Page 1

รายงาน เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์

เสนอโดย อาจารย์สุจิตตรา จันทร์ลอย จัดทาโดย 1. นางสาววนิชยา อุปจักร์ รหัสนักศึกษา 554186088 2.นางสาวกันติยา อุปจักร รหัสนักศึกษา 554186091 3.นางสาววิภาพร อุปจักร รหัสนักศึกษา 554186092 4.นางสาวนิสาชน มิ่งมิตรวิบูลย์ รหัสนักศึกษา 554186099 5.นางสาวนารี รัตน์ หอมดอก รหัสนักศึกษา 554186103 6.นางสาวนวพร กาเนิดมงคล รหัสนักศึกษา 554186100 นักศึกษาชั้นปี ที่ 1 สาขาวิชาปฐมวัย หมู่2 รายงานนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารสาหรับครู รหัสวิชาPC54504 ภาคเรี ยนที่ 1 ปี การศึกษา 2555 สาขาวิชา/ภาควิชาเทคโนโลยีและนวัตรกรรมทางการศึกษา คณะครุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง


คานา รายงานเล่มนี้เป็ นส่ วนหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสาหรับครู รหัสวิชา PC54504 เรื่ องระบบคอมพิวเตอร์ เป็ นเนื้อหาที่เกี่ยวกับระบบของคอมพิวเตอร์ทางานอย่างไรมีระบบ อย่างไรบ้าง แยกเป็ นกี่ประเภท มีความสาคัญอย่างไรบ้าง เป็ นการเรี ยนรู้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในระบบ คอมพิวเตอร์ สามารถที่จะนาความรู้ไปใช้ประยุกต์กบั สาระวิชาอื่นที่สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกัน และเป็ นพื้นฐานใน การพัฒนาความรู้ กลุ่มของข้าพเจ้าหวังว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็ นความรู้และเป็ นประโยชน์แก่ผทู้ ี่สนใจไม่มากก็ น้อย หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่น้ ีดว้ ย

คณะผูจ้ ดั ทา นักศึกษาชั้นปี ที่ 1


สารบัญ เรื่ อง

หน้า

ระบบคอมพิวเตอร์

1

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

1-2

ส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

3-9

ประโยชน์ของระบบคอมพิวเตอร์

10-11

เอกสารอ้างอิง

12


1

ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System) หมายถึง อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์หรื อชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใดๆ ซึ่งมีการตั้งโปรแกรมให้ทาหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยส่วนสาคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ 1. ฮาร์ ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ท้งั หมดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า จะเป็ นตัวเครื่ องคอมพิวเตอร์ (Case) เมนบอร์ด (Mainboard) และอุปกรณ์ต่อพ่วงรอบข้าง (Peripheral) ที่ เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ แป้ นพิมพ์ เม้าส์ หน่วยประมวลผลกลาง จอภาพ เครื่ องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ฮาร์ดแวร์จะไม่สามารถทางานด้วยตัวเองเดี่ยว ๆ ได้ จะต้องนามาต่อเชื่อมเพื่อทางานร่ วมกันเป็ นระบบที่เรี ยกว่า "ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System)" ที่มีโครงสร้างของระบบจะทางานตามโปรแกรมหรื อซอฟต์แวร์ที่ เขียนขึ้น 2. ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม (Program) หรื อชุดคาสัง่ ที่ควบคุมให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทางานให้ ได้ผลลัพธ์ตามที่ตอ้ งการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจากโรงงานจะยังไม่สามารถทางานได้ใน ทันที ต้องมีซอฟต์แวร์ซ่ ึงเป็ นโปรแกรมหรื อชุดคาสัง่ ที่สงั่ ให้ฮาร์ดแวร์ทางานตาม ต้องการได้ โดยโปรแกรม หรื อชุดคาสัง่ นั้นจะเขียนจากภาษาต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น เรี ยกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Language) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมีโปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรื อนักเขียนโปรแกรมเป็ นผูใ้ ช้ภาษาคอมพิวเตอร์ เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์แบบ ต่าง ๆ ขึ้นมา ซอฟต์แวร์ สามารถแบ่ งออกเป็ น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1) ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็ น ซอฟต์แวร์ที่ทาหน้าที่จดั การและควบคุม ทรัพยากรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ และอานวยความสะดวกด้านเครื่ องมือสาหรับการทางานพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ผใู้ ช้เริ่ มเปิ ด เครื่ องคอมพิวเตอร์ การทางานจะเป็ นไปตามชุดคาสัง่ ที่เขียนขึ้น ตลอดจนควบคุมการสื่อสารข้อมูลในระบบ เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ 2) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างหรื อพัฒนาขึ้น เพื่อใช้งาน ด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะตามที่ผใู้ ช้ตอ้ งการ เช่น งานด้านการจัดทาเอกสาร การทาบัญชี การจัดเก็บข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนงานด้านอื่น ๆ ตามแต่ผใู้ ช้ตอ้ งการ


