Page 1

CC Book 2 Cover Created Outline.indd 1

10/31/2009 11:05:00 AM


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ผูเขียนและบรรณาธิการ : วิวัฒน คติธรรมนิตย ผูเขียนและเรียบเรียง : กรเกษ ศิริบุญรอด, เรวดี เจริญยิ่ง และชื่นขวัญ บุญทวี

สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน


ชื่อหนังสือ บรรณาธิการ ผูเขียน พิมพครั้งแรก จำนวนพิมพ จัดพิมพโดย

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา วิวัฒน คติธรรมนิตย กรเกษ ศิริบุญรอด, เรวดี เจริญยิ่ง, ชื่นขวัญ บุญทวี ตุลาคม ๒๕๕๒ ๑๕,๐๐๐ เลม สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ถนนราชดำเนิน เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๙๑-๙๖ โทรสาร ๐ ๒๒๘๐ ๔๑๔๖

ออกแบบ/จัดรูปเลมและพิมพ

บริษัทวิกิ จำกัด ๓๒/๑๘๑ ซอยนวลจันทร ๑๒ ถนนนวลจันทร แขวงคลองกุม เขตบึงกุม กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๔๐ โทรศัพท ๐๒ ๙๔๖ ๒๓๐๑ โทรสาร ๐๒ ๙๔๖ ๒๓๐๔ email: info@wiki.co.th, Homepage: Http://wiki.co.th

ขอมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแหงชาติ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน, สำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา, ๒๕๕๒. ๑๖๘ หนา. ๑. วิทยาลัยชุมชน ๒.วิทยาลัยชุมชน--หลักสูตร I. วิวัฒน คติธรรมนิตย, บรรณาธิการ II. ชื่อเรื่อง ๓๗๘.๐๕๒ ISBN: ๙๗๘-๖๑๖-๒๐๒-๐๖๕-๐

2

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


คำนำ ชวงเวลากวา ๘ ปนับแตมีแนวคิดที่จะจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนขึ้นมาในสังคมไทย จนกระทั่งเปนรูปเปนราง จาก “พิมพเขียว” ของศาสตราจารยเกียรติคุณ นายแพทยเกษม วัฒนชัย ในป ๒๕๔๔ จนกระทั่งมาถึงงานรวมพลัง “วิทยาลัยชุมชน : ทางเลือกอุดมศึกษาเพือ่ ปวงชน” เมือ่ ตนเดือนกันยายน ๒๕๕๒ นัน้ ในทัศนะของดิฉนั เปนหวงเวลาที่ มีความสำคัญยิ่งของประวัติศาสตรการศึกษาไทย เนื่องเพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาครั้งสำคัญของสังคมไทย จากระบบการศึกษาที่ทานเจาคุณ พระธรรมโกศาจารย (พุทธทาสภิกขุ) เรียกวาเปน “การศึกษาหมาหางดวน” ที่ระบบการศึกษาในอดีตไดพรากเด็ก และเยาวชน รวมถึงผูใหญออกจากชุมชนทองถิ่น เปนระบบการศึกษาที่มิไดรับใชชุมชน หรือชุมชนมิไดรับประโยชน จากการจัดการศึกษามากเทาที่ควร ทั้งยังเปนการศึกษาชนิดแพคัดออก โดยมีจุดมุงหมายเพียงเพื่อการเขา มหาวิทยาลัยและปริญญาบัตรเปนสำคัญ ไดมีการริเริ่มหลักคิดทางการศึกษาที่สำคัญยิ่ง คือเปนการศึกษาเพื่อสนอง ความสนใจใฝรูของประชาชน โดยลดทอนอุปสรรคในการเขาถึงการศึกษา ทั้งเหตุที่เกิดจากดานฐานะทางเศรษฐกิจ พื้นที่และเวลาในการเรียน เพศ วัย หรือแมกระทั่งพื้นฐานทางการศึกษา ในทัศนะของดิฉัน การเปลี่ยนแปลงดังกลาว สวนหนึ่งเกิดขึ้นจากการนำแนวคิดเรื่อง “วิทยาลัยชุมชน” มาสู การปฏิบัติในสังคมไทย เหตุผลและความจำเปนที่จะตองจัดใหมีวิทยาลัยชุมชนขึ้นในสังคมไทยก็เพื่อใหระบบการ ศึกษาสามารถตอบสนองตอการพัฒนาชุมชนทองถิ่น ซึ่งมีประชาชนสวนใหญเปนผูขาดโอกาสทางการศึกษา ขาด โอกาสในการเรียนรูที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง ดวยเหตุที่สมุทัยของปญหานี้สั่งสมมานาน การแกไขจึงจำเปน ตองอาศัยความอดทน ความเพียรอุตสาหะ กอรปดวยความคิดริเริ่มสรางสรรค ชาววิทยาลัยชุมชน ซึง่ ประกอบดวยกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน ผูบ ริหาร เจาหนาที่ ตลอดจนอาจารยพเิ ศษ ตางมุงดำเนินการตามภารกิจ โดยมีกรอบการดำเนินงานหลักๆ ให หากในการปฏิบัติไดมีการปรับรูปแบบและ แนวทางทำงานที่หลากหลายตามบริบทและสถานการณในพื้นที่ งานของวิทยาลัยชุมชนจึงปรากฏออกมาอยางมีสีสัน มีพลวัต เพราะเปนการทำงานที่มาจากฐานลาง มิใชการสั่งการจากเบื้องบนถายเดียว บางเรื่องสามารถดำเนินการ อยางราบรืน่ ประสบความสำเร็จดวยดี แตบางเรือ่ งยังจำเปนตองแกไขใหดยี งิ่ ขึน้ ทัง้ หมดนีล้ ว นขึน้ กับการประเมินผล วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

3


จากผูเ รียน และผูท เี่ กีย่ วของ ไมวา จะเปนนายจาง (ของผูส ำเร็จการศึกษาและฝกอบรม) กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน ซึ่งมีตัวแทนจากภาคประชาชนและองคกรตางๆ ในพื้นที่ และสถาบันอุดมศึกษาที่ผูสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัย ชุมชนไปศึกษาตอระดับปริญญา ในชวงเวลาผานมา ดิฉนั เห็นการเปลีย่ นแปลงของวิทยาลัยชุมชนทุกๆ แหงอยางใกลชดิ วิทยาลัยชุมชนหลาย แหงเติบโตอยางแข็งแกรง มั่นคง สามารถเปนที่พึ่งในดานการเรียนรูสำหรับชาวบานในพื้นที่ไดอยางดี หลายแหง กำลังอยูบนเสนทางแหงการพัฒนา และตองยอมรับวา มีบางแหงที่จำเปนตองไดรับการสนับสนุนและดูแลอยาง ใกลชิด ๘ ปแหงการเติบโตและกาวหนาของวิทยาลัยชุมชนนั้น หากเปรียบเสมือนตนไมก็คงเปนชวงเวลาที่สมควร ออกดอกออกผลมาใหชื่นชมบาง ขอเขียนที่คณะผูเขียนไดศึกษาเรียบเรียงไวในหนังสือ “วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหง การพัฒนา“ เลมนี้ อาจเปนตัวแทนสวนหนึ่งของผลผลิตที่วิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศทั้ง ๑๙ แหงไดคัดสรรมานำ เสนอ แตดวยขอจำกัดในดานงบประมาณ และระยะเวลาในการดำเนินงาน จึงนำเสนอไดเพียงบางเรื่องเทานั้น อยางไรก็ดี ดิฉันใครเรียนวา บนเสนทางของการพัฒนานี้ ชาววิทยาลัยชุมชนไดทุมเทกำลังสติปญญา ความเพียร พยายาม และความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ดังปรากฏรองรอยของการทำงานเหลานี้ใหเห็นอยางเดนชัด หนังสือ เลมนี้จึงเปรียบเสมือนการบันทึกความทรงจำของผูที่เกี่ยวของกับการทำงานในชวงที่ผานมา และดวยเหตุที่งานของ วิทยาลัยชุมชนมีพลวัตสูง เรื่องราวที่บันทึกไวนี้จึงอาจมีการพัฒนาใหดียิ่งๆ ขึ้นในอนาคต ในขณะที่หลักสูตรและการ เรียนการสอนหลายเรื่องที่บัน ทึกไวอาจจำเปนตองยุติหรือหยุดชั่วคราวไว จนกวาจะมีความสนใจตองการจาก ประชาชนในพื้นที่หรือผูรับบริการอีกครั้ง เพราะงานของวิทยาลัยชุมชนเปนงานที่สรางขึ้นจากความตองการของผูรับ บริการทางการศึกษาและการเรียนรูนั่นเอง ในโอกาสนี้ ดิฉันใครขอขอบคุณ กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน คณาจารยและ เจาหนาที่วิทยาลัยชุมชน ตลอดจนนักศึกษาและผูเขารับการอบรมทุกทาน ที่กรุณาเสียสละเวลาเลาเรื่องและให ขอมูลแกคณะผูจัดทำ ขอขอบคุณ คุณวิวัฒน คติธรรมนิตย และผูเขียนทุกคน ที่ชวยเรียบเรียงเรื่องราวของ วิทยาลัยชุมชนเผยแพรในครั้งนี้ สุนันทา แสงทอง ผูอำนวยการสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

4

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


AN1<L?K<%R;%3X; H G"DG3

สารบัญ

CM_2CK;D:F"K! @K:<R <I" K!

๑๗ วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน : สิ้นสายหมอกจาง ความรูกระจาง ๑๙ สรางนวัตกรรมทางการศึกษา ๒๐ หลากหลายอาชีพ...สูอนาคตใหม ๒๒ ปาย...เรียนรูสูการเปลี่ยนแปลง ๒๓ บานสันติชน...สันติเกิดจากความรู

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

17

AN1<L?K<%R;%3/L

๒๕ วิทยาลัยชุมชนตาก : พนักงานสุขภาพชุมชน ชายแดน ผลิตคนสรางปราการปองกันโรค ๒๗ ‘Health dam’ เขื่อนสุขภาพเพื่อชุมชน ๒๘ จากแนวคิดสูการปฏิบัติ ๒๙ พัฒนาคนกลับคืนทองถิ่น ๓๑ กาวตอไปในวิทยาลัยชุมชนตาก ๓๑ หลักสูตรอัญมณี (การเดินพลอย)

72J!K2CQ9K7$Q:$2$K;W-2 5>M.2C< K!4<KK<4F!J2X<

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

25

5


AN1<L?K<%R;%38N#N/=

;K; “0Q2@K:<R ” CR $Q:$2 ๓๓ วิทยาลัยชุมพิจิตร : ขยาย “ทุนความรู” สูชุมชน ๓๕ เขาถึงชุมชนดวย “แหลงเรียนรูเคลื่อนที่” ๓๗ เครือขายแหลงเรียนรูชุมชน “หนวยจัดการศึกษา” ๓๘ “โครงงานนักศึกษา” ผลงานนักศึกษาเพื่อ ชุมชน ๓๙ ตัวอยางผลงานโครงงานของนักศึกษา

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

33

๔๑ วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู : ฟนฟูภูมิปญญา พัฒนาอาชีพ ๔๓ ข าวฮางคืออะไร ๔๔ จากการถนอมอาหาร สูหลักสูตรขาวอินทรีย เพื่อสุขภาพ ๔๕ หลักสูตรเย็บผาสมุนไพรทอมือ ฟนวิถีชุมชน ๔๖ วิทยาลัยชุมชน นำชุมชนสูความพอเพียง ที่ยั่งยืน ๔๘ กรรมวิธีการผลิตขาวฮาง

6

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

41


AN1<L?K<%R;%3;R.LEL=

PFCI7K2V$P^F:@K:<R

๔๙ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร : คือสะพานเชื่อม ความรู ๕๒ ธุรกิจระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน ๕๒ หลักสูตรอนุปริญญาสรางบัณฑิตรองรับ ตลาดงานในทองถิ่น ๕๒ เปดประตูสูการคากลุมอินโดจีน ๕๓ สานเครือขาย พัฒนาวิชาการ ๕๔ ครูผูสอนตองเกง ๕๕ “เกษตรอินทรีย” ความหวังของเกษตรกร หมูบานสันติสุข AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

49

AN1<L?K<%R;%34R=O=K;<

๕๗ วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย : เราคือ “กก” ที่เติบโต แข็งแกรง ๕๙ เ ริ่มตนจากจุดเล็กๆ ๖๐ หลากความตองการ หลายความสนใจ ๖๑ กกขางนา พัฒนาชีวิต ๖๒ จากปจจุบันสูอนาคต วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย ๖๔ หลักสูตรการทอเสื่อกก ๖๔ หมูกระจก

V<KPF “” 0N^V.M3X. W]!W< !

