก รพช. กอนเขา รพศ. อีก) Package ลำปาง-เชียงใหม-เชียงใหม ฟงดูเหมือนจะสวยหรู ปาย ประกาศถูกติดหนาหอพัก 1 พ.ศ. 2553 เริ่มงานที่ รพช.ดอยเตา จ.เชียงใหม (มันอยูตรงไหนฟระ) งานก็ยังไมเคยทำ ดันใหมาออก รพช. กอนเลย อะเอาไง เอากัน เพื่อนๆ ที่หวังดีก็มาบอกวา “ตู ไดขาว รพ. มี ผอ. คนเดียวนะ อิอิ” อาวซวยแลวไงละ ไปถึงก็ไดเปนรอง ผอ. (แลวมันยังไงละนี่???) ถึงเวลามีคน ขับรถมาพรอม “ยินดีตอนรับสู อ.ดอยเตา”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 176
2 ชม.หลั ง จากง ว งเหงามาบนรถ ถึ ง แล ว อ.ดอยเต า 7-11 ไม มี รานอาหารไมมี ทะเลสาบไมมีน้ำ สรุปคือไมมีอะไรเลย!!! หันซายขวา คนเมืองกะเหรี่ยงครึ่งครึ่ง อาวงานเขาแลวไง ถึงตอนนี้ไมตองบรรยายครับ แบบนี้ไมเคย เจอ ใน รพ. จะเปนไงบางหนอ??? หมอเวรวันนี้ก็ ผอ. แนละ เพราะมีคนเดียว (งานคงหนักนาดู) เมื่อมาถึง คนรถพาเขาไปรูจัก ผอ. ซึ่งกำลังพายเรืออยูในบึง (แบบนี้ก็ไมเคยเห็น คุนแตอยู เวรแลว BP drop, arrest) กาวเดินสำรวจใน รพ. ตึกเดียว 30 เตียง พยาบาล และเจาหนาที่ยกมือไหวตลอดทางพรอมตอนรับดวยน้ำเปลา 1 แกว ทุกที่ที่เดิน ผาน (โอว เราใหญมาจากไหนวะเนี่ย?) งานสบายๆ แตเปยมดวยคุณภาพ เนื่องจากที่นี่หางจากเมือง 2 ชม.ครึ่ง ตองเต็มที่เสมอ เพราะไมไดรีเฟอรกัน งายๆ คนไขใจดียกมือไหวใหเกียรติหมอ (เริ่มหาไดยากในสมัยนี้) พูดจาเปน กันเองถึงแมภาษาจะไมคุนหู แตก็ปรับตัวไดไมยาก (ใชมือใหเปนประโยชน) แคนี้ แมยังไมเริ่มงาน ก็รูสึกแปลกๆ ยังไงก็ไมรู รูสึกมีกำลังใจอยากทำงานขึ้นมาตอน นั้นเลย พี่เริ่มทำงานวันแรกในชีวิตก็ที่ อ.ดอยเตานี่แหละครับ สิ่งที่พี่เจอที่นี่ อยากเลาใหนองๆ ฟง เริ่มตั้งแตงานประจำวัน คนไขในวอรด 30 คน คนไข OPD 100+ ตรวจเร็ ว ก็ ว า ตรวจช า ก็ บ น แถมขณะตรวจอาจมี ER ตาม เด็กคลอดมีปญหา ฯลฯ กวาจะตรวจไดเร็ว และ Effective ไมมั่วนะครับ ก็ใช เวลาปรับตัวเกือบเดือนแลวครับ, การสื่อสารที่เปนปญหา อาจตองหาลามมานั่ง ขางๆ, การพลิกแพลงอุปกรณตางๆ มาใชใหเปนประโยชน บางครั้งแมกระทั่ง X-ray/Lab ก็ ต อ งทำพอเป น ไว บ า ง, ทั ก ษะการรี เ ฟอร ค นไข อ ย า งสมเหตุ ผ ล (ไมมั่ว) เพื่อเปนการประหยัดเงินให รพ. และคนไขไมตองเสียเวลาเดินทาง โดยเปลาประโยชน เราไดใชทักษะที่เรียนมาดูแลคนไขไดอยางเต็มที่, การเขางาน สังคมตางๆ (เชน การดื่ม การตีกอลฟ การเขางานเลี้ยงสังสรรค) เนื่องจากมี ความจำเปนที่บางครั้งจะตองออกงานสังคมกับผูหลักผูใหญ การสังสรรคกับ เพื่อนรวมงานทุกระดับ ซึ่งในตางจังหวัดนี้ถือวาเปนสิ่งสำคัญทีเดียว, การดูแล คนไขนอกรพ. การออกหนวย (มีบางจุดที่รถไปไมถึงตองขึ้น ฮ. ไปออกก็ยังมี) นองๆ จะไดลุยๆ แบบเต็มที่ ...ทั้งหมดนี่เปนเรื่องที่ตองเรียนรูครับ
1777
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ไมมีที่ใดสวยหรู ทุกที่ตองมีปญหา เพียงแตเรารับสิ่งนั้นไดหรือไม คนชนบท ไมไดอยูกันที่เงินครับ สิ่งที่พี่ไดรับกอนกลับคือ มีปาคนนึง เดินทางจากบานเพื่อมา รพ. ถามหาพี่ (คุนๆ วาปาไมไดเปนไรมาก พี่เคยตรวจ Advise นิดหนอย ใหยากลับบานไป) แตวันนี้ปาไมไดปวยครับ แตปาตั้งใจมา เพื่อเอาลำไย 1 พวงจากสวนที่บานมาให ราคาไมกี่บาทหรอกครับ แตคุณคา ของมันประเมินไมไดเลย
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ขอดีของ รพช. คือ เรามีเวลาวาง ไดเรียนรูสิ่งตางๆ ทั้งเรื่องในและ นอก รพ. (ไมไดเปนหมอที่รูแตในตำรา), ไดปฏิบัติหนาที่ “หมอ” ไดอยางเต็มที่ ในความรับผิดชอบของเราเอง, คนไขใหความนับถือ ปญหานอย (เทาที่พี่สัมผัส มา ถาเราดูแลคนไขดี ปญหาฟองรองแทบจะไมเกิดเลยครับ), ไดทำการดูแล คนไข แ บบ Holistic คนไข เ กื อ บทั้ ง ชุ ม ชนเป น คนไข ข องเรา, เรี ย นรู ร ะบบ การบริหารและสาธารณสุข, รับรูสภาพความเปนอยูสัมผัสชีวิตจริงของคนไข, รวมถึงการพักผอนสังสรรค ออกกำลังกาย ไดเหมือนอาชีพอื่นเคาทำกัน ... สิ่งเหลานี้เราอาจนึกภาพไมออกและอาจไมไดรับโอกาสสัมผัสอีกแลวในชีวิตนี้ ส ว นข อ เสี ย ของ รพช. ก็ มี ค รั บ คื อ ชี วิ ต ความเป น อยู อ าจไม เ หมาะ สำหรับบางคน, ผูที่ความรูไมแนนพอและตัดสินใจไมเด็ดขาด อาจมีปญหาเวลา เจอภาวะฉุกเฉินที่อยูนอกตำรา, เจอโรคยากๆ จำเปนตองรีเฟอร โดยไมไดทำ อะไรเทาที่ควร, ตองมีทักษะการสื่อสารที่ดี เนื่องจากคนไขกวาครึ่งตองการสงตัว ไป รพ. ใหญ, คนไขบางคนไมเชื่อถือหมอ, จำเปนตองเขาสังคมใหไดกับเพื่อน รวมงานทุกระดับ และสุดทายสำคัญมาก ถากันดารมาก อาจไมมีของกินได (อันนี้นากลัวมาก) จริงๆ นะ ...สวนเรื่องปลีกยอยอื่นๆ พี่ไมขอเลาละ อยากใหนองๆ ไดมาสัมผัสเอง เพื่อเปนสีสันในชีวิตครับ เตรียมหาคนไว Consult ฉุกเฉินดวยนะครับ เอาเปนวา ตลอด 3 เดือน ที่พี่ไดทำงานที่นี่ ทำใหไดแงคิดหลายอยาง ครับ รพช. ไมไดแยอยางที่คนใสไขไวครับ สิ่งที่ดีก็มีมาก ตองลองคิดดูครับวา คนที่พูดนั้นเคาไดมาสัมผัสจริงๆ รึยัง
สิ่งสุดทาย การมาชนบท อาจจะไมไดอะไรติดไมติดมือกลับไป แต ความทรงจำกับสถานที่ดีๆ มันจะยังคงอยูเสมอครับ สรุ ป คื อ พี่ ม าแนะนำวั น นี้ อยากให น อ งๆ เป ด ใจ พร อ มรั บ มื อ กั บ ที่ ที่จะไปอยู และคิดเสมอวา เราเรียนมา 6 ป ขอใหใชความรูใหเกิดประโยชน แกสังคมมากที่สุด ดังคำของพระราชบิดา “True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind” (ความสำเร็จมิใชอยูที่การเรียนรูเทานั้น หากแตเปนการนำไปใชใหเปนประโยชนแกเพื่อนมนุษย)
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 178
¹¾.¾Ãà·¾ âªμÔªÑÂÊØÇѲ¹ ¼ÙŒÍӹǡÒà þ.¹¤Ãä·Â ¨.¾ÔɳØâÅ¡
1799
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
น อ งๆ หลายคนอาจมี โ อกาสมาทำงานในโรงพยาบาลชุ ม ชน ซึ่ ง ใน ปจจุบันนอกจากจะมีภาระงานในการตรวจ รักษาผูปวยแลว ยังมีการพัฒนา คุณภาพ โรงพยาบาลเพื่อใหผานการรับรองมาตรฐาน แบบทั้งโรงพยาบาล และเฉพาะดาน เฉพาะวิชาชีพ แตการพัฒนาตางๆ มักเปนไปอยางฉาบฉวย ขาดความสุขในการทำ ทำเอกสารขอมูลเพื่อสง แทนที่จะนำมาใชประโยชนจริง ในการทำงานประจำวั น เป า หมายการพั ฒ นาไปอยู ที่ ก ารผ า นการรั บ รอง ใบประกาศวาผานมาตรฐานเทานั้น แตขาดการพัฒนาทั้งการทำงาน และจิตใจ และการเรียนรูที่แทจริง การพัฒนานั้นควรพัฒนาทั้งการดูแลรักษาผูปวยใหมี มาตรฐานในการรักษาตามบริบท ผูปวยมีความปลอดภัย พัฒนาเจาหนาที่ทั้ง ดานกาย และจิตใจ ทัศนคติที่ดีมีความสุขในการทำงาน จึงควรมีการพัฒนาดวย หลัก 5 H ไดแก head heart hand harmony healthy ดังนี้ Head คือการพัฒนาดานความคิด องคความรูตางๆ ในการทำงาน การเรียนรูวิชาการใหมๆ ในการตรวจรักษาผูปวย แลวนำมาปรับใชอยางตื่นรู เทาทัน เหมาะสมกับบริบท เชน การนำความรูเรื่องอาหารผูปวยเบาหวาน มาปรั บ ใช กั บ อาหารในท อ งถิ่ น การให ค ำปรึ ก ษาผ า นทาง internet เป น ต น ร ว มไปถึ ง การหมั่ น ทบทวนการทำงาน วิ เ คราะห ป ญ หาตามสาเหตุ และ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
¡ÒþѲ¹Ò¤Ø³ÀÒ¾·Õèá·Œ áÅÐÂÑè§Â×¹ ´ŒÇ 5 H
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 180
สังเคราะหวิธีแกไขปญหา เปนงานวิจัย นวัตกรรมตางๆ เชน การใชฉลากยาเปน ภาพสำหรับผูปวยทีมีปญหาในการอาน การใหผูปวยใหความรูกันเอง (self health group) การใหรางวัลผูปวยเด็กที่ไมทำสายน้ำเกลือหลุด เปนตน Heart คือการพัฒนาดานจิตใจ มีการทำงานดวยหัวใจความเปนมนุษย (humanize health care) ยกระดับจิตใจในการทำงานที่เห็นอกเห็นใจ เมตตา กรุณา และเขาใจผูอื่น ดูแลที่คำนึงทั้งดาน กาย จิตใจ สังคม ปญญา ความเชื่อ ตางๆ เชน การอนุญาตใหสามีเขาเยี่ยมผูปวยขณะคลอดได การใหญาติทำพิธี ใหผูปวยตามความเชื่อไดที่ปลอดภัยกับผูปวย การจัดใหมีมุมเรียนรู หนังสือ นิทาน ของเลนใหผูปวยเด็ก การดูแลผูปวยระยะสุดทายที่เหมาะสมตามความ เชื่อของผูปวยและญาติเปนตน Hand คื อ การฝ ก ฝนด า นความชำนาญ ทั ก ษะ (skill) ต า งๆ เช น การซักประวัติ ตรวจรางกายที่เหมาะสม แมนยำ การทำหัตถการตางๆ การทำ CPR การผาตัดตางๆ รวมไปถึงการใหบริการที่ใชทักษะในดานการฟง และพูด เปนหลัก เชน การใหคำปรึกษา (counseling) การเสริมพลัง (empowerment) ผูปวยและญาติ เปนตน Harmony คือ การสามัคคี การใหเกียรติซึ่งกันและกัน และมีเปาหมาย การทำงานที่ตรงกัน การสื่อสารที่ดี อันเปนพื้นฐานสำคัญในการทำงานเปนทีม สุขภาพ (health team) หรือทีมสหวิชาชีพที่ดี เปยมดวยพลัง ทำใหทำงานได อยางมีคุณภาพ และมีความสุขในการทำงาน Healthy คื อ การมี สุ ข ภาพที่ ดี ทั้ ง กาย จิ ต ใจ สั ง คม และป ญ ญาของ ผูคนในหนวยงาน และผูปวย ประชาชนที่เรามีสวนในการดูแล นอกจากการ มีรางกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่แจมใส มีสังคมที่เอื้ออาทร สามัคคี มีความรัก และหวังดีใหกัน อาจแตกตางทางความคิด แตก็อยูรวมกันไดอยางสงบ รวมไป ถึงการมีปญญาในการคิดคำนึง เชนการมีคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิต สุดทายนี้ หวังวาไมวานองจะมาใชชีวิตในโรงพยาบาลชุมชน ไมวาจะ สั้นๆ แค เพียง 1-2 ป หรือนานกวานั้น จะไดหาประสบการณ เรียนรูอยาง เต็มที่ทั้งวิชาการ และวิชาชีวิตอยางเต็มที่ เพื่อความเปนแพทยที่ดีของสังคม
ตอไป ตามที่สมเด็จเพราะราชชนกไดกลาวไววา “ขอใหถือประโยชนสวนตัว เป น ที่ ส อง ประโยชน ข องเพื่ อ นมนุ ษ ย เ ป น กิ จ ที่ ห นึ่ ง ลาภ ทรั พ ย และ เกียรติยศ จะตกแกทานเอง ถาทานทรงธรรมะแหงอาชีพไว ใหบริสุทธิ์” และ “ฉั น ไม อ ยากให เ ธอ เป น เพี ย งแพทย เ ท า นั้ น ฉั น อยากให เ ธอเป น คนดวย”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1811
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
¹È¾.´ØÉÇÃó ÊØÇÃÃ³Ç§È ªÑé¹»‚·Õè 5 ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂʧ¢ÅÒ¹¤ÃÔ¹·Ã
“ÀѾԺÑμÔ”....àÃ×èͧä¡ÅμÑÇ, ¨ÃÔ§ËÃ×Í?
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 182
ใกลสอบ ศรว. ของป 5 แลว ทุกลมหายใจเขาออกของฉัน คือ “ขอใหหนู สอบผานดวยเถิด หนูอยากเปน extern แลว และเงิน 3,000 บาท ของคุณปา คุณมาจะตองไมสูญปาว เอา สูๆ” … วันนี้ในขณะหมกมุนกับความคิด และ กำลังนำอาหารเย็นใสเขาทองแบบเร็วที่สุดเพื่อจะไดไปอานหนังสือ ทอง lecture ติว ทำโพยเกาของ สพท. เลน facebook ดู the star ฯลฯ ก็ไดยินเสียงทีวีของที่ รานไกแจขาประจำดังขึ้น “ญี่ปุนกำลังตกอยูในแผนดินไหว วันนี้ (11 มี.ค. 2011) สำนักขาวตางประเทศรายงานวา ประเทศญี่ปุนเกิดแผนดินไหว 8.9 ริคเตอร จนทำใหตึกโตเกียวเกิดเพลิงไหม คนหนีตายจาละหวั่น” ความคิดแรกที่ผุดขึ้น มาคือ อื้มญี่ปุนเหรอ … “ตอนนี้ ยั ง ไม ท ราบตั ว เลขนะคะว า มี ค นไทยในญี่ ปุ น กี่ ค นที่ จ ะได รั บ ผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ตอนนี้กระทรวงการตางประเทศกำลังติดตอคนไทย ประมาณ 50,000 คนอยูคะ” วาว .. มีคนไทยอยูในญี่ปุนมากขนาดนี้เชียว เหรอ ....เหย!!! เรามีเพื่อนอยูญี่ปุนหลายคนเลยนิ.... แลวคุณตาซาโนซังที่ อุปถัมภคุณนาฉันหละ เคาจะเปนยังไงบาง?? ตอนนี้ความรูสึกเปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่ฟงขาว ฉันเคยอานหนังสือเลม หนึ่งสะดุดกับประโยคเด็ดที่วา .. ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติหรือสงคราม คุณอาจ ไมรูสึกเสียใจกับผูประสบเหตุท่ีอยูหางไกล หรือถูกฆาตายในประเทศที่คุณ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1833
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ออกเสียงชื่อไมถูก ทั้งนี้ไมใชเพราะคุณไรน้ำใจ แตเพราะไมสามารถเชื่อมตัวคุณ กับเหตุการณนั้นๆ ได .. ใช คนเรามักจะเปนอยางนั้น เพราะเราคิดวา มันเปน เรื่องไกลตัว มันเปนปญหาของคนอื่น ประเทศอื่น ฉันเคยรูสึกและคิดวา ป ญ หาเรื่ อ งการสอบ ศรว. ตอนนี้ เ ป น เรื่ อ งใหญ ส ำหรั บ ชี วิ ต ฉั น แล ว แต ดู นี่ สิ....ปญหาผูประสบภัยพิบัติเหลานั้น มันหนักกวาการสอบของฉันมากมาย ขนาดไหน ไหนจะครอบครัว คนรักที่ตองสูญเสียไป ไหนจะบาน ธุรกิจและ สิ่ ง ทั้ ง หลายที่ ส ร า งมากั บ มื อ นี่ มั น ไม ใช เรื่ อ งเล็ ก ๆ เพราะนี่ มั น แทบจะ เปน....ทั้งหมดของชีวิตของคนๆ นึง! พอกลั บ หอฉั น พุ ง ตรงไปที่ ค อมพิ ว เตอร เข า ไปที่ Facebook ของ ACTION project alumni ซึ่งเปน page ที่รวบรวมเพื่อนๆ นานาชาติที่ไดรับการ เข า โปรแกรมฝ ก การรั บ มื อ กั บ ภั ย พิ บั ติ ร ะยะสั้ น ซึ่ ง จั ด ขึ้ น เป น ประจำทุ ก ป ที่ ประเทศตางๆ ที่เปนสมาชิกของสมาพันธนิสิตนักศึกษาแพทยนานาชาติ หรือ IFMSA ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟก เพื่อนชาวญี่ปุนคนหนึ่งของฉันกลาวยกเลิกการ พบปะสังสรรคของเหลา alumni ทาง online ไวสั้นๆ วา “ตองขอโทษดวยที่ตอง ยกเลิกนัดอาหารเย็น และขอใหเพื่อนชาวญี่ปุนทุกคนกลับบานอยางปลอดภัย ดวยพลังแหงความดีของพวกเราที่ทำมาจงปกปองเรา และครอบครัวของเรา ทุ ก คนให ป ลอดภั ย ” พวกเขาจะกลั บ บ า นไปเจอครอบครั ว อย า งไร ในเมื่ อ Tsunami ไดพัดพาทุกสิ่งทุกหายไปอยางไมใยดี คนไทยอยางเราก็คงไดแตสวด มนตสงกำลังใจไปชวย และหายใจเขาออกลึกๆ เพื่อรูสึกขอบคุณธรรมชาติที่ยัง ไวชีวิตเรา จะวาไปประเทศไทยของเรานี้แสนดี แผนดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุ อะไรก็ไมคอยจะมีกับประเทศอื่นเขา นับวาคนไทยเราโชคดีมาก (ยกเวนเรื่อง การเมือง) ครั้งหนึ่งที่ฉันไดไปฝกกับโปรแกรม ACTION ที่ฟลิปปนส ฉันไดแต สรางความตื่นตัวใหกับตนเอง และบอกวาไมแนนะ บานเราอาจเกิด tsunami อีกครั้ง หรือ อาจจะมีน้ำทวมก็ได เราเปนบุคคลากรการแพทยตองชวยรับมือได แตทวาความรูที่ไปร่ำเรียนถึงแดนไกลหดเหลืออยูนิดเดียว เมื่อเกิดเหตุการ น้ำทวมที่ อ.หาดใหญ จ.สงขลา เมื่อปที่แลวนี้ (2010)
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 184
