Page 1

1


2


Editor s Talk Volume 3 Issue 36 August 2013

คณะที่ปรึกษา

เนื่องจากปก... นิตยสาร ฝ่าคลืน่ มรสุมและอุปสรรคนานัปการ เพือ่ ให้เป็นนิตยสารทีม่ คี ณ ุ ภาพและเป็นหน้าเป็นตา ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในโอกาสที่นิตยสารแอทสุราษฎร์ครบรอบ 3 ปีเต็ม กองบรรณาธิการได้วางแผนไว้ ว่าจะลงภาพปกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) และนำ�เสนอประวัติของท่านมานานกว่า 6 เดือน ผมเดินทางไปเกาะสมุยซึง่ เป็นบ้านเกิดของท่านหลายครัง้ หลายหน เพือ่ ติดตามข้อมูลจากบรรดาญาติของท่าน ในทีส่ ดุ โชคดีได้รจู้ กั โกอิส (อิสระ พรหมสวัสดิ)์ โดยการแนะนำ�ของอาจารย์ยรรยง ศรีฟา้ และ “เล็ก” ร้านกาแฟ หอมละไม ซึ่งเป็นญาติโกอิส จึงได้ทั้งรูปภาพและประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์มาทั้งหมด พร้อมทั้งแนะนำ� ให้ผมไปหา ศาสตรเมธีปญ ั ญา เพชรชู วิทยาลัยเพาะช่าง ทีก่ รุงเทพฯ เพือ่ ขอรูปภาพเขียนของสมเด็จพระพุฒาจารย์ มาลงในนิตยสารแอทสุราษฎร์ บังเอิญวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ผมได้นัดกับโกอิสและน้องฐิติภัทร์ สุภูริก ที่เกาะสมุย ว่าวันนี้ผมจะปิดต้นฉบับและเลือกภาพที่ดีที่สุดขึ้นปก รุ่งขึ้นวันที่ 10 สิงหาคม เวลา 7.00 น. ผมเดินทางกลับ บ้านดอน และแล้วเวลา 10.00 น. โกอิสโทรมาบอกผมว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านมรณภาพเสียแล้ว ผมได้ เนื้อเรื่อง ประวัติและรูปภาพครบถ้วน จึงขอขอบพระคุณโกอิสและญาติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ทุกคน ขอขอบคุณโกฉุยที่วิ่งทั้งวันเพื่อถ่ายภาพมุมสวยๆ ของวัดคีรีวงการาม เขาหัวจุก ร.ร.เกาะสมุย มาประกอบ ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ ขอขอบคุณ คุณธีรภาพ โลหิตกุล ดร.ภาสกร ธรรมโชติ ผศ.ดร.น้ำ�อ้อย มิตรกุล ศาสตรเมธีปัญญา เพชรชู นักเขียนคอลัมน์ในนิตยสารนี้ น้องๆ ทุกคนในกองบรรณาธิการด้วยครับ นิตยสาร ขอขอบพระคุณผูม้ อี ปุ การะคุณทีส่ นับสนุนและช่วยเหลือให้นติ ยสารแอทสุราษฎร์จดั พิมพ์ แจกฟรีมาถึงทุกวันนี้ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง คุณกำ�ธร วังอุดม คุณเมธี จันทรัมพร คุณวิรชั พงศ์ฉบับนภา คุณอิสระ พรหมสวัสดิ์ ที่ช่วยเหลือจัดพิมพ์ภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ เพื่อเป็นอภินันทนาการให้กับพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีและ ชาวสมุยไว้กราบไหว้บูชา สุดท้ายนี้ ขอถวายความอาลัย แด่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ พระสังฆราช ทั้งนี้ขออำ�นาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกดลบันดาลให้พระคุณท่านเข้าสู่ พระนิพพานด้วยเทอญฯ ดร.หิรัญ ชคทานนท์ บรรณาธิการบริหาร

รับภาพถ่ายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ขนาด 10x15” เป็นอภินันทนาการได้ที่ - ศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) 190/1 หมู่ 1 ต.มะเร็ด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84310 โทร.077-418-854 - สำ�นักงานนิตยสาร @Surat สี่แยกอนามัย ถ.ดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 โทร.077-288-607 พิมพ์จำ�นวน 5,000 ฉบับ ภาพถ่ายจำ�นวน 4,000 รูป บทความและรูปภาพทั้งหมด (ยกเว้นโฆษณา-ข่าว) ในนิตยสาร @Surat สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากจะนำ�ไปเผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการเท่านั้น สำ�หรับสารคดี บทความ ข้อความ-ภาพโฆษณา ความคิดเห็นและข้อเขียนต่างๆ ในนิตยสาร @Surat เป็นความคิดเห็น ส่วนตัวและเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนผู้ประกอบการที่ลงโฆษณาเท่านั้น คณะผู้จัดทำ�นิตยสารไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วม รับผิดชอบ ไม่วา่ กรณีใดๆ ทัง้ สิน้ (เลขทะเบียนการจดแจ้งการพิมพ์ที่ สศก. ๑๔/๑๒/๒๕๕๓) สิทธิใ์ นนิตยสารนีเ้ ป็นของ หจก. โกก๊ก มีเดีย แต่เพียงผู้เดียว

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ปัญญา แสงสุริยัน สาทร เหลืองปฏิพัทธ์ วันดี กนกวิจิตร ศุภพร ล่องดุริยางค์ สุณิสา วงศ์เจริญ

บรรณาธิการอำ�นวยการ

พ.อ.(พิเศษ) ธัญญลักษณ์ แก้วน้อย

บรรณาธิการบริหาร ดร.หิรัญ ชคทานนท์

ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร ผศ.ดร.นำ�้อ้อย มิตรกุล จำ�นงค์ ศรีวุ่น

ฝ่ายการตลาด

ปรีชา ชคทานนท์

กองบรรณาธิการ

ษราวุธ พัฒน์ศิริ สุจิตรา ก่อกิจไพศาล วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

กราฟฟิค ดีไซน์

วัชระ กัญญาหาร อดิเทพ มีวัฒนะ กัลย์ทิชา แก้วเพชร

พิสูจน์อักษร

พิชญธิดา ศรีธิ

ช่างภาพ

ษราวุธ พัฒน์ศิริ

นักเขียนรับเชิญ

ธีรภาพ โลหิตกุล ดร.ภาสกร ธรรมโชติ

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย สิทธิราช ศรีแก้ว

ติดต่อสำ�นักพิมพ์ได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำ�กัด โกก๊ก มีเดีย 49/4 ถ.ดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 บรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา : ดร.หิรัญ ชคทานนท์ โทร. 081-777-6366, 077-288-607 E-mail : atsuratmag@gmail.com Website : www.atsuratmag.com


5


อาลัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) การถึงแก่มรณภาพของพระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสียครัง้ ใหญ่ของคณะสงฆ์ไทย ด้วยพระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ เป็นกำ�ลังสำ�คัญของพระพุทธศาสนา มาโดยตลอด เป็นพระนักพัฒนาทีม่ งุ่ มัน่ จะเห็นพระพุทธศาสนามีความมัน่ คงอยูบ่ นผืนแผ่นดินไทย และแผ่ไพศาลไป เป็นประโยชน์เกือ้ กูลแก่ชาวโลก เป็นผูเ้ ปิดวิสยั ทัศน์ธรรมสูว่ สิ ยั ทัศน์โลก ด้วยการวางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในนานาอารยประเทศ กระทั่งประสบผลสำ�เร็จในปัจจุบัน พระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ เป็นทัง้ ครุฏฐานียบุคคลและปูชนียบุคคล เป็นพระมหาเถระชัน้ ผูใ้ หญ่ทคี่ คู่ วรแก่ การเคารพนับถือกราบไหว้บชู า และเป็นทีพ่ งึ่ ของคณะสงฆ์ทงั้ ปวง นอกจากนีย้ งั เป็นพระนักปฏิบตั ิ นักเผยแผ่ อบรม สั่งสอนคณะศรัทธาญาติโยมพุทธบริษัทให้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามหลักธรรมคำ�สอนที่องค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ตลอดชีวิตของการดำ�รงอยู่ในสมณเพศ พระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ ยังมีคณ ุ ปู การต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็นล้นพ้น ชาวมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้รบั ความเมตตาและกรุณามาอย่างยาวนาน ด้วยพระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ เป็นพระนักการ ศึกษาผู้ตระหนักในความสำ�คัญของการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม ว่าจะเป็นพื้นฐานในการสร้างศานติและ ความเจริญสู่สังคม ด้วยการพัฒนาจิตใจและให้ความรู้แก่คนเป็นเบื้องแรก เพื่อให้สังคมได้ใช้คุณธรรมนำ�ความรู้ ไปสูห่ นทางแห่งศานติและเจริญโดยแท้จริง พระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ ได้ให้การอุปการะทุนการศึกษาแก่นกั ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีอย่างต่อเนือ่ ง และยังมีสว่ นสำ�คัญยิง่ ในการทำ�ให้เกิดวิทยาลัยนานาชาติการท่องเทีย่ ว เกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยในครั้งนั้น พระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ ได้เมตตาเป็นประธาน ในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2550 ให้ด้วย พระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จากโลกนี้ไปก็เป็นเพียงการละสังขาร ส่วนชื่อเสียง เกียรติคุณ คุณธรรม และปฏิปทาอันดีงามทั้งมวลยังคงสถิตอยู่ในใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ตลอดไป ดังศาสนสุภาษิตที่ว่า “รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นาม โคตฺตํ น ชีรติ” ความว่า “รูปคือร่างกายย่อม ย่อยยับแตกสลายไป ส่วนชื่อเสียงเกียรติคุณนั้นหาย่อยยับไปด้วยไม่” ขออำ�นาจแห่งกุศลผลบุญทัง้ หลายและการประพฤติดี ปฏิบตั ชิ อบ ทีพ่ ระเดชพระคุณเจ้าประคุณฯ ได้บ�ำ เพ็ญ มาตลอดในเพศบรรพชิต จงเป็นพลวปัจจัยอำ�นวยอิฏฐวิบากสุขสมบัติในสุคติสัมปรายภพตลอดไป ด้วยความอาลัยยิ่ง เกล้ากระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ร่วมด้วย คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาและศิษย์เก่า


10


13


contents

Page

14

Volume 3 Issue 36 August 2013

26

Exclusive

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จรัสแสงแห่งญาณและพรหมวิหารธรรม

P44

Hotel of the Month

จุดหมายแห่งการพักผ่อนมีระดับ Pavilion Samui Boutique Resort

P48

24

Buddhadasa on my mind คำ�แม่สอน

26

Exclusive สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จรัสแสงแห่งญาณและพรหมวิหารธรรม

40

Good Mind @ Good Man Town คุณแม่คนดีที่หนึ่ง

42

Leisure แด่ตาปี...ด้วยดวงใจ

Eat & Drink

อิ่มเอมเคล้าความสุขกับคุณแม่ ที่ห้องอาหารช้างไทย โรงแรมดิโอวาเลย์

P50

My Beloved Tapee

ซอกแซกจาการ์ต้า ถวิลหาบุษบา ตอนที่ 1 ไปชิมไอศกรีมทุเรียนแดนอิเหนา

44

Hotel of the Month จุดหมายแห่งการพักผ่อนมีระดับ Pavilion Samui Boutique Resort

48

Eat & Drink อิ่มเอมเคล้าความสุขกับคุณแม่ ที่ห้องอาหารช้างไทย โรงแรม ดิโอวาเลย์

50

My Beloved Tapee ซอกแซกจาการ์ต้า ถวิลหาบุษบา ตอนที่ 1 ไปชิมไอศกรีมทุเรียนแดนอิเหนา

52

Letter from England ฉบับที่ 12 ต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์

3/68-69 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

สาขาสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7721-7520-3 Fax. 0-7721-7524

www.dhipaya.co.th


contents

Page

16

Volume 3 Issue 36 August 2013

64 Diary

“เกาะสมุย” ในอ้อมกอดของน้องชาม-ไอยวริญท์ โอสถานนท์

เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีความสวยงามมาก การเดินทางสะดวกสบาย มีสนามบิน เดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เกาะสมุยได้เลย 56

Health Care สุขภาพดีไม่มีขาย

66

Skin Care ดูแลแผลคีลอยด์ให้ถูกวิธี

60 62

Favorite Food “ฮะเก๋า ติ่มซำ�” แสนอร่อยแห่งเมืองบ้านดอน

70

Let’s Talk Surat Thani ชวนสุราษฏร์ฯ คุย

Good Health & Wellness ฟันห่างทำ�อย่างไร ?

72

For someone in mind (ติดไม้ติดมือ) ยาหนม กันแม

P60

Favorite Food

“ฮะเก๋า ติ่มซำ�” แสนอร่อยแห่งเมืองบ้านดอน

P70

Let’s Talk Surat Thani ชวนสุราษฏร์ฯ คุย

P72

For someone in mind ยาหนม กันแม

190/1 หมู่ 1 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84310 โทร : 077-418-854 แฟกซ์ : 077-418-856 190/1 M. 1, T.Marat, Koh Samui, Surathani, 84310 THAILAND Tel : 077-418-854 Fax : 077-418-856

E-mail address : Info@guanyukohsamuishrine.com www.guanyukohsamuishrine.com

ขอเชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุน สร้างเทวรูปกวนอูสำ�ริด สูง 16 เมตร เกาะสุมย เพื่อเป็นที่สักการะ และเป็นศูนย์รวมของชาวจีนสุราษฎร์ธานี

โดยบริจาคผ่านบัญชี สมาคมศาลเจ้ากวนอู เลขที่บัญชี 432-2-09644-8 ธนาคารธนชาต สาขาย่อยหาดละไม ประเภท ออมทรัพย์


What’s On

กองบรรณาธิการ@Surat

Vol.36 August 2013

ยังนำ�เฟอร์นิเจอร์ซิตี้ มอบรางวัล “ช้อปลุ้นโชค ครั้งที่ 6”

ยังนำ�เฟอร์นิเจอร์ซิตี้ จัดรายการ “ช้อปลุ้นโชคครั้งที่ 6” เพื่อคืนกำ�ไรให้กับ ลูกค้า โดยมีวงศ์ธเนศ นนทิวัฒน์วณิช ประธานกรรมการผู้จัดการ และบุญเริ่ม นนทิวัฒน์วณิช กรรมการ พร้อมครอบครัว ให้เกียรติเป็นผู้มอบของรางวัลให้ แก่ผู้โชคดี ที่สนับสนุนสินค้าของทางร้าน ภายในงานพบกับโชว์น่ารักๆ จากชุด ยังนำ�แดนซ์ และกิจกรรมมอบของรางวัลต่างๆ มีดังนี้ รถยนต์ฮอนด้าบริโอ้ จักรยานยนต์ยามาฮ่าสปาร์ค ที่นอนสปริง และคูปองมูลค่า 5,000 บาท โดยมี ลูกค้าและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ร้านยังนำ�เฟอร์นิเจอร์ซิตี้สุราษฎร์ธานีี

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สุราษฎร์ธานี

จัดงานเดินแบบ Viva Kiddy II ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สุราษฎร์ธานี จับมือ ผลิตภัณฑ์ Brand ดัง จัดรายการ Viva Kiddy II มีการจัดแสดงเดินแบบของน้องๆ โดยมี Brand เสื้อผ้าชั้นนำ�ให้การสนับสนุน ทั้ง Lee Kids, Puppet, PJ Kids, Gen 2, Ovo, Tom Jerry, Bowling Kids, AIIZ XII, Disney Princess เพื่อปลุกกระแสแฟชั่นเสื้อผ้าเด็ก ให้อินเทรนด์รับซีซั่นใหม่ โดยเหล่าผู้ปกครอง และน้องๆ หนูๆ เข้าร่วมงาน ณ พืน้ ทีแ่ ผนกเสือ้ ผ้าเด็ก ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขา สุราษฎร์ธานี

18

3BB จัดกิจกรรม Mini Event 3BB สุราษฎร์ธานีได้จัดกิจกรรม Mini Event ประชาสัมพันธ์สนิ ค้าและโปรโมชัน่ พิเศษเพือ่ ส่งเสริมการขาย แพกเก็จ 10Mb/ 13Mb และบริการเสริมอื่นๆ ของบริษัท ในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ สำ�หรับ ลูกค้าทีส่ นใจติดตัง้ อินเทอร์เน็ตภายในงาน อี ก ด้ ว ยซึ่ งในการจั ด กิ จ กรรมครั้ ง นี้ ไ ด้ มี ลูกค้าเข้ามาสอบถามและสมัครใช้บริการ เป็ น จำ � นวนมาก ณ ห้ า งเทสโก้ โ ลตั ส สุราษฎร์ธานี ชั้น 2


What’s On

กองบรรณาธิการ@Surat

Vol.36 August 2013

โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีี

ทำ�พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารบำ�บัดรักษาและรังษี โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีท�ำ พิธวี างศิลาฤกษ์อาคารบำ�บัดรักษา และรังษีวินิจฉัย ได้รับเกียรติจากแพทย์หญิงวิลาวัลย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานในพิธี โดยมีนายแพทย์ประสิทธิ์ ขอไพบูลย์ ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี ผูอ้ �ำ นวยการ โรงพยาบาลต่างๆ คณะแพทย์ และคณะกรรมการกองทุนบ้านปันรัก เพือ่ ผูป้ ว่ ยโรคมะเร็ง ประชาชนผูม้ อี ปุ การคุณ เข้าร่วมพิธี ณ โรงพยาบาล มะเร็งสุราษฎร์ธานี

ค่ายต่อแสง ต่อยอด

ถ่ายทอดประสบการณ์ ปีที่ 5

เขื่อนรัชชประภา ร่วมกับ ฝ่ายกิจการสังคม

และสำ�นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จัด “ค่ายต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์ ปีที่ 5” โดยมีหม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล ผูช้ ว่ ย เลขาธิการสำ�นักงานคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ทัศนีย์ ไวยนิยา, สุชาติ ไตรสุวรรณ นักเรียนระดับ ชั้นมัธยม ผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิต และ นักเรียนทุนจากต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม ณ อาคารสัมมนาสิริประภา เขือ่ นรัชชประภา

