Page 1


3


มีข่าวแพร่สะพัดออกไปทั่วยุโรปเกี่ยวกับ มาตินลูเธอร์ ชายหนุ่มผู้ซง่ึ เคยเป็นอดีตนักบวช คณะเบเนดิกติน ทีไ่ ด้แยกตัวออกไปและมีอิทธิพล มากขึ้นเรื่อย ๆ ในเยอรมันและบางประเทศของยุโรป เขาและผู้ตดิ ตามได้โจมตีพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างรุนแรง แม้วา่ หลายอย่างทีม่ า ตินลูเธอร์โจมตีนั้น อาจจะเป็นความจริงในหลายเรื่อง หากแต่สิ่งหนึ่งที่เขาลืมไปก็คือ “ถ้า ลูกชายคนหนึง่ ในครอบครัวรู้ว่า ครอบครัวที่เขารักนั้นเริ่มมีปัญหา ลูกชายคนนัน้ คงจะไม่ แยกตัวออกไป และประกาศความไม่ดีของครอบครัวตนเองให้คนอืน่ รับรู้ หากแต่เขาจะ พยายามช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึน้ ในครอบครัวของเขาเองภายใน” นี่ก็เปรียบได้ กับพระศาสนจักรที่อาจมีความผิดพลาดได้เช่นกัน หากแต่ทุกคนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ พระศาสนจักรนั้นต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อแก้ไขให้ดขี นึ้ พระสันตะปาปาเปาโลที่ 3 เองก็ทรงรูด้ ีถึงการปฏิรูปที่จะต้องเกิดขึน้ กับพระศาสนจักร พระองค์ทรงเรียกให้มีการประชุมที่เรียกว่า “สังคายนาเตรนท์” ซึง่ ได้เกิดขึน้ เพียงไม่ก่ี ครั้งในประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1546 โดยมีพระคาร์ดินัลและนักเทวศาสตร์จานวน มากมายเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ พระองค์ทรงขอให้อกิ ญาซีโอช่วยเรียกเพื่อน ๆ ของ ท่านบางคนเข้าร่วมการประชุมด้วย ปีแอร์ฟาแวร์ ซึ่งขณะนัน้ ได้เดินทางไปทั่วยุโรป เป็นคน หนึ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักเทวศาสตร์ของพระสันตะปาปา ที่จะมาร่วมในสังคายนา ครั้งประวัติศาสตร์นี้

4


ก่อนที่จะมีการเรียกตัวฟาแวร์กลับไปครัง้ นีเ้ ป็น ระยะเวลากว่า 7 ปี (เริ่มในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1540) ฟาแวร์เองได้รับมอบหมายจาก พระสันตะปาปาและอิกญาซีโอให้ เดินทางไปในทีห่ ลายแห่งเพื่อ ช่วยเหลือและให้คาแนะนาทางจิต วิญญาณแก่บรรดานักบวช พระสงฆ์ และบรรดาสัตบุรุษ ซึ่งเริ่มมีความ หละหลวมและอันตรายจากลัทธิใหม่ ของมาตินลูเธอร์ฟาแวร์เดินทางไป ปาร์มา เยอรมัน สเปน และจบลงที่ โปรตุเกส ตลอดระยะเวลาที่ฟาแวร์ เดินทางนัน้ เขาได้นาการเปลี่ยนแปลง มากมายมาสู่ชุมชน และเมืองต่างๆ แบบอย่างแห่งความศรัทธา และ ความทุ่มเทของท่าน สามารถเอาชนะใจ คนที่ท่านพบได้ไม่ยาก ท่านใช้หนังสือการปฏิบัติจติ ที่เขียนโดยอิกญาซีโอ ในการนาเข้า เงียบและอบรมคริสตชนมากมาย เริ่มตั้งแต่คนธรรมดาจนถึงกษัตริย์และเชือ้ พระวงศ์บาง คนเพื่อให้มีความสัมพันธ์ท่แี น่นแฟ้นกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เมื่อพระสันตะปาปาเปาโลซึ่งรูจ้ ักฟาแวร์อย่างดี ได้เป็นคนเรียกให้ท่านกลับมาช่วยใน สังคายนาด้วยตนเอง ฟาแวร์เริ่มเดินทางกลับมาอิตาลีด้วยความนบนอบ แม้ในขณะนั้นท่าน กาลังป่วยอยู่เนื่องจากการทางานที่หนัก ฟาแวร์มาถึงกรุงโรม เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1546 ท่านได้พบกับอิกญาซีโอและเพื่อน ๆ ของท่านหลังจากที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลาหลายปี แต่ความดีใจนีค้ งดาเนินไปได้ไม่นาน เมือ่ อาการป่วยของฟาแวร์เริ่มทรุดตัวลง ในทีส่ ุด ในวัน ฉลองของนักบุญเปโตรผูถ้ ูกจองจา ฟาแวร์ได้เสียชีวิตท่ามกลางเพื่อนในคณะของท่าน ล้อมรอบ โดยเฉพาะอิกญาซีโอที่ได้อยู่ขา้ งท่านและให้กาลังใจท่านเสมอมา ตั้งแต่ แรกจนวาระสุดท้ายของชีวติ

5


ฟรังซิสเซเวียร์ เพื่อนผู้อยูห่ ่างไกลมากที่สุด คงได้รับข่าวนีไ้ ม่นาน แต่ความเสียใจไม่ทาให้ ท่านท้อถอยลงไปเลย ท่านยังคงมุ่งมั่นเพื่อ ทางาน และนาความรอดมาสูพ ่ ี่น้องชาวเอเชีย ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายแรงใจของท่าน การแพร่ธรรมในเอเชียได้คอ่ ยๆ ขยายตัว และเริ่มมีมชิ ชันนารีมากมาย หลั่งไหลเข้ามายัง อินเดีย ญี่ปุ่น และ หมูเ่ กาะต่างๆ หลายแห่ง แต่ ทว่าฟรังซิสเซเวียร์ ยังคงไม่ละทิง้ ความฝันของ ท่าน ที่จะเข้าสู่อาณาจักรหนึง่ ซึ่งถือว่าเป็น อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดที่ท่าน เคยได้ยนิ คือ “ราชอาณาจักรจีน” ซึ่งเป็น อาณาจักร ทีไ่ ม่มมี ชิ ชันนารีคนไหนสามารถเข้าไป ได้เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ฟรังซิสเซเวียร์ วาดฝันไว้วา่ หากพระจักรพรรดิทรงรับความเชื่อ หรืออย่างน้อย พระราชทานอนุญาตให้มิชชันนารี เข้ามา แน่นอนว่าอาณาประชาราษฎร์เป็นจานวน มากจะกลับใจเชื่อข่าวดีของพระเจ้าอย่างแน่นอน

