Issuu on Google+

อินเทอร์ เน็ตเบือ้ งต้ น

อินเทอร์ เน็ต คือเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ที่เชื่ อมต่อ กัน ทัว่ โลกโดยใช้ม าตรฐานการรั บ ส่ ง ข้อ มู ล เดี ย วกัน คื อ TCP/IP (Transmission Control Protocol /Internet Protocol)


ISP

ISP หรื อ Internet Service Provider เป็ นหน่ วยงานที่ ให้บริ การเชื่อมต่อเข้ากับเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ต ทาหน้าที่เสมือน เป็ นประตู เ ปิ ดการเชื่ อ มต่ อ ให้ บุ ค คลอื่ น สามารถใช้ ง าน อินเทอร์เน็ตได้


สาหรับประเทศไทยมีหน่วยงานที่ให้บริ การนี้ 2 ประเภทด้วยกันคือ 1. ผูใ้ ห้บริ การอินเทอร์เน็ตในเชิงพาณิ ชย์ มีจานวน 18 ราย 2. ผูใ้ ห้บริ การอินเทอร์ เน็ตสาหรับสถาบันการศึกษา การ วิจยั และหน่วยงานของรัฐ จานวน 6 ราย


ความเป็ นมาของอินเทอร์เน็ต ระบบเครื อ ข่ า ยที่ ก ลายมาเป็ นอิ น เทอร์ เ น็ ตในปั จ จุ บนั ได้ พัฒ นากัน มาหลายสิ บ ปี แล้ว ตั้ง แต่ ยุค สงครามเย็น ที่ ส หภาพ โซเวียต ซึ่ งเริ่ มจากการที่ สหรั ฐอเมริ กาได้เริ่ มพัฒนาเครื อข่าย ทางการสื่ อสารทางทหารที่ รู้ จ ักกันในชื่ อ ARPANET โดย ออกแบบระบบให้เหมือร่ างแหที่แพร่ กระจายกันทัว่ ไป เพื่อทา ให้มนั่ ใจว่าหากถูกถล่มด้วยระเบิดนิ วเคลียร์ อย่างไร เครื อข่ายก็ ไม่ถูกตัดขาดกันหมด ยังมีทางให้สามารถที่จะรับส่ งข้อมูลอ้อม ไปได้เสมอ


ต่อมาเมื่ อภัยคุ กคามเหล่านั้นมอดลง ความเชื่ อถื อได้ของ อินเทอร์ เน็ตก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่ อง กลายเป็ นจุดเด่นที่ ถูกนามาใช้กนั ทัว่ ไป ประกอบกับลักษณะที่เป็ นเครื อข่ายเปิ ด


กว้างต่อขยายกันไปเรื่ อยๆโดยไม่ตอ้ งพึ่งพาโครงสร้างหลัก ของเครื อข่ายทหารเดิม ทาให้มีการต่อขยายอินเทอร์ เน็ตออกไป ทั่ ว โลกและเปิ ดให้ บ ริ การในเชิ งพาณิ ชย์ อ ย่ า งเต็ ม ที่ มี คอมพิวเตอร์ นับร้ อยล้านเครื่ องเชื่ อมต่ ออินเทอร์ เน็ ตอย่างเต็ม เวลาเพื่อให้บริ การสารพัดรู ปแบบและอี กนับพันล้านเครื่ องที่ เชื่ อ มต่ อ อิ น เทอร์ เ น็ ต มาเป็ นครั้ งคราวเพื่ อ เรี ยกดู ข้อ มู ล และ บริ การต่างๆ ประเทศไทยเริ่ มเชื่อต่ออินเทอร์ เน็ตมากกว่า 20 ปี โดยผ่าน ทางเครื อข่ายของทางมหาวิทยาลัยต่างๆ


อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อได้อย่างไร เนื่ องจากเครื อข่ ายอิ น เทอร์ เน็ ตเหมื อนร่ างแหที่ แผ่ไปทัว่ จุ ด เชื่ อ มต่ อ เข้า มาได้ม ากมาย ซึ่ งผูท้ ี่ จ ะเชื่ อ มต่ อ อิ น เทอร์ เ น็ ต จะต้องเสี ยค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ต ซึ่ งก็ข้ ึนอยูก่ บั เงื่อนไขของการบริ การว่าเป็ นแบบไหน มีความเร็ วเท่าใดและ เชื่อมต่อแบบไหน


การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ในฐานะของผูใ้ ช้ทวั่ ไปจะเชื่อมต่ออินเทอร์ เน็ตได้โดยผ่าน ISP แต่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ของเราจะต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการ เชื่อมต่อในการแปลงสัญญาณผ่านสื่ อแต่ละประเภท


ตัวอย่ างของการเชื่อมต่ ออินเทอร์ เน็ต 1. การเชื่อมต่อด้วยความเร็ วผ่านสายโทรศัพท์ธรรมดาจะต้องมี โมเด็มที่ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ แล้วเอาสายโทรศัพท์มาต่อเข้าอีกที หนึ่ งหรื อถ้าเป็ นสายโทรศัพท์แบบ ISDN ก็จะต้องใช้โมเด็ม ISDN แทน


ถ้าต่ออินเทอร์ เน็ตความเร็ วสู งที่เรี ยกว่า ADSL หรื อ บรอดแบนด์ ก็จะต้องมีโมเด็ม ADSL ที่ต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับ สายโทรศัพท์เช่นเดียวกัน แต่จะรับส่ งสัญญาณคนละแบบ คนละ ความถี่ กนั ทาให้ได้ค วามเร็ วสู งกว่าโมเด็ม ธรรมดา แต่ ต้องมี อุปกรณ์พิเศษที่ชุมสายด้วยจึงจะใช้ได้ 2.


โปรโตคอล (protocol) การทางานต่างบนอินเทอร์ เน็ตจะสอดคล้องกันได้ก็จะต้อง มีกฎและกติกาในคอมพิวเตอร์ ทุกเครื่ อง ทุกโปรแกรม รับรู้และ ทาตามเป็ นแบบมาตรฐานเดียวกันทัว่ โลก ซึ่ งบนอินเทอร์ เน็ตมี กติกาเหล่านี้มากมาย ซึ่งเราเรี ยกว่า โปรโตคอล(protocol)


TCP/IP กับ IP address เป็ นกติ กาในการรั บส่ งข้อมูลผ่านอิ นเทอร์ เน็ ต ข้อมูลทุ ก รู ป แบบไม่ ว่ า จะเป็ นจากโปรแกรมใด ก็ ต้อ งแปลงให้ อ ยู่ใ น รู ปแบบมาตรฐานของ TCP/IP เสี ยก่อนจึงจะสามารถรับและส่ ง ข้อมูลได้ กติ กานี้ กาหนดวิธี ขั้นตอนในการรั บส่ งข้อมูลและ ตรวจสอบความต้องอย่างรัดกุม ส่ วนที่เกี่ยวข้องกับผูใ้ ช้ ก็คือการเรี ยกชื่อเรี ยกคอมพิวเตอร์ ที่ ต่อกับอินเทอร์ เน็ต ซึ่ งเราเรี ยกว่า IP หรื อ IP Address เป็ นตัวเลข ล้ว นๆ 4 ชุ ด แต่ ล ะชุ ด มี ค่ า ระหว่ า ง 0-255 คั่น ด้ว ยจุ ด เช่ น 202.56.159.90 ซึ่งจะไมซ้ ากัน


ชื่อโดเมน

เนื่ องจากผูใ้ ช้ทวั่ ไปรู้สึกว่าหมายเลข IP Address นั้นจดจาได้ยาก จึงมีการคิดระบบ ชื่ อโดเมน หรื อ Domain Name ขึ้นมาโดยใช้ ภาษาอังกฤษเป็ นคาๆซึ่ งสื่ อความหมาย นามาเรี ยงต่อโดยคัน่ แต่ละ คาด้วยจุด (.) เช่น www.cstc.ac.th,www.sanook.com


DNS และ DNS Server เมื่ อมี ชื่ อที่ ใช้ อ ้ า งอิ ง ถึ ง เครื่ องคอมพิ ว เตอร์ ที่ ต่ อ กั บ อินเทอร์ เน็ตอยู่สองระบบก็ตอ้ งมีระบบเปลี่ยนแปลงชื่อที่เรี ยกว่า Domain name system (DNS) เข้ามาช่วยโดยแต่ละ ISP ก็จะต้องมี เครื่ องคอมพิ ว เตอร์ เ ครื่ องหนึ่ งท าหน้ า ที่ ว่ า เครื่ องนั้ นๆมี IP Address เรี ยกว่าอะไร เรี ยกว่า DNS Server ซึ่ งเมื่อจะเช็คอัพการ เชื่ อมต่ อ อิ นเทอร์ เน็ ตเข้ากับ ISP แต่ ล ะราย อาจจะต้อ งระบุ หมายเลข IP Address ของเครื่ องที่เป็ น DNS Server ตามที่ ISP นั้นกาหนดแต่ในทางปฏิบตั ิโปรแกรมจะทาให้เองโดยอัติโนมัติ


ระบบการเปลี่ยนชื่อ


เว็บ (WEB) เป็ นบริ ก ารพื้ น ฐานที่ นิ ย มใช้ก ัน มากที่ สุ ด โดยสามารถ เรี ยกดู ข้ อ มู ล ภาพและข้ อ ความ รวมทั้ งสามารถแสดง ภาพเคลื่ อ นไหวและเสี ย งได้อี ก ด้ว ย ค าว่ า เว็บ นี้ มาจากค าว่ า World Wide Web (WWW) ซึ่ งเป็ นรู ปแบบที่เรี ยกใช้โดยใช้ โปรแกรม Web Browser เช่น Internet Explorer ลักษณะพิเศษของเว็บคื อ ในแต่ละหน้าจะมี การเชื่ อมโยง หรื อ ลิงค์ (Link) ไปยังหน้าอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


การทางานของเว็บ


เว็บไซต์ ส าหรั บ เครื่ องคอมพิ ว เตอร์ ที่ ใ ห้ บ ริ การเว็ บ หมายถึ ง เรา สามารถที่จะเรี ยกดูขอ้ มูลจากเครื่ องนั้นได้เรี ยกว่า Web Server และ ข้อมูลทั้งหมดที่จดั ให้เรี ยกดูเป็ นเว็บได้จะเรี ยกว่า Web Site หรื อ แหล่งข้อมูลของเว็บ ส่ วนแต่ ละหน้าที่ เปิ ดเข้าไปดูได้ จะเรี ยกว่า Web page ส่ วนหน้าหลักของเว็บไซต์น้ นั ๆหรื อหน้าแรกที่จะเห็น เมื่อเรี ยกเข้าไปในเว็บไซต์น้ นั ครั้งแรกโดยไม่ระบุว่าจะดูหน้าใด จะ เรี ยก Home Page ซึ่งจะมีลิงค์ไปยังหน้าอื่นๆเช่นกัน


ผังแสดงโครงสร้างของเว็บไซต์ โฮมเพจ และเว็บเพจ


ส่ วนประกอบของเว็บเพจที่สาคัญ มีดงั นี้ 1. ข้อความ (Text) ได้แก่ ตัวอักษร ตัวเลข ซึ่ งอาจเป็ น ภาษาอังกฤษ ไทย หรื อภาษา อื่น ๆ ก็ได้ 2. กราฟิ ก (Graphics) ได้แก่ ภาพวาดและรู ปภาพต่าง ๆ 3. มัลติมีเดีย (Multimedia) ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหว ภาพวีดีทศั น์ เสี ยง 4. ลิงก์ (Link) ข้อความหรื อรู ปภาพที่มีลกั ษณะพิเศษ ซึ่ งสามารถ เชื่อมโยงไปยัง เว็บเพจอื่น ๆ ได้ เราสามารถตรวจสอบได้วา่ ส่ วนใด เป็ นลิงก์โดยนาเมาส์ไปนี้ สญ ั ลักษณ์เมาส์จะเปลี่ยนเป็ นมือ ?แสดงว่า ส่ วนนั้นเป็ นลิงก์


HTML : ภาษาของเว็บ

ภาษาที่ ใช้จดั การหน้าเว็บเพจเรี ยกว่า HTML (Hypertext Markup Language ) ซึ่งเป็ นส่ วนขยาย .html หรื อ .html ท้ายไฟล์ เว็บเพจ ปั จจุบนั ผูใ้ ช้จะไม่ได้เขี ยนคาสั่ง HTML แต่จะใช้ โปรแกรมออกแบบเว็บช่วย เช่น Dreamweaver เป็ นต้น


E-mail Electronic mail หรื อ E-Mail เป็ นการรั บส่ งจดหมาย อิ เ ล็ก ทรอนิ ก ส์ ใ นแบบเดี ย วกับ จดหมายทั่ว ไป โดยผ่า นทาง ระบบอินเทอร์เน็ต คือเมื่อส่ งไปแล้วข้อมูลจะไปถูกเก็บไว้เพื่อรอ เจ้าของจดหมายมาเปิ ดอ่าน โดยไม่จาเป็ นต้องโต้ตอบกันทันที ในการรั บส่ งอีเมล์ เราจะต้องรู้ ที่อยู่ของผูร้ ับว่าจะส่ งไปที่ ไหน โดยมีรูปแบบดังนี้


การรับและส่ งอีเมล์


การส่ งอีเมล์ เริ่ มจากการสร้างไฟล์อีเมล์ใหม่ข้ ึน แล้วส่ งไฟล์น้ นั ให้กบั เครื่ องที่ เป็ น เมล์เซิ ร์ฟเวอร์ ขาออก ซึ่ งจะส่ งต่อไปยังผูร้ ับปลายทางอีกทอด หนึ่ ง โดยสามารถใช้ได้ท้ งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่ งสามารถ ที่จะแนบไฟล์ได้ ทั้งที่เป็ นรู ปภาพ สื่ อมัลติมิเดียต่างๆ ซึ่ งสามารถที่ จะส่ งให้ผรู้ ับคนเดียวหรื อหลายคนก็ได้


การรับอีเมล์ เริ่ มต้นโดยการเชื่อมต่อไปยังเครื่ อง เมล์เซิร์ฟเวอร์ขาเข้า เพื่อทาการดึงเมล์ที่มาถึงเข้ามายังเครื่ องของเราและอาจลบไฟล์ ต้นฉบับทิ้งได้หรื ออาจจะเก็บไว้ก่อนก็สามารถทาได้


บริการต่ างๆ ในอินเทอร์ เน็ต 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail = E-mail) สนทนาแบบออนไลน์ (IRC หรื อ Chat) “กระดานข่าว” หรื อบูเลตินบอร์ด การขอเข้าระบบจากระยะไกล หรื อเทลเน็ต (telnet) Net2Phone Game online Software Updating


บริการต่ างๆ ในอินเทอร์ เน็ต 8. PalmIIIc 9. WAP 10. การซื้ อขายสิ นค้าและบริ การ (E-Commerce : Electronic Commerce) 11. การให้ความบันเทิง (Entertain)


ประโยชน์ ของอินเทอร์ เน็ต ด้ านการศึกษา - สามารถใช้เป็ นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่วา่ จะเป็ นข้อมูลทาง วิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ ด้ านธุรกิจและการพาณิชย์ - ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสิ นใจทางธุรกิจ ด้ านการบันเทิง - การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรี ยกว่า Magazine online รวมทั้ง หนังสื อพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสื อทัว่ ๆ ไป


มารยาทการใช้ อนิ เทอร์ เน็ต 1) ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ ทาร้าย หรื อละเมิดผูอ้ ื่น 2) ต้องไม่รบกวนการทางานของผูอ้ ื่น 3) ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรื อเปิ ดดูแฟ้ มข้อมูลของผูอ้ ื่น 4) ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร 5) ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ สร้างหลักฐานที่เป็ นเท็จ 6) ต้องไม่คดั ลอกโปรแกรมของผูอ้ ื่นที่มีลิขสิ ทธิ์ 7) ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ 8) ต้องไม่นาเอาผลงานของผูอ้ ื่นมาเป็ นของตน 9) ต้องคานึงถึงสิ่ งที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทาของท่าน 10) ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบ กติกา และมีมารยาท


unit16