20

โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

รับมอบโฉนดที่ดิน เพือ่ จัดตัง้ ศูนย์สขุ ภาพชุมชนเมืองโพหวาย นายแพทย์อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์ ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี รับมอบ โฉนดทีด่ นิ จำ�นวน 2 ไร่ จากป้ากิง่ กาญจน์ วังอุดม โดยมี กำ�ธร วังอุดม เป็นตัวแทนมอบโฉนด ทีด่ นิ เพือ่ ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในการจัด ตัง้ ศูนย์สขุ ภาพชุมชนเมืองโพหวาย โดยมอบ ให้ในงานคล้ายวันเกิดของป้ากิง่ กาญจน์ วังอุดม ณ โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ วันที่ 21 กรกฎาคม 2556


22


23


Buddhadasa on my mind

Text / Photo : ธีรภาพ โลหิตกุล

*ภาพนำ�หน้าซ้ายฉบับนี้ ขอเป็นภาพแนวนอนครับ

คำ�แม่สอน ไม้ฟืน... ถ้ายังติดไฟไม่หมด ต้องดับไว้ใช้อีก

น้ำ�ในตุ่ม ที่ตักมาดื่มทุกครั้ง ต้องไม่ให้เหลือ แล้วสาดทิ้ง

พุทธทาสภิกขุ*

24

มะพร้าว ที่เขาคั้นกัน 2 ครั้ง ถ้าน้ำ�กะทิยังขาว ก็คั้นซ้ำ�อีกได้


พุทธทาสภิกขุ อริยสงฆ์ผู้สร้าง “สวนโมกขพลาราม” เป็นแหล่งศึกษาและปฏิบตั แิ ก่นแท้แห่งพุทธธรรม ท่านเป็น ชาวอำ�เภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการยกย่องจาก องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ให้เป็น “บุคคลสำ�คัญ ผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลก” ในปี พ.ศ. 2549

25


Exclusive

Text : ดร. ภาสกร ธรรมโชติ (นักเรียนทุนฟุลไบร์ท 2549)

26


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จรัสแสงแห่งญาณและพรหมวิหารธรรม

หนึ่งเดียวแห่งสมเด็จพระราชาคณะในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้มีชาติกำ�เนิดจากถิ่นแหลมทองของไทย เจิดจรัสเป็น ดวงประทีปแห่งธรรมใจกลางกรุงเทพมหานคร สถิต ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) พระมหาเถระผูเ้ ป็นเสาหลักแห่งพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบนั สืบสานปณิธานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ด้วยใจอันแน่วแน่ รับภาระหน้าที่ในการดูแลและเผยแผ่พระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองทั้งในและ นอกประเทศ ด้วยความประสงค์ให้พระพุทธศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวในการดำ�เนินชีวิต เพื่อความสันติสุขของโลก

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มีนามเดิมว่า เกี่ยว นามสกุล โชคชัย เกิดเมือ่ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2471 (วันอาทิตย์ แรม 8 ค่� ำ เดือน 3 ปีมะโรง) ณ หมูบ่ า้ นชายฝัง่ ทะเลตะวันออกของ เกาะสมุย หรือ ตำ�บลบ่อผุด อำ�เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี เกีย่ ว โชคชัย เป็นบุตรของนายอุย้ เลียน แซ่โหย่ และนางยี แซ่โหย่ มีพี่น้องทั้งหมด 8 คนดังนี้ 1. นางเขียก พรหมสวัสดิ์ (เสียชีวิต) 2. นางหล่าน ฉายากุล (เสียชีวิต) 3. นายชนินทร์ โชคคณาพิทักษ์ (เสียชีวติ ) 4. นายเท้ง โชคคณาพิทกั ษ์ (ยังมีชวี ติ ) 5. นายเจีย๋ น แซ่โหย่ (อยูป่ ระเทศจีน)(เสียชีวติ ) 6. สมเด็จพระพุฒาจารย์เกีย่ ว 7. นายชัยวัฒน์ โชคคณาพิทกั ษ์ (เสียชีวติ ) 8. นางหีต แซ่โหย่ (เสียชีวติ ) ครอบครัว บิดามารดาของเกีย่ ว โชคชัย ประกอบอาชีพทำ�สวนมะพร้าว ค้าขาย และเรือขนส่งจากเกาะสมุยสู่พระนคร ช่วงแรกของวัยเรียน เกี่ยว โชคชัย มีความมุมานะตั้งใจ เรียนจนสำ�เร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัด สว่างอารมณ์ในปี พ.ศ. 2483 ต่อมาครอบครัวของเด็กชายเกี่ยว โชคชัย มีแผนทีจ่ ะส่งไปเรียนต่อโรงเรียนในตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ ธานี อย่างไรก็ตามเกิดเหตุไม่คาดคิดเมือ่ เด็กชาย เกีย่ ว โชคชัย ล้ม ป่วยลงกะทันหันและไม่มีวี่แววจะหายจากอาการป่วย บิดามารดา ท่านมีความเป็นกังวลต่ออาการป่วยของท่านเป็นอย่างมาก จึงได้ไป บนบานศาลกล่าวขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยขออำ�นาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทัง้ หลายช่วยดลบันดาลให้ทา่ นหายจากอาการป่วยไข้ในเร็ววัน โดย หากว่าเด็กชายเกี่ยว โชคชัยหายป่วย บิดามารดาจะให้ท่านแก้บน ด้วยการบวชบรรพชาเป็นสามเณรเป็นระยะเวลา 7 วันหลังจากนัน้ มีแผนจะส่งท่านไปศึกษาต่อทีโ่ รงเรียนในตัวเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี

ถ่ายเมื่อ 2489

ต่อมาเมือ่ อาการป่วยของท่านทุเลาและหายจนเป็นปรกติ บิดามารดาให้ ท่านบวชเป็นสามเณรตามที่ได้บนบานศาลกล่าวเอาไว้ โดยมีความตั้งใจจะ บวชเป็นเวลา 7 วัน โดย เกีย่ ว โชคชัย บรรพชาเป็นสามเณรเมือ่ วันที่ 6 มิถนุ ายน พ.ศ. 2484 ณ วัดสว่างอารมณ์ ตำ�บลบ่อผุด อำ�เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยมีเจ้าอธิการพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ตำ�บลแม่น� ้ำ อำ�เภอเกาะสมุย เป็นพระอุปัชฌาย์

27


ณ ตำ�หนักสมเด็จฯ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

จากความตั้งใจเดิมของบิดามารดาและท่าน ในการบวช แก้บนเป็นระยะเวลา 7 วันแล้วจะลาสิกขาบท แต่เมือ่ ครบ 7 วัน แล้วท่านมีความตั้งใจไม่คิดจะสึก บิดามารดาจึงได้พาท่านไป ฝากและเข้าศึกษาธรรมะกับหลวงพ่อพริ้ง (พระครูอรุณกิจ โกศล) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ตำ�บลอ่างทอง อำ�เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึง่ เป็นวัดทีต่ งั้ อยูใ่ กล้ตลาดหน้าทอน หลวง พ่อพริง้ เป็นพระกรรมฐานทีส่ �ำ คัญองค์หนึง่ ในเกาะสมุย พืน้ เพ เดิมของหลวงพ่อพริ้งเป็นคนไชยาที่ธุดงค์มาอยู่ที่เกาะสมุย โดยท่านเป็นพระทีเ่ คร่งครัดพระธรรมวินยั และระเบียบแบบแผน สามเณรเกีย่ วได้เข้าเรียนนักธรรมทีว่ ดั แจ้งภายใต้การดูแลของ หลวงพ่อพริ้ง จนสอบได้นักธรรมตรีในปีแรก และนักธรรมโท ในปีถัดมา ความขยันหมั่นเพียรของสามเณรเกี่ยวทำ�ให้หลวงพ่อพริ้ง ได้พาสามเณรเกี่ยวเดินทางเข้าพระนครเพื่อศึกษาต่อ โดยนำ� ไปฝากไว้กับพระอาจารย์เกตุ เจ้าคณะ 5 วัดสระเกศ ราชวร มหาวิหาร ในเวลาต่อมาประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญีป่ นุ่ บุกประเทศ หลวงพ่อพริง้ มีความเป็นห่วงสามเณร เกี่ยวจึงเดินทางมารับสามเณรเกี่ยวกลับมายังสุราษฏร์ธานี เพื่อหลบภัยสงคราม แต่แทนที่จะนำ�สามเณรเกี่ยว กลับมาที่ เกาะสมุย หลวงพ่อพริง้ นำ�สามเณรเกีย่ วไปฝากไว้กบั พระอาจารย์ มหากลัน่ ปิยทสฺสี ทีบ่ า้ นพุมเรียง อำ�เภอไชยา เนือ่ งจากมีความ กังวลในเรือ่ งการเรียนของสามเณรเกีย่ วว่าจะหยุดชะงักลง

ถ่ายเมื่อ 2497 ประเทศพม่า

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง หลวงพ่อพริ้งนำ�สามเณรเกี่ยว กลับมายังวัดสระเกศทีพ่ ระนครอีกครัง้ โดยหวังจะให้กลับมาศึกษาต่อ กับพระอาจารย์เกตุ แต่ทา่ นได้ลาสิกขาบทไปเสียแล้ว หลวงพ่อพริง้ จึง ฝากสามเณรเกีย่ ว ไว้กบั พระครูปลัดเทียบ ซึง่ ในเวลาต่อมาพระครูปลัด เทียบได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ การกลับมาศึกษาพระธรรมต่อที่พระนครครั้งนี้มิได้มีปัญหาแต่ อย่างใดเนื่องจากได้ศึกษาหาความรู้กับพระมหาอาจารย์กลั่นในช่วงที่ อยูท่ ตี่ �ำ บลพุมเรียง ความขยันหมัน่ เพียรของสามเณรเกีย่ วทำ�ให้ศกึ ษา ธรรมะและสอบได้นกั ธรรมชัน้ เอกและศึกษาปริยตั ธิ รรมสอบได้เปรียญ ธรรม 5 ประโยคตั้งแต่อยู่ในฐานะสามเณร ในปี พ.ศ. 2492 ท่านมี อายุครบบวชเป็นพระภิกษุ ท่านได้รบั การอุปสมบทเป็นพระเมือ่ วันที่ 1 พฤษภาคม ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ครัง้ ดำ�รงสมณศักดิเ์ ป็นพระธรรมวโรดมเป็นองค์พระ อุปัชฌาย์ โดยให้ฉายาพระภิกษุบวชใหม่นามว่า “อุปเสโณ ภิกขุ” ในปี พ.ศ. 2497 พระมหาเกี่ยว อุปเสโณ สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งถือว่าเป็นขั้นสูงสุดของการเป็นบัณฑิตทางธรรมด้วยอายุ เพียง 21 ปี ซึ่งถือเป็นความสำ�เร็จในการศึกษาสูงสุดในภาคปริยัติ ศึกษา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ท่านได้สร้างคุโณปการมหาศาลแก่ พระพุทธศาสนาในประเทศไทย ทัง้ ในด้านการศึกษา การปกครองสงฆ์ สังคม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังต่างประเทศ ปัจจุบัน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ดำ�รงตำ�แหน่งประธานคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการ มหาเถรสมาคม และเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ได้ทำ�หน้าที่ให้กับศาสนจักรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิบัติศาสนกิจที่เป็นประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนา และได้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาเกาะสมุยในด้านต่างๆ มากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

28


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฎิสันถารกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ในพระราชพิธฉี ลองสิรริ าชสมบัตคิ รบ 60 ปี ณ พระทีน่ ง่ั อมรินทรวินจิ ฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เมือ่ วันที่ 8 มิถนุ ายน 2549

ผลงานของสมเด็จพระพุฒาจารย์ทป่ี รากฎเด่นชัด ตลอดระยะเวลาทีผ่ า่ นมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกีย่ ว อุปเสโณ) ได้ปฏิบตั ศิ าสนกิจอันเป็นประโยชน์ตอ่ พุทธศาสนาในประเทศไทยและ ได้เผยแผ่พทุ ธศาสนาในต่างประเทศ ด้วยวิสยั ทัศน์ของท่านทีย่ าวไกล สมเด็จพระพุฒาจารย์ ถือเป็นพระนักการศึกษา พระนักปกครอง และ พระผู้มีแนวคิดที่ก้าวไกลในการเผยแผ่พุทธศาสนาไปยังต่างประเทศ โดยในด้านการศึกษาท่านมีความขยันหมั่นเพียรมุมานะในการศึกษา พระธรรมสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในระยะเวลาอันรวดเร็ว ท่าน เป็นครูสอนพระปริยตั ธิ รรมให้แก่พระภิกษุสามเณร เป็นอาจารย์ทม่ี หา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทั้งนี้ยังเคยดำ�รงตำ�แหน่งผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าแผนกธรรมวิจยั และเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในบทบาทของพระผู้มีแนวคิดก้าวไกลในการเผยแผ่ศาสนาไปยัง ต่างประเทศ ท่านมีบทบาทสำ�คัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในต่าง แดนเพือ่ ให้ชาวไทยทีอ่ ยูห่ า่ งไกลบ้านเกิดได้มโี อกาสใกล้ชดิ กับพระธรรม และเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนา ท่านยัง ส่งเสริมให้มกี ารประดิษฐานวัดในพระพุทธศาสนา ณ ประเทศสหรัฐ อเมริกา และประเทศต่างๆ ทัง้ นีท้ า่ นยังได้รบั มอบหมายให้ด�ำ รงตำ�แหน่ง ประธานกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ในบทบาทพระนักปกครองซึ่งเป็นบทบาทที่เด่นชัดของท่านอีก ด้านหนึง่ ท่านเคยดำ�รงตำ�แหน่งสำ�คัญๆ หลายตำ�แหน่ง ตัง้ แต่การได้ รับเลือกเป็นอนุกรรมการมหาเถรสมาคม ในปี พ.ศ. 2507 และได้รบั บัญชา

แต่งตัง้ ให้เป็นเจ้าคณะภาค 9 และเป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ในปี พ.ศ. 2508 ใน ปี พ.ศ. 2509 ได้รบั พระบัญชาแต่งตัง้ ให้เป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และทีโ่ ดดเด่นในปี พ.ศ. 2516 สมเด็จพระ พุฒาจารย์เป็นกรรมการมหาเถระสมาคมและได้รบั พระมหากรุณาธิคณ ุ โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะเป็นรูปที่ 3 ในประวัตศิ าสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ทไ่ี ด้รบั สถาปนาแต่งตัง้ ขึน้ เป็น รองสมเด็จพระราชาคณะทีอ่ ายุไม่ถงึ 50 ปี ต่อมาได้รบั แต่งตัง้ เป็นเจ้าคณะภาค 10 (เขตปกครองจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด ศรีสะเกษ จังหวัดนครพนม จังหวัดยโสธร จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดอำ�นาจเจริญ) ในปี พ.ศ. 2525 ดำ�รงตำ�แหน่งรอง ประธานสภาสงฆ์ และตำ�แหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก โดยใน ปัจจุบันท่านดำ�รงตำ�แหน่งทางด้านการปกครองสูงสุดในฐานะ ประธานคณะผูป้ ฏิบตั หิ น้าทีส่ มเด็จพระสังฆราช นอกจากนีท้ า่ น ยังมีบทบาทสำ�คัญในยามทีบ่ า้ นเมืองประสบกับภาวะวิกฤต โดย เฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตทาง เศรษฐกิจและการเมือง สมเด็จพระสังฆราชได้มอบหมายให้สมเด็จ พระพุฒาจารย์ เป็นองค์ประธานทำ�พิธเี รียกขวัญหรือพิธมี งคล แก่บา้ นเมืองซึง่ เป็นพิธที างศาสนาทีม่ ไิ ด้เกิดขึน้ บ่อยนัก จากภารกิจ ต่างๆ ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ในข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึความ สามารถของสมเด็จพระพุฒาจารย์ในฐานะพระนักปกครอง

29


งานด้านการศึกษา สังคมและศาสนกิจในต่างแดน บทบาทของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ทางด้านการศึกษา เป็นที่ทราบ กันดีว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นผู้ใส่ใจกับการศึกษาธรรมะตั้งแต่ สมัยท่านเป็นสามเณร ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในระยะเวลาอันสั้น ในด้านการศึกษาท่านเริ่มด้วยการเป็น ครูสอน โดย ในปี พ.ศ. 2492 เป็นครูสอนปริยัติธรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2496 เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง ในปี พ.ศ. 2500 เป็นอาจารย์ สอนภาษาบาลีที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2502 ดำ�รง ตำ�แหน่งผู้ช่วยอธิการบดีและหัวหน้าแผนกธรรมวิจัย มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2503 ดำ�รงตำ�แหน่งหัวหน้าแผนก ธรรมวิจยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในเวลาต่อมาท่านได้รบั เลือกเป็น เลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2513 เป็นกรรมการ ร่างหลักสูตร โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา นอกจากนีส้ มเด็จพระพุฒาจารย์ยงั มีผลงานประเภทหนังสือ ตัวอย่าง เช่น ธรรมะสำ�หรับผูน้ บั ถือพระพุทธศาสนา ดีเพราะมีดี ปาฐกถาธรรม สมเด็จพระพุฒนาจารย์ การดำ�รงตน และคุณสมบัติ 5 ประการ เป็นต้น ในส่วนของงานเผยแผ่ศาสนาผ่านทางการแสดงธรรมในรายการ ของดี จากใบลาน

30

ในส่วนของศาสนกิจในต่างแดน ท่านได้เริ่มต้นงานด้านต่าง ประเทศ ในปี พ.ศ. 2497 โดยการเข้าร่วมประชุมฉัฏฐสังคีติ ณ ประเทศพม่า ต่อมาท่านได้เริ่มบทบาทการเผยแผ่ศาสนกิจใน ต่างแดนในปี พ.ศ. 2505 ด้วยการเป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปดูการ ศาสนา และเพือ่ ศาสนสัมพันธ์ทปี่ ระเทศ เกาหลี ญีป่ นุ่ ไต้หวัน และ ฮ่องกง และใน ปี พ.ศ. 2510 เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปสังเกตการณ์ การศึกษาพระพุทธศาสนา ที่ประเทศลาว ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง ในปี พ.ศ. 2532 เป็นประธานกรรมการการฝึกอบรม พระธรรมทูตไปต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2540 และยังเป็นองค์อปุ ถัมภ์ วั ดไทยในต่ า งแดน เช่ น สหรั ฐ อเมริ ก า สวี เ ดน เดนมาร์ ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมัน ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ เป็นต้น ในด้านสังคมและด้านอื่นๆ ท่านบำ�เพ็ญประโยชน์ด้านสังคมใน หลายๆ ด้าน สมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นผูก้ อ่ ตัง้ โรงพิมพ์กรมศาสนา และบริจาคเงินสร้างตึกสงฆ์อาพาธในชนบท นอกจากนี้ใน ปี พ.ศ. 2528 ท่านเป็นประธานกรรมาธิการสังคายนาพระธรรมวินัย ตรวจชำ�ระพระไตรปิฎก ในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระเกียรติ พระชนมพรรษา 5 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2534 ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการจัดการชำ�ระ


และพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ เนือ่ งในมหามงคลราชวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2540 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหาเถรสมาคมและเป็นประธานคณะกรรมการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและอุทกภัย สมเด็จพระพุฒาจารย์ ปฏิบตั หิ น้าทีส่ มเด็จพระสังฆราชตัง้ แต่วนั ที่ 13 มกราคม ถึง 12 กรกฏาคม พ.ศ. 2547 จนกระทัง่ ปัจจุบนั ดำ�รงตำ�แหน่งประธานคณะผูป้ ฏิบตั หิ น้าที่ สมเด็จพระสังฆราช

ภารกิจที่ทำ�ให้กับสมุย ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นพระเถระ ที่สำ�คัญของชาวไทย โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ทำ�หน้าที่ให้กับ ศาสนจักรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิบัติศาสนกิจที่เป็นประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนา สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้สร้างผลงานไว้มากมาย ในฐานะพระนักปกครองพระนักการศึกษา และพระผู้เผยแผ่พระพุทธ ศาสนาไปยังต่างประเทศ และเป็นผูว้ างรากฐานความเป็นสากลเพือ่ ให้ ศาสนจักรสามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ โดย มุ่งเน้นบทบาทของพระสงฆ์ในการทำ�งานให้แผ่นดิน ซึ่งถือว่าเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่ทางพระพุทธศาสนา แนวคิดนี้ได้ถูกสะท้อนจากการที่ ท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้เข้าไปมีสว่ นช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเกาะสมุยที่เป็น บ้านเกิดของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ ซึ่งท่านได้ให้ความช่วยเหลือ ในการพัฒนาเกาะสมุยในด้านต่างๆ มากมายตลอดระยะเวลาทีผ่ า่ นมา เช่น การช่วยผลักดันให้เกิดการบริจาคเงินเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลบน เกาะสมุย การสร้างอาคารเรียนให้แก่โรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียน วัดคีรีวงการาม อำ�เภอเกาะสมุย และการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน ผูข้ าดแคลนทุนทรัพย์ในโรงเรียนต่างๆ บนเกาะสมุย นอกจากนีส้ มเด็จ พระพุฒาจารย์ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนเกาะสมุย ซึ่งเป็น โรงเรียนประจำ�อำ�เภอ และห้องสมุดของโรงเรียน สำ�หรับการส่งเสริม การศึกษาในระดับอุดมศึกษาสมเด็จพระพุฒาจารย์สนับสนุนให้มีการ จัดตัง้ วิทยาลัยนานาชาติการท่องเทีย่ ว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยได้ทรงเมตตาเดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร วิทยาลัยนานาชาติ ที่อำ�เภอเกาะสมุย สมเด็จพระพุฒาจารย์ยังได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนา เกาะสมุย เช่น ร่วมกับ บริษัท บางกอกแอร์เวยส์ ในการร่วมกัน พัฒนาวัดหน้าพระลาน ตำ�บลแม่น้ำ� อำ�เภอเกาะสมุย และยังมีส่วน ในการพัฒนาเขาหัวจุก โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ประทานพระบรม สารีรกิ ธาตุมาให้ และได้ท�ำ การบรรจุพระบรมธาตุไว้บนยอดเจดีย์ ต่อมา ภายหลังชาวเกาะสมุยได้ร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคเงินในการบูรณะ เจดียจ์ นในปัจจุบนั ได้กลายเป็นสถานทีท่ างศาสนาและเป็นทีท่ อ่ งเทีย่ ว ที่สำ�คัญของเกาะสมุยในปัจจุบัน

เขาหัวจุก

วัดคีรีวงการาม

โรงเรียนเกาะสมุย

31


ประวัติการศึกษาและผลงาน

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าประคุณสมเด็จฯมอบกายถวายชีวติ ในพระพุทธศาสนามีศรัทธาไม่หวัน่ ไหว และสมบูรณ์ดว้ ย ศีลาจารวัตร เป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู มีเมตตาธรรมเป็นประจำ� มีกรุณาต่อชนทั่วไป มีอัธยาศัย ละมุนละไม เป็นบุคคลที่ใครๆ เข้าหาได้ง่าย ไม่ถือตัว ปฏิบัติศาสนกิจและสังฆกรรมต่างๆ สม่ำ�เสมอ มิได้ขาด เป็นผู้มีเมตตากรุณา สงเคราะห์พระภิกษุสามเณร

พ.ศ. 2489 พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2494 พ.ศ. 2496 พ.ศ. 2497 พ.ศ. 2498 พ.ศ. 2499 พ.ศ. 2500 พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2502 พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2506 พ.ศ. 2507 พ.ศ. 2508 พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2512 พ.ศ. 2513

32

สอบได้นักธรรมชั้นเอก เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง เป็นกรรมการตรวจสอบบาลีสนามหลวง สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค - ไปร่วมประชุมฉัฏฐสังคีติ ณ ประเทศพม่า เป็นกรรมการพิเศษ แผนกตรวจสำ�นวนแปลพระวินยั ปิฏก ฉบับ 2500 ของคณะสงฆ์ เป็นกรรมการนำ�ข้อสอบไปเปิดสอบเป็นอาจารย์สอนภาษาบาลี มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมประชุมอรรถกถาสังคายนา ณ ประเทศพม่า เป็นหัวหน้าแผนกบาลีธรรม มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นอาจารย์สอนพระสูตร มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานหัวหน้า แผนกคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เป็นกรรมการจัดทำ�นิตยสารพุทธจักร มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการนำ�ข้อสอบไปเปิดสอบ เป็นกรรมการอบรมศีลธรรมตามโรงเรียนต่างๆ ของมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เป็นกรรมการเผยแพร่ศลี ธรรม ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยอธิการบดี มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นหัวหน้าแผนกธรรมวิจัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการหน่วยวิจยั จัดทำ�นามานุกรมของคณะสงฆ์โดยกรมศาสนา เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปดูการศาสนาและเพือ่ ศาสนสัมพันธ์ ที่ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นอนุกรรมการวัฒนธรรมทางจิต กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมการต้อนรับสมณทูต จากไต้หวัน เป็นอนุกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ปัจจุบัน คือ อธิการบดีมหาวิยาลัย) ได้รบั พระบัญชาแต่งตัง้ ให้ด�ำ รงตำ�แหน่ง รองเจ้าคณะภาค 9 เป็นหัวหน้าอำ�นวยการพระธรรมทูต สายที่ 8 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำ�รงตำ�แหน่งเจ้าคณะภาค 9 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ เป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปสังเกตการณ์ การศึกษาพระพุทธศาสนา ทีป่ ระเทศลาว ศรีลงั กา ญีป่ นุ่ ไต้หวัน ฮ่องกง ในความอุปถัมภ์ ของ พ.ส.ล. เป็นกรรมการอำ�นวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นกรรมการธรรมจาริก กรมประชาสงเคราะห์ เป็นกรรมการร่างหลักสูตร ร.ร. พระปริยตั ธิ รรม แผนกสามัญศึกษา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

พ.ศ. 2514 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พ.ศ. 2515 ไปสังเกตการณ์การศึกษาทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัย ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ตามคำ�นิมนต์ของรัฐบาลอเมริกา พ.ศ. 2516 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ. 2524 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำ�รงตำ�แหน่งเจ้าคณะภาค 10 พ.ศ. 2525 เป็นรองประธานสภาสงฆ์แห่งโลก พ.ศ. 2528 เป็นประธานกรรมาธิการ สังคายนาพระธรรมวินยั ตรวจชำ�ระ พระไตรปิฎกในมหามงคลสมัยพระชนมพรรษา 5 รอบ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน พ.ศ. 2532 ได้รบั พระบัญชาแต่งตัง้ ให้ด�ำ รงตำ�แหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นประธานคณะกรรมการสำ�นักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่าง ประเทศ พ.ศ. 2533 เป็นสมเด็จพระราชาคณะทีส่ มเด็จพระพุฒาจารย์ ดงั ราชทินนาม ที่จารึกในพระสุพรรณบัตรว่า “สมเด็จพระพุฒาจารย์ ภาวนา กิจวิธานปรีชาญาโณทยวรางกูร วิบลู วิสทุ ธิจริยา อรัญญิกมหา ปริณายก ตรีปฎิ กบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี” พ.ศ. 2534 เป็นประธานคณะกรรมการจัดการชำ�ระและพิมพ์อรรถกถาพระ ไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ เนื่องในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหาคม 2535 นอกจากนี้ - เป็นประธานกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศของพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.พ.) - เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม - เป็นอนุกรรมการควบคุมการเรี่ยไร - เป็นรองแม่กองงานพระธรรมทูต พ.ศ. 2540 ได้รบั พระบัญชาแต่งตัง้ เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายเผยแผ่ พระพุทธศาสนา มหาเถรสมาคม เป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยธรรมชาติและ อุบัติภัย พ.ศ. 2547 เป็นประธานคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมณศักดิ์ พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2507 พ.ศ. 2514 พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2547

เป็น พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ที่ พระเมธีสุทธิพงศ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นราช ที่ พระราชวิสุทธิเมธี เป็น พระราชาคณะ ชั้นเทพ ที่ พระเทพคุณาภรณ์ เป็น พระราชาคณะ ชั้นธรรม ที่ พระธรรมคุณาภรณ์ เป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชัน้ หิรญ ั บัฏ ที่ พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชัน้ สุพรรณบัฏ ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานคณะผูป้ ฎิบตั หิ น้าทีส่ มเด็จพระสังฆราชประธานกรรมการ มหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก


Special Report

Text : ดร. ภาสกร ธรรมโชติ (นักเรียนทุนฟุลไบร์ท 2549)

34


วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท หรือที่ประชาชนทั่วไปรู้จักกันในนาม “วัดภูเขาทอง” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวกรุงเทพมหานครและพุทธศาสนิกชนชาวไทยมาช้านานตั้งแต่สมัยอยุธยา จากหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าวัดสระเกศ มีชื่อเดิมว่า “วัดสะแก” โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชได้โปรดเกล้า ให้มีการปฏิสังขรณ์ วัดสะแก ทั้งในส่วนของพระอุโบสถ หอไตร ศาลาการเปรียญ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ”

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร จากพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรม พระยาดำ�รงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงวัดสระเกศว่า “พระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ครั้งดำ�รงพระยศ เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ เสด็จฯ นำ�ทัพกลับจาก สงครามทีก่ รุงกัมพูชาถึงชานพระนคร ได้ทรงทราบเหตุการณ์ จลาจลในกรุงธนบุรีจึงได้เสด็จผ่านโขลนทวาร (พระราช ประเพณีโบราณ โดยแม่ทัพนำ�ทัพผ่านซุม้ ประตูป่าและเชิญ พราหมณ์ประพรมน้ำ�เทพมนต์เพื่อเป็นชัยมงคลแก่กองทัพ) และประทับสรงมุรธาภิเษก (พระราชพิธบี รมราชาภิเษกโดย การรดน้�ำ จากพระเศียรลงมา) ทีพ่ ลับพลาวัดสะแก 3 วัน….” ภายหลังการสถาปนาวัดสระเกศในสมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้บรูณปฏิสงั ขรณ์วดั สระเกศอีกครัง้ โดยทีส่ �ำ คัญ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดียภ์ เู ขาทองขึน้ มา ตามพระราชดำ�ริ เพื่อให้วัดสระเกศเป็นวัดเหมือนภูเขาทอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยด้านทิศเหนือติดกับถนนบรม บรรพตจรดคลองมหานาค ทิศตะวันออกจรดคลองทีแ่ ยกจาก คลองมหานาค ทิศใต้จรดถนนจักรพรรดิพงษ์ ทิศตะวันตก ติดกับถนนบริพตั รและคลองโอ่งอ่าง ภายในพืน้ ทีว่ ดั สระเกศ มีสถานที่สำ�คัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พระอุโบสถของวัดสระเกศมีความสวยสดงดงามเป็น อย่างยิง่ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ วโรรส (สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 10) กล่าวว่า “ซุ้ม พัทธสีมาวัดสระเกศ วิจิตรสวยงามมาก ควรถือเป็นแบบ อย่างได้” ผนังรอบอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม และประมาณค่ามิได้ โดยทีผ่ า่ นมาได้รบั การซ่อมแซมต่อจาก สมัยรัชกาลที่ 1 อีกหลายครั้ง พระระเบียงวัดสระเกศ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยการ สร้างพระระเบียงเป็นการสร้างตามคตินิยมแบบขอม โดย สมเด็จพระยาดำ�รงราชานุภาพกล่าวว่าการสร้างพระระเบียง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาไกลๆ ได้พักผ่อน

พระเจดี ย์ ภู เ ขาทอง หรื อ บรรพต ซึ่ ง เป็ น นาม พระราชทานโดย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จากชื่อเดิม พระเจดีย์ภูเขาทอง แต่คนส่วนใหญ่นยิ มเรียกกันว่า พระเจดียภ์ เู ขาทอง พระเจดีย์ ภูเขาทองนับเป็นพุทธสถานที่สำ�คัญของวัดสระเกศราชวร มหาวิหาร เฉกเช่นเดียวกับ พระปรางค์วดั อรุณราชวรารามราช วรมหาวิหาร ทัง้ นีพ้ ระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงมีพระราช ประสงค์จะสร้างให้เหมือนกับวัดภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมพระเจดีย์ภูเขาทองมีรูปแบบเป็นปรางค์องค์ใหญ่ฐาน สีเ่ หลีย่ มแบบย่อไม้สบิ สอง อย่างไรก็ตามต่อมาภายหลังส่วนฐาน ล่างขององค์พระเจดีย์ไม่สามารถรับน้ำ�หนักได้ทำ�ให้ยอดเจดีย์ ทรุดลงมาเป็นเหตุให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ต่อมาพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยา ศรีพพิ ฒ ั น์เป็นแม่กองซ่อมแซมทำ�เป็นภูเขาทอง ทำ�บันไดเวียน สองข้างจนถึงยอด ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ก่อเจดีย์ ทรงระฆังไว้ที่ยอดเขา และพระราชทานนามเจดีย์ภูเขาทอง ใหม่ว่า “บรมบรรพต”

35


ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการบูรณะ พระเจดีย์ภูเขาทองใหม่และสร้างต่อในส่วน ที่ไม่เรียบร้อยให้แล้วเสร็จ โดยรัชกาลที่ 5 ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บูชาไว้ใน พระบรมมหาราชวัง มาประดิษฐานไว้ทพ่ี ระ เจดียว์ ดั ภูเขาทองเป็นครัง้ แรก ในปี พ.ศ. 2440 และทรงโปรดเกล้าฯ ให้มงี านนักขัตฤกษ์ฉลอง พระเจดีย์ภูเขาทองเป็นประจำ�ทุกปี

ต่อมาสมเด็จพระลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์ เดชาวุธ กรมขุนราชสีมา เสด็จพระราชดำ�เนิน แทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรม สารีรกิ ธาตุทไ่ี ด้รบั อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย โดยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงโปรดให้อัญเชิญมา ประดิษฐานในพระเจดียภ์ เู ขาทองเป็นครัง้ ทีส่ อง หลายปีตอ่ มาสมเด็จพระสังฆราช ญาโณ ทยมหาเถร ครัง้ ดำ�รงสมณศักดิเ์ ป็นพระธรรม วโรดม เจ้าอาวาสวัดสระเกศ มีบญ ั ชาให้มกี าร ซ่อมแซมวัดสระเกศครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2493 – 2495 ในส่วนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล ปัจจุบนั เสด็จพระราชดำ�เนินไปยัง บรมบรรพต เพือ่ บรรจุพระบรมสารีรกิ ธาตุในพระเจดียย์ อด พระมณฑป เมือ่ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2497 และเสด็จพระราชดำ�เนินอีกครัง้ ในปี พ.ศ. 2509 เพือ่ ประกอบพระราชพิธบี รรจุพระบรมสารีรกิ ธาตุในพระเจดียอ์ งค์เล็ก และเมือ่ ปี พ.ศ. 2540 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร ทรงโปรดเกล้าฯ ถวายกระเบื้องโมเสกสีทอง แบบเรียบเพื่อซ่อมแซมพระเจดีย์ภูเขาทอง พุทธศาสนิกชนทีเ่ ลือ่ มใสศรัทธาได้จดั ให้ มี ก ารเฉลิ ม ฉลองพระบรมสารี ริก ธาตุ เ ป็ น ประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา นอกจากนี้ยังมี พิธีที่พุทธศาสนิกชนให้ความสำ�คัญอีกพิธี คือ พิธีห่มผ้าแดงองค์พระเจดีย์ในงานนมัสการ พระบรมสารีรกิ ธาตุ ผ้าแดงทีผ่ กู ติดกันยาวนับ

สิบเมตรให้พุทธศาสนิกชนจับเป็นแนวยาว และเดินวนขวาไปรอบองค์พระเจดีย์อย่าง พร้อมเพรียงเปรียบเสมือนจีวรของพระพุทธเจ้า ทั้งนี้การที่พุทธศาสนิกชนได้จับผ้าแดงไปห่ม พระเจดียเ์ สมือนการได้ถวายจีวรแด่พระพุทธเจ้า นัน้ เอง พิธหี ม่ ผ้าแดงจึงเป็นสัญลักษณ์ของการ เฉลิมฉลองของวัดสระเกศและเพื่อสักการะ บูชาพระบรมสารีรกิ ธาตุของพระพุทธเจ้า เพือ่ ทำ�ให้เกิดความมงคล และความร่มเย็นในชีวติ และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายต่างๆ นั บ เป็ น ประเพณี ที่ ป ฏิ บั ติ สื บ ต่ อ กั น มาของ วัดสระเกศ

รำ�ไพพรรณ แก้วสุริยะ, เรียบเรียง คู่มือนำ�เที่ยววัดสระเกศ 9749931483 กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2549 106 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม. วัดสระเกศ

