Page 1


บวงรักแรงอธิษฐาน

ผู้แต่ง : ไอร�ย� พิมพ์ครั้งที่ 1 : กรกฎ�คม 2554 ราคา 219 บาท พิมพบนกระดาษถนอมสายตา เลขม�ตรฐ�นส�กลประจำ�หนังสือ ISBN 978-616-90694-1-6 บรรณ�ธิก�รบริห�ร : นฤมล ข�วนวล กองบรรณ�ธิก�ร : อรอุม� แซ่เตียว วงศ์วริศ ใจดำ� ปก-กร�ฟิกรูปเล่ม : คนเล่นไฟ พิสูจน์อักษร : ทีมง�นบ้�นน�งฟ้� จัดพิมพโดย สำ�นักพิมพ์บ้�นน�งฟ้� 43/1 หมู่ 5 ต.จริม อ.ท่�ปล� จ.อุตรดิตถ์ 53150 โทรศัพท์ 055-499031 เว็บไซต์ : www.theangelhome.com

จัดจําหนายโดย บริษัท เคล็ดไทย จำ�กัด 117-119 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมห�นคร 10200 โทรศัพท์ 02-225-9536-40 โทรส�ร 02-222-5188 พิมพที่ ภ�พพิมพ์ 296 ซอยอรุณอัมรินทร์ 30 บ�งยี่ขัน บ�งพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทร 02-4330026-7


คำ�นำ�สำ�นักพิมพ์ “บ่วงรักแรงอธิษฐาน” เป็นนิยายรักย้อนยุค ที่ไอรายาตั้งใจถ่ายทอด เรื่องราวของบุพเพสันนิวาส เพื่อให้กำ�ลังใจกับหลายรักที่พลัดพรากและรอคอย บางคนเกิดมาเพือ่ ถูกรัก ในขณะทีบ่ างคนเกิดมาเพือ่ รักใครข้างเดียว ต้องผิดหวัง ซ้�ำ แล้วซ้�ำ เล่าบอบช้�ำ ในรักจนต้องเข็ดขยาดในหัวใจ ตราบจนเมือ่ รักแท้ทรี่ อคอย ได้หมุนเวียนมาบรรจบ หัวใจแห้งแล้งจึงชุ่มชื้น ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉากลับผลิดอก เบ่งบานล้นหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ความกล้าหาญและความเสียสละของบรรพบุรุษไทยที่ช่วยกันปกป้อง ผืนแผ่นดินเอาไว้ให้ลูกหลาน เป็นสิ่งที่ชนรุ่นหลังสมควรได้มีโอกาสรับรู้ ซึมซับ ซาบซึ้งและสำ�นึกในบุญคุณ และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ไอรายาเลือกที่จะเขียน นิยายเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าทุกหัวใจอยู่ได้เพราะรักหล่อเลี้ยง และด้วยหัวใจแห่งความ เป็นไทยที่หยั่งลึกอยู่ในเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ เราจึงหวังว่า “บ่วงรักแรง อธิษฐาน” ผลงานจากความตัง้ ใ จดีของนักเขียนหน้าใหม่ชอื่ ไอรายา จะเป็นหนึง่ ในนิยายรักที่จะได้รับโอกาสจากนักอ่านทั่วประเทศ สำ�นักพิมพ์บ้านนางฟ้า


คำ�นำ�นักเขียน เริม่ เขียนนิยายเรือ่ งนีเ้ มือ่ เดือนมีนาคม ปี 52 หลังจากทีเ่ ขียน เพียงเสีย้ วใจ จบลงไป ถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าสองปี นับเป็นเวลาที่ยาวนานพอสมควรสำ�หรับ การเขียนนิยายหนึ่งเรื่อง ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้กระแสความนิยมในประเภทของ นิยายได้เปลีย่ นไปมาก ถ้าหากท่านกำ�ลังถือหนังสือนีไ้ ว้ในมือ ผมต้องขอขอบคุณ จากใจจริง ท่านคือหนึ่งในจำ�นวนน้อยที่ให้โอกาสกับนิยายหลงยุคเล่มนี้ นี่อาจไม่ใช่นิยายที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะผมเองก็เป็นเพียงนักเขียน สมัครเล่น แต่ผมสัญญาว่าจะพัฒนาต่อไปตราบทีย่ งั มีนกั อ่านให้โอกาสกับผลงาน ของผมและบ้านนางฟ้า ขออนุญาตฝากข้อความถึงคนพิเศษสักเล็กน้อย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะมี โอกาสได้มเี ขาเกิดขึน้ ในโลกนีห้ รือเปล่า “ลูกรัก” หนังสือเล่มนีเ้ ป็นสิง่ ทีพ่ อ่ กับแม่ ได้ลงมือทำ�เองกับมือทั้งหมดก่อนส่งพิมพ์ ท่ามกลางเสียงทัดทานจากใครหลาย คน ความสำ�เร็จของมันอาจไม่ใช่สงิ่ เดียวกับเป้าหมายทีห่ ลายคนคาดหวัง แต่ถา้ เมื่อลูกได้อ่าน ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ได้นำ�วิธีคิดต่างๆ ของพ่อกับแม่ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์กับตนเองและส่วนรวม นั่นคือความสำ�เร็จสูงสุดของหนังสือเล่มนี้ ถ้า ตั้งใจจะทำ�อะไร อย่าได้ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และให้นึกถึงคนอื่นให้มาก ขอขอบคุณทุกๆ ส่วนร่วม ทุกๆ แรงผลักดันของ “บ่วงรักแรงอธิษฐาน” กราบขอบพระคุณเป็นพิเศษกับคุณครูภาษาไทยและคุณครูศิลปะที่เคารพรัก ทุกท่าน ขอบคุณนักอ่านอีกครั้งที่ให้โอกาสกับ “บ่วงรักแรงอธิษฐาน” และ สำ�นักพิมพ์เล็กๆ อย่าง “สำ�นักพิมพ์บ้านนางฟ้า” ขอบคุณครับ ไอรายา


บทนำ� “พระเจ้าพี่เรา จะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำ�ยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด กาลภายหน้าไปไม่มกี ษัตริยท์ จ่ี ะได้ท�ำ ยุทธหัตถี อีกแล้ว”1 แปร๋นนน.... เสียงประกาศก้องท้าทายอย่างห้าวหาญ หนักแน่นและทรงพลังจากเบือ้ งสูง กังวานผ่านกลุ่มควันหนาและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย เสียงช้าง ฝีเท้าม้า เสียงอาวุธ ยุทโธปกรณ์แหวกอากาศและปะทะกัน เสียงคำ�รามของผู้คนนับพันนับหมื่น ผสานเสียงกรีดร้องโหยหวนอื้ออึงกึกก้องทั่วทุกสารทิศ สร้างความตื่นตระหนก ให้กับผู้จำ�ต้องอยู่ในเหตุการณ์อย่างไม่คาดฝันและปรารถนา “นี่มัน...สงครามเหรอ?” “ถวายอารักขาพ่ออยู่หัว!” ยังไม่ทนั จะหาคำ�ตอบให้หายสงสัย เบือ้ งหน้าก็ปรากฏชายไทยวัยฉกรรจ์ รูปร่างกำ�ยำ�ล่ำ�สัน สองมือถือดาบแกว่งไกวเกรี้ยวกราดและดุดัน โลหะคมกริบ ฟาดฟันหนักหน่วงและรุนแรง ศัตรูที่กรูกันเข้ามาต้องสังเวยชีวิตคนแล้วคนเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ศีรษะและแขนขาของพวกมันต้องขาดกระเด็น เลือดสีแดงสด พุ่งกระฉูดเจิ่งนองส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง 1 พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล, หน้า 144 ผู้เขียนยกข้อความเดิมจากพงศาวดารมาเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งศึกยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชา หากเขียนถ้อยคำ�นี้ขึ้นใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิมอาจเกิดความสับสนกับผู้อ่านได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ตัวละครในเรื่องเป็นตัวละครที่สมมุติขึ้น

5


ท่ามกลางความตกตะลึงหนึ่งในพวกมันพุ่งตรงเข้ามาเงื้อดาบสุดแขน หมายฟาดฟันให้สิ้นซาก แต่ในเสี้ยวพริบตาศีรษะชั่วๆ ของมันก็ขาดกระเด็น ด้วยคมดาบในมือที่ตวัดสวนออกไปตามสัญชาติญาณการป้องกันตัว ‘ดาบ! เรามีดาบ’ ฉับพลันนั้นความตื่นตระหนกที่เคยมีก็เหือดหายไป หมดสิ้น ความฮึกเหิมและกำ�ลังใจที่กร้าวแกร่งพุ่งกระฉูดขึ้นมาแทนที่ บัดนี้ถึง เวลาพญาราชสีห์ออกล่าเหยื่อแล้ว สองขาแข็งแรงกระโจนทะยานไปเบื้องหน้า มันผู้ใดบังอาจล่วงล้ำ�กล้ำ�กรายหมายลอบปลงพระชนม์พ่ออยู่หัว กูจะตัดคอมัน ไม่ให้มีโอกาสได้มองเห็นแสงทองของวันพรุ่งอีกต่อไป สองชีวิตสี่คมดาบมุ่งมาดฟาดฟันเหล่าทหารพม่ารามัญล้มตายกลาด เกลื่อน เบื้องบนการยุทธหัตถียังดำ�เนินไปอย่างไม่มีผู้ใดเพลี่ยงพล้ำ�และล่าถอย “ระวัง!” ในจังหวะแห่งการประหัตประหารอย่างติดพัน นักรบผู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ร้องเตือนมาทางด้านหลัง ทำ�ให้ต้องหันไปมองพร้อมดาบสุดท้ายที่ตวัดฉับเข้า ลำ�คอของศัตรู ร่างกำ�ยำ�นัน้ พุง่ เข้าขวางทางธนูทก่ี �ำ ลังแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว และรุนแรงโดยไม่มีท่าทียำ�เกรงเลยแม้แต่น้อย ‘ชายผู้นี้...คิดจะปกป้องเรา...ด้วยชีวิต’ ฉึก! ภาพสุดท้ายปลุกชายหนุ่มให้สะดุ้งตื่นจากการหลับใหล หัวใจที่เต้นแรง บวกกับความชัดเจนของภาพเหตุการณ์ทั้งหมดทำ�ให้ ‘ปราณ’ แทบไม่อยากเชื่อ ว่านี่เป็นแค่ความฝัน กระทั่งสติสัมปชัญญะปัจจุบันเข้ามาแทนที่ ค่ำ�คืนธรรมดา ที่แสนเงียบเหงาจึงกลับมาเยือน โคมไฟแสงนวลบนโต๊ะทำ�งานถูกเปิดขึน้ อีกครัง้ ร่างสูงโปร่งในชุดกางเกง นอนและเสื้อกล้ามสีขาวหย่อนตัวลงนั่ง บรรจงวางถ้วยกาแฟที่ยังมีไอละออง เบาบางล่องลอยอ้อยอิง่ ส่งกลิน่ หอมกรุน่ ก่อนจะเอนหลังชิดพนักพิงอย่างผ่อนคลาย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาและแววตาอ่อนโยนมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ดาวเดือนเคลือ่ นคล้อยบอกให้รวู้ า่ นีเ่ ป็นเวลาค่อนคืน กลุม่ เมฆบางๆ สะท้อน แสงจากพระจันทร์กลมโตดูนมุ่ นวล หมูด่ าวน้อยใหญ่แข่งกันอวดแสงระยิบระยับ 6


พราวพรายทั่วผืนฟ้า ดึกดื่นป่านนี้จะมีใครตื่นอยู่รับรู้ความคิดถึงที่ส่งไปบ้าง ไหมนะ ฤทธิ์คาเฟอีนช่วยขับไล่ความง่วงให้หายไปได้บ้าง ช่วงเวลาแห่งความ เงียบสงบเช่นนีเ้ หมาะทีจ่ ะนัง่ เขียนนิยายเรือ่ งใหม่ให้จบ นิยายทีเ่ ต็มไปด้วยกลิน่ ไอ แห่งรัก ความหวัง และการรอคอย ‘นิยายรักของเรา’ เอือ้ มมือไปหยิบนิยายรักเรือ่ งล่าสุดจากตูห้ นังสือทีต่ ง้ั อยูใ่ กล้ๆ ความพิเศษ ที่ทำ�ให้นี่เป็นยิ่งกว่านิยายรัก คืออารมณ์และความรู้สึกที่กลั่นจากส่วนลึกของ หัวใจเพือ่ ถ่ายทอดสูห่ วั ใจของใครอีกคน ความรักทีก่ รุน่ ๆ รอการเปิดเผยถูกส่งไป ยังผูร้ บั พร้อมของขวัญปีใหม่แล้ว คงต้องรอดูสกั พักว่า ‘นิยายรักของเรา’ จะทำ�งาน ได้ดีเพียงใด จะเป็นเพียงนิยายรักที่เรียกรอยยิ้มจางๆ เพราะสนุกถูกใจคนอ่าน หรือจะเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่สำ�คัญพอจะแง้มประตูใจของสาวเจ้าให้เปิดกว้าง รอรับไออุ่นแห่งรักที่แตกต่างไปจากเดิมของพี่ชายคนนี้ อีกครั้ง... ‘น้องปิ่นจะอ่านรึยังนะ จะรับรู้สิ่งที่พี่อยากจะบอกได้รึเปล่า’ ภาพเก่าๆ ในอดีต เมื่อครั้งยังเด็กชัดเจนแจ่มใสทุกรายละเอียดประหนึ่ง เพิง่ ผ่านไปเมือ่ วานนีเ้ อง จุดเริม่ ต้นของความใกล้ชดิ ผูกพันอันยาวนานจนสามารถ ผันเปลี่ยนความรู้สึกของชายหนุ่มให้เป็นอย่างทุกวันนี้ วันที่หัวใจอบอวลไปด้วย ไออุ่นและกลิ่นละมุนแห่งรัก ดอกไม้สีสวยชูช่อสะพรั่งอาบลมห่มน้ำ�ค้างเฝ้าคอย เวลาที่แสงทองของวันใหม่จะฉายส่อง ‘อ้าวปราณ กำ�ลังคิดถึงอยู่พอดี รอแป๊บนะ’ เพื่อนใหม่เมื่อวัยเด็กกล่าวทักทายด้วยน้ำ�เสียงและสีหน้าแสดงความ ยินดีเมื่อ ‘เด็กชายปราณ’ เพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมาอยู่ชั่วคราวในช่วงปิดเทอมแวะ มาหาที่บ้าน ‘เด็กชายปณิธาน’ หรือ ‘ปอนด์’ กระโดดขึ้นจากสระว่ายน้ำ�และวิ่ง ปร๋อเข้าบ้านไป รอยเท้าขนาดกลางของเด็กชายวัยสิบสองปีพาน้ำ�เลอะพื้นเป็น ทาง ‘คุณรำ�เพย’ ผู้เป็นมารดาอ้าปากจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ดวงหน้าอิ่ม และแววตาอบอุ่นเปลี่ยนเป็นยิ้มขำ�เมื่อสังเกตเห็นมือข้างหนึ่งของลูกชายจอมซน เหนี่ยวหัวกางเกงว่ายน้ำ�ตัวเก่งที่ยางยืดเก่าจนยานเจียนจะหลุด 7


‘ท่าจะรักมากกางเกงตัวนี’้ เธอโน้มตัววางจานขนมขบเคีย้ วบนโต๊ะหินอ่อน ใต้ชายคาศาลาร่มเย็น รับไหว้เด็กชายผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ก่อนจะ เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ปราณนั่งรอเพื่อนใหม่อย่างสงบ วันนี้อากาศกำ�ลังเย็นสบาย แดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านกลุ่มเมฆขาวบางๆ ลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านัน้ บ้านหลังนีถ้ กู ตกแต่งดูแลเอาไว้รม่ รืน่ สวยงามสมฐานะ ผู้เป็นเจ้าของ ‘พี่ปริม...มาเล่นทางนี้ดีกว่า’ น้�ำ เสียงแจ่มใสเริงร่าของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ลูกสาวเจ้าของบ้านทีก่ �ำ ลังดำ�ผุด ดำ�ว่ายในบริเวณน้ำ�ตื้นเรียกความสนใจจากเด็กชายผู้เป็นแขกได้ไม่น้อย อดจะ อมยิม้ กับความน่าเอ็นดูของเธอไม่ได้ เด็กหญิงตัวน้อยน้องสาวคนเล็กติดพ่อของ ปณิธานอายุประมาณหกขวบ ตาโตแก้มป่องริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อในชุด ว่ายน้�ำ แบบกระโปรงสีฟา้ สด แว่นตากันน้�ำ สีเขียวสะท้อนแสงถูกเลิกขึน้ ไปคาดไว้ บนหน้าผากมนสวย เธอชื่อ ‘เด็กหญิงปิ่นปัทมา’ หรือ ‘น้องปิ่น’ ‘ทางนั้นน้ำ�ลึกนะน้องปิ่น มาเล่นทางนี้ เดี๋ยวจมน้ำ�’ ‘ปาริมา’ พี่สาวคน รองลูกติดอีกคนของ ‘คุณบุญเลิศ’ อายุเก้าขวบร้องห้ามเมือ่ เห็นน้องสาวทำ�ท่าจะ ว่ายออกไปบริเวณน้ำ�ลึก ด้วยวัยที่ยังเด็กจึงไม่ใช่เรื่องยากนักที่ทั้งสามจะรักกัน แน่นแฟ้นประหนึ่งว่าเป็นพี่น้องร่วมครรภ์มารดาเดียวกัน ‘ไม่เป็นไรหรอก เขาว่ายน้ำ�เป็นแล้ว’ ร่างเล็กๆ พาตัวเองแหวกว่ายไกล ออกไปจนพ้นบริเวณที่ขาสั้นๆ และสองเท้าน้อยๆ จะหยั่งถึง ‘อ๊า...ช่วยด้วย!’ ต้องร้องเสียงหลง กลืนน้ำ�ในสระไปหลายอึก สองแขน ไขว่คว้าตีน้ำ�ป๋อมแป๋ม ‘ช่วยด้วย น้องปิ่นตกน้ำ�!’ อารามตกใจ คนเป็นพี่สาวได้แต่ยืนขาแข็งและ ร้องตะโกนหาคนช่วย ในวินาทีแห่งความตื่นเต้นตกใจจนทำ�อะไรไม่ถูกนั้น เด็กชายผู้มาเยือน รีบกระโดดลงน้ำ�ไปช่วยพยุงไม่ให้เด็กหญิงตัวเล็กต้องกินน้ำ�ในสระไปมากกว่า นั้น เขาพาน้องปิ่นที่เริ่มจะคลายจากอาการตกใจเข้าฝั่งได้อย่างง่ายดาย ‘แค่ก...ยังว่ายไม่เป็นนี่นา’ คนตัวเล็กหัวเราะร่วนจนตาหยี มองหน้าคน 8


โน้นทีคนนี้ทีแก้เขิน ที่แท้ที่ผ่านมาเพราะมีคนให้เกาะต่างหากจึงลอยน้ำ�อยู่ได้ โดยไม่จม เหตุการณ์ในวันนั้นทำ�ให้ปราณกลายเป็นเสมือนสมาชิกอีกคนหนึ่งของ ครอบครัว ในทุกๆ วันหยุดยาวหรือเวลาช่วงปิดเทอม ปราณจะเดินทางจากต่าง จังหวัดมาช่วยงานที่บ้านของคุณป้า และในยามว่างเขาสามารถไปมาหาสู่ที่บ้าน ของปณิธาน ปาริมา และปิ่นปัทมา ได้ทุกเวลา ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่น และเป็นกันเองของคุณบุญเลิศและคุณรำ�เพย เด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา โตพอที่จะหัดขี่จักรยานได้ ด้วยความซุกซนเธอมักไม่สนใจจักรยานคันเล็กสำ�หรับหัดขี่ของตัวเอง แต่... ‘หลีกปาย...อ๊า!’ จักรยานเสือภูเขาคันใหญ่ของปณิธานแหวกอากาศมาด้วยความเร็วค่อน ข้างสูงโดยมีร่างเล็กๆ คร่อมขาขวาลอดช่องใต้คานกลางยื่นเท้าไปถึงบันได ซึ่ง ในอิริยาบถนั้นคิดว่าคงปั่นได้เพียงครั้งละครึ่งรอบ สองมือเล็กๆ จับแฮนด์เอาไว้ แน่นสีหน้าและแววตาตืน่ ตระหนก เส้นผมนุม่ สลวยปลิวสยายตามแรงลม ความเร็ว ขนาดนี้ทำ�ให้ไม่กล้าเอาเท้าแตะพื้นเกรงจะทำ�ให้เสียหลัก ถ้าล้มลงไปคงได้เก็บ เศษหินเล็กๆ ออกจากหัวเข่าเป็นแน่ ลืมเรื่องเบรกที่อยู่ใกล้ๆ มือไปเสียสนิทใจ พืน้ ต่างระดับทำ�ให้ความเร็วเพิม่ ขึน้ เรือ่ ยๆ เด็กหญิงผูซ้ กุ ซนหลับตาปี๋ ...สาธุ เทวดาช่วยด้วยหนูยังไม่อยากตาย... พี่ๆ ทั้งสามมองตามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ อดหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นไม่ได้ นี่แหละหนอผลของการไม่เชื่อฟังพี่ๆ โครม!! ‘ฮือ...’ ‘ไม่ต้องกลัวนะ ทรงตัวดีๆ แล้วก็ปั่นไปเรื่อยๆ พี่จะพยุงไว้ไม่ล้มหรอก’ เมื่อคันใหญ่ไม่ได้ทำ�ให้เข็ดขยาดก็ยังต้องพยายามกันต่อไป เป็นหน้าที่ ของพี่ปราณที่ต้องช่วยพยุงเพื่อฝึกการทรงตัว โดยมีพี่ปอนด์และพี่ปริมคอยให้ กำ�ลังใจอยู่ห่างๆ การหัดขี่จักรยานเป็นการพิสูจน์ความกล้าอย่างหนึ่ง กล้าที่จะ เสี่ยง กล้าที่จะตัดสินใจ บางครั้งแค่เพียงเรากล้าที่จะก้าวออกไปจากจุดที่เรายืน 9


ความสำ�เร็จที่ดูเหมือนจะเข้าถึงอย่างยากเย็นก็รออยู่แค่เอื้อม ‘โอเค ไปโลด พี่ปราณห้ามปล่อยนะ’ เด็กหญิงค่อยๆ ออกแรงปั่นช้าๆ ปรับ ร่างกายให้โอนอ่อนตามจังหวะการเคลื่อนไหวให้มีแรงฝืนน้อยที่สุด หากเกิด อะไรขึน้ เชือ่ ว่าพีป่ ราณทีก่ �ำ ลังประคองอยูจ่ ะช่วยเอาไว้ได้ทนั ขึน้ นัง่ บนอาน คร่อม คานกลางอย่างไม่ตอ้ งกลัวล้มแม้ขาจะแตะไม่ถงึ พืน้ ก็ตาม ต้องแบบนีส้ ถิ งึ จะเป็น การหัดขี่จักรยานที่อุ่นใจที่สุดในโลก ‘อ๊า! พี่ปราณบ้า หลอกเขา...’ เสียงใสๆ โวยวายลั่นเมื่อปั่นไปเรื่อยๆ โค้ง ไปไกลๆ และย้อนกลับมาพบว่าพีป่ ราณยังยืนอยู่ ณ จุดเริม่ ต้น หาได้คอยประคอง อยู่ด้านหลังอย่างที่เข้าใจตลอดเวลาไม่ อยากจะกระโดดกัดหูสักทีให้หายแค้น แต่ก็ยิ้มออกเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เพราะถูกหลอกให้ลืมความกลัวจึงทำ�ให้ขี่จักรยาน เป็นแล้ว ‘เด็กน้อยของพี่...’ รอยยิ้มปริ่มใบหน้าหนุ่มเมื่อนึกถึงภาพน่ารักในอดีต วางหนังสือลงเอื้อมหยิบกรอบรูปอันเล็กบนโต๊ะทำ�งาน เกลี่ยนิ้วบนแก้มอิ่มของ คนถูกแอบรักด้วยหัวใจคะนึงหา “คุณผูช้ มคะ ขณะนีด้ ฉิ นั กำ�ลังยืนอยูห่ ลังแนวรัว้ ของกลุม่ ผูช้ มุ นุม ซึง่ ขณะนี้ เริ่มมีการชุลมุนกันแล้วเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้เดินหน้ากดดันเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุม นั้นยอมสลายการชุมนุมค่ะ” เสียงปืนที่ดังเป็นระยะผสานเสียงฝูงชนอื้ออึงทำ�ให้ปิ่นปัทมาซึ่งกำ�ลังทำ� หน้าที่รายงานข่าวต้องหันรีหันขวางด้วยความตื่นตระหนก แต่ด้วยสำ�นึกของผู้ สื่อข่าวที่ต้องการทำ�หน้าที่ให้ดีที่สุด รายงานสถานการณ์บ้านเมืองให้ประชาชน ได้รับรู้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา หญิงสาวรูปร่างกะทัดรัดปราดเปรียวใน เครื่องแต่งกายทะมัดทะแมงสวมหมวกและเสื้อกันกระสุนขยับย้ายจุดยืนเพื่อ เปลี่ยนมุมกล้อง “ถอยมาอีกหน่อยครับน้องปิ่น ตรงนั้นอันตรายเกินไป” “เทคเดียวค่ะพี่” ตะโกนบอกพี่โตช่างภาพที่แสดงความเป็นห่วงด้วยเสียง อันดังแข่งกับฝูงชนเตรียมพร้อมสำ�หรับการรายงานสดต่อไป แต่แล้วก็ตอ้ งกระโดด 10


หลบเข้าที่กำ�บังอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นในบริเวณพื้นที่ชุมนุมใกล้ๆ นั้น หลายคนต้องร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเพราะโดนสะเก็ดระเบิด เหมือนเทน้ำ�มันราดรดบนกองไฟ กลุ่มผู้ชุมนุมลุกฮือพุ่งตรงเข้าประทะ กับเจ้าหน้าที่ทหารนับร้อยที่ตั้งแถวหน้ากระดานพร้อมโล่เดินเข้ากดดัน โดยมี ปืนยาวลูกยางยิงขู่ขึ้นฟ้าเป็นระยะ หญิงสาวที่ยังหลบอยู่ในที่กำ�บังให้สัญญาณช่างภาพเพื่อถ่ายเก็บภาพ ข่าวทัง้ หมดเอาไว้ ขณะรายงานสดด้วยเสียงเปล่าสลับกับภาพทีถ่ า่ ยได้บา้ งต่อไป ไม่ว่านี่จะคือการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยหรือเรียกร้องอะไรเพื่อใครก็ตาม แต่สถานการณ์ได้ลกุ ลามล่วงเลยจุดทีเ่ รียกว่าชุมนุมโดยสงบมาแล้ว เมือ่ ต่างฝ่าย ต่างมีเหตุผลที่จะเดินหน้าตามจุดยืนของตนเอง สิ่งที่ตามมาอาจจะเลวร้ายเกิน คาดคิด ประชาธิปไตยคืออะไรปิน่ ปัทมาไม่คอ่ ยให้ความสนใจมากนัก เพราะตัง้ แต่ โตมาพ่อกับแม่กส็ อนให้รจู้ กั เคารพสิทธิข์ องผูอ้ น่ื พอๆ กับสิทธิข์ องตนเอง แค่เพียง ไม่ใช้สิทธิ์ของตนอย่างเสรีจนไปล่วงล้ำ�หรือลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น เท่านั้นสังคมไทยที่มีพื้นฐานจิตใจเอื้ออาทรอยู่แล้วก็จะสวยงามและน่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่นี่มันอะไรกัน “แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นค่ะ มีระเบิดถูกโยนเข้ามาท่ามกลาง กลุม่ ผูช้ มุ นุมเป็นผลให้มผี ไู้ ด้รบั บาดเจ็บนับสิบคน และตามด้วยเสียงปืนทีย่ งิ เข้ามา เป็นระยะ ทำ�ให้หน่วยกู้ภัยต้องทำ�งานกันอย่างหนักเพื่อทยอยคนเจ็บส่งโรง พยาบาลค่ะ” ปิน่ ปัทมารายงานข่าวเร็วปรือ๋ ด้วยน้�ำ เสียงตืน่ เต้นพลางกวาดสายตา ไปทั่วบริเวณ สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งถูกสะเก็ดระเบิดและล้มคว่ำ�หน้าอยู่กับพื้น ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่วิ่งพล่านไปมา “แย่แล้วค่ะคุณผู้ชม มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงนอนคว่ำ�อยู่ที่พื้นท่ามกลาง ความอลหม่าน เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถฝ่าฝูงชนเข้ามาช่วยเหลือได้” หญิงสาว หยุดการรายงานชั่วขณะ มองซ้ายมองขวาอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่ หันมาบอกกับผู้ชมด้วยแววตามุ่งมั่น “แล้วดิฉันจะกลับมารายงานความคืบหน้าเป็นระยะ สวัสดีค่ะ” 11


“น้องปิ่น!!” ตากล้องคู่ใจร้องห้ามเสียงหลงแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างเล็กๆ ของผู้สื่อข่าวสาวคนเก่งโน้มตัววิ่งฝ่าฝูงชนออกไป เสียงปืนและลูกกระสุนที่ไม่รู้ มาจากฝ่ายไหนปลิวว่อนไปหมด ก่อนจะพยุงกึ่งแบกผู้บาดเจ็บเข้าสู่ที่กำ�บังได้ อย่างหวุดหวิด หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งพิงกำ�แพงหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มอิ่มใจพราวพรายบนใบหน้าชื้นเหงื่อ หากเพียงเธอตัดสินใจช้าไปกว่านี้ อีกสักนิด เหยื่อผู้น่าสงสารของการเรียกร้องประชาธิปไตยอาจจะไม่มีลมหายใจ อยู่เพื่อชื่นชมภาพแห่งความสงบสุขอันหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววันนี้อีกครั้ง และก่อนทีเ่ หตุการณ์จะบานปลายต่อไป เสียงแกนนำ�ก็ประกาศผ่านเครือ่ ง ขยายเสียงเพื่อยุติการชุมนุม “พี่ลุ้นใจหายใจคว่ำ�เลยน้องเอ๊ย ทีหลังอย่าทำ�แบบนี้อีกนะ” เมื่อกลับเข้าสู่สถานี พี่ๆ หลายคนวิ่งเข้ามาโอบกอดร่ำ�ไห้กับภาพที่เห็น ผ่านการรายงานสดทีเ่ พิง่ ผ่านไปเมือ่ สักครู่ ปิน่ ปัทมาเป็นคนน่ารัก เข้ากับเพือ่ นๆ และพี่ๆ ทุกคนได้ดี ใครมีอะไรขอร้องหรือไหว้วาน ในฐานะน้องเล็กหญิงสาว ยินดีชว่ ยเหลือทุกคนโดยไม่มขี อ้ แม้ใดๆ จึงไม่ใช่เรือ่ งแปลกทีเ่ ธอจะได้รบั ความรัก และความห่วงใยจากทุกคนอย่างมากมายพอๆ กับคิวงานที่แปะเต็มกระดานรอ ให้กลับมาสะสางและแสดงความมีน้ำ�ใจในแต่ละวัน “ปิ่นอยู่ตรงนั้น ปิ่นทิ้งเขาไม่ลงหรอกค่ะ” “โอย.. เมื่อยจังเลย” ผู้สื่อข่าวสาวสวยสะพรั่งผู้เพิ่งผ่านเหตุการณ์สุดระทึกมาเมื่อวานนี้ พาร่าง บอบบางในชุดนอนกางเกงลายการ์ตูนสีฟ้าอ่อน ออกมายืนบิดขี้เกียจที่ระเบียง หลังบ้านบนชั้นสอง ดวงหน้าเรียวสวยและตาหวานซึ้งมีแววอิดโรย มืองามป้อง ปากหาวยาวๆ จนน้ำ�ตาไหล หมู่นี้งานชุกจนมีเวลานอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไม่นึก เลยว่าแค่เพียงอายุยี่สิบสองปีก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมากมายถึงเพียงนี้ สายลมเอื่อยแผ่วพาความเย็นยามเช้าที่ยังหลงเหลืออยู่กระทบใบหน้า ปอยผมสีน้ำ�ตาลเข้มปลิวสยายสะท้อนแสงแดดที่กำ�ลังโผล่พ้นขอบฟ้าเป็นสีทอง เรือ่ เรือง รูส้ กึ กระปรีก้ ระเปร่าขึน้ มาบ้างแต่กม็ อิ าจขับไล่ความง่วงสะสมให้หมดไป 12


ได้ในทันที ผีเสื้อสีสวยโผผินหยอกล้อเล่นกันตรงพุ่มไม้ดอกที่เลื้อยเป็นเครือบน ซุ้มโครงไม้ระแนงสีขาวสูงท่วมศีรษะในสวนหย่อมใกล้ๆ เรียกรอยยิ้มจางๆ ให้ ปรากฏที่มุมปากสวย ริมผีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติไร้การฉาบแต้ม ด้วยเครื่องประทินโฉมใดๆ มองชิงช้าไม้ตัวเก่าที่สงบนิ่งอยู่ใต้ต้นฉำ�ฉาก็อดนึกสงสารไม่ได้ นานแล้ว ทีไ่ ม่มเี วลาสนใจเพือ่ นเก่าเมือ่ เยาว์วยั ปล่อยให้รอคอยอย่างอ้างว้างตากแดดตากฝน จนสีซีด รอก่อนนะเจ้าชิงช้าไม้ รอให้ปน่ิ สะสางงานทีก่ องท่วมหัวให้เสร็จสิน้ ไปก่อน แล้วจะหาเวลาหยุดยาวมานั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อน ระลึกความหลังให้สบายใจ ไปเลย.. ‘เหวอ...แกว่งสูงขนาดนี้ น้องปิ่นกลัวมั้ย’ พี่ปราณที่ดูสูงเก้งก้างเพราะ กำ�ลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น เอ่ยถามพร้อมออกแรงแกว่งชิงช้าให้สูงขึ้น ‘สูงอีกก็ได้เขาไม่เห็นกลัวเลย ฮ่าๆๆ’ เมื่อสองมือยึดแน่นที่เชือกสองข้าง และนั่งอย่างมั่นคงก็ไม่เห็นจะต้องเกรงกลัวอะไร ถึงยังไงพี่ปราณก็ต้องกลัวทำ� ปิ่นตก คงไม่กล้าไกวแรงหรอกน่า ‘ไม่กลัวใช่มั้ย นี่แน่ะ’ ‘อ๊า...กลัวแล้ว...’ ‘พี่ปราณบ้า’ รอยยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นฟันซี่สวยเมื่อนึกถึงภาพเก่าๆ ครั้ง ยังเด็ก พีป่ ราณคือเพือ่ นและพีช่ ายทีแ่ สนดีเสมอมา แม้กาลเวลาจะทำ�ให้หลายสิง่ หลายอย่างเปลีย่ นไป แต่มสี งิ่ หนึง่ ทีอ่ นุ่ ๆ อยูใ่ นหัวใจเสมอ นัน่ คือความเอ็นดูและ ปรารถนาดีที่พี่ปราณมีให้ นี่ถ้าได้ดูข่าวการชุมนุมเมื่อวานนี้มีหวังได้โทรมาบ่น จนหูชากันไปข้างแน่ๆ ผีเสือ้ สีสวยคูน่ น้ั บินขึน้ มาวนเวียนหยอกเย้ารอบๆ ตัวดังจะชืน่ ชมดอกไม้งาม อีกดอกหนึง่ ทีเ่ พิง่ แย้มกลีบเบ่งบานรับแสงอรุณ เรียกความสดชืน่ ให้ตน่ื จากหลับใหล ขับไล่ความเมือ่ ยล้าและง่วงเหงาหาวนอนให้สนิ้ ไป นีเ่ ป็นมุมเล็กๆ ของธรรมชาติ ที่สดชื่นซึ่งหาได้ค่อนข้างยากในเมืองใหญ่ 13


รอยยิ้มแจ่มใสมีอันต้องหุบลงเมื่อเสียงวุ่นวายบนท้องถนนจากฝั่งหน้า บ้านดังแว่วมา ซึง่ มากพอจะกลบกลืนอารมณ์สนุ ทรียท์ า่ มกลางธรรมชาติยามเช้า ให้หมดสิ้นไปโดยง่าย “เฮ้อ... อยากหยุดพักยาวๆ สักเดือน จะนอนให้อิ่มไปเลย ทำ�ไมชีวิตของ แกมันวุ่นวายจังเลยนะปิ่นเอ๊ย” ตัดพ้อออกมาอย่างเหนือ่ ยหน่ายก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้อง คว้าผ้าเช็ดตัว เตรียมอาบน้ำ�เพื่อออกไปเผชิญมลพิษและความวุ่นวายของสังคมเมืองอีกครั้งใน วันนี้ เหลือบมองนิยายรักเล่มน้อยของขวัญปีใหม่จากพี่ปราณที่เพิ่งแกะกล่อง แต่ยงั ไม่มโี อกาสได้อา่ นแล้วต้องถอนใจเบาๆ เกือบหนึง่ เดือนเต็มทีพ่ ป่ี ราณให้มา แต่เธอยังไม่ได้อ่านเลย ดูจากคำ�นำ�พอจะรู้ว่าเป็นนิยายที่ตั้งใจเขียนจากความ รู้สึกเพื่อบอกบางสิ่งกับใครบางคน ซึ่งก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร แต่...รอก่อนนะแล้ว คนสวยจะมาอ่านให้ได้ในเร็ววัน หญิงสาวชะงักเท้าเมื่อเสียงโทรศัพท์สายแรกของวันนี้ดังขึ้น คิ้วเรียวสวย ขมวดเข้าทันใด เอ๊ะ..ทำ�ไมวันนี้พี่โตโทรมาแต่เช้าเชียว หันขวับไปมองนาฬิกา บนฝาผนัง ...นี่มันยังหกโมงเช้าอยู่เลยนี่นา... “ว่าไงนะคะพี่โต...ได้ค่ะ ปิ่นจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ปิน่ ปัทมารีบอาบน้�ำ แต่งตัวอย่างรวดเร็วหลังจากวางสายของพีโ่ ต ช่างภาพ คู่ใจที่โทรมาบอกว่าวันนี้มีเหตุเร่งด่วนต้องออกไปทำ�งานกันอีกแล้ว เนื่องจาก ทีมข่าวอีกทีมหนึ่งที่รับผิดชอบข่าวการค้ายาเสพติดได้หายตัวไปไม่สามารถ ติดต่อได้ ทางสถานีจึงมอบหมายให้ทีมของปิ่นปัทมาออกปฏิบัติหน้าที่แทน “หลังจากที่สายข่าวรายงานเข้ามาว่าจะมีการส่งมอบยาบ้าจำ�นวนหลาย พันเม็ดในบริเวณพื้นที่คลองเจ๊ก อำ�เภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ทีมข่าวของ เราก็ได้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไปพร้อมๆ กับทีมของเจ้าหน้าที่ตำ�รวจ ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์ได้รุนแรงขึ้นอีกเมื่อเป้าหมายจวนตัวหมดทางหลบหนี และได้จบั ผูส้ อ่ื ข่าวพร้อมช่างภาพของเราเป็นตัวประกัน ซึง่ ขณะนีเ้ จ้าหน้าทีต่ �ำ รวจ ได้ล้อมพื้นที่เอาไว้ทั้งสี่ด้านแล้วค่ะ” “ออกมามอบตัวซะเถอะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ผมสัญญาว่าจะให้ 14


ความเป็นธรรมกับคุณอย่าทำ�แบบนี้เลย” เจ้าหน้าที่ตำ�รวจพยายามเกลี้ยกล่อมเป้าหมายซึ่งได้กลายเป็นคนร้าย เต็มตัวแล้วด้วยเสียงอันดังผ่านทางโทรโข่ง หลังจากที่ตำ�รวจกรูกันเข้าแสดงตัว หมายควบคุมตัวพ่อค้าขายผักที่กำ�ลังเข็นรถขนผักเพื่อนำ�ไปส่งให้กับแม่ค้าที่ ตลาดสด ด้วยความตกใจ พ่อค้าทีถ่ กู หมายมัน่ ว่าเป็นผูร้ า้ ยค้ายาบ้าจึงวิง่ หนีเข้าไป ในตรอกซอกซอย ก่อนจะฉวยปืนเด็กเล่นซึ่งมองไกลๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่านั่นคือ ปืนปลอม เมื่อทีมผู้สื่อข่าวจากสถานีเดียวกับปิ่นปัทมาวิ่งสวนทางเข้ามาพอดี จึงถูกจีบ้ งั คับให้ตามเข้าไปในโกดังเพือ่ เป็นตัวประกัน และนัน่ คือสาเหตุทป่ี น่ิ ปัทมา จะต้องมาทำ�หน้าที่แทนในวันนี้ “ความเป็นธรรมยังงั้นเหรอ...ถุย!...ถ้าโลกนี้ยังมีความเป็นธรรม พ่อค้า ขายผักหากินไปวันๆ อย่างกูคงไม่ต้องถูกไล่ล่ายิ่งกว่าอาชญากรแผ่นดินขนาดนี้ หรอกโว้ย ทีไอ้พวกปล้นบ้านโกงเมืองทำ�ไมมึงไม่ไปจับ มันเป็นพ่อมึงหรือพวกมึง ไม่มีปัญญาวะ” เสียงตะโกนก่นด่าด้วยน้ำ�เสียงกระแทกกระทั้นหยามเหยียดดังออกมา จากโกดังสังกะสี ราวกับไม่ได้สำ�นึกว่ากำ�ลังทำ�ผิดเลยแม้แต่น้อย นี่สังคมไทย เสื่อมทรามขนาดนี้แล้วหรือ ถ้าการค้ายาบ้าและจับผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันไม่ใช่ เรื่องที่ควรละอาย สามัญสำ�นึกของผู้คนไม่ได้บอกว่านี่คือการกระทำ�ที่เลวร้าย ประเทศนี้คงไม่สามารถเจริญทัดเทียมอารยประเทศได้อีกแล้ว อย่าเลยแม้แต่จะ เพียงฝัน “มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน ใจเย็นๆ” “ไม่ต้องพูดมาก ส่งตัวคุณปิ่นเข้ามาคุยกับกู” “ปิน่ ไหนล่ะทีน่ ไ่ี ม่มใี ครชือ่ ปิน่ หรอกนะ” เจ้าหน้าทีต่ �ำ รวจพยามบ่ายเบีย่ ง อย่างนุม่ นวลทีส่ ดุ คนร้ายมีผสู้ อื่ ข่าวสองคนเป็นตัวประกันคงไม่สามารถบุม่ บ่าม ทำ�อะไรลงไปในตอนนี้ได้ แม้จะถูกหยามศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรงสักเพียงไหน แต่ ถ้าผู้รักษากฎหมายไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุขุมรอบคอบ แล้ว จะทำ�ให้ประชาชนอุ่นใจที่ได้ฝากชีวิตเอาไว้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้ยังไงกัน ระหว่างนี้คงต้องช่วยกันคิดหาทางคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด โดยไม่ให้มี 15


ใครต้องสูญเสีย “ปิ่นปัทมาที่เป็นนักข่าวไง โง่รึเปล่าไม่รู้จักคุณปิ่นปัทมา” “ปิ่นอยู่นี่ค่ะสารวัตร” ปิ่นปัทมาและพี่โตตรงเข้าแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตำ�รวจเพื่ออาสาเข้าไปเกลี้ยกล่อมคนร้าย จากน้ำ�เสียงและสรรพนามที่ใช้เรียก ชื่อเธอ หญิงสาวคิดว่าน่าจะช่วยพูดให้คนร้ายยอมมอบตัวได้ หรืออย่างน้อยก็ อาจจะช่วยทำ�ให้สถานการณ์เลวร้ายน้อยที่สุด และจะได้ถือโอกาสเข้าไปดูว่า เพื่อนร่วมงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันเป็นอย่างไรบ้าง หญิงสาวสวมเสื้อกันกระสุนและสวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตอีกชั้นหนึ่งตาม ที่สารวัตรแนะนำ� ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูและเดินเข้าไปข้างในพร้อมๆ กับพี่โต ที่ไม่ยอมให้เธอเข้าไปเผชิญชะตากรรมตามลำ�พัง “หนูปิ่น ช่วยลุงด้วย…” แล้วหญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ร้าย ค้ายาบ้า ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีเศษเนื้อตัวผอมเกร็ง ผมเกรียนผิวคล้ำ� และกร้านแดด สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวของแถมยาฆ่าแมลงยี่ห้อหนึ่ง กางเกง ขายาวสีด�ำ ทีห่ี มองซีดจนกลายเป็นสีเทาพับปลายขาหนีความชืน้ แฉะ รองเท้าคีบ ที่ผ่านการใช้งานจนพื้นบางเจียนจะขาด คนร้ายที่เธอต้องเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว กำ�ลังนั่งลงคุกเข่าพนมมือละล่ำ�ละลักขอความช่วยเหลือด้วยเนื้อตัวสั่นเทา เธอ พอจำ�ได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นลุงคนนี้เข็นผักขายที่ตลาดตั้งแต่จำ�ความได้ “ใจเย็นๆ ค่ะลุง ทุกปัญหามีทางออกนะคะ” ปิ่นปัทมาโน้มตัวพยุงคนที่กำ�ลังตัวสั่นขึ้นนั่งบนลังไม้ซึ่งวางอยู่ใกล้ๆ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายชื้นใบหน้า ทีมข่าวที่ถูกจับเป็นตัวประกันไม่มีใครได้รับ อันตราย ตรงกันข้ามทั้งสองกลับกำ�ลังช่วยกันหว่านล้อมให้ชายผู้นี้ยอมมอบตัว สู้คดี หากเป็นผู้บริสุทธิ์จริงย่อมต้องได้รับความเป็นธรรมอยู่แล้ว แต่คุณลุงกลับ ไม่ยอมรับแนวคิดนี้ เพราะจากตัวอย่างหลายต่อหลายคดี ผู้ต้องหาที่ถูกตัดสิน จำ�คุกนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ การมียาเสพติดร้ายแรงอยู่ในครอบครองแม้จะด้วยความ ไม่ได้ตั้งใจโทษของมันก็รุนแรงมาก หรือเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นศาลแล้วจะไม่ถูก 16


ลงโทษใดๆ แต่สำ�หรับชาวบ้านตาดำ�ๆ ที่หาเช้ากินค่ำ�ไปวันๆ ก็แทบจะไม่พออยู่ แล้ว การมีคดีความต้องขึ้นโรงขึ้นศาลย่อมเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเหลือเกิน “ดูท่าจะอับจนหนทางจริงๆ ล่ะน้องปิ่น พี่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง พูดยังไงแกก็ ไม่ยอมมอบตัว อยากจะคุยกับน้องปิน่ คนเดียว” พีแ่ มว ผูส้ อื่ ข่าวหญิงผูก้ ลายเป็น ตัวประกันกล่าวด้วยน้ำ�เสียงอ่อนใจ “เงียบเถอะน่า!” “โธ่ลุงเอ๊ย...หนูรู้ตั้งนานแล้วว่าปืนปลอม ที่ยอมอยู่ที่นี่เพราะไม่อยากให้ ลุงถูกตำ�รวจยิงตาย” หญิงสาวแผดเสียงโต้กลับอย่างเหลืออด นีค่ ยุ กันมาตัง้ นาน สองนานตาลุงคนนี้ยังคิดว่าเธอกลัวปืนปลอมของแกอยู่อีกหรือ อ้าปากจะต่อว่า ให้สาสมที่ไม่เห็นความหวังดี แต่ก็ต้องสลดเมื่อเห็นท่าทางสิ้นฤทธิ์ของผู้ร้าย ค้ายาบ้ากำ�มะลอ “ผม...ขอโทษ...ผมกลัว...” แล้วความน่าเห็นใจสงสารก็พร่างพรูจากปากของพ่อค้าขายผักผู้เคราะห์ ร้าย ตลอดชีวติ นีแ้ ม้จะยากจนต้องทำ�งานปากกัดตีนถีบแต่กไ็ ม่มเี ลยแม้สกั วินาที ที่คิดจะหากินด้วยวิธีสกปรก เพราะนั่นคือสิ่งที่ ‘คนดี’ ควรจะเป็น และมันทำ�ให้ เขาสามารถอบรมสั่งสอนลูกหลานได้อย่างไม่รู้สึกกระดากหรือละอายใจ วันนี้ที่ ถูกล้อมจับก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีใครซุกยาบ้าเอาไว้ในรถเข็นผัก ความตกใจ ทำ�ให้เหตุการณ์ล่วงเลยมาเป็นแบบนี้ และคนเดียวที่เขานึกถึงหวังว่าจะยื่นมือ เข้ามาช่วยให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ร้ายๆ ในวันนี้ได้ก็คือปิ่นปัทมา ผู้สื่อข่าว น้ำ�ใจงามที่เขาชื่นชม ติดตามผลงานมาโดยตลอดคนนี้นั่นเอง “ลุงใจเย็นๆ นะคะ ค่อยๆ คิดว่าจะทำ�ยังไงต่อไป หนูเชื่อลุงนะ” ปิ่นปัทมา ลอบถอนใจแผ่วเบา มือเล็กเกาะกุมมือกร้านนั้นมาบีบเบาๆ เพื่อส่งกำ�ลังใจ พลางนึกหาทางออกสำ�หรับเหตุการณ์ในวันนี้ ถ้าหากชายผู้นี้ยอมมอบตัวก็ยัง ไม่แน่นักว่าสู้คดีแล้วจะรอด ทำ�ยังไงดีนะ...คิดสิปิ่นคิดสิ.... “แล้วพวกตำ�รวจล่ะน้องปิ่น มียาบ้าเยอะขนาดนี้ไว้ในครอบครอง มีหวัง ลุงแกติดคุกตลอดชีวิตแน่ๆ เลย” “มันต้องมีทางสิ...” 17


“ผมหิว!” เสียงตะโกนออกมาจากในโกดัง ทำ�ให้ตำ�รวจที่เฝ้ารออยู่ข้างนอกตั้งท่า เตรียมพร้อมอีกครัง้ ปลายกระบอกปืนนับสิบชีไ้ ปทีป่ ระตูโกดัง สารวัตรมองหน้า ลูกน้องคนสนิทพยักหน้าน้อยๆ อย่างรู้กัน “ได้ๆ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมจะให้เด็กเอาเข้าไปให้ แต่ปล่อยคนออกมาสักคน ได้มั้ย” เมื่อมีโอกาสสารวัตรก็ต่อรองทันที แม้ความหวังจะมีน้อยแต่ก็ยังดีกว่า ปล่อยโอกาสให้ผา่ นไป หากทีส่ ดุ แล้วต้องตัดสินใจใช้ความรุนแรงลงไป นัน่ ก็เป็น หนทางสุดท้ายหลังจากได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว “ตกลง” “ขอบคุณมาก คุณทำ�ดีแล้ว รอสักครู่จะให้คนเอาอาหารเข้าไป” นาย ตำ�รวจหนุ่มใหญ่ยิ้มน้อยๆ เมื่อการต่อรองประสบความสำ�เร็จ ปิ่นปัทมาพร้อมช่างภาพคู่ใจคือคนที่คนร้ายตัดสินใจปล่อยตัว หญิงสาว รีบเดินออกมาบอกเจ้าหน้าที่ตำ�รวจด้วยน้ำ�เสียงละล่ำ�ละลัก ระหว่างที่คนร้าย ตัดสินใจปล่อยตัวเธอ ช่างภาพอีกคนตัดสินใจต่อสู้และเหตุการณ์กำ�ลังชุลมุน กันอยูข่ า้ งใน ระหว่างทีถ่ อยออกมาพีโ่ ตก็ได้ยกกล้องขึน้ บ่าถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ เป็นระยะ “รีบเข้าไปช่วยข้างในเถอะค่ะสารวัตร ปิ่นไม่เป็นไร” และเมื่อตำ�รวจกรูกันเข้าไปก็พบว่า ผู้สื่อข่าวหญิงถูกมัดมือติดเสาเอาไว้ ส่วนช่างภาพสองคนนอนคว่ำ�อยู่บนพื้น ไร้เงาของผู้ร้ายค้ายาบ้าคนนั้น “น้องปิ่นอยู่ไหน...เห็นน้องปิ่นมั้ยครับสารวัตร” โต ที่อยู่ในชุดเสื้อผ้า เก่าๆ มอซอยันกายลุกขึน้ ด้วยอาการสะลึมสะลือยกมือลูกศีรษะป้อยๆ กวาดสายตา ไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่มีวี่แววของนักข่าวคู่ใจ “อ้าว แล้วคนที่ออกไปเมื่อกี้นี้ล่ะ” สารวัตรร้องถามด้วยความสงสัยก่อน สบถออกมาเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าถูกผู้ร้ายหลอกเอาเสียแล้ว หญิงสาวนั่งแท็กซี่จากมาลำ�พังบนทางด่วนด้วยหัวใจพองโตเมื่อนึกถึง วีรกรรมทีไ่ ด้ท�ำ ไปเมือ่ สักครู่ คนขายผักเคราะห์รา้ ยซึง่ ปลอมตัวเป็นพีโ่ ตได้ลงจาก 18


รถไปแล้ว และคงต้องหาทางเอาตัวรอดโดยการหลบลี้หนีหน้าไปสักพัก หรือ อาจต้องย้ายที่ทำ�มาหากินใหม่ บทเรียนในวันนี้สอนให้เขาได้รู้ว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน โชคดีที่คนอยู่ในเหตุการณ์วันนี้คือเธอไม่เช่นนั้นลุงขายผักคงต้อง ติดคุกหัวโตเป็นแน่ เอื้อมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายมาถือไว้ คงต้องรออีกสักพักแล้ว ค่อยโทรไปบอกพี่ๆ ที่สถานีว่าคนร้ายได้ปล่อยตัวแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง และ เธอคงต้องตีสีหน้าให้แนบเนียนเพราะทางตำ�รวจคงต้องเรียกตัวไปให้ปากคำ� และลงบันทึกประจำ�วัน ‘เอาน่ะปิ่นปัทมา วันนี้เธอได้ช่วยผู้บริสุทธิ์ไว้ตั้งคนนึงนะ...’

