Page 1


“ใครที่คิดว่าตัวเองแน่ เลี้ยงดูพ่อแม่รึยัง” ได้ยินมาจากไหน จาไม่ได้ แต่เป็นคาพูดที่พอได้ยินแล้ว ต้องหยุดคิดว่า เออ! จริง... ความรู้ ความสามารถ ความเก่ง ความแน่ที่เรามี ที่เราคิดว่าเราเจ๋งกว่าคนอื่น เรามี เรารู้เยอะ รู้มากมาย ถนัด หรือชานาญหลายด้าน เก่งกว่าพ่อแม่เราเสียอีก ทาให้เราลืมคิดไปว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้ ก็มีพื้นฐานมาจากพ่อแม่คู่หนึ่งที่รักเรา และใช้ความสามารถเท่าที่ท่านมีเลี้ยงเราจนโต มีทุกวันนี้

เยาวชนที่รัก... ประโยคนี้น่าจะเตือนใจเราทุกคน ให้รู้จักที่จะสุภาพและไม่ลืมความหมายที่แท้จริงในการดาเนินชีวิต ไม่ลืมเป้าหมายที่ทาให้ชีวิตเรามีคุณค่าอย่างแท้จริง ไม่ใช่ยึดติดกับเปลือกนอกที่ดูสวยงามและน่าชื่นชมเพียงฉาบฉวย แต่ตั้งใจทาหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยมีเป้าหมายว่า วันหนึ่งอีกไม่ไกล ฉันจะต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ให้ได้ และเมื่อทาได้ นั้นแหละ เจ๋งจริงอ่ะ แน่จริงโดยแท้....

3


“ความร่าเริงยินดี เป็นการแสดงออกถึงหัวใจที่รักพระเจ้า” เป็นข้อคิด สะกิดใจทีไ่ ด้รับจากการอ่านประวัติของมาเดอร์มารีอา มัสซาแรลโล ผู้ร่วมตัง้ คณะ ธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ (ซิสเตอร์ซาเลเซียน) พร้อมกับคุณพ่อบอสโก กลายเป็น เหมือนคติประจาใจที่ตรงกับความเป็นตัวเอง ตัง้ แต่ยงั เล็กคุณพ่อคุณแม่ของซิสเตอร์ ได้ปลูกฝังความคิดที่ว่าการไปวัดวันอาทิตย์เป็นเหมือนวันฉลอง เป็นวันที่มีความสุข เพราะเราทุกคนจะอยู่พร้อมหน้ากัน ไปร่วมมิสซาได้พบปะกับญาติพ่นี ้อง พบปะกับ เพื่อนๆ ทาให้รู้สึกว่าการเป็นคริสตชนเป็นชีวติ ที่มีความสุขนะ และเวลาอยู่ท่โี รงเรียน (เซนต์เมรี่ อุดรธานี) บรรดาซิสเตอร์ก็จะสอนให้เรามีความขยัน ศรัทธา และร่าเริง ในความที่ซิสเตอร์เป็นเด็กที่ยมิ้ แย้มแจ่มใส ชอบเรียนรูอ้ ะไรใหม่ ๆ มันทาให้รู้สึกว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่ตรงกับคาสอน และการอบรมของคณะซิสเตอร์ซาเลเซียน คาสอนของคุณพ่อบอสโกที่ได้ยินติดหูตลอดว่า “พระเห็นฉัน

และรักฉันเสมอ” จากประสบการณ์ตอนนัน้ หล่อหลอม ทัศนคติและชีวติ ของซิสเตอร์ โดยไม่รตู้ ัว จนทาให้อยาก ที่จะอยู่กับพระ อยู่กับบรรดาซิสเตอร์ที่ทางานกับเด็กๆ และเยาวชน ช่วยพวกเขาให้เดินในหนทางแห่งความดีงาม นั่นคือ ทางที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้พวกเขา

4


ซิสเตอร์มีความสุขเสมอ และขอบคุณพระทุกครั้งสาหรับการเรียกของพระองค์ แม้รู้สกึ ว่า ตนเองไม่มีอะไรที่เหมาะสมเลยกับชีวติ นักบวช แต่เมื่อพระองค์ทรงเรียก พระองค์ก็ทรง ประทานทุกสิง่ ที่จาเป็น เพื่อให้เราสามารถตอบรับต่อพระประสงค์ของพระองค์ได้ในแต่ละ วัน ช่วงเวลาที่ได้ทางานในฐานะเป็นผู้รับเจิมถวายตนในคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ (ซิสเตอร์ ซาเลเซียน) ตลอด 15 ปี ซิสเตอร์สัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าความฝันของเราจริงๆ และคิด ว่าในอนาคตจะต้องได้เรียนรู้จักความรักของพระอีกเยอะ รู้สกึ ขอบคุณผูใ้ หญ่ที่สามารถมองเห็น ต้นไม้ใหญ่ที่ซ่อนอยูใ่ นเมล็ดเล็กๆ แห่งชีวติ ของเรา สิ่งที่ได้รับมาทั้งหมดนี้ ก็ทาให้อยากจะมอบ ให้กับคนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะกับเยาวชน ให้พวกเขาได้คน้ พบศักยภาพของตนเอง ค้นพบ ความรักของพระเจ้าในชีวิตของพวกเขา จากเมล็ดเล็กๆ ก็จะกลับกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ ร่มเงา เป็นที่พักอาศัยแก่นกในอากาศ และผูท้ ี่อยู่ในความต้องการ ซิสเตอร์คดิ ว่านี่เป็น ภารกิจสาคัญของเราผู้อภิบาล

5


ปัจจุบัน ซิสเตอร์รับผิดชอบงานฝ่ายอภิบาลเยาวชนของคณะ ซึง่ มีการประสานงาน ในโรงเรียนต่าง ๆ ในเครือเป็นส่วนใหญ่ ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ สามารถติดตามได้ท่เี ว็บไซด์ ของคณะ www.fma.or.th ได้ค่ะ และหากมีใครสนใจที่จะรูจ้ ักคณะมากขึ้น ก็ทักทายกันเข้า มาเลยนะคะ โอกาสครบ 200 ปีแห่งการเกิดของคุณพ่อบอสโกผู้ตงั้ คณะ ในปีนี้ จึงขอฝาก คาพูดของท่านที่เคยให้ไว้กับเยาวชนว่า “พ่ออยากเห็นพวกเธอมีความสุขในโลกนี้ และมี ความสุขในชีวิตหน้าด้วย” ซึ่งเป็นความรูส้ ึกเดียวกันที่ซิสเตอร์อยากจะบอกกับพวกเธอ เด็ก ๆ และเยาวชนทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขด้วยความมั่นใจในความรักของพระเจ้า เสมอนะคะ

