Page 1


โอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน 2015 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีหลักธรรม ๑๐ ประการ ที่ทรงยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในการพระราชวินิจฉัยแก้ปัญหา เพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์และความสุขโดยไม่แบ่งแยก ซึง่ ถือเป็น แบบอย่างทีด่ ที ี่เยาวชนไทยควรน้อมนามาปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท เพื่อ ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้มคี วามเจริญก้าวหน้าต่อไป ซึง่ หลักธรรม ๑๐ ประการ มีดังนี้ ๑. ทางานอย่างผู้รจู้ ริงและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ๒. มีความอดทน มุง่ มั่น ยึดธรรมะและความถูกต้อง ๓. ความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายและประหยัด ๔. มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก ๕. รับฟังความเห็นของผูอ้ ื่นและเคารพความคิดที่แตกต่าง ๖. มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร ๗. มีความสุจริตและความกตัญญู ๘. พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง ๙. รักผู้อื่น โดยการรู้จักเห็นใจคนอื่น ให้ความรักความจริงใจแก่กัน ๑๐. การเอือ้ เฟื้อซึ่งกันและกัน สานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญ ชวนให้เยาวชนไทยทุกคนและประชาชนทั่วไป น้อมนาหลักธรรมตามรอยพระยุคล บาท ๑๐ ประการ มาสู่การปฏิบตั ิ แต่ที่สาคัญที่สุด หากผู้ใหญ่น้อมนา หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาทมาปฏิบัติ ให้เป็น แบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน เยาวชนไทยก็จะ เติบโตขึน้ เป็นผู้ใหญ่ที่ดแี ละมีคุณภาพ เท่ากับเป็นการวางรากฐานให้ สังคมไทยของเราเข้มแข็งต่อไป ในอนาคต (ข้อมูลเพิ่มเติม - http://www.culture.go.th/cday/)

3


4


5


6


7


กรุ ง ลิ ส บอน เมือ งหลวงของประเทศโปรตุ เกส เป็ น เมือ งท่ า ขนาดใหญ่ แ ละเปี่ ย มด้ ว ย วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป ด้วยตาแหน่งของเมืองนี้อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ยุโรป และติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่ผู้คนจากหลายเชื้อชาตินิยมใช้เป็น ทางผ่ า น เพื่อ เดิน ทางไปยั ง ดิน แดนที่ ห่า งไกล โดยเฉพาะการเดิ น ทางไปยั งดิ น แดนตะวั นออก บรรดามิชชันนารีเยสุอิตที่ต้องการทางานแพร่ธรรมยังดินแดนตะวันออกนั้น ต่างก็ต้องผ่านกรุง ลิสบอนทั้งสิ้น ณ กรุงลิสบอนนี้เอง มีวิทยาลัยเยสุอิตสาหรับอบรมบรรดามิชชันนารีโดยเฉพาะ เพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

หลังจากที่มัทธิว ริชชี่ รวมทั้งเพื่อน ๆ ของท่าน ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นมิชชันนารี ไปยัง ดินแดนตะวันออกนั้น เดินทางโดยเรือ ออกจากเมืองเจโนวา ตอนเหนือของอิตาลี ในปัจจุบัน ผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ มาถึงกรุงลิสบอนกลางฤดูร้อน ดังนั้น พวกท่านจึงจาเป็นต้องรอเรือที่จะออก เดินทางในฤดูใบไม้ผลิ เพื่อหลีกเลี่ยง อันตรายจากมรสุมในทะเล

8


ในช่วงระหว่างนี้เอง ที่ริชชี่ใช้เวลาด้วยการเรียนภาษาโปรตุเกส และเรียนบาง วิชาของเทวศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยโคอิมบราเป็นเวลาประมาณ 9 เดือน ในที่สุด เมื่อ วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1578 เมื่อทุกอย่างพร้อมเรียบร้อยแล้ว เยสุอิตทั้งหมด 14 คน ซึ่งรวมถึงริชชี่ด้วย ได้เริ่มออกเดินทางออกจากกรุงลิสบอน เรือผ่านแหลมกูดโฮพ ซึ่ง อยู่ในเขตของแอฟริกาใต้ และมหาสมุทรอินเดีย ก่อนที่จะถึงเมืองกัวในเวลาหกเดือน ถัดมา หลังจากที่มาถึงเมืองกัวแล้ว ริชชี่ก็ได้เริ่มเรียนเทวศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ สอนภาษาละตินและกรีก ให้กั บ โรงเรีย นของคณะฯ แต่ท ว่า สุขภาพของท่านเริ่ม มี ปัญหา จึงย้ายไปสอนหนังสือให้กับเด็กนัก เรียนที่โคชิน ซึ่งมีอากาศที่ดีก ว่า เพื่อว่า ท่านจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1580 มัทธิว ริชชี่ก็ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์โดยพระสังฆราชแห่งโคชิน ก่อนที่จะกลับไป ยังกัว เพื่อเรียนต่อเทวศาสตร์ชั้นปีที่สาม ในระหว่างที่มัทธิว ริชชี่เรียนเทวศาสตร์อยู่ที่กัวนั้น คุณพ่ออเล็กซานโดร วาลิก นาโน ซึ่ ง ครั้ ง หนึ่ ง เคยเป็ น ผู้ ดู แ ลท่ า นในนวกสถาน ได้ รั บ แต่ ง ตั้ ง เป็ น ผู้ ดู แ ลคณะ มิชชันนารีที่ทางานแพร่ธรรมในฝั่งตะวันออก คุณพ่อได้ศึกษาและพยายามหาคาตอบ ว่า “ทาไมมิชชันนารีท่ีพยายามเข้าไปยังแผ่นดินจีน จึงประสบความล้มเหลวที่ จะแพร่ ธ รรมที่ นั่ น ” คุ ณ พ่ อ ได้ ใ ช้ เ วลาในการศึ ก ษาทั้ ง กฎหมาย การปกครอง วัฒนธรรม และความเชื่อของชาวจีน และในท้ายที่สุด ท่านก็ได้ข้อสรุปว่า อาจจะเป็น เพราะพวกเขาไม่ได้เรียนรู้ภาษา และพยายามเข้าใจวัฒนธรรมของแผ่นดินจีนอย่างดี คุณพ่อเห็นว่า การแพร่ธรรมไม่ได้หมายความว่า จะ ต้องทาให้ชนท้องถิ่นทิ้งทุก สิ่งทุกอย่างที่พวกเขามี ฝ่ายมิชชันนารีเองต่างหาก ที่ต้องศึกษาและทาความ เข้าใจ ทั้งภาษาและวัฒนธรรมของผู้คนที่ไปทางานแพร่ธรรมที่นั่น นี่เองจะช่วย ให้ผู้คนเริ่มเปิดใจที่เข้าเรียนรู้ความเชื่อของเราเองด้วย

