Issuu on Google+

แผนการสอนแบบฐานสมรรถนะ (Competency-based Teaching Plan) สัปดาห์ ท่ ี (Week) 11 รหัสวิชา (Code) 3204-2008 วิชา (Subject) การเขียนโปรแกรมภาษาซี หน่ วยที่ (Unit) 2 ชื่อหน่ วย (Name of Unit) สร้ างโปรแกรมจัดการแฟ้มข้ อมูล ชื่อเรื่อง (Topic) การใช้ งานตัวแปรอาร์เรย์ 1 มิติ 1. สาระสาคัญ (Concept) ในการเขียนโปรแกรมจะต้ องตังชื ้ ่อตัวแปรเสมอ สาหรับโปรแกรมที่มีตวั แปรไม่มากจะไม่คอ่ ยมีปัญหาแต่โปรแกรม ที่จาเป็ นต้ องใช้ ตวั แปรมากๆ การตังชื ้ ่อตัวแปรจะไม่สะดวก จะใช้ ตวั แปรแบบ array มาเก็บข้ อมูลเพื่อลดจานวนตัวแปร และสามารถเก็บข้ อมูลโดยข้ อมูลไม่ทบั กัน 2. สมรรถนะหลัก/ย่ อย (Unit of Competence / Element of Competence) กาหนดค่าเริ่มต้ นให้ กบั การประกาศตัวแปรแบบอาร์ เรย์ได้ นาตัวแปรแบบอาร์เรย์ 1 มิติมาใช้ งานได้ รู้จกั ข้ อมูล แบบสตริง ฟั งก์ชนั มาตรฐานที่ใช้ กบั สตริง 3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objective) 1. อธิบายตัวแปรกลุม่ ที่มชี ื่อว่าอาร์เรย์ 1 มิติ สามารถบอกประโยชน์ การกาหนดค่าเริ่มต้นให้ กบั การประกาศตัว แปรแบบอาร์เรย์1 มิติ ได้ หลังจากครูอธิบาย 2. อธิบายข้ อมูลแบบสตริง รู้จกั ฟั งก์ชนั มาตรฐานที่ใช้ กบั สตริงได้ อย่างถูกต้ องหลังจากศึกษาใบความรู้ 3. ผู้เรียนปฏิบตั ิงานตรงตามเวลาที่กาหนด 4. ประยุกต์ใช้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบตั ิงาน เรื่องการใช้ งานตัวแปรอาร์เรย์ 1 มิติ


159 4. แผนปฏิบัติการ (Schedule) ระยะเวลา (นาที) : Time (Minute) จุดประสงค์ นาทาง (ข้ อที่) : Behavioral Objectives (No.) ขัน้ นาเข้ าสู่บทเรี ยน (Motivation) ถาม - ตอบ (Quiz) ขัน้ การให้ เนือ้ หา ชี ้ทาง (Detail) ความรู้ (Information) สรุป (Conclusion) ขัน้ การประยุกต์ เนือ้ หา ทฤษฎี (Theory) (Application) ปฏิบตั ิ (Laboratory) ขัน้ ตรวจผลสาเร็ จ (Progress) ระดับกิจกรรมของผู้เรี ยน กลาง (Average) (Students’ Comprehension Level) สูง (High) กระดาน (Whiteboard) ใบความรู้ (Information Sheet) ใบงาน (Worksheet) ้ บตั ิงาน (O.S) สื่อการเรี ยนการสอน ใบขันตอนการปฏิ (Materials) ใบสัง่ งาน (Job Sheet) ใบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน (E.S)

แบบทดสอบ (Test Paper) สไลด์ (Slides)

10

20

30

1

40

50

60

70

80

90

100 110 120 130 140 150

2


160 5. กิจกรรมการเรียนรู้ (Teaching / Learning Activities) หัวเรื่อง (Sub Unit) : การใช้ งานตัวแปรอาร์เรย์ 1 มิติ เรื่อง (Topic) : อาร์เรย์ 1 มิติ ขัน้ นาเข้าสู่บทเรียน (Motivation) ทบทวน คาสัง่ for มีวิธีการใช้ อย่างไร ขันการให้ ้ เนื ้อหาความรู้ (Information) 1. อธิบายรูปแบบและการทางานของ ARRAY 1 มิติ ในภาษาซีพร้ อมยกตัวอย่างโปรแกรม 2. ผู้สอนยกตัวอย่างโปรแกรมเดียวกันแต่เป็ นตัวแปรธรรมดา ให้ ผ้ เู รียนเปรียบเทียบกับการใช้ ARRAY 1 มิติ ว่ามีข้อดี ข้ อเสียอย่างไร ขันการประยุ ้ กต์เนื ้อหา (Application) ผู้สอนมอบหมายโจทย์เขียนโปรแกรมให้ ใช้ ARRAY 1 มิติ ให้ ผ้ เู รียนฝึ กทา ตัวแปรแบบอาร์ เรย์ (Array) ตัวแปรแบบอาร์ เรย์ (Array) หมายถึงตัวแปรซึ่งมีคา่ ได้ หลายค่าโดยใช้ ชื่ออ้ างอิงเพียงชื่อเดียว ด้ วยการใช้ หมายเลข ลาดับเป็ นตัวจาแนกความแตกต่างของค่าตัวแปรแต่ละตัว ถ้ าเราจะเรียกตัวแปรชนิดนี ้ว่า "ตัวแปรชุด" ก็เห็นจะไม่ผิดนัก ตัวแปรชนิดนี ้มีประโยชน์มาก ลองคิดถึงค่าข้ อมูลจานวน 100 ค่า ที่ต้องการเก็บไว้ ในตัวแปรจานวน 100 ตัว อาจทาให้ ต้ องกาหนดตัวแปรที่แตกต่างกันมากถึง 100 ชื่อ กรณีอย่างนี ้ควรจะทาอย่างไรดี ด้ วยการใช้ คณ ุ สมบัติอาร์เรย์ เราสามารถนาตัวแปรหลาย ๆ ตัวมาอยู่รวมเป็ นชุดเดียวกันได้ และสามารถเรียกใช้ ตวั แปรทังหมดโดยระบุ ้ ผา่ นชื่อเพียงชื่อเดียวเท่านัน้ ด้ วยการระบุหมายเลขลาดับ หรือ ดัชนี(index) กากับตามหลังชื่อตัวแปร ตัวแปรเพียงชื่อเดียวจึงมีความสามารถเทียบได้ กบั ตัวแปรนับร้ อยตัว พันตัว ตัวแปรอาร์เรย์ (Array)  ตัวแปรอาร์เรย์ หรือตัวแปรชุด เป็ นโครงสร้ างข้ อมูล(Data Structure)  ทาหน้ าที่ในการจองเนื ้อที่ในหน่วยความจา ตามที่ระบุขนาดหน่วยความจาในตัวแปรอาร์เรย์  เพื่อเก็บข้ อมูลในแต่ละช่องของขนาดหน่วยความจา  โดยมีตวั ระบบตาแหน่ง ( Subscript) เป็ นตัวบ่งชี ้ตาแหน่งของข้ อมูลในอาร์เรย์ ในการับข้ อมูลและแสดงผล ข้ อมูล


161 ขันตรวจผลส ้ าเร็จ (Progress) 1. ครูสรุปสาระสาคัญ 2. ครูให้ นกั เรียนจดสาระสาคัญลงสมุด เรื่อง (Topic) : ตัวแปรสตริง ขันน ้ าเข้ าสูบ่ ทเรียน (Motivation) ทบทวนการทางานคาสัง่ รับค่าข้ อมูล ขันการให้ ้ เนื ้อหาความรู้ (Information) 1. อธิบายวิธีการจองชนิดข้ อมูลแบบ string 2. สอนวิธีการใช้ คาสัง่ รับข้ อมูลแบบ string พร้ อมยกตัวอย่าง ตัวแปรอาร์ เรย์ กับข้ อความ  การทางานกับข้ อความหรือที่เรียกว่า สตริง (String) เป็ นการใช้ ข้อมูลตัวอักษรหลาย ๆ ตัว หรือ อาร์เรย์ของข้ อมูล ประเภท char หรืออาจจะใช้ พอยน์เตอร์ชี ้ไปยังข้ อมูลประเภท char  การทางานกับค่าคงที่สตริง (String Constant) สามารถเขียนภายในเครื่อง “ ”  char ch[10]; สร้ างตัวแปรอาร์เรย์ชนิด char ชื่อ ch มีขนาดเท่ากับ 10  char str[10]; สร้ างตัวแปรอาร์เรย์ชนิด char ชื่อ str มีขนาดเท่ากับ 10 ความแตกต่างระหว่างตัวแปรอาร์เรย์ที่ใช้ เก็บอักขระ และตัวแปรอาร์เรย์ที่ใช้ เก็บข้ อความอยู่ที่อกั ขระ สุดท้ าย โดยถ้ าเป็ นอาร์เรย์ที่ใช้ เก็บข้ อความนัน้ อักขระตัวสุดท้ ายจะถูกปิ ดด้ วย “\0”(null) เสมอเพื่อให้ ร้ ูวา่ เป็ นข้ อความ ขันการประยุ ้ กต์เนื ้อหา (Application) ผู้สอนมอบหมายโจทย์เขียนโปรแกรม ให้ ผ้เู รียนหัดเขียนโปรแกรม ขันตรวจผลส ้ าเร็จ (Progress) 1. ครูสรุปสาระสาคัญ 2. ครูให้ นกั เรียนสรุปสาระสาคัญลงสมุด


162 6. การบูรณาการ (Integration) 6.1 เนือ้ หาที่บูรณาการ (Content) 6.2 ขัน้ ตอนการจัดทา (Process) 7. สื่อ – อุปกรณ์ (Materials) 1) ใบความรู้ เรื่อง ตัวแปรชนิดอาร์เรย์และสตริง 2) Slide PowerPoint เรื่อง ตัวแปรชนิดอาร์เรย์และสตริง 3) สมุด 4) ตาราเรียน 8. การวัด และประเมินผล (Measurement and Evaluation) 1. สังเกตจากพฤติกรรมการร่วมกิจกรรม และการถาม – ตอบของนักเรียน และการนาเสนอหน้ าชันเรี ้ ยน 2. ผลการวัดได้ ประเมินผลผ่านเกณฑ์ 80 % ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ทกุ ข้ อ 9. กิจกรรมเสนอแนะ (Optional Activities) - ครูให้ นกั เรียนสืบค้ นโปรแกรมที่เขียนด้ วยโปรแกรมภาษาซี และนามาศึกษา


163 10. รายละเอียดการปรับปรุง / พัฒนาการสอน (Teacher’s comment of the teaching) รหัสวิชา (Subject Code)…………..………. วิชา (Subject)………………….…….…….…. ระดับ (Level)……….... อาจารย์ ผ้ ูสอน (Teacher)…………………….......................................................................สัปดาห์ ท่ ี (Week) ..................

รายการ (Description) 1. แผนการสอน (Teaching Plan)

ปั ญหาที่พบ (Problems Occurred)

แนวทางการปรับปรุง/พัฒนาการสอน (Improvement)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

2. ผู้สอน (Teacher)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

3. ผู้เรียน (Student)

……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… ……………………………………………………

ข้ อเสนอแนะ (Suggestions) …………………………………………………………………………………….............. ………………………………………………………………………………………………………………………….. (…………………………………….……………………….) (หัวหน้ าแผนก Head of Department / ครูแกนนา Leader Teacher) ตรวจสอบโดย (Audit by) ……………………………………………………………………………………................. ………………………………………………………………………………………………………………………… (…………………………………….……………………….) (ผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ ายวิชาการAssistant Director for Academics / รองผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ ายวิชาการ Deputy Assistant of Academic)


164 ใบความรู้ท่ ี 11 (Information Sheet No. 11) หน่ ���ยที่ (Unit) 2 : เขียนโปรแกรมทางธุรกิจขนาดเล็ก เรื่ อง (Topic) : ตัวแปรชนิดอาร์ เรย์และสตริ ง วิชา การเขียนโปรแกรมภาษาซี รหัสวิชา 3204-2008 ตัวแปรแบบอาร์ เรย์ (Array) ตัวแปรแบบอาร์ เรย์ (Array) หมายถึงตัวแปรซึ่งมีคา่ ได้ หลายค่าโดยใช้ ชื่ออ้ างอิงเพียงชื่อเดียว ด้ วยการใช้ หมายเลข ลาดับเป็ นตัวจาแนกความแตกต่างของค่าตัวแปรแต่ละตัว ถ้ าเราจะเรียกตัวแปรชนิดนี ้ว่า "ตัวแปรชุด" ก็เห็นจะไม่ผิดนัก ตัวแปรชนิดนี ้มีประโยชน์มาก ลองคิดถึงค่ าข้ อมูลจานวน 100 ค่ า ที่ต้องการเก็บไว้ ในตัวแปรจานวน 100 ตัว อาจ ทาให้ ต้องกาหนดตัวแปรที่แตกต่ างกันมากถึง 100 ชื่อ กรณีอย่างนีค้ วรจะทาอย่างไรดี ด้ วยการใช้ คุณสมบัติอาร์ เรย์ เราสามารถนาตัวแปรหลาย ๆ ตัวมาอยู่รวมเป็ นชุดเดียวกันได้ และสามารถ เรียกใช้ตัวแปรทัง้ หมดโดยระบุผ่านชื่อเพียงชื่อเดียวเท่ านัน้ ด้ วยการระบุหมายเลขลาดับ หรือ ดัชนี(index) กากับตามหลังชื่อตัวแปร ตัวแปรเพียงชื่อเดียวจึงมีความสามารถเทียบได้ กบั ตัวแปรนับร้ อยตัว พันตัว ตัวแปรอาร์เรย์ (Array)  ตัวแปรอาร์เรย์ หรือตัวแปรชุด เป็ นโครงสร้ างข้ อมูล(Data Structure)  ทาหน้ าที่ในการจองเนื ้อที่ในหน่วยความจา ตามที่ระบุขนาดหน่วยความจาในตัวแปรอาร์เรย์  เพื่อเก็บข้ อมูลในแต่ละช่องของขนาดหน่วยความจา  โดยมีตวั ระบบตาแหน่ง ( Subscript) เป็ นตัวบ่งชี ้ตาแหน่งของข้ อมูลในอาร์เรย์ ในการับข้ อมูลและแสดงผล ข้ อมูล การประกาศอาร์ เรย์ รูปแบบ

ชนิดข้ อมูล ชื่อตัวแปร[ขนาดของอาเรย์ ]

ตัวอย่ าง

int score[10];

 เป็ นการกาหนดอาร์เรย์ชื่อ table เป็ นอาร์เรย์ประเภท int ที่มีสมาชิกทังหมด ้ 10 ตัว ตังแต่ ้ score[0], score[1], score[2], ... , score[9]  สมาชิกภายในอาร์เรย์จะเริ่มที่ 0 เสมอ และสมาชิกตัวสุดท้ ายจะอยูท่ ี่ตาแหน่งของขนาดที่ประกาศไว้ ลบด้ วย 1


165

— ตัวอย่าง — score[2]

อ้ างเซลล์ที่ 2 มีคา่ 30

— Score[2]+score[3]

มีคา่ เท่ากับ 30+40 เท่ากับ 70

— Score[1+3]

อ้ างเซลล์ที่ 4 มีคา่ 50

— Score[3]+1

นาเซลล์ที่ 3 มาบวกด้ วย 1 จะได้ เท่ากับ 41


166 — ตัวแปรอาร์ เรย์ 1 มิติ (Array of Variable) — การกาหนดค่าตัวแปรอาร์ เรย์ — int data[5]={5, 3, 7, 1, 6}; — float a[ ]={1.3, 2.6, 10}; — char p[5]={‘a’, ‘b’, ‘d’, ‘e’, ‘t’}; — int b[ ]={-20, 10, 5, 6, 4}; — int M[ ]={9, 0, 7}; <-->

int M[3]={9, 0, 7};

อีกวิธีในการสร้ างอาร์ เรย์ — 1. ประกาศ ให้ ตวั แปรชื่อ score เป็ นอาร์เรย์เก็บข้ อมูลจานวนเต็ม พร้ อมกับระบุวา่ ต้ องการจองพื ้นที่เก็บตัวแปร กี่ตวั int scores[3]; — 2. กาหนดค่ า ตัวแปรแต่ละตัวในอาร์เรย์ score[0] = 30; score[1] = 50; score[2] = 85;


167

ตัวแปรอาร์ เรย์ กับข้ อความ  การทางานกับข้ อความหรือที่เรียกว่า สตริง (String) เป็ นการใช้ ข้อมูลตัวอักษรหลาย ๆ ตัว หรือ อาร์เรย์ของข้ อมูล ประเภท char หรืออาจจะใช้ พอยน์เตอร์ชี ้ไปยังข้ อมูลประเภท char  การทางานกับค่ าคงที่สตริง (String Constant) สามารถเขียนภายในเครื่อง “ ”  char ch[10]; สร้ างตัวแปรอาร์เรย์ชนิด char ชื่อ ch มีขนาดเท่ากับ 10  char str[10]; สร้ างตัวแปรอาร์เรย์ชนิด char ชื่อ str มีขนาดเท่ากับ 10 ความแตกต่ างระหว่ างตัวแปรอาร์ เรย์ ท่ ใี ช้ เก็บอักขระ และตัวแปรอาร์ เรย์ ท่ ใี ช้ เก็บข้ อความอยู่ท่ ี อักขระสุดท้ าย โดยถ้ าเป็ นอาร์ เรย์ ท่ ใี ช้เก็บข้ อความนัน้ อักขระตัวสุดท้ายจะถูกปิ ดด้ วย “\0”(null) เสมอเพื่อให้ ร้ ู ว่ าเป็ นข้ อความ


168


169


170

ใบงานสัปดาห์ ท่ ี 11 การใช้ งานตัวแปรอาร์ เรย์ 1 มิติ 1. บริ ษัทรวยแล้ วเลิก ต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหารายได้ สทุ ธิของพนักงาน โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ รหัส พนักงาน(CODE) ชื่อพนักงาน(NAME) เงินเดือน(SALARY) อายุงาน(YEAR) โดยที่มีการเปรียบเทียบเพื่อหาโบนัสดังนี ้ ถ้ า อายุงาน ต่ากว่า 3 ปี ให้ โบนัส 2 เท่าของเงินเดือน ถ้ าอายุงาน ตังแต่ ้ 3 ปี ขึ ้นไป ให้ โบนัส 4 เท่าของเงินเดือน โดยที่มีการคานวณดังนี ้ รายได้ รวม(INCOM) = โบนัส + เงินเดือน ภาษี (VAT) = 7% ของ รายได้ รวม รายได้ สทุ ธิ(NET_INCOM) = รายได้ รวม – ภาษี 2. โรงเรียนสยามบริหารธุรกิจต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาคะแนนรวมและตัดเกรด วิชากิจกรรมของนักเรียน ในโรงเรียน โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ รหัสนักเรียน(CODE) ชื่อนักเรียน(NAME) โดยที่มีการคานวณดังนี ้ คะแนนจิตพิสยั (Affective) มาจาก การมาเรียน(Attendant) 5 คะแนน และ พฤติกรรม(Behavior)อีก 5 คะแนน คะแนนเก็บ(Sum_Test) มาจาก การทดสอบย่อย(Test) 4 ครัง้ ๆ ล่ะ 10 คะแนน คะแนนรวม(Sum_Score) มาจาก คะแนนจิตพิสยั +คะแนนเก็บ+คะแนนสอบกลางภาค(Midterm) 20 คะแนน+ คะแนนสอบปลายภาค(Final) 30 คะแนน โดยที่มีการเปรียบเทียบเพื่อตัดเกรดดังนี ้ ถ้ า คะแนนรวม 80-100 ให้ เกรด = ผ ถ้ า คะแนนรวม 0-79 ให้ เกรด = มผ 3. โรงเรียนสยามบริหารธุรกิจต้ องการให้ เขียนโปรแกรมเพื่อคานวณหาคะแนนรวมและตัดเกรด วิชากิจกรรมของนักเรียน ในโรงเรียน โดยมีข้อมูลนาเข้ าคือ รหัสนักเรียน(CODE) ชื่อนักเรียน(NAME) โดยที่มีการคานวณดังนี ้ คะแนนจิตพิสยั (Affective)มาจากการมาเรียน(Attendant) 5 คะแนน และ พฤติกรรม(Behavior)อีก 5 คะแนน คะแนนเก็บ(Sum_Test) มาจาก การทดสอบย่อย(Test) 4 ครัง้ ๆ ล่ะ 10 คะแนน คะแนนรวม(Sum_Score) มาจาก คะแนนจิตพิสยั +คะแนนเก็บ+คะแนนสอบกลางภาค(Midterm) 20 คะแนน+ คะแนนสอบปลายภาค(Final) 30 คะแนน โดยที่มีการตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อหาเกรดดังนี ้ ถ้ า คะแนนรวม ตังแต่ ้ 80 - 100 ให้ เกรด = A ถ้ า คะแนนรวม ตังแต่ ้ 70 - 79ให้ เกรด = B


171 ถ้ า คะแนนรวม ตังแต่ ้ 60 - 69 ถ้ า คะแนนรวม ต่ากว่า 50

ให้ เกรด =C ถ้ า คะแนนรวม ตังแต่ ้ ให้ เกรด = F

50 - 59ให้ เกรด = D


C week11