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

57

7


๖๕ วิทยาลัยชุมชนสระแกว : วชช. ‘มืออาชีพ’ ชาวสระแกว ‘มีอาชีพ’ ๖๗ จากเกษตรอินทรียสู “บานมั่นคง” ๖๙ โฉมใหมของวิทยาลัยชุมชนสระแกว ๗๐ สรางงานมัคคุเทศกทองถิ่น

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

65

AN1<L?K<%R;%3GR1K<2L3O

๗๓ วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี : พัฒนาคน สรางนักอนุรักษ ๗๖ ดึงศักยภาพจังหวัด พัฒนาหลักสูตร ๗๖ หลักสูตรผูนำเดินปาศึกษาธรรมชาติ ๗๘ เรียนรูพืชสมุนไพรกับวิทยาลัยชุมชน อุทัยธานี ๗๘ สุขใจไดเรียนใกลบาน ๘๐ เปลี่ยนวิธีทำการเกษตรจากเคมีสูเกษตร อินทรีย

7J+2K2 C< K!2JF2Q<JB

8

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

73


AN1<L?K<%R;%3=J3G"

V$P^F:7<:W-2WD !@K:V KY" - @;9KBK

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

๘๑ วิทยาลัยชุมชนระนอง : เชื่อมพรมแดนแหง ความเขาใจดวยภาษา ๘๓ ภาษา…การสื่อสารเพื่อลดชองวาง ๘๔ กวาจะมาเปนหลักสูตรภาษาพมา ๘๕ เรียนภาษาพมาแลวไดอะไร

81

๘๙ วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส : พัฒนาหลักสูตร ดวยงานวิจัยเพื่อแกปญหาทองถิ่น ๙๑ วชช.นราธิวาสจับมือชาวบานรวมเรียนรู และแกปญหาดวยกัน ๙๒ สืบคนงานวิจัย ๙๓ ผูเรียนมีสวนรวม เนนลงมือปฏิบัติจริง ๙๔ การศึกษาที่ตอเชื่อมไปถึงโอกาสพัฒนา ชีวิต ๙๖ การแปรรูป “น้ำมันมะพราวบริสุทธิ์” ผลิตภัณฑที่สรางมูลคาเพิ่มกวา ๘ เทา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

89

9


๙๗ วิทยาลัยชุมชนยะลา : แหลงเรียนรูของคน ในชุมชน ๙๙ หลักสูตรการตลาดฯ สรางเจาของกิจการ ๑๐๐ มีวันนี้ไดเพราะวิทยาลัยชุมชน ๑๐๑ ไดเพื่อน ไดสังคม ไดเครือขาย ๑๐๓ หลักสูตร “ขับรถขุดไฮดรอลิก” สรางอาชีพ แกปญหาขาดแคลนแรงงาน

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

97

AN1<L?K<%R;%35//L3O

๑๐๕ วิทยาลัยชุมชนปตตานี : เปลี่ยนนาราง เปนนาแหงรักและสามัคคี ๑๐๗ เมื่อแหลงอาหาร กลายเปนนาราง ๑๐๘ รวมดวยชวยกัน พลิกผืนนาราง ๑๐๙ คืนลมหายใจสูตำบลนาเกตุ ๑๑๐ วิทยาลัยชุมชน นำชุมชนสรางสังคมใหม ๑๑๑ วิทยาลัยชุมชนนำการศึกษาสูชุมชน

V4>N^;22K< K! V422KWD !<JW>I CK:JN

10

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

105


AN1<L?K<%R;%3D;R1=DL=

V7M^:XFKC0K!K<AOBK 5>M. 3Q>K< W>I7J+2KL>J!2

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

๑๑๓ วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร : เพิ่มโอกาสทาง การศึกษา ผลิตบุคลากร และพัฒนากำลังคน ๑๑๕ หลักสูตรสงเสริมสุขภาพผูสูงอายุ ๑๑๖ เสียงสะทอนจากผูเรียน ๑๑๗ สุขใจไดเห็นความสำเร็จของผูเรียน ๑๑๙ รอยยิ้มของผูเรียนคือกำลังใจของ “ชาววิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร”

113

AN1<L?K<%R;%3/=L.

๑๒๑ วิทยาลัยชุมชนตราด : กับการพัฒนาการ ทองเที่ยวเชิงอนุรักษที่ “เกาะกูด” ๑๒๓ วิทยาลัยชุมชนตราดกับจุดเริ่มตนที่เกาะกูด ๑๒๔ เสียงสะทอนจากคนเกาะกูด ๑๒๕ มุงสรางเครือขาย สานสัมพันธชุมชน ๑๒๖ เวทีวิชาการชาวบาน ๑๒๗ ภาษาอังกฤษวันนี้ที่ “เกาะกูด” ๑๒๘ หลักสูตร “การเพาะเลี้ยงปูนิ่ม” สืบสานวิถีชีวิตชายฝงใหอยูคู จ.ตราด

J3K<7J+2KK<0 F!V0N^;@ V$M!F2Q<JB0N^ “VKIR-”

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

121

11


AN1<L?K<%R;%3<YD2=

5>M.9J,*"K5 K>K;MV7P^FQ,9K7$N@M.0N^-NO_2

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

๑๒๙ วิทยาลัยชุมชนยโสธร : ผลิตภัณฑจากผาลายขิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๑๓๑ หมอนลายขิด เพื่อความตองการของชุมชน ๑๓๒ จากหลักสูตรสูการปฏิบัติจริง ๑๓๓ ลายขิดยกระดับคุณภาพชีวิต ๑๓๕ กาวตอไปของหมอนลายขิด ๑๓๕ ทิศทางอนาคตของวิทยาลัยชุมชนยโสธร

129

๑๓๗ วิทยาลัยชุมชนพังงา : มีวชิ าเหมือนมีทรัพย อยูน บั แสน ๑๓๙ เก็บตก “เด็กมัธยม” สูรั้วอุดมศึกษา ๑๔๐ หลากหลายหลักสูตรกับวิทยาลัยชุมชน พังงา ๑๔๑ หลักสูตรฝกอบรม “ขับรถยนตเพื่อชุมชน” ๑๔๒ หลักสูตร Service Mind and Team Work ๑๔๓ หลักสูตรดอกไมประดิษฐจากใบยางพารา ๑๔๔ เรื่องเลาชาววิทยาลัยชุมชนพังงา บนเกาะหมากนอย

12

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

137


AN1<L?K<%R;%3DS/?

F38K@ K!F!$K@V> , VKID>NV4 I

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

๑๔๕ วิทยาลัยชุมชนสูตล : ขอบฟากวางของชาวเล ณ เกาะหลีเปะ ๑๔๗ วิถีชาวเล “อูรังลาโวย” ๑๔๘ พัฒนาหลักสูตรดวยกระบวนการ DACUM ๑๔๘ หลักสูตรในฝนของชาวเล “เกาะหลีเปะ” ๑๕๐ “หลักสูตรการจัดการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ” สรางเจาบานที่ดี นำรายไดสูชุมชน

145

AN1<L?K<%R;%3X8=

D: FD F:;QYD: Z4Z>0J^@X>!

๑๕๓ วิทยาลัยชุมชนแพร : หมอหอมยุคใหม ไปไกลทัว่ โลก! ๑๕๕ กิจกรรมเสริมศักยภาพนักศึกษา ๑๕๗ หมอหอมยุคใหม ใสไดทุกวัย ๑๕๙ ดีใจที่แพรมีวิทยาลัยชุมชน ๑๕๐ “หลักสูตรการจัดการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ” สรางเจาบานที่ดี นำรายไดสูชุมชน

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

153

13


AN1<L?K<%R;%3D"?L

V K/O! V KY" YD XFKC

๑๖๑ ๑๖๓ ๑๖๕ ๑๖๗

AN1<L?K<%R;%3 : 8?AK/XE "L=8K,3L

14

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

161

วิทยาลัยชุมชนสงขลา : เขาถึง เขาใจ ใหโอกาส จำเปนตองเกิด ขันหมากสรางงาน ศาสนาเชื่อมชุมชน


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

15


16

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน

สิ้นสายหมอกจาง ความรูกระจาง

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

17


18

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


เชา

วันใหม หลังฝนตกพรำทั้งคืน อาทิตยเริ่ม ไขแสงอรุณ ขับไลสายหมอกใหจางหายไป หองเรียนเล็กๆ ในหุบเขาอันสลับซับซอนของทิวเขาถนน ธงชัย ณ บานหวยปูลิง เปดตอนรับนักศึกษาหลักสูตร อนุปริญญา สาขาการปกครองสวนทองถิ่นอีกครั้งหนึ่ง บ า นห ว ยปู ลิ ง เป น หนึ่ ง ในหมู บ า นที่ ไ ด ชื่ อ ว า เดินทางเขาถึงยากที่สุด แมจะอยูหางจากตัวอำเภอเมือง จังหวัดแมฮองสอนเพียง ๖๐ กิโลเมตร แตสภาพภูมิ ประเทศที่เต็มไปดวยภูเขาอันสลับซับซอน เสนทางคด เคี้ยว เปนสาเหตุหนึ่งที่ทำใหแมฮองสอนเปนจังหวัดที่ ขาดแคลนสถาบั น อุ ด มศึ ก ษา ประกอบกั บ มี ช นเผ า ชาติพันธุหลากหลาย ที่มีภาษาและวัฒนธรรมแตกตาง กั น การให บ ริ ก ารทางการศึ ก ษาในพื้ น ที่ แ ม ฮ อ งสอน อยางทั่วถึงและมีคุณภาพจึงเปนภารกิจที่ทาทายอยางยิ่ง

สรางนวัตกรรมทางการศึกษา ชวงเวลากวาเจ็ดปนับตั้งแตจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนได สรางสรรคนวัตกรรมและใหบริการทางการศึกษาชนิดที่ ไมเคยปรากฏมากอน เริ่มตั้งแตการพัฒนาระบบ “สภา