6


ใน ปี ค.ศ. 1552 ฟรังซิสเซเวียร์ พร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งได้เดินทางมายังเกาะซานเชียน ซึ่ง อยู่ไม่หา่ งจากแผ่นดินใหญ่ของจีนเท่าใดนัก แต่ท่านก็ยังไม่สามารถเดินทางได้จนผ่านไปเป็นเวลา หลายเดือน เพราะมีการห้ามชาวต่างชาติเข้ามา เมื่อเป็นเช่นนั้น ฟรังซิสจึงพยายามที่จะหาหนทาง อื่น ๆ ท่านได้ยินว่ามีราชทูตจากสยามไปเมืองจีน เพื่อถวายราชบรรณการให้มหาจักรพรรดิ ท่าน จึงคิดที่จะติดตามคณะทูตแห่งสยามไปด้วย หากแต่ไม่นานหลังจากนัน้ ท่านก็ลม้ ป่วยลง และ แผนการทุกอย่างที่ได้วางไว้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถดาเนินต่อไปได้อีกเลย

ในปีเดียวกันนัน้ เอง อิกญาซีโอได้เขียนจดหมายขอให้ฟรังซิสเซเวียร์ สหายรักของท่าน กลับมายุโรป อิกญาซีโอมีความหวังว่า ท่านจะได้พบเพื่อนรักของท่านอีกสักครัง้ หากแต่ในขณะที่ จดหมายถูกส่งไปนัน้ เอง ฟรังซิสเซเวียร์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ณ เกาะซานเชียน เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1552 ด้วยอายุเพียง 46 ปี ร่างของท่านถูกย้ายไปยังเมืองกัว สถานทีท่ ที่ ่าน ได้มาถึงเอเชียเป็นครั้งแรก เมื่อข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วยุโรป บรรดาเยสุอิตยังมีความ คลางแคลงใจและพยายามตรวจสอบดูวา่ เป็นความจริงหรือไม่ แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับน้าพระทัย ของพระเจ้าในที่สุด ว่าฟรังซิสได้จากไปแล้วจริง ๆ รวมถึงตัวนักบุญอิกญาซีโอเช่นกัน ที่ต้อง สูญเสียเพื่อนที่ท่านรักไปทั้งฟาแวร์และฟรังซิส ในเวลาเพียง 6 ปี

7


ณ ช่วงเวลากลางคืนคืนหนึ่งของกรุงโรม อิกญาซีโอเดินออกมาจากห้องทางานของ ท่านมายังระเบียงข้างนอก สายตาของ ท่านจับจ้องไปยังดวงดาว ที่สวยงาม เหล่านั้น ด้วยความสงบ ท่าน ยังคงสัมผัสได้ ถึงเพื่อนๆ ทัง้ สองของท่าน ท่านยังรู้สึกว่า พวกเขายังอยู่กับท่านเสมอ ภาพของการได้ใช้ชวี ติ ช่วง การเรียนที่ปารีส การเดินทาง ไปยังเวนิส การมากรุงโรม และ ภาพของการลาจาก ยังคง วนเวียนอยู่ในความรู้สกึ นึกคิด ของท่านอยูเ่ สมอ ประสบการณ์ เหล่านั้นอาจจะแปรเปลี่ยนไป ตามวัฏจักรของเวลา หากแต่ เรื่องราวของมิตรภาพนั้นจะยังคง ดาเนินต่อไป และกลายเป็น จุดเริ่มต้นที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับใครหลาย ๆ คนที่ได้ยินเรื่องราว ของท่าน

อิกญาซีโอได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1556 อย่างสงบในบ้านศูนย์กลางทีก่ รุงโรม ผ่านไปเป็นเวลา 66 ปีหลังจากนั้น ท่านได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญของพระศาสนจักร พร้อมกับฟรังซิสเซเวียร์ สหายของท่านอีกคนหนึ่ง เมื่อปี ค.ศ. 1622 ส่วนฟาแวร์นั้นได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญเมื่อปี ค.ศ. 2014 โดยพระสันตะปาปาฟรังซิส

8


ข้อคิดจากเรื่อง “อิกญาซีโอ ฟรังซิสเซเวียร์และฟาแวร์” จากเรื่องราวประวัติของอิกญาซีโอ ฟรังซิสเซเวียร์และฟาแวร์ เราได้ เรียนรูแ้ ละเข้าใจความหมายของคาว่า “มิตรภาพ” ได้อย่างลึกซึ้ง อย่างแรก มิตรภาพนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และราบรื่นไปหมดทุก อย่าง อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่าง หรือความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น ดังเช่นอิกญาซีโอ ชายผู้ซึ่งมีอายุและบุคลิกภาพที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อ เปรียบเทียบกับฟรังซิสและฟาแวร์ ซึ่งมีอายุน้อยกว่าท่านหลายปี อีกทั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างอิกญาซีโอและฟรังซิสในช่วงแรกๆ ก็ไม่ได้ดเี ท่าไรนัก ฟรังซิสไม่รู้สกึ ประทับใจในการมาของอิกญาซีโอ อีกทั้งความทะเยอทะยาน และความภาคภูมิใจในชาติตระกูลของฟรังซิส ยิ่งทาให้ท่านเหินห่างจากอิกญา ซีโอ เพราะอิกญาซีโอใช้ชวี ิตอย่างสมถะกว่า แต่ทว่าความจริงใจและความหวัง ดีของอิกญาซีโอ สามารถเอาชนะใจเพื่อนของท่านคนนีไ้ ด้ในที่สุด นี่แสดงให้ เห็นว่า มิตรภาพอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ต่างฝ่าย ต่างเรียนรู้ที่จะเปิดใจ และช่วยเหลือกันเท่าที่สามารถทาได้ โดยผ่าน ประสบการณ์เหล่านี้เองที่มติ รภาพค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง อย่างที่สอง เราได้เรียนรูว้ ่า มิตรภาพไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอยู่ ด้วยกันเสมอ หากแต่มติ รภาพมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ สิ่งที่ฝังลึก อยู่ในหัวใจของคน ๆ หนึ่ง ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้แต่ละคนช่วยเหลือ กันและกัน และต่างฝ่ายต่างเติบโต และประสบความสาเร็จในเป้าหมาย ของแต่ละคนที่วางไว้ แม้ว่านี่อาจจะหมายถึงการต้องลาจากและไม่ได้อยู่ ด้วยกัน แต่มิตรภาพที่ลึกซึ้งในจิตใจนี่เอง ที่สร้างกาลังใจและพละกาลังให้แก่ กันอยู่เสมอ ดังเช่นเรื่องราวของอิกญาซีโอ ฟรังซิสเซเวียร์ และฟาแวร์ ที่ต่าง ต้องแยกย้ายออกไปทางานในสถานที่ต่างกัน แต่ความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน และความรักของเพื่อน ยังคงสร้างพลังให้พวกเขาทุกหนแห่ง มิตรภาพไม่ได้ปิด กั้นพวกเขา หากแต่ชว่ ยให้พวกเขาพร้อมที่จะรับใช้พระเจ้า เพื่อนพี่น้อง และ สังคม แม้ว่าในบางครั้งพวกเขาจะพบกับความล้มเหลว ความว้าเหว่ หรือ อุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม เพราะพวกเขาตระหนักอยู่เสมอว่า ไม่ว่าพวก เขาจะอยู่ท่ไี หนก็ตาม เพื่อน ๆ ที่พวกเขามีนั่นแหละ จะคอยเป็นกาลังใจ ให้อยู่เสมอ (ติดตามเรื่องใหม่ทมี่ ีช่อื ว่า มัทธิว ริชชี่ แห่งมาเชราตา ตอนที่ 1 ซึ่งเป็นตอนแรก ชื่อตอนว่า เด็กน้อยจากตระกูลริชชี่ ได้ในจุลสารเพื่อ(น)เยาว์ ได้ในฉบับถัดไปครับ)