2

3. ข้ อมูล/สารสนเทศ (Data/Information) คือ ข้อมูลต่างๆ ที่เรานามาให้คอมพิวเตอร์ทาการประมวลผลคานวณ หรื อกระทาการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้มาเป็ นผลลัพธ์ที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลบุคลากรเกี่ยวกับ รายละเอียดประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาหรื อ ประวัติการทางาน ซึ่งอาจนามาจาแนกเป็ นรายงานต่างๆ เกี่ยวกับบุคลากรในหน่ วยงานได้ หรื อข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขมาตรๆ ไฟฟ้ าของบ้านแต่ละหลัง ก็ใช้สาหรับ คานวณเป็ นปริ มาณไฟฟ้ า ที่ใช้ในแต่ละเดือน แล้วคิดเป็ นเงิน ที่จะต้องชาระให้กบั การไฟฟ้ าฯ 4. บุคคลากร (Peopleware) คือ เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิงานต่างๆ และผูใ้ ช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานนั้นๆ บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์น้ นั มีความสาคัญมาก เพราะการใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทางานต่างๆ นั้นจะต้องมีการ จัดเตรี ยมเปลี่ยนระบบ จัดเตรี ยมโปรแกรมดาเนินการต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งไม่สามารถทาด้วยตัวเองได้ ถ้าหาก ไม่ใช่ผทู้ ี่รู้เรื่ องคอมพิวเตอร์มากนัก เราจึงถือว่าบุคลากร เป็ นส่วนประกอบที่สาคัญของ ระบบคอมพิวเตอร์ดว้ ย ซึ่งสามารถสรุ ปเป็ นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดงั นี้ - เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิการ (Operator) - บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบ (System) - ผูจ้ ดั การศูนย์ประมวลผลคอมพิวเตอร์ (Electronic Data Processing Manager) - ผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ (Computer user) 5. กระบวนการทางาน (Documentation/Procedure) เป็ นขั้นตอนการทางานเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์หรื อข้อสนเทศ จากคอมพิวเตอร์ ในการทางานกับคอมพิวเตอร์จาเป็ นที่จะต้องให้ผใู้ ช้เข้าใจขั้นตอนการทางาน ต้องมีระเบียบ ปฏิบตั ิให้เป็ นแบบเดียวกัน มีการจัดทาคู่มือการใช้คอมพิวเตอร์ให้ทุกคนเรี ยนรู้และใช้อา้ งอิงได้นอกจาก นั้นเมื่อ การใช้มาตรฐาน ช่วยให้การประสานงาน ระหว่างหน่วยงานย่อยๆ ราบรื่ น การจัดซื้อจัดหา ตลอดจนการ บารุ งรักษาเครื่ องคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ก็จะง่ายขึ้นเพราะทุกหน่วยงานใช้มาตรฐานเดียวกัน


3

ส่ วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ต้นแบบของคอมพิวเตอร์กค็ ือมนุษย์ การกระทาหรื อการแสดงออกของ มนุษย์เกิดจากมีการนาข้อมูลเข้า ประมวลผลและ แสดงผล ยังมีการเก็บสารองข้อมูลซึ่งเป็ นหลักการของ คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบสาคัญของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย4 ส่วนคือ 1. หน่วยรับข้อมูลเข้าและคาสัง่ (Input Device) 2. หน่วยประมวลผลกลาง( Central Processing Unit : CPU ) 3. หน่วยแสดงผล ( Output Unit ) 4. หน่วยความจา ( memory) 1) หน่ วยรับข้ อมูลและคาสั่ง ( Input Device) หน่วยรับข้อมูลและคาสัง่ ( InputDevice) หมายถึง หน่วยที่ทาหน้าที่รับโปรแกรม คาสัง่ และข้อมูล เข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์เพื่อนาไปดาเนินการ อุปกรณ์ที่สาคัญได้แก่ - แป้นพิมพ์ ( Keyboard) เป็ นอุปกรณ์คล้ายแป้ นพิมพ์ดีด สาหรับใช้พิมพ์คาสัง่ และข้อมูลเข้าสู่เครื่ อง คอมพิวเตอร์

