Page 1

แผนการสอนแบบฐานสมรรถนะ (Competency-based Teaching Plan) สัปดาห์ ท่ ี (Week) 6 รหัสวิชา (Code) 3204-2008 วิชา (Subject) การเขียนโปรแกรมภาษาซี หน่ วยที่ (Unit) 1 ชื่อหน่ วย (Name of Unit) หลักการเบื ้องต้ นของโปรแกรมภาษาซีและลักษณะของภาษาซี ชื่อเรื่ อง (Topic) เครื่องหมายและการดาเนินการ 1. สาระสาคัญ (Concept) ตัวดาเนินการคานวณ (mathematical operators) สามารถดาเนินการต่างๆ ทางพีชคณิต โดยแบ่งออกเป็ น 2 กรณีคือ การคานวณเลขจานวนเต็ม และการคานวณเลขจานวนจริง 2. สมรรถนะหลัก/ย่ อย (Unit of Competence / Element of Competence) เขียนลาดับขันตอนในการท ้ างานของตัวดาเนินการ หาผลลัพธ์ของนิพจน์ได้ ถกู ต้ อง 3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objective) 1. เมื่อครูอธิบายเครื่องหมายและวิธีการคาณวณทางคณิตศาสตร์ แล้ ว นักเรี ยนสามารถคานวณโจทย์ใน รูปแบบภาษาซีได้ 2. เมื่ อครู อธิ บ ายเครื่ องหมายและวิ ธีก ารด าเนิ น การทางตรรกศาสตร์ แล้ ว นัก เรี ย นสามารถท าการ เปรียบเทียบในรูปแบบภาษาซีได้ 3. หลังจากครู สาธิต วิธีการคาณวณทางคณิตศาสตร์ และวิธีการดาเนิ นการทางตรรกศาสตร์ แล้ ว แล้ ว นักเรียนสามารถทาการเขียนนิพจน์ในภาษาซีได้ อย่างถูกต้ องเหมาะสม 4. เมื่อครูมอบหมายงานให้ ผู้เรียนแสดงความสนใจต่องานที่ได้ รับมอบหมายได้ เป็ นอย่างดี 5. ประยุกต์ใช้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบตั ิงาน เรื่องเครื่องหมายและการดาเนินการ


75 4. แผนปฏิบัติการ (Schedule) ระยะเวลา (นาที) : Time (Minute) จุดประสงค์ นาทาง (ข้ อที่) : Behavioral Objectives (No.) ขัน้ นาเข้ าสู่บทเรี ยน (Motivation) ถาม - ตอบ (Quiz) ขัน้ การให้ เนือ้ หา ชี ้ทาง (Detail) ความรู้ (Information) สรุป (Conclusion) ขัน้ การประยุกต์ เนือ้ หา ทฤษฎี (Theory) (Application) ปฏิบตั ิ (Laboratory) ขัน้ ตรวจผลสาเร็ จ (Progress) ระดับกิจกรรมของผู้เรี ยน กลาง (Average) (Students’ Comprehension Level) สูง (High) กระดาน (Whiteboard) ใบความรู้ (Information Sheet) ใบงาน (Worksheet) ้ บตั ิงาน (O.S) สื่อการเรี ยนการสอน ใบขันตอนการปฏิ (Materials) ใบสัง่ งาน (Job Sheet) ใบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน (E.S)

แบบทดสอบ (Test Paper) สไลด์ (Slides)

