Page 1

เรื่อง สื่อการสอนประเภทกิจกรรม

จัดทําโดย นางสาวปวีณสุดา ไชยสิทธิ์ 534144002 คบ.3 คอมพิวเตอรศึกษา นางสาวกัลยา ขันวงษ 534144046 คบ.3 คอมพิวเตอรศึกษา นางสาวสุรีรัตน เฉลาหอม 534144054 คบ.3 คอมพิวเตอรศกึ ษา นางสาวอานีซะ ยูโซะ 514110013 สังคมศึกษา นางสาวรพีพร แซวบุญเรือง 504110011 สังคมศึกษา

เสนอ อาจารย สุจิตตรา จันทรลอย รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของวิชาเทคโนโลยีการศึกษา(PC 9204) ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2555 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมูบานจอมบึง


คํานํา รายงานนี้เปนสวนหนึ่งของวิชาเทคโนโลยีการศึกษา(PC 9204) โดยมีจุดประสงคเพื่อการเรียนรูในวิชาเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับสื่อการ เรียนการสอนประเภทกิจกรรม

ซึ่งผูจัดทําได เลือกหัวขอนี้ เนื่องมาจากเปนเรื่องที่นาสนใจ ทางคณะผูจัดทําตอง ขอขอบพระคุณ อ.สุจิตตรา จันทรลอย ผูใหความรูและแนวทางการศึกษา หวังวารายงานฉบับ นี้จะใหความรูและเปนประโยชนกับผูอ านทุกๆทาน และหากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว ณ ที่นี้ดวย

คณะผูจัดทํา


1

สื่อการเรียนการสอนประเภทกิจกรรม ความหมาย กระบวนการการเรียนการสอนที่ผูเรียนมีสวนรวมในการลงมือกระทํา สื่อการสอนมี ความหมายกวางขวาง ครอบคลุมทั้งวัสดุ อุปกรณ และวิธีการตางๆ ที่นํามาใชเพื่อถายทอด ความรูและประสบการณใหแกผูเรียน กิจกรรมหรือวิธีการนับเปนสื่อการสอนที่มีศักยภาพสูงตอ การเรียนรูของผูเรียนทําใหบทเรียนกําเนินไปอยางสนุกสนาน นาสนใจ ผูเรียนทุกคนมีโอกาส รวมในกิจกรรมตลอดเวลา การใชวิธีการหรือกิจกรรมเพื่อการเรียนการสอนอาจตองใชวัสดุ อุปกรณเขามาชวย เพื่อสงเสริมใหผูเรียนเรียนรูไดดียิ่งขึ้น ลักษณะสื่อกิจกรรมที่ดี 1. ผูเรียนมีสวนรวมในการกําหนดวัตถุประสงค การทํากิจกรรม และประเมินผลกิจกรรม 2. ผูเรียนไดฝกฝนพฤติกรรมการเรียนทั้งทางดานความรู เจตคติ และทักษะผสมผสานกัน เปนบูรณาการอยางเปนระบบ 3. มีลักษณะของการกระทําเดนชัดดวยการกําหนดคําที่แสดงถึงการกระทําไวดวยทุกครั้ง 4. กําหนดเงื่อนไขสําหรับประกอบกิจกรรมไวชัดเจน สามารถวัดผล และสังเกตพฤติกรรม ของผูเรียนได 5. มีเกณฑหรือมาตรฐานในการดําเนินกิจกรรม กําหนดพฤติกรรมทีถ่ อื เปนระดับต่ําสุดที่ พึงพอใจ 6. ใชเวลาพอเหมาะที่ผูเรียนจะสามารถดําเนินกิจกรรมใหประสบผลสําเร็จ และกอใหเกิด ความภาคภูมิใจได 7. มีการชี้แนวทางหรือนําทางในการดําเนินกิจกรรมไดเดนชัด 8. กิจกรรมตองตรงกับเนื้อหาและจุดมุงหมายที่กําหนดไว 9. กิจกรรมไมมีความยุงยากสลับซับซอน มีความยากงายเหมาะสมกับวัยของผูเรียน 10. เปนกิจกรรมที่กอ ใหเกิดความคิดริเริ่มสรางสรรค