36


37


38


39


Good Mind @ Good man Town ในยุคปัจจุบันนี้ ที่ทุกอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยการแข่งขันในชีวิต จึงเป็นเรื่องธรรมดาสำ�หรับ ครอบครัว ยุคใหม่ ทีท่ งั้ คุณพ่อและคุณแม่ตา่ งต้องออกไปทำ�งานนอกบ้าน เพือ่ หารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ภายหลังจาก ที่มีลูกโดยเฉพาะช่วงหลังคลอดใหม่ๆ คุณแม่หลายๆ คนจะกังวลกับการเลี้ยงลูก จนกระทั่งอาจต้องขอลาหยุด งานหรือพักงานชัว่ คราวเพือ่ เลีย้ งลูก บ่อยครัง้ การทำ�หน้าทีใ่ นฐานะแม่อาจรบกวนความรูส้ กึ ของแม่เองว่าตนยัง ทำ�ได้ไม่ดีพอ บางคนถึงกับผิดหวังกับตัวเอง และกล่าวโทษตนเองว่าน่าจะทำ�ได้ดีกว่านี้

คุณแม่คนดีที่หนึ่ง นอกจากความคาดหวังให้เลี้ยงดูและอบรมลูกให้โตเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีแล้ว สังคมยังคาดหวังว่าแม่จะเป็นคนดูแลบ้าน โดย เฉพาะเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบของบ้าน ดูแลเรื่อง อาหารการกินของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งเป็นคนสำ�คัญที่ ทำ�ให้บ้านอบอุ่น ด้วยความเอาใจใส่ ดูแลอารมณ์และจิตใจของ สมาชิกในบ้าน ดังนั้นคุณแม่ทุกคนจึงมีความคาดหวัง อยากให้ตนเองได้ รับการยอมรับว่าเป็นแม่ทดี่ ี น่าชืน่ ชมและเป็นคุณแม่ตวั อย่าง จากคนอื่นๆรอบตัว (สังคมรอบข้าง) หมอจึงขอแนะนำ�หลัก ง่ายๆ เพื่อให้คุณแม่แต่ละท่านได้มั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติ ของคุณแม่ดีเด่นอย่างครบถ้วน

คุณแม่เกรด 4

ในปัจจุบันนอกจากทำ�หน้าที่พื้นฐานตามที่คาดหวัง ยังมี ความรู้ใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยสร้างเสริมพัฒนาการและ การเจริญเติบโตของลูก โรคภัยและปัญหาสุขภาพใหม่ๆ ทั้งทาง ร่างกายและจิตใจที่ต้องป้องกันในแต่ละช่วงวัยของลูก นอกจากนัน้ ยังมีประสบการณ์การเรียนรูท้ ลี่ กู ต้องการอย่าง หลากหลาย ความรูม้ ากมายเหล่านีผ้ า่ นมาในทุกช่องทาง หากแต่ สิง่ สำ�คัญทีส่ ดุ ในการเลีย้ งลูก นัน่ คือหัวใจของความเป็นแม่ ความรัก ความอบอุ่นที่มอบให้กับลูก เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่การท่องจำ� ความรู้ สอบให้ได้เกรด 4 (ถึงสอบความรูผ้ า่ นเป็นเลิศ แต่ปรับใช้ ให้ยดื หยุน่ กับลูกไม่ได้ ลูกก็ไม่สามารถจะเรียนรู้ ให้เท่าทันอันตราย จากสังคมยุคใหม่ได้)

โอกาสในการเรียนรู้ของลูก

เป็นทีย่ อมรับกันอย่างกว้างขวางว่าการเรียนรูข้ องเด็กแต่ละ ช่วงวัยที่ได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม ทำ�ให้เกิดโอกาสที่ลูก จะพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ตามความสามารถที่ลูกมีอยู่ภายใน ตนเอง ยิง่ ไปกว่านัน้ เพือ่ ให้เกิดการเรียนรูท้ ดี่ ี ลูกยังต้องการเวลา

40

หยุดพักผ่อน เวลาเล่นโดยอิสระ เวลาทีเ่ ขาจะเรียนรูอ้ ย่างมีความสุข (เรียนรูจ้ ากประสบการณ์นอกห้องเรียน) ตามความสนใจ และลองผิด ลองถูกเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในเวลาทีล่ กู พัก คุณแม่กต็ อ้ งการเวลาพักเช่นกัน ส่วนเวลาทีล่ กู เล่นอย่างอิสระ เป็นเวลาที่แม่เพียงเฝ้าดู ไม่ต้องวุ่นวายออกแบบ การเล่นหรือการทำ�กิจกรรมของลูกตลอดเวลา เพือ่ ช่วยสนับสนุนให้ ลูกได้สร้างประสบการณ์จากจินตนาการของตนเอง โดยไม่ต้องมีกฎ กติกาต่างๆ มาตีกรอบความคิด ดังนั้นเวลาที่ลูกมีความสุขกับการ เรียนรู้ คือเวลาที่แม่มีความสุขกับการเล่นตามลูก และใช้ชีวิตอยู่กับ ลูกด้วยความสนุก ซึ่งช่วยเติมพลังงานชีวิต ให้กับคนเป็นแม่ด้วย เช่นกัน เวลาทีเ่ ขาลองผิดหรืออาจเป็นแม่ทลี่ องผิดไปบ้าง แต่ไม่เป็น อันตรายกับลูก เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดด้วยกัน และไม่ยึด ติดอยู่กับการโทษตัวเองจนก้าวต่อไปไม่ได้


อยู่กับความจริง

การเป็นแม่ทดี่ รี สู้ กึ ได้จากการใช้เวลาทีส่ �ำ คัญกับลูก แม่ทกุ คน ไม่จำ�เป็นต้องสวมบทบาทเป็นแม่ตลอดเวลาทุกวินาที แต่แม่ยัง ต้องการเวลาส่วนตัวเช่น อาบน้� ำ อ่านหนังสือทีช่ อบ ไปทำ�ธุระอืน่ สำ�หรับครอบครัวและตนเอง แม่บางท่านมักรู้สึกว่ายังดูแลลูก ไม่ดีพอ ยังทำ�ให้ลูกไม่มากพอ ต้องทำ�ให้มากขึ้นไปอีก จนกลาย เป็นความกดดัน เป็นเวลาทีแ่ ม่ท�ำ อะไรไม่เสร็จ บ้านยังรก สกปรก ธุระสำ�คัญยังค้างคา ทำ�ให้เวลาคุณภาพที่ควรจะใช้ร่วมกับลูก กลายเป็นเวลาแห่งความเครียดของแม่เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับ ความวิตกกังวลของแม่ แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่การเรียนรู้ ร่วมกันระหว่างแม่และลูก หากคุณแม่ลองบริหารเวลาแต่ละวัน โดยจัดแบ่งเวลาเป็นสีส่ ว่ น ส่วนทีห่ นึง่ สำ�หรับดูแล เรือ่ งส่วนตัวของตัวเอง ส่วนทีส่ องสำ�หรับ ลูกและครอบครัว ส่วนที่สามสำ�หรับการดูแลบ้าน และ ส่วนที่สี่ สำ�หรับธุระทีจ่ �ำ เป็นนอกครอบครัว จะช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึน้ และคุณแม่สามารถมีความสุขกับการดูแลลูกได้มากขึ้น

เติบโตอย่างมัน่ คงและสมกับวัยของเขา แทนทีจ่ ะตำ�หนิแม่อกี คนว่า ใช้ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นการให้กำ�ลังใจ ให้ความมั่นใจที่จะเปลี่ยนวิธี ในการดูแลลูก

หยุดนิสัยย้ำ�คิดย้ำ�ทำ�

ฝากทิง้ ท้ายสำ�หรับคุณแม่บางท่าน ทีเ่ ริม่ พบว่าตนเองกังวลจน ควบคุมตนเองไม่ได้ เริม่ ตรวจสอบทุกอย่างเกีย่ วกับลูก ทำ�อะไรซ้�ำ ๆ เพือ่ ให้มนั่ ใจว่าทุกอย่างทีเ่ กีย่ วกับลูกต้องดีสมบูรณ์แบบ และแม้จะ ตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็ไม่สามารถวางใจได้ จนกลายเป็น อาการย้ำ�คิดย้ำ�ทำ� คุณแม่จงึ ควรต้องเริม่ จากการผ่อนคลายตัวเองในการดูแลลูก หาวิธคี ลายเครียดด้วยกิจกรรมทีช่ นื่ ชอบ แบ่งความรับผิดชอบในการ ดูแลลูกให้คุณพ่อไปบ้าง แต่ถ้าอาการย้ำ�คิดย้ำ�ทำ�รบกวนจิตใจมาก ควรต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญช่วยในการบรรเทาอาการก่อนที่ลูกจะ ซึมซับเอาความกังวลนึ้ไปด้วย

เรารู้จักลูกดีที่สุด

หนังสือ ตำ�รา คำ�แนะนำ� คำ�บอกเล่า เป็นเพียงแนวคิดหรือ ประสบการณ์ตวั อย่างทีช่ ว่ ยในการเลีย้ งดูลกู แต่คณ ุ แม่และคุณพ่อ เป็นผูท้ รี่ จู้ กั ลูกดีทสี่ ดุ ดังนัน้ การใช้หนังสือให้เป็นประโยชน์จงึ ควร ต้องอ่านอย่างหลากหลาย ไม่ยดึ เอาจริงเอาจัง จนขาดความเข้าใจ ในธรรมชาติของลูก และที่สำ�คัญคือ ไม่ควรกังวลตลอดเวลาว่า เราจะเตรียมอาหารให้กับลูกไม่ครบถ้วน เราฝึกลูกไม่ถูกวิธี ลูก จะเจอแต่ประสบการณ์ที่เป็นแง่ลบ จนขาดความมั่นใจในการ ดูแลลูก ทำ�ให้ไม่กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไปพร้อมกับลูก สุดท้าย ผลลัพธ์คอื ลูกขาดประสบการณ์ทสี่ �ำ คัญบางเรือ่ งในชีวติ ไป เพราะ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งสำ�คัญคือ ลูกได้เรียนรู้จากเรื่อง นั้นๆ โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดอยู่ข้างๆ คุณแม่ และคุณพ่อ ควรใช้เวลาให้มากขึ้นในการสังเกตธรรมชาติของลูก ปรับวิธีที่เคยใช้แล้วไม่ได้ผล หาแนวทางใหม่ๆ มาใช้ในการดูแล ลูกในแต่ละวัน

ทำ�ไมไม่เป็นเหมือนแม่คนอื่น

อย่าเปรียบเทียบตนเองกับแม่คนอืน่ โดยเฉพาะแม่ทที่ �ำ งาน และแม่ที่ไม่ทำ�งาน คุณแม่หลายท่าน อาจรู้สึกว่าอีกฝ่ายเลี้ยง ลูกได้ดีกว่าตนเอง แม่แต่ละคนมีวิธีในการดูแลลูกต่างกันไปบ้าง ถ้ามีโอกาส ทีจ่ ะแลกเปลีย่ นวิธกี ารดูแลลูก ขอให้แลกเปลีย่ นกันด้วย ความรูส้ กึ อยากจะคุยกันในฐานะแม่คนหนึง่ ซึง่ อยากจะเห็นลูกๆ

หมอเชือ่ ว่า แม่ทกุ คนอยากเป็นแม่คนดีทหี่ นึง่ และแม่ได้ท�ำ สิง่ นัน้ ด้วยหัวใจทีล่ กู สามารถสัมผัสได้ จึงขอฝากบทความสำ�คัญนีเ้ ป็นกำ�ลังใจ แก่คุณแม่ทุกท่าน คือ “แม่อาจไม่สามารถทำ�และเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้ กับชีวิตลูกได้ แต่แม่ทำ�ดีแล้วสำ�หรับลูกของแม่” อ้างอิงจากบทความของแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต

นพ.พรรธนภ ตัณฑ์ศุภศิริ รองผู้อำ�นวยการ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ กรมสุขภาพจิต จิตแพทย์ประจำ�โรงพยาบาลทักษิณ

41


Leisure

Text / Photo : ธีรภาพ โลหิตกุล

*

ฉบับนีถ้ อื เป็นฉบับครบรอบ 3 ปีเต็มทีเ่ ผยโฉม สู่สายตามหาชน และ 3 ปีเต็มที่ผมเป็นคอลัมนิสต์ ของนิตยสาร ตั้งแต่ฉบับที่ 1 เดือนกันยายน 2553 จนถึงฉบับที่ 36 เดือนสิงหาคม 2556 ด้วยตระหนัก ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจ ของดร.หิรญ ั ที่จะทำ�นิตยสาร ชั้นดี มีคุณภาพ ให้เป็นเกียรติ และเป็นหน้าตาของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันเป็นแผ่นดินถิ่นเกิดที่ท่านรัก บทความพิเศษ ฉบับนี้ จึงขอย้อนระลึก “บทความ แรก” ที่ผมเขียนเพื่อตีพิมพ์ใน @ Surat ปีที่ 1 ฉบับ ที่ 1 ชื่อคอลัมน์ “ในอ้อมกอดตาปี” นำ�เสนอเรื่อง งานประเพณีชักพระออกพรรษาในลำ�น้ำ�ตาปี ซึ่งปีนี้ ก็กำ�ลังเวียนมาถึงอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อท่านผู้อ่านในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่นๆ สามารถวางแผนการเดินทางมาไหว้พระ หรือมาท่องเทีย่ ว ได้สะดวก

ขบวนเรือชักพระวิจิตรตระการตาในอ้อมกอดตาปี

แด่ตาปี...ด้วยดวงใจ

ไม่มีช่วงเวลาใดที่แม่น้ำ�ตาปีจะมีสีสันและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เท่าช่วงเทศกาลออกพรรษาราวเดือนตุลาคมของทุกปี ชาวสุราษฎรธานี จะพร้อมใจกันจัดงานประเพณีชักพระ หรือ “ลากพระ” ทั้งบนบกและในน้ำ�กันอย่างเอิกเกริก เรือชักพระจากทุกอำ�เภอแข่งกันตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา พากันมาลอยลำ�อวดโฉมจนลำ�น้�ำ ตาปีงามประหนึง่ เป็น “รัตนนที” บน สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ ไปแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ก่อนจะเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ�เดือน 11 หรือวันออกพรรษา อันเป็นที่มาของงาน ประเพณีสุดอลังการในครั้งนี้ ในขณะที่บริเวณริมฝั่งน้ำ�ตาปี ก็เปี่ยม ด้วยสีสันของขบวนรถชักพระตระการตาไม่แพ้กัน พุทธตำ�นานกล่าวขานว่าเมือ่ พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมา บรรดา พุทธศาสนิกชนต่างปีตยิ นิ ดี พากันอัญเชิญพระพุทธองค์ขนึ้ ประทับบน บุษบกแล้วแห่แหนไปทั่วเมือง กลายเป็นต้นเค้าของแนวคิดอัญเชิญ พระพุทธรูปขึน้ บุษบก ซึง่ ชาวใต้เรียก “นมพระ” (หรือพนมพระ) แล้ว ใช้รถหรือเรือชักลากแห่แหนไปเป็นประเพณีสืบเนื่องมาตราบจนวันนี้

42

เรือชักพระโดดเด่นในลำ�น้ำ�ตาปี


ขบวนรถชักพระเคลื่อนมาประชันเรือชักพระ ณ ริมฝั่งตาปี

ตระการรถพนมพระ

วันที่ยงั มีความเชื่อว่าการมีร่วมฉุดดึงเชือกที่ชักลาก “นมพระ” สักปีละครั้ง จะเป็นอานิสงส์ผลบุญกับชีวิตอย่างใหญ่หลวง จดหมายเหตุของหลวงจีน “อี้จิง” ซึ่งจาริกรอนแรมผ่านคาบสมุทร มลายู ตั้งแต่สมัยปลายด้ามขวานของไทยยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร ศรีวิชัย เมื่อ 1,200 ปีก่อน ได้บันทึกถึงขบวนแห่ของชาวเมืองขบวนหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นงานประเพณีชักพระออกพรรษา ดังนี้.... ”พระพุทธรูปศักดิส์ ทิ ธิอ์ งค์หนึง่ มีคนแห่แหนมาจากวัดโดยประดิษฐาน บนรถหรือบนแคร่ มีพระสงฆ์และฆราวาสหมูใ่ หญ่แวดล้อมมา... มีการถวาย ของหอม ดอกไม้ และธงชนิดต่างๆ ทอแสงในกลางแดด พระพุทธรูปเสด็จ ไปสู่หมู่บ้านด้วยวิธีดังกล่าวนี้...” น่าสนใจว่า เมื่อโลกรุดหน้ามาถึงยุคดิจิตอลเช่นวันนี้แล้ว เหตุใด คน เรายังเดินตามรอยอดีตทีผ่ า่ นมานับพันปี ทำ�ไมเราไม่เอาเวลาทีเ่ สียไปกับการ ตกแต่งประดับประดาเรือและรถชักพระ ไปทำ�อย่างอืน่ ทีเ่ กิดประโยชน์ทาง ธุรกิจมากกว่านี้ ทว่าในอีกมุมหนึง่ ...นีค่ อื ต้นทุนทางวัฒนธรรม ซึง่ ถือเป็นต้น ทุนของหัวใจ ต้นทุนที่ทำ�ให้เกิดความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจในชุมชน เกิด การสืบสานงานฝีมือ และสร้างสรรค์พลังศรัทธาขึ้นในจิตใจคน

เป็นต้นทุนที่คำ�นวนไม่ได้ด้วยตัวเลข แต่ตระหนักค่าได้ด้วยหัวใจเราเท่านั้น!