9


ก่อนอื่น ขอเล่าก่อนว่า ตัวเราเองเข้ามาสู่ชมรมคาทอลิกได้อย่างไร? เราเป็นหนึ่งใน นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพงแสน ตอนเข้ามาสู่รั้วมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ช่วงปี 1 ต้องเข้าร่วมกิจกรรมเยอะแยะมากมาย รับน้อง ประชุมเชียร์ พี่ๆ สาขานัดพบ บลาๆๆ แต่โดยเฉพาะวันเปิดโลกกิจกรรมเลย ที่นิสิตปีหนึ่งต้องเลือกชมรมอยู่ มีชมรมหลากหลายให้ เข้าร่วม วันนั้นไปดูทุกชมรมเลย มีหลายชมรมที่เป็นที่น่าสนใจ แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกชมรม คาทอลิกอาสา ได้ยินชื่อชมรมแล้วอยากอยู่ รู้สึกว่าชมรมนี้มีอะไรดีๆ ให้ได้เรียนรู้และเป็น ประโยชน์กับตัวเองและคนอื่นๆ แน่ๆ เลย ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ที่กาลังจะขึ้นปีสาม ยังคงอยู่ร่วมกับชมรมและตัดสินใจ สมัครเป็นคณะกรรมการชมรม แต่เราเป็นสมาชิกชมรมคนนึงที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปค่าย ไป ร่วมโครงการของชมรมได้บอ่ ยเหมือนคนอื่นๆ เพราะมีอีเว้นท์เยอะ ทางานพิเศษด้วย รวมถึง พ่อแม่ไม่ชอบให้ไปไหนไกลๆ (รู้สึกอึดอัดบ้าง อยากไปร่วมกิจกรรมกับทางชมรมมาก ><) บอกกับตัวเองมาเสมอว่าจะทาหน้าที่สมาชิกและคณะกรรมการที่ดีของชมรมให้ดีทสี่ ุดเท่าที่จะ ทาได้ และดีใจที่สมาชิกชมรมคนอื่นๆ เข้าใจเรา ภายในชมรมทุกๆ คน เพือ่ นๆ พีๆ่ น้องๆ เป็น กันเอง น่ารักมากๆ อยู่ชมรมนี้แล้วมีความสุขเสมอ

10


ล่าสุดได้มีโอกาสไปร่วมค่าย T - g r o u p คาทอลิก ของนิสิตเกษตรศาสตร์ กาแพงแสน ร่วมกับบางเขน เมื่อวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2015 ณ สันติวนา เป็นค่ายรวมคณะกรรมการชมรม และ เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมค่ายของชมรม วันแรกที่ออก เดินทางจากบ้านโป่งไปอนุสาวรีย์ชัยฯ รู้สึกกังวล นิดๆ ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง ปกติแล้วนานๆ ที พี่สาวจะพามาเที่ยวกรุงเทพ ครั้งนี้มาเองเลยไม่ค่อย ชิน พอถึงอนุฯ เจอพี่ชมรมมารับก็โล่งใจ หลังจาก นั้น ก็ออกเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้ไปเจอพี่ๆ เพื่อนๆ จากทางบางเขน รู้สึก กล้าๆ กลัวๆ นิดนึง สมาชิกจากกาแพงแสน มีแค่ เราคนเดียวที่ยังไม่รู้จักกับทางบางเขนเลย เดี๋ยวได้ รู้จักกันก็ทางค่ายนี้แหละ ^^ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สู่ สันติวนา บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ต่างคนต่างเก็บ ของสัมภาระให้เรียบร้อย พักผ่อน พูดคุยกันตาม อัธยาศัย หลังจากนั้นก็นัดรวมตัวกันนั่งเป็นวงกลม แนะนาตัวทีละคน ทาความรู้จักกัน ทุกๆ คนน่ารัก เป็นกันเองมากเลย เราก็นั่งยิ้ม หัวเราะไปด้วยกัน และก็เล่นเกมที่ให้ล้อมวงคนนึงไว้ และมีอีกคนอยู่ นอกวงเพื่อแตะคนที่อยู่ในวงให้ได้ คนอื่นที่ล้อมอยู่ พยายามหาทางไม่ให้คนที่อยู่นอกวงแตะถึงคนที่อยู่ ในวง วิ่งกันจนเหนื่อยได้เหงื่อเลย สนุกดี กว่าจะ แตะได้แต่ละครั้งที่เล่นก็นานอยู่ 555 แต่เกมนี้ก็ให้ แง่คิดอยู่นะ เปรียบคนในวงเป็นเป้าหมาย คนที่ล้อม เป็นอุปสรรค ส่วนคนที่อยู่นอกวงเป็นตัวเรา หาก เราต้องการทาอะไรก็ตามให้สาเร็จดั่งหวัง ต่อให้มี อุปสรรค เราก็ไม่ละความพยายาม หลังจากเล่น เสร็จก็ยังมานั่งเล่น พูดคุย ดีดกีต้าร์ ร้องเพลง เล่น ไพ่สนุกๆ แบ่งปันความสุขกันก่อนนอน