9


ดังนัน้ คุณพ่ออเล็กซานโดรจึงมี นโยบายใหม่ ให้มิชชันนารี เยสุอิตที่พยายามจะเข้า ไปยังจีน เรียนภาษาจีน และวัฒนธรรมจีนอย่าง ถ่องแท้ คุณพ่อได้ขอ คุณพ่อไมเคิล รุจเจโร ซึง่ เดินทางมาพร้อมกับ มัทธิวริชชี่ เป็นคนแรกที่ เรียนภาษาจีนอย่างจริงจัง ณ มาเก๊า คุณพ่อไมเคิล นีเ้ อง ก่อนหน้าที่จะเข้า คณะฯ ได้เรียนจบ กฎหมายมาก่อน แม้ว่าท่านจะมีความสามารถในการเรียนดี แต่การเรียนภาษาจีนยังคงไม่ใช่ เรื่องง่าย เพราะทัง้ การเขียน และการพูดภาษาจีนนั้น มีความแตกต่างจากภาษาของยุโรป อย่างสิน้ เชิง หนึง่ ตัวอักษรจีนมีหนึ่งความหมาย อีกทั้งโทนเสียงทีต่ ้องออกเสียงให้ถูกต้อง มิ เช่นนั้นความหมายจะแปรเปลีย่ นอีกเช่นกัน อีกปัญหาหนึ่งคือ รุจเจรีได้รับความกดดันจาก มิชชันนารีหลายคนก่อนหน้าท่าน พวกเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายใหม่ของคุณพ่ออเล็กซาน โดรที่ว่า มิชชันนารีนนั้ ต้องเรียนภาษาจีน เพราะเห็นว่าเป็นการเสียเวลาไปเปล่า ๆ เนื่อง โอกาสที่จะได้เข้าไปแผ่นดินจีนนั้นยากเต็มที แต่คุณพ่ออเล็กซานโดรไม่ท้อถอย คุณพ่อเห็นว่า ท่ามกลางอุปสรรคต่าง ๆ นั้น ควร จะมีใครอีกสักคนที่จะมาอยู่และเรียนภาษาจีนเป็นเพื่อนรุจเจรี สุดท้ายแล้ว คุณพ่อจึงขอให้ มัทธิว ริชชี่มาเรียนภาษาจีนเป็นเพื่อนกับรุจเจรีด้วย เนือ่ งจากคุณพ่อเคยดูแลริชชี่มาก่อน จึงรู้ถึงความสามารถของริชชี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเรียนภาษาและความจาที่เป็นเลิศของ เขา ในเวลาต่อมา ริชชี่เดินทางออกจากกัวโดยเรือไปยังโคชิน และมะละกา แต่วา่ ระหว่างที่ ท่านเดินทางจากมาละกาไปยังมาเก๊าท่านเกิดป่วยหนัก แต่เมื่อมาถึงมาเก๊าซึ่งตรงกับวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1582 ท่านก็ค่อย ๆ รูส้ ึกดีข้นึ

10


ณ มาเก๊านีเ้ อง ริชชี่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากไมเคิล รุจเจรี เพื่อนสนิทของ ท่าน พร้อมกับคุณพ่ออเล็กซานโดร ซึ่งรอท่านที่บา้ นพักเซนต์มาร์ติน คุณพ่ออเล็กซานโดร เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น และเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังกัว แต่ก่อนเดินทางนั้น ท่านได้แบ่งปัน ประสบการณ์ของท่านที่ญ่ปี ุ่นแก่ไมเคิลและริชชี่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องการปรับตัว สิ่งที่ควร ปฏิบัติ และมิตรภาพที่พวกเขาจะต้องมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ท่ดี กี ับชาวจีน โดย เฉพาะอย่างยิ่งกับผูป้ กครอง หลังจากนัน้ คุณพ่ออเล็กซานโดร ได้จัดให้ทั้งริชชี่และไมเคิล แยกอยู่บา้ นเล็ก ๆ ต่างหาก เพื่อจะได้ทมุ่ เทต่อการเรียนภาษาเบือ้ งต้นของชาวจีนได้อย่าง เต็มที่ ผ่านมิตรภาพและกาลังใจแก่กันและกันนั่นเอง ที่ทาให้ทงั้ ไมเคิลและริชชี่สามารถเรียน ภาษาจีนได้อย่างดี ผ่านไปเพียงสามเดือนหลังจากนั้น ริชชี่ก็สามารถอ่านและเข้าใจภาษาจีน ได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ สาหรับมัทธิว ริชชี่เอง ในช่วงเวลาว่าง ท่านยังพยายาม เรียนรูบ้ ทกวีต่างๆของจีน แม้ว่าจะอ่านไปเพียงครั้งเดียว ท่านยังสามารถท่องจาได้อย่าง แม่นยา แต่โอกาสที่จะได้เข้าไปแผ่นดินจีนนั้นยังคงน้อยนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้แทนคน ใหม่ ข องพระจั ก รพรรดิ แ ห่ ง มณฑลกวางตุ้ ง และกวางซี ได้ อ อกประกาศการลงโทษ ชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าไปยังแผ่นดินจีน หากแต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในกลางฤดูร้อน ของปี ค.ศ. 1583 เจ้าเมืองผู้ปกครองเจ้าชิ่งชื่อ หวังปาง ได้เขียนจดหมายอย่างเป็นทางการ เชิญริชชี่และไมเคิล รุจเจรี เข้ามาในเมืองของท่าน เนื่องจากหวังปางได้ยินกิตติศัพท์ของริชชี่ เกี่ยวกับความรู้ด้านคณิตศาสตร์ การทาแผนที่ นาฬิกา และอื่น ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหวังปาง เจ้าเมืองเจ้าชิ่งนี่เอง ที่ได้มอบโอกาสให้ริชชี่และไม เคิล เข้ามาแผ่นดินจีนแผ่นดินที่ปิดตายต่อชาวต่างชาติมานานหลายศตวรรษ ไม่มีใครจาก ภายนอกได้รู้อย่างชัดเจนมาก่อนเลยว่า “แผ่นดินนี้กว้างใหญ่แค่ไหน วัฒนธรรมและวิถี ชีวิตของคนจีนเป็นอย่างไร พระจักรพรรดิหมิงผู้ซ่ึงเปี่ยมด้วยพระราชอานาจที่ไม่มี ใครเคยพบ รวมถึง พระราชวั ง ต้อ งห้า มซึ่ง เป็ น สิ่ง ที่คนภายนอกยากจะเข้า ใจและ จินตนาการได้” คาถามต่าง ๆ เหล่านี้ กาลังรอริชชี่ เพื่อจะค้นหาคาตอบในไม่ช้า (ติดตามเรื่อง “มัทธิว ริชชี่ แห่งมาเชราตา” ตอนที่ 3 ชื่อตอนว่า สองภิกษุกับเจ้าเมืองแห่งเจ้าชิ่ง ได้ในจุลสารเพื่อ(น)เยาว์ ได้ในฉบับถัดไปครับ)