แป้ นพิมพ์ ( Keyboard)


4

- เมาส์ ( Mouse ) เป็ นอุปกรณ์ขนาดเล็กวางบนโต๊ะสาหรับใช้ขยับเลื่อนไปมาเพื่อให้ตวั ชี้เมาส์ (Mouse Pointer) ซึ่งมักจะมีลกั ษณะเป็ นหัวลูกศร เพื่อใช้ช้ ีตาแหน่งบนจอภาพเลื่อนตามไปในทิศทางที่ตอ้ งการ เป็ นเสมือนตัว แทนที่เป็ นมือของเราในการทางานในโปรแกรมบนหน้าจอ

เมาส์ ( Mouse )

- สแกนเนอร์ ( Scanner ) เป็ นอุปกรณ์สาหรับอ่านภาพ เพือ่ บันทึกลวดลายและสีสนั ของภาพต้นฉบับ อุปกรณ์ ชนิดนี้มีท้งั แบบที่อ่านได้ท้งั ภาพสีและภาพขาวดา นอกจากนั้นยังมีชนิดที่อ่านข้อความได้ดว้ ย

สแกนเนอร์ ( Scanner )


5

2)หน่ วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit : CPU ) หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit : CPU ) หมายถึงหน่วยที่ใช้ในการควบคุมและประมวลผล ข้อมูล บางครั้งก็เรี ยกว่าตัวประมวลผล ( Processor ) หรื อถ้าเป็ นเครื่ องไมโครคอมพิวเตอร์นิยมเรี ยกว่า ไมโคร โพรเซสเซอร์ ( Microprocessor ) โดยแบ่งเป็ น 2 ส่วนได้แก่ 1. หน่วยควบคุม ( Control Unit ) คือ หน่วยที่ทาหน้าที่ควบคุมการทางานทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ ทั้งการควบคุม การอ่านคาสัง่ และข้อมูลมาบันทึกในหน่วยความจา ควบคุมการนาคาสัง่ และข้อมูลจากหน่วยความจามา ดาเนินงาน ควบคุมการจัดทาผลลัพธ์ 2. หน่วยคานวณและตรรกะ ( Arithmetic and Logical Unit ) คือ หน่วยที่ทาหน้าที่คานวณและประมวลผลตาม คาสัง่ ที่กาหนด โดยใช้วงจรคานวณที่ซบั ซ้อน

หน่วยประมวลผลกลาง ( Central Processing Unit : CPU)


6

3) หน่ วยแสดงผล ( Output Unit) หน่วยแสดงผล ( Output Unit ) หมายถึง หน่วยที่ทาหน้าที่นาผลลัพธ์ที่ได้จากการคานวณหรื อการ ประมวลผลมาแสดงให้ผใู้ ช้ทราบหรื อนาไปใช้งาน หน่วยแสดงผลที่สาคัญ ได้แก่ - จอภาพ ( Monitor)ใช้ทาหน้าที่แสดงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ได้จากการประมวลผลแล้ว ที่ใช้กนั มากที่สุดในเวลา นี้ จอภาพของเครื่ องคอมพิวเตอร์โดยทัว่ ไปมีลกั ษณะเหมือนจอโทรทัศน์ มีท้งั ชนิดที่แสดงภาพเป็ นสีเดียว คือ สี เขียว สีอาพัน หรื อสีขาว และชนิดที่แสดงภาพสีได้ ขณะที่จอภาพของคอมพิวเตอร์ชนิดมือถือ วางตัก หรื อสมุด บันทึก จะมีลกั ษณะเป็ นจอภาพแบนๆ เพราะใช้เทคโนโลยีผลึกเหลวจึงเรี ยกกันว่าจอภาพผลึกเหลว ( Liquid Cryptal Display : LCD ) จอภาพชนิดนี้มีท้งั ชนิดเป็ นภาพสีเดียวและชนิดแสดงภาพสีได้