11


วันที่สอง ช่วงเช้าทุกๆ คนตื่นแต่เช้าเลย ไปทานอาหารเช้าด้วยกัน ช่วยกันตักข้าว เสิร์ฟน้า ล้างจาน รู้สึกแบบอบอุ่น ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ หลังจากนั้นก็ มีกิจกรรมและการอบรมเรื่องภาวะผู้นาจาก รศ.ดร.รัตติกรณ์ จงวิศาล (อาจารย์แอน) อาจารย์ จากทางบางเขน มีให้เขียนเปรียบเทียบตนเองกับสิ่งต่างๆ แล้วให้ทายกันว่าเป็นใคร มันทาให้ เราได้เรียนรู้และเข้าใจกันและกันว่าแต่ละคนมีบุคลิกลักษณะนิสัยอย่างไรกันบ้าง สนุกดีค่ะ ต่อมาก็อบรมเรื่องภาวะผู้นาจากอาจารย์แอน ทาให้ได้เรียนรู้ถึงเรื่องภาวะผู้นาว่าสาคัญอย่างไร ในฐานะคนในสังคมคนนึง และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการชมรมก็ควรจะมีภาวะผู้นา เพื่อที่จะได้ ทางานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี และสาเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย หลังจากนั้นอาจารย์แอนให้ทา แบบทดสอบจิตวิทยา ได้รู้ตัวเองว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร ควรจะปรับปรุงอะไร ต่อมาก็ให้จับกลุ่มและ ให้แต่ละคน ไปหาของมาอย่างละหนึ่งชิ้น แล้วนาไปซ่อน ซ่อนเสร็จ ก็ให้ไปหาของที่ นาไปซ่อน โดยที่ระหว่างการหาของ แต่ละ กลุ่มห้ามพูด จับมือไปเดินด้วยกัน ช่วยกัน หาทางสื่อสาร เพื่อหาของให้เจอ เหมือน เราฝึกการทางานเป็นทีมเลย และอาจารย์ ให้แต่ละกลุ่ม นาไพ่สารับนึงมาทายังไงก็ได้ ให้ต่อได้สูง ท่ามกลางอุปสรรค (มีลมพัด บ้าง) ห้ามใช้อุปกรณ์อื่น นอกจากไพ่ ช่วยกันคิดหาวิธีจนต่อได้สูง บางกลุ่มต่อสูง นาไปแล้ว สุดท้ายก็ล้มแล้วต่อใหม่ สนุกดี ค่ะ เหมือนเป็นการฝึกการทางานเป็นกลุ่ม อาจมีอุปสรรคบ้าง แต่เราก็ยังช่วยกัน พอ ทากิจกรรมเสร็จ ก็ไปทานอาหารกลางวัน แล้วมาวางแผนงานชมรม ของปี 58 นี้ ช่วยกันวางแผน แสดงความคิดเห็นกัน อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และตอนเย็นมานั่งเล่น กัน พายเรือกันอย่างเพลิดเพลิน ช่วงค่า มีกิจกรรมให้แต่ละคนวาดรูป และบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นจุดเปลี่ยนของตัวเอง และ เรื่องนั้นมีผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่นื อย่างไร แบ่งปันทุกข์สุขกัน แชร์ประสบการณ์กนั อย่าง สนุกสนาน มีความสุขมากๆ เลย เสร็จจากกิจกรรมก็ยังมานั่งเล่น พูดคุย เล่นกีต้าร์ ร้องเพลง เล่นไพ่สนุกๆ แบ่งปันความสุขกันก่อนนอนเหมือนคืนแรกเลย แต่เป็นคืนสุดท้ายที่สนุกสุดแล้วล่ะ ปกติแค่น่งั ดูคนอื่นๆ เขาเล่นกัน อยู่ดีๆเพื่อนชวนเล่นไพ่ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเล่นเลย ขาตัวเอง 555 ยังไงก็ขอบคุณเพื่อนๆ มากๆ นะที่ชวน เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีความสุข เราก็มีความสุขไปด้วย

12


เช้าวันต่อมา ก่อนกลับบ้าน ทุกๆ คนทานอาหารเช้าด้วยกันเหมือนเดิม นั่งเป็น วงกลมเล่นเกม 007 เกมนี้ห้ามละสายตาเลยล่ะ สนุกดี แถมฝึกความรอบคอบ ต่อมา คุณพ่อโบโวให้ดูหนังเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเด็กผู้ชายที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจหารองเท้ามาให้ น้องสาว ต่อให้มีความลาบากหรืออุปสรรคใดๆ ก็ไม่ละความพยายาม ดูไว้เป็นแง่คิดให้กับ ชีวิต พอดูหนังเสร็จก็มิสซากันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางที่นั่งรถตู้กลับบ้าน นั่งคิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อาจารย์ คุณพ่อ และทุกๆ อย่างจากค่ายนี้ คิดถึงจริงๆ และจะ ไม่มวี นั ลืมเลย สุดท้ายนี้ อยากขอบคุณทุกๆ คนและค่ายสันติวนามากนะคะ ที่ทาให้สมาชิกชมรม คนนี้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ที่ไม่ใช่แค่ความรู้จากการอบรมแล้วนาไปใช้กับการทางาน การดาเนินชีวิตของตัวเอง แต่ได้ความรัก ความสุข ความเข้าใจจากทุกๆคน ในค่ายนี้ด้วย ล่ะ เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าจริงๆ และดีใจที่ได้รู้จักกับทุกๆ คน ถ้ามีโอกาส หวังว่าจะได้ มาร่วมค่ายด้วยกันอีกนะคะ บ๊ายบายค่ะ ฝ้าย น.ส.ยุพดี มานะงาม

แล้วพบกับ “เก็บเบี้ยริมทาง” ได้ใหม่ในโอกาสหน้านะคะ เพื่อนๆ นักศึกษาคนใดสนใจมาเป็นหนึ่งเดียวกันในพวกเรา มาเจออะไรดีๆ ด้วยกัน สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.carefor.org/student หรือที่ Facebook Page: The Catholic Student Network of Thailand ค่ะ

