Issuu on Google+

ระบบเครือข่ ายคอมพิวเตอร์ เบือ้ งต้ น


ระบบเครือข่ าย ระบบเครื อ ข่ า ยคอมพิ ว เตอร์ หรื อ ระบบเนตเวิ ร์ ก คื อ กลุ่ ม ของ คอมพิ ว เตอร์ แ ละอุ ป กรณ์ ต่า งๆ ที่ ถูกน ามาเชื่ อ มต่ อกัน เพื่ อ ให้ผูใ้ ช้ใ น เครื อข่ายสามารถติดต่อสื่ อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในเครื อ ข่ า ยร่ ว มกันได้" เครื อ ข่ า ยนั้น มี ห ลายขนาด ตั้งแต่ ขนาดเล็กที่ เชื่อมต่อกันด้วยคอมพิวเตอร์ เพียงสองสามเครื่ อง เพื่อใช้งานในบ้านหรื อ ในบริ ษทั เล็กๆ ไปจนถึงเครื อข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่ อมต่อกันทัว่ โลก ส่ วน Home Network หรื อเครื อข่ายภายในบ้าน ซึ่ งเป็ นระบบ LAN ( Local Area Network) ที่ คุ ณ ผูอ้ ่ า นจะได้พ บต่ อ ไปนี้ เป็ นระบบเครื อ ข่ า ย คอมพิวเตอร์ ขนาดเล็กๆ หมายถึงการนาเครื่ องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ มาเชื่ อ มต่ อ กั น ในบ้ า น สิ่ ง ที่ เ กิ ด ตามมาก็ คื อ ประโยชน์ ใ นการใช้ คอมพิวเตอร์ ดา้ นต่างๆ


วัตถุประสงค์ ของการใช้ เครือข่ าย

1. การใช้ท รั พ ยากรร่ ว มกัน หมายถึ ง การใช้อุ ป กรณ์ ต่ า งๆ เช่ น เครื่ อ งพิ ม พ์ร่ ว มกัน กล่ า วคื อ มี เ ครื่ อ งพิ มพ์เ พี ย งเครื่ อ งเดี ย ว ทุ กคนใน เครื อข่ายสามารถใช้เครื่ องพิมพ์น้ ี ได้ ทาให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ ต ้ อ งลงทุ น ซื้ อเครื่ องพิ ม พ์ ห ลายเครื่ อง (นอกจากจะเป็ น เครื่ องพิมพ์คนละประเภท)


วัตถุประสงค์ ของการใช้ เครือข่ าย 2. การแชร์ไฟล์หรื อการใช้ขอ้ มูลร่ วมกัน เมื่อคอมพิวเตอร์ ถูกติดตั้งเป็ นระบบเนตเวิร์กแล้ว การใช้ไฟล์ขอ้ มูลร่ วมกันหรื อ การแลกเปลี่ยนไฟล์ทาได้อย่างสะดวกรวดเร็ ว ไม่ตอ้ งอุปกรณ์ เก็บข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้ นในการโอนย้ายข้อมูลตัดปั ญหาเรื่ องความจุ ของสื่ อบันทึกไปได้เลย ยกเว้นอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลหลัก อย่างฮาร์ดดิสก์ หากพื้นที่เต็มก็คงต้องหามาเพิม่


วัตถุประสงค์ ของการใช้ เครือข่ าย 3. การติดต่อสื่ อสาร โดยคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อเป็ นระบบ เนตเวิร์ก สามารถติ ดต่ อพูดคุยกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ อื่น โดย อาศั ย โปรแกรมสื่ อสารที่ มี ค วามสามารถใช้ เ ป็ นเครื่ อง คอมพิ ว เตอร์ ไ ด้เ ช่ น เดี ย วกัน หรื อ การใช้อี เ มล์ภ ายในก่ อ ให้ เครื อข่าย Home Network หรื อ Home Office จะเกิดประโยชน์


วัตถุประสงค์ ของการใช้ เครือข่ าย 4. การใช้อินเทอร์ เน็ตร่ วมกัน คอมพิวเตอร์ ทุกเครื่ องที่ เชื่ อมต่ อ ในระบบ เนตเวิ ร์ ก สามารถใช้ง านอิ น เทอร์ เ น็ ต ได้ทุ ก เครื่ อง โดยมีโมเด็มตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็ นแบบอนาล็อกหรื อแบบ ดิ จิ ต อ ล อ ย่ า ง ADSL ย อ ด ฮิ ต ใ น ปั จ จุ บั น


ประเภทของระบบเครือข่ าย 1. LAN (Local Area Network) ระบบเครื อข่ายท้องถิ่น เป็ นเนตเวิร์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่ตอ้ งใช้โครงข่ายการสื่ อสารขององค์การโทรศัพท์ คือจะเป็ น ระบบเครื อข่ายที่อยูภ่ ายในอาคารเดียวกันหรื อต่างอาคาร ในระยะใกล้ๆ 2. MAN (Metropolitan Area Network) ระบบเครื อข่ายเมือง เป็ นเนตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่ายการ สื่ อสารขององค์การโทรศัพท์ หรื อการสื่ อสารแห่งประเทศไทย เป็ นการ ติดต่อกันในเมือง เช่น เครื่ องเวิร์กสเตชัน่ อยูท่ ี่สุขมุ วิท มีการติดต่อสื่ อสาร กับเครื่ องเวิร์กสเตชัน่ ที่บางรัก


ประเภทของระบบเครือข่ าย 3. WAN (Wide Area Network) ระบบเครื อข่ายกว้างไกล หรื อเรี ยกได้วา่ เป็ น World Wide ของระบบเนตเวิร์ก โดยจะเป็ นการสื่ อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรื อ ทัว่ โลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการสื่ อสารขององค์การโทรศัพท์ หรื อ การสื่ อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line / ISDN) (integrated Service Digital Network สามารถส่ งได้ท้ งั ข้อมูล เสี ยง และภาพในเวลาเดียวกัน)


ข้ อจากัดของระบบเครือข่ าย 1. การเรี ยกใช้ขอ้ มูลทาได้ชา้ การเรี ยกใช้ขอ้ มูลผ่านระบบเครื อข่ายไม่วา่ จะเป็ นการอ่านหรื อ เขียน มักจะช้ากว่าการอ่านหรื อเขียนข้อมูลในฮาร์ ดดิสก์ 2. ข้อมูลไม่สามารถใช้งานได้ทนั ที ข้อมูลไม่อาจจะที่เรี ยกใช้งานได้ทนั ทีเนื่องจากอาจมีบุคคลอื่นใช้ งานอยูเ่ พราะเป็ นการใช้ทรัพยากรร่ วมกัน 3. ยากต่อการควบคุมและการดูแล ระบบที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่ องทางานเป็ นอิสระ จากกันย่อมมีความสลับซับซ้อนในการดูแลมากกว่าเครื่ องเดียว


องค์ ประกอบของเครือข่ าย

1. อุปกรณ์ทางด้านฮาร์ ดแวร์ เป็ นอุปกรณ์หลักๆ คือ การ์ ดแลนกับอุปกรณ์สาหรับเชื่อมต่อเข้ากับ ระบบเครื อข่าย เช่น HUB SWITCH เป็ นต้น


1.การ์ดแลนด์ (Network Interface Card ) เป็ นการ์ ดสาหรับเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครื อข่าย จะมีช่องสาหรับ เสี ยบสายเคเบิลในการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครื อข่าย


2. Hub หรื ออุปกรณ์รวมสาย HUB คือ อุปกรณ์ทีใช้เป็ นจุดศูนย์กลางในการกระจายสัญญาณ หรื อข้อมูล โดยปกติการเลือก Hub จะดูที่จานวน Port ที่ตอ้ งการ เช่น 8 ports, 12 ports, 24 ports เป็ นต้น ราคาจะขึ้นกับยีห่ อ้ ตั้งแต่หลักพันถึง หลักหมื่น


2. ซอฟต์แวร์ ซึ่งได้แก่โปรแกรมต่างๆตั้งแต่โปรแกรมที่เป็ นไดร์ เวอร์ ควบคุม การ์ดแลนด์ โปรแกรมที่ทาหน้าที่ควบคุมโปรโตคอลในการ ติดต่อสื่ อสาร และโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ


3. ตัวกลางนาข้อมูล เมื่ อ พู ด ถึ ง ตั ว กลางน าข้ อ มู ล อัน ได้ แ ก่ ส ายเคเบิ้ ล ชนิ ด ต่ า งๆ คลื่นวิทยุ แบ่งได้ดงั นี้ สายเคเบิ้ลที่ใช้ ลักษณะการแบ่งกันใช้สาย


สายเคเบิลที่นิยมใช้ 1. สายโคแอกเชี่ยล(Coaxial) สาย Coaxial เป็ นสายเส้นเดี ย วมี ลวดทองแดงเป็ นแกนกลางหุ ้ม ด้ว ยฉนวนสายยาง โดยจะมี ลวดถักหุ ้มฉนวนสายยางอี กชั้น (shield) ป้ องกันสัญญาณรบกวน และมีฉนวนด้ายนอกเป็ นยาง สี ดาหุ ม้ อีกชั้น จะ มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ อย่างหนา (thick) อย่างบาง (thin) ส่ วนมากจะใช้ งานบนระบบ Ethernet โดยที่ปลายสายทั้ง 2 ด้ายจะต้องมีตวั terminator ปิ ดด้วย มีความเร็ วในการส่ งข้อมูลต่ากว่าสายแบบ UTP สาย Coaxial อย่างบาง (thin) มีขอ้ เสี ยคื อ ไม่สามารถใช้รับ-ส่ งสัญญาณได้เกิ น 185 เมตร อาจต้องใช้ตวั ทวนสัญญาณ (Repeater) ช่วยขยายสัญญาณให้


รู ปสายโคแอกเชี่ยล(Coaxial)


สาย UTP (Unshielded Twisted Pair) หรื อสาย CAT (Category) เป็ นสายเส้นเล็กจานวน 8 เส้นตีเกลียวคู่ มีอยู่ 4 คู่ ไม่มีเส้นลวดถัก (shield) เพราะการตีเกลียวคู่เป็ นการลดสัญญาณรบกวนอยูแ่ ล้ว การใช้งานจะต้อง มี การจั้มหัว RJ-45 เข้ากับสาย UTP แล้วน าไปเสี ยบเข้ากับ Hub มี ความเร็ วในการรับ-ส่ งข้อมูล 10/100Mbps ปัจจุบนั นิยมใช้สาย CAT 5 กัน มาก เพราะสนับสนุนการรับ-ส่ งข้อมูลความเร็ วตั้งแต่ 10-100 Mbps


ลักษณะการแบ่ งใช้ สาย เนื่ องจากทุกเครื่ องในระบบ LAN ใช้สายสัญญาณชุดเดียวกันใน การติดต่อ จึ งต้องมีวิธีการที่จะแบ่งเวลาใช้สายให้ทวั่ ถึงกัน โดยวิธีแบ่ง ออกเป็ น 2 แบบ 1. CDMA/CD 2. Token-passing


CSMA/CD

เป็ นวิ ธี ก ารส่ งข้อ มู ล โดยที่ ข ณะใดขณะหนึ่ ง คอมพิ ว เตอร์ แต่ ล ะ เครื่ อ งคอยฟั ง ว่ า สายว่ า งหรื อ ไม่ ถ้า พบว่ า สายว่ า งก็ เ ริ่ ม ส่ ง สั ญ ญาณ ออกมา ถ้าสายว่างจริ งข้อมูลก็จะไปยังผูร้ ับเลยแต่ในกรณี น้ ี จะเกิดการชน กันของข้อมูลเพราะทุกเครื่ องจะส่ งพร้อมๆกัน


Token-passing

วิธีน้ ีใช้หลักการที่วา่ ในขณะใดขณะหนึ่งจะมีเครื่ องคอมพิวเตอร์ เพียงเครื่ องเดียวใน LAN มีรหัสในการส่ งข้อมูล โดยมีรหัสที่เรี ยกว่า Token เก็บไว้เมื่อส่ งข้อมูลออกไปเสร็ จแล้วก็จะส่ งรหัส Token นี้ออกไป ให้ Token อื่นๆต่อไป


Token - ring

เป็ นระบบเครื อ ข่ า ยแบบ LAN ซึ่ งเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ ต่ อ ด้ว ย topology แบบ หรื อ star และระบบเลขฐานสอง (หรื อ token) เป็ นแบบ แผนการส่ งที่ใช้ในการป้ องกันการชนกันของข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เครื่ อง ที่ตอ้ งการส่ ง message ในเวลาเดียวกัน


FDDI เป็ นเครื อข่ายแบบส่ งผ่านโทเคน ( Token Passing ) และมี แบนวิธที่ 100 Mbps โดยใช้สายใยแก้วนาแสงต่อสถานี เป็ นวงแหวน สองวง ส่ วนใหญ่จะใช้ FDDI เป็ นแบ็คโบนของเครื อข่ายเนื่ องจาก แบนด์วิธที่ สูง และสามารถเชื่ อมต่อสถานี ได้ไกลกว่าสายทองแดง มาก ล่าสุ ดได้มีการพัฒนา CDDI ( Copper Distribution Data Interface ) โดยใช้สายสัญญาณคู่เกลียวบิดแทนสายใยแก้วนาแสง


เครือข่ ายแบบไร้ สาย เครื อข่ ายแบบไร้ สาย ( Wireless LAN) อีกเครื อข่ายที่ใช้เป็ นระบบ แลน (LAN) ที่ไม่ได้ใช้สายเคเบิลในการเชื่ อมต่อ นัน่ คือระบบเครื อข่าย แบบไร้ ส าย ท างานโดยอาศัย คลื่ น วิ ท ยุ ในการรั บ ส่ ง ข้อ มู ล ซึ่ งมี ประโยชน์ในเรื่ องของการไม่ตอ้ งใช้สายเคเบิล เหมาะกับการใช้งานที่ไม่ สะดวกในการใช้สายเคเบิล โดยไม่ตอ้ งเจาะผนังหรื อเพดานเพื่อวางสาย เพราะคลื่นวิทยุมีคุณสมบัติในการทะลุทะลวงสิ่ งกี ดขวางอย่าง กาแพง หรื อพนั ง ห้ อ งได้ ดี แต่ ก็ ต ้ อ งอยู่ ใ นระยะท าการ หากเคลื่ อ นย้า ย คอมพิวเตอร์ ไปไกลจากรัศมีก็จะขาดการติดต่อได้ การใช้เครื อข่ายแบบ ไร้ สายนี้ สามารถใช้ไ ด้กับ คอมพิ ว เตอร์ พีซี และโน๊ ตบุ๊ ก และต้อ งใช้ การ์ ดแลนแบบไร้สายมาติดตั้ง รวมถึงอุปกรณ์ที่เรี ยกว่า Access Point ซึ่ ง เป็ นอุปกรณ์จ่ายสัญญาณสาหรั บระบบเครื อข่ายไร้ สาย มีหน้าที่ รับส่ ง ข้อมูลกับการ์ ดแลนแบบไร้สาย


รู ปแสดงเครือข่ ายแบบไร้ สาย


การทางานของคอมพิวเตอร์ ในเครือข่ าย

Peer-to-peer เป็ นการที่ คอมพิวเตอร์ แต่ ละเครื่ องยอมให้เครื่ องอื่นๆ ในระบบเข้ามาใช้งานข้อมูลหรื ออุปกรณ์ของตนได้เสมอภาคกัน


Server-based

Server based คือการที่เครื อข่ายมีเครื่ องบางเครื่ องทาหน้าที่เป็ น Server เพื่อให้บริ การแก่เครื่ องอื่นที่เรี ยกว่า Client


unit15