จอภาพของไมโครคอมพิวเตอร์ทวั่ ไป

จอภาพผลึกเหลว ( Liquid Cryptal Display : LCD ) - เครื่องพิมพ์ ( Printer ) เป็ นหน่วยแสดงผล ในรู ปแบบผลลัพธ์ของข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์หลายแบบ และเหมาะสาหรับใช้เวลาต้องการเก็บผลลัพธ์ของงานเอาไว้อา้ งอิง ซึ่งเรี ยกกันว่าเป็ นผลลัพธ์ถาวร( Hard Copy ) เครื่ องพิมพ์ที่มีจาหน่ายอยูเ่ วลานี้มีหลายประเภท เช่น ก. เครื่ องพิมพ์แบบบรรทัด ( Line Printer ) ตามปกตินิยมใช้ในงานที่ตอ้ งการพิมพ์ผลลัพธ์จานวนมากๆ สามารถพิมพ์ได้ทีละบรรทัด โดยมีความเร็วตั้งแต่ 300 บรรทัดต่อนาที ขึ้นไป ข. เครื่ องพิมพ์แบบเข็ม ( Dot Matrix Printer ) ตามปกตินิยมใช้กบั เครื่ อไมโครคอมพิวเตอร์ การพิมพ์ใช้ เข็มพิมพ์ จานวน 9 เข็ม หรื อ 24 เข็ม


7

เครื่ องพิมพ์แบบเข็ม ( Dot Matrix Printer ) ค. เครื่ องพิมพ์แบบเลเซอร์ ( Laser Printer ) ตามปกตินิยมใช้ในงานพิมพ์ผลลัพธ์ ที่ตอ้ งการคุณภาพสูง และมีความรวดเร็ วในการพิมพ์ โดยการพิมพ์กระดาษขนาด A4 ประมาณ นาทีละ 8-10 แผ่น การทางานใช้ หลักการแบบเดียวกับเครื่ องถ่ายเอกสารชนิดไฟฟ้ าสถิต และอาจพิมพ์ภาพเป็ นสีได้ดว้ ย เครื่ องพิมพ์แบบเลเซอร์ ( Laser Printer ) ง. เครื่ องพิมพ์แบบพ่นหมึก ( Ink Jet Printer ) เป็ นเครื่ องพิมพ์แบบที่ใช้การพ่นละอองหมึกไปปรากฏ บนกระดาษ และสามารถพิมพ์ภาพสีได้ดว้ ย แต่การพิมพ์ผลลัพธ์อาจใช้เวลานาน โดยการพิมพ์กระดาษขนาด A4 ประมาณ 15-30 นาที/แผ่น เครื่ องพิมพ์แบบพ่นหมึก ( Ink Jet Printer ) จ. เครื่ องพิมพ์แบบวาด ( Plotter ) เป็ นอุปกรณ์สาหรับวาดแบบ แผนที่หรื อภาพอื่นๆ นิยมใช้งานที่ เกี่ยวกับวิศวกรรม สถาปัตยกรรม งานออกแบบ เครื่ องพิมพ์แบบวาด ( Plotter) - ลาโพง ( Speaker ) นิยมใช้แสดงผลลัพธ์ที่เป็ นเสียง ทั้งที่เป็ นเสียงเพลง เสียงประกอบโปรแกรมต่าง ๆ เช่น เกมส์ ตลอดจนเป็ นเสียงเตือนเมื่อเครื่ องต้องการให้เราดาเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด หรื อใช้ระบุเวลาเกิดความ ผิดพลาดขึ้น

ลาโพง ( Speaker )


8

4)หน่ วยความจา (computer memory) คือ อุปกรณ์เก็บสถานะข้อมูลและชุดคาสัง่ เพื่อการประมวลผลของ คอมพิวเตอร์หน่วยความจาแบ่งได้เป็ นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ - หน่ วยความจาหลัก หรือหน่ วยความจาภายใน (Primary Memory, Internal Memory) คือ เป็ นหน่วยความจา ที่ใช้เก็บ โปรแกรมข้อมูล ผลลัพธ์ ไว้ภายในเครื่ องมี 2 ชนิดคือ ก.Read Only Memory : ROM เป็ นหน่วยความจาที่บริ ษทั ผูผ้ ลิตได้เขียนบันทึก ไว้อย่างถาวรแม้ทาการ ปิ ดเครื่ องก็จะไม่ถกู ลบไป เป็ นหน่วยความจาที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านข้อมูลได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถ บันทึกข้อมูลลงไปในหน่วยความจาชนิดนี้ได้ ข.Random Access Memory : RAM เป็ นหน่วยความจาที่ใช้เก็บข้อมูลและโปรแกรม ซึ่งสามารถเปลี่ยน แแปลง และเรี ยกใช้ได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ยงั เปิ ดใช้งานอยู่ และจะถูกลบหายไปเมื่อเครื่ อง ปิ ด