13


14


15


ไม่รู้เพราะเป็นคนไทย หรือเพราะอาการชอบช๊อป จะไปไหนมาไหนก็ อยากจะหาซื้อของฝากให้คนโน้นคนนี้อยู่ตลอด (เหมือนจะใจกว้างว่างัน้ ) ล่าสุดที่มีโอกาสเดินทาง ไปแดนปลาดิบก็อดไม่ได้ที่จะสรรหาของฝาก (ทางความคิด) มาให้กับผู้อ่าน ซึ่งมีข้อคิดที่ดีๆ อยู่ เบื้องหลัง เขาก็คือ ดารุมะ (Daruma) ตุ๊กตาล้มลุกนั่นเอง สาหรับในญี่ปนุ่ นัน้ มีตานานเล่าว่าดารุมะ เป็นเจ้าชายที่เดินทางไปประเทศจีน เพื่อเผยแพร่ลัทธิเซนในจีน โดยเชื่อกันว่าดารุมะเป็นทายาทต่อ จากพระพุทธเจ้า ซึ่งได้นั่งสมาธิ เป็นเวลาถึง 8 ปี จนเป็นเทพไปในที่สุด ดังนัน้ ดารุมะจึงเป็นตัวแทน ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (พระโพธิธรรม)…ดารุมะที่เห็นในปัจจุบัน ลักษณะจะเป็นตุ๊กตาตัวกลม ๆ ไม่มแี ขน ไม่มีขา น่าตาน่ากลัว เพราะไม่มีตาดา ตัวเป็นสีแดง ที่เป็นสีแดงเพราะพระโพธิธรรมท่านชอบสวม เสื้อสีแดงเป็นประจา และคนญีป่ ุ่นสมัยก่อนมีความเชื่อว่า …สีแดงสามารถขับไล่สิ่งช่วยร้ายหรือโรค ร้ายๆ ได้…โดยเฉพาะโรคฝีดาษ (ไข้ทรพิษ) ตามความเชื่อว่าเทพฝีดาษ (ที่ทาให้เกิดโรคฝีดาษ) นั้น ไม่ชอบสีแดง ด้วยเหตุนี้คนญี่ปนุ่ จึงชอบมอบตุ๊กตา ดารุมะ ให้เด็กๆ ไว้เป็นของเล่น เพื่อปัดเป่าสิง่ ช่วยร้ายรวมไปถึงโรคฝีดาษ ออกไปจากพวกเด็ก ๆ อีกทั้งยังมีปรัชญาแฝงในตัวตุ๊กตาด้วย....ทาไม มันถึงได้เป็นตุ๊กตาล้มลุก ก็เพราะจะแสดงให้เห็นว่า...เมื่อล้มแล้ว ก็ต้องลุกขึ้นมาใหม่ ซึ่งหมายความ ว่า...ต้องต่อสู้โดยไม่ย่อท้อ เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ต่อไป ไม่ย่อท้อต่อความยากลาบาก ไม่ ว่าจะล้มสักกี่ครั้งก็ตาม ก็ต้องลุกขึ้นมาให้ได้ ความผิดพลาดเป็นหนทางแห่งความสาเร็จ เมื่อล้ม บ่อยๆ ก็ย่อมรู้ถึงจุดผิดพลาดทีผ่ ่านมา

16


ตามความเชื่อ... ในการอธิษฐานขอพรกับตุ๊กตาดารุมะนัน้ .... จะใช้หมึกสีดาระบายเขียนตาข้างหนึ่งของตุ๊กตา และทาการขอพร และมักจะเก็บตุ๊กตาไว้บนหิ้งที่สงู หรือไว้ในที่ที่มองเห็นได้ตลอดเวลา เมื่อพรที่เราขอสมหวังสาริดตามความปรารถนาแล้ว ก็จะระบายสีตา อีกข้างให้สมบูรณ์ครบเป็นสองดวง พอถึงวันสิ้นปี จะนาตุ๊กตาทีร่ ะบาย สีตาแล้ว ไปทีว่ ัด (จินจะ) เพื่อนาไปมาเผารวมกันกับของคนอืน่ ซึ่งใน หนึ่งปีก็จะแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าพลาดไม่ทนั ก็ต้องรอเก็บไว้ในปีหน้า นี่ก็เป็นความรู้เล็ก ๆ ทีน่ ่าสนใจไม่น้อยที่เก็บมาฝากนะคะ หากมีโอกาสได้ไปแดนปลาดิบเห็นดารุมะแล้ว ก็จะได้เข้าใจถึงปรัชญา ที่แฝงอยู่ ซึ่งก็เป็นการปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับเด็กๆ เยาวชนให้รู้จัก ต่อสู้ ไม่ย่อท้อต่อความยากลาบาก ซึ่งลึกๆ แล้วก็เป็นความต้องการที่ จะมอบฝากความฝันไว้กับใครบางคน ที่คิดว่าจะสามารถช่วยเขาได้ นั่นก็เป็นหนทางหนึ่งสาหรับผู้ทมี่ ีความเชื่อที่แตกต่าง สาหรับผู้เขียน เอง เมื่อมองดารุมะแล้วทาให้คิดถึงสัญลักษณ์ตา่ ง ๆ ที่เราได้เรียนรู้ ตั้งแต่เด็กๆ ในสังคมไทยแวดวงคาทอลิก คงเดาได้ไม่ยากนะคะ สัญลักษณ์ที่เป็นไอดอล โดดเด่น เหนือสิ่งใด นัน่ คือ “กางเขน” เมื่อ เราได้มองเห็น เราไม่ได้เห็นเพียงผู้ชายที่ถูกทรมานเปลือยกายอยู่บน ไม้สองชิน้ ที่ขัดกันอยู่เท่านั้น แต่ลึกไปกว่านั้น เราเห็นความรักที่ ยิ่งใหญ่ของบุคคลผู้หนึ่ง ที่ยอมสละทัง้ ชีวิต ทนทรมาน รับเอาความ เจ็บปวดทุกอย่างไว้ เพื่อสานความสัมพันธ์ที่แตกร้าวนัน้ ขึ้นมาใหม่ มนุษย์ที่เคยตกเป็นทาสของบาป ได้หลุดพ้น จากอานาจของความ มืดมน ด้วยพระเมตตาขององค์พระเจ้าเองที่เสด็จลงมาบังเกิดเป็น มนุษย์ เป็นคนหนึ่งท่ามกลางเรา นี่คือ ความเชื่อคริสตชน ทีย่ ังต้อง ดังก้องในดวงใจของทุกคน “พระเจ้าทรงรักเรามาก จนถึงกับส่ง พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสอนให้ เราได้เรียนรู้ว่าการเป็นมนุษย์นั้น มีความหมาย มีศักดิ์ศรี และ ศักดิ์สิทธิ์เพียงใด”