อำเภอ” รู ป แบบการบริ ห ารที่ ใ ห โ อกาสประชาชนใน แตละอำเภอที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุเขามามี ส ว นร ว มในการบริ ห ารจั ด การศึ ก ษา เพื่ อ ตอบสนอง ความตองการทางการเรียนรูและพัฒนาคุณ ภาพชีวิต ของตนและคนในทองถิ่น “การที่ ไมเคยมีสถาบันอุดมศึกษา และมีความ หลากหลายของชนเผา เปนโอกาสในการทำงานของ วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน ยิ่งมีปญหาในการเดิน ทาง เรายิ่งตองหาแนวทางใหบริการที่ทั่วถึง เราจึงมุงเปด หนวยจัดการศึกษา โดยขยายไปในพื้น ที่ระดับอำเภอ และตำบล” นายคมสั น คู สิ น ทรั พ ย ผู อ ำนวยการ วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน กลาวถึงภารกิจของวิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอน ผอ.คมสันพรอมดวยคณะกรรมการสภาวิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอน เริ่มวางรากฐานงานตั้งแตการสราง ความเขาใจใหกับบุคลากร มีการประชุมเสวนา ทำกรอบ ตัวชี้วัดในการทำงานใหเขาใจตรงกันวาวิทยาลัยชุมชน จัดตั้งขึ้นพื่ออะไร หลังจากดำเนินการไดประมาณ ๒-๓ ป จึงเริ่มมีตัวอยางการทำงานที่เปนรูปธรรมมากขึ้น ป จ จุ บั น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแม ฮ อ งสอนมี ห น ว ยจั ด การศึกษาครอบคลุมพื้น ที่เกือบทุกอำเภอ ทั้งนี้เพราะ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

19


บริบทของพื้นที่ที่มีความหางไกล การคมนาคมไมสะดวก ดังนั้นวิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนจึงตองกระจายอำนาจ การบริหารจัดการบางสวนใหหนวยจัดแตละแหงสามารถ บริหารจัดการงานได ในระดับหนึ่ง โดยมีรูปแบบการ บริหารจัดการเหมือนแมขาย คือ มีหัวหนาหนวย มีฝาย ธุรการ มีอาจารยพิเศษ เพื่อใหสามารถจัดการศึกษาได เองในแทบทุกเรื่อง “เราเชิ ญ บุ ค คลที่ เ ป น ที่ ย อมรั บ ของชุ ม ชนใน หนวยจัดการศึกษาแตละแหงมาเปนกรรมการบริหาร เพื่อชวยกำหนดนโยบายและการบริหารงานของหนวย จัดการศึกษานั้นๆ มีอนุกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน ประจำอยู ทุ ก อำเภอ เดิ ม เราให หั ว หน า หน ว ยจั ด การ ศึกษาประชุมรวมกันในหนวยเพื่อทำแผน แลวนำแผนนั้น เสนอมายั ง สภาวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนที่ จั ง หวั ด หลั ง จาก ดำเนินการรูปแบบนี้ไปไดสักระยะหนึ่ง ทางสภาวิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอนก็ประชุมสรุปการดำเนินงานและถอด บทเรี ย นจากการทำงานของหน ว ยจั ด การศึ ก ษาของ อำเภอตางๆ วารูปแบบใดที่เหมาะสมที่สุด” ผอ.คมสัน เลาถึงยุทธศาสตรสำคัญในการทำงาน และวา หลังจาก ทดลองรู ป แบบการบริ ห ารจั ด การหน ว ยจั ด การศึ ก ษา หลายรูปแบบแลว พบวา หากจะใหการขับเคลื่อนงานใน ระดับุชมชนประสบความสำเร็จจะตองมีหัวหนาหนวย จัดการศึกษาทำงานรับผิดชอบประจำ ดังนัน้ ปลายป ๒๕๔๙ วิทยาลัยชุมชนแมฮอ งสอน จึงเริม่ ใชรปู แบบการทำงานโดยมีอนุกรรมการสภาวิทยาลัย ชุมชน มีตัวแทนจากชนเผาตางๆ ในอำเภอนั้นมาเปน

20

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ผู แ ทน กระทั่ ง พั ฒ นาเป น การบริ ห ารในรู ป แบบสภา อำเภอ ที่มีบทบาทหนาที่ ในการดูแลหนวยจัดการศึกษา ในพื้นที่ มีผูแทนประชาชนและกลุมชาติพันธุตางๆ เขา มามีสวนรวมในการดำเนินงาน เปนรูปแบบที่สงผลให หลักสูตรตางๆ ของวิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนมีความ หลากหลายและสอดคลองกับบริบทของพืน้ ที่ ดังตัวอยาง ตอไปนี้

หลากหลายอาชีพ...สูอนาคตใหม นอกจากสภาพพื้นที่ที่มีความหางไกลแลว บริบท สำคัญอีกประการหนึ่งของวิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนคือ ความหลากหลายทางชาติพันธุ ซึ่งแนนอนวายอมสงผล ตอความสนใจในหลักสูตรการฝกอบรมที่แตกตางกันไป ดังที่ ดร.จรูญ คำนวนตา ประธานสภาวิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอน ไดเลาใหทราบวา “การเปดหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชนแมฮอ งสอน คำนึงถึงความตองการของชุมชน หลักสูตรตางๆ เปน การสรางโอกาสและสนองตอบการใชงานไดจริงของ คนในชุ ม ชน ดั ง นั้ น หลั ก สู ต รจะมี ก ารปรั บ และพั ฒ นา ตลอด” เชนที่หนวยจัดการศึกษาอำเภอแมลานอย พื้นที่ นี้เดิมมีปญหาเรื่องยาเสพติด และกลุมผูติดเชื้อ ซึ่งคน ทั้งสองกลุมนี้ ไมมีอาชีพ ทำให ไม ไดรับการยอมรับจาก สังคมในชุมชน วิทยาลัยชุมชนสำรวจความตองการพบ วาชาวบานมีความสนใจที่จะเรียนในหลักสูตรที่สามารถ


นำมาประกอบอาชีพเพื่อใหมีรายไดเลี้ยงตนเอง วิทยาลัยชุมชนเริม่ ดำเนินการคนหาความตองการ ของคนในทองถิน่ โดยเลือกใหมคี วามสอดคลองกับบริบท ของทองถิ่น พบวาในอำเภอแมลานอยมีไมสักมาก และ ยังอยู ใกลกับแหลงทองเที่ยว จึงไดพัฒนาหลักสูตรการ แกะสลักไมเพื่อนำไปประกอบอาชีพ หลังจากพัฒนาจน ไดหลักสูตร จึงเชิญอาจารยพิเศษซึ่งเปนคนในทองถิ่น มาจั ด การเรี ย นการสอนในขั้ น พื้ น ฐาน เช น การใช เครื่องมือ การแกะสลักขั้นพื้นฐาน ขั้นตอไป คือ นำคณะผูเรียนไปศึกษาดูงานที่ หมูบานแกะสลักบานถวาย จังหวัดเชียงใหม ที่นั้นผูเรียน ไดมีโอกาสเรียนรูท้ังเรื่องงานแกะสลัก และการตลาด รวมถึงแนวทางการพัฒนาสินคาใหมีความนาสนใจ ขั้นสุดทายวิทยาลัยชุมชนเขามาชวยในเรื่องการ ตลาด โดยชวยหาตลาดสำหรับขายสินคา แนะนำผูเรียน เรื่องการประชาสัมพันธสินคา เชน มีนามบัตรสำหรับ แจกลูกคา” ผอ.คมสัน ยกตัวอยางกระบวนการจัดการ เรียนการสอนที่ประสบความสำเร็จใหฟง ปจจุบันศิษยเกาของวิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนมี อาชีพแกะสลักไม ซึง่ สามารถสรางรายไดใหแกครอบครัว ไดอยางมั่นคง ทั้งยังพัฒนาการตลาดเขาสูระบบการขาย ผานทางไกล และไดรวมกลุมจดทะเบียนเปนวิสาหกิจ ชุมชน สมาชิกของกลุมมีรายไดเลี้ยงตัวเอง และรูสึก ภาคภูมิใจในคุณคาของตนเองมากขึ้น การมีหนวยจัดการศึกษาในพื้นที่ ที่สามารถตอบ สนองความตองการของผูเรียนโดยศึกษาจากบริบทของ

พื้นที่เปนสำคัญ ขณะเดียวกันก็ไมละทิ้งความสำคัญของ ภูมิปญญา และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอด จนดูความเหมาะสมกับสภาพวิถีชีวิตของผูเรียนดวย ทำ ใหเกิดการพัฒนาหลักสูตรอยางตอเนื่อง ทั้งยังไดรับ ความเชื่ อ มั่ น จากประชาชนในพื้ น ที่ ดั ง เช น กรณี ข อง หน ว ยจั ด การศึ ก ษาอำเภอปางมะผ า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน ทำการพัฒนาหลักสูตรพัฒนาสายพันธุพืชเมืองหนาว เนนเรื่องการปลูกพืชแบบปลอดสารเคมี เพื่อเสริมสราง รายได ดังที่ นายวีระพรรณ เลาเรียนดี ผูประสาน งานการจัดการเรียนการสอนวิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน อำเภอปางมะผา เลาวา “วิทยาลัยชุมชนสามารถจัดหลักสูตรเพื่อผลิต และพัฒนากำลังคนในภาคเศรษฐกิจ ทั้งทางดานเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อเนนทางดานวิชาชีพสำหรับนำไป ประกอบกิจการได เชน เรื่องของการพัฒนาสายพันธุพืช เมืองหนาวที่บานผาเจริญ เราพัฒนาหลักสูตรเกษตร อิน ทรีย จากสายพันธุพืชพื้น บาน มาเปนสายพันธุพืช เมืองหนาว โดยใชรูปแบบเกษตรอินทรีย ตรงกับความ ตองการของตลาดและเพิ่มรายไดใหชาวบาน” หลั ก สู ต รการฝ ก อบรมของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน แมฮองสอนมีความหลากหลายตามบริบทของแตละพื้นที่ และตอบสนองความสนใจของผู เ รี ย นทั้ ง ภาคเกษตร กรรมและอุตสาหกรรม เชน การเลี้ยงกบพื้นเมือง การ เพาะเห็ด การซอมเครื่องยนตเล็ก การออกแบบบรรจุ ภัณฑ การทอผาจากสียอมดายประดิษฐ คอมพิวเตอร พื้นฐาน อาสาสมัครมัคคุเทศกชุมชน การตัดเย็บเสื้อผา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

21


สตรี การอบน้ำผึ้ง-การแชอิ่ม การปรับปรุงบำรุงพื้นที่ ดนตรี พื้ น เมื อ ง การตี มี ด การปรั บ ปรุ ง พั น ธุ แ ละการ ตกแตงกิง่ การสานแปม และภาษาอังกฤษสำหรับพนักงาน ขายของที่ระลึก เปนตน และแมแตหลักสูตรฝกอบรมชางตัดผม วิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอนก็เปดสอนเชนกัน หลายคนอาจสงสัย วาเหตุใดหลักสูตรชางตัดผมจึงมีผูสนใจเรียน “เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของแมฮองสอนทำ ให เ ดิ น ทางไม ส ะดวก หน ว ยจั ด อำเภอปางมะผ า จึ ง พัฒนาหลักสูตรฝกอบรมชางตัดผม เรียนเสร็จ สงเสริม อาชีพ เปดรานใหเครื่องมือ และเสริมสรางความเขม แข็งใหกับชุมชน หรือลูกคา ดวยการสงมาฝกงานกับ รานตัดผมในเมือง มีประกาศนียบัตรรับรองใหลูกคามี ความมั่นใจ” ผอ.คมสัน ใหคำตอบ