แรม (RAM) - หน่ วยความจาสารอง หรือหน่ วยความจาภายนอก (Secondary Memory or External Memory) เป็ นหน่วยความจาที่มิได้ติดอยูก่ บั เครื่ องตลอดเวลา สามาถเคลื่อนย้ายไปมาได้ มีราคาถูกสามารถ เก็บข้อมูลได้มากที่นิยมใช้ปัจจุบนั เป็ นประเภทของ Diskette 3.5 นิ้ว(ความจุ1.44 MB.) แผ่น Compact Disc: CD(ความจุ 650 MB.) ซึ่งCompact Disc นี้กาลังเริ่ มได้รับความนิยมเป็ นอย่างมากเนืาองจากสามารถเขียนและ อ่านได้เป็ นอย่างดีจึงสามารถทางานได้เทียบกับหน่วยความจาหลัก


9

ฮาร์ดดิสก์ (Hardisk) เป็ นหน่วยความจารอง ที่ใช้เก็บบันทึกข้อมูลทุกประเภทไม่ว่าจะเป็ นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ ไฟล์งานที่ทาจากโปรแกรมต่าง ๆ ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์ภาพยนตร์ ไฟล์เพลง MP3 เป็ นต้น เนื่องจากมีความจุขอ้ มูล 40-80 กิกะไบต์ ซึ่งถือว่ามากกว่าสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่น ๆ

ฮาร์ดดิสก์ (Hardisk)


10

ประโยชน์ ของระบบคอมพิวเตอร์ จากการที่คอมพิวเตอร์มีลกั ษณะเด่นหลายประการ ทาให้ถูกนามาใช้ประโยชน์ต่อการดาเนิน ชีวิตประจาวันในสังคมเป็ นอย่างมาก ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์ จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรี ยกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยงั มีการประยุกต์ใช้ คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้ 1.งานธุรกิจ เช่น บริ ษทั ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทาบัญชี งาน ประมวลคา และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบ รถยนต์ ซึ่งทาให้การผลิตมีคุณภาพดีข้ ึนบริ ษทั ยังสามารถรับ หรื องานธนาคาร ที่ให้บริ การถอนเงินผ่านตูฝ้ าก ถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กบั ผูฝ้ ากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็ นระบบเครื อข่าย 2.งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในนามาใช้ในส่วนของการ คานวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ หรื องาน ทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็ นอุปกรณ์สาหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยากว่าการตรวจด้วยวิธี เคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น 3.งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นงั่ ซึ่งมีการ เชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรื อทุกสายการบินได้ ทาให้สะดวกต่อผูเ้ ดินทางที่ไม่ตอ้ งเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการ ควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรื อในการสื่อสารก็ใช้ควบคุมวง โคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยูใ่ นวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน 4.งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรื อ จาลอง สภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสัน่ สะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคานวณและ แสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริ ง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่ องมือ ผลการทางาน


11

5.งานราชการ เป็ นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรู ปแบบ ทั้งนี้ข้ ึนอยูก่ บั บทบาท และหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จดั ระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จดั ในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็ นต้น 6.การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรี ยนการสอน ซึ่งมีการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนใน ลักษณะบทเรี ยน CAI หรื องานด้านทะเบียน ซึ่งทาให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรี ยน การเก็บข้อมูลยืมและ การส่งคืนหนังสือห้องสมุด


12

เอกสารอ้ างอิง จาก

http://www.thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/hie/page14.htm http://www.chandra.ac.th/office/ict/document/it/it01/com_06.htm http://202.143.168.214/uttvc/HardwareUtility/page2_2.html สืบค้นวันที่ 18 สิงหาคม 2555

Computer system.  

Computer system.

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you