คืนกอนเหตุการณน้ำทวมครั้งนั้น ฉันนอนไมหลับเลย ฝนตกติดตอกัน หลายวั น ปกติ เวลาเสร็ จ ภารกิ จ ที่ รพ. กลั บ มาหอแล ว ฝนตก คนส ว นใหญ มักนอนหลับสบาย แตวันนั้นไมใช ฝนตกหนักมาก เสียงน้ำฝนที่ปะทะกับหลังคา โปรงใสของหอพักนักศึกษาแพทยบินหลา 4 ดังสนั่นอยางไมเคยเปนมากอน มันดังราวกับวาจะทะลุหลังคามาใหไดซะอยางนั้น ตื่นเชามาฝนก็ยังคงตกอยาง ตอเนื่อง ฉันอาบน้ำแตงตัวไปเรียนตามปกติ แตทวา อาจารยและนักวิชาการ บอกยกเลิ ก การเรี ย นการสอน เพราะน้ ำ ท ว มหาดใหญ ร อบนอกแล ว ตาม ลักษณะภูมิศาสตรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทรไมมีทางน้ำทวมได เพราะตั้งอยู บนเขาคอหงส หากน้ำทวม หาดใหญทั้งเมืองคงกลายเปนเมืองบาดาลไปแลว แนนอน นศพ.อยางฉันจะไปไดรับผลกระทบอะไรกัน สบายๆ ชิวๆ วันนี้ไมตอง เรี ย นด ว ย สุ ด ยอด! แต ไ ม ใช ! ! ถ า ใครไม เ คยผ า นเหตุ ก ารณ ภั ย พิ บั ติ เช น น้ำทวมนี้ คงนึกไมออกวาจะเกิดอะไรขึ้นบาง ... เมื่อน้ำทวมถนนสายหลักมักถูกตัดขาด คนในออกไมได (หนีน้ำทวม ไมได) คนเขาก็เขาไมได แลวใครจะมาสงขาวน้ำ ของบริจาค ประตู หนาตาง ใหผูประสบภัยที่ ชอง 3 5 7 9 ชวยกันบริจาคมา จะไปหาเรือพาย หรือรถสิบลอ ฝาน้ำทวมมาจากไหนถาบานไมไดเปนโรงตอเรือ หรือบริษัทรับจางขนหิน เหล็ก ทราย คงต อ งรอชะตากรรมภาวนาให ฝ นหยุ ด รอน้ ำ ลดอย า งเดี ย วจึ ง จะมี พี่ป.เต็กตึ้ง ทหาร หนวยอาสา ตำรวจ อบต. อบจ. สส. มาชวย แลวระหวางนั้น คนพวกนั้นมีชีวิตอยูกับน้ำทวมอยางไร กลับมาที่ตัวฉันงายๆ …. นักศึกษา แพทยเราจะมีชีวิตอยูอยางไรถาพอคาแมคาไมมาขายอาหารใน รพ. ไมมีใคร ทำอาหารใหคนไขใน รพ. ไมมีใครซักผาใหคนไข ไมมีคนเข็ญเปล ไมมีหมอ หรือใครมาทำงานใน รพ. เหมือนเดิม แลวคนไขผาตัดฉุกเฉิน จะทำยังไงกันละ ทีนี้!!?? ก็คงหนีไมพนนักศึกษาแพทยทุกคนที่จะตองชวยกันเทาที่ทำได พี่ชั้น คลินิคที่พอมีความรูบาง ก็ออกไปชวยในหนวยแพทยเคลื่อนที่ แจกยา ชวยทำ แผล ฯลฯ นองชั้นพรีคลินิคไดแปลงกายมาเปนคนเข็ญเปลจำเปน ใครไมเคย พับผาก็ไดพับ ใครไมเคยกินขาวไขดาวไหมๆ ฝมือเพื่อนตัวเองก็คงเปนคราวนี้ เพราะไมมีอะไรใหกิน เมื่อเดินไปเซเวนอีเลเวน พบวาน้ำและอาหารทุกชนิดหาย ไปหมด ตอนนั้นฉันอยูวอรดฉุกเฉิน เราแบงงานกันเขาเวร เชา บาย ดึก ทำงาน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1855
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กันวันละ 8 ชั่วโมง และที่เหลือใครจะไปชวยสวนไหนของ รพ. ก็ทำไดตาม จิตศรัทธา จากสาหรายในหองฉุกเฉินพวกเราไดเลื่อนขั้นมาเปนถึงปลาตัวเล็ก เลยนะ ไดเย็บแผล ไดดู film วินิจฉัย fracture ไดชวยพี่ๆ ให streptokinase ผูปวย MI ดวย ดีใจไมเหนื่อยเลย รูสึกวาความรูที่เรียนมามันเปนประโยชนก็ คราวนี้แหละ จากการไดไปออกหนวยแพทยเคลื่อนที่ ฉันพบวากลุมคนอาสาที่เขาไป ชวยเหลือผูประสบภัยที่เร็วที่สุดคือ พี่ปอเตกติ้งและทหาร ตองใหความชื่นชม ในความเสี ย สละของพวกเขาจริ ง ๆ ส ว นหน ว ยงานอื่ น ๆ ก็ ส ามารถช ว ย บรรเทาทุกขเหลาผูประสบภัยไดดีพอสมควร ขาดแตเรื่องของการจัดสรรความ ชวยเหลือใหเขาที่เขาทาง ไมซ้ำซอนกัน เชน บางคนไดความชวยเหลือแลว ก็ไดอีก บางคนความชวยเหลือยังไปไมถึงเลย เปนตน ซึ่งนาจะมีองคกรของ ภาครัฐที่มีประสบการณ และไมแสวงหาผลประโยชนเปนผูดำเนินการให ความชวยเหลือไปทั่วถึงทุกคน ดาดฟาหอพักบินหลา 4 คืนนั้นไมเหมือนเดิม แสงไฟที่เคยสวางไสวใน เมื อ งหาดใหญ ห ายไป หลงเหลื อ เพี ย งหลุ ม ดำหลุ ม ใหญ มี ด วงไฟประปราย บริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร และขอบๆ เทานั้น ฉันนึกถึงโทรศัพทวันนี้ ที่เพื่อนฉันโทรเขามาเพื่อติดตอใหฉันชวยหาเรือให “แกจะเอาเรือไปทำไร ... รูมั้ยออกไปขางนอกมันอันตราย แกอยาออก ไปเลย” ฉันรีบถามเพื่อนดวยความเปนหวง แลวก็ไดทราบวา ที่เพื่อนตองการเรือ เพราะพอกับแมของเคามาหาแลวติดน้ำทวมอยูในโรงแรม ไมมีขาวกิน กำลังหิว มาก และที่สำคัญในโรงแรมนั้นกำลังมีคนไข DKA ซึ่งตองไดรับการชวยเหลือ ดวน วั น นั้ น ฉั น ได แ ต พ ยายามโทรศั พ ท ช ว ยติ ด ต อ ประสานหาเรื อ จาก หนวยงานตางๆ ที่พอหาไดจากวิทยุอยางวุนวายแตผลสรุปสั้นๆ ที่นาเศราก็คือ “ถาคุณอยากมีชีวิตรอด คุณตองหาทางเอาตัวรอดเอง” สรุปในวันนั้นฉันก็ไม สามารถหาเรือไปใหเพื่อนได สิ่งที่ทำไดมากที่สุด คือขอใหเพื่อนผูชายชวยลุยน้ำ จากมหาวิทยาลัยลงไปชวยคนที่โรงแรม (ซึ่งตองขอบคุณทุกๆ คนมาในที่นี้เลย
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 186
นะ ขอบคุณจริงๆ) ฉันในตอนนั้นไดแตนั่งกังวลใจวา ทุกๆ คนจะเปนอยางไรกัน บางนะ ผูปวยคนนั้นจะปลอดภัยหรือไม ทำไม สัญญาณโทรศัพทใชไมไดสักที เหอ! เหตุการณครั้งนั้นทำใหฉันเห็นวา เราจะไมมีทางเขาใจคนอื่นอยาง ถ อ งแท หากเราไม ไ ด ใ ส ร องเท า คู เ ดี ย วกั บ เขา น้ ำ ท ว มครั้ ง ใหญ ข อง อ.หาดใหญ เปนเหตุการณภัยพิบัติครั้งเดียวในชีวิตของฉัน แตกระนั้นมันก็ทำให ฉันรูซึ้งถึงความทุกขยากของเพื่อนมนุษยไดมากขึ้น เรื่องบางเรื่องอาจเปนเรื่องที่ เหนือบากวาแรงสำหรับเราในตอนนี้ แตหากในอนาคตเราไดมีโอกาสทำในสิ่งที่ ชวยเหลือเพื่อนมนุษยดวยกันไดบาง ก็คงจะดีกวาการนั่งดูทีวีเอาใจชวยพวกเขา อยู ที่ บ า น ... ดู ๆ แล ว มั น ก็ เ หมื อ นเป น ป ญ หาของคนอื่ น เราอยู ไ กลไม ไ ด เดื อ ดร อ นอะไร ทำไมเราต อ งหาเรื่ อ งไปลำบาก คำตอบคงไม ไ ด อ ยู ใ นหน า กระดาษนี้ แต น า จะอยู ใ นใจของใครหลายคนในขณะนี้ แ ล ว มากกว า ว า รู สึ ก อยางไรกับเหตุการณภัยพิบัติตางๆ ที่เกิดขึ้น .. ในฐานะแพทย หากมีสองมือ และหนึ่งหัวใจที่เปยมดวยความเมตตา และความกลา ลองเปนแพทยอาสา ไปชวยภัยพิบัติสักครั้ง ก็คงเปนประสบการณชีวิตที่สุดยอดนาดู จริงปะ! ...ตอนนี้ฉันไดแตหวังวา ... ในอนาคตจะไมมีภัยพิบัติเกิดขึ้นกับ พวกเราและคนที่เรารัก.... ...แตทวา อะไรอะไรมันก็ไมแนไมนอนใชมั้ยละคะ ...บางทีเรื่อง เหลานีอ้ าจไมไดไกลตัวของเราอยางทีเ่ ราหวังก็เปนได ...คุณๆ วาจริงมัย้ ??
¾Þ.ÀÑ·ÃÒÀó ¾Ø‹ÁàÃ×ͧ ᾷ 㪌·Ø¹ 1 ÈÔÃÔÃÒªÃØ‹¹ 115
“˹Ùṋã¨áÅŒÇËÃÍ...NjҨÐàÃÕ¹ËÁÍ” “หนูแนใจแลวหรอ...วาจะเรียนหมอ”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 188
นี่อาจเปนคำพูดที่ผูใหญหลายๆคนหันมาพูดมากขึ้น จากแตกอน “ดีจัง ลู ก สอบเข า เรี ย นแพทย ไ ด ” “ดี จั ง ได เ ป น คุ ณ หมอ ช ว ยเหลื อ คน” พวกเราที่ เปนแพทยอยูในวันนี้ ไมแนใจวา ในอนาคตยังจะแนะนำลูกมาเรียนแพทยกันอยู หรือเปลา เพื่อนของฉันหลายคนที่อยูในระหวางทำงานเปนแพทยใชทุนเริ่มบน ประปรอดกระแปดถึงความเหน็ดเหนื่อยของการทำงาน ความหนักใจที่ตองพบ เจอในแตละวัน การอดนอนวันเวนวัน คุณภาพชีวิตที่แยทำใหเราตองกลับมา ถามตัวเองกันบอยๆ วา เราคิดถูกหรือเปลานะที่มาเปนแพทย อาชีพที่ฉันเคย คิดวา ไดชวยเหลือคน มีเกียรติ ไดรับการนับถือจากประชาชน นอกจากจะ เหนื่อย คุณภาพชีวิตคอนขางแย คนในปจจุบันยังเริ่มไมเห็นคุณคา “ความเปน แพทย” เหตุการณในหองตรวจหลายๆ ครั้งทำใหอดคิดไมไดวา ในวันนี้คนไข เห็นเราเปนเพียงแคคนสั่งยาฟรีใหหรือไม เดี๋ยวนี้ประชาชนดูแลสุขภาพของ ตนเองลดลง หลายคนคงมองวา การดูแลรักษาความเจ็บปวยเปนหนาที่ของ แพทยพยาบาล เชน เบาหวาน คุมน้ำตาลไมได ก็มาใหหมอปรับยาเพิ่ม ไมคอย มีใครคิดจะออกกำลังกาย ควบคุมอาหารอยางจริงจังเพิ่มเติม โรคกระเพาะ เชนกัน แมวาจะมีการแนะนำการปฏิบัติตนไปเทาไหร แตหลายคนก็ยังจะกิน รสจัด กินไมตรงเวลา ดื่มเหลาสูบบุหรี่เหมือนเดิม...เฮอ...
อีกสิ่งหนึ่งที่เปนปญหาสำคัญ คือ การถูกฟองรอง ฉันเชื่อ หมอหลายๆ คนไมไดตั้งใจใหเกิดความผิดพลาด แตก็นะ พวกเราก็คนธรรมดา ไมสามารถรูไป ทุกสิ่งทุกอยาง ประเด็นหนึ่งที่นาคิด คือทำไมสมัยกอน ไมมีการฟองรองแพทย ความสัมพันธอันดีของแพทยและผูปวยมันคอยๆลดลงจากตรงไหน อะไรกันแน ที่เปนตัวรายทำลายความสัมพันธ ใครกันที่เปลี่ยนไป แพทย ? คนไข ? สังคม ? คานิยม ? วายังไงคะ คุณๆไดคำตอบของตัวเองหรือยัง สำหรับตัวฉันคิดวา ถูกทุก ข อ ค ะ ลองมาเปรี ย บเที ย บดู กั น ค ะ ว า คุ ณ จะคิ ด เหมื อ นกั น ฉั น มั้ ย ว า ทุ ก สิ่ ง เปลี่ยนแปลงไปอยางไร à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1899
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
คานิยม + สังคม โลกในปจจุบัน มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีมากมาย เราตองการอะไร ก็มีสิ่งชวยตอบสนองความตองการไดอยางรวดเร็ว อยากคุยกับใครก็โทรถึงได ทันที ไมตองรอเขียนจดหมายเหมือนเมื่อกอน เบื่อก็เปดดูโทรทัศนหรือเลน อินเตอรเน็ท เราถูกหลอหลอมมาในสังคมที่มีส่ิงตอบสนองตอความตองการมากมาย จนเคยชิน...จึงเปนการยากที่จะหามใจจากความตองการ และเนื่องจาก “เงินซื้อ ไมไดทุกอยาง แตเกือบทุกอยาง” ดังนั้นคนสวนใหญก็คิดวา ยิ่งมีเงินเยอะๆ ยิ่งดี ยิ่งหาความสุขงาย มั่นคง ดังนั้นคนสวนใหญจึงมุงหาเงินทอง จะทำอะไร ตองชั่งกำไร ขาดทุน เงินขาออก นอกจากเพื่อความอยูรอดของปากทอง/ปจจัย สี่ตางๆ แลวก็ยังตองเผื่อมาใชจายคาสาธารณูปโภค และเพื่อซื้อของที่อยากได ซึ่งบอยครั้งเปนของที่แทบจะไมจำเปนหรือเปนสินคาราคาแพงเพียงเพราะเปน ของแบรนเนม ของที่กำลังเปนแฟชั่น ฮิตติดตลาด ดังนั้นเพียงแคแบงเงินไวใช เพื่อตัวเองและครอบครัว คนสวนใหญก็แทบไมเหลือเงินสวนที่ไวใหชวยเหลือ ผู อื่ น แล ว น้ ำ ใจ ความรั ก ต อ เพื่ อ นมนุ ษ ย ค นอื่ น ๆ น อ ยลงไปทุ ก ที ๆ สั ง คม ปจจุบันกลายเปนสังคมแหงการแขงขัน การเอาตัวรอดกันมากขึ้น
เมื่อชีวิตมีแต “ความอยาก” และการนำมาซึ่ง “การตอบสนองความ อยาก” เมื่อไมไดอยางที่ตองการ ก็ทุกข ก็กลับจัดการกับความทุกขใจไมถูกจุด ไดแตหนีความทุกขชั่วคราวโดยการแสวงหาสิ่งเพลิดเพลิน คนเราก็มักไปหาสิ่ง อื่นที่ตอบสนองเราไดรองๆลงมา เชนไปกินเหลา ไปดูหนัง ไปกินขาวนอกบาน ซึ่งแนนอน สิ่งเหลานี้ตองใชเงิน ....ดังนั้นดูผิวเผิน เงินคือคำตอบของยุคนี้จริงๆ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 190
คนไข VS แพทย เกี่ยวกับเรื่องคานิยมและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป แนนอนเรื่องนี้เกี่ยวกับ คนไขและแพทยเชนกัน เพราะพวกเราก็คือคนหนึ่งในสังคมนี้ คนไขยอมไดรับ อิทธิพลในเรื่องของความตองการที่อยากจะไดรับการตอบสนองอยางรวดเร็ว และไดดั่งใจมากขึ้น เมื่อมารักษาพยาบาลก็อยากตรวจเร็วๆ อยากไดผลการ รักษาที่ดีที่สุด เสียเงินนอยที่สุด (อันนี้ ฉันก็เปน) เมื่อไมไดอยางที่ตองการ ก็ โ กรธ หงุ ด หงิ ด ไม พ อใจ ความรุ ม ร อ นในใจที่ เ กิ ด ขึ้ น นำมาสู ก ารร อ งเรี ย น ฟองรองแพทย ผูปวยเริ่มมองแพทยในฐานะผูใหบริการมากขึ้น ศรัทธาและ ความรักที่มอบใหแพทยในฐานะผูชวยเหลือลดลงทุกทีๆ บอยครั้ง การรอง เรียนเกิดขึ้นกับแพทยที่ตั้งใจรักษาดูแลผูปวยแตมีเหตุสุดวิสัยหรือขอผิดพลาดที่ ยากเกินความควบคุมของแพทยคนนั้นขึ้น (เชน แพทยขาดประสบการณในบาง โรคที่ซับซอน ตัวโรคมันแย/รักษายาก/มีภาวะแทรกซอน หรือเครื่องไมเครื่องมือ ไมเพียงพอ) แพทยที่ถูกรองเรียนนั้นยอมความทุกขใจ บางรายถึงกับหมดแรงใจ ในการทำความดีตอๆ ไปก็มี เรื่องของความอยากไมไดหยุดอยูเพียงที่คนไข เพราะแพทยก็มี “ความ อยาก” เชนกัน แมพวกเราที่เลือกประกอบวิชาชีพนี้สวนใหญจะมีความคิดที่ จะชวยเหลือผูคนอยู แตนั่นก็ตองอยูบนพื้นฐานความจริงที่วา พวกเราก็ ตองการเวลา และความสุขเชนกัน (แมจะไมตองมากมาย) การทำงานทุกวันนี้ เนื่องจากภาระหนาที่ ที่ตองเลี้ยงปากทองเฉกเชนคนทั่วไป ทำใหเรามองเรื่อง ความคุมคาของการทำงานมากขึ้น แพทยบางคนหันมาเปนแพทยพาณิชย เรื่อง นี้ นั ก ศึ ก ษาแพทย ซึ่ ง ถู ก หล อ หลอมมาในสั ง คมทุ น นิ ย ม สั ง คมแห ง วั ต ถุ เ ต็ ม ๆ
1911
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
อยางนอยเพื่อทำใหเรื่องนี้ไมแยลงไปอีก ในวันนี้ฉันอยากทราบวา ถ า เราจะแก ไขป ญ หาความสั ม พั น ธ ข องแพทย กั บ ผู ป ว ยให ดี ขึ้ น จะต อ ง ทำอยางไร มีแพทยหลายคนยิ่งนักที่เปนหวงในจุดนี้ ไมใชเพราะ เคากลัวไมได รับความเชื่อถือ แตเพราะความสัมพันธที่ย่ำแย จะเปนรอยราวในใจแพทยกับ ผูปวยเพิ่มขึ้นๆ ในทุกวันๆ แพทยดีๆ เริ่มทอใจในการทำงาน บางสวนคงเริ่ม ลาออกไปทำอาชีพอื่นที่สบายกวา เสี่ยงนอยกวา แพทยที่เหลืออยูก็ตองแบก รับกับงานที่หนักเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการรักษาคงตองมีบางที่ลดลงอยาง ปฏิเสธไมได ในเมื่อแพทยหนึ่งคนมีเวลาเหลือใหผูปวยแตละรายๆ นอยลง ทุกทีๆ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดยอมมากขึ้น ซึ่งนั่นอาจทำให เสี่ ย งต อ การถู ก ฟ อ งร อ ง เมื่ อ เป น ต อ ไปอย า งนี้ แพทย ที่ เ หลื อ อยู ก็ ค งต อ ง ทำงานดวยหัวใจที่บีบคั้นมากขึ้นในทุกๆ วัน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ก็ ม องเรื่ อ งหาความสุ ข ความสบายกั น มากขึ้ น ทั้ ง ดู ห นั ง ฟ ง เพลง เล น อินเตอรเน็ท แชต FB กด iphone เวลาที่ใชในการเรียนรู อานหนังสือทบทวน ยอมนอยลง ในขณะที่ความรูทางการแพทยกลับเพิ่มขึ้น รวมกับความใกลชิด ของอาจารยและลูกศิษยในการเรียนการสอนก็ลดลง โอกาสที่นักศึกษาแพทย ไดเรียนรูจากผูปวยก็ลดลง (นักศึกษาเยอะ ผูปวยที่ยอมใหนักศึกษามาเรียนรู ก็นอยลง) ดังนั้นจึงปฏิเสธไมไดวา สิ่งเหลานี้ทำใหแพทยจบใหมในยุคปจจุบัน มักมีความรูครอบคลุมความรูใหมและประสบการณในการดูแลรักษาคนไขไมพอ ซึ่งแนนอน นำมาสูความผิดพลาดในการรักษาที่มากขึ้น ฟองรองมากขึ้น แพทย ทอใจมากขึ้น ลาออกจากระบบมากขึ้น แพทยในระบบนอย ดูแลคนไขไมทั่วถึง เกิดความผิดพลาด และคนไขไมพอใจ เกิดการฟองรองแพทย แพทยอยูไมได ลาออกไป รพ.เอกชน หรือออกไปทำธุรกิจอื่น แพทยในระบบก็นอยลงอีก .....เรื่องพวกนี้เกิดเปนวงจรซ้ำๆ ซึ่งไมรูจะมีทางไหน...ที่ทำใหเรื่องนี้ดีขึ้นมา อนาคตวงการสาธารณสุขไทยจะเปนอยางไรกันแนนะ
ต อ ไปบรรดาแพทย ก็ ค งจะบอกลู ก หลานว า “อย า มาเป น แพทย เ ลย ทำอาชีพอื่นดีกวา” เมื่อเปนเชนนี้อนาคตวงการแพทยจะเปนอยางไร ถาโชคดี เราคงได ค นรุ น ใหม ที่ มี อุ ด มการณ แรงกล า ที่ อ ยากจะเข า มาเป น แพทย เ พื่ อ ชวยเหลือประชาชนดวยใจจริง คนรุนใหมที่ไมหวั่นกลัวตอความเสี่ยงในการ ถูกฟอง ไมยอทอตอภาระงานที่หนักหนวง ไมแครแมผูปวยจะไมยกมือไหว พวกเราอีกตอไป ถาถึงวันนั้น ฉันอยากตอนรับเหลาบรรดานองใหมดวยออมกอดอยาง เต็มใจ และหวังจริงๆ วา คนเหลานั้น จะมากพอ....กับงานสาธารณสุขของ ประเทศไทยเรา
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 192
Extern μÑǹŒÍÂ