11


กลุ่มนักศึกษาคาทอลิก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีโอกาสได้จัดค่ายครั้งแรก คือ “ค่าย กิน นอนครั้ ง ที่ 1” มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เพื่ อเรี ยนรู้ การวางแผนการท างานกลุ่ ม และเชื่ อ ม สัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม โดยมีคุณพ่อโบโว กับพี่แจนมา Train ให้ ค่ายนี้จัดขึ้น 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันศุกร์ที่ 28 - วันอาทิตย์ที่30 สิงหาคม 2558 ที่ บ้านเรยีนา ดอยสุเทพ มีสมาชิกมาร่วมค่ายทั้งหมด 5 คน วันแรก เรามากินข้าวเย็นด้วยกัน และทากิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ร่วมกัน และหลังจากนั้นก็ช่วยกันคิดวางแผนว่าวันรุ่งขึ้น เราจะ ทาอะไรกันบ้าง

12


วันที่สอง เราทากิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ต่อเนื่องจากวันแรก มีการเล่นเกมส์ พูดคุยกัน แบ่งปันประสบการณ์ของแต่ละคน เพื่อให้สมาชิกรู้จักกันมากขึ้น จนถึงกระทั่งพักเที่ยง เราก็ ไปกินข้าวด้วยกัน หลังจากนั้นพ่อโบโวมีกิจกรรมเพื่อเรียนรู้การทางานเป็นทีม โดยการให้ทา ภารกิจศึกษาและเก็บภาพวัดพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อนามาแนะนาให้ฟัง เป็นการฝึกการ วางแผนงาน การพูดคุยและการแบ่งงานกันทาด้วย จากนั้นตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เราทุกคนได้วางแผนการทางานกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยเราได้นึกย้อนไปว่า ปีที่แล้วเรามี กิจกรรมอะไรบ้าง และใช้เป็นฐานในการคิดว่าในปีนี้เราจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง

วันที่สาม เราลงมาทากิจกรรมที่ชมรมคริสเตียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชวนน้องที่ไม่ได้ มาร่วมค่าย มาเข้าร่วมมิสซาตอนเช้า เล่นเกมส์ด้วยกัน และได้มีการเลือกคณะกรรมการ กลุ่มฯ ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวด้วยกันและแยกย้ายกันกลับบ้าน จากค่ายนี้ทาให้เราได้เรียนรู้วิธีการทางาน การวางแผนงาน การทางานเป็นทีม และ ได้เรียนรู้การทางานร่วมกับผู้อื่น และทาให้เรากลุ่มนักศึกษาคาทอลิก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้มี กาลังที่จะทางานต่อไป สุดท้ายขอขอบคุณพ่อโบโวกับพี่แจนเป็นอย่างสูงที่ได้เสียสละเวลามา train ให้กลุ่มนักศึกษาคาทอลิกแม่โจ้

13


14


แล้วพบกับ “เก็บเบี้ยริมทาง” ได้ใหม่ในโอกาสหน้านะคะ เพื่อนๆ นักศึกษาคนใดสนใจมาเป็นหนึ่งเดียวกันในพวกเรา มาเจออะไรดีๆ ด้วยกัน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.carefor.org/student หรือที่ Facebook Page: The Catholic Student Network of Thailand ค่ะ

15


16


17


เคยไหมที่บางเวลาอยากให้มันผ่านไปเร็ว ๆ แต่อีกบางเวลาก็อยากที่จะ กอดเก็บมันไว้นาน ๆ ....เรื่องเล่าต่อไปนี้ อาจเป็นเรื่องที่ดูเหลวไหล แต่ชวนไตร่ตรองมากทีเดียว...ลองอ่านเล่น ๆ กันดูนะคะ

“มัสสิโม” เป็นเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่ชอบการรอคอยเอาซะเลย เช่นว่า ในฤดูหนาว เขากระตือรือร้นที่จะไปเล่นสเก็ตที่ลานน้าแข็ง แต่แล้วไม่นานเขาก็เบื่อ และอยากเร่งให้ถึงฤดูร้อน เพื่อเขาจะได้ไปว่ายน้า แต่เมื่อฤดูร้อนมาถึง เขาก็อยากให้ถึงฤดูใบไม้ร่วงเพื่อจะได้เล่นว่าวในสวนสาธารณะ มัสสิโม เป็นอย่างนี้เสมอ หากมีใครถามเขาว่า เขาอยากได้อะไรมากที่สุดในโลก ก็จะ ได้รับคาตอบทันทีทันใดว่า “ผมอยากให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ ” และแล้ว...วันหนึ่ง ในฤดูใบไม้ ร่วงนั้นเอง มัสสิโมได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขา เขาจึงหันไป และพบกับหญิงชราคนหนึ่งที่ กาลังมองมายังเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน หญิงชราคนนั้นถือกล่องสีเงิน ค่อย ๆ เดินมา และ ยื่นกล่องให้เขาดู บนกล่องมีรูเล็ก ๆ ที่มีเส้นด้ายสีทองโผล่ออกมา เธอกล่าวกับเขาว่า “ดูสิ หนูน้อยมัสสิโม เส้นด้ายบางๆนี้ คือ เส้นด้ายแห่งชีวิตของเธอ เธอต้องการให้เวลาผ่านไป อย่างรวดเร็วใช่ไหม? มันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว (เธอยิ้มด้วยสายตาที่มีความหมาย และอธิบายต่อไป) ...เพียงแค่ดึงเส้นด้ายเส้นนี้ออกมา เพียงเล็กน้อย ส่วนเล็กที่สุดของเส้นด้ายมีค่า เท่ากับ 1 ชั่วโมงในชีวิตของเธอ เธอเข้าใจ แล้วใช่ไหม ...แล้วอย่าบอกใครเชียว เธอเป็นเจ้าของ กล่องใบนี้แล้ว ขอให้โชคดี!” แล้วหญิงชราคนนั้น ก็หายวับไป

