Page 10

สรุปทริปปัน่ ตามรอยประวัตศิ าสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ ครัง้ ที่ ๗ โดย..แซงแซว

วันอาทิตยที่ 11 เมษายน 2552 เวลา 07.30 - 12.30 จำนวน ประมาณ 120 คัน

เช้านี้มีความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ กับการเตรียมตัวไปร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม ย้อนรอยประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ ครั้งที่ ๗ แม้จะเคยไปร่วม กิจกรรมนี้มาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ในคราวนี้มีความรู้สึกที่แตกต่าง เพราะครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่จะได้มีโอกาสร่วมกลุ่มปั่นจักรยานไปชมสถานที่ทาง ประวัติศาสตร์อันสำคัญของรัตนโกสินทร์... เป็นครั้งสุดท้าย! จะด้วยเพราะการสิ้นสุดของโครงการ หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการ ส่งท้ายความรู้สึกดีๆ ที่ชุมชนคนรักการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว ได้มาร่วมเส้นทางที่ให้ทั้งสาระและความรู้ เคียงคู่การดูแลทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและตัวผู้ปั่นจักรยาน จักรยานสีน้ำเงินคู่ใจพร้อมอุปกรณ์บันทึกภาพที่พกติดท้ายอาน พามาถึงสวนสราญรมย์แต่เช้าตรู่ มีเหล่านักปั่นย้อนรอย ประวัติศาสตร์มารอคอยกันปะปราย ได้ทักทายพูดคุยกันเป็นที่อบอุ่นเพลิดเพลินจนเมื่อเวลาล่วงเลยสู่กำหนดนัดหมาย มีจักรยานเข้ามาจอดเรียงราย หนาตารอบพื้นที่จุดนัดพบ ขณะเดียวกับที่คุณต่อ( คุณระพีพัฒน์ เกษโกศล )ปรากฏกายขึ้นพร้อมคุณหนูนาและทีมงานกับเอกสารปกใหญ่ จัดแจง เชิญชวนให้สมาชิกร่วมลงทะเบียนครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมรับเอกสารคู่มือการปั่นจักรยานท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ฉบับเล็ก แต่แน่นไป ด้วยข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย กว่าจะลงทะเบียนกันเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปมากโข คุณต่อจึงเชิญชวนมาร่วมกลุ่มกันฟังสรุปเส้นทางในการปั่นไปชมกันเสียก่อนพร้อมทั้งแนะนำวิทยากร ( ชั้นเซียน ) สำหรับทริปส่งท้ายนี้คือคุณนัทหรือ คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นนักวิชาการวัฒนธรรม ของสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ และยังรับหน้าที่เป็นประธานชมรมสยามทัศน์อีกด้วย ทริปนี้ความรู้ไม่แน่นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว เนื่องจากทริปนี้เป็นกิจกรรม ครั้งที่ ๗ และเป็นครั้งสุดท้ายของการปั่นย้อนรอยประวัติศาสตร์ฯ ซึ่งทางกองการท่องเที่ยวกรุงเทพฯได้กรุณาจัดให้มีขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่น่ารักๆ มาอำนวยความสะดวกนักปั่นทุกครั้ง และมีชาวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยมาร่วมกิจกรรมนี้ คอยช่วยกันดูแลนักปั่นทั้งทุกเพศทุกวัยเสมอ ทางคณะกรรมการชมรมจึงได้จัดของที่ระลึกเป็นหมวกสำหรับสวมขี่จักรยานให้กับทีมของคุณต่อเป็นที่ระลึก หลังจากทำความเข้าใจเรื่องเส้นทางเป็นทีเรียบร้อย ทุกท่านทุกคันต่างไปรวมพลกันที่ประตูทางออกของสวนสราญรมย์ เพื่อขับเคลื่อนพลังสองขาพา สองล้อไปสามเส้นทางเป้าหมาย กลุ่มจักรยานสารพัดรุ่นทยอยออกจากสวนฯ ไปตามเส้นทางจนถึงแยกหน้าสน.พระราชวัง รอกลุ่มกันเพื่อข้ามแยก ไปทางถนนมหาธาตุ เพื่อเลี้ยวเข้าวัดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ แล้วไปจอดรถกันที่ลานบริเวณด้านข้างวิหารของพระนอน จากนั้น เดินลัดเลาะไปสู่วิหารทิศตะวันออก เพื่อไปรับฟังเรื่องราวของพระโลกนาถภายในวิหารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระโลกนาถ ซึ่งคุณ นัทได้บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องเมื่อครั้งอยุธยาเสียกรุง ว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปองค์นี้ คือหนึ่งในลางบอกเหตุเมื่อครั้งเสียกรุง โดยก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยาในครั้งนี้ มีบันทึกจากคำบอกเล่าของคนกรุงเก่าว่า... ก่อนที่จะเสียกรุงฯ ได้เกิดเหตุการณ์อันเป็นลาง ๕ ประการ คือ.. ๑. เกิดมีน้ำไหลออกจากพระเนตรของหลวงพ่อโต ที่วัดพนัญเชิง ๒. เกิดมีฝูงอีกาตีกัน จนร่วงตกลงมาและถูกเสียบตายอยู่บนยอดเจดีย์วัดมหาธาตุ ๓. เกิดมีสุรเสียงก้องท้องพระโรงจากพระรูปขององค์พระนเรศวร ๔. นัยตาของพระพุทธรูปนาคได้หลุดลงมาอยู่ที่มือ ๕. องค์พระโลกนาถอกแตก

10

พฤษภาคม 2552

ThaiCycingClub Journal  

May issu of Thai Cycling Journal.

Advertisement