43


Hotel of the Month

Text / Photo : 5 ดาว

ความสุขกับมุมริมสระน้�ำ ใกล้หาด

จุดหมายแห่งการพักผ่อนมีระดับ

Pavilion Samui Boutique Resort มาเทีย่ วเกาะสมุย เกาะสวรรค์ของนักเดินทางกลางอ่าวไทยทัง้ ที ก็ตอ้ งหาทีพ่ กั หรูหราอย่างมีสไตล์ ด้วยเสน่หส์ ถาปัตยกรรมแบบบาหลี ห้องพักทีม่ เี อกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว เงียบสงบ พร้อมพรัง่ ด้วยสิง่ อำ�นวยความสะดวกครบครัน ท่ามกลางหาดทรายสวย น้�ำ ใส ทิวมะพร้าว แสงแดดและสายลม อันเป็นสัญลักษณ์เด่นของเกาะสมุย มุมผ่อนคลายสุดแสนโรแมนติก

44

เพียงเรือเฟอร์รเี่ ทียบท่าบริเวณหน้าทอน ผมสูดอากาศอันบริสทุ ธ์ิ อัดแน่นเข้าสู่ปอด เป็นปอดดำ�ๆที่ใช้ชีวิตในเมืองมาเนิ่นนาน จากนั้น มุ่งหน้าตรงสู่หาดละไมทันที ซึ่งสองข้างทางบนถนนรอบเกาะบางช่วง บางตอนยังได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวสมุยอยู่บ้าง ทั้งที่ ความเจริญรุดหน้ามาจับจองเป็นจำ�นวนมากแล้วก็ตาม พาวิลเลี่ยน สมุยบูทิครีสอร์ท ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์ความ เจริญของหาดละไม บางเวลาบนถนนสายหลักอาจพลุกพล่านไปด้วยนัก ท่องเที่ยว แต่หากได้เช็คอินบริเวณส่วนต้อนรับด้านหน้าของรีสอร์ทที่ ดูหรูหราแต่ไม่ใหญ่โตนัก ถึงอย่างไรเมื่อได้เดินก้าวเข้าสู่ดา้ นในรีสอร์ท สัมผัสได้ถึงความอลังการงานสร้าง จนเรียกได้ว่าเป็นความประทับใจ สุดๆ ครั้งหนึ่งของการเดินทาง รีสอร์ทแห่งนี้อยู่ภายใต้การบริหารงาน ของโกฉุย-วิรัช พงศ์ฉบับนภา


45


มุมพักผ่อนกับทีน่ อนอันอ่อนนุม่

มุมชืน่ ชอบส่วนตัว

และทริปนีน้ บั ว่าผมโชคดีมโี อกาสได้รบั เกียรติสนทนาอย่าง เป็นกันเองกับผู้เป็นเจ้าของบ้านใจดี ซึ่งท่านกล่าวถึงที่มาความ หมายของโรงแรมว่า “พาวิลเลี่ยน” โดยความหมายแปลว่า “ศาลา” และร้านอาหารภายในรีสอร์ทก็ใช้ชื่อว่า “ Patio” นั่น ก็แปลว่า “ศาลา” เช่นกัน ส่วนโลโก้ของโรงแรมนัน้ ออกแบบให้ มีลกั ษณะของความเป็นไทยแต่แฝงด้วยความเป็นสากล โดยนัก ออกแบบมากประสบการณ์ทเี่ คยได้ไปสัมผัสงานสถาปัตยกรรม สไตล์บาหลี แล้วนำ�กลับมาประยุกต์สร้างตามคอนเซ็ปต์ให้เข้า กับความเป็นเกาะสมุย อย่างไรก็ตามนอกจากเอกลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่นแล้ว ยังรองรับด้วยห้องพักหลายรูปแบบตอบสนองทุกความต้องการ ถึง 4 รูปแบบอาทิ ห้องพักแบบ “Deluxe Jacuzzi” ด้วยพื้นที่ ห้องกว้างถึง 45 ตรม. จำ�นวน 28 ห้อง ตัง้ อยูบ่ นชัน้ สองทัง้ หมด ของส่วนอาคาร มีความโดดเด่นทีร่ ะเบียงและจาคุซอี่ ยูด่ า้ นหน้า ห้อง และสามารถเปิดเชื่อมต่อกันได้ ห้องพักแบบ “Plunge Pool Suite” มีจำ�นวน 18 ห้อง ซึ่งมีจาคุซี่ด้านหน้าห้องและ ระเบียงพักผ่อนที่รายล้อมด้วยรั้วสไตล์บาหลีอย่างเป็นส่วนตัว และภายในห้องประกอบด้วยเตียงขนาดมาตรฐานคิงไซส์ มินิ บาร์ เซฟบ็อกซ์ เครื่องเล่นไอพอต ฟรีอินเตอร์เน็ท (Wi – Fi) ทุกห้อง สำ�หรับผู้ที่มาเป็นครอบครัวยังสามารถเปิดเชื่อมต่อ ภายในได้ ส่วนห้องพักแบบ “Hydro Pool Villa” เสมือนบ้านพัก ส่วนตัว หรู โดดเด่นด้วยสระว่ายขนาดใหญ่กว้าง 2.5x4 เมตร จำ�นวน 18 ห้อง พร้อมสิง่ อำ�นวยความสะดวกและห้องพักแบบ

อีกมุมหนึง่ ของรีสอร์ทยามค่�ำ คืน

“Grand Pool Villa” จำ�นวน 4 ห้อง ซึ่งมี 1 ห้องที่เป็น “Beach Front Grand Pool Villa” ความโดดเด่นที่ห้องพักกว้างขวางนั้นติดกับหาดทราย สระว่ายน้ำ� หันหน้าออกสู่ท้องทะเล จึงสามารถสัมผัสและดื่มด่ำ�ทิวทัศน์สวยได้อย่างเต็มอิ่ม ส่วนโซนใหม่ใหญ่หรูหราอย่างมีระดับคือ “Pool Villa Residence และ “Beach Front Pool Villa Residence” 2 ห้องนอนและแบบ 3 ห้องนอน ออกแบบห้องพัก ใหม่ทั้งหมด พร้อมสิ่งอำ�นวยความสะดวกครบครัน ชนิดที่เรียกว่า สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างหรูหรามีระดับอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ภายในโรงแรมยังมี Spa, Fitness, Scenic Corner ซุ้มอาหารเครื่องดื่ม

ข้างสระน้ำ� Look out Bar บาร์ริมทะเล ห้องอาหาร The Patio Restaurant บริการ บุฟเฟ่ต์นานาชาติในมื้อเช้า และมื้อเย็นบริการอาหารแบบอลาคาสเมนู ที่ต้องย้ำ�ว่าอาหาร สุดยอด รสเลิศ จากฝีมอื เชฟมากประสบการณ์ และยังมี Library, The Gallery Gift Shop จำ�หน่ายของฝากของที่ระลึกจากสมุย อาทิ จิวเวลรี่ เครื่องเงินและสินค้าแฮนด์เมดให้ได้ จับจ่ายไปเป็นของฝากให้คนรูใ้ จได้อกี ด้วย และทีส่ �ำ คัญยังมี Business Center, The Orchid Meeting Room รองรับการประชุมด้วยอุปกรณ์ครบครันเช่นกัน ความสุขของนักเดินทาง ที่ต้องสัมผัสสักครั้ง...

Pavilion Samui Boutique Resort

124/24 หมู่ 3 หาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84310 สนใจสอบถามรายละเอียดหรือสำ�รองห้องพักได้ที่โทร. 077-424-030 แฟกซ์ 077-424-029 อีเมล์ : info@Pavilionsamui.com เยี่ยมชมได้ที่ www.pavilionsamui.com และสำ�นักงานกรุงเทพฯ เลขที่ 471/327 อาคารพญาไทเพลส ถนนศรีอยุธยา ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร : 02-644-9450 แฟกซ์ : 02-644-7842 อีเมล์ : bkkoffice@Pavilionsamui.com

46


47


Eat & Drink

Text / Photo : ช้อนกลาง

อิ่มเอมเคล้าความสุขกับคุณแม่ ที่

ห้องอาหาร ช้างไทย โรงแรม ดิโอวาเลย์

ด้วยในโอกาสเดือนสิงหาคมนี้ ผมถือว่าเป็นช่วงจังหวะดีได้แสดงออกถึงความรักทดแทนพระคุณแม่ ด้วยการพาคุณแม่ไปหาอาหาร อร่อยๆ เฉกเช่นปีนี้ผมขอเปลี่ยนบรรยากาศจากที่ทานอาหารในเมือง ขยับออกไปนอกเมืองสักนิดแต่ไม่ไกลอย่างที่คิด และที่สำ�คัญเป็น ห้องอาหารทีเ่ พิง่ ได้รบั การปรับปรุงโฉมใหม่ เมนูอาหารใหม่ แต่ยงั คงความเอร็ดอร่อยเหมือนเดิม ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราดูดแี ต่ราคาเบาๆ กระเป๋า ที่ห้องอาหารช้างไทย ห้องอาหารแห่งนีอ้ ยูใ่ นอ้อมแขนของ “โรงแรม ดิโอวาเลย์” หรือ โรงแรมเรือทีห่ ลายคนรูจ้ กั ดี บริการทีพ่ กั สไตล์บทู คิ ทีห่ ลายคนหลงใหล ในเสน่ห์ โดยเฉพาะปัจจุบันกลายเป็นแดนสวรรค์ของนักเดินทาง แหล่งชอปปิง้ ศูนย์รวมของฝาก สถานทีช่ ลิ ล์เอ้าท์แฮงค์เอ้าท์ คอมมูนติ ี้ มอลล์สุดฮอตในหมู่วัยรุ่น หรือแม้กระทั่งเป็นศูนย์การประชุมขนาด ใหญ่ที่สุดของเมืองคนดี ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชีย ใกล้กับสนามบิน และสถานีรถไฟ จึงสะดวกและง่ายต่อการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง ห้องอาหารแห่งนีต้ ง้ั อยูเ่ คียงข้างอาคารรูปเรือทีโ่ ดดเด่น ส่วนตัวห้อง อาหารเป็นอาคารที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสม ผสานความเป็นไทยร่วมสมัยหรูหราราวกับคฤหาสน์ โดดเด่นด้วย เสาโรมัน หน้าต่างรูปซุม้ โค้ง ส่วนภายในนัน้ ออกแบบได้สอดคล้องกับ ภายนอกคุมโทนด้วยสีขาว จัดวางโต๊ะอาหารทรงกลมตามแบบฉบับ ของห้องอาหารจีนอย่างเป็นระเบียบ จัดโต๊ะอาหารได้หรูหราวิจิตร อลังการราวกับห้องอาหารบนโรงแรมระดับห้าดาว มีโต๊ะอาหารไว้ รองรับกว่า 11 โต๊ะที่สามารถรับลูกค้าได้กว่า 150 คน รวมทั้งด้าน

48


1 2 3 4 1

ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว นกน้อยในรังรัก ปลาสำ�ลีผัดพริกเกลือ หยกขาวขั้วโลกเหนือ

3

2

4

ในอาคาร และด้านหลังห้องอาหารยังเป็นโซนที่ สามารถนัง่ ทานอาหารและชืน่ ชมกับบรรยากาศ ในสวนสวยสไตล์โบฮีเมียน น้ำ�พลุท่ามกลาง ความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี ที่สำ�คัญห้องอาหารนี้เปิดบริการตลอดทั้ง วันตัง้ แต่อาหารมือ้ เช้าสไตล์บฟุ เฟ่ต์ บริการด้วย อาหารไทย อาหารนานาชาติ มื้อกลางวันเสิร์ฟ อาหารรสเลิศแบบอลาคาสเมนู ส่วนมื้อเย็น พบกับดินเนอร์หรูเต็มรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่ง

ทีจ่ ะพาคุณแม่มาอิม่ เอมกับอาหารแนวฟิวชัน่ ฟูด้ และอาหารสูตรดั้งเดิมตามแบบฉบับทั้งอาหาร ไทยและอาหารนานาชาติ รวมทัง้ อาหารท้องถิน่ ที่หาทานยากมาไว้ในที่เดียวกัน จากเชฟมาก ประสบการณ์ที่รังสรรค์ทุกเมนูจากวัตถุดิบที่ คัดสรรเป็นอย่างดี และยังมากด้วยเทคนิคการ ปรุงอาหารแสนอร่อย รวมทั้งการดีไซน์จัดจาน ได้สวยงามราวกับงานศิลป์บนโต๊ะอาหาร

สำ�หรับอาหารมือ้ พิเศษประจำ�เดือนวันแม่น้ี นำ�เสนอด้วยเมนูเด็ดจานแรกเป็นอาหารแนว ฟิวชั่นฟู้ดผสมผสานอาหารจีน ที่สำ�คัญเป็น จานซิกเนเจอร์ประจำ�ห้องอาหารแห่งนีม้ ชี อื่ เมนู ว่า “นกน้อยในรังรัก” เห็นแล้วเป็นต้องทึ่งใน ขบวนการคิด นำ�ออกมาเสิรฟ์ แบบร้อนๆ ส่งกลิน่ หอมยั่วยวนใจ ซึ่งในจานประกอบด้วย กุ้งห่อ แป้งปรุงรสปั้นเป็นรูปนก 2 ตัวนำ�ไปนึ่งจนสุก วางบนรังหรือแผ่นเกีย๊ วกรอบ เสิรฟ์ พร้อมน้�ำ จิม้ 3 รส เผ็ดเปรีย้ วหวานจีด๊ จ้าดถึงใจอย่างแน่นอน ตามมาด้วย “ปลาสำ�ลีผัดพริกเกลือ” ที่หาทาน ได้ที่นี่เท่านั้นโดยเฉพาะ เชฟคัดสรรปลาสำ�ลี สดๆ แล่เนือ้ ปลาเป็นลูกเต๋าพอดีค� ำ นำ�ไปปรุงรส และหมั ก จนได้ ที่ จ ากนั้ น คลุ ก แป้ ง นำ � ได้ ท อด จนกรอบ ด้านบนนั้นโรยด้วยพริกสดพริกชี้ฟ้า แดงกระเทียม หอม คั่วจนส่งกลิ่นหอมเตะจมูก เป็นจานทีต่ อ้ งบอกว่ารสชาติเข้มข้นจนลืมไม่ลง ส่วนจานไฮไลท์ “ปลาหิมะนึ่งซีอิ้ว” สไตล์จีน ฮ่องกง คัดสรรปลาหิมะชิ้นใหญ่เนื้อแน่นสีขาว ราดน้ำ � ซอสรสกลมกล่ อ ม ประดั บ ยอดด้ ว ย ต้นหอมฉีกแซมด้วยพริกแดงสไลด์ สวยทัง้ หน้าตา แถมรสชาติยงั ยอดเยีย่ มอีกด้วย ตบท้ายด้วยของ หวานที่ห้ามพลาด “หยกขาวขั้วโลกเหนือ” ที่มี ส่วนประกอบของแตงไทยหอมหวานในน้ำ�กะทิ นมสดเข้ากันได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดเรียกน้ำ�ย่อย อาทิ เปาะเปี๊ยะ ขนมปังหน้าหมู ส่วนอาหารหรูจานด่วนระดับฮ่องเต้ต้อง “ราดหน้าฮ่องเต้” ที่ประกอบด้วยเป๋าฮื้อ เห็ดหอม ปลิงทะเล คุณภาพดีระดับภัตตาคารและที่สำ�คัญเป็นสูตรจากจังหวัดปัตตานีที่หาทานยากอีกด้วย เรียกได้ว่า...อิ่มเอม แบบพร้อมหน้าพร้อมตาเลย ทีเดียว

ห้องอาหาร ช้างไทย โรงแรม ดิโอวาเลย์ เลขที่ 1/5 หมู่ 4 ตำ�บลท่าโรงช้าง อำ�เภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84130 สอบถามรายละเอียดและสำ�รองทีน่ ง่ั โทร 077-357-311-12, 083-103-4848, 091-523-1624 โทรสาร 077-357-314 เยีย่ มชมได้ทเ่ี ว็ปไซต์ www.theovalleyhotel.com หรือติดต่อได้ทอ่ี เี มล์ : booking_theovalleyhotel@hotel.com

49


My Beloved Tapee

Text / Photo : ธีรภาพ โลหิตกุล

ซอกแซกจาการ์ต้า ถวิลหาบุษบา ตอนที่ 1 ไปชิมไอศกรีมทุเรียนแดนอิเหนา

“ในอ้อมกอดตาปี” ฉบับนี้ ขอนำ�ท่านข้ามน้�ำ ข้ามทะเล จากลุม่ น้�ำ ตาปีสทู่ ะเลอ่าวไทย แล้วไปไกลถึงดินแดนหมูเ่ กาะทะเลใต้ ในมหาสมุทร อินเดีย เพื่อเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านชาวอาเซียนคนสำ�คัญ คือ อินโดนีเซีย ต้นธารแห่งวรรณคดี “อิเหนา” อันลือลั่น “ศึกกะหมังกุหนิง” คือฉากหนึ่งของ “อิเหนา” ที่คนไทยได้ร่ำ�ได้เรียนในวิชาวรรณคดี ที่ทำ�ให้เราได้ สนุกสนานไปกับชือ่ ตัวละคร อย่าง ระตูปาหยัง สังคา มาระตา มาหยารัศมี จินตหรา วิหยาสะกำ� สุหรานากง และจะขาดเสียมิได้ คือ บุษบา นางเอกของเรื่อง อันเป็นที่มาของภารกิจ “ซอกแซกจาการ์ต้า ถวิลหา บุษบา” ในครานี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า กรุงจาการ์ต้า คือนครหลวง ของอินโดนีเซีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดใน อาเซียน คือกว่า 230 ล้านคน ติดอันดับประเทศมุสลิม ใหญ่สดุ ของโลก จาการ์ตา้ ถือเป็น (ว่าที)่ นครหลวงของ “ประชาคมอาเซียน” ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 เพราะ สำ�นักงานเลขาธิการ สมาคมประชาชาติเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ หรือสมาคมอาเซียน (องค์กรทีจ่ ะให้ก�ำ เนิด “ประชาคมอาเซียน”) ตั้งอยู่ที่นี่ สีสนั “เกโรบัก” ในย่านเมืองเก่าจาการ์ตา้ สมัยทีย่ งั เรียกว่า “ปัตตาเวีย”

50


1 2 3 4

เจ้านีข้ ายไอศกรีมทุเรียนสดจากต้น เกโรบักสามารถดัดแปลงแบบให้เข้ากับสินค้าทีจ่ �ำ หน่าย เกโรบักไปได้ทกุ ที่ แม้บนถนนสายหลักของนครจาการ์ตา้ หมีไ่ ก่รสเด็ดของคุณเจนนี่

เกโรบักจึงเป็นตัวช่วยกระจายสรรพสินค้าสูม่ วลชนได้ดที สี่ ดุ ทัง้ ยังกระจายโอกาสให้คนเล็กคนน้อย พอได้เป็นเจ้าของกิจการด้วย แต่ในความเหมือนก็มีความต่าง เกโรบักของชวามีการ ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตน คือเป็นกล่องไม้ติดล้อและ มีทเี่ ข็น จากนัน้ จะใช้ขายอะไรก็เจาะช่อง หรือปรับแต่งให้เข้ากับ ของทีจ่ ะขาย แล้วระบายสีกบั เขียนชือ่ ร้านตามใจชอบ เกโรบัก จึงกลายเป็นเอกลักษณ์และสีสนั ประดับเมืองใหญ่อย่างจาการ์ตา้ แล้วไม่ได้อยู่แต่ในตรอกซอกซอยเท่านั้น แม้แต่บนถนน สายหลักใจกลางเมือง หรือด้านหน้าอาคารหรู ผมก็เห็นมีเกโรบัก เข็นขายบะหมี่และผลไม้กันสบายใจ ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตำ�รวจเทศกิจเหมือนในกทม. ยิง่ ในย่านถนนคนเดิน จะมีเกโรบัก แปลกๆ อย่างเกโรบักขายผลไม้ตำ�มั่ว คล้ายส้มตำ�บ้านเรา หรือเกโรบักไอศกรีมทุเรียน ทีใ่ ส่เนือ้ ทุเรียนสดจากการฉีกทุเรียน เป็นลูกๆ ให้เห็นกันตรงนั้นเลย ได้รสชาติและบรรยากาศดี เหลือเกิน

1

2 และหากจะหานครหลวงใด ที่มีประชากรราว 8-10 ล้านคน แถมอากาศ ร้อนและรถติดหนึบได้ใกล้เคียงกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ ก็เห็นจะเป็นที่ นี่แหละ...จาการ์ต้า หรือ จายาการ์ต้า ที่แปลว่าเมืองแห่งชัยชนะ เพราะ “จายา” ในภาษาชวาก็คอื “ชัยยะ” เช่นเดียวกับชือ่ อาณาจักรใหญ่ทเี่ คยรุง่ เรืองบนเกาะชวา เมื่อกว่า 1,200 ปีก่อน คือ “ศรีวิจายา” หรือ “ศรีวิชัย” นั่นเอง จาการ์ต้ายังเหมือนกับกรุงเทพฯ ตรงที่มี “รถเข็น” ขายอาหารการกิน ขนม นมเนย และข้าวของเครื่องใช้สารพัด จนกล่าวได้ว่า รถเข็นขายของ ที่คนชวา เรียก “เกโรบัก” (Gerobak) คือ ลมหายใจของมหานครอย่างจาการ์ต้า เพราะเพียง 2-3 ชั่วโมงที่เตร็ดเตร่ย่านกลางเมือง ผมพบสินค้าและอาหาร แทบทุกชนิด วางจำ�หน่ายในเกโรบัก ทัง้ แบบเข็นขายไปเรือ่ ยๆ และแบบจอดประจำ� อยู่กับที่ทุกหัวถนน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสะเต๊ะ ข้าวผัด ข้าวโพดต้ม หมี่ไก่ ไอศกรีม เต้าหู้ทอด ปอเปียะ ผลไม้ ชา กาแฟ หนังสือพิมพ์ บุหรี่ ยาสีฟัน ยันเรือรบ มีครบครันในเกโรบัก ในย่านใจกลางเมืองแท้ๆ ผมนับ 7/11 ได้แค่สองร้านเท่านัน้ โชเฟอร์รถรับจ้าง อย่าง Hermann ให้เหตุผลกับผมว่า ราคาสินค้าในห้าง หรือตามร้านสะดวกซื้อ จะแพงมาก เกโรบักจึงเป็นทางออกของชาวบ้านอย่างพวกเขา ขณะที่ Jenny เจ้าของกิจการก๋วยเตี๋ยวเกโรบัก ปรุงบะหมี่ไก่ (Mie Ayam) ได้รสชาติถึงใจให้เป็นมื้อเที่ยงของผมในจาการ์ตา เลยจัดการเสีย 2 ชาม สนน ราคาชามละ 7,000 รูเปีย๊ ซ หรือ 20 กว่าบาท (1 บาท = 300 รูเปีย๊ ซ อยูท่ นี่ นั่ วันๆ ใช้เงินเป็นแสน) โซ้ยบะหมีไ่ ป ใจก็คดิ ไปว่า ด้วยขนาดประชากรถึงกว่า 230 ล้านคน

3

4 เพลิดเพลินกับการชิมสารพัดของอร่อยทีส่ รรหาได้จาก “เกโรบัก” จนแทบจะลืมภารกิจถวิลหาแม่บษุ บาไปเลย เรือ่ งราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตาม “ซอกแซกจาการ์ต้า” ฉบับหน้านะครับ)

51


Letter from England

Text / Photo : ณัฐวุฒิ อดุลยานุโกศล (นักเรียนทุนโอลิมปิกวิชาการ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ)

ฉบับที่ 12

ต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์ เมือ่ ปีค.ศ. 1961 อดีตประธานาธิบดีจอหน์ เอฟ. เคนเนดี ขึน้ กล่าว สุนทรพจน์ในวาระเข้ารับตำ�แหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีอยู่ วาทะหนึ่งของท่านที่ผมคิดว่า เฉียบคม แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และทุกคนควรจะนำ�มาใช้ ซึง่ วาทะนีย้ งั คงถูกกล่าวถึงจวบจนปัจจุบนั คือ “Ask not what your country can do for you; ask what you can do for your country.” “จงอย่าถามว่าประเทศชาติให้อะไรแก่ทา่ น แต่จงถามตัวท่าน เองว่าท่านทำ�อะไรให้ประเทศชาติ” ตั้งแต่เราลืมตามองดูโลกใบนี้ บนผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ ทุกคนเรียกว่า ประเทศไทย เราเคยลองคิดกันหรือไม่ครับว่า “เรา ได้อะไรจากประเทศไทยบ้าง?” คำ�ตอบที่เห็นกันได้อย่างชัดเจน คือ พวกเรามีที่อยู่อาศัยซึ่ง สงบและปลอดภัย ได้รบั การปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงาม และเติบโต ในสังคมที่อบอุ่นและเป็นมิตร สำ � หรับผมแล้ ว ในฐานะที่ผมเป็น นักเรียนทุน รัฐบาลไทย ดูเหมือนว่า สิ่งที่ผมได้รับจากประเทศไทยจะมากกว่าคนอื่นอยู่บ้าง ผมได้รับโอกาสในการนำ�ภาษีของประชาชนคนไทย ไปศึกษาต่อ ต่างประเทศจนจบระดับปริญญาเอก เพื่อนำ�ความรู้ที่ได้รับกลับมา พัฒนาประเทศไทย

52

เพื่อนนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่หากจะต้องรอจนกว่าผมจะเรียนจบปริญญาเอก เกรงว่าจะเป็นช่วงเวลา ทีย่ าวนานเกินไป หากไม่ได้ท�ำ อะไรทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ ประเทศ จึงถึงเวลาแล้วครับ ที่ผมต้องถามตัวเองว่า “เราทำ�อะไรให้ประเทศชาติได้บ้าง ?” อย่างไรก็ตาม การตั้งคำ�ถามและการหาคำ�ตอบอาจจะไม่สำ�คัญเท่ากับการ ลงมือกระทำ�ให้เห็นผลกันจริงๆ ผมจึงอยากใช้โอกาสนีน้ �ำ เสนอสิง่ ทีผ่ มและเพือ่ นๆ นักเรียนทุนรัฐบาลไทยในสหราชอาณาจักรมองเห็น และลงมือทำ�ในช่วงพัก ปิดเทอมภาคฤดูร้อน


เมื่อวันที่ 27 – 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักเรียนทุนในความ ดูแลของสำ�นักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกือบ 30 ชีวิต ได้รวมตัวกันเพื่อจัด “ค่ายต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอด ประสบการณ์ ครัง้ ที่ 5” ณ เขือ่ นรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานีมี นักเรียนระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้นในพืน้ ทีร่ อบๆ เขือ่ น 6 โรงเรียน จำ�นวน 90 คน เข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมนีเ้ ริม่ ต้นขึน้ จากความคิดทีย่ งิ่ ใหญ่ของนักเรียนทุนตัว เล็กๆ ที่มองเห็นว่า พวกเราได้รับโอกาสดีๆ จากการสนับสนุนของ ประชาชนคนไทยทุกคน พวกเราได้รบั ประสบการณ์มากมายทีพ่ ร้อม จะถ่ายทอดให้กับผู้อื่นต่อไป พวกเราประสบความสำ�เร็จทางการ ศึกษาในระดับหนึง่ ซึง่ ก็พอจะเป็นแรงบันดาลใจให้กบั น้องๆ ได้และ ได้รบั ความเมตตาจากผูใ้ หญ่ใจดีทา่ นหนึง่ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) ทีม่ มี มุ มองเหมือนกับพวกเรา ท่านจึงสนับสนุน การจัดกิจกรรมทั้งด้านสถานที่ งบประมาณ ให้คำ�ปรึกษา และให้ ความช่วยเหลือต่างๆ ค่ายต่อแสงฯ จึงได้เริ่มต้นขึ้น ต่อแสง... เทียนทีส่ ว่างไสวเพียงใด เมือ่ ถึงคราวทีไ่ ส้เทียนไหม้ หมดไป ย่อมไม่สามารถส่องแสงได้อีกต่อไป แต่ถ้าหากเราต่อแสง จากเทียนเล่มนั้นไปยังเทียนเล่มอื่นๆ ต่อไปอีกเรื่อยๆ แสงสว่าง จากเทียนเล่มแรกนั้นก็จะคงอยู่ตลอดกาล แสงสว่างจากเปลวเทียนก็คงไม่ต่างอะไรกันนักกับแสงแห่ง ความสำ�เร็จของเหล่านักเรียนทุน พวกเราจึงอยากจะช่วยกันต่อแสง แห่งความสำ�เร็จให้สว่างไสวขึ้นในใจของเด็กๆ เพื่อให้แสงนี้คงอยู่ กับเราไปตลอดกาลเช่นกัน ต่อยอด... ทุกคนต่างมีตน้ ทุนชีวติ เป็นของตัวเอง แตกต่างกัน ออกไป ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะด้านการศึกษาก็เช่นกัน พวกเราไม่ สามารถให้ความรู้น้องๆ ตั้งแต่เริ่มต้นได้ แต่สิ่งที่พวกเราสามารถ ทำ�ได้ คือการเสริมเติมต่อยอดการศึกษาของน้องๆ จากพื้นฐาน ต้นทุนที่น้องๆ มีอยู่แล้วให้พัฒนายิ่งขึ้นไป โดยผ่านการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สนุกสนาน และสอดคล้องกับสถานการณ์ ที่พบเจอในชีวิตจริง จุดประสงค์ทสี่ �ำ คัญ คือ การทำ�ให้พวกเขาได้เห็นว่า การเรียนรู้ ไม่ได้จ�ำ กัดอยูเ่ พียงแค่ในห้องเรียนเท่านัน้ และพวกเราทุกคนสามารถ เรียนรู้กันได้ตลอดชีวิต ถ่ายทอดประสบการณ์... พวกเราเห็นพ้องกันว่า สิง่ ทีพ่ วกเรา พบเห็น สิง่ ทีพ่ วกเราลงมือปฏิบตั จิ นประสบความสำ�เร็จในการศึกึ ษา ระดับหนึง่ นี้ เช่น วิธแี ละเทคนิคการเรียน ทัศนคติทมี่ ตี อ่ การศึกษา เป็นต้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและสมควรแก่การถ่ายทอดให้น้องๆ เพื่อ ให้พวกเขาได้น�ำ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอ่ ทัง้ ตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมต่อไป นอกจากนี้ น้องๆ ยังได้มีโอกาสถ่ายทอดประสบการณ์ของ ตนเองให้พๆี่ ด้วยเช่นกัน ไม่วา่ จะเป็นวัฒนธรรมท้องถิน่ หรือความ คิดเห็นต่างๆ ที่พวกเขามี เรียกได้ว่า พี่ๆ ก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ไป พร้อมกับน้องๆ ครับ กิจกรรมต่างๆ ในระยะเวลา 4 วัน 3 คืนนี้ จึงล้วนแล้วแต่ จัดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อค่าย “ต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอด ประสบการณ์” พวกเราคาดว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ของพี่ๆ จะ เป็นแรงบันดาลใจหนึ่ง ให้น้องๆ ออกเดินตามความฝันของตัวเอง จนประสบความสำ�เร็จในที่สุด ถึงแม้วา่ ค่ายจะจบไปแล้วก็ตาม แต่มติ รภาพและความสัมพันธ์ ระหว่างพีแ่ ละน้องก็ยงั คงอยู่ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีการสือ่ สารใน

ปัจจุบนั ทำ�ให้พวกเราสามารถใช้หน้าเพจในเฟสบุค๊ https://www.facebook.com/ TorSang5th เป็นศูนย์กลางในการเชือ่ มต่อ เป็นศูนย์กลางในการให้ค�ำ ปรึกษาและ แนะนำ�น้องๆ ต่อไป การสละเวลาแม้เพียงเล็กน้อยของนักเรียนทุนและผูใ้ หญ่ทใี่ ห้ความช่วยเหลือ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้สร้างประโยชน์อย่างมากมายให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ายังมีเด็กอีกจำ�นวนมากนะครับ ที่ต้องการการ สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา ผมจึงอยากเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดี ทุกท่านมาร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเด็กๆ หรือมอบเงินเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ด้วย ความหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะเติบโตมาเป็นกำ�ลังสำ�คัญในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป ท้ายทีส่ ดุ นี้ ท่านผูอ้ า่ นเคยลองถามตัวเองบ้างหรือยังครับว่า “ท่านได้ท�ำ อะไร ที่เป็นสาธารณประโยชน์ให้ชุมชน สังคม และประเทศชาติ แล้วหรือยัง?” “What you have been done for your community, society and country?” เมื่อวันงานอุปสมบท ผมได้รับเงินทำ�บุญจากผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน ผมจึงได้ นำ�เงินนี้มาจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาของเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดคูหาสวรรค์ จ.ราชบุรี อีกทั้งผมได้เปิดบัญชีเพื่อจัดการเงินส่วนนี้ และรับเงินบริจาคเพิ่มเติม หากท่านผูอ้ า่ นท่านใดต้องการสนับสนุนเด็กๆเหล่านี้ ผมขอเชิญร่วมกันทำ�บุญได้ที่ บัญชี 540-228468-2 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาดำ�เนินสะดวก ส่วนรายละเอียด รายรับรายจ่ายทั้งหมด ผมจะชี้แจงผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว www.howismax.com ต่อไปครับ

53


54


55


Health Care

Text / Photo : สุจิตรา ก่อกิจไพศาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

สุขภาพดีไม่มีขาย มะเร็งร้ายได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำ�นวนมาก โดยเฉพาะมะเร็งลำ�ไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับแรกของประเทศไทย และมีแนวโน้ม เพิม่ ขึน้ ทุกปี ทัง้ หญิงและชายมีโอกาสเท่ากัน สาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชวี ติ ของคนเมืองทีม่ กั ไม่คอ่ ยออกกำ�ลังกาย ชอบรับประทาน อาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปิ้ง ย่างจนเกรียม ทำ�ให้เกิดสารก่อมะเร็ง และรับประทานผักน้อย เชื่อกันว่าการรับประทานผักและผลไม้มาก จะลดอัตราการเกิดมะเร็งลำ�ไส้ใหญ่ได้ เนื่องจากกากอาหารที่เพิ่มขึ้นจะทำ�ให้ลำ�ไส้บีบตัวเร็วขึ้น สารพิษจะถูกดูดซึมลดลง นอกจากนัน้ การย่อยสลายของใยอาหารจะเกิดสารเคมี ทีป่ อ้ งกันลำ�ไส้จากสารก่อมะเร็งหลายชนิด และการออกกำ�ลัง กายก็มีผลต่อการป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย กล่าวคือ การออก กำ�ลังกายวันละ 30 นาทีจะช่วยทำ�ให้ไม่อ้วน มีสุขภาพทั่วไป ที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลงได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง จึงขอเชิญชวนให้ ทุกท่านหันมารับประทานผัก ผลไม้ให้มากขึน้ แต่ควรจะเลือก ผัก ผลไม้ทปี่ ลอดสารพิษ ซึง่ ในปัจจุบนั บางพืน้ ทีห่ นั มาปลูกพืช ผัก สมุนไพรปลอดสารพิษไว้บริโภคและจำ�หน่ายในท้องตลาด แม้วา่ ราคาจะสูงกว่าผักทีป่ ลูกโดยทัว่ ไปแต่กท็ �ำ ให้เรามัน่ ใจว่า เมือ่ บริโภคแล้วเราจะปลอดภัย นอกจากนัน้ การใช้ชวี ติ ย้อนยุค แบบวิถีชีวิตดั้งเดิมรุ่นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ที่นิยมกินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา และลดการใช้เครื่องทุ่นแรงลง ส่งผลให้เราได้ ออกกำ�ลังกายมากขึ้น จะทำ�ให้เราสุขภาพดีขึ้นด้วย

56


57


อยากมีสุขภาพดี ต้องอารมณ์ดี อาหารดี ออกกำ�ลังกายดี ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา สำ�หรับบ้านเราก็มีแหล่งอาหารปลอดสารพิษอยูห่ ลายพื้นที่ ในคอลัมน์ Health Care ฉบับที่ผ่านมาก็ได้แนะนำ�แหล่งผลิต อาหารปลอดภัยที่ชุมชนหัวแหลมพัฒนา ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล นครสุราษฎร์ธานี และขณะนีจ้ งั หวัดสุราษฎร์ธานีบา้ นเรา กำ�ลัง ขับเคลือ่ นหมูบ่ า้ นปรับเปลีย่ นพฤติกรรมสุขภาพ โดยจังหวัดได้ตงั้ เป้าหมายให้ทกุ ชุมชนดำ�เนินการ ให้ประชาชนร่วมกิจกรรม 3 อ. 2 ส. เพื่อเป็นภูมิต้านทานโรค เช่น ออกกำ�ลังกาย โดยส่งเสริม ให้แต่ละชุมชนได้มลี านออกกำ�ลังกาย และร่วมกันออกกำ�ลังกาย อาหารปลอดภัย โดยการส่งเสริมให้มกี ารปลูกผักปลอดสารพิษไว้ บริโภค อารมณ์แจ่มใส โดยการรวมกลุ่มกันทำ�กิจวัตร ซึ่งอาจจะ ประกอบศาสนกิจ หรือการสันทนาการ ส่วน 2 ส. นัน้ ให้เลิกสูบบุหรี่ และเลิกดื่มสุรา เพราะทั้ง 2 ส. เป็นการนำ�สารพิษเข้าสู่ร่างกาย มีผลให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน หลายท่านอาจบอกว่า มันยาก อยู่ในเมืองไม่มีที่จะปลูกผัก กินเองหรอก ฝันไปหรือเปล่า แต่เชือ่ ไหมว่าสามารถดำ�เนินการได้ จึงอยากขอเชิญชวนเราหันมาสนใจเรือ่ งสุขภาพเรามากขึน้ จะได้ ไม่ต้องบ่นว่า “แก่แล้วไม่มีอะไรดี” เรื่องอื่นอาจต้องใช้เวลา แต่ เรือ่ งอารมณ์เป็นเรือ่ งทีเ่ ราทำ�ได้กอ่ น ความเครียดหรืออารมณ์เสีย จะทำ�ให้เซลเม็ดเลือดขาวลดลง อ่อนแอลง ส่งผลต่อภูมคิ มุ้ กันโรค และถ้าหากความเครียดทีส่ ง่ั สม เราไม่รจู้ กั ระบายออกหรือหาทางออก ไม่ได้ มันก็ไปสัง่ สมอยูท่ เี่ ม็ดเลือด ลำ�ไส้ กระเพาะ ต่อมน้�ำ เหลือง แล้วกลายเป็นมะเร็ง อาจสรุปได้วา่ รากของมะเร็ง คือ ความเครียด นัน่ เอง “อยากมีสขุ ภาพดี ต้องอารมณ์ดี อาหารดี ออกกำ�ลังกายดี ไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา” จึงขอบอกว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย

ถ้าอยากได้ต้องปฏิบัติเอง”

58


Favorite Food

Text / Photo : วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

ผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านก็คงเหมือนกับผู้เขียน ในเรือ่ งความหิว ประมาณว่าพอหิวขึน้ มาเมือ่ ไร ทัง้ กายทัง้ ใจให้ออ่ นระโหยขึน้ มาคิดถึงทีก่ นิ ข้าว ขึ้นมาทันที คำ�แนะนำ�ที่ทุกคนได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำ�คัญที่สุด ฉบับนี้ขอเอาใจผู้อ่านด้วยอาหารเช้าประเภท ติ่มซำ�ภายใต้ชื่อ “ฮะเก๋า ติ่มซำ�” มาแนะนำ�ให้ ไปลิ้มชิมรสกัน ร้าน “ฮะเก๋า ติ่มซำ�” ตั้งอยู่ ที่ถนนวัดโพธิ์-ในลึก ติดปากซอย 13/1 เป็น อาคารชัน้ เดียวติดแอร์เย็นฉ่�ำ ชืน่ ใจ สำ�หรับผูท้ ี่ ชอบแบบอากาศธรรมชาติก็นั่งกินไปพลางและ ชมบรรยากาศด้านนอกได้เช่นกัน

“ฮะเก๋า ติ่มซำ�”

แสนอร่อยแห่งเมืองบ้านดอน ร้าน “ฮะเก๋า ติ่มซำ�” มีเมนูอาหารเช้าที่ หลากหลายขอแนะนำ�เท่าที่จำ�ได้ในเบื้องต้นตั้ง แต่ตมิ่ ซำ�หลากชนิดจัดวางบนจานเล็กๆ มากมาย จัดเรียงในตู้แช่ ดูสะอาดน่าทาน เลือกที่ต้องการ ทางร้านจะนำ�ไปนึง่ ให้รอ้ นระอุสง่ กลิน่ หอมรวยริน เมนูดงั ของร้านนี้ ได้แก่ ฮะเก๋า บะกุดเต๋ ติม่ ซำ� ข้าว สวย ขนมจีบ ซาละเปาทอด ตามด้วยอาหารรส เด็ดอย่างขาหมูสามรส มัน่ โถ ตามด้วย ชา กาแฟ ผู้เขียนได้รับคำ�อธิบายจากคุณศศินา นิเวศธรรม เจ้าของร้านผูย้ มิ้ แย้มแจ่มใสก็ได้ความกระจ่างว่า ร้านนี้เปิดมาเป็นปีที่สี่ โดยสั่งสมประสบการณ์ จากร้านดัง้ เดิมซึง่ เปิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มา

เปิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี อาหารทุกอย่างในร้านเป็น สูตรดั้งเดิม หาดใหญ่-ปีนัง เน้นความสด สะอาด โดยดัดแปลงเมนูอาหารเปลี่ยนแปลงไปบ้างเพื่อ ให้สอดคล้องกับวัตถุดบิ แต่ละฤดูกาล ตามสโกแกน ที่ว่า “สด สะอาด เสมอ” ตามความเข้าใจ “ติม่ ซำ�” ซึง่ หมายถึงตามใจ หรือตามสัง่ ก็คงหมายถึงมีรายการอาหารหลายๆ อย่างให้เลือกตามที่ชอบหรืออยากกินน่ะแหละ ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านดูภาพประกอบบางส่วนที่นำ� มาให้ดูก็แล้วกันครับ ด้วยความที่มีหลายรายการ อร่อยจนแยกไม่ออกว่าอย่างไหนอร่อยกว่ากัน บอกได้ค�ำ เดียวว่าทุกอย่างล้วนอร่อยถูกปากถูกใจ ทัง้ สิน้ ดังนัน้ หากผูอ้ า่ นแอทสุราษฎร์ทตี่ งั้ ใจจะหา อาหารเช้าอร่อยๆ ให้เลือกตามความชอบของ แต่ละคนก็ขอเชิญแวะไปสัมผัสความอร่อยและ ดับความหิวที่ร้าน “ฮะเก๋า ติ่มซำ�” นะครับ

ฮะเก๋า ติ่มซำ�

120/272 ถ.วัดโพธิ์-ในลึก อำ�เภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 เปิดบริการทุกวัน 06.00 น. ถึง 14.00 น. หยุดวันจันทร์ (ถ้าตรงกับวันนักขัตฤกษ์ไม่หยุด) โทรศัพท์ : 081-897-3685, 080-525-7889

60


Good Health & Wellness Text : ทพ.สุทธิพันธุ์ จำ�นงค์ทอง ทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี / Oral Max & Dental Clinic ฟันห่างหรือการมีช่องว่างระหว่างฟัน เป็นความผิดปกติที่พบอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะฟันหน้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำ�ให้ความสวยงามของใบหน้า ลดลง อาจจะทำ�ให้ขาดความมั่นใจขณะพูดหรือยี้ม การแก้ไขปัญหาของฟันหน้าห่างนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ และความเหมาะสมของแต่ละคนครับ

ฟันห่างทำ�อย่างไร ? การรักษาฟันห่าง

การรักษาฟันห่างขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งผู้ที่มี ปัญหาควรไปพบทันตแพทย์ เพือ่ วินจิ ฉัยสาเหตุและ แก้ไข - ฟันห่างที่เกิดจากกรรมพันธุ์ ที่ฟันซี่เล็ก ถ้าช่องว่างไม่ใหญ่อาจแก้ไขโดยการทำ�อุดฟันแต่ละ ซี่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเผื่อปิดช่องว่าง หรือกรณีช่อง ว่างใหญ่มากอาจทำ�การจัดฟันเพื่อรวบปิดช่องว่าง แล้วใส่ฟันเพิ่มตามความเหมาะสม - ฟันห่างที่เกิดจากการกลืนผิดปกติ ควรใส่ เครื่องมือปรับนิสัยการกลืนท่ีผิดปกติ เพื่อลดแรง ที่กระทำ�ต่อฟันและทำ�ให้ฟันห่าง จากนั้นทำ�การจัด ฟันเผื่อแก้ฟันห่าง - ฟันห่างที่เกิดจากฟันหายไปบางซี่ แก้ไข โดยการจัดฟันรวบฟันให้ชิดกันแล้วใส่ฟันปลอมใน บริเวณที่ฟันหายไป - ฟันห่างทีเ่ กิดจากการเป็นโรคปริทนั ต์ ต้อง รักษาโรคปริทนั ต์ให้หายและเมือ่ สามารถควบคุมโรค ได้แล้วจัดฟันให้มาสู่ตำ�แหน่งปกติ

สาเหตุของการเกิดฟันห่าง

1. จากพันธุกรรม เช่น การมีฟันซี่เล็ก แต่มีขนาดของขากรรไกรใหญ่ ขนาด ของฟันและขากรรไกร ไม่ได้สัดส่วนกันทำ�ให้มีช่องว่างระหว่างฟัน 2. การกลืนทีผ่ ดิ ปกติ โดยปกติแล้วในขณะทีก่ ลืนปลายลิน้ จะต้องแตะทีเ่ พดาน ปาก การกลืนที่ผิดปกติจะสังเกตได้ว่าปลายลิ้นจะดันฟันหน้า ทำ�ให้ฟันห่างออกได้ ตามแรงดันของลิ้น 3. การถอนฟันแท้บางซี่ไปและไม่ได้ใส่ฟันทดแทน ตามธรรมชาติแล้วฟันจะ มีการเคลื่อนตัวตลอดชีวิต เมื่อมีการถอนฟันบางซี่ออกไปก็จะทำ�ให้ฟันซี่ที่เหลืออยู่ เคลือ่ นเข้าสูช่ อ่ งว่างทีถ่ อนฟันไป จะสังเกตได้เช่น ถ้าถอนฟันล่างฟันบนก็จะยืน่ ลงมา ถอนฟันกรามล่าง ทำ�ให้ฟันหน้าล่างห่าง เป็นต้น 4. การเป็นโรคปริทันต์ การเป็นโรคนี้จะทำ�ให้มีการทำ�ลายของกระดูกรอบๆ รากฟันทำ�ให้ต�ำ แหน่งของฟันเปลีย่ นแปลงไปสังเกตได้จากฟันทีค่ อ่ ยๆ ยืน่ ยาวเหงือกร่น และฟันห่างออกจากกัน

62


Diary

Text / Photo : ที.ประชาชื่น

64


ไดอารีฉบับนี้ผมพาไปกระทบไหล่คนสวยในงานอีเว้นท์ของคนรักกาแฟ ที่ศูนย์การค้าชื่อดังกลางเมืองกรุงเทพฯ เธอเป็นคนสวยที่หลายคนเห็นแล้วต้องเหลียวหลัง เพราะความสวยของเธอ สวยระดับประเทศ บนเวทีประกวดมีสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์สประจำ�ปี พ.ศ. 2549 น้องชาม-ไอยวริญท์ โอสถานนท์

“เกาะสมุย”

ในอ้อมกอดของน้องชาม-ไอยวริญท์ โอสถานนท์ หลังลงจากบัลลังก์ความงามก็กา้ วเข้าสูว่ งการบันเทิงเป็น ดารานักแสดงทันที ผลงานละครล่าสุด พลิกบทบาทเป็นนาง ร้าย แต่ถงึ ร้าย...ก็สวย...ในละครแนวสยองขวัญเรือ่ ง “สาบสาง ทางช่อง 8 อินฟินิตี้ และมีภาพยนตร์ที่กำ�ลังจะลงโรงเรื่อง “ตายโหง 2” และพิธีกรงานอีเว้นท์ ที่เรียกได้ว่าเป็นพิธีกร คิวทองอีกคนหนึ่ง นอกจากนี้น้อยคนนักที่จะรู้จักเธอในฐานะ นักกอล์ฟลำ�ดับที่ 9 รุ่นระดับเยาวชน จากสมาคมกอล์ฟแห่ง ประเทศไทย จึงเป็นที่มาของการรับงานพิธีกรรายการกอล์ฟ อีกด้วย...ฮอต...สุดๆ ไปเลย แต่เมือ่ ผมเอยปากถามถึงเรือ่ งการท่องเทีย่ ว น้องชามถึง กับออกอาการน้อยใจเล็กน้อยว่าปีนงี้ านเยอะมาก...จนไม่ได้ไป เที่ยวไหนเลย..รากเสียงยาวจนน่าเห็นใจ เป็นการคอนเฟิร์ม... ความฮอต...เรือ่ งงานของสาวคนนีไ้ ด้จริงๆ ดังนัน้ จึงไม่แปลกใจ เลยว่าการเดินทางมาทีเ่ กาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานีของน้องชาม พ่วงงานมาทำ�ด้วยเพราะเป็นการเดินทางไปถ่ายแบบลงนิตยสาร ชื่อดังฉบับหนึ่ง

น้องชามเล่าต่อว่า เกาะสมุยเป็นเกาะทีม่ คี วามสวยงามมาก การเดินทาง สะดวกสบาย มีสนามบิน เดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ขึน้ เครือ่ งจากกรุงเทพฯ ไปลงทีเ่ กาะสมุยได้เลย และเป็นเกาะทีม่ ที กุ อย่าง อาทิ หาดทรายสวย ห้องพักหรูหรา พร้อมสิง่ อำ�นวยความสะดวกครบครัน และยังมีตลาดไนท์มาเก็ตที่น่าสน มีของแฮนด์เมดขายมากมายตามสไตล์ ชาวเกาะ ชามคิดว่าเกาะสมุยเป็นเมืองทีค่ อ่ นข้างมีความปลอดภัยสูง ส่วน กิจกรรมหลังการถ่ายแบบชามได้พกั ผ่อนเป็นการส่วนตัว ทานอาหารทะเล สดๆ นอนอ่านหนังสือ ท่องบทบนเตียงผ้าใบริมทะเล อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามถ้าได้มาเทีย่ วเกาะสมุย ก็ควรเตรียมอุปกรณ์การเล่นน้�ำ หมวกแนวแฟชั่นหรือแว่นตากันแดด และที่สำ�คัญห้ามลืมครีมกันแดด เพราะแดดค่อนข้างแรงมาก น้องชามกำ�ชับด้วยความห่วงใยผิวสวยของ สาวๆ นอกจากนีแ้ ลนด์มาร์คทีใ่ ครไปใครมาก็ตอ้ งไปชืน่ ชมกับสิง่ มหัศจรรย์ แปลกตาที่เกิดขึ้นเองตามของธรรมชาติคือ หินตาหินยาย ที่หาดละไม และไม่ลมื ลิม้ ลอง กาละแม ขนมทานเล่นทีเ่ ป็นเอกลักษณ์ขนึ้ ชือ่ อย่างหนึง่ ของเกาะสมุย

“ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายครบทุกรสไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล น้ำ�ตก เป็น ธรรมชาติที่สวยไม่แพ้ชาติอื่นในโลกเลย”น้องชามย้ำ�ทิ้งท้าย

เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีความสวยงามมาก การเดินทางสะดวก สบาย มีสนามบิน เดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพฯ ไปลงที่เกาะสมุยได้เลย

65


Skin Care

Text : นพ.ไวกูณฐ์ วงศ์ไกรวิชญ์ พ.บ. (รามาธิบดี) / เอเวอร์กรีนคลินิก

ขึ้นชื่อว่า “แผลเป็น” คงไม่มีใครอยากจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง รอยดำ� แผลเป็นหลุมหรือนูน คงจะดีถ้าเรารู้จักวิธี ดูแลและป้องกันที่ถูกต้อง ฉบับนี้ ขอกล่าวถึงแผลเป็นชนิด “คีลอยด์” ที่มักสร้างความกังวลใจกับปัญหาที่ยากจะปกปิด

ดูแลแผลคีลอยด์ให้ถูกวิธี รู้จักกับแผล “คีลอยด์”

คีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่โตนูนและขยายใหญ่เกินขอบเขต ของแผลเดิมไปมาก มักมีลักษณะนูนแข็งสีออกน้ำ�ตาลหรือแดง เกิดได้ ทั้งบนใบหน้าและตามร่างกาย ตำ�แหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ หัวไหล่ ติ่งหู และกลางหน้าอก ไม่เจ็บแต่บางครั้งอาจคันบริเวณแผล หากดูแลไม่ถูก วิธีหรือแกะเกาอาจเกิดแผลเลือดออกและอักเสบตามมาได้

ปัจจัยการเกิด “คีลอยด์”

ปัจจัยภายใน ได้แก่ พันธุกรรม โดยมักพบว่าผู้ที่มีประวัติการ เกิดคีลอยด์ในพ่อหรือแม่จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนได้มากกว่าคนปกติ ตำ�แหน่งของแผลก็มผี ลต่อโอกาสเกิดคีลอยด์มากน้อยแตกต่างกันโดยมัก พบในตำ�แหน่งที่มีความตึงมาก ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ปัจจัยจากการดูแลหลังเกิดบาดแผลขึ้นแล้ว หากเราสามารถรักษาบาดแผลให้หายได้เร็วเพียงใด โอกาสที่แผลเป็น จะลุกลามรุนแรงก็จะน้อยลงเท่านั้น ดังนั้น การรักษาความสะอาดของ บาดแผลเพื่อลดโอกาสติดเชื้อหรืออักเสบ การดูแลผิวอย่างอ่อนโยนใน ช่วงที่ที่แผลกำ�ลังสมานกันตามธรรมชาติย่อมช่วยลดโอกาสลงไปได้

การป้องกันไม่ให้แผลเป็นคีลอยด์

ควรเริม่ ตัง้ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดบาดแผล โดยไม่จ�ำ เป็น หลีกเลีย่ งการแคะ แกะ เกาบริเวณ ผิวหนังทีเ่ สีย่ งต่อการอักเสบ เช่น สิว แผลสะเก็ด เมือ่ เกิดบาดแผลควรรักษาให้หายโดยเร็วทีส่ ดุ ไม่ กระทำ�รุนแรงกับผิว การนวดคลึงเบาๆ หลังแผล หายช่วยลดโอกาสเกิดรอยแผลนูนได้ สำ�หรับแผล ขนาดใหญ่ เช่น แผลไฟไหม้น�้ำ ร้อนลวก อาจต้อง ใช้อุปกรณ์พเิ ศษ เช่น Pressure Garment หรือ แผ่นซิลิโคนปิดแผลเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลด การอักเสบในช่วงสมานรอยแผล

แนวทางการรักษา

การรักษาขึ้นกับลักษณะอาการของ รอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์เป็นสำ�คัญ เช่น V-Beam เหมาะสำ�หรับใช้รักษาใน รายทีค่ ลี อยด์ยงั มีสแี ดงสด เลเซอร์เฉพาะ ทางในการปรั บ สภาพผิ ว และฟื้ น ฟู ผิ ว ให้เรียบเนียนอย่าง Fractional Laser (MatrixXL) เหมาะสำ�หรับใช้รกั ษาในราย ที่เป็นมานานและแผลมีสีคล้ำ� การรักษา ด้วยยาฉีดรักษาคีลอยด์ซงึ่ มีหลายชนิดขึน้ กับอาการและความรุนแรงของแผลเป็น

การรักษาแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์จำ�เป็นต้องพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด นวัตกรรมเลเซอร์สมัยใหม่ช่วยให้การรักษา มีประสิทธิภาพมากขึน้ และช่วยลดความเสีย่ งจากการรักษาด้วยการผ่าตัดทีม่ กั ก่อให้เกิดแผลเป็นมากขึน้ ทัง้ นี้ ควรเข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาล ที่ทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐานเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

66


Let’s Talk Surat Thani

Text / Photo : ดร. ภาสกร ธรรมโชติ (นักเรียนทุนฟุลไบร์ท 2549)