ปาย...เรียนรูสูการเปลี่ยนแปลง อำเภอปาย เปน หนึ่งในแหลงทองเที่ยวที่มีชื่อ เสียง ในปหนึ่งๆ ปายทำหนาที่ตอนรับนักทองเที่ยวทั้งใน และตางประเทศจำนวนมาก จากเมืองเล็กๆ ที่มีความ สงบงาม มีวิถีชีวิตเรียบงาย ปายในวันนี้เปลี่ยนโฉมหนา ไปเป น เมื อ งที่ ข ายธรรมชาติ เต็ ม ไปด ว ยรี ส อร ต และ เกสตเฮาสหลากหลายราคาและรูปแบบ แตรายไดที่เกิดขึ้นกลับตกอยูกับคนในทองถิ่น ดั้ ง เดิ ม น อ ยมาก อี ก ทั้ ง การเปลี่ ย นแปลงไปเป น เมื อ ง ท อ งเที่ ย วยั ง ส ง ผลกระทบอย า งยิ่ ง ต อ คนในท อ งถิ่ น

22

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เพราะร อ ยละ ๘๘.๕ ของคนท อ งถิ่ น ประกอบอาชี พ เกษตรกรรมเปน หลัก ทิศทางที่เปลี่ยนไปของทองถิ่น กลับถูกกำหนดโดยคนอื่น ในขณะที่คนพื้นเพดั้งเดิมไมมี ความถนัดสัน ทัดในดานธุรกิจทองเที่ยว เสียงสะทอน จากคนอำเภอปายพบวาสวนใหญตองการดำเนินวิถีชีวิต ตามแบบดั้งเดิม คือ อยูกับวัฒนธรรมภูมิปญญาและ การเกษตรแบบไมใชสารเคมี ดังนั้นการทำเกษตรอินทรีย เปนแนวทางหนึ่งที่ จะชวยใหชาวอำเภอปายไดมีโอกาสพลิกฟนความเปน ชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง ดังที่ ผอ.คมสัน เลาวา “ขณะนี้เราไดเริ่มสงเสริมการทำเกษตรอินทรีย ที่อำเภอปาย โดยการนำรองของนายสุรชัย สินลี้ อดีต ประธานนั ก ศึ ก ษาของหน ว ยจั ด การศึ ก ษาอำเภอปาย ตอนนี้ ก ำลั ง ปลู ก ผั ก อิ น ทรี ย ใ นพื้ น ที่ จ ำนวน ๑๕ ไร เพื่อสงจำหนายในตลาดทองถิ่นและเชื่อมโยงกับภาค อุ ต สาหกรรมกั บ บริ ษั ท สวิ ฟ ท สาขาแม แ ตง จั ง หวั ด เชียงใหม ขณะนี้หลักสูตรเกษตรอินทรียที่อำเภอปายเปด สอนได ๒ ปกวาแลว โดยยังมีการพัฒนาหลักสูตรอยาง ตอเนื่อง เปนการเรียนรูพรอมกับการปฏิบัติจริง โดยจะ สอนตั้งแตความรูพื้นฐาน เทคนิควิธีการผลิต การเก็บ เกี่ยว การบรรจุ และการตลาด ซึ่งวิทยาลัยชุมชนไดชวย หาตลาดรองรับสินคาคือ บริษั ทสวิฟท และเทศบาล อำเภอปาย” ในอนาคตวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแม ฮ อ งสอนมี ค วาม ตั้งใจจะพัฒนาหลักสูตรเกษตรอินทรีย ใหเปนหลักสูตร


ประกาศนียบัตรหรือหลักสูตรระดับอนุปริญญา เพื่อเพิ่ม เริ่มเขาใจถึงการรอยใจประชาชนทั้งหมูบานใหเปนดวง คุณภาพในดานเนื้อหาและวิชาการใหมากยิ่งขึ้น เดียว โดยตองใชสิ่งที่สำคัญ คือคุณธรรมของผูนำ” นาย บุญหลอเลาถึงจุดเริ่มตนของความคิดหลังจากไดเขา เรียน บานสันติชน...สันติเกิดจากความรู หลังจากสำเร็จการศึกษา เขานำความรู ทักษะ บานสันติชนเปนชุมชนชาวจีนยูน นานตั้งอยู ใน และเครือขายตางๆ มาพัฒนาหมูบาน ปรับยุทธวิธีโดย เขตอำเภอปาย จั ง หวั ด แม ฮ อ งสอน ป จ จุ บั น ถื อ เป น เน น การพั ฒ นาอาชี พ การสร า งรายได โ ดยรวมกลุ ม สถานที่ที่นักทองเที่ยวนิยมไปเที่ยว ครั้งหนึ่งนานมาแลว อาชีพตางๆ เชน กลุมเมืองไกดำ กลุมแปรรูปอาหาร ที่นี่คือหมูบานของชาวจีน ซึ่งมีบรรพบุรุษมาจากแผนดิน กลุมทอผา กลุมเย็บผา และอื่นๆ ใชความเขาใจ ความ รักในเชื้อสายเผาพันธุ ความรักตอเยาวชนดั่งลูกหลาน ใหญ เปนอดีตทหารของกองพลเกาสิบสาม ก อ นหน า นี้ ใ นหมู บ า นเต็ ม ไปด ว ยป ญ หาและ และความรู จ ากการเรี ย น เป น ธงนำในการแก ป ญ หา ความขัดแยงไมลงรอย มีการแบงแยกเปน หลายกลุม เริ่มทำงานอยางละเอียด มีระบบ มีการนัดประชุม ใช หลายกก และยังประสบปญหากลุมเยาวชนประพฤติตัว จิตวิทยาเขาไปหา ใชการพูดคุยเพื่อหาทางออก พรอม ไมเหมาะสม มีเรื่องทะเลาะวิวาทบอยครั้ง นายบุญหลอ จัดตั้งศูนยวัฒนธรรมจีนยูนนาน พัฒนาจนบานสันติชน หลออริยวัฒน ผูนำของหมูบานไดพยายามแกปญหา กลายเปนหมูบานทองเที่ยวเชิงนิเวศ สะทอนอัตลักษณ ดังกลาวโดยใชไมแข็ง แตไมสามารถชวยใหปญหาตางๆ จีนยูนนานที่โดดเดนของอำเภอปาย จังหวัดแมฮองสอน คลี่คลายไปไดเลย กลับยิ่งเพิ่มความขัดแยงและแตก พรอมๆ กันนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นาชื่นชม แยกใหบานปลายยิ่งขึ้น มากมายในหมูบาน เยาวชนที่เคยมีพฤติกรรมที่นาเปน จุดเปลี่ยนของบานสันติชนเกิดขึ้น เมื่อป ๒๕๔๗ ห ว งกลั บ มาเป น กำลั ง ในการพั ฒ นาหมู บ า น ชุ ม ชนมี นายบุญหลอไดเขาศึกษาในหลักสูตรอนุปริญญา สาขา ความสมานฉันท กลายเปนชุมชนที่เขมแขง ปราศจาก วิชาการปกครองทองถิ่น วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอน ที่นี่ ความขั ด แย ง จนสามารถสร า งความสุ ข ให ก ลั บ คื น สู นายบุญหลอไดพบคำตอบและแนวทางหลายอยางที่จะ หมูบานอีกครั้ง เบื้ อ งหลั ง ความสำเร็ จในครั้ ง นี้ นายบุ ญ หล อ นำไปใช “ได เ รี ย นเรื่ อ งภาวะผู น ำ ผู น ำที่ ดี มี คุ ณ สมบั ติ หลออริยวัฒน ยอมรับวา อยางไร ทำใหเกิดความรู มีความคิด เริ่มมองตัวเอง “บานสันติชนของเราเปนแบบทุกวันนี้ ได เพราะ เริ่มมองหมูบานวาความสุขที่แทจริงของหมูบานคืออะไร ผมมีโอกาสได ไปเรียนที่วิทยาลัยชุมชน คือเมื่อกอนการ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

23


ดูแลการทำทุกอยางไมละเอียด ไมเปนระบบ แลวก็ไมมี กระบวนการทำงาน เมื่อเราไดศึกษาจากวิทยาลัยชุมชน มาแลว เราเริ่มจะมีวิสัยทัศนวาเราจะทำยังไง เริ่มมอง ตัวเอง เริ่มมองหมูบานวาความสุขที่แทจริงของหมูบาน คื อ อะไร สิ่ ง เหล า นี้ ท ำให เ รารู จั ก มองตั ว เองแล ว ก็ มี อนาคต หลังจากที่ ได ไปเรียนแลวทำใหเรามีความรูเกิด ขึ้น วิทยาลัยนี้สรางคน ถาไมมีโอกาสเขาวิทยาลัยชุมชน ผมและบานสันติชนคงจะไมอยูในโฉมหนานี้”

24

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

จากเรื่องเลาของแมฮองสอน เมืองสามหมอกที่ ขึ้นชื่อในเรื่องความยากลำบากในการคมนาคม วิทยาลัย ชุมชนแมฮองสอนไดพิสูจน ใหเห็นวา แมจะอยูหางไกล หรือมีความแตกตางทางภาษาและวัฒนธรรม ก็มิไดเปน ขอจำกัดใหความรูเดินทางไปถึง ทุกวันนี้ ไมวาจะเปนที่ บานหวยปูลิง หรือพื้น ที่ ไหนๆ ในจังหวัดแมฮองสอน วิทยาลัยชุมชนแมฮองสอนก็จะยังคงทำหนาที่สงผาน ความรูไปใหจนถึงชุมชนเสมอ


วิทยาลัยชุมชนตาก

พนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน ผลิตคนสรางปราการปองกันโรค

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

25


26

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิท

ยาลัยชุมชนตากจัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อเอื้อประโยชนแกประชาชน ผูพลาดโอกาสทางการศึกษา ใหมีทางเลือกในการเรียน รู ด า นวิ ช าการและวิ ช าชี พ ตามความพร อ มและความ จำเปนของแตละบุคคล ปจจุบันตั้งอยูที่ หมู ๑ ตำบล หนองบัวใต อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก มีหนวยจัด การศึ ก ษาจำนวน ๑๒ แห ง ซึ่ ง มี ทั้ ง สถานศึ ก ษาและ โรงพยาบาล เป ด สอนอนุ ป ริ ญ ญา ๔ หลั ก สู ต ร หลักสูตรประกาศนียบัตร ๕ หลักสูตร และหลักสูตรฝก อบรมอีกมาก ความสำเร็จที่เห็นไดชัดของวิทยาลัยชุมชนตาก คือ การพัฒนาหลักสูตรตามความตองการของชุมชน และสอดคลองกับยุทธศาสตรของจังหวัด เชนที่ผานมา ได พั ฒ นาหลั ก สู ต รอุ ต สาหกรรมการท อ งเที่ ย ว เพื่ อ รองรับคนในชุมชนที่มีความสนใจในธุรกิจทองเที่ยวและ บริการ เพราะจังหวัดตากมีแหลงทองเที่ยวที่สวยงามติด อันดับโลก ในปหนึ่งๆ จึงมีนักทองเที่ยวจากทั้งในและ ตางประเทศเดินทางเขามาทองเที่ยวมากมาย หรือจะเปนหลักสูตรซึ่งสอดคลองกับบริบทของ จังหวัดในดานของธุรกิจการคา เชน การจัดการ (การคา ชายแดน) และอัญมณี (การเดินพลอย) วิทยาลัยชุมชน ตากไดรับการรองขอจากหอการคาจังหวัดใหดำเนินการ