2

สื่อการสสอนประเภททกิจกรรมมีมี 6 ชนิด 1. นิทรรศการร 2. นาฏการ 3. การสาธิต 4. การใชชุมชนเพื ช ่อการศึศึกษา 5. สถานการณ ณจําลอง 6. การศึกษานนอกสถานที่ 7. กระบวนกาารกลุม 1. นิทรรรศการ ห ง การรจัดแสดงสิงของวั หมายถึ ่ สดุ อุอปกรณมีความสั ว มพันธกันในแตละะเรื่อง เพื่อเรราความ สนใจใหหผูชมมีสวนร น วมและเรียนรูดว ยการดู ฟง สังเกกต จับตอง และทดลองภ แ ภายใตจุดมุงหมาย ง อยางใดดอยางหนึ่ง หรื ห อจุดมุงหมาย โดยการใชสื่อหลายชนิด เชน แผนภาพ หุนจําลอง ขอองจริง นอกจากกนี้นิทรรศกการยังสามารรถจัดกิจกรรรมอื่น ๆ ปรระกอบ เพื่อให ใ เกิดความมสะดวก และรวดดเร็วในการสสื่อความหมมายกับผูชม

นิทรรศการ


3

คุณคาของนิทรรศการ 1. สงเสริมการทํางานเปนหมูคณะ ฝกความรับผิดชอบ กอใหเกิดความคิดสรางสรรค ในทางที่ดี 2. สื่อตาง ๆ ที่นํามาจัดแสดงสามารถสื่อความหมายสิ่งที่เปนนามธรรมใหเปนรูปธรรม ได 3. เปนการจัดการเรียนการสอนตามอัธยาศัย ผูเรียนมีอิสระในการเรียนรูดวยการดู ฟง สังเกต 4. สามารถนําความคิดที่กระจัดกระจายมารวมกันไวใหผูชมสรุปเปนความคิดรวบยอด ไดอยางถูกตอง หลักการออกแบบสําหรับนิทรรศการ การจัดนิทรรศการใหมีประสิทธิภาพในการเราความสนใจ และใหประสบการณที่ดีแก ผูชม ควรยึดหลักการออกแบบดังตอไปนี้ 1. ความเปนเอกภาพ หมายถึง การออกแบบทุกสิ่งทุกอยางในการจัดนิทรรศการให เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน 2. ความสมดุล หมายถึง การจัดสิ่งตาง ๆ ใหไดสัดสวนที่กอใหเกิดความรูสึกสบาย ไมหนักหรือเบาไปดานใดดานหนึ่ง 3. การเนน เปนการจัดสิ่งเราใหดูเดนเราความสนใจตามวัตถุประสงคในการจัด นิทรรศการองคประกอบตาง ๆ ที่เปนตัวเนนไดดี เชน เสน สี น้ําหนัก ทิศทาง ขนาด แสง เสียง เปนตน 4. ความเรียบงาย การจัดสิ่งเราใหมีความเรียบงายจะชวยใหรูสึกสบายสะดุดตา 5. ความแตกตาง เปนการจัดองคประกอบใหมีลักษณะแตกตางกัน ใหความรูสึกตัด กัน เพื่อความชัดเจนและโดดเดน 6. ความกลมกลืน เปนการจัดองคประกอบใหมีลักษณะใกลเคียงกัน ใหความรูสึก กลมกลืน นุม นวล ราบเรียบ


4

2. นาฏกการ ห ง การรแสดงตาง ๆ ที่จัดขึ้นสําหรับถายททอดความเขาใจระหว หมายถึ า างผูแสดงกับผูด ูการ แสดงนาฏการเปนการเสนอสิ ก ง่ าที่เปนขอองจริง หรือเสมื งเร เ อนของจจริง ซึ่งเปนเเหตุสําคัญทีท่ ําให ผูเรียนสสนใจ และเอือื้อประโยชนนใหเกิดการเรียนรูไดสะดวก ะ นาฏกการสามารถจจัดลําดับการรเสนอ เปนเรื่องราวใหผูเรียนเกิดความมรูสึกเสมือนว น าตัวเองเขขาไปอยูในเหหตุการณนนั้ ๆ ดวย

นาฏการ

คุณคาของนาฏการ ข บ ยนเปนจริ น งเปนจัง นาสนใจ เกิกิดความประะทับใจและจจดจําไดนานน 1. ทําใหบทเรี 2. นักเรียนได ย ฝกทักษะทางภาษา ษ า 3. สงเสริิมการทํางานนรวมกัน แลละเปดโอกาสใหนักเรียนได น แสดงอออกไดเขาใจจ 4. ฝกควาามคิดสรางสสรรคและกาารแกปญหารวมกัน 5. สรางแและเปลี่ยนแแปลงทัศนคติติของผูเรียนไปในทางที น ที่ดี 6. ชวยระะบายความเคครียดและสนนองความตองการตามธ อ ธรรมชาติขอองเด็ก ป ประเภทของ นาฏการ นาฏการแบงไดเปน 2 ประเภท คือ 1. นาฏการที น ่แสดงด ส วยคน ไดแก การแแสดงละคร ละครใบ ล หุนนชีวิต การแสดง กลางแปปลง และการรแสดงบทบบาทสมมุติ


5

2. นาฏการที่แสดงดวยหุน ไดแก หนังตะลุง หุนเสียบไม หุนสวมมือ และหุนชักใย นาฏการที่แสดงดวยคน 1. การแสดงละคร เปนการแสดงที่เห็นถึงความเปนอยู อุปนิสัย หรือวัฒนธรรม หรือทั้งสามรวมกัน ในการแสดงละครจะตองจัดใหใกลเคียง กับสถานการณจริง ๆ มากที่สุดโดยอาจตองจัด สภาพแวดลอม จัดฉากการแตงกายและสวนประกอบตาง ๆ รวมถึงการเตรียมบทการฝกซอม 2. ละครใบและหุนชีวิต ละครใบเปนการแสดงลักษณะทาทางการเคลื่อนไหว และสีหนาใหผูดูเขาใจ โดยผูแสดงไมตองใชคําพูดเลย การแสดงเชนนี้ชวยฝกพัฒนาการในดาน การเคลื่อนไหวอวัยวะตาง ๆ ใหผูดูเขาใจ 3. การแสดงกลางแปลง เปนการแสดงกลางแจง เพื่อการถายทอดศิลปะและ วัฒนธรรมพื้นบาน ตลอดถึงประเพณีหรือพิธีการตาง ๆ ในทองถิ่น โดยใชผูแสดงหลายคน 4. การแสดงบทบาท เปนการแสดงโดยใชสถานการณจริง หรือเลียนแบบ สถานการณจริง ในสภาพที่เปนปญหา มาใหผูเรียนหาวิธีแกหรือใชความสามารถความคิดในการวินิจฉัย ตัดสิน ปญหาในชวงเวลา 10-15 นาที การแสดงแบบนี้สวนมาก ไมมีการซอมหรือเตรียมการลวงหนา ผูแสดงจะใชความสามารถและ แสดงบทบาทไปอยางอิสระ นาฏการที่แสดงดวยหุน หุน เปนตัวละครที่ไมมีชีวิต เคลื่อนไหวดวยการกระทําของมนุษยเรา สรางหุนดวย วัสดุงาย ๆ เพื่อการถายทอด เรื่องราวและแนวคิดตาง ๆ ใหกับผูเรียนโดยเฉพาะกับเด็กในวัย 2-6 ป เด็กในวัยนี้ชอบการเลน สมมุติ และเรื่องราวที่เปนจินตนาการ การเคลื่อนไหวของหุนจึงสามารถเราความสนใจของเด็กไดเปนอยางดี คุณคาของหุน 1. หุนใชแสดงเรื่องราวตาง ๆ ไดสะดวกและงายกวาการแสดงโดยใชคนจริง ทําใหประหยัดทั้งเวลาและคาใชจาย


6

2. ผูเรียนไดมีสวนรวมในกิจกรรมอยางทั่วถึง 3. พัฒนาทักษะในการเขียน การคิด การแสดงออก การทํางานกลุม และ ชวยเหลือเด็กขี้อายใหมีความกลามากขึ้น 4. ผูเรียนทุกคนพอใจและสนใจในการเรียน ประเภทของหุน หุนมีหลายประเภทแตกตางกันดังนี้ 1. หุนเงา เปนหุนที่ฉลุจากหนังสัตว หรือกระดาษแข็งแลวใชไมไผยึดเปน โครงสําหรับเชิดและ บังคับใหหุนเคลื่อนไหว เวลาแสดงจะตองใชตัวหุนอยูหลังจอ แลวใชแสงสองใหเกิดเงาบนจอ เชน หนังตะลุง 2. หุนเสียบไม หรือหุนกระบอก เปนหุน 3 มิติที่ใชแทงไมเสียบกับคอหุน เพื่อใหผูเชิดถือขณะเชิดหุน การทําหุนชนิดนี้มีตั้งแตแบบยาก ๆ เชน กระพริบตา ขยับปากไดจนถึงแบบงาย ๆ ที่ไมมีสวน เคลื่อนไหว ซึ่งสามารถนํามาใชในการเรียน การสอนได เวลาแสดงหุนแบบนี้ผูเชิดหุนจะอยูตอนลางดานหลังของเวที 3. หุนสวมมือ เปนหุนขนาดเล็กครึ่งตัวมีขนาดพอเหมาะกับขนาดของมือที่เชิด หุน หัวหุนทําดวยกระดาษหรือผาเปนหัวคน หรือสัตว มีเสื้อตอที่คอหุนใตลําตัวและแขนกลวง เพื่อ สอดมือเขาไปเชิดใหเกิดการเคลื่อนไหว เนื่องจากหุนมือเปนหุนที่ทําไดงาย เชิดงาย จึงนิยมนํามาใชในการเรียนการสอนมากกวาหุนชนิด อื่น 4. หุนชัก เปนหุนเต็มตัว ที่ใชเชือก ดาย หรือไนลอนผูกติดกับอวัยวะตาง ๆ ของหุน แลวแขวนมาจาก สวนบนของเวที ผูชักหุนจะบังคับเชือก ควบคุมการเคลื่อนไหวของหุนใหทํากิริยาทาทางตาง ๆ ไดคลายคนจริง ๆ แตการบังคับหุนทําไดยาก และตองใชเวลาฝกฝนนานจึงไมคอยไดนํามาใชในวงการศึกษามากนัก


7

หลักการรใชหนุ กับการสอน ก 1. เวลาที่ใชแสดงควรเป แ น วงสั้น ๆ นช 2. พิจารณาวาได า ประโยชชนคุมคากับการลงทุนลงแรงเพี ล ยงไไร เพราะการรใชนาฏ การอาจจตองเสียคาใช ใ จาย เชน คคาเครื่องแตงกาย และวััสดุตาง ๆ 3. พยายามใหหเด็กทุกคนมีมีสวนรวมใในการแสดงงใหมากที่สดุ แมจะไมได ไ เปน ตัวละครรก็ควรใหมสี วนในการวางแผน ชวยเหลื ว อการแแสดงและปประเมินผล 4. จัดนาฏการรใหเหมาะสสมกับพื้นฐาานความรู คววามสนใจ แและวุฒิภาวะะของ เด็ก 5. ควรใชสื่อการสอนอื่นมาประกอบ น บดวย 6. ควรเลือกแแสดงในเรื่องที่สามารถททําเรื่องยากใใหงายตอกาารเขาใจ เรือง ่อ นามธรรรมใหเปนรูปธรรม ป หรือเรื อ ่องที่เกี่ยวข ว องกับคุณธรรมจริยธรรรมตาง ๆ 7. จัดนาฏการรใหสอดคลลองกับความมตองการของผูเรียน

3. การสสาธิต หมายถึง การสอนโด ก ยวิธีอธิบายขขอเท็จจริง ความคิ ค ด แลละขบวนการรตาง ๆ พรอมกั อ บ การใชวัวสั ดุหรือเครืรือ่ งมือแสดงงใหผูเรียนไดสังเกตไปดดวย การสาธิธิตใชไดดีกับเนื้อหาวิชาที่มี ลักษณะะเปนลําดับขั้นตอนและกระบวนกาาร

การสาธิต


8

คุณคาของการสาธิต 1. เปนจุดรวมความสนใจของนักเรียน 2. แสดงขั้นตอนหรือเรื่องราวที่เปนขบวนการไดดี โดยเฉพาะในการสอนวิชาทักษะ เชน ดนตรี การใชเครื่องมือวิทยาศาสตร ฯลฯ 3. เปนกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมอยางจริงจัง เชน การสังเกต วิจารณ และปฏิบัติดวยตนเอง 4. ชวยใหผูเรียน เรียนดวยความสนุกสนานและเขาใจเนื้อหาที่เรียนดีขึ้น 5. ฝกใหผูเรียนมีวิจารณญาณ และเสริมสรางทัศนคติที่ถูกตองใหกับผูเรียน 6. ลดเวลาในการลองผิดลองถูกของผูเรียนใหนอยลง 7. สามารถใชสอนไดทั้งวิชาที่ตองใชวัสดุอุปกรณประกอบ และวิชาที่มีลักษณะเปน นามธรรม 8. ประหยัดคาใชจาย ทุนเวลา และปองกันอันตราที่เกิดขึ้นกับนักเรียนไดดี โอกาสในการสาธิต การใชวิธีการสาธิต เพื่อการเรียนการสอนอาจทําไดหลายโอกาส คือ 1. ใชวิธีสาธิตเพื่อนําเขาสูบทเรียนเรื่องใหม เพื่อเปนการเราความสนใจใหกับผูเรียน 2. ใชเพื่อสรางปญหาใหผูเรียนคิดและหาทางแกไขปญหา 3. เพื่อการสรางความเขาใจในเนื้อหา หลักการ และความคิดรวบยอดของบทเรียน 4. ชวยแกปญ  หาการสอนในกรณีที่มเี ครื่องมือจํากัด ราคาแพง และอาจเปนอันตราย ตอผูเรียน 4. การใชชุมชนเพื่อการศึกษา หมายถึง การใชแหลงวิชาการและสภาพแวดลอมของชุมชนใหเปนประโยชนตอการ เรียนรู เพื่อขยายประสบการณของผูเรียนใหกวางขวาง มีโอกาสสัมผัสใกลชดิ กับสภาพความ เปนจริงมากขึ้น และชวยใหผูเรียนสามารถนําความรู ประสบการณไปใชแกปญหาในการ ดํารงชีวิตในโอกาสตอไปไดอยางดี


9

การใชชุมชนเพื่อการศึศึกษา

ประโยชชนของการใใชชุมชนเพื่อการศึ อ กษา 1. ทําใหผูผเู รียนคุนเคยกับสิ่งแวดดลอมและรูจัจกั ปรับตัวใหหเขากับสภาาพแวดลอม 2. เปดโออกาสใหผูเรียนได ย นําควาามรูจากหองเรี ง ยนไปใชชจริง ๆ กับกการเชื่อมโยงง สภาพการณในหองเรี ง ยนกับสภภาพความเปนจริง 3. แหลงวิชาการในชุชุมชน ขยายความรูเพิ่มเติมจากที่ครูสอนในหลักั สูตรใหสมบู ม รณ ขึ้นชวยใหนักเรียนพพบเห็นสิ่งที่เปนจริง 4. แหลงวิชาการในชุชุมชนมีมากมมายอยูแลว ทั้งสถานที่และบุ แ คคล ถาครูเลือก และ แ นํามาใชชใหเหมาะสสมก็จะไดผลคุ ล มคา เพราะเสีสียคาใชจายนอยหรือไมมเสียเลย น ศในการเรียน ใหผูเรียนไไดพบสิ่งแปปลก ๆ ใหม ๆ เราความสสนใจ 5. เปลี่ยนบรรยากาศ และเพิมพู ม่ นความเขขาใจ 6. ฝกนิสัสยั ชางซักถาาม และสังเกกตพิจารณา 7. ฝกการทํางานรวมกั ม น ฝกควาามรับผิดชอบบ มนุษยสัมพั ม นธ ระเบียยบวินัย และะการ ตรงตอเวลา เ 8. เปดโออกาสใหนักเรียนใชทักษะด ษ านการพพูดภาษา การเขียน การคิคิดคํานวณ ศิศลปะ 9. แกปญหาครู ญ  ไมมความรู คี  ความมคุนเคยกับชุมชน 10. มีผลตอการปรับปรุ บ งเปลี่ยนแปลงทั น ศนคคติผูเรียน


10

11. สรางความสัมพันธอันดีระหวางสถานศึกษาและชุมชน นับเปนการประชาสัมพันธ สถานศึกษาอยางหนึ่ง แหลงทรัพยากรการเรียนรูในชุมชน แหลงทรัพยากรการเรียนรูในชุมชนมีหลายประเภท กลาวโดยสรุปคือ 1. บุคคล ไดแก ผูมีประสบการณโดยตรงอยูในสาขาอาชีพตาง ๆ เชน ตํารวจ พอคา นักธุรกิจ เกษตรกร 2. สถานที่ ไดแก ทุงนา แมน้ํา ภูเขา ปาไม โรงงาน สถานที่ราชการ สโมสร และ สิ่งกอสรางตาง ๆ 3. วัสดุอุปกรณในชุมชนที่สามารถนํามาเปนสื่อการสอน เชน เครื่องมือเครื่องใช ตาง ๆ ผลผลิตทางการเกษตร และงานศิลปหัตถกรรมในชุมชน 4. กิจกรรมของชุมชน ไดแก การละเลนพื้นบาน งานประเพณี และพิธีตาง ๆ เชน การบวช แตงงาน ทอดกฐิน วิธีการใชชุมชนเพื่อการศึกษา 1. การศึกษาภายในบริเวณโรงเรียน เปนการใชแหลงทรัพยากรนอกหองเรียนที่ทํา ไดสะดวกที่สุด แหลงวิชาการ อาจเปนไดทั้งสิ่งมีชีวิตและไมมีชีวิตในบริเวณโรงเรียน เชน สนามหญาตนไม สระน้ํา 2. การศึกษาในชุมชนทีโ่ รงเรียนตั้งอยู หมายถึง สถานที่ในชุมชนที่ไมไกลจาก โรงเรียนมากนัก การศึกษาแบบนี้ ทําไดงายไมสิ้นเปลืองทั้งเวลาและคาใชจาย ไมตองขออนุญาตเจาสังกัดใหยุงยากวุนวาย 3. การเชิญวิทยากรมาบรรยาย หมายถึง การเชิญบุคลากรจากสาขาอาชีพตาง ๆ ที่มี ประสบการณโดยตรง 4. การทัศนาจรการศึกษาหรือทัศนะศึกษา เพื่อการพานักศึกษาออกไปศึกษาหา ความรูจากแหลงชุมชนอืน่ ที่ไกลจากที่โรงเรียนตั้งอยู ซึ่งจะตองปฏิบัติตามระเบียบของ สถานศึกษาและตองไดรับอนุญาตจากผูปกครองของผูเรียนกอนดวย


11

5. สถานนการณจําลออง สถานการณ ณจําลอง เปนการจั น ดสภาพแวดลอมเลี ม ยนแบบขของจริงใหใกกลเคียงสภาาพความ เปนจริงให ง มากที่สดุ เพื่อใหผูเรียนไดฝกหััดแกปญหาแและตัดสินใจจากสภาพ ใ พการณที่เขากกําลัง เผชิญอยูยูนั้น การจัดสถานการณ ด ณจําลอง เปนการเตรี น ยมความพรอมให ม กับคนที่ออกไปเผชิญกับ ปญหาจจริง ๆ เชน นักเรียนฝกหัดครู กอนทีที่จะสอนตองไดรับการฝฝกฝนดานวิิชาการสอนน วิธีฝก อยางหนึนึ่งที่ไดผลดีคือ การฝกจากสถานกา จ ารณจําลองนันั่นเอง

สถานนการณจําลอง

ขบวนกการแกปญหาาในสถานการณจําลอง เมื่อเสนอสถถานการณจําลองใหกับผูเรียนแลว ครูควร สรุปแนนวทางในการรแกปญหา ใหกับผูเรียนแลวใหหนักเรียนเขารวมมีบทบบาทในการแแกปญหาดวยตนเอง แนนวทางในการร แกปญหาโดยทั ห ่วไปปจะประกอบบดวย 1. ปญหาคืคืออะไร 2. สาเหตุของป ข ญหา 3. รวบรวมขอมูลเพื่อประกอบกา อ ารตัดสินใจ 4. หาทางเลือกสําหรับการตั บ ดสินใจ น (อาจมีหลายทาง) 5. ตัดสินใจเลื ใ อกวิธีแกปญหาที่มีเหตุผลดีทสุี่สดุ 6. ลงมือแก แ ปญหาตามมวิธีที่เลือก 7. ประเมินผลการแก น ปญหา 8. พิจารณ ณาปรับปรุงผลของการแ ผ แกปญหาเพือนํ อ่ าไปใชตอไป อ


12

การใชสถานการณ ส จําลองในกาารสอน ลําดับขั้นในการใช น สถานการณจํจาํ ลองในการรสอน ครูอาจทํ า าไดตามมขั้นตอนตอไปนี้ คือ 1. ผูสอนเสนอสถ อ านการณที่ทํทาํ ใหเกิดปญหา ญ 2. ผูเรียนศึ ย กษาปญหารวบรวม ญ มขอมูลเอเปนแนวทางตัตัดสินใจ และแกปญหาตตาม ขั้นตอนน จนกระทั่งไดขอสรุป การทํางานในขั ง ้นนีนิน้ ยมแบงผูเรียนเปนกลุมย ม อย เพื่อหาแนวทางข ห องแตละกลุม 3. แตละกลุ ล มเสนออวิธีการแกปปญ  หาของตนตอชั้นเรียน 4. ผูสอนและผู อ เรียนช ย วยกันปรระเมินคาโดดยพิจารณาเหหตุผลวาวิธีการใดที่ดี และมี แ เหตุผลดีดีที่สุด สําหรรับการแกปญหานั ญ  ้น ๆ 6. การศึศึกษานอกสถถานที่ การศึกษานนอกสถานทีที่หรือทัศนะศึกษา หมายยถึง กิจกรรมที่พาผูเรียนนออกไปหาา ประสบบการณนอกหหองเรียน เพืพื่อใหเกิดการเรียนที่สอดดคลองกับเนนื้อหาและวััตถุประสงคคที่ กําหนดไว การไปทัทัศนะศึกษาตตางจากการทัศนาจรโดยทั่ว ๆ ตรงที่ การทัศนาาจรมุงความม สนุกสนนานเพลิดเพลินเปนสําคัญ สวนการรศึกษานอกสสถานที่เนนการเรียนรูเพื่อเพิ่มพูน ประสบบการณใหแกกผูเรียน ซึ่งตองอาศัยการวางแผนแลละการดําเนิินการอยางมีมีขั้นตอนเปน สําคัญ

การศึกษานอกสถานทีที่


13

คุณคาขของการศึกษานอกสถาน ษ นที่ 1. ชวยใใหผูเรียนมีประสบการณ ป ณตรง 2. ชวยใใหบทเรียนมีมีความหมายยยิ่งขึ้น 3. ชวยใใหฝกฝนระเเบียบวินัย การตรงตอเววลา และมนุษย ษ สัมพันธ 4. ชวยสสงเสริมการททํางานรวมกกันทั้งกอนแและหลังการรทํากิจกรรมมทัศนะศึกษา 5. ชวยใใหผูเรียนไดรวมกิจกรรมการเรียนออยางเพลิดเพพลิน 6. ชวยใใหการเรียนรูรูเ ปนไปในลลักษณะบูรณาการ ณ

7. กระบบวนการกลุม เปนการเรียนรูทผี่ ูเรียนได น รับความมรูจากการลลงมือรวมกันปฏิ น บัติเปนกลุม หลักการ ก เรียนรูทีทส่ี ําคัญของกกระบวนการรกลุม คือ ใหหผูเรียนมีสวนร  วมในกิกิจกรรมการเรียนรูดว ยตตนเอง ดวยการรเขากลุมกับสมาชิ บ ก มีการแลกเปลียนความคิ ย่ ดเห็ เ นและรวมกั ม นวิเคราะหสิ่งตางๆทีทีเ่ กิดขึ้น

กระะบวนการกลุม

การจัดการเรี ก ยนรูกระบวนการก ร กลุม หลักการสอนตามทฤษฎีกลุมสัสมพันธแบงงออกเปนหลักการ ใหญๆ 5 ขอ 1 ตัต้งจุดมุงหมาายของการเรีรียนการสอนน กระบวนกการเรียนการรสอนแตละะวิชา


14

2 การจัดประสบการณการเรียนรู คือการจัดกิจกรรมเพื่อใหสนองตามจุดมุงหมายในการจัด กิจกรรม 3 การใหผูเรียนไดวิเคราะหประสบการณการเรียนรวมกัน ในขั้นนี้เปนขั้นที่ผูเรียนจะได วิเคราะหถึงสิ่งที่กระทําลงไป 4 การสงเสริมใหผูเรียนสามารถสรุปและนําหลักการไปประยุกตใชเมื่อผูเรียนไดแนวคิดที่ ถูกตองแลว 5 การประเมินผล เปนขั้นสุดทายของการเรียนการสอนแบบกิจกรรมกลุมวิธีการ ประเมินผล


15

บทสรุป สื่อกิจกรรมเปนกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ใหผูเรียนไดเขารวมกิจกรรม เพื่อใหมี โอกาสเรียนรูประสบการณตางๆ ดวยตัวเอง สื่อกิจกรรมมีคุณคามากมายในดานการสงเสริมให ผูเรียนกลาแสดงออกและสามารถทํารวมกับผูอื่นได ผูเรียนจะคนพบความรูจากการปฏิบัติ นอกจากนี้สื่อกิจกรรมสวนใหญจะใหความเพลิดเพลินสนุกสนาน สื่อกิจกรรมที่ดีควรใหผูเรียน มีสวนรวมกําหนดขอบขายเนื้อหา วัตถุประสงค เขารวมกิจกรรมและประเมินผล ควรเปน กิจกรรมที่กอ ใหเกิดการเรียนรูในดานความรู เจตคติ และทักษะอยางบูรณาการ ทั้งนี้ตองตรง กับเนื้อหาและจุดมุงหมายของบทเรียน กอใหเกิดความคิดริเริ่มสรางสรรค อยูใ นความสนใจ และมีความยากงายเหมาะสมกับผูเรียน สื่อกิจกรรมที่นํามาใชในการเรียนการสอนมีหลาย ประเภท เชน การสาธิต การจัดนิทรรศการ นาฏการ การใชชมุ ชนเพื่อการศึกษา สถานการณจําลอง และการศึกษานอกสถานที่


อางอิง http://jibjib1510045.blogspot.com/2012/01/blog-post.html http://pookpik30-6.blogspot.com/ http://reg.ksu.ac.th/teacher/sudatip/Elearning_files/DATA10.HTML http://sps.lpru.ac.th/script/show_article.pl?mag_id=5&group_id=23&article_id=194


สารบัญ เรื่อง

หนา

ความหมายสื่อการเรียนการสอนประเภทกิจกรรม

1

สื่อการสอนนิทรรศการ

2-3

สื่อการสอนนาฏการ

4-7

สื่อการสอนสาธิต

7-8

สื่อการสอนใชชุมชนเพื่อการศึกษา

8 - 10

สื่อการสอนสถานการณจําลอง

11 - 12

สื่อการสอนนอกสถานที่

12 - 13

สื่อการสอนกระบวนการกลุม

13 - 14

สรุป

15

สื่อการสอนประเภทกิจกรรม  

ไม่มีคำบรรยายค่ะ