17


ในปี ค.ศ. 2015 นี้ พระศาสนจักรในประเทศไทย ร่วมกันเฉลิมฉลองเป็นปีศักดิ์สิทธิ์ ปี แห่งการเป่าเขาสัตว์ อันเป็นสัญลักษณ์ของการคืนดี การให้อภัย ความชื่นชมยินดี แห่งชีวิตทีไ่ ด้รับ การไถ่กู้แล้วจากองค์พระเจ้าเอง แม้บ่อยครั้ง เราเองอาจทาให้พระเจ้าอยู่ห่างไกล ตั้งพระองค์ไว้ที่ หิ้งพระเท่านัน้ เพื่อสวดภาวนาวอนขอตามที่เราต้องการ เมื่อเวลาที่เรามีความทุกข์ หรือเวลาที่ไม่ มีใครช่วยเราได้แล้ว เราถึงมาหาพระองค์ แต่...ในความเป็นจริง พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเรา ตลอดเวลา ...ทุกลมหายใจ... เป็นลมหายใจที่มาจากพระองค์ เป็นการแสดงออกถึงความรักของ พระองค์ต่อเราอย่างไม่มีสิ้นสุด ทรงให้โอกาสแห่งการกลับใจ โอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่ทุก ๆ วัน การก้าวสู่ปีศักดิ์สทิ ธิ์นี้ จึงน่าที่จะทาให้เราได้ไตร่ตรองมากขึ้น ทาให้เป็นปีที่แตกต่างออกไปสาหรับ ชีวิตคริสตชน ผู้ที่ถูกเรียกมาให้ดาเนินชีวิตใกล้ชิดกับพระองค์ ผู้ที่ถูกเรียกมาให้เป็นคนของพระ เยซูเจ้า ดาเนินชีวิตตามคาสอนของพระองค์ กระแสเรียกจึงเป็นเรื่องราวของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ พระสงฆ์นักบวชเท่านัน้ แต่ทุกคนถูกเรียกสู่ความศักดิ์สิทธิ์ตามหน้าที่ของตน หนทางนั้นพระองค์ ได้ทรงชีน้ าอย่างชัดเจน ทั้งด้วยวาจาและการกระทา... “เมื่อท่านรักกันและกัน ทุกคนจะได้รู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา” ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกคนคงมี “ไอดอล” ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง คนที่เราชื่นชอบ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตของเราสดใส พัฒนา ในทางที่ดีขึ้น แต่บางครั้ง ไอดอลอาจห่างไกลตัวเรา มากมาย และเป็นเรื่องภายนอกเท่านั้น (การแต่งตัว หน้าตา รูปร่าง) ...เราเคยเลือกและมองหา “ไอดอล ฝ่ายจิต” ของเราแล้วรึยัง? ในช่วงปีศักดิ์สิทธิ์นี้ก็อย่า ลืมมองหากันนะคะ ขออวยพรให้ทุกคนได้พบ ไอดอลฝ่ายจิตของตัวเอง เพื่อเป็นพลัง ภายในและเป็นแบบอย่างชีวิตที่ งดงามให้กับเรา.

18


19


เมื่อไม่นานมานี้ นูน๋ ุ้ยรู้สึกปวดหัวเข่ามาก ปวดจน ไม่สามารถที่จะคุกเข่าได้เลยค่ะ พอนั่งทางานนานๆ และจะลุกขึ้นยืน ต้องยืนนิ่งๆ ตั้งหลักสักพักหนึ่ง ถึงจะเดินต่อได้... นูน๋ ุ้ยไปเล่าให้หลายคนฟัง บ้างก็บอกว่าเดินน้อย ไป ต้องเดินเยอะหน่อย เพื่อบริหารหัวเข่า บ้างก็ ว่ากรดยูริคอาจจะสูง กินไก่มากไปป่าว ต้องงด หน่อยนะจ๊ะ บ้างก็แสดงความคิดเห็นว่า อาจจะเป็น สัญญาณของหัวข้อเข่าเสื่อม มีบคุ คลที่รักและห่วงใย ร่วมกันแนะนาไปต่าง ๆ นานา ๆ... ที่สุดจึงตัดสินใจไปหาหมอดีกว่า คุณหมอเป็นบุคคลสุดท้ายที่เมื่อยามเจ็บปวดทุกคน คงจะคิดถึง นู๋นุ้ยไปหาหมอแต่เช้า ต้องรับบัตรคิวด้วย เพราะมีผู้ป่วยมารักษาเยอะพอสมควร เมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุท้งั นั้น พอหันกลับมามองตัวเอง หรือว่าเราเข้า ข่ายสูงวัยแล้วเนี่ย อีกใจหนึ่งก็ค้าน “ไม่สิ ไม่นะ คิดแล้วก็รู้สึกขาๆ ตัวเอง 5555” เมื่อคุณหมอเรียกเข้าตรวจ ท่านบอกให้งอหัวเข่า และเคาะๆ สองครั้ง พร้อมกับถาม ว่า รู้ไหมว่าปวดหัวเข่าเพราะอะไร? หมอมองหน้าเหมือนจะรอคาตอบ จึงคิดในใจ “อ้าวเรา เป็นฝ่ายต้องตอบหรือนี่” จึงตอบไปแบบไม่มั่นใจในตัวเองว่า “เพราะอ้วนหรือเปล่าคะ” และ หมอก็ถามต่ออีกว่า “แล้วรูไ้ หมว่าต้องทาอย่างไร?” คุณหมอมองหน้าเราพร้อมกับสายตาที่ เต็มไปด้วยคาตอบ และหมอก็บอกว่า หมอจะให้ยาไปทานแก้ปวดนะ และคงรู้นะว่าต้องทา อย่างไร ถ้าไม่จาเป็นก็ไม่ต้องกินยานะ... กลับได้แล้วครับ อาการเจ็บปวดหัวเข่าหายไป ชั่วขณะ นู๋นุ้ยเดินออกมาจากห้องตรวจแบบงงงง พร้อมกับมีคาถามมากมายในใจ “ตกลง เราเป็นอะไรกันแน่นี่ ปวดหัวเข่าหรือว่าอ้วน...” ทุกเย็นหลังเลิกงานนู๋นุ้ยจะมีเวลาเงียบนั่งนิ่ง ๆ เย็นวันนั้นเองในใจก็นกึ ถึงคาถาม ของคุณหมอเพียงแค่ 2 ประโยคนี้ แต่กลับทาให้หวนคิดถึงชีวิตของตัวเองมากมาย รูไ้ หมว่าเพราะอะไร? รูไ้ หมว่าต้องทาอย่างไร? ในชีวิตของเราแต่ละวันมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น สุขบ้าง ทุกข์บ้าง และในความอ่อนแอของมนุษย์ คนเรามักเข้าข้างตนเองก่อนเสมอ แต่เมือ่ หวนกลับมาคิดว่า รู้ไหมว่าเพราะอะไร? และรู้ไหมว่าต้องทาอย่างไร? จริงสินะ... และเมื่อได้คาตอบแล้ว เรากล้าพอไหมทีจ่ ะเริม่ ทา กล้าไหมทีจ่ ะเริม่ ต้น...