10

20

30

1

40

50

60

70

80

90

100 110 120 130 140 150

2


76 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (Teaching / Learning Activities) หัวเรื่อง (Sub Unit) : เครื่องหมายและการดาเนินการ เรื่อง (Topic) : ตัวดาเนินการทางคณิตศาสตร์ ขันน ้ าเข้ าสูบ่ ทเรียน (Motivation) ครูพดู ถึงการคานวณแล้ ว แล้ วให้ นกั เรียนคานวณหานิพจน์ดงั นี ้ตามความเข้ าใจ 4-2*4/2+3 ซึ่งก็จะมีหลาย คาตอบด้ วยกันแล้ วแต่ความเข้ าใจพื ้นฐานของแต่ละคน ซึง่ คาตอบที่ถกู ต้ องคือ 3 ขันการให้ ้ เนื ้อหาความรู้ (Information) ในโปรแกรมภาษาซีจะใช้ ตวั ดาเนินการทางคณิตศาสตร์เป็ นตัวเชื่อมในการเขียนโปรแกรม เพื่อหาผลลัพธ์จาก การคานวณซึ่งสามารถกระทากับข้ อมูลได้ หลายรูปแบบ เช่น บวก ลบ คูณ หาร เปอร์เซ็นต์ ดังตัวอย่างในตารางข้ างล่างนี ้ ตัวดาเนินการ

ความหมาย

ตัวอย่าง

+

บวก (Addition)

X+y

-

ลบ (Subtraction)

X–y

*

คูณ (Multiplication)

X*y

/

หาร (Division)

X/y

++

เพิ่มค่าครัง้ ละ 1(Increment)

X++

--

ลดค่าครัง้ ละ 1(Decrement)

X--

%

หารเอาผลลัพธ์เฉพาะเศษ (Modulus)

X%y

ตัวดาเนินการเปรียบเทียบในโปรแกรมภาษาซีคือเครื่องหมายที่ใช้ ในการเปรียบเทียบในทางคณิตศาสตร์ ผลลัพธ์ จะมี 2 กรณีคือ ถ้ าผลลัพธ์ถกู ต้ องหรือเป็ นจริงจะมีคา่ เป็ น 1 ถ้ าผลลัพธ์ผิดหรือเป็ นเท็จจะมีคา่ เป็ น 0 ผลลัพธ์ของการ เปรียบเทียบมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึง่ ว่าค่าคงที่บูลนี (Boolean Constant) ดังนี ้ 8>5

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1

0 = 10

ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 0

X>x

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1(เปรียบเทียบค่าตามรหัสแอสกี)

A>B

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1(เปรียบเทียบค่าตามรหัสแอสกี)


77 ตัวดาเนินการ

ความหมาย

ตัวอย่าง

>

มากกว่า (Greather Than)

X>y

<

น้ อยกว่า (Less Than)

X<y

>=

มากกว่าหรือเท่ากับ (Greather Than or Equal)

X >= y

<=

น้ อยกว่าหรือเท่ากับ (Less Than or Equal)

X <= y

==

เท่ากับ (Equal)

X == y

!=

ไม่เท่ากับ (Not Equal)

X != y

ตัวดาเนินการทางตรรกะในโปรแกรมภาษาซี คือเครื่องหมายที่ใช้ เชื่อมเงื่อนไข 2 เงื่อนไข หรือมากกว่า 2 เงื่อนไข เพื่อให้ การเปรียบเทียบมีความละเอียดมากขึ ้น ใช้ สญ ั ลักษณ์แทนในแต่ละเครื่องหมาย ดังตารางข้ างล่างนี ้ &&

จะให้ ผลลัพธ์เป็ นจริงเมื่อเงื่อนไขทังสองเป็ ้ นจริง แต่ถ้าเงื่อนไขใดเป็ นเท็จ หรือทังสองเงื ้ ่อนไขเป็ นเท็จจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

||

จะ ให้ ผลลัพธ์เป็ นจริงเมื่อเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็ นจริง หรือเป็ นจริงทังสอง ้ เงื่อนไข แต่ถ้าเป็ นเท็จทังสองเงื ้ ่อนไขจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

!

จะ ให้ ผลลัพธ์เป็ นจริงเมื่อเงื่อนไขหลัง not เป็ นเท็จ แต่ถ้าเงื่อนไขหลัง not เป็ นจริงจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ ตัวดาเนินการ ความหมาย ตัวอย่าง && และ (and) Mark>=80&&mark<=100

|| หรือ (or) Score<0||score>100 !