ด้วยรัก...ซิสเตอร์กาญจนา เดชาเลิศ

6


Fast // รวดเร็ว ในปัจจุบนั เราพบเจอคานีไ้ ด้บ่อยในชีวิตประจาวัน ทั้ง Fast food , Fast track , Fast lane ตามหน่วยงานราชการ องค์กรต่างก็มนี โยบาย รวดเร็ว , one stop ซึ่งความรวดเร็วนี้ บางครั้งเกิดประโยชน์ แต่บางครัง้ ความรวดเร็วทาให้เราพลาดบางอย่างไป เยาวชนยุค social แทบจะเป็น Fast Youth กันทุกคน เพราะอะไรนัน่ หรือ? อยากรูอ้ ะไร เดินทาง อย่างไร ซื้อทีไ่ หน? ราคาเท่าไหร่? การบ้านข้อนี้ทาอย่างไร?... searching ผ่าน internet ไม่เกิน 30 วินาที ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะปรากฏมาอยู่บนหน้าจอ ให้เราได้เลือกใช้ ทุกอย่างรอบตัวรวดเร็วทันใจ จนทา ให้กลายเป็นคนเอาแต่ใจ ทาอะไรต้องให้รวดเร็วทันใจ จนทาให้เราเป็นโรค “รอไม่เป็น” โดยมิรตู้ ัว ลองสารวจตัวเราหน่อยไหมว่า “ฉันเป็นโรครอไม่เป็นรึเปล่า?” บางคนคิดว่าเป็นเรือ่ งเล็กน้อย แต่รู้ หรือไม่ว่าเรือ่ งเล็กน้อยคือต้นตอของเรือ่ งใหญ่ในภายหน้า ตัวอย่างเช่น เมือ่ เราต้องข้ามถนนในจุดที่มี สัญญาณไฟ ในขณะที่ถนนว่าง ไม่มีรถสัญจรไปมาแต่สัญญาณไฟยังคงเป็นสีแดง คุณจะ..... 1 ข้ามเลย ถนนว่างแล้วนี่ ไม่เป็นอันตรายกับใครหรอก 2. รอฉันจะรอสัญญาณไฟเขียว ถ้าคุณเลือก 1 คุณเริ่มจะ เป็นโรค “รอไม่เป็น” แล้วนะ แต่ถ้าคุณเลือก 2 คุณห่างไกลจากโรค “รอไม่เป็น” แล้วที่บอกว่าเป็น จุดเริ่มต้นของเรือ่ งใหญ่ คือ ถ้าเกิดคุณเป็นครู ถ้าเกิดลูกศิษย์ถามว่าทาไมครูถงึ ไม่ข้ามถนน ตาม สัญญาณไฟค่ะ? คุณจะตอบลูกศิษย์ว่าอย่างไร? ย้อนกลับไปที่จดุ ข้ามถนน หากเรา “รอ” สัญญาณไฟ เราจะปฏิบัตติ ามกฎจราจร ไม่ทาให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน นี่แค่จะต้องรอแค่ 30-60 วินาทีเองนะ แล้วเรื่องอื่น ๆ ที่ใหญ่กว่านี้ ต้องใช้เวลามากกว่านีผ้ ลกระทบจะมากขึน้ เป็นเงาตามตัวด้วยเช่นเดียวกัน หากใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่น จะมีเส้นทางรถไฟสายหนึ่งในเมืองเกียวโต ที่มีรถไฟรุน่ คุณปูแ่ บบ open ให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ากับทัศนียภาพทั้งสองข้างทาง คาถามมีอยู่ว่า ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นเจ้าของ รถไฟความเร็วสูงอันดับตน ๆ ของโลกมิใช่รึ? แต่ทาไมเส้นทางนี้ถึงนารถไฟรุ่นคุณปู่ ที่ช้า และไม่ ทันสมัยมาบริการ คาตอบคือ ถ้านารถไฟความเร็วสูงมาใช้ ผูโ้ ดยสารคงถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว แต่ ผู้โดยสารจะได้ได้ดื่มด่ากับธรรมชาติสองข้างทางนะซิ ใช่มันคือกลยุทธทางหารตลาด แล้วก็เป็นกลยุทธ ที่ประสบความสาเร็จอย่างดีด้วย ใช่ว่าทุกอย่างรวดเร็วจะดีเสมอไป หรือ ช้าจะดีกว่า ทุกอย่างต้องเหมาะสมพอดี เพื่อให้การ ดาเนินชีวิตของเราไม่รบกวนคนอืน่ มากเกินไป และสังคมก็จะน่าอยู่ยงิ่ ขึ้น พี่กงุ้ FMA

7


ตอน...จดหมายจากแดนไกล ในช่วงค่าคืนหนึ่งของการพักผ่อน หลังจากการเดินทางของอิกญาซีโอและเพื่อน ๆ ของท่านไปยังเมืองเวนิส ทางตอนเหนือของ อิตาลี ไลเนสสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เมื่อท่าน ได้ยินเสียงร้องของฟรังซิสซึ่งดูเหมือนกาลังพูด อะไรบางอย่างในความฝันของท่าน “พระเยซู เจ้าข้า ลูกเหนื่อยเหลือเกิน!” แต่ไลเนสคงไม่ เข้าใจในสิ่งที่ฟรังซิสร้องออกมานัน้ จนกระทั่ง ในช่วงเช้าตรู่ ไลเนสได้ถามถึงสิง่ ที่ฟรังซิสฝัน ฟรังซิสได้ตอบไปว่า ท่านฝันเห็นตัวเองกาลังแบก คนอินเดียไว้บนหลังของท่าน แต่นาหนั ้ กของคนอินเดียนัน้ หนัก จนท่านแบกต่อไปไม่ไหว และท่านไม่เข้าใจว่า นี่หมายความ ว่าอย่างไร จากความฝันก็ค่อย ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ความปรารถนาของฟรังซิสว่า วันหนึ่งท่านอาจจะได้ไปเป็น มิชชันนารีประกาศข่าวดี ณ ดินแดนตะวันออกไกลก็เป็นได้ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1540 ก่อนที่คณะแห่งพระเยซูเจ้าจะ ถูกก่อตัง้ ขึน้ อย่างเป็นทางการ ในไม่กี่เดือนข้างหน้า พระสันตะปาปา เปาโลที่ 3 ผู้ซึ่งต่อมาได้รับรองคณะอย่างเป็นทางการนัน้ ได้แจ้งกับนักบุญอิกญาซีโอว่า กษัตริย์หลายราชอาณาจักร มีความต้องการที่จะให้เพื่อน ๆ

