Issuu on Google+

99Baht J ul y201 2


Designthinking

วิธีคิดอย่างนักออกแบบ โดย Tim Brown วิธีคิดอย่างนักออกแบบ (หรือ Design thinking) สามารถ พาคุณก้าวสู่เส้นทางใหม่ๆ ใน การพัฒนาสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งกลยุทธ์ทาง ธุรกิจได้ หากคุณขยันเรียนวิชา วิทยาศาสตร์สมัยมัธยม คุณคง พอจำ�ได้ว่า โธมัส เอดิสัน คือ ชายที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้น สำ�เร็จเป็นคนแรกในโลก สิ่ง ประดิษฐ์นี้คือ เป็นผลงานชิ้น โบว์แดงของเขา ที่เมื่อมีใครพูด ถึงเอดิสัน คนฟังก็จะเห็น ภาพหลอดไฟเรืองรองขึ้นมา ทันที แต่สำ�หรับตัวโธมัสเอง เขากลับไม่ได้พึงพอใจกับความ สำ�เร็จตรงหน้าแค่นั้น ชายคนนี้ คิดไกลกว่าชาวบ้านเสมอ โดย ในครั้งนั้นเอดิสันมองผลงาน

“หลอดไฟดวงแรกของโลก” ที่ เขาทำ�ขึ้นสำ�เร็จและบอกกับ ตัวเองว่า“หลอดไฟอันนี้คงไม่ ได้สร้างประโยชน์อะไรให้มวล มนุษย์มากนัก หากโลกเรายัง ไม่มีอุปกรณ์ที่ให้กำ�เนิดและส่ง ผ่านกระแสไฟฟ้าใช้กันแพร่ หลาย” ในเวลาต่อมา เอดิสัน จึงประดิษฐ์เจ้าสองสิ่งหลัง ขึ้นมาด้วย เห็นชัดว่าความ อัจฉริยะของนักประดิษฐ์อย่าง โธมัส เอดิสันนั้น คือ การที่ เขามองภาพใหญ่ในตลาด การบริโภคได้ขาดจริงๆ สิ่ง ประดิษฐ์ส่วนมากของเขาไม่ ได้เกิดจาก ความนึกสนุกหรือ ความสะใจส่วนตัวภายในห้อง ทดลองวิทยาศาสตร์ แต่โทมัส มักจินตนาการถึงชีวิตมนุษย์ใน


อนาคตว่า มนุษย์โลกจะเห็นประโยชน์และสามารถใช้ งานสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้อย่างไร ผ่านองค์ประกอบ หรือปัจจัยอะไรบ้าง ในสภาวะแวดล้อมอย่างไรบ้าง เป็นต้น จากนั้นจึงค่อยพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้ ตอบโจทย์แห่งอนาคตเหล่านั้น วิธีคิดของโธมัส เอดิสันนี้อาจถือเป็นตัวอย่างรุ่แรกๆ ของสิ่งที่เราเรียกว่า “design thinking” ในวันนี้ แนวคิดที่กระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ บนรากฐาน ของ “การเข้าใจมนุษย์” เป็นการสร้างสรรค์งาน ออกแบบจากความเข้าใจ ศึกษาผู้คนด้วยการสังเกต เพื่อที่จะทราบว่าชีวิตของพวกเขากำ�ลังต้องการอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไรในตัวสินค้า ในตัวบรรจุภัณฑ์ ใน ช่องทางการจำ�หน่าย หรือแม้กระทั่งในบริการหลังการ ขายต่างๆด้วย

“Design thinking เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้าง ประโยชน์ได้มากมายในโลกธุรกิจ ฉะนั้นถ้า คุณอยากจะเป็นคนเก่งของวันนี้ คุณควรจะ เริ่มมองนวัตกรรมเป็นเหมือนวัตถุดิบ เป็น จุดเริ่มที่จะนำ�ไปสู่การสร้างความแตกต่าง และ ความได้เปรียบในการแข่งขัน มากกว่าจะมา นั่งรอให้ฝ่ายบริหารฟันธงมาว่าจะทำ�อย่างไร หรือรอดูกรณีศึกษาของคู่แข่ง (ว่าถ้าเขาทำ� ออกมาดี แล้วเราค่อยทำ�ตาม)”


