Page 1

1

ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System) หมายถึง อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์หรื อชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ซึ่งมีการตั้ง โปรแกรมให้ทาหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยส่วนสาคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ 1. ฮาร์ ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ท้งั หมดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็ นตัวเครื่ อง คอมพิวเตอร์ (Case) เมนบอร์ด (Mainboard) และอุปกรณ์ต่อพ่วงรอบข้าง (Peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ แป้ นพิมพ์ เม้าส์ หน่วยประมวลผลกลาง จอภาพ เครื่ องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ฮาร์ดแวร์จะไม่สามารถทางานด้วยตัวเองเดี่ยว ๆ ได้ จะต้องนามาต่อเชื่อมเพื่อทางานร่ วมกันเป็ นระบบที่เรี ยกว่า "ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System)" ที่มีโครงสร้างของระบบ จะทางานตามโปรแกรมหรื อซอฟต์แวร์ ที่เขียนขึ้น 2. ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม (Program) หรื อชุดคาสัง่ ที่ควบคุมให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทางานให้ได้ผลลัพธ์ ตามที่ตอ้ งการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจากโรงงานจะยังไม่สามารถทางานได้ใน ทันที ต้องมีซอฟต์แวร์ซ่ึง เป็ นโปรแกรมหรื อชุดคาสัง่ ที่สงั่ ให้ฮาร์ดแวร์ทางานตาม ต้องการได้ โดยโปรแกรมหรื อชุดคาสัง่ นั้นจะเขียนจากภาษาต่าง ๆ ที่ มนุษย์สร้างขึ้น เรี ยกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Language) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมีโปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรื อนักเขียนโปรแกรมเป็ นผูใ้ ช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์แบบ ต่าง ๆ ขึ้นมา ซอฟต์แวร์ สามารถแบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1) ซอฟต์แวร์ ระบบ (System Software) เป็ น ซอฟต์แวร์ที่ทาหน้าที่จดั การและควบคุม ทรัพยากรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ และ อานวยความสะดวกด้านเครื่ องมือสาหรับการทางานพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ผใู้ ช้เริ่ มเปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ การทางานจะเป็ นไป ตามชุดคาสัง่ ที่เขียนขึ้น ตลอดจนควบคุมการสื่อสารข้อมูลในระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ 2) ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ (Application Software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างหรื อพัฒนาขึ้น เพื่อใช้งานด้านใดด้านหนึ่ง โดยเฉพาะตามที่ผใู้ ช้ตอ้ งการ เช่น งานด้านการจัดทาเอกสาร การทาบัญชี การจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนงานด้านอื่น ๆ ตามแต่ผใู้ ช้ตอ้ งการ 3. ข้ อมูล/สารสนเทศ (Data/Information) คือ ข้อมูลต่างๆ ที่เรานามาให้คอมพิวเตอร์ทาการประมวลผลคานวณ หรื อกระทา การอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้มาเป็ นผลลัพธ์ที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลบุคลากรเกี่ยวกับรายละเอียดประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาหรื อ ประวัติการทางาน ซึ่งอาจนามาจาแนกเป็ นรายงานต่างๆ เกี่ยวกับบุคลากรในหน่วยงานได้ หรื อข้อมูล


2

เกี่ยวกับตัวเลขมาตรๆ ไฟฟ้ าของบ้านแต่ละหลัง ก็ใช้สาหรับคานวณเป็ นปริ มาณไฟฟ้ า ที่ใช้ในแต่ละเดือน แล้วคิดเป็ นเงิน ที่ จะต้องชาระให้กบั การไฟฟ้ าฯ 4. บุคคลากร (Peopleware) คือ เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิงานต่างๆ และผูใ้ ช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานนั้นๆ บุคลากรด้าน คอมพิวเตอร์น้ นั มีความสาคัญมาก เพราะการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทางานต่างๆ นั้นจะต้องมีการจัดเตรี ยมเปลี่ยนระบบ จัดเตรี ยมโปรแกรมดาเนินการต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งไม่สามารถทาด้วยตัวเองได้ ถ้าหากไม่ใช่ผทู้ ี่รู้เรื่ องคอมพิวเตอร์มากนัก เราจึง ถือว่าบุคลากร เป็ นส่วนประกอบที่สาคัญของ ระบบคอมพิวเตอร์ดว้ ย ซึ่งสามารถสรุ ปเป็ นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดงั นี้ - เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิการ (Operator) - บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบ (System) - ผูจ้ ดั การศูนย์ประมวลผลคอมพิวเตอร์ (Electronic Data Processing Manager) - ผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ (Computer user) 5. กระบวนการทางาน (Documentation/Procedure) เป็ นขั้นตอนการทางานเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์หรื อข้อสนเทศจากคอมพิวเตอร์ ในการทางานกับคอมพิวเตอร์จาเป็ นที่จะต้องให้ผใู้ ช้เข้าใจขั้นตอนการทางาน ต้องมีระเบียบปฏิบตั ิให้เป็ นแบบเดียวกัน มีการ จัดทาคู่มือการใช้คอมพิวเตอร์ให้ทุกคนเรี ยนรู้และใช้อา้ งอิงได้นอกจาก นั้นเมื่อการใช้มาตรฐาน ช่วยให้การประสานงาน ระหว่างหน่วยงานย่อยๆ ราบรื่ น การจัดซื้อจัดหา ตลอดจนการบารุ งรักษาเครื่ องคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ก็จะง่ายขึ้นเพราะ ทุกหน่วยงานใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่ วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ต้นแบบของคอมพิวเตอร์กค็ ือมนุษย์ การกระทาหรื อการแสดงออกของมนุษย์เกิดจากมี การนาข้อมูลเข้า ประมวลผลและ แสดงผล ยังมีการเก็บสารองข้อมูลซึ่งเป็ นหลักการของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบสาคัญของ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย4 ส่วนคือ 1. หน่วยรับข้อมูลเข้าและคาสัง่ (Input Device) 2. หน่วยประมวลผลกลาง( Central Processing Unit : CPU ) 3. หน่วยแสดงผล ( Output Unit ) 4. หน่วยความจา ( memory)


3

1) หน่ วยรับข้ อมูลและคาสั่ง ( Input Device) หน่วยรับข้อมูลและคาสัง่ ( InputDevice) หมายถึง หน่วยที่ทาหน้าที่รับโปรแกรม คาสัง่ และข้อมูล เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อ นาไปดาเนินการ อุปกรณ์ที่สาคัญได้แก่ - แป้นพิมพ์ ( Keyboard) เป็ นอุปกรณ์คล้ายแป้ นพิมพ์ดีด สาหรับใช้พิมพ์คาสัง่ และข้อมูลเข้าสู่เครื่ องคอมพิวเตอร์ - เมาส์ ( Mouse ) เป็ นอุปกรณ์ขนาดเล็กวางบนโต๊ะสาหรับใช้ขยับเลื่อนไปมาเพื่อให้ตวั ชี้เมาส์ (Mouse Pointer) ซึ่งมักจะมี ลักษณะเป็ นหัวลูกศร เพื่อใช้ช้ ีตาแหน่งบนจอภาพเลื่อนตามไปในทิศทางที่ตอ้ งการ เป็ นเสมือนตัวแทนที่เป็ นมือของเราในการ ทางานในโปรแกรมบนหน้าจอ - สแกนเนอร์ ( Scanner ) เป็ นอุปกรณ์สาหรับอ่านภาพ เพือ่ บันทึกลวดลายและสีสนั ของภาพต้นฉบับ อุปกรณ์ชนิดนี้มีท้งั แบบ ที่อ่านได้ท้งั ภาพสีและภาพขาวดา นอกจากนั้นยังมีชนิดที่อา่ นข้อความได้ดว้ ย 2)หน่ วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit : CPU ) หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit : CPU ) หมายถึงหน่วยที่ใช้ในการควบคุมและประมวลผลข้อมูล บางครั้งก็ เรี ยกว่าตัวประมวลผล ( Processor ) หรื อถ้าเป็ นเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์นิยมเรี ยกว่า ไมโครโพรเซสเซอร์ ( Microprocessor ) โดยแบ่งเป็ น 2 ส่วนได้แก่ 1. หน่วยควบคุม ( Control Unit ) คือ หน่วยที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ ทั้งการควบคุมการอ่านคาสัง่ และข้อมูลมาบันทึกในหน่วยความจา ควบคุมการนาคาสัง่ และข้อมูลจากหน่วยความจามาดาเนินงาน ควบคุมการจัดทาผลลัพธ์ 2. หน่วยคานวณและตรรกะ ( Arithmetic and Logical Unit ) คือ หน่วยที่ทาหน้าที่คานวณและประมวลผลตามคาสัง่ ที่กาหนด โดยใช้วงจรคานวณที่ซบั ซ้อน 3) หน่ วยแสดงผล ( Output Unit) หน่วยแสดงผล ( Output Unit ) หมายถึง หน่วยที่ทาหน้าที่นาผลลัพธ์ที่ได้จากการคานวณหรื อการประมวลผลมาแสดง ให้ผใู้ ช้ทราบหรื อนาไปใช้งาน หน่วยแสดงผลที่สาคัญ ได้แก่ - จอภาพ ( Monitor)ใช้ทาหน้าที่แสดงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ได้จากการประมวลผลแล้ว ที่ใช้กนั มากที่สุดในเวลานี้ จอภาพของ เครื่ องคอมพิวเตอร์โดยทัว่ ไปมีลกั ษณะเหมือนจอโทรทัศน์ มีท้งั ชนิดที่แสดงภาพเป็ นสีเดียว คือ สีเขียว สีอาพัน หรื อสีขาว และ ชนิดที่แสดงภาพสีได้ ขณะที่จอภาพของคอมพิวเตอร์ชนิดมือถือ วางตัก หรื อสมุดบันทึก จะมีลกั ษณะเป็ นจอภาพแบนๆ เพราะ


4

ใช้เทคโนโลยีผลึกเหลวจึงเรี ยกกันว่าจอภาพผลึกเหลว ( Liquid Cryptal Display : LCD ) จอภาพชนิดนี้มีท้งั ชนิดเป็ นภาพสีเดียว และชนิดแสดงภาพสีได้ - เครื่องพิมพ์ ( Printer ) เป็ นหน่วยแสดงผล ในรู ปแบบผลลัพธ์ของข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์หลายแบบ และเหมาะ สาหรับใช้เวลาต้องการเก็บผลลัพธ์ของงานเอาไว้อา้ งอิง ซึ่งเรี ยกกันว่าเป็ นผลลัพธ์ถาวร( Hard Copy ) เครื่ องพิมพ์ที่มีจาหน่าย อยูเ่ วลานี้มีหลายประเภท เช่น ก. เครื่ องพิมพ์แบบบรรทัด ( Line Printer ) ตามปกตินิยมใช้ในงานที่ตอ้ งการพิมพ์ผลลัพธ์จานวนมากๆ สามารถพิมพ์ ได้ทีละบรรทัด โดยมีความเร็ วตั้งแต่ 300 บรรทัดต่อนาที ขึ้นไป ข. เครื่ องพิมพ์แบบเข็ม ( Dot Matrix Printer ) ตามปกตินิยมใช้กบั เครื่ อไมโครคอมพิวเตอร์ การพิมพ์ใช้เข็มพิมพ์ จานวน 9 เข็ม หรื อ 24 เข็ม ค. เครื่ องพิมพ์แบบเลเซอร์ ( Laser Printer ) ตามปกตินิยมใช้ในงานพิมพ์ผลลัพธ์ ที่ตอ้ งการคุณภาพสูง และมีความ รวดเร็ วในการพิมพ์ โดยการพิมพ์กระดาษขนาด A4 ประมาณ นาทีละ 8-10 แผ่น การทางานใช้หลักการแบบเดียวกับเครื่ องถ่าย เอกสารชนิดไฟฟ้ าสถิต และอาจพิมพ์ภาพเป็ นสีได้ดว้ ย ง. เครื่ องพิมพ์แบบพ่นหมึก ( Ink Jet Printer ) เป็ นเครื่ องพิมพ์แบบที่ใช้การพ่นละอองหมึกไปปรากฏบนกระดาษ และ สามารถพิมพ์ภาพสีได้ดว้ ย แต่การพิมพ์ผลลัพธ์อาจใช้เวลานาน โดยการพิมพ์กระดาษขนาด A4 ประมาณ 15-30 นาที/แผ่น จ. เครื่ องพิมพ์แบบวาด ( Plotter ) เป็ นอุปกรณ์สาหรับวาดแบบ แผนที่หรื อภาพอื่นๆ นิยมใช้งานที่เกี่ยวกับวิศวกรรม สถาปัตยกรรม งานออกแบบ - ลาโพง ( Speaker ) นิยมใช้แสดงผลลัพธ์ที่เป็ นเสียง ทั้งที่เป็ นเสียงเพลง เสียงประกอบโปรแกรมต่าง ๆ เช่น เกมส์ ตลอดจน เป็ นเสียงเตือนเมื่อเครื่ องต้องการให้เราดาเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรื อใช้ระบุเวลาเกิดความผิดพลาดขึ้น 4)หน่ วยความจา (computer memory) คือ อุปกรณ์เก็บสถานะข้อมูลและชุดคาสัง่ เพื่อการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ หน่วยความจาแบ่งได้เป็ นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ - หน่ วยความจาหลัก หรือหน่ วยความจาภายใน (Primary Memory, Internal Memory) คือ เป็ นหน่วยความจา ที่ใช้เก็บ โปรแกรมข้อมูล ผลลัพธ์ ไว้ภายในเครื่ องมี 2 ชนิดคือ ก.Read Only Memory : ROM เป็ นหน่วยความจาที่บริ ษทั ผูผ้ ลิตได้เขียนบันทึก ไว้อย่างถาวรแม้ทาการปิ ดเครื่ องก็จะ ไม่ถกู ลบไป เป็ นหน่วยความจาที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านข้อมูลได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงไปใน หน่วยความจาชนิดนี้ได้

5


ข.Random Access Memory : RAM เป็ นหน่วยความจาที่ใช้เก็บข้อมูลและโปรแกรม ซึ่งสามารถเปลี่ยนแแปลง และ เรี ยกใช้ได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ยงั เปิ ดใช้งานอยู่ และจะถูกลบหายไปเมื่อเครื่ องปิ ด - หน่ วยความจาสารอง หรือหน่ วยความจาภายนอก (Secondary Memory or External Memory) เป็ นหน่วยความจาที่มิได้ติดอยูก่ บั เครื่ องตลอดเวลา สามาถเคลื่อนย้ายไปมาได้ มีราคาถูกสามารถเก็บข้อมูลได้มาก ที่นิยมใช้ปัจจุบนั เป็ นประเภทของ Diskette 3.5 นิ้ว(ความจุ1.44 MB.) แผ่น Compact Disc: CD(ความจุ 650 MB.) ซึ่งCompact Disc นี้กาลังเริ่ มได้รับความนิยมเป็ นอย่างมากเนืาองจากสามารถเขียนและอ่านได้เป็ นอย่างดีจึงสามารถทางานได้เทียบกับ หน่วยความจาหลัก ฮาร์ดดิสก์ (Hardisk) เป็ นหน่วยความจารอง ที่ใช้เก็บบันทึกข้อมูลทุกประเภทไม่ว่าจะเป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไฟล์งานที่ทา จากโปรแกรมต่าง ๆ ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์ภาพยนตร์ ไฟล์เพลง MP3 เป็ นต้น เนื่องจากมีความจุขอ้ มูล 40-80 กิกะไบต์ ซึ่ง ถือว่ามากกว่าสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่น ๆ ประโยชน์ ของระบบคอมพิวเตอร์ 1.งานธุรกิจ เช่น บริ ษทั ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทาบัญชี งานประมวลคา และ ติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการ ควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ 2.งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในนามาใช้ในส่วนของการคานวณที่ค่อนข้าง ซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ หรื องานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็ น อุปกรณ์สาหรับการตรวจรักษาโรคได้ 3.งานคมนาคมและสื่ อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นงั่ ซึ่งมีการเชื่อมโยง ไปยังทุกสถานีหรื อทุกสายการบินได้ ทาให้สะดวกต่อผูเ้ ดินทางที่ไม่ตอ้ งเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร 4.งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรื อ จาลองสภาวการณ์ ต่างๆ 5.งานราชการ เป็ นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรู ปแบบ ทั้งนี้ข้ ึนอยูก่ บั บทบาทและ หน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์

Computer system.  

Computer system.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you