8


ของท่านไปแพร่ธรรม ณ ดินแดนของพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ กษัตริย์ยอห์นที่ 3 แห่งโปรตุเกส พระองค์ขอให้อิกญาซีโอส่งเยสุอติ 2 คนไปทางานที่อนิ เดีย แม้วา่ อิกญาซีโออาจจะทราบถึงความ ปรารถนาของฟรังซิสที่อยากจะไปอินเดียก็ตามที แต่ท่านกลับเลือกโบบาดิลยา และโรดรีเกซไปแทน หากแต่น้าพระทัยของพระเจ้านัน้ แตกต่างไปจากอิกญาซีโอ โบบาดิลยาล้มป่วยกะทันหัน และคณะทูตที่จะเดินทางไปอินเดียก็ไม่สามารถรอจนโบบาดิลยาหายป่วยได้ ในวันหนึ่ง อิกญาซีโอจึง ได้เรียกฟรังซิสเข้ามา พร้อมกับแจ้งให้ท่านทราบว่า “ฟรังซิส ท่านรู้อยู่แล้วว่า นี่เป็นพระประสงค์ ของพระสันตะปาปา ทีส่ องคนจากกลุ่มเราต้องเดินทางไปอินเดีย และเราได้เลือกโบบาดิลยา เป็นหนึ่งในนัน้ แต่เขาไม่สามารถเดินทางได้ เพราะกาลังป่วยอยู่ อีกทั้งกลุ่มทูตก็ไม่สามารถที่ จะรอจนกระทั่งเขาดีขนึ้ ได้ นีค่ งต้องเป็นงานของท่านแล้วล่ะ” ฟรังซิสตอบรับด้วยความนบนอบ และชื่นชมยินดี ท่านเชื่อว่านี่เป็นน้าพระทัยพระเจ้าและขอเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อซ่อมชุดหล่ออันเก่า ซอมซ่อของท่าน หลังจากนั้น ฟรังซิสและโรดรีเกซก็เริ่มออกจากโรมในวันถัดไป ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1540 เมื่อฟรังซิสและโรดรีเกซเดินทางถึงโปรตุเกส พวกเขาได้สอนที่มหาวิทยาลัย เทศน์สอนตาม โบสถ์ตา่ ง ๆ และเป็นผู้นาวิญญาณสาหรับหลาย ๆ คนที่ต้องการคาปรึกษา เมื่อกษัตริย์ยอห์นที่ 3 ทรงได้ยินเกี่ยวกับผลงานและความทุ่มเทของพวกเขาทัง้ สอง พระองค์ทรงรู้สกึ ประทับใจและต้องการ ให้พวกเขาทัง้ สองพานักและทางานในโปรตุเกสแทน แต่ในที่สดุ พระองค์ก็ขอเพียงโรดรีเกซเท่านัน้ ส่วนฟรังซิสออกเดินทางออกจากเมืองลิสบอนต่อไปยังอินเดีย เมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1541 การ เดินทางใช้เวลาประมาณสิบสามเดือน ในที่สุดท่านก็ถึงเมืองกัว ทางตอนใต้ของอินเดีย เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1542 ในช่วงเวลานัน้ เอง ณ บ้านศูนย์กลางของคณะเยสุอติ ที่กรุงโรม อิกญาซีโอได้เห็นเพื่อน ๆ ของท่านจากไป และเดินทางไปยังที่อื่นอันห่างไกล ตัวท่านเองจาเป็นต้องอยู่ที่กรุงโรมในฐานะ มหาธิการ ผู้นาของคณะ และช่วยประสานงานต่าง ๆ แน่นอนว่า ท่านคงรู้สกึ ใจหายและเศร้าไม่แพ้ กัน ทุกครัง้ ที่ท่านมีเวลาว่างในช่วงกลางคืน ท่านจะขึน้ ไปที่ชั้นบนสุดของบ้านเพื่อดูดวงดาวมากมาย บนท้องฟ้า ผ่านธรรมชาติและสิ่งสร้างทั้งหลายนี้เอง อิกญาซีโอสัมผัสได้ถงึ ความรักและความ ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ในบางครัง้ ท่ามกลางความเงียบสงัดนี้ อิกญาซีโอก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากนี่เป็น น้าพระทัยของพระเจ้าที่ต้องการให้เพื่อน ๆ ของท่านไปทางานในที่อื่น ๆ แล้ว พระเจ้าเองจะ ทรงคุ้มครองและนาทางพวกเขาอยู่เสมออย่างแน่นอน

9


เรื่องราวการผจญภัยและเรือ่ งราวที่น่าทึ่งมากมาย ในจดหมายของ ฟรังซิส ได้ถูกตีพิมพ์ในวรสารของยุโรปหลายฉบับในเวลาต่อมา นี่ได้สร้าง แรงบันดาลใจสาหรับชายหนุ่มและเยาวชน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย มากมาย พวกเขาสมัครเข้าคณะเยสุอิต และปรารถนาจะไปเป็นมิชชันนารี ในตะวันออกไกล ดังเช่นฟรังซิสเซเวียร์ ในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้น มี เยสุอิตและนักบวชคณะอื่น ๆ เริ่มอาสาและเข้ามาแพร่ธรรมในเอเชียเพิ่ม มากขึน้ เรื่อย ๆ แต่อิกญาซีโอก็ยังได้รับความบรรเทาใจเพราะท่านได้รบั จดหมาย จากเพื่อน ๆ ของท่านอยู่เสมอ โดยก่อนหน้าที่เพือ่ น ๆ แต่ละคนจะเดินทาง ออกจากโรมเพือ่ ไปทาหน้าที่ที่ได้รับ ท่านได้ขอให้พวกเขาทุกคน เขียน จดหมายกลับมาเป็นประจา สาหรับอิกญาซีโอ การเขียนจดหมายนี้เอง ถือว่าเป็น การติดต่อสื่อสาร ทีแ่ สดงออกถึงมิตรภาพ ผ่านการแบ่งปัน เรื่องราว ที่เกิดขึ้นของแต่ละคน และแล้วในวันหนึ่งท่านก็ได้รบั จดหมาย จากแดนไกล และจดหมายนีก้ ็มาจากเพื่อนทีท่ ่านรักมากที่สุดคนหนึ่ง นั่น คือ ฟรังซิสเซเวียร์ จดหมายฉบับนีท้ าให้อิกญาซีโอซึง้ ใจทุกครั้งทีไ่ ด้อ่าน และหลังจากนั้น ก็มีจดหมายจากฟรังซิสเซเวียร์ฉบับอื่น ๆ ตามมา ผ่านทางจดหมายต่าง ๆ เหล่านี้ อิกญาซีโอและบรรดาเยสุอิตใน ยุโรปได้ทราบถึงความสาเร็จในงานแพร่ธรรมทีอ่ ินเดียและการเดินทาง ของฟรังซิส พวกเขาได้ทราบว่าชาวพื้นเมืองหลายคนมาเรียนคาสอนและ กลับใจรับศีลล้างบาป มีครัง้ หนึง่ ที่ภายในระยะเวลาเพียงหนึง่ เดือน มีชาว พื้นเมืองรับศีลล้างบาปมากกว่า 10,000 คน ณ เมืองตรันวันโคเร (Tranvancore) หลังจากนั้น พวกเขาก็ได้รวู้ ่า ฟรังซิสเดินทางต่อไปยังเกาะ มะละกา (ประเทศมาเลเซีย) หมู่เกาะอัมบอน (ประเทศอินโดนีเซีย) และ ประเทศญี่ปุ่น ถึงตอนนี้ อิกญาซีโอเริ่มเข้าใจแล้วว่า นิสัยความ ทะเยอทะยานและความทะนงตัวของฟรังซิสในอดีต ก็ไม่ได้มีข้อเสีย ไปเสียทุกอย่าง เพราะตอนนี้ พระเจ้าได้ทาให้สงิ่ เหล่านั้นกลายเป็น ความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ นี่ทาให้ฟรังซิสเป็นเครือ่ งมือที่ดี และ พร้อมที่จะต่อสูแ้ ม้ตกอยู่ท่ามกลางความยากลาบากต่าง ๆ เพือ่ ทางานรับใช้ พระองค์ในต่างแดนได้