ไม่ (not) !x&&!y

นิพจน์คณิตศาสตร์ในโปรแกรมภาษาซี คือการนาค่าคงที่หรือตัวแปรมาเชื่อมต่อกัน ด้ วยเครื่องหมายทาง คณิตศาสตร์ นิพจน์คณิตศาสตร์จะมีลกั ษณะคล้ ายกับสมการทางคณิตศาสตร์ ดังนี ้ c=a*b

(10 + 5 ) * 10 % 9 = 15

(8 * a + 2 * b)/c

5 + (5 – 1 ) * 4 = 21

ลาดับการประมวลผลของนิพจน์ ลาดับการประมวลผลของนิพจน์คณิตศาสตร์จะทาการประมวลผลในส่วนของวงเล็บก่อนใน กรณีที่มีวงเล็บ จากนันจะค ้ านวณไปตามลาดับของการประมวลดังตารางข้ างล่างนี ้ และหากมีเครื่องหมายที่อยู่ในลาดับการประมวลผล เดียวกันจะทาการคานวณจากด้ านซ้ ายไปด้ านขวา


78 เครื่องหมาย

ลาดับการประมวลผล

()

1

++,--

2

*/%

3

+-

4

ตัวอย่าง 1 (10 -34) * 5 = 35

ลาดับการประมวลผล 10 - 3 = 7 แล้ วคูณกับ 5 ได้ ผลลัพธ์ 35

ตัวอย่าง 2 5 + 10 *2 = 25

ลาดับการประมวลผล 10 * 2 = 20 แล้ วบวกดับ 5 ได้ ผลลัพธ์ 25

ตัวอย่าง 3 (2 + 7) * 4 % 10 = 6

ลาดับการประมวลผล 2 + 7 = 9 แล้ วคูณกับ 4 ได้ 36 หารแบบเอาเศษด้ วย 10 ได้ 6

ตัวอย่าง 4 2 + 7 * 4 % 10 = 10

ลาดับการประมวลผล 7 * 4 = 28 แล้ วหารแบบเอาเศษด้ วย 10 ได้ 8 บวกกับ 2 เป็ น 10

ลาดับการประมวลผล 1. 2 * 8 = 16 2. 16 / 4 = 4 ตัวอย่าง 5 10 + 2 * 8 / 4 * 3 – 5 = 17 3. 4 * 3 = 12 4. 12 + 10 = 22 5. 22 – 5 = 17 ขันการประยุ ้ กต์เนื ้อหา (Application) 1. ครูให้ นกั เรียนทาใบงานเรื่องการเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ 2. ครูให้ นกั เรียนเขียนโปรแกรมภาษาซีด้านการคานวณ ขันตรวจผลส ้ าเร็จ (Progress) 1. ครูตรวจดูงานจาก ใบงาน เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ 2. ครูตรวจดูโปรแกรมภาษาซี ที่นกั เรียนได้ เขียนลงไปในคอมพิวเตอร์


79 เรื่อง (Topic) : การเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ ขันน ้ าเข้ าสูบ่ ทเรียน (Motivation) ครูกล่าวถึงการวิเคราะห์งานตามโจทย์ปัญหาแบบลาดับที่ผ้ เู รียนเคยวิเคราะห์งานและเขียนผังงานผ่าน มาแล้ วว่ามีความสาคัญมาในการเขียนโปรแกรมเพราะถ้ าวิเคราะห์งานและเขียนผังงานได้ ถกู ต้ องนันจะท ้ าให้ ง่ายต่อการ เขียนโปรแกรมและตรวจสอบความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมได้ ขันการให้ ้ เนื ้อหาความรู้ (Information) การเขียนผังงานแบบลาดับ ขันที ้ ่ 5 วิเคราะห์วิธีการประมวลผล 1) เริ่มต้ น Start 2) รับค่า