ชวนสุราษฏร์ฯ คุย ฉบับนี้ผมขอแนะนำ�ให้รู้จักกับเยาวชนคนเก่งเมืองสุราษฏร์ธานี ด.ช.จิตติณัฏฐ์ ชูศรี หรือ น้องแอร์พอร์ต ที่เพิ่งคว้า ตำ�แหน่งยุวทูตอาเซียน จากการประกวดเพื่อสรรหายุวทูตอาเซียนประจำ�จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่จัดขึ้นโดยจังหวัดสุราษฏร์ธานี ร่วมกับศูนย์อาเซียนพลัส มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฏร์ธานี เพื่อคัดเลือกเยาวชนทำ�หน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัด สุราษฏร์ธานีให้เป็นที่รู้จักและร่วมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนให้กับเยาวชนในจังหวัดสุราษฏร์ธานี ผมมีนัดสัมภาษณ์น้องแอร์พอร์ต ที่โรงเรียน มอ. วิทยา นุสรณ์สุราษฏร์ธานี ซึ่งน้องแอร์พอร์ตกำ�ลังศึกษาชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 4 หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของ น้องแอร์พอร์ตมาบ้าง จากฉายา “เด็กเก่งเมืองเงาะ” จากการ แข่งขันประกวดร้องเพลงในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ซึ่งปรากฏอยู่ในยูทูบ โซเชียลมีเดียหรือสื่อท้องถิ่นต่างๆ ของ จังหวัดสุราษฏร์ธานี ผมสะดุดหูกับชื่อเล่นของน้องจึงเริ่มต้น ชวนน้องคุยด้วยการถามถึงทีม่ าทีไ่ ปของชือ่ “แอร์พอร์ต” น้อง แอร์พอร์ตตอบผมด้วยสีหน้าภูมใิ จว่า “ชือ่ แอร์พอร์ต เป็นชือ่ ที่ คุณแม่ตงั้ ให้ผม เนือ่ งจากตอนผมเด็กๆ คุณแม่ตอ้ งเดินทางบ่อย และชอบไปตามสนามบินต่างๆ” ความสามารถอันโดดเด่นของน้องแอร์พอร์ต คือการร้อง เพลง ทัง้ ลูกทุง่ ลูกกรุงและเพลงสากล ผมถามน้องแอร์พอร์ต ด้วยคำ�ถามที่หลายๆ ท่านมักจะใช้ถามพวกศิลปินหรือดารา ว่าเริ่มต้นการร้องเพลง และประกวดร้องเพลงจนได้รางวัล มากมายอย่างไร คำ�ตอบของน้องแอร์พอร์ตทำ�ให้ผมทึ่งใน แนวคิดของเด็กเก่งเมืองเงาะคนนี้ “ผมเริ่มประกวดครั้งแรก ตั้งแต่ตอน ป.3 ในงานประกวดของโรงเรียน ซึ่งผมตกรอบไม่ ได้รางวัล สำ�หรับงานแรกทีผ่ มได้รางวัลคืองานลอยกระทงของ อบต. ท่าชี ตำ�บลบ้านนาสาร” โดยน้องแอร์พอร์ตบอกกับผม ว่า “ผมไม่ได้เริม่ จากการประสบความสำ�เร็จครับ ผมเริม่ จาก ความล้มเหลว แต่ผมก็ฝึกฝนจนชนะในที่สุด” รางวัลทีน่ อ้ งแอร์พอร์ตได้รบั มีมากมาย โดยเฉพาะรางวัล ชนะเลิศการร้องเพลงจากงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ สองปีซอ้ นจากประเภทเพลงไทยสากลและเพลงพระราชนิพนธ์ สำ�หรับรางวัลล่าสุดที่น้องแอร์พอร์ตมีความภาคภูมิใจ คือ รางวัลนักเรียนพระราชทานปี พ.ศ. 2555 ซึ่งน้องแอร์พอร์ต บอกว่า “เป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของผมและ ครอบครัวเป็นอย่างมาก” ในฐานะที่เป็นนักร้องเยาวชนที่มีความสามารถหลาก หลาย ผมถามถึงแนวเพลงที่ชื่นชอบน้องแอร์พอร์ตตอบอย่าง นักการทูตว่า “ไม่มีแนวเพลงที่ผมชอบที่สุด” สำ�หรับเพลงที่ น้องชืน่ ชอบและนำ�มาร้องอยูเ่ ป็นประจำ� คือ เพลงน้�ำ ตาแสงใต้ เพลงขอบคุณแฟนเพลง เพลงยอยศพระลอ เพลง New York และเพลง If you go away

70


สำ�หรับตำ�แหน่งยุวทูตอาเซียน ประจำ�จังหวัดสุราษฏร์ธานีที่ เพิ่งได้รับจากการประกวดที่เซ็นทรัล พลาซ่า สุราษฏร์ธานี เมื่อต้น เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา น้องแอร์พอร์ต กล่าวว่า “ผมจะทำ�หน้าที่ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สุราษฏร์ธานี ของดีของจังหวัดสุราษฏร์ธานี ตามคำ�ขวัญประจำ�จังหวัด” นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงความประทับ ใจในการได้ไปเข้าค่ายเยาวชนอาเซียนซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัดสุราษฏร์ ธานี และศูนย์อาเซียนพลัส เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียน มัธยมศึกษาทั่วทั้งจังหวัดสุราษฏร์ธานีร่วมกับคณะผู้เข้าประกวด ยุวทูตอาเซียน ได้มีประสบการณ์ต่างแดนในประเทศมาเลเซียและ สิงคโปร์ ซึง่ เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครัง้ แรกของน้องแอร์พอร์ต “ผมชอบและมีความประทับใจในประเทศสิงคโปร์ ความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง” ในส่วนของประเทศมาเลเซียน้องแอร์ พอร์ตมีความประทับใจในสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีม่ ชี อื่ เสียงของมาเลเซีย ปูตราจายา (Putrajaya) เป็นสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีม่ คี วามสวยงามมาก การไปค่ายครั้งนี้ “ผมได้เรียนรู้การเดินทางไปต่างประเทศ การผ่าน ด่านตรวจคนเข้าเมือง และได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ”

ผมไม่ได้เริ่มจากการประสบความสำ�เร็จครับ ผมเริ่มจากความล้มเหลว แต่ผมก็ฝึกฝนจนชนะในที่สุด ทำ�อะไรให้มันรู้ไปว่าทำ�ไม่ได้ เราต้องลองทำ�ดูก่อน โดยน้องแอร์พอร์ตบอกว่าประเทศทีอ่ ยากไปเป็นประเทศถัดไป คือประเทศพม่า และเน้นย้�ำ ถึงความสำ�คัญของภาษาอังกฤษ “ผมคิด ว่าภาษาอังกฤษมีความสำ�คัญมากไม่ใช่เฉพาะในอาเซียน แต่ทั่วโลก เพราะภาษาอังกฤษทำ�ให้เราสามารถเดินทางได้ทั่วโลก” หลังจากชวนน้องแอร์พอร์ตคุยมาได้สักพักใหญ่ ความสำ�เร็จ ต่างๆ ที่น้องได้รับ และรางวัลที่ได้มาจากการประกวดต่างๆ ทำ�ให้ ผมต้องถามน้องแอร์พอร์ตว่ามีใครเป็นต้นแบบ หรือ เป็น Idol น้องแอร์พอร์ตตอบผมกลับมาทันทีดว้ ยน้�ำ เสียงทีช่ ดั เชนว่า “คุณพ่อ เป็นไอดอลของผม คุณพ่อเป็นคนที่มีไอเดียใหม่ๆ สอนผมให้รู้จัก วิเคราะห์และแก้ปัญหาต่างๆ” สำ�หรับวันว่างของน้องแอร์พอร์ตส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการ ฝึกฝนการร้องเพลงอยูท่ บี่ า้ น และฝึกเล่นกีตาร์และคียบ์ อร์ด การ์ตนู ที่ชื่นชอบคือการ์ตูน Animation เรื่อง Megamind น้องแอร์พอร์ต เห็นผมทำ�หน้างงๆ จึงอธิบายเพิ่มเติมให้ผมฟังว่า Megamind เป็น เรื่องราวเกี่ยวกับจอมวายร้ายที่กลับตัวมาเป็นคนดีพิทักษ์โลก ซึ่ง ยิ่งทำ�ให้ผมได้เห็นความเป็นคนมองโลกในแง่ดีของน้องแอร์พอร์ต เนื่องจากน้องแอร์พอร์ตยังบอกว่าชื่นชอบคำ�สอนของท่านพุทธทาส ที่ว่า “เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา สิ่งที่ดี เขามีอยู่ เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู เรื่องที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย จะ

หาคน มีดี โดยส่วนเดียว อย่ามัวเทีย่ ว ค้นหา สหายเอ๋ย เหมือน เทีย่ วหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคณ ุ จริง” สำ�หรับอนาคตน้องแอร์พอร์ตมีความฝันอยากจะเป็นคุณ หมอ “ผมอยากเป็นหมอ เป็นหมอควบคูก่ บั การร้องเพลง” หวังว่า ในอีกไม่กปี่ เี ราคงมีคณ ุ หมอ เป็นคุณหมอนักร้อง ทีช่ อื่ แอร์พอร์ต กลับมารับใช้คนสุราษฏร์ธานี เนือ่ งในโอกาสทีเ่ ดือนสิงหาคมเป็น เดือนของการฉลองวันแม่ น้องแอร์พอร์ตกล่าวว่า “สำ�หรับผม ทุกวันสำ�หรับแม่คอื วันสำ�คัญ ไม่ใช่แค่เพียงวันแม่” โดยปกติใน วันแม่จะเขียนการ์ดอวยพรให้คุณแม่และสัญญากับคุณแม่ว่าจะ เป็นเด็กดี สำ�หรับปีนี้ “ผมมีรางวัลยุวทูตอาเซียนเป็นของขวัญให้ คุณแม่”

ช่วงสุดท้ายของการสนทนาผมถามเด็กเก่งเมืองเงาะ คนนี้ว่าอะไรคือคติพจน์ประจำ�ใจน้องแอร์พอร์ตตอบผมว่า “ทำ�อะไรให้มันรู้ไปว่าทำ�ไม่ได้ เราต้องลองทำ�ดูก่อน” ผม พยายามนึกถึงคำ�คมภาษาอังกฤษซึ่งน่าจะตรงกับคำ�คมที่ว่า “Impossible is possible” Motto ประจำ�ตัวของเด็กเก่ง เมืองเงาะ ยุวทูตอาเซียนประจำ�จังหวัดสุราษฏร์ธานี

71


For someone in mind

(ติิดไม้ติดมือ)

Text / Photo : ผศ.ดร.น้ำ�อ้อย มิตรกุล, อ.พิชญธิดา ศรีธิ

ยาหนม เป็นขนมชนิดหนึ่งที่นิยมทำ�ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำ�หรับงานใหญ่ๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวชนาค งานเดือนสิบ ฯลฯ งานใดที่มีการเลี้ยงยาหนม ถือว่าเป็นงานใหญ่มาก เพราะการกวนยาหนมต้องใช้คนจำ�นวนมาก ยาหนม จึงมีศกั ดิศ์ รีสงู กว่าขนมประเภทอืน่ ๆ เหตุผลทีเ่ รียกว่า ยาหนม ผูร้ ใู้ นสมัยก่อนให้เหตุผลว่า คำ�ว่า ยาหนม น่ามาจากชือ่ เต็มว่า พระยาขนม หรือพญาขนม ซึ่งหมายถึงยอดแห่งขนม หรือเจ้าแห่งขนมทั้งหลาย แต่ชาวใต้นิยมเรียกสั้นๆ เช่น เรียกพระยา ว่า ยา เรียกขนมว่า หนม จึงเป็นที่มาของคำ�ว่า ยาหนม

ยาหนม กันแม ส่วนผสมของยาหนมที่ว่านี้ ประกอบไปด้วยข้าวเหนียว กะทิ และน้�ำ ตาล นำ�มากวนเข้าด้วยกันเป็นขนมเหนียวนุม่ หวานมัน แสน อร่อย ดูจากส่วนผสมและวิธีการทำ�แล้วยาหนมที่ว่านี้ก็คือกะละแม นั่นเอง ที่มาของคำ�ว่า กะละแม กาละแม นั้นไม่ปรากฏชัด แต่เพื่อน บ้านอาเซียนของเราคือพม่าเรียกขนมชนิดนี้ว่า กะลาแม @Surat ได้นำ�เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสมุยมาตั้งแต่ฉบับที่แล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างศาลเทพเจ้ากวนอู และฉบับนี้พิเศษอย่าง ยิ่งเกี่ยวกับท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ซึ่งภูมิลำ�เนาของท่านอยู่ที่สมุย นีเ่ อง ติดไม้ตดิ มือฉบับนีจ้ งึ หยิบเรือ่ งกาละแม หนึง่ ในสินค้าพืน้ เมือง ที่นำ�ชื่อเสียงมาสู่เกาะสมุยให้โด่งดังไปทั่วประเทศเช่นกัน การกวนกาละแมเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นกุศโลบายในการ ประสานความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชนให้ได้มสี ว่ น ร่วมด้วยช่วยกัน ประกอบกับขนมที่แสนอร่อยนี้เป็นที่นิยมของผู้ที่ได้ ลิ้มลอง การกวนขนมกาละแมต้องใช้กระทะใบบัวขนาดใหญ่โดยใช้ แรงงานคน จึงได้มกี ารพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามาช่วยผ่อนแรง

72


73


เหตุผลสำ�คัญไม่มีอะไรมาก แค่ใส่ใจลงไปในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งให้ความสำ�คัญกับผู้บริโภค เท่านี้ก็มี...ขาประจำ�แล้ว ทำ�ให้การกวนกาละแมไม่โกลาหลเหมือนเช่นก่อนเก่า ผู้นิยมชมชอบจึงสามารถหาซื้อ กาละแมติดไม้ติดมือกลับบ้านหรือนำ�ไปเป็นของฝากได้ตลอดปี โดยเฉพาะที่เกาะสมุย บริเวณทางเดินไปชมหินตาหินยายทีห่ าดละไมซึง่ มีหลายร้านด้วยกัน เลือกชิมเลือกซือ้ ได้มากมายหลายร้าน อร่อยไม่แพ้กัน เพราะนิยมกวนกันวันต่อวัน เพื่อให้ได้ขนมที่สด ใหม่ เหนียวนุ่ม หอมหวาน ซึ่งอร่อยกว่าขนมเก่าเก็บ ข้าวเหนียวที่นำ�มาใช้มีทั้งข้าวเหนียวดำ�และข้าวเหนียวขาว การกวนขนมในยุค ดัง้ เดิมจะใช้ขา้ วสารเหนียว ซึง่ ใช้เวลานานหลายชัว่ โมง ปัจจุบนั จึงนิยมใช้แป้งข้าวเหนียว กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะง่ายและสะดวกกว่า แต่อย่างไรก็ตามกาละแมของร้านเก่าแก่ คือแม่ธัญญาก็ยังคงอนุรักษ์สูตรดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น ผลิตด้วยเครื่องจักรอัน ทันสมัย กรรมวิธีการผลิตสะอาดทุกขั้นตอน วัตถุดิบที่ใช้คือข้าวเหนียวได้จากขนอม น้ำ�ตาลมะพร้าวได้จากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร กะทิเป็นของสมุย ทั้งหมดปลอดจาก สารเคมีทเี่ ป็นพิษ ผูบ้ ริโภคมัน่ ใจได้เต็มร้อย มีหลายรสชาติให้ได้ลมิ้ ลองคือ ข้าวเหนียวดำ� และข้าวเหนียวขาวรสดั้งเดิมยอดนิยม ข้าวเหนียวขาวรสบีทรูท รสใบเตย รสอัญชัน และรสคำ�ฝอย โดยบรรจุในพลาสติกรูปทรงปิรามิดยอดฮิต เพราะสะดวกในการ รับประทานและง่ายในการแจกจ่ายให้หลายๆ คน เหมาะทีจ่ ะเป็นของฝากติดไม้ตดิ มือ เป็นอย่างยิ่ง ส่วนสนนราคานั้น ข้าวเหนียวดำ�จะมีราคาสูงกว่าข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียว ขาวราคากิโลกรัมละ 130 บาท ข้าวเหนียวดำ�ราคากิโลกรัมละ 180 บาท แบบผสม ราคากิโลกรัมละ 160 บาท หากซือ้ ปลีกทางร้านก็แบ่งบรรจุหลายราคาตัง้ แต่ 50 บาท จนถึง 180 บาท ขึ้นอยู่กับน้ำ�หนักของขนม

นอกจากการกวนโดยใช้ข้าวเหนียวทั้งเมล็ดซึ่งผ่านการคัดสรร อย่างดี ใช้เวลากวนกันข้ามวันข้ามคืน คือกวนกันตั้งแต่เที่ยงวัน จนเลยเที่ยงคืน ประมาณ 12 ชั่วโมง ต่อกระทะ (25 ก.ก.) แล้ว เวลาห่อขนมแม่ธัญญายังแยกงาคั่วไว้ต่างหากเพื่อให้ได้รสชาติของงา คัว่ และคงกลิน่ หอมไม่เหม็นหืน และเพือ่ เอาใจผูท้ ไี่ ม่ชอบรับประทาน งาอีกด้วย สินค้าไม่ได้มีโอกาสวางจำ�หน่ายทั่วไปเพราะขายดีมาก ลูกค้ามักนิยมไปซื้อเองที่ร้าน และหากต้องการจำ�นวนมาก ควรสั่งจองล่วงหน้าประมาณ 2 วัน สนนราคาไม่แตกต่าง จากเจ้าอื่น แต่รับประกันในความสด สะอาด ปลอดภัย และ ความอร่อย

กินยาหนมกันแมกันนะ • ร้านกาละแมโบราณแม่ธญ ั ญาบางมะขาม ใกล้กบั สมุยอักษร อยูท่ างเหนือของหน้าทอนไปทางหาดเฉวง

102 หมู่ที่ 5 ถนนทวีราษฎร์ภักดี ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84140 โทร : 0-7723-6138, 081-549-0373

• กาละแมโสภา

19/1 บ้านมะเร็ด หมู่ 5 ตำ�บลมะเร็ต อำ�เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84310 โทร : 0-7723-2279, 08-6722-5827

74


76


77


78


79


80

@surat Magazine volume 3 issue 36  

@surat magazine. Monthly free copy magazine distribute in Surat Thani province, Thailand.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you