19


ตอนที่ 1

สายใยแห่งรัก เจ็ดปีที่แล้ว... “ข่าวดีจ้ะสาวๆ จากนี้ไปพี่ปราณจะมาที่บ้านพวกเราทุกวันเลย” พี่ปอนด์รูปหล่อโผล่พรวดเข้ามาในห้องที่น้องๆ กำ�ลังทำ�การบ้านกันอยู่ ด้วยสีหน้าอันแสนจะยินดี จูงแขนเพือ่ นรักทีม่ อื ยังถือกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามา ด้วย ปีนี้ปณิธานเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่สาม หน้าตาที่ฉายแววหล่อเหลา มาตั้งแต่เด็กบัดนี้คมเข้มเพราะย่างเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว การฝึกอย่างหนักทำ�ให้ ร่างกายกำ�ยำ�สมชายชาตรี และด้วยนิสัยช่างเจรจาเจ้าชู้ขี้เล่นทะลึ่งนิดๆ ทำ�ให้มี สาวๆ แอบหมายตามากมาย ส่วนปราณก็เป็นนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ชั้นปีที่สามมหาวิทยาลัย ชื่อดัง สุขุมสุภาพนอบน้อม รูปร่างสูงโปร่งปราดเปรียว แม้หน้าตาจะหล่อเหลา ไม่น้อยไปกว่าเพื่อนรักแต่ด้วยความที่เป็นหนุ่มค่อนข้างจริงจังกับชีวิต และต้อง ทำ�งานพิเศษระหว่างเรียน ทำ�ให้มีเวลาว่างค่อนข้างน้อย สาวๆ จึงเข้าถึงได้ยาก กว่า สองสาวเบนความสนใจมาทางพี่ชายรูปหล่อทั้งสองคน ปาริมานั้นดูจะ ดีใจจนเก็บอาการเอาไว้ไม่มิด ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบ ริมฝีปากที่ฉาบ เอาไว้ด้วยลิปมันบางๆ ฉีกยิ้มกว้างจนถึงรูหูโธ่...ก็พี่ปราณออกจะรูปหล่อ อบอุ่น และนิสัยดี ถึงไม่ค่อยจะมีเวลาให้กับใครอื่นมากมายนัก แต่ปาริมาอยู่ในฐานะ พิเศษย่อมมีโอกาสใกล้ชิดพี่ปราณมากกว่าสาวๆ คนอื่นๆ อยู่แล้ว 20


“เพราะว่า พี่ปราณได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านคุณป้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” ลากเสียงยาวและผายมืออย่างกับกำ�ลังเปิดตัวดาราฮอลลีวูดก็ไม่ปาน สองปีที่ เรียนมหาวิทยาลัยปราณยังสามารถเดินทางไปกลับต่างจังหวัดทุกวันได้เพราะ อยูไ่ ม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก แต่ภาระหน้าทีท่ ม่ี มี ากขึน้ จึงทำ�ให้จากนีเ้ ป็นต้นไป ปราณต้องพักอยู่ที่บ้านของคุณป้าเป็นการถาวร “งั้นต่อไปพี่ปราณก็มาติวให้ปริมที่บ้านได้ทุกวันนะสิคะ” “น้อยๆ หน่อยยายปริม เป็นสาวเป็นแส้นะเราน่ะ” “แหม... มีหวงด้วย เป็นเกย์รึเปล่าพี่ปอนด์น่ะ” การได้แสดงออกให้ใคร สักคนรู้ว่าเขาคือคนพิเศษสำ�หรับเราถือเป็นความสุขที่สร้างเองได้ง่ายๆ ยิ่งถ้า ใครคนนั้นอยู่ในฐานะที่เราสามารถแสดงออกได้โดยไม่เก้อเขินก็ยิ่งถือว่าเป็น กำ�ไร มันอาจเจือจางมากับสีหน้าและแววตาเอื้ออาทร หรือปนมากับคำ�พูดหยิก แกมหยอกที่เรียกรอยยิ้มขำ�ๆ ให้กับผู้ฟัง แม้จะมีปริมาณเพียงน้อยนิดแต่ก็มีผล มหาศาลต่อจิตใจ ซึ่งคงจะดีไม่น้อยถ้าหากไม่มีก้างขวางคอ “ต๊าย อย่างพีน่ นี่ ะยะเกย์ ออกจะเปิดเผยซะขนาดนี”้ ปณิธานจีบปากจีบคอ จิกยายน้องสาวตัวดีด้วยหางตาฉับๆ “อ๋อ...กระเทย...ควาย... เสียภาพพจน์รั้วของชาติหมดเลย” “นี่หล่อนกล้าว่าฉันเหรอยะนังชะนี มามะ มาให้ตีก้นซะดีๆ” แล้วพี่ปอนด์คนงามก็วิ่งไล่ตีก้นยายน้องสาวปากร้ายที่ส่งเสียงวี้ดว้ายวิ่ง หนีไปรอบๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากน้องสาวคนเล็กและพี่ปราณผู้เฝ้ามอง ได้ไม่น้อย ปีนี้น้องปิ่นอายุสิบห้ากำ�ลังเรียนอยู่ชั้น ม.สาม งดงามเปล่งปลั่งดัง ดอกไม้แรกแย้มและยังคงกลิ่นไอของความน่ารักในแบบเด็กๆ เอาไว้ครบถ้วน ดวงตาใสแป๋วเป็นประกาย ริมฝีปากสีชมพูใสยิ้มขำ�กับความติงต๊องของพี่ๆ ทั้ง สอง พีป่ ราณหันมายิม้ ทักทายคนแก้มใสทีค่ นุ้ เคย ผมยาวสสวยถูกรวบไว้ดา้ น หลังเผยให้เห็นต้นคอระหง ใบหูกางเล็กๆ ต้องแสงยามเช้าดูใสสะอาดตา เจ้าของ ดวงตาใสแป๋วภายใต้แพขนตางอนงามคู่นั้นหันมายิ้มตอบรับและยกมือไหว้ “น้องปิ่นทำ�อะไรอยู่เหรอ?” 21


“กำ�ลังทำ�การบ้านค่ะ พี่ปราณมาได้เวลาพอดีเลย” บ่ายแก่ๆ ของวันใหม่ ปิ่นปัทมาง่วนอยู่กับการวาดรูปเป็นการบ้านส่งครู ลงสีแล้วถอยห่างเพ่งพินิจพิจารณาเล็งแล้วเล็งอีก เติมแต้มสีสันจนสดสวย เก็บ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของภาพจนเป็นที่พอใจจึงถือว่าแล้วเสร็จ วิชาศิลปะ เป็นที่ชื่นชอบของเธอเป็นพิเศษ ถึงจะไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้สูงส่งถึงขั้นจะเป็น ศิลปินแห่งชาติ แค่เพียงได้ท�ำ แล้วรูส้ กึ สบายใจเท่านัน้ ก็เกินพอ ศิลปะจะคืออะไร ตามความหมายที่ศิลปินชั้นครูได้เสกสรรปั้นสวยเอาไว้นั้นปิ่นปัทมาไม่สนใจ หรอก สนใจแต่เพียงว่า ไม่ให้ต่ำ�กว่าเจ็ดคะแนนเต็มสิบก็พอแล้ว คนแก้มใสยืนกอดอกมองผลงานชิ้นล่าสุดของตัวเองด้วยแววตาชื่นชม มือข้างหนึ่งยังจับด้ามพู่กันควงไปควงมาเหมือนที่พวกมือกลองวงดนตรีร๊อค ชอบทำ� มันแสดงถึงความเก๋าเกม ดูเท่ และมากประสบการณ์ ‘วาดรูปสองคนนั้นดีกว่า’ ใต้ต้นฉำ�ฉาในสวนหลังบ้านอันแสนจะร่มรื่นซึ่งอยู่ถัดจากที่ปิ่นปัทมา วาดรูปไม่ไกลนัก พี่ปราณกับพี่ปริมกำ�ลังนั่งติวหนังสือกันอยู่อย่างขะมักเขม้น ปีหน้าพี่ปริมจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งเจ้าตัวหวังนักหวังหนาที่จะได้ เรียนที่เดียวกันกับพี่ปราณ จะด้วยเพราะคณะวารสารศาสตร์นั้นน่าสนใจหรือ เพราะมีติวเตอร์รูปหล่อนิสัยดี อันนี้น้องปิ่นจะแกล้งไม่ทราบก็แล้วกัน ดวงหน้าสวยชุ่มฉ่ำ�ด้วยความสุขอยู่ตลอดเวลา ดวงตากลมโตช้อนมอง ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาของติวเตอร์หนุ่มเป็นระยะ ริมฝีปากอิ่มไม่เคยเว้นว่าง จากรอยยิม้ นีน่ อ้ งปิน่ ไม่ได้คดิ ไปเองใช่ไหมนะว่าพีส่ าวคนสวยกำ�ลังเสิรฟ์ สะพาน ทอดกรอบหอมกรุ่นให้พี่ปราณอยู่ แต่ก็...ดูช่างเหมาะสมกันเสียนี่กระไร ความรู้สึกบางอย่างฉายแวบในใจเบาบาง ในวินาทีที่จรดปลายดินสอ ร่างรูปบนกระดาษ อยากให้หญิงสาวในรูปที่อิงแอบแนบชิดกับพี่ปราณเป็นตัว เอง... บ้าจริงยายปิน่ ... บอกให้ใครรูไ้ ม่ได้เลยเชียวว่าเผลอคิดแบบนี้ ถ้าพีป่ ราณ กับพี่ปอนด์รู้เข้า มีหวัง... ตายดีกว่า 22


ภาพที่ถูกร่างอย่างคร่าวๆ วาดเสร็จอย่างรวดเร็ว บอกแล้วว่าปิ่นปัทมา ไม่ได้อยากเป็นศิลปินแห่งชาติจึงไม่ต้องประณีตมากก็ได้ มันเป็นเรื่องของจิต วิญญาณ... พี่ปราณในภาพที่มีสีหน้าค่อนข้างช้ำ�เลือดช้ำ�หนองกำ�ลังชี้ไม้ชี้มืออัน บิดเบี้ยวอธิบายบางอย่างแก่พี่ปริมซึ่งกำ�ลังนั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวามีใครสักคนที่ตัวเล็กๆ หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารักเอียงศีรษะพิงหัวไหล่ อมยิ้มแก้มตุ่ย เงยหน้าขึ้นมองดอกไม้สีขาวเล็กๆ ที่ถือเอาไว้ในมือ “เอ๋..น้องปิ่นทำ�อะไรอยู่เอ่ย” ร่างเล็กๆ สะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆ พี่ปอนด์ก็ โผล่หน้ามาใกล้ๆ จากทางด้านหลัง กำ�ลังแอบวาดรูปทีอ่ ยากวาด นีก่ ะว่าจะไม่ให้ ใครเห็นแล้วเชียว แต่ก็ปิดไม่ทันเสียแล้ว “ว้าว...สวยจัง แต่...ไม่เห็นมีรูปพี่เลยล่ะ” “อ๋อ เอ่อ..เขาร่างรูปทีละคนน่ะพี่ปอนด์” แล้วศิลปินจำ�เป็นก็ร่างภาพ เพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว เป็นรูปพี่ปอนด์โผล่หน้ามาทำ�ทะเล้นอยู่ด้านหลังชูนิ้วลิโพ ตาโตเป็นไข่หา่ น โชคดีทแ่ี บคกราวด์ดา้ นหลังยังเป็นเนือ้ กระดาษสีขาว จึงสามารถ วาดเพิม่ เข้าไปได้อย่างแนบเนียน พีช่ ายคนโตยีศรี ษะน้องสาวคนเล็กเบาๆ อย่าง แสนจะเอ็นดู เสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เริ่มขึ้นโดยมีปาริมาเป็นต้นเสียง และทุกคน สอดประสานกันอย่างพร้อมเพรียง งานวันเกิดของปิ่นปัทมาปีนี้จัดขึ้นเล็กๆ ใน ครอบครัวดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา แม้ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวจะจัดว่าอยู่ ในเกณฑ์ดีแต่คุณบุญเลิศก็ไม่เคยสอนให้ลูกๆ ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย สาวน้อยแก้มใสอายุสบิ ห้าปีเต็มเจ้าของวันเกิดหันมองไปรอบๆ ทุกสายตา ที่สะท้อนแสงวิบวับจากเปลวเทียนมองมาด้วยรอยยิ้มปริ่มรัก คุณพ่อและคุณแม่ ที่อุตส่าห์สละเวลาอันแสนจะยุ่งเหยิงกลับบ้านเร็วเพื่อมาอวยพรลูกสาวคนโปรด พี่ปอนด์ที่ร้องเพลงซะเสียงดังและดูร่าเริงเป็นพิเศษ ก็แน่นอนล่ะเพราะนี่เป็น วันเกิดของน้องสาวสุดรักนี่นา พี่ปริมคนสวยเสมอที่ต้องตัวโคลงตามจังหวะโยก ตัวของพีป่ อนด์ น้องปิน่ รักพีท่ ง้ั สองคนทีส่ ดุ ในโลกเลย และชายหนุม่ แววตาอ่อนโยน ภายใต้บคุ ลิกทีแ่ สนอบอุน่ ผูไ้ ม่เคยเป็นคนอืน่ สำ�หรับครอบครัวนี้ พีป่ ราณนัน่ เอง 23


เมื่อเพลงจบลงท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคน สาวน้อยก็สูดลมหายใจ ยาวๆ และเป่าเทียนสิบหกเล่มให้ดับในคราวเดียว แหม..กว่าจะดับหมดเล่นเอา เกือบจะเป็นลมกันเลยทีเดียว แล้วไฟส่องสว่างก็ถกู เปิดขึน้ บรรยากาศการตัดเค้ก เต็มไปด้วยความอบอุน่ กระทัง่ คุณบุญเลิศและคุณรำ�เพยขอตัวไปพักผ่อนทิง้ ลูกๆ ให้สนุกสนานกันต่อไป “แกะของขวัญดูเลยดีกว่าน้องปิ่น” ปาริมาเสนอไอเดีย อย่างรวดเร็ว การแกะของขวัญเป็นเรื่องสนุกสนาน ทีไ่ ม่คอ่ ยได้มบี อ่ ยนัก ต้องเป็นโอกาสพิเศษหรือไม่กต็ อ้ งเป็นวันเกิดของใครสักคน และในฐานะพี่ ส าวปาริ ม าก็ รู้ สึ ก ตื่ น เต้ น กั บ ของขวั ญ ในกล่ อ งไม่ น้ อ ยไปกว่ า ปิ่นปัทมาผู้เป็นเจ้าของวันเกิดเลย “แกะเลยเหรอ?” “แกะเลยๆ ให้มันรู้กันไปเลยว่าระหว่างของขวัญของพี่สาวแสนสวยและ น่ารักอย่างพี่ปริมกับของขวัญของพี่ชายคนโปรดแต่ขี้เหร่ ของใครจะเจ๋งกว่ากัน” พูดพลางแอบแทงสีข้างพี่ชายด้วยถ้อยคำ�และหางตา “น้อยๆ หน่อยแม่คนสวย สวยไม่สร่าง” “สวยที่สุดย่ะ เนอะพี่ปราณเนอะ” “ว้าว...นาฬิกาปลุกสวยจังเลย ขอบคุณนะคะพี่ปริม” นาฬิกาปลุกตุ๊กตุ่น สีสวยถูกแกะออกมาจากกล่อง และติดมือคนแก้มใสที่เอื้อมกอดคอพี่สาวโน้ม เข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ “แน่นอนจ้ะ ของที่คนสวยซื้อมาก็ย่อมสวยเหมือนคนซื้ออยู่แล้ว ต่อไป พอพี่ไม่อยู่จะได้มีนาฬิกาอันนี้คอยทำ�หน้าที่ปลุกน้องปิ่นตอนเช้าแทนพี่ยังไงล่ะ ไหนๆ แกะๆ ของขวัญจากคนขี้เหร่ซิ” คนสวยที่สุดในรัศมีสองเมตรเอื้อมมือ หยิบกล่องของขวัญชิ้นใหญ่ของว่าที่รั้วผุๆ ของชาติ มาวางตรงหน้าน้องสาว ด้วย สายตาเหมือนจะบอกว่า..แกะสิจ๊ะอยากรู้จังว่าจะมีอะไรในนี้หนอ มือเล็กๆ รับ จากพี่สาวก่อนจะบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดฝากล่องอย่างระมัดระวัง “ตุ๊กตาหมี น่ารักจังเลยขอบคุณค่า...” “ของขวัญสิน้ คิดอีกแล้ว เพือ่ น้องสาวสุดเลิฟนีค่ ดิ ได้เท่านีเ้ หรอพีป่ อนด์... 24


หา” น้องสาวตัวแสบและพี่สาวของใครอีกคน ชูตุ๊กตาหมีสีขาวขนปุกปุยตัวใหญ่ ขึ้นด้วยสองมือ ทับถมพี่ชายคนขี้เหร่ด้วยวาจาและสายตาดูถูกภูมิปัญญาสุดๆ อันที่จริงแค่แกล้งเล่นขำ�ๆ เท่านั้นเอง ของขวัญสำ�หรับน้องสาวคนโปรดที่ยังมี กลิน่ ไอของความเป็นเด็กจะมีอะไรดีไปกว่าตุก๊ ตาหมีอกี ล่ะ ถ้าเป็นตุก๊ ตาลิง ควาย หรือตุ๊กตาแรดมันก็อาจจะดูไม่งามนัก หรือถ้าเป็นแฟน ของขวัญก็จะเป็นไปใน อีกแบบหนึ่ง “โธ่ นี่ก็เดินทั่วห้างแล้วนา เลือกแล้วเลือกอีกจนคนขายเกือบจะควักปืน มายิงดับดิน้ เป็นผีมาหลอกแกแล้ว คิดว่าหมีขาวน่ารักๆ น่าจะเหมาะกับคนน่ารัก อย่างน้องปิ่นที่สุด เดี๋ยวเอาไว้วันเกิดแกยายปริมพี่จะซื้อหมีดำ�ให้ เหมาะสม ที่สุดแล้ว ยายหมีดำ�” “ไอ้พี่ปอนด์บ้า!” “นั่นแน่ะๆ อยากให้ถึงวันเกิดตัวเองไวไวล่ะสิท่าหมีดำ�” “อยากโดนใช่มั้ย นี่แน่ะๆ” แล้วไอ้พี่ชายบ้าก็ต้องครวญครางซี้ดซ้าดเมื่อ โดนปูหนีบของยายหมีดำ�เข้าที่บั้นเอวหลายป้าบ “เอ่อ...ที่เหลือเขาเอาไปแกะคนเดียวดีมั้ย” ของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่ ถูกแกะไปแล้ว คุณพ่อกับพี่ปริมใจตรงกันที่ให้นาฬิกา โชคดีที่เป็นนาฬิกาข้อมือ เรือนเล็กๆ น่ารักๆ ไม่ใช่นาฬิกาปลุกเหมือนกัน ไม่งั้นปิ่นต้องหนวกหูแย่เพราะ ตัดสินใจไม่ถกู ว่าจะเลือกใช้ของใครดีใช้มนั ทัง้ สองอันพร้อมๆ กันเลย ส่วนคุณแม่ ให้ชุดนอนลายโดเรมีน้องสาวของโดเรมอน น่ารักถูกใจมากๆ ยังเหลือของขวัญ ของพี่ปราณที่ยังนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนั้นในสภาพกล่องที่ยังสมบูรณ์ โปรดทราบค่ะโปรดทราบ..ที่แกล้งดูเวลา มองเครื่องเล่นคาราโอเกะทำ�ที เป็นเกรงอกเกรงใจ กลัวพีๆ่ จะรีบร้องเพลง ไม่ได้จะละเลยหรือไม่ให้ความสำ�คัญ กับของขวัญชิ้นนี้นะคะแต่... อยากเก็บไว้ลุ้นคนเดียวต่างหากเล่า มันเขินนะก็ เจ้าของเขายังนั่งอยู่ตรงนี้อยู่เลย “ไม่ได้! แกะของพี่ปราณบัดเดี๋ยวนี้ ” ของขวัญชิ้นสุดท้ายสำ�หรับวันเกิดปีนี้ถูกยื่นมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว คง ไม่อาจอิดเอื้อนอิดออดได้อีกต่อไป สาวน้อยแอบเก็บอาการประหม่าขณะแกะ 25


กล่องของขวัญ ไม่รู้สิมันห้ามไม่ได้เลยที่จะไม่ให้รู้สึกตื่นเต้น กล่องเล็กๆ ยาวๆ แบบนี้จะเป็นอะไรหนอ “ว้าว..สวยจังเลยค่ะพี่ปราณ” รูปวาดสีน�ำ้ บนกระดาษร้อยปอนด์แผ่นใหญ่ถกู คลีอ่ อกช้าๆ หัวใจดวงน้อย เต้นโครมครามด้วยความดีใจ ไม่คดิ ว่าพีป่ ราณจะสละเวลาอันมีเพียงน้อยนิดวาด รูปนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิด ท่ามกลางบรรยากาศของสวนหลังบ้านอันแสนจะร่มรื่น สามคนพี่น้อง และหนึ่งหนุ่มนั่งอยู่รวมกันที่โต๊ะหินอ่อน พี่ปริมนั่งอยู่ด้านซ้ายกอดเอวและยื่น หน้าหอมแก้มน้องปิ่นที่กำ�ลังยิ้มแก้มปริ มือถือหนังสือเพลงเล่มหนา พี่ปอนด์ ที่ยืนอยู่ด้านหลังถือกีตาร์โปร่งตัวโปรดที่ไม่ค่อยได้หยิบออกมาเล่นบ่อยนักจน แทบจะลืมไปแล้วว่าพีป่ อนด์เล่นกีตาร์เป็นกับชาวบ้านเขาด้วย และพีป่ ราณเจ้าของ รูปที่ยืนด้านหลัง ก้มหน้าลงมายิ้มอยู่ใกล้ๆ “นี่ไม่ใช่แค่รูปวาดนะ แต่มันคือ...ความรัก” เสียงทุ้มนุ่มของปราณดังขึ้น เบาๆ หัวใจดวงน้อยต้องวูบไหวกับความหมายของคำ�ๆ นัน้ รูส้ กึ ชาไปทัง้ ใบหน้า จะมีใครทันสังเกตไหมนะว่าตอนนี้สองแก้มอิ่มแดงปลั่งดังลูกตำ�ลึง พยายามหุบ รอยยิ้มที่บังอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เหมือนว่าจะยากเย็นเหลือเกิน “น้องปิ่นเป็นคนที่โชคดีมาก มีแต่คนรักอยู่รอบๆ ข้างตลอดเวลา รูปนี้จะ คอยเตือนให้น้องปิ่นระลึกอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนน้องปิ่นก็ จะยังเป็นที่รักของพี่ๆ ทุกคน สุขสันต์วันเกิดนะ” “ขอบ...คุณ...ค่ะ” ยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณแผ่วเบา รู้สึกดีอย่างบอก ไม่ถกู แม้ในเวลาปกติตวั เองก็รสู้ กึ อย่างนัน้ แต่เมือ่ มีคนบอกเพือ่ ตอกย้�ำ ความรูส้ กึ เดิมๆ ที่คุ้นเคยก็กลับพิเศษขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง สบสายตาอบอุ่นคู่นั้นหนึ่งแวบ ก่อนจะหันไปกลบเกลื่อนรอยยิ้มเอียงอายด้วยรอยยิ้มแสดงความชื่นชมรูปวาด ที่สวยและพิเศษที่สุดในมือ “โอ้โห ไอ้ปราณเล่นเอาหมีของฉันหัวเน่าเลยวุย้ ” อดกระเซ้าเพือ่ นรักไม่ได้ ก็เล่นทำ�ซึ้งไม่สะกิดสะเกากันก่อนเลยนี่นา 26


“เน่าอะไรกันคะ น้องหมีของพี่ปอนด์ก็น่ารัก ปิ่นจะเก็บเอาไว้อย่างดีทุก อย่างเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ” คนตัวเล็กเกาะแขนพีช่ ายคนโตเขย่าเบาๆ ออดอ้อน เจือ้ ยแจ้วเจรจาอย่างขอบคุณและปลอบใจ ก่อนจะโผเข้าสวมกอดเอวอุน่ ของพีส่ าว คนสวยและหันไปยิ้มให้กับพี่ปราณอีกครั้ง หลายคนกำ�ลังหลับสบายในบรรยากาศอันเงียบสงัดยามค่�ำ คืน ในขณะที่ ความมืดอาจทำ�ให้บางคนรู้สึกเปลี่ยวเปล่าเหงาใจเกินกำ�ลังจนต้องนับนาทีรอ คอยเวลาของวันใหม่ แต่ในมุมเล็กๆ กลางเมืองใหญ่ยังคงสว่างไสวและอบอวล ไปด้วยกลิ่นไอแห่งความสนุกสนานและอบอุ่น ปาริมากับปณิธานนั้นทั้งร้องทั้ง เต้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยมีปราณและน้องสาวแก้มใสคอยส่งเสียงให้ กำ�ลังใจอยู่ไม่ขาด ต่อจากคาราโอเกะ รั้วผุๆ ของชาติก็หยิบกีตาร์ตัวเก่าขึ้นมาทบทวนเรียก เสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆ อีกครั้ง กระทั่งเวลาล่วงเลยเที่ยงคืนจึงแยกย้ายกัน เข้านอน สองสาวพี่น้องนอนห้องเดียวกันเช่นทุกวัน และปราณก็ค้างที่ห้องของ ปณิธานเช่นเคย “เป็นอะไรเหรอพี่ปริม เห็นอมยิ้มอยู่ตั้งนานสองนาน” สาวแก้มใสอยู่ในชุดนอนแล้วเรียบร้อย เป็นชุดนอนลายอุลตร้าแมนตัว โปรด ส่วนชุดนอนของขวัญจากคุณแม่ตอ้ งซักก่อนเอาไว้วนั พรุง่ นีค้ อ่ ยใส่กแ็ ล้วกัน เนื้อตัวหอมกรุ่นด้วยกลิ่นสบู่เพราะเพิ่งผ่านการอาบน้ำ�มาหมาดๆ เดินเช็ดผม ออกมาจากห้องน้ำ� ปิ่นปัทมามักจะสระผมก่อนนอนเป็นปกติ นั่งทำ�โน่นทำ�นี่ใช้ พัดลมเป่ากว่าจะนอนผมก็แห้งพอดี แต่ตอนเช้าจะเป็นชั่วโมงเร่งรีบ หากออก จากบ้านทั้งที่ผมยังเปียกอยู่จะดูไม่งามนัก “เอ...ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา” โน้มตัวยื่นมืออังหน้าผากมนของพี่สาวที่เห็นนั่ง ยิ้มอยู่คนเดียวเงียบๆ บนเตียงตั้งแต่ก่อนอาบน้ำ�แล้วด้วยท่าทีหยอกเอิน “บ้า ไม่ได้ป่วยซะหน่อย สบายดีย่ะ” ตีก้นน้องสาวเบาๆ ค้อนขวับวง เล็กๆ รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากสองแก้ม ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความสุขอะไร นักหนา แต่หากมีสักครั้งที่เราเคยปลื้มใครสักคน แค่เพียงได้คิดถึงเขาเราก็มี ความสุขแล้ว ถ้าได้ท�ำ อะไรเพือ่ เขาบ้างเราจะยิง่ มีความสุขมากขึน้ และถ้าเผือ่ โชคดี 27


เขาคนนั้นได้ทำ�อะไรตอบแทนความรู้สึกดีกลับมาบ้าง หัวใจของเราก็จะพองโต เพราะอัดแน่นไปด้วยความสุขอย่างหาสิ่งใดเสมอเหมือนมิได้ “มีอะไรหรือเปล่าคะ หือ?” ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เลิกคิ้วหลิ่วตาอย่าง ฉงนฉงายและค้นหาคำ�ตอบ คนเป็นพี่เอียงคอเบ้โบ้ยยิ้มกริ่มตางามไหวระริกไม่ ยอมบอกอย่างเล่นตัวนิดๆ “ไม่...บอก...” รู้สึกเนิ่นนานเหลือเกินที่รอคอยว่าเมื่อไหร่น้องปิ่นจะเอ่ยปากถามอีก ครั้ง แค่ครั้งเดียวน่า ก็จะยอมบอกแล้วละ นอนดิ้นไปดิ้นมาก่ายหน้าเกยหลัง น้องสาวก็ยังคงนอนเฉยสายตาจับจ้องยังรูปวาดที่พี่ปราณให้เป็นของขวัญ ก็คน มันเห่อเลยติดผนังไว้เสียตั้งแต่คืนนี้ เอาไว้ซื้อกรอบมาใส่แล้วค่อยแขวนให้เป็น ระเบียบอีกที “เอ่อ...น้องปิ่นว่า...พี่ปราณเขา น่ารักไหม” ในที่สุดก็เกินจะทนไหว ถ้า รอน้องปิ่นเอ่ยปากคงอกแตกตายไปเสียก่อนเป็นแน่ ยอมเสียฟอร์มสักหน่อย ก็แล้วกัน แต่พอเริม่ เกริน่ ก็ชกั เขินซะเองจนต้องรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงกลบเกลือ่ น ทำ�ไมเห็นกันมาตั้งนานไม่เคยรู้สึกเขินมากมายแบบนี้เลยนะยายปริม “หือ...ทำ�ไมเหรอคะ นั่นแน่ะๆ อย่าบอกนะว่าพี่ปริม...” อันที่จริงทำ�ไม น้องปิน่ จะไม่รวู้ า่ พีป่ ริมเป็นอะไร แค่ไม่อยาก... คนแก้มใสในชุดนอนอุลตร้าแมน ดึงผ้าห่มคลุมโปงออกจ้องหน้าคนขี้อายฉับพลันด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า “อืม...อย่าล้อสิ อายนะ” “แล้วพีป่ อนด์รหู้ รือเปล่าเนีย่ ถ้าพีป่ อนด์รลู้ ะก็ พีป่ ริมโดนแซวทัง้ ชาติแน่ เลย” พูดพลางหัวเราะคิกคัก นี่ถ้าพี่ปอนด์รู้ว่าน้องสาวคู่กัดนิรันดร์กาลแอบมีใจ ให้เพื่อนรักของตัวเอง คงต้องแขวะเช้าแขวะเย็นให้ได้อายกันเล่นๆ หลังอาหาร เป็นแน่ “ไม่ได้นะ ห้ามให้พี่ปอนด์รู้เด็ดขาด ความลับระหว่างเรานะ” รีบลุกขึ้น หมายมัน่ คาดคัน้ คำ�สัญญาจากน้องสาว ทว่าอีกคนกลับล้มตัวลงนอนและหลับไป อย่างรวดเร็ว “สัญญาก่อนซี่ ไม่เอาลุกขึ้นมาสัญญากับพี่ก่อน” 28


เงียบ...มีเพียงแพขนตางอนที่แอบกระพริบอยู่ยิบยับและสีหน้ากลั้นยิ้ม เท่านั้นที่แสดงว่าเจ้าตัวไม่ได้หลับจริง “น้องปิ่น ลุกขึ้นมาบัดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นขอแช่งให้ ไม่...มี...ใคร...” “ก็ได้ๆ สัญญาๆ พี่ปริมใจร้าย” คนขี้แกล้งต้องรีบลุกขึ้นอย่างรีบด่วน แหม...ก็พี่ปริมจะแช่งให้ไม่มีใครรักนี่นา ใจร้ายที่สุด คนเป็นพี่หัวเราะขณะเกี่ยวนิ้วก้อยน้องสาวเขย่าเบาๆ “เฮ้อ...สดชื่น ตานายแล้วไปอาบน้ำ�ก่อนเพื่อน ผ้าเช็ดตัวอยู่ที่เดิมนะ” อีกมุมหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ ห้องนอนชายโสดว่าที่นายร้อยห้อยกระบี่ เจ้าของห้องนี้อยู่ในชุดนอนแล้วเช่นกันแต่เป็นชุดนอนที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก กางเกงขาก๊วยตัวเดียวไม่ใส่เสือ้ ไม่ได้ตงั้ ใจจะโชว์แผงอกทีม่ กี ล้ามเป็นมัดแต่นคี่ อื ชุดนอนเต็มรูปแบบตั้งแต่ไหนแต่ไรมา โน้มตัวก้มลงมองภาพในจอคอมพิวเตอร์ ข้างๆ เพื่อนรัก ภาพบรรยากาศในงานวันเกิดเมื่อสักครู่นี้เอง “ถ่ายรูปสวยนี่หว่า” “นางแบบเขาสวยอยู่แล้วน่ะ เราแค่กดชัทเตอร์” เปลวเทียนทีว่ บู ไหวสะท้อนตางามเป็นประกายระยับ รอยยิม้ ปริม่ ใบหน้า พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพที่เป็นสีดำ�ทำ�ให้คนในภาพที่สะท้อนแสงเทียนบนเค้ก วันเกิดดูโดดเด่นและมีชวี ติ ชีวา หลายๆ อากัปกิรยิ าถูกบันทึกไว้เพือ่ เป็นส่วนหนึง่ ของความทรงจำ� ว่ากันว่าภาพถ่ายคือการเก็บเหตุการณ์ ณ เวลาชั่วขณะหนึ่งซึ่ง ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว “นายอัดรูปน้องปิ่นส่งให้หน่อยสิ จะเอาไว้ติดกระเป๋าตังค์” ตบหัวไหล่ และบอกกับเพือ่ นรักอย่างจะนึกขึน้ ได้ มีรปู ถ่ายเด็กสาวหน้าตาน่ารักติดกระเป๋า เพื่อนๆ เห็นจะต้องอิจฉากันเป็นแถวแน่ๆ “อ้าว รูปน้องปริมล่ะไม่เอาเหรอ” คนเป็นเพือ่ นอดสงสัยไม่ได้ ภาพสวยๆ ของน้องสาวอีกคนก็มีแต่พี่ชายไม่เห็นจะแสดงความสนใจหรืออยากได้บ้างเลย “อืม...เอาด้วยก็ได้” “เอาด้วยก็ได้... อะไรวะ นี่แกรักน้องลำ�เอียงนะเนี่ย น้องปริมรู้มีหวัง 29


ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ เลย” “ไม่หรอกรายนั้นน่ะไม้เบื่อไม้เมา แต่ฉันว่า..ยายปริมเขาออกจะปลื้มแก นะเว้ย” ปลายประโยคมีน้ำ�เสียงและรอยยิ้มขำ�ๆ ปนมาด้วย ปาริมาเป็นคนขี้เล่น อาจจะพูดหรือแสดงออกเล่นๆ เท่านั้นก็เป็นได้ แต่ถ้าหากน้องสาวจะรักจะชอบ กับปราณเข้าจริงๆ ทัง้ ในฐานะเพือ่ นและในฐานะพีช่ ายปณิธานเองก็ไม่ได้หวงห้าม หรือขัดข้องแต่ประการใด “ไม่หรอกมั้ง คงเพราะฉันเป็นเพื่อนแกน่ะ” “ไม่รู้วุ้ย ไม่เกี่ยว เอาเวลาไปใส่ใจคนพิเศษของตัวเองดีกว่า เฮ้อ...” กระโดดขึ้นเตียงคว้าหมอนใบโตขึ้นมาวางใหม่เพราะคืนนี้ต้องนอนสองคน ก่อนจะล้มตัวลงนอนสองมือประสานท้ายทอยโชว์ขนรักแร้ที่รกครึ้มเป็นป่า ดงดิบสายตาเหม่อลอยมีเป้าหมายอยู่ในจินตนาการ “นีน่ ายมีแฟนแล้วเหรอ ไม่เห็นเคยบอกกัน ใครวะ” น้�ำ เสียงบอกว่าระดับ ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเจ็ดสิบเปอร์เซ็น “หึหึหึ ไม่บอก ปล่อยให้งง”

30


ตอนที่ 2

ผู้ปกป้อง หลายสัปดาห์ผ่านไป... “เออๆ แล้วจะจัดการไว้รอ แกรีบมาก็แล้วกัน” ปราณคุยโทรศัพท์ไปพลางหยิบโน่นหยิบนี่ทำ�งานง่วนไปพลาง ซอกคอ ของผู้ชายมีประโยชน์ก็เวลานี้เอง หมู่นี้งานเข้าจนเอกสารกองเต็มโต๊ะไปหมดไม่ ค่อยจะมีเวลาว่างบ่อยนัก นี่ก็กำ�ลังจัดของเตรียมถ่ายภาพประกอบลงนิตยสาร ให้ลูกค้า แต่นานๆ ทีเพื่อนรักจะกลับบ้านคงต้องสละเวลาเตรียมหาของอร่อยๆ ไว้รอต้อนรับพระเดชพระคุณท่านเสียหน่อย เมื่อสรุปเมนูเด็ดได้แล้ว ชายหนุ่มก็ออกจากบ้านมุ่งสู่ตลาดสดเพื่อหาซื้อ ข้าวของมาจัดเตรียมสำ�หรับปาร์ตี้เล็กๆ ในคืนนี้ “ต้นไม้สวยจังเลยพี่ปริม แวะดูหน่อยไหมคะ” สองสาวพีน่ อ้ งเพิง่ กลับโรงเรียน วันนีป้ าริมาเลิกช้าเลยต้องกลับค่�ำ กว่าปกติ เล็กน้อย น้องสาวแก้มใสอยูใ่ นชุดนักเรียนคอซองผูกโบน่าเอ็นดู ส่วนพีส่ าวคนสวย ที่สุดในสายตาของตัวเองก็อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลาย เครื่องแบบ นักเรียนเป็นอะไรที่พิเศษ ควรค่าที่คนสวมใส่จะรู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเครื่องหมาย แสดงความเป็นผูเ้ จริญ เป็นผูม้ กี ารศึกษา ต่อไปภายหน้าจะต้องเป็นกำ�ลังสำ�คัญ ของชาติอนาคตของประเทศฝากไว้ในมือของเด็กในวันนี้ แต่นา่ แปลกใจทีน่ บั วัน กระโปรงนักเรียนจะสัน้ เข้าไปทุกที บางคนกระโปรงสัน้ เต่อเลยหัวเข่าขึน้ ไปเป็นคืบ 31


โธ่เอ๋ยชีวิต เด็กๆ เหล่านั้นจะรู้ไหมหนอว่าไม่ได้น่ารักอย่างที่คิดเลยแม้แต่น้อย แต่..ดีจังที่นั่นไม่ใช่สองศรีพี่น้องที่น่ารักคู่นี้ ร้านไม้ประดับกับสังคมเมืองใหญ่ดูเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันเอาเสียเลย แต่ ด้วยหัวใจที่รักธรรมชาติของเจ้าของร้าน จึงมีไม้ดอกไม้ประดับมากมายให้ผู้คน ทีส่ ญ ั จรไปมาได้เจริญหูเจริญตา หากถูกอกถูกใจจะหยิบติดไม้ตดิ มือไปปลูกทีบ่ า้ น ก็เสียเงินซื้อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น น้องปิ่นเองก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องต้นไม้สักเท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่าเวลาได้อยู่ ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าทีไรมันได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ สดชื่นที่สุด ใน บริเวณบ้านก็ขนต้นไม้ไปปลูกจนแทบจะเกินงามไปแล้ว สาวน้อยดูตน้ นีช้ มดอกนัน้ อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ โดยมีพี่สาวช่วยดูเป็นเพื่อนพอได้หันมาระบายความ อัดอัน้ ตันใจได้บา้ ง นีถ่ า้ มาคนเดียวก็ไม่รจู้ ะหันหน้าไปคุยกับใครต้องอกแตกตาย แน่ๆ เลย “ว่าไงจ๊ะน้องสาว น่ารักทั้งพี่ทั้งน้องเลย ไปเที่ยวกับพี่ไหมจ๊ะ” ไอ้หนุ่มกลุ่มหนึ่งส่งเสียงวี้ดวิ้วเดินเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังพูดจาเกี้ยว พาราสีแทะโลมด้วยคำ�พูดและสายตา นับกลายๆ แล้วมีไม่นอ้ ยกว่าห้าคน ปาริมา เห็นท่าไม่ดจี งึ รีบคว้าแขนน้องสาวเตรียมจะเดินหนี จิก๊ โก๋พวกนีข้ นึ้ ชือ่ ลือชาเรือ่ ง รังแกผู้หญิงและคนไม่มีทางสู้ ปิ่นปัทมาหันไปสบตาลุงเจ้าของร้าน ยิ้มแหยๆ เชิงขอโทษว่า ต้องรีบไปแล้วเอาไว้วันหลังจะแวะมาใหม่นะคะ “พูดด้วยก็ไม่พดู ด้วย แบบนีถ้ อื ว่าหักหน้าพีป่ อ้ ดอย่างแรง แถวนีใ้ ครๆ ก็รู้ ว่าพี่ป้อดเป็นใคร น้องทำ�แบบนี้ใครรู้เข้าจะให้พี่ป้อดเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะจ๊ะ น้องคนสวย” เจ้าคนที่ย้ำ�ชื่อตัวเองหลายครั้งคงเป็นลูกพี่ มันคว้าแขนบอบบาง ของปิ่นปัทมาเอาไว้จนเจ้าตัวเสียหลักเกือบหกล้ม หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกคุกคามแบบนี้ “พี่ปริมช่วยปิ่นด้วย” ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ทำ�ไมคนพวกนี้ ถึงทำ�ตัวระรานชาวบ้านไปทั่วหรือเพราะเห็นเราเป็นเด็กตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้ แย่ ที่สุดเลย “ปล่อยน้องฉันเดี๋ยวนี้นะ!” คนพี่ที่ตัวโตกว่ารั้งแขนของน้องสาวเอาไว้อีก 32


ข้างหนึ่ง กระเป๋านักเรียนหลุดมือสมุดหนังสือหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย “ไม่ปล่อยมีอะไรหรือเปล่าน้อง ขอโทษแล้วขอร้องพี่ดีๆ ก่อน” ผัวะ! ไวเท่าความคิด... ความคิดที่ยังไม่ได้ผ่านการตรึกตรองให้ดี หมัดน้อยๆ ของปาริมาเหวีย่ งออกไปเต็มแรงจนมันต้องเซแซดๆ มือกุมเบ้าตาด้วยความเจ็บปวด เจ้านั่นมันหันกลับมาอย่างโมโหสุดขีด “แบบนีก้ ส็ วยสินอ้ งสาว เฮ้ย! ไอ้โจรวบตัวไว้” หนึง่ ในลูกสมุนของมันตรงรี่ หมายรวบตัวเด็กสาวตามคำ�สั่งของลูกพี่ “จะทำ�อะไรกันเหรอไอ้หนุ่ม” เสียงร้องถามที่ดังพอสมควรเรียกความสนใจของพวกมันได้ไม่น้อย มัน หันขวับตามเสียงนั้น ใครกันช่างกล้ามาแส่เรื่องของจิ๊กโก๋ วอนซะแล้ว “ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อยูเ่ ฉยๆ เถอะลุง” มันหันกลับไปชีห้ น้าลุงเจ้าของ ร้านต้นไม้ทท่ี �ำ ท่าจะเข้ามาขวางอย่างไม่มที า่ ทีย�ำ เกรง ชายสูงวัยละมือจากกระถาง ต้นไม้ เดินออกมาเผชิญหน้าด้วยอาการสงบ หากไม่มีใครกล้าออกหน้าเห็นที เด็กสาวทั้งสองจะต้องถูกรังแกเป็นแน่ แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายนั้น... “มีอะไรกันหรือโยม” “ลูกพี่...พระมา” เจ้าลูกสมุนตกใจรีบปล่อยแขนปิ่นปัทมาก่อนรีบวิ่งไป แอบอยู่ข้างหลังลูกพี่ นับว่ายังดีที่ยังเกรงอกเกรงใจพระสงฆ์องค์เจ้าอยู่บ้าง “ผูห้ ญิงเขาไม่ได้ตงั้ ใจหรอกโยม ก็พวกโยมทำ�ให้เขาตกใจก่อน เป็นผูช้ าย จะไปถือสาหาความกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้ เห็นทีจะไม่เหมาะกระมัง” หลวงพ่อผู้ชราที่บังเอิญผ่านมากล่าวน้ำ�เสียงราบเรียบ “แต่...” ไอ้ปอ้ ดมีทา่ ทีอกึ อักอยากจะลงมือแก้แค้นปาริมา แต่สายตาตำ�หนิ จากประชาชนที่เริ่มจะมุงมากขึ้นทุกที ไหนจะหลวงพ่อที่ไม่รู้ว่ามาขัดจังหวะได้ ยังไง ทำ�ให้ต้องสกัดความโมโหโกรธาเอาไว้เท่านั้นก่อน “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะโยม ถือว่าอาตมาขอก็แล้วกัน” “ปิ่นจะเอาไปแขวนไว้นอกระเบียงชั้นสอง จะได้รู้สึกปลอดภัย ลุงคนนั้น 33


ใจดีจังเลยนะคะพี่ปริม” ปิน่ ปัทมาเดินพลางชืน่ ชมไม้ประดับในกระถางเล็กๆ ไปพลาง แม้จะเป็น เพียงตะบองเพชรขนหนามธรรมดาๆ แต่นี่เป็นไม้ที่คุณลุงใจดีให้มาฟรีๆ เลยนะ นัยว่าเป็นของปลอบใจที่ต้องเสียขวัญ เมื่อเวลาที่เหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านพ้นไปสิ่ง ดีๆ มักจะเข้ามาในชีวติ เสมอ ปาริมายิม้ เล็กๆ กับอาการเห่อเล็กน้อยของน้องสาว แต่กถ็ อื ว่าโชคดีจริงๆ ทีล่ งุ คนนัน้ และหลวงพ่อมาช่วยเอาไว้ได้ ไม่งน้ั ละก็...ไม่อยาก จะคิดเลย “น้องปิ่นเก็บสร้อยที่หลวงพ่อให้ไว้ไหนล่ะ เก็บไว้ดีๆ นะ” “เก็บไว้อย่างดีแล้วค่ะ” พูดพลางชูกระเป๋านักเรียนให้พี่สาวดู “หลวงพ่อบอกว่า สร้อยนี้เกิดจากความรัก และมันจะคุ้มครองเรา” สองพี่น้องเดินพ้นตลาด ข้ามถนนที่การจราจรพลุกพล่านก่อนจะเดินเข้า ซอยทางลัด ซึ่งเป็นระยะทางไม่ไกลนัก พ้นปากซอยนี้ก็จะเข้าสู่เขตหมู่บ้าน แต่... “คิดว่าจะหนีพ้นเหรอจ๊ะน้องคนสวย หึหึหึ” แล้วสองสาวก็ต้องถอยกรูดด้วยความตกใจอีกครั้ง เมื่อหนึ่งในจิ๊กโก๋เมื่อ สักครู่ปรี่เข้ามาขวางทางเอาไว้ รีบคว้าแขนกันเตรียมจะหันหลังกลับแต่ไอ้ป้อด ที่ตาเขียวปั้ดข้างหนึ่งก็โผล่ออกมายืนจังก้าทำ�ท่าอย่างกับเปรี้ยวปากและหื่น กระหายเต็มทน อีกเพียงสองช่วงตึกก็จะถึงที่ผู้คนพลุกพล่านแล้วเชียวทำ�ไมไม่ พาน้องเดินให้เร็วกว่านี้นะยายปริม “เฮ้ย! ไอ้โจ ฤทธิเ์ ยอะแบบนีต้ อ้ งทำ�ไงให้หลาบจำ�วะ” ไอ้คนลูกพีห่ นั ไปขอ ความเห็นกับลูกน้อง อันที่จริงแค่ต้องการป่าวประกาศด้วยเสียงดังๆ ให้เหยื่อ อกสัน่ ขวัญแขวนมากขึน้ เท่านัน้ เห็นสาวๆ กลัวลนลานทีไรเลือดหนุม่ มันพุง่ ปรีด๊ ๆ ซอยเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนแบบนี้คงไม่มีใครหน้าไหนเอาคานเข้ามาสอดได้อีกแล้ว “มันต้องตบแล้วจูบสั่งสอน ลูกพี่” “ได้เลย จัดให้” ไอ้ปอ้ ดหันไปแสยะยิม้ กับลูกน้องคนสนิท ก่อนจะพุง่ ตรง เข้าเกาะกุมหัวไหล่ของปาริมาที่ยืนบังน้องสาวเอาไว้ หวังจะจูบให้หายแค้น “นี่แน่ะ! ไอ้คนชั่ว อย่ามารังแกพี่ฉันนะ” วันนี้โชคไม่เข้าข้างไอ้ป้อดเอาเสียเลย เพิ่งโดนหมัดน้อยๆ ของคนพี่ไป 34


หมาดๆ ตายังไม่หายเจ็บก็ต้องมาโดนกระถางต้นไม้ฟาดหัวด้วยฝีมือน้องสาว อีกครัง้ ถึงมันจะอันเล็กแต่มนั ก็เป็นดินเผาหนำ�ซ้�ำ ยังมีหนามคมๆ ทีป่ กั เจ็บปักปวด ของตะบองเพชรอีกด้วย ไอ้คนชั่วมันเปลี่ยนเป้าหมายเป็นคนน้องดีกว่า ฤทธิ์มากนักต้องสั่งสอน ให้รู้สำ�นึก ไม่เคยมีใครทำ�ให้พี่ป้อดต้องขายหน้าและเจ็บช้ำ�น้ำ�ใจได้ถึงเพียงนี้ มามะ...ตาแป๋วของพี่ป้อด “อย่านะ” เจ้าของความเจ็บปวดที่มาพร้อมกับหนามตะบองเพชรร้องลั่น ด้วยความตกใจ ก่อนที่ไอ้ป้อดจะเซแซดๆ ออกไปเพราะแรงถีบของใครสักคน และสะดุดขาตัวเองล้มลงไปคลุกฝุน่ ทำ�ไมการเป็นหัวหน้าแก๊งค์มนั ต้องโดนรังแก อยู่คนเดียววะเนี่ย ทีไอ้โจไม่เห็นจะโดนอะไรเลย แถมเวลาลูกพี่โดนทำ�ร้ายยังจะ มัวยืนเซ่ออยู่ได้เลี้ยงเสียข้าวผัดจริงๆ มันหันขวับไปทางเจ้าของเท้าที่ทำ�ให้มันต้องนอนกลิ้งโค่โร่แล้วยิ่งทำ�ให้ โมโหมากขึ้น ทำ�ไมเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ออกจะผอมบางช่างกล้ากระโดดถีบ เสือร้ายอย่างไอ้ปอ้ ด นีม่ นั ไม่เหลือมาดของความน่าเกรงขามแม้แต่นอ้ ยเลยหรือไง กันนะ “พี่ปราณ พวกนี้มันลวนลามปริมกับปิ่นค่ะ” ปาริมารีบฟ้องพลางจูงมือ น้องสาวมาแอบอยู่ด้านหลัง แม้จะไม่เคยเห็นปราณชกต่อยกับใครแต่ในเวลานี้ นี่เป็นทางออกที่ไม่มีโอกาสได้เลือกเลย “เฮ้ย จัดการมัน!” “นั่งสิพ่อหนุ่ม จะยืนทำ�ไมล่ะไม่เมื่อยเหรอ” “ไม่ดีกว่าครับยาย อีกไม่กี่ป้ายก็ถึงแล้วล่ะครับ” ว่าที่ผู้หมวดหนุ่มยิ้ม และน้อมตัวขอบคุณคุณยายผูม้ นี �ำ้ ใจทีอ่ ตุ ส่าห์เอ่ยปากชวนให้นง่ั ด้วยกัน อันทีจ่ ริง คุณยายก็คงจะนึกแปลกใจอยูไ่ ม่นอ้ ย ทีน่ ง่ั ว่างตัง้ มากมายแต่ท�ำ ไมพ่อหนุม่ นักเรียน นายร้อยที่สวมเครื่องแบบเนี้ยบนิ้งรอยรีดคมกริบรองเท้าเงาวับคนนี้จึงไม่ยอม นัง่ สักทีนะ จังหวะทีร่ ถเร่งแซงคันหน้าทำ�ให้การทรงตัวไม่สจู้ ะดีนกั แต่วา่ ทีผ่ หู้ มวด หนุ่มก็ยังคงยึดพนักพิงเอาไว้แน่นรักษามาดเอาไว้ได้ เขาขยับเล็กน้อยให้เสื้อ 35


เข้าที่ก่อนจะยืนเท่ทอดสายตาชมบรรยากาศสองข้างทางอย่างเพลิดเพลินต่อไป “เท่จังเลย ตูดปอดยอดทหารสมชายชาตรี นี่ถ้ายายอายุยังน้อยยายไม่ ปล่อยให้หลุดมือแน่ๆ” คุณยายผูห้ วังดีสง่ ยิม้ เหงือกแดงกระเซ้าชายหนุม่ และเอือ้ ม มือเหี่ยวย่นจับแขนแข็งแรงบีบเบาๆ สาวๆ ที่นั่งเบาะคู่ด้านหลังหัวเราะคิกคัก ปรายตามองอย่างนึกหมั่นเขี้ยว คนอะไรล้อ..หล่อ “คุณยายอารมณ์ดีจังเลยนะครับ” “อยากเป็นพระเอกนักใช่มั้ยมึงน่ะ พระเอกต้องเอาให้หนักๆ จะได้เรียก คะแนนสงสารได้เยอะๆ” ขณะที่คนรูปหล่อกำ�ลังเป็นที่หมายตาของสตรีและคนชรา โดนกระเซ้า กระแซะให้จั๊กกะจี้หัวใจเล่นๆ มาตลอดทาง เพื่อนรักก็กำ�ลังโดนจิ๊กโก๋รุมกระทืบ จนนับครั้งไม่หวาดไม่ไหว “ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย” “หยุดนะ พอได้แล้วไอ้พวกบ้า โธ่...พี่ปราณ” แม้รา่ งกายจะโดนซ้อมจนสะบักสะบอม แต่ลกู ผูช้ ายหัวใจไม่เคยแพ้ ถึงตาย ก็จะไม่ยอมให้เจ้าพวกจิ๊กโก๋ปลายแถวมันทำ�ร้ายน้องสาวทั้งสองได้เป็นอันขาด ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้บวมปูดจนตาปิด ปราณล้มลงไปคลุกฝุ่นครั้งแล้ว ครั้งเล่า และในจังหวะที่สติเริ่มเลือนราง ภาพบางเหตุการณ์ได้วูบไหวในมโน สำ�นึก ‘ว้าย! อย่าแกล้งเขานะ’ ภาพของเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับปิ่นปัทมาหน้าตาน่าเอ็นดูฉายแว้บ ขึ้นรางๆ เบือนหน้าหนีโคลนที่เขาเอื้อมหมายแปะสองแก้มปลั่ง และเผลอแป๊บ เดียวมือน้อยก็ยน่ื มาป้ายโคลนหมับทีส่ องแก้มเป็นการแก้แค้น ตางามพราวระยับ ยิ้มหยี ก่อนจะเอี้ยวตัววิ่งวนไปรอบๆ หัวเราะคิกคัก บางสิ่งสะกิดหัวใจให้รู้สึกว่า ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ใครกันนะ... “เท่ไม่เบาเลยนะแกไอ้ปอนด์ ” 36


คนรูปหล่อหลุดพ้นพันธนาการอารมณ์บนรถเมล์ลงมาแล้ว หันไปดูเงา สะท้อนในกระจกจากร้านรวงริมฟุตบาทพิจารณาเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยอีก ครัง้ ไม่เสียแรงทีล่ งทุนยืนเมือ่ ยมาตลอดทาง ไม่อยากจะบอกเลยว่า... กลัวเสือ้ ยับ รถเมล์สายนั้นผ่านหน้าหมู่บ้านจึงไม่ต้องเดินไกลให้เมื่อย ถัดไปไม่ไกลนักเป็น ซอยทางลัดออกไปอีกแหล่งชุมชนหนึ่งซึ่งปราณกำ�ลังโดนรุมกระทืบอยู่ “เอ๊ะ ตรงโน้นคนมุงอะไรกันนะ?” เสียงผู้คนที่เจี๊ยวจ๊าวอยู่ไม่ไกลเรียกความสนใจจากชายหนุ่มได้ไม่น้อย สาวเท้าอย่างมาดมั่นและสง่าผ่าเผยมุ่งสู่ที่นั้น เอ..มีอะไรกันนะ “เร่เข้ามาครับเร่เข้ามา สนใจอยากได้ยาฆ่าแมงกินฟันไปฝากลูกฝากหลาน ก็เร่กันเข้ามา” เป็นการแสดงมายากลนั่นเอง ชายเจ้าของเสียงอันดังและเร้าอารมณ์ส่ง เสียงเชิญชวนไปรอบๆ บริเวณ ผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำ�ดับ และ แน่นอน ก่อนจะมีการแสดงอันตื่นตาตื่นใจก็ต้องขายยาเรียกเงินเข้ากระเป๋ากัน ก่อนเป็นธรรมดา ‘โอ้..น่าสนุกจัง แวะก่อนดีกว่าเผือ่ ได้อะไรติดไม้ตดิ มือไปแกล้งยายหมีด�ำ ’ “ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย!” สองสาวพี่น้องยังคงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามา ช่วย ผู้คนที่สัญจรไปมาตรงปากซอยซึ่งอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตรได้แต่มองมาด้วย สายตาหวาดระแวงเกรงจะโดนลูกหลง เมื่อไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยก็เห็นจะมีแต่เรา เท่านั้นแล้ว สองสาวทั้งกัดและหยิกข่วนเท่าที่จะสามารถทำ�ได้ เผียะ! ปาริมาโดนตบจนหน้าหัน เซถลาล้มลงก้นจ้ำ�เบ้า ปิ่นปัทมาโดนเหวี่ยง ตามไปกองกันที่พื้น นี่มันกลางเมืองและกลางวันแสกๆ แท้ๆ ทำ�ไมทำ�กันได้ถึง เพียงนี้ พวกนี้เป็นลูกผู้ชายกันหรือเปล่า “เอ๊ะ ทางโน้นมีอะไรกัน?” ว่าที่ผู้หมวดหนุ่มหันไปสนใจอีกมุมหนึ่งของ 37


ตลาด เสียงคนร้องตะโกนบอกกันให้แซ่ดว่าตรงโน้นมีคนตีกัน ใครกันนะ? ‘แน่จริงจับให้ได้สิ’ น้ำ�เสียงแว่วหวานยั่วเย้ากระเซ้ากระซิกในห้วงสัมปชัญญะที่เลือนรางอีก ครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบข้างกลับเปลี่ยนไป หญิงสาวร่างเล็กบอบบางในชุด โจงกระเบนสีแดงเล่นน้�ำ ชุม่ ฉ่�ำ ไปทัง้ กาย แดดสีทองอ่อนๆ สะท้อนเสีย้ วหน้าและ แววตาวาวหวาน ดอกบัวน้อยใหญ่ชูสะพรั่งท่ามกลางระลอกน้ำ�ที่สะท้อนแสง เป็นกระกายระยับ สายบัวหอบใหญ่วางทิ้งอยู่ริมตลิ่ง คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็น ใครสักคนและทีไ่ หนสักแห่งทีค่ นุ้ เคย ลืมความเจ็บปวดจากการถูกทำ�ร้ายไปหมด สิ้น ทุกอย่างดูตื้อและอื้ออึงไปหมด ‘ว้าย!’ แล้วขาเรียวและเท้าเปล่าก็ถลำ�ลื่นลงโคลนลึก ชายหนุ่มผู้ที่ปราณ รูส้ กึ เหมือนเป็นตัวเองไล่ตามไปจนทัน คว้าร่างเจ้าของดวงหน้าหวานและรอยยิม้ พราวพรายนั้นไว้ในอ้อมอก ‘พี่...’ “เฮ้ย! ไอ้ปราณ” ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำ�ให้ปณิธานไม่สามารถเก๊กหล่อเอาไว้ได้อีกต่อไป ทำ�ไมเป็นแบบนี้ ปกติปราณไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องกับใครได้ “พอได้แล้ว!” ร้องห้าม ปราดเข้าประคองร่างปวกเปียกของเพือ่ นรักทีโ่ ดน ซ้อมจนตาปิด หัวใจขี้เล่นลุกโชนด้วยไฟโทสะ ชายหนุ่มขบกรามแน่นสกัดกั้น ระเบิดลูกโตให้สงบนิ่งเอาไว้ให้ได้นานที่สุด สองมือประสาน จับมือเพื่อนเอาไว้ แน่น เกินจะห้ามน้ำ�ตาลูกผู้ชายเอาไว้ได้ “เฮ้ย! ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไปโว้ย” “พอได้แล้ว...ครับพี่” ก้มหน้านิ่ง สกัดอารมณ์จนตัวสั่นบอกพวกมันด้วย น้ำ�เสียงที่พยายามจะราบเรียบ “อย่าแส่ดีกว่า คิดว่าเป็นทหารแล้วพวกกูจะไม่กล้ากระทืบหรือไงวะ” “พี่ปอนด์ ระวัง!” 38


หนึ่งในพวกมันอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มยังไม่ทันระวังตัว พุ่งเข้าหา เงื้อ ส้นเท้าขึ้นสูงและกระแทกลงสุดแรงหมายกระทืบให้จมดิน แต่เป้าหมายกลับ หลบฉากอย่างว่องไวเท้าของมันกระแทกพื้นฝุ่นกระจาย และในจังหวะนั้นหมัด ซ้ายตรงล้วนๆ ก็พุ่งตรงเข้ากระแทกใบหน้าของมันอย่างจัง ฟันหักกระเด็นสองซี่ หลับฝันร้ายกลางอากาศ “เสือกไม่เข้าเรือ่ ง เจอกู!” ไอ้ปอ้ ดพุง่ เข้าหาเจ้าของหมัดทีส่ ง่ ลูกสมุนของมัน ไปนอนคลุกฝุ่นด้วยความโมโหสุดขีด เหวี่ยงหมัดขวาตรงแหวกอากาศออกไป สุดแรง เป้าหมายของมันเอีย้ วตัวหลบได้อย่างง่ายดาย เหลือเพียงมือใหญ่แข็งแรง ที่อ้ารับหมัดของมัน บีบเอาไว้อย่างเหนียวแน่นและรุนแรง ความเจ็ บ ปวดอั น หนั ก หน่ ว งที่ ข้ อ มื อ เล่ น เอาไอ้ ป้ อ ดเข่ า ทรุ ด ร้ อ งลั่ น พยายามดึงข้อมือออกจากการบีบเค้นแต่ไม่เป็นผล ข้อมือที่เคยถูกใช้งานหนัก เพียงแค่กระดกเหล้าเข้าปากหรือจะสามารถแข็งขืนมือที่ผ่านการฝึกหนักในทุก รูปแบบมาแล้วอย่างโชกโชน “ก็นี่มันน้องสาวกับเพื่อนผมนี่ครับพี่” เจ้าของสายตาคมกริบแค่นเสียง คล้ายคำ�รามบอกกับมันเบาๆ ก่อนจะรั้งร่างอ่อนแอนั้นเข้ามาประชิด โขกศีรษะ เข้าที่ใบหน้าเหยเกของมันอย่างจัง “แก...ทำ�ฟันฉันหัก ฮึม่ ...เฮ้ยพวกแกจัดการมันสิโว้ย” มันหันไปสัง่ ลูกน้อง มือกุมปากเลือดไหลย้อยถึงข้อศอก ชายหนุ่มกระชากคอเสื้อหิ้วตัวมันขึ้นเต็ม ความสูง จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาอาฆาตแค้นคู่นั้น บรรดาลูกน้องหันรีหันขวาง ลังเลที่จะเข้าไปจัดการตามคำ�สั่งของลูกพี่ “ถ้าพี่ทำ�ตัวปกติเหมือนชาวบ้านคนอื่นเขา ปากพี่จะแตกมั้ยครับ” “มึง...” มันกัดฟันฝืนคาดโทษอย่างไม่มที ที า่ จะสำ�นึก “กูเอาคืน....แน่....” “ถ้าพี่จะเอาคืนก็รอเอาคืนกับผม อย่ามาหาเรื่องน้องๆ กับเพื่อนผมอีก จำ�ใส่กะลาหัวเอาไว้” ความโมโหกราดเกรี้ยวที่ถูกสกัดกั้นเอาไว้ต้องพังทลาย มือซ้ายคว้าหัวเข็มขัดยกตัวมันทุ่มซุกหัวลงไปในถังขยะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ นั้นอย่าง เหลืออดก่อนที่เสียงนกหวีดของสายตรวจที่เพิ่งเดินทางมาถึงจะดังขึ้น 39


“อูย...” “ครางหงิงเลยนะเพื่อน เป็นไงมันดีมั้ย ใจถึงไม่เบานี่หว่าเล่นรุมพวกมัน ทีเดียวพร้อมกันตั้งหลายคน” เมือ่ สถานการณ์คลีค่ ลายความขีเ้ ล่นก็กลับคืนมาอีกครัง้ ว่าทีผ่ หู้ มวดหนุม่ เห็นสภาพเพื่อนรักแล้วก็อดขำ�ไม่ได้ โดนต่อยเสียยับเยินเชียว เห็นทีตอนนี้ ตำ�แหน่งคนรูปหล่อที่สุดคงจะไม่พ้นเงื้อมมือปณิธานไปได้ แม้จะมีรอยแดงสอง จ้�ำ ทีบ่ ริเวณหน้าผากก็ตาม เขาเดินไปเปิดตูเ้ ย็น หยิบเอาน้�ำ แข็งหลอดในช่องฟรีซ มาลูบบริเวณรอยช้ำ� ไอ้บ้านั่นฟันหน้ามันแข็งจริงๆ แต่ก็ดีที่หักไปแล้ว ต่อไปคง ไม่กล้าซ่าหาเรื่องใครต่อใครไปทั่วอีกแล้วละ “ก็ดูสภาพสิพี่ปอนด์ จะมันออกมั้ยนี่” สาวน้อยแก้มใสหัวเราะคิก พลอย เล่นไปกับพี่ชายด้วย มือเรียวเล็กประคบผ้าเย็นบริเวณเปลือกตาที่เกือบปิดของ พีป่ ราณเอาไว้ พีป่ ริมต้องไปทำ�กับข้าวจึงฝากหน้าทีท่ คี่ วรเป็นของหญิงคนรักเอา ไว้กับน้องสาวคนสวย “ใช่... น่าเสียดายตำ�รวจไม่น่ามาห้ามเลย ฉันกำ�ลังจะสอยพวกมันได้ แล้วเชียว อูย...” “เอ๊ะ แล้วใครที่นอนให้พวกมันกระทืบจนต้องเป็นแบบนี้ เขาว่า...หน้า คุ้นๆ นะ” ตางามยิ้มหยี อยากกระเซ้าคนปากดีเล่นๆ แต่เพียงแวบเดียวที่ก้มลง สบตาคนเจ็บใกล้ๆ ก็ตอ้ งรีบมองผ่านไปทางอืน่ กลบเกลือ่ นบางความรูส้ กึ ทีท่ �ำ ให้ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทร วันนี้ พี่ปราณยอมเจ็บตัวขนาดนี้เพื่อปกป้องพวกเรา “ต่อไปต้องฝึกมวย หมั่นออกกำ�ลังให้ร่างกายแข็งแรงนะเพื่อน จะได้ดูแล น้องๆ ได้” “ไม่ไหวละมั้งเพื่อน” “ต้องไหวสิ ดูฉันนี่ ซัดพวกมันจนวิ่งหนีหางจุกตูดไปเลย” “วูย้ ...พีป่ ราณเขาออกจะบอบบาง ออกแนวใช้สมองไม่ได้เป็นพวกใช้ก�ำ ลัง เหมือนพี่ปอนด์ถึงจำ�เป็นจะต้องถึกเข้าไว้” น้องสาวคู่ปรับนิรันดร์กาลส่งเสียงขัดคอมาจากก้นครัว เห็นว่ามาหิวๆ 40


หรอกนะคะถึงยอมลงทุนทิ้งหน้าที่ปรนนิบัติพี่ปราณเอาไว้ก่อน แล้วเข้าครัวมา ทำ�อาหารให้พอ่ รัว้ ผุๆ ของชาติรบั ประทาน และนีก่ เ็ สร็จเรียบร้อยแล้วด้วย ปริมา ยกไข่เจียวจานด่วนพร้อมข้าวสวยร้อนๆ วางบนโต๊ะอาหารก่อนจะเดินเข้ามาร่วม วงสนทนา “อ๊ะ ก็คนมันแข็งแรง เป็นรั้วของชาติก็ต้องแข็งแรงพร้อมสู้ศึกเสมอ นี่ๆ ดูกล้ามซะก่อน” พูดพลางเบ่งกล้ามแขนอันแข็งแรงโชว์ให้เห็นกันจะจะไปเลย “ชิ...ขี้โม้จริงๆ เลย” เวลาล่วงเลยห้าทุม่ เป็นเวลาทีต่ า่ งต้องแยกย้ายกันเข้านอน แต่เหตุการณ์ เมื่อบ่ายวันนี้ยังคงชัดเจนในความทรงจำ�ของปริมาจนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ ชายหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนรักของพี่ชายผู้เป็นวีรบุรุษปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรี ของเธอไม่ให้ถูกพวกจิ๊กโก๋เหล่านั้นย่ำ�ยี ยังนอนเจ็บอยู่อีกห้องหนึ่ง แสงเหงาๆ จากโคมไฟพาหัวใจร้อนรุ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเวลาที่ผ่านไปทุกๆ นาที “น้องปิ่นว่า พี่ไปทายาให้พี่ปราณดีมั้ย” ผู้เป็นพี่เอ่ยถามน้องสาวที่นอน หันหลังให้ “น่าสงสารพีป่ ราณจังเลย ดูซริ า่ งกายก็ไม่ได้แข็งแรงพอจะไปสูร้ บปรบมือ กับใครเขาได้ แต่เพื่อปกป้องเราต่อให้ต้องเจ็บตัวก็ยังยอม เฮ้อ...น่ารักที่สุด” พูดพลางยิ้มพรายอาบใบหน้า การได้เอ่ยถึงคนที่รักนั้นเป็นความสุขอย่างหาที่ เปรียบไม่ได้ “น้องปิ่นว่า จะน่าเกลียดไหมถ้า... ถ้าพี่จะสารภาพรักพี่ปราณ” ปลาย เสียงนั้นแผ่วลง รู้สึกกระดากกับสิ่งที่เพิ่งพูดออกไป “น้องปิ่น... น้องปิ่น... นี่ อย่าบอกนะว่าหลับจริงๆ น่ะ โธ่เอ๊ยปล่อยให้พี่ รำ�พึงรำ�พันคนเดียวอยู่ได้ น่าตีจริงๆ น้องคนนี้” มือเรียวคลี่ปอยผมและก้มลง จุ๊บแก้มใสๆ ก่อนจะปิดไฟคลุมโปงข่มตาให้หลับลงอย่างยากเย็น ขณะที่ดวงตา อีกคู่หนึ่งกำ�ลังเหม่อลอยผ่านความมืดออกไปนอกหน้าต่างอย่างหงอยเหงา ‘พี่ปริม...พี่ปราณ...’ 41


ตอนที่ 3

บุพเพอาละวาด “น้ำ�เย็นชื่นใจจังเลย พี่ปราณกับพี่ปอนด์ลงมาเล่นด้วยกันสิคะ” น้องสาว คนเล็กที่ชื่นชอบน้ำ�ใสไหลเย็นเป็นชีวิตจิตใจร้องชวนขณะลอยคอในน้ำ�ที่ลึก เพียงอก สองมือตีน้ำ�ป๋อมแป๋ม “เล่นกันไปก่อนก็แล้วกัน เดีย๋ วพีก่ บั พีป่ ราณจะไปหาของกิน ยายปริมดูแล น้องดีๆ ล่ะ” “เจ้าค่ะคุณพี่ แหมๆ ทีน้องคนนี้ไม่เห็นจะแสดงความเป็นห่วงบ้างเลยนะ จิกกัดอยู่ได้ทุกวันไม่รู้เบื่อเลย” “ไม่ต้องพูดมากเป็นพี่ก็ต้องดูแลน้อง เดี๋ยวพี่มา” คนเป็นพี่ชายกอดคอเพื่อนรักผละจากไป ทิ้งให้น้องสาวทั้งสองเล่นน้ำ�รอ ไปก่อนตามลำ�พัง บริเวณน้ำ�ตกมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำ�กันบ้างประปราย วันนี้ พี่ปอนด์ขอยืมรถคันเล็กของคุณพ่อพาน้องๆ ออกมาเปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่ได้ออก ไปไหนให้ไกลจากควันพิษนานแล้ว ซึง่ ขับรถเพียงชัว่ โมงเศษๆ ทัง้ สีก่ ม็ าถึงน้�ำ ตก ชื่อดังซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ปิ่นปัทมานั้นดูจะชอบน้ำ�เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะน้ำ�ตกหรือทะเล เจอเมื่อไหร่ ก็อยากจะลงไปดำ�ผุดดำ�ว่ายให้ชมุ่ ฉ่�ำ เสียทุกทีไป ถึงจะเคยมีประสบการณ์เลวร้าย เมื่อวัยเด็ก แต่ก็ไม่ได้ทำ�ให้กลัวการเล่นน้ำ�แต่อย่างใด วันนี้สองสาวมาในชุด เล่นน้�ำ กางเกงยีนขาสัน้ เสมอเข่าและเสือ้ ยืดลายริว้ สีทบึ ปลอดภัยแม้เวลาเปียกน้�ำ ท่ามกลางสายตาประชาชีกอทั้งหลาย 42


สองสาวดำ�ผุดดำ�ว่ายในบริเวณน้ำ�ตื้นใกล้ๆ ตลิ่ง โขดหินน้อยใหญ่สลับ ซับซ้อนช่วยทานกระแสน้ำ�ไม่ให้เชี่ยวกรากเหมือนร่องน้ำ�ลึกกลางลำ�ธาร “เขาจะเอาหินไปโรยกระถางต้นไม้นะพี่ปริม” ปิน่ ปัทมาบอกกับพีส่ าวก่อนจะผลุบหายไป โดยมือน้อยก็ยงั เกาะขากางเกง ของพี่สาวเอาไว้แน่น ก็ยังว่ายน้ำ�ไม่เก่งนี่นาเกิดตกน้ำ�ป๋อมแป๋มเหมือนเมื่อตอน เด็กละก็แย่เลย หินกรวดที่ถูกกระแสน้ำ�ชะกร่อนมานับพันนับล้านปีเรียงรายอยู่ เบือ้ งล่าง แสงแดดสาดส่องผ่านระลอกคลืน่ บนผิวน้�ำ กระทบเป็นเงาวิบวับ ถ้าเอา ไปเรียงไว้รอบๆ กระถางต้นไม้จะต้องสวยมากๆ เลยทีเดียว ‘ว้าว หินก้อนนั้น ขาวสะอาดกลมมนเหมือนไข่มุกเลย แต่ก็ไกลสุดเอื้อม ถ้าไม่ปล่อยมือจากพี่ปาริมาซะก่อน ปล่อยสักแป๊บเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง คว้าได้แล้วจะรีบกลับมา เอาละ ปล่อยละนะ ฮึ๊บ... อ๊ะ! แย่แล้ว’ “น้องปิ่น!” “เฮ้ยปราณ เดี๋ยวฉันไปคนเดียวก็ได้ แกกลับไปดูน้องละกัน อยู่กันสอง คนรู้สึกเป็นห่วงยังไงไม่รู้” ปราณผละจากมา ให้ปณิธานเดินไปหาของกินลำ�พัง น้ำ�ตกที่นี่ดูผิวเผิน ก็ร่มรื่นสวยงาม แต่จากจำ�นวนผู้ประสบอุบัติเหตุบอกให้รู้ว่าอันตรายไม่ใช่น้อย บางสิง่ ทีม่ คี ณ ุ อนันต์กก็ ลับมีโทษมหันต์ได้เช่นกันหากเกิดอะไรทีผ่ ดิ ทีผ่ ดิ ทางขึน้ มา

ลึก

“น้องปิ่น!” คนเป็นพี่สาวใจหายวูบเมื่อน้องสาวตัวเล็กถูกกระแสน้ำ�พัดไปในร่องน้ำ�

‘แย่แล้วน้องปิ่นว่ายน้ำ�ไม่แข็ง’ สองเท้าตะกายน้ำ�พาร่างบางๆ พุ่งตาม ออกไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง สายน้ำ�ไหลเชี่ยว พาปิ่นปัทมาป๋อมแป๋มไกลออกไปทุกที ความคุ้นเคยกับน้ำ�คงช่วยให้พยุงตัวอยู่ ได้อีกสักพัก ปริมาแหวกว่ายตามไปจนทัน เข้าโอบร่างเล็กจากทางด้านหลัง ตะเกียกตะกายเข้าฝัง่ อย่างยากเย็น แม้เป็นระยะทางเพียงไม่กเี่ มตรแต่การต้องมี 43


คนอีกหนึ่งคนเป็นภาระก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ ‘อีก...นิดเดียว’ น้ำ�เชี่ยวพาร่างกายอ่อนล้าแทบหมดแรง แต่ไม่ว่าจะยังไง น้องปิ่นจะต้องปลอดภัย “เกาะกิง่ ไม้ไว้!” พีส่ าวบอกพลางรวบรวมกำ�ลังเฮือกสุดท้ายเหวีย่ งร่างของ น้องสาวให้เกาะกิ่งไม้ที่ทิ้งตัวอยู่ริมตลิ่ง “แค่ก... พี่ปริม! ช่วยด้วย...ช่วยพี่ปริมด้วย! ฮือๆ ” เสียงดังจากริมน้ำ�เรียกความสนใจจากปราณที่กำ�ลังเดินกลับมา “น้องปริม!” ภาพที่เห็นอยู่ไกลๆ ปาริมากำ�ลังถูกน้ำ�พัดไกลออกไป และ ดูเหมือนว่าจะหมดแรงพยุงตัวเองจวนจะจมอยู่รอมร่อ ชายหนุ่มออกแรงวิ่งสุด ผีเท้า เวลาแต่ละวินาทีมีค่าเท่ากับชีวิตของปาริมาทั้งชีวิต “อดทนไว้นะ!” อีกเพียงสิบเมตรจะถึงลำ�ธาร ปาริมาโผล่หายใจเหนือน้ำ� เฮือกสุดท้ายก่อนจะจมหายไป “พี่ปริม...!” อีกมุมหนึ่งของวนอุทยาน “สวัสดีคร้าบ ผมชื่อปอนด์ ว่าที่ร้อยตรีรูปหล่ออนาคตไกล อยากมีไว้เป็น กิ๊กประดับบารมีสักคนไหมคร้าบ” คนรูปหล่อยังคงรูปหล่อต่อไปอย่างไม่มีทางจะฉุดรั้ง แม้สองมือจะหอบ ของกินพะรุงพะรัง ลูกชิ้นทอด กล้วยปิ้ง โรตีสายไหม ผลไม้และของขบเคี้ยวอื่นๆ พลางส่งสายตาเจ้าชู้อันเป็นประกายวิบวับ เอ่ยปากทักทายสาวๆ มาตลอดทาง อย่างกับว่ารู้จักกันมาแรมปี “จอย เจน รอด้วย! โห... โคตรตื่นเต้นเลยว่ะแก ตะกี้มีคนตกน้ำ�ด้วย” สาวน้อยอีกคนพาความน่ารักอันจำ�กัดอยู่ในหุ่นอันตุ้ยนุ้ยวิ่งตามเพื่อนสวนทาง มาด้วยท่าทีเหนื่อยหอบ ละล่ำ�ละลักบอกกับเพื่อนว่าที่ลำ�ธารมีคนจมน้ำ� ลำ�ธาร... “น้องปิ่น!” ว่าที่ผู้หมวดหนุ่มใจหายแว้บ ขออย่าให้เป็น... ยกขนมมากมายให้กับ 44


สามสาวที่ยืนงงก่อนจะวิ่งไปที่ลำ�ธาร ในวินาทีที่กลิ่นไอของความสูญเสียจ่ออยู่ที่ ปลายจมูก ความเป็นห่วงเค้นหัวใจจนปวดหนึบ ขอให้ไม่ใช่ทีเถอะ “ยายปริม!” คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่น้องปิ่น แต่กลับเป็นปริมที่นอนนิ่งอยู่บนผืน หญ้า น้องปิ่นนั้นตอนนี้กอดร่างสงบนิ่งของพี่สาวแสนรักร้องไห้สะอึกสะอื้น ปราณกระโดดลงไปคว้าตัวเอาไว้ได้ทันก่อนจะพาร่างปวกเปียกขึ้นมานอนนิ่งอยู่ ในขณะนี้ “ยายปริม! เป็นยังไงบ้าง ทำ�ใจดีๆ ไว้นะ พี่จะตามรถพยาบาล” เถลือกไถล กอหญ้าริมตลิ่งโผเข้าประคองร่างน้องสาวเอื้อมมือสั่นเทาอังจมูกเชิดนั้นเพื่อ ตรวจลมหายใจ ถึงจะผ่านการฝึกมามากแต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงก็ ทำ�เอาควบคุมสติไม่อยู่ แค่เพียงนึกว่าต่อไปจะไม่มียายหมีดำ�คอยต่อปากต่อคำ� อีกแล้ว ใจคอมันหดหู่ตีบตันเกินจะกลั้นน้ำ�ตาเอาไว้ได้ “ยายปริม...” “โอย...จะร้องทำ�ไมเนี่ยกำ�ลังหลับสบายเลย” แล้วเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ ใสแป๋วอีกครั้ง อ้าว...ที่แท้ยายหมีดำ�ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา ว่าที่ผู้หมวดขี้แยต้องแสร้งหัน ไปลูบหัวน้องสาวคนเล็กแก้เก้อ โอ๋ๆ คงตกใจมากสินะ ไม่เป็นไรพี่มาแล้วไม่ ต้องกลัว ความโล่งใจและดีใจถูกเก็บกดไว้มากมายจนล้นอก ในขณะที่คนได้ที รีบขี่แพะไล่ ลุกขึ้นเอียงคอตามขอมองให้ชัดๆ หน่อยซิว่า ที่ปริ่มๆ จะล้นนั่นมัน น้ำ�ตาใช่หรือเปล่า ตาสวยแม้จะเปียกปอนยิ้มหยียั่วเย้าหัวเราะคิกอย่างผู้กำ�ชัย “ขออีกทีได้มั้ยแบบตะกี้ แบบว่าฟังไม่ชัดแต่รู้สึกดีจังเลย ไหนๆ มีน้ำ�ตา ด้วยซึ้งซะไม่มีละ” “เปล่าซะหน่อย ฝุน่ มันเข้าตาหรอกยายหมีด�ำ ” ทำ�เสียงขึงขังถลกแขนเสือ้ ขึ้นเช็ดน้ำ�ตาที่ปริ่มๆ จะนอง “เหนื่อยมากเลย นี่ถ้าไม่มีพี่ปราณปริมคงแย่ ขอบคุณมากนะพี่ปราณ” “หมั่นไส้เว้ย เสียงงี้เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยนะเวลาพูดกับไอ้ปราณน่ะ” “ชิ..” แสร้งค้อนวงใหญ่ อันที่จริงก็ปลื้มใจไม่ใช่น้อยที่คนปากแข็งแสดง 45


ความเป็นห่วงมากมายปานนี้ ความต่างพ่อต่างแม่ไม่ใช่ปัญหาเลยจริงๆ สำ�หรับ ความห่วงหาอาทร ดวงอาทิตย์ของวันทีไ่ ม่เชิงจะเลวร้ายเริม่ บ่ายคล้อย หลังจากเล่นน้�ำ กันพอ หอมปากหอมคอและทานมือ้ เทีย่ งกันแล้ว ทัง้ สีก่ เ็ ดินชมบรรยากาศรอบๆ บริเวณ วนอุทยาน ถนนหนทาง ดอกไม้พุ่มไม้ถูกตัดแต่งเอาไว้ร่มรื่นสวยงาม นานๆ ที จะได้หนีจากความวุน่ วายมาสูท่ เ่ี งียบสงบเช่นนีเ้ สียที ไม่มใี ครบ่นอยากจะกลับบ้าน เลยสักคนเดียว “สา...ธุ” น้องสาวคนเล็กหันไปยกมือสาธุกับศาลเจ้าที่ที่ตั้งอยู่ข้างทางตรงพุ่มไม้ ไม่ไกลนัก แปลกจัง ทำ�ไมศาลเจ้าที่ถึงได้ทาสีดำ�นะ คงเป็นรสนิยมของคนสร้าง หรือไม่กเ็ ป็นความต้องการของท่านเจ้าที่ เคยมีเพือ่ นเล่าให้ฟงั ว่าไปเทีย่ วต่างถิน่ ลืมยกมือไหว้ทำ�ความเคารพเจ้าที่ ต้องเป็นไข้ตั้งหลายวันแน่ะ ทางที่ดี...ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ดีกว่า ลูกหลานมาเที่ยวนะเจ้าคะ ปกป้องคุ้มครองด้วยเถิด สา...ธุ เส้นทางคดเคี้ยวไกลออกไปนอกบริเวณพื้นที่สำ�นักงานของวนอุทยาน ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีไร้การตกแต่ง ได้บรรยากาศและกลิน่ ไอของธรรมชาติอย่าง แท้จริง เดินพลางต้องหันมองทางและทำ�เครื่องหมายไปพลางเกรงจะหลงป่า แต่อีกสักพักก็คงกลับแล้วละ ขืนเข้าไปลึกกว่านี้กว่าจะกลับออกไปได้ก็คงมืดค่ำ� พอดี “สา...ธุ” เจ้าทีท่ น่ี ม่ี เี ยอะจริงๆ เท่าทีน่ บั ได้ตลอดทางนีก่ จ็ ดุ ทีส่ แ่ี ล้ว ลูกมาเทีย่ วเฉยๆ นะเจ้าคะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัยด้วยเถอะเจ้าค่า สา..ธุ “น้องปิ่นทำ�อะไรน่ะ พี่เห็นสาธุๆ หลายทีแล้ว ขอหวยรึไงจ๊ะ” ปณิธาน หันมาเอ่ยถาม ปลายเสียงกลั้วหัวเราะอยู่กริ่มๆ ทุกคนหันมามองด้วยรอยยิ้ม เป็นตาเดียว “ก็...ไหว้เจ้าที่ไงคะ” ปิ่นทมาชี้มือไปที่ศาลท่านเจ้าที่หลังล่าสุดซึ่งเหมือน กับทุกๆ ที่ที่ผ่านมา 46


เลย

“หือ...หึหึหึ” คนแก้มใสมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที หัวเราะอะไรกันนะคนสวยไม่เข้าใจ

“ก็...นั่นมันที่ให้อาหารนก ไม่ใช่ศาลเจ้าที่จ้าน้องปิ่น ฮ่าๆๆ ” ปราณรีบ เฉลยก่อนจะหัวเราะขำ�จนแทบหายใจไม่ทัน “ทางโน้นมีศาลเจ้าด้วยแวะเข้าไปดูกันดีกว่ามั้ย” พี่สาวคนสวยช่วยเบน ความสนใจของสองหนุ่มที่กำ�ลังหัวเราะจนน้ำ�หูน้ำ�ตาไหลกับความเปิ่นของน้อง สาวคนเล็ก สองหนุ่มหันไปมองหน้าคนตัวเล็กพร้อมๆ กันเพื่อตอกย้ำ�ความเปิ่น แต่ ก็ต้องสกัดกั้นอารมณ์ขันเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น เมื่อแก้มใสกลายเป็นแก้มป่อง และควันเริ่มจะออกหูเล็กน้อย ค้อนคนนั้นขวับคนนี้ขวับ “...” เงียบ พยายามอดกลั้นไม่ให้หัวเราะ หน้านิ่งหลับตาปริบๆ แต่เริ่ม แดง เส้นเลือดแห่งอารมณ์ขันปูดขึ้นเด่นชัด ช่างอัดอั้นแท้หนอ “ฮ่าๆๆ” “พี่บ้า!” บรรยากาศภายในศาลเงียบสงบ พืน้ หินอ่อนกลางโถงทีค่ ะเนด้วยสายตา คงมีพื้นที่ร่วมหนึ่งร้อยตารางเมตรนั้นสะอาดสะอ้าน บอกให้รู้ว่ามีการดูแลเอา ใจใส่เป็นอย่างดี แสงสว่างจากช่องทีถ่ กู ออกแบบให้เปิดจากเบือ้ งบนส่งให้รปู ปัน้ อันวิจิตรของใครสักคนบนแท่นบูชาขนาดใหญ่ดูโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลาง ความอึมครึมรอบข้างอย่างตั้งใจ รูปปั้นของหญิงสาวผู้แหงนหน้ามองฟ้าด้วย แววตาเปี่ยมสุข ผนังที่เป็นเสมือนฉากหลังของรูปปั้นลอยตัวนั้นเป็นภาพนูนต่ำ� ที่คาดว่าจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของหญิงสาวผู้นั้นพร้อมทั้ง สถานที่แห่งนี้ ตะเกียงน้ำ�มัน แจกันดอกไม้ และกระถางธูปใบใหญ่ที่เต็มไปด้วย ก้านธูปเก่าๆ แสดงให้เห็นว่าเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนจำ�นวนมาก “น่าสนใจจริงๆ” ปราณดูจะแสดงความสนใจเป็นพิเศษ นับปีแล้วที่เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับ สถานที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาของคนทั้งหลาย แต่ไม่เคยปรากฏ 47


ว่ามีเรื่องราวของสตรีผู้นี้ผ่านตาเลยสักครั้ง คงต้องหาโอกาสกลับมาศึกษาอย่าง ละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ อักขระจารึกบนแผ่นหินอ่อนผนึกไว้รอบฐานแท่นบูชา ทั้งสี่ด้าน ประมวลคร่าวๆ นี่เป็นสตรีผู้ยึดมั่นในรักข้ามภพจนกลายเป็นตำ�นาน “เสี่ยงเซียมซีกันดีกว่า” ปาริมาปรีเ่ ข้าหากระบอกเซียมซีทว่ี างอยูใ่ กล้ๆ ตูค้ �ำ ทำ�นายติดกับกระถางธูป เรื่องแบบนี้สาวๆ จะชื่นชอบเป็นพิเศษ ถึงแม้บางครั้งคำ�ทำ�นายจะยอกย้อนและ วกวนตามประสาภาษาที่กลอนพาไป แต่ก็ถือว่าเสี่ยงเล่นขำ�ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร ถ้าออกมาดีก็เป็นกำ�ลังใจ ถ้าออกมาไม่ดีก็แค่คำ�ทำ�นาย แล้วทุกคนก็ผลัดกัน เขย่ากระบอกเซียมซีและได้คำ�ทำ�นายมาคนละใบ ปาริมานั้นอ่านไปยิ้มไป คำ� ทำ�นายบอกว่าความรักจะสมหวัง รักทีถ่ กู เก็บงำ�และซับซ้อนจะถูกเปิดเผยในไม่ชา้ แล้วชีวติ จะสุขโขสโมสร เชือ่ ได้รเึ ปล่าก็ไม่รู้ เอ๊ะ...แล้วพีป่ ราณจะได้เบอร์อะไรหนอ ไวดังความคิดคนสวยคอยาวแว้บมองใบเซียมซีในมือพี่ปราณ “เบอร์ห้า... ว้าย! ได้ใบเดียวกับปริมเลย สงสัยเราจะเป็นเนื้อคู่กันนะคะ พี่ปราณ” “ดูมัน” พี่ชายคนโตคันปากยิบๆ หมั่นไส้ทุกทีที่เห็นสะพานทอดกรอบ จานโตของยายน้องสาวคู่ปรับนิรันดร์กาล พลางแอบชะเง้อดูใบของปิ่นปัทมา “เอ๊ะ... ของน้องปิ่นเลขเดียวกับพี่เลย” ไม่มีคำ�พูดใดจากคนเป็นน้องสาว มีเพียงรอยยิ้มจางๆ แสดงการรับรู้ ความหมายของใบเซียมซีบอกว่า แม้ไม่เคยสมใจเลยสักครั้ง แต่พลังแห่งรักจะ หนุนนำ�ให้สขุ สม ปิน่ ปัทมานึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะมีหนทางใดให้รกั ...ได้สขุ สม หรือบางทีมันอาจจะเร็วเกินไปที่เธอมาจะคิดถึงเรื่องนั้น “ถ้าสว่างๆ กว่านี้หน่อยก็คงดีนะ” ปาริมาและปณิธานเดินชมไปรอบๆ ส่วนปิ่นปัทมาเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง “เนื้อคู่?” เสียงใสเอ่ยเพียงแผ่วเบากับตัวเองแต่ก็กังวานในความเงียบ พี่ปราณเดิน เข้าไปสมทบทางด้านหลัง 48


แก้มใสกลายเป็นชมพูระเรือ่ เมือ่ จังหวะทีจ่ ะหันกลับมาเรียกพีส่ าวนัน้ ต้อง มาจ๊ะเอ๋กบั ชายหนุม่ เจ้าของแววตาอบอุน่ ใกล้ชดิ จนสัมผัสได้แม้ไออุน่ ของลมหายใจ แต่ก็ต้องรีบสลัดอารมณ์วูบไหวที่กำ�ลังก่อตัวขึ้น เมื่อพี่ปราณทำ�ท่าเหมือนกำ�ลัง ไม่สบาย คนตัวสูงต้องรีบคว้ามือเรียวเล็กยึดเหนีย่ วพยุงกาย รูส้ กึ เวียนศีรษะกะทันหัน เงาจางๆ ของใครสักคนกับรอยยิ้มที่คุ้นตาวูบไหวทับซ้อนคนตัวเล็กเบื้องหน้า “พี่ปราณเป็นอะไรคะ!” “พีป่ ราณเป็นอะไร?” ปาริมาถึงตัวพีป่ ราณอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามด้วยความ เป็นห่วง สีหน้าเป็นกังวล “ไม่เป็นไร พี.่ .หายแล้ว...” เมือ่ เห็นว่ากำ�ลังทำ�ให้คนอืน่ เป็นห่วงชายหนุม่ จึงรีบสลัดความมึนงงออกไปอย่างรวดเร็ว “สงสัยเมื่อวานจะลงมือกับพวกนั้นหนักไปหน่อยเลยหมดแรงน่ะ” “ตลกละพี่ปอนด์” “เนื้อคู่เหรอ” ว่าที่ผู้หมวดหนุ่มกอดอกอ่านอักขระจารึกบนผนังอย่าง พิจารณา ในนั้นบอกเอาไว้ว่า เนื้อคู่ของคนเราอาจมีเป็นแสนคนผูกพันกันข้าม ภพชาติ ครั้งแล้วครั้งเล่าชาติแล้วชาติเล่าที่เราเกิดมาเราอาจเคยสร้างคู่ใหม่ๆ ของเราคนแล้วคนเล่าเช่นกัน และเมื่อมีอันต้องพลัดพรากจากกันไป บ้างก็ได้มี โอกาสกับมาครองรักกันอีกครั้ง บ้างก็ต้องจากไกลชั่วนิรันดร์ การกลับมาพบกันอีกครัง้ เราอาจรูไ้ ด้เพียงแค่สบตากันครัง้ แรกดังทีเ่ ราเคย ได้ยินคำ�ว่า “รักแรกพบ” หรืออาจต้องใช้เวลายาวนานฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย กว่าจะได้ลมิ้ รสความหอมหวานแห่งรักทีร่ อคอย และเนือ้ คูใ่ นชาติทแี่ ล้วอาจเป็น ใครสักคนใกล้ๆ ตัวเราในชาติปัจจุบัน “ปริมว่าปริมเจอเนื้อคู่แล้วละ เฮ้อ...โชคดีจังไม่ต้องตามหาให้ยาก” เกาะ แขนซบไหล่เนื้อคู่จำ�เป็นที่ยังมึนๆ จากภาพซ้อนเมื่อสักครู่ ยั่วเย้ารั้วผุๆ ของชาติ ด้วยหางตาประกายระยับ “เก็บอาการหน่อยยายหมีดำ�” 49


“ปริมย่ะปริม ไม่ใช่หมีดำ�” “ปริมดำ�” “ดำ�เขาก็มีคู่แล้วย่ะ ไม่เหมือนพี่ปอนด์หรอก ว่าที่นายน้อยห้อยต่องแต่ง แต่ไม่มีใครเอา” “ห้อยกระบีเ่ ว้ยยายหมีด�ำ ” แล้วคูป่ รับนิรนั ดร์กาลก็ไล่ตกี นั ไปรอบๆ เรียก รอยยิม้ ให้กบั อีกคูห่ นึง่ ทีเ่ ฝ้ามอง ก่อนพากันเดินทางกลับบ้านในเวลาใกล้ค�่ำ แล้ว วันหยุดอันแสนรื่นรมย์และมากด้วยความหมายก็จบลงอีกครั้งหนึ่ง วันเป็นเดือน เดือนเป็นปี เมื่อปาริมาเรียนจบมัธยมปลายกลับไม่ได้ เรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกับปราณอย่างทีต่ ง้ั ใจไว้ เธอเปลีย่ นใจสอบชิงทุนรัฐบาล เพื่อเรียนไปต่อต่างประเทศในคณะรัฐศาสตร์ตามคำ�แนะนำ�ของคุณบุญเลิศ ผูเ้ ป็นบิดาซึง่ เป็นอดีตนายอำ�เภอ ส่วนปิน่ ปัทมานัน้ กำ�ลังเรียนต่อชัน้ ม.สี่ ปณิธาน และปราณต่างก็เรียนปีสุดท้าย งานเลี้ยงส่งปาริมาที่จัดอย่างเรียบง่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว เคยมีคนบอก ว่า เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วกว่าที่ใจอยากให้เป็น เมื่อทยอยส่งเพื่อนๆ กลับกันแล้วทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติ พี่ปราณค้างที่ห้องพี่ปอนด์ สองสาว พี่น้องก็นอนห้องเดียวกันเช่นเคย แต่จากวันพรุ่งนี้ไปที่นี่ก็คงจะไม่เหมือนเดิม อีกแล้ว เพราะนานๆ กว่าปาริมาจะกลับมาสักครั้ง นึกถึงการจากไกลแล้วใจหาย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาน้องปิ่นกับพี่ปริมแทบ จะไม่เคยห่าง แต่ก็นั่นแหละ เมื่อเวลาผ่านไปเราทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ ก็จำ� ต้องแยกจากกันไปไม่วนั ใดก็วนั หนึง่ แต่ไม่วา่ จะอย่างไรความเป็นพีน่ อ้ งจะคงอยู่ ยืนยาวตลอดไป “เขาต้องคิดถึงพี่ปริมแน่ๆ เลย” น้องสาวเอือ้ มมือโอบเอวคอดของพีส่ าวจากทางด้านหลัง ปีนน้ี อ้ งปิน่ ตัวสูง เท่าพี่ปริมแล้ว ปริมาทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง “เป็นอะไรไปคะ พี่ปริมไม่เคยเงียบแบบนี้นี่นา” รั้งแขนกระชับเอวให้ แนบแน่น แอบจุ๊บแก้มพี่สาวเบาๆ “นั่นแน่ะๆ อย่าบอกนะว่า...” คลายวงแขน 50


เอื้อมมือหมุนหัวไหล่หันมามองหน้าให้ชัดๆ “แค่นึกว่าต้องจากไปไกลก็อดใจหายไม่ได้ น้องปิ่นดูแลตัวเองดีๆ นะ” เจ้าของแววตาเศร้าลูบเรือนผมสลวยเจ้าของตาโตบ้องแบ๊วที่กำ�ลังมองมาอย่างมี เลศนัย “ไม่ใช่แค่ห่วงน้องละมั้งที่เศร้าขนาดนี้เนี่ย...” “พี่ฝากดูแลพี่ปราณด้วยนะน้องปิ่น” ปลายเสียงแผ่วลงเห็นได้ชัด รู้สึก กระดากต่อสิ่งที่พูดไป ไหนจะรอยยิ้มยั่วเย้านั่นจนต้องหลบตาไปทางอื่น “โอ้...นี่ตกลงเป็นแฟนกันแล้วเหรอคะ” “ยังจ้ะ...แต่พี่เชื่อว่า พี่ปราณคือเนื้อคู่ของพี่ และเมื่อถึงเวลาพี่จะเป็นคน บอกพี่ปราณเอง”

51


ตอนที่ 4

รักที่ซ่อนเร้น เช้าวันใหม่กลางฤดูหนาว ท้องฟ้าแจ่มใส แดดสีทองที่ฉายสาดทอทับ ผืนโลกกว่าชั่วโมงยังไม่ได้ช่วยให้คลายหนาวสักเท่าไหร่เลย ปณิธานอยู่ในชุด นักเรียนนายร้อยเนีย้ บนิง้ ตัง้ แต่หวั จรดเท้าเช่นเคย เตรียมพร้อมทีจ่ ะออกจากบ้าน แล้วสำ�หรับวันนี้ แต่...จะไปส่งน้องสาวแก้มใสนักเรียนมัธยมปลายก่อนถึงจะเลย ไปเรียน เอ...สงสัยยังไม่คุ้นกับชุดนักเรียนใหม่ถึงได้แต่งตัวช้า วันนี้เป็นวันเปิด เทอมด้วยนี่นา อยากเห็นจังเลยว่าใส่ชุดนักเรียน ม.ปลายแล้วจะน่ารักแค่ไหน “มาแล้วค่ะ...” สาวนักเรียน ม.ปลายพาความสดใสน่ารักเดินกึ่งวิ่งลงมา จากชั้นบน แต่... “อุ๊ย...ลืมของ” “สวยใช่มั้ยลูก” คุณรำ�เพยยิ้มน้อยๆ กระเซ้าบุตรชาย ผู้ซึ่งกำ�ลังอ้าปาก ค้างมองตามน้องสาวคนเล็กในชุดนักเรียน ม.ปลายที่วิ่งขึ้นไปหยิบของบนบ้าน อีกรอบ “คุณแม่รู้?” ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นมารดา มีแต่แววตาอบอุ่นที่มองมาอย่างแสน เอ็นดู เอื้อมมือลูบศีรษะบุตรชายเบาๆ ขึ้นชื่อว่าแม่ มีหรือจะดูลูกตัวเองไม่ออก ภายใต้ความห่วงหาอาทรฉันพี่น้องที่ปณิธานมีให้ปิ่นปัทมา มีบางความรู้สึกที่ เจ้าตัวแอบเก็บซ่อนเอาไว้มายาวนาน ความรู้สึกที่มีมากกว่ารักอย่างที่มีให้กับ ปาริมาผู้เป็นน้องสาวอีกคน 52


คุณรำ�เพยกับคุณบุญเลิศต่างมีลกู ติด ปาริมาและปิน่ ปัทมานัน้ เป็นลูกสาว ของคุณบุญเลิศกับภรรยาเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว และคุณรำ�เพยก็มีปณิธานลูกชาย หัวแก้วหัวแหวนติดมาเพียงคนเดียว ถ้านับกันตามสายเลือดไม่เกี่ยวกับความ ผูกพันหรือความสัมพันธ์ในปัจจุบันแล้วละก็ ไม่ผิดอะไรหากปณิธานจะชอบพอ กับปิ่นปัทมา และคุณรำ�เพยเองก็แอบเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ ส่วนคุณบุญเลิศนั้นคิด ว่าคงพอจะช่วยพูดให้ได้ จะเหลือก็เพียงตัวของปิ่นปัทมาเอง “แม่เอาใจช่วยนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณพ่อ แล้วแม่จะช่วยพูดให้” “คุณแม่น่ารักที่สุด” หลบสายตาโอบคุณแม่และจุ๊บแก้มหนักๆ ทั้งประจบ และแก้เขินไปในที คุณแม่ส่ายหัวเบาๆ ส่วนมากคนปากเก่งพอเอาจริงจะไม่ได้ เรือ่ งทุกคน ล้วงมือหยิบบางสิง่ ในกระเป๋ากางเกงส่งให้ลกู ชายคนโปรด คนรูปหล่อ รับมาอย่างงุนงงเล็กน้อย คุณแม่ไม่น่าให้กล่องกำ�มะหยี่สีแดงกับลูกผู้ชายใจเกิน ร้อยอย่างปอนด์ นอกเสียจากว่าข้างในนัน้ จะเป็นบางสิง่ ทีไ่ ม่ได้มไี ว้เพือ่ ...ผูช้ าย “นี่สำ�หรับว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ อ๊ะ! แต่ต้องเป็นคนนี้เท่านั้นนะ” ตะวันยังไม่สงู นักเพราะนีย่ งั ไม่ถงึ เวลาแปดโมงเช้าเสียด้วยซ้�ำ แต่นกั เรียน ต่างก็ทยอยมาถึงโรงเรียน นักเรียนชายหลายคนเล่นฟุตบอลในสนามหญ้าที่ น้ำ�ค้างยังไม่ทันเหือดหายเพื่อออกกำ�ลังกายแต่เช้า นักเรียนหญิงจับกลุ่มกันนั่ง เป็นหย่อมๆ อาบอุน่ ไอจากแสงตะวัน เสือ้ กันหนาวหลากสีสนั ยังไม่ชว่ ยให้คลาย หนาวสักเท่าไหร่ ต้องนั่งอาบแดดจึงจะสาสมกับอากาศที่แสนจะเย็นเยียบ พีป่ อนด์เดินมาส่งน้องปิน่ ทีโ่ รงเรียน ท่ามกลางสายตาวาวหวานของนักเรียน หญิงหลายร้อยชีวิต นัยว่า...อยากมีแฟนหล่อๆ เหมือนปิ่นปัทมาจังเลย “พี่ปอนด์รีบกลับนะคะ อย่าเถลไถลนะ” ปิ่นปัทมาหันมาบอกกับพี่ชายด้วยรอยยิ้มพราวพรายบนใบหน้า ก็อีกตั้ง หลายสัปดาห์กว่าพี่ปอนด์จะได้กลับบ้าน ในฐานะน้องสาวคนโปรดจะยิ้มหวาน ให้พี่ชายมันก็ไม่น่าจะผิดตรงไหน “แน่นอนจ้ะ” พีช่ ายเอือ้ มมือลูบศีรษะน้องสาวเบาๆ เล่นเอาไฟลุกท่วมตา ใครหลายคนวาบๆ แน่นอน...พี่ปอนด์ต้องรีบกลับอยู่แล้วละ ไม่สิ...ต้องใช้คำ�ว่า 53


นับวันรอวันที่จะได้กลับมาต่างหาก เพราะว่าหัวใจของพี่ปอนด์อยู่ที่นี่แล้ว กับ เจ้าของดวงตาใสแป๋วผู้ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่คนนี้ยังไงล่ะ เช้าวันใหม่อกี แล้ว วันนีเ้ ป็นวันเสาร์ปนิ่ ปัทมาจึงไม่ตอ้ งไปโรงเรียน พีป่ ริม กับพี่ปอนด์ไม่อยู่แล้วที่บ้านเงียบเหงาพิกล คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปต่างจังหวัดอีก ตั้งหลายวันกว่าจะกลับ ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ปราณจะว่างหรือเปล่านะ อุตส่าห์ หอบหิ้วกระดานเขียนรูปมาด้วย กะจะให้สอนวาดรูปเสียหน่อย อ้อ...พี่ปริมฝาก ซองอะไรมาก็ไม่รู้หนีบรวมกันอยู่นี่เอง เอ...ทำ�อะไรอยู่นะทำ�ไมยังไม่เปิดประตู สักที “อ้าว หนูปิ่นนั่นเอง มาหาพี่ปราณเหรอลูก พี่เขาอยู่หลังบ้านแน่ะตาม สบายนะ” เป็นคุณป้าของพี่ปราณที่เปิดประตูบ้านออกมาพอดี “ขอบคุณค่ะคุณป้า” รีบยกมือไหว้ตัวเอียงๆ เพราะแขนข้างหนึ่งยังหนีบ กระดานเขียนรูปเอาไว้ คุณป้ายิ้มอบอุ่นก่อนจะเดินจากไป คงไปธุระใกล้ๆ นี้ จึงไม่ได้ขบั รถยนต์ออกไป ผูม้ าเยือนทีไ่ ม่ได้นดั ล่วงหน้าปิดประตูและเดินตรงเข้า ไปในบ้าน “อ้าว น้องปิ่นมาหาพี่เหรอจ๊ะ โทษทีนะกำ�ลังรีบเลย นัดสัมภาษณ์อีก สองชั่วโมงจะไปทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ น้ำ�ก็ยังไม่ได้อาบเลย” เห็นทีวันนี้ศิลปินน้อยจะอารมณ์ค้างเสียแล้ว เพราะดูเหมือนว่าพี่ปราณ จะไม่ว่างและยังวุ่นมากๆ ก้มหน้าก้มตาถูพื้นอย่างรีบด่วนและจริงจัง แล้วไหน จะต้องรีบไปทำ�งานอีกด้วย “งั้นให้เขาช่วยดีกว่า พี่ปราณไปอาบน้ำ�เถอะค่ะเดี๋ยวจะสายนะ” “คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้จ้ะ ช่วยทีนะ” โอ้โห...ท่าทางจะรีบมาก ไม่ให้ได้พดู ซ้�ำ สองไม่ตอ้ งได้วางของทีห่ อบไม้ถพู น้ื ก็เปลีย่ นมือในทันที พีป่ ราณวิง่ เข้าห้องน้�ำ ปล่อยให้คนสวยจัดการถูพน้ื ต่อไปอย่าง ขะมักเขม้น ตางามยิ้มหยีกับท่าทีรีบร้อนปานนั้น วางสัมภาระก่อนแล้วจัดการ สืบทอดเจตนารมณ์จนพื้นสะอาดเอี่ยม ลืมเรื่องของฝากจากพี่ปริมไปเสียสนิทใจ “น้องปิ่นช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้พี่หน่อยจ้า...พี่ลืม...” 54


“หา...!” คุณแจ๋วจำ�เป็นอุทานด้วยความตกใจเมือ่ ได้ยนิ เสียงร้องขอออกมา จากห้องน้ำ� แค่คิดก็สุดจะเขินสะเทิ้นอาย เอาผ้าเช็ดตัวไปให้พี่ปราณที่กำ�ลัง... อึ๋ย...แค่คิดก็สยองแล้ว “อยู่ที่ราวตากผ้าหลังบ้านแน่ะ” “ดะ...เดีย๋ ว...นะคะ...” สอดส่ายสายตามองหาผ้าเช็ดตัวตามคำ�สัง่ จากคน ในห้องน้ำ� ทำ�ไมไม่รอบคอบเลยนะพี่ปราณนี่ อ้อ..นั่นไงผ้าเช็ดตัว อี๋..ต้องฝ่าดง กกน. เข้าไปถึงจะหยิบผ้าเช็ดตัวได้ ทำ�ไมโชคร้ายยังงี้นะยายปิ่นเอ๊ย “เจอมั้ย?” “ค่าๆๆ” หันรีหันขวาง มือขวาเหนี่ยวขอบประตูมือซ้ายถือไม้แขวนผ้า เอื้อมข้ามราว กกน. เกี่ยวผ้าเช็ดตัว ขาซ้ายเป็นหลักขาขวายกขึ้นถ่วงสมดุลของ ร่างกาย อา..ได้แล้ว “มาแล้วค่า..” เดินกึ่งวิ่งเพราะพี่ปราณกำ�ลังรีบอยู่เดี๋ยวจะไปทำ�งานสาย ส่วนพี่ปราณผู้กำ�ลังอยู่ในสถานการณ์ล่อนจ้อนแง้มประตูโน้มตัวเอียงศีรษะมอง ลอดช่องแคบอย่างเฝ้ารอ “ว้าย!” เท้าเจ้ากรรมลืน่ พืน้ ทีต่ วั เองเพิง่ ถูไปหมาดๆ ร่างเล็กๆ ของคนน่ารัก ที่กำ�ลังตกใจสุดขีดพุ่งพรวดผลักประตูและผลุบเข้าไปในห้องน้ำ� ที่ซึ่งพี่ปราณ กำ�ลัง... “กรี๊ดดด...!” ละครทีวีสลับกับโฆษณาผ่านไปเรื่อยๆ คืนนี้ปิ่นปัทมาไม่สามารถดูอะไร รู้เรื่องเลย นั่งกึ่งนอนทอดอาลัยบนโซฟาหน้าทีวี กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ แต่เหมือนไม่สามารถรับรูส้ ง่ิ ใด ภาพเมือ่ กลางวันยังติดตาติดตามมาหลอกหลอน อย่างไม่มวี แ่ี ววว่าจะสลัดทิง้ ได้งา่ ยๆ อนิจจา...ความบริสทุ ธิผ์ ดุ ผ่องทีเ่ ฝ้าถนอมมา สิบหกปีตอ้ งมีอนั ด่างพร้อยเสียแล้ว นีเ่ ราเสียความบริสทุ ธิท์ างสายตาไปแล้วหรือ ยังหนอ เสียงกรี๊ดของตัวเองยังกึกก้องอยู่ในความทรงจำ� “น่าเกลียดที่สุด พี่ปราณบ้า!” 55


“เอ้า...น้องปิ่นเข้ามาทำ�ไมนี่” คนบ้าไขว่คว้าหาบางสิ่งมาปิดป้องปริศนา แห่งชายเป็นพัลวัน แต่...จะมีอะไรอยู่บนราวแขวนผ้านอกจากผ้าเช็ดตัว ซึ่งตอน นี้ไม่มีเพราะมันยังอยู่ในมือของปิ่นปัทมา “ปิดไว้สิคนบ้า!” สองมือคลี่ผ้าเช็ดตัวออกตรงเข้าปิดไว้อย่างอัตโนมัติ เอือ้ มอ้อมโอบเอวพันผ้ารอบกาย ดวงหน้าทีแ่ ดงเป็นลูกตำ�ลึงเขินอายและขวัญหนี ดีฝ่อแทบจะชิดแผงอกสะอาดหอมกรุ่นกลิ่นสบู่นั้น สายฟ้าฟาดเปรีย้ งกลางหัวใจเมือ่ เงยหน้าสายตาสอดประสาน ความใกล้ชดิ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติก่อกวนบางความรู้สึกที่ก่อตัวและเก็บงำ�เอาไว้เงียบๆ ตลอดมา หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามอย่างไม่อาจจะหยุดยั้ง “เขาเกลียดพี่ปราณ!” มือน้อยปวกเปียกทุบแผงอกสะอาดนัน้ เปาะแปะ ก่อนจะผลุนผลันจากมา น้ำ�ตาแห่งความ...ไม่รู้ละ ก็มันอายจนไม่รู้จะทำ�ยังไงนี่นา มือน้อยปาดน้ำ�ตาที่ รินไหลอาบสองแก้ม ไม่ลืมที่จะคว้ากระดานเขียนรูปคู่ชีพกลับมาด้วย “น้องปิ่น... รอพี่ก่อน” “พี่ปราณบ้า!” ‘ทำ�ไมป่านนี้หัวใจของเรายังเต้นแรงอยู่’ สาวน้อยกระซิบถามหัวใจตัวเอง ในทุกลมหายใจ เนิน่ นานกว่าจะผล็อยหลับไปอย่างยากลำ�บากตรงหน้าทีวี ท่าม กลางค่ำ�คืนที่สับสนและวุ่นวาย “คนเยอะ เดินดีๆ นะ” คนสวยค้อนวงเล็กๆ ก่อนจะเดินนำ�หน้าลิ่วๆ เข้าโรงหนังไป อันที่จริงยัง รู้สึกเข้าหน้าไม่สนิทแต่ก็ทนการรบเร้าที่ต้องการเลี้ยงหนังปลอบขวัญไม่ได้ จึง ต้องมาทนอยู่ใกล้คนบ้าอยู่แบบนี้ แอบถามตัวเองเหมือนกันว่าพี่ปราณทำ�ผิด อะไรถึงรู้สึกเหมือนเจ็บแค้นเคืองโกรธมากมาย คำ�ตอบก็คือ ไม่มี สงสัยหนังเพิง่ จะเข้าโรงผูช้ มถึงได้แน่นขนัดขนาดนี้ คนตัวเล็กทีน่ �ำ ลิว่ เข้าไป ต้องหยุดชะงักเพราะผู้ชมจำ�นวนหนึ่งยืนออกันขวางทางอยู่ คงจะมีปัญหาเรื่อง ที่นั่งเป็นแน่ แล้วมืออุ่นๆ ของคนคุ้นเคยก็คว้าแขนหมับพาแหวกกลุ่มคนเข้าไป 56


หาที่นั่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก “หนาวมัย้ ” คนทีต่ กอยูใ่ นฐานะจำ�เลยอย่างทีไ่ ม่ควรเป็นกระซิบถามเบาๆ ลมหายใจเคลียแก้มนวลอยู่อุ่นๆ ตาโตเหลือบมองแวบหนึง่ ก่อนจะหันไปกอดอกดูหนังอย่างตัง้ ใจ ทัง้ ๆ ทีจ่ อ ยังเป็นสีขาวอยู่เลย “ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ” ไม่มสี ญ ั ญาณตอบรับจากหมายเลขทีท่ า่ นเรียก มีเพียงแก้มป่องๆ ริมฝีปาก เบ้ๆ และเสียงลมขัดใจขึ้นจมูกเบาๆ จำ�เลย ซึ่งอันที่จริงควรจะเป็นผู้เสียหายมากกว่าซ่อนรอยยิ้มในความมืด ปราณไม่อาจปฏิเสธได้วา่ แค่ในเวลาทีเ่ หตุการณ์ปกติและเห็นกันอยูท่ กุ เมือ่ เชือ่ วัน น้องปิ่นก็น่ารักมากอยู่แล้ว และเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำ�ให้คนแก้มใส ต้องงอนเง้า ไม่ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ก็ตามเช่นในตอนนี้ หัวใจเจ้ากรรม มันสะกิดเร่าๆ ว่าอย่าฝืนตัวเองเลยปราณ หัวใจของนายกำ�ลังอัดแน่นด้วยบาง ความรู้สึกที่ทำ�ให้นายไม่อาจกลั้นรอยยิ้มแห่งความสุขล้นแววตาเอาไว้ได้ เพียง เศษเสี้ยวของดอกไม้แห่งรักที่นายแอบซ่อนเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างลำ�พัง ตลอดมา นั่นก็มากมายพอจะทำ�ให้อกนายระเบิดได้ในอีกไม่ช้านี้อย่างแน่นอน “ยิ้มอะไร...” “หือ...เปล่ายิ้มนี่นา” “สนุกนักใช่มั้ย” แล้วเจ้าของรอยยิ้มยากจะหุบก็มีอันต้องหน้าตาบิดเบี้ยว เมื่อบั้นเอวมีปู ตัวเป้งๆ มาหนีบอยู่หนึบๆ พร้อมกับแม่เสือน้อยที่ทำ�หน้าตาอย่างกับว่าพร้อม จะกินตับพี่ปราณได้ทุกเมื่อ ฮึ่มๆ หมั่นไส้นักยิ้มอยู่ได้ “โอย... พี่ทำ�อะไรผิดเหรอ...” โอดครวญประท้วงเกาะกุมปูน้อยนุ่มนิ่มให้คลายจากการหนีบแต่ก็ไม่ เป็นผล งานนีม้ แี ต่เสียกับเสีย นอกจากปริศนาแห่งชายจะถูกเปิดเผยแล้วยังต้อง ยอมทำ �ตัว ประหนึ่งว่าเป็นคนทำ�ให้สาวเจ้านั้นเสียหายมากมายเหลือคณา แต่ กระนั้นส่วนลึกในใจแล้วชายหนุ่มย่อมเข้าใจในความรู้สึกของคนแก้มใส 57


เป็นอย่างดี จึงไม่ใช่เรื่องเสียหน้าใดๆ ที่คนเป็นพี่ และสุภาพบุรุษจะยอมเป็น ฝ่ายผิดแก้เขินให้กับสาวน้อยเจ้าของหัวใจโครมครามคนนี้ “ไม่รู้ละ ห้ามยิ้มด้วย” เมื่อไฟส่องสว่างถูกปิดลงบรรยากาศรอบข้างมืดสนิท กลิ่นไอแห่งรักก็ อบอวลล้นโรงหนัง เรื่องราวความรักของตัวละครหนุ่มสาวที่ดำ�เนินไปบนจอ สี่ เ หลี่ ย มช่ ว ยเสริ ม สร้ า งและกระชั บ หลายความสั ม พั น ธ์ ใ ห้ แ น่ น แฟ้ น ยิ่ ง ขึ้ น มากกว่าที่เคยเป็นและอย่างที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกัน หลายคู่ก็กำ�ลังรดน้ำ� พรวนดินบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ ด้วยหวังว่าต้นไม้แห่งรักที่ฝันหาจะงอกเงยงดงาม ขึน้ ได้ในสักวันอันใกล้น้ี และสำ�หรับคูท่ ด่ี อกไม้ได้เบ่งบานซ่อนเร้นอยูใ่ นใจเงียบๆ ลำ�พังเสมอมาคู่นี้ กลิ่นหอมและไออุ่นแห่งรักมันกรุ่นๆ จนแทบจะทะลักล้นออก มาจากหัวอกเสียให้ได้ ความรักเป็นสิง่ อัศจรรย์ทสี่ ามารถก่อตัวขึน้ ได้อย่างง่ายๆ เงียบๆ บางครัง้ มีช่วงเวลาเพียงสั้นๆ บางครั้งก็ยาวนาน มีพลังมากพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลง หลายสิ่งหลายอย่างให้เป็นไปอย่างไม่อาจจะคาดคิด โลกที่เคยมืดมิดสำ�หรับคน บางคนอาจสดสวยไปด้วยสีสนั ทีส่ ดใสในชัว่ ข้ามคืน ดวงดาวพราวพรายแต่งแต้ม ค่ำ�คืนที่เคยเงียบเหงาให้ชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา และความรักสามารถเปลี่ยนผันคืนวัน ที่งดงามให้กลับกลายเป็นหุบเหวที่มืดมิด เงียบเหงา เหว่ว้าและอ้างว้างได้แค่ เพียงชั่วพริบตา บางครัง้ คนเราก็กลัว กลัวว่าความงดงามทีเ่ คยมีทเี่ คยเห็นและเป็นอยู่ จะ กลับเปลี่ยนแปลงไปเพียงแค่เราได้กระทำ�สิ่งใดสิ่งหนึ่งแตกต่างจากที่เคย หาก ความใกล้ ชิ ด ผู ก พั น ที่ เ คยมี ม ายาวนานจะต้ อ งสั่ น คลอนเพี ย งเพราะไม่ อ าจ อดกลั้นที่จะเผยบางความรู้สึกในใจ ช่างเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ปราณเอง ก็เช่นกัน เรื่องราวของรักซ่อนเร้นถูกถ่ายทอดผ่านคืนวันที่เงียบเหงากับหญิงสาว ผู้อารี ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ความพยายามในรักต้องรวดร้าวและล้มเหลว แต่ด้วย หัวใจที่มั่นคงทำ�ให้เธอพ้นผ่านคืนวันที่ไม่พึงปรารถนาเหล่านั้นมาได้อย่าง สวยงาม 58


“จากนี้ไป ฟ้าไม่ต้องทำ�อะไรเพื่อพี่อีกแล้ว พี่สัญญา...ว่าจะทุ่มเทแรงกาย และจิตใจทั้งหมดเพื่อดูแล และทำ�ให้ฟ้ามีความสุข” เมือ่ รักทีง่ ดงามถูกบ่มเพาะจนสุกงอม สองหนุม่ สาวเอือ้ มกอดสอดประสาน ดวงหน้าหวานซบนิ่งหลับตาพริ้มกับอกอุ่นของชายผู้ที่เธอคิดว่าคงเป็นได้เพียง ความฝัน โอบกอดแนบแน่นเนิ่นนานก่อนจะคลายวงแขนและเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุม่ เจ้าของหัวใจด้วยแววตาระริกไหว และแล้วตางามต้องหลับพริม้ ลงอีกครัง้ เมื่อเขาก้มลงแตะปลายจมูกและริมฝีปากที่หน้าผากมน เรื่อยเลยเคลียแก้มปลั่ง หอมกรุ่นนั้นแผ่วเบา ปากสวยเผยอน้อยๆ รอรับอุ่นไอที่กำ�ลังส่งผ่านริมฝีปาก ร้อนผ่าวนั้นอย่างโหยหา ท่ามกลางเสียงกรี๊ดหัวใจละลายของสาวๆ ทั้งโรงหนัง อารมณ์ที่ถูกหล่อหลอมจากเรื่องราวและบรรยากาศรอบข้างพาหัวใจของ สาวน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ จูบ...รสชาติเป็นอย่างไรนัน้ เป็นเรือ่ งซับซ้อน เกินทีป่ น่ิ ปัทมาจะคาดเดาได้ รูแ้ ต่เพียงว่ามันช่างน่าอายจนต้องหันไปมองทางอืน่ นี่ถ้าในโรงหนังไม่ได้มืดแบบนี้แล้วละก็ พี่ปราณคงสังเกตเห็นได้ไม่ยากว่าสอง แก้มปลั่งตอนนี้กลายเป็นสีชมพูระเรื่อไปแล้ว เอ๊ะ..แล้วตอนนี้คนบ้าจะเป็นยังไง นะ สงสัยจะตั้งใจดูจนลืมไปแล้วว่ามีเรานั่งอยู่ข้างๆ แค่เพียงลอบชำ�เลืองด้วยหางตา คนสวยก็ต้องรีบหันไปทางอื่น หัวใจ ดวงน้อยเต้นโครมครามหนักขึ้นไปอีก เพราะคนบ้าที่ว่ากำ�ลังมองมาทางนี้ด้วย แววตามีเลศนัย “เป็นอะไรหรือเปล่า” “เปล่านี่คะ” อ้อมแอ้มตอบเลี่ยงที่จะหันไปสบตา “หือ...” มือหนาเอือ้ มรัง้ หัวไหล่มนทีพ่ ยายามแข็งขืนให้หนั มาสบตา พร้อม น้ำ�เสียงหยอกเย้า “โอย...พี่ปราณอย่าสิ ก็เขาอายนี่นา นี่แน่ะๆ ชอบแกล้งนักใช่ไหม” “โอ๊ย พี่ยอมแล้ว...จะไม่ทำ�อีกแล้วคร้าบ” “ดีมาก!” น่าแปลกใจที่ถึงจะทำ�ปากแข็งขึงขังออกไปอย่างนั้นแต่ในใจแล้วกลับรู้สึก เป็นสุขอย่างบอกไม่ถกู ทีม่ พี ปี่ ราณอยูใ่ กล้ๆ อย่างนี้ คงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมนะ 59


ถ้าปิ่นจะแอบมีความรู้สึกพิเศษกับพี่ปราณมากขึ้นอีกนิดกว่าที่เคยเป็น และคง ไม่ทำ�ให้พี่สาวที่น่ารักของปิ่นต้องเสียใจ “นั่งตากแดดทำ�ไมล่ะ ขยับเข้ามาในร่มนี่เร็ว” พี่ปราณบอกยิ้มๆ พลางขยับเก้าอี้ตัวใหม่ที่อยู่ข้างๆ ให้ หลังจากซาบซึ้ง ดืม่ ด่�ำ กับรสชาติของความรักในโรงหนังแล้ว ก็ถงึ เวลาต้องเติมพลังงานจึงแวะกัน ทีร่ า้ นก๋วยเตีย๋ วในซอยใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้า แม้จะผ่านเทีย่ งวันมาแล้วแต่อากาศ ก็ยังหนาวเย็นอยู่ ได้รับไออุ่นจากแสงแดดคงดีกว่านั่งหนาวอยู่ในฟู้ดเซ็นเตอร์ “ตรงนี้ดีแล้วค่ะ” “ไม่ดีหรอก นั่งตากแดดเดี๋ยวดำ�ไม่รู้ด้วยนะ” “...” จึงยอมขยับเข้ามาอีกหน่อย พอหัวพ้นแสงแดด หันไปยิ้มหยีกับ พี่ปราณ แค่นี้ก็ไม่ต้องหน้าดำ�แล้วแถมยังได้ตากแดดอุ่นดีอีกต่างหาก “งั้นพี่นั่งด้วยคนนะ อยู่ใกล้ๆ น้องปิ่นรู้สึกอบอุ่นยังไงก็ไม่รู้” พูดพลาง ขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งข้างๆ โต๊ะตัวนี้มีแสงแดดส่องผ่านเฉียงเข้ามาครึ่งโต๊ะ ไม่ได้ หนาวอะไรมากเลยแค่ต้องการแกล้งคนเล่นๆ สนุกดี ‘ชิ..ทำ�เป็นพูดดี ยังไงก็คงไม่อบอุ่นเท่าอยู่ใกล้ๆ พี่ปริมหรอกน่า’ “แน่ะๆ อย่าคิดเสียงดังสิ พี่ได้ยินนะ” “บ้า” “เฮ้ย! นั่นมันไอ้เด็กนั่นนี่หว่า” ไอ้ปอ้ ดผูป้ ราชัยในคราวนัน้ เดินผ่านมาพร้อมลูกสมุนกลุม่ เดิมของมัน แม้ จะอยูไ่ กลแค่เห็นด้านหลังลิบๆ มันก็จ�ำ ได้ไม่เคยลืม ฟันหน้ามีครบแล้วเรียบร้อย แต่รอยแผลเป็นบนริมฝีปากเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับมันอีกเล็กน้อย “ลูกพี่...แต่...” เจ้าลูกสมุนคนสนิทมีท่าทีลังเล สงสัยลูกพี่จะลืมไปแล้วว่า ความหล่อที่หายไปพร้อมฟันสองซี่นั้นมันฝีมือใคร “ไอ้ทหารนั่นไม่มาด้วยจะกลัวอะไรวะ และถึงมันจะมาข้าก็ไม่กลัวมันอีก แล้วโว้ย” มันพูดอย่างฮึกเหิมและมัน่ ใจในฤทธานุภาพแห่งบางสิง่ ทีม่ นั ถลกชายเสือ้ 60


ขึ้นโชว์แค่แพลมๆ มันคือ...ปืน “จัดการมัน!” “พี่ปราณ พวกนั้นมาอีกแล้ว” ชายหนุ่มหันขวับไปตามทิศที่คนตัวเล็กบอก เจ้าพวกจิ๊กโก๋กลุ่มเดิมกำ�ลัง กรูกนั เข้ามา ในวินาทีทจ่ี วนตัวเช่นนีไ้ ม่มเี วลานึกถึงเรือ่ งอืน่ นอกจากความปลอดภัย ของน้องปิ่น การยืนหยัดเพื่อแสดงออกถึงศักดิ์ศรีลูกผู้ชายก็คงไม่ได้ช่วยให้สถาน การณ์ดีขึ้นและไม่คุ้มเลยถ้าหากน้องปิ่นต้องเป็นอะไรไป “หนีเร็ว” แรงฉุดพาร่างบางๆ วิง่ ตัวปลิวเท้าแทบไม่ตดิ พืน้ จากซอยโน้นทะลุถงึ ซอยนี้ ผ่านตลาดวิ่งเข้าประตูวัดทิ้งระยะห่างพอประมาณแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย “อย่าให้หนีไปได้!” เสียงตะโกนของพวกมันใกล้เข้ามา ทัง้ สองหันรีหนั ขวาง หาที่หลบ แย่แล้ว...บริเวณวัดก็ช่างเงียบเชียบพระสงฆ์องค์เจ้าไม่รู้หายไปไหน กันหมดมองไม่เห็นใครที่พอจะขอความช่วยเหลือได้เลย “หลบในสระบัว” ความหนาวเหน็บจากน้ำ�ในสระที่เย็นเยียบพากายสั่นสะท้านแต่ก็ต้อง อดกลัน้ เอาไว้ ใบบัวหลวงขนาดใหญ่ชว่ ยพรางไม่ให้เจ้าพวกนัน้ จับได้ มันกระจาย กันออกค้นหาโฉบไปเฉียดมาอย่างน่าเสียวไส้ ดวงหน้าขาวซีดเซียวที่เอี้ยวตัวมาสบตา ริมฝีปากเม้มแน่นบอกให้รู้ว่า เจ้าของร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนขณะนี้หนาวจนตัวสั่น ชายหนุ่มกระชับวงแขนให้ แนบชิดเพื่อถ่ายเทอุ่นไอใต้ผิวน้ำ� “หนาว...จัง...” น้ำ�เสียงสะท้านลอดผ่านไรฟันนั้นแผ่วเบา ทว่าชายหนุ่ม ได้ยินอย่างชัดเจน เพราะขณะนี้สองร่างอิงแอบแนบแน่นไม่มีแม้ช่องว่างที่จะให้ สายน้ำ�แทรกผ่าน ความตกใจและกังวลกับสถานการณ์ทำ�ให้หญิงสาวลืมไปเสีย สนิทใจว่ากำ�ลังอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้ทำ�ให้ขวัญหนีดีฝ่อเมื่อวานนี้เอง “ทนหน่อยนะ” น้ำ�เสียงปลอบโยนเองก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และแล้วสติ ของเขาก็วูบไหวไปกับภาพของใครสักคนที่ทับซ้อนชัดเจนแวบหนึ่งก่อนจะจาง หายไป หญิงสาวอีกคนผู้ซึ่งหัวใจกระซิบบอกว่าคุ้นเคยเหลือเกิน และที่พิเศษ 61


กว่านัน้ หาใช่แค่เพียงภาพแต่เป็นทัง้ ความรูส้ กึ ทีส่ มั ผัสได้ถงึ ความพิเศษระหว่าง กันจากการได้ใกล้ชิดเพียงเสี้ยวลมหายใจ “พวกมัน..ไปแล้ว...” ปลายเสียงพร่านั้นแผ่วเบาระคนเขินอาย เมื่อสถานการณ์คลี่คลายสติก็ เริม่ กลับคืนมา แก้มใสแดงเรือ่ ไปถึงใบหูเมือ่ พบว่าตัวเองอยูใ่ นอ้อมกอดแนบแน่น ของพี่ปราณ สัมผัสถึงแผ่นอกกว้างและวงแขนใต้ผิวน้ำ�ทำ�ให้หัวใจดวงน้อยเต้น โครมครามขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมันระทึกยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีเจ้าพวกวายร้ายเสียอีก “ปล่อย...ได้แล้ว...” อิดออดอู้อี้ ดิ้นยุกยิกแกะมือเพื่อคลายวงแขนเป็น พัลวัน “อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวพวกมันเห็น” “บ้า มันไปตั้งนานแล้ว” สายลมพัดพาความหนาวเข้ามาวูบใหญ่ จนแม้ชายหนุ่มร่างกายแข็งแรง ยังต้องกระชับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ให้มิดชิดยิ่งขึ้น หมู่ดาวที่เรียงรายบนเวิ้งฟ้า กลางเมืองหลวงงดงามนักในคืนนี้ อาจเป็นเพราะบางความรู้สึกช่วยส่งให้เป็น เช่นนั้น แสงสว่างที่สะท้อนกลุ่มเมฆหมอกตรงขอบฟ้าช่วยให้ค่ำ�คืนที่มืดมิดดูมี สีสัน ปราณ ยืนอยู่ที่ระเบียง ระบายความสุขที่ล้นปรี่ผ่านรอยยิ้มปริ่มใบหน้า บางเหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายช่วยกระตุ้นบางความรู้สึกที่ซุกซ่อน กระชับความ สัมพันธ์ทเี่ คยมีให้แน่นแฟ้นยิง่ ขึน้ แม้ตลอดเวลาทีผ่ า่ นมาด้วยเหตุผลหลายอย่าง ที่ทำ�ให้เขาไม่กล้าที่จะปล่อยหัวใจให้คิดอะไรได้อย่างอิสระเสรี ความแตกต่าง ทางฐานะ และเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ฉนั พีน่ อ้ งและเพือ่ นฝูงอย่างทีเ่ คยเป็น แต่ตอนนี้...หัวใจหนุ่มมันร่ำ�ร้องอยู่เร่าๆ ว่าไม่อยากให้น้องปิ่นเป็นแค่น้องสาว ของเพื่อนรักอีกต่อไป ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงกับแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า กางเกง เป็นปณิธานที่โทรมา “ฉันมีเรื่องอยากจะบอกแก ก็ได้ๆ งั้น..ให้แกพูดก่อน” 62


ตางามระยับอีกคูห่ นึง่ กำ�ลังมองเหม่อ ดาวดวงเล็กสุกใสในกรอบสีเ่ หลีย่ ม ยามมองผ่านความมืดออกไปข้างนอกหน้าต่าง แม้จะปิดไฟและเข้านอนแล้วแต่ ความสับสนในหัวใจก็ทำ�ให้ไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ “ป่านนี้พี่ปริมจะทำ�อะไรอยู่นะ” คิดถึงพี่สาวคนสวย อยากจะบอกเล่าเรื่องราวหลายสิ่งหลายอย่างทั้งที่ ผ่านมาและเกิดขึ้นใหม่ให้พี่ปริมได้ฟัง และบางที...ปิ่นอาจจะกล้าบอกถึงความ รู้สึกที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ไม่หรอก..ถึงอย่างไรปิ่นจะไม่ทำ�ให้พี่ปริมต้องเสียใจ ปิ่นแค่ จะเล่าเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับคนบ้า เจ้าบ่าวของพี่ปริมในอนาคตให้ฟังเท่านั้นเอง หัวใจที่เริ่มจะห่อเหี่ยวและแววตาระยิบที่เริ่มจะหรี่แสงลงต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่วางเอาไว้ตรงหัวเตียงดังขึ้น “คิดถึงพี่ปริมที่สุดในโลกเลยค่ะ” เย็นวันที่สิบสี่กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก สาวน้อยแก้มใสนัง่ อยูค่ นเดียวบนม้ายาวสีขาวในสวนสาธารณะท้ายหมูบ่ า้ น กระเป๋านักเรียนถูกวางเอาไว้ข้างๆ บนพื้นหญ้า อากาศเย็นปลายฤดูหนาวเริ่ม คืบคลานแม้ตะวันจะยังไม่ลับขอบฟ้า เสื้อไหมพรมกันหนาวลายขวางสีขาวชมพู ถูกกระชับให้มิดชิด ‘ทำ�ไมป่านนี้พี่ปราณยังไม่มาอีกนะ’ เหลือบมองนาฬิกาก็เลยเวลาสีโ่ มงครึง่ เข้าไปแล้ว พีป่ ราณนัดทางโทรศัพท์ ให้มาพบที่นี่ นัยว่ามีธุระสำ�คัญอยากจะคุยด้วย อะไรก็ไม่รู้ดูลับลมคมนัยนัก ทั่วบริเวณสวนสาธารณะดูเงียบเหงาไร้ผู้คน วันนี้เป็นวันแห่งความรัก หลายคนอาจจะต้องการเวลาคุณภาพอยูร่ ว่ มกันกับครอบครัว อยูใ่ กล้ๆ คนพิเศษ เพือ่ แสดงความรักต่อกัน ม้ายาวหลายตัวทีเ่ คยทำ�หน้าทีไ่ ม่วา่ งเว้นในวันธรรมดา จึงถูกวางเอาไว้อย่างอ้างว้างท่ามกลางลมหนาว “รอนานมั้ย...” เมือ่ หันไปตามเสียงทุม้ ต่�ำ ทีค่ นุ้ เคย สาวน้อยก็อดทีจ่ ะหัวใจเต้นโครมคราม ขึน้ มาอีกครัง้ ไม่ได้ พีป่ ราณมาพร้อมดอกไม้ชอ่ โต กุหลาบสีแดงสดหลายสิบดอก 63


ห่อด้วยกระดาษฟอยล์สีเงินผูกด้วยริบบิ้นสีทอง แสดงถึงความตั้งใจอย่างยิ่งของ ผู้ให้ และเพื่อคุณค่าที่คู่ควรแก่ผู้ได้รับ “พี่ปราณ...” เสียงหวานระคนประหม่าลอดผ่านริมฝีปากสวยนั้นแผ่วเบา หลังจากวันนั้น วันที่หัวใจโครมครามก็ยังไมได้พบกันอีกเลย กระทั่งวันนี้ และ ยิ่งทำ�ให้หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะมากขึ้นเมื่อนึกถึงคำ�พูดอีกหลายคำ�ที่ จะตามมาหลังจากได้รับดอกไม้ และถ้าเป็นอย่างนั้น...ปิ่น...จะทำ�ยังไง จะต้อง วางตัวยังไง เพราะพี่ปราณคือคนที่พี่ปริมรัก และปิ่นจะปฏิเสธยังไงให้นุ่มนวล ที่สุด ไม่ให้พี่ปราณต้องเสียใจ และเพราะแท้จริงแล้วปิ่นเองก็คงดีใจมากถ้า พี่ปราณจะ... “เอ่อ...ปิ่นเพิ่งมาถึงสักครู่นี้เหมือนกันค่ะ” “ร้านดอกไม้คนเยอะมาก เลยมาช้าไปนิด ขอโทษทีนะ” “ไม่เป็นไรค่ะ ดอกไม้สวยนะคะ เอาไปให้สาวที่ไหนเหรอ” มันตื่นเต้นจน ไม่รจู้ ะพูดว่าอะไรดี เขินจนไม่กล้าจะเงยหน้าขึน้ สบตา ไม่มแี ม้เวลาจะทันสังเกตว่า ทั้งแววตาและน้ำ�เสียงอบอุ่นที่คุ้นเคยนั้น วันนี้...วันที่เขาหอบดอกไม้ช่องามมา ยืนอยู่ตรงหน้า มันช่าง...แสนเศร้าอย่างไม่ควรจะเป็น “พี่ปอนด์เขา...ฝาก...ดอกไม้มาให้น้องปิ่นน่ะ” ... “ค่ะ ปิน่ ก็ม.ี ..”เอ่ยปากออกไปอัตโนมัติ จุกแน่นตีบตันเกินทีห่ วั ใจดวงน้อย จะทานทนไหว นีค่ วามผิดหวังจากการแอบคิดมันมากมายถึงเพียงนีเ้ ลยเชียวหรือ พี่ปราณไม่ได้... ต้องฝืนมากมายเหลือเกินที่ต้องพยายามยิ้มและตีสีหน้าให้เป็น ปกติที่สุด เงยหน้าขึ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกคู่หนึ่งซึ่งปิดกั้นความรวดร้าว เอาไว้ไม่แพ้กัน “ปิ่นก็มีของขวัญวันวาเลนไทน์ จากพี่ปริม ให้พี่ปราณค่ะ”

64


ตอนที่ 5

รักแท้ที่รอคอย ปัจจุบัน “เพราะมั่นในรัก เสียงตอบรับดีมาก...ยินดีด้วยนะปราณ...” ‘พี่แมน’ บรรณาธิการสำ�นักพิมพ์ผู้เป็นทั้งเจ้านายผู้ให้โอกาสปราณได้ทำ� ในสิ่งที่รัก และพี่ชายผู้มีน้ำ�ใจที่คอยให้คำ�ปรึกษาในทุกเรื่องที่ต้องการ ทักทาย ข้ามโต๊ะมาอย่างเป็นกันเองทันทีที่ปราณเปิดประตูเดินเข้าออฟฟิศ สีหน้าและ น้ำ�เสียงที่แสดงความตื่นเต้นดีใจขนาดนี้บอกให้รู้ว่า ‘เพราะมั่นในรัก’ คอลัมน์ ใหม่จากไอเดียของปราณที่เพิ่งออกสู่สายตานักอ่านพร้อมนิตยสารรายปักษ์ ชื่อดังท่าทางจะไปได้ดี “เพราะความรักเป็นสินค้าที่ขายได้กับทุกคนครับพี่” ปราณ ในวัยหนุ่ม ที่ไม่เหลือเค้าของเด็กมหาวิทยาลัยอีกแล้ว เดินอ้อมมานั่งลงที่โต๊ะทำ�งานซึ่งตั้ง อยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะของพี่แมน “กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักไปแล้วน้องเรา แล้วที่นัดสัมภาษณ์ ตาบุญจะไปเมื่อไหร่ล่ะ นี่แค่หยอดไปนิดหน่อย แฟนคอลัมน์โทรมากันใหญ่ เลย” “โปรโมทรอได้เลยครับพี่” หันไปบอกกับพี่แมนด้วยแววตามุ่งมั่น แต่ก็ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านึกหวั่นใจอยู่เหมือนกัน เมื่อผลงานชิ้นแรกที่ออกสู่สายตา ประชาชนและมีเสียงตอบรับกลับมาอย่างดีเกินคาด งานชิ้นต่อไปย่อมเป็นงาน ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อจะได้ไม่ทำ�ให้ผู้อ่านผิดหวัง เป็นการพิสูจน์ฝีมือครั้ง 65


สำ�คัญอันจะมีผลต่ออนาคตของตนเองอีกด้วย ‘เพราะมั่นในรัก’ คอลัมน์ใหม่ที่นำ�เสนอเรื่องราวอานุภาพแห่งรัก การ ยึดมั่นต่อคำ�สัญญา ความรักที่หล่อเลี้ยงด้วยความหวังและแรงศรัทธาในบุพเพ สันนิวาส ‘รัก’ มีหลายรูปแบบจนยากจะจำ�กัดนิยามได้อย่างชัดเจน นอกจากความ รักหวานชื่นในแบบของหนุ่มสาวที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ยังมี ‘รัก’ อีก บางแง่มมุ ทีอ่ าจพบเห็นได้ยาก บางครัง้ อาจซับซ้อนซ่อนเงือ่ นถึงขัน้ ผูกพันกันข้าม ภพข้ามชาติ ตามรักตามรอด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าสักวันคงสมหวังในรักบ้าง สิ่งหนึ่งที่ทำ�ให้ทุกความรักยังยั่งยืนอยู่ได้จนอาจชั่วนิจนิรันดร์ นั่นคือ ‘ความหวัง’ นอกจากต้องการให้กำ�ลังใจแขกรับเชิญผู้ให้ข้อมูลแล้ว ยังหยิบยก บางแง่มุมในเรื่องราวความรักดังกล่าวเพื่อเป็นแง่คิดเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้คน ในสังคม และหัวใจอีกหลายๆ ดวงที่กำ�ลังรอคอย ‘ความรัก’ ที่ยังเดินทางมา ไม่ถึง และวันนี้ ปราณก็มีนัดกับผู้ให้สัมภาษณ์หนึ่งราย ซึ่งจะต้องเดินทางไกล รถโฟล์คเต่าสีขาวคันเล็กทีซ่ อื้ มาด้วยน้�ำ พักน้�ำ แรงค่อยๆ แล่นไปตามทาง ที่คดเคี้ยวมุ่งสู่อำ�เภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี การจะทำ�ให้เนื้อหาที่ นำ�เสนอต่อผูอ้ า่ นดูนา่ สนใจนัน้ จะต้องผ่านการสืบค้นและเสาะแสวงหาข้อมูลมา อย่างแม่นยำ�ที่สุด สำ�หรับปราณแล้วการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์คงไม่เพียงพอ หากได้ไปคลุกคลีใกล้ชดิ สนิทสนม จะทำ�ให้ได้รบั ข้อมูลทีล่ กึ ซึง้ และเข้าถึงอารมณ์ ของผู้ถ่ายทอดมากกว่า ปีนป้ี น่ิ ปัทมาอายุยา่ งเข้ายีส่ บิ สามปีเป็นสาวเต็มตัว ถึงวันนีจ้ ะไม่คอ่ ยว่างนัก แม้จะเป็นวันเสาร์ก็ตาม แต่นานๆ ทีจะได้มีโอกาสออกไปสูดกลิ่นไอธรรมชาติ ชมบรรยากาศแบบชนบทๆ ก็อดใจไม่ไหวต้องขอติดสอยห้อยตามมาด้วย หญิงสาวเอนหลังกับพนักพิง เปิดกระจกรับลม ปล่อยเรือนผมยาวสลวย พลิ้วสยายอย่างสบายอารมณ์ กว่าจะหลีกหนีการจราจรอันคับคั่งของกรุงเทพ ออกมาได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง ด้วยความเร็วขนาดเกียร์เต่าคิดว่ากว่าจะถึง จุดหมายก็คงเกือบเย็น 66


บรรยากาศสองข้างทางดูแตกต่างจากภาพที่เห็นจนชินตา ผืนนาสีเขียว มองไปไกลสุดลูกหูลูกตาจรดภูเขาสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเห็นเป็นเงาจางๆ อยู่ เบื้องหลัง ต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าที่เคลื่อนผ่านไปบอกให้รู้ว่าเรากำ�ลังห่างจากตัว กรุงเทพออกไปทุกทีๆ ชีวิตก็เหมือนการเดินทาง บางสิ่งบางอย่างผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป เหมือนบางความรู้สึกที่เคยมีต่อกัน ซึ่ง ผ่านมา...แล้วก็ ผ่านไป เพราะหนึง่ ความรักอาจมีหลายผลลัพธ์ วันนี้ แปดปีเต็มนับจากวาเลนไทน์ แสนเศร้าครั้งนั้น ปิ่นปัทมาจึงมานั่งอยู่ในรถคันเดียวกับพี่ปราณอย่างสบายใจ สามารถไปไหนมาไหนด้วยกัน สรวลเสเฮฮาหรือดึกดืน่ ค่อนคืนจะเรียกใช้ไหว้วาน ก็ย่อมได้โดยไม่มีสิ่งแคลงใจในฐานะ ‘น้องสาว’ ผู้คุมประพฤติคนถูกแอบรักให้ กับพี่ปริม คงเป็นการแอบรักที่ยาวนานมากหากไม่มีหน้าที่การงานอันยุ่งเหยิง มาแบ่งเบาเวลาฟุง้ ซ่านให้นอ้ ยลงไป พีป่ อนด์เองก็ยงั คงเก็บแหวนวงนัน้ ไว้พร้อม กับความรู้สึกที่รอการเปิดเผยเมื่อเวลาที่เหมาะสมเดินทางมาถึง เมื่อปิ่นปัทมา เรียนจบ และนี่ก็เลยเวลานั้นมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี “ถ้าง่วงก็หลับไปเลยก็ได้นะ” คนอยู่ในฐานะ ‘พี่ชาย’ ที่กำ�ลังขับรถหันมา บอกด้วยน้ำ�เสียงอารมณ์ดี หญิงสาวหันกลับมามองเพียงแวบหนึ่งก่อนจะหันไป เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางต่อไป “แล้วนี่ เราจะกลับถึงบ้านสักกี่โมงล่ะคะ” ต้องเปล่งเสียงให้ดังแข่งกับ เสียงลม ปรายตาไปที่ทุ่งหญ้าและขอบฟ้าไกล “อาจจะค่ำ�ๆ จ้ะ บอกพ่อกับแม่ไว้หรือยังล่ะ” “พ่อกับแม่ไม่อยู่ หนูรา่ เริง” ตาสวยยิม้ หยี ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก อันทีจ่ ริง หากปิ่นปัทมาจะไปไหนมาไหนกับพี่ปราณทั้งคุณบุญเลิศและคุณรำ�เพยก็ไม่ได้ มีปัญหาแต่ประการใด เพราะปราณได้ข้ามกำ�แพงใจที่มีไว้ขีดกั้นบุคคลภายนอก เข้ามาตั้งนานแล้ว “งั้น พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับดีมั้ย” “บ้า เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาจะนอนเข้าไปได้ยังไงล่ะ เหม็นตายเลย” “ไม่เห็นเป็นไร” หันมองคนที่เริ่มทำ�เสียงโวยวายก็อดจะขำ�ไม่ได้ นี่แค่ พูดเล่นเฉยๆ นะ ถ้าต้องค้างอ้างแรมเสื้อผ้าชุดเดียวจริงๆ มีหวังโดนจิกกัดทั้งคืน 67


แน่เลย

“ยิ้มทำ�ไม ไม่ขำ�ด้วยหรอกนะ” ชายหนุ่มยิ้มใหญ่และหันไปสนใจท้องถนน การมีใครสักคนมาต่อปาก ต่อคำ�ด้วยทำ�ให้ไม่รสู้ กึ ง่วงเหงาหาวนอนขณะเดินทาง โดยเฉพาะเมือ่ เป็นน้องสาว ที่ทำ�ให้พี่ชายต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างอยู่เสมอคนนี้รอยยิ้มจึงปริ่มๆ บนใบหน้า อยูไ่ ม่จาง ความจริงแล้วภายใต้สถานการณ์ทส่ี งบนิง่ บางสิง่ ซึง่ ยากเกินจะกะเกณฑ์ ยังคงพัฒนาและดำ�เนินไปอย่างเงียบๆ “เอ้า จอดทำ�ไมล่ะคะพี่ปราณ” หญิงสาวอดสงสัยไม่ได้เมื่อจู่ๆ รถยนต์ คันเล็กก็หยุดลงกะทันหัน อันที่จริงเสียงเครื่องยนต์เงียบไปแล้ว อาศัยแรงส่ง จากความเร็วทีพ่ อประมาณทำ�ให้พป่ี ราณพอมีเวลาบังคับรถให้จอดชิดข้างทางได้ หนทางข้างหน้าจะอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าแหล่งชุมชนที่ขับผ่านมานั้นทิ้ง เวลาไปสักระยะแล้ว

แสงสีทองอร่ามงดงามจับขอบฟ้า เบือ้ งหน้าทีม่ องเห็นอยูล่ บิ ๆ เป็นหมูบ่ า้ น ที่คาดว่าคงเป็นจุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้ การเคลื่อนไหวโยกย้ายเป็น จังหวะ บางสิง่ ทีอ่ บอุน่ และกว้างใหญ่รองรับการแนบซบร่างกายและดวงหน้าหวานอัน เหนือ่ ยล้าและอ่อนแรง บางอย่างทีช่ อ้ นเกีย่ วสองขากระชับแน่นบอกสติสมั ปชัญญะ ที่เพิ่งตื่นจากหลับใหลให้รู้ว่าตนเองกำ�ลังขี่หลังพี่ปราณอยู่ ‘ถึง...แล้วเหรอ?’ เปลือกตาที่หรี่ปรือค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง “จะถึงแล้วนะ” เจ้าของแผ่นหลังอุ่นกว้างหันมาบอกคนที่กำ�ลังหลับอยู่ แผ่วเบา กลิ่นละมุนจากเรือนผมที่เคยสลวยแตะปลายจมูก นานแล้วที่ไม่ได้ ใกล้ชิดขนาดนี้ เนื้อตัวนุ่มนิ่มและแก้มอิ่มแนบซบหลับอุตุน่าเอ็นดู ต่อให้ต้อง เดินไกลกว่านี้พี่ปราณก็ไม่หวั่นอยู่แล้ว ตรงกันข้ามกลับรู้สึกอยากให้บ้านตาบุญ อยู่ไกลกว่านี้อีกสักหน่อย ยังมีเรี่ยวแรงมากพอ จอดรถทิ้งเอาไว้ อุ้มคนตัวเล็ก ที่ออกแรงเข็นรถจนเหนื่อยล้าขึ้นหลังเดินมาจนถึงหมู่บ้าน หวังหาความช่วย เหลือเอาข้างหน้า ป้ายข้างทางบอกให้รู้ว่าได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านแล้ว คงต้อง หาบ้านตาบุญให้เจอเสียก่อน 68


“ขอโทษครับตา รู้จักบ้านตาบุญไหมครับ” “อ้าว นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว” ชายชราหน้าตาใจดีที่กำ�ลังง่วนอยู่กับกอ ตะไคร้หน้าบ้านเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนก่อนส่งยิ้มทักทาย เพียงคำ�พูดสอง สามคำ�ก็เดาได้ไม่ยากว่านี่คือตาบุญที่เคยสนทนากันทางโทรศัพท์นั่นเอง “งั้น...นี่ก็เป็น คุณตาบุญ สวัสดีครับ” ชายหนุ่มหันไปปลุกหญิงสาวบน หลังให้ตื่นจากหลับใหลก่อนจะค่อยๆ วางลง “ถึงแล้วเหรอ กำ�ลังหลับสบายเลย” พูดพลางบิดขีเ้ กียจขับไล่ความสะลึม สะลือ “มัวแต่บิดขี้เกียจอยู่นั่นแหละ สวัสดีคุณตาบุญก่อนสิแม่คุณ” “เอ้าๆ สวัสดีครับ เข้าบ้านกันดีกว่า มาถึงซะเย็นเชียว กินข้าวกินปลา ก่อนแล้วค่อยคุยกันเถอะนะ” บ้านไม้ชั้นเดียวมุงสังกะสีหลังเล็กไร้การตกแต่งใดๆ ทุกอย่างถูกปล่อย ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ด้านข้างถูกต่อเติมเป็นห้องครัว ยกพื้นสูงเป็นที่นั่ง รับลมยามเย็น ทั้งสองเข้าไปนั่งพักตามคำ�เชื้อเชิญ มื้อค่ำ�ที่จัดเตรียมเอาไว้ถูก ลำ�เลียงออกมาต้อนรับผู้มาเยือน “รบกวนด้วยนะครับคุณตา” “ไม่เป็นไรหรอกครับ ยินดีมากเลย นานๆ จะมีแขกมาสักที บ้านช่องก็ รกไปหน่อยไม่รู้จะนอนได้รึเปล่า” “นอน?” หญิงสาวหันขวับไปทางชายหนุม่ สีหน้าทีเ่ ต็มไปด้วยความกังวล ทำ�ให้เขาอดขำ�ไม่ได้ เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ชุดชั้นใน ฉายชัด ในตางาม ไหนจะที่หลับที่นอน นอนกับใคร นอนยังไง โอย..นอนไม่ได้หรอก พี่ปราณขา “ก็ค�่ำ มืดแบบนีจ้ ะกลับทันได้ยงั ไงล่ะ รถก็ยงั ไม่ได้ซอ่ มเลย ไม่เป็นไรหรอก นอนกับพี่ปลอดภัย” “บ้า ใครจะนอนกับพี่” “ตอนเช้าตาจะหาคนไปดูให้ คืนนี้ก็ค้างเสียที่นี่ก็แล้วกัน คงไม่รังเกียจ กันใช่ไหม” 69


“ไม่เลยครับคุณตา ยินดีมากครับ” พูดพลางหัวเราะพลาง ไม่สนใจคนที่ กำ�ลังงอนตุ๊บป่องๆ อยู่ข้างๆ โทรศัพท์ชี้แจงความจำ�เป็นกับคุณบุญเลิศและคุณ รำ�เพยสักหน่อยก็ไม่นา่ จะมีปญ ั หาอะไรแล้ว ส่วนคนขีง้ อนอีกสักพักก็คงจะทำ�ใจได้ “มันเริ่มมาจากความฝัน เมื่อนานมาแล้ว...” “ความฝันเหรอครับคุณตา?” ดวงตามากประสบการณ์แหงนมองเวิ้งฟ้าที่มืดมิด มือเหี่ยวย่นคีบยาสูบ ใบตองมวนโตสูดเข้าปอดแรงๆ ก่อนจะพ่นควันสีขาวโขมงให้ลอ่ งลอยไปกับสายลม อย่างผ่อนคลาย ไฟฟ้าดับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เห็นทีจะอีกนานหรือไม่ก็คงต้อง อาศัยแสงสว่างจากเปลวเทียนกันทั้งคืน การสนทนากันยาวนานทว่าเต็มไปด้วยความน่าสนใจดำ�เนินไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งหลับตาปริบๆ ฟังอย่างตั้งใจ ชายชราผู้นี้ลึกซึ้งเกินกว่า จะสัมผัสได้ด้วยการมองเห็นและการสนทนาเพียงผิวเผิน หนึ่งชีวิตที่หากมอง ด้วยสายตาของบุคคลทั่วไปแล้ว อาจจะเป็นเพียงชายชราที่ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไป วันๆ เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีคงเต็มไปด้วยความอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว ไม่มี ลูก ไม่มีภรรยา ไม่มีแม้ใครสักคนคอยอยู่ข้างกาย แต่หากได้มีโอกาสได้สัมผัส ใกล้ชิดดังเช่นสองหนุ่มสาวในวันนี้ ก็จะรับรู้ได้ว่า แท้จริงแล้วทุกนาทีที่ผ่านไป ล้วนมีความหมาย หากเราเคยรักและเฝ้ารอใครสักคน เฝ้านับเวลาทุกนาทีที่ ผ่านไปว่าจะได้พบกับเขาหรือเธอคนนั้น “ถ้าเราเฝ้ามองและนับวินาทีเฝ้ารอใครสักคนทีไ่ ม่รวู้ า่ มีเราอยู่ แล้วสักวัน ใครคนนั้นก็ครองคู่ไปกับใครอีกคน เราคงปวดร้าวหัวใจอย่างที่สุด” ผูฟ้ งั ทัง้ สองพยักหน้าเห็นด้วย คนตัวเล็กหันมาสบตาพีป่ ราณทำ�ตาละห้อย คงเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายเอามากๆ แค่คิดก็น่าสงสารแล้ว พลางชี้โบ้ชี้เบ้ ส่ง ภาษาใบ้ว่าขอหนุนตักนอนฟังหน่อยนะคะ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ เป็นการอนุญาต ดวงตาที่ละห้อยหดหู่เมื่อสักครู่จึงยิ้มหยีก่อนจะนอนหนุนตักฟังคุณตาเล่าต่อ อย่างสบายจังเลย ชายชราหันมายิ้มอย่างเอ็นดู “และถ้าเรา ที่เคยให้คำ�มั่นสัญญาเอาไว้กับใครสักคน แต่กลับผิดสัญญา 70


ทิ้งเขาไปมีความสุขกับใครคนอื่น ก็เป็นการไม่ยุติธรรมกับคนที่เฝ้ารอ” ปลาย เสียงอบอุน่ ของคุณตาไม่ปรากฏวีแ่ ววของความอ้างว้างเลยแม้แต่นอ้ ย ตรงกันข้าม ยิ่งเวลาในชีวิตเหลือน้อยลงมากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าเวลาแห่งความสุขที่ เฝ้ารอนับวินาทีได้ใกล้เข้ามาแล้ว... คุณตาบุญเปิดเผยถึงสิ่งที่ช่วยตอกย้ำ�ความเชื่อเกี่ยวกับคู่รักต่างภพ เมื่อ รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เป็นยิ่งกว่าความฝัน ทำ�ให้คุณตาสนใจที่จะค้นคว้าหาคำ�ตอบ เสาะแสวงหาคำ�ชี้แนะจากท่านผู้รู้ กระทั่งได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิจึง กระจ่างแก่ใจว่า ไม่มีเลยแม้สักวันที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างแห้งแล้งเดียวดาย และปราณได้ถอื โอกาสนีข้ อให้คณ ุ ตาบุญสอนนัง่ สมาธิอย่างคร่าวๆ ก่อนที่ ทุกคนจะแยกย้ายกันอาบน้ำ�เข้านอน หนุ่มสาวนอนมุ้งเดียวกันโดยมีหมอน ใบใหญ่คั่นระหว่างกลาง ท่ามกลางแสงเทียนที่จุดทิ้งไว้กระทั่งดับไปเองในที่สุด ปราณ ค่อยๆ หลับตาลงพร้อมกับทบทวนขั้นตอนการนั่งสมาธิ กระทั่ง เวลาล่วงเลยค่อนคืนจึงผล็อยหลับไป ภาพที่ปรากฏเลือนรางในความมืดค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างช้าๆ คบเพลิง หลายอันส่องสว่างไปตามทางแคบๆ เพื่อค้นหาใครสักคน ความห่วงหาอาทร ที่เกิดขึ้นในใจล้นเหลือสร้างความแปลกใจให้กับชายหนุ่มไม่น้อย และเพียงไม่ นานก็พบหญิงสาวผู้เป็นเป้าหมายในการค้นหาฟุบร่างอยู่กับพื้น ผ้าจีบสีแดง แบบไทยโบราณเปียกชื้นด้วยน้ำ�ฝน ปราณ ซึง่ ความรูส้ กึ นึกคิดในเวลานีเ้ สมือนอยูใ่ นเหตุการณ์นน้ั มายาวนาน โผเข้าประคองร่างบางอ่อนระทวยนั้นไว้ในอ้อมแขน ความห่วงใยอัดอั้นจุกแน่น ในอกจนกลั้นน้ำ�ตาเอาไว้ไม่อยู่ “น้องปิ่น...” เจ้าของดวงหน้าหวานชื้นน้ำ�ตาคลี่ยิ้มซีดเซียว เอื้อมมือเปะปะปาดน้ำ�ตา ให้กับเจ้าของอ้อมอกอุ่น “อย่า...ร้องไห้...” ริมฝีปากแห้งผากนั้นกระซิบแผ่ว ตาเศร้ามองมาอย่าง อาลัย 71


“พี่ขอโทษ พี่มาช้าไป” มือหนาลูบผมที่หน้าผากมน ภาพเบื้องหน้าพร่า มัวด้วยม่านน้ำ�ตาที่ไหลนองอาบสองแก้ม หญิงสาวผู้เป็นที่รักดังดวงใจกำ�ลังจะ สิ้นใจอยู่ตรงหน้า “ปิ่น...ลาก่อน...” มือน้อยร่วงผล็อยแน่นิ่งไปพร้อมหัวใจของอีกคนที่หวีดหวิวเจียนจะขาด กอดร่างบางไร้วิญญาณนั้นไว้แนบอก ร่ำ�ไห้น้ำ�ตาเป็นสายเลือดก็ไม่มีวี่แววหญิง คนรักจะหวนคืน “น้องปิ่นอย่าทิ้งพี่ไป...” ปราณสะดุ้งตื่นสุดตัว อารมณ์จากในฝันยังติดใจอยู่ไม่จาง ผวากอดร่าง บางๆ ทีน่ อนตัวแข็งเพราะตกใจเอาไว้แน่น หมอนใบโตย้ายไปอยูป่ ลายเท้าตัง้ แต่ เมือ่ ไหร่ไม่มใี ครรู้ น้�ำ ตาแห่งความเศร้าโศกไหลพรากปนเสียงสะอืน้ อยูฮ่ กั ๆ ทำ�ให้ ปิ่นปัทมาลังเลที่จะผลักใส ดูท่าทางจะเป็นฝันร้ายเอามากๆ ตะวันสายโด่งแล้ว รถยนต์คันเล็กคันเดิมค่อยๆ เคลื่อนตามหนทางที่ คดเคี้ยวเพื่อมุ่งหน้ากลับกรุงเทพมหานคร โดยไม่มีใครปริปากพูดหรือแม้แต่จะ หันไปสบตา ปราณนั้นยังอยากใช้เวลาทบทวนเรื่องราวที่เพิ่งได้พบไปหมาดๆ นั่นจะใช่ความฝันหรือเป็นการระลึกชาติอย่างที่คุณตาบุญบอกก็ยังสงสัยอยู่ เอา ไว้ค่อยเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ก็แล้วกัน ถ้าใช่... นั่นจะใช่ปิ่นปัทมาเมื่อชาติที่แล้ว หรือเปล่า ปิ่นปัทมาเองก็ได้แต่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง แต่วันนี้ไม่เหมือน เมื่อวาน สิ่งต่างๆ ที่เคลื่อนผ่านจากสองข้างทางไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีความ สวยงามใดๆ สามารถเรียกหัวใจที่ลอยไปไม่รู้จุดหมายให้กลับเข้าที่เข้าทางได้ หลายปีแล้วที่พยายามสะกดความรู้สึกเดิมๆ ให้สงบนิ่ง ปิดกั้นมันเอาไว้ไม่ให้ หัวใจที่สงบนิ่งมาหลายปีว้าวุ่นขึ้นมาได้อีก “หิวมั้ย” ชายหนุ่มทำ�ลายความเงียบหลังจากคิดโน่นคิดนี่อยู่นาน “...” “น้องปิ่น” ต้องเรียกย้ำ�อีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่รู้สึกตัว 72


“คะ...?” ดวงหน้าใสๆ จึงหันมาอย่างสงสัย สบสายตาเพียงแวบก่อนจะ เลี่ยงสายตาไปทางอื่น “หิวหรือยัง เดี๋ยวจะถึงปั๊มแวะหาอะไรกินกันนะ” “ค่ะ” สีหน้าที่เรียบเฉย นำ�ความเงียบกลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มหันไปสนใจกับ เส้นทางข้างหน้า ลอบถอนหายใจแผ่วเบา ความรู้สึกที่ไม่เคยเลือนหายเผลอ แสดงออกมาจนทำ�ให้น้องสาวที่น่ารักต้องอึดอัดใจหรือไม่หนอ “เป็นอะไรหรือเปล่า เรื่องเมื่อคืนนี้พี่ขอโทษด้วยนะ พอดีมันอารมณ์ค้าง จากฝันน่ะ” “ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรแน่นะ ไหนยิ้มให้ดูหน่อยซิ” “บ้า” หน้าสวยที่เรียบเฉยตูมขึ้นเล็กน้อย ค้อนวงเล็กๆ และยังคงเลี่ยงที่ จะสบสายตา “ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วหน้าแดงทำ�ไมล่ะ อย่าบอกนะว่าคิดมากอยู่...ขอโทษ... พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ปลายเสียงลากยาวๆ อย่างขอโทษและปลอบประโลม “นี่” หน้าตูมๆ หันกลับมาอีกครั้ง คิ้วที่ขมวดเป็นเลขแปดบอกให้รู้ว่า ถ้าไม่หยุดพูดละก็ เป็นเรื่องแน่ๆ “จ้ะๆ เงียบแล้วคนเก่ง” ‘...ไม่ได้ตั้งใจ ใช่สิ...’ “เอางี้ เดี๋ยวพี่ไถ่โทษด้วยการ....” พูดพลางทำ�สีหน้าครุ่นคิดหยิกหยอก ไม่อยากให้บรรยากาศมันมาคุ ทำ�อะไรดีหนอให้สาสมกับความชั่วร้ายที่ได้ทำ� ลงไป คนตัวเล็กที่หน้าตูมๆ ก็ยังคงตูมต่อไป ไม่ได้คิดมากเรื่องนั้นแล้วแต่มัน หมั่นไส้คนที่ทำ�ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ...ไม่ได้ตั้งใจ... “พีส่ อนขับรถให้ดไี หม” พูดพลางหันไปสบตา เริม่ มีความหวังเมือ่ ดวงหน้า สวยมีท่าทีจะคลี่คลาย “นั่นแน่ะๆๆ สนใจใช่มั้ยล่ะ” “ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าสนใจ” 73


“ไม่สนใจแต่...ก็อมยิ้ม...” หยิกแหย่ยียวน รู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกองที่หน้า ตูมๆ เริ่มคลี่ยิ้มออกมาบ้างแล้ว “ไม่ได้ยิ้มซะหน่อย” คนปากแข็งยังคงไว้ฟอร์มรักษาหน้าให้ตัวเอง “ไม่ต้องทำ�ฟอร์มหรอกน่า ยิ้มหน่อยเร็ว สวยกว่านี้ตั้งเยอะนะ หน้าบูด เหมือนตูดลิงไม่สวยเลย” “บ้า! หมั่นไส้นักทำ�หน้าระรื่นอยู่ได้ นี่ๆๆ” แล้วกำ�ปัน้ น้อยๆ ก็ระดมทุบหัวไหล่คนน่าหมัน่ ไส้ชดุ ใหญ่ ความสว่างไสว ของบรรยากาศกลับมาเยือนอีกครั้ง นี่แหละหนอก็คนมันไม่ได้โกรธเคืองอะไร อย่างจริงจังอยู่แล้ว ชายหนุ่มทิ้งตัวบนที่นอนอย่างเหนื่อยล้า กลับมาถึงกรุงเทพแล้วเมื่อบ่าย นั่งเรียบเรียงเรื่องราวกว่าจะจบลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนอีกแล้ว ด้วยงาน ที่ทำ�ทำ�ให้ไม่มีเวลาเข้าหรือเลิกงานชัดเจนเหมือนชาวบ้านเท่าไรนัก ความรับ ผิดชอบเป็นตัวกำ�หนดขอบเขตของการทำ�งานมากกว่าการนับจำ�นวนชั่วโมงใน แต่ละวัน เอือ้ มมือปิดไฟทีห่ วั เตียง ในทีส่ ดุ ก็ถงึ เวลาพักผ่อนสำ�หรับวันนีเ้ สียที ถอน หายใจออกมายาวๆ หลับตา ปลดปล่อยจิตใจและร่างกายให้หลุดพ้นจากทุกห้วง พันธนาการ ‘...คุณจะต้องทรงอารมณ์เอาไว้ให้มั่น ไม่ต้องกลัว นั่นมันเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อนานมาแล้ว...’ เสียงของคุณตาบุญยังชัดเจนกึกก้องอยู่ในหู ‘นิ่ง...จนเห็นเป็นแก้วประกายพรึก แล้วถอยออกมาที่อุปจารสมาธิ2 ...’ “โยมปราณ” ก่อนที่สติจะจมหายไปในภวังค์ แสงสีทองอร่ามได้ฉายวาบขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงเรียกชื่ออย่างคนคุ้นเคย พระธุดงค์ผู้ชรารูปหนึ่งปรากฏกายขึ้น 2 จาก หนังสือ คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ�) อุปจารสมาธิ หรือ อุปจารฌาน เป็นสมาธิที่มี ความตั้งมั่นใกล้จะถึงปฐมฌานหรือ ปฐมสมาบัตินั่นเอง อุปจารสมาธิคุมอารมณ์สมาธิไว้ได้นานพอสมควร มีอารมณ์ใสสว่างพอใช้ได้ เป็นพืน้ ฐานเดิมทีจ่ ะฝึกทิพยจักษุญาณได้ อย่างไรก็ตามผูเ้ ขียนเพียงอ้างถึงระดับของสมาธิทตี่ วั ละครซึง่ เคยฝึกมาแล้วในอดีตชาติจะพึง ทำ�ได้เท่านั้น นี่ไม่ใช่แนวทางการปฏิบัติตามคำ�สอนของพระราชพรหมยาน หากผลของการฝึกจะแตกต่างไป ก็เป็นเพียงเหตุการณ์ สมมุติเพื่อรวบรัดระยะเวลาของการฝึกในนิยายเท่านั้น

74


ยิ้มทักทายด้วยแววตาอ่อนโยน ชายหนุ่มก้มกราบด้วยความรู้สึกปีติชุ่มชื่นหัวใจล้นเหลือ ใบหน้าที่เต็ม ไปด้วยริ้วรอยของกาลเวลานั้น ปราณนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน หากแต่เพียง กระแสแห่งความเมตตาที่ฉาบฉายภายใต้การวูบไหวของรัศมีสีทองอร่ามนั้นก็ เพียงพอที่จะสะกดให้เขานั่งฟังอย่างสงบ “โยมเคยปฏิบัติมาดี ในชาตินี้จะสามารถปฏิบัติได้เร็ว”

75


ตอนที่ 6

รักซ่อนซ้อนฝัน ‘เรากำ�ลังย้อนเวลา...?’ ในความรูส้ กึ ปราณกำ�ลังพุง่ ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วผ่านอุโมงค์สญ ุ ญากาศ ที่คดเคี้ยวและยาวไกลอีกครั้ง แสงสว่างวูบวาบและกลุ่มเมฆบางๆ ที่ผ่านไปเป็น ระยะ วูบ...วูบ...วูบ...รูส้ กึ เสียววาบเหมือนตกอยูใ่ นสภาวะไร้น�้ำ หนักจนต้องกลัน้ หายใจเอาไว้ตลอดการเดินทาง ภาพทุกภาพสามารถมองเห็นและสัมผัสได้ประหนึง่ ว่ามันมีอยู่จริง ต้องสูดหายใจเฮือกใหญ่เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง เหนื่อยหอบจนแทบ หายใจไม่ทนั ขาทัง้ สองข้างแทบไม่มเี รีย่ วแรงพอจะพยุงร่างของตัวเองให้ยนื หยัด อยู่ได้ เอื้อมมือเช็ดเหงื่อเม็ดโป้งที่ผุดพรายเต็มใบหน้า สายตาสำ�รวจไปรอบๆ ‘ที่นี่ที่ไหนกัน’ เวิ้งนากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจรดเชิงเขาทุกด้าน ถัดไป เป็นป่าทึบเขียวขจีไล่เรือ่ ยขึน้ ไปเป็นภูเขา ขนาดของต้นไม้และความอุดมสมบูรณ์ ของผืนป่าทำ�ให้รู้ได้ว่านี่จะต้องเป็นเวลาที่ห่างไกลจากที่ที่จากมานับหลายร้อยปี ‘นั่นควันไฟ จะต้องมีคนอยู่ เรารู้สึกว่าตัวเราอยู่ที่นั่น’ เร็วแค่เพียงคิด ภาพชายหนุ่มวัยฉกรรจ์รูปร่างกำ�ยำ�สองคนกำ�ลังประดาบก็ปรากฏตรงหน้า ผม ทรงไทยโบราณร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า ผ้านุ่งสีเข้ม และดาบคู่ที่ทำ�จาก เหล็กกล้าเงาวับเกรี้ยวกราดฉวัดเฉวียนอย่างมีชั้นเชิง ประเมินด้วยสายตาไม่สามารถบอกได้ว่าใครฝีมือเหนือกว่าใคร ทั้งสอง ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มที า่ ทีจะเพลีย่ งพล้�ำ หรืออ่อนกำ�ลังลง สายตาคมกริบ 76


จับจ้องทีค่ ตู่ อ่ สู้ เสียงคมดาบแหวกอากาศชวนเสียวหัวใจจนต้องขบเขีย้ วเคีย้ วฟัน อย่างลุ้นระทึก ประกายไฟจากคมเหล็กกล้าที่ปะทะหนักหน่วงถี่ยิบบอกให้รู้ถึง ความห้าวหาญดุดันประดุจพญาราชสีห์สองตัวที่ถาโถมห้ำ�หั่นหมายมั่นปลิดชีพ ฝ่ายตรงข้าม หากใครเพลีย่ งพล้�ำ เพียงพริบตา คงต้องโดนเข่นฆ่าให้อาสัญเป็นแน่ ไอ้จนั ”

“เอาละ เราเล่นกันมามากแล้ว เตรียมรับมือกับท่าไม้ตายของข้าให้ดี

“เข้ามาเลย ข้าไอ้จันศิษย์เอกสำ�นักดาบหลวงอินทรวิชัย ไม่เคยกลัวเอ็ง อยู่แล้วไอ้ทอง เข้ามา” ‘จัน’ ท้าทายกึ่งคำ�รามเสียงเข้ม ใบหน้าคมขบกรามแน่นสายตาจ้องเขม็ง ขณะอยู่ในท่าตั้งรับที่มั่นคง ไม่รู้สึกหวั่นเกรงในกิตติศัพท์เพลงดาบอันดับหนึ่ง ของคู่ต่อสู้ต่างสำ�นักเลยแม้แต่น้อย แม้เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาแต่เชิงดาบที่ เกรี้ยวกราดดุดันและร่างกายกำ�ยำ�ล่ำ�สันก็ส่งให้จันดูน่าเกรงขามราวขุนศึกเจน สมรภูมิ ผิวสีเข้มอย่างชายไทยที่กรำ�แดดกรำ�ฝนมาแล้วอย่างโชกโชน คิ้วหนา หนวดเครางามเข้มอย่างธรรมชาติ “ทำ�พูดดีไปเถอะ...” ใบหน้าหล่อเข้มผิวสีอ่อนกว่าไร้หนวดเครา ยิ้มที่ มุมปากคำ�รามเบาๆ เขาคือ ‘ทอง’ มือดาบอันดับหนึง่ แห่งสำ�นักดาบขุนไกรวรพันธ์ คิ้วหนาทว่าได้รูป ดวงตาฉายแววนักล่าวาววับ จมูกโด่งเป็นสันร่างกายกำ�ยำ� ‘เราคือทอง...ชายคนนี้คือเราเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว’ บางความรู้สึกที่รับรู้ ได้ด้วยสัญชาตญาณบอกกับปราณว่า หนึ่งในชายผู้ปรากฏเบื้องหน้าคือตัวเอง เมื่อหลายร้อยปีก่อน “เตรียมรับมือ!” แม้จะเสียเปรียบทางรูปร่างเล็กน้อย แต่ขนึ้ ชือ่ ว่านักดาบ อันดับหนึ่งของสำ�นัก ย่อมการันตีได้ว่ารูปร่างไม่ได้เป็นอุปสรรคสำ�หรับทองเลย พร้อมเสียงคำ�รามนั้น พญาราชสีห์กระโจนตะปบเหยื่ออีกครั้งอย่างหนักหน่วง และดุดันยิ่งกว่าเดิม ดาบสองมือเกรี้ยวกราดแกว่งไกวอย่างมีเป้าหมายทุกครั้ง สองเท้าย่างสามขุมอย่างมีชั้นเชิงเตรียมพร้อมสำ�หรับการตั้งรับหากฝ่ายตรงข้าม โต้กลับอย่างฉับพลัน 77


ประกายไฟจากคมเหล็กกล้าแตกกระจายในทุกฝีดาบ สร้างความตื่นเต้น หวาดเสียวให้กับคนที่กำ�ลังเฝ้ามอง เกรงว่าจะมีใครสักคนพลาดพลั้ง จันเองก็ ตั้งรับอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกัน ท้องฟ้ามืดครึม้ สายลมพัดหญ้าแห้งปลิวว่อนกระจุยกระจาย เป็นสัญญาณ ว่าฝนกำ�ลังจะเทลงมาในอีกไม่กี่อึดใจ ทว่าสองนักสู้ยังคงห้ำ�หั่นกันต่อไปอย่าง ไม่ใยดีฟ้าดิน ฝนเริ่มลงเม็ดและกระหน่ำ�เคลื่อนมาแล้วจากขอบฟ้าไกลๆ เปรี้ยง... เพลงดาบเกรี้ยวกราดทว่าสายฟ้ากราดเกรี้ยวยิ่งกว่า อานุภาพของมัน ทำ�ให้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ต้องหักโค่นลงฉับพลัน “เฮ้ย! ไอ้ทองวันนี้พอแค่นี้ก่อน ฝนมาแล้วโว้ย...” “เออๆ ดีเหมือนกัน อย่างไรเสียเอ็งก็ไม่พ้นมือข้าดอก” “น้อยๆ หน่อยไอ้เกลอ ข้ายังไม่ได้สำ�แดงไม้ตายเลย ถ้าเอ็งได้ประจักษ์ เพียงสักครา เอ็งจักตัวสั่นงันงกยอมแพ้แทบไม่ทันเลยทีเดียว” เร็วกว่าคำ�พูด สองนั ก สู้ ที่ เ พิ่ ง ห้ำ � หั่ น กั น เอาเป็ น เอาตายชวนกั น วิ่ ง หลบฝนภายใต้ ช ายคา กระท่อมหลังเล็ก ‘ฝีมือร้ายกาจทั้งสองคน ยอดเยี่ยมจริงๆ’ แสงแดดสุดท้ายกำ�ลังจะลับขอบฟ้า แต่ทตี่ ลาดนัดท้ายหมูบ่ า้ นผูค้ นยังคง พลุกพล่าน แม้อาหารการกินจะอุดมสมบูรณ์ในน้ำ�มีปลาในนามีข้าว แต่ก็ยัง ต้องมีสถานที่สำ�หรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอื่นๆ บ้างก็นำ�สัตว์ป่ามาแลกอัฐ บ้างก็น�ำ ผ้าไหมผ้าทอจากต่างเมืองมาแลกทรัพย์สนิ มีคา่ ขนมนมเนยหลายชนิด มีไว้คอยบริการเด็กๆ ที่วิ่งเล่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว “เดี๋ยวเอ็งช่วยข้าเลือกสร้อยคองามๆ สักเส้นนะไอ้ทอง ข้าจะซื้อไปฝาก แม่พุดซ้อนยอดรักของข้า” “อ้าว แล้วใยต้องให้ขา้ เลือกด้วยเล่า ของของเอ็งเอ็งก็เลือกเองสิจะได้ถกู ใจ” “น่านะเพื่อนรัก...แค่คิดข้าก็เขินแล้ว เอ็งก็น่าจะรู้ว่าข้าเป็นคนหน้าบาง จะให้ไปเลือกของแบบนั้นโธ่...อายแม่ค้าตายเลย” พูดพลางเขย่าแขนกำ�ยำ�ของ 78


เพื่อนรักอย่างคะยั้นคะยอ “อ้าว พี่ทองพี่จัน วันนี้ได้อะไรบ้างหรือยังจ๊ะ” สาวๆ ที่เดินสวนทางมา เป็นกลุ่มกล่าวทักทายอย่างมีไมตรี ยิ้มให้พี่ทองและพี่จันด้วยสายตาวาวหวาน เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วว่าสองหนุ่มคือหนึ่งในนักรบกำ�ลังสำ�คัญของหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ “พีก่ ม็ าเดินเล่น หวังจะได้ประสบพบพักตร์แม่ยอดรักของพีท่ กุ คนนีแ่ หละ จ้า เห็นทีคืนนี้พี่ต้องฝันดีเป็นแน่ เหนื่อยอีกแล้วไอ้จันเอ๊ย เฮ้อ.....” “บ้า! พี่จันพูดอะไรก็ไม่รู้บัดสีบัดเถลิงที่สุด พูดเล่นแบบนี้บ่อยๆ ลั่นทม เอาจริงขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ” หนึ่งในจำ�นวนนั้นพูดจาโต้ตอบทันควัน หางตาชม้อยเมียงมองปากจิม้ ลิม้ อมยิม้ เอียงอาย พาให้หวั ใจลูกผูช้ ายคึกคักขึน้ มา ฉับพลัน หลิ่วตาเปิดหางคิ้วโน้มตัวลงประสานสายระยิบคู่นั้นอย่างมีความหวัง ยิ้มน้อยๆ อย่างผู้กำ�ชัย “นั่นแน่ะๆ นี่น้องลั่นทม... อยาก...เหนื่อย... หรือจ๊ะ หึหึหึ?” “บ้า” มือน้อยทุบที่หัวไหล่คนหน้าบางเบาๆ อย่างขวยเขินสะเทิ้นทรวง “พวกเราไปก่อนนะพี่ทอง พี่จัน ไปกันเถอะลั่นทม เดี๋ยวจะค่ำ�เสียก่อน” เพื่อนในกลุ่มต้องฉุดแขนลากไปกระนั้นก็ยังไม่วายหันมาส่งยิ้มสุดท้ายให้พี่จันที่ มองตามจนคอแทบเคล็ดยิ้มไม่หุบจนหนวดงามสั่นระริก “แล้วพบกันนะจ๊ะสาวๆ” เผียะ! “เฮ้ย! ไอ้ทอง เอ็งตบหัวข้าทำ�ไมวะ เดี๋ยวครูข้าโกรธเอ็งจะซวย” “นี่นะรึ หน้าบางของเอ็ง โธ่ไอ้จันเอ๊ย...กะล่อนจนปลาไหลเรียกพี่แล้ว เอ็งน่ะ” “แต่ถึงอย่างไรข้าก็มีแม่พุดซ้อนยอดรักของข้าคนเดียว พุดซ้อนคือหนึ่ง ยอดดวงใจสาวๆ ทั่วไปคือกำ�ไรชีวิต” เมื่อไม่ใช่ยามรบ จัน จะเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่นเป็นที่สุดโดยเฉพาะ กับสาวๆ ความเจ้าชู้ไหลลื่นนั้นเป็นที่รู้จักพอๆ กับกิตติศัพท์เพลงดาบของเขา เลยทีเดียว ส่วน ทอง จากรูปร่างหน้าตาที่น่าจะเป็นคนเจ้าชู้มากกว่ากลับดูสุขุม 79


เยือกเย็น เป็นพญาราชสีห์หนุ่มที่หมอบนิ่งเตรียมพร้อมสำ�หรับการประจัญบาน ในทุกเวลา โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองต้องอยู่ในภาวะสงครามและโจรป่า ชุกชุมเช่นนี้ แต่...ต่อให้เป็นขุนศึกเจนสนามรบก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อความงามของ อิสตรี ‘แม่พุดซ้อน’ คือยอดหญิงผู้กุมหัวใจลูกผู้ชายของเขาเอาไว้อย่างแนบแน่น เสมอมาเช่นเดียวกับสหายรัก โดยที่ เธอเองก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว หรีดหริ่งเรไรดังระงมทั่วบริเวณ แสงสว่างจากเปลวเพลิงที่ลุกโชนกลาง หมูบ่ า้ นพาให้เงาของสิง่ ต่างๆ รอบตัวดูวบู ไหวเป็นจังหวะ คืนนีเ้ ป็นหน้าทีข่ องทอง ที่ต้องอยู่เฝ้าเวรยามเพื่อให้ชาวบ้านได้นอนหลับสบาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโจรป่า บุกปล้นและทำ�ร้ายคนในหมูบ่ า้ น คิดแล้วมันน่าแค้นใจนัก เสียดายทีท่ องและจัน รวมทั้งชายหนุ่มคนอื่นๆ ถูกทางการระดมไปสมทบกองกำ�ลังลาดตระเวนของ ทางการ เหลือกำ�ลังรักษาความปลอดภัยเพียงน้อยนิด เมื่อกลับมาก็เหลือเพียง ร่องรอยความเสียหายที่พวกมันได้ฝากเอาไว้ และบาดแผลร้ายที่ฝังลึกในใจของ ชาวบ้านตาดำ�ๆ อย่างยากจะเลือนหายไปจากความรู้สึก ทอง นัง่ ยามบนต้นไม้ใหญ่อย่างเงียบกริบ หากมีสงิ่ ผิดปกติเกิดขึน้ ก็พร้อม จะส่งสัญญาณไปยังนักรบของหมู่บ้านคนอื่นๆ ได้อย่างทันท่วงที “ขอให้มันมาเถิด พวกมันจักไม่มีโอกาสรอดกลับไปโดยที่ยังมีลมหายใจ อยู่” “ดึกแล้วแม่พดุ ซ้อนนอนเสียเถิด นอนหลับให้สบายไม่ตอ้ งเกรงกลัวอะไร ทั้งสิ้น พวกพี่จะไม่ยอมให้มันผู้ใดมาทำ�ร้ายแม่พุดซ้อนและคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ได้อีกเป็นอันขาด หากพวกมันมา พี่จะเด็ดหัวพวกมันให้สิ้นซาก ให้มันจดจำ� ไปจนถึงลูกหลานโคตรเหง้าศักราชว่าอย่ามารุกรานชาวบ้านหนองไผ่ล้อมอย่าง พวกเรา พี่สัญญา” เสียงจันรับปากกับหญิงผู้เป็นที่รักเป็นมั่นเป็นเหมาะดังแว่วมาจากเรือน หญ้าแฝกถัดจากที่ที่ทองเฝ้าสังเกตการณ์ ใช่แล้วละ...แม่พุดซ้อนหญิงผู้เป็นที่รัก ...ที่รักของพี่ทองอีกคน... “เฮ้ยไอ้ทอง ข้าขอพักเอาแรงสักงีบก่อน ถ้าเอ็งง่วงก็ไปปลุกข้าที่เรือนนะ 80


เพื่อน ระวังตัวด้วย” “ได้เลย” ตะโกนบอกพลางมองตามร่างกำ�ยำ�ของเพื่อนรักที่กำ�ลังเดินขึ้น เรือนไป จันเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมาตั้งแต่ยังเด็ก บวชเรียนมาด้วยกันก่อนจะ แยกย้ายไปฝึกเพลงดาบจากคนละสำ�นัก และทุกครั้งที่พบกันทั้งสองจะเป็นคู่ ประดาบชั้นยอดให้กันและกันเสมอจนฝีมือก้าวหน้าอย่างยากจะหาผู้ทัดเทียม “หลับให้สบายนะ พุดซ้อน...” ชายหนุ่มรำ�พึงกับตัวเองเบาๆ สายตาเฝ้า มองหลังคาเรือนของหญิงผู้เป็นที่รัก แสงไฟที่เล็ดลอดออกมาทางหน้าต่างดับ ไปแล้ว ป่านนี้หญิงสาวเจ้าของเรือนคงนอนหลับฝันดี แต่...คงไม่มีพี่ทองอยู่ในฝันดีของพุดซ้อน... “สาธุ ขออย่าให้เกิดอะไรขึน้ อีกเลย ขอคุณพระคุม้ ครองพีท่ อง พีจ่ นั และ ชาวบ้านทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิดเจ้าประคู้ณ...” แสงสว่างจากกองไฟกลางหมูบ่ า้ นเล็ดลอดเข้ามาถึงภายในตัวเรือน พุดซ้อน ยังนอนไม่หลับแม้จะเป็นเวลาดึกมากแล้วก็ตาม ความรู้สึกสับสนในหัวใจลึกๆ คอยก่อกวนไม่ให้ข่มตาหลับลงได้ เสียงของพี่จันยังดังกังวานอยู่ในความรู้สึก …พีจ่ ะไม่ยอมให้ใครมาทำ�ร้ายแม่พดุ ซ้อนและคนอืน่ ๆ ในหมูบ่ า้ นได้อกี เป็นอันขาด พีส่ ญ ั ญา… ทำ�ไมพุดซ้อนจะไม่รวู้ า่ พีจ่ นั รูส้ กึ อย่างไร พีจ่ นั เป็นคนดีมผี มี อื มากด้วย น้�ำ ใจ เป็นนักรบทีค่ อยปกป้องคุม้ ครองทุกคนในหมูบ่ า้ นให้มชี วี ติ อยูอ่ ย่างสงบสุข ข่มตานอนได้หลับสนิทแม้ยามที่บ้านเมืองลุกเป็นไฟเช่นนี้ “แม่พดุ ซ้อน วันนีพ้ มี่ ผี ลไม้ปา่ มาฝากเยอะเลย พอกินไปหลายวันเลยละ” พีจ่ นั มักมีของฝากเสมอหากต้องเดินทางไกลหรือเข้าป่าล่าสัตว์ ทัง้ รอยยิม้ แววตา และการแสดงออกบ่งบอกอยู่ชัดเจนว่า พุดซ้อนอยู่ในฐานะอะไรในใจของพี่จัน “ไม่เห็นต้องลำ�บากขนาดนี้เลยพี่จัน ลำ�พังเสบียงที่มีอยู่ก็มากโข น้ำ�ใจ ของพี่จันทั้งนั้น พุดซ้อนละเกรงใจนักรู้ไหม” ใบหน้าคมเข้มอย่างชายไทยหันมา ยิ้มตาเป็นประกาย น้ำ�เสียงที่เอื้อนเอ่ยกับพุดซ้อนก็แสนจะนุ่มนวลแตกต่างจาก เวลาเล่นหัวกับหญิงสาวคนอื่นๆ มากมายนัก 81


“พุดซ้อนไม่ต้องเกรงใจอะไรพี่ดอก พุดซ้อนก็น่าจะรู้ว่าพี่รู้สึกยังไงกับ พุดซ้อน” อันที่จริงคงไม่มีใครในหมู่บ้านนี้ที่ไม่รู้ความรู้สึกของพี่จัน ก็พี่จันออก จะเป็นคนเปิดเผยเสียจนแทบจะไม่เก็บความรู้สึกกันเลยสักนิด “พ่ออินเองก็ไม่สบายอยู่ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยออกไปหาอาหาร พี่จะดีใจ มากถ้าพุดซ้อนยอมให้พี่แบ่งเบาภาระเล็กๆ น้อยๆ และไม่ต้องลำ�บากใจอะไร เพราะพี่ไม่เคยคิดจะเรียกร้องอะไรจากพุดซ้อน พี่ทำ�ทุกอย่างเพราะพี่อยากทำ�” ตางามทอดออกไปนอกหน้าต่าง หมูด่ าวน้อยใหญ่แข่งกันอวดแสงน้อยนิด กับดวงจันทร์ให้ท้องฟ้ายามค่ำ�คืนไม่เงียบเหงานัก ทว่าความรู้สึกของหญิงสาว กลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่น พุดซ้อน หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ทว่า ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย ดวงหน้ารูปไข่ ตาโตขนตางอนงาม คิ้วเรียวสวย ริมฝีปากอิม่ ได้รปู เป็นสีชมพูออ่ นๆ ตามธรรมชาติ ผมยาวสลวยเรือนร่างอ้อนแอ้น เพรียวบาง กริยามารยาทอ่อนหวานงดงาม จึงไม่แปลกทีจ่ ะเป็นทีห่ มายปองของ ชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้าน แต่ใครเลยจะกล้าเทียบรัศมีของพี่จันนักรบผู้กล้า ของหมู่บ้าน แต่...พุดซ้อนจะทำ�ยังไงดี จะเห็นแก่ความเป็นคนดีมีน้ำ�ใจและ ความรูส้ กึ มากมายทีพ่ จ่ี นั มีให้เสมอ หรือจะซือ่ สัตย์กบั ความรูส้ กึ ส่วนลึกของหัวใจ ตัวเองที่คอยจะร่ำ�ร้องหาใครอีกคนเสมอมา ใครอีกคนที่กำ�ลังเฝ้ายามเดียวดาย ในความมืด ใครอีกคนที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนแท้เพื่อนตายของพี่จัน ใช่แล้วละ... คนคนนั้นคือ...พี่ทอง คนที่ไม่เคยได้รู้ว่าพุดซ้อนรู้สึกอย่างไรนั่นเอง “ทำ�ยังไงดีละ่ พุดซ้อน” ความรักมักเล่นตลกไม่วา่ ยุคไหนๆ ขณะทีเ่ รากำ�ลัง หลงรักและเฝ้ามองใครสักคน ใครสักคนของเราก็มักจะกำ�ลังเฝ้ามองใครอีกคน อยู่เสมอ และขณะเดียวกันก็มักจะมีสายตาเหงาๆ อีกคู่หนึ่งเฝ้ามองเราอยู่อย่าง รอคอยความหวังเช่นกัน มีคนเคยบอกว่าความรักก็เหมือนเงา เมือ่ เราวิง่ ไล่มนั จะ วิ่งหนีและเมื่อเราวิ่งหนีมันจะคอยวิ่งตามเราไม่ห่าง อยากจะทำ�ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ แต่ก็ไม่อยากให้ใครอีกคนต้อง ผิดหวังและเสียใจ และยิง่ ทัง้ สองคนเป็นเพือ่ นรักกันด้วยแล้วก็ยง่ิ สร้างความสับสน ให้เกิดขึ้นในหัวใจของพุดซ้อนเป็นเท่าทวี 82


บรรยากาศยามค่ำ�คืนที่สวยงามไม่อาจชดเชยความเหงาที่ก่อตัวขึ้นในใจ ของนักรบผู้กล้า ดาวดวงเล็กๆ บนผืนฟ้าเป็นเหมือนความหวังที่หลอกล่อหัวใจ ให้ชมุ่ ชืน่ หัวใจทีต่ อ้ งจมอยูใ่ นวังวนหุบเหวแห่งรักทีก่ ว้างใหญ่และมืดดำ�ไร้ทางออก ทัง้ ทองและจันต่างเห็นพุดซ้อนมาตัง้ แต่ยงั แบเบาะ ยังเคยพาขีห่ ลังเล่นม้าก้านกล้วย เคยอุม้ ลงเด็ดบัวในสระ คนตัวเล็กๆ หัวเราะชอบใจทีไ่ ด้ไขว่คว้าบางสิง่ ทีอ่ ยากได้ ด้วยมือน้อยของตัวเอง “พี่ทองใจดี พุดซ้อนรักพี่ทองที่สุดในโลกเลย” ทั้งภาพและเสียงของเด็ก ผู้หญิงตัวน้อยๆ ในอดีตยังคงกระจ่างใสอยู่ในความรู้สึก เด็กตัวเล็กๆ แก้มยุ้ย ตาโตปากนิดจมูกหน่อยน่าเอ็นดู เส้นผมยาวบางๆ ถูกรวบขึน้ ไปมัดจุกไว้ดา้ นบน ทิ้งไรผมสีน้ำ�ตาลอ่อนๆ พลิ้วไหวล้อแสงแดดสีทองยามเช้า หัวเราะตาหยีจนเห็น ฟันซี่เล็กๆ และเหงือกสีชมพูอ่อนน่าเอ็นดูที่สุด “อ้าว แล้วพี่จันเล่าพุดซ้อน ไม่รักพี่จันบ้างรึ พี่จันก็ใจดีมีขนมมาฝาก พุดซ้อนทุกวันเลยนา...เอ้าแล้วนี่ดอกบัวสวยๆ พี่เก็บมาให้เรียบร้อยแล้วจ้า” “อืม...เอ้า รักพี่จันด้วยก็ได้จ้ะ...” ตอนนี้พุดซ้อนโตเป็นสาวงามสะพรั่ง ไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมที่จะมาขี่หลัง พี่ทองวิ่งเล่นได้อีกแล้ว ความสนิทสนมที่เคยมีก็ค่อยๆ ห่างออกไปเหลือทิ้งไว้ เพียงร่องรอยของความรักและผูกพันในใจพีท่ องทีค่ อ่ ยๆ พัฒนาจากรักแบบพีน่ อ้ ง จนกลายเป็น... นัน่ สิ เป็นอะไรล่ะ พีท่ องอยูใ่ นฐานะอะไรสำ�หรับพุดซ้อนนอกจาก พี่ชายที่แสนดี หิง่ ห้อยตัวน้อยส่งแสงวิบวับอยูใ่ กล้ๆ มือหนาทีก่ ร้านหยาบเพราะกุมดาบ มาค่อนชีวติ คว้าเจ้าหิง่ ห้อยมากุมไว้ ค่อยๆ คลายฝ่ามือออกช้าๆ เพ่งมองแสงนวล เย็นตาเล็กๆ นั้นใกล้ๆ แสงสว่างที่กระพริบเป็นจังหวะยังให้มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้รางๆ แม้จะไม่เจิดจ้าอย่างแสงจันทร์ แต่กส็ อ่ งสว่างได้ตามกำ�ลังน้อยนิด ที่พึงมี คงเหมือนความหวังที่แม้จะริบหรี่เพียงใดแต่ก็ยังเป็นความหวังที่แอบ ทอแสงเล็กๆ ให้สิ่งที่ถูกเก็บงำ�ไว้ในใจของพี่ทองไม่ต้องทนอยู่อย่างอ้างว้าง เท่าไรนัก 83


“ขอให้คุณพระคุ้มครองพี่ทอง และกลับมาอย่างปลอดภัย พุดซ้อนจะ เป็นกำ�ลังใจให้พท่ี องเสมอ” พุดซ้อนจะแสดงความห่วงใยทุกครัง้ ทีจ่ ะต้องจากบ้าน ไปทำ�หน้าที่ ไม่ว่าจะด้วยความเป็นพี่น้องหรืออะไรก็ตาม แต่มันก็ทำ�ให้พี่ทอง มีก�ำ ลังใจทีจ่ ะรักษาชีวติ ให้อยูร่ อดปลอดภัยกลับมา เพือ่ จะได้เห็นรอยยิม้ ของพุดซ้อน อีกครั้งเสมอ “ข้าน่ะ รักแม่พุดซ้อนของข้าที่สุดเลยนะไอ้ทอง ชีวิตของข้าสละได้เพื่อ แม่พุดซ้อน เฮ้อ...ข้าละคิดถึงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” จันมักจะระบายความรู้สึก อันอัดอั้นตันใจให้ฟังอยู่เสมอเมื่อเวลาต้องห่างบ้านไปแดนไกล การได้พูดถึง หญิงผู้เป็นที่รักกับใครสักคนที่รู้ใจเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่ถ้าจันรู้ว่านั่นคือ สิ่งที่ทำ�ให้เพื่อนรักรู้สึกเจ็บปวดและสับสนแค่ไหน จันคงไม่ทำ� หยิบแหวนทองเหลืองวงเล็กที่ซ่อนไว้ในชายพกขึ้นมาวางลงบนฝ่ามือ ใกล้ๆ หิ่งห้อยตัวน้อย แสงแห่งความหวังริบหรี่สะท้อนเป็นเงาอยู่วาววับ เพียง ได้แอบทำ�อะไรเพือ่ หญิงผูเ้ ป็นทีร่ กั บ้าง เท่านัน้ ก็สขุ ทีส่ ดุ เท่าทีห่ วั ห่อเหีย่ วดวงหนึง่ จะพึงทำ�ได้แล้ว ‘พุดซ้อนจะรู้ไหมว่า พี่ทองรักพุดซ้อนแค่ไหน’

84


ตอนที่ 7

อุ่นรักคืนเลือด ‘เอ๊ะ? เงาตะคุ่มๆ และเสียงฝีเท้าม้าไกลๆ นั่น...’ เปรี้ยง! “ชาวบ้านหนองไผ่ล้อมทุกคน ให้ออกมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้าน นำ�ทรัพย์สินของมีค่าออกมาให้หมด ข้าไม่อยากทำ�ร้ายผู้ใด แต่อย่าลูกไม้ ไม่ อย่างนั้นอย่าหาว่าเสือแดงไม่เตือน” สิ้นเสียง ชาวบ้านทั้งหญิงชายและลูกเล็กเด็กแดงก็หอบข้าวของที่คิดว่า มีค่าออกมารวมกันที่ลานกลางหมู่บ้านอย่างโกลาหล นี่คือการปล้น “ออกมาหมดกันรึยัง ทำ�ไมมีน้อยนักวะมีแต่เด็กผู้หญิงกับคนแก่ พวก ผู้ชายหายไปไหนหมด” จากน้�ำ เสียง สีหน้าและท่าทาง เจ้าคนตัวโตคิว้ หนาหนวดโง้งผมสัน้ สักลาย เต็มตัวและถือปืนสั้นนี่คงเป็นหัวหน้า หรือ ‘เสือแดง’ อย่างที่มันประกาศตัวเอง ไปเมื่อสักครู่ ลูกสมุนกระจายกำ�ลังปิดล้อมทั่วบริเวณ “พวกผู้ชายถูกหลวงเรียกไปสมทบทัพ เหลือพวกข้าแค่ไม่กี่คนไว้ดูแล ชาวบ้าน พ่ออยากได้อะไรก็ขนไปเถิดแต่ขอร้องว่าอย่าทำ�ร้ายชาวบ้านตาดำ�ๆ เลย” หนึง่ ในชายฉกรรจ์ของหมูบ่ า้ นชีแ้ จงกับหัวหน้าโจร คะเนด้วยสายตาพวกมัน มากันไม่เกินสิบคน สองมือของเขาหอบห่อผ้าบรรจุของมีคา่ อำ�นวยความสะดวก สำ�หรับการขนย้ายของพวกโจร “ไอ้นี่พูดจาฉะฉานท่าทางองอาจดี ข้าชอบ มาอยู่กับข้าแล้วข้าจะละเว้น 85


ไม่ปล้นหมู่บ้านนี้อีกตลอดไป” “ข้ามีคนที่ต้องดูแล เห็นทีจะไม่ได้ดอกพ่อ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันต่อไป พวกข้าจะเตรียมค่าคุ้มครองเอาไว้ให้ สักสามเดือนครั้ง พ่อก็ให้คนแวะมารับไป ก็แล้วกัน” “ดี...ดี... เอ็งใจกล้าดีมากข้าชอบ” ร่างกำ�ยำ�บนหลังม้าหัวเราะเสียงดัง อย่างทรงอำ�นาจ ควงปืนสั้นในมือก่อนจะเก็บเข้าซองที่เหน็บไว้ข้างเอว ใกล้ๆ มีดสั้นคมกริบ “ไหนล่ะของมีค่าสำ�หรับครั้งนี้ เอามารวมกันตรงนี้ เอ๊ะ..เดี๋ยว!” เสือแดง เหลือบไปเห็นหญิงสาวผิวพรรณผุดผ่องทีซ่ กุ ตัวอยูห่ ลังชายชราผูเ้ ป็นพ่อ พุดซ้อน นั่นเอง “วันนี้ข้าจะเอาผู้หญิงไปด้วย นังคนนั้นชื่ออะไร?” มันชี้ไปที่พุดซ้อนที่ เริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ตะคอกถามด้วยน้ำ�เสียงห้วนจัด “ชื่อ...พุด...ซ้อนจ้ะ” ตางามที่ฉายแววหวาดผวาหันมาสบตาชายหนุ่ม ผู้รับหน้าที่เป็นผู้เจรจาของหมู่บ้าน “ออกมานี่ซิ” “ไม่...ได้โปรดเถิด อย่าทำ�อะไรลูกสาวข้าเลย โธ่...พุดซ้อนลูกพ่อ...” “ได้โปรดเถิดพ่อ ละเว้นพวกเราสักครั้งเถิด แล้วข้าจะไม่ลืมพระคุณเลย” “หุบปาก! เอ็งไม่ต้องเสือก!” ร่างหนาของชายผู้เจรจาต้องเซถลาเพราะแรงจากฝ่าเท้าของเสือแดง ใบหน้าเข้มขบกรามแน่น ลำ�พังตัวเองถูกทำ�ร้ายเพียงเท่านี้หาได้ยี่หระดอก หาก แต่ถา้ มันผูใ้ ดกล้าแตะต้องหญิงผูเ้ ป็นยอดดวงใจแม้เพียงปลายเส้นผม ไอ้จนั คนนี้ จะไม่ปล่อยให้หัวของมันตั้งอยู่บนบ่าได้อีกต่อไปเป็นแน่ พุดซ้อนแหวกกลุ่มชาวบ้านเดินเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจเต้นระทึก แต่ต่อให้ สถานการณ์เลวร้ายกว่านี้เธอก็เชื่อและหวังว่าพี่ทองและพี่จันจะไม่ปล่อยให้ใคร ทำ�ร้ายเธอได้อย่างแน่นอน “รูปร่างหน้าตาผิวพรรณงามนัก ไปเป็นเมียข้า แล้วเอ็งจะได้อยูส่ ขุ สบาย” ใบหน้าเหี้ยมยิ้มที่มุมปาก ยื่นมือหยาบกร้านหวังเชยคางสวยของพุดซ้อนขึ้น 86


เชยชม

“โอ๊ย!” มันต้องชักมือกลับทันที พลางดึงไม้ไผ่ปลายแหลมออกจากฝ่ามือ เลือดสีแดงไหลรินถึงข้อศอก หญิงสาวถอยกรูดด้วยความตกใจ ที่ทำ�ไปเพราะ สัญชาติญาณการป้องกันตัว “ฤทธิม์ ากแบบนีก้ ชู อบ” มันคำ�รามก่อนโน้มตัวยืน่ มือหวังกระชากร่างบาง นั้นอีกครั้ง แต่... มือของโจรใจทรามมีอันต้องขาดกระเด็นเมื่อดาบยาวถูกเขวี้ยงมาจาก ซอกมุมแห่งความมืด ก่อนจะพุ่งไปปักฉึกที่เสายุ้งข้าวไกลๆ มันร้องเสียงหลง ด้วยความเจ็บปวด มือทีเ่ หลืออีกข้างรีบกุมข้อมือห้ามเลือดสดๆ ทีก่ �ำ ลังพุง่ ปรีด๊ ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ นึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ “เอ็งมัวทำ�อะไรอยู่วะไอ้จัน!” เร็วกว่าเสียงคำ�ราม เจ้าของดาบเล่มนั้นพุ่งออกมาจากมุมมืดราวพายุ สายตาคมกริบจับจ้องที่เป้าหมาย ดาบยาวในมือแกว่งไกว เขาพุ่งทะยานขึ้นบน หลังม้าที่สมุนโจรกำ�ลังหันรีหันขวางด้วยความงุนงง ไม่นึกว่าสถานการณ์จะ พลิกผันได้เร็วเช่นนี้ ฉัวะ! เลือดสดๆ พุง่ จากลำ�คอทีโ่ ดนเชือดอย่างไม่ทนั ตัง้ ตัว และในพริบตา เจ้ า ของคมดาบเอี้ ย วตั ว ตวั ด ดาบไปยั ง ลำ � คอสมุ น โจรบนหลั ง ม้ า อี ก ตั ว ที่ ยื น ติดกัน ศีรษะเลวๆ มีอันต้องขาดกระเด็นไปด้วยอีกคน ก่อนจะร่วงจากหลังม้า ชักกระตุกอยู่บนพื้นดินแฉะโคลน “เสร็จไปแล้วสอง!” รายงานสถานการณ์กับเพื่อนรักก่อนจะพุ่งหลบลง ใต้ท้องม้าอีกตัว “ยังเหลืออีกแปด” พลิ้วไหวดังสายลมคล่องแคล่วดุจวานรหนุ่ม ดุดนั ดังพญาราชสีหต์ ะปบเหยือ่ เร็วเกินกว่าจะตัง้ หลัก หนักหน่วงแม่นยำ�ในทุกๆ ฝีดาบ “เสร็จไปแล้ว สาม สี่ ห้า” ใช้สิ่งรอบตัวเป็นที่กำ�บังและรุกอย่างมีเชิง ลูก สมุนโจรต้องชะตาขาดทีละคนๆ อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ต่างหันรีหันขวางสายตา หวาดผวา ใครกันช่างเก่งกล้าถึงเพียงนี้ 87


วูบ... พญามัจจุราชในเงามืดจูโ่ จมอีกครัง้ ร่างกำ�ยำ�ของทองพร้อมดาบยาวคูม่ อื พุ่งทะยานมาจากความมืดลอยตัวเหนือศีรษะเจ้าโจรร้าย เงื้อสุดแขนและฟันฉับ ลงไปที่หัวไหล่สุดกำ�ลัง ร่างของผู้รุกรานต้องขาดสะพายแล่งเป็นสองท่อนตกลง จากหลังม้าไปนอนชักอ้าปากพะงาบๆ ตาเบิกโพลงก่อนจะสิ้นใจ อนิจจา... หาก ไม่ริอ่านเป็นโจรคงไม่ต้องพบจุดจบที่น่าอนาถเช่นนี้ “ขอหัวหน้ามันให้ข้า!” ฉับพลัน ชายหนุม่ ผูร้ บั หน้าทีเ่ จรจาได้เปลีย่ นเป็นพญามัจจุราชทีก่ �ำ ลังจะ กระชากวิญญาณออกไปจากร่างเสือแดงผู้บุกรุกหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมอย่างไม่รู้ ชะตากรรม เร็วเท่าความคิดท่ามกลางความตกตะลึงของโจรร้าย ร่างหนาของจันได้ พุ่งขึ้นสู่หลังม้าพร้อมมีดสั้นเงาวับที่ปลดจากข้างเอวเจ้าของของมัน มือซ้ายจิก เส้นผมหยาบหนาเอาไว้ในมือ มือขวาจ่อคมมีดเย็นเฉียบทีค่ อหอยก้มหน้ากระซิบ ข้างหูมันเบาๆ ด้วยน้ำ�เสียงเย็นชากึ่งคำ�ราม “ถึงจะเป็นโจร ก็ต้องหัดดูตาม้าตาเรือเสียบ้าง ไม่ใช่สักแต่ว่ามีปืนแล้วจะ เที่ยวปล้นเขาไปทั่ว จำ�ใส่กะลาหัวของมึงเอาไว้ว่า…” เจ้าโจรร้ายตกใจแทบสิ้นสติ ตาเหลือกถลนจะกลับใจก็ไม่ทันเสียแล้ว คำ�ถามสุดท้ายผุดขึ้นมาก่อนที่หัวและ วิญญาณจะกระเด็นออกจากร่าง เจ้าพวกนี้มันเป็นใครกัน “กู...ชื่อ...จัน!” เพียงพริบตาเดียวหัวไร้คา่ ของเจ้าเสือแดงก็หลุดติดมือออกมา เลือดสดๆ ไหลอาบร่างไร้วิญญาณของมันก่อนจะร่วงลงจากหลังม้า พริบตานั้นมีดสั้นที่เพิ่ง กุ ด หั ว ตั ว หั ว หน้ า ก็ พุ่ ง ปั ก อกลู ก สมุ น อี ก คนอย่ า งไม่ ทั น แม้ แ ต่ จ ะชั ก ดาบออก จากฝัก สมุนโจรสองคนที่เหลือเห็นท่าไม่ดีควบม้าหันหลังเตรียมเผ่นออกจาก หมู่บ้าน “จะหนีไปไหน!” มือหนาคว้าไม้ไผ่ในกองเพลิงที่ติดไฟอยู่ด้านหนึ่งและ เหลือความยาวร่วมสองเมตร พุ่งหลาวออกไปสุดกำ�ลัง ฟืนไม้ไผ่เสียบกลางแผ่นหลังทะลุหน้าอกร่างที่ท่อนบนเปลือยเปล่าต้อง 88


ชักดิน้ ชักงออยูบ่ นหลังม้า ไม่ใช่แค่เจ็บปวดแต่มนั ทรมานเสียยิง่ กว่าการถูกลงทัณฑ์ จากพญายมราชในนรกเสียอีก “เหลืออีกหนึ่ง!” เท้าขวาในรองเท้าหนังสัตว์ของทองตะปบลงบนปลาย ดาบยาวที่วางอยู่บนพื้น ตัวดาบกระเด็นขึ้นหมุนคว้างกลางอากาศ ทองเตะ ปลายเท้ า ที่ ด้ า มดาบเต็มแรงอย่างรู้จังหวะส่งอาวุธร้ายพุ่งตามหลังไปอย่าง รวดเร็ว โจรคนสุดท้ายสิ้นใจฟุบอยู่บนหลังม้าที่ควบไปข้างหน้าโดยไร้ผู้ควบคุม “พุดซ้อน! พุดซ้อน เป็นอย่างไรบ้าง” พี่จันคลายจากอาการเกรี้ยวกราด โผเข้าประคองพุดซ้อนที่ยังหวาดกลัว จับมือเรียวกุมไว้ให้อุ่นใจ “บอกแล้วว่าพี่จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำ�ร้ายพุดซ้อนได้ คราวนี้หมู่บ้านเรา จักได้นอนตาหลับเสียที” “พุดซ้อนและชาวบ้านเป็นหนีบ้ ญ ุ คุณพีจ่ นั ...กับพีท่ องอีกแล้ว” ปลายเสียง แผ่วเบาชม้ายตามองพี่ทองอย่างห่วงใยและขอบคุณ ‘พุดซ้อนขอบคุณดาบแรก ของพี่ทองเหลือเกิน’ “เอาละไม่มีอะไรแล้วพวกเรากลับไปนอนได้ เอาไว้รุ่งเช้าค่อยว่ากันใหม่ พวกผูช้ ายช่วยกันจัดการกับศพพวกนีก้ นั ก่อน ต่อไปคงต้องให้พวกเราฝึกเพลงดาบ จักได้เอาไว้ปอ้ งกันตัว เผือ่ ข้ากับไอ้จนั ไม่อยูจ่ ะได้ดแู ลกันเองได้” ตาคมซึง่ ฉาบไว้ ด้วยแววหม่นหมองชำ�เลืองมาทางหญิงผู้เป็นที่รักแวบหนึ่งก่อนจะพาชาวบ้าน จัดการกับศพของพวกโจร ‘...พี่ก็ไม่ยอมให้ใครมาทำ�ร้ายพุดซ้อนได้เช่นกัน...’ เช้าวันใหม่ บรรยากาศภายในหมู่บ้านก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง สงบสุข อย่างทีจ่ ะพึงเป็นได้ในยามสงครามเช่นนี้ ชาวบ้านผูห้ ญิงรวมตัวกันหุงหาอาหาร จัดเตรียมสำ�รับส่วนกลาง พวกผูช้ ายบ้างก็ตดี าบเตรียมอาวุธไว้เผือ่ ได้ใช้ปอ้ งกันตัว ในยามฉุกเฉิน บ้างก็ฝึกดาบและวิชาป้องกันตัวเมื่อยามถูกรุกรานจะได้โต้ตอบ กลับไปให้เหล่าร้ายได้รู้ว่าชาวบ้านหนองไผ่ล้อมไม่ใช่จะย่ำ�ยีกันได้ง่ายๆ ทอง และจันควบคุมการฝึกอย่างเข้มข้นและใกล้ชิด “ออกแรงหน่อย เวลาเจอศัตรูมันไม่ออมแรงให้พวกเอ็งอย่างนี้ดอก ฟัน 89


เปาะแปะๆ อย่างนี้จะไปสู้ใครเขาได้” จันบอกกับผู้ฝึกดาบเสียงดังฟังชัด ทุกคน หันมาพยักหน้ารับคำ�และตั้งใจฝึกซ้อมกันต่อไป แต่...มือที่เคยกำ�แต่เคียวไม่ คุ้นเคยกับดาบจะมีเรี่ยวแรงมาจากไหนกัน “ปั้ดโธ่เว้ย! ไม่ได้เรื่องเลย ดูๆๆ ข้าจะสาธิตให้ดู เฮ้ย! ไอ้ทองมาเป็นคู่ข้า หน่อย” พูดพลางหันมาตะโกนเรียกเพือ่ นรักทีย่ นื กอดอกนิง่ พิงเสาเรือนดูอยูห่ า่ งๆ “เอาละดูให้ดี การจู่โจมไม่ใช่สักแต่ว่าจู่โจมต้องเตรียมพร้อมสำ�หรับการ ตั้งรับเสมอ สาวเท้าเข้าออกให้เร็ว มั่นคงและพร้อมจะใช้มันเป็นอาวุธอีกชิ้นหนึ่ง เมื่อเวลาประชิดแบบนี้” สาธิตการจู่โจมช้าๆ ทีละท่าพลันสายตาเหลือบไปเห็น หลังเท้าของเพื่อนรัก “อ้าวไอ้ทอง นั่นเท้าเอ็งเป็นอะไรรึ ทำ�ไมบวมฉึ่งอย่างนั้น” “ก็...” “อย่าบอกนะว่า เพราะฤทธิด์ า้ มดาบสุดท้ายของเอ็งเมือ่ คืนนี”้ พลันครูฝกึ ทีด่ ดุ นั เมือ่ สักครูก่ ก็ ลายร่างเป็นหนุม่ จอมทะเล้นคนเดิม สองมือปักดาบเอาไว้กบั พื้น ก่อนจะเอื้อมไปกุมหัวไหล่ทั้งสองของเพื่อนก้มหน้าก้มตาหัวเราะงอหาย “โธ่ ไอ้ทองเอ๊ย! ไปๆๆ ไปให้แม่พุดซ้อนของข้าทายาให้ มาๆๆ พวกเรา ฝึกกันต่อ” “ไหนขอพุดซ้อนดูซิพี่ทอง โอ้โห! บวมไปหมดเลย เดี๋ยวพุดซ้อนทายาให้ นะ” ร่างบางนั่งลงที่ตั่งตัวเล็กใกล้ๆ พี่ทองที่นั่งอยู่บนแคร่ มือเรียวเอื้อมจะจับ ขากำ�ยำ�วางบนตั่งอีกตัวเพื่อนวดยา “พีไ่ ม่เป็นไรมากดอกพุดซ้อน พุดซ้อนเอายาให้พกี่ พ็ อพีจ่ ะนวดเอง” บอก กับเธอด้วยน้�ำ เสียงทุม้ นุม่ หู ขยับขาออกห่างด้วยรูส้ กึ เกรงใจ พุดซ้อนไม่ได้อยูใ่ น ฐานะทีจ่ ะต้องมาปรนนิบตั ใิ กล้ชดิ อย่างนี้ ทว่ามือเรียวไม่ได้ปล่อยให้ท�ำ อย่างนัน้ ตางามช้อนขึ้นมองคนตัวโตอย่างจะเอ็ดนิดๆ “พี่ทองเห็นพุดซ้อนเป็นคนอื่นไปแล้วรึ” “ไม่ใช่อย่างนั้นดอกพุดซ้อน แต่...พี่...” “ถึงอย่างไรพุดซ้อนก็ยังเป็นพุดซ้อนของพี่ทองเสมอ และไม่มีวันเปลี่ยน 90


แปลง แล้วใยต้องเกรงใจด้วยเล่า” ณ นาทีนี้ ปราณ รับรูไ้ ด้วา่ หัวใจของทองผูค้ อื ตัวเองเมือ่ ในอดีตนัน้ พองโต และเป็นสุขแค่ไหน เพียงน้ำ�ใจไมตรีน้อยนิดจากหญิงผู้เป็นที่รักก็นำ�พาความ ชุ่มชื่นให้มาเยือนหัวใจที่แห้งแล้งมานานแสนนานได้มากมายนัก และคงจะดี กว่านี้ถ้าหากว่า พุดซ้อนไม่ใช่คนรักของจันเพื่อนตายของเขาคนนั้น สองใจของ ชายหนุม่ ทีส่ อดประสานดังคนคนเดียวกัน ล่องลอยเคลิบเคลิม้ กับการได้แอบมอง หญิงผูเ้ ป็นทีร่ กั ใกล้ๆ สองมือเรียวอวบอิม่ นุม่ นิม่ นัก สองแขนผุดผ่องมีไรขนบางๆ สะท้อนแดดยามเช้าเป็นสีน้ำ�ตาลอ่อนเคลื่อนไหวไปมาตามจังหวะการนวด น้ำ�มัน หัวไหล่มนไล่ขึ้นมาถึงต้นคอระหง “ทำ�ไมต้องมองขนาดนัน้ ด้วย” เสียงหวานใสบ่นพึมพำ�ทว่าไม่กล้าเงยหน้า ขึ้นมาสบตา สองแก้มปลั่งเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยเลือดฝาดแห่งวัยสาว ผู้หญิงมัก รู้สึกตัวเสมอเวลามีใครสักคนแอบมอง “เอ่อ...พี่... เปล่านะพุดซ้อน พี่เห็นมดมันไต่บนผมพุดซ้อนกะว่าจะหยิบ ออกให้น่ะ” รีบแก้ตัวไปน้ำ�ขุ่นๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมดแดงตัวน้อยออก จากเรือนผมสลวยอย่างแผ่วเบา ขาเล็กๆ ของเจ้ามดแดงไขว่คว้ากลางอากาศ “มดแดงนี่ น่ารักดีเหมือนกันนะ” “เป็นอะไรมากหรือเปล่าพีท่ อง มดแดงนีน่ ะน่ารัก” ละมือข้างหนึง่ ป้องปาก หัวเราะคิกเพราะอดขำ�ท่าทีตลกๆ ของพี่ทองไม่ได้ นักรบผู้กล้าต้องสิ้นท่าเพราะ อิสตรีเสมอ “เอ้า หัวเราะทำ�ไมเล่า มองดีๆ สิมันน่ารักจริงๆ นะพุดซ้อน” มือเรียวยืน่ มารับเจ้ามดแดงตัวน้อยทีถ่ กู ยืน่ มาใกล้ๆ ตรงหน้า แดดยามเช้า ส่องกระทบหนวดเส้นเล็กและขาที่ไขว่คว้าให้เป็นสีทองเรื่อเรืองตัดกับสีทึบของ พุ่มไม้ใบหญ้าไกลๆ ดูโดดเด่น ทว่ายังไม่น่าสนใจเท่าดวงตากลมโตใสแป๋วเป็น ประกาย ขนตางอนงาม จมูกเป็นสันน้อยๆ ริมฝีปากจิ้มลิ้มอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ ที่แย้มพรายนิดๆ สองสายตาสอดประสานผ่านมดแดงตัวน้อยทำ�ให้หัวใจของ หญิงสาวต้องสั่นไหวโครมคราม ในแววตาของพี่ทองมีพุดซ้อนอยู่เต็มไปหมด “พุดซ้อนโตเป็นสาวแล้วช่างงามนัก” 91


“บ้า เป็นสาวอะไรกันเล่า ก็เป็นพุดซ้อนคนเดิมของพี่ทองนั่นแหละ ไม่ เอาแล้วนวดยาต่อดีกว่า” ค้อนขวับเล็กๆ เลีย่ งอารมณ์วบู ไหวด้วยคำ�พูดทีแ่ ทบจะ พูดออกไปโดยไม่รู้ความหมาย น้ำ�เสียงแผ่วเบาเก็บอาการให้แนบเนียนที่สุด “พอเถอะพุดซ้อนพี่ดีขึ้นมากแล้วละ พุดซ้อนให้ยาพี่ก็แล้วกัน คราวหน้า พี่จะได้นวดเองได้” “พอแล้วก็ได้ แต่พุดซ้อนไม่ให้ยานะ ตอนค่ำ�หรือเวลาปวดพี่ทองก็เรียก พุดซ้อน ปล่อยให้นวดเองเดี๋ยวพานจะช้ำ�ไปกันใหญ่” ตางามหันมามองนิ่ง เป็นการบังคับให้ยอมรับเงื่อนไขแต่โดยดี “แต่พี่...” “พุดซ้อนเป็นพุดซ้อนคนเดิมของพี่ทองเสมอนะจ๊ะ” “เป็นอย่างไรบ้างล่ะไอ้ทอง นวดแล้วดีขึ้นบ้างหรือไม่” ครูฝึกอารมณ์ดี เดินมานั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก แขนกำ�ยำ�โอบหัวไหล่พลางก้มลงมองเท้าที่บวมเป่ง เมื่อสักครู่ เห็นทายาและนวดเรียบร้อยแล้วก็พลอยเบาใจ “เห็นทีวันนี้พุดซ้อนคงต้องหางานผู้หญิงเบาๆ ให้ไอ้ทองช่วยทำ�เสียแล้ว ละ” “ไม่เป็นไร ข้าดีขึ้นแล้ว” “นั่นแน่ะทำ�เป็นปากเก่ง ข้าขอหัวเราะให้สะใจอีกทีเถอะวะเพื่อนรัก ฮ่าๆ สะใจข้าจริงโว้ย” พูดพลางเขย่าหัวไหล่กำ�ยำ�ของเพื่อนอย่างสุดรัก “เอาอย่างนี้ พุดซ้อนจะให้พท่ี องเป็นสารถีพาพุดซ้อนไปเก็บบัวในบึง เอาไว้ ทำ�แกงสายบัวมื้อกลางวันดีไหม?” ตาโตของน้องพุดซ้อนเด็กตัวเล็กๆ เมื่อหลาย ปีก่อนฉายแววแจ่มจรัส กำ�ลังต้องการคนช่วยพอดีเลย “เอาเลยๆ เอ็งไปเป็นสารถีให้แม่พุดซ้อนเขา ส่วนบทพระเอก ไอ้จันคนนี้ ขอแบกรับเอาไว้คนเดียวก่อนก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ” ลุกขึน้ ทำ�ท่าทางเลียนแบบท่าเตะ เมื่อคืนแถมด้วยเสียงหัวเราะแบบสะใจสุดๆ ปากจิ้มลิ้มอมยิ้มแก้มตุ่ย พี่ทองและพี่จันมักมีอะไรขำ�ๆ น่ารักๆ ให้ได้ยิ้ม อยู่เสมอในยามที่ไม่ต้องรบทัพจับศึก 92


ตอนที่ 8

กรุ่นกลิ่นปิ่นปัทมา บึงบัวกว้างใหญ่ยามนี้ดูรื่นรมย์นัก อยู่ห่างออกมาจากหมู่บ้านพอตะโกน ได้ยิน ตะวันเริ่มฉายแสงเจิดจ้าขึ้นทุกที น้ำ�ค้างที่เกาะพราวบนใบบัวเริ่มเหือด แห้งไป ดอกบัวน้อยใหญ่แข่งกันแย้มบานอวดโฉมสะพรั่งกับหมู่ภมร บึงใหญ่ แห่งนีเ้ ป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ทเ่ี ลีย้ งปากท้องชาวบ้านมาช้านาน เรือพาย ลำ�น้อยค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากฝั่ง สาวงามบนลำ�เรือนั่งหัวเราะคิกชอบใจ “พุดซ้อนหัวเราะอะไรรึ” มือเรียวป้องปากหัวเราะเบาๆ มองสำ�รวจพีท่ องด้วยสายตาวาวหวาน คน ตกเป็นเป้าสายตา ต้องรู้สึกประหม่าขาดความมั่นใจ รีบสำ�รวจตัวเองว่ามีขี้ตา หรือผ้าผ่อนหลุดลุ่ยไปหรือเปล่า “พี่มีอะไรผิดปกติรึเปล่าพุดซ้อน เอ๊ะ...ก็ไม่นี่นา” ‘...ดีจัง วันนี้มีนักรบผู้กล้าแห่งหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมมาเป็นสารถีพายเรือ ชมบึงด้วย...แขนกำ�ยำ�ที่เคยกุมดาบบัดนี้ต้องมาถือไม้พายคอยบังคับเรือให้ซ้าย หันขวาหันตามคำ�สั่งของเรา ไม่ได้เล่นสนุกนานแล้ววันนี้ต้องแกล้งพี่ทองเสียให้ เข็ด...’ “มองแล้วยิ้มแบบนี้ชักไม่ไว้ใจแฮะ” ภาพรอยยิ้มของเด็กน้อยเมื่อหลาย ปีกอ่ นหวนกลับมาในห้วงสำ�นึกอีกครัง้ รอยยิม้ ทีเ่ คยพาความเหน็ดเหนือ่ ยเมือ่ ยล้า ท้อแท้หรืออ่อนแรงให้หมดไปจากใจของพี่ทองได้เสมอ รอยยิ้มแบบนี้ เสียง หัวเราะแบบนี้ห่างหายไปนานแสนนาน แม้ได้พบหน้าค่าตากันอยู่เสมอแต่ก็ 93


นานมากสำ�หรับคนที่รอคอยจะได้เห็นอีกครั้ง “ไปทางซ้ายอีกหน่อยสิพี่ทอง” “ไปเอาดอกโน้น...” “เอาดอกนี้ๆๆ” สารถีคนเก่งต้องคอยบังคับเรือน้อยให้ไปตามทิศทางที่คนสวยต้องการ ซึ่งมันเป็นทิศทางที่สะเปะสะปะเอามากๆ กระทั่งเวลาผ่านไปเรือลำ�น้อยก็เต็ม ไปด้วยสายบัวหอบใหญ่เพียงพอสำ�หรับการทำ�อาหารเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน ส่วน ฝีพายนั้นไม่ต้องพูดถึง เหงื่อโชกไปทั้งตัว ถ้าหากไม่ผ่านการรบทัพจับศึกมา อย่างโชกโชนแล้วละก็มีหวังได้ลิ้นห้อยให้พุดซ้อนหัวเราะเยาะเป็นแน่ “เหนื่อยไหมจ๊ะพี่ทอง” คนสวยเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าและแววตายั่วเย้า หลังจากได้แกล้งแล้วจนหนำ�ใจ พลันสายตาเหลือบไปเห็นบัวงามอีกหนึ่งดอกที่ บานสะพรั่งรออยู่ใกล้ๆ นั้น ...พลาดไปได้ยังไงกันนะ... “พุดซ้อนอยากได้ดอกนี้พี่ทอง” สารถีหนุ่มจ้วงฝีพายเบาๆ บังคับให้เรือเข้าไปใกล้ “อีกหน่อยพี่ทอง พุดซ้อนเอื้อมไม่ถึง” ใกล้เข้าไปอีก “ยังไม่ถึงพี่ทอง...” ใกล้จนเกือบชิดอยู่แล้ว แต่คนขี้แกล้งห่อหัวไหล่และ หดแขนเอาไว้ไม่ให้เอื้อมถึง มันน่าจับมาตีก้นเบาๆ นักเชียว “นี่พุดซ้อนแกล้งพี่หรือนี่” “แกล้งอะไรเล่า เห็นไหมเอื้อมไม่ถึงจริงๆ นา...” “กล้าแกล้งพี่ เดีย๋ วคว่�ำ เรือให้ตกน้�ำ ป๋อมแป๋มเลยกลัวไหม” ชอบแกล้งดีนกั ทำ�ให้สารถีหนุ่มนึกสนุกขึ้นมาบ้างแล้ว “พีท่ องไม่กล้าหรอกน่า...” แล้วคนขีแ้ กล้งก็ตอ้ งร้องเสียงหลง เมือ่ เรือพาย ลำ�เล็กที่ลำ�พังนั่งกันสองคนกาบเรือก็ปริ่มๆ ผิวน้ำ�อยู่แล้วโคลงเคลงไปมาเพราะ ผลกรรมที่ชอบแกล้งให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์ “อย่านะพี่ทอง พุดซ้อนว่ายน้ำ�ไม่เป็นนะ” ร้องห้ามด้วยความตกใจพลาง 94


โน้มตัวไขว่คว้าสายบัวที่เริ่มกระจัดกระจายและบางส่วนกำ�ลังจะหล่นลงน้ำ� แต่... คงไกลเกินไปจนต้องเอื้อมสุดตัวเป็นจังหวะที่กาบเรือโคลงมาทางนั้นพอดี “ว้าย!” ตูม!! ร่างบางของพุดซ้อนต้องเสียหลักหล่นตูมลงไปในน้�ำ ตัวต้นเหตุหน้า ถอดสีด้วยความเป็นห่วง “พุดซ้อน!” รีบกระโดดตามลงไปอีกคนเกรงหญิงสาวจะจมน้�ำ ซึง่ ก็ทนั ได้กลืนน้�ำ ลงไป แล้วหลายอึก แม้น�้ำ จะไม่ลกึ มากคนตัวโตอย่างทองสามารถยืนได้พน้ แต่กท็ �ำ ให้ คนตัวเล็กอย่างพุดซ้อนต้องไขว่คว้าป๋อมแป๋มหาที่พยุงตัวเองให้ลอยอยู่เหนือน้ำ� เอาไว้ ทองรีบปรี่เข้าไปช้อนร่างบางใต้ผิวน้ำ�เอาไว้ในอ้อมแขนและรั้งเข้าประชิด ลำ�ตัว มืออีกข้างเกาะกาบเรือเพื่อพยุงเอาไว้ มองหน้าหญิงสาวที่กำ�ลังสำ�ลักน้ำ� ด้วยรู้สึกสำ�นึกผิด “พี่ขอโทษนะพุดซ้อน พี่แค่อยากจะแกล้งเล่นเท่านั้น ไม่นึกว่า...” “พุดซ้อนไม่เป็นไรดอกพี่ทอง แค่สำ�ลักน้ำ�” เอ่ยปากบอกแผ่วเบาเกรง อีกฝ่ายจะเป็นห่วงและรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ ตางามเบือนหนีไม่กล้าสบตาคมที่ จับจ้องอยู่ใกล้แค่ลัดฝ่ามือ รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ราดรดซอกหูพาให้รู้สึก วาบหวามยิ่งนัก มือเรียวเกาะหัวไหล่ ลำ�แขนอิ่มงอข้อศอกแนบชิดแผงอกกำ�ยำ� เป็นปราการป้องกันไม่ให้ตอ้ งใกล้ชดิ กันมากกว่านี้ ถึงชายผูน้ จี้ ะเป็นพีท่ องทีเ่ คย อุ้มพุดซ้อนลงเล่นน้ำ�บ่อยๆ แต่นั่นมันเมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนี้ร่างกายของ พุดซ้อนไม่มีอะไรเหมือนเด็กน้อยคนนั้นของพี่ทองอีกแล้ว น้ำ�เย็นเยียบทว่าคน อยู่ใต้ผิวน้ำ�กลับรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว คนตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก และผู้ตกเป็นจำ�เลยในสถานการณ์นี้ก็รู้สึกได้ ถึงความเปลี่ยนแปลงของน้องสาวตัวเล็กภายใต้ผิวน้ำ�ที่สงบนิ่ง มือหนาและแขน กำ�ยำ�ที่โอบเอวบางรู้สึกถึงสัมผัสอันนุ่มนิ่มจากความอวบอิ่มของวัยสาว เส้นผม ที่เปียกลู่เผยต้นคอระหงชวนมอง กลิ่นอ่อนๆ ของเนื้อสาวเกือบพาอารมณ์ให้ เตลิดไปไกล “เกาะพี่ไว้นะ” 95


สองแขนต้องเกี่ยวเกาะแน่นหนาขึ้นกว่าเดิมเมื่ออีกคนคลายวงแขน และ เพียงชัว่ ครูช่ ายหนุม่ ก็หนั กลับมาพร้อมบัวตูมดอกเล็กๆ ทีถ่ กู เด็ดก้านเหลือความ ยาวเพียงคืบเศษ มวยผมเปียกน้ำ�ของคนตัวเล็กและบรรจงปักปิ่นดอกบัวน้อยๆ นั้นแผ่วเบา ตางามต้องเลี่ยงหลบตาเชื่อมมากความหมายนั้นอีกครั้ง “ขึ้นไปบนเรือเถอะ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูแผ่วเบา หญิงสาวคลายจาก ความเคอะเขินจึงผละออกจากแผงอกกำ�ยำ� สองมือเกาะไว้ที่กาบเรือ มือหนาจับ ที่บั้นเอวเตรียมพยุงหญิงสาวขึ้นไปบนเรือ “ไม่ พุดซ้อนยังขึ้นเรือไม่ได้นะพี่ทอง” หญิงสาวปฏิเสธลั่น ปลายเสียง แผ่วลงพร้อมสองแก้มที่แดงระเรื่อไปถึงใบหูงาม “อ้าว ทำ�ไมหรือพุดซ้อน” “ก็...” “ก็อะไร?” “ก็...ผ้านุ่งพุดซ้อนหลุดไปไหนแล้วก็ไม่รู้ จะให้ขึ้นไปได้ยังไงเล่า อย่า มองนะ พีท่ องหันไปเลยถ้ามองพุดซ้อนโกรธจริงๆ ด้วย แล้วก็ขอให้ตาเป็นกุง้ ยิง สิบชาติ” รีบขู่อาฆาตด้วยสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่จะนึกออกในตอนนี้ ‘หลุดไป ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แย่จริงเลยพุดซ้อน’ “อ้าว... เอ้าๆ ไม่มองก็ไม่มอง” จำ�เลยรักรีบหันหน้าหนีด้วยรอยยิ้มกว้าง อย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ได้ “ห้ามยิม้ ด้วย เพราะพีท่ องคนเดียวเลยทำ�ให้พดุ ซ้อนต้องเป็นแบบนี”้ จุม่ ตัวเองลงไปในน้�ำ ให้เหลือแค่คอแต่กย็ งั สามารถออกฤทธิอ์ อกเดชได้ ใบหน้าสวย ที่หงิกง้ำ�จะว่าเพราะโกรธก็ไม่ใช่จะว่าอายก็ไม่เชิง เพราะยังมีน้ำ�ช่วยกำ�บังอยู่ ถึง จะเป็นน้ำ�ใสแจ๋วขนาดนี้ก็ตาม “เดี๋ยวพี่จะงมให้” “ไม่!” “อ้าว ไม่ให้งมแล้วจะกลับเข้าหมู่บ้านได้อย่างไรล่ะพุดซ้อน” “ไม่รู้ละ” คนหน้าตูมปฏิเสธเสียงแข็งหันซ้ายทีขวาทีอย่างใช้ความคิด “พุดซ้อนจะลงไปงมเอง” 96


“อ้าว! ก็พดุ ซ้อนว่ายน้�ำ ไม่เป็นไม่ใช่รึ เดีย๋ วก็ได้จมน้�ำ ตายดอก” คนขีร้ ะแวง หันมาสบตาแวบอย่างประเมินความน่าไว้วางใจ ซึ่ง...ไม่มีเลย แต่ก็ไม่มีทาง เลือกอื่น “ห้ามลืมตานะ แช่งเอาไว้เลยถ้าลืมตาขอให้ไม่มีใครรักตลอดไปขอให้ตา เป็นกุ้งยิงสิบชาติ” “เอ้า ถ้าไม่ให้ลืมตา แล้วจะหาผ้าเจอได้อย่างไรล่ะพุดซ้อน” “ไม่รู้ละ ก็...หลับตางมเอาก็แล้วกัน เร็วด้วยพุดซ้อนหนาวแล้ว” “ได้ๆ ไม่ลืมก็ไม่ลืม จะงมละนา...” แกล้งยิ้มยั่วให้ใจหายใจคว่ำ�เล่นๆ สูดหายใจเข้าไปเต็มปอดและดำ�ผลุบลงไปใต้ผิวน้ำ� ทิ้งให้คนหน้างอลุ้นระทึก หลับตาปีอ๋ ยูค่ นเดียว ละมือหนึง่ ข้างจากกาบเรือหวังว่าจะช่วยปกปิดโลกสวยงาม ทั้งโลกจากสายตาคนที่อาจจะขี้โกงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ เนิ่นนาน ยังไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ� ชักใจคอไม่ดี นี่ถ้า พี่ทองจมน้ำ�ตายไปแล้วจะขึ้นฝั่งไปบอกชาวบ้านด้วยสภาพอย่างนี้ได้ยังไงกัน พลันรู้สึกว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าพร้อมด้วยลมหายใจของเสียง หัวเราะเบาๆ หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึน้ ด้วยหัวใจเต้นระทึก และพบว่าพีท่ องกำ�ลัง อมยิม้ สายตาวิบวับเย้ายัว่ ในมือถือผ้านุง่ เจ้ากรรมทีห่ ลุดไปไม่บอกกล่าว รีบคว้า มาถือไว้ ค้อนวงใหญ่กอ่ นจะคลีผ่ า้ เตรียมนุง่ อย่างทุลกั ทุเล ไม่ลมื ทีจ่ ะหันมาชีห้ น้า เป็นสัญญาณว่า ...หันไปด้วย... “เสร็จรึยังพุดซ้อน” “...” “หือ...ช้าจังนุ่งผ้าแค่นี้เอง” “เรียบร้อยแล้วหันมาได้ เดี๋ยว! เมื่อกี้ลืมตาหรือเปล่าสารภาพมาเดี๋ยวนี้” หน้าตูมสายตาคาดคั้นมองหาพิรุธจากสีหน้าของพี่ทองซึ่งมีอยู่เต็มไปหมด “ไม่ได้ลมื จ้า ก็พดุ ซ้อนแช่งเอาไว้เสียน่ากลัว พีก่ ลัวไม่มคี นรักตลอดไปน่ะ” “เฮ้อ...ในที่สุดก็ได้กลับกันเสียที” สารถีหนุ่มนำ�เรือลำ�น้อยเข้าเทียบท่า หญิงสาวค่อยๆ ก้าวขึ้นไปและหัน 97


มาผูกเชือกหัวเรือ ชายหนุ่มใช้มือรั้งกาบเรือเข้าชิดก่อนใช้สองมือหอบสายบัวยื่น ให้หญิงสาวที่ยื่นมือมารับจากด้านบน พุดซ้อนโน้มตัวเอื้อมมือรับสายบัวและ หันหลังเตรียมเดินขึ้นฝั่งด้วยเนื้อตัวเปียกปอน หยดน้ำ�ใสๆ ไหลลงตามท่อนขา เรียวงาม ดวงตาไหวระยิบคู่เดิมทำ�ให้หญิงสาวต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ “หยุดทำ�ไมหรือพุดซ้อน แล้วนี่...เป็นอะไรหรือเปล่า” คนตัวโตที่ยังเดิน ไม่ถนัดนักรีบถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติ น้ำ�ใสๆ รื้นขึ้นที่สองตางาม มือน้อยป้อยป้ายเช็ดน้ำ�ตาไม่ให้ไหลริน เงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในตาคมอย่าง คาดคั้นและค้นหา ซึ่งนั่นทำ�ให้ชายหนุ่มเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที “พุดซ้อนพีข่ อโทษ พีแ่ ค่ลอ้ เล่นเท่านัน้ เอง” รีบเอ่ยปากขอโทษด้วยน้�ำ เสียง อ่อนโยน รู้สึกผิดขึ้นมาทันใดที่แสดงท่าทีหยอกเย้าจนเป็นเหตุให้คนตัวเล็กคิด ไปไกล แท้จริงแล้วมีหรือที่ชายชาตรีอย่างพี่ทองจะไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพุด ซ้อน “จริงนะ” “จริงสิ พีเ่ คยโกหกพุดซ้อนทีไ่ หนกัน” พูดพลางเกีย่ วเก็บปอยผมเปียกชืน้ ทัดหูให้คนขี้แย หน้าตูมจึงค่อยคลี่คลายแต่ก็ไม่วายกระเง้ากระงอด “พุดซ้อนจะฟ้องพี่จัน” ชายหนุม่ นิง่ อึง้ รูส้ กึ เหมือนเข็มอันเล็กๆ นับร้อยกำ�ลังรุมทิม่ แทง เจ็บปวด น้อยกว่าฤทธิ์ของคมดาบมากมายนักทว่าเป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายใน หัวใจ เจ็บแปลบ หนักหน่วง และยาวนาน ‘นั่นสินะ...อย่างไรพี่ทองก็คงเป็นได้แค่เพียงพี่ชาย ใยจะเหมือนพี่จันของ พุดซ้อนเล่า’ ร่างหนาเอื้อมมือรับหอบสายบัวเดินนำ�หน้าไปอย่างเงียบๆ แต่เมื่อ ไม่ได้ยินเสียงเดินตามจึงหันกลับมามอง “ไปกันเถอะ สายแล้ว” การได้มีหญิงผู้เป็นที่รักอยู่ใกล้ๆ ได้มองเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นถือเป็น เรื่องน่ายินดี และคงจะวิเศษมากหากไม่ต้องทนกับความรู้สึกที่ว่าเธอช่างไกล... เกินเอื้อม จากนี้ไปทองเองคงต้องพยายามหักห้ามใจและพึงระลึกเอาไว้ ท่องจำ� 98


ให้ขึ้นใจว่า ‘พุดซ้อนเป็นคนรักของจันไม่ใช่เรา’ คนถูกแอบรักสบตาเศร้าที่หันมาแวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ ไม่ได้ ตัง้ ใจจะพูดอะไรให้ท�ำ ร้ายจิตใจเลยสักนิด ทัง้ พีท่ องและพีจ่ นั ต่างก็สนิทกันเหมือน พี่น้อง หยอกล้อเล่นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย และคำ�พูดแบบนี้พุดซ้อนก็เคยพูด ออกบ่อยไป ไม่คิดว่าจะมาคิดมากเอาวันนี้ สถานการณ์ทางอารมณ์พลิกผันไป อย่างรวดเร็ว น้ำ�ใสๆ รื้นขึ้นที่ตางามอีกครั้ง หน้าตูมประหนึ่งว่าตนนั้นตกเป็น ฝ่ายถูกกระทำ� ‘คนใจร้าย’ “อ้าวไอ้ทอง พุดซ้อน กลับมากันแล้วรึ แล้วทำ�ไมตัวเปียกอย่างนั้นเล่า ไม่ได้พายเรือไป...อะ อ้าว” ครูฝกึ หนวดเข้มต้องอ้าปากค้าง มองตามคนหน้างอทีเ่ ดินผ่านและขึน้ เรือน ไปอย่างไม่ใยดี ต้องหันมาคาดคั้นเอากับเพื่อนรักที่หอบสายบัวมาหอบใหญ่ “แม่พุดซ้อนเป็นอะไรไปรึไอ้ทอง” “ตกน้�ำ สงสัยยังตกใจไม่หาย เอ็งช่วยเอาสายบัวไปให้พวกแม่ครัวที ข้าจะ ไปผลัดผ้า” “อ้าว เฮ้ย! แล้ว...” พ่อหนุ่มหนวดงามจำ�ต้องรับสายบัวหอบใหญ่ที่ถูก ส่งมาไว้ในอ้อมแขน มองตามเพื่อนรักที่เดินหน้าตึงขึ้นเรือนไปอีกเช่นกัน “แม่พุดซ้อน ได้ยินว่าตกน้ำ� เป็นอย่างไรบ้าง” ตะโกนถามขึ้นเรือนที่ เจ้าของเพิ่งปิดประตูดังปังไปเมื่อสักครู่นี้ด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องมายุ่ง!” “เอ้า!” “คนบ้า! ไม่เคยรูไ้ ม่เคยเห็นไม่เคยเข้าใจ ทำ�ไมถึงโง่แบบนีน้ ะ” น่าสงสาร เจ้าตุ๊กตายัดนุ่นตัวเล็กที่ต้องโดนเข็มในมือคนขี้น้อยใจจิ้มเอาๆ ตอนเป็นเด็กก็ รักนักรักหนาไปไหนมาไหนก็ไม่ยอมห่างมือ แล้วดูตอนนีซ้ ติ อ้ งกลายเป็นทีร่ องรับ อารมณ์บูดไปเสียนี่กระไร 99


“พุดซ้อน พี่มีตุ๊กตามาฝาก พี่ลงทุนเย็บเองเลยนะ” ภาพของพี่ทองสมัยที่ ยังเป็นเด็กลอยเข้ามาในห้วงสำ�นึก ตัวเล็กๆ ผอมแกร็น แขนขาเก้งก้างดูตลก ที่สุด “โธ่เอ็งน่ะขี้โม้ไอ้ทอง นุ่นที่ยัดอยู่ข้างในนั่นน่ะพี่แอบไปขโมยมาจากท้าย สวนยายเมี้ยนเลยนะ เสี่ยงชีวิตมากกว่าเป็นไหนๆ นะพุดซ้อน” พี่จันที่ตัวโตกว่า เด็กวัยเดียวกันเล็กน้อยเบียดชิดเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ยินดีนำ�เสนออย่างยิ่ง ตัวดำ� มิดหมียิ้มฟันขาวเชียว “ไหนๆ ไอ้ตัวไหนนะที่มันไปแอบเก็บฝ้ายของข้ามาเล่น ข้าได้ยินแว่วๆ มาให้ข้าแพ่นกบาลสักทีสองทีซิ” เสียงยายเมี้ยนผู้ชราดังแววมาจากหลังเรือน ทำ�ให้เด็กชายสองคนต้องรีบเผ่นแนบฝุ่นตลบจากไป นึกถึงภาพความสัมพันธ์เก่าๆ ทีไรพุดซ้อนก็ท�ำ ใจให้โกรธไม่ลงจริงๆ ดวง หน้าบูดบึ้งฉายรอยยิ้มนิดๆ อารมณ์บูดค่อยๆ จางไปเล็กน้อยแต่ก็ยังเหลือเค้า ของความน้อยใจอยู่ ค่อยๆ แง้มบานหน้าต่างแค่พอมองเห็นว่าคนตัวหนาผลัด ผ้าเสร็จและเดินดุ่มๆ ไปที่ลานฝึกซ้อมของชาวบ้านผู้ชายแล้ว “ทำ�เฉยไม่รู้ไม่ชี้งั้นรึ นี่ๆ เกลียดๆ” เมื่อไม่เห็นว่าอีกคนจะหันมาสนใจ จึงหันมาระบายเอากับน้องตุ๊กตาผู้เคราะห์ร้ายอีกครั้ง รู้สึกหงุดหงิดเห็นอะไรก็ ขวางหูขวางตาไปหมด ‘ดูซิทำ�เขาตกน้ำ�แล้วยังจะมาน้อยอกน้อยใจอะไรอีกก็ไม่รู้ เป็นผู้ชายเสีย เปล่า’ อนิจจาถ้าตุก๊ ตาตัวน้อยพูดได้มนั คงจะบอกว่า โกรธใครก็ไปจัดการคนนัน้ สิพุดซ้อน ทำ�ไมตุ๊กตาที่น่ารักที่สุดจะต้องมารับเคราะห์แบบนี้ด้วย โธ่เอ๋ยชีวิต...

100


ตอนที่ 9

ดอกไม้ในใจของใครคนอื่น “มื้อค่ำ�แกงหน่อไม้อ่อนๆ เห็นทีจะอร่อยนะพุดซ้อน” ยายเมี้ยนคนเดิมยังอยู่แต่ชรามากแล้ว ความภูมิใจในชีวิตที่หาได้ทุกวัน อย่างง่ายๆ คือการได้ทำ�อาหารอร่อยๆ ให้ลูกๆ หลานๆ ในหมู่บ้านได้กินกัน แค่มีคนเอ่ยปากชมสักนิด นั่นก็สร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้หญิงชรามากมาย แล้ว “ก็ดีนะจ๊ะยาย พุดซ้อนกำ�ลังอยากกินพอดีเลย” คนขี้น้อยใจคนเดิมเมื่อ เช้านีเ้ ห็นดีเห็นงามด้วย อันทีจ่ ริงเพราะอยากเห็นรอยยิม้ ของคนแก่ดว้ ยนัน่ แหละ ตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อยยังไม่ยอมพูดหรือแม้แต่จะมองหน้าคนโง่เลย เหลือบไป มองคนที่นั่งทำ�ไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนแคร่ใกล้ๆ ด้วยหางตาแว่บหนึ่ง เห็นแล้วมันชวน หงุดหงิดหัวใจยิง่ นัก ดูซทิ �ำ คนอืน่ น้อยใจขนาดนีแ้ ล้วยังไม่งอ้ สักคำ� รูต้ วั บ้างหรือ เปล่าก็ไม่รู้ “นังกระถินก็ไม่รู้หายหัวไปไหนแต่เช้า เฮ้อ...หลานคนนี้นี่” บ่นให้ หลานสาวคนเดียวที่หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะ กลับมา “อ๋อ กระถินบอกให้ฟงั ตัง้ แต่เมือ่ วานว่าวันนีจ้ ะไปช่วยป้านวลเก็บฟืนจ้ะยาย” “อ้อรึ...อย่างนั้นก็แล้วไป” “เดี๋ยวพุดซ้อนจะไปเก็บหน่อไม้อ่อนนะจ๊ะยาย เตรียมเครื่องแกงไว้รอได้ เลยจ้ะ พุดซ้อนไปไม่นาน” 101


“เอ้า ไอ้ทองไปช่วยแม่พุดซ้อนเขาถือตะกร้าไปเท้ายังไม่หายดี” จันรีบ นำ�เสนอคนถือตะกร้าทีเ่ ห็นนัง่ นิง่ มาตัง้ แต่เช้าแล้วเช่นกัน ถ้าเมือ่ เช้ามีอะไรก็อยาก ให้ได้ถือโอกาสนี้ปรับความเข้าใจ “พุดซ้อนไปคนเดียวได้พี่จัน พี่ทองคงไม่ว่างดอกกระมัง” ฟาดด้วยหาง ตาหนึ่งเผียะ “ไปสิไป นั่งเฉยๆ มันก็เบื่อ ไปกันพุดซ้อนเดี๋ยวจะช้า” ยิง่ เห็นคนตัวโตทำ�ไม่รไู้ ม่ชมี้ นั ก็ยงิ่ น่าหมัน่ ไส้ คนหน้างอลุกขึน้ เดินปัน้ ปึง่ ไปหยิบตะกร้าและเสียมเอาไว้ในมือ ก่อนจะเดินหน้าหงิกไปตามทางเล็กๆ ที่ คุ้นเคยมุ่งสู่ป่าไผ่ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอเดินหอบเพื่อเก็บหน่อไม้อ่อน ทองผู้ ไม่รู้ร้อนเดินตามแทบไม่ทัน “สองคนนี้มันเป็นอะไรกัน ยายเห็นมันไม่พูดกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว” ยาย เมี้ยนตั้งข้อสังเกต “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะยาย เห็นบอกตกน้ำ�เมื่อเช้า” “อ้าว ตกน้ำ�แล้วไปโกรธไอ้ทองมันทำ�ไมล่ะ แปลกคน” “นั่นสิยายหนูก็งง” โป๊ก! กระบวยอันเล็กในมือยายเมี้ยนเคาะเบาๆ พอได้ยินเสียงที่กบาล ขี้เลื่อยของจัน นักรบผู้กล้าผู้เรียกแทนตัวเองว่าหนูตลอดมา ชายหนุ่มมือกุมหัว ลูบและซู้ดปากเบาๆ หันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำ�ถาม ดวงตามาก ประสบการณ์ของยายเมี้ยนฉายแววขี้เล่นยิ้มที่มุมมากอย่างเอ็นดูระคนหมั่น เขี้ยวถึงจะไม่มีเขี้ยวเหลือแล้วก็ตาม “อ้าวยาย ตีหัวหนูทำ�ไมเล่า” “ยังไม่ได้ลงโทษที่เก็บฝ้ายข้ามาเล่น หึหึหึ” “โอ้โห...ยาย ยังจำ�ได้อีกหรือนี่ นั่นมันหลายปีมาแล้วนี่นา” “นั่นเฉพาะต้น มามะ...เอาดอกเบี้ยมาด้วย” พูดพลางมือเหี่ยวย่นเงื้อ กระบวยหวังเคาะอีกสักโป๊ก ออกแรงมากๆ รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันแฮะแต่สนุกดี นักรบผู้กล้าแต่ยังคงเป็นเด็กตัวเล็กๆ ของยายเมี้ยนรีบลุกขึ้น มือยังลูบหัวไวไว วิ่งหนีไปดูชาวบ้านฝึกดาบเหมือนเดิม 102


“รอพี่ด้วยสิพุดซ้อน” “ก็เดินตามมาเร็วๆ เข้าสิ มัวชักช้าเดี๋ยวก็มืดค่ำ�กันพอดี” เวลาคนกำ�ลัง ปัน้ ปึง่ อาการนัน้ มักจะออกมาทางน้�ำ เสียงด้วย ถึงจะไม่คอ่ ยเข้าใจผูห้ ญิงมากมายนัก แต่ทองก็พอรูส้ กึ ว่าคนตัวเล็กกำ�ลังงอนเรือ่ งเมือ่ เช้าอยู่ คนอะไรก็ไม่รทู้ �ำ ให้คนอืน่ น้อยใจแล้วตัวเองกลับงอนเสียเอง “ก็หยุดรอพีก่ อ่ นสิ หนักไหมล่ะนัน่ เอามาพีจ่ ะถือให้” เห็นทีนอ้ ยใจต่อไป ก็คงไม่มีใครมาปลอบ รังแต่จะงอนแล้วพาลหาเรื่องงอแงไม่เลิกรา จึงยอมเป็น คนเอ่ยปากก่อน คนขีง้ อนยอมหยุดรอแต่ยงั มองด้วยหางตา ดวงหน้าซ่อนรอยยิม้ แห่งชัยชนะเอาไว้ “เอาไป” แกล้งทำ�เสียงเข้ม ยื่นตะกร้าและเสียมให้จำ�เลยรักอย่างแข็งขัน “โกรธพี่เรื่องอะไรรึ พุดซ้อนถึงปั้นปึ่งแบบนี้ พี่ว่าพี่ไม่ได้ทำ�อะไรผิดสัก หน่อยนี่นา” “ไม่รู้ละ ตามมาเร็วๆ เข้า” พูดพลางเดินนำ�หน้าลิ่วๆ สลัดแขนเรียวด้วย ความเมื่อยล้า ‘จริงๆ เล้ย’ “พุดซ้อนว่าเราได้มากเกินพอแล้วล่ะพี่ทอง ถ้าจะทำ�คราวหน้าค่อยมา เอาใหม่ดีกว่านะ” คนอาสาออกมาหาหน่อไม้ยืนตบยุงรออยู่ด้านนอก ปล่อยให้ คนรับหน้าที่ถือตะกร้าต้องมุดเข้าไปใต้กอไผ่ที่รกทึบพร้อมเสียมด้ามใหญ่ที่ถือ มาเองกับมือ “กำ�ลังงามเลยพุดซ้อน เดี๋ยวพี่เอาอีกสองสามหน่อนี้ก็พอแล้วละ” พูด เสียงดังกึ่งตะโกนออกมาจากกอไผ่ ขณะโยนหน่อไม้สดๆ อวบๆ ออกมาสมทบ กับพวกอีกจำ�นวนหนึ่งที่กองรออยู่ด้านนอกแล้ว “ทำ�ไมยุงมันชุมอย่างนีน้ ะ” บ่นพลางขยับแข้งขยับขาให้เคลือ่ นไหว ไม่ให้ เจ้ายุงร้ายกัดได้ถนัดนัก ลำ�พังควันจากกองไฟที่พี่ทองก่อเอาไว้ให้ไล่ยุงก็ไม่อาจ ไล่ได้ทั้งหมด ขาเรียวขาวผ่องต้องมีตุ่มยุงขึ้นเป็นจ้ำ�ๆ “เอาละ...พอแล้วละนะ เป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยไหมพุดซ้อน” คนตัวโต 103


มุดออกมาจากกอไผ่พร้อมหน่อไม้หน่อสุดท้ายและเสียมในมือ เอ่ยถามคนทีก่ �ำ ลัง ทำ�ตัวยุกยิกๆ ไล่ยงุ ยังกับกำ�ลังออกกำ�ลังกาย อันทีจ่ ริงพุดซ้อนควรต้องเป็นคนถาม จึงจะถูก เพราะนอกจากยืนไล่ยุงแล้วอย่างอื่นก็เป็นหน้าที่ของพี่ทองทั้งหมดเลย “เอ้า! ไปได้ พุดซ้อนเก็บใส่ตะกร้าให้เรียบร้อยแล้ว” บอกกับชายหนุ่ม ด้วยน้ำ�เสียงแจ่มใส ไม่มีร่องรอยของความขี้งอนอีกแล้ว ชายหนุ่มใช้ด้ามเสียง สอดเข้าที่งวงของตะกร้า นั่งหันหลังและพาดมันลงที่บ่า แขนกำ�ยำ�รั้งส่วนที่เหลือ ด้านหน้าเพื่อทานน้ำ�หนักของตะกร้า ก่อนจะลุกขึ้นจัดศูนย์ถ่วงน้ำ�หนักให้พอดี “กลับกันเถอะ” “โอ้โห...พีท่ องโน่นรังมดแดง เราเอาไข่มดแดงไปด้วยดีไหมใส่แกงหน่อไม้ ก็อร่อยดีนะ” มือเรียวชี้ไปที่รังมดแดงบนต้นไม้สูงชะลูด นี่มันต้นอะไรกันทำ�ไม กิ่งก้านสาขามันอยู่สูงจัง คงจะปีนยากน่าดู แต่... มันมีไข่มดแดงอยู่บนนั้นนะ “พีว่ า่ อย่าไปรังแกมันเลยดีกว่านะพุดซ้อน เราก็รกั ชีวติ มันก็รกั ชีวติ เหมือน เรานั่นแหละ” “แต่พุดซ้อนอยากกินนี่นา มันเกิดมาเป็นอาหารของคนนะพี่ทอง” “แต่เราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยนะพุดซ้อน” “น่า...นะ” แล้วชายหนุ่มก็ต้องปล่อยยิ้มและเสียงหัวเราะในลำ�คอเบาๆ ก่อนจะเท หน่อไม้กองเอาไว้บนพื้นหญ้าเตรียมแปรตะกร้าให้เป็นเครื่องมือร่อนไข่มดแดง ‘ให้ตายสิน่า ทำ�ไมต้องยอมแพ้แววตาออดอ้อนแบบนี้ทุกครั้งไปก็ไม่รู้’ หลังจากผูกงวงตะกร้าติดเอวด้วยผ้าขาวม้าแล้ว ร่างกำ�ยำ�ค่อยๆ ปีนขึ้น ไปบนต้นไม้อย่างยากลำ�บาก ลำ�ต้นสูงชะลูดไร้กิ่งก้านให้เกาะเกี่ยว จนเมื่อปีน ขึ้นไปจนสูงแล้วจึงมีกิ่งให้พอได้นั่งหย่อนขาได้สบาย แต่คงจะสบายกว่านี้ถ้า ต้ น ไม้ นี้ ไ ม่ เ ต็ ม ไปด้ ว ยมดแดงตั ว น้ อ ยที่ ค อยปกป้ อ งรั ง ของมั น จากผู้ รุ ก ราน ผ้าขาวม้าถูกผูกกับงวงของตะกร้าแบบเหลือชายเอาไว้ยาวๆ มือหนาเอื้อมไปหัก กิ่งไม้เล็กๆ ที่เป็นที่ทำ�รังของเจ้ามดแดงและโยนลงตะกร้าอย่างรวดเร็วพร้อม ปล่อยผ้าขาวม้าให้ยาว ยึดไว้เพียงที่ปลายผ้าเล็กน้อยเท่านั้น พลางรีบปีนลงมา จากต้นไม้ให้เร็วทีส่ ดุ เพราะมดแดงนับร้อยกำ�ลังกรูเข้าทำ�ร้ายหวังกำ�จัดผูร้ กุ ราน 104


ที่บังอาจมาขโมยไข่ของพวกมันให้สิ้นซาก มือหนากระตุกปลายผ้าขาวม้าเป็นระยะเพื่อป้องกันกองทัพมดที่กำ�ลัง ปีนป่ายตามชายผ้าขึ้นมาที่แขน แต่ก็มีบางส่วนที่กระเด็นกระดอนปีนป่ายขึ้น ตามร่างกายได้แล้ว เขารีบใช้กิ่งไม้ใกล้ๆ จิ้มที่รังมดแดง ไข่ขนาดเท่าเม็ดถั่ว ลักษณะสีขาวขุน่ จำ�นวนมากร่วงลงทีก่ น้ ตะกร้า ฝูงมดแดงแตกตืน่ ปีนป่ายออกมา กิ่งไม้เล็กๆ ถูกเคาะที่งวงและปากตะกร้าเป็นจังหวะถี่รัวไล่มดแดงให้จากไป ทิ้ง เพียงไข่เอาไว้ให้เป็นอาหารอันโอชะของคนสวยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างตื่นเต้น “โอ้โห ไข่เยอะแยะเลยพี่ทอง” พูดพลางเอื้อมมือปัดเจ้ามดแดงมากมาย ที่กำ�ลังปีนป่ายอยู่บนร่างของคนตัวโต บ้างก็ลงมือทำ�โทษคนใจร้ายโดยการกัด ให้รู้สำ�นึก เท่านั้นยังไม่พอมันต้องฉี่ใส่ด้วยถึงจะสาสมกัน “โอ๊ยๆ ปัดออกเร็วๆ เข้าพุดซ้อน” แล้วไข่มดแดงก็ถูกห่อด้วยใบตองที่เด็ดมาจากบริเวณใกล้ๆ นั้น หน่อไม้ ถูกเก็บลงตะกร้า ชายหนุ่มสอดด้ามเสียมเข้าที่งวงของตะกร้าอีกครั้งเตรียมตัว เดินทางกลับ นี่ก็จวนเจียนจะค่ำ�แล้วเกรงยายเมี้ยนแกจะรอนาน “เรานั่งกันสักพักก่อนได้ไหมพี่ทอง” ตะวันต่ำ�คล้อยสาดแสงลอดทิวไผ่มาทางทิศตะวันตกฉาบผืนป่าเป็นสี ทองอร่าม ถัดจากชายป่าเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่พลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่นตาม แรงลม หญิงสาวจูงแขนพี่ทองไปนั่งที่ขอนไม้ข้างท้องร่อง ที่ตรงนี้เป็นที่ที่เคยมา นั่งเล่นกันประจำ�เมื่อสมัยยังเด็ก อยากรับลมระลึกความหลังสักหน่อยหวังว่าคง ไม่ทำ�ให้มืดค่ำ�เท่าไรหรอกกระมัง “จำ�ได้ไหมพี่ทอง เมื่อก่อนเรามานั่งเล่นที่นี่บ่อยๆ” หันมาถามกระตุ้น ความจำ�กับอีกคนที่เดินตามมานั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มยิ้มตอบรับ “พุดซ้อนเคยนั่งร้องไห้เพราะหิวข้าว จนพี่กับพี่จันต้องไปหาเห็ดมาย่าง ให้กิน” “น่าอายนัก” ตางามหันมายิ้มพรายก่อนหันกลับไปสูดอากาศเต็มปอด อีกครั้ง พูดถึงเรื่องกินก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันใด มือเรียวลูบท้องป้อยๆ ชำ�เลืองมอง เจ้าไข่มดแดงในห่อใบตองแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก้าวลงข้างท้องร่องเก็บเศษไม้ 105


ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากองรวมๆ กัน “ยายเมี้ยนจะไม่รอนานหรือพุดซ้อน” พี่ทองถามอย่างกังวลขณะเตรียม ก่อไฟย่างไข่มดแดงอย่างรู้หน้าที่ “ไม่เป็นไรดอกพี่ทอง สักประเดี๋ยวเอง” เพียงชั่วครู่อาหารประทังชีวิตก็ถูกแกะออกจากห่อใบตองที่ถูกย่างไฟจน ใบตองชั้นนอกไหม้กรอบเป็นสีดำ� สองชีวิตนั่งสนทนารำ�ลึกความหลังไปพลาง หยิบกินไข่มดแดงร้อนๆ ไปพลาง ในใจของพุดซ้อนนั้นเพียงอยากแสดงออกให้ ทองรู้ว่า ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่พุดซ้อนก็ยังเป็นพุดซ้อนคนเดิม ของพีท่ องอยูเ่ สมอ เมือ่ เช้าเผลอไปทำ�ร้ายความรูส้ กึ โดยไม่ตงั้ ใจ อยากใช้โอกาสนี้ ปรับความรู้สึกนั้นให้กลับมาดีดังเดิม กระทั่ ง บรรยากาศขมุ ก ขมั ว เลื อ นหายไปหมดสิ้ น จึ ง ชวนกั น เก็ บ ของ กลับบ้าน ป่านนี้ยายเมี้ยนคงเฝ้าแต่ชะเง้อคอยหา “เดินดีๆ นะพุดซ้อน เดี๋ยวได้หกล้มหัวร้างข้างแตกดอก” ทองร้องเตือน คนตัวเล็กที่ก้าวขึ้นจากท้องร่องซึ่งค่อนข้างชันฉับๆ ไม่ระวังว่าจะพลาดพลั้ง “ไม่เป็นไรดอก อยูท่ น่ี ม่ี าตัง้ แต่เด็กแล้ว หลับตาเดินยังได้เลยพีท่ อง ว้าย...” พูดไม่ทันขาดคำ�ผู้ชำ�นาญพื้นที่ก็เหยียบพลาด ไถลลื่นลงไปก้นจ้ำ�เบ้า เสียแล้ว “พุดซ้อน! เป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนรึเปล่า” “โอย...สงสัยเท้าพุดซ้อนจะแพลงแล้วละพี่ทอง เจ็บจังเลย...” คนตัวโต ทรุดลงนั่งข้างๆ เอื้อมมือจับที่ข้อเท้าเล็กเบาๆ “ไหนดูซิ ทนเจ็บเอาหน่อยนะเดี๋ยวพี่จะนวดให้” “โอ๊ย เบาๆ สิพี่ทอง นี่จะนวดให้หายหรือจะฆ่าให้ตายกันแน่” คนตัวเล็ก ตัดพ้อโวยวาย หน้านิ่วเมื่อพยายามลุกขึ้นเดินอีกครั้ง “ขี่หลังพี่ไปก็แล้วกันกลับถึงบ้านนวดยาสักพักก็คงหาย” พูดพลางยื่น ด้ามเสียมให้ ก่อนจะย่อตัวลงหันไปบอกคนเจ็บที่กำ�ลังมีท่าทีลังเล “มาเถอะไม่ต้องคิดมากดอก พี่น่ะเห็นพุดซ้อนมาตั้งแต่ยังแบเบาะนะ” เมื่อเห็นว่าคงไม่มีทางเลือก พุดซ้อนจึงยอมโน้มกายไปบนแผ่นหลังกว้าง 106


ใหญ่ก�ำ ยำ�อย่างแผ่วเบาด้วยความเขินอาย ชายหนุม่ เอือ้ มแขนข้างหนึง่ มารัง้ ต้นขา และโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อรับน้ำ�หนัก มืออีกข้างหนึ่งต้องหิ้วตะกร้าหน่อไม้ “กอดคอพี่เอาไว้ด้วย พี่มีมือข้างเดียวระวังจะหล่นนะ” แขนเรียวค่อยๆ เอื้อมไปคล้องคอคนตัวสูงตามคำ�สั่งอย่างเกรงๆ ถ้าพี่ทองหันมามองตอนนี้คงจะเห็นว่าคนเจ็บกำ�ลังหน้าแดงเป็นลูกตำ�ลึง รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ตั้งแต่โตมาเคยต้องแนบชิดกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้กันเล่า นอกจากเมื่อเช้านี้ และ...ตอนนี้ วันนี้มันเป็นวันอะไรกันนะทำ�ไมต้องมาใกล้ชิด กับพีท่ องถึงสองครัง้ สองครา และพอคนตัวสูงลุกขึน้ ยืน ทัง้ สองร่างก็เบียดชิดจน แทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ตะวันลับขอบฟ้า หมูน่ กกากำ�ลังทยอยบินกลับสูร่ วงรัง แสงอาทิตย์ยามเย็น สาดฉายไปบนภูเขาลูกใหญ่ส่งให้เกิดเงาทอดทับไปยังภูเขาที่ไกลออกไปลูกแล้ว ลูกเล่า เช่นเดียวกับร่มเงาของภูเขาเบือ้ งหลังทีป่ กคลุมผืนป่าและทางเดินทีห่ นุม่ สาว กำ�ลังมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้าน แม้เป็นระยะทางไม่ไกลนักแต่ก็ใช้เวลาค่อนข้าง นานสำ�หรับการต้องเดินช้าๆ แถมยังต้องแบกคนเจ็บอีกหนึ่งคนมาบนหลัง “พุดซ้อนตัวหนักไหมพี่ทอง” กระซิบถามแผ่วเบาที่ข้างหู ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากชายหนุ่ม มีเพียง การชำ�เลืองมามองและรอยยิม้ น้อยๆ บนใบหน้า สังเกตเห็นว่าต้นคอหนาเริม่ ชืน้ เพราะเม็ดเหงือ่ ภาพเก่าๆ ลอยมาในห้วงสำ�นึกให้รสู้ กึ ถึงความอบอุน่ ของแผ่นหลังที่ คุน้ เคยอีกครัง้ นานแล้วทีไ่ ม่ได้ขหี่ ลังพีท่ องคนนี้ แต่ความรูส้ กึ เมือ่ ครัง้ เก่าก็ยงั คง ฝังลึกในใจของหญิงสาวไม่เคยลืม เวลาที่ได้ขี่หลังแบบนี้เด็กหญิงตัวเล็กๆ ต้อง พลอยเคลิ้มหลับเสียทุกครั้งไป แนบแก้มอิ่มที่หัวไหล่หนาช้าๆ ตางามหลับพริ้ม อยากมีชีวิตอยู่กับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและสุขใจแบบนี้นานๆ “อ้าว หลับไปแล้ว?” ชายหนุ่มหันมายิ้มและพูดกับตัวเองเบาๆ รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ โรยรินรดต้นคอเป็นจังหวะยาวๆ บอกให้รู้ว่าคนตัวนุ่มนิ่มบนหลังได้หลับไป เรียบร้อยแล้ว ‘พุดซ้อนง่วงจังเลยพี่ทอง’ ภาพเด็กตัวเล็กๆ เมื่อหลายปีก่อนยังเจิดจ้าอยู่ 107


ในความทรงจำ� “ง่วงก็นอนหลับเลยนะคนเก่ง เดี๋ยวถึงแล้วพี่จะปลุกเอง” ภาพเก่าๆ ทำ�ให้ความรูส้ กึ เดิมๆ ทีแ่ ต่งเติมกลิน่ ไอรักแบบหนุม่ สาวกรุน่ ๆ ขึ้นมาหลังจากถูกเก็บงำ�เอาไว้ภายใต้บุคลิกนุ่มนิ่งและข้อจำ�กัดของคำ�ว่าพี่ชาย กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายอิ่มอุ่นสัมผัสจมูกแผ่วเบาชวนหลงใหล อยากหยุดเวลา เอาไว้เพียงเท่านี้ ให้มีเพียงเราสองคนบนโลกสวยงามกว้างใหญ่แบบนี้ไปนานๆ ทว่าเพียงชั่วครู่ความรู้สึกแห้งแล้งโดดเดี่ยวก็กลับเข้ามาแทนที่ ‘พุดซ้อนคือคนรักของจัน... ไม่ใช่เรา...’ “อ้าวไอ้ทองกับพุดซ้อนมาโน่นแล้ว แล้วทำ�ไมเดินกะเผลกแบบนั้นเล่า” จันรู้สึกแปลกใจระคนเป็นห่วง ที่เห็นพุดซ้อนต้องเดินกะเผลกเกาะแขน เพื่อนรักมาไกลๆ คนตัวสูงรีบเดินกึ่งวิ่งออกไปรับ ทองต้องปล่อยให้คนเจ็บลง จากหลังและค่อยๆ พยุงตัวเดินมาเมือ่ จะถึงทางเข้าหมูบ่ า้ น หากจะให้ขหี่ ลังเข้ามา ถึงในหมู่บ้านเกรงจะไม่งามนัก พุดซ้อนจะกลายเป็นที่ครหาได้ “ลืน่ ล้มเท้าแพลง เอ็งพาไปหายานวดทีนะไอ้จนั ข้าจะไปช่วยยายเมีย้ นเอง” ทองบอกกับเพื่อนรักขณะส่งมอบคนเจ็บให้กับเจ้าของตัวจริงได้รับไป ดูแลปฐมพยาบาล ก่อนจะถือเสียมไปเก็บและหิว้ ตะกร้าหน่อไม้ตรงไปหายายเมีย้ น ที่ยืนชะเง้อคอยอยู่ด้วยความเป็นห่วงโดยไม่ยอมหันมามองอีกเลย การมึนตึงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในใจพุดซ้อน อีกครั้ง ตาสวยรื้นขึ้นด้วยน้ำ�ตาจนต้องเงยหน้าเอาไว้ไม่ให้อีกคนจับได้ว่ากำ�ลัง จะร้องไห้ อาการเจ็บแปลบที่ข้อเท้ายังน้อยกว่าความเจ็บปวดในหัวใจมากมายนัก เจ็บเพราะไม่รวู้ า่ ตนทำ�ผิดอะไร ทำ�ไมคนทีเ่ พิง่ กระตือรือร้นทำ�ตามทีต่ อ้ งการทุก อย่าง เอาใจใส่ดูแลเป็นห่วงเป็นใย ยอมให้ขี่หลังมาตั้งไกลทั้งๆ ที่ตัวพุดซ้อนเอง ก็หนักไม่ใช่น้อยถึงได้ปั้นปึ่งเย็นชาอีกแล้ว ความรู้สึกเหมือนเมื่ออยู่ในป่าหรือ ตลอดระยะทางที่ขี่หลังกลับมาหมู่บ้านนั่นมันไม่มีจริงอย่างนั้นหรือ? แค่หลอก ให้พุดซ้อนดีใจแล้วก็เฉยชาไม่ใยดี แบบนี้มันสนุกนักหรือไร 108


“เดินดีๆ นะพุดซ้อน มาเดี๋ยวพี่พาไป” จันเอื้อมแขนมารับพยุงต่อ ขา เจ้ากรรมดันรับน้ำ�หนักไม่ไหวร่างบางๆ จึงเซถลาเข้าสู่อ้อมอกของจัน ช่างเป็น โอกาสดีทจี่ ะได้ปลดปล่อยทำ�นบน้�ำ ตาให้พงั ครืนลงไปตอนนี้ ให้คนเขารูว้ า่ แค่ขา ที่เจ็บไม่ใช่หัวใจ ‘คนใจร้าย’ “พี่จัน...” “เจ็บมากเลยรึพดุ ซ้อน ไม่เป็นไรนะเดีย๋ วพีพ่ าไปทายาสักพักก็หายแล้วละ ไม่ต้องร้องนะไม่ต้องร้อง” ความเป็นห่วงพุ่งพล่านสู่หัวใจ คนใจน้อยที่กำ�ลังเดินถือตะกร้าหน่อไม้ ต้องรีบหันมาตามเสียงร้องไห้ แต่...ภาพทีป่ รากฏเบือ้ งหน้ากลับทำ�ให้ความน้อยใจ ที่กรุ่นๆ อยู่ก่อนแล้วถึงคราวพังทลาย ชายหนุ่มต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ อาจทนเห็นภาพบาดใจนีต้ อ่ ไป มันยากเหลือเกินทีจ่ ะหลบเพือ่ ซ่อนน้�ำ ตาลูกผูช้ าย ไม่ให้ใครได้เห็น รีบวางตะกร้าหน่อไม้ไว้ตรงหน้า ปักเสียมเอาไว้ใกล้ๆ และรีบ เดินขึ้นเรือนหลบสายตาผู้คน ‘หลังจากวันนี้ ลูกผูช้ ายชาตินกั รบจะไม่ยอมเสียน้�ำ ตาให้กบั เรือ่ งเพียงเท่านี้ อีกแล้ว ร้องเถิดทองร้องเสียให้พอ ให้น้ำ�ตามันชะล้างความรู้สึกเจ็บร้าวออกมา ให้สิ้น แต่...คำ�ว่าเพื่อนและน้องสาว จะไม่มีสิ่งใดมาทำ�ลายลงได้ จากนี้ไปเรา ต้องคิดกับพุดซ้อนเพียงแค่...น้องสาว...เท่านั้น’

109


ตอนที่ 10

คำ�มั่นสัญญา “นักรบแห่งหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมจงฟัง” “บัดนี้พระมหาอุปราชามังสามเกียดแห่งนครหงสาได้นำ�ทัพใหญ่มา ประชิดแผ่นดินอโยธยา ทางการจึงให้ข้ามาแจ้งข่าวและเกณฑ์ไพร่พลไปสมทบ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องผนึกกำ�ลังกันอีกครั้งเพื่อขับไล่ศัตรูให้พ้นไปจากแผ่นดิน อีกสามวัน ให้พวกท่านนำ�กำ�ลังไปสมทบกับหน่วยของข้าทีท่ งุ่ ป่าโมก เพือ่ เดินทาง ไปสมทบค่ายหลวงของสมเด็จพระนเรศวรที่หนองสาหร่าย แล้วข้าจะรอ...” น้ำ�เสียงหนักแน่นและทรงพลังของผู้นำ�สาส์นจากทัพหลวงที่นั่งอยู่บน หลังม้าสีขาวตัวใหญ่ดงั กังวานไปทัว่ ลาน ซึง่ บัดนีเ้ ต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ทอี่ อกมา รวมตัวกันหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณจากผู้นำ�หมู่บ้าน “พวกเราชาวหมูบ่ า้ นหนองไผ่ลอ้ ม จักไม่ยอมให้อา้ ยอีตวั ไหนทีม่ าเหยียบย่�ำ ศักดิ์ศรีของแผ่นดินอโยธยามีชีวิตรอดกลับไปได้ดอก” จันรับปากกับม้าเร็วด้วย สีหน้าแข็งขัน เกิดบนแผ่นดินอโยธยาก็ตอ้ งสูเ้ พือ่ แผ่นดินอโยธยา แม้จะต้องแลก ด้วยเลือดเนื้อและวิญญาณ ศัตรูจะเก่งกาจสักเพียงใด ลูกผู้ชายอย่างจันก็หาได้ หวาดกลัวหรือหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย “อีกสามวัน เราจะนำ�กำ�ลังไปสมทบทัพกับท่านแน่นอน” ทองกล่าว อย่างองอาจ ใบหน้าเข้มขบกรามแน่น เมื่อยามแผ่นดินมีภัยชายชาตินักรบ อย่างเขาย่อมไม่อาจนิง่ ดูดาย นึกถึงเจ้าพวกคนรุกรานแล้วมันน่าจับกุดหัวทีละคน เสียบประจานให้แร้งกาได้จกิ กินนัก หันไปสบตาคมของเพือ่ นรัก ถึงเวลาทีค่ มดาบ 110


ที่ฝึกซ้อมกันมาจะได้ลิ้มรสเลือดเนื้อของศัตรูอีกครั้ง... “พรุ่งนี้ พี่กับไอ้ทองจะพาพวกไปสมทบทัพหลวงแล้ว พุดซ้อนอยู่ทางนี้ ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าไปไหนมาไหนไกลๆ คนเดียวพี่เป็นห่วง” จันกำ�ชับหญิงผู้เป็นยอดดวงใจด้วยแววตาห่วงหาอาวรณ์ ยังไม่มีกำ�หนด ทีแ่ น่นอนว่าเมือ่ ไหร่จะได้กลับมา อยากนัง่ มองอย่างนี้ จดจำ�ภาพนี้ ดวงหน้างาม รอยยิม้ สดใสดวงตาเป็นประกายเอาไว้ให้มากทีส่ ดุ เพือ่ เป็นกำ�ลังใจในยามทีต่ อ้ ง ไปสู้รบกับพวกเหล่าร้ายที่มารุกราน ปกป้องผืนแผ่นดินอโยธยาเพื่อคนที่รัก เพื่อลูกหลานในวันหน้าจะได้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป “จ้ะพี่จัน พุดซ้อนอยู่ได้ไม่ต้องเป็นห่วงดอก พี่น่ะเป็นคนจากบ้านไปสู้รบ ต้องดูแลตัวเองมากกว่าพุดซ้อนหลายเท่านัก พุดซ้อนขออวยพรให้พี่จันอยู่รอด ปลอดภัย พุดซ้อนจะรอพี่จันกลับมานะ” ดวงหน้าหวานซึ้งละจากการถักทอบาง สิ่งในมือ เงยหน้ามองพี่ชายผู้รักและหวังดีกับเธอทุกลมหายใจ “นี่พุดซ้อนเป็นห่วงพี่รึ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม พี่สัญญาว่าจะกลับมาหา พุดซ้อน ไม่วา่ นานแค่ไหนก็ตาม” คนหนวดเข้มยิม้ กว้างด้วยหัวใจลิงโลด อะไรจะ วิเศษไปกว่าการมีใครสักคนคอยเป็นห่วงเป็นใย โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นคือ คนที่เรารักและใฝ่ฝันจะอยู่เคียงคู่ตลอดไป “แล้วขาที่เจ็บน่ะหายดีแล้วรึ อย่าเพิ่งเดินบ่อยรอให้หายดีก่อนอยากจะ ทำ�อะไรก็เอาไว้ค่อยทำ�ทีหลังก็ได้” “จ้า... รู้แล้วละพ่อ พุดซ้อนจะทำ�ตามที่พ่อสั่งอย่างเคร่งครัด” “นี่ประชดพี่รึ” “เปล่าเสียหน่อย” ปฏิเสธพลางยกสิง่ ทีเ่ พิง่ ถักเสร็จขึน้ สำ�รวจความเรียบร้อย ‘จะเรียกว่าสร้อยได้ไหมนะเพราะมันถักมาจากด้ายดิบ’ พุดซ้อนตั้งใจถักเป็น สร้อยผ้า ห่อหุ้มพระแขวนคอองค์เล็กที่ยายเมี้ยนฝากมาสำ�หรับนักรบผู้กล้า “เอ้า นี่พุดซ้อนให้” พูดพลางยื่นสิ่งนั้นให้กับพี่จันที่มีท่าทีสงสัยนิดๆ “อะไรรึพุดซ้อน” “พระหลวงปู่ทองสุขสมัยก่อนสุโขทัยโน่นแน่ะ สมบัติล้ำ�ค่าของยายเมี้ยน 111


เชียวนะ แกฝากพุดซ้อนมาถักเป็นสร้อยให้ ถึงยายเมี้ยนจะชอบดุอยู่เรื่อยแต่แก ก็รักพี่จันกับพี่ทองมากนะจ๊ะ” จันรับพระมาไว้ก่อนจะพนมมือเหนือศีรษะ “พี่จะรักษาไว้เท่าชีวิตเลยนะพุดซ้อนพี่สัญญา” วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม แม้จะเป็นเวลาสายแต่ก็มองไม่เห็นว่าดวงอาทิตย์ กำ�ลังเฉิดฉายเหมือนเช่นทุกวัน เมฆฝนเกาะกลุม่ กันหนาแน่น คะเนว่าอีกไม่นาน ฝนคงต้องเทลงมาเป็นแน่ สายลมพัดแผ่วพายอดข้าวพลิ้วไหวเป็นลูกคลื่นสุด ลูกหูลูกตา ทองยืนนิ่งคนเดียวลำ�พังทอดสายตาออกไปไกลแสนไกล ครุ่นคิดถึง อนาคตอันใกล้ทต่ี อ้ งพาชาวบ้านออกไปสมทบทัพหลวง ชาวบ้านทีเ่ พิง่ ฝึกเพลงดาบ ได้ไม่กวี่ นั เรีย่ วแรงก็แทบจะไม่มชี า่ งน่าเป็นห่วงนัก แต่ไม่วา่ จะอย่างไร นัน่ ก็เป็น หน้าที่ของลูกผู้ชายเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวอโยธยา ที่จะต้องช่วยกันปกป้องผืน แผ่นดิน กำ�จัดพวกที่มารุกรานให้พ่ายแพ้ไป หรืออย่างน้อยก็ต้องพยายามอย่าง สุดชีวิต ร่างสูงใหญ่หันมองเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดมาจากหมู่บ้าน ยังไร้วี่แววของ คนที่นัดพบกันที่นี่ น่าแปลกใจที่ป่านนี้พุดซ้อนยังไม่มา ‘หรือจะลืมเสียแล้ว’ มี เหตุอะไรถึงต้องนัดมาพบในที่ที่ห่างไกลสายตาผู้คนแบบนี้ แม้จะต้องหักห้ามใจและจำ�กัดกรอบให้ความรู้สึกที่มีต่อพุดซ้อนอยู่ในแค่ เพียงคำ�ว่าน้องสาว แต่อีกสองวันก็จะต้องจากไปรบ จะได้ถือโอกาสนี้ล่ำ�ลาเสีย ให้เรียบร้อย และจากนี้ไปหากมีความรู้สึกใดจะงอกเงยเกินคำ�ว่าพี่น้อง ก็จะขอ เก็บมันไว้ในส่วนลึกของหัวใจลำ�พังตลอดกาล “จะเริม่ ต้นยังไงดีละ่ พุดซ้อน” หญิงสาวเดินวกไปวนมาอย่างกระวนกระวาย ตั้งคำ�ถามกับตัวเองอยู่บนทางเดินไม่ไกลนัก อีกเพียงไม่กี่เส้นก็จะถึงที่นัดพบ ซึ่งป่านนี้พี่ทองคงไปรออยู่แล้ว “ชัง่ ใจของตัวเองให้ดนี ะพุดซ้อน และถ้ามัน่ ใจแน่แล้วว่ารูส้ กึ อย่างไร ก็อย่า ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปโดยไม่ได้ทำ�อะไร เพราะบางสิ่งมันผ่านแล้วก็ผ่านเลย และจะไม่หวนย้อนกลับมาอีกแล้ว” 112


เสียงของยายเมีย้ นผูเ้ จนโลกยังก้องอยูใ่ นมโนสำ�นึก วันนีค้ อื วันทีพ่ ดุ ซ้อน ตัดสินใจที่จะคุยกับพี่ทองให้รู้เรื่อง ให้พี่ทองได้รู้ว่าคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของ พุดซ้อนเพียงคนเดียวเสมอมาก็คอื ...พีท่ อง ส่วนพีจ่ นั พุดซ้อนก็รกั หากแต่ไม่ใช่รกั แบบเดียวกับที่รักพี่ทอง พี่จันเป็นพี่ชายที่แสนดี และจะเป็นอย่างนั้นในใจของ พุดซ้อนตลอดไป ‘แต่...จะเริ่มยังไงดีล่ะ พุดซ้อนเป็นผู้หญิงนะ โอย...ใครก็ได้ช่วยคิดที’ เมฆฝนป่วนปั่นเหมือนหัวใจที่ปั่นป่วน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าไปลึกเต็มปอด ‘เอาละ...เป็นไงเป็นกันนะพุดซ้อน’ ทองหันขวับไปตามเสียงใบไม้ที่ดังกรอบแกรบเพราะฝีเท้าใครสักคน “พี่ทอง” “อ้าวกระถิน...มาทำ�อะไรทีน่ ี่ ฝนใกล้จะตกแล้วนะตากฝนเดีย๋ วก็ไม่สบาย กันพอดี” ชายหนุม่ รูส้ กึ แปลกใจเมือ่ กระถินปรากฏตัวแทนทีจ่ ะเป็นพุดซ้อน กระถิน เป็นคนมาบอกข่าวว่าพุดซ้อนนัดพบที่นี่ แต่พอถึงเวลากลับเป็นกระถินเสียเอง ที่มาไม่ใช่พุดซ้อน “กระถินมีเรื่องจะคุยกับพี่ทอง” “มีเรื่องอะไรหรือกระถิน” หญิงสาวนิ่งอึ้ง ไม่กล้าสบตาคมของชายผู้ยืนอยู่ตรงหน้า ก็กระถินเป็น ผู้หญิงจะให้บอกยังไงเล่าว่าแท้จริงแล้วกระถินก็เป็นคนหนึ่งที่ได้แอบหลงรักพี่ ทองคนนี้มานานแสนนานแล้วเช่นกัน แต่ที่ตัดสินใจมาพบในวันนี้เพราะแอบ ได้ยนิ พุดซ้อนคุยกับยายเมีย้ นเมือ่ เย็นวานก่อน จะไหว้วานให้กระถินไปบอกนัด พบกับพี่ทอง ใช่แล้วละ...ถ้ามั่นใจว่ารู้สึกอย่างไร ก็อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดย ไม่ได้ทำ�อะไรเลยสักอย่าง อย่างน้อยก็ขอให้พี่ทองได้รับรู้เอาไว้บ้างก็ยังดี ว่ายัง มีใครอีกคน ยังมีกระถิน...ที่แอบเฝ้ามองด้วยหัวใจซึ่งเต็มไปด้วยความรักและ ห่วงใยเสมอมา แต่ถงึ อย่างไรกระถินก็คงไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับพุดซ้อน หญิงผูเ้ ป็น ที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้าน กระถินมันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา 113


ที่ไม่ได้สะสวยอะไร แต่ขอ...ขอให้กระถินได้มีโอกาสบอกรักพี่ทองสักครั้ง ก่อนที่ พี่ทองจะตกเป็นของคนอื่นอย่างแท้จริงทั้งตัวและหัวใจ “อ้าว มีอะไรรึกระถิน ไหนเล่าให้พฟี่ งั ซิ” น้�ำ เสียงของชายหนุม่ ดูรอ้ นรนขึน้ เมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของหญิงสาวรุ่นน้องที่เขาเห็นเป็นน้องสาวที่น่ารักอีกคน เสมอมา “กระถิน...กระถินจะบอกพี่ทองว่า...” รู้สึกใจคอตีบตันขึ้นมากะทันหัน ความน้อยเนื้อต่ำ�ใจในโชควาสนาแล่นเข้าสู่หัวใจ ทำ�ไมนะ...จะบอกรักใครทั้งที แม้แต่ความหวังสักนิดก็ยังแทบจะไม่มีให้เห็น น้ำ�ใสๆ รื้นขึ้นจนเอ่อล้นที่ดวงตา ต้องเบือนหน้าหนี ไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าหัวใจทั้งดวงกำ�ลังสั่นสะท้านด้วยความ เงียบเหงาและหนาวเหน็บ แต่...มาถึงขั้นนี้แล้วถึงอย่างไรก็ยังดีที่ได้บอกออกไป หญิงสาวหันหน้าชื้นน้ำ�ตากลับมามองชายผู้เป็นที่รัก เป็นเวลาที่ทำ�นบน้ำ�ตาได้ พังทลายลงเช่นกัน “กระถิน...กระถิน รักพี่ทองนะจ๊ะ...” หญิงสาวโผเข้ากอดเอวหนาของพี่ทองร่ำ�ไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางความ ตกตะลึงของอีกฝ่าย ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากระถินรู้สึกแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระถินเป็นน้องสาวทีน่ า่ รัก คอยเป็นห่วงเป็นใยคอยถามไถ่เสมอว่า พีท่ องหนาว ไหม พี่ทองร้อนไหม พี่ทองหิวหรือยัง เดินทางเหนื่อยไหม นั่นสินะ...แล้วทำ�ไม เขาถึงไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่ากระถินจะรู้สึกอย่างนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหัวใจ ของทองก็ไม่มีที่ว่างพอสำ�หรับใครอีกแล้ว ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน มือหนาลูบที่เรือนผมนุ่มของอีกฝ่ายแผ่วเบา ‘ร้องเถอะ แล้วทุกอย่างจะ ดีขึ้นเหมือนที่พี่เคยเป็น’ กระทั่งเสียงร่ำ�ไห้ได้เงียบไปเหลือเพียงเสียงสะอื้นฮักๆ เป็นระยะ จึงค่อยๆ รั้งร่างเล็กให้ผละจากอก สองมือกุมหัวไหล่สองข้างโน้มตัวลง สบตาชื้นพูดกับเธอด้วยน้ำ�เสียงปลอบประโลม “ขอบใจกระถินนักที่รักพี่ แต่ฟังพี่นะคนเก่ง ตอนนี้หัวใจของพี่ไม่มีที่ว่าง สำ�หรับใครอีกแล้ว” คนแอบรักนิ่งฟังอย่างสงบ คำ�พูดตรงไปตรงมาไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้ แต่ เพียงเท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว 114


“จะเป็นอะไรไหม ถ้าพี่อยากจะมีน้องสาวเพิ่มอีกสักคน อันที่จริงพี่ก็เห็น กระถินเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเสมอมา พี่หวังว่ากระถินจะเข้าใจพี่ เวลาที่ เราหลงรักใครสักคนจนหมดใจเราจะไม่สามารถรับใครอีกคนเข้ามาในฐานะ เดียวกันได้อีก พี่สัญญาว่ากระถินจะเป็นน้องสาวคนพิเศษที่พี่จะรักและดูแล ตลอดไป ตกลงนะ...” “...” “หือ?” “พีท่ อง...” ร่างบางของกระถินโผเข้าสูอ่ อ้ มกอดของพีท่ องอีกครัง้ แต่ไม่ใช่ พี่ทองคนเดิมที่เป็นเพียงพี่ชายร่วมหมู่บ้านของเธออีกแล้ว จากนี้ไปพี่ทองจะนั่ง อยู่ในหัวใจของเธอในฐานะพี่ชายคนพิเศษ ที่เธอจะมีโอกาสได้รับความเอาใจใส่ และเป็นห่วงเป็นใยหลังจากที่ต้องเป็นคนเฝ้ามองแต่เพียงฝ่ายเดียวเสมอมา คนทีต่ กอยูใ่ นสถานะรักเขาข้างเดียวนัน้ หากจะได้รบั เสียงสะท้อนกลับมา เป็นความห่วงใยสักเพียงน้อยนิด นั่นก็สุขใจที่สุดแล้ว “พี่ทอง...กระถิน...” คนที่บังเอิญเดินมาเห็นและแอบมองอยู่ไกลๆ หลังพุ่มไม้ รู้สึกเหมือน โดนตบหน้าฉาดใหญ่ หัวใจดวงน้อยหล่นวูบโลกทัง้ โลกหมุนคว้าง นีม่ นั เกิดอะไร ขึ้นกันแน่ ไม่เคยรู้สึกไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าสองคนนี้จะชอบพอกันอยู่ แม้ไม่ ได้ยินว่าทั้งสองพูดอะไรกันแต่ภาพที่ปรากฏอยู่เต็มตาเวลานี้ ก็อธิบายทุกอย่าง ชัดเจนอยู่แล้ว “คนใจร้าย...” ร่างบอบบางที่เท้ายังไม่หายดีวิ่งหนีไปทั้งน้ำ�ตา ไปที่ไหน ก็ได้แต่ต้องไปให้พ้นจากตรงนี้ ตั้งใจเด็ดขาดแล้วว่าวันนี้จะต้องบอกให้ได้รู้ถึง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจตลอดมา แต่...เมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่ารู้เลยดีกว่า สายฝนเริ่มโปรยปรายแต่ไม่ใช่สิ่งสำ�คัญอะไรสำ�หรับพุดซ้อนในตอนนี้ ‘ฝนเอ๋ยตกลงมาเถิด ตกมาช่วยอำ�พรางหยาดน้ำ�ตาที่ไหลรินให้พ้นจาก สายตาใครคนอื่น ตกมาชะล้างความเจ็บช้ำ�ให้เลือนหายไปจากหัวใจอ่อนๆ ของ พุดซ้อน ตกลงมา...’ 115


และเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ อย่างเงียบๆ อีกชั้นหนึ่ง ท้องฟ้ายามราตรีของหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมช่างงามนัก ยังไม่รู้แน่ว่าอีก นานแค่ไหนกว่าจะได้กลับมานั่งตรงนี้ นั่งมองหมู่ดาวบนผืนฟ้าที่สวยงาม ที่ที่ เคยมีไออุ่นของคนคุ้นเคยกรุ่นๆ อยู่ใกล้ๆ หัวใจเสมอ แม้จากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว และถึงจะต้องฝืนทนกับความเงียบเหงาหนาวเหน็บลำ�พัง อย่างน้อยก็เป็นที่ที่ เคยมีความทรงจำ�ดีๆ ให้ระลึกถึงอยู่เสมอ ชายหนุ่มรู้สึกได้ด้วยสันชาตญาณว่ามีใครสักคนกำ�ลังเดินมาด้านหลัง “อ้าว...พุดซ้อนมาเงียบๆ มีอะไรหรือเปล่า” แม้จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับชายผู้นี้ ไม่อยากเห็น หน้า ไม่อยากพูดคุยไม่อยากได้ยินเสียงหรือแม้แต่ได้ยินชื่อ แต่เช้าตรู่พรุ่งนี้ คนใจร้ายจะต้องนำ�กำ�ลังชาวบ้านผู้ชายไปสมทบทัพ ซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนาน กว่าจะได้กลับมา ชัง่ ใจอยูน่ านกว่าจะตัดสินใจซ่อนความรูส้ กึ เจ็บร้าวทีก่ �ำ ลังกัดกิน หัวใจเอาไว้เสียก่อนและมาพบเขาในค่ำ�คืนนี้ “แล้วเมื่อบ่ายทำ�ไมไม่ไปตามนัด ข้อเท้าหายเจ็บหรือยัง” น้ำ�เสียงราบ เรียบเฉยชาของชายหนุ่ม สะกิดให้ความรู้สึกที่ตั้งใจเก็บซ่อนเอาไว้เริ่มกรุ่นๆ ขึ้น มาอีกครั้ง ‘ใช่ส.ิ .. ก็พดุ ซ้อนไม่ใช่กระถินคนรักของพีท่ องนี่จะได้สง่ั เสียกันอย่างซาบซึง้ ถึงขั้นกอดกันกลมอย่างนั้น แต่กับพุดซ้อน... พุดซ้อนมันเป็นแค่...น้องสาว’ “พุดซ้อนมีของมาให้พี่ทอง” มือเรียวยืน่ บางสิง่ ทีต่ ง้ั ใจทำ�อย่างประณีต บางสิง่ ทีค่ นห่วงใยหวังว่าจะช่วย ปกป้องคุ้มครองให้อีกคนอยู่รอดปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ชายหนุ่มรับสิ่งนั้นไว้ พนมมือเหนือศีรษะก่อนจะสวมที่คอ เพียงความห่วงใยที่ พุดซ้อนมีให้ เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้วสำ�หรับคนที่อยู่ในฐานะ..พี่ชาย “ขอบใจพุดซ้อนนัก ไปคราวนี้ไม่รู้นานแค่ไหนกว่าจะได้กลับมา พุดซ้อน ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ” 116


“พี่ทองก็ดูแลตัวเองด้วยนะ พุดซ้อนจะ...จะรอ...” ปลายเสียงนั้นแผ่วเบา รู้สึกลังเลในความหมายของคำ� และเกรงมันจะไม่มีค่าอะไรสำ�หรับคนฟัง “เสร็จศึกแล้วพี่จะรีบกลับมา กลับมาหาน้องสาวของพี่” มือหนาเกาะกุม ที่หัวไหล่มนแผ่วเบามองสำ�รวจใบหน้างามที่มองเห็นเพียงลางๆ ในความมืด “พุดซ้อนต้อง...ไปแล้ว” ร่างบางเบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุมเบาๆ เพื่อ หลีกหนีความรูส้ กึ วูบไหวทีก่ �ำ ลังเกิดขึน้ เกิดขึน้ เพราะคิดไปเองแต่เพียงฝ่ายเดียว ภาพตำ�ตาแทงใจที่เห็นเมื่อบ่ายยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ� ‘ถึงเวลาที่คนเป็นแค่น้องสาวต้องไปเสียที’ ชายหนุม่ จำ�ต้องยอมให้หญิงสาวผละจากไป ทัง้ ๆ ทีใ่ นขณะนีห้ วั ใจของเขา เต็มไปด้วยเสียงร่ำ�ร้องโหยหาเธอ อยากจะสลัดความรู้สึกและข้อจำ�กัดทุกสิ่ง ทุกอย่างทิ้งแล้วทำ�ตามความต้องการที่แท้จริงของหัวใจ อยากจะกอดหญิงผู้เป็น ทีร่ กั เอาไว้ในอ้อมอกสักครัง้ เพราะไม่แน่วา่ มันอาจเป็นครัง้ สุดท้าย ทีจ่ ะสามารถ ทำ�ได้ แต่...เธอได้เดินห่างออกไปแล้ว น้�ำ ตาลูกผูช้ ายทีไ่ หลออกมาเองโดยไม่รตู้ วั บดบังความงามของราตรีไปสิน้ หั ว ใจที่ เ คยแข็ ง แกร่ ง อย่ า งชายชาติ นั ก รบบั ด นี้ ก ลั บ เต็ ม ไปด้ ว ยความว้ า วุ่ น กระวนกระวาย เขายืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นลำ�พังในความมืด เคยสัญญา กับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว แต่...ก็ทำ�ไม่ได้ “พี่ทอง…” เงยหน้าเปื้อนน้ำ�ตาขึ้นมองตามเสียงร้องเรียกสั่นเครือของอีกฝ่าย ร่าง บอบบางของหญิงสาวที่วิ่งมาในความมืดผวาเข้าสู่อ้อมอกกว้างใหญ่และโอบ กอดเอาไว้แน่นราวกับเกรงว่าจะไม่ได้พบกันอีกเลยชั่วชีวิต “พี่ทองต้องกลับมานะ พุดซ้อนจะรอพี่ทองกลับมา” จะไม่พูดหรืออธิบาย อะไรสำ�หรับการกระทำ�นี้ จะไม่สนใจว่าทุกคนในโลกจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร แต่ ขอสักครัง้ เถิด ขอให้พดุ ซ้อนได้กอดชายผูเ้ ป็นทีร่ กั สุดหัวใจคนนีเ้ อาไว้นานๆ หาก หลังจากวันพรุ่งนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะต้องห่างกันไกลแสนไกล หรือแม้จะ ต้องตายจากกัน จะได้ไม่ตอ้ งมานัง่ ร้องไห้คร่�ำ ครวญอย่างแสนเสียดายทีไ่ ม่ได้ท�ำ ตามเสียงเรียกร้องและความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจตัวเอง 117


หรีดหริ่งเรไรที่ดังระงมไปทั่วบริเวณช่วยกลบเสียงสะอื้นของหนุ่มสาวที่ กอดกันกลมในความมืด ถึงแม้เส้นกั้นบางๆ ที่ทำ�ให้มองไม่เห็นความรู้สึกลึกๆ ในใจของกันและกันจะยังอยู่ แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นความรู้สึกที่คุกรุ่นในใจของ แต่ละคนไม่ให้ทำ�งานด้วยตัวของมันเองได้ สายลมพัดพากลิ่นไอที่เต็มไปด้วย ความรักและห่วงใยกันและกันม้วนตัวอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หมู่ดาวระยิบกระซิบ กระซาบแผ่วเบาด้วยรู้สึกอิจฉาระคนสังเวชใจ มนุษย์ตัวน้อยช่างโง่เขลานัก แค่ความรู้สึกของคนที่เรียกว่ารักก็ไม่อาจจะ เข้าใจได้ แล้วอย่างนี้จะต้องรออีกนานเพียงไรกว่ารักจะสมหวัง....

118


ตอนที่ 11

ผู้เสียสละ “บุกเข้าไป!” “ฆ่ามัน! เฮ...” เสียงโห่ร้องคำ�รามอย่างบ้าคลั่งจากรี้พลทั้งสองฝ่ายดังอื้ออึงไปทั่วท้องทุ่ง หนองสาหร่าย เสียงปืนใหญ่ที่ต่างฝ่ายระดมยิงพร้อมเสียงระเบิดและเสียงร้อง โหยหวนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายดังขึ้นเป็นระยะ ลูกธนูจำ�นวนมหาศาลแหวก อากาศสวนทางกันหวังตัดกำ�ลังคูต่ อ่ สูใ้ นระยะไกลให้ได้มากทีส่ ดุ หน่วยทะลวงฟัน วิ่งฝ่าพายุอันแหลมคมนั้นพุ่งไปข้างหน้าอย่างห้าวหาญ คนแล้วคนเล่าที่ต้องจบ ชีวิตเพื่อเป็นเกราะให้กับอีกหลายๆ ชีวิตได้มีโอกาสพิชิตเป้าหมาย กุดหัวศัตรู ให้หลั่งเลือดสังเวยแผ่นดินอโยธยา “เข้ามาเลย ชาวอโยธยาไม่เคยเกรงกลัวพวกพม่ารามัญอย่างพวกเอ็งดอก” ทอง และจัน สองนักรบผูก้ ล้าจากหมูบ่ า้ นหนองไผ่ลอ้ มกระโจนเข้าหาศัตรู ผูร้ กุ รานอย่างไม่หวัน่ เกรงภยันตรายแม้แต่นอ้ ย ดาบสองมือสอดประสานเกรีย้ ว กราดแกว่งไกวอีกครัง้ ทุกฝีดาบฟาดฟันอย่างมีเป้าหมาย กำ�ลังพลทีถ่ าโถมเข้ามา ประดุจคลื่นยักษ์มีอันต้องล้มตายศีรษะกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง สายเลือดแดงฉานพวยพุ่งจากบาดแผลประหนึ่งหยาดฝนที่โปรยปรายให้กำ�ลัง ใจของไพร่พลชุ่มชื่นฮึกเหิมเป็นเท่าทวี “ถวายอารักขาพ่ออยู่หัว!” ทหารจตุรงคบาทผู้มีเพลงยุทธล้ำ�เลิศต่างทำ�หน้าที่ของตนอย่างสุดกำ�ลัง 119


เช่นกัน เหล่าศัตรูทก่ี รูกนั เข้ามาหวังปลงพระชนม์พอ่ อยูห่ วั ต้องดับดิน้ ด้วยคมดาบ ที่ไม่เคยคิดจะปรานีพวกมัน คชาธารหนุ่มคู่พระบารมีก็เก่งกล้าไม่แพ้กัน ข้าศึกคนแล้วคนเล่าที่ต้อง กระเด็นกระดอนเพราะแรงเตะ บ้างก็กระทืบด้วยเท้าให้ดบั ดิน้ สิน้ ใจ บ้างก็ใช้งวง จับหักกระดูกจนแทบจะแหลกเหลวไปทั้งตัว อา...ใครหน้าไหนยังอยากจะลองดี เข้ามาเลย และฉับพลันนั้น... เจ้าพระยาไชยานุภาพหึกเหิมสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงกลองที่รัวสนั่น วิ่งพา พ่ออยู่หัวเสด็จล่วงหน้าฝ่ากองทัพของอริราชศัตรูโดยไม่รั้งรอรี้พล “ตามถวายอารักขาพ่ออยู่หัว!” ปราณ ผู้อยู่ในฐานะเฝ้าสังเกตการณ์พลอยอกสั่นขวัญระทึก เสียงลือ เสียงเล่าอ้างอันใดที่เคยได้รู้มาเกี่ยวกับการศึก เทียบไม่ได้เลยกับภาพที่เกิดขึ้น เบือ้ งหน้าซึง่ ชัดเจนประหนึง่ อยูใ่ นเหตุการณ์จริง ชายหนุม่ เฝ้ามองบรรพบุรษุ ไทย คนแล้วคนเล่าที่ต้องจบชีวิตลง ตลอดทางกลาดเกลื่อนด้วยคนเจ็บและคนตาย กว่าจะรวมผืนแผ่นดินเอาไว้ให้ลูกหลานได้อาศัยต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้กล้า มากมายถึงเพียงนี้ หมู่บ้านหนองไผ่ล้อมยามนี้เงียบเหงานัก มีเพียงเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ต่างนับวันนับคืนเฝ้ารอวันที่เหล่าผู้กล้าของหมู่บ้านจะหวนกลับมา กลับมาทำ� หน้าที่สามี พ่อ ลูกชาย พี่ชาย น้องชาย และคนรัก กลับมาทำ�ให้บรรยากาศของ หมู่บ้านแห่งนี้ดูคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้จะถูกจำ�กัดด้วยเหตุบ้านเมืองอยู่ใน ภาวะสงคราม แต่ต่อให้ต้องตกระกำ�ลำ�บากอย่างไร เพียงได้อยู่กันพร้อมหน้า เท่านัน้ ก็สามารถเติมเต็มบางสิง่ บางอย่างทีข่ าดหายให้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ พุดซ้อนนั่งอยู่เดียวดายกลางสายลมบนแคร่เตี้ยหลังบ้าน ทอดสายตาไป ยังทุ่งหญ้าเขียวขจีไล่เรื่อยไปถึงเนินเขาอย่างเลื่อนลอย “เจ้าประคุณ...ขอให้พี่ทอง พี่จัน และทุกคนปลอดภัยกลับมาด้วยเถิด” คนเราถ้าไร้ซง่ึ ความหวังและกำ�ลังใจ ก็คงไร้เรีย่ วแรงไร้เหตุผลทีจ่ ะมีชวี ติ อยู่ 120


และก่อนทีจ่ ะให้ก�ำ ลังใจผูอ้ นื่ เราจะต้องรูจ้ กั ให้ก�ำ ลังใจตัวเอง อย่าปล่อยให้ความ ห่อเหีย่ วแห้งแล้งได้มโี อกาสเกาะกินหัวใจ หรือถ้าเลีย่ งไม่ได้จริงๆ ก็...อย่าให้มนั อยู่นาน ‘พี่ทองและพี่จันต่างก็ฝีมือเก่งกล้า จะต้องไม่มีใครเป็นอะไร’ มือเรียวลูบ หัวนุ่มๆ ของเจ้าตุ๊กตาตัวน้อย เพื่อนที่ไว้ใจได้มากที่สุดในเวลานี้ และเป็นสิ่งที่ ทำ�ให้พุดซ้อนสามารถสัมผัสได้ถึงความรักความผูกพันจากพี่ชายทั้งสองได้อย่าง ใกล้ชิดที่สุด ดวงหน้างามก้มลงมองเจ้าตุ๊กตานิ่ง ‘พี่ทองกับพี่จันจะต้องปลอดภัยใช่ไหม...’ “บุกเข้าไป ตามเสด็จถวายอารักขา!” ทั้งหน่วยทะลวงฟัน เหล่าทหารจตุรงคบาท และรี้พลจากฝั่งอโยธยาต่าง ต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิตเพื่อฝ่าคลื่นทหารข้าศึกหวังตามเสด็จพ่ออยู่หัวให้ทัน “ไอ้ทอง ไปเร็ว!” สองนักรบแห่งหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมฝ่าดงข้าศึกผ่านมา ได้ก่อน ทหารจตุรงคบาทยังติดอยู่ในวงล้อม แต่ด้วยฝีมือที่เหนือชั้นกว่าทหาร เลวหลายสิบเท่าน่าจะใช้เวลาอีกเพียงอึดใจ พญาราชสีหส์ องตัวกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดุจพายุ ครัง้ แล้วครัง้ เล่า ที่คมดาบเฉือนผ่านร่างข้าศึกที่กรูกันเข้ามาอย่างแทบไม่ต้องชะลอฝีเท้า ทหาร ชั้นนายกองสองนายบนหลังม้าพร้อมอาวุธครบมือพุ่งเข้ามาหวังกำ�จัดสองหนุ่ม ให้สิ้นซาก ทว่าคนที่ชะตาขาดเห็นทีต้องเป็นพวกมันเสียแล้ว สองหนุ่มรวบด้าม ดาบไว้ในมือเดียว ก่อนจะคว้าเสาธงในมือทหารเลวที่นอนสิ้นใจอยู่ใกล้ๆ “มันจะทำ�อะไรของมัน คิดจะเอาชีวติ ข้าด้วยเสาธงรึไง ดูถกู ฝีมอื ข้าเกินไป แล้ว” หนึ่งในสองนั้นคำ�รามอย่างลุแก่โทสะ เงื้อดาบคมกริบหวังจะฟันให้ขาด สองท่อน อีกคนมาพร้อมง้าวที่เงื้อมาแต่ไกลเช่นกัน แต่... ยังไม่ทนั ได้มองด้วยซ้�ำ ว่าเสาธงยาวนัน้ พุง่ มาตัง้ แต่เมือ่ ไหร่ สองนายกอง ต้องตาเหลือกถลนหน้าตาบิดเบีย้ วด้วยความเจ็บปวด เพราะบัดนีเ้ สาธงได้ปกั ทะลุ กลางอกไปเรียบร้อยแล้ว คำ�ถามสุดท้ายก่อนทีพ่ ญามัจจุราชทัง้ สองจะทะยานขึน้ มาถึงตัวผุดขึ้นในหัวของพวกมัน 121


‘เจ้าพวกนี้มัน...เป็นใคร?’ “บอกกับพญายมว่า ข้าชื่อ...จัน!” ฉัวะ! ฉัวะ! “ทำ�อะไรอยู่รึพุดซ้อน?” กระถินนั่นเอง หลายวันมานี้พุดซ้อนแทบจะไม่ได้ออกไปพบปะผู้คนใน หมู่บ้าน ไม่อยากจะพบใคร ไม่อยากพูดคุยกับใคร โดยเฉพาะ... “เปล่า...กระถินมีธรุ ะอะไรกับพุดซ้อนรึ” เอือ้ นเอ่ยแผ่วเบา ไม่ได้หนั ไปมอง เจ้าของเสียงทักทายเสียด้วยซ้ำ� “ทำ�ไมล่ะพุดซ้อน เราเป็นเพือ่ นกันไม่ใช่หรือแล้วทำ�ไมกระถินมาหาพุดซ้อน จะต้องมีธุระด้วยเล่า” คนที่เคยได้ชื่อว่า ‘เพื่อน’ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก้มลงมอง เสี้ยวหน้าของเพื่อนสาวด้วยความห่วงใย หลายวันมานี้พุดซ้อนเหมือนมีบางสิ่ง เก็บไว้ในใจ เจ้าของเสี้ยวหน้างามหันมองหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนไปทางอื่น ไม่อยากให้อีกฝ่ายจับได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับความรู้สึก กับความสัมพันธ์ที่ เคยดีมาแต่ก่อนเก่า ‘เพื่อน?’ ใช่...เพื่อน พุดซ้อนชักจะไม่แน่ใจในความหมาย ของคำ�คำ�นี้เสียแล้ว ท่าทีเฉยชาของเพื่อน ทำ�ให้ผู้มาเยือนพอจะนึกออกว่า อะไรคือสาเหตุ ที่แท้จริง “กระถินขอโทษเรื่องพี่ทอง แต่...” “พุดซ้อนไม่อยากฟัง” ร่างบางรีบลุกขึ้น และหัวใจมันสั่งให้สองเท้าต้องรีบเดินหนีเร็วที่สุด ไม่ อยากได้ยิน ไม่อยากรับฟังอะไรทั้งนั้น เพียงแค่นี้หัวใจอ่อนๆ ของพุดซ้อนยัง บอบช้ำ�ไม่พอหรือไง หรือต้องให้ตายลงไปตรงนี้ ‘เพื่อน’ ถึงจะพอใจ น้ำ�ตาเจ้า กรรมปริ่มๆ และร่วงเผาะอีกครั้ง “พี่ทองกับกระถินเราเป็นแค่พี่น้องกันนะพุดซ้อน...” 122


“ไอ้ทอง เอ็งอยู่ไหน” “ข้าอยู่นี่ ไอ้จันไปเร็ว!” ทั้งควันไฟฝุ่นผงควันระเบิดและดินปืนฟุ้งตลบ ไปทั่วบริเวณจนแทบจะมองไม่เห็น ทองและจันตามเสด็จพ่ออยู่หัวเกือบจะทัน อยู่แล้ว ทว่ากลับมองไม่เห็นสิ่งใด คงได้ยินแต่พระสุรเสียงที่ประกาศก้องกับ เทพยาดาฟ้าดินอยู่ใกล้ๆ “ให้เราบังเกิดมาในประยูรมหาเศวตฉัตร จะให้บ�ำ รุงพระบวรพุทธศาสนา ไฉนจึงมิช่วยให้สว่าง แลเห็นข้าศึกเล่า” ฉับพลันนั้นสายลมได้กรรโชกมาวูบใหญ่ พากลุ่มควันและฝุ่นผงให้จาง หายไป ทัพข้าศึกค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ‘เราอยู่ในวงล้อมข้าศึก’ หน่วยทะลวงฟันและเหล่าทหารจตุรงคบาทกำ�ลังฝ่าวงล้อมเข้ามาไกลๆ “ไอ้จัน ระวัง!” ไวกว่าเสียง คมดาบในมือของทองก็ตวัดฉับที่ลำ�คอของข้าศึกที่ตรงเข้า หวังปลิดชีพจันจากทางด้านหลัง ศีรษะของมันมีอันต้องขาดกระเด็น “ขอบใจเอ็งนักเพื่อน” และจากนั้นทหารพม่านับสิบนับร้อยก็กรูกันเข้าลิ้มรสคมดาบของสอง สหายจากหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมจนอิ่มเอมไปตามๆ กัน แต่...รสชาติเป็นอย่างไร คงต้องเก็บไว้บอกกับยมบาล เมื่อทั้งสองได้หันหลังชนกันสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครหน้าไหนหรือศาตราวุธใดกล้ำ�กรายเข้ามาในรัศมีอันตราย ได้ “มันมากันอีกแล้ว ฆ่ามัน!” ฝนเลือดของศัตรูโปรยปรายอีกครั้ง คนแล้ว คนเล่า ศพแล้วศพเล่า ชีวิตของทหารพม่าต้องปลิดปลิวเป็นใบไม้ร่วงล้มตาย กันเกลื่อนกลาด เพลงดาบที่ฝึกปรือไม่ได้เพื่อเข่นฆ่าใครอย่างไร้เหตุผล ทุกคน รักชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น และทุกชีวิตยังมีอีกหลายชีวิตที่รอคอยอยู่เบื้องหลัง พ่อแม่ ลูกเมีย คนรัก เขาเหล่านั้นจะยังมีโอกาสอยู่เป็นคนสำ�คัญ มีโอกาสอยู่เพื่อ สร้างสรรค์สงิ่ สวยงามให้เกิดขึน้ กับชีวติ และครอบครัว ถ้าหากว่า... ไม่ตอ้ งพบกัน ในฐานะศัตรูผู้รุกรานเช่นวันนี้ 123


“พระเจ้าพี่เรา จะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำ�ยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด กาลภายหน้าไปไม่มกี ษัตริยท์ จ่ี ะได้ท�ำ ยุทธหัตถี อีกแล้ว” “ถวายอารักขาพ่ออยู่หัว!” ขณะทีก่ ารท้าทายเพือ่ ทำ�ยุทธหัตถีก�ำ ลังเริม่ ขึน้ เบือ้ งล่างสองนักรบก็ก�ำ ลัง ห้ำ�หั่นกับทหารเลวอย่างไม่หวั่นเกรง คมดาบที่ฟาดฟันอย่างไม่ปรานี ไพร่พล หรือบรรดาแม่ทัพนายกองที่หวังใช้จังหวะนี้ลอบปลงพระชนม์จากด้านล่างมีอัน ต้องล่าถอย แปร๋น... เบื้องหน้าทหารยังคงถาโถมไม่ขาดสาย เบื้องหลังการยุทธหัตถียังคง ดำ�เนินต่อไป แม้พ่ออยู่หัวยังต้องลงแรงกรำ�ศึกด้วยพระองค์เองอย่างกล้าหาญ ไม่นึกถึงพระชนม์ชีพ แล้วชาวบ้านธรรมดาอย่างเรายังจะต้องเกรงกลัวสิ่งใด พญาราชสีหส์ องตัวกระโจนตะปบเหยือ่ อีกครัง้ และครัง้ นีแ้ ยกกันคนละทาง เสียงดาบกระทบดาบ ดาบกระทบเนื้อ เสียงคำ�รามกึกก้องสลับเสียงร้องอย่าง เจ็บปวดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายดังระงม จันกวาดสายตาคมกริบยังทหารเลวที่ชักจะกล้าๆ กลัว จังหวะนั้นสายตา ก็เหลือบไปเห็นทหารระดับนายกองคนหนึ่งกำ�ลังเล็งปืนยาวขึ้นไปบนหลังช้าง จากระยะที่ประชิดขนาดนี้ หากมันได้ลั่นไกเมื่อใดเห็นทีพ่ออยู่หัวคงต้องลำ�บาก เป็นแน่ ไวเท่าความคิดดาบยาวในมือก็พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะสิ้นใจ ปืนในมือร่วงลงพื้น “อย่ า หวั ง ว่ า มื อ สกปรกของทหารชั้ น ต่ำ � อย่ า งแกจะมี โ อกาสแตะต้ อ ง พ่ออยู่หัวของข้า!” ทหารอีกคนเห็นดังนั้นจึงคว้าปืนขึ้นประทับและเล็งขึ้นไปบนหลังช้างอีก ครั้ง ดาบในมือที่เหลือถูกเขวี้ยงออกไปอย่างแรงหมุนคว้างเป็นวงกลม ศีรษะ มีอันต้องขาดกระเด็นตามนายของมันไปติดๆ จังหวะเดียวกันนายกองอีกคนบน 124


หลังม้ากำ�ลังเล็งธนูไปยังทอง ทีก่ �ำ ลังห้�ำ หัน่ กับนายกองอีกคนซึง่ มีทา่ ทีจะเพลีย่ ง พล้�ำ ต่อคมดาบอันเกรีย้ วกราดของทองในอีกไม่กอี่ ดึ ใจ คันธนูขนาดยักษ์พอๆ กับ ร่างกายยักษ์ใหญ่ของมัน หากใครโดนเข้าไปละก็... ‘แย่แล้ว ไอ้ทอง!’ เหลือเพียงมือเปล่า และคงช้าเกินไปทีจ่ ะก้มลงหยิบดาบ ร่างกำ�ยำ�ของจัน พุง่ ไปยังทองปานพายุ ไม่มอี าวุธมีเพียงร่างกายและหัวใจเด็ดเดีย่ วอย่างลูกผูช้ าย เท่านั้นที่จะเป็นเกราะกำ�บังให้กับเพื่อนที่รักที่สุดคนนี้ ‘เอ็งต้องไม่เป็นอะไร’ เอี้ยวตัวหลบคมดาบที่แหวกอากาศเป้าหมายที่ลำ� คอ สร้อยผ้าฝีมือพุดซ้อนมีอันต้องหลุดลอย ฉึก! “ไอ้จัน!” ทองหันกลับมาพบว่าเพื่อนรักต้องธนูจากกลางแผ่นหลังทะลุหน้าอก ดาบสองมือแกว่งไกวขับไล่ทหารเลวที่กำ�ลังกรูกันเข้ามาหวังแทงซ้ำ� และดาบ ในมือพุ่งไปยังมือธนูร่างยักษ์ที่นั่งอยู่บนหลังม้า มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะทันได้ ยิม้ ชืน่ ชมผลงานของมัน เป็นจังหวะทีห่ น่วยทะลวงฟันและรีพ้ ลฝัง่ อโยธยาฝ่าวงล้อม เข้ามาถึง “ไอ้จัน! ทำ�ไมเอ็งทำ�อะไรโง่ๆ อย่างนี้” ทองตรงเข้าประคองเพื่อนรักที่ ทรุดตัวลงบนพืน้ ยอดนักรบหนุม่ อารมณ์ดขี บกรามแน่นด้วยความเจ็บปวด เลือด สดๆ ทะลักทั้งปากและจมูก แต่... ลูกผู้ชายอย่างจันเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องออกมา สักแอะเดียว เขาเอื้อมมือเปื้อนเลือดที่สั่นระริกหยิบสร้อยผ้าฝีมือพุดซ้อนหญิงผู้ เป็นทีร่ กั ซึง่ ร่วงอยูใ่ กล้ๆ ก่อนจะผูกเชือกทีข่ าดและคล้องเอาไว้ทค่ี อดังเดิม ‘พุดซ้อน จะอยู่ใกล้ๆ หัวใจของพี่จันเสมอ’ หยิบสร้อยทองเหลืองเส้นเล็กออกมาจากชายพก “เสียดายนัก ทีข่ า้ คงไม่ได้กลับไปพบหน้าแม่พดุ ซ้อนอย่างทีข่ า้ เคยสัญญา” “ทำ�ใจดีๆ ไว้เพื่อน ทัพอโยธยามาถึงแล้ว เอ็งต้องไม่เป็นอะไร” น้ำ�ตา ลูกผูช้ ายกำ�ลังจะล้นเอ่อ อย่างสุดจะกลัน้ เอาไว้ได้เมือ่ เห็นเพือ่ นรักต้องอยูใ่ นสภาพ เช่นนี้ 125


“เอ็งจงใช้สร้อยนี้ ขอ...แม่พดุ ซ้อน...แต่งงาน...” เอือ้ มมือสัน่ ระริกส่งสร้อย ให้เพื่อนรัก “ข้าไม่รับฝาก เอ็งต้องเอาไปให้พุดซ้อนเองกับมือ เอ็งต้องไม่เป็นอะไร ไอ้จัน” “เอ็งมัน...โง่...แม่พุดซ้อนเขา...รัก...เอ็ง...ไม่ใช่ข้า...” ทองจำ�ต้องรับสร้อยเปื้อนเลือดจากมือของเพื่อนรักเอาไว้อย่างงุนงงใน ความหมาย “ข้าจะไปกุดหัวพวกมัน!” มือหนาคว้าดาบที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้น ‘ให้ดาบของมัน ได้ดื่มเลือดของ พวกมันเอง’ ใบหน้าเข้มและสายตาคมกริบฉายแววอีกครั้ง เขายันร่างกำ�ยำ�ให้ ลุกขึน้ ด้วยปลายดาบสองมือ ทองช่วยพยุงเพือ่ นรักให้ยนื ตรงเต็มความสูง ลูกผูช้ าย ย่อมเข้าใจจิตใจของลูกผูช้ ายด้วยกัน เขารูว้ า่ หากยังมีลมหายใจอยูค่ นอย่างจันจะ ไม่มีวันยอมให้ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้มาหยุดเขาได้ “ข้ารักเอ็งนะ ไอ้ทอง...ฝากแม่พุดซ้อนของข้าด้วย” “ไอ้จัน...” “แม้จะวายชีวาอาสัญ ข้าจะกุดหัวมันหลั่งเลือดล้างแผ่นดินอโยธยา” เฮือกสุดท้ายนั้นร่างกำ�ยำ�ของลูกผู้ชายชาวอโยธยาชื่อจัน ก็พุ่งทะยาน ลอยเหนือหลังม้าของนายกองพม่าที่กำ�ลังสู้กับหน่วยทะลวงฟันของทัพอโยธยา มันเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกตะลึงแต่ช้าเกินไปที่จะตัดสินใจทำ�อะไรได้ทัน “บอกพวกมึงในนรกว่า...กู...ชื่อ...จัน!” ฉัวะ!! เป็นจังหวะเดียวกับที่ศึกยุทธหัตถีด้านบนยุติลง “พ่ออยู่หัวชนะแล้ว... พระมหาอุปราชาสวรรคตแล้ว...” พายุที่โหมกระหน่ำ�ประหนึ่งจะยกเรือนทั้งหลังหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านพัดพา หายไปได้สงบลงแล้ว ท้องฟ้าที่ปั่นป่วนและมืดมิดค่อยๆ คลายลง ฟ้าเริ่มเปิด อีกครั้ง คงเหลือเพียงสายฝนจางๆ โปรยปรายชโลมโลกให้ชุ่มฉ่ำ� พายุในหัวใจ 126


ของพุดซ้อนเองก็เช่นกัน หลังจากที่ต้องเผชิญกับความสับสนวุ่นวายเหว่ว้าและ อ้างว้างจากความไม่เข้าใจกัน บัดนี้โลกทั้งโลกของพุดซ้อนหอมฟุ้งไปด้วยไอรัก ที่อบอวล ดอกไม้งามบานสะพรั่งเต็มหัวใจ เฝ้ารอแต่เพียงว่าเมื่อไหร่ชายผู้เป็น เจ้าของหัวใจดวงนี้จะกลับมา กลับมาพร้อมอ้อมแขนอุ่นที่จะโอบประคองรักของ สองเราไม่ให้ต้องทนหนาวเหน็บอีกต่อไป กลับมาบอกความรู้สึกแท้จริงจาก ส่วนลึกของหัวใจให้ได้ยินจากปากของเขาเองอีกครั้ง กลับมาฟังคำ�บางคำ�ที่ใน หนึง่ ช่วงชีวติ ของลูกผูห้ ญิงคนนีจ้ ะไม่ได้บอกกับใครบ่อยนัก ไม่ส.ิ .. พุดซ้อนจะบอกกับพี่ทองเป็นคนแรกและคนเดียวเท่านั้น และคงถึงเวลาที่พุดซ้อนจะต้องกล้าตัดสินใจบอกบางสิ่งกับพี่ชายอีกคน ให้ได้รู้ บางสิ่งที่อาจทำ�ให้พี่ชายต้องเจ็บปวด แต่พุดซ้อนก็อยากจะซื่อสัตย์กับ ความรูส้ กึ ของตัวเอง และพุดซ้อนสัญญาว่าจะชดเชยความรูส้ กึ ดีๆ ชดเชยความรัก และเอ็นดูทพี่ ชี่ ายมีให้อย่างมากมายเสมอมาโดยทางอืน่ พุดซ้อนจะเป็นน้องสาว ที่ดี คอยดูแลเอาใจใส่พี่จันประหนึ่งพี่ชายแท้ๆ ของพุดซ้อนตลอดไป ‘คงไม่มากเกินไปถ้าพุดซ้อนจะแอบหวังว่า พี่จัน..จะเข้าใจ เห็นใจ และ ยอมให้พุดซ้อนอยู่ในชีวิตของพี่จันในฐานะน้องสาว’ “ยิ้มอะไรเจ้าตุ๊กตาขี้เหร่” “แน่ะ...โดนว่าแล้วยังจะยิม้ หน้าไม่อายจริงๆ นีแ่ อบเป็นสายสืบให้เจ้านาย ใช่ไหม ร้ายนักนะ” เมื่อเวลาที่หัวใจเป็นสุข ทุกอย่างในโลกย่อมสวยงามเสมอ แม้ตุ๊กตาผ้า ยังนอนยิ้มแป้นอยู่บนตักให้เจ้าของได้หยอกเอิน “มากันแล้ว!” ‘มาแล้ว?’ พุดซ้อนชะเง้อตามเสียงเอะอะทีด่ งั แว่วมาจากเรือนอืน่ ฝนหยุด แล้วเหลือเพียงละอองเล็กๆ และร่องรอยความฉ่�ำ ชืน้ บนผืนดิน ช้าเกินไปทีจ่ ะรอ ให้คนที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ต้องเป็นฝ่ายมาหาตนถึงเรือน ร่างบางก้าวลง บันใดอย่างระมัดระวัง ทว่าสายตากลับมองหาผู้ที่ทำ�ให้ต้องตั้งตารอคอยอยู่นับ เมื่อเชื่อวัน เสียงชาวบ้านคนอื่นๆ แสดงความยินดีที่สมาชิกในครอบครัวกลับมา 127


อย่างปลอดภัย สลับเสียงร่�ำ ไห้เมือ่ ทราบข่าวการสูญเสียของสมาชิกบางคนทำ�ให้ รูส้ กึ ใจคอไม่คอ่ ยดีนกั รอยยิม้ แห่งความยินดีเมือ่ ครูเ่ ปลีย่ นเป็นความกังวลขึน้ มา ฉับพลัน ‘พีท่ อง...พีจ่ นั ...ทำ�ไมไม่เห็นมา’ หัวใจทีเ่ ต็มไปด้วยความกังวลต้องสัน่ ไหว มากขึ้นเมื่อมองหาพี่ชายทั้งสองแล้วต้องพบเจอแต่ความว่างเปล่า น้ำ�ใสๆ ปริ่ม จะล้นที่ตางาม และก่อนที่หญิงสาวจะคิดไปไกลมากกว่านั้น ร่างกำ�ยำ�ของชายที่ คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านน้ำ�ตา “พุดซ้อน พี่มาแล้ว” “พี่ทอง...พุดซ้อนไม่เห็นพี่ นึกว่าจะไม่ได้เจออีกแล้ว” ร่างเล็กๆ ของคน ที่เต็มไปด้วยความห่วงใยโผเข้าสู่อ้อมอกอุ่นที่รอคอยมาเนิ่นนาน ทำ�นบน้ำ�ตา พังทลายร้องไห้สะอึกสะอื้น แขนเรียวโอบรอบเอวหนาเอาไว้แนบแน่นอย่างกับ เกรงว่าจะต้องพลัดพรากกันไปไกลแสนไกลอีกครัง้ แขนกำ�ยำ�โอบกอดหญิงผู้เป็นยอดดวงใจเอาไว้ มือหนาลูบเรือนผมสลวย แผ่วเบาอย่างทะนุถนอม เนิ่นนาน เป็นการกอดที่สุขใจที่สุดในชีวิต แต่แล้ว ความรู้สึกบางอย่างก็เข้ามาแทนที่เมื่อถึงเวลาจะต้องบอกข่าวของเพื่อนรักให้กับ คนสำ�คัญได้รู้ “พี่ทอง...” หญิงสาวรู้สึกแปลกใจ เมื่อรู้สึกว่าอกอุ่นที่อิงแอบกำ�ลังสั่นสะท้าน นั่น เพราะ...พีท่ องกำ�ลังร้องไห้ คลายอ้อมแขนออกจากเอวหนาเงยหน้าขึน้ มองอีกฝ่าย ที่กำ�ลังร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน “แล้วพี่จันล่ะพี่ทอง?” หัวใจอ่อนๆ กระตุกวูบเมื่อนึกถึงพี่ชายที่แสนดีอีกคน ไม่มีเสียงตอบรับ ใดๆ มีเพียงหยาดน้�ำ ตาและเสียงสะอืน้ เท่านัน้ แต่กช็ ว่ ยให้พดุ ซ้อนเข้าใจได้ไม่ยาก มือหนาจับมือของหญิงสาวให้หงายขึ้นและส่งสร้อยเส้นเล็กให้กำ�ไว้ใน มือ อ้าปากจะพูดแต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน “พี่จัน...พี่จันของพุดซ้อน...” “พี่จัน...! ไม่จริงใช่ไหมพี่ทอง มันไม่จริงใช่ไหม พี่จันไม่ได้เป็นอะไรไป 128


ใช่ไหม” กำ�สร้อยเส้นนั้นเอาไว้แนบอก สร้อยของพี่จันที่รักพุดซ้อนที่สุด พี่ชาย ผูแ้ สนดีทด่ี แู ลเอาใจใส่พดุ ซ้อนตลอดหลายปีทผ่ี า่ นมา เอามีดมาแทงแล้วควักหัวใจ ของพุดซ้อนไปเลยยังดีกว่าที่ต้องมาทนรับฟังข่าวร้ายแบบนี้ “พี่จันสละชีวิตเพื่อปกป้องพี่ พี่ขอโทษนะพุดซ้อน พี่ขอโทษ...” โอบแขนกำ�ยำ�กอดหญิงสาวที่กำ�ลังหัวใจแตกสลาย โอบกอดความรักของ จันที่มีโอกาสกลับมาเพียงสร้อยเส้นเล็กๆ เอาไว้อีกชั้นหนึ่ง ‘ลาก่อน...จันเพือ่ นรัก ข้าสัญญาว่าจะดูแลพุดซ้อนด้วยชีวติ ความเป็นพีน่ อ้ ง จะยั่งยืนเช่นเดียวกับความเป็นเพื่อนแท้ระหว่างเรา’ ปราณ กลับสู่ปัจจุบันพร้อมหยาดน้ำ�ตาที่ไหลริน ความชัดเจนของภาพ เหตุการณ์ ความรู้สึกที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ ซึ่งสื่อสัมผัสกันได้ราวคนคนเดียวกัน ยังความเศร้าโศกจนยากเกินสะกดกลั้น “นึกออกหรือยังโยมปราณ ว่า โยมจัน คือใครในชาตินี้” น้ำ�เสียงเปี่ยม เมตตาของหลวงพ่อกังวานภายใต้รัศมีสีทองอร่ามที่วูบไหว “ใครหรือครับหลวงพ่อ...หรือว่า” แม้ไม่ต้องเอ่ยปากบอกอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดาออกว่าเพื่อนผู้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อเพื่อนคนนั้น ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลย ‘ไอ้ปอนด์...ฉันเป็นหนี้ชีวิตแก’ “สายใยความเป็นเพื่อนของโยมทั้งสองมันผูกพันข้ามภพข้ามชาติ รักเขา ให้มาก ตอบแทนสิ่งที่เขาเคยทำ�เพื่อโยม” “หลังจากเสร็จศึกคราวนัน้ โยมก็ได้บวชเป็นพระเพือ่ อุทศิ ส่วนกุศลให้กบั เพื่อนรัก และได้ออกธุดงค์แสวงหาความสงบ โดยที่พุดซ้อนเองก็ไม่ได้มีโอกาส บอกความในใจให้ได้รับรู้ ได้แต่เก็บงำ�เอาไว้ในใจลำ�พังเรื่อยมา เฝ้าหวังว่าเมื่อ ถึงเวลาที่เหมาะสม จะได้เปิดเผยความในและได้ครองคู่อย่างคนรักกันคู่อื่นๆ เสียที แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่เข้าข้างพุดซ้อนเอาเสียเลย” หลวงพ่อถอน หายใจยาว “ทำ�ไมหรือครับหลวงพ่อ” 129


“วันที่พุดซ้อนได้มีโอกาสบอกความในใจ คือวันที่โยม หรือพระทอง กำ�ลังจะสิน้ ใจเพราะพิษไข้ปา่ เป็นการพบกันครัง้ สุดท้ายในชาตินนั้ โดยทีพ่ ดุ ซ้อน ไม่มีโอกาสแม้แต่จะสัมผัสปลายนิ้วของพระเสียด้วยซ้ำ�” ชายหนุม่ นิง่ ฟัง ตีบตันจุกแน่นในลำ�คอจนต้องหายใจเป็นห้วงๆ นึกเวทนา ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ถึงสองครั้งสองคราในเวลา ไล่เลี่ยกัน แล้วหลังจากนั้นชีวิตของพุดซ้อนจะเป็นเช่นไรหนอ “พุดซ้อนตรอมใจ...” คำ�ว่า ‘ตรอมใจ’ ทำ�ให้น้ำ�ตาที่เก็บกลั้นต้องพังครืน ไม่อยากนึกเลยว่าคน ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะหัวใจแหลกสลายนั้น ความรู้สึกจะเลวร้ายเพียงไหน “ในวาระสุดท้ายนัน้ นางตัง้ จิตอธิษฐาน ขอผลบุญทีไ่ ด้เคยทำ�มาในทุกภพ ทุกชาติชว่ ยให้ทกุ คนสมหวังในความรัก นางไม่ปรารถนาจะเห็นใครต้องทุกตรม เพราะรักเหมือนเช่นนาง เวลาผ่านไป หนุม่ สาวทีอ่ ยากสมหวังในรักก็จะมากราบ ไหว้บนบาน ซึ่งน่าแปลกใจที่แทบทุกคนก็จะสมหวังดังใจปรารถนา นานวันเข้า ก็มผี ศู้ รัทธาปลูก ‘ศาลารักพุดซ้อน’ ไว้เป็นทีเ่ คารพสักการะ และศาลานัน้ ก็ยงั อยู่ ตราบจนทุกวันนี้” “โธ่...พุดซ้อน” “โยมปราณเองก็เคยไปมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน” ชายหนุ่มนิ่งนึก แค่เพียงคิดว่าจะต้องเป็นศาลของสตรีผู้เฝ้ารอความรัก ผูน้ นั้ ก็รสู้ กึ สงสารขึน้ มาจับใจจนต้องปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาดังๆ อย่างสุดกลัน้ หากดวงจิตของพุดซ้อนยังเฝ้ารออยู่ที่นั่น เธอคงร้าวรานหัวใจอย่างที่สุดเมื่อ หลวงพีท่ องของเธอผูก้ ลับชาติมาเกิดใหม่ แค่เพียงผ่านมาแล้วก็จากไปไม่ใยดี พอจำ�ได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนนั้นมีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งนั่นคงเป็นเพราะจิตผูกพัน หรือดวงจิตของพุดซ้อนพยายามสื่อสาร แต่ก็ไม่ได้ สนใจจะกลับไปเพื่อหาความกระจ่าง รวบรวมสมาธิอกี ครัง้ อยากรูว้ า่ ป่านนีศ้ าลารักพุดซ้อนจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็มีเพียงบรรยากาศรกร้างขมุกขมัว “จิตใจของโยมเศร้าหมองเกินไปในตอนนี้ อาตมาจะพาไปก็แล้วกัน” 130


เพียงชั่วอึดใจ ปราณก็มาถึง ‘ศาลเจ้า’ หรือแท้จริงแล้วก็คือ ‘ศาลารัก พุดซ้อน’ ซึ่งอยู่ในบริเวณน้ำ�ตกที่ปณิธานเคยพาเขาและน้องๆ มาเที่ยวเมื่อหลาย ปีก่อน รอบศาลาร่มรื่นไปด้วยไม้ประดับนานาชนิด ริมทางเดินเต็มไปด้วยดอก พุดซ้อนงามสะพรั่ง ป้าย ‘ศาลารักพุดซ้อน’ ที่เคยซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ประดับรกเรื้อ ตอนนี้แลดูสะอาดสะอ้าน ภายในยังกว้างขวาง แลดูโปร่งโล่งสบาย สีหน้าของพุดซ้อนในยามนี้ ดูหมองเศร้ากว่าที่เคย การรอคอยความหวังที่ห่างไกลคงทำ�ให้หัวใจดวงน้อย อ้างว้างอย่างที่สุด “แล้วตอนนี้พุดซ้อนเป็นอย่างไรบ้างครับหลวงพ่อ” “โยมพุดซ้อนไปเกิดใหม่ คงเหลือดวงจิตเพียงบางส่วนทีย่ งั หลงเหลืออยู”่ หลวงพ่อเว้นจังหวะเพือ่ ให้คนฟังได้คดิ ตาม “โยมพุดซ้อนคือใครในชาตินี้ โยมปราณลองถามหัวใจตัวเอง เหตุการณ์หรือความรู้สึกที่มันเคยเกิดขึ้นกับใคร มันก็มักจะเกิดขึ้นซ้ำ�แล้วซ้ำ�อีก โยมรู้สึกรักและผูกพันกับใครมากเป็นพิเศษหรือ เปล่า” คนถูกถามสะท้อนในใจ ความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้น หยั่งรากลึกจนไม่อาจ หาเหตุผลใดมาสั่นคลอน เป็นสิ่งที่งอกเงยงดงามภายใต้สถานการณ์ที่นิ่งสงบ มานานหลายปี ‘น้องปิ่น...’ “แต่ยังก่อน โยมทั้งสองได้เกิดอีกครั้ง ก่อนจะสิ้น แล้วมาเกิดในชาตินี้”

131


ตอนที่ 12

หนึ่งในดวงใจ แดดยามบ่ายลอดทิวไม้หนาที่แผ่ปกคลุมเป็นลำ�แสงทอทับบนผิวน้ำ� ก่อนจะทะลุความใสแจ๋วลงไปถึงพืน้ หินด้านล่าง ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมา หยอกเย้าคลื่นอ่อนๆ ที่ซัดมาเป็นระลอก บ้างก็ไล่กันเข้าซอกโน้นทะลุซอกนี้ โขดหินขนาดใหญ่จำ�นวนมากวางเรียงรายสงบนิ่งในน้ำ�มานานนมอย่างไม่รู้จัก ความหนาวเหน็บ โผล่พ้นผิวน้ำ�มาเพียงด้านบนให้เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่ วิ่งเล่น หรือทำ�กิจกรรมสันทนาการอื่นๆ ตามความพอใจของผู้มาเยือน ถัดออกไปไม่ไกล สายน้�ำ ธรรมชาติทไ่ี หลเรือ่ ยลงมาจากด้านบนตกกระทบ ชัน้ หินทีว่ างลดหลัน่ เหลือ่ มล้�ำ เป็นหน้าผาสูงชันชัน้ แล้วชัน้ เล่า เกิดเป็นพรายฟอง สีขาวก่อนไหลลงกระทบผืนน้ำ�เบื้องล่าง ดอกไม้หลากสีนานาพันธุ์แข่งกันแย้ม กลีบเบ่งบานอวดโฉมให้โลกสวยรายรอบริมตลิ่งทั้งสองฝั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวล ไปทั่วบริเวณ บ้างก็หลุดร่วงล่องลอยอ้อยอิ่งก่อนจะไหลตามสายน้ำ�เพื่อแสวงหา โอกาสเติบโตงอกเงยงดงามในที่ที่เหมาะสมต่อไป “อย่านะ...” เสียงเด็กผูห้ ญิงแว่วมากระทบความรูส้ กึ และเพียงนึกภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็ปรากฏเบื้องหน้า เด็กหญิงอายุประมาณห้าขวบ ในชุดเสื้อคอกระเช้าสีฟ้าอ่อน นุ่งโจงกระเบนสีแดงเข้มรัดเอวไว้เรียบร้อย ข้อมือเล็กๆ มีกำ�ไลสีทองอันจิ๋วที่ ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งเวลาขยับมือ นั่งบนโขดหินปริ่มน้ำ� หย่อนขาลงหยอกเย้าความ ฉ่�ำ เย็นของน้�ำ ใส คะเนจากหน้าตาและผิวพรรณบอกว่าเธอไม่ใช่ลกู ชาวบ้านธรรมดา 132


เป็นแน่ ตาโตใสแป๋วบ่งบอกถึงความไร้เดียงสา คิ้วบางแบบเด็กๆ ปากจิ้มลิ้ม สีชมพู จมูกเล็กๆ รับกับโค้งหน้าผากโหนกและผมยาวบางๆ ที่ถูกรวบเป็นจุกไว้ ด้านบน ใบหูกางดูน่ารัก สองแก้มยุ้ยก็น่าหยิกเหลือเกิน ‘เด็กคนนี้คือ...พุดซ้อนในชาติใหม่...น้องปิ่นในชาติที่แล้วเหรอ?’ ปราณ เฝ้ามองภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ อย่างสุขใจเหลือเกิน การได้นั่งมอง ใครสักคนที่เฝ้าฝัน ได้เห็นรอยยิ้มของใครสักคนที่เฝ้าคอยมาเนิ่นนาน ช่างเป็น ความรู้สึกที่แสนวิเศษ ถึงแม้นั่นจะเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้วนานแสนนานก็ตาม ‘ไม่สิ นีไ่ ม่ใช่ความรูส้ กึ ของเราคนเดียว มีความรูส้ กึ รักและเอ็นดูคละเคล้า ความสนุกสนานแบบเด็กผู้ชายปนอยู่ด้วย ต้องมีเราอีกคนอยู่ที่นี่’ “อย่าแกล้งเขา...อ๊า...” ขณะที่ร้องห้ามคนอื่นไม่ให้แกล้ง แต่มือน้อยๆ กลับวิดน้�ำ ใส่อกี คนไม่ยงั้ พลางเบือนหน้าหลับตาปี๋ป้องกันน้ำ�เข้าตา ปากก็ร้องวี้ดว้ายไปตามเรื่อง “ไม่ยอมให้แกล้งฝ่ายเดียวหรอกนะ” ‘เด็กผูช้ ายทีก่ �ำ ลังวิดน้�ำ อย่างเบามือ รอยยิม้ ปริม่ ใบหน้า ใช่แล้วละ...รอยยิม้ แห่งความสุขแบบนัน้ เป็นความรูส้ กึ เดียวกับทีเ่ รากำ�ลังรูส้ กึ ได้ในขณะนี้ เด็กผูช้ าย คนนัน้ คือ...เราเอง’ ผูท้ อี่ ยูใ่ นฐานะคนเฝ้ามองอดจะอมยิม้ ไม่ได้ ความสุขทีส่ มั ผัส ได้ปริ่มล้นหัวใจจนอยากจะอยู่กับความรู้สึกนี้นานๆ “พี่กล้าแกล้งเขา” เมือ่ เห็นท่าว่าจะสูไ้ ม่ไหว เด็กน้อยก็เริม่ งัดไม้ตายทีเ่ คยใช้ได้เสมอออกมา ไม้ตายทีใ่ ช้ได้กบั ‘พีก่ ล้า’ ของเธอ มือน้อยเปลีย่ นมาปิดหน้าส่งเสียงร้องไห้สะอึก สะอื้นอย่างเสียใจเหลือคณา คนตัวโตที่แช่น้ำ�อยู่ครึ่งตัวละมือจากการวิดน้ำ� ตรง เข้าปลอบประโลมเด็กน้อยทีท่ �ำ ท่าว่าจะงอแง รอยยิม้ เมือ่ ครูเ่ ปลีย่ นเป็นแววกังวล เข้ามาแทนที่ คะเนจากรูปร่างแล้วเห็นทีกล้าจะโตกว่าสักห้าปีเห็นจะได้ หน้าตา บอกว่าเฉลียวฉลาด ผิวสีเข้ม ท่อนบนเปลือยเปล่า รูปร่างผอมบางอย่างเด็ก ชาวบ้านทั่วไป ปราณรับรู้ได้ถึงความห่วงหาอาทรที่กล้ามีต่อเธอ มันช่าง...มากมายเกิน ที่เด็กทั่วไปจะพึงมี 133


“พี่ขอโทษนะเนื้ออ่อน ขอโทษๆๆ ไม่แกล้งแล้วอย่าร้องนะคนเก่ง” ‘ชื่อเนื้ออ่อน? น่ารักจังเลย’ “พี่กล้าแกล้งเขา” คนขี้แกล้งเอื้อมมือลูบศีรษะคนตัวเล็กเบาๆ “เย้...เชือ่ ด้วย ฮ่าๆๆ” ฉับพลันนัน้ มือน้อยก็ถกู เปิดออก เผยให้เห็นรอยยิม้ แก้มปริโชว์ฟนั ซีเ่ ล็กๆ และเหงือกสีชมพูนา่ รัก โยกหัวไปมาอย่างผูก้ �ำ ชัยจนตัวโยน “ถูกหลอกจนได้ ลงมาเล่นด้วยกันไหมเนือ้ อ่อน ขีห่ ลังพีก่ ไ็ ด้นะ” เด็กผูห้ ญิง อีกคนที่คาดว่าคงโตกว่าสักสองสามปีเอื้อมมือชวนคนตัวเล็กที่ยังหัวเราะสะใจ ไม่หาย เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ชอบนั่งหย่อนขาลงน้ำ�แบบนี้มากกว่าถึงจะตัวเปียก แล้วก็ตาม “อ๊ะ ช่วยด้วย อะไรก็ไม่รู้ดึงขาพี่ อ๊ากกก..” แล้ ว รอยยิ้ ม กำ � ชั ย ก็ หุ บ ลงเปลี่ ย นเป็ น ความตกใจที่ เข้ า มาแทนที่ แ บบ ฉับพลัน รู้สึกกลัวจนตัวสั่น ตัวอะไรก็ไม่รู้ดึงขาพี่กล้าจนจมน้ำ�บุ๋งๆ ไปแล้ว “อ๊า...” คนตัวเล็กรีบเอาขาขึ้นจากน้ำ�และออกไปยืนให้ห่างตลิ่งเอาไว้ โน้มตัวชะโงกหน้าตาตื่นพ้นชะง่อนหินออกไปดูซิว่าพี่กล้าเป็นอย่างไรบ้าง พี่ มะปรางเองก็ตกใจจนต้องรีบขึ้นมายืนเป็นเพื่อน “พี่...” น้ำ�เสียงแผ่วเบาเต็มไปด้วยความกังวล นานเกินไปสำ�หรับการอยู่ ใต้น้ำ�แบบนั้น ความเป็นห่วงก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในหัวใจดวงน้อยพร้อมๆ กับ หยดน้ำ�ใสๆ ที่รื้นขึ้นที่ดวงตา “พีก่ ล้าตายแล้ว...ฮือๆๆ” เมือ่ เห็นว่าพีก่ ล้าคงตายแน่แล้ว น้�ำ ตาแห่งความ เสียใจก็ไหลอาบสองแก้ม ครั้งนี้เป็นน้ำ�ตาจริงๆ ร่างเล็กๆ โอบกอดพี่มะปราง เอาไว้แน่นเบือนหน้าไปทางริมน้�ำ ด้วยสายตาวิงวอนต่อใครสักคน ใครสักคนทีจ่ ะ ช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์ทำ�ให้พี่กล้าโผล่ขึ้นมาจากน้ำ�เสียที คืนพี่กล้ามาให้เนื้ออ่อนเถอะนะ “พี่กล้าตายแล้ว...” “มาแล้ว... โอย นานเหมือนกันนะเนี่ย” “หลอกเขา” มือเล็กๆ ตรงเข้าทุบตีคนขีแ้ กล้งให้สาสมกับทีห่ ลอกให้คนอืน่ 134


เป็นห่วง “โอ๋ๆๆ พี่ไม่เป็นไรซะหน่อย ไม่ต้องร้องนะ” “นีแ่ น่ะๆ ชอบแกล้งนักใช่ไหม” ทัง้ ทุบตีและหยิกข่วนแต่คงไม่เจ็บเท่าไหร่ หรอกเพราะพี่กล้าจะต้องรู้ว่าหยิกเพราะรัก “อ๊า...” หยิกเพลินจนลืมดูตลิง่ และแล้วร่างเล็กๆ ก็ตอ้ งหล่นตูมลงน้�ำ จนได้ ยังดีที่มีพี่กล้าคอยรับและพยุงให้พ้นจากน้ำ� ไม่เช่นนั้นคงโดนตัวอะไรก็ไม่รู้ลาก ไปเป็นแน่ “คุณหนูคะ คุณหนู เจ้าคุณพ่อท่านเรียกหาแล้วเจ้าค่ะ” แม่สนี วลเดินกึง่ วิง่ พาร่างอันตุย้ นุย้ โยกย้ายมาอย่างยากลำ�บาก ไม่นา่ เชือ่ ว่านี่จะเป็นรูปร่างของคนที่เป็นบ่าวมาค่อนชีวิต คนตัวเล็กค่อยวางมือจากการทำ�โทษคนขี้แกล้ง แต่สายตายังคงจิกเล็กๆ แบบ ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’ เพราะนอกจากเจ้าคุณพ่อจะเรียกหาแล้ว ยังเปียกจน หนาวสั่นไปทั้งตัว “พีบ่ อกหลายครัง้ หลายหนแล้วไม่ใช่รแึ ม่ร�ำ ไพ ว่าอย่าให้เนือ้ อ่อนไปคลุกคลี กับพวกบ่าวให้มันมากนัก อีกหน่อยโตขึ้นจะแยกกันไม่ออกว่าใครเป็นบ่าวใคร เป็นนาย โดยเฉพาะกับเด็กผู้ชาย” ‘ท่านเจ้าคุณเฟือ่ ง’ ผูเ้ ป็นบิดาไม่ใคร่จะชอบใจนักทีเ่ ด็กๆ เล่นกันสนิทสนม จนเกินไป ท่านเจ้าคุณแม้จะอายุเพิง่ ย่างเข้าวัยสีส่ บิ เศษ แต่กก็ า้ วหน้าในวงราชการ แม้ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างสักเท่าไร แต่การปกครองคนหมู่มากก็จำ�เป็นจะต้อง วางตัวให้เป็นทีย่ �ำ เกรงอยูเ่ สมอ ร่างสูงสง่าดูภมู ฐิ านอย่างชายไทยโบราณ ใบหน้า เข้มคิว้ หนาตาคม จมูกโด่งเป็นสัน สวมเสือ้ ทรงกระบอกแขนยาวสีขาวกางเกงแพร สีแดงเข้มเบาสบาย ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ภริยาแสนสวย ‘คุณหญิงรำ�ไพ’ แม้อายุจะเลยหลักสามสิบมาแล้วหลายปี แต่ก็ยังคงเค้า ความงามอยู่ไม่สร่าง ดวงหน้ารูปไข่แววตาอ่อนโยน คิ้วเรียวสวยได้รูป จมูกโด่ง ริมฝีปากรูปกระจับที่ฉาบด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอเป็นสีแดงตามธรรมชาติ ผมยาว สลวยถูกรวบเอาไว้ด้านหลังยังให้ดวงหน้านั้นดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ห่มสไบแพรสี 135


เขียวและผ้าจีบสีเดียวกัน ช้อนตามองสามีอย่างเข้าใจแต่ก็อดจะอมยิ้มขำ�ในท่าที แบบนั้นไม่ได้ “คงไม่เป็นไรกระมังคะคุณพี่ เด็กๆ เขาก็เล่นกันสนุกๆ เท่านัน้ เอง ยายหนู จะได้ไม่เหงาไงคะ ส่วนเรื่องนายเรื่องบ่าวน้องว่าไม่เห็นจะต้องไปแบ่งแยกอะไร ให้มันวุ่นวาย ปล่อยให้เป็นหน้าที่พ่อแม่เขาสั่งสอนกันเองจะดีกว่า เราไปยุ่งมาก บ่าวไพร่มันจะคิดว่าเรารังเกียจเอาได้นะคะ” พูดพลางสองมือจัดกลีบดอกไม้ใน เข็มยาวให้เข้าที่สลับสีสวยงาม เตรียมมาลัยไว้สำ�หรับไหว้พระในตอนเย็น แม้มี บ่าวมากมายแต่คุณหญิงก็มักจะทำ�อะไรด้วยตัวเองเสมอ โดยมีบ่าวเป็นลูกมือ สักคนก็เพียงพอแล้ว “แม่รำ�ไพก็เป็นเสียแบบนี้ เฮ้อ...คอยดูเถอะสักวันจะต้องมานั่งเสียใจ” ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความเป็นคนใจดีมีเมตตาเกินไปของภริยาสาว รั้งกาย ลุกขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ได้ไปเดินเล่นในสวนสักพักคงจะดีขึ้น “คิดมากระวังแก่ไวนะคะ คุณพี่จะรับของว่างเลยไหม น้องให้คนจัดไว้ ให้แล้วของโปรดของคุณพีท่ ง้ั นัน้ เลยนะคะ” รีบพูดดักคอสามีอย่างรูใ้ จ ท่านเจ้าคุณ โปรดขนมครกใบเตยนัก แล้วถ้ามีของขบเคี้ยวกรอบๆ เป็นขนมเบื้องอร่อยๆ พร้อมน้ำ�มะพร้าวอ่อนหอมชื่นใจแถมมาด้วยแล้วละก็ อารมณ์ขุ่นมัวมีหวังหาย เป็นปลิดทิ้ง “ชอบเอาของกินมาล่อ ก็ให้เด็กยกมาสิ” ตอบภรรยาไปด้วยน้ำ�เสียงราบ เรียบแผ่วเบา ครั้นจะยิ้มออกมาก็เกรงจะเสียหน้า แค่รูปงามอย่างเดียวคงไม่พอสำ�หรับการมัดใจสามีให้อยู่หมัด ยังต้องมี เรือ่ งอืน่ ๆ ปลีกย่อยอีกมากมาย ซึง่ คุณหญิงรำ�ไพเองก็เป็นหนึง่ ในผูห้ ญิงทีส่ ามารถ ทำ�ได้ดี...ดีมากเสียด้วยซ้ำ� “มาแล้วค่ะเจ้าคุณพ่อ...” ลูกสาวตัวเล็กๆ วิ่งขึ้นเรือนมาเนื้อตัวเปียกปอน ฝากรอยเท้าเล็กๆ ชื้นแฉะไว้บนพื้นเรือนตลอดทาง กล้า และมะปรางตามขึ้นมา ติดๆ นั่งลงกับพื้นอย่างสำ�นึกผิดที่พาคุณหนูเนื้ออ่อนไปเล่นจนเปียกไปทั้งตัว แบบนี้ ไม่กล้าสบตาท่านเจ้าคุณเพราะรู้ว่าท่านต้องขุ่นเคืองเป็นแน่ 136


“ไปผลัดผ้า มีอะไรก็ไปทำ�ได้แล้วไป” คุณหญิงรีบตัดบทก่อนทีท่ า่ นเจ้าคุณ จะทันพูดอะไร เด็กทั้งสองรีบวิ่งลงเรือนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ท่านเจ้าคุณอ้า ปากค้างยังไม่ได้ต่อว่าเลยสักคำ� “ลูกเนื้ออ่อนก็ไปผลัดผ้าได้แล้วเดี๋ยวจะไม่สบายนะ ไปแม่สีนวล แล้วก็ ให้เด็กยกของว่างมาได้แล้ว” “เจ้าค่ะ ไปค่ะคุณหนู ดูซิเปียกหมดแล้ว” “เจ้าคุณพ่อหน้าบูดระวังแก่ไวนะเจ้าคะ” ไม่วายจะหันมากระเซ้าเรียกรอยยิม้ จากเจ้าคุณพ่อก่อนจะเดินตามแม่สีนวลต้อยๆ เข้าห้องไปผลัดผ้า “เนื้ออ่อนทางนี้” วันเวลาผ่านไปไวดังความคิด เพียงไม่กี่อึดใจปราณก็ได้เห็นเนื้ออ่อนโต เป็นสาวแรกรุน่ ผิวพรรณเปล่งปลัง่ ดังดอกไม้แรกแย้ม ตาโตผมยาวประบ่า ปาก ยังจิม้ ลิม้ เหมือนเมือ่ ยังเด็ก สองแก้มใสอวบอิม่ เป็นสีชมพูดว้ ยเลือดฝาดของวัยสาว นุ่งกระโจมอกตีโป่งเล่นน้ำ�สนุกสนาน ‘อายุคงสักสิบห้าเห็นจะได้ ยังเล่นน้ำ�เป็นเด็กอยู่เลย’ “เนื้ออ่อนมาทางนี้ดีกว่า” มะปรางเป็นสาวแล้ว แม้จะไม่ผดุ ผ่องเช่นเนือ้ อ่อนแต่หน้าตาก็แลดูหมดจด สวยงามอย่างที่คนเป็นบ่าวจะพึงเป็นได้ อยู่ในชุดกระโจมอกพร้อมตีโป่งเช่นกัน ยืนกวักมืออยู่ในน้ำ�ที่ลึกเพียงอกไกลๆ คนแก้มใสต้องปล่อยลมออกจากโป่ง เอีย้ วตัวไปตามเสียงเรียก สองแขน เรียวแหวกว่ายพาร่างบอบบางในน้ำ�ใสมุ่งไปหาพี่มะปราง ขาเรียวกระดิกไวไว ช่วยให้ไปถึงเร็วขึน้ ทันใดนัน้ บางสิง่ ทีม่ ลี กั ษณะยาวๆ สีด�ำ ผิวตะปุม่ ตะป่�ำ โผล่พน้ ผิวน้ำ�พอให้รู้ว่าส่วนลำ�ตัวที่จมอยู่ใต้น้ำ�คงยาวร่วมสามเมตรกำ�ลังพุ่งตรงมาที่ เธอ หัวใจอ่อนๆ กระตุกวูบ กรีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก “ว้าย จระเข้ พี่กล้าช่วยด้วย...!” คนกำ�ลังตกใจมีอันต้องยืนตัวแข็งก้าวขาไม่ออก คนเดียวที่หวังว่าจะมา ช่วยชีวิตเอาไว้ได้ในเวลานี้คือพี่กล้าที่คุ้นเคยนั่นเอง 137


“พรูดด... มีจระเข้ที่ไหนล่ะ นี่มันขอนไม้” แล้วคนที่หวังว่าจะมาช่วยชีวิต ก็โผล่มาจากใต้น้ำ� แต่เป็นการโผล่มาแบบที่คนแก้มใสไม่ปลื้มเลยสักนิด ก็ ไอ้พี่กล้าขี้แกล้งมันเป็นคนพาจระเข้ขอนไม้มาหลอกให้ตกใจจนแทบสิ้นสติ “ชอบแกล้งนักใช่ไหม นีแ่ น่ะๆ” คนทีห่ น้าซีดเป็นไก่ตม้ เมือ่ สักครูก่ ลายร่าง เป็นแม่เสือสาวขึน้ มาทันใด มืองามทว่ายามทีใ่ ช้บดิ พุงอ่อนๆ แบบนีช้ า่ งดูมพี ษิ ภัย ร้ายแรงเหลือเกิน “โอ๊ย...เจ็บจังเลย ยอมแล้วๆ” พ่อตัวดีที่มีเค้าความหล่อปรากฏให้เห็น ต้องร้องโอดโอยใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ถึงกล้ามท้องจะเป็นมัดๆ แต่มนั ไม่ได้ช่วยอะไรจากการถูกบิดพุงเลยแม้แต่น้อย “ยังจะกล้าทำ�อีกไหม?” “ไม่แล้วขอร้าบ คุณหนูเนื้ออ่อน” นาทีนี้จำ�ต้องยอมไว้ก่อน แม้จะตัวเล็ก กว่า ร่างกายก็ออ่ นแอกว่าทว่ากล้ามปูนอ้ ยๆ ของเธอช่างมีพลังมากมายอย่างกับ เป็นกล้ามปูพลังหมีเลยทีเดียว ในความเจ็บปวดนั้นปราณรับรู้ได้ถึงความสุขใจ เปี่ยมล้น เป็นความสุขของชายหนุ่มที่มีโอกาสใกล้ชิดหญิงผู้เป็นที่รัก...เจ็บปวด อย่างรัญจวนใจ.. “เอาให้ตายไปเลยเนื้ออ่อน...” มะปรางยุส่ง พลางหัวเราะชอบใจ “แล้วก็บอกกีค่ รัง้ แล้วว่า ถ้าไม่ตอ่ หน้าเจ้าคุณพ่อไม่ตอ้ งเรียกแบบนี้ โกรธ แล้วด้วย” “คุณหนูเจ้าคะ เจ้าคุณพ่อให้หาแล้วเจ้าค่ะ” ‘เกลียดนักชอบทำ�ให้อารมณ์เสียอยู่เรื่อย’

เป็นกำ�ลังใจให้กล้าและเนื้ออ่อนด้วยนะครับ

138


สั่งจองหนังสือได้ที่ สำ�นักพิมพ์บ้�นน�งฟ้�เท่�นั้น www.theangelhome.com www.facebook.com/baannangfa 081-5412255 , 055-499031


บ่วงรักแรงอธิษฐาน  

นิยายเล่มที่ 4 ของสำนักพิมพ์บ้านนางฟ้า