˹Ù໚¹ Extern (ËÃ×ÍàÅ¢Ò Resident?) à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1933
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“ไดคะพี่” คำพูดประจำที่เหลา extern พูดกันอยางติดปาก ไมวากับใคร ไมวางาน อะไร ที่ resident หรือแมแตพยาบาล บอกใหไปทำ เหลา extern มีหนาที่ ปฏิบัติตาม และรูกันดีวาไมควรจะถามใหมากความ บางภาควิชาถึงขนาดออก กฏวาหาก extern มีปญหากับบุคลากรในภาควิชาอาจไดรับการประเมินใหตกได ทำใหเหลา extern นั้นเหมือนอยูในภาวะจำยอม ใหปฏิบัติตามบุคคลที่มีสิทธิ ชี้ชะตาได-ตก เพราะรูกันดีวาคะแนนสวนใหญของexternนั้นเปนคะแนนประเมิน เกือบทั้งหมดอยูแลว ในทางทฤษฎีแลว คาดวาอาจารยคงจะมีการวางแผนการศึกษาไววา ให resident ดูแลรักษาคนไขที่ward มี extern และ นศพ. ชวยเหลืองาน ward work ตางๆ และเปนสวนหนึ่งของ team การรักษา มีสิทธิออกความคิดเห็นและ ซักถามพี่ๆ ได เสร็จงานตางๆ พี่ก็มาชวยสอนเนื้อหาตางๆ ใหนอง ฟงดูสวยหรู ทุกอยางดูไดประโยชนทุกฝาย แตในความเปนจริง มันมีความซับซอนของเรื่องราวมากไปกวานั้น Extern มีสิทธิในการออกความคิดเห็นมากนอยเพียงใดในการรักษา เพราะบางครั้ง แมกระทั่ง resident ward เองก็ยังตองรอทำตามคำสั่งของ resident หนวย ดังนั้น หนาที่ของ extern ที่เหลือเพียงอยางเดียวคือ ward
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 194
work มีเหตุการณเพื่อน extern ที่มีความรูความสามารถมากและเปนคนดี มาก (ตลอดเวลาที่รูจักกัน 6 ป ไมเคยมีเรื่องเสียหาย รับผิดชอบงาน ward, ไมเคยมาสาย) เปนคนที่เกง ชอบแสดงความคิดเห็นและซักถาม ซึ่งอาจจะ มากไปซักนิด (จากคำบอกเลาของคนที่อยูใกลชิด) เปนอีกคนหนึ่งที่ได คะแนนประเมินนอยอยางไมนาเชื่อ ดังนั้น เหลา extern ทั้งหลายที่ยังอยากมี ความกาวหนาก็มักจะกมหนากมตาทำงานไปอยางเงียบๆ อยาซักถามใหมาก ความ โดยรวม หนาที่ของ extern สวนใหญ จะเปนการทำงานเอกสาร ต า งๆ บางครั้ ง หลายคนก็ ต อ งแบกรั บ หน า ที่ ง านเอกสารของ resident ไปดวย เพื่อนบางคนกลับมาบนที่หอเปนประจำวา ตองพิมพทั้ง admission note, discharge summery, home med รวมถึงบัตรนัดเอง (ward med) ซึ่งถาเปนการทำเปนครั้งคราวก็ไมเปนไร พวกเรายินดีชวยหากพี่ยุง แตเพื่อน บางคนตองพิมพเปนประจำ ฟงแลวผูเขียนก็งงวาตกลง resident มีหนาที่ทำ อะไร บางครั้งงานบางอยางตอง “ยกแบกหามลากเข็น” ของที่มีน้ำหนักและ ก็มีการเปลี่ยนคำสั่งไปมา ตอง “ยกแบกหามลากเข็น” ของเหลานั้นกลับไป กลับมาหลายครั้ง โดยไมไดเกิดจากคนไขมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือ progress มากขึ้น แตเปนการตัดสินใจที่ไมเด็ดขาด จึงอยากใหพี่ๆ ลองคิดถึง คติของ มหาวิทยาลัยที่วาเอาใจเขามาใสใจเราดวย เพราะบางครั้งที่เพื่อนๆ หลายคนทำ ตามดวยสีหนายิ้มพรอมคำพูด “ไดคะพี่” แทจริงเขาอาจเหนื่อย โกรธ เจ็บมืออยู แตไมกลาบอกพี่ก็ได ดังนั้น การทำงานเอกสารตามคำบอก ไมมีปากเสียง ไมคอยไดใชสมองหรือเรียนรู จึงไมตางกับการเปนเลขาแตอยางใด หลายครั้งที่ไดยินคำพูดของอาจารยหลายทานที่บอกวา เราสามารถ เรียนรูไดทุก case, ทุกที่, ทุกเวลา นักเรียนจะมากลาววา ทำงานมากจนไมได เรียนรูไดอยางไร หรือเปนป 6 แลว ไมตองเรียนก็ได มีหนาที่ทำงานอยางเดียว ความจริงการทำงาน การบริหารจัดการสิ่งตางๆ ที่ไดทำกันอยู ก็เปนสิ่งสำคัญ เพี ย งแต สั ด ส ว นมั น มากเมื่ อ เที ย บกั บ การได ค วามรู ห รื อ ใช ค วามคิ ด ต า งๆ ตลอดป เทานั้นเอง และแมระบบตางๆ ที่เปนอยูจะไมไดปดกั้นการเรียนรู “ทุก case, ทุกที่, ทุกเวลา” แตก็พูดไดอยางเต็มปากวา ไมไดเอื้อตอการ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1955
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เรี ย นรู แ บบได ใช ค วามรู ค วามคิ ด สั ก เท า ไร เพราะส ว นใหญ ก็ มี แ ต ง าน เอกสารกองเต็มไปหมด ตองวิ่งวุนวายทั้งวัน จะเหลือเวลาและแรงใจซัก เทาไรในการจะเรียนรู สำหรับตัวผูเขียนเอง ความจริงตลอดปการศึกษาก็ไมเคยมีปญหาอะไร คะแนนประเมิ น อยู ใ นช ว งค อ นข า งดี ไม เ คยประจบสอพลอ ไม ต อ งซื้ อ ขนม คอยบริการซื้อน้ำปน ตั้งใจทำแตงานในหนาที่ จึงไดคะแนนมาคอนขางนาพอใจ แตก็ตองยอมรับตามตรงวากดดันมากกับระบบที่ให resident เปนผูให คะแนนประเมิ น แม จ ะมี ข อ ดี เรื่ อ งความใกล ชิ ด และเห็ น พฤติ ก รรมของ นศพ. มากที่สุด แตผูเขียนคิดวาอาจมีปญหาเรื่องวุฒิภาวะของ resident เพราะปจจุบัน อายุของ extern และ resident หางกันไมมาก ดังนั้นจึง ตกเปนเหยื่อของกลุมคนที่สรางเรื่องเอาอกเอาใจ ชวนไปทำกิจกรรมนอก หลักสูตรตางๆ เพื่อสรางความสนิทสนม เรื่องชูสาว เรื่องนักศึกษาแพทยที่ หนาตาดีมากๆ มักจะไดคะแนนประเมินที่มากกวา เรื่องเหลานี้คนที่เห็น extern อยางใกลชิด แตสัมพันธเปนเวลาสั้นมากๆ อาจไมรูเทาทัน เพราะ บางคนตอหนาพี่ทำตัวอยางหนึ่ง แตลับหลังทำตัวอีกอยางหนึ่ง แตเพื่อนที่อยู กันมาตลอด 5 ป ก็รูนิสัยของคนเหลานั้นไดดี เพราะปญหานี้เกิดขึ้นไดบอย เสียงบนถึงความไมเปนธรรมจึงมีอยูทั่วๆ ไปในหอ ตลอดเวลาสิ่งที่ไดพบเห็น เพื่อนนักศึกษาแพทยสงใบประเมินพรอม ขนมเค ก อย า งหรู คอยบริ ก ารซื้ อ ขนม ซื้ อ น้ ำ ป น ให พี่ resident ความ สัมพันธของอาจารยและนักศึกษาแพทยที่เปนไปอยางหางเหิน อยากจะ ถามอะไรอาจารย เพื่อนหลายคนก็ไมกลา เพราะกลัวอาจารยจะหาวาไมฉลาด ก็เห็นใจทานอาจารย ที่ตองดูแลทั้ง fellow และ resident จะเอาเวลาที่ไหนมา ดูแลสั่งสอน นักศึกษาแพทยอีก นอกจากความห า งเหิ น ของอาจารย แ ละศิ ษ ย แ ล ว ป จ จุ บั น อาจารย ในโรงเรียนแพทยมักจะเปนแพทยเฉพาะทางที่ลึกไปเปนเรื่องๆ อาจารย บางทานไปเรียนตอตางประเทศโดยที่ไมเคยไปสัมผัสชีวิตของโรงพยาบาล ชุมชนเลย เวลามา round จึงมักสอนในเรื่องนั้นๆ อยางยากและเชื่อมโยง ไมไดเลยวา หลังจบ พบ. แลวไปอยู รพช. จะนำความรูเหลานี้ไปใชตอน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 196
ไหน แล ว ความรู บ างอย า งที่ เราต อ งใช (จะมารู ตั ว ก็ ต อนออกฝ ก งานที่ สถาบันสมทบ) ตลอด 5-6 ป ที่ผานมา ทำไมจึงไมมีใครสอนเราเลย เรื่อง ทั้งหมดเปนแรงขับเคลื่อนใหผูเขียนตองออกวาเลาเรื่องราวและปญหาทั้งหมดนี้ หากคิดวา คำพูดที่วา “ก็ระบบมันเปนอยางนี้” เปนคำตอบของ ทุกสิ่ง ก็ไมจำเปนตองมีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต ะเปนไปไดหรือไม ที่ทาง สถาบันการศึกษา จะมีการจัดการเรียนการสอน โดยให extern มีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในโรงเรียนแพทย ที่ซึ่งมีอาจารยแพทยที่มีความรูความสามารถมาก จะได ส อนนั ก ศึ ก ษาแพทย อ ย า งใกล ชิ ด บ า ง เพราะบางครั้ ง เห็ น บรรยากาศ การเรี ย นการสอนของอาจารย แ พทย แ ละนั ก ศึ ก ษาในโรงเรี ย นแพทย ตางจังหวัดที่เปนไปอยางใกลชิดแลว ก็อดนอยใจที่ความสัมพันธระหวาง อาจารยและนักศึกษาแพทยเหมือนอยูไกลเกินเอื้อม ก็อยากจะใหมี ward ซัก ward เปน ward เล็กๆ ไมตองมี resident มีคนไขซัก 4-5 คน ตอ extern 1 คน case ที่ไมตอง complicate มาก ให extern ไดมีโอกาสได ดูแลเอง ถาสงสัยก็สามารถ consult หนวย ไดเอง ภายใตการควบคุมจาก อาจารยประจำ ward และอยากใหมีการวนผาน ward เพื่อการเรียนรูของ นศพ. นี้ ภาควิชาละ 1 ครั้ง เพราะอยางนอย จะไดมีชวงเวลาที่ไดใชความคิด ทางดานวิชาการบาง สวนอีกสามสัปดาหที่เหลือในภาควิชานั้นๆ จะไดทำ ward work ตามคำสั่ ง พี่ ม ากหน อ ยก็ ไ ม เ ป น ไร ถื อ ว า อย า งน อ ยก็ มี ช ว งเวลาที่ มี ประโยชนบาง เรื่องราวที่เขียนมาทั้งหมดนี้ เปนเรื่องของปจเจกบุคคล เทานั้น ไม ไดหมายความวา พี่ resident และอาจารยทุกคนไมดี ความจริงที่ผูเขียนได สัมผัสจากสถาบันแหงนี้คือ ก็ยังมีพี่ resident และอาจารย ที่ประพฤติตัว เปนแบบอยาง เปนแรงบันดาลใจ ใหพวกเราหลายๆคน สำหรับคนที่พิมพชามากคนหนึ่ง และกำลังมีอาการบาดเจ็บที่มือ ซ้ำยังจบการศึกษาไปแลว ใชเวลาหลายวันในการเขียน เพื่อหวังเปนเรี่ยว แรงเล็กๆ ในการทำใหคณะที่เปนที่รัก สรางหมอที่มีคุณภาพและคุณธรรม มีความสุข ความภาคภูมิใจ ในสถาบันการศึกษาแหงนี้ ตอไป
¢ØÁ·ÃѾ ྪÃ
á¾·Â .....·ÓäÁμŒÍ§ÁÕ¨ÃÔ¸ÃÃÁÇÔªÒªÕ¾
วิชาชีพเปนศัพทบัญญัติใหมโดยแปลมาจากคำวา “profession” ซึ่งมี รากศัพทมาจากคำวา “profess” ที่หมายถึงการปฏิญาณตน แรกเริ่มเดิมทีใน สมัยกรีกมีงานเพียงงานเดียวที่จะตองมีการปฏิญาณตนกอนการนั่นคือนักบวช ที่จะเขามาเปนสื่อกลางระหวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับประชาชนทั่วไป โดยสิ่งที่นักบวช ตองปฏิญาณก็คือพรหมจรรยแหงเพศบรรพชิตที่ตองยึดถือไปตลอดชีวิต เพื่อให เกิดความเขมขลังและความศรัทธาในมวลหมูศาสนิก นักบวชจึงมีสถานภาพทาง สังคมสูงมากอันเปนที่มาของการทำหนาที่อื่นๆ ทางสังคมทั้งการแกไขขอพิพาท ทางสังคม การใหความรูทั้งทางโลกและทางธรรม การบำบัดรักษาโรค การ ประกอบพิธีกรรมเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับพระผูเปนเจา....
1977
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กอนจะกลาวถึงวาทำไมแพทยตองมีจริยธรรมวิชาชีพ ไมมีไมไดหรือ และจริ ย ธรรมวิ ช าชี พ มั น ต า งจากศี ล ธรรมทั่ ว ไปอย า งไร เราจะต อ งรู ก อ น วา”วิชาชีพ”ตางจาก”อาชีพ”อยางไรและมีงานใดบางที่เปนวิชาชีพ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
กอนจะกลาวถึงวาทำไมแพทยตองมีจริยธรรมวิชาชีพ ไมมีไมไดหรือและ ถ า มี แ ล ว มั น ต า งจากศี ล ธรรมทั่ ว ไปอย า งไร เราจะต อ งรู ก อ นว า “วิ ช าชี พ ” ตางจาก “อาชีพ” อยางไรและมีงานใดบางที่เปนวิชาชีพ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
1 198
ตอมาเมื่อมีบุคคลสองกลุมที่มาทำหนาที่บางอยางแทนนักบวชจึงได เรียกอาชีพนั้นวา “วิชาชีพ” ซึ่งในสมัยนั้นมีเพียงนักกฎหมายและแพทยเทานั้น ไดรับเกียรติอยางสูงนี้ ดังจะเห็นไดวาแพทยในสมัยกอนทางยุโรปจะตองกลาว คำปฏิญาณของฮิปโปเครติส (Hippocratic Oath) กอนที่จะมีการเริ่มประกอบ วิชาชีพเสมอและในปจจุบันก็ไดนำคำปฏิญาณตนนี้เปนแนวทางในการกำหนด ขอบังคับทางจริยธรรมในวิชาชีพแพทยทั่วโลก การที่เราจะพิจารณาวางานใดเปนวิชาชีพนั้นพิจารณาไดตามหลักที่มีมา ตั้งแตสมัยกรีก ดังนี้ 1. วิชาชีพนั้นจะตองมีองคความรูเฉพาะ ซึ่งจะตองไดรับการอบรม และฝกฝนเฉพาะอยาง เฉพาะกลุม ไมไดสอนใหแกคนทั่วไป อยางในสมัย กรีก-โรมันจะไมสอนวิชาแพทยใหกับคนนอกตระกูลหรือคนนอกวิชาชีพเปน อันขาด เนื่องจากจะควบคุมมาตรฐานไดยาก เพราะฉะนั้นความรูทางการแพทย จึงไมใชเรื่องที่คนนอกวิชาชีพจะมาเขาใจไดงายๆ ผิดกับพอคาที่เรารูวาเสื้อตัว ไหนเนื้อผาไมดี รานอาหารไหนทำอาหารไมอรอย ชางคนไหนตัดผมไมดีหรือ แมแตนักการเมืองคนไหนบริหารงานไมเปน ถึงแมวาในปจจุบันการเขาถึงความรู ทางการแพทยจะกระทำไดงายกวาในอดีตแตการประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็ยัง ตองฝกฝนทางดานทักษะอีกมาก เพราะวิชาชีพแพทยเปนทั้งศาสตรและศิลป 2. วิชาชีพนั้นจะตองมีจริยธรรมวิชาชีพ เนื่องจากวิชาชีพแพทยนั้น เกี่ ย วข อ งกั บ ชี วิ ต มนุ ษ ย โ ดยตรง กระบวนการรั ก ษาจะต อ งมี ก ารปฏิ บั ติ ต อ รางกายผูปวยทั้งการตรวจรางกาย การเจาะเลือดหรือการผาตัด ซึ่งถือเปน การละเมิ ด สิ ท ธิ ร า งกายและเสรี ภ าพของผู ป ว ยโดยตรง หากแพทย ก ระทำ ทุรเวชปฏิบัติ (medical malpractice) ก็จะมีผลตอสวัสดิภาพของผูนั้น และจะมี ผลตอสวนรวมหากเกิดความไมไววางใจวิชาชีพแพทยในวงกวาง ดังนั้นแพทยจึง จำเปนตองอยูภายใตจริยธรรมแหงวิชาชีพ ในประเทศไทยแพทยสภาไดกำหนด จริยธรรมแหงวิชาชีพออกมาเปนขอบังคับแพทยสภาวาดวยการรักษาจริยธรรม แหงวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 เพราะฉะนั้นจริยธรรมวิชาชีพจึงตางไปจาก ศี ล ธรรมโดยทั่ ว ไปตรงที่ ศี ล ธรรมเป น สิ่ ง ที่ ศ าสนาสอนว า อะไรคื อ ดี อะไรคื อ เลว ถาไมทำตามจะบาปอยางไรและจะมีผลอยางไรตอชีวิต แตจริยธรรมวิชาชีพ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 1999
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นั้นเปนสิ่งที่ผูประกอบวิชาชีพตองมี เมื่อใดไมมีก็ไดถือวาพนจากการประกอบ วิชาชีพนั้นไปแลวแมวาเขาจะไมไดกระทำผิดทางศีลธรรมเลยก็ตาม 3. วิ ช าชี พ นั้ น จะต อ งมี ค วามรั บ ผิ ด ชอบต อ สั ง คม การประกอบ วิชาชีพนั้นจะตองเปนไปเพื่อประโยชนแหงสาธารณะ ไมใชเพื่อประโยชนสวนตัว อันเปนอมตะวาจาที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก องค บิ ด าแห ง การแพทย แ ผนป จ จุ บั น และการสาธารณสุ ข ของไทยนำมาสอน แพทยที่วา “ขอใหถือประโยชนสวนตนเปนที่สอง ประโยชนของเพื่อนมนุษยเปน กิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย และเกียรติยศจะตกแกทานเอง ถาทานทรงธรรมะแหง วิชาชีพใหบริสุทธิ์” แพทยจึงถือเปนหลักเสมอมาวาการเก็บคารักษาพยาบาลจะ เก็บเพียงใหพอตอการดำรงชีพเทานั้น ไมใชเก็บสะสมไปเพื่อความร่ำรวย ดังจะ เห็นไดวาคาธรรมเนียมทางการแพทย(รวมไปถึงนักกฎหมาย)ใชคำวา “fee” ไมใช “wage” อันมีที่มาจากบริจาคใหแกนักบวช และตอมาไดมีการเพิ่มอีกขอในป ค.ศ.1960 4. วิชาชีพนั้นตองมีองคกรวิชาชีพ เนื่องจากในปจจุบันมีการเรียน การสอนแพทยอยางกวางขวางไมไดจำกัดอยูเฉพาะในครอบครัวของแพทยและ การจะใหคนอื่นมาตัดสินชี้ถูกผิดในทางการแพทยเปนไปไดยากจึงตองมีการจัด ตั้งองคกรวิชาชีพขึ้นมาเพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพใหเปนไปตามมาตรฐาน วิชาชีพ และควบคุมความประพฤติของผูประกอบวิชาชีพใหเปนไปตามจริยธรรม วิชาชีพ โดยองคกรวิชาชีพแพทยในประเทศไทยก็คือแพทยสภา จากจุดกำเนิดดั้งเดิมในวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้โลกไดเปลี่ยนแปลงไป มาก วิชาชีพแพทยก็ยอมเปนไปตามวิถีของโลก หลายสิ่งหลายอยางไดเขามา ทาทายตอจริยธรรมวิชาชีพของแพทยทั้งทรัพยสิน เงินทอง ระบบทุนนิยมและ วิทยาการใหมๆ มากมาย วิชาชีพจะอยูรอดหรือไมก็อยูในมือของผูประกอบ วิชาชีพวาจะดำรงตนใหอยูในกรอบของจริยธรรมวิชาชีพไดมากนอยเพียงใด สวนองคกรวิชาชีพแพทยของไทยนั้นคงจะหวังพึ่งไดยากเพราะไดถูกสิ่งยั่วยวน ตางๆ เขามาครอบงำนานแลว.....