20


21


22


23


"แม่ของผม เป็นคนทำ อำหำรทีบ่ ้ำนประจำ ทุกวัน... คืนหนึ่ง หลังจำกที่แม่ทำงำนหนักมำตลอดทั้งวัน แม่ กลับบ้ำนมำด้วยควำมเหนื่อยล้ำ และทำอำหำรเย็น ให้เรำตำมปกติ ที่โต๊ะอำหำร แม่วำงจำนที่มี ....ปลำทูไหม้เกรียม..... บนโต๊ะต่อหน้ำพ่อและทุกๆคน ผมรอว่ำ แต่ละคน จะว่ำอย่ำงไร แต่...พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้ำตั้งตำกินปลำทูไหม้ตัวนั้น และหันมำ ถำมผมว่ำ ที่โรงเรียน เป็นอย่ำงไรบ้ำง คืนนั้น หลังอำหำรเย็น ผมจำได้ว่ำ ได้ยินแม่ขอโทษพ่อที่ทอดปลำทูไหม้ และ ผมไม่เคยลืมที่พ่อพูดกับแม่เลย "โอย... ผมชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่" คืนต่อมำ ผมเก็บคำถำมในใจ ก่อนนอน และถำมพ่อว่ำ "พ่อชอบปลำทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ" พ่อลูบหัวผม และตอบว่ำ "แม่ของลูกทำงำนหนัก มำทั้งวัน...ปลำทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ำยใคร แต่คำพูดที่ต่อว่ำกันนั้นต่ำงหำก ที่จะทำร้ำยกัน ชีวิตคนเรำเต็มไปด้วย ควำมไม่สมบูรณ์แบบ และ แต่ละคนก็ไม่ได้เกิดมำสมบูรณ์แบบ ตัวเรำเองก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่ำใครๆ" แต่สิ่งที่ พ่อ เรียนรู้ ในช่วงชีวิต คือ.....กำรเรียนรู้ ที่จะยอมรับควำมผิด ของคนอื่น และ ของตัวเอง กำร เลือก ที่จะยินดีกับควำมคิดต่ำงกันของแต่ละบุคคล เป็นสิ่งสำคัญ ในกำรรักษำ ชีวิต ครอบครัว ที่มีควำมสุข และยืนยำว “ชีวิตเรำ สั้นเกินกว่ำ ที่จะตื่นขึ้นมำ พร้อมกับควำม เสียใจ ที่ว่ำ เรำทำผิดกับคนที่เรำรักและรักเรำ ให้ดูแลและทะนุถนอมคนที่รักเรำ และ พยำยำมเข้ำใจและให้อภัย จะดีกว่ำ"

...มองข้าม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้าง ให้โอกาส และให้อภัย มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน จะได้รัก และอยู่ด้วยกัน อย่างยั่งยืน ยาวนาน... 24


25


ภาพข่าวจากแผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ การสร้างผู้นาเยาวชน 2015 วันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย.2015 แผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นาโดยคุณพ่อพรชัย แก้วแหวน ผู้จัดการแผนกฯ จัดโครงการสร้างผู้นาเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 2015 โดยมี หัวข้อ “พระจิตเจ้าจะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านจะรับพระอานุภาพเพื่อจะเป็นพยานถึง เรา ” (กจ1:8) มีเยาวชนมาเข้าร่วมเป็นผู้นา จานวน 81 คน วันแรก (Learn) กิจกรรมแรกเริ่มด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณเปิด โดยคุณพ่อประจักษ์ บุญ เผ่า จากนั้นเป็นการปฐมนิเทศ ช่วงบ่ายเข้าสู่ Brain storm (รู้ใจรู้จริงเป็นสิ่งที่พระต้องการ..โดยคุณ พ่อประจักษ์ บุญเผ่า วันทีส่ อง (Love) เริ่มต้นด้วยภาวนาเช้า ตักตวงรักและรับพระพร และวอนขอพลังจาก พระด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณ ก่อนรับประทานอาหาร ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมส่งเสริมความรัก ให้เรา รู้จักกันและกัน และแบ่งปันความรักให้กับผู้อื่น วันสุดท้าย (Live) เริ่มเต้นด้วยภาวนาเช้า เติมความรัก จากนัน้ เข้าสู่ วิธีนารักไป “ผู้นาไม่ ต้องเด่นดัง ไม่ตอ้ งให้ใครมาตาม ไม่ให้ใครมาชื่นชม แต่พาผู้คนไปหาพระ” โดยคุณพ่อสานิจ สถะวีระวงส์ และเราจะเป็นพยาน พิธีบูชาขอบพระคุณปิด โดยคุณพ่อสานิจ สถะวีระวงส์ คุณพ่อพรชัย แก้วแหวน และคุณพ่อประจักษ์ บุญเผ่า ท้ายพิธีบูชาขอบพระคุณ รับใบเกียรติบัตร ที่จะออกไปเป็น ผู้นาให้กับน้องๆ เยาวชนต่อไป และปิดท้ายด้วยถ่ายภาพร่วมกัน

26


อบรมผู้นานันทนาการ รุ่นที่ 7 วันที่ 27 - 28 มิถุนายน 2015 แผนกเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นาโดยคุณพ่อพรชัย แก้วแหวน ผู้จัดการแผนกฯ จัดอบรมผู้นานันทนาการให้กับเยาวชนรุ่นที่ 7 มีเยาวชนเข้าร่วม จานวน 71 คน ณ โรงเรียนลาซาล บางนา กรุงเทพฯ วันแรกของการอบรม เริ่มต้นด้วยพิธีบูชาขอบพระคุณเปิดการอบรมโดยคุณพ่อพรชัย แก้ว แหวน จากนั้นเป็นการรวมพล และกิจกรรมสันทนาการ เตรียมความพร้อม ทาความรูจ้ ัก สร้าง เป้าหมาย ช่วงบ่าย อบรม 1 การเป็นผู้นานันทนาการ (ก่อนจะเป็นผู้นานันทนาการ สารวจตัวเอง) ตามด้วยอบรม 2 หลัก ใคร ทาอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ประเภทเกมส์ ลักษณะเกมส์ และ อบรม 3 การจัดลาดับเกมส์ ขั้นตอนการนาเกมส์ วิธีสังเกตุผู้ร่วม (CURVE) หลังจากพักเบรกแล้ว เวลา 16.30 น. ฝึกปฎิบัติ 1 (ผู้นานันทนาการ) และปฏิบัติ 2 เป็นช่วงหลังอาหารค่า และภาวนาค่า ก่อนเข้านอน วันที่สองของการอบรมเริ่มต้นภาวนาเช้า หลังรับประทานอาหารแล้ว รวมพล - สันทนาการ และฝึกปฎิบัติ 3 และเวลา 11.00 น. เป็นพิธีบูชาขอบพระคุณปิด โดยคุณพ่อประจักษ์ บุญเผ่า และ คุณพ่อพรชัย แก้วแหวน พร้อมมอบวุฒบิ ัตร และรับประทานเที่ยงอาหารร่วมกันก่อนเดินทางโดย สวัสดิภาพ

27


ภาพข่าวจากแผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี ฟื้นฟูจิตใจนักเรียน ชัน้ ม.2 ร.ร.ดาราสมุทร ศรีราชา แผนกเยาวชนสังฆมณฑลจันทบุรี โดย คุณพ่อนรเทพ ภานุพันธ์ นาการเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจ นักเรียนคาทอลิกชั้นม.2 โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2558 มี นักเรียนเข้าร่วมจานวน 31 คน

ค่ายแสวงหา คุณพ่อนรเทพ ภานุพันธ์ จิตตาธิการแผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี ได้รับเชิญเพื่อพบปะ บรรดาเยาชน และแบ่งปันในค่ายแสวงหา ณ อาคารสุวรรณศรี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2015

28


พบเยาวชนและผู้ประสานงานแขวงปราจีนบุรี ในโอกาสรับศีลกาลัง แขวงปราจีนบุรี แผนกเยาวชน โดย คุณพ่อนรเทพ ภานุพันธ์ ได้มีโอกาส พบปะบรรดาเยาวชน และพูดคุยกับบรรดาผู้ประสานงานของแขวง โดยความอนุเคราะห์ของ คุณพ่อปรีชา ณ วัดอารักขเทวดา โคกวัด วันที่ 5 กรกฎาคม 2015

ประชุมเตรียมค่ายผู้ประสานงาน RDCY เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. 2558 มีการประชุมเพื่อเตรียมค่ายผู้ประสานงานเยาวชนแขวงศรีราชา โดยจะจัดค่ายที่วัดแม่พระลูกประคา สัตหีบ ซึ่งมีคุณพ่อเข้าร่วมประชุม 3 ท่านได้แก่ คุณพ่อนุพนั ธุ์ จิตตาภิบาลแขวงศรีราชา คุณพ่อนรเทพ ผู้อานวยการแผนกเยาวชนสังฆมณฑลจันทบุรี และ คุณพ่อบรรจง เจ้าอาวาสวัดแม่พระลูกประคา สัตหีบ รวมทั้งประธานเยาวชนแขวงศรีราชา คือ ศิริพร (หรรษา) และผู้ประสานงาน

29


ภาพข่าวจากศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลนครราชสีมา "ออกเยี่ยมเยาวชนวัดวัดพระกุมารเยซู โป่งนคร" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา พร้อมทีมงาน ออกเยี่ยม กลุ่มเยาวชนวัดพระกุมารเยซู โป่งนคร เพื่อติดตามการทางานของกลุ่มผู้นาเยาวชนโป่งนคร เยาวชนให้ความสนใจ และร่วมเล่นเกมอย่างสนุกสนาน

"ออกเยี่ยมเยาวชนวัดแม่พระถวายพระกุมารในพระวิหาร หนองพลวง" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา และทีมงาน ออกเยี่ยมและ ให้กาลังใจเยาวชนวัดหนองพลวง เพื่อติดตามผลการดาเนินงานของกลุ่มเยาวชนหนองพลวง ที่ได้ จัดตั้งกลุม่ และทากิจกรรมร่วมกันแล้ว ให้มีแนวมางในการทางานร่วมกัน มีความสามัคคี ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ 2015

30


"ออกเยี่ยมเยาวชนอาสนวิหารแม่พระประจักษ์ทเี่ มืองลูร์ด" คุณพ่ออัมรินทร์ พันวิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา พร้อมทีมงาน ได้ออกเยี่ยม เยาวชนโรงเรียนมารีย์วิทยา เพื่อใน้เยาวชนมีความรักและสามัคคีกัน รู้จักการทางานเป็นกลุ่ม พร้อมวางแผนการทางานร่วมกัน วันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ 2015

"ออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา พร้อมทีมงานผู้ประสานงาน ได้ออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนที่โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ปากช่อง เพื่อติดตามผลและการมีสว่ นร่วมใน กิจกรรม วัดและชุมชน ของกลุ่มเยาวชนประจาวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ 2015

31


ภาพข่าวจากศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลเชียงใหม่ ต้อนรับพระธาตุ 2 พระสันตะปาปา โอกาสที่พระธาตุสองนักบุญพระสันตะปาปามาเยือนสังฆมณฑลเชียงใหม่ แผนกเยาวชน ได้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนและช่วยจัดกิจกรรมการรับส่งพระธาตุไปยังเขตวัดต่างๆ และสนับสนุนให้ บรรดาเยาวชนมาสวดภาวนาและร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางวัดของตนจัดขึน้ และโอกาสที่พระธาตุ มาเยือน ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2015 นายไชยวัฒน์ ออเปะ เจ้าหน้าที่แผนกเยาวชนได้ช่วย จัดกิจกรรมในการต้อนรับพระธาตุในเขตวัดแม่ริม จัดการสวดสายประคา จัดภาวนาเทเซ่ จัดสวด สายประคาพระเมตตา ฯลฯ ซึ่งช่วยให้เยาวชนและสัตบุรุษมีความรักและความศรัทธามากยิ่งขึน้

32


งานอภิบาลที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร นานักศึกษาของศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ชั้นปี ที่ 2 ไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ เมือ่ วันอาทิตย์ท่ี 12 กรกฎาคม 2015 มีนักเรียนคาทอลิกมาร่วมกิจกรรมประมาณ 70 คน

นักเรียนมงฟอร์ตมัธยมรับศีลอภัยบาป คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนและทีมงาน จัดกิจกรรมเตรียม จิตใจให้กับนักเรียนคาทอลิกโรงเรียนมงฟอร์ตมัธยมเพื่อให้รับศีลอภัยบาปอย่างดี เมือ่ วันที่ 14 กรกฎาคม 2015

33


34


35


Newsletter 124 July 2015  

จุลสารเพื่อ(น)เยาว์ 124 (เดือนกรกฎาคม 2015) ภายในเล่ม ประกอบด้วย ค.ฅนชวนคิด- อะไรสำคัญกว่ากัน? เพื่อนในพระเจ้า-อิกญาซีโอ ฟรังซิสเซเวียร์ แล...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you