18


วันต่อมา ที่โรงเรียน มัสสิโมคิดที่จะใช้เส้นด้ายวิเศษเพื่อทาให้คาบเรียนสัน้ ลง เขาจึงดึงด้าย จากกล่องสีเงินนั้นออกมา แต่มากกว่าที่ตั้งใจไว้ แล้วเขาก็ได้ยนิ คุณครูพูดว่า “บทเรียนของวันนี้ จบลงแล้ว พวกเธอกลับบ้านได้” เขาจึงคิดในใจว่า “โอ มันช่างวิเศษอะไรอย่างนี้ แล้วจะยิ่งดีแค่ ไหนนะ ถ้าเรียนจบแล้วสามารถทางานได้เลย!” เขาจึงตัดสินใจดึงเส้นด้ายวิเศษอีก มันทาให้เขา พบว่าตนเองมีหนวด และโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีอาชีพเป็นวิศวกรในโรงงานแห่งหนึ่ง เขามีความสุข มากกับอาชีพของเขา ต่อมาเขาก็ได้ดึงเส้นด้ายวิเศษอีกเพื่อที่จะได้รับเงินเดือนเร็ว ๆ เขารู้จักกับ มาเรีย เธอเป็นหญิงสาวสวย ต่อมาจึงได้ตัดสินใจแต่งงานกัน แต่มสี ิ่งหนึ่งที่ทาให้ เขาเสียใจจากการเร่งเวลาของเขาก็คือ แม่ของเขาได้แก่ลงไปมาก ผมกลายเป็นสีขาวหมด เขาจึง คิดที่จะดึงเส้นด้ายวิเศษให้น้อยครั้งที่สุด แต่คิดอีกที ความจริงตอนนี้เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาตั้งใจ ว่าจะไม่ใช้มันอีก…. แต่แล้ววันหนึ่ง มาเรียได้มาบอกกับเขาด้วยความยินดีวา่ เธอกาลังรอคอยลูก เธอตั้งครรภ์! “รอคอย” เป็นคาที่มัสสิโมไม่เคยคิด และไม่ชอบเอามาก ๆ เขาจึงไม่อาจทาตามสัญญาที่ให้ไว้กับ ตนเองว่าจะไม่ใช้เส้นด้ายนั้นอีก เขาอยากที่จะอุ้มลูกน้อยของเขาเดี๋ยวนี้ เขาจึงเริ่มดึงเส้นด้ายทีละ นิดทุกวัน เย็นวันหนึ่งเขาเผลอดึงออกมามากไปหน่อย วันต่อมา ก็พบว่าตนเองแก่ลงมาก พร้อม กับมีลูก 2 คน คนหนึ่งเรียนสายอาชีพ อีกคนเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องราวจึงดาเนินไปอย่างที่เคยเป็นมา ทุกครั้งที่เขาพบปัญหา มัสสิโมจะดึงเส้นด้ายเพื่อ แก้ปัญหาให้ผ่านไปเร็ว ๆ เมื่อกิจการของเขาดาเนินไปไม่ดนี ัก หรือเมื่อมีใครป่วย หรือเมื่ออยากรู้ ว่าชัยชนะในการแข่งฟุตบอลจะเป็นของใคร หรือแม้แต่เวลาที่เขาอยากรู้ว่าตอนจบของละครทีวีจะ เป็นอย่างไร.... เช้าวันหนึง่ มัสสิโมมองตัวเองทีก่ ระจก เขาพบว่าเขามีผมขาวหมด รู้สึกเหนื่อยอ่อนมาก เขา ไม่พอใจกับสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้ บ้านของเขา ว่างเปล่า มีแต่มาเรีย (ซึ่งเธอก็แก่ลงไปถนัดตาทีเดียว) มาเรียไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอและสามีไม่สามารถจดจาอดีตทีผ่ ่านมาด้วยกัน “เธอรู้สึกเหมือนฉันไหมว่า วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เหมือน ลมหายใจวูบเดียว” เธอกล่าว “แล้วทาไมลูก ๆ ของเรา เขาเติบโตเร็วอย่างนี้” มัสสิโมไม่สามารถตอบคาถามเหล่านีไ้ ด้ เขารู้สึกเศร้ามาก ตอนนี้ที่บา้ นจึงเหลือตายายสองคน ที่เต็มด้วยโรค และ แต่ละวันก็ดูเหมือนจะยาวนานเหลือเกิน แต่มัสสิโมตั้งใจที่จะไม่ดึงเส้นด้ายวิเศษอีกเลย

19


วันหนึ่ง เขานอนอยู่ในสวนเหมือนเคย มัสสิโมได้ยินเสียงเรียก เมื่อเขาลืมตาขึ้นก็ได้พบ หญิงชราคนนั้นที่เคยให้กล่องวิเศษแก่เขาเมื่อหลายปีที่แล้ว หญิงชราทักทายเขาว่า “เป็น ยังไงล่ะ มัสสิโม เส้นด้ายวิเศษได้ทาให้ชีวิตของเธอมีความสุขมากขึ้น ตามความต้องการของ เธอไหม?” “ผมไม่รู้เหมือนกัน...ขอบคุณมากสาหรับเส้นด้ายวิเศษนั้น มันทาให้ผมไม่ต้องรอคอย หรือมีความทุกข์มากเกินไปในชีวิต แต่เดี๋ยวนี้ ผมรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก และตอนนี้ ผมก็ แก่มาก อ่อนแอ... ผมอยากกลับเป็นเด็กอีกครั้ง” มัสสิโมตอบพร้อมเสียงถอนหายใจยาวด้วย ความอับอาย “และ...ผมอยากที่จะสามารถมีชีวิตโดยปราศจากเส้นด้ายวิเศษนี้ เจริญชีวติ ธรรมดาเหมือนคนอื่น ๆ ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต โดยไม่หมดความเพียรอดทน” “อย่าท้อแท้ไปเลย เพียงแต่เธอมอบกล่องให้ฉัน ...ขอให้โชคดี มัสสิโม” ทันทีที่มัสสิโม ได้วางกล่องเส้นด้ายวิเศษบนมือของหญิงชรานั้น เขาก็หลับไป.... “นี่ ตื่นได้แล้ว เด็กขี้เซา! ตื่นๆ” มัสสิโม ลืมตาขึ้น เขาพบว่าเขาอยู่บนเตียงของเขา เขาเห็นแม่(ที่ยังสาวสวย) กาลังมอง เขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน เขารีบวิ่งไปที่กระจกและเห็นตัวเองเป็นเด็กชายเจ้าเนื้อเหมือนเคย เขาดีใจมาก วิ่งไปกอดแม่เหมือนกับไม่ได้กอดมานาน… วันนี้ เธออาจดูแก่ลงกว่าที่เคย แต่... จงชื่นชมยินดีกับวันนี้ เวลานี้ จงชื่นชมกับชีวิตอันงดงามที่พระเจ้าทรงประทานให้เธอดุจของขวัญ ทุก ๆ วัน จงอย่ากลัวที่จะรอคอยด้วยความหวัง อย่ากลัวที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ ที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นอีกในชีวิต จงใช้เวลาวันนี้อย่างเต็มที่ เพราะวันนี้ คือ วันแห่งความรอด และวันนี้.... เธอก็ยังอ่อนวัยกว่า วันข้างหน้า....