ฝกอบรมความรูดานการเดิน พลอยใหกับผูคาชาวไทย เพราะผูคาขาดความรูและทักษะในการประเมินราคา ทำใหขาดทุนและถูกหลอกบอยครั้ง หลักสูตรที่ยกตัวอยางขางตนนั้น เปนหลักสูตรที่ เปดจัดการเรียนการสอนมาตั้งแตป ๒๕๔๙ นอกเหนือ จากหลักสูตรที่สอดคลองกับสภาวะการณปจจุบันและ แผนยุทธศาสตรของจังหวัดแลว ในดานของคุณ ภาพ ชีวิตความเปนอยูของประชาชน วิทยาลัยชุมชนตากก็ให ความสำคัญไมยิ่งหยอนไปกวากัน ดังเชนการเปดสอน หลักสูตรการแพทยแผนไทยเปนรุนแรกของวิทยาลัย ชุมชนทั่วประเทศ มีการพัฒนาหลักสูตรการฝกอบรม วิทยาศาสตรสุ ขภาพ ที่เป ด รับนั กศึ กษารุนแรกเมื่ อป ๒๕๕๑ ที่ผานมานี้ เหตุใดวิทยาลัยชุมชนตากจึงใหความสนใจดาน สาธารณสุ ข และหลั ก สู ต รนี้ จ ะช ว ยพั ฒ นาชุ ม ชนได อยางไร

‘Health dam’ เขื่อนสุขภาพเพื่อชุมชน จังหวัดตากมีสภาพพื้นที่ติดตอกับประเทศพมา มีระยะทางถึง ๕๘๐ กิโลเมตร ติดพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอท า สองยาง อำเภอแม ร ะมาด อำเภอแม ส อด วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

27


อำเภอพบพระ และอำเภออุมผาง มีการเคลื่อนยายเขา ออกของประชาชนและแรงงานอพยพจากประเทศ เพื่อนบานอยางสม่ำเสมอ ซึ่งจากแรงงานกลุมนี้เองมี ความเสี่ยงในการแพรระบาดของโรคติดตอตางๆ ไมวา จะเปนไขกาฬหลังแอน โรคมาลาเรีย วัณโรค หรือโรค เทาชาง เปนตน และในที่สุดก็จะมีการเคลื่อนยายจาก ชายแดนเขาสูพื้นที่ชั้นในของประเทศ เมื่ อ มองเห็ น ประเด็ น ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในป จ จุ บั น ของ จังหวัดตากและประเทศ ทำใหนายชวพันธ ชวเจริญพันธ ประธานกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนตาก และนายแพทย พิเชฐ บัญญัติ กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนไดเสนอ แนวความคิดปองกันปญหานี้ตอสภาวิทยาลัยชุมชนตาก “จังหวัดตากมีความเสี่ยงจากการเกิดโรคติดตอ เพราะการเคลื่อนยายเขามาของประชาชนและแรงงาน จากประเทศเพื่อนบาน อีกทั้งในจังหวัดเองยังมีชนเผา ตางๆ ที่อาศัยในบางพื้นที่มีความหางไกล การคมนาคม เปนไปอยางยากลำบาก ทำใหคนพื้น ที่เหลานั้นไดรับ โอกาสในการเขาถึงบริการทางการแพทยและสาธารณสุข นอย” นายชวพันธกลาว จากแนวคิดดังกลาวนำมาสูโครงการที่เรียกวา Health Dam หรือโครงการเขื่อนสุขภาพ สภาวิทยาลัย ชุมชนตากเห็นรวมกันวา ในปจจุบันประเด็นที่นาหวงใย ของจั ง หวั ด คื อ เรื่ อ งของสุ ข ภาพและการบริ ก าร สาธารณสุข เมื่อคนในพื้นที่หางไกลไมมีโอกาสเขาถึง บริการของรัฐ และรัฐก็ ไ มมีกำลังที่จะเขาไปได ในทุก พื้นที่ ดังนั้นวิทยาลัยชุมชนนาจะเขามาชวยดำเนินการใน

28

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เรื่องนี้

“เราคิดวาถาเราใหคนในชุมชนมีความรู และคน ที่มีความรูกลับไปชวยยกระดับคนในชุมชนของตนเอง แทนที่จะรอกลไกของรัฐเขาไปดูแล นาจะชวยใหการ ดูแลและปองกันโรคเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เปน ที่มา ของโครงการเขื่อนสุขภาพ คือใหความรูแกคน ใหเขานำ ความรูกลับไปในทองถิ่น เหมือนการสรางเขื่อนปองกัน ดานสุขภาพในทองถิ่น” นายชวพันธ ไดขยายความแนว คิดดังกลาว จากโครงการเขื่ อ นสุ ข ภาพนำมาสู ก ารเริ่ ม ต น พัฒนาหลักสูตรดานสาธารณสุขของวิทยาลัยชุมชนตาก

จากแนวคิดสูการปฏิบัติ เมื่อสภาวิทยาลัยชุมชนตากมองเห็นภาพรวมกัน แลว ลำดับตอไปจึงเริ่มพัฒนาหลักสูตร โดยนายแพทย พิเชฐ บัญญัติ กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนตาก และ หัวหนาหนวยจัดการศึกษาโรงพยาบาลบานตาก ไดขอ ความร ว มมื อไปยั ง สำนั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด ตาก เพื่ อ ร ว มกั น พั ฒ นาหลั ก สู ต ร โดยนายแพทย พิ เ ชฐ บัญญัติ และคณะไดสำรวจความตองการของชุมชนกอน วา หากวิทยาลัยชุมชนตากเปดหลักสูตรพัฒนาคนใน ทองถิ่นเพื่อกลับมาทำงานนี้ใหกับชุมชน จะเห็นดวยหรือ ไม เพราะประเด็นดานสาธารณสุขเปนเรื่องที่เกี่ยวของ กับชีวิต ปรากฏวาชุมชนก็เห็นดวย ประกอบกับมีการทำ ประชาคม และมีการวิจัยทางการสาธารณสุขดวย นาย


ปยศักดิ์ ตัณฑเจริญรัตน ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน ตากเลากระบวนการเริ่มตนใหทราบ จากนั้ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนตากและสำนั ก งาน สาธารณสุขจังหวัดตากก็รวมกันจัดทำหลักสูตรฝกอบรม พนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน ซึ่งเปนหนึ่งในหลักสูตร การฝกอบรมวิทยาศาสตรสุขภาพ “เมื่อทำหลักสูตรแลว กอนใชจัดการเรียนการสอนก็ ไดเชิญผูทรงคุณวุฒิจาก สายวิชาการและสายสาธารณสุขมารวมวิพากษหลักสูตร เพื่อใหหลักสูตรมีความสมบูรณยิ่งขึ้น หลักสูตรพนักงาน สุขภาพชุมชนชายแดนนี้ยังไดรับความรวมมือจากองคกร SHIELD และสำนั ก งาน USAID ด ว ย โดยองค ก ร SHIELD และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากไดรวม สนับสนุนดานงบประมาณและสถานที่สำหรับฝกงานให แกผูเรียน” ผูท จี่ ะเขามาเรียนนัน้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตากไดคัดเลือกจากอาสาสมัครสาธารณสุขหมูบาน หรือ อสม. เพราะหลั ก สู ต รนี้ ต อ งการคนที่ มี พื้ น ฐานทาง สาธารณสุข และตองจบการศึกษาไมต่ำกวาระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ ๓ แต ไม ไดจำกัดพื้นที่เฉพาะในจังหวัด ตากเทานั้น หากยังเปดโอกาสใหผูสนใจจากจังหวัดอื่นที่ มีพื้นที่ติดตอกับชายแดนเชนกัน เชน จังหวัดเชียงใหม จังหวัดแมฮองสอน เปนตน ไดมีโอกาสเขามาเรียนได มีขอสงสัยวา เหตุใดจึงตองการคนในทองถิ่น แลวหากคนทั่วไปมีความสนใจจะสามารถสมัครเรียน ดวยไดหรือไม นายปยศักดิ์ขยายความเพิ่มเติมวา “หลักสูตรพนักงานสุขภาพชุมชนชายแดนนี้ พัฒนา

ขึ้นเปนการเฉพาะสำหรับทองถิ่นชายแดน ดังนั้นเรามี เปาหมายใหคนที่มีภูมิลำเนาอยู ในทองถิ่นนั้นมาเรียนรู เพื่ อ นำความรู ก ลั บ ไปช ว ยยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของ คนในทองถิ่นของเขาเอง ไม ไดเปดรับสมัครคนที่สนใจ ทั่วไป เพราะเรามองโอกาสที่คนในพื้นที่จะไดนำความรู ไปใชมีมากกวา” หลักสูตรพนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน เปน สาขาวิ ช าหนึ่ ง ของหน ว ยจั ด การศึ ก ษาโรงพยาบาล บานตาก มีระยะเวลาเรียน ๖ เดือน กำหนดใหผูเรียน ไดเรียนทั้งวิชาคณิตศาสตรและภาษาอังกฤษที่เกี่ยวของ กับงานสาธารณสุขชุมชน มีเนื้อหาการเรียนเรื่องการ รักษาพยาบาลเบื้องตน การสงเสริมสุขภาพแบบองค รวม งานดานสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดลอม การ ควบคุมและปองกันโรค การฟนฟูสภาพผูปวย งานดาน สาธารณสุขมูลฐาน นอกจากนี้ยังไดเรียนในดานการ บริหารงานสาธารณสุข จรรยาวิชาชีพ ทั้งยังไดรับความ รูดานเภสัชกรรม สังคมวิทยาและมนุษ ยวิทยาทางการ แพทย และที่สำคัญคือตองฝกประสบการณวิชาชีพดวย ทางวิทยาลัยชุมชนก็มีโรงพยาบาลเครือขาย ซึ่งจะทำ หนาที่เปนศูนยฝกประสบการณของผูเรียน เชน โรง พยาบาลแมสอด โรงพยาบาลทาสองยาง เปนตน”

พัฒนาคนกลับคืนทองถิ่น หลั ก สู ต รพนั ก งานสุ ข ภาพชุ ม ชนชายแดนเป ด จั ด การเรี ย นการสอนเมื่ อ ป ๒๕๕๑ ผู เ รี ย นรุ น ที่ ๑ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

29


จำนวน ๒๗ คน กำลังจะสำเร็จการศึกษาในป ๒๕๕๒ นี้ เมื่อจบหลักสูตรพวกเขาจะไดรับประกาศนียบัตรรับรอง ความรู และจะเดินทางกลับไปยังทองถิ่นของตนเองเพื่อ ทำหนาที่พนักงานสุขภาพชุมชน แลวมีคำถามตอไปวา เมื่อทั้ง ๒๗ คนเดินทาง กลับบาน แลวพวกเขาจะสามารถประกอบอาชีพเปน พนักงานสุขภาพชุมชนในหมูบานของตนเองไดอยางไร นายปยศักดิ์เปดเผยวา “ตั้งแตเริ่มตนทำหลักสูตร เราไดประสานความ รวมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก มีขอสรุปใน ประเด็นเหลานี้ ไวแลววา เรามุงหวังใหคนเหลานี้ซึ่งเปน คนของชุมชนไดกลับไปทำงานเพื่อชุมชน ดังนั้นเมื่อจบ หลักสูตร หนวยงานทางสาธารณสุขหรือผูที่เกี่ยวของ ตองมีงานรองรับพวกเขา ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดตากมีแหลงงานรองรับไวแลว เชน สถานีอนามัย ในหมู บ า นหรื อ ชุ ม ชนของพวกเขา ไปทำงานร ว มกั บ เจาหนาที่อนามัย หรือหากพื้นที่ ไหนหางไกลมาก ไมมี เจาหนาที่ ผูเรียนของเราก็จะทำหนาที่แทนเจาหนาที่ อนามั ย ได เ ลย ทั้ ง นี้ ใ นบางพื้ น ที่ อ งค ก ารบริ ห ารส ว น ตำบล หรือ อบต.ก็เขามามีสวนรวมในการรับคนกลุมนี้ ไปทำงาน” ในเดือนตุลาคม ป ๒๕๕๒ วิทยาลัยชุมชนกำลัง จะเป ด รั บ ผู เ รี ย นในหลั ก สู ต รพนั ก งานสุ ข ภาพชุ ม ชน ชายแดน เปนรุนที่ ๒ แตรุนที่ ๑ ที่จบไปทางวิทยาลัย ชุมชนก็ ไ ม ไดละเลย เพราะนับจากสำเร็จหลักสูตรไป แลวไดปฏิบัติงานในสถานที่ปฏิบัติงานจริง อีก ๕ เดือน