CadsonDemak คัดสรร ดีมาก หนึ่งใน สิบของกลุ่มนักออกแบบ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดใน รอบทศวรรษที่ผ่านมา ฟอนต์ในลักษณะนี้มากขึ้น ผลพลอยได้คือ ไทป์เฟซมันมีบทบาทกับงานออกแบบ มากขึ้น ดีไซเนอร์ในสมัยนี้เริ่มให้ความสำ�คัญ กับการเลือกฟอนต์เพื่อให้มีสำ�เนียงที่เหมาะ คัดสรร ดีมาก กำ�เนิดขึ้นอย่างเป็นทางการมาแล้ว 8 ปี กับเลย์เอาต์มากขึ้นและเมื่อคนเริ่มมองหา คน เต็ม จากชายหนุ่ม 3 คนที่มีแบ็กกราวน์และ มีรสนิยม ทางความคิดคล้ายๆ กันคือ อนุทิน วงศ์สรรคกร พงศ์ ก็มองมาที่ฟอนต์ของคัดสรรดีมาก หนึ่งคือ ธร หิรัญพฤกษ์ และอีกคนเป็นนักประชาสัมพันธ์ คือ ต้องการความสดใหม่ สองคือมันสามารถ บุรินทร์ เหมทัต เมื่อแง้มดูแฟ้มพอร์ตโฟลิโอหนาปึ้ก ตอบโจทย์กับเลย์เอาต์ได้ เราตั้งใจออกแบบตัวหนังสือภาษาไทยที่ไป ที่บรรจุรายชื่อลูกค้าระดับบิ๊กยาวเหยียดกว่า 100 ราย เราก็ได้เห็นว่าแบบอักษรที่ถูกคัดสรรมาอย่าง ด้วยกันได้กับเลย์เอาต์สากลมากขึ้น ดีนั้นปรากฏ ให้เราเห็นบนใบแจ้งค่าบริการมือถือ พอทำ�ฟอนต์ได้ง่ายขึ้น งานก็เพิ่มขึ้นตามไป โทรศัพท์ผ่านทางไกล บทความในนิตยสารหลาย ด้วย เมื่อระบบเปลี่ยนจากการใช้ฟอนต์ระบบ หัว หรือแม้แต่บนป้ายห้างค้าปลีก ซึ่งนอกจาก เก่าที่มันเป็น 1 Bit 256 ช่องในตัว เปลี่ยน เป็น 2 Bit ก็เลยกลายเป็น 60,000 กว่าตัว จะทำ�ให้บรรยากาศในชีวิตประจำ�วันของเรา ตลบอบอวลไปด้วยฟอนต์ร่วมสมัยแล้ว ไม่ว่า คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะใส่ลงไปมากน้อยแค่ไหน ก็กลายเป็นว่างานก็เพิ่มขึ้น อีกส่วนที่เพิ่มเข้า จะตั้งใจหรือไม่ คัดสรร ดีมากก็ส่งกระแส มาแต่ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ก็คือ OpenType ทำ�ให้ Custom Font ถูกปัดฝุ่นและ จริงๆแล้วในหนึ่งฟอนต์มันสามารถมี ก ไก่ ปรับทัศนคติ จนทำ�ให้ดีไซเนอร์และ หลายๆ แบบ อาทิเช่น ในหนึ่งฟอนต์สามารถ เจ้าของแบรนด์เห็นความสำ�คัญของ มี ก.ไก่ได้หลายแบบ ในบางฟอนต์มีเทคนิค เหล่านี้ แต่คนอาจจะไม่ค่อยสังเกตกัน”


เมื่อเอกลักษณ์พูดถึงความเปลี่ยนแปลงทาง เทคโนโลยีให้ฟังจบ ก็เล่าต่อว่าเขาเป็นอาจาร ย์ตรวจธีสิสให้กับนักศึกษา ซึ่งพบว่านักศึกษา อย่างน้อยปีละหนึ่งคนจะเลือกออกแบบไทป์ ดีไซน์มาติดต่อกัน 5 ปีแล้ว คำ�ถามว่าเด็ก เหล่านั้นหายไปไหนจึงเกิดขึ้น “ตอนเรียนอาจ จะมีความ สนใจเรื่องไทป์ดีไซน์ แต่พอลงมือทำ�จริงๆ แล้วใจมันไม่ยาวพอ ก็เลยไปดีกว่า” อนุทิน ให้ความเห็นโดยยกคำ�ว่าใจไม่ยาวพอจาก อ.มานพ ศรีสมพร ให้ฟังแล้วก็เล่าอีกมุมให้ เราได้รู้ “อีกประเด็นหนึ่งคือเมื่อออกมาเจอ ความจริงข้างนอกแล้วพบว่าตลาดมันไม่ใหญ่ มาก ซึ่งเราทำ�ตลาดอยู่ เลยรู้ขนาดของตลาด ว่าใหญ่เท่า ไหร่ มันอาจจะไม่มีพื้นที่พอสำ�หรับบริษัท อย่างคัดสรร ดีมาก อีกสัก10 ที่เพราะตลาด ไม่ได้ใหญ่มากขนาดนั้นพอเขาเรียนจบออก มา อยากทำ�งาน ด้านนี้ แต่ไม่รู้จะเลี้ยงตัวเอง อย่างไร เลยอาจจะกลับไปทำ�กราฟิกดีไซน์ ซึ่งพอไป ทำ�กราฟิกดีไซน์แล้ว ก็อาจจะไม่ยูเทิร์นกลับ มาอีกเลยก็ได้”