20


21


22


DIY แต่งกล่องคุกกีเ้ ป็นกล่องเก็บของสไตล์วนิ เทจน่าใช้ Posted on August 25, 2014 in DIY, Featured, เครื่องเขียน by Pinku , 6,890 views ที่มา : http://www.livingoops.com/featured/diy-sewing-vintage-box

สิง่ ทีต่ อ้ งเตรียม 1. กล่องคุกกี้เก่าที่ทานหมดแล้ว 2. สีสเปรย์ สีขาว 3. สีอะครีลิคสีเงินหรือทอง และพู่กันหัวใหญ่สาหรับเพ้นท์ระบาย 4. อุปกรณ์เย็บปักถักรอยสาหรับตกแต่งฝากล่อง เช่น เข็มเย็บผ้า เข็มหมุด หลอดด้าย กรรไกร กระดุม ซิปเป็นต้น (หากต้องการให้ประหยัดมากขึ้น สามารถใช้อุปกรณ์ที่ เสียหายแล้ว หรือ ใช้การไม่ได้แล้วได้นะคะ เช่น กรรไกรที่ไม่คม ด้ายที่ใช้หมดแกนแล้ว เป็นต้น) 5. ปืนกาว 6. กระดาษทราย 7. ผ้าถักยาว หรือผ้าลูกไม้รอบกล่องคุกกี้ สาหรับสร้างลวดลายบริเวณตัวกล่องคุกกี้ 8. เศษผ้า วิธที า STEP 1 นากล่องคุกกี้เก่าที่เตรียมไว้มาตกแต่งฝากล่องด้วยอุปกรณ์เย็บปักถักรอยที่ เตรียมไว้ ทั้งกรรไกร ซิป แกนด้าย กระดุม เข็มหมุด และอุปกรณ์อื่นๆ ติดกาวลงไปบน ฝากล่องให้เรียบร้อยตามที่ต้องการ STEP 2 นาสีสเปรย์สีขาวพ่นลงไปทั่วทั้งกล่อง STEP 3 ใช้พู่กันจุ่มสีอะครีลิกสีทองหรือเงินที่ต้องการใช้ จากนั้นก็ระบายลงไปบนกล่อง ตามบริเวณที่ต้องการทาให้ดูวินเทจ STEP 4 แล้วใช้เศษผ้าค่อยๆ เช็ด ถู บริเวณที่ระบายสีลงไป ให้สีดูเลอะๆ เขรอะๆ บริเวณ ฝากล่อง จนทั่ว STEP 5 นาผ้าถัก หรือผ้าลูกไม้ ที่เตรียมไว้ติดลงไปรอบตัวกล่องคุกกี้ STEP 6 ใช้พู่กันจุ่มสีอะครีลิคที่ใช้ใน STEP 3 แล้วทาซ้า ระบายสีลงไปบนผ้าถัก STEP 7 ใช้เศษผ้าถูตรงบริเวณที่ระบายสีลงไป ให้ดูวินเทจ และปล่อยให้แห้ง เท่านี้ก็เสร็จ แล้วค่ะ ได้กล่องเก็บของวินเทจสวยๆ เก๋ๆ ไว้ใช้งานกันแล้ว เห็นมั้ยคะว่าไอเดียนี้ไม่ยากอย่างที่คิด ทาออกมาแล้วได้กล่องเก็บของสวยๆ แบบนี้ หลายๆ คนคงถูกใจไอเดียนี้กันไม่เบาเลย กล่องคุกกี้ท่มี ักจะได้มาพร้อมกับเทศกาลของขวัญต่างๆ ก็ไม่ต้องเสียเปล่า แค่ DIY เพิ่มเติม ก็เปลี่ยนสภาพเป็นของสวยมีราคา เพิ่มมูลค่าให้ดูน่า ใช้มากขึ้นแล้วค่ะ ลองทากันดูนะคะ 23


สวัสดีค่ะท่านเพื่อน ๆ เยาวชน ทุกคน ในเดือนกันยายนนีถ้ อื ว่าเป็น เดือนของเยาวชนเลยก็วา่ ได้ เพราะวันที่ 20 กันยายนของทุกปีคอื “วันเยาวชน แห่งชาติ” ซึ่งปีนตี้ รงกับวันอาทิตย์ ด้วย เกือบทุกสังฆมณฑล – องค์กร จัด กิจกรรม สาหรับเด็กและเยาวชน จัด กีฬาเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างเรา จัดการอบรมเสริมเนือ้ หาที่น่าสนใจ ทัน ยุค ทันสมัย ทันใจเยาวชน มีการนัดพบ กับเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ จัดภาวนาเทเซ่ เพื่อยกจิตใจขอบพระคุณพระเจ้า พระศาสนจักรคาทอลิก พร้อม มอบสิ่งดีๆ มากมายให้กับบรรดาเด็กๆ เยาวชน เพียงหวังให้เขา เติบโตใน ความเชื่อ ความศรัทธา เติบโตเป็น คริสตชนที่ดี และแบ่งปัน คืนความสุข มอบความรัก และความมีเมตตา ต่อ ให้กับเพื่อนพี่น้องรอบข้างต่อไป

24


มีคนมักนิยามว่า “ชีวิตของเราจะต้องก้าวไป ข้างหน้าเสมอ” แต่เวลานี้ ชีวติ อย่างเราก็ขอหยุดนิ่ง ขอเวลาเพื่อทบทวน ขอเวลาทาใจ ขอเวลาตัง้ หลัก และขอเวลาหาทางเพื่อก้าวต่อไป การดาเนินชีวิตเรียบ ๆ มุง่ มั่นตั้งใจทางานของตนให้ดีที่สุด ไม่เคยคิดว่าจะเกิดการ เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และไม่คาดฝัน จึงเล่ารายละเอียดให้เพื่อน คนหนึ่งฟัง สิ่งที่เพื่อนคนนัน้ สะท้อนกลับคือ “การเผื่อช่องว่าง ให้กับชีวิต” ไว้บ้าง เพราะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ชีวติ จะได้มี ช่องว่างที่พอจะขยับได้ พอจะทาใจได้ และเปลี่ยนแปลงได้ ท่ามกลางการไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ตงั้ หลัก สาหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กลับ... ทาให้เห็นความรักของพ่อ แม้ท่านจะไม่ได้แสดงออกมากนัก แต่คาพูดที่ว่า “อดทนหน่อยนะลูก” ช่างกินใจจนน้าตาไหล ทาให้เห็นความอบอุ่นจากแม่ ที่ให้คาแนะนา ไปเป็นเพื่อน และจัดเตรียมปิ่นโตอาหารไปด้วยทุกครัง้ ทาให้เห็นความรักของน้องชายและน้องสะใภ้ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทาให้เห็นความจริงใจของญาติพี่น้อง ในคาพูดที่ปลอบใจ เห็นใจและช่วยเหลือ ทาให้เห็นมิตรภาพของเพื่อนบ้าน ที่แสดงความห่วงใย อาลัยอาวรณ์ ทาให้เห็นความเห็นอก เห็นใจจากเพื่อนร่วมงาน เข้าใจและให้กาลังใจ ทาให้เห็นความเมตตาจากผู้ใหญ่ใจดี ใส่ใจและถามไถ่ ทาให้เห็นความห่วงใยจากเพือ่ นร่วมตึก ที่ให้คาแนะนาและข้อเสนอมากมาย ทาให้เห็นความเอื้ออารีย์ของเพื่อนใหม่ กับสถานที่พักใหม่ การต้อนรับและไมตรีจิต “ขอขอบพระคุณพระเจ้า สาหรับการก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยความรักและมิตรภาพจากบุคคลรอบข้าง ลูกพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปค่ะ... พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์”

25


ข่าวกิจกรรม “องค์กรโฟโคลาเร”

เช้าตรู่วันที่ 30 ก.ค. ณ เดอะ คาวาลี่ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา รถบัส รถตู้ รถยนต์สว่ นบุคคลทยอยกันนาเพื่อนพี่นอ้ งที่มาจากภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งจากประเทศ ใกล้เคียง เพื่อเข้าร่วมงานมารีอาโปลีซึ่งไม่จัดที่สามพรานเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากปีน้สี มเด็จพระ สันตะปาปาทรงประกาศให้ปีศักดิ์สทิ ธิ์สาหรับพระศาสนจักรในประเทศไทย และยังเป็นการสานึก ถึงพระพรของพระเจ้าที่มีต่อพระพระศาสนจักรไทยตัง้ แต่เริ่มแรก จนกระทั่งถึงการมีสมัชชาอีก ครัง้ หลังจาก 350 ปี “การเจริญชีวติ ประกาศข่าวดีใหม่” ซึ่งเป็นก้าวสาคัญของพระศาสนจักรไทย ในปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมงานจานวน 350 จากทุกฐานะอาชีพ พระคาร์ดินลั ฟรังซิส เกรียงศักดิ์ โกวิท วาณิช พระคุณเจ้ากิตติคณ ุ ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต พระคุณเจ้า วีระ อาภรณ์รัตน์ และ พระคุณเจ้า ตีโต้ โทพะนง จากหลวงพระบางได้ให้เกียรติมาร่วมงานมารีอาโปลีในครั้งนีด้ ้วย รวมทั้งนักบวชชายและหญิง และพระครู ดร.พระอาจารย์ สุชาติ ชิโนรโส เจ้าอาวาสวัดท่าข้าม อ. บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา พร้อมลูกศิษย์ของท่านให้เกียรติแวะมาเยี่ยมงานมารีอาโปลีในวันแรก ด้วย จากความแตกต่างหลากหลายกระแสเรียกนี้ ทาให้เห็นถึงลักษณะของจิตตารมณ์ “ความเป็นหนึง่ เดียว” ของคณะโฟโคลาเร

26


รายการ 3 วันนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วง แสงสว่าง: การแสดงในพิธีเปิดได้ส่อื ให้เห็นถึงแสง สว่างสีขาวที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่มนุษยชาติ โดยผ่าน ทางจิตตารมณ์ความเป็นหนึ่งเดียว ที่มีพนื้ ฐานอยู่บนความ รักตามแบบพระวรสารที่เคียร่า ลูบิคได้เข้าใจและมีการนา พระวรสารไปปฏิบัตใิ นชีวิตกับกลุม่ เพื่อน ๆ ทาให้เกิดชีวิต ใหม่ขึน้ มีการรณรงค์ให้ปลูก “ต้นรัก” และช่วยกันทาให้ ต้น รักนีเ้ ติบโตขึ้นด้วยกัน โดยการทากิจการความรักเล็กน้อยที่ สามารถทาให้แก่กันและกันได้ เช่น การับฟังกันและกัน การ ใส่ใจ ช่วยเหลือกัน เป็นคนแรกที่ทากิจการความรักแก่ผู้อ่นื ข้อเสนอนี้ ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีในกิจกรรมกลุ่ม เป็นการก้าวออกจากตัวเองเข้าไปหาคนอื่น ทาให้ความรัก ซึ่งกันและกันมีมากยิ่งขึ้น พรสวรรค์และความสามารถของ คนหนึ่งเป็นของขวัญให้กับหลาย ๆ คน เมื่อมีการแบ่งปันกัน ความรัก: จากหัวข้อ “ศีลมหาสนิท” ช่วยให้เรามี ความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้ามากยิ่งขึน้ นาเราให้รักกันและ กันเหมือนดังที่พระเจ้ารักเรา ยิ่งเรารักเพื่อนพี่นอ้ งของเรา เพื่อพระเจ้ามากเท่าใด ความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าย่อมมี มากยิ่งขึ้น ในตอนบ่าย “ทัวร์แสวงบุญ”ของชาวมารีอาโป ลีมุ่งหน้าสู่วัดนักบุญยอแซฟ ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในประเทศ ไทย เพื่อแสวงบุญและรับพระคุณการุณย์ นอกจากนี้ยังได้ เยี่ยมชมหมูบ่ ้านโปรตุเกส และวัดไชยวัฒนารามซึ่งเป็น โบราณสถานอันทรงค่าของกรุงศรีอยุธยา เมืองหลวงเก่าแก่ ของประเทศไทยเราด้วย ตลอดทั้งบ่ายได้มีการฝึกปฏิบัติ ความรักด้วยการใส่ใจกัน ดูแลกันและกัน และในคืนนั้นเป็น คืนราตรีสัมพันธ์ มีการแสดงจากที่ตา่ งๆทั้งเด็กและผูใ้ หญ่ เพื่อเป็นของขวัญ และร่วมการละเล่นด้วยกันในบรรยากาศ ของครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียว

27


ชีวิต: พระพรพิเศษที่เคียร่า ลูบิคได้รับ ช่วยเราให้เจริญชีวติ ไปสู่ความเป็นความผู้ศักดิ์สทิ ธิ์ แบบกลุ่ม พิธีเปิดกระบวนการสืบสวนการแต่งตัง้ เป็นบุญราศีและนักบุญของ เคียร่า ลูบิค “ข้ารับ ใช้ของพระเจ้า แสงสว่างใหม่สู่พระศาสนจักร” ที่มีข้นึ เมื่อต้นปีน้ี ในโอกาสนั้นสมเด็จพระ สันตะปาปาทรงส่งสาร ราลึกถึง “ตัวอย่างชีวติ อันเจิดจ้าของเคียร่า ลูบิค ผู้ได้มอบมรดกฝ่ายจิต แก่ผู้คนเป็นจานวนมาก และทรงวอนขอพระพรสาหรับคณะทางานการเข้าสูก่ ระบวนการแต่งตัง้ เป็นบุญราศีและนักบุญ เพื่อว่าจะสามารถช่วยให้ประชากรของพระเป็นเจ้าได้รู้จักชีวติ และงานของ เธอ ผู้ซึ่งได้ตอบรับกระแสเรียกจากพระเป็นเจ้า และได้เป็นเครื่องมือในการนาแสงสว่างใหม่มาสู่ พระศาสนจักรในการก้าวเดินสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” เคียร่า ใฝ่ฝันเสมอว่า วันหนึ่งเราจะ สามารถพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของคนเป็นจานวนมากได้ เพราะเคียร่าได้เข้าใจว่า เราเป็นผู้ ศักดิ์สิทธิ์ดว้ ยการทาตามพระประสงค์ของพระเจ้า อันเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกร้องจากเราแต่ละ คน เคียร่าไม่ปรารถนาที่จะเป็นนักบุญเพียงลาพัง ท่านทราบดีดังที่มีกล่าวในพระวรสารว่า “พระ ประสงค์ของพระเจ้าคือ ความเป็นผูศ้ ักดิส์ ิทธิ์ของพวกท่าน” ความปรารถนาของเคียร่าคือ การที่มีผู้คนมากมาย “เข้าสูห่ นทางแห่งความศักดิ์สทิ ธิ์”

28


จากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในโลก เยาวชนได้เป็นแรงสาคัญในการนาเสนอ moment for peace ในคืนวันแรก สันติไม่ได้เริ่มจากการมีสงคราม แต่สนั ติเกิดจากตัวเราเอง ก่อน เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้ไตร่ตอง ได้คนื ดี ได้ร่วมกันผูกมัดด้วยข้อตั้งใจในการเป็นคน แรกที่จะสร้างสันติกับทุกคนรอบข้าง ในพิธีมิสซาขอบพระคุณวันสุดท้าย พระอัครสังฆราช พอล ชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตรัฐ วาติกันประจาประเทศไทยได้ส่งสารทักทายผู้เข้าร่วมงานผ่านทาง มงซินญอร์ เจอร์มาโน เปเนโม เต้ ที่ปรึกษาสถานเอกอัครสมณทูตรัฐวาติกันประจาประเทศไทยมาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณด้วย งานมารีอาโปลีปนี ไี้ ด้เริ่มและจบที่อยุธยา มารีอาโปลีเป็นการจุดประกายในจิตใจของ หลายคนให้กลับไปด้วยความมั่นใจว่า เราแต่ละคนจะสามารถนาความเร่าร้อนแห่งความ รักนี้ไปเผาผลาญต่อในที่ของตน ให้เป็นมารีอาโปลีทุกวัน จนกว่าจะพบกันอีกครั้งใน มารีอาโปลีปีหน้า

29


ประชาสัมพันธ์“ค่ายกระแสเรียก” ซาเลเซียน ภาคเหนือ

30


ประมวลภาพข่าวจากแผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

31


ภาพข่าวจากแผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2015 หลังมิสซาฉลองวัดแม่พระ นิจจานุเคราะห์ จ.ระยอง ทางแผนกเยาวชน ได้มี โอกาสพบปะกับบรรดาน้องๆ เยาวชนของวัด ร่วมกับผู้ประสานงานแขวงศรีราชาจากวัดปากน้า ระยอง เพื่อพูดคุย ทาความรู้จัก โดยได้รับความ อนุเคราะห์จากคุณพ่อพินันท์ พรประสิทธิ์ เจ้าอาวาส วัดแม่พระนิจจานุเคราะห์ วันที่ 17 กันยายน 2015 ทางแผนกเยาวชนได้รับเชิญจากผู้บริหาร คุณพ่อเสกสรร สุวิชากร และคณะ ครู เพื่อนาความรู้ และทากิจกรรมเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ให้กับนักเรียนระดับชัน้ มัธยมต้น ที่โรงเรียนดาราจรัส บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ในหัวข้อ "วัยเรียน วัยใส รักอย่างไร ไม่ให้เสี่ยง" พร้อมกันนีไ้ ด้มีผู้แทนนักเรียนจากโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา ไปร่วมนากิจกรรมด้วย

รวมพลเยาวชนขลุง แหลมประดู่ ท่าแฉลบ

32


ค่ายเยาวชนแขวงศรีราชา “รู้รัก สามัคคี มีนาใจ” ้ วันที่ 19-20 กันยายน 2558 ณ อาคาร สุวรรณศรี ศุนย์สังฆมณฑลจันทบุรี

33


ภาพข่าวจากศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลนครราชสีมา "กิจกรรมออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดแม่พระแห่งสายประคาศักดิ์สทิ ธิ์ บุรีรัมย์" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา พร้อมผู้ประสานงาน ออก เยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดแม่พระแห่งสายประคาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อติดตามการทางานและให้กาลังใจกลุ่ม เยาวชน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ 2015

"กิจกรรมออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดแม่พระคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน โคกปราสาท" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา พร้อมผู้ประสานงาน ออก เยี่ยมเยียนกลุ่มเยาวชนวัดแม่พระคนกลางแจกจ่ายพระหรรษทาน เพื่อติดตามการทางานของกลุม่ เยาวชนประจาวัด พร้อมทั้งเสริมสร้างการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ฝึกการทางานร่วมกับวัดและ ชุมชน อีกทัง้ คุณพ่อจิตตาภิบาลยังได้ให้ขอ้ คิดเพื่อในกลุ่มเยาวชนเกิดความเข้มแข็งและมีกาลังใจใน การทางานมากขึ้น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ 2015

32 34


"ชุมนุนเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา" พระสังฆราช ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เป็นประธานในพิธืบูชาขอบพระคุณขอพรพระเจ้า โอกาสจัด กิจกรรมวันเยาวชนแห่งชาติ หลังจากพิธีบูชาขอบพระคุณ เยาวชนได้รับการแบ่งปันประสบการณ์ ชีวติ จากเยาวชนคนแบบอย่าง นายสุรัตน์ พัฒนจารีต ศิลปิน นายแบบโฆษณา ศิษย์เก่าโรงเรียน มารีย์วิทยา นครราชสีมา ช่วงบ่ายเ ยาวชนร่วมกิจกรรมกีฬาสีเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างเยาวชนใน สังฆมณฑล เมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ 2015

35


ภาพข่าวจากศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลอุบลราชธานี ประมวลภาพงานชุมนุมเยาวชน สังฆมณฑลอุบลราชธานี โอกาสปีศักดิ์สทิ ธิ์ 2015

36


ภาพข่าวจากแผนกเยาวชน สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ฉลองกลุ่มคริสตชนอาสนวิหารราฟาเอล สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ.2015 เวลา 10.00 น. โดย พระสังฆราชโยเซฟประธาน ศรีดารุณศีล เป็นประธานพิธีมิสซาบูชาคุณ พ่อดลฐิศักดิ์ ฉัตรบรรยงค์ พร้อมด้วยเยาวชนจากวัดแม่พระฟาติมา บ้านแสงอรุณ ได้ไปร่วม ฉลองอาสนวิหารอัครเทวดาราฟาเอล สุราษฎร์ธานี และได้มีโอกาสต้อนรับผูแ้ ทนองค์สมเด็จ พระสันตะปาปา ประจาประเทศไทย พระสมณทูต พอล์ล ชาง อิน นัม อย่างเป็นกันเอง และ อบอุ่น

37


ภาพข่าวจาก ศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลเชียงใหม่ ศูนย์ประสานงานเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้ จัดสวดภาวนาเทเซ่ เทิดทูนไม้กางเขนขึน้ ในวัน อาทิตย์ที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2015 ในหัวข้อ“ผู้ใดมีใจเมตตา ย่อมเป็นสุขเพราะเขาจะได้รบั พระ เมตตา” (มธ5:7) ณ สังฆมณฑลเชียงใหม่ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป มีเยาวชนและผู้สนใจมาร่วม สวด 100 กว่าคน โดยมีคุณบุญเลิศ สร้างกุศลในพสุธา เป็นประธานในพิธีและได้แบ่งปัน ความหมายของไม้กางเขนและพระเมตตาของพระเจ้า “เราไม่จาเป็นต้องทาบาปเพื่อจะได้รับพระ เมตตา” ในโอกาสนีข้ อขอบคุณผู้มีสว่ นร่วมทุกคนในการจัดงาน และเยาวชนทุกคนที่มาร่วมสวด ด้วยกันในวันนี้ เจอกันในโอกาสหน้า “ขอพระเจ้าอวยพร”

บรรยากาศการประชุมเตรียมงานชุมนุมเยาวชนระดับชาติครั้งที่ 32 โดยมีคณะกรรมการมา ร่วมประชุมจานวน 30 คน ที่หอ้ งประชุมอาคาร St. Mary โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2015

38


ฟื้นฟูจิตใจนักเรียนคาทอลิกระดับมัธยมปลายที่แม่ระมาด คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่และทีมงานจัดการฟื้นฟู จิตใจให้กับนักเรียนคาทอลิกระดับ ชัน้ มัธยมปลาย ของโรงเรียนเซนต์โยเซฟแม่ระมาด จ.ตาก จานวน 92 คน ในหัวข้อ "คุณธรรมนักบุญเปาโล" ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายน 2015 ในการฟื้นฟู จิตใจครัง้ นี้เยาวชนได้มโี อกาสไตร่ตรองชีวิตโดยการศึกษาประวัตแิ ละคุณธรรมของนักบุญเปาโล

ประชุมคณะกรรมการนักศึกษาคาทอลิก ม.แม่โจ้ คณะกรรมการนักศึกษาคาทอลิก ม.แม่โจ้ ประชุมครั้งที่ 1 ที่ศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ เมื่อ วันที่ 20 กันยายน 2015 เป็นครั้งแรกที่มกี ารตัง้ คณะกรรมการอย่างเป็นทางการ โดยมีคุณอัจฉรา มนัสมโนธรรม เป็นประธาน การประชุมครั้งนีจ้ ัดขึ้นเพื่อประชุมวางแผนงานในปีการศึกษานี้ มีคุณ พ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร เป็นจิตตาธิการชมรม

39


นักบุญ 4 องค์ ประจางานชุมนุมเยาวชนคาทอลิกระดับชาติ ครั้งที่ 32

40


41


42


ประมวลภาพบรรยากาศ MISSION PROJECT OF THE IFFAsia STUDENTS วันที่ 25 กันยายน 2015 นักศึกษาจากสถาบัน IFFAsia ได้มาศึกษางานอภิบาลด้านสังคม ณ ห้อง ประชุม ชัน้ 10 อาคารสภาพระสังฆราชฯ ยานนาวา กรุงเทพฯ รวมทั้ง ศึกษา “ประวัตพิ ระศาสนจักรในประเทศไทย” โดยพระคุณเจ้าซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี และศึกษา “งานพันธกิจด้านสตรี” ของพระศาสนจักรในประเทศไทย โดย ซิสเตอร์ศรีพิมพ์ ซาเวียร์ OSU

43


Newsletter 126 sep 2015  

จุลสารเพื่อ(น)เยาว์ 126 (เดือนกันยายน 2015) ภายในเล่ม ประกอบด้วย หลักธรรม 10 ประการ สารจากพระสังฆราชสิริพงษ์ จรัสศรี โอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you