30

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ที ม งานของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนจะดำเนิ น การติ ด ตามและ ประเมินผลทั้งความรูที่ ไดรับและประเมินความพึงพอใจ ของหน ว ยงานที่ รั บ ผู เ รี ย นเข า ทำงาน เพราะหากพบ ปญหาหรืออุปสรรคใดก็จะไดเขาไปชวยเหลือผูเรียนได ทั้งปญหาตางๆ จะนำมาประมวลเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ จะใชในรุนตอๆไป ดวย หนึ่งในผูสำเร็จการศึกษา ๒๗ คนของหลักสูตร พนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน รุนที่ ๑ ที่วันนี้เขาได ออกไปทำงานรับใชชุมชนแลว ไดเลาถึงเหตุผลที่ตัดสิน ใจมาเรียนที่วิทยาลัยชุมชนตากวา “ผมอยากมาเรียน เพราะอยากมีงานทำอยางตอ เนื่อง โดยเฉพาะอยางยิ่งงานนั้นเปนงานที่มีโอกาสชวย เหลื อ พี่ น อ งที่ ต กทุ ก ข ไ ด ย ากที่ มี ป ญ หาด า นสุ ข ภาพ เนื่องจากการชวยเหลือไมทั่วถึง หรือเปนคนไมมีบัตร หรื อ ถื อ บั ต รสี นอกจากนี้ เ มื่ อ เรี ย นจบแล ว ยั งได รั บ ประกาศนียบัตรรับรอง วาเปนผูผานหลักสูตรการอบรม มีความรูดานสาธารณสุขหรือสุขภาพที่ถูกตอง” นาย ชนินทรเลาใหฟงถึงเหตุผลที่ตัดสินใจมาเรียน ขณะนี้เขาสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรแลว ได มีโอกาสออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่จริงในชุมชนของตัว เอง สิ่งที่เขาไดรับจากการเปน พนักงานสุขภาพชุมชน ชายแดน นอกเหนือจากประสบการณชีวิตแลว เขายัง บอกวา “หลั ก สู ต รนี้ ท ำให ไ ด มี โ อกาสช ว ยเหลื อ เพื่ อ น มนุษย ใหความเจ็บปวยของเขาไดบรรเทาลง ทุกครั้งที่ ไดรับรอยยิ้ม หรือคำกลาวขอบคุณจากผูมารับบริการ


ผมรูสึกภาคภูมิใจมาก ทำใหตัวเองรูสึกวาจะตองพัฒนา ผูชวยเจาพนักงานสาธารณสุข และผูนำการสรางสุขภาพ ความรู ด า นสุ ข ภาพให เ พิ่ ม ขึ้ น เพื่ อ พั ฒ นาชุ ม ชนให มี สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมูบาน โดยเปด คุณภาพและมีความสุขในเรื่องของสุขภาพ” นายชนินทร จัดการเรียนการสอนตั้งแตป ๒๕๕๑ กลาวเสริมดวยรอยยิ้ม สำหรับความตั้งใจในปตอไปของวิทยาลัยชุมชน ตากคือ ยังคงมุง เนนทีก่ ารพัฒนาหลักสูตรดานสาธารณสุข ใหมีความตอเนื่อง กาวตอไปในวิทยาลัยชุมชนตาก “เดิมหลักสูตรดานสาธารณสุขที่เปดสอนเปน โครงการเขื่อนสุขภาพของวิทยาลัยชุมชนตาก หลักสูตรฝกอบรม ใชเวลาประมาณ ๖ เดือน ตอไปเรา เริ่ ม ต น จากความห ว งใยในประเด็ น ด า นสุ ข ภาพและ จะพัฒนาเปนหลักสูตรประกาศนียบัตร ๑ ป เพื่อเชื่อม สาธารณสุขของคนในพื้นที่ที่หางไกล การบริการของรัฐ ตอระหวางหลักสูตรฝกอบรมกับระดับอนุปริญญา ทั้งนี้ เข า ถึ ง ยากลำบาก จนนำมาสู ห ลั ก สู ต รการฝ ก อบรม เพื่ อ ให ผู เ รี ย นได มี โ อกาสเพิ่ ม เติ ม ความรู แ ละเพิ่ ม วิทยาศาสตรสุขภาพ เพื่อชวยลดปญหาความขาดแคลน ศั ก ยภาพในการปฏิ บั ติ ง านของตนเองได อี ก ทางหนึ่ ง บุคลากรดานสาธารณสุข ประกอบดวยหลักสูตรพนัก ดวย” นายปยศักดิ์กลาวทิ้งทาย งานสุ ข ภาพชุ ม ชนชายแดน พนั ก งานมาลาเรี ย ชุ ม ชน

หลักสูตรอัญมณี (การเดินพลอย) วิทยาลัยชุมชนตากพัฒนาหลักสูตรตามความ ตองการของชุมชน และใหมีสอดคลองกับยุทธศาสตร ของจังหวัด หลักสูตรที่เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการ ทองเที่ยว หรือการจัดการ (การคาชายแดน) ก็ ไดรับ ความสนใจจากผู เ รี ย นไม น อ ย เนื่ อ งจากช ว ยเพิ่ ม พู น ทั ก ษะในการประกอบอาชี พ ทำให ส ามารถพั ฒ นา ศักยภาพในการทำงานไดอยางดียิ่งขึ้น

หลักสูตรอัญมณี (การเดินพลอย) ก็เชนเดียวกัน บริเวณโรงแรมสยามและตลาดริมเมย เปนที่รูจักของนัก ทองเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวตางประเทศ เพราะเปน แหลงคาขายอัญมณีที่มีชื่อเสียง วิทยาลัยชุมชนตากได รั บ การร อ งขอจากหอการค า จั ง หวั ดให ด ำเนิ น การฝ ก อบรมความรู ด า นการเดิ น พลอยให กั บ ผู ค า ชาวไทย เพราะผูคาขาดความรูและทักษะในการประเมินราคา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

31


ทำใหขาดทุนและถูกหลอกลวงบอยครั้ง วิทยาลัยชุมชนตากพัฒนาหลักสูตรอัญมณี (การ เดิ น พลอย) โดยมี เ นื้ อ หาการจั ด การเรี ย นการสอน ตั้งแตประวัติความเปน มาของอัญมณี แหลงกำเนิด ข อ มู ล พื้ น ฐาน ชนิ ด และคุ ณ ภาพของอั ญ มณี มี ก าร จัดการเรียนการสอนและใหผูเรียนไดมีโอกาสฝกปฏิบัติ จริงโดยอาจารยพิเศษผูมีประสบการณ เนนหลักการดู พลอยดวยตาเปลา และการใชเครื่องมือ ทั้งยังสอนถึง กระบวนการทางการตลาด เชน การวิเคราะหตลาดอัญ

32

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

มณี เทคนิคการขาย การประเมินคุณภาพและราคาของ อัญมณี ตลอดถึงจรรยาบรรณของผูคาพลอย การเดินพลอย คือการรับพลอยจากรานไปเดิน ขายใหรานอื่น หรือนำไปขายใหแกผูซื้อโดยตรง ซึ่งผูคา พลอยก็จะมีทั้งผูคาชาวไทย และผูคาชาวพมา โดยผูคา ชาวไทยนั้น สวนใหญก็เปนคนในทองถิ่น ดังนั้นหลักสูตร นี้จึงมีสวนชวยสนับสนุนใหคนทองถิ่น มีอาชีพ ทำใหมี รายได และชวยพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอีกดวย


วิทยาลัยชุมชนพิจิตร

ขยาย “ทุนความรู” สูชุมชน

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

33


34

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิท

ยาลัยชุมชนพิจิตรเปน ๑ ใน ๑๐ วิทยาลัย ชุ ม ชนที่ ตั้ ง ขึ้ น ในป ๒๕๔๕ ที่ ม าพร อ มกั บ “ทุนความรู” ในดานการพัฒนาอาชีพใหกับนักเรียนนัก ศึกษาในพื้นที่ เนื่องจากพัฒนาขึ้นมาจากวิทยาลัยการ อาชีพโพทะเล และเครือขายที่ ใหบริการทางการศึกษา ตั้งแตป ๒๕๔๐ มาแลว โดยมี “ทุนความรู” ทั้งดาน อาคาร สถานที่ บุคลากร องคความรู และการยอมรับ จากชุมชนในระดับหนึ่ง ภารกิจหลักของวิทยาลัยชุมชนพิจิตรจึงเปนการ ขยายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษา เนื่องจาก พิจิตรเปนจังหวัดเดียวของบริเวณนี้ที่ ไ มมีสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ทั้งที่จังหวัดขนาบขางอยางนครสวรรค กำแพงเพชร เพชรบูรณและพิษณุโลกตางมีสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาทั้งสิ้น จึงถือวาจังหวัดพิจิตรเปนจุดบอด ของบริเวณนี้ และประชากรจำนวนมากยังขาดโอกาส ทางการศึ ก ษา หลายคนต อ งทำงานเมื่ อ จบเพี ย งชั้ น มัธยมศึกษา เพื่อหาเลี้ยงชีพ โอกาสที่จะศึกษาตอในภาค ปกติจึงแทบเปนไปไมได “การปรับเปลี่ยนมาเปนวิทยาลัยชุมชนกลายเปน โอกาสดี จากเดิมเนนสายอาชีพอยางเดียว ซึ่งวิทยาลัย ชุมชนก็ยังคงมีสวนนี้ และยังเสริมทางดานวิชาการเขา

มาด ว ยคื อ ขยายส ว นที่ เ ป น อนุ ป ริ ญ ญาเข า มา ด า น อุดมการณก็ปรับเปลี่ยนใหมีการ “เปดรั้ว” ใหชุมชนเขา มามีสวนรวมและก็เกื้อกูลกันและกัน ทำใหวิทยาลัยเปน สมบัติของชุมชนมากขึ้น ขอดีอยางหนึ่งของการปรับ เปลี่ยนจากวิทยาลัยการอาชีพเปนวิทยาลัยชุมชน คือ มี อาคาร สถานที่ ครุภัณฑ และมีบุคลากรเรียบรอยแลว ทำใหการปรับตัวคอนขางเร็ว เพราะเราไมไดเริ่มตนจาก ศูนย การมีฐานรากพวกนี้มาชวยก็ทำใหงานสะดวกขึ้น จะไดทุมเททำงานในสวนอื่นๆ ตอไปได คือเรื่องเนื้อหา หลักสูตร ประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน รวม ถึ ง การขยายเครื อ ข า ยเพิ่ ม ขึ้ นได เ ต็ ม ที่ และค อ นข า ง รวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะไดรับความรวมมือทั้งภาครัฐและ เอกชน เช น อบต. เทศบาล วั ด โรงเรี ย น” นาย ประดิษ ฐ บุดดีจีน ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนพิจิตร กลาว