3) ประมวลผล

4) แสดงผล


80 5) จบการทางาน Stop การเขียนโปรแกรมแบบลาดับ จากโจทย์ปัญหา การหาพื ้นที่รูปสามเหลี่ยม ขันที ้ ่ 5 วิเคราะห์วิธีการประมวลผล 1) เริ่มต้ น 2) รับค่า BASE , HIGHT ทางคีย์บอร์ด 3) ประมวลผล คานวณหาพื ้นที่รูปสามเหลีย่ ม AREA := 0.5 * BASE * HIGHT 4) แสดงผล AREA ทางจอภาพ 5) จบการทางาน

Start

รหัสเทียม BEGIN READLN(BASE) READLN(HIGHT)

BASE ,HIGHT AREA:=0.5*BASE*HIG TH

AREA:=0.5*BASE*HIGHT

AREA Stop

WRITE(AREA) END

ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมการหาพื ้นที่รูปสามเหลีย่ ม


81 การคานวณหาผลลลัพธ์ของนิพจน์คณิตศาสตร์ด้วยการเขียนโปรแกรมภาษาซี มีตวั อย่างดังต่อไปนี ้ ตัวอย่างการแสดงลาดับการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ของนิพจน์ตา่ ง ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ

(3+4)*5=35 3+4*5=23 (2+7)*4/10=6 2+7*4/10=10 10+2*8/4*3-5=17


82 ตัวอย่างโปรแกรมคานวณหาผลลัพธ์จากการหาร

ผลลัพธ์ของโปรแกรม 20/6 = 3 20%6 = 2 20/6 = 3.333333 20/6 = 3.333333 20/6 = 3.33

ขันการประยุ ้ กต์เนื ้อหา (Application) 1. ครูให้ นกั เรียนทาใบงานเรื่องการเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ 2. ครูให้ นกั เรียนเขียนโปรแกรมภาษาซีด้านการคานวณ ขันตรวจผลส ้ าเร็จ (Progress) 1. ครูตรวจดูงานจาก ใบงาน เรื่อง การเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ 2. ครูตรวจดูโปรแกรมภาษาซี ที่นกั เรียนได้ เขียนลงไปในคอมพิวเตอร์ 6. การบูรณาการ (Integrated) 6.1 เนือ้ หาที่บูรณาการ (Content) -


83 6.2 ขัน้ ตอนการจัดทา (Process) 7. สื่อ – อุปกรณ์ (Materials) 1. ใบความรู้เรื่อง คาสัง่ พื ้นฐานของโปรแกรม 2. ใบงานรู้เรื่อง คาสัง่ พื ้นฐานของโปรแกรม 8. การวัด และประเมินผล (Measurement and Evaluation) 1. สังเกตพฤติกรรมการเรียนจากการแสดงความคิดเห็น และการถามตอบในชันเรี ้ ยน 2. การตรวจผลงานการทาใบงานภายในห้ องเรียน 3. ผลการวัดได้ ประเมินผลผ่านเกณฑ์ 80% ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ทกุ ข้ อ 9. กิจกรรมเสนอแนะ (Optional Activities) ครูแนะให้ นกั เรียนเห็นว่าการที่เราสามารถคาดคะเนปัญหาที่จะเกิดขึ ้นข้ างหน้ านันเพราะอะไรเราจะหาทาง ้ ป้องกันอย่างไร ครูแนะนาให้ นกั เรียนไปศึกษาเพิ่มเติม โดยการเป็ นคนช่างสังเกตุ


84 10. รายละเอียดการปรับปรุง / พัฒนาการสอน (Teacher’s comment of the teaching) รหัสวิชา (Subject Code) 3204-2008 วิชา (Subject) การเขียนโปรแกรมภาษาซี ระดับ (Level) ปวส.2 อาจารย์ ผ้ ูสอน (Teacher)…………………….......................................................................สัปดาห์ ท่ ี (Week) ..................

รายการ (Description) 1. แผนการสอน (Teaching Plan)

ปั ญหาที่พบ (Problems Occurred)

แนวทางการปรับปรุง/พัฒนาการสอน (Improvement)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

2. ผู้สอน (Teacher)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

3. ผู้เรียน (Student)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

ข้ อเสนอแนะ (Suggestions) …………………………………………………………………………………….............. ………………………………………………………………………………………………………………………….. (…………………………………….……………………….) (หัวหน้ าแผนก Head of Department / ครูแกนนา Leader Teacher) ตรวจสอบโดย (Audit by) ……………………………………………………………………………………................. ………………………………………………………………………………………………………………………… (…………………………………….……………………….) (ผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ ายวิชาการAssistant Director for Academics / รองผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ ายวิชาการ Deputy Assistant of Academic)


85 ใบความรู้ท่ ี 6 (Information Sheet No.6) หน่ วยที่ (Unit) 1 : หลักการเบื ้องต้ นของโปรแกรมภาษาซีและ ลักษณะของภาษาซี

เรื่อง (Topic) : เครื่องหมายและการดาเนินการ วิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซี รหัสวิชา 3204-2008 ในโปรแกรมภาษาซีจะใช้ ตวั ดาเนินการทางคณิตศาสตร์เป็ นตัวเชื่อมในการเขียนโปรแกรม เพื่อหาผลลัพธ์จากการ คานวณซึง่ สามารถกระทากับข้ อมูลได้ หลายรูปแบบ เช่น บวก ลบ คูณ หาร เปอร์เซ็นต์ ดังตัวอย่างในตารางข้ างล่างนี ้ ตัวดาเนินการ

ความหมาย

ตัวอย่าง

+

บวก (Addition)

X+y

-

ลบ (Subtraction)

X–y

*

คูณ (Multiplication)

X*y

/

หาร (Division)

X/y

++

เพิ่มค่าครัง้ ละ 1(Increment)

X++

--

ลดค่าครัง้ ละ 1(Decrement)

X--

%

หารเอาผลลัพธ์เฉพาะเศษ (Modulus)

X%y

ตัวดาเนินการเปรียบเทียบในโปรแกรมภาษาซีคือเครื่องหมายที่ใช้ ในการเปรียบเทียบในทางคณิตศาสตร์ ผลลัพธ์ จะมี 2 กรณีคือ ถ้ าผลลัพธ์ถกู ต้ องหรือเป็ นจริงจะมีคา่ เป็ น 1 ถ้ าผลลัพธ์ผิดหรือเป็ นเท็จจะมีคา่ เป็ น 0 ผลลัพธ์ของการ เปรียบเทียบมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึง่ ว่าค่าคงที่บลู นี (Boolean Constant) ดังนี ้ 8>5

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1

0 = 10

ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 0

X>x

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1(เปรียบเทียบค่าตามรหัสแอสกี)

A>B

ผลลัพธ์เป็ นจริง

ค่าคงที่บลู นี เป็ น 1(เปรียบเทียบค่าตามรหัสแอสกี)

ตัวดาเนินการ

ความหมาย

ตัวอย่าง

>

มากกว่า (Greather Than)

X>y

<

น้ อยกว่า (Less Than)

X<y

>=

มากกว่าหรือเท่ากับ (Greather Than or Equal)

X >= y


86 <=

น้ อยกว่าหรือเท่ากับ (Less Than or Equal)

X <= y

==

เท่ากับ (Equal)

X == y

!=

ไม่เท่ากับ (Not Equal)

X != y

ตัวดาเนินการทางตรรกะในโปรแกรมภาษาซี คือเครื่องหมายที่ใช้ เชื่อมเงื่อนไข 2 เงื่อนไข หรือมากกว่า 2 เงื่อนไข เพื่อให้ การเปรียบเทียบมีความละเอียดมากขึ ้น ใช้ สญ ั ลักษณ์แทนในแต่ละเครื่องหมาย ดังตารางข้ างล่างนี ้ &&

จะให้ ผลลัพธ์เป็ นจริงเมื่อเงื่อนไขทัง้ สองเป็ นจริง แต่ถ้าเงื่อนไขใดเป็ นเท็จ หรือทังสองเงื ้ ่อนไขเป็ นเท็จจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

||

จะ ให้ ผลลัพธ์เป็ นจริงเมื่อเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็ นจริง หรือเป็ นจริงทังสอง ้ เงื่อนไข แต่ถ้าเป็ นเท็จทังสองเงื ้ ่อนไขจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ

!

จะ ให้ ผลลัพธ์เป็ นจริ งเมื่อเงื่อนไขหลัง not เป็ นเท็จ แต่ถ้าเงื่อนไขหลัง not เป็ นจริงจะทาให้ ผลลัพธ์เป็ นเท็จ ตัวดาเนินการ ความหมาย ตัวอย่าง && และ (and) Mark>=80&&mark<=100

|| หรือ (or) Score<0||score>100 !

ไม่ (not) !x&&!y

นิพจน์คณิตศาสตร์ในโปรแกรมภาษาซี คือการนาค่าคงที่หรื อตัวแปรมาเชื่อมต่อกัน ด้ วยเครื่องหมายทาง คณิตศาสตร์ นิพจน์คณิตศาสตร์จะมีลกั ษณะคล้ ายกับสมการทางคณิตศาสตร์ ดังนี ้ c=a*b

(10 + 5 ) * 10 % 9 = 15

(8 * a + 2 * b)/c

5 + (5 – 1 ) * 4 = 21

ลาดับการประมวลผลของนิพจน์ ลาดับการประมวลผลของนิพจน์คณิตศาสตร์จะทาการประมวลผลในส่วนของวงเล็บก่อนใน กรณีที่มีวงเล็บ จากนันจะค ้ านวณไปตามลาดับของการประมวลดังตารางข้ างล่างนี ้ และหากมีเครื่องหมายที่อยู่ในลาดับการประมวลผล เดียวกันจะทาการคานวณจากด้ านซ้ ายไปด้ านขวา เครื่องหมาย

ลาดับการประมวลผล

()

1

++,--

2


87 */%

3

+-

4

ตัวอย่าง 1 (10 -34) * 5 = 35

ลาดับการประมวลผล 10 - 3 = 7 แล้ วคูณกับ 5 ได้ ผลลัพธ์ 35

ตัวอย่าง 2 5 + 10 *2 = 25

ลาดับการประมวลผล 10 * 2 = 20 แล้ วบวกดับ 5 ได้ ผลลัพธ์ 25

ตัวอย่าง 3 (2 + 7) * 4 % 10 = 6

ลาดับการประมวลผล 2 + 7 = 9 แล้ วคูณกับ 4 ได้ 36 หารแบบเอาเศษด้ วย 10 ได้ 6

ตัวอย่าง 4 2 + 7 * 4 % 10 = 10

ลาดับการประมวลผล 7 * 4 = 28 แล้ วหารแบบเอาเศษด้ วย 10 ได้ 8 บวกกับ 2 เป็ น 10

ตัวอย่าง 5 10 + 2 * 8 / 4 * 3 – 5 = 17

ลาดับการประมวลผล 1. 2 * 8 = 16 2. 16 / 4 = 4 3. 4 * 3 = 12 4. 12 + 10 = 22 5. 22 – 5 = 17 การเขียนผังงานแบบลาดับ

ขันที ้ ่ 5 วิเคราะห์วิธีการประมวลผล 1. เริ่มต้ น Start 2. รับค่า

3. ประมวลผล


88

4. แสดงผล

5. จบการทางาน Stop การเขียนโปรแกรมแบบลาดับ จากโจทย์ปัญหา การหาพื ้นที่รูปสามเหลี่ยม ขันที ้ ่ 5 วิเคราะห์วิธีการประมวลผล 1. เริ่มต้ น

Start

รหัสเทียม BEGIN READLN(BASE) READLN(HIGHT)

2. รับค่า BASE , HIGHT ทางคีย์บอร์ด BASE ,HIGHT 3. ประมวลผล คานวณหาพื ้นที่รูปสามเหลีย่ ม AREA := 0.5 * BASE * HIGHT 4. แสดงผล AREA ทางจอภาพ 5. จบการทางาน