10


ส่วนฟรังซิสเซเวียร์นั้น แม้จะอยู่ ห่างไกลจากเพื่อน ๆ ที่เขารัก แต่เขายังคง ได้รับจดหมายจากอิกญาซีโอและเพื่อน ๆ คน อื่น ๆ ของเขาเช่นกันเสมอ ทุกครัง้ ที่อ่าน ฟรังซิสถึงกับร้องไห้ และอดคิดไม่ได้ถึงวัน เวลาเก่า ๆ ที่เขาได้มีเพื่อนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ ร่วมกันเป็นเวลานาน และยิ่งอยู่ในบรรยากาศ ที่เขาต้องมาเพียงลาพัง ในดินแดนอันห่างไกล เช่นนี้ มิตรภาพนีเ้ ห็นชัดเจนดังเช่นในจดหมาย ฉบับหนึ่ง ที่ฟรังซิสได้รับจากอิกญาซีโอเขียน ลงท้ายในจดหมายว่า “ไม่มคี รัง้ ใดที่จะลืมท่าน ได้เลย อิกญาซีโอ” ต่อมาฟรังซิสได้จดหมายตอบกลับฉบับนัน้ กลับไป ซึ่งเป็นจดหมายลงฉบับวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1552 เขียนว่า “ดังเช่นที่ผมเพิ่งได้อ่านจดหมายของท่านทั้งน้้าตา ตอนนีผ้ มก็ได้ เขียนจดหมายตอบกลับไปทั้งน้้าตาเช่นกัน ขณะเดียวกันก็นกึ ถึงวันเวลาในอดีต และความรักความ ปรารถนาดีที่ท่านมีให้ผม และจะยังคงมีอยู่ตลอดไป” และทุกครัง้ ที่ฟรังซิสได้อา่ นจดหมายของเพื่อนแต่ละคนเสร็จแล้ว ท่านจะตัดชื่อลงท้ายของ เพื่อนแต่ละคน และเก็บไว้ในกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ท่านห้อยคอไว้อยูเ่ สมอ ฟรังซิสรู้ว่าชื่อเพื่อนของท่าน ทั้งหมดนี้จะอยู่ใกล้กับหัวใจของท่าน และแม้วา่ พวกเขาแต่ละคนจะอยูห่ ่างไกลกันสักเพียงใด แต่ ฟรังซิสก็รวู้ า่ ความรักและมิตรภาพที่ทุกคนมีให้กันนั้น จะไม่หายไปจากจิตใจของท่านเลย

(ติดตามเรื่อง อิกญาซีโอ ฟรังซิส เซเวียร์และฟาแวร์ ตอนที่ 5 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ชื่อตอนว่า มิตรภาพและ จุดเริ่มต้น ได้ในจุลสารเพือ่ (น)เยาว์ ได้ในฉบับถัดไปครับ) 11


บันทึกการเดินทาง : ค่ายอาสา สานฝันปันน้าใจ “ค่ายอาสา” สาหรับผมค่ายอาสาไม่ได้เป็นแค่สถานที่ๆ มีผู้คนที่มีจิตอาสา มีใจพัฒนา มา ช่วยเหลือผู้ที่ลาบาก และขาดแคลนในส่วนต่างๆ เพียงเท่านั้น แต่ค่ายอาสา เป็นอีกสถานทีห่ นึ่งที่ ทาให้เราได้รู้จักความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้จากผู้คนรอบข้าง แลกเปลี่ยนความคิด ได้ทบทวน และไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ ค่ายอาสาบ้านเซเวียร์ เป็นค่ายอาสาครั้งแรกของผม ค่ายนี้มชี อื่ ว่า “สานฝัน ปันน้าใจ” พวก เรามีจุดมุ่งหมายที่จะไปสร้างบ่อเก็บน้าที่ หมู่บา้ นพะเดาะปา จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งหนึ่งผมมีชีวิต อยู่กับสังคมเดิมๆ รูปแบบเดิม และผมได้ตั้งคาถามตัวเองว่า “เรามีชีวิตอยู่และมีจุดหมายเพื่อ อะไรกันแน่” กระทั่งวันหนึ่งผมได้ออกเดินทางไปเรื่อยๆ เห็นทั้งผู้คนมากมาย หลากหลายสังคม หลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ และแล้วในช่วงบ่ายของวันหนึง่ ผมได้รับข้อความ จากเพื่อนของผม เขาเชิญชวนให้ผมไปค่ายอาสาของบ้านเซเวียร์ ผมได้ตอบตกลง และการเดินทาง ครั้งใหม่ที่แตกต่างจากทุกครั้งที่เคยๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น… เมื่อถึงเวลาออกเดินทางไปกับชาวค่าย เป็น วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือกันและกันพวกเขาจึงอยู่ในสถานทีท่ ี่ยากลาบากได้