เขาถึงชุมชนดวย “แหลงเรียนรูเคลื่อนที่” กลยุ ท ธสำคั ญ ที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนพิ จิ ต รนำมาใช เพื่ อ การประชาสั ม พั น ธ อ งค ก ร ควบคู ไ ปกั บ การให บริการทางการศึกษา และเพื่อใหชุมชนเขามามีสวนรวม วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

35


และรูสึกเปนเจาของวิทยาลัย คือ การใชแหลงเรียนรู เคลื่อนเขาถึงหมูบานที่อยูหางไกล ในป ๒๕๔๗ วิทยาลัยชุมชนพิจิตรไดริเริ่มสราง แหลงเรียนรูเคลื่อนที่ หรือ Mobile Resource Center โดยดัดแปลงรถบัสขนาดกลางใหเปนหองเรียนเคลื่อนที่ ภายในบรรจุอุปกรณทางเทคโนโลยี คอมพิวเตอร มัลติ มีเดีย หองสมุดคนควา เพื่อรองรับกิจกรรมหลากหลาย ทั้ ง เป น ห อ งเรี ย นห อ งปฏิ บั ติ ก ารคอมพิ ว เตอร ห อ ง ประชุม หองสมุด และหองคนควาดวยตนเอง ขับเคลื่อน ไปจอดตามหมูบานตางๆ เปนเวลาหลายๆ วันจนถึงเปน เดือนตามแตแผนงาน สามารถเปดสอนหลักสูตรตางๆ ณ ทองที่ของชาวบานจนจบหลักสูตรแลวจึงเคลื่อนยาย ไปยั ง พื้ น ที่ อื่ น ต อไป รถโมบายนี้ จึ ง ทำหน า ที่ ทั้ ง การ ประชาสั ม พั น ธ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนพิ จิ ต ร เป น ห อ งเรี ย น เคลื่อนที่ใหนักเรียนลงเรียนหลักสูตรตางๆ ที่วิทยาลัยจัด ขึ้นโดยไมตองเดิน ทางมาเรียน จัดประชุมกับผูนำชาว บาน หรือประชุมกลางแจงรวมกับชาวบานทั้งหมดก็ ได เมื่อวางจากการเรียนการสอนก็เปดใหบริการคนควาจาก สื่อตางๆ แกประชาชนทั่วไป รถบั ส ที่ อั ด แน นไปด ว ยอุ ป กรณ สื่ อ การเรี ย นรู พรอมทั้งวิทยากรและเจาหนาที่เขาถึงหมูบาน การรับรู ถึงหนาที่และบทบาทของหนวยงานใหมอยางวิทยาลัย ชุมชนจึงเกิดขึ้นได ไมยาก จนปจจุบันชาวบานคุนเคยกับ วิทยาลัยชุมชนเปนอยางดี “ตอนรถบัสเสร็จ เมื่อเขาไป ถึงหมูบานก็เปนสิ่งใหมที่หลายคนไมเคยเห็น ในชวงแรก ตื่นเตนกันมากทั้งผูใหญทั้งเด็ก โดยเฉพาะเด็กๆ เขาตื่น

36

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เตนมากที่ ไดเห็นไดจับคอมพิวเตอรเปนครั้งแรก เพราะ บางพื้นที่หางไกลเด็กจำนวนมากไมเคยเห็นคอมพิวเตอร มากอนเลย เพราะหลายแหงไมมีเรียนในโรงเรียน บาง โรงเรียนไฟฟาและสัญญาณโทรศัพทยังเขาไมถึง แตใน รถบัสเราใชระบบแอรการดทำใหเขาไปถึงที่ไหนก็ใชงาน แหลงเรียนรูเคลื่อนที่นี้ ไดตลอด” ผอ.ประดิษฐบรรยาย ถึงบรรยากาศชวงแรก และยังเลาถึงวิธีการจัดทำรถบัส เปนแหลงเรียนรูเคลื่อนที่ดวย การเริ่มตน ทำรถบัสดัดแปลงเปนแหลงเรียนรู เคลื่อนที่นั้น ตองตั้งตนที่จุดมุงหมายวาตองการใหรถนั้น สามารถใชงานดานใดบาง อุปกรณที่จะติดตั้งเพื่อจุด ประสงคอะไร เพื่อใหจัดสรรทุกฟงชั่นที่ตองการใหลงตัว ในพื้นที่อันจำกัด ปริมาณและขนาดอุปกรณตางๆ ตอง สอดคลองกับการใชงาน รถบั ส ที่ วิ ท ยาลั ย พิ จิ ต รได จั ด ทำขึ้ น นั้ น ตั้ ง ใจให เปน หองเรียนที่เหมาะสมกับการเรียนภาคปฏิบัติทาง ดานคอมพิวเตอร คือจุนักศึกษาได ๑๕ คน เพราะเปน ปริมาณที่วิทยากรจะดูแลอธิบายไดทั่วถึง เสริมดวยสวน หองสมุดขนาดยอม สวนคนควาดวยตนเอง จัดเปนหอง เรียนทางไกลผานอินเทอรเน็ต ภายในพรอมปรับเปลี่ยน เปนหองประชุมขนาด ๒๐ คน และระบบเสียงที่รองรับ การจัดเวทีกลางแจงสำหรับการประชุมรวมกับชาวบาน จำนวนมาก “เมื่อไดแบบรถและความตองการก็พูดคุยกับทาง ชางใหดำเนินการได ในการดัดแปลงรถมีชางที่เกี่ยวของ ๔ ดาน คือชางยนตดูเรื่องรถ ชางคอมพิวเตอรดูแล


เรื่องสเปกของอุปกรณตางๆ และการเชื่อมตอ จัดวาง ใหประหยัดเนื้อที่และใชงานสะดวก ชางไฟฟาเพื่อดูแลมี ระบบไฟ ความสวางและเครื่องปรับอากาศใหเหมาะสม ชางอิเล็กทรอนิกสดูแลเรื่องระบบเสียงสำหรับการใช เปนหองเรียน หองประชุม และการกระจายเสียง เบ็ด เสร็จแลวใชงบประมาณ ๒ ลานบาทในการปรับแตงจน เปนแหลงเรียนรูเคลื่อนที่ ซึ่งคุมคาและใชงานไดครบ ถวน สวนการออกบริการและคาบำรุงรักษาอยูท ปี่ ระมาณ ปละ ๑ แสนบาท รวมคาจางเจาหนาที่และคาใชจาย ต า งๆ ที่ ผ า นมามี ผู เ ข าใช ป ล ะประมาณ ๑,๐๐๐ คน จำนวนนี้นับเฉพาะคนที่มาลงเรียนในหลักสูตรตางๆ แต จำนวนคนที่มาเขาใชบริการอื่นทั่วไปนั้นมีมาก” หลังจากที่แหลงเรียนรูเคลื่อนที่ของวิทยาลัยเกิด ขึ้ น และดำเนิ น งานไปได ไ ม นาน ก็ เ ห็ น ผลสั ม ฤทธิ์ ว า สามารถเขาถึงประชาชนไดอยางดี ทำใหมีหนวยงาน ทางการศึกษาสวนหนึ่งจัดทำรถเคลื่อนที่ออกบริการบาง ซึ่งถือวาเปนการเสริมกำลังเพื่อพัฒนาชีวิตความเปนอยู ของคนพิจิตรรวมกัน

เครือขายแหลงเรียนรูชุมชน “หนวยจัด การศึกษา” นอกเหนื อ จากแหล ง เรี ย นรู เ คลื่ อ นที่ ที่ เ ข า ถึ ง ชุมชนแลว วิทยาลัยยังไดจัดการศึกษาระบบเครือขาย หนวยจัดการศึกษา เพื่อใหประชาชนไดเขาถึงการศึกษา “เรียนใกลบาน ลูกหลานอบอุน” กระจายอยูตามชุมชน

ตางๆ ทุกอำเภอปจจุบันมีหนวยจัด ไดแก หนวยจัดการ ศึกษา อบต.หัวดง ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนวังทรายพูน อำเภอสากเหล็ ก อบต.ปากทาง อบต.เมื อ งเก า วั ด สามงามโพธิ์ประทับชาง (ทุงใหญ) บึงนาราง (โปงวัว แดง) บางมูลนาก (วังตะกู) และวัดมงคลทับคลอ ซึ่งผูที่ มาเรียนก็เปนชาวบานและเยาวชนในชุมชนเหลานั้นโดย ยึดหลักจัดการศึกษาตามความตองการของชุมชน ที่เกิดหนวยจัดการศึกษาไดมากเชน นี้ก็เพราะ ความร ว มมื อ จากชุ ม ชนเป น สำคั ญ วิ ท ยาลั ย ได ส ร า ง ความสัมพันธจนชุมชนรับรูวาเปนเจาของ ดังจะเห็นได จากชุมชนรวมกันจัดตั้งหนวยจัดการศึกษา ภูมิปญญา รวมมาเปนอาจารยพิเศษ ผูมีอุปการะคุณบริจาค วัสดุ อุปกรณตลอดจนอาคารสถานที่ และการลงนามความ รวมมือสนับสนุนงบประมาณจัดการศึกษาปละกวาลาน บาทขององคกรตางๆ อยางชัดเจน เชน อบจ.สนับสนุน อาคารเรียน สนามกีฬา ถนน และโครงการอื่นๆ อีก มาก อบต.ปากทาง อบต.ดงกลาง อบต.สากเหล็ ก อบต.หนองพะยอม อำเภอบึ ง นาราง รวม ๕ อบต. อำเภอโพธิ์ ป ระทั บ ช า ง เทศบาลอำเภอทั บ คล อ และ อำเภอบางมูลนาก รวม ๓ เทศบาล ๑๑ อบต. ใหการ สนับสนุนจัดการศึกษามานานกวา ๓ ปติดตอกัน ถือวา เปนความสำเร็จที่เห็นไดชัดเจน

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

37


“โครงงานนักศึกษา” ผลงานนักศึกษาเพื่อชุมชน

วิทยาลัยชุมชนพิจิตรจัดการศึกษาหลากหลาย หลักสูตรเหมาะกับสภาพชุมชน เนนการผลิตและพัฒนา กำลังคนในภาคเศรษฐกิจ ทั้งทางวิชาการและวิชาชีพ ไดแก หลักสูตรอนุปริญญา ปวช. ปวส. และฝกอบรม สรางวิชาเพื่อการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต หลายสาขาวิชา เชน ชางซอมบำรุง เครื่องสูบน้ำดวย ไฟฟา ชางบริการจักรยานยนต การใชโปรแกรมนำ เสนอโครงงาน ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การตัด ผม-การโรล การเสริมสวยทรงผมสตรี เปนตน วิธีการเรียนรูและการสรางองคความรู วิทยาลัย ไดเชิญผูมีประสบการณตรงในสาขาอาชีพ และผูทรง คุณวุฒิที่อยู ในทองถิ่น หรือเรียกวาปราชญชุมชน มา เปนผูถายทอดความรู เนนประสบการณตรงที่พบอาชีพ จริงที่นำมาเสริมเติมเต็มใหกับนักศึกษา โดยใชวิธีการ แลกเปลี่ยนเรียนรูและดูจากของจริง ลงมือปฏิบัติจริง การสรางองคความรู นำกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มาเพิ่มพูนประสิทธิภาพการเรียนการสอน นอกเหนื อ จากการเรี ย นตามเนื้ อ หาเพื่ อให จ บ หลักสูตรแลว ทางวิทยาลัยยังเสริมประสบการณทำงาน วิธีการเรียนรูจริงใหแกนักศึกษาดวยการใหนักศึกษา ระดับ ปวช. ปวส. และอนุปริญญาทุกคนทำโครงงาน เปนกลุมมานำเสนอกอนที่จะจบการศึกษาเพื่อตรวจสอบ ความรูความสามารถของผูที่สำเร็จการศึกษาวาจะนำ ความรูความสามารถมาใช ไดจริงหรือไม เพื่อให ไดคนที่