AREA:=0.5*BASE*HIG TH

AREA:=0.5*BASE*HIGHT

AREA Stop

WRITE(AREA) END


89 ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมการหาพื ้นที่รูปสามเหลีย่ ม

การคานวณหาผลลลัพธ์ของนิพจน์คณิตศาสตร์ด้วยการเขียนโปรแกรมภาษาซี มีตวั อย่างดังต่อไปนี ้ ตัวอย่างการแสดงลาดับการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ของนิพจน์ตา่ ง ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ

(3+4)*5=35 3+4*5=23


90 (2+7)*4/10=6 2+7*4/10=10 10+2*8/4*3-5=17

ตัวอย่างโปรแกรมคานวณหาผลลัพธ์จากการหาร

ผลลัพธ์ของโปรแกรม 20/6 = 3 20%6 = 2 20/6 = 3.333333 20/6 = 3.333333 20/6 = 3.33


91

ใบงานสัปดาห์ ท่ ี 6 การเขียนโปรแกรมด้ านการคานวณ 1. อาจารย์กรุณาต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาพื ้นที่รูปสามเหลีย่ ม โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ ฐาน(BASE)และความสูง (HIGHT) โดยที่มีการคานวณตามสูตรดังนี ้ พื ้นที่รูปสามเหลี่ยม(AREA) = 0.5 * ฐาน * สูง 2. อาจารย์นิรัญต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาพื ้นที่รูปสีเ่ หลีย่ มผืนผ้ า โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ ค่าของความกว้ าง (WIDTH) และ ค่าของความยาว (LONG) โดยที่มีการคานวณตามสูตรดังนี ้ พื ้นที่รูปสีเ่ หลีย่ มผืนผ้ า (AREA) = ความกว้ าง * ความยาว 3. อาจารย์ประสิทธิชยั ต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาพื ้นที่รูปสีเ่ หลี่ยมจัตุรัส โดยมีข้อมูลนาเข้ า คือ ค่าของด้ าน(SIDE) โดยที่มีการคานวณตามสูตรดังนี ้ พื ้นที่รูปสีเ่ หลีย่ มจัตรุ ัส (AREA) = ด้ าน * ด้ าน 4. อาจารย์วฒ ั นากรต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาพื ้นที่รูปวงกลม โดยมีข้อมูลนาเข้ า คือ ค่าของรัศมี (RADIUS) โดยที่มีการคานวณตามสูตรดังนี ้ พื ้นที่รูปวงกลม (AREA) = ¶r2 ซึง่ ¶ เป็ นค่าคงที่ = 3.14 r คือ รัศมี 5. บริ ษัทรวยแล้ วเลิก ต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหารายได้ สทุ ธิ ของพนักงาน โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ รหัสพนักงาน( CODE) ชื่อพนักงาน(NAME) เงินเดือน(SALARY) โดยที่มีการคานวณดังนี ้ โบนัส (BONUS) = 2 เท่าของเงินเดือน รายได้ รวม(INCOM) = โบนัส + เงินเดือน ภาษี (VAT) = 7% ของ รายได้ รวม รายได้ สทุ ธิ(NET_INCOM) = รายได้ รวม – ภาษี 6. โรงเรียนสยามบริหารธุรกิจต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาคะแนนรวมของนักเรียนในโรงเรียน โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ รหัส (CODE) ชื่อนักเรียน(NAME) โดยที่มีการคานวณดังนี ้ คะแนนจิตพิสยั (Affective) มาจาก การมาเรียน(Attendant) 5 คะแนน และ พฤติกรรม(Behavior)อีก 5 คะแนน คะแนนเก็บ(Sum_Test) มาจาก การทดสอบย่อย(Test) 4 ครั ้ง ๆ ล่ะ 10 คะแนน คะแนนรวม(Sum_Score) มาจาก คะแนนจิตพิสยั +คะแนนเก็บ+คะแนนสอบกลางภาค(Midterm) 20 คะแนน +คะแนนสอบปลายภาค(Final) 30 คะแนน

C week6  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you