“ผมว่าการได้ออกไปเที่ยวข้าง นอก มันเป็นอะไรที่หาไม่ได้ ในหนังสือนะ และไอเดียก็อยู่ รอบตัวคุณนั้นร่ะอยู่ที่ว่าคุณจะ สังเกตเห็นหรือเปล่า” อนุทิน วงศ์สรรคกร

ระหว่างทางการคุยอย่างออกรสมีคำ� ว่า‘ความเสถียรของแบบ’ แทรกสะดุด หูขึ้นมา เอกลักษณ์รับอาสาอธิบายคำ� นี้ “เนื่องด้วยงานออกแบบไทป์ต้องใช้ เวลาในการออกแบบมากพอสมควร ทำ�ให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำ�ให้ ลูกค้าคาดหวังค่อนข้างมากว่าเขา จะได้งานที่คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาจ่ายไป เวลาที่เขาจะจ้างก็เลยไม่กล้าจ้างคน ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์สักเท่าไหร่ เพราะในเรื่องของไทป์ดีไซน์ก็มีเรื่อง ของเทคนิครวมอยู่ด้วย” ศุภกิจจึงเล่า เสริมว่า “ไฟล์ฟอนต์ที่เราทำ�ไม่ใช่แค่ ออกแบบหน้าตาแล้วจะเสร็จมันต้อง เซ็ตอัพตัวฟอนต์ให้รองรับกับระบบ ทุกระบบได้ บางทีโปรแกรมเดียวกัน แต่คนละ OS ก็ใช้การตั้งค่าที่แตกต่าง กัน มันเป็นเรื่องที่ลึกลงไปมากกว่า การออกแบบ ถ้าเราทำ�อาหารกินเอง มีหมู มีผัก ก็หั่นๆ ผัดๆ ให้มันสุกก็กิน ได้ แต่ถ้าทำ�สำ�หรับขายก็ต้องทำ�ให้ ถูกปาก สะอาด มีอนามัย”


4ways to think creatively

1

หาไอเดีย เมื่อได้รับมอบ หมายงานชิ้นหนึ่ง สิ่งแรกที่ ฉันจะทำ�คือ อ่านมันและขีด เส้นใต้วลีที่สำ�คัญ วาดรูป เล็กๆ ประกอบลงไปเพื่อหา เอกลักษณ์หรือหาประเด็น ของเนื้อหาของมัน

2

ใช้สมุดสเก็ต โดยปกติแล้วฉันจะ เขียนไอเดียหรือวางแผนในสมุด A4 ที่ฉันนำ�ติดไว้ด้วยตลอดเวลา ทุกไอ เดียจะอยู่ในนั้นและไอเดียเหล่านั้น ก็จะถูกนำ�มาใช้


3

หมั่นเข้าเว็บบ้าง อย่าเพียง แต่ดูงานของคนอื่น คุณควร รู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมหรือ ���้าวให้ทันทางด้านซอฟแวร์ อย่าทำ�ตัวล้าหลังเหมือนที่ นักออกแบบคนอื่นทำ�กัน และอย่าทำ�เพียงแค่ตาม กระแส

4

บันทึกสิ่งที่ทำ� ถ้าใช้ Photoshop บ่อย ๆ จำ�เป็นมากที่ต้องบันทึกสิ่ง ที่เราทำ�ไว้ ซึ่งทำ�ให้ประหยัดเวลาได้ มากเลยทีเดียว


PolkaDot ลายจุดที่ไม่จืด ลายจุดหรือ Polka-Dot แฟชั่นนี้ไม่เคยจางห่างหาย ไม่มีคำ�ว่า IN หรือ OUT หากยังคงความ Classic อยู่ในกระแสมาตลอด


about Polkadot


จุดนี้ไม่มี OUT! ทำ�ให้หลาย คนชื่นชอบมัน ไปด้วยแต่จะว่าไป ลายจุดมีที่มาก่อนหน้า นั้นอีกนาน Polka Dot ปรากฏตัวครั้งแรกใน หนังสือพิมพ์ New York ย้อนประวัติศาสตร์ไปเมื่อสมัย Times ฉบับวันที่ 21กันยายน มนต์รักลูกทุ่งโด่งดัง แฟชั่น 1866 เนื่องมาจากความนิยม ลายจุดนี้ก็ฮิตติดลมกันทั่ว ของมัน ตั้งแต่ในช่วง 1840 บ้านทั่วเมือง เรียกได้ว่าใคร ถึง 1890 มีโรงงานหลายแห่ง ไม่มีนี่ถือว่าเชยสุดๆ มีเรื่อง ผลิตผ้าลายจุด หมวก ถุงเท้า เล่ากันมากมายถึงที่มาของ ผ้าม่านลายจุด ฯลฯ แต่ก็ยัง ลายจุดเหล่านี้ บ้างก็ว่าชาว ไม่ได้นำ�มาผลิตเป็นเสื้อผ้าจน ยุโรปตะวันออกที่อพยพมา กระทั่งเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ซึ่ง ตั้งถิ่นฐานในอเมริกานั้น ไม่ เข้ามาพร้อมกับความนิยมใน ได้นำ�แค่ดนตรีและการเต้นรำ� ดนตรีแบบ Polka ส่วนใน ของพวกเขาเข้ามาเท่านั้น ยุค 1950 นั้น แน่นอนว่าเป็น หากยังนำ�ลวดลายนี้เข้ามาสู่ ทศวรรษแห่งจุด เพราะตั้งแต่ วงการแฟชั่น บางคนก็ว่าเจ้า ดาราหนังยังแม่บ้าน หัวจรด พ่อการ์ตูนอย่างวอล์ท ดิสนีย์ เท้าของทุกคนใส่แต่ลายจุด (Walt Disney) เป็นคนนำ� และเจ้าลายจุดหลากสีนี่เอง ลายจุดมาใส่ในชุดของ มินนี่ ที่ทำ�ให้แฟชั่นยุคนี้ได้รับการ เมาส์ (Minnie Mouse) นิยามว่า “มีสีสัน สนุกสนาน เพื่อสร้างความแตกต่างและ และมองโลกในแง่ดี” นับจาก

ช่วงเวลาสงครามที่ผ่านมา พอถึงยุค 1970 Polka Dot ก็ กลับมาอีกครั้ง ด้วยฝีมือของดี ไซน์เนอร์ ยุคนี้ที่นำ�เจ้าจุด หลากสีมาใช้ในรูปแบบที่หวือ หวาแปลกตากับเสื้อผ้าของ ยุคนี้ ส่วนยุค 1980 นั้นยังมี สัดส่วนของแฟชัน่ สดใสลายจุด เข้ามาแย่งพื้นที่ แต่เน้นไปที่ ข้าวของ เครื่องประดับ ปัจจุบันแต่ละแบรนด์ได้ สร้างสรรค์เสื้อผ้าลายจุดขึ้น มาหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ลุค เดิมๆ ที่ดูขี้เล่นเท่านั้น ดีไซน์ เนอร์ในยุคปัจจุบัน ยังสามารถ สร้างสรรค์ผลงาน ให้ลายจุด นี้สามารถดูเซ็กซี่ สุขุม ทะมัด มะแมง ด้วยการจัดวางใหม่ ทั้งรูปแบบ การเลือกวัสดุ รวม ไปถึงเนื้อผ้า ทำ�ลายรูปแบบ เดิมๆ ของลายจุด ที่เน้นการ จัดวางแบบกระจาย และ ขนาดจุดที่เท่าๆ กันทั้งชุด


DipDye hair ‘Dip Dye’ เทรนด์ สีสันมาแรง

สาวๆ คนไหนไม่อยากตกเทรนด์ มา ทางนี้เลย วันนขอนำ�เสนอการทำ�สีผม แบบใหม่ที่เรียกว่า ‘Dip Dye Hair’ (ดิพ ดาย แฮร์) เชื่อว่าหลายหลายๆ คน คงยังไม่รู้จักว่า ‘Dip Dye Hair’ คืออะไร เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

‘Dip Dye Hair’ หรือเรียกอีกอย่างว่า การทำ�สีผมแบบจุ่มสีเป็นเทคนิคการทำ�สี ผมแบบใหม่ (ต้องขอบอกว่าเป็นเทรนด์ ใหม่ในเมืองไทยแต่เมืองนอกเค้าทำ�กัน มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว) เป็นการทำ�สีผม แค่ตรงส่วนปลายผม อาจจะทำ�สีไล่ตั้งแต่ กลางผมลงมาถึงปลายผม หรือจะทำ�แค่ ส่วนปลายๆ ก็ได้ มากน้อยแค่ไหนแล้วแต่ ความชอบเลยค่ะ แต่ที่จี๊ดกว่านั้นคือสีผม ที่ใช้ทำ� ‘Dip Dye Hair’ เนี่ยจะเป็นสีผม สีไหนก็ได้ ไม่จำ�เป็นต้องเป็นโทนเดียวกัน ถ้าใช้สีในโทนเดียวกันก็จะดู Soft หน่อย


COLOURFUL แต่ถ้าใช้สีที่ตัดกับสีผมเลย อย่างแดง ชมพู ฟ้า เหลือง ม่วง นี่ ขอบอกเลยค่ะว่าเปรี้ยว และ เก๋สุดๆ เลยค่ะ หรือจะให้เก๋ยิ่งขึ้นไปอีก ก็ทำ� หลายๆ สีเลยค่ะ ‘Dip Dye’ เทรนด์สีสันมาแรง และผู้ที่นำ�เท รนด์การทำ�สีผมแบบ ‘Dip Dye Hair’ นี้ให้ เข้ามาเป็นที่นิยม อินเทรนด์ และมาแรงสุดๆ ในขณะนี้ก็คือ ‘แม่หญิงเรไร’ หรือ ‘พลอยเฌอมาลย์’ นั่นเองค่ะ ก็จากที่สาวเจ้าลุกขึ้น มาเปลี่ยนสีผมมาใหม่ในสไตล์ ‘Dip Dye Hair’ สีชมพู จี้ดจ้าดสุดฤทธิ์ เริ่ดซะไม่มี และ ที่ตามมาติดๆ ก็คือสาวพิม-พิมพ์มาดาด้วย ‘Dip Dye Hair’ สีฟ้า


DipDye style

อินเทรนด์กับกระแสแฟชั่นที่ กำ�ลังโดดเด่นในตอนนี้ เน้น สีสันแบบธรรมชาติ พร้อม ลวดลายที่มีเอกลักษณ์ เพิ่ม เสน่ห์ให้กับสาวที่ต้องการ เสื้อผ้าแฟชั่นสวม ใส่สบาย ต้องแฟชั่นมัดย้อม ปรับลุคส์ ให้กลายเป็นสาวน่ารักแอบ ซ่อนความเท่ห์ได้อย่างน่าค้นหา


เช่นเดิมเสมอ ทั้งแบรนด์ในและ นอกประเทศหยิบลูกเล่นของสีสัน และลวดลายมาแจ้งเกิด เติมความ สนุกสนานบนรันเวย์แฟชั่นได้อย่าง โดดเด่น ลวดลายและแพตเทิร์นข อง เสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์มัดย้อมในพ.ศ.นี้ เน้นสีสันสดใส สะท้อนความน่า รักของ หญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่าง อินเทรนด์ หรือลวดลายที่มีให้ เลือกหลากหลายรูปแบบก็เป็น เอกลักษณ์ให้กับเสื้อผ้ามัดย้อมได้ เป็นอย่างดี

ลวดลายของผ้ามัดย้อมเกิดจากการ สลัดจากสีสันของธรรมชาติ จาก ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ใน หลายชาติที่มีการหยิบจับความเป็น ธรรมชาติ เข้ากับแฟชั่นด้วยวิธีการ มัดย้อมได้อย่างสวยงามลงตัว ความทันสมัยของลวดลาย ผ้า มัดย้อมถูกปรับแพตเทิร์น การ ออกแบบสีสันลวดลายให้เข้ากับ ยุคสมัยมา การเลือกหยิบมาสวมใส่สามารถจับมามิกซ์แอนด์แมตซ์เข้ากับแต่ละโอกาส เรื่อยๆ จนถึง ได้อย่างเหมาะสม ไม่จำ�เป็นต้องเลือกว่าจะใส่เฉพาะไปเที่ยวชายทะเลเท่านั้น ในยุคปัจจุบัน เพียงแค่เลือกลายหรือโทนสีให้เข้ากับกิจกรรมที่คุณต้องทำ�เท่านี้ก็เวิร์คแล้วคะ ที่โลกแฟชั่น เดินหน้าเติบโตไปอย่างรวดเร็ว กระแสของแฟชั่นเสื้อผ้ามัดย้อม ก็ปลุกวงการแฟชั่นให้มีสีสันได้



concept magazine