38

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

คิดเปน ทำเปน แกปญหาได ภาคภูมิใจในตนเอง และ ทำงานรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข โครงการที่วาคือผลงาน สิ่งประดิษฐ หรือองค ความรูที่นักศึกษาคิดคนขึ้นมา โดยระหวางที่มีการเรียน จะใหนักศึกษาออกไปสำรวจวาในทองที่ตองการอะไร แลวนำเอารายวิชาที่เรียนตั้งแตปแรกจนจบมาใช เรียก วาเปนการบูรณาการรายวิชามาใชงานให ได ในรูปของ โครงการ โดยตองเปนโครงการที่ทางชุมชนเองตองการ ตองเพิ่มเติมประสิทธิภาพหรือแกปญหาที่มีอยูของชุมชน เพราะเมื่อเสร็จแลวตองนำไปใชงานไดจริง คือตองทำ ใหชุมชนเห็นชอบความคิดนั้นเพื่อเสนอใหชุมชนเปนผู ออกคาใชจาย มีการปรับแก แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ระหวางนักศึกษากับผูทรงคุณวุฒิตลอด จนเมื่อผลงาน เสร็จสมบูรณชุมชนก็ ไดเครื่องมือไปใชเพื่อการพัฒนา งานอาชีพหรือคุณภาพชุมชนตอไป “เปนการวิน-วินกันทุกฝาย เพราะนักศึกษาได ลงมือทำจริง ไดเรียนรู ชาวบานไดสิ่งของที่แกปญหา หรือเสริมความสามารถของชุมชนได สวนทางวิทยาลัย เองก็ประหยัดคาใชจาย และยังภูมิใจที่นักศึกษาของเรา เปนผูผลิตผลงานอีกตางหาก” ผอ.ประดิษฐกลาวเสริม “ที่ผานมานักศึกษาของวิทยาลัยชุมชนไดจัดทำโครงการ มามากจนไดรับความไววางใจจากชาวบานและหนวยงาน ตางๆ ไมวาจะเปน อบจ. อบต. หรือทางจังหวัด เมื่อมี โครงการใดที่เห็นวามีประโยชนตอลูกหลาน เขาก็จะให วิทยาลัยทำ ยกตัวอยางที่ผานมา ทางจังหวัดสนับสนุน งบประมาณในการพัฒนาเตาอบไอน้ำประหยัดเชื้อเพลิง


พลังงานแสงอาทิตย เปนตน”

ตัวอยางผลงานโครงงานของนักศึกษา เตาอบไอน้ำประหยัดเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย สำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด การพั ฒ นาเตาอบไอน้ ำ ประหยั ด เชื้ อ เพลิ ง พลังงานแสงอาทิตยสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด เกิดขึ้น จากการสำรวจปญหาและความตองการของคนในชุมชน ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรผูเพาะเห็ด เนื่องจากชุมชนมี ปญหาดานมลพิษ มีเขมาควันที่เกิดจากจากการใชเตา อบไอน้ำสำหรับอบฆาเชื้อแบคทีเรียภายในโรงเรือนเพาะ เห็ ด นอกจากนี้ ก ระบวนการอบไอน้ ำ มี ป ญ หาหลั ก ที่ สำคัญประการหนึ่งคือ ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ซึ่งเดิม ใชไมฟนเปนเชื้อเพลิงหลักในการตมน้ำใหเกิดไอ แตตอ มาผูเพาะเห็ดฟางจึงหันมาแกปญหาการขาดแคลนไมฟน โดยการนำยางรถยนตมาเผาเพื่อเปนเชื้อเพลิง ทำให เกิดปญหามลพิษสิ่งแวดลอม จังหวัดพิจิตร วิทยาลัยชุมชนพิจิตร และกลุม เกษตรกรหมูบานเห็ดฟางผูผลิตเห็ดบานยางโทน ตำบล บานนา อำเภอวชิรบารมี ทำโครงการวิจัยและพัฒนา เตาอบไอน้ำประหยัดเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตยขึ้น ซึ่งสามารถแกปญหามลพิษ ดานสิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นใน ชุมชนได อีกทั้งเปนการรวมกันสรางองคความรูเพื่อให เกิดความยั่งยืนของอาชีพภายในชุมชน เตาอบดังกลาวมีจุดเดนคือ

๑. มีชุดรับความรอนจากพลังงานแสงอาทิตย และถังเก็บน้ำรอน ที่สามารถรักษาอุณหภูมิไดประมาณ ๗๐ องศาเซลเซียส ๒. มีหองตมน้ำที่เล็กซึ่งสามารถทำใหน้ำเดือด ไดเร็วกวาปกติ ๓. เนื่องจากน้ำที่นำไปตมเปนน้ำที่มีอุณหภูมิสูง จึงทำใหน้ำเดือดเร็วกวาการใชน้ำที่อุณหภูมิปกติ ๔. ประหยัดเชื้อเพลิงฟนเนื่องจากทำความรอน โดยใชแสงอาทิตยชวย

เครื่องแปรรูปอาหารสัตว (โคนม) ปจจุบันเกษตรกรพิจิตรนิยมเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเปนอาชีพที่ ไดผลตอบแทนไมดอยกวาอาชีพ เกษตรชนิดอื่น โดยใชขาวโพดเปนอาหารเสริมในการ เลี้ยงโคนม เนื่องจากหางาย ราคาไมแพง และใหคุณคา ทางอาหารตรงตามความตองการของโคมนม แตเนื่อง จากกระเพาะของโคนมไมสามารถยอยเม็ดขาวโพดไดจึง จำเปนตองนำขาวโพดแหงมายอยใหปนในระดับหนึ่ง กอน เพื่อใหการยอยกากเปนไปดวยความสมบูรณ ใน การสำรวจความตองการของชาวบาน ตางสะทอนวา ตองการเครื่องแปรรูปอาหารสัตวที่มีคุณ ภาพดี ราคา ประหยัด นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตรจึงริเริ่มโครงการ “เครื่องแปรรูปอาหารสัตว” เพื่อความความรูดานชางมา ประยุกต ใช ในการแกปญหาใหแกเกษตรกร โดยเนน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

39


การออกแบบสิ่งประดิษ ฐ ใหเกิดประโยชนและคุณคา หลายดานดังนี้ ๑. ใช บ ดฝ ก ข า วโพดแห ง อาหารสั ต ว เหมาะ สำหรับระบบการยอยซึ่งใชเวลาสั้น ๒. เครื่องมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับใช ในครัว เรือน และเคลื่อนยายไดสะดวก ๓. ซ อ มบำรุ ง รั ก ษาง า ย ราคาถู ก ชาวบ า น สามารถผลิตขึ้นใชเองได จากตัวอยางโครงงานทั้งสองจะเห็นไดวา นัก ศึกษาวิทยาลัยชุมชนพิจิตร ไดอาศัย “ทุนความรู” ที่ได รับจากการศึกษาในสถาบันที่มีความพรอมดานเครื่องมือ ช า งอุ ต สาหกรรม และมี ค วามรู เ ทคโนโลยี ใ หม ๆ มา พัฒนาโครงการสิ่งประดิษฐที่สามารถตอบสนองความ ตองการของชาวบานไดเปนอยางดี โครงการทั้งสอง สะทอนใหเห็นถึงการประยุกตใชความรูจากการศึกษาใน วิทยาลัยชุมชน สรรคสรางนวัตกรรมสิ่งประดิษ ฐที่มุง แก ไขปญหาเฉพาะของพื้น ที่ซึ่งอาจแตกตางจากพื้น ที่ อื่นๆ สมดังเจตนารมณเริ่มตนของการจัดตั้งวิทยาลัย ชุมชนวา เปนการศึกษาเพื่อ “สรางชาติ สรางคน สราง งาน” อยางแทจริง เมื่อมีโครงการจำนวนมาก ในแตละปมีผลงาน กวา ๙๐ ชิ้น วิทยาลัยชุมชนพิจิตรจึงจัด “มหกรรมวิชา การ” ขึ้น โดยดำเนินการตอเนื่องกันมากวา ๕ ปแลว เปน มหกรรมที่จัดเพื่อเผยแพรและโชวผลงานของนัก ศึกษาใหประชาชนรับรูในวงกวางขึ้น

40

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

โครงการเหลานี้ ลวนแสดงใหเห็นวานักศึกษา วิทยาลัยชุมชนพิจิตรสามารถนำความรูความสามารถที่ ไดจากกระบวนการเรียนรูดวยวิธีการปฏิบัติจริงไปแก ปญหาใหกับผูประกอบอาชีพตางๆ มากมายจนเปน ที่ ยอมรับของชุมชนรอบขาง จนกลาวเปนเสียงเดียวกันวา หากเกิ ด ป ญ หาเกี่ ย วกั บ การประกอบอาชี พ ให ม าที่ วิทยาลัยชุมชนพิจิตร


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

41


42

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


“กลุมเครือขายโอท็อป จ.หนองบัวลำภู สุดปลื้ม ขาวฮางผลผลิตจากภูมิปญญาทองถิ่นพบคุณประโยชน ตอสุขภาพมากกวาขาวชนิดอืน่ ดาน มข.ออกหนังสือรับรอง คุณภาพขาวฮาง หลังวิจยั สารกาบาสูงเกือบ ๑๕ เทา” นับตั้งแตชวงตนป ๒๕๕๑ “ขาวฮาง” ผลผลิต จากภู มิ ป ญ ญาชาวหนองบั ว ลำภู เป น ข า วดั ง ในหน า หนังสือพิมพ และสื่อมวลชนแขนงตางๆ ตามกระแส ความตื่ น ตั ว ต อ งการอาหารเพื่ อ สุ ข ภาพของคนเมื อ ง ตามยุคสมัยปจจุบันที่ผูคนใหความสนใจใสใจในการดูแล รักษาสุขภาพ ทำใหอาหารเสริมที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธวามีคุณประโยชนอยางมากมายตอรางกายไดรับ ความนิยมอยางมาก แมวาจะมีสนนราคาแพงแค ไหน โดยเรากำลังหลงลืมไปวา แทจริงแลวเราสามารถดูแล สุขภาพโดยการรับประทานอาหารที่มีอยูในทองถิ่น เปน อาหารพื้นบานของเรานี่เอง ซึ่งแทบไมนาเชื่อวาอาหาร บางชนิดนั้นใหคุณคาทางอาหารสูงกวาอาหารเสริมราคา แพงหลายเทาตัว ป จ จุ บั น นี้ สำหรั บ แวดวงคนรั ก สุ ข ภาพแล ว ขาวฮางถือเปนอาหารหลักคูกับกับขาวจานโปรด เบื้อง หลังของ “ขาวฮาง” ที่เปนขาวใหญ มีวิทยาลัยชุมชน หนองบัวลำภูเปนสวนหนึ่งของความสำเร็จ จากการริเริ่ม

ฟนฟูภูมิปญญาชาวบานