Issuu on Google+

วะฒนธรรมพื้นบ านของจะงหวะดชลบุรี

โดย นางสาวภรณทพิ ย สวาสดิ์เพ็ชร รหะสนะกศึกษา ๓๐๘๕๕๓๑๐๑๐

รายงานฉบะบนี้เป)นส*วนหนึ่งของวิชาสารสนเทศเพื่อการค นคว า


วะฒนธรรมพื้นบ านของจะงหวะดชลบุรี

เสนอ อาจายรกาญจนา วงศม*าน

โดย นางสาวภรณทพิ ย สวาสดิ์เพ็ชร รหะสนะกศึกษา ๓๐๘๕๕๓๑๐๑๐

รายงานฉบะบนี้เป)นส*วนหนึ่งของวิชาสารสนเทศเพื่อการค นคว า

รหะสวิชา ๓๐๐ - ๑๒๐๐๒ (๓-๐-๖)

ภาคเรียนที่ ๒ ป9การศึกษา ๒๕๕๔

วิทยาละยนาฏศิลปจะนทบุรี สถาบะนบะณฑิตพะฒนศิลป? กรัทรวงวะฒนธรรม


คํานํา รายงานเล*มนี้เป)นส*วนหนึ่งของวิชาสารนิเทศเพื่อการศึกษาค นคว า เนื่องจาก ข าพเจ าจะดทําขึ้นเพราัมีความสนใจในวะฒนธรรมพื้นเมืองของจะงหวะดชลบุรีแลัเพื่อ ศึกษาค นคว าโดยตรงเกี่ยวกะบจะงหวะดชลบุรี ในเรีองวะฒนธรรมโดยมีเนื้อหา ดะงนี้ ชลบุรี มรดกทางวะฒนธรรม แหล*งปรัวะติศาสตรแลัย*านปรัวะติศาสตร แห*ลงอุตสาหกรรม สถาปDตยกรรมดีเด*น ขนบธรรมเนียมปรัเพณี งานปรัจําจะงหวะด เอกละกษณทางวะฒนธรรม วะฒนธรรมด านอาหารการกิน การลัเล*น เป)นต น ข าพเจ าหวะงว*ารายงานเล*มนี้จัมีปรัโยชนแก*เยาวชนทุกรุ*น แลัปรัชาชนทุก คนไม*มากก็น อย หากรายงานเล*มนี้มีข อบกพร*องปรัการใดต องขออภะยไว ตรงนี้

ภรณทิพย สวาสดิ์เพ็ชร ผู จดะ ทํา


р╕кр╕▓р╕гр╕Ър╕░р╕Н р╕лр╕Щ р╕▓ р╕Др╣Нр╕▓р╕Щр╣Нр╕▓

р╕Б р╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕гр╕╡

1

р╕бр╕гр╕Фр╕Бр╕Чр╕▓р╕Зр╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б

2

р╣Вр╕Ър╕гр╕▓р╕Ур╕кр╕Цр╕▓р╕Щ

2

р╣Бр╕лр╕е*р╕Зр╣Вр╕Ър╕гр╕▓р╕Ур╕кр╕Цр╕▓р╕Щр╕Др╕Фр╕╡

3

р╣Бр╕лр╕е*р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕гр╣Бр╕ер╕▒р╕в*р╕▓р╕Щр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕г

5

р╣Бр╕лр╕е*р╕Зр╕нр╕╕р╕Хр╕кр╕▓р╕лр╕Бр╕гр╕гр╕б

7

р╕кр╕Цр╕▓р╕ЫDр╕Хр╕вр╕Бр╕гр╕гр╕бр╕Фр╕╡р╣Ар╕Ф*р╕Щ

7

р╕Ыр╕гр╕▒р╣Ар╕Юр╕Ур╕╡р╕Чр╕▓р╕Зр╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б

10

р╕Зр╕▓р╕Щр╕Ыр╕гр╕▒р╕Ир╣Нр╕▓р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕гр╕╡

13

р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╕Чр╕▓р╕Зр╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б

14

р╣Ар╕Др╕гр╕╖р╕нр╣И р╕Зр╕кр╕▓р╕Щ р╕Ь р╕▓р╕Чр╕н р╣Бр╕ер╕▒р╕Зр╕▓р╕Щр╣Бр╕Бр╕▒р╕кр╕ер╕░р╕Бр╕лр╕┤р╕Щ

14

р╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕бр╕Ф р╕▓р╕Щр╕нр╕▓р╕лр╕▓р╕гр╕Бр╕▓р╕гр╕Бр╕┤р╕Щ

15

р╕Бр╕▓р╕гр╕ер╕▒р╣Ар╕е*р╕Щ

18

р╕Ър╕гр╕гр╕Ур╕Щр╕╕р╕Бр╕гр╕б

21

р╕нр╕Шр╕┤р╕Шр╕▓р╕Щр╕ир╕░р╕Юр╕Ч

23

р╕Фр╕гр╕гр╕Кр╕Щр╕╡ р╕гр╕гр╕Кр╕Щр╕╡

25


ชลบุรี

จะงหวะดชลบุรี หรือทีเ่ รียกกะนสะ้นๆ ว*า “เมืองชล” เป)นเมืองที่มีความสําคะญใน ฐานัเมืองท*า มาเป)นเวลายาวนานหลายร อยป9 จนปDจจุบะนก็ยะงคงเป)นที่ตะ้งของท*าเรือ น้ําลึกแหลมฉบะงที่มีความสําคะญรองจากท*าเรือกรุงเทพ แลัยะงเป)นแหล*งปลูกพืช เศรษฐกิจที่สําคะญ รวมทะ้งเป)นที่ตะ้งของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบะง ที่มีบทบาท สําคะญต*อการพาณิชยแลัเศรษฐกิจของชาติ ในอดีตชายทัเลเมืองชลบุรีมีอากาศดีมาก จนถูกใช เป)นสถานพะกฟVWนผู ปXวยแลัที่ ตากอากาศของพรัมหากษะตริย รวมถึงเชือ้ พรัวงศชะ้นสูงหลายพรัองค ดะง ปรากฏหมู*พรัราชฐานอะนงดงา งดงามของพรับาทสมเด็ มของพรับาทสมเด็จพรัจุลจอมเกล าเจ าอยู*หวะ ระชกาลที่ 5 อยู*บนเกาัสีชะง แลักลายเป)นแหล*งท*องเที่ยวยอดนิยมแห*งหนึ่งใน ปDจจุบะน ด วยทําเลที่ตะ้งที่อยู*ไม*ไกลจากกรุงเทพฯ แลัท*าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีกทะ้งยะงมี สถานที่ท*องเที่ยวที่มีชอื่ เสียงหลายแห*ง ชลบุรีจึงมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานั จะงหวะดท*องเทีย่ วแลัเมืองตากอากาศชายทัเล จนกรัทะ่งกลายเป)นจะงหวะดที่


อุตสาหกรรมการท*องเที่ยวเติบโตมากที่สุดจะงหวะดหนึ่งในภูมิภาค แลันํารายได

เข าสู*ปรัเทศจํานวนมหาศาลในทุกๆ ป9ในปDจจุบะน จะงหวะดชลบุรีมีเนือ้ ที่ปรัมาณ 4,363 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,726,875 ไร* เป)น จะงหวะดที่มีขนาดใหญ*เป)นอะนดะบ 51 ของปรัเทศ มีชายฝD\งทัเลที่เว าแหว*งคดโค ง สวยงาม เกิดเป)นหน าผาหิน หาดทราย ปXาชายเลน แลัปXาชายหาด รวมความ ยาวถึง 160 กิโลเมตร ละกษณัภูมิปรัเทศของจะงหวะดมีความหลากหลาย ตะ้งแต*ที่ราบลูกคลื่นแลัเนินเขา ทางด านตัวะนออก ที่ราบชายฝD\งทัเลตะ้งแต*ปากแม*น้ําบางปักงไปจนถึงอําเภอสะต หีบ ที่ราบลุ*มแม*น้ําบางปักงที่อุดมสมบูรณด วยดินตักอน เหมาัสําหระบการทํา การเกษตร แลัพื้นที่สูงชะนแลัภูเขาทางตอนกลางแลัด านตัวะนออกของจะงหวะด ไปจนถึงเกาัน อยใหญ*อีกมากมายถึงกว*า 46 เกาั ที่ทําหน าที่เป)นปราการ ธรรมชาติ ช*วยป]องกะนคลื่นลม ทําให ชลบุรไี ม*ค*อยมีคลื่นขนาดใหญ* ชายฝD\งของ ชลบุรีจึงเต็มไปด วยท*าจอดเรือปรัมง แลัเหมาัสําหระบการสร างท*าจอดเรือ พาณิชยขนาดใหญ* บริเวณจะงหวะดชลบุรใี นปDจจุบะนนี้ สะนนิษฐานว*ามีชุมชนอยู*อาศะยมาตะง้ แต*ยุคทวารวดี โดยมีเมืองพรัรถตะ้งอยู*ในบริเวณทีเ่ ป)นตําบลหน าพรัธาตุ อําเภอพนะสนิคม ใน ปDจจุบะน เป)นเมืองศูนยกลางการคมนาคมของท องถิ่นในขณันะ้น เนื่องจากที่ตะ้งของ เมืองมีลําน้ําสายต*างๆ หลายสาย จึงสามารถเดินทางทางน้ําไปยะงชุมชนอื่นๆ เช*น เมืองศรีมโหสถ ในจะงหวะดปราจีนบุรี หรือไปจนถึงอระญปรัเทศได นอกจากนี้ยะงมี เส นทางเดินเท าผ*านเมืองพญาเร* ซึ่งเป)นเมืองโบราณที่สําคะญอีกเมืองหนึ่งในพื้นที่

มรดกทางวะฒนธรรม โบราณสถาน โบราณสถานส*วนใหญ*ในจะงหวะดชลบุรเี ป)นวะดในพรัพุทธศาสนาที่ สําคะญได แก* วะดเขาบางทราย วะดใหญ* อินทารามวรวิหาร วะดสวนตาล วะด บางพรัวรวิหาร วะดโบสถ วะดอ*างศิลา วะดบางเป]ง เป)นต น


สรัสี่เหลีย่ ม อยู*ในเขตตําบลสวรัสี่เหลี่ยม อําเภอพนะสนิคม มี ละกษณัเป)นสรัรูปสี่เหลี่ยมจตุระส กว างด านลั ๑๐ เมตร ขอบสรัเป)นศิลาแลง เป)นสรัน้ําที่มีมาแต*โบราณ สะนนิษฐานว*า เป)นอารยธรรม ในช*วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๙ ในสมะยทวารวดี ถึงสมะยลพบุรี ชาวบ านบริเวณใกล เคียงเชื่อว*าเป)นที่สถิตของเจ าพ*อหลายเจ าพ*อเช*น เจ าพ*อหลงคง เจ าพ*อหลวง แลัฮึมอีก เมื่อถึงฤดูยทรงเจ า บรรดาคนทรงจั มาร*วมชุมนุมทําพิธที รงเจ าที าที่บริเวณสรัสี่เหลี่ยมนี้เป)นปรัจํา ชาวบ านเรียกว*า สรัพรัรถ ปDจจุบะนได ขึ้นทัเบียนเป)นโบราณสถานแล ว ตึกมหาราชแลัตําหนะกราชินี ตะ้งอยู*ริมทัเลด านตัวะนตกของตําบล อ*างศิลา สร างในระชสมะยพรับาทสมเด็จพรัจอมเกล าเจ าอยู*หะว เพื่อใช เป)นทีพ่ ะก ฟVWนของผู ปXวย ต*อมาสมเด็จพรัศรีพะชรินทราบรมราชินี ได โปรดเกล า ฯ ให

บูรณัปฏิสะงขรณขึ้นใหม* แล วพรัราชทานนามตึกหละงใหญ*ว*า ตึกมหาราชแลัตึก หละงเล็กว*าตึกราชินี

แหล*งโบราณสถานคดี แหล*งโบราณคดีที่สําคะญของจะงหวะดชลบุรีได แก* ถ้ําเขาชัอางห ายอด โคกพนมดี โคกรักา โคกกรัเหรีย่ ง เมืองพรัรถ เมืองพรกแร* เมืองศรีพโล รายลัเอียดได กล*าวไว แล วในเรื่องพะฒนาการทางปรัวะตศิ าสตร


แหล*งโบราณคดีใต นา้ํ จากการสํารวจแหล*งโบราณคดีใต น้ําทีเ่ กาัครามแลัเกาั รางเกวียน ได พบโบราณวะตถุจําพวกเครือ่ งสะงคโลกสุโขทะย เครื่องถ วยจีนแลั เวียดนามเป)นจํานวนมาก เครือ่ งถ วยไทยทีพ่ บมีอายุปรัมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๒ มีจาน ชาม ถ วย กรัปุก ส*วนเครือ่ งถ วยจีนก็มีอายุอยู*ในช*วงเวลาเดียวกะน มีทะ้งเครื่องถ วยสามสีสมะยราชวงศถะง เครื่องถ วยจากหลงฉวน มณฑลเจ อเจียง ได แก* ชาม กรัปุก เคลือบสีเขียวไข*กา เครื่องถ วยอะนนะม นอกจากนี้ยะงพบเหรียญ จีน ปVนใหญ* ก อนแร* งาช าง หินบด เต าปูนสําริด เมื่อป9 พ.ศ.๒๕๒๕ ได มีการสํารวจพื้นที่อ*าวไทยทางตัวะนตกของเกาัสี ชะง ตามคําบอกเล*าของชาวปรัมง พบแหล*งเรือจมสองบริเวณด วยกะนให ชอื่ ว*า แหล*งเรือสีชะง ๑ แลัแหล*งเรือสีชะง ๒ จมอยู*ห*างกะนปรัมาณ ๒ กิโลเมตร - แหล*งเรือสีชะง ๑ อยู*ห*างจากเกาัสีชะงไปทางทิศตัวะนตก ปรัมาณ ๓ กิโลเมตร พบเปลือกเรือแลัไม โครงสร างเรือโผล*อยู*เหนือพื้นทราย พบโบราณวะตถุที่น*าสนใจได แก*เครือ่ งถ วยลายครามจีนคุณภาพดี เตาเชิงกรานแบบ อยุธยา หม อหุงต ม อ*างขนาดต*าง ๆ กาน้ําแบบมอรักู* ชิ้นส*วนเคื่องเงินพื้นสีดําลอย ลายมะงกร จุกไม ปcดฝาไห ฯลฯ - แหล*งเรือสีชะง ๒ ตะวเรือแลับริเวณรอบ ๆ แลัหละกฐานที่โผล* เหนือพื้นทรายถูกอวนลากของชาวปรัมงกวาดติดไปหมด วะตถุทพี่ บเป)นเครือ่ งสะงค โลกลายปลา ลายพะนธุพฤกษาจากแหล*งเตาศรีสะชนาละย แลัเครื่องเคลือบเซรา ค*อนของแหล*งเตาหลงฉวน แลัพบเหรียญจีนสมะยราชวงศหมิง มีอายุอยู*ปรัมาณ พุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑ - แหล*งเรือสีชะง ๓ พบเมื่อป9 พ.ศ.๒๕๒๙ จมอยู*ใต ทัเลในรัดะบ ความลึกปรัมาณ ๒๔ เมตร โบราณวะตถุทพี่ บในเรือส*วนใหญ*เป)นภาชนัดินเผา ปรัเภทไหสี หูเคลือบสีน้ําตาล ส*วนใหญ*เป)นผลผลิตจากแหล*งเตาแม*น้ําน อย จะงหวะดสิงหบุรี รวมทะ้งไหปากกว างขนาดย*อม แลัขวดปากแบนขนาดเล็ก ไห ดะงกล*าวเป)นภาชนับรรจุสินค าปรัเภทไข* ยางสน (ผงชะน) เครือ่ งถ วยทีผ่ ลิตจาก แหล*งเตาในมณฑลทางใต ของจีนแลัในเวียดนามมีพบอยู*บ าง นอกจากนีก้ รมศิลปากรได ร*วมกะบกองทะพเรือขุดค นศึกษาแหล*งเรือจม ที่พะทยา พบซากเรือแลัรัวางสินค าถึงเจ็ดรัวาง สินค าสําคะญในเรือมีก อนตักะว่ ทรงปcรามิด หรือตักะว่ นม รวมทะ้งภาชนัดินเผาหลายปรัเภท


แหล*งปรัวะตศิ าตร แลัย*านปรัวะตศิ าตร แหล*งปรัวะติศาสตร คือ สถานที่เกิดเหตุการณ หรือมีส*วนเกี่ยวข อง กะบเรื่องราว หรือเหตุการณในปรัวะติศาสตร ส*วนย*านปรัวะตศิ าสตรคือ ย*าน ชุมชนทีอ่ ยูอ* าศะย หรือย*านค าขายที่เคยมีกิจกรรมที่น*าสนใจมาแต*อดีต วะดใหญ*อิอนิ ทารามวรวิหาร เป)นสถานที่สําคะญทางปรัวะติศาสตรในสมะยอยุธยาตอนปลาย ความสําคะญทาง ปรัวะติศาสตรของวะดนี้ คือ เป)นวะดที่นายทองอยู*นกเล็ก สาบานตนว*าจั จงระกภะกดีตอ* พรัยาวชิรปราการ (สมเด็จพรัเจ ากรุงธนบุรี) แลัให ความ รวมในรัดมชายฉกรรจ เพื่อกละบไปกอบกู กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม*า สัพานหะวค*าย หรือสัพานกลป]อมค*าย ในปDจจุบะนเป)นสถานที่พรัยาวชิร ปราการ (สมเด็จพรัเจ าตากสินมหาราช) นําไพร*พลมาตะ้งค*ายที่พกะ แรมอยู*บริเวณ นี้ เมื่อคระ้งกละบมาจากรัยองเพื่อจะดการเรือ่ งนายทองอยู* นกเล็ก ก*อนไปจะนทบุรี เพื่อรวบรวมกําละงพลกละบไปกอบกู กรุงศรีอยุธยาจากพม*า ท*าเกวียน อยูใ* นเขตตําบลบางปลาสร อย อําเภอเมือง ฯ อยู*รัหว*าง วะดใหญ*อินทาราม แลัวะดต นสน เคยเป)นสถานที่ที่บรรดาชาวไร*ชาวสวน นํา ผลผลิตของตนบรรทุกเกวียนมาขาย บรรดาเกวียนแลัโคกรับือที่บรรทุก ผลผลิตจัมาพะกรวมกะนอยูใ* นบริเวณนี้ จึงเรียกว*า ท*าเกวียน หน าเกdง หรือศาลเจ าเกdง อยู*ริมถนนวชิรปราการฝD\งตัวะนออก รัหว*างศาลเจ าพ*อสาครกะบเชิงสัพานหะวค*าย ในสมะยที่ยะงไม*เลิกโรงบ*อนเบี้ย มี โรงบ*อนเบี้ยตะ้งอยูต* รงข ามศาลเจ าเกdง ลงไปทางทัเลปรัมาณ ๑๐๐ เมตร นาย อากรบ*อนเบีย้ จัจะดให มีการลัเล*น เช*น งิ้ว ลิเก ให ปรัชาชนชมทุกวะน เพื่อเรียก คนให มาเที่ยวแลัเล*นการพนะน มีพ*อค าแม*ค านําของมาขาย ในที่สุดก็กลายเป)น ตลาด ต*อมาเมื่อยกเลิกอากรบ*อนเบีย้ แล ว โรงบ*อนจึงกลายเป)นโรงยาฝc\น แลัมี การสร างโรงภาพยนตในบริเวณใกล เคียง ทําให บริเวณนีเ้ ป)นแหล*งบะนเทิงของ ชาวเมืองชลบุรใี นอดีต


บ านอ*างศิลา เป)นหมู*บ านชายทัเลอยูร* ัหว*างเขาสามมุขกะบบางปลา สร อย เป)นชุมชนที่มีความสําคะญในระชสมะยพรับาทสมเด็จพรัจุลจอมเกล า เจ าอยู*หวะ เพราัชายทัเลของอ*างศิลาได เป)น\ ที่จอดพะกเรือสินค าในฤดูมรสุม พรับาทสมเด็จพรัจุลจอมเกล าเจ าอยู*หะว ได โปรดเกล า ฯ ให เจ าพรัยาพรัคละง สร างสัพานหินยื่นลงไปในทัเล เพือ่ อํานวยความสัดวกในการจอดพะกเรือสินค า บ านหะวถนน อยูใ* นเขตตําบลหะวถนน อําเภอพนะสนิคม มีเรืองเล*าสืบกะน มาวา ที่บ านหะวถนนมีถนนสายหนึ่งเชือ่ มรัหว*างตําบลหมอนนาง กะบตําบลสรั สี่เหลี่ยม ถนนสายนี้ พรัรถ เคยนําไก*ไปตีพนะนน แลัไปพะกให น้ําไก*ที่สรั สี่เหลี่ยม ต*อมาลาวอาสาปากน้ําได อพยพมาตะ้งบ านเรือน ทํามาหากินด วยการทํา นาทําให ถนนดะงกล*าวถูกทําลายไป เหลือเพียงแนวถนนเป)นเนินสูง เพราัส*วนที่อยู* ในบริเวณวะดหะวถนน แลับริเวณหมู*บ าน ชาวบ านจึงเรียกบริเวณนีว้ *า หะวถนน ท*าบุญมี หมู*บ านท*าบุญมี เป)นหมู*บ านเก*ามีขนาดใหญ* ชาวบ านใน หมู*บ านนี้ได อาศะยน้าํ จากคลองหลวงในการดํารงชีพ ส*วนการคมนาคมทางบก ซึ่งใช

เกวียนเป)นพาหนั ก็ตอ งเดินทางผ*านคลองหลวง จุดรวมของกองคาราวานเกวียน ลากไม คือ ท*าน้ําที่อยูต* ิดกะบบ านของแม*เฒ*าบุญมี ซึ่งเป)eนคนใจบุญ เอื้อเฟVอW เผื่อแผ*แก* ผู เดินทางทะ้งเรื่องทีพ่ ะก น้ําดื่มแลัข าวปลาอาหาร ผู คนจึงมะกเรียกติดปากว*า ท*าแม* เฒ*าบุญมี ต*อมาได กลายเป)นท*าบุญมี บ านท*าตักูด อยู*ในเขตอําเภอพานทอง เป)นย*านชุมชนที่สําคะญแห*ง หนึ่งในอดีต เพราัเป)นท*าเรือที่สําคะญของเมืองพนะสนิคม เป)นศูนยรวมของการ ค าขาย แลัการขนส*งผลไม แลัพืชผลการเกษตรต*าง ๆ ลงเรือไปขายที่กรุงเทพ ฯ แลัมืองอื่น ๆ โดยใช เส นทางจากท*าตักูดไปตามลําน้ําพานทอง ไปออกแม*น้ําบาง ปักง ออกอ*าวไทยไปยะงกรุงเทพ ฯ บ านท*ากรัดาน (อยู*ในเขตตําบลโคกเพลาั อําเภอพนะสนิคม) บริเวณ นี้เดิมเป)นท*าเกวียนสําหระบเข็นซุงลงคลองของชาวบ าน ในหลาย ๆ หมู*บ าน การขน ซุงต องเข็นลงคลอง เพือ่ นําซุงไปเลื่อยเป)นไม กรัดาน จึงเรียกคลองนี้ว*า คลอง กรัดาน ต*อมากลายเป)นชื่อหมู*บ านท*ากรัดาน บ านท*าข าม อยู*ในเขตตําบลท*าข าม อําเภอพนะสนิคม เดิมไม*มีถนน หนทางเป)นปXาอ อ ปXาแขม แลัมีร*องน้ําลึกเรียกว*า ลําซวด มีที่ตื้นอยู*เฉพาับริเวณ บ านท*าข ามเท*านะ้น ผู ทเี่ ดินทางจัต องเดินข ามลําซวด บริเวณตรงนี้เท*านะ้นเพราัน้ํา


ตื้นพอข ามได ชาวบ านจึงเรียกบริเวณนีว้ *า ท*าข าม แหล*งอุตสาหกรรม แหล*งผลิตเกลือ อยูใ* นเขตตําบลคลองตําหรุ อําเภอเมือง ในอดีต จะงหวะดชลบุรีมีแหล*งทํานาเกลืออยู*สองแห*งคือ ที่ตําบลเสม็ด แลัตําบลคลองตํา หรุ อําเภอเมือง ฯ แหล*งผลิตน้าํ ปลา อยูใ* นเขตเทศบาลเมืองชลบุรี แลัเขตเทศบาล ตําบลแสมสูง มีโรงงานขนาดใหญ*ผลิตน้ําปลาแลัน้ําซอส ออกจําหน*ายทะ้งใน ปรัเทศแลัต*างปรัเทศ แหล*งผลิตกัปc อยูใ* นเขตตําบลมัขามหย*ง ตําบลบ านสวน แหล*งผลิตน้าํ ตาล มีทะ้งน้ําตาลทรายแดง แลัน้ําตาลทรายขาว แหล*ง ผลิตอยู*ในเขตตําบลหนองซาก ตําบลบ านบึง ตําบลหนองอีรุณ ตําบลหนองไผ*แก ว แหล*งผลิตมะนสําปัหละง อยู*ในเขตตําบลบ านบึง อําเภอบ านบึง ตําบล บ านสวน ตําบลหนองรี ตําบลเหมือง ตําบลห วยกัปc อําเภอเมือง ฯ การผลิตมี หลายรูปแบบ ทะ้งมะนเส น มะนอะดเม็ด แลัแป]งมะนสําปัหละง แหล*งผลิตไม แปรรูป ในอดีตชลบุรีมีโรงงานผลิตไม แปรรูปอยู*ที่ ตําบลสศรีราชา อําเภอศรีราชา คือ บริษะทปXาไม ศรีราชา ปDจจุบะนคือ บริษะทศรี มหาราชา จํากะด แหล*งผลิตหินแกัสละก อยู*ในเขตตําบลอ*างศิลา แลัแหลมแท*น ตําบลแสนสุข อําเภอเมือง ฯ มีอยู*ปรัมาณ ๕๐ คระวเรือน ผลิตภะณฑหินแกัสละก ได แก* ครกโม* ในเสมา ลูกนิมิตร ป]ายสุสาน แลัรูปสะตวต*าง ๆ สถาปDตยกรรมดีเด*น สถาปDตยกรรมดีเด*น หมายถึง สิ่งก*อสร างที่ทรงคุณค*าในทางศิลป สถาปDตยกรรมที่สืบทอดกะนมา แลัศิลปสถาปDตยกรรมร*วมสมะย ในจะงหวะดชลบุรี ส*วนใหญ*เป)นสิ่งก*อสร างในพรัพุทธศานาได แก* พรัอุโบสถวะดใหญ*อินทาราม วรวิหาร หอพรัพุทธศิหิงค ฯ หอพรัไตรปcฎก วะดใต ต นลาน พรัเจดียอุโบสถ


วะดอะษฎางค พรัอุโบสถวะดญาณสะงวรราม ฯ พรับรมธาตุเจดียมหาจะกรพิพะฒน พรัพุทธมณฑป ภปร. สก.. เป)นต น ซึ่งจัได นําเสนอในมรดกทางพรัพุทธศาสนา

ศาลาเทศบาทชลบุรี อยู*ในเขตตําบลบางปลาสร อย อําเภอเ เภอเมือง ฯ เดิมเป)นที่ตะ้งของศาลากลางจะงหวะด สร างในระชสมะยพรับาทสมเด็จพรั จุลจอมเกล าเจ าอยู*หะว เป)นอาคารก*ออิฐถือปูน ชะ้นเดียวยกพื้นสูง เป)นอาคารขนาด ใหญ* หละงคาทรงปDWนหยา ด านหน าอาคารมีมุขยื่น ส*วนบนของมุขก*ออิฐเป)นแผง ยกขึ้นไปสูงเท*าความสูงของหละงคา ตอนบนทําเป)นซุ มโค ง แบบตัวะนตก ที่เรียกว*า มงกุฎ มีเสาหลอกลดหละ่นกะนไป หะวเสาปรัดิษฐเป)นรูปหม อน้ําแบบตัวะนตก ส*วนกลางใต ซุ มโค งมีรูปสะญญละกษณของจะงหวะดชลบุรี


อาคารสามะญศึกษาจะงหวะด เดิมเป)นที่ตะ้งศาลจะงหวะด สร างในระชสมะย พรับาทสมเด็จพรัจุลจออมเกล าเจ าอยู*หวะ เป)นอาคารชะน้ เดียวก*ออิฐถือปูน ยกพืน้ สูง หละงคาทรงปDWนหยา ส*วนหน าของอาคารยกสูงมีละกษณัเป)นมงกุฎ ตรงกลางมี สะญญละกษณตราแผ*นดิน มีเสาหลอกขนาดเล็ก ลดหละ่นกะนทะ้งสองข าง เป)น สถาปDตยกรรมที่แสดงให เห็นถึงอิทธิพลทางสถาปDตยกรรมตัวะนตก

ตึกพรัพะนวสา ตะ้งอยู*ที่โรงพยาบาลสมเด็จพรับรมราชเทวี ณ ศรี ราชา เป)นอาคารก*ออิฐถือปูน มีทะ้งส*วนที่เป)นสองชะ้นแลัชะ้นเดียว หละงคาเป)นแบบ


ผสมผสานคือ หละงคาทรงปDWนหยา แลัแบบหน าจะ่วตะดมุม หละงคายกสูง ชะ้นบนแลั ชะ้นล*างมีส*วนที่เป)นมุขยื่นแลัรัเบียงลายลูกมัหวด มีการตกแต*งด วยช*องรับาย อากาศใต ชายคา มีค้ํายะนรัหว*างช*วงเสาระบกะบชายคา ขนบธรรมเนียมปรัเพณี ปรัเพณีวงิ่ ควาย วิ่งควาย เป)นปรัเพณีเก*าแก*ดะ้งเดิมของจะงหวะดชลบุรีมีอยู*แห*งเดียวใน เมืองไทย เมื่อใกล เทศกาลออกพรรษาคระ้งใดก็แสดงว*าช*วงเวลาแห*งการไถหว*าน ได ผ*านพ นไปแล ว ถึงเวลาที่บรรดาชาวไร*ชาวนาจัได มีโอกาสหยุดพะกผ*อน เพื่อ รอคอยเวลาทีผ่ ลผลิตจัตกดอกออกรวงแลัก็เป)นเวลาที่ววะ ควายจัได พะกเหนือ่ ย เสียทีหละงจากที่ถูกใช งานมาอย*างหนะก ในวะนงาน ชาวไร*ชาวนาจัหยุดงาน ทะ้งหมดแลัจัตกแต*งควายของตนอย*างสวยงามด วยผ าแพรพรรณ แลัลูกปDดสี ต*างๆ แลันําควายมาชุมนุมกะนที่ตลาด พร อมกะนนะ้นก็จันําผลิตผลของตน บรรทุกเกวียนมาขายให ชาวบ านร านตลาดไปพร อมๆ กะน เมื่อจะบจ*ายขาย สินค าซื้อหาของต องปรัสงคเสร็จแล ว ต*างคนต*างก็ถือโอกาสมาพบปัสนทนา กะน บ างก็จูงควายเข าเที่ยวตลาดจนกลายมาเป)นการแข*งขะนวิ่งควายกะนขึ้น แลัจาก การทีช่ าวไร*ชาวนาต*างก็พากะนตกแต*งปรัดะบปรัดาควายของตนอย*างสวยงาม นี่เอง ทําให เกิดการปรักวดปรัชะนความสวยงามของควายกะนขึ้น พร อมๆ ไปกะบ การแข*งขะนวิ่งควาย ปDจจุบะน ปรัเพณีวิ่งควายในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี จัจะดในวะนขึน้ 14 ค่ํา เดือน 11 อําเภอบ านบึงจะดในวะนขึ้น 15 ค่ํา เดือน 11 ตลาดหนองเขิน อําเภอบ าน บึง จะดในวะนแรม 1 ค่าํ เดือน 11 วะดดอนกลาง ตําบลแสนสุข อําเภอเมือง จะดวิ่ง ควายในวะนทอดกฐินปรัจําป9ของวะด ในวะนนี้นอกจากจัจะดให มีการแข*งขะนวิ่งควาย ปรักวดความงามของควาย แลัปรักวดสุขภาพของควายแล วยะงมีการ "สู*ขวะญ ควาย" หรือทําขวะญควายไปในตะวอีกด วยแม ปDจจุบะนเกษตรกรส*วนใหญ*ในปรัเทศ จัหะนมาใช เครือ่ งจะกรกลหรือที่เรียกว*าควายเหล็กช*วยผ*อนแรงในการทํานาแล วก็


๑๑

ตาม แต*ชาวชลบุ ชาวชลบุรีกย็ ะงคงอนุรกะ ษปรัเพณีท องถิ่นอะนแปลกนี้อยู* เพราันอกจาก จัเป)นเอกละกษณของจะงหวะดแล ว ยะงเป)นเครือ่ งแสดงถึงความสามะคคีของชาวชลบุรี อีกด วย

ปรัเพณีวนะ ไหล

ปรัเพณีวะวนะ ไหล เมืองพะทยาได กาํ หนดจะดงานวะนไหล ในวะนที่ 19 เมษายนของทุกป9โดยมี กิจกรรมต*างๆ เช*น ขบวนแห*พรัพุทธรูปเพือ่ ให ปรัชาชนได สรงน้ สรงน้าํ พรั ตลอด ชายหาดพะทยา แลักิจกรรมการลัเล*นพื้นบ านการแสดงศิลปวะฒนธรรมต*าง ๆ ปรัเพณีกองข าวนาเกลือ รดน้าํ ดําหะวผู สูงอายุ การปรักวดนางสงกรานต แลั การเล* เล*นน้ําสงกรานตบรรยากาศชายทัเล พิธีรดน้ําดําหะว ขบวนวะนไหล การสาด น้ํา ซึ่งวะนไหลพะทยาถืถือว*าเป)นทีน่ ิยมสําหระบเทศกาลสงกรานตเป) เป)นอย*างมาก เพราั


ถนนเกือบทุกสาย ภายในเมื เมืองพะทยาจัมี ยา แต*นะกท*องเทีย่ วออกมาเล* เล*นสาดน้ํา สงกรานตเกือบทุกสาย

งานปรัเพณีกองข าว อําเภอศรีราชา เป)นปรัเพณีอะนเก*าแก*ของชาวเมืองชลบุรี ปDจจุบะนมีที่อําเภอ ศรีราชา ที่ยะงคงระกษาปรัเพณีนี้อยู* โดยจะดให มีขึ้นเป)นปรัจําทุกวะนที่ 19-21 19 เดือน เมษายน ของทุกป9 สถานที่จะดอยู*บริเวณหน าสํานะกงานเทศบาลตําบลศรี ราชา แลัที่บริเวณเกาัลอยศรีราชากิจกรรมของงานจัปรักอบไปด วย การจะด ขบวนแห*ที่นําโดยกลุ*มผู เฒ*าผู แก*แลัหน*วยงานต*าง ๆ ที่แต*งกายด วยชุดไทย


๑๓

ปรัจําบ านเข าร*วมขบวน พิธีบวงสรวงแลัเซ*นสะงเวยผี การสาธิต ปรัเพณีกองข าว การลัเล*นพืน้ บ าน การสาธิตแลัจําหน*ายขนมพื้นบ านอาหารพื้นเมือง

งานปรัจําจะงหวะดชลบุรี เป)นงานปรัจําป9ทชี่ าวจะงหวะดชลบุรี ได รว* มกะนจะดติดต*อกะนมาตะ้งแต*ป9 พ.ศ. 2475 กิจกรรมของงานได รวมงาน "นมะสการพรัพุทธสิหิงค งานสงกรานต แลั งาน กาชาด" ไว ดว ยกะนโดยถือเอาปรัมาณกลางเดือนเมษายนของทุกป9เป)นวะนจะด งาน ปรักอบไปด วยขบวนแห*พรัพุทธสิหิงค พิธรี ดน้าํ ดําหะวผู ใหญ* การลัเล*น พื้นบ าน การแสดงโขนของกรมศิลปากร แลัการแสดงทางวะฒนธรรม นิทรรศการ แลั การออกร าน เพื่อเป)นการส*งเสริม แลัระกษาไว ซึ่งขนบธรรมเนียมปรัเพณีอะน ดีงามของท องถิ่น งานเทศกาลพะทยา จะดขึ้นปรัมาณกลางเดือนเมษายนของทุกป9 เพื่อเป)นการส*งเสริมการ ท*องเที่ยว แลัเผยแพร*ชอื่ เสียงของเมืองพะทยา มีการจะดขบวนแห*ที่ปรัดะบด วย ดอกไม ที่สวยงาม การปรักวดนางงามพะทยา การแข*งขะนกีฬาพื้นบ านไทย แข*งขะน กีฬาทางน้าํ การปรักวดก*อปราสาททราย จุดพลุแลัดอกไม ไฟทีร่ ิมทัเล การ แสดงศิลปวะฒนธรรมนิทรรศการแลัการจําหน*ายสินค าที่รัลึก งานพะทยามาราธอน จะดขึ้นที่บริเวณเมืองพะทยา ปรัมาณเดือนกรกฎาคม เพื่อเป)นการ ส*งเสริม การท*องเทีย่ วนอกฤดูทอ* งเทีย่ ว มีนะกวิ่งจากหลายปรัเทศมาร*วมงาน โดย ได ระบการสนะบสนุนจากหน*วยงานของระฐแลัเอกชน


งานบุญกลางบ านแลัเครือ่ งจะกสานพนะสนิคม เป)นงานปรัเพณีที่สืบทอดกะนมาช านานของชาวอําเภอพนะสนิคม ซึ่งจัจะดขึ้นใน ราวเดือน 3-6 โดยผูเ ฒ*าหรือชาวบ านที่เป)นที่นะบถือจัเป)นผู กําหนดวะนทําบุญ แลั ทําพิธีสัเดาัเคราัห เพื่อความร*มเย็นเป)นสุขของชาวบ าน หละงพิธีสงฆจัมีการ ระบปรัทานอาหารร*วมกะนแลัมีการลัเล*นพื้นบ าน เอกละกษณทางวะฒนธรรม เครือ่ งสาน ผ าทอ แลังาน แลังานแกัสละ งานแกัสละกหิน เป)นงานหตถกรรมที่เกิดขึ้นจากภูมิปDญญาของชาวบ านที่นําเอาวะสดุที่มีใน ท องถิ่นมาปรัดิษฐเป)นเครื่องมือเครื่องใช เพือ่ การดํารงชีพ เครือ่ งจะกสานพนะ สานพนะสนิคม งานหะตถกรรมเครื่องจะกสานพนะสนิคมเป)นภูมิปDญญาพื้นบ านที่สืบทอดกะนมา ชะ่วอายุคน ปDจจุบะนยะงดํารงอยู*เพราัมีการส*งเสริมพะฒนาในรูปแบบต*างๆ เช*น ตรักร า กรัจาด พะด ปDจจุบะนมีการพะฒนาเป)นไปในรูปแบบต*างๆ เช*น กล*องใส*ทิชชู แจกะน หมวกในแบบต*างๆ ฯลฯ นอกจากนีอ้ าํ เภอพนะสนิคมยะง มีศูนยส*งเสริมฝ9มือจะกสานดอกไม ไผ*ตามโครงการพรัราชดําริฯ นี้เป)นที่ลือเลือง แลัได ระบการยกย*องให เป)นของดีจะงหวะดชลบุรี กลุ*มแม*บ านเหล*านี้นอกจากจัมี ส*วนช*วยอนุระกษ แลัพะฒนาภูมิปDญญาพื้นบ านชลบุรีไว แล ว ยะงเป)นการรายได

เสริมให แก*กลุ*มแม*บ านเหล*านะ้นด วย


๑๕

ผ าทออ*างศิลา เป)นหะตถกรรมของชาวอ*างศิลา ซึ่งมีชื่อเสียงมาช านาน นายตรี อมาตยกุล ได เขียนลงในหนะงสือนําเทียวชลบุรีว*า ผ าทรงของมหากษะติยก็ทอ ไปจากอ*างศิลา แลัจะงหวะดจะนทบุรี แต*ทางจะนทบุรีได เลิทอไปก*อนแล ว ใน สมะยพรับาทสสมเด็จพรัจุลจอมเกล าเจ าอยู*หะว ผ าทออ*างศิลาก็ยะงเป)นของ พรัองคพรัราชทานให แก*ข าราชกาลที่กรุงเทพฯ แต*หน าเสียดายที่งาน หะตถกรรมทางนี้ได เสื่อมสูญไปแล วเพราัมีการเปลื่ยนแปลงทางด านเศรษฐกิจแลั สะงคมของจะงหวะดชลบุรี งานแกัสละกหินอ*างศิลา เป)นหะตถกรรมพื้นบ านที่สําคะญอีกอย*างหนึ่งของอ*างศิลา งานแกัสละกหิน แต*เดิมมีเพียงการทําครกหินแลัโม*หิน ครกหินอ*างศิลาเกิดจากความคิดริเริ่ม ของชาวจีน ซึ่งอพยพมาในช*วงสงครามโลกคระ้งที่ 2 โดยเข ามาตะ้งถิ่นฐานเพือ่ ทํา มาหากินที่อ*างศิลา แลัเห็นว*าคนไทยใช ครกเป)นเครื่องใช ในคระวกะนทุกคระวเรือน จึงริเริ่มทําครกหินแลัแกัสละกขึ้น เล*ากะนว*าชาวจีนทีเ่ ริ่มแกัสละกครกขึ้นเป)นคน แรกชื่อ นายหยกยู แซ เจ ง เคยเป)นช*างแกัสละกหินมาก*อน ต*อมานายหยกยู

แซ เจ ง ได สอนวิธีทําครกให แก*เพื่อนบ านทะ่วๆไป การแกัสละกครกหินจึง ขยายตะวไปเป)น อุตสาหกรรมพื้นบ านของอ*างศิลาที่มีชื่อเสียงกรัจายไปทะ่ปรัเทศ

วะฒนธรรมด านอาหารการกิน จะงหวะดชลบุรเี ป)นจะงหวะดชายฝD\งทัเลด านทิศตัวะนออกของอ*าวไทยที่มี ทระพยากรธรรมชาติทอี่ ุดมสมบูรณแลัมีความมะ่นคงทางด านเศรษฐกิจมาช านาน ด วยองคปรักอบดะงกล*าวปรัชาชนจะงหวะดชลบุรีจึงมีความพร อมทางด านความ เป)นอยู*แลัมีความสมบูรณทางด านอาหารการกินทะ้งอาหารคาวแลัอาหารหวาน อาหารคาว


ปลาคก เป)นอาหารปรัจําท องถิ่นมีเฉพราัในจะงหวะดชลบุรีเท*านะน้ แหล*ง ที่ทําปลาคก คือ ตําบลบางปลาสร อยหรือท*าเกวียนนะ้นเอง ซึ่งเป)นที่รจู ะกของ คนทะ่วไป ปลาคกเป)นอาหารคาวที่มีส*วนปรักอบ คือ ปลาตัเพียนทัเล ผะกกาดดอง ตัไคร กรัเทียม พริกแห งแลัเกลือนํามาต มเคียวรวมกะนโดย วางปลาไว ข างบน ใส*น้ําเป)ดพัโล ซึ่งเป)นเคล็ดละบของความอร*อย ยกตะ้งบนเต*า แลัเคียวไฟอ*อนๆ ระบปรัทานได ทะ้งข าวสวยแลัข าวต ม ห*อหมก อาหารคาวที่มีชื่อเสียงของจะงชลบุรที ี่ปรัชาชนทะ่วไปนิยมบริโภค ได แก* ห*อหมก เพราัห*อหมกมีคุณค*าทางอาหารครบถ วน มีรสชาติอร*อย ถูกปาก บางคระ้งใช รองระบแขกบ านแขกเมืองจะดเป)นอาหารสําหระบงานเลี้ยงต*างๆ เช*น งานอุปสมบท งานศพ ปDจจุบะนห*อหมกยะงเป)นอาหารที่นยิ มกะนแพร*หลาย เนื่องจากมีจําหน*ายทะว่ ไป รสชาติอร*อย ราคาไม*แพง นะกท*องเที่ยวที่เดินทาง มาเที่ยวสามารถซื้อกละบไปเป)นของฝากได

แจงลอน เป)นอาหารพี้นบ านของชาวชลบุรีเช*นกะนจะดอยู*ในปรัเภทอาหาร คาว มีเครื่องปรุงเช*นเดียวกะบห*อหมก ต*างกะนแค*ว*า ห*อหมกกัทิแลัมีผะก ต*างๆแต*แจงลอนจัใส*มัพร าวขูดที่ไม*ต องคะด้ กัทิออกแลัไม*ใส*ผะก นํามาปDWนเป)น ก อนกลมๆ เสียบไม ย*างพอสุก จัมีกิ่นหอมชวนระบปรัทาน ขนมจีน ขนมจีนบ านบึงเป)นขนมจีนที่มีชื่อเสียงไปทะ่วปรัเทศ ทะง้ ภายใน จะงหวะดแลัต*างจะงหวะด มะกมีผู สะ่งซื้อไปเลี้ยงในงานบุญต*างๆ เช*น งานทําบุญ ขึ้นบ านใหม* งานวะนเกิด งานแต*งงาน เพราัมีความเชือ่ ว*าขนมจีนมีความยาว แลัเหนียวแน*นไม*แตกเลิกรากะนไปเร็ว ห อยจkอ เป)นอาหารที่ชื่อเสียงแลัมีต นกําเนิดในจะงหวะดชลบุรี เนื่องจาก ที่นี่มีปูม าซึ่งเป)นส*วนปรักอบหละกของห อยจkออยูเ* ป)นจํานวนมากแลัราคาถูก กdวยเตีย๋ ว ถือเป)นเอกละกษณของจะงหวะดชลบุรี ก็คือ เมี่ยงกdวยเตี๋ยว ซึ่งมีส*วนปรักอบเป)นเส นกdวยเตีย๋ วตะดเป)นแผ*นสี่เหลี่ยมปรัมาณเท*าฝXามือ แล ว


๑๗

นํามาห*อใส*เครื่องปรุง ปรักอบไปด วย กุ งแห ง ถะ่วลิสง ไข*เจียวฝอย ถะ่วงอก ใบกุยช*ายลวกหยอดด วยน้าํ จิ้มซึ่งปรุงด วยน้ําปลา มันาว พริกขี้หนู ผะกชี ปรุงให เปรียว หวาน เค็ม แล วแต*ชอบ แกงลาว เป)นอาหารพื้นเมืองของชาวไทยเชือ้ สายลาวในแถบอําเภอพนะส นิคม แลัพานทอง ซึ่งนิยมระบปรัทานกะนเป)นอย*างมาก เครือ่ งปรุง ปรักอบด วย หน*อไม ลวกเผ*า ใบย*านาง เห็ดฟางซีก ชัอมเด็ดเป)นท*อน สะ่นๆ ฟDกทองหะ่นเป)นชิ้นเล็กๆ ข าวโพด ข าวเหนียว ใบแมงละก ตัไคร ทุบ หะ่นเป)นท*อน น้าํ ปลา น้ํากรัชายทุบ ข าวเบือนํามาตําแลัคะ้นกะบใบย*านางนํามา ปรุง รสชาติโดยรวมจัออกขมเพราัใส*ย*านางกะบหน*อไม เผ*า การใส*ผะกหลาย ชนิดจัช*วยขะบลมแลัช*วยเจริญอาหาร อาหารหวาน ข าวหลาม ข าวหลามเป)นขนมหวานที่สามารถทํารายได ให กะบชาวชลบุรี เป)นอย*างมาก มีการทําข าวหลามเป)นจํานวนมาก แลัมะกจัตะ้งชื่อข าวหลาม ตามชื่อคนทํา เช*น ข าวหลามแม*ไข* ข าวหลามแม*ศรี ข าวหลามแม*ปรันอม ฯลฯ นะกท*องเทีย่ วส*วนใหญ*สามารถซือ้ ได ในราคาที่ไม*แพง เป)นขนมมีชื่อเสียง ของชาวชลบุรี ดะงคําขวะญที่ว*า ทัเลงาม ข าวหลามอร*อย อ อยหวาน จะก สานดี ปรัเพณีวิ่งควาย ข าวเกรียบออ*น เป)นขนมหวานชนิดหนึ่งที่เป)นที่นิยมของชาวชลบุรี มี จําหน*ายทะ่วไป ควบคู*กะบถาด ขะ้นตอนวิธกี ารปรุงไม*ยาก แต*อาจเสียเวลาบ าง เนื่องจากทําได คระ้งลัชื้น ขนมก นถะว่ ขนมหน าถะว่ ขนมหน าหมู เป)นขนมไทยพื้นบ านรูปทรง เหมือนขนมถ วนตัไล จุดเด*นขนมของชนิดนี้คือ มีถะ่วเขียวผ*าซีกคะ่วบรรจุอยู*ก น ถ วนแลัมีรสชาติเข มข น หวานมะน กลมกล*อม


ข าวต มขาว ข าวต มแดง เป)นขนมไทยโบราณที่มีส*วนผสมรัหว*างแป]ง ข าวเหนียว มัพร าว แลัน้ําตาลป9บ มีขะ้นตอนในการปรุงไม*ซบะ ซ อน ทําได

ง*าย ใช เวลาช*วงสะ้นๆ เป)นขนมระบปรัทานเล*นก็ แต*ที่นยิ มมะกจะดเป)นขนม สําระบเพื่อปรักอบพิธกี รรมต*างๆร*วมกะบการทําบายศรี เช*น การแก บน การ ขึ้นศาลพรัภูมิ การขึ้นบ านใหม* การโกนจุก ฯลฯ การลัเล*น สับ า การเล*นสับ าจัเล*นกะนที่ลานวะดหรือลานบ าน แถบตําบลบ านสวน แลัตําบล แสนสุข อําเภอเมืองชลบุรี ตลอดจนสถานที่อนื่ ๆ ในจะงหวะดใกล เคียง สร างความ สนุกสนานแลัได ออกกําละงกายไปด วย การเล*น ผู เล*นจัแบ*งออกเป)นสองฝXาย อุปกรณการเล*น คือ เปลือกหอยแครง กะบลูกสับ าที่กลึงจากไม ผู เล*นทะ้งสองฝXาย จัผละดกะนเล*นท*าต*าง ๆ เช*น ล อนิ่ง ยิงดีด หรือทอยหนีบ เมื่อเล*นหมดทุกท*าแล ว ส*วนมากจัประบให ผู แพ รํา ลูกช*วง การเล*นลูกช*วงจัเล*นกะนที่ลานวะดหรือลานบ านแถบตําบลเหมือง อําเภอเมือง ชลบุรี ในรัหว*างเทศกาลสงกรานต โดยจัเล*นกะนเกือบทุกวะนเวลาบ*ายถึงเย็น การเล*นลูกช*วงของชาวตําบลเหมืองมี 3 แบบ คือ ช*วงวง ช*วงรํา แลัช*วงเชลย การเล*นลูกช*วงให ความสนุกสนาน ได ออกกําละงกาย สร างความสามะคคี ผีกรัด ง ผีกรัด ง หรือผีนางด วงจัเล*นกะนลานบ านรัหว*างสงกรานต โดยเล*นเพือ่ ความสนุกสนานแหลัหาของที่หายไป จัเล*นในเวลากลางคืน โดยต องจะดเตรียม เครื่องคาย (เหล า น้าํ มะนใส*ผม แป]งผะดหน า น้ําอบไทย น้าํ หอมต*าง ๆ หวี กรัจก) เพื่อสะงเวยเจ าที่ แล วให ผู จัเข าทรงซึ่งเป)นผูช ายจะบขอบกรัด งมายื่นกลางวง มีพี่ เลี้ยง 1 คน คนอื่นยืนล อมเป)นวง ที่เลี้ยงจะดธูปเทียบเชิญผีแลัร องเพลงผีกรัด วง พร อม ๆ กะน ผี���ัเหวีย่ งกรัด งไปที่สาว ๆ ให มารําวงด วย เมื่อจัเลิกเล*นก็ดึง กรัด วงออกจากมือคนทรงผีก็จัออก ถ าเล*นเพื่อหาของหาย ผีกรัด งจัพาคนทรง เดินหรือวิ่งไปยะงที่ที่ของหายไปแลัสามารถช*วยหาของได


๑๙

ผีลอบ การเล*นผีลอบจัเล*นในรัหว*างเทศกาลสงกรานต โดยเล*นตอนกลางคืนที่ ตําบลบางพรั อําเภอศรีราชา ตําบลแสนสถข ตําบลบ านปmก อําเภอเมืองชลบุรี ตําบลห วยใหญ* อําเภอบางลัมุง นิยมเล*นกะนที่ลานบ าน โดยนําเครื่องเซ*นวางกอง บนใบตอง ลอบตะ้งไว ข าง ๆ เอาไม คานสอด เอาทันานสวมหะว ธูปสามดอกเรียง เป)นแถว สากตําข าววาง 2 ข างเครื่องเซ*น ให หญิงสาว 2 คน นะ่นบนสากคนลัอะน เอามือจะบลอบ คนอื่นล อมวงร องเพลงเชิญผีลอบ เมื่อผีเข าลอบจัเหวี่ยงไปมา ถ า ใครล อเลียนลอบจัไล*ตีคนนะ้น เป)นที่สนุกสนาน ถ าเอามือแหย*ทชี่ *องรัหว*างซี่ลอบผี ก็จัออก ผีสมุ* การเล*นผีสุ*มจัเล*นในรัหว*างเทศกาลสงกรานต นิยมเล*นในเลากลางคืนที่ ลานบ าน ตําบลหะวถนน อําเภอพนะสนิคม แลัที่อื่น ๆ โดยให คน 1-3 คน จัเป)น หญิงหรือชายก็ได ผูกตา แล วมานะ่นบนครกคว่ํา จุดธูป 3 ดอก เอาสุ*มแลัข องใส* ปลาผูกไว ทเี่ อวคนทรงคนอื่น ๆ ล มวงร องเพลงเชิญ คนทรงจัวิ่งเอาสุ*มครอบปลาที่ คนรอบ ๆ โดย โดยสมมติท*อนไม แทนปลา คนทรงจัจะบปลาอย*างรวดเร็ว ถ าปลา วิ่งหนี ทําให เกิดความสนุกสนาน ถ าให ผีออกต องเอามือขยี้หูทะ้งสองข าง แลัแก ผ า ผูกตากออก คราดนา หรือวิง่ คราด ก*อนการปDกดํานาตามแต*จักําหนดร*วมกะนว*าจัเป)นวะนให เพื่อเป)นการเอา ฤกษเอาชะยในการทํานาน แลัแสดงให เห็นถึงความสําคะญของควาย ซึ่งเป)นสะตว จําเป)นในการทํานาที่ตาํ บลบึง ตําบลหนองชาก อําเภอบ านบึง จัจะดให มีการวิ่ง คราด โดยผูเ ข าแข*งจะนส*วควาาย 1 คู* เทียมคราด แลัคนถือหางคราด 1 คน สง ในท องนาที่ไถไว แล ว แบ*งเป)นลู*ทางตรงตามยาว แต*ลัคู*ต องเดินหรือวิ่งตามลู* จัมี เกณฑตะดสินโดยดูว*าคู*ใดคราดได ตรงทางแลัละกษณัควายดี ไถคราดเก*ง ผู ชนั จัได ระบรางวะลต*าง ๆ ซึ่งเป)นปรัโยชนต*อเจ าของควาย เป)นการสร างเสริมความ สามะคคี การรําเทียน ส*วนใหญ*จัเล*นในเวลาว*างงานตอนกลางคืน ผู เล*นเป)นชาวบ านมัขามเตี้ย


ตําบลพนะสนิคม อําเภอพนะสนิคม ผู เล*นทุกคนถือเทียนทีจ่ ุดแล วคนลั 1 เล*ม ยืน เป)นวงกลม เว นรัยัพอให รําได สัดวก มีคนอีกกลุ*มหนึ่งร องเพลงปรบมือให

จะงหวั ผู รําเทียนจัต องรําโดยไม*ให เทียนดะบ ถ าเทียนดะบต องออกมาอยู*นอกวง เล*นไปจนเหลือคนสุดท ายที่เทียนไม*ดะบ ถือว*าเป)นผู ชนัแลัอาจจัมีรางวะล หมากรุกคน นิยมเล*นรัหว*างสงกรานต หรือในงานมงคลต*าง ๆ ทีล่ านวะดหรือลานบ าน ตําบลบ านโขด อําเภอเมืองชลบุรี ผู เล*นหมากรุกคน 2 คนนะ่งปรัจํากรัดานหมาก รุก เตรียมเดินตะวหมากรุก ผู เล*นอีก 32 คน แต*งกายแบบทหารโบราณ แบ*งเป)น 2 ฝXาย ฝXายลั 16 คน เครือ่ งแต*งกายคนลัสี ศีรณัสมหะวแสดงให รู ว*าเป)นขุน โคน ม า เรือ หรือเบี้ย ขะดตารางบนพืน้ เมื่อผู เล*นเดินหมากรุกตะวใดไปตาไหนจัมี คนพากยทางไมโครโฟน ให หมากรุกคนเดินเหมือนตะวหมากรุก มีคน 1 คน ใช ไม

ยาว ๆ คอยชีว้ *าให หมากรุกคนเดินไปตาไหน คนพากยบอกให วงป9\พาทยบรรเลง เพลงให เหมาัสม กะบลีลาแลัศะกดิ์ศรีของหมากรุกตะวนะน้ หากหมากรุกตะวใดถูก ฝXายตรงข ามกิน คนชีจ้ ัชี้ให หมากรุกตะวนะ้นออกจากการเล*น เล*นกะนไปจนฝXายใด ฝXายหนึ่งจน การเล*นหมากรุกคนถือเป]นการเล*นที่ให ความสนุกสนาน แลัฝmก ปฏิภาณไหวพริบอย*างหนึ่ง


р╣Тр╣С

р╕Ър╕гр╕гр╕Ур╕Щр╕╕р╕Бр╕гр╕б р╕нр╕▓р╕гр╕бр╕У р╕Ыр╕гр╕▒р╕Юр╕░р╕Щр╕Шр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╕бр╕гр╕Фр╕Бр╕Чр╕▓р╕Зр╕Шр╕гр╕гр╕бр╕Ч р╕нр╕Зр╕Цр╕┤р╣Ир╕Щ. р╕кр╕▓р╕гр╕▓р╕Щр╕╕р╕зр╕Т р╕░ р╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕░р╕Тр╕Щр╕▓р╕Бр╕▓р╕гр╕Чр╕▓р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕гр╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╣Бр╕ер╕▒р╕ар╕╣р╕бр╕┤ р╕ЫDр╕Нр╕Нр╕▓ р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕г.р╕╡ р╕Бр╕гр╕╕р╕Зр╣Ар╕Чр╕Ю:р╕Др╕╕р╕гр╕╕р╕кр╕ар╕▓р╕ер╕▓р╕Фр╕Юр╕г р╕▓р╕з,р╣Тр╣Хр╣Фр╣Ф.р╣Ср╣Ур╣Р. р╕нр╕▓р╕гр╕бр╕У р╕Ыр╕гр╕▒р╕Юр╕░р╕Щр╕Шр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╣Ар╕Др╕гр╕╖р╣Ир╕нр╕Зр╕Ир╕░р╕Бр╕кр╕▓р╕Щр╕Ь р╕▓р╕Чр╕нр╣Бр╕ер╕▒р╕Зр╕▓р╕Щр╣Бр╕Бр╕▒р╕кр╕ер╕░р╕Бр╕лр╕┤р╕Щ. р╕кр╕▓р╕гр╕▓р╕Щр╕╕р╕Бр╕гр╕бр╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕░р╕Тр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╕Чр╕▓р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕г р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╣Бр╕ер╕▒р╕ар╕╣р╕бр╕┤ р╕ЫDр╕Нр╕Нр╕▓ р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕г.р╕╡ р╕Бр╕гр╕╕р╕Зр╣Ар╕Чр╕Ю:р╕Др╕╕р╕гр╕╕р╕кр╕ар╕▓р╕ер╕▓р╕Фр╕Юр╕г р╕▓р╕з,р╣Тр╣Хр╣Фр╣Ф.р╣Ср╣Хр╣У. р╕нр╕▓р╕гр╕бр╕У р╕Ыр╕гр╕▒р╕Юр╕░р╕Щр╕Шр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╕Бр╕▓р╕гр╕ер╕▒р╣Ар╕е*р╕Щ. р╕кр╕▓р╕гр╕▓р╕Щр╕╕р╕Бр╕гр╕бр╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕░р╕Тр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╕Чр╕▓р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕г р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╣Бр╕ер╕▒р╕ар╕╣р╕бр╕┤ р╕ЫDр╕Нр╕Нр╕▓ р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕г.р╕╡ р╕Бр╕гр╕╕р╕Зр╣Ар╕Чр╕Ю:р╕Др╕╕р╕гр╕╕р╕кр╕ар╕▓р╕ер╕▓р╕Фр╕Юр╕г р╕▓р╕з,р╣Тр╣Хр╣Фр╣Ф.р╣Ср╣Чр╣Т. р╕зр╕┤р╣Ар╕Кр╕╡р╕вр╕г р╕Фр╕нр╕Щр╣Бр╕гр╕бр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╕Вр╕нр╕Зр╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕гр╕╡.р╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕░р╕Тр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╕Чр╕▓р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕г р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╣Бр╕ер╕▒р╕ар╕╣р╕бр╕┤р╕ЫDр╕Нр╕Нр╕▓ р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕г.р╕╡ р╕Бр╕гр╕╕р╕Зр╣Ар╕Чр╕Ю:р╕Др╕╕р╕гр╕╕р╕кр╕ар╕▓р╕ер╕▓р╕Фр╕Юр╕г р╕▓р╕з,р╣Тр╣Хр╣Фр╣Ф.р╣Тр╣Цр╣Ц. р╕зр╕┤р╣Ар╕Кр╕╡р╕вр╕г р╕Фр╕нр╕Щр╣Бр╕гр╕бр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╕Зр╕▓р╕Щр╕лр╕░р╕Хр╕Цр╕Бр╕гр╕гр╕бр╕К*р╕▓р╕Зр╕Э9р╕бр╕╖р╕н. р╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Юр╕░р╕Тр╕Щр╕Бр╕▓р╕гр╕Чр╕▓р╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕ир╕┤ р╕▓р╕кр╕Хр╕г р╣Ар╕нр╕Бр╕ер╕░р╕Бр╕йр╕Ур╣Бр╕ер╕▒р╕ар╕╣р╕бр╕┤р╕ЫDр╕Нр╕Нр╕▓ р╕Ир╕░р╕Зр╕лр╕зр╕░р╕Фр╕Кр╕ер╕Ър╕╕р╕г.р╕╡ р╕Бр╕гр╕╕р╕Зр╣Ар╕Чр╕Ю:р╕Др╕╕р╕гр╕╕р╕кр╕ар╕▓р╕ер╕▓р╕Фр╕Юр╕г р╕▓р╕з,р╣Тр╣Хр╣Фр╣Ф.р╣Тр╣Цр╣Ц. р╕зр╕┤р╣Ар╕Кр╕╡р╕вр╕г р╕Фр╕нр╕Щр╣Бр╕гр╕бр╣Бр╕ер╕▒р╕Др╕Ур╕▒. р╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕бр╕Ф р╕▓р╕Щр╕нр╕▓р╕лр╕▓р╕гр╕Бр╕▓р╕гр╕Бр╕┤р╕Щ.


วะฒนธรรม พะฒนการทางปรัวะตศิ าสตร เอกละกษณแลัภูมิปDญญา จะงหวะดชลบุร.ี กรุงเทพ:คุรุสภาลาดพร าว,๒๕๔๔.๒๗๐. วิเชียร ดอนแรมแลัคณั. ขนมธรรมเนียมปรัณี.วะฒนธรรม. พะฒนการทางปรัวะติศาสตร เอกละกษณแลัภูมิปDญญา จะงหวะดชลบุร.ี กรุงเทพ:คุรุสภาลาดพร าว๒๕๔๔.๒๗๓. วิเชียร ดอนแรมแลัคณั. การลัเล*นอื่นๆ. วะฒนธรรม พะฒนการทางปรัวะตศิ าสตร เอกละกษณแลัภูมิปDญญา จะงหวะดชลบุร.ี กรุงเทพ:คุรุสภาลาดพร าว,๒๕๕๓.๒๘๐. ไม*ปรากฏชือ่ ผู แต*ง.”กิจกรรมแลังานปรัเพณี”[ออนไลน] เข าถึงได จาก :http://thai.tourismthailand.org/see-do-/eventsfestivals.สืบค น๑๐/๐๓/๑๕๕๔. ไม*ปรากฎชื่ผู แต*ง.”ชลบุรี”[ออนไลน]เข าถึงได จาก :http://thai.tourismthailand.org/where-to-go/citiesguide/guide/destinion/chon-buri. สืบค น๐๕/๐๓/๒๕๕๔.


๒๓

ภาคผนวก แผนทีจ่ งะ หวะดชลบุรี

หน*วยการปกครอง การปกครองแบ*งออกเป)น ๑๑ อําเภอ ๙๒ ตําบล ๖๘๗ หมู*บ าน


1. อําเภอเมือง ชลบุรี 2. อําเภอบ าน บึง 3. อําเภอ หนองใหญ* 4. อําเภอบางลั มุง 5. อําเภอพาน ทอง 6. อําเภอพนะส นิคม

7. อําเภอศรี ราชา 8. อําเภอเกาัสี ชะง 9. อําเภอสะตหีบ 10. อําเภอ 10. บ*อทอง 11. อําเภอ 11. เกาัจะนทร


р╣Тр╣Х

р╕нр╕ар╕┤р╕Шр╕▓р╕Щр╕ир╕░р╕Юр╕Ч р╕Юр╕Ч

р╕Ър╕╣р╕гр╕Ур╕▒

р╕Бр╕▓р╕гр╕Л*р╕нр╕бр╣Бр╕Лр╕б

р╕Ыр╕Пр╕┤р╕кр╕░р╕Зр╕Вр╕гр╕У

р╕Л*р╕нр╕бр╣Бр╕Лр╕бр╕Чр╣Нр╕▓р╣Гр╕л р╕Бр╕ер╕░р╕Ър╕бр╕▓р╣Ар╕лр╕бр╕╖р╕нр╕Щр╣Ар╕Фр╕┤р╕б

р╣Ар╕Др╕гр╕╖р╣Ир╕нр╕Зр╕кр╕░р╕Зр╕Др╣Вр╕ер╕Б

р╕Ц р╕зр╕вр╕Кр╕▓р╕бр╣Вр╕Ър╕гр╕▓р╕У

р╣Ар╕Хр╕▓р╣Ар╕Кр╕┤р╕Зр╕Бр╕гр╕▓р╕Щ

р╕Чр╕╡р╣Ир╕кр╣Нр╕▓р╕лр╕гр╕░р╕Ър╣Ар╕Ьр╕▓р╕Ц р╕зр╕вр╕Кр╕▓р╕б

р╕Ыр╕гр╕▒р╕зр╕░р╕Хр╕┤р╕ир╕▓р╕кр╕Хр╕г

р╕зр╕┤р╕Кр╕▓р╕з*р╕▓р╕Ф р╕зр╕вр╣Ар╕лр╕Хр╕╕р╕Бр╕▓р╕гр╕Ур╕Чр╕╡р╣Ир╕бр╕▓р╕Вр╕нр╕Зр╕Ыр╕гр╕▒р╕Кр╕▓р╕Кр╕▓р╕Хр╕┤

р╕бр╕гр╕Фр╕Б

р╕Чр╕гр╕░р╕Юр╕вр╕кр╕бр╕Ър╕░р╕Хр╕┤р╕Чр╕╡р╣Ир╕кр╕╖р╕Ър╕Чр╕нр╕Ф

р╕кр╕Цр╕▓р╕ЫDр╕Хр╕вр╕Бр╕гр╕гр╕б

р╕зр╕┤р╕Кр╕▓р╕Чр╕╡р╣Ир╕зр╕▓* р╕Ф р╕зр╕вр╕Бр╕▓р╕гр╕Б*р╕нр╕кр╕г р╕▓р╕З

р╕бр╕Зр╕Бр╕╕р╕О

р╣Ар╕Др╕гр╕╖р╣Ир╕нр╕Зр╕кр╕зр╕бр╕Юр╕гр╕▒р╣Ар╕ир╕╡р╕вр╕г

р╕зр╕░р╕Тр╕Щр╕Шр╕гр╕гр╕б р╕Др╕Ур╕▒

р╕кр╕┤р╣Ир╕Зр╕Чр╕╡р╣Ир╕Чр╣Нр╕▓р╣Гр╕л р╣Ар╕Ир╕гр╕┤р╕Нр╕Зр╕нр╕Бр╕Зр╕▓р╕бр╣Бр╕Б*р╕лр╕бр╕╣*р╕Др╕Ур╕▒ р╕зр╕┤р╕Цр╕╡р╕Кр╕╡р╕зр╕┤р╕Хр╕Вр╕нр╕Зр╕лр╕бр╕╣*

р╕нр╕Щр╕╕р╕гр╕░р╕Бр╕й

р╕гр╕░р╕Бр╕йр╕▓р╣Гр╕л р╕Др╕Зр╣Ар╕Фр╕┤р╕б

р╕Ыр╕гр╕▒р╣Ар╕Юр╕Ур╕╡

р╕кр╕┤р╣Ир╕Зр╕Чр╕╡р╣Ир╕Щр╕┤р╕вр╕бр╕Ыр╕гр╕▒р╕Юр╕др╕Хр╕┤р╕Ыр╕Пр╕┤р╕Ър╕░р╕Хр╕┤р╕кр╕╖р╕вр╕Х*р╕нр╕Бр╕░р╕Щр╕бр╕▓р╕Ир╕Щр╣Ар╕Ы)р╕Щр╣Бр╕Ър╕Ър╣Бр╕Ьр╕Щ

р╕Бр╕▓р╕гр╕ер╕▒р╣Ар╕е*р╕Щ

р╕Бр╕▓р╕гр╣Бр╕кр╕Фр╕Зр╕Х*р╕▓р╕Зр╣Жр╣Ар╕Юр╕╖р╣Ир╕нр╕Др╕зр╕▓р╕бр╕кр╕Щр╕╕р╕Бр╕кр╕Щр╕▓р╕Щр╕гр╕╖р╣Ир╕Щр╣Ар╕гр╕┤р╕З


phonthipphonthip % 8 # 5 % 8 # 5