Issuu on Google+

ภาพเขี ย นตุ ง ค่ า ว วัดนาคตหลวง จังหวัดลำ�ปาง

วุฒิพงษ์ สุขถวิล


ภ า พเ ขี ย นตุ ง ค ่ า ว วัดนาคตหลวง จังหวัดลำ�ปาง

นายวุฒิพงษ์ สุขถวิล


2

ภาพเขียนตุงค่าว

ภาพเขียนตุงค่าว วัดนาคตหลวง จังหวัดลำ�ปาง วัดนาคตหลวง อำ�เภอแม่ทะ จังหวัดลำ�ปาง มีภาพเขียนตุงค่าว ซึง่ ภาพ เขียนตุงค่าวนั้นก็คือภาพพระบฏ เป็นสิ่งหนึ่งในส่วนประกอบของพิธีตั้ง หลวงทีจ่ ดั ของภายในวัดนาคตหลวงนีน้ นั้ ความพิเศษของภาพเขียนตุงค่าว นี้นั้นอยู่ที่ความยาว และยาวที่สุดในโลกในขณะนี้ มีความยาว 24 เมตร และมีอายุ 115 ปีภาพเขียนตุงค่าวหรือเรียกว่า พระบฏ


ภาพเขียนตุงค่าว

พระบฏ พระบฏ เป็นงานจิตรกรรมล้านนาทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะตัวประเภทหนึง่ ซึง่ อาจมีมาแต่สมัยโบราณมาแล้ว หากแต่วา่ วัสดุทนี่ �ำ มาเขียน คือผ้านัน้ เป็น วัสดุที่ ไม่คงทนถาวรนัก จึงไม่มหี ลักฐานเพียงพอทีจ่ ะสืบต้นได้วา่ พระบฏได้ เริม่ สร้างตัง้ แต่สมัยใด มีแต่เพียงข้อสันนิษฐาน และหลักฐานทีพ่ อจะเหลือ อยูบ่ า้ งในยุคหลังเท่านัน้ กำ�เนิดเบือ้ งต้นหรือความจำ�เป็นครัง้ แรกของการ สร้างพระบฏ จำ�ต้องแบ่งประเภทของพระบฏโดยใช้เรื่องราวที่เขียนใน พระบฏนั้นเป็นตัวแบ่งซึ่งจะสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ

3


4

ภาพเขียนตุงค่าว

ลักษณะของภาพพระบฏ 1 พระบฏที่เขียนในเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ อิริยาบถต่างๆ ซึ่ง พระบฏลักษณะนี้พบโดยทั่วไป การเขียนขึ้นอาจเกิดจากความศรัทธาของ ญาติมิตรของผู้ตายที่ประสงค์สร้างขึ้น เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย ซึ่ง อาจใช้แขวนไว้บชู าในพระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญหรือกุฏสิ งฆ์ แล้ว แต่ความเหมาะสม โดยส่วนใหญ่จะเขียนเป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับยืนบน ดอกบัว มีสาวกยืนพนมมือสองข้างบ้าง ไม่มีสาวกบ้าง 2 พระบฏที่เขียนในเรื่องราวที่ ใช้เทศน์ เช่น พิธีเทศน์มหาชาติ ได้แก่ พระเวสสันดรและพระมาลัย ประเภทนี้นั้นจะเน้นเกี่ยวกับการเขียนเรื่อง ราวที่ ใช้เทศน์ เช่น ในพิธีเทศน์มหาชาติ เหตุที่ทำ�ให้คิดว่าพระบฏประเภท นี้จะมีปฐมกำ�เนิดแตกต่างจากพระบฏประเภทแรกนั้น เพราะพระบฏทั้ง สองประเภทนี้ถูกสร้างโดยมีวัตถุประสงค์ ในการสร้างที่ต่างกัน โดยมี วัตถุประสงค์ของพระบฏนี้น้ัน เพื่อใช้ภาพวาดเป็นตัวเน้นเนื้อหาของเรื่อง ที่นำ�มาเทศน์เพื่อเป็นรูปธรรม เสริมให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจและจดจำ� เนื้อเรื่องได้ง่าย


ภาพเขียนตุงค่าว

รูปแบบของภาพพระบฏ แบบที่ 1 เป็นภาพพระพุทธเจ้าองค์เดียว หรือ ภาพพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอัครสาวกประทับยืนเขียนเต็มทั้งผืนผ้า แบบที่ 2 เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืนพระองค์เดียว หรือขนาบ ข้างด้วยพระอัครสาวก ในเนื้อที่ 3 ใน 4 ของผืนผ้าด้านบนหรือด้านล่าง ขนาด 1 ใน 4 เขียนภาพเล่าเรื่องในพระพุทธประวัติ พระมาลัย หรือ ทศชาติ แบบที่ 3 ตรงกลางผื น ผ้ า ยั ง คงเป็ น ภาพพระพุ ท ธเจ้ า ประทั บ ยื น พร้อมด้วยพระอัครสาวกแต่มีขนาดเล็กลงกว่าแบบที่ 1 และแบบที่ 2 เพราะให้ความสำ�คัญแก่ภาพเล่าเรือ่ งมากขึน้ ทีน่ ยิ มกันมาก คือ เรือ่ งพระ มาลัยและพระจุฬามณีบนสวรรค์ชนั้ ดาวดึงส์ เขียนไว้ชว่ งบน ส่วนช่วงล่าง เป็นตอนสำ�คัญๆ ในพระพุทธประวัติ และชาดก แบบที่ 4 เป็นภาพเล่าเรื่องเต็มทั้งผืน เช่น พระพุทธเจ้าเสด็จโปรด พระพุทธมารดาและเสด็จลงจากดาวดึงส์ มารผจญ ทศชาติชาดก พระ มาลัย แบบที่ 5 เขียนภาพเล่าเรือ่ งเป็นตอนๆ ในพระพุทธประวัติ หรือชาดก ลงบนผืนผ้าขนาดเล็ก ประมาณ 70 x 80 เซนติเมตร หรือ ขนาด 50 x 50 เซนติเมตร ที่นิยมกันมาก คือ เวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ เขียน เล่าเรื่องเป็นตอนๆ บนผืนผ้าแต่ละผืน

5


6

ภาพเขียนตุงค่าว

งานบุญผะเหวด งานบุญผะเหวดเป็นงานที่ ในงานนัน้ มีการแห่ภาพพระบฏของภาคอีสาน ซึง่ ภาพพระบฏทีง่ านบุญผะเหวดกับภาพเขียนตุงค่าวมีความเหมือนในเรือ่ ง ของการใช้สอย และลักษณะทีค่ ล้ายกัน เป็นภาพพระบฏที่ ใช้แนวนอนเขียน ภาพลงบนผ้าที่มีความยาว เรื่องราวในพระบฏนั้นก็คือเรื่องพระเวสสันดร


ภาพเขียนตุงค่าว

ความงามของภาพเขียนตุงค่าววัดนาคตหลวง ภาพเขียนตุงค่าวชิ้นนี้มีความพิเศษในเรื่องของผ้า ซึ่งเป็นผ้าที่มีความ ยาวเป็นผืนเดียวกันตลอด ภาพเขียนตุงค่าวชิน้ นีน้ นั้ ได้เขียนภาพจิตรกรรม ล้านนา ในเรื่องของชาดกพระเวสสันดรทั้งหมด 13 กัณฑ์ และการเขียน นั้นช่างก็ ได้เขียนเริ่มเรื่องราวจากขวาไปซ้าย ไปไหนทางยาวการเดินเรื่อง นัน้ มีการวนกลับบางกัณฑ์ เพือ่ การแยกกัณฑ์ตอ่ กัณฑ์ตวั งานนัน้ จะเป็นผ้า ที่ทอจากเครื่องเพราะมีเส้นมีความเสถียร ขนาดเท่ากัน สีที่พบในตัวงาน นั้นได้แก่ สีแดงชาติ สีด�ำ สีเขียวขี้ม้า สีเขียวใบไม้ สีคราม สีครามหม่น สีเหลือง สีน�้ำตาลแดง สีน�้ำตาลแก่ สีน�้ำตาลอ่อน สีขาว และภาพที่วาด นัน้ เป็นภาพทีแ่ ฝงวิถชี าวบ้านไว้ดว้ ย ไม่วา่ เครือ่ งนุง่ ห่ม หรือกิจวัตรประจ�ำ วัน ซึ่งสามารถวาดภาพได้อย่างกลมกลืน พระบฏชิ้นนี้มีความส�ำคัญใน เรื่องของประโยชน์ ในการใช้งาน คือเป็นอุปกรณ์ประกอบในพิธีการเทศ มหาชาติ หรือตั้งธรรมหลวง ที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสอง ประเพณี ตั้ง ธรรมหลวง เป็นการฟังพระธรรมเทศนาเรื่องใหญ่หรือเรื่องส�ำคัญ เพราะ ธรรมหลวงที่ ใช้เทศน์มักจะเป็นเวสสันดรชาดก มีทั้งหมด 13 กัณฑ์ ค�ำว่า “ตั้ง” แปลว่าเริ่มต้น การตั้งธรรมหลวง ก็อาจแปลว่าการสดับพระธรรม เทศนาจากคัมภีร์ที่จารขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกด้วย การตั้งธรรมหลวงนี้ จะ จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนยี่ มีการเตรียมงานนับตั้งแต่การเตรียมสถานที่ ใน การเทศน์และการเตรียมตัวของผู้จะมาฟังเทศน์

7


8

ภาพเขียนตุงค่าว


ภาพเขียนตุงค่าว

9


10

ภาพเขียนตุงค่าว

ถือเป็นพิธี ใหญ่คงู่ านทานสลากภัตต์ ดังนัน้ จึงมีคตินยิ มว่า ในวัดหนึง่ นัน้ ปี ใดทีจ่ ดั งานทานสลากภัตต์กจ็ ะไม่จดั งานตัง้ ธรรมหลวง และปี ใดทีจ่ ดั งาน ตั้งธรรมหลวงก็จะไม่จัดงานทานสลากภัต เพราะสองงานนี้ต้องใช้ความ เสียสละความร่วมมือจากศรัทธาชาวบ้านอย่างมาก ภาพเขียนตุงค่าวหรือ ผ้าพระบฏนั้นเป็นงานจิตรกรรมชนิดหนึ่งที่ ในรูปแบบของงานจิตรกรรม ที่เคลื่อนที่ ได้ และเป็นซึ่งสัญลักษณ์ ในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา และอยู่ ใน พิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ที่ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจของชาวล้านนา ภาพเขียนตุงค่าวหรือผ้าพระบฏนั้นถ้ามีมากในพื้นที่ ใด ก็แสดงให้เห็นว่า ในช่วงแต่ก่อนนั้นมีพิธีกรรมซึ่งเป็นที่นิยมของชาวบ้าน และแสดงถึงชาว บ้านหรือบุคคลที่มีบารมีที่เป็นผู้ถวายภาพเขียนตุงค่าวหรือผ้าพระบฏว่า มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก


ภาพเขียนตุงค่าว 11

พระเวสสันดรในภาพเขียนตุงค่าว ภาพเขียนตุงค่าววัดนาคตหลวง จังหวัดลำ�ปาง มีเรื่องราวของเทศน์ มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ที่สามารถรวบรวม พระเวสสันดรทั้งหมด 13 กัณฑ์ ไว้ ได้ทั้งหมดภาพในพระบฏผืนเดียว 1. กัณฑ์ทศพร เริม่ ตัง้ แต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไปเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนัน้ เสด็จไปโปรดพุทธบิดาและพระประยูรญาติทกี่ รุงกบิลพัสดุ์ เกิด ฝนโบกขรพรรษ พระสงฆ์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องมหา เวสสันดรชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ 98 นับแต่ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ่งจะ ทรงเป็นพระมารดาของ���ระเวสสันดร ทรงอธิษฐานขอเป็นมารดาของผู้มี ใจบุญ จบลงตอนพระนางได้รับพร 10 ประการจากพระอินทร์


12

ภาพเขียนตุงค่าว

2. กัณฑ์หิมพานต์ เวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสัญชัยกับพระนางผุสดี แห่งแคว้นสีวีราษฎร์ ประสูติที่ตรอกพ่อค้า ยินดี ในการบริจาคทาน เมื่อ พระเวสสันดรได้รบั ราชสมบัตจิ ากพระบิดา ได้พระราชทานช้างปัจจัยนาค แก่กษัตริย์แคว้นกลิงคราชฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระเวสสันดรจึงถูกพระ ราชบิดาเนรเทศไปอยู่ป่าหิมพานต์


ภาพเขียนตุงค่าว 13

3. กัณฑ์ทาน ก่อนเสด็จไปอยูป่ า่ พระเวสสันดรได้พระราชทานสัตตสตกมหาทาน คือ ช้าง ม้า รถม้า ทาสชาย ทาสหญิง โคนม นางสนม และอาภรณ์ อย่างละ 700 ขณะนัง่ รถเดินทางเข้าป่า ก็ ได้พระราชทานรถ ม้า แก่ผมู้ าขอจนหมด สิ้น สุดท้ายพระเวสสันดร พระนางมัทรี ชาลี กัณหา ต้องเดินเท้าเข้าป่า


14

ภาพเขียนตุงค่าว

4. กัณฑ์วนปเวสน์ พระเวสสันดรทรงพระนางมัทรีและพระชาลี (โอรส) พระกัณหา (ธิดา) เสด็จจากเมืองผ่านแคว้นเจตราษฎร์ จนเสด็จถึงเขาวงกตในป่าหิมพานต์ และพักอาศัยอยู่ที่นั่น ในอาศรมซึ่งพระอินทร์มาเนรมิตไว้ ให้


ภาพเขียนตุงค่าว 15

5. กัณฑ์ชูชก ชูชก พราหมณ์ผู้มีอาชีพขอทาน ได้นางอมิตตาบุตรสาวของเพื่อนเป็น ภรรยา นางใช้ ให้ชูชกไปขอสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวในแคว้นสีวี ราษฎร์ สามารถหลบหลีกการทำ�ร้ายของชาวเมือง เดินทางไปเขาวงกตจน พบสุนขั ของพรานเจตบุตรผูค้ อยเฝ้าอารักขาอยูป่ ากทางเข้าป่าหิมะพานต์ ฝูงสุนัขไล่กัดชูชก จนชูชกหนีขึ้นไปหลบบนต้นไม้


16

ภาพเขียนตุงค่าว

6. กัณฑ์จุลพน พรานเจตบุตร เห็นท่าไม่ดี เกรงพราหมณ์เฒ่าจะเข้าไปรบกวนพระ เวสสันดร จึงยกหน้าไม้จะยิงชูชกให้ตาย แต่ชูชกหลอกลวงพรานเจตบุตร ให้บอกทางไปเขาวงกต ว่าตนเป็นราชทูตของพระเจ้ากรุงสญชัย กำ�ลังจะ เข้าไปเชิญพระเวสสันดรกลับเมือง เพราะพระเจ้ากรุงสญชัยทรงอภัยโทษ แล้ว พรานเจตบุตรหลงเชื่อ จึงบอกทางและมอบเสบียงทางให้อีกด้วย


ภาพเขียนตุงค่าว 17

7. กัณฑ์มหาพน เฒ่าชูชกเดินทางไปตามค�ำบอกของพรานเจตบุตร พบฤาษีอัตจุตก็เล่า ความเท็จอีก ฤาษีจงึ ชีท้ างไปอาศรมของพระเวสสันดร เมือ่ ไปถึงเป็นเวลา พลบค�่ำ เฒ่าชูชกก็ซ่อนตัวบนชะง่อนเขาด้วยคิดว่า ต้องรอรุ่งเช้าให้พระ นางมัทรีออกไปหาผลไม้ เพราะนางคงไม่ยอมยกลูกให้ ใครแน่


18

ภาพเขียนตุงค่าว

8. กัณฑ์กุมาร ชูชกทูลขอสองกุมาร พระเวสสันดรก็ ได้มอบให้ แต่ขอให้ชชู กรอมัทรี ให้ แม่ลกู ได้รำ�่ ลากันก่อน ชูชกไม่ยอม ด้วยเกรงว่านางมัทรีจะไม่ยกสองกุมาร ให้ตน ก่อนชูชกจะพาสองกุมารจากไป พระเวสสันดรได้ตงั้ ราคาค่าตัวสอง กุมารว่า ถ้าใครจะไถ่ตัวกัณหาชาลี ไป ต้องให้ ทาส ทาสี ช้าง ม้า โคนม ทองค�ำ สิ่งละ 100 จากนั้น ชูชกได้ ใช้เถาวัลย์มัดข้อมือสองกุมาร ลากจูง พาออกไป สองกุมารขัดขืน ก็ ใช้ ไม้ โบยตี สองกุมารได้รบั ความล�ำบากเป็น อันมาก


ภาพเขียนตุงค่าว 19

9. กัณฑ์มัทรี พระนางมัทรีเสด็จกลับจากหาผลไม้ ในป่า ไม่เห็นสองกุมาร ได้ร้อง เรียกติดตามหาก็ ไม่พบ พระนางถึงกับสลบ ต่อพระพักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงฟื้นแล้วพระเวสสันดรตรัสเล่าความจริงเกี่ยวกับสองพระกุมาร พระนางทรงอนุโมททนาปุตตทานด้วย


20

ภาพเขียนตุงค่าว

10. กัณฑ์สักกบรรพ์ พระอินทร์เกรงว่าหากมีผมู้ าขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็จะบริจาค เป็นทาน พระอินทร์ไม่อยากให้พระนางมัทรีตกไปเป็นภรรยาของผู้อื่น จึง แปลงเป็นพราหมณ์ชรามาทูลขอพระนางมัทรี เมือ่ พระเวสสันดรมอบให้ตน แล้ว ก็ ไม่เอาไป ได้ถวายคืนแก่พระเวสสันดร โดยห้ามพระองค์ประทาน นางแก่ผู้ ใดอีก ก่อนจากไปพระอินทร์ ได้ประทานพรให้พระเวสสันดร 8 ประการ แล้วพราหมณ์ชรา ก็คืนร่างเป็นพระอินทร์เหาะขึ้นฟ้าจากไป


ภาพเขียนตุงค่าว 21

11. กัณฑ์มหาราช ชูชกโบยตี ลากจูงชาลี กัณหาเดินทางออกจากป่าหิมพานต์ จนไปถึง ทางสองแพร่ง ซึ่งเป็นทางไปเมืองกลิงคราฐและเมืองสีพี ชูชกหลงเลือก ทางไปเมืองสีพี เดินทางไปถึงในตัวเมือง พวกข้าหลวงจำ�ชาลี กัณหาได้ จึงจับชูชกพาไปเข้าเฝ้าพระเจ้าสญชัย พระเจ้าสญชัยได้ ไถ่สองกุมาร และ พระราชทานอาหารเลี้ยงชูชกมากมาย ชูชกกินมากเกินไป อาหารไม่ย่อย และถึงแก่กรรม


22

ภาพเขียนตุงค่าว

12. กัณฑ์ฉกษัตริย์ พระเจ้าสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา เสด็จไปทูลเชิญพระ เวสสันดร พระนางมัทรีกลับพระนคร เมื่อกษัตริย์ทั้งหกพระองค์ทรงพบ กัน ต่างก็ทรงสะอื้นไห้คร�่ำครวญ เสนาอ�ำมาตย์ สนมก�ำนัล ก็สะอื้นไห้ คร�่ำครวญ ต่างตกอยู่ ในวิสัญญีภาพ ต่อมาพระอินทร์บันดาลให้ฝน โบกขรพรรษตกลงมา ทุกคนจึงฟืน้ คืนสติ และขอให้พระเวสสันดรลาผนวช กลับไปครองราชย์สมบัติสืบไป


ภาพเขียนตุงค่าว 23

13. กัณฑ์นคร พระเวสสันดรทรงลาผนวช ทรงสัง่ ลาพระอาศรม รับเครือ่ งทรงกษัตริย์ แล้วเสด็จกลับไปครองเมืองสีพี พระเวสสันดรเสด็จขึ้นครองราชย์ครอง แผ่นดิน ทำ�ให้ ไพร่ฟ้าเสนาอำ�มาตย์มีสุขสงบกันทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองยึด มั่น ในศี ล บำ � เพ็ ญ กุศ ลตามสัตย์อ ธิษฐานของพระเวสสั น ดร กษั ต ริ ย ์ เมืองกลิงคราฐ ก็น�ำ ช้างปัจจัยนาเคนทร์มาถวายคืน เพราะบ้านเมืองมีฝน ตกต้องตามฤดูกาลแล้ว พระเวสสันดรทรงอยู่ ในทศพิธราชธรรม และยังคง ทรงบริจาคทาน จนพระชนมายุได้ ๑๒๐ พรรษาจึงสวรรคต แล้วจุติอุบัติ เป็นท้าวสันดุสติ เทพบุตร บนสวรรค์ชนั้ ดุสติ รวมระยะเวลาทีพ่ ระเวสสันดร มัทรี ชาลี กัณหา ต้องนิราศจากพระนครไปอยู่ป่า เป็นเวลา ๑ ปี ๑๕ วัน


24

ภาพเขียนตุงค่าว

การดูแลรักษา ภาพเขียนตุงค่าว วัดนาคตหลวง วัสดุนั้นท�ำมาจากผ้า ซึ่งเป็นผ้าที่ทอ จากเครื่อง เป็นผ้าสมัยใหม่ ในสมัยนั้น วิธีการเก็บรักษานั้นควรเก็บให้พ้น น�้ำ เพราะน�้ำนั้นสามารถไปท�ำการชะล้างสี ได้ อาจจะชะล้างให้เกิดความ หมอง อาจจะไม่ถึงกับการล้างสีออกหมดเลยทีเดียว และควรเก็บให้พ้น จากแมลงต่างเพราะ เนือ้ ผ้านีน้ นั้ ได้ฉาบดินสอพองผสมกับกาวกระถินอาจ จะเจือปนกับกาวหนังสัตว์ แมลงต่างๆนั้นอาจจะกัดแทะผ้าอาจเกิดการ ช�ำรุดของเนื้อหาในส่วนของเรื่องราว หรือภาพที่สวยงามวิจิตร


ภาพเขี ย นตุ ง ค่ า ว วั ด นาคตหลวง จั ง หวั ด ล� ำ ปาง ภาพและเนื้ อ เรื่ อ ง © 2014 (พ.ศ.2557) โดย วุ ฒิ พ งษ์ สุ ข ถวิ ล 540310138 สงวนลิ ข สิ ท ธิ์ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ พิ ม พ์ ค รั้ ง แรก เดื อ นกั น ยายน พ.ศ.2557 จั ด พิ ม พ์ โ ดย ภาควิ ช าศิ ล ปะไทย คณะวิ จิ ต รศิ ล ป์ มหาวิ ท ยาลั ย เชี ย งใหม่ ออกแบบและจั ด รู ป เล่ ม โดย วุ ฒิ พ งษ์ สุ ข ถวิ ล 540310138 โดยใช้ ฟ อนท์ TH Niramit AS 16 pt. หนั ง สื อ เล่ ม นี้ เ ป็ น ผลงานทางวิ ช าการจั ด ท� ำ ขึ้ น เพื่ อ ส่ ง เสริ ม และต่ อ ยอดศั ก ยภาพการศึ ก ษา ภายในภาควิ ช าศิ ล ปะไทย คณะวิ จิ ต รศิ ล ป์ มหาวิ ท ยาลั ย เชี ย งใหม่


Tung khao dhamma on cloth of wat na khot luang lampang