¹¾.ÍØ´ÁÈÑ¡´Ôì á«‹â§ŒÇ á¾·Â intern 1 þ.ǪÔÃÐÀÙà¡çμ
ºÃÔÉÑ·ÂÒ ¤ÇÒÁ໚¹ÁÒ áÅÐ໚¹ä»
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 200
หมออยางพวกเรา คงเคยชินกับภาพสาวสวยหนุมหลอแตงตัวทันสมัย นั่งรออยูหนาหองตรวจแพทย พรอมถุงกระดาษใบใหญที่มักจะมีชื่อการคาของ ยาสกรีนอยูบนถุง นอกจากจะหนาตาดีแลวเคาเหลานี้ยังใจดีเหมือนซิม Happy เพราะมักจะมีของเล็กนอยๆ เชน ปากกา ติดไมติดมือมาแจกเราเสมอ ยังไมพอ แคนั้นเวลามีงานประชุมวิชาการก็จะอภินันทนาการอาหารอรอยๆ มาใหเราได ทานกันอยางอิ่มหมีพีมัน แถมยังชวยแนะนำใหพวกเรารูจักกับยาดีๆ ตัวใหมๆ อีกดวย ใชแลวครับ เคาเหลานั้นคือ ผูแทนยา หรือที่เรามักจะเรียกกันติดปากวา detail ยานั่นเอง เคาเหลานี้มาในฐานะตัวแทนของบริษัทยา เราก็คงสงสัยกันวา ทำไมบริษัทยาถึงตองสงตัวแทนเขามาดูแลพวกหมอๆ เราเปนอยางดีถึงขนาดนี้ วาแลวเราก็มาเริ่มเรื่องกันเลยดีกวา มู ล ค า ทางธุ ร กิ จ ของบริ ษั ท ยาทั่ ว โลกรวมกั น คิ ด เป น เงิ น ประมาณ 600,000 ลานเหรียญ ธุรกิจยายังเปนธุรกิจขนาดใหญอันดับ 3 ของอังกฤษ และในการจัดลำดับบริษัทชั้นนำของอเมริกา Fortune 500 มีบริษัทยารวมอยูถึง 12 บริษัท โดย Johnson & Johnson ถูกจัดใหเปนบริษัทยาที่ใหญที่สุดใน อเมริกา สามารถทำกำไรไดปละกวา 12,000 ลานเหรียญ เห็นตัวเลขมหาศาล ขนาดนี้ก็หายสงสัยเลยครับวาทำไม บริษัทยาจึงเขามาดูแลพวกหมอเราเปน อยางดี และที่สำคัญรายไดประมาณ 80% ของบริษัทยา มาจากยาที่มีลิขสิทธิ์
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2011
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
โดยยาเหลานี้สวนหนึ่งเปนยาที่ในความเปนจริงแลวไมไดมีประสิทธิภาพดีไปกวา ยามีที่ใชกันอยูกอนแลว และเนื่องจากการแขงขันทางธุรกิจอยางรุนแรงทำใหมี ยากลุมหนึ่งที่เรียกกันวา “me-too drugs” เกิดขึ้น หลายคนคงสงสัยวา “me-too drugs” ที่เพิ่งกลาวไปนั้น คือ ยาชนิด ไหนกั น คำตอบง า ยๆ “me-too drugs” ก็ คื อ ยาที่ มี ค วามแตกต า งในด า น โครงสรางทางเคมี และประสิทธิภาพของยานอยมาก เมื่อเทียบกับยาที่มีใชกัน อยูกอน แตความแตกตางนั้นมากพอที่จะนำไปจดสิทธิบัตรได ซึ่งก็หมายถึง การที่บริษัทซึ่งเปนเจาของสิทธิบัตรยาสามารถผลิตยาตัวนั้นๆ ไดแตเพียงผูเดียว เปนเวลา 10-15 ป เพียงพอที่จะสรางผลกำไรมหาศาล แตหลายคนก็อาจจะ สงสัยวา ทำไมตอง me-too drugs ทำไมบริษัทยาจึงไมแขงขันกันสรางตัวยาใหม ที่มีประโยชนมากกวาในการรักษาโรค เรื่องนี้อาจจะตองยอนอดีตกันสักเล็กนอย สมมติวา นาย A ปวยเปนวัณโรคในป 1920 โอกาสที่นาย A จะเสียชีวิต มีสูงมาก แตถานาย A คนเดิมปวยดวยโรคเดิมในป 1990 นาย A จะไดรับ การรักษาดวยการกินยาประมาณ 6 เดือน แลวนาย A ก็จะกลับมาใชชีวิตได อยางปกติ แนนอนครับ สิ่งที่ทำใหเกิดความแตกตางกันขนาดนี้ก็คือ การคนพบ ยารักษาวัณโรค Isoniazid และ Rifampicin ในชวง 1950’s แตไมใชเพียงแคยา รักษาวัณโรคเทานั้น เมื่อลองยอนขอมูลกลับไปดูจะพบวายาใหมๆ ที่สามารถ เปลี่ยนแปลง natural history ของโรคไดเชนนี้ ถูกคนพบในชวงตนศตวรรษที่ 20 จนถึงราวๆ ป 1980 เชน penicillin ในป 1928, cephalosporin ในป 1964, vaccine polio ในป 1952, fluoroquinolone ในป 1962, statins ในชวง 1970’s, insulin ถูกใชในมนุษยครั้งแรกในป 1922, contraceptive pill ซึ่ง FDA approved ในป 1959, chloroquine ในป 1934, primaquine ในป 1952 ฯลฯ ซึ่งชวงเวลานี้ ถือเปนยุคทอง modern medicine หลังจากนั้นการคนพบยาชนิดใหมกลับลดลง เรื่อยๆ และก็บริษัทยาไมใชกองทุนสังคมสงเคราะห บริษัทยาก็เหมือนบริษัท อื่นๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไร ดังนั้นการที่ตัวยาใหมๆ มีแนวโนมจะถูกคนพบ หรือสรางขึ้นลดลงมาก หมายถึงแนวโนมการทำกำไรที่ลดลง กอปรกับตนทุน ของการวิจัยยาตัวใหมๆที่คอนขางสูง จากขอจำกัดทาง ethics ของการวิจัยที่ เพิ่มขึ้น และการแขงขันทางการธุรกิจที่สูงขึ้น “me-too drugs” จึงเปนทางออก
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 202
ของบริษัทยา เพราะเปนเพียงการวิจัยเพื่อตอยอดยาเดิมที่มีอยูแลว และผลที่ได ก็คือ ยาที่มีสูตรโครงสรางทางเคมีเปลี่ยนแปลงไปเล็กนอย ใหผลการรักษา หรือ ผลขางเคียงจากยาที่แตกตางกันเล็กนอย แตเพียงพอใหจดสิทธิบัตรได ตัวอยาง ของ me-too drugs ไดแก Losec และ Nexium ยาทั้ง 2 ตัวนี้ ถูกผลิตมาจาก บริษัทเดียวกัน คือ AstraZeneca โดยยา Losec หรือ Omeprazole เปนยา PPI ที่ไดรับความนิยมเปนอยางสูงในอเมริกา ออกสูตลาดยาในอเมริกาครั้งแรกในป 1989 และหมดลิขสิทธิ์ในเดือนเมษายน 2001 ซึ่งนั่นก็หมายถึง การหายไปของ รายไดของบริษัท AstraZeneca จึงพยายามจะรักษารายไดสวนนี้ไว และประสบ ความสำเร็จ โดยการวิจัยยาตัวใหม คือ Nexium โดยสามารถผลักดัน Nexium ออกสูตลาดในเดือนมีนาคม 2001 กอน Losec หมดลิขสิทธิ์ 1 เดือน โดยที่ยา ทั้ง 2 ตัวนี้แตกตางกันที่ Losec มีสวนประกอบที่เทาๆ กันของ S- และ Renantiomers สวน Nexium มีเฉพาะสวนของ S-enantiomer ซึ่งในทางทฤษฎีจะ สงผลดีตอผูปวยกลุมที่เปน poor metabolizers สวนผลงานวิจัยที่เปน clinical trials ที่เปรียบเทียบยาทั้งสองตัวนี้บางงานวิจัยใหผลการรักษาที่ไมแตกตางกัน บางงานวิจัย Nexium จะใหผลการรักษาที่ดีกวาเล็กนอย นี่คือ หนึ่งในตัวอยางที่ classic ของ me-too drugs แตอันตรายที่สุดของ “me-too drugs” ไมใชแคการคากำไรของบริษัทยา แตคือ การลดลงของแรงจูงใจ ของการวิจัยและพัฒนายาตัวใหมๆ เพื่อรักษาโรค เนื่องจากตนทุนวิจัยที่สูง และความเสี่ยงที่ยาจะลมเหลวในขั้นตอนการวิจัย เมื่อ ในตลาดมียาเหลานี้มากจนเกินไป ทำใหการพัฒนาทางดานการรักษาผูปวยดวย ยาเปนไปไดเชื่องชากวาที่ควรจะเปน และยาตัวใหมๆ ในปจจุบันสวนมาก มักจะ เป น ยาที่ รั ก ษาโรคที่ เ ป น ป ญ หาในประเทศพั ฒ นาแล ว เช น ยารั ก ษา DM, Hypertension, Stroke เปนตน เพราะผูปวยในประเทศพัฒนาแลวนี้มีกำลังซื้อ ที่สูง คุมคาที่บริษัทยาจะลงทุน สวนโรคที่เปนปญหาในประเทศกำลังพัฒนา และดอยพัฒนา เชน โรคติดเชื้อตางๆ TB, Schistosomiasis กลับมียาตัวใหม ออกมาน อ ยกว า หรื อ แทบจะไม มี เ ลย โดย The Global forum of health research ประมาณการวาเงินที่ใชในการวิจัยยาทั่วโลก 90% ถูกลงทุนไปกับโรค เพียง 10% เทานั้น นักคิดบางทานไดเสนอวิธีแกปญหานี้ เชน เสนอใหรัฐบาล
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2033
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
กลางเป น ผู ตั้ ง กองทุ น ที่ จ ะวิ จั ย และพั ฒ นายาเอง หรื อ การให บ ริ ษั ท ยาได รั บ ประโยชน จ ากสิ ท ธิ บั ต รยาเป น สั ด ส ว นกั บ benefit ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น จากยาตั ว นั้ น ๆ เปนตน และการที่บริษัทยาอางวาตองขายยาในราคาแพง เพื่อใชเปนตนทุนใน การวิจัยและพัฒนาเปนจำนวนมากนั้น จากขอมูลของบริษัทยาสวนใหญพบวา งบการตลาด (งบที่เอามาเลี้ยงอาหาร แจกปากกาใหหมอ ก็เปนสวนหนึ่งของงบ กอนนี้นั่นเอง) ของบริษัทยากลับมีมูลคาเปนประมาณ 2 เทา ของงบที่ใชในการ วิจัยและพัฒนา โดยที่เงินสวนที่ใชวิจัยและพัฒนาสวนใหญก็ถูกนำไปใชวิจัย เกี่ยวกับโรคที่เปนปญหาประเทศพัฒนาแลว ทำใหประเทศกำลังพัฒนาและ ประเทศดอยพัฒนาเสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งลอง เพราะตองจายคายาลิขสิทธิ์ราคา แพง และยังไดประโยชนจากการวิจัยยาของบริษัทยานอยกวาที่ควรจะเปน สวนกลเม็ดตางๆ ที่บริษัทยานำมาใชเพื่อจูงใจใหแพทยเลือกใชยาของ บริษัทตนนั้น นอกจากที่เห็นกันชัดเจน เชน แจกปากกา ของใช เลี้ยงอาหาร กลางวัน หรือจัดประชุมในโรงแรมหรูๆ หรือในตางประเทศแลว ยังมีกลเม็ด เกี่ ย วกั บ ผลงานวิ จั ย ที่ น ำเสนอ ตอนนำเสนอยาอี ก ด ว ย โดยจะขอนำเสนอ ตัวอยางคราวๆ ดังนี้ ไดแก การวิจัยในกลุม healthy samples ซึ่งไมใชกลุม target ของโรคจริงๆ จะทำใหไดผลการรักษาที่ดูดีกวา, การวิจัยเปรียบเทียบยา ตัวนั้นๆ กับ placebo แตไมไดเปรียบเทียบกับยา standard ที่มีอยูแลว ซึ่งโดย ปกติยาเกือบทุกตัวก็ควรจะใหผลการรักษาที่ดีกวา placebo อยูแลว แตอาจไม ไดมีประโยชนมากไปกวายาที่มีใชอยูเดิมก็ได, หรือบางครั้งอาจจะเปรียบเทียบ กับยาที่มีอยูเดิม แตใน dose ที่สูงหรือต่ำเกินไป ทำใหไดผลการรักษาไดไมเต็มที่ ในกรณีใช dose ต่ำ หรือ ทำให side effects ของยาเพิ่มขึ้นในกรณีใช dose สูง, การวัดผลลัพธตัวแทน แทนผลที่ควรวัดจริงๆ เชน ยาตัวหนึ่งควรจะลดอัตราการ ตายได แตในผลการวิจัยไมไดแสดงถึงการลดอัตราการตาย แตกลับไปแสดงคา การลดลงของสารเคมีตัวหนึ่งในเลือดซึ่งแมจะมีผลดีบางประการ แตจริงๆ แลว ตัวยานั้นอาจจะไมไดชวยลดอัตราการตายซึ่งเปนผลลัพธที่สำคัญที่สุดเลยก็ได, การที่บริษัทยาใหเงินสนับสนุนงานวิจัยจำนวนมากๆ ซึ่งจากเหตุผลทางสถิติแลว by chance ที่งานวิจัยจำนวนหนึ่งจะไดผลงานวิจัยที่เปนผลดี และอีกจำนวน หนึ่งผลเสียตอยาตัวนั้นๆ แตสุดทายก็จะเลือกที่จะสงตีพิมพแตงานวิจัยที่เปนผล
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 204
ดีตอยาตัวนั้น นอกจากนั้นก็จะนำผลงานวิจัยจำนวนมากที่ไดมาแยกกันตีพิมพ บาง รวมกันตีพิมพบาง สุดทายก็จะนำงานวิจัยเหลานั้นมาทำ Meta-analysis โดยในบาง Meta-analysis มีการซ้ำกันของชุดขอมูลซึ่งมักจะทำใหผลดีของยาตัว นั้นๆ ออกมาเกินจริง, การไมรายงาน side effects บางอยางของยา ซึ่งอาจ ทำใหเกิดผลเสียหายตอผูปวยอยางใหญหลวง อยางเชนที่เคยเกิดมาแลว กรณี ของ Vioxx ซึ่งเปน NSAIDs ตัวหนึ่ง ที่มีบางงานวิจัยที่ออกมาตั้งแตชวงแรกๆ แสดงผลเสียของยาตอการเพิ่ม heart attack เมื่อเปรียบเทียบกับ Naproxen แต ผ ลเสี ย ข อ นี้ ก ลั บ ถู ก รายงานให สั ง เกตได ย าก และไม ถู ก นำมารวมในส ว น discussion ในที่สุด Vioxx ซึ่งออกสูตลาดในป 1999 ก็ตองถูกถอนออกจาก ตลาดในป 2004 ซึ่ง FDA ไดประมาณไววานาจะมี heart attack 88,000139,000 ราย ที่เกิดจากการใชยาตัวนี้ในชวง 5 ป และมีขอมูลที่นาสนใจเพิ่มเติม คือ เคยมีผลงานวิจัยออกมาวา งานวิจัยยาที่ไดรับทุนสนับสนุนจากบริษัทยาจะ มีโอกาสไดผลงานวิจัยออกมาเปนผลดีตอบริษัทยานั้นๆ มากกวางานวิจัยที่ไม ไดรับทุนสนับสนุนประมาณ 4 เทา และในปจจุบันงานวิจัยยาสวนใหญจะไดรับ การสนับสนุนทุนวิจัยจากบริษัทยาแทบทั้งสิ้น จากที่ เ ล า มาทั้ ง หมดก็ ค งพอที่ จ ะเห็ น ภาพกว า งๆ เกี่ ย วกั บ ธุ ร กิ จ ยา ปญหาและอุปสรรคบางประการของการพัฒนายาใหมๆ และกลเม็ดตางๆ ที่ใช ในการจูงใจแพทย เพื่อใหเลือกใชยาของบริษัทยานั้นๆ ซึ่งหวังวาคงจะพอเปน แนวทางใหแพทยรุนใหม มีแนวคิดกวางขึ้นที่วิจารณและเลือกใชยาอยางมีสติ มากยิ่งขึ้น และหวังวาจะชวยเปนแรงผลักดันที่สำคัญเกี่ยวกับดาน Research & Development ใหแกยาที่จำเปนตองใชในประเทศกำลังพัฒนาอยางประเทศไทย
Ê׺μ‹ÍÊÔè§´Õæ ¨Ò¡ÍÒ¨ÒàÊÙ‹¹ŒÍ§
อาจารยสุวิทย วิบุลผลประเสริฐ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 206
นักศึกษาแพทยหลายๆคนอาจจะมีอุดมการณมากมายที่อยากจะ รักษาคนเจ็บปวยใหหายจากโรคภัยไขเจ็บ แตเมื่อเริ่มเขามาเรียนแพทย อุดมการณหลายๆ อยางอาจจืดจางไปเพราะความเหนื่อยลาจากการเรียน และอุปสรรคขวากหนามตางๆ ที่ไดพบเจอ อยากจะใหอาจารยชวยแนะนำ วิธีที่จะทำใหเรายังคงยึดมั่นอุดมการณที่เคยคิดไวไดยั่งยืน ผมคิดวาหลายๆ คนอาจจะมีอุดมการณแบบนั้น แตผมคนหนึ่งที่ไมได มีอุดมการณนั้น เด็กที่เรียนดีตอนนั้นก็มีทางเลือกเพียงสองทางเทานั้น คือ แพทย และวิศวะ ผมเลือกที่จะเรียนแพทยเพราะผมรูสึกเปนวิชาชีพที่มีเกียรติ มี ค วามมั่ น คง ไม ต กงานแน ๆ ไปไหนมี ห น า มี ต า ผู ค นยกมื อ ไหว ผมคิ ด ว า หลายๆ คนก็ ค งคิ ด เหมื อ นกั น ซึ่ ง มั น เป น มายาคติ ที่ ไ ม ถู ก ต อ งในสั ง คมไทย ถาเรามีความคิดตั้งตนวา คนที่เรียนวิชาชีพแพทย ทุกคนมีอุดมคติที่อยากจะ ชวยมนุษย ผมคิดวาจุดตั้งตนนี้นาจะไปตรวจสอบอยางตรงไปตรงมาวาเปน ความจริงหรือเปลาเพราะสังคมไทยเราไมไดมีระบบที่จะปลูกฝงใหเด็กมีความคิด มีอุดมการณหรืออุดมคติ เมื่อเราเขามาเรียนแพทย เราก็เริ่มรูวาเปนการทำงานกับชีวิตผูคนนะ คนที่เขามาหาเราเขามีความทุกข ตอนนั้นแหละ เราก็เริ่มรูวาเรามีทางเลือก หลายทาง คือ ขั้วแรกซายสุด เสียสละเต็มที่ ทุมเทใหเต็มที่ที่สุด เพื่อใหคนเขา
2077
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ทุกวันนี้ความสัมพันธระหวางคนไขและหมอเปลี่ยนแปลงไปอยางไรบาง เดี๋ยวนี้มุมมองตอหมอมันเปลี่ยนไปแลว แตกอนเมื่อ 30-40 ปกอน ผู ค นยกย อ งหมอเป น เทวดา เป น พระเจ า เขาเชื่ อ ถื อ หมอ หมอทำไรก็ ท ำ ทำไมไดก็พอถือวาถึงที่สุดแลว แตเดี๋ยวนี้เปลี่ยนจากความสัมพันธแบบ vertical มาเปนแบบพันธะสัญญา คนไขถือวาจายเงินแลว หมอก็ตองทำใหดี ถาหมอ พลาดก็มีสิทธิ์ฟอง หมอที่จบใหมจึงตองเขาใจบริบทที่เปลี่ยนไปนี้ดวย แตยัง โชคดีที่เดี๋ยวนี้ไมใชวาความสัมพันธจะเปลี่ยนไปหมด ความรูสึก vertical ก็ยังมี เหลืออยู คนไขบางสวนยังเคารพหมออยู
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
หายทุกขจากความเจ็บปวย หรือไมใหเขาเจ็บปวย แตเรากินแกลบกินเกลือ ขั้วนี้ เปนขั้วที่ Idealistic แตไม realistic หรืออีกขั้วหนึ่ง ขวาสุด คือหาเงินใหเต็มที่ สั่งยาตามบริษัทยา คราวนี้เราจะทำอยางไรใหอยูตรงกลาง คือไมไปขวาสุด และไมไปซาย สุด Realistic และประชาชนไดประโยชนจริง เราก็หวังพึ่งแพทยศาสตรศึกษา นี่แหละที่จะสอนใหนักศึกษาไดอยูตรงกลาง ผมรูสึกวาเราโชคดีนะ ที่อาจารย แพทยสวนใหญยังเปน Role model อยูตรงกลาง ไมไปซายสุดหรือขวาสุด เปนแบบอยางที่ดีใหกับนักศึกษาแพทย คือเอาประโยชนประชาชนเปนหลักและ ทานพออยูไดดวย นอกจากหวังจากการเรียนแพทยแลว เราตองมีกิจกรรมนอกหลักสูตร แพทย นาเสียดายที่หลังๆ มานี่ดูจะจางๆ ลงไป กิจกรรมหลายๆ อยางที่มีไมได ตอบสนองต อ การสร า งเจตคติ และตอบสนองต อ ทั ก ษะที่ จ ะแก ป ญ หาของ ประเทศ เมื่อเราไมเขาใจปญหาของประเทศแลว เมื่อจบไปเราจะไปแกปญหา ของประเทศไดอยางไร ระบบการเรียนแพทยนั้น เปนวิชาชีพที่สั่งคนอื่นเปน ประจำ ทำใหเรามีตัวตนมากขึ้นๆ เราสั่งใบสั่งยา สั่งใบใหการรักษา สั่งมากขึ้นๆ ตัวเราก็จะใหญขึ้นๆ ทำใหเรามองคนอื่นต่ำกวาเตี้ยกวาซึ่งเปนปญหา ทำใหเรา ไมเขาใจปญหาสังคม กิจกรรมนอกหลักสูตรจะทำใหนักเรียนแพทยเราจะเขาใจ พยาธิสภาพของประเทศเรามากขึ้น ถานักศึกษาแพทยปดหูปดตาไมเขาใจเรื่อง พวกนี้ เราก็ไมสามารถแกปญหาประเทศนี้ไดหรอก
เราพยายามจะให มี ค วามสั ม พั น ธ แ บบใหม “communitarian relationship” นั่นคือ ความสัมพันธเชิงมิตรภาพ เชิงเพื่อนฝูง นั่นคือคนไข รูจักหมอ คนไขมีหมอประจำตัว มีอะไรก็มาหาหมอคนนี้ หากหมอรักษาไมไดก็ สงตอ การที่คนไขหาหมอที่ตนรูจัก ความไววางใจก็จะเกิดขึ้น จากการทำงานของอาจารยทั้งการเปนแพทยในโรงพยาบาลชุมชนเล็กๆ เทียบกับงานในสวนกลางดูแลระบบโครงสรางใหญๆ อาจารยคิดวาตรง ไหนที่ชวยใหเขาใจสังคม และทำประโยชนไดมากกวากัน คนที่อยูในชุมชนก็ตองเขาใจภาพใหญของประเทศ คนที่อยูในประเทศ ก็ตองเขาใจภาพใหญของชุมชน ไมใชวาอยูตรงไหนจะดีหรือไมดี อยูตรงไหน ก็ ดี ทั้ ง นั้ น แค ท ำหน า ที่ ข องตนให ถู ก ต อ ง ไม จ ำเป น ว า ทุ ก คนต อ งอยู ใ นเมื อ ง หรือทุกคนตองอยูชนบท
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 208
อาจารยคิดวาพยาธิสภาพของการศึกษาแพทยไทยคืออะไร และมีจุดแข็ง อะไร มีแนวทางแกไขอยางไรบาง ขอพูดจุดแข็งกอนแลวกัน จุดแข็งของการศึกษาแพทยไทย คือ ความรู ทักษะทางคลินิกของแพทยที่ถือวาดี และ อาจารยแพทยยังเปน role model ที่ดี สวนพยาธิสภาพหรือจุดออนที่สำคัญที่สุด คือ การศึกษาแพทยแยก แพทยออกจากการเขาใจสังคมที่แทจริง นศพ.ไมเคยรูพยาธิสภาพของสังคมไทย ไมเคยรับรูปญหาในสังคมหรือชุมชนรอบขาง วิวัฒนาการที่สำคัญของการศึกษา แพทยมีจุดเปลี่ยนเมื่อประมาณรอยสองรอยปที่แลว ไดมีการปฏิรูปการเรียน แพทย ใ นอเมริ ก า จากเดิ ม ที่ เ ป น การเรี ย นรู จ ากประสบการณ ก ลายเป น ว า ทุกอยางตองมีวิทยาศาสตรรองรับ จากนั้นวิทยาศาสตรการแพทยก็เจริญขึ้นมาก ความรูในหมูแพทยก็มากขึ้นๆ จนกระทั่งแพทยกลายเปนพระเจา เก็บความรูไว ในหมูตัวเอง ทำใหแพทยหางเหินจากสังคมภายนอกที่เปนอยูจริง แพทยจึง ไมสามารถชวยแกปญหาสังคมไทยได ซ้ำยังอาจสรางปญหาใหกับสังคมไทยดวย ที่รายที่สุดคือการขึ้นคารักษาจนแพงโดยใชเหตุ วิธีแก คือ ตองสอนให นศพ.
ได เข า ใจป ญ หาสั ง คมไปพร อ มๆกั บ การเรี ย นแพทย แต ไ ม ใช ใ ห ม าเพิ่ ม ชั่วโมงเลคเชอรทฤษฎีวิชาสังคม แตตองใหไปเรียนจากชีวิตจริงขางนอก ตองทำใหเขาใจปญหาของประเทศโดยไมแปลกแยกตัวเอง ซึ่งการจะทำไดดังนี้ นศพ. ตองไปใชชีวิตขางนอกโรงเรียนแพทยบาง ไปสัมผัสกับปญหาขางนอก
2099
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ความคิดเห็นตอแพทยสภาปจจุบัน แพทยสภาหรือกลุมแพทยอื่นๆ ควรมีชาวบานเขามามีสวนรวมดวย เพราะเราทำงานเพื่อแกปญหาของชาวบาน เราจะไดไมตัดสินใจอะไรผิดพลาด ไมใชตัดสินใจเพียงเพื่อรักษาผลประโยชนของวิชาชีพ การปกปองวิชาชีพตัวเอง อยางหลับหูหลับตาจะทำใหสังคมไมเชื่อถือ ตอไปจะลำบาก ตัวอยางของผลที่
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
อยากใหอาจารยชว ยอธิบายเพิ่มเติมที่อาจารยกลาววาหองเรียนที่ดีที่สุดคือ หองฉุกเฉิน หองเรียนที่ดีที่สุดของนักศึกษาแพทยอยูที่หองฉุกเฉิน ไมใชบนวอรด บนตึก เพราะที่นั่นมีคนที่เดือดรอนจริงๆแลววิ่งเขามา เวลาคุณไปดูบนวอรด resident intern รักษาเรียบรอยแลว แตตอนที่จะเปนจะตายคือหองฉุกเฉินนี่ สมัยผมเปนนักเรียนแพทยทุกวันตอนเย็นพอเรียนเสร็จ กลับมาเลนกีฬา อาบน้ำ ประมาณหกโมงเย็น ผมจะไปอยูที่หองฉุกเฉินอยางนอยวันละสองถึงสามชั่วโมง พยาบาล หมอ ที่นั่นก็รูจักหมด ตอนนั้นจึงไดเรียนรูมหาศาล เพราะยังไมมีใคร ทำอะไร เราไดเห็นกอน แลวเวลาไปตางจังหวัด หองฉุกเฉินก็จะเปนหองที่ไมมี ใครอยากอยู สงหมอฝกหัดไป คนไขในหองฉุกเฉินตองการหมอที่เกงที่สุดถึง จะรอดได นี่ คื อ สถานที่ ที่ ดี ที่ สุ ด สำหรั บ clinical practice รองลงมาคื อ หองตรวจทั่วไป ซึ่งเราก็ไมคอยไดใชเวลากับตรงนี้ สวนมากเราจะไดไปดูแลคนไข ในวอรดไมวาจะเปน สูติ ศัลย เม็ด แตชีวิตจริงคนไขก็ไมไดเดินเขามาแลว บอกวาเขาควรไปวอรดไหน สองแหงนี้สิคือชีวิตจริงของการเรียนแพทย “โรงเรียนแพทยไมใชที่เรียนแพทยที่ดีที่สุด อาจเปนที่เรียนแพทยที่ แยที่สุดสำหรับการผลิตแพทยจบหกป โรงพยาบาลอำเภอตางหากเปนที่ที่ ดีที่สุดในการเรียนแพทย”
เกิดขึ้นคือทำใหคาใชจายทางการแพทยแพงมหาศาล อยางที่เกิดขึ้นหนักมาก ในประเทศสหรั ฐ อเมริ ก า แม รั ฐ จะเป น ผู จ า ย แต เ งิ น ที่ จ า ยก็ เ ป น ภาษี ข อง ประชาชนเอง ถาไมเก็บเพิ่มก็ตองแบงมาจากงบประมาณทางภาคสวนอื่นๆ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 210
อยากใหอาจารยชวยฝากถึงบัณฑิตแพทยจบใหมเกี่ยวกับการรับมือกับ บริษัทยา ตองมีสองอยางประกอบกัน คือ หนึ่งคือตัวเราเอง สองคือตัวระบบ กลาวถึงตัวเราเอง: ถึงแมระบบยังไมดี เราก็ตองพยายาม นักศึกษา แพทยทุกคนควรจะไดอานหนังสือสองเลมนี้คือ “กระชากหนากากธุรกิจยา ขามชาติ” (The Truth About the Drug Companies by Marcia Angell) แปลและพิ ม พ โ ดยหมอชาวบ า น และเล ม ที่ ส องชื่ อ “อุ บ ายขายโรค” ทั้งสองเลมเขียนโดยนักวิชาการ รับรองไดเลยวาอานแลววางไมลงจริงๆ ตั ว อย า งที่ ห นั ง สื อ เขาเขี ย นไว คื อ เดี๋ ย วนี้ มี ป ญ หาเกิ ด ขึ้ น คื อ บริ ษั ท ยา ผลักดันใหแพทยบางครั้งทำการรักษาใหยาโดยไมจำเปน หรือโดยที่ยังไมเปน โรคจริ ง ๆ ป จ จุ บั น มี ก ารลดเกณฑ ไขมั น ลงเรื่ อ ยๆ ยิ่ ง ลดเกณฑ ย าก็ ยิ่ ง ขายดี อี ก ประการที่ ส ำคั ญ แพทย ค วรเน น พฤติ ก รรมบำบั ด ก อ นที่ จ ะให ย ารั ก ษา อยาพึ่งเทคโนโลยีในการแกปญหามากเกินไป อีกทั้งยาบางอยางก็ไมมีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตรรองรับประสิทธิภาพที่ชัดเจน ประการที่สองคือเราตองเขาใจระบบ ถาเราไมเขาใจระบบแลวเราคาน ระบบก็พัฒนาไปยาก เพราะการคานของหมอมันมีพลัง อยาตกเปนเครื่องมือ ของนักธุรกิจ เราจะลืมตัวไดงายเพราะเรามักจะไดผลประโยชนดวย อาจารยฝากถึงบัณฑิตแพทยทุกคน สภาพบ า นเมื อ งเปลี่ ย นไปเป น สั ง คมเมื อ งมากขึ้ น เราต อ งทำตั ว ให เหมาะสมกับบริบทในปจจุบัน อยางดีที่สุดคือ ตองเขาใจตัวเอง เขาใจระบบ และชวยกันปรับระบบใหดีขึ้นโดยเอาประชาชนเปนตัวตั้ง ลดผลประโยชน ของตัวเองลง ขอใหยึดถือปฏิบัติตามคำสอนของพระราชบิดาที่วา
“ขอใหถือประโยชนสวนตัวเปนที่สอง ประโยชนของเพื่อนมนุษยเปน ที่ ห นึ่ ง ลาภ ทรั พ ย และเกี ย รติ ย ศจะตกมาแก ท า นเอง ถ า ท า นทรงธรรมะ แหงอาชีพไวใหบริสุทธิ์” “I don’t want you to be only a doctor, but I also want you to be a man”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2111
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
อาจารยวิจารณ พานิช
“¶ŒÒàÃÕ¹´Õ ¡çãËŒä»àÃÕ¹μ‹ÍËÁÍ «Öè§à»š¹ªÕÇÔμ·Õè´Õ ä´Œª‹ÇÂàËÅ×ͤ¹ äÁ‹àºÕ´àºÕ¹¼ÙŒÍ×è¹”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 212
“สวัสดีครับ วันนี้พวกเราจะมาคุยเรื่องอะไรกันหละ?” “หรอๆ เออใช..นี่ ถ า รู อ ะไรใหม ๆ นี่ ส อนผมได เ ลยนะ ผมก็ ไ ม ค อ ยรู อ ะไรเกี่ ย วกั บ เทคโนโลยี มากมายนักหรอก” ประโยคเหลานี้ เปนการบทสนทนากอนเริ่มสัมภาษณ ศ.นพ.วิจารณ พานิ ช ผู ซึ่ ง ถื อ ได ว า เป น หนึ่ ง ในปราชญ อ าวุ โ สด า นการแพทย ข องเมื อ งไทย ทานหนึ่งก็วาได ทานเปนคนที่อยูเบื้องหลังความสำเร็จของบุคคลสำคัญอีก หลายๆ ทานในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของงานวิจัย อาจารยเปนผูบุกเบิก การจัดระเบียบเกี่ยวกับงานวิจัย หรือที่รูจักกันในชื่อ R2R นั่นเอง เนื่องดวยความชอบที่ตางออกไป ทำใหชีวิตของอาจารยไมไดเหมือน ชี วิ ต แพทย ทั่ ว ไปนั ก เพราะชอบในเรื่ อ งของงานบริ ห ารจั ด การคนมากกว า อาจารยจึงเลือกที่จะทุมเททำงานทางดานนี้ ซึ่งประสบการณที่อาจารยไดนำมา เลาและสอนพวกเราในวันนี้ ก็ทำใหพวกเราไดมองชีวิตของคนที่จะจบไปเปน แพทยในมุมที่ตางออกไปในหลายๆ เรื่อง
“สิ่งใดเปนแรงดึงดูดใหอาจารยตัดสินใจเลือกที่จะมาเรียนเปนแพทย?” อันที่จริงแลวผมเองเปนคนตางจังหวัด แตดวยความที่เปนเด็กเรียนดี จึ ง ถู ก ปลู ก ฝ ง จากที่ บ า นว า “ถ า เรี ย นดี ก็ ใ ห ไ ปเรี ย นต อ หมอ ซึ่ ง เป น ชี วิ ต ที่ ดี ไดชวยเหลือคน และไมเบียดเบียนผูอื่น” ดังนั้นผมจึงเขาศึกษาในมหาวิทยาลัย แพทยศาสตร (คณะแพทยศาสตร ศิ ริ ร าชพยาบาล มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล ใน ปจจุบัน)
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2133
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“จากผลงานเกียรติคุณ และตำแหนงของอาจารยที่ปรากฏอยูในวงการ ศึกษาไทยจะเห็นไดวาไมไดสอดคลองกับวิชาแพทยที่ทานศึกษามาเสีย ทีเดียว เพราะเหตุใดทานจึงเขาไปทำงานในดานงานบริหารแทนการเปน แพทยเหมือนกับคนอื่นๆ?” เมื่อผมไดมีโอกาสเขาไปเรียนแพทยจริงๆ ก็เริ่มมีความเขาใจในตัวเอง มากขึ้น ซึ่งก็มีปจจัยทางดานความถนัดมาเกี่ยวของ ดวยความที่ไมสันทัดใน การมองทิศทาง รูปทรง จึงมีความชอบในวิชามหกายวิภาคศาสตร (Anatomy) และสรีรวิทยา (Physiology) นอยกวาวิชาอื่นๆ อีกทั้งมีสภาพรางกายไมอำนวย เนื่องจากพบวาตัวเองตาบอดสี แตมีความสามารถในดานเหตุผลเลยเกิดจุด หักเหของชีวิตขึ้น ในชวงแรกที่จบการศึกษาใหมๆ ชวงเวลานั้นผมเปนหมอ ดมยา โดยอาชีพหมอนั้น ผูคนในสังคมมักคิดวา “หมอรวย” เพราะฉะนั้นเราก็ วางตัวอยางชัดเจนวาเราไมมีสตางค แตตัวผมก็ไมมีจริงๆ เนื่องจากไมไดเปด คลินิกเสริม คนที่เปนแพทยมีความสามารถหลายดาน แลวแตวาเราจะมีแรงดึงดูด ไปทางไหนมากกวากัน แตสำหรับผมไมใชทางแพทย ดวยความชอบในการให เหตุผลประกอบกับความคิดที่วาถาเราไดไปทำงานในหนวยที่ใหญขึ้น เราจะ สามารถ me ประโยชนในกับประเทศไดมากขึ้นดวย ดังนั้นตนเองจึงทุมเทเต็มที่ กับงานดานบริหาร ซึ่งทำใหตองตัดหลายๆ เรื่อง อยางเชนเรื่องการเปดคลินิก ออกไป ทวาในชีวิตการเปนหมอก็มีสิ่งดึงดูดใหออกจากวิชาชีพเยอะพอสมควร เราตองทันคน มิฉะนั้นจะกลายเปนเครื่องมือของคนไมดี เราตองหนักแนน ระวังตัว เพราะคนรอบตัวพยายามสรางรอยแผลใหกับเรา และทายที่สุดอาจ
ต อ งติ ด คุ ก ติ ด ตารางได สำหรั บ ตั ว ผมให ค วามสำคั ญ กั บ เรื่ อ งนี้ ม ากๆ ความ ซื่อสัตยสุจริตจะเปนกุญแจสำคัญที่สุดที่ทำใหแพทยทุกคนประสบความสำเร็จ ในชีวิตการทำงาน เหมือนกับคำสอนของพระราชบิดาที่วา “ขอใหถือประโยชน ส ว นตน เป น ที่ ส อง ประโยชน ข องเพื่ อ นมนุ ษ ย เป น กิ จ ที่ ห นึ่ ง ลาภ ทรั พ ย และเกียรติยศ จะตกแกตัวทานเอง ถาทานทรงธรรมแหงอาชีพ ไวใหบริสุทธิ์” สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจ คือ มีจุดยืนของตนเองวาจะมีชีวิตที่พอเพียงและยังไดสอน ครอบครัวของตนเองใหมีชีวิตที่พอเพียงอีกดวย และอาจารยยังไดเนนอีกวา “ผมภูมิใจที่เรียนดีที่สุดของชั้น แตจนที่สุดของชั้น ผมรวยดวยสิ่งอื่นๆ ที่ไมใช เงินทอง” ปจจุบันผมกำลังจะพัฒนาระบบบุคลากรทางสาธารณสุขใหคนในวิชาชีพ สุขภาพมี “Leadership” คือมีจิตวิญญาณของการสรางการเปลี่ยนแปลงใหสังคม ไปอยู ที่ ไ หนก็ ท ำแต ป ระโยชน ใ ห ม ากกว า (Give>Take) ไม ว า คนจะเห็ น หรือไมเห็น ทราบหรือไมทราบ สุดทายก็เกิดผลดีตอครอบครัว และคนในสังคม ถาเปนหมอตลอดชีวิต ยิ่งมีโอกาสเปน Leadership ตลอดชีวิต ไดรับโอกาส มากกวาอาชีพอื่น เนื่องจากคนในสังคมใหความนับถือ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 214
“ในหนาที่การงานของอาจารยที่ดำรงตำแหนงในฐานะผูบริหารขององคกร ระดั บ สู ง ก็ น า จะเคยประสบป ญ หาในการทำงานต า งๆ ไม ม ากก็ น อ ย ทั้งเรื่องบางคนที่มองเราอยางไมหวังดี คำติฉินนินทาบาง เหมือนคำสุภาษิต โบราณที่ ว า ‘ยิ่ ง สู ง ยิ่ ง หนาว’ อาจารย มี ห ลั ก การในการทำงานอย า งไร จึงสามารถฝาฟนอุปสรรคในการทำงานเหลานั้นได” ให ม องว า การสู ร บปรบมื อ เวลาทำงานเป น เรื่ อ งธรรมดา โดยหลั ก ใน การทำงานที่สำคัญของผมคือ “ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย พอมีฝมือ” ในตำแหนง ผูบริหารตำแหนงใหญ มันแนนอนวาตองเจ็บปวดตลอดเวลา ตองถามตนเองวา ทนทำเพื่ออะไร แลวก็คอยตอบตนเองวา ทำเพื่อใหเกิดคณะแพทยที่ดีมีคุณภาพ ใหทุกๆ คนมีความสุขที่มาอยูที่นี่ แลวก็คอยปลอบใจตนเองวา เปนธรรมดาที่ คนที่ทำงานกับเราอยูเขาจะมองแตแงไมดีกับเรา แตเมื่อยามที่เราหมดวาระไป คุณงามความดีที่เราไดสรางไวมันจะคงดำรงอยู เมื่อนั้นผูคนก็จะเริ่มเห็นแต
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2155
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สิ่งดีๆ ที่เราเคยไดทำ ไดบริหารไว นั่นคือ สุดทายคนก็เขาใจถึงความตั้งใจและ สุจริตธรรมของเรา การติดตอประสานงาน เปนทักษะที่ตองเรียนรูตลอดชีวิต ตองรูจักปรับ สมดุลระหวาง งาน คน และการเรียนรูจำเปนที่เราจะตองยึดมั่นความฝนที่ดี ที่ เรามี แต ใ นเวลาบริ ห ารงานจริ ง เรา การที่ เราจะไปคาดหวั ง และชั ก นำคน รอบตัวใหมีความฝนแบบเราไดนั้นลำบากนัก เพราะถาเราพยายามชักนำเขา มากเกินไปก็เหมือนกับการบังคับ เขาก็จะไมชอบ เพราะไมใชทุกคนที่มีความฝน เหมือนเรา ในการที่จะทำงานใหญจำตองมีทีมงานที่ดี ตองเลือกคนที่ซื่อสัตยมา รวมงาน ไมตองเกี่ยงวาเขาจะมองเราอยางไร เขาจะชอบเราหรือไม ขอเพียงแค เรารู ว า เขาเป น คนสุ จ ริ ต และจะทำงานนี้ ไ ด ดี ให เรายอมลดทิ ฐิ ข องเรา ยอม ออนนอมไปขอใหเขามาเขารวมทีม มาทำเพื่อสวนรวมดวยกัน แลวก็ยกใจวาเขา เปนคนที่ซื่อสัตยจึงเลือกเขามาทำงาน เมื่อเขาเขามาทำงานดวยกันแลว ก็ให คุณคาใหเกียรติเขา ถาเราเปนคนดีจริงๆ แลวสุดทายเขาก็จะปรับทศนคติของ เขาเองและเป ด ใจยอมรั บ เราเช น เดี ย วกั น มิ ต รภาพที่ ดี ก็ จ ะเกิ ด ขึ้ น ตามมา การเลือกคนใหเหมาะกับงานจึงเปนปจจัยที่สำคัญที่ในเปนหัวหนางาน เราตอง เลือกตามความถนัดและบุคลิกภาพของคนใหเหมาะกับงานหนึ่งๆ เพราะเขาจะ ทำไดดีและมีความสุขกับงานที่ทำ ดังนั้นหากจะทำงานบริหาร ตองสรางคน สรางทีมบริหาร และทำสิ่งดีๆ ใหพวกเขารักเราจะสามารถดำเนินงานนั้นให ประสบความสำเร็ จ ได มิ ใช ตั ด คนที่ ไ ม ถู ก ใจทิ้ ง เช น เขาทำงานไม ไ ด ดั่ ง ใจเรา แตเราตองพิจารณาหาสาเหตุวาอะไรเปนเหตุที่แทจริงที่ทำใหเขาไมสามารถ ทำงานไดออกมาอยางเหมาะสม หาทางฝกอบรมใหความรูเพิ่มเติมวา งานที่ทำ อยูนั้น จะทำออกมาไดดีตองทำอยางไร เมื่อเขาเกิดความเขาใจจนทำงานไดดี ถูกตองตามที่เราตองการ เขาจะเกิดความภาคภูมิใจผลงานและมีกำลังใจมากๆ ขึ้ น ที่ จ ะทำงาน ซึ่ ง เป น ประสบการณ จ ริ ง ของผมที่ เ คยจั ด อบรมให ค วามรู แ ก พนักงานทำความสะอาดของโรงพยาบาลศูนย โดยเชิญวิทยากรที่เปนพนักงาน ทำความสะอาดเหมือนกันจากโรงแรมชั้นนำที่มีมาตรฐานในเรื่องความสะอาด
แมวาอาจารย จะมีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่สูงมากแลว แตจากการที่พวกเราได เขาไปสัมภาษณและสัมผัสทั้งหมดนั้น สิ่งที่รูสึกไดเหมือนกันก็คือความออนนอม ถอมตนของอาจารย อาจารยไดใหความเมตตากรุณาระหวางที่คุยกับพวกเรา ตลอดตั้งแตเริ่มสัมภาษณจนจบการสนทนา ซึ่งเปนสิ่งที่ทำใหพวกเราประทับใจ ตั้งแตแรกพบ และรูสึกวา เวลาที่ไดใชไปทุกนาที ชางคุมคา และไมรูสึกเสียดาย เวลา (ในการอานหนังสือสอบ NT) เพื่อมาสัมภาษณผูที่ไดชื่อวาเปนปราชญ แหงวงการณแพทยของไทยเลยคะ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 216
อาจารยโกมาตร จึงเสถียรทรัพย
28/02/2554
2177
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นายแพทยโกมาตร จึงเสถียรทรัพย แพทยผูสำเร็จปริญญาเอกสาขา มานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยฮารวารด ผูคิดคนเครื่องมือศึกษาชุมชนทั้งเจ็ด ประการ ใหโอกาสพวกเราสัมภาษณ เพื่อจุดประกายสรางแรงบันดาลใจใหแพทย จบใหม ทานไดใหแนวคิดไวหลายดาน ปญหาที่พบไดในการใชทุน-การใชชีวิต แพทยอยางมีคุณคา และมีความสุข-รวมถึงการเขาใจวิถีชีวิตชาวบาน การไปสัมภาษณอาจารยโกมาตรในคราวนี้ไดสรางความประทับใจ และ แรงบันดาลใจใหแกคณะผูสัมภาษณเปนอยางมาก พวกเราตั้งใจที่จะนำความ ประทับใจในวันนั้นมาสงตอใหพี่ๆ เพื่อนๆ แพทยจบใหมทุกคน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
“àÁ×èÍàÇÅÒ¼‹Ò¹ä» àÃÒ¨ÐàÅ‹ÒàÃ×èͧÃÒÇ ¡ÒÃ㪌·Ø¹¢Í§àÃÒÇ‹ÒÍ‹ҧäÔ
ตามหาแรงบันดาลใจไดจากที่ไหน การอานหนังสือดีๆ รับรูเรื่องดีๆ ถามตัวเองวาชีวิตที่ดีควรเปน ยังไง จึงเปนจุดเริ่มตนอุดมคติ ตัวอาจารยเองไดแรงบันดาลใจในการมาเปน แพทย จากหนังสือเรื่องหมอเมืองพราวและหมอแมกไซไซ การตรวจคนไข-การสัมผัสชีวิต ความจริงการสัมผัสชีวิตไมตองไป อยูในโรงพยาบาลชุมชนนะ เพียงแตวาการไปอยูโรงพยาบาลชุมชนจะไดเปรียบ อยูหนอย เพราะเราเขาไปเขาไปประชิดกับชีวิตผูคนไดชัด เห็นเรื่องราวตางๆ ได ชั ด ... มั น เหมื อ นกั บ ต อ รู ห ายใจ ต อ อายุ อุ ด มการณ ข องเรา ออกโอพี ดี อยางนอยคนไขก็รอยคน วันละคน ตออายุอุดมคติไดแลว เพื่อที่จะมาทำงาน หนักไดตอโดยไมทอ เชน อาจารยเคยไปเจอ คนไขคนหนึ่งเปนมะเร็ง แตแกก็สู มากๆ เลย ยังทำงานอยู สงหลานเรียน บอกที่ยังทนถึงทุกวันนี้ ก็รอเดือนหนาที่ หลานเรียนจบ ถาหมอที่รักษาแกไดมารูเรื่องราวดวยคงรูสึกดี
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 218
การคงไวซึ่งแรงบันดาลใจ การทำกิจกรรม ในการเรียนที่หนักหนวงของนักเรียนแพทย จะยัง สามารถคงไวซึ่งแรงบันดาลใจ โดยการทำกิจกรรมตางๆ คนหาความหมายของ กิจกรรม ความหมายจะยิ่งใหญเมื่อกิจกรรมนั้นเกี่ยวของกับชีวิต กลุ ม เพื่ อ น คนอยู ค นเดี ย วรั ก ษาอุ ด มการณ ข องตั ว เองไว ไ ด ย าก ถาไมมีเพื่อน ควรหากลุมคนที่มีอุดมการณแบบเดียวกัน ไวแบงปนเรื่องราวและ ใหกำลังใจซึ่งกันและกัน มุ ม มองในการรั ก ษาคนไข เหมื อ นกั บ เรื่ อ งเล า ของช า งก อ อิ ฐ ทั้ ง สามคน ที่ทำงานอยูในบริเวณเดียวกัน โดยเมื่อไดมีโอกาสไปถามชางแตละคน วาทำอะไรอยู ก็พบวา - คนแรกหนาตาบูดบึ้ง บอกวากำลังกออิฐอยู ไมเห็นรึไง - คนที่สองหนาตาเฉยเมย บอกวาก็สรางกำแพงอยูเฉยๆ - คนทีส่ ามหนาตายิม้ แยมแจมใส บอกวากำลังตออายุพระพุทธศาสนา สรางวัดอยู
เชนเดียวกับแพทย ก็นาจะมองเห็นไดวา การทำคลอดธรรมดาเปนการ ใหของขวัญล้ำคาสุดที่รักใหกับแมคนหนึ่ง หรือการผาตัดไสติ่งใหชายวัยกลางคน คนหนึ่ง เปนการ “คืนพอใหกับครอบครัว”
Narrative medicine ยังสามารถใชเปนเครื่องมือในการดูแลคนไขได อีกดวย โดยเฉพาะกับโรคเรื้อรัง อยางพอผมเปน COPD หายใจยังเหนื่อย กอนพอผมตาย พี่ชายผมไปเฝา พอ arrest ไป รุนพี่แพทยก็ใส tube ให พอก็ ฟนขึ้นมาได ตื่นขึ้นมาก็ถามวา “ปมขึ้นมาทำไม” พี่ชายผมก็บอกวา “แลวไมเอา แลวเหรอพอ” พอบอกวา “ไมเอาแลว” พี่ชายผมก็ถามวา “แลวชีวิตที่มีอยูนี่พอ พอใจแลวเหรอ” พอก็ตอบวา ชีวิตที่ผานมา แกบอกพอใจ มีลูกแปดคน ไลไป ที ล ะคน คนโตพ อ ภู มิ ใจอะไรบ า ง เป น ห ว งอะไรบ า ง พ อ บอกพ อ ภู มิ ใจแล ว
2199
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
“เบื่อก็ตองหาทาง หายาแกเบื่อ”
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
การสงตอแรงบันดาลใจ สามารถทำได ผ า นเรื่ อ งเล า หรื อ narrative medicine อย า งมี พยาบาลคนหนึ่งที่อยุธยา ทำแผลคนไช DM แผลเรื้อรังที่ขา แกเบื่อมาก ทำแผล หายดี แ ล ว เป น ใหม อี ก ก็ เ ลยตามไปเยี่ ย มที่ บ า น เลยบ า นมี ที่ น าแปลงเดี ย ว มีสระน้ำอยูตรงกลางก็เลยทำนาผักบุง ตื่นเชามาก็เดินลงไปแตงแปลงผักบุง มัดเปนกำๆ ไปขายในตลาด คนไขเปนเบาหวานเดินย่ำลงไปในสระน้ำ ทั้งกิ่งไม แกว ไมรูวาจะเจออะไร แตไมทำก็ไมไดเพราะรายไดแกอยางเดียวคือขายผักบุง สามีแกตองอุมแกใสรถเข็นมาทำแผลที่สถานีอนามัย อุมจนปวดหลังทนไมไหว สามีชวนกันฆาตัวตาย แตภรรยาแกไมยอม บอกวามันบาป ติดตัวไปหลายชาติ เจาหนาที่ไปเห็นแกแบบนั้น ก็ไปทำแผลใหแกที่บาน แลวลุงแกกราบพยาบาล เลย นองเขาบอกผมวา อาจารยหนูเบื่อทำแผลที่สุดเลย แต พอไปเห็นชีวิต แลวหนูรูวาไปทำแผลใหแกที่บานมีความหมายยังไง หนูพอทำได ซึ่งเรื่องนี้เราได ตีพิมพในหนังสือเรื่อง “หนึ่งนิ้วสองชีวิต”
เลี้ยงลูกมาไดขนาดนี้ ผมไมรูพี่ไปหาวิธีการคุยแบบนี้มาจากไหน วิธีการคุยแบบ นี้เรียกวา life review ตาม palliative care “การสัมผัสชีวิตคนไขนั้นก็เหมือนเปนการตอรูหายใจ ตออายุอุดมคติใหเรา เหมือนไดสูดอากาศสดชื่น ใหเราทำงานตอไปได” เชนกัน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 220
ทั้งนี้ทั้งนั้น ไมใชแคคนไข ผูรวมงานของเรา เราก็สัมผัสชีวิตของเขาได
3 สิ่งนาเบื่อของแพทยใชทุน เพื่อนรวมงานไมไดดั่งใจ การดูแลความสัมพันธกับเพื่อนรวมงาน โดยเฉพาะเพื่อนรวมวิชาชีพคอนขางสำคัญ เราจะไปเปลี่ยนแปลงเขามากก็ ไมคอยได แตเราจะยอมใหเขามาทำใหชีวิตเราหมดความใฝฝนไมได สวนที่ตอง วางกติกาก็ตองทำ สวนใหญจะขัดแยงกันเพราะกติกาไมชัด หรือไมตรงกติกา สำหรับอาจารยเอง โรงพยาบาลที่อยูมีแพทย 4-5 คน มีการวางกติกากันไววา แพทยทุกคนออกตรวจ 8 โมงเชา คนไขไมหมด OPD ไมพักกลางวัน และ ไมตรวจลวกๆ มีพยาบาลคอย screen ผูปวยกอน เมื่อผานไปสักพัก ชาวบาน จะรูระบบของโรงพยาบาล เปนการเรียนรูซึ่งกันและกันไปในตัวดวย ไมได practice อยางที่อยากทำ เราถูกฝกจากโรงเรียนแพทยใหมี จริตของแพทยเฉพาะทาง ใชเครื่องมือ มีระบบปรึกษาระหวางสาขาผูเชี่ยวชาญ มีเครื่องอำนวยความสะดวกตางๆ ซึ่งตางกับโรงเรียนแพทยอีกหลายแหงบนโลก เชน โรงเรียนแพทยของมหาตมะ คานธี หรือในคิวบา ที่แพทยจะถูกฝกใหพึ่ง เครื่องมือนอย มี human skill มาก และมีความสุขที่ได interact กับผูคน ดังนั้น เมื่อแพทยจบใหมที่ไมเรียนรูในการปรับตัว ตองไปอยูโรงพยาบาลอำเภอ จึงอาจ เกิดความรูสึกขัดของ ไมไดดั่งใจบาง ระบบราชการน า เบื่ อ แพทย จ ำนวนไม น อ ยหนี อ อกจากระบบ บริการของรัฐ ไปอยูในระบบเอกชน เพื่อไมตองยุงกับเรื่องนี้ ทั้งการบริหารงาน ไรประสิทธิภาพ เรื่องไรสาระมากมาย ระบบที่เหมือนไมไวใจผูทำงาน ตอง
ตรวจสอบทุกขั้น รวมถึงปญหาคอรรัปชันดวย สำหรับปญหาสุดทายนี้ เปนเรื่อง ยุงยากใจ เบื้องตนสุดคืออยาทำ เราเริ่มตนเดินทางบนเสนทางสายวิชาชีพอยาง สะอาดบริสุทธิ์ ใหเห็นคาของความบริสุทธิ์ไว การแกปญหาคือใหปรึกษาผูใหญที่ หางออกมา โดยเฉพาะที่มีประสบการณ เชนกลุมแพทยชนบท อยางนอยจะได มีผูใหญคอยชวยคุมกัน “ระหวางที่อยู…อยาไปอยูแบบทุกข ใหอยูแบบเขาใจวาระบบเปนแบบนี้ เราจะเก็ บ เกี่ ย วประสบการณ ห รื อ ทำอะไรให เ ต็ ม ที่ เ พื่ อ อยู อ ย า งเป น สุ ข พอ สมควร”
2211
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
แลวถาเกิดความขัดแยงขึ้นมาจริงๆ จะทำอยางไรใหคุยกับชาวบานแลวได ผลดี จะคุยใหไดผลดี เราตองรูวาเขาคิดอยางไร ตองรูจักรวาลวิทยาของ ชาวบาน คือตองรูวาสรรพสิ่งในความเชื่อของชาวบานเปนอยางไร มันมี อะไรที่เปนนามธรรมประกอบอยูดวย สิ่งนั้นเขาเรียกวาผี หรือชื่ออื่นๆ เชนเจาที่ เจาปา เจาเขา สำหรับชาวบานแลวผีนั้นเปนสถาบันทางสังคม เปนระบบความ เชื่อ เหมือนกับระบบจราจร คือคนทำผิดกฎจะตองถูกลงโทษ ถาคุณเขาไป เดินปา ไปฟนกิ่งไมมั่วๆ เขาจะไมใหทำนะ เพราะปาเขามีของรักษา จะไปฟนไป
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
ปญหาที่เกิดจากความขัดแยงกันระหวางความคิดทางการแพทย กับความ เชื่อของชาวบาน เกิดขึ้นบอยไหม คนไขสวนใหญจะยอมฟงเรา บางสวนก็ฟงเราดวยฟงผีดวย เราก็อยาไป วาอะไร เมื่ อ เจอกั บ เรื่ อ งที่ เ ป น ความต า งของวั ฒ นธรรม เราก็ ต อ งมี ‘ที่ ว า ง’ สำหรับความเชื่อของคนอื่นไวบาง ชาวบานมีสวนนอยมากๆ ที่จะไมเชื่อเรา ถาคุยกันดีๆ เขาก็จะเชื่อ สวนใหญที่จะไมยอมใหเรารักษาก็เพราะเขาอยากจะ ไปรักษาอีกทางหนึ่ง เทาที่ผมสังเกต สวนใหญเขาจะอยากไดรับการรักษาทั้งคู สุ ด ท า ย ส ว นใหญ มั น จะไม มี เรื่ อ งขั ด แย ง สุ ด ขั้ ว ขนาดที่ ต อ งเลื อ กฝ า ย แบงขั้วกันเลย
เลนไมได เขาปาตองสงบเสงี่ยม ขนาดเขาจะตัดไมไปทำยารักษา เขายังตอง จุดธูปไหวขอยาไปใชเลย อธิษฐานวาไมไดเอาไปคาไปขาย จักรวาลวิทยาของชาวบาน ก็คือกรอบวิธีคิดใหญของชาวบาน สวน กรอบวิธีคิดเล็กๆรองๆลงมา มันก็จะอางอิงมาจากกรอบวิธีคิดใหญนั่นแหละ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 222
ใหเราพิจารณาวามันมีขอดีหรือขอเสียใน ทางสังคม คูกับทางการแพทย บางทีมันก็มีขอดี ทั้งสองอยางเชน คนประสบอุบัติเหตุกลับมาอยู บาน คนพวกนี้มานอนโรงพยาบาล พอกลับบาน มาไมมีชีวิตชีวา มันซึมเศรา เหงา ไมมีพลัง พอ ชาวบานมาทำบายศรีใหมันดีท้ังทางการแพทย เพราะวากำลังใจมันดี แมแตคนที่ผิดใจกันยังมา เขารวมพิธีเลย แบบนี้มันดีนะ เราเองยังใหกำลัง ใจคนไขไดไมมากเทาพิธีบายศรีเลย พิธีแบบนี้ ผลเสียทางการแพทยไมมี มีผลดีทางสังคมดวย เราก็สนับสนุนสิ จะมีขอขัดแยงก็คือเมื่อมันมีผลเสียทางการแพทย แตมันมีผลดีในทาง สังคม เชน ชาวบานบอกวา เด็กทองเสียหนัก เปนไขปาหรือมาลาเรียขึ้นสมอง ถูกเฆี่ยนมาเปนจ้ำๆตามตัวเต็มเลยเพื่อไลผี ก็ตองยอมรับกอนวา สังคมอีสาน เนี่ยความศรัทธาความเชื่อตอผีเปนระบบศีลธรรมของหมูบาน การบอกวาผีเขา มันเปนการตอกย้ำวาคุณไปทำละเมิดผีมา คุณก็เลยปวย เชนนี้แลวก็คงตองพูด คุยทำความเขาใจกันใหดี ชีวิตของเราคือเรื่องเลา เราทุ ก คนมี ชี วิ ต อยู ใ นเรื่ อ งเล า เรานึ ก ถึ ง ตั ว เราเองผ า นเรื่ อ งที่ เราทำ แพทยใชทุนก็เชนกัน อยากใหหมั่นถามวา เมื่อเวลาผานไป เราจะเลาเรื่องราว การใชทุนของเราวาอยางไร กัดฟนไปทำอยางเบื่อหนาย ถูกบังคับไป ไมไดเรียน รูอะไรเลย เสียเวลาเปลาไป 3 ป หรือเราจะเลามัน ในฐานะอีกบทหนึ่งของ ชีวิตเรา ที่เราใชเวลาเขียนมันขึ้นมา
หรือในอีกแงหนึ่ง เชน คุณไปตรวจคนไขคนนึง คุณไดเรื่องเลาอะไรมา คนไข interpret มันอยางไร แลวคุณละ interpretมันอยางไร ถาเรา interpret เคสยากวาเปนพระเจาสงลงมาทดสอบเรา ตองลองสักตั้ง เราก็จะมีทาทีตอมัน แบบนึง แตถามองวาเปนภาระ ก็ทนอยูกับมันไปละกัน
2233
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
ดร.นพ.โกมาตร จึ ง เสถี ย รทรั พ ย สำเร็ จ การศึ ก ษาจากคณะ แพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และ ปริญญาเอกสาขามานุษยวิทยา (Ph.D. Social Anthropology) ที่มหาวิทยาลัยฮารวารด ป พ.ศ. 2527-2528 เปนแพทยฝกหัด โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา และในป พ.ศ. 2528-2530 เปนแพทยประจำ โรงพยาบาลชุมชนชุมพวง อำเภอชุมพวง จังหวัด นครราชสีมา ปจจุบันดำรงตำแหนงผูอำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนั ก นโยบายและยุ ท ธศาสตร กระทรวงสาธารณสุ ข ทำงานทางด า น มนุ ษ ยวิ ท ยาการแพทย เ ป น หลั ก ทั้ ง การวิ จั ย และการเป น วิ ท ยากรอบรม ครอบคลุ ม หลายหั ว ข อ เช น เครื่ อ งมื อ การทำงานในชุ ม ชน ประวั ติ ศ าสตร การแพทย เปนตน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อาจารยอยากฝากพี่ๆ ที่จะไปใชทุน การไปทำงานใชทุน ผมอยากใหมองวาเปนโอกาสของการเรียนรูที่จะ เติบโตไปอีกขึ้นหนึ่ง โลกมันกวางใหญ มันตองการความรูดานอื่นๆ นอกเหนือ จากวิชาการแพทยดวย ตองการความรูความเขาใจชีวิต สังคม เพื่อนมนุษย ระบบงาน ซึ่งความรูความเขาใจพวกนี้เปนเหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่เราจะใช ในการเดินตอไปในชีวิตของเราในวันขางหนา ใหเราทำงานประสบความสำเร็จ เป น ประโยชน กั บ ตั ว เองและผู อื่ น การไปทำงานเป น แพทย ใช ทุ น เหมื อ นไป เปนการสะสมน้ำมัน หรือวาเชื้อเพลิงที่ใชขับเคลื่อนชีวิตของเราไปไดอีกยาวนาน อยากจะใหใชโอกาสของการไปทำงานใหไดประโยชนเต็มที่และเปนประโยชนที่ เกื้อกูลเราตอไปไดในเรื่องอื่นๆ
¤ØÂʺÒÂæ ÂÒÁº‹ÒÂ....¡Ñº อาจารยประเวศ วะสี บ า ยแก ๆ ในวั น ที่ แ สนอบอุ น ของเดื อ นมี น าคม บนชั้ น 13 ของ โรงพยาบาลศิริราช ที่ซึ่งกระจกหนาตางใสเผยใหเห็นคุงน้ำเจาพระยาที่กำลัง เต น ระยิ บ ในไอแดด อาจารย แ พทย อ าวุ โ สท า นหนึ่ ง กำลั ง อยู หั ว โต ะ ในห อ ง ประชุมที่วิวสวยที่สุดในกรุงเทพมหานคร ลอมรอบโดยเหลานักศึกษาแพทยซึ่ง กำลังรอสัมภาษณอยางตื่นเตน ทานคือ ศาสตราจารยเกียรติคุณ นายแพทยประเวศ วะสี ผูเปน อาจารยแพทยประจำภาควิชาอายุรศาสตร โลหิตวิทยา ที่คณะแพทยศาสตร ศิริราชพยาบาล ในดานวิชาการนั้น ทานมีผลงานวิจัยทางดานโลหิตวิทยาซึ่งได รับการยอมรับจากทั้งภายในและตางประเทศ มีบทความทางวิชาการไดรับการ ตีพิมพในวารสารตางประเทศมากกวา 200 เรื่อง ทั้งยังไดแตงตำราวิชาโลหิต และคูมือโลหิตวิทยา สำหรับการเรียนรูของนักศึกษาแพทย แตงานที่สำคัญที่สุดของทาน คงจะเปนการอุทิศตนใหกับการสรางสรรค สังคมและการแพทยในชนบท ทานไดเขียนหนังสือและบทความจำนวนมาก
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2255
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
และลงมือสรางสังคมตนแบบเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสูการพัฒนา อยางยั่งยืน พึ่งพาตนเองได ทำใหทานไดรับเลือกเปนราษฎรอาวุโส และบุคคล ดีเดนของชาติ รวมถึงไดรับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการรัฐ ทุกวันนี้การทำงาน สร า งสั ง คมของนายแพทย ป ระเวศก็ ยั ง ไม ห ยุ ด นิ่ ง ด ว ยตำแหน ง ล า สุ ด คื อ ประธานคณะสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแกไขวิกฤตการณความ ระส่ำระสายทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาของประเทศไทย ในปจจุบัน แมจะมีตำแหนงและรางวัลตางๆ จนนับไมถวน อีกทั้งไดสรางสรรค ผลงานไวประดับวงการการแพทยศาสตร และสังคมศาสตรของประเทศไทยไว อยางมากมายขนาดนี้ แตบุคคลที่อยูเบื้องหนาคณะสัมภาษณของเรากลับดู ไมถือตัวเลยแมแตนอย อาจารยพูดคุยดวยทาทีเปนกันเอง เสียงนุมๆ กลั้วดวย เสียงหัวเราะ ฟงสบาย เยาแหยพวกเราเล็กนอยอยางอารมณดีแลวจึงไดเอย อนุญาตใหเริ่มตนคำถามสัมภาษณ “ความฝนของอาจารยในสมัยเปนนักศึกษาแพทย กับสิ่งที่เปนในปจจุบัน นั้นตรงกันหรือไมคะ แลวอะไรคือความสำเร็จในชีวิต” คำถามที่เราหยอดกันไปก็เรียกเสียงหัวเราะจากอาจารย “จะไมตอบคำถามละนะ ที่เรียกวาความสำเร็จ (หัวเราะ)...มันไมดี มันจะ กลืนเราไปถาเราไมระวัง” แลวรอยยิ้มออนๆ ก็ผุดขึ้นบนสีหนาของอาจารยยามเอยถึงแพทยที่ เคารพนับถือเปนแรงบันดาลใจ “จะวาไปมันมาเองเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ เปนคนบานนอก ผูใหญพูด ใสสมอง วาเด็กพวกนี้โตขึ้นจะไปเปนหมอ ก็ฝงใจ ไมไดคิดอยางอื่น อันนี้ไมคอย ดีนะ เด็กควรไดทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถนัดตางๆ ไป พอมาเรียนที่ศิริราช ความบันดาลใจก็มาจากอาจารยหมอสุด (นายแพทยสุด แสงวิเชียร) หมออวย (ศาสตราจารยเกียรติคุณ เรือโท นายแพทยอวย เกตุสิงห) สองทานเปนเสาหลัก ทางวิชาการทางปรีคลินิค เปนคนขยัน รับผิดชอบ ตั้งใจสอนนักศึกษามาก “ทีนี้เรียนเรื่อยมาทางคลินิค ก็พบอาจารยหัวหนาภาควิชาอายุรศาสตร คืออาจารยประเสริฐ กังสดาล เปนผูที่มีศิลปะแพรวพราวรอบตัวเลย สอนเกง
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 226
พูดเกง เขียนก็เกง ทำอะไรก็เกง มีศิลปะในการ ทำวอรดราวด การทำ class ที่เอาเคสมา present และ discuss เคส รูสึก “ถูกเสน” จึงมาเปนอาจารย อายุ ร ศาสตร เพราะงั้ น ตั ว อาจารย จ ะมี ผ ลต อ ลูกศิษยเยอะ วานักเรียนเรียนแลวเจออะไร อยาง วาถาเจออาจารยบางคน ก็เกลียดวิชานั้นไปดวย ก็มี (หัวเราะ) ชีวิตจะชิ่งไปตามสิ่งที่เจอไป..เรื่อยๆ “ตอนเปนแพทย intern (เมื่อกอนเรียกวา house officer หรือแพทยประจำบาน) ระหวางที่จบ มาปแรก อาจารยสุภาที่อยูทางโลหิตชวนทำวิจัย ไปสำรวจชนิด hemoglobin เลยกลายมาเปน hematologist แลวก็ไดรับพระราชทานทุนสวนสวนพระองค และตอมาเปนทุนอานันทมหิดล ไปเรียนที่ประเทศอเมริกาและอังกฤษ” ชี วิ ต ที่ ไ ด พ านพบแต บุ ค คลที่ เ ป น เลิ ศ ในเชิ ง วิ ช าการ ก อ เกิ ด เป น แรง บันดาลใจ ผนวกกับพื้นฐานของสติปญญา และความขยันอดทน จึงทำใหทาน ไปได อ ย า งสู ง สุ ด ในสายวิ ช าการ ไม ว า จะเป น รางวั ล เกี ย รติ นิ ย มเหรี ย ญทอง และทุนพระราชทานตางๆ ไปเรียนไกลถึงตางประเทศ แตวันหนึ่ง มุมมองใน ชีวิตทางการแพทยของอาจารยประเวศก็เปลี่ยนไป จากการหันกลับมามอง เพื่อนมนุษยที่ยากจนและขาดโอกาส ในเรื่องนี้ อาจารยกลาวยิ้มๆ วา “ตัวประสบการณนี้จะมาเปนตัวกำหนดเสนทางชีวิตเรา” “ไดมาทำวิจัยตรวจ hemoglobin ทั่วทุกภาคทั้งประเทศ ไปตามชนบท ตางๆ ตอนนั้นไมมีโรงพยาบาลทั่วถึง เวลาไปตรวจก็ตองไปนั่งตรวจตามใต ตนไมบาง ตามศาลาวัดบาง ตามโรงเรียนบาง ก็ไปเจอคนที่ยากจน ในที่ที่ไมมี โรงพยาบาลอยู เราไปตรวจเขาครั้งเดียวเจอความดันสูง เจอเบาหวาน เรากลับ ไปแลวเขาจะทำยังไง บวกกับสองสามอยาง คือก็เปนคนบานนอก สองถึงอยูใน ศิริราชก็เจอคนยากจน และก็สามจากที่ไดลงไปสำรวจในชนบท ทำใหสนใจชีวิต คนจน ขณะเดียวกันก็ทำงานทางวิชาการ คนควาไปตลอด แตวาจิตใจที่มีมัน ตระหนักวาคนเขาไมถึงบริการ โรงพยาบาลก็มีนอย หมอไมพอ คนยากคนจนก็ มีมาก ถึงเขามาศิริราชก็ไมไดรับบริการที่ดีเพราะมันแนนอยู บางทีมารอตั้งนาน
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2277
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
มาตรวจแพล็บเดียว แลวจะทำอยางไร ก็ทำใหสนใจทางสาธารณสุข ก็ยังไมไหว อีก เพราะมันตั้งรับ ความจริงตองลงไปเปนเชิงรุก สราง good health ทำ อยางไรไมใหคนปวย ที่เราสนใจกันอยูคือ ill health พอหันมาจับเรื่อง good health ปบ ก็ตองสนใจไปทางเรื่องอื่นอีก เพราะปจจัยที่ทำใหคนมีสุขภาพดีมี เยอะ ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา สิ่งแวดลอม” ปจจัยที่ทำใหมีสุขภาพดีนั้น กวา 80% อยูนอกเหนือระบบสุขภาพ! “การไดเห็นคนจน คนปวย การไดสัมผัสตรงนั้นทำใหเรามีฉันทะ วิริยะ” นี่เองคือแรงผลักดันที่ทำใหนายแพทยผูเปนเลิศทางวิชาการ เริ่มหันเห ชีวิต กาวเขาสูการแพทยที่ใช “หัวใจ” เปนเครื่องนำทาง แตก็คงไมใชเรื่องงายเลย เนื่องจากการจะเปนแพทยที่ดี ชวยเหลือคนไข อยางเต็มที่นั้น เปนความตั้งใจของผูที่เขามาศึกษาแพทยทุกคน แตเมื่อเวลา ผ า นไป ได สั ม ผั ส การทำงานจริ ง ป ญ หาอุ ป สรรคต า งๆ ย อ มถาโถมเข า มา อยางมากมาย เหลือเพียงสวนนอยที่ตานทานได และสามารถอุทิศตนเปน แพทยซึ่งเปยมดวยจิตวิญญาณ แลวทานอาจารยประเวศมีแนวคิดอยางไร ที่ทำใหยังคงความตั้งใจในการ เปนแพทยที่ดีไวได? “แพทยก็เปนเหมือนโอกาสที่ดีที่ไดทำงานเพื่อประชาชน เปนโอกาสที่ คนในอาชีพอื่นเปรียบเทียบเทาก็ยาก เพราะวาหมอ พยาบาลก็ดีไดดูแลชีวิตคน ตั้งแตในครรภมารดาจนถึงเชิงตะกอน แลวก็ตองถือวาสังคมเขาใหสัญญาพิเศษ (สัญญาประชาคม หรือ social contract) เขาอนุมัติเปนพิเศษ ใหหมอเขามา เกี่ยวของในเรื่องของชีวิต เพราะชีวิตเปนเรื่องสวนตัว เขาไมยอมใหคนอื่นไปรู ไปดูเลือดเขา ไปดูหัวใจเขา ไปดูดีเอ็นเอเขา “ที นี้ ใ นสั ง คมในป จ จุ บั น ที่ ค อ นข า งไร ศี ล ธรรม เพราะว า โลกนี่ ยึ ด ถื อ เอากำไรเป น ที่ ตั้ ง ซึ่ ง เป น แนวคิ ด ฝรั่ ง เขามาจากพื้ น ฐานของการแย ง ชิ ง ยึดดินแดน สรางความร่ำรวย แลวก็ถือกำไรเปนศูนยกลาง เราก็จะทำทุกอยาง เพื่อผลประโยชน ทำลายสิ่งแวดลอมก็ได เรียกวาโลกเสียศีลธรรม “อาชีพแพทยเปนปราการสุดทายทางศีลธรรม” ถาอาชีพนี้ลมเหลว ไปอีก ประชาชนจะหมดศรัทธาวาความดีมีอยูจริง แตแนนอนวาแพทยก็โดน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 228
กระแส กระแสของความร่ำรวย ถึงแมผลประโยชนจะเขามาเกี่ยวของ แตลึกๆ ในใจมนุษยมีเมล็ดพันธุความดีงามซอนอยู อยางในสมองเรามีสวนที่สามารถ รับรูความรูสึกของผูอื่น และไวมาก เรียกวา social brain อยูตรง prefrontal lobe จะอารมณผูอื่นจากสีหนา สุมเสียง body movement พอรับรูมันแลว ธรรมชาติ ก็จะเกิดความเห็นใจ ที่เรียกวา empathy แลวก็จะเกิดอีกอันที่มีอยูในตัวทุกคน คือ altruism คือ ความอยากทำเพื่อเพื่อนมนุษย “ตองรับรูความทุกขยากของผูคน อยาเอาแตตำรา เพราะตำรานั้นไมมี ชีวิต ตองมองใหถึงแววตาคน การมองแววตาคนที่มีความทุกขยาก และรับรู ทำใหเกิดความเห็นใจ จะกระตุนพลังจิตสำนึกในตัว ตองดูตัวอยาง เจาชาย สิทธัตถะทานอยูในวัง ไดเรียนรูศิลปะวิทยาทั้ง 18 สาขา แตทรงหนีจากวัง ก็ สังเกต สัมผัสความจริงของชีวิต เจอคนแก คนเจ็บ คนตาย ก็เกิดพลังจิตสำนึก ในคำสองคำที่รวมเปนคำวา “คนไข” เรามักเห็นแตคำวา “ไข” เห็น เชื้อมาลาเรีย เห็นโซเดียมเทาไร กลูโคสเทาไร แตไมเห็น “คน” ไมเขาใจถึง ความรูสึกนึกคิด ชีวิต ครอบครัวเขา เศรษฐกิจเขา สังคม เวลาเรารักษาก็ รักษา “ไข” ไมรักษา “คน” “ลองอ า นเรื่ อ ง บั น ทึ ก เวชกรรมไทย ผมเขี ย นเอาไว ตั้ ง เป น สิ บ ป แ ล ว มีเรื่องเกี่ยวกับการรักษา “ไข” ไมรักษา “คน” หลายเรื่อง ยกตัวอยาง เคยมีคนไข มาจากตางจังหวัด เปน CA Liver หมอก็ตรวจ liver function liver biopsy อะไรตออะไร อยูมาสองเดือนคนไขตาย หมอไมรูเลยวาครอบครัวเขาไมรูวา คนไขเปนอะไร เสียคาใชจายก็ตองขายที่นา พอเขาตายแลวก็ไมมีท่ีนาทำกิน ก็เพราะหมอไมไดคุยกับเขาเลยวามาอยางไร เสียคาใชจายอยางไร สนใจแต เซลล ถาไดคุยกันไดอธิบาย เขาอาจมีทางเลือกอื่น วาโรคนี้ไมหาย อาจไปอยูที่ โรงพยาบาลใกล บ า นน า จะดี ก ว า เขาก็ อ าจจะเก็ บ ที่ น าไว ไ ด ถ า เราไม ส นใจ ก็จะกอทุกขใหเขาโดยไมรูตัว “เรื่องจิตใจ ความรูสึก ความละเอียดออน อะไรตางๆ เมื่อหมอจบใหม ไปทำงาน สวนใหญแทบจะไมมีความสุข อยากกลับเขาเมือง เพราะการศึกษา เราไดแยกตัวจากวัฒนธรรมอันเปนวิถีชีวิตรวมกันของชุมชนที่สอดคลองกับ สิ่ ง แวดล อ ม เลยไม เข า ใจว า วั ฒ นธรรมเป น วิ ถี ชี วิ ต ที่ ค นอยู กั บ คน คนอยู กั บ
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2299
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
สิ่งแวดลอม ทำใหตองพัฒนาความรู สติปญญาที่จะอยู และอยูใหไดดี เกิด ขนบธรรมเนียมในการอยูรวมกัน อยูกับธรรมชาติ การรักษาตัว การไกลเกลี่ย ความขั ด แย ง รวมถึ ง สุ น ทรี ย ธรรม เรี ย กว า “ภู มิ ป ญ ญา” คื อ ป ญ ญาทาง วัฒนธรรม สิ่งเหลานี้มากอนปญญาทางวิทยาศาสตร “การศึกษาของเราอยูนอกวัฒนธรรม การลงไปทำงานในชุมชนก็เลยทำ ไมได เพราะมันไมเคย นอกจากบางคนที่ชอบ ก็จะมีความสุข เชนนั้นถาจะ แนะนำ ก็ใหลงไปสัมผัสชีวิตชาวบาน ลงไปคุยกับชาวบาน ไมเชนนั้นเราจะเอา มิ ติ ตั ว เองเป น ตั ว ตั้ ง แล ว จะไม เข า ใจชาวบ า น ในที่ สุ ด ก็ จ ะเกลี ย ดชาวบ า น ยกตัวอยาง ทุกตำบลก็จะมีคนเกษตรตำบล ก็มีคนไดไปคุยที่ขอนแกนเมื่อนาน มาแลว ถามวาในพื้นที่ที่คุณรับผิดชอบนี้ใครพึ่งตนเองได ใครพึ่งไมได เขาบอก ว า “ผมไม รู ห รอกครั บ ผมเกลี ย ดมั น ผมไปบอกไปสอนอะไรมั น ก็ ไ ม เชื่ อ ” เหมือนกัน ทุกอาชีพเรารูมากทางเทคนิคอยางการใสยา ใสปุย แลวเอาไปสอน เขา แลวพอเขาไมเชื่อ ก็ไมมีความสุข เพราะเราขาด human dimension ปรากฏ วาคนที่ไปชวนคุยชื่ออาจารยบัญชร แกก็ไปคุยกับคนในหมูบาน วาทำอยางไร ติดขัดตรงไหน สร า ง human contact คุ ย กั น ให เ ห็ น ถึ ง แววตาเขา ลงไปให รู ว า ปญหามีอะไร ขาดเหลืออะไรบาง วิธีนี้ไดผล 100%! “อยากใหลงไปคุยกับชาวบาน จนกวาจะเขาใจวิถีชีวิตของเขา จนกวาจะ กระตุนสิ่งที่มีอยูในตัวเอง คือความเห็นใจ ความอยากทำเพื่อเพื่อนมนุษย ซึ่งเรา มีอยูแลว แตเราไมเคยเจอ เพราะระบบไมเคยสอนมาแบบนั้น ความรูทำใหเรากลัว กลัววาไมเกงอะไรตางๆ แตจิตสำนึกจะทำให เรามีความกลาหาญที่จะทำเพื่อเพื่อนมนุษย นี่คือเคล็ดลับ “เวลาดูคนไข ตองไปเคลียรถึงชีวิตเขา ใหเห็นถึงความยากลำบากของเขา ยกตัวอยาง ผูหญิงคนหนึ่งเปนธาลัสซีเมีย แตไมเคยมีใครถามถึงความทุกขของ เขา เขาวาความทุกขอันดับหนึ่งของเขาคือเรื่องอาหาร ไมเคยมีใครรูเลยวาเขา เปนมุสลิม มาสนใจดูแตวา hemoglobin type อะไร ไมรูเลยวาอาหารที่จัดมาให เขากินไมได”
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 230
ในทรรศนะของนายแพทยประเวศ วะสีนั้น จุดหมายสูงสุดทางการแพทย ควรเปน การที่ทั้งประเทศจะมีระบบสุขภาพที่ดี ทั่วถึง และเปนองครวม “อยากเห็นคนไทยอยูรวมกันอยางสันติ มีสุขภาพที่ดี มีสิ่งแวดลอมที่ดี การรักษาคนในปจจุบันอยูปลายทอ รอรับสิ่งที่กำลังเขามาๆ รักษาอยางไรก็ รักษาไมไหว และสวนมากรักษาไมได แตใชความพยายามเขาเยอะ ใชเงินเยอะ มากแตชวยคนไดนอยมาก “มีเรื่องที่อยากเลาใหเห็นเปรียบเทียบกัน ตำบลโนนสมบูรณ มีแพทย คนหนึ่งเขา train คนในสถานีอนามัย เชนพนักงานอนามัยหรือพยาบาลเพื่อเปน นักสุขภาพครอบครัว (นสค.) แตละคนดูแลคน 1,200 คน ครอบคลุมคนทุก คนในพื้นที่ และเก็บขอมูลในคอมพิวเตอร รูหมดทุกอยาง น้ำหนักสวนสูงเทาไร ความดัน น้ำตาลเทาไร ใหการดูแลอยางดี ไปถึงบานคนไข คนไขมีปญหาก็ โทรศัพทติดตอไปหาไดทันที เปนบริการที่ดีที่สุด ที่โรงพยาบาลใหญๆ ไมมี ใช เพียงมอเตอรไซค คอมพิวเตอรโนตบุค โทรศัพท อยางละอันเทานั้นเอง “ผูแทนองคการอนามัยโลกที่เปนคนอเมริกันไดไปดวยบอกวา อยากให มีเชนนี้ที่อเมริกาบาง อเมริกายังไมมีบริการที่ดีขนาดนี้ “โรคเบาหวานเปนโรคตองการ personal care และตอเนื่อง ซึ่งบริการ ของโรงพยาบาลใหญๆ ใชเงินเยอะแตทำไมได งานเชนนี้เปนที่ตองการมากคือ family doctor บางครั้งก็ไมใชแพทย แตเปนเจาหนาที่อนามัย อยางนักสุขภาพ ครอบครัวที่บอก ถาทำไดทั่วทั้งประเทศ ดูแลเบาหวาน ความดัน เราจะตัดภาระ โรคลงไดเยอะมาก “เราตองใชประชาชนเปนตัวตั้ง แลวจะทำใหเกิดทางใหมๆ ริเริ่ม ไมเชน นั้ น ความคิ ด เราก็ จ ะซ้ ำ ๆ เดิ ม ๆ ใช เจ า หน า ที่ ชุ ม ชนจะตั ด ภาระลงได เ ยอะ คาใชจายถูกมาก ไมตองสรางตึกใหญๆ ยกตัวอยางอเมริกาเปนประเทศที่ร่ำรวย ที่สุด เทคโนโลยีกาวหนา บุคลากรมีความรูมาก แตไมไดการันตีวาจะไดรับ บริการที่ดี คนอเมริกัน 40 ลานคนไมมีประกันสุขภาพ และคาบริการแพงมาก เมื่อเจ็บปวยจึงไมกลาไปพบแพทย เพราะขึ้นกับ “ระบบ” เราจะไมคอยคุน เพราะเราเรียนเรื่องเรื่องระบบนอย แตไดลองไปทำงานชนบทสักพัก ไปสัมผัส
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2311
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จริ ง ๆ จะเข า ใจ ทุ ก วั น นี้ เราเรี ย นกั น แต เรื่ อ งเทคนิ ค จะจั ด การระบบไม เ ป น ความจริงเราเลือกไดวาจะเปนอะไร ไมใชวาทุกคนตองเปนเหมือนกัน แตถา อยากเปนผูนำก็ตองรูจักการจัดการใหเปน เรื่องเหลานี้เรียนรูไดในชนบท” แตสำหรับสังคมเมืองนั้น อาจารยกลับมีความเห็นวา ทำไดยากกวา ดวยบริบทของลัทธิทุนนิยมที่รัดเขามาจนแทบไมมีทางจะขยับตัวได “ในเมื อ งนั้ น ทำได ย ากเต็ ม ที เพราะมี ทั้ ง โรงพยาบาลเอกชน มี ช าว ตางชาติเขามารับบริการอีก ทำใหกระทบทั้งระบบ จนตองกลาววา :“ความดีทำไดยากมากในสังคมปจจุบัน” “รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขประเทศฟลิปปนสสมัยนางอาคิโนเปน ประธานาธิบดี เคยพยายามใหใชยา generic name ซึ่งถูกกวา trade name มาก เชน ยา Prozac ยา trade name เม็ดละ 40 กวาบาท แตยาตัวเดียวกันของ องคการเภสัช เม็ดละ 99 สตางค ตางกัน 40 เทา ปรากฏวาไมสำเร็จ เพราะถูก บริ ษั ท ยาฟ อ ง ว า ทำลายผลประโยชน ข องบริ ษั ท ยา เรี ย กว า สั ง คมป จ จุ บั น “ผลประโยชนมันล็อคกันอยู” ทำอะไรดีๆ ยาก นอกจากนี้สถานการณสังคม เมือง กำลังเปน “medical hub” คนดีใจเพราะมีคนไดประโยชนมาก โรงพยาบาล ก็มีกำไรใหเงินเดือนหมอไดเปนแสน ทำใหเกิดการดึงตัวแพทยจากโรงพยาบาล รัฐสูเอกชน ชนบทก็ยิ่งขาดแคลนแพทยมากขึ้น ตรงนี้การจัดระบบสุขภาพที่ดีก็ จะพอมีสวนชวยไดบาง” อีกหนึ่งปญหาที่วงการแพทยยุคใหมตองเผชิญ ก็คงหนีไมพน “ปญหา การฟองรองแพทย” ซึ่งเหมือนหนามยอกใจของแพทยฝกหัดทั้งหลาย ในเรื่องนี้ ทานก็อธิบายสาเหตุใหฟงวา “การฟ อ งร อ งแพทย เริ่ ม จากในอเมริ ก า ทุ ก อย า งขึ้ น กั บ การฟ อ งร อ ง นั่งรถไปดวยกัน แฟนขับรถเกิดอุบัติเหตุ ก็ยังฟองแฟน แลวก็มีทนายความเขา มาเกี่ยวของ ยุใหฟอง ถาแพไมคิดเงิน แตถาฟองชนะไดเงินก็แบงกัน คนก็จึง ฟองเยอะ “สวนสาเหตุการเกิดการฟองรองในไทย อันที่หนึ่งเกิดจากระบบบริการ ไมดี สถานบริการมันแนน หมอไมมีเวลาดูคนไขละเอียด ความผิดพลาดเกิดได
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 232
งาย พอมีการเสียชีวิต แมจะไมใชความผิดพลาดของแพทย แตพอพอเขา ลูกเขา สามีเขาตาย เขาจะเสียใจมาก เขาก็จะโทษวา “โรงพยาบาลเปนโรงฆาสัตว” เขาพูดอยางนั้นจริงๆ นี่เปนความขัดแยงกัน “อีกสวนหนึ่งคือแพทยพูดกับเขาไมเพราะถาแพทยมีน้ำใจ ทำผิดพลาด เขาก็ไมฟอง ที่ไตหวันมีโรงเรียนแพทยมูลนิธิพุทธฉื่อจี้ ที่นั่นไมมีการฟองรองกัน เพราะตั้งแตนักศึกษาแพทยเขาจะ train จะดีกับคนไขและญาติคนไขมาก เขารัก หมอก็เลยไมฟองหมอ” ทั้งทานยังไดทิ้งขอเสนอแนะการปองกันและแกไขวิกฤตการณฟองรอง แพทยเอาไวดวย “ขอแรกเราตองเชิงรุก และสรางสุขภาพในชุมชน จะไดลดภาระงาน หมอ ทำใหทำงานไดดีขึ้น แตแมจะทำดียังไงก็อาจจะผิดพลาดได โรงพยาบาลจึง ควรสรางระบบเช็คความปลอดภัยในการรักษา ปองกันในทุกขั้นตอน เชน เมื่อปกลายที่โรงพยาบาลขอนแกนผาตัดตาแลวคนไขตาบอดไปสิบคน ก็ไมใช ความผิดหมอ เพราะไปไลดูเกิดจากตัวน้ำยา contaminate พอเกิดเรื่องก็จะ โกลาหลมาก แตที่นั่นเกง ออกมาดูแลคนไข รับผิดชอบตางๆ กลายเปนวาคนไข เห็นใจหมอ ดังนั้นตัวโรงพยาบาลตองมีระบบในการดูแลเวลาเกิดเรื่อง มีการ รับผิดชอบที่ดี ปลอยใหหมอที่รักษาเผชิญไมได เพราะหมอก็เหนื่อยอยูแลว ยิ่งมาถูกฟองอะไรตออะไรก็เหนื่อยเขาไปอีก “ถาฟองรองขึ้นมาก็เสียหายทุกฝาย ตอไปคนไขตองจายแพงขึ้น สวน หมอก็ไมอยากดูคนไข เพราะกลัวถูกฟอง แลวหมอทุกคนตองจายคาประกันการ ถูกฟอง คาประกันก็แพง ไปสะทอนออกที่คาบริการก็แพง “ป ญ หา พรบ. การทะเลาะทุ ก วั น นี้ เ ป น เพี ย งปลายเหตุ เป น ความ เขาใจผิด จริงๆ วัตถุประสงคคือจะลดการฟอง แตหมอเขาใจผิดวาจะฟองกัน มากขึ้น (หัวเราะ) คือคนไขที่มีความเดือดรอน จะจายคาชดเชยใหโดยไมตอง คำนึ ง ถึ ง ว า ใครผิ ด ใครถู ก ก็ จ ะลดความทุ ก ข ร อ นของเขา ลดโอกาสที่ เขาจะ ฟองรอง แตหมอเขาใจวาการจายเขานั้นเปนการยอมรับวาเราผิด เปนความ เขาใจตาง เขาตองการทำงานรวมกัน ตั้งวัตถุประสงครวมกันวาหนึ่งใหคนไข ปลอดภัยที่สุด คนไขเขาคงอยากใหญาติพี่นองของเขาปลอดภัยมากกวาจะได
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2333
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
เงิน และมีการฟองรองแพทยนอยที่สุด” และนอกจากทางดานระบบในโรงพยาบาลที่ดีแลว แพทยแตละคนก็ สามารถมีบทบาทในการปองกันการฟองรองได “ดู แ ลคนไข ด ว ย “หั ว ใจเพื่ อ เพื่ อ นมนุ ษ ย ” คนไข จ ะรู จากน้ ำ เสี ย ง แววตา ถาเรามีความเมตตาตอเขา รักษาก็หายงายกวา อยางที่บอกวาสมองคน เรารับรูได ถาหมอดุ แววดาก็ดุ บางทีก็มีรังสีอะไรออกมา คนไขเขาจะรูแลวจะ เครียด รักษาโรคแลวหายยาก ถาเราคุยกับเขาดีๆ เหนื่อยไหม เปนอยางไร บาง เขาจะรูสึกดีมาก อีกอยางคนไขชอบใหมือสัมผัส ชอบใหแตะตัว เหมือน ตอนเราเด็ ก ๆ เป น ไข แม เ อามื อ มาอั ง หน า ผากเราก็ รู สึ ก ดี ขึ้ น บางที ค นไข เรียกรอง “หมอจับ ‘ชีพจร’ ใหฉันหนอยไมไดเหรอ” อยากใหจับชีพจรใหนะ “เดี๋ยวนี้มีแคมเปญการดูแลสุขภาพดวยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย มีระบบ บริการที่ดูแลดวยหัวใจความเปนมนุษย ถึงจะทำพลาดก็ไมฟองหมอ เพราะ คนไขรักหมอ และรูวาหมอรักเขา เหมือนที่มูลนิธิพุทธฉื่อจี้ ที่นั่นเวลาจะทำอะไร จะใหอะไรใคร คนใหตองกมศีรษะต่ำกวาคนรับ ตองแสดงความเคารพคนรับ เพราะเขาใหโอกาสเราทำ ประการที่สองตองมีความรูวิชาการดีที่สุด ก็จะพลาด นอย” ดังนั้นการเริ่มตนเขาไปพูดคุยกับผูปวยและญาตินั้น จึงตองใช “ใจ” เปน ตัวนำ “นึกวาเขาเปนญาติเรา ไปคุยวาเขามีความทุกขอะไร วิชาการไมไดทิ้ง แตอยาใชความรูนำ ใชใจนำ จะสงบสบายกวากันเยอะ คลายความเครียดลงไป มาก ถาใชความรูนำเราจะเครียดวากลัวเขาจะวาเราไมรู กลัวเรารูนอย คนนั้น เขาจบปริญญาเอก จบเมืองนอก ถาใชใจเราก็ไมตองกังวล” สวนประเด็นเรื่องการไมยื้อวาระสุดทายของชีวิต (do not resuscitation) ซึ่งเปนประเด็นละเอียดออน เปนที่ถกเถียงพอสมควรในปจจุบัน ทานก็มีความ เห็นวา ควรเปนเรื่องของระบบโรงพยาบาล มีระบบโรงพยาบาลมีหนาที่ดูแลใน การคุยกับญาติหรืออะไรตางๆ โดยตรง ในระหวางสัมภาษณ หลายครั้งที่อาจารยไดกลาวถึงระบบ ทำใหพวกเรา ตั้ ง คำถามว า แล ว หากระบบของโรงพยาบาลที่ ไ ด ไ ปอยู นั้ น ไม ส อดคล อ งกั บ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 234
การแพทยเพื่อเพื่อนมนุษย จะทำอยางไรเพื่อเปนการเริ่มตนการเปลี่ยนแปลง ทานอาจารยก็ไดชี้แนะ สูตร “INN” เพื่อจุดประกายการสรางสรรคความดี ดังนี้ I : individual คือการเห็นสำนึก ศักดิ์ศรี คุณคาความเปนคนในตัวเอง เราทำสิ่งดีๆ ได เราจะมีสำนึก และมีความสุขดวย ไมงั้นมักจะถูกมายาคติบดบัง N : node คือการเกิดกลุมคนที่ถกู อัธยาศัยกัน คนนอยๆ เจอกันบอยๆ ทำอะไรรวมกัน มีกลุมเยอะๆ หลากหลายตามความสนใจ ทำอะไรที่แตกตางกัน มากมายจริงๆ คนเราอยากทำอะไรดีๆ เยอะนะ คำถามวา “ควรจะทำอะไรจึงจะดี” อาจารยระพี สาคริก ทานเคยตอบไววา 1. ทำอะไรก็ไดทชี่ อบ เพราะทำในสิง่ ทีช่ อบความประณีตก็จะเกิดขึน้ งาย 2. ทำแลวจะเกิดความสุข 3. พยายามทำอยางประณีต ใหเปนศิลปะ เปนความงามหลอเลี้ยง จิตใจ เราดูแลคนไข เขียนรายงานอยางปราณีต ก็เปนศิลปะ เกิดความงามได เสมอ 4. ศึกษาคนควาเรื่องนั้นใหลึกขึ้น ก็จะเจอสิ่งดีๆ เอง “แปลความใหฟง เหมือนนิทานตาบอดคลำชาง ถาเรารูจักชาง ทั้งตัว จะคลำตรงไหนก็ไมเปนไร เรารูวาเปนชางตัวเดียวกัน เราคลำตรงไหนที่ชอบ คลำตรงขาชาง คลำตรงหางชาง คลำ ตรงหู ช า ง ตรงไหนก็ ไ ด แล ว คลำลึ ก ๆ ขึ้ น ก็ ม าเจอกั น เอง เพราะเปนชางตัวเดียวกัน ความจริงเดียวกัน ขึ้นอยูกับจะไปจับ เอาแงมุมไหน” “การจัดตั้งกลุมทำใหสบายใจ ไมโดดเดี่ยว อยูเดี่ยวๆ มันบีบคั้น เหมือน เดินทางไปตางประเทศคนเดียวจะเครียด ถาเดินทางเปนกลุมจะสบายใจ เพราะ ชวยๆ กัน มีความหลากหลาย ไมตองซ้ำกัน เชน อาจจะคนนี้ทำเรื่องการศึกษา คนนี้ทำเรื่องสิ่งแวดลอม และกลุมควรเล็กพอที่จะมีความสุข รูจักกัน เชื่อถือไว วางใจที่เรียกวา trust ซึ่งกันและกัน จะมีความสุข และทำอะไรสำเร็จไดงาย” N : network คือการสรางโครงสรางที่เรียนรูจากกัน แตไมมีใครขึ้น กับใคร ตางจากแบบเดิมที่เปนการจัดโครงสรางแนวดิ่ง (หัวหนาสั่งการลูกนอง)
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ 2355
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
จะอยูในความบีบคั้น ไมมีความสุข และนอกจากนี้การมีเครือขายชวยเหลือยัง ทำใหเราสามารถลงมือทำสิ่งดีๆ ไดเอง ไมตองไปรออนุมัติใครที่ไหน เริ่มตั้งแตคนหนึ่งคน ที่เชื่อมั่น ศรัทธาในความดีงาม และพลังใน ตั ว เอง จั บ มื อ กั น เปนกลุ มเล็กๆ แตเข มแข็ง ทรงพลั ง เหมื อ นหมุ ด ที่ยึ ด สายใยทุ ก เส น ซึ่ ง โยงเข า หากั น ก อ นถั ก ทอเป น ผื น ตาข า ยแห ง คุ ณ ธรรม เหนียวแนน อันจะนำไปสูเปลี่ยนแปลงประเทศและการพัฒนาอยางยั่งยืน นี่คือ “สูตรลับ” ที่อาจารยไดฝากไว อย า งไรก็ ต าม สำหรั บ แพทย ที่ เ ปลี่ ย นไปตามกระแส จนไม ส ามารถ คงอุดมการณความอยากชวยเหลือเพื่อนมนุษยไวได ทานก็มีความเห็นอยาง เปนกลาง “ก็เปนอยางนั้นเปนสวนใหญ ไมแปลกที่เปนแบบนั้น แลวแตเรา เปน ทางเลือก จะไปพูดวาทุกคนควรเปนอยางไรก็คงไมได ชีวิตเรา เราเลือกเปนได” แตถามั่นใจ ตองการเตรียมใจเพื่อเปนแพทยที่มีปณิธานเพื่อเพื่อนมนุษย นั้น ก็ทำไดไมยากเย็น “ลองไปสัมผัสความทุกขยากที่มีอยูเยอะแยะในโลกนี้ ในสลัมก็ได ใน ชนบทก็ได แลวจะรักชาวบาน ที่จริงนักศึกษาเรานี่มีเปนแสนๆ คน ลองคางบาน ชาวบานดูนะ คนละอาทิตยสองอาทิตย ยิ่งจนยิ่งดี เขาหากบหาเขียดมาใหกิน จะรักเขามากเลย นักศึกษาเรามีตั้งเยอะ ไปไดครบทุกหมูบาน ไปพูดคุยกับเขา ประเทศนี้จะเปลี่ยนเลย” ทิ้งทาย ทานอาจารยประเวศก็ไดฝากคำแนะนำใหแพทยจบใหมทุกคน “มนุ ษ ย เราเรี ย นรู จ ากความผิ ด พลาด เหมื อ นเราเดิ น ได ก็ เ คยล ม กั น มากอนทุกคน กวาจะขี่จักรยานเปน มีใครไมเคยลมบาง ขี่จักรยานเปนเพราะ เคยลม เพราะฉะนั้นในชีวิตเจอความผิดพลาดความลมเหลว อยาไปรังเกียจมัน เราเรียนรูจากมันไดเยอะ “เรียนรูจากทุกอยาง” เรียนรูจากเพื่อน จากคนไข จากคนขายขนมเวลาไปซื้อของกิน แลวมันก็สนุก “แล ว ก็ อ ยากให ล องไปศึ ก ษางานท า นพุ ท ธทาส อาจจะยั ง ไม เข า ใจ ก็อานๆ ไปเรื่อยๆ อานใหมีความสุข เดี๋ยวนี้มีหอจดหมายเหตุที่สวนรถไฟ อั น นี้ พู ด นี่ ก็ อ ย า หาว า เป น การโฆษณา เพราะผมเป น ประธานมู ล นิ ธิ ห อ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 236
จดหมายเหตุพุทธทาส (หัวเราะ) งานของทานมีเยอะ และจะถูกจริตของคนที่ เรียนวิทยาศาสตร “สิ่ ง ที่ เราต อ งการมากที่ สุ ด คื อ ความสุ ข ทำอะไรมี ค วามสุ ข แล ว เราจะ อยากทำซ้ำๆ ทีนี้มีหลักวาการเห็นความทุกขคนอื่น แลวความทุกขของเรามันจะ ลดลงไปเอง จิตใจมันก็จะกวางขึ้น ไมเชนนั้นเราก็จะคิดถึงแตเรื่องของตัวเอง “ตอนนี้ เราก็ จ ะสนใจกั น เรื่ อ งจิ ต สำนึ ก ใหม (new consciousness) ถาสนใจเร็วจะไดกำไร ไมงั้นจิตจะอยูกับตนเอง บีบคั้นแลวจะอยูในที่แคบ เอา งายๆ คือฝกเจริญสติ ก็มีเทคนิคมากมาย อันนี้ก็จะลดปญหาตางๆ ไปเยอะ ปจจุบันมีหนังสือใหอานมาก เชนของ Tolle เขาเปนคนที่มีความทุกขมาก จะฆา ตัวตายหลายครั้ง เชาวันหนึ่ง เขาก็ทนไมไหว วันนี้ตองตายใหได แลวก็พูดขึ้นมา วา “I cannot live with myself any longer! ” พอพูดคำนี้แลวเกิดกระตุกใจ โดยไมรูตัวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในตนเอง ไปนั่งที่ใดก็มีความสุข ความทุกขหาย ไป เขาเขียนหนังสือชื่อ “The power of now” ปกติเราจะอยูแตในความคิด ทุกขไปในอดีต วิตกกังวลอนาคต ถาเราอยูกับปจจุบันเมื่อไร เราจะสัมผัส ความจริง เจอวิถีแหงความสุขที่ราคาถูก เรียกวาเปน “Happiness at no cost” ความสุขมันเกิดจากความสงบและสงบจากความคิด “ความไมรู (อวิชชา) ทำใหเกิดความคิดปรุงแตง ในที่สุดความคิดปรุงแตง จะทำใหเกิดความทุกข คือ ปฏิจจสมุปบาท (กระบวนการเกิดขึ้นและดับไปของ ทุกข) ” แลวทายที่สุด เราจะรูไดอยางไรวาสิ่งที่เราทำไปนั้นดีพอหรือยัง? “ไมตองคิดมากขนาดนั้น ทำไปเรื่อยๆ นะ ไมตองเครียดเกิน (หัวเราะ)”
¢Í¢Íº¤Ø³ ÍÒ¨Òà·ÕèàÁμμÒãËŒ¢ŒÍ¤Ô´´Õæ á¡‹¾Ç¡àÃÒ
¼ÙŒÊÑÁÀÒɳ ÍÒ¨ÒÃÂ
อาจารยสุวิทย วิบุลผลประเสริฐ อาจารยวิจารณ พานิช อาจารยโกมาตร จึงเสถียรทรัพย อาจารยประเวศ วะสี
นางสาววรรณสิริ คุปตนิรัติศัยกุล นางสาววิไลพร มนูญตระกูล นางสาวชลิตา ละกำปน นางสาวชุลีพร จารุธรรมโสภณ นางสาวสริตา เทพโพตานนทฃ นายอังกูร เหลืองอราม นายเจนวิทย วงศบุญสิน นางสาวนิชาดา นิมมาวิชญ นางสาวรัฐฐากร ปนพัฒนพงศ นางสาวณิชชากร ตั้งสถาพร พาณิชย นศพ.ศศิวิมล ไวทยวงศสกุล
¢Íº¤Ø³á¾·Â ÃØ‹¹¾Õè·ÕèãËŒ¤ÇÒÁª‹ÇÂàËÅ×Í áÅÐʹѺʹع¾Ç¡àÃÒ อาจารยบุษกร อนุชาติวรกุล นายแพทยอุกฤษฏ มิลินทางกูร นายแพทยพงศเทพ วงศวัชรไพบูลย นายแพทยวิชัย โชควิวัฒน
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 238
¼ÙŒÃ‹ÇÁẋ§»˜¹º·¤ÇÒÁ´Õæ รัตนาดิศร ขุมทรัพยเพชร นายสมคบ ปน นศพ.ดุษวรรณ สุวรรณวงศ Ext.ปณณวัฒน มงคลรัตนกูล Ext. ชเนษฎ ศรีสุโข นพ.ธนพัฒน เลิศวิทยากำจร นพ.ศุภกัลป จันไพบูลย นพ.อดิศักดิ์ กิตติสาเรศ พญ.สิริพร พงศภัทรภัค พญ.ปยะรัตน ลิมปวิทยากุล พญ.เพ็ญนภา กวีวงศประเสริฐ พญ.อังคณา นาคอุบล
พญ.ศุภมาส อำพล นพ.ละเอียด นาคใหม นศพ.ศศิวิมล ไวทยวงศสกุล นศพ.อภิชญา สุขประเสริฐ พญ.ศุภรัศมิ์ ทวนนวรัตน นพ.กสิวัฒน ศรีประดิษฐ นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง นพ.ปยภัทร ชุณหรัศมิ์ นพ.วศิน แมตสี่ นพ.รัฐพัฒน กลัดแกว นพ.ปุณยวีร ศรีคิรินทร พญ.อัจราวดี พันธุมณี
¼ÙŒÃ‹ÇÁẋ§»˜¹º·¤ÇÒÁ´Õæ พญ.ชอทิพย กันทะวงค นพ.กิติศักดิ์ เกษตรสินสมบัติ นพ.สมพนธ นวรัตน พญ.ธัญญาภรณ รัตนวิชัย
นพ.อิทธิพล อุดตมะปญญา นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน นพ.อุดมศักดิ์ แซโงว
ÊÁÒªÔ¡¼ÙŒ¡‹ÍμÑé§à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ นพ.ศุภชัย ครบตระกูลชัย พญ.ภัทราภรณ พุมเรือง พญ.ศุภมาส อำพล
ร.ต.นพ.ปริญญา สมัครการไถ นพ.อภิรักษ ปุสวิโร นพ.วราวุธ เมธีคีรีวัฒน นพ.จักรพงศ รูปติวิริยะ นพ.จิราฉัตร สกุลเจียมใจ
2399
ÁÙŹԸÔá¾·Â ª¹º·
นพ.อดิศร รัตนโยธา
แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดเชียงราย ศิริราช รุน 115 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดเลย รามาธิบดี รุน 40 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดเลย ศิริราช รุน 115 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดเชียงใหม เชียงใหม รุน 47 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดสมุทรปราการ ศิริราช รุน 115 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 รพ.คายจิรประวัติ พระมงกุฎ รุน 30 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดนาน รามาธิบดี รุน 40 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดสุพรรณบุรี ศิริราช รุน 115 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดนครปฐม ศิริราช รุน 115 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดเชียงราย เชียงใหม รุน 47
à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹
พญ.เพ็ญนภา กวีวงศประเสริฐ
ÊÁÒªÔ¡¼ÙŒ¡‹ÍμÑé§à¤Ã×Í¢‹ÒÂá¾·Â ÂØ¤ãËÁ‹ นพ.อุดมศักดิ์ แซโงว พญ.พรพยอม นุมประพฤติ นศพ.นิธิวัชร แสงเรือง นศพ.ชเนษฎ ศรีสุโข นศพ.พันตรี เกิดโชค นศพ.เกศณี รมโพธิ์ทอง นศพ.ดุษวรรณ สุวรรณวงศ
¨Ò¡¾Õè...ÊÙ‹¹ŒÍ§
2 240
นศพ.อภิชญา สุขประเสริฐ นศพ.วิริญจน เตียวศิริทรัพย นศพ.เจนวิทย วงศบุญสิน นศพ.ณิชชากร ตั้งสถาพรพาณิชย นศพ.ภูดิศ บัวประเสริฐ
แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 จังหวัดภูเก็ต สงขลานครินทร รุน 32 แพทยเพิ่มพูนทักษะ 1 ศิริราช รุน 115 นักศึกษาแพทยป 6 รามาธิบดี รุน 41 นักศึกษาแพทยป 6 รังสิต รุน 17 นักศึกษาแพทยป 5 จุฬาลงกรณ รุน 26 นักศึกษาแพทยป 5 ศรีนครินทรวิโรฒ รุน 22 นักศึกษาแพทยป 5 สงขลานครินทร รุน 34 นักศึกษาแพทยป 5 รามาธิบดี รุน 42 นักศึกษาแพทยป 3 ศรีนครินทรวิโรฒ รุน 24 นักศึกษาแพทยป 3 ศิริราช รุน 119 นักศึกษาแพทยป 3 ศิริราช รุน 119 นักศึกษาแพทยป 3 ศิริราช รุน 119