12


พวกเราออกเดินทางด้วยรถไฟ จากกรุงเทพ ไปยังเชียงใหม่ ระหว่างทีน่ ั่งรถไฟเราก็พูดคุยทา ความรู้จักกันมันเป็นช่วงเวลาทีแ่ ปลกมากเพียงเจอ กันไม่กี่นาทีบนรถไฟ กลับให้ความรู้สึกว่าเราเป็น เพื่อนกันมานานแสนนาน จึงทาให้พวกเราสนิทกัน กันเร็วมากขึ้น การเดินทางด้วยรถไฟทาให้เรารู้จัก กันมากขึ้น ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คน ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน ได้เล่นดนตรีกับเพื่อนๆ เป็นภาพทีส่ นุกสนานมาก เมื่อรถไฟถึงสถานี เชียงใหม่ พวกเราก็นั่งรถแดง (รถโดยสาร) ไปยัง อาเภอแม่ลาน้อย เพื่อต่อรถหกล้อไปที่หมู่บา้ นพะ เดาะปา หนทางทีไ่ ปยังหมูบ่ ้านเป็นถนนลูกรัง และ เป็นทางขึ้นเขา การเดินทางยากลาบาก แต่ ธรรมชาติทนี่ ี่สวยงามมาก ทาให้ลืมความเหนื่อยล้า ที่มีในการเดินทางไปเลย พอพวกเราถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านตอนรับเราดีมาก พวกเราใช้ชีวิตอยู่บน หมู่บ้านเป็นเวลา 10 วัน ทาอาหารกินเอง พักอยู่ กับชาวบ้าน นับเป็นประสบการณ์ที่ดี ทาให้ได้ เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน

13


ในทุกๆ การเดินทาง ทุกวันเวลาทีผ่ ่านไป ใน การมาค่ายครั้งนี้ ทาให้รู้ว่าสิ่งสาคัญในตัวเราไม่ใช่แค่ การทาตัวดีกับผู้คน แต่คือการช่วยให้พวกเขาดีขึ้น การอยู่เพื่อที่จะเรียนรู้ อยู่เพื่อที่จะให้ ทั้งน้าใจ ความ รัก และความเข้าใจแก่เพื่อนมนุษย์ สิง่ เหล่านี้เป็น คุณค่าของชีวิตที่ทาให้มีความสุขมาก ค่ายอาสาครั้ง นี้ไม่ใช่เพียงแค่สร้างบ่อน้า แต่มันเป็นการสร้างชีวิต ให้กับชาวบ้าน และทุกเรื่องราวจะไม่มีทางสาเร็จเลย หากขาดเพื่อนพ้อง และชาวบ้านที่คอยช่วยเหลือกัน เสมอ ดั่งคาๆ หนึ่งที่คิดขึ้นมาได้ขณะกาลังจุดฟืน “ไม้เพียงท่อนเดียว ไม่อาจสุมไฟให้แรงกล้าได้” พวกเราร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมา สนุกสนาน เฮฮา ด้วยกัน ได้เห็นถึงมิตรภาพ ความเสียสละทั้งของ เพื่อนร่วมค่ายและชาวบ้านที่มีให้กัน ทั้งเสียงหัวเราะ หยดเหงื่อในการทางาน และหยาดน้าตาในวันลา จาก ทุกเรื่องราวเป็นสิ่งที่น่าจดจ้า ไม่อยากลืม ช่วงเวลาเหล่านีเลย ถึงสุดท้ายจะกลับไปยัง สถานที่เดิมที่เคยมา แต่มุมมองในสังคมของเราจะ เปลี่ยนไป การมาค่ายครั้งนี้ทาให้เห็นคุณค่าชีวิตของ เรา ของผู้คนรอบกาย และสังคมมากขึ้น ทุกสิ่งมีค่า ในตัวของตัวเองแต่เรากลับมองไม่เห็นมันแต่แรก เมื่อการเดินทางของค่ายสิ้นสุดลงจึงทาให้เข้าใจ นายสมิทธ์ สุวรรณเวช สมาชิกค่ายอาสาฯ บ้านเซเวียร์ ณ หมู่บ้านพะเดาะปา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ วันที่ 4-18 มิถุนายน 2558

14


เป็นครั้งแรกที่พรได้ไปค่ายของเซเวียร์ ในตอนแรกทีร่ ู้ว่าต้องไป แทนเพื่อนนั้นรู้สึกเฉยๆ แต่พอค่ายใกล้เข้ามาก็เริ่มตื่นเต้นและกลัวไป พร้อมๆ กัน ตื่นเต้นที่ได้ไปค่าย ได้ไปทะเล ได้ไปพบและทาสิ่งใหม่ แต่ก็ แอบกลัว กลัวว่าจะไม่มีเพื่อนเพราะเราไม่ค่อยเข้าหาใครก่อน กลัวเขารับ เราไม่ได้เราพูดมากคุยเก่ง พรเลยแอบสะกิดเพื่อนสนิทให้ไปด้วยกัน พวก เราเดินทางออกจากเชียงใหม่ ไปกรุงเทพ โดยรถทัวร์อันทันสมัย เพื่อไป พบปะเพื่อนๆ คนอื่นที่บ้านเซเวียร์ ออกเดินทาง 3 ทุ่ม กว่าจะมาถึง กรุงเทพฯ ก็ 5 โมงเช้า พรกับเพื่อนก็หลับมาตลอดทางเลย เมื่อถึงบ้านเซเวียร์ เราก็มีเวลาพักผ่อนต่ออีก กว่าจะได้เดินทางไป เพชรบุรี ก็ได้พี่แจนพาเรา กิน เทีย่ ว ช็อป ขึ้นรถเมล์ ลงเรือ ไปโน้นไปนี่ ไปทั่ว สนุกมากเลย และแล้วเวลาทีร่ อคอยก็มาถึง 5 โมงเย็น เพื่อนๆ ก็ได้ทยอยกันมา ทุกคนเป็นกันเองทักทายพูดคุยกันสนุกสนาน แปลกจังเลยค่ะคนที่ไม่รู้จัก แต่เจอกันไม่ถึง 5 นาที แต่พูดคุยอย่างกับรู้จักกันมานาน พึ่งมารู้ทหี่ ลังว่า เป็นอย่างนี้ทุกค่ายเสมอ ในที่สุดรถล้อก็หมุนพาพวกเราเดินทางไปบ้าน เย็นเนซาเร็ท เพรชบุรี ครั้งนี้ก็เหมือนเคย เราสลบมาตลอดทางเลยละ ไป ตื่นอีกที ตอนถึงนั้นแหละ เราสะลึมสะลือมากเพราะยังไม่หายง่วงนอน แอบมองนาฬิกาแปบ 3 ทุ่มเองค่ะ

15


พอถึงก็มีการทากิจกรรมอีกเล็กน้อยค่ะ มีแนะนาตัวเล็กๆ กับเล่าเรื่องราว ที่ดีที่สุดในชีวิต ซึ่งทาให้เราได้รู้จักเพื่อนมาขึ้น เกือบลืมค่ะ มีให้เราเขียนความกังวล และร่วมกันสร้างข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันด้วยคะ เพื่อให้ค่ายนี้เป็นของทุกคน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทาธุระส่วนตัว นอนกัน โดยไม่ลืมที่จะไม่ทาผิดข้อตกลง เช้าวันใหม่ที่ค่าย เราตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นจากทะเลค่ะ เป็นสิ่งสร้าง ของพระเจ้าที่สวยงามมากเลย ดวงกลมๆ สีส้มทองค่อยๆ ยกตัวขึ้นจากทะเล บอกได้อย่างเดียวฟินค่ะ หลังทานข้าวเช้าร่วมกันเราก็ได้มารวมกันพูดคุยเกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ของค่ายสมัชชาทุกคนมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปแต่ก็สามารถนามา รวมกันได้ค่ะ โดยทุกคนอยากให้ค่ายสมัชชาครั้งนี้ออกมาสนุกสนาน แต่เป็นกลาง เพื่อที่สามารถรับเพื่อนๆ จากทุกศาสนาให้มาร่วมค่ายได้โดยไม่อึดอัดค่ะ ช่วงบ่ายมีการเล่นเกม สนุกสนาน มากค่ะ ซึ่งในเกมก็ทาให้เราได้รู้จักกับเพื่อนๆ มากขึ้นตามท้องเรื่อง โดยเพื่อนๆจากต่างมหาลัยวนกันเป็น ผู้นาสันทนาการทาให้เราเก็บเกมไปเล่นบ้างดีกว่าอิอิ ตกเย็นก็มีมิสซาโดยคุณพ่อโบโวค่ะ หลังมิสซามีการ แบ่งปันความในใจ ประสบการณ์ต่างๆ ของการได้มาค่าย วันนั้นพรจาได้ขึ้นใจเลยค่ะว่า พรพูดว่า "พร ประทับใจการมาค่ายสภา 2 มาก ถ้าพรรู้ว่ามันสนุกขนาดนี้ ครั้งก่อนๆ เราเสนอตัวมาค่ายแล้ว"และตอนนี้ ความรู้สึกของพรก็ยังคมเป็นเหมือนเดิมค่ะ เพราะเราประทับใจอะไรในค่ายหลายๆอย่างทั้งเพื่อน พี่ เกมที่ แฝงข้อคิดต่างๆ มีการผูกข้อมืออวยพรเพื่อนด้วย น้าตาจิไหล วันสุดท้าย มีพูดคุยและสรุปข้อวัตถุประสงค์ของค่ายสมัชชาอีกครั้ง และมีแบ่งหน้าที่รับผิดชอบงาน. ต่างๆ เพื่อให้ค่ายสมัชชาเป็นค่ายของสภาและทุกคน สุดท้ายคุณพ่อก็ได้ทามิสซาปิดค่าย มีเขียนความรู้สึก ถึงเพื่อนด้วย เราจะเก็บไว้อ่านเมื่อแก่ 555 เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นทุกอย่าง ก็ถึงเวลาที่จะแยกย้ายกันกลับ ยังไม่อยากกลับเลยยย ขอบคุณพ่อ พี่ แจน บิว กล้วย และทุกคนนะค่ะที่ร่วมกันจัดค่ายนี้ขึ้นมา สุดท้าย พรหวังว่าค่ายสัมชชาที่กาลังจะมีขึ้นนี้ เราจะเจอทุกคน และพบปะเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน สวัสดีค่ะ รองเท้าแตะหูหนีบ ตราช้างดาว นางสาววิลาวัลย์ พะแนะ สมาชิกค่ายสภานิสิตนักศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทยครังที่ 2 ประจ้าปีการศึกษา 2557 ณ บ้านเย็นเนซาเร็ท เพชรบุรี แล้วพบกับ “เก็บเบี้ยริมทาง” ได้ใหม่ในโอกาสหน้านะคะ น้องๆ นักศึกษาคนใดที่สนใจอยากมีประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สามารถ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.carefor.org/student หรือที่ Facebook Page: The Catholic Student Network of Thailand ค่ะ

16


17


18


19


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในปี ค.ศ.2015 พระศาสนจักรไทยประกาศให้เป็น “ปีศักดิส์ ิทธิ์ พระศาสนจักรคาทอลิกไทย” เนื่องในโอกาส เฉลิมฉลอง 350 ปี สมัชชาอยุธยา และฉลอง 50 ปี การสถาปนาพระฐานานุกรม และในโอกาสพิเศษนี้เอง คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่ เจ้าภาพค่ายผูน้ าเยาวชนคาทอลิกระดับชาติ ครัง้ ที่ 32 จึงเห็นเหมาะสมให้จัดเป็น “งานชุมนุมเยาวชนฯ” โดยคาดหวังเยาวชนไทยและ เยาวชนจากอนุภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 1 ซึ่งประกอบไปด้วย เยาวชนจากประเทศลาว กัมพูชา เมียนม่า และเวียดนาม เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คนค่ะ ภายใต้พระวาจา “ผู้มใี จ เมตตาย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับเมตตา” (มธ.5:7) ระหว่างวันที่ 12–17 ตุลาคม ค.ศ.2015 ณ โรงเรียนมงฟอร์ตมัธยม จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้ได้รับการฟื้นฟู และ ไตร่ตรองด้านคาสอน พัฒนาชีวิตความเชื่อ ส่งเสริมการศึกษาพระวาจา สู่การเป็นศิษย์พระคริสต์ เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่ ให้กล้าเสวนาฉัน พี่นอ้ งกับผู้มคี วามเชื่ออื่น กล้าแสดงจิตเมตตาแห่งรักและรับใช้เพื่อนพี่นอ้ ง ทั้งด้วยกิจการ คาพูดและคาภาวนา

20


21


22


23


ในโอกาสงานชุมนุมเยาวชนนี้ ทางแผนกเยาวชนฯ ได้ขอความร่วมมือจากชมรมนักธุรกิจ คาทอลิก เพื่อจัดหาทุนสนับสนุน และทางชมรมนักธุรกิจคาทอลิกรุน่ เยาว์ (C-YES) จึงเห็นสมควร ให้มีการจัดกอล์ฟการกุศล Swing for Youth ชิงถ้วยรางวัลจากพระสมณทูต พระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู และพระคาร์ดินัลเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ณ Legacy Golf Club คลองสามวา ตะวันตก กรุงเทพฯ ในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2015 โดยแบ่งออกเป็น 3 อันดับดังนี้คะ่ ทีมกิตติมศักดิ์ ราคา 30,000 บาท มีผู้เล่น 4 ท่าน และตราสัญลักษณ์ Logo ของบริษัท ท่ า นจะติด อยู่ที่ ป้ า ยจั ด งาน และหนั ง สือ คู่ มือ งานชุม นุ ม เยาวชน สู่ ส ายตาเยาวชนทั้ ง ในและ ต่างประเทศกว่า 1,000 คน ทีมธรรมดา ราคา 20,000 บาท มีผู้เล่น 4 ท่าน ผู้สนับสนุน Sponsor ราคา 15,000 บาท ไม่ได้เล่นกอล์ฟ และตราสัญลักษณ์ Logo ของ บริษัทท่านจะติดอยู่ที่ป้ายจัดงาน และหนังสือคู่มืองานชุมนุมเยาวชน สู่สายตาเยาวชนทั้งในและ ต่างประเทศกว่า 1,000 คน

24


เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผา่ นมา น้องเก๋และน้องน๊อต ได้ออกเดินทางไกล เพื่อไปสัมผัสชีวิตเทเซ่ ระยะ 3 เดือน ณ ประเทศฝรัง่ เศส บรรยากาศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เปี่ยมไปด้วยความอบอุน่ มี คุณพ่อปราโมทย์ จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลราชบุรี เดินทางมาส่งพร้อมด้วยพี่เป้ ผูป้ ระสานงาน เยาวชน และคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวของเก๋และน๊อต ทีโ่ อบกอดด้วยความรักและห่วงใยลูกดั่งแก้วตา ดวงใจ.... ก่อนออกเดินทาง พี่ได้แอบสัมภาษณ์ความรู้สึก ความในใจของน้องทั้งสองด้วยเล็กน้อยค่ะ จึงขอแบ่งปันเล่าสู่กันฟังนะคะ.... ความในใจของน้องน๊อต “ผมรูส้ กึ ตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนีม้ าก เพราะเป็นการเดินทาง ไปต่างประเทศครั้งแรกของผมและทาให้ผมได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย ผมดีใจที่ พระเลือกผม ในตอนแรกผมก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง แต่แน่นอนว่าทีพ ่ ระเลือกผมไปในครัง้ นี้ พระทรงมีแผนการไว้สาหรับผมแน่นอน ความตัง้ ใจของผม จะทาหน้าที่ของตนเองให้ดที สี่ ุด และจะเป็นแบบอย่างของเยาวชนไทยทีด่ ี” ความในใจของน้องเก๋ “ฉันรูส้ ึกดีใจกับความรักของพระที่มีต่อฉัน ฉันเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึน้ กับฉันนัน้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พระองค์ทรงจัดสรรทุกอย่างไว้แล้ว ฉันเองมีหน้าทีร่ ะลึก ถึงความรักของพระองค์ที่มตี ่อฉัน ให้โอกาสฉันโดย ฉันตั้งใจที่จะทาหน้าทีท่ ี่ตัวเองได้รับ มอบหมายอย่างดีที่สดุ นาเอกลักษณ์ความเป็นคนไทยที่ดี ไปส่งต่อความรักให้กับเพื่อนๆ ต่างชาติ และจะระลึกถึงทุกๆคนในการภาวนา นี่แหละคือพระพรแห่งชีวิตทีพ ่ ระมอบให้ฉัน และเราทุกคนก็ต้องมอบให้กันผ่านทางการภาวนา ระยะเวลา 3 เดือนต่อจากนี้ จะเป็น อย่างไรก็ยังไม่รู้ แต่ฝากไว้ให้พระองค์ทรงนาไป เป็นกาลังใจให้ด้วยนะคะ”

25


สัมมนาจิตตาภิบาลและผู้ประสานงานเยาวชน ประจ้าปี 2015 ระหว่างวันที่ 15 -19 มิถุนายนที่ผ่านมา บรรดาจิตตาภิบาลและทีมประสานงานเยาวชนได้มา ร่วมสัมมนาประจาปีที่ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ทางานอภิบาลเด็กและเยาวชนได้รับการ ฟื้นฟูจิตตารมณ์และจิตวิญญาณ ในการทางานอภิบาลที่กาลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย โดย จุดประสงค์หลักของการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อจิตตาภิบาลและทีมประสานงานเยาวชนทั้ง 10 สังฆ มณฑลและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้มาศึกษาร่วมกันในหัวข้อ “การท้าทายของเยาวชนคาทอลิก ต่อ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” โดยมีคุณพ่อนิพจน์ เทียนวิหารเป็นวิทยากร อีกทัง้ ยังได้ ร่วมกัน ศึกษาสาสน์พระสันตะปาปาฯ ถึงเยาวชนโลก ปี 2015 “ผู้มีใจบริสทุ ธิ์ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า” (อ้าง มธ.5:8) โดยมีคณ ุ พ่อพรชัย แก้วแหวน เป็นวิทยากร ศึกษาเนื้อหาที่ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน สามารถนาสิง่ ที่ได้รับไปปรับใช้ เป็นแนวทางการ ทางานอภิบาลเด็กและเยาวชนให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันประชุมเตรียมงาน“ค่ายผูน้ าเยาวชนระดับชาติ ครั้งที่ 32” โดย ทีมงานเชียงใหม่ซึ่งเป็นเจ้าภาพเป็นผู้นาเสนอ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างแรงจูงใจในการ ทางานอภิบาลเด็กและเยาวชน สมาชิกผู้ร่วมสัมมนาจึงได้เดินทางไปที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และทากิจกรรมอบรมโดยทีมงานของมาเซอร์มารีอักแนส บัวทรัพย์ ผู้อานวยการโรงเรียน เป็นวิทยากร นอกนั้นยังเป็นโอกาสสัมผัสชีวติ บนดอยและเยี่ยมหมูบ่ ้านซึ่ง จะใช้เป็นสถานที่สาหรับให้เยาวชนมาสัมผัสชีวติ ช่วงค่ายเยาวชนคาทอลิกระดับชาติในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ดว้ ย ในวันที่ 16 มิถุนายน 2015 พระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ ให้เกียรติเป็นประธานในมิสซา เปิดการสัมมนา และพระคุณเจ้าได้กล่าวต้อนรับพระคุณเจ้าสิรพ ิ งษ์ จรัสศรี และผู้มา สัมมนาทุกท่านด้วย การสัมมนาครัง้ นี้ดาเนินไปด้วยดีและได้รบั ความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็ม ความสามารถ

26


ประมวลภาพ สัมมนาจิตตาภิบาลและผู้ประสานงานเยาวชน

27


28


ภาพข่าวจาก ศูนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณทลอุบลราชธานี ศูนย์ประสานงานเยาวชนอุบล..พบปะทากิจกรรมร่วมกับเยาวชนทัพไทย....

29


ภาพข่าวจาก ศูนย์ประสานงานเยาวชน สังฆณฑลนครราชสีมา "ประชุมผู้นาเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา" คุณพ่ออัมริทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา ได้จัดประชุมผูน้ าเยาวชน สังฆมณฑลนครราชสีมา ณ สานักมิสซังนครราชสีมา เพื่อพูดคุย แบ่งปัน ติดตามผล เกี่ยวกับ กิจกรรมที่ผ่านมา และกาหนดปฏิทินปฏิบัติงานเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา ประจาปี ค.ศ 2015 มีผู้นาเยาวชนเข้าร่วมประชุมจานวน 38 คน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ 2015

"ออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร หนองห่าง" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา ได้ออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชน ตามวัดต่างๆ ในสังฆมณฑลตามลาดับ ซึ่งในครั้งนี้ ออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนวัดนักบุญยอแซฟกรรม กร หนองห่าง ในกิจกรรมได้มีการติดตามการจัดตัง้ กลุ่มเยาวชนประจาวัด กิจกรรมที่กลุ่ม เยาวชนทาร่วมกันและข้อดีของการรวมกลุ่ม กิจกรรมในครั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมจานวน 24 คน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ 2015

30


"ออกเยี่ยมเยียนกลุ่มเยาวชนที่วัดพระคริสตราชา เมืองคง" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลนครราชสีมา และทีมงานออกเยี่ยมเยียน กลุ่มเยาวชนที่วัดพระคริสตราชา เมืองคง เยี่ยมเยียน พูดคุย ติดตามกลุ่มเยาวชนที่เป็นรูปธรรมและมี ความเข้มแข็ง เป็นกาลังทีส่ าคัญของวัด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ 2015

"เยี่ยมกลุ่มเยาวชนที่วัดพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชืพ ชัยภูมิ" คุณพ่ออัมรินทร์ พันธ์วิไล จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑล และทีมงานออกเยี่ยมกลุ่มเยาวชนที่วัด พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชืพ ชัยภูมิเ ยี่ยมเยียน พูดคุย ติดตามกลุ่มเยาวชนที่เป็นรูปธรรมและมีความ เข้มแข็ง เป็นกาลังที่สาคัญของวัด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ 2015

31


ภาพข่าวจาก ศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลเชียงใหม่ พบปะกลุ่มเยาวชนเชียงใหม่ แผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่เข้าจัดการพบปะกันในระหว่างเยาวชนเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2015 เวลา 13.00 - 14.30 น. ที่สวนเจ็ดริน มีเยาวชน จานวน 21 คน ได้มาพบปะกันใน บรรยากาศแบบชิวๆ เรียบง่าย และเป็นกันเอง โดยมีเซอร์มารีอักเนส ผู้อานวยการโรงเรียนเซนต์ โยเซฟแม่แจ่ม เป็นผูน้ าและประสานงานในครั้งนี้ การพบปะกันครั้งนี้ ทาให้ผู้ใหญ่รับรู้ถึงความ ต้องการต่างๆ ของเยาวชน และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอต่างๆ ทีน่ ่าสนใจซึ่งมาจากพวกเขา เช่น ขอให้มีผู้ใหญ่มาพูดแบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อ โดยอยู่เป็นเพื่อนและเป็นที่ปรึกษาใน ปัญหาชีวิต ให้จัดการเข้าเงียบ จัดกิจกรรมจิตอาสา ฝึกร้องเพลง ฝึกภาษาอังกฤษ จัดให้มีการ พบปะกับเยาวชนต่างชาติ ฯลฯ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดี ขอบคุณเยาวชนทุกคนที่มาพบปะกัน อย่าลืมชวนเพื่อนๆ มาเจอกันเยอะๆ นะครับ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า

32


แผนกเยาวชนเข้าร่วมสัมมนาสตรี สังฆมณฑลเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่แผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่เข้าร่วมสัมมนาสตรีสังฆมณฑลเชียงใหม่ วันที่ 79 มิถนายน 2558 ณ ห้องประชุมตึกแฮรี่ทิล ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่ การสัมมนาครั้งนี้ใช้หวั ข้อ ปีศักดิ์สิทธิ์...ชุมชนศิษย์พระคริสต์ ร่วมพันธกิจแบ่งปันข่าวดี..สู่สังคม เริ่มโดยพิธีบชู าขอบพระคุณ ซึ่งได้รับเกียรติจากพระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธานในพิธี เมื่อเริ่มการ สัมมนาพระคุณเจ้ายังได้แบ่งปันเกี่ยวกับพระสันตะปาปาที่พูดเกี่ยวกับสตรีและเด็ก และต่อด้วยฟัง อบรมจากคุณพ่อยอแซฟ ณรงค์ชัย หมั่นศึกษา และในช่วงบ่ายซิสเตอร์ศรีพิมพ์ ซาเวียร์ได้มา แบ่งปันเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ และสรุปกิจกรรมสตรีโดยคุณมยุรี ในวันแรก มีกลุ่มสตรีที่มา จากที่ต่างๆ และมีพระสงฆ์และพ่อบ้านมาร่วมในการสัมมนาครัง้ นี้ด้วย ซึ่งเป็นภาพที่นา่ ประทับใจ

33


ภาพข่าวจาก แผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี *** เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2015 คุณพ่อนุพันธ์ ทัศมาลี จิตตาภิบาลเยาวชนแขวงศรีราชา ร่วมกับแผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี ได้เชิญผู้ประสานงานเยาวชน ในแขวงมารับทราบถึง แผนงานในปีนี้ และได้มีการคัดเลือกประธานกลุ่มซึง่ ได้แก่ น.ส.ศิริพร จิรกิตติไพศาล(หรรษา) รอง ประธานกลุ่ม นายพัชรนันท์ กรีแก้ว(เพชร) และเลขานุการกลุ่ม นายเตรีปีเตอร์ พึ่งพรพระ(ปีเตอร์)

*** 23 มิถุนายน 2015 แผนกเยาวชน ร่วมฟื้นฟูจิตใจกับนักเรียนชั้น ป.2-3 โรงเรียนดาราสมุทร

34


โฟโคราเล ขอเชิญร่วมงาน “มารีอาโปลี 2015”

35


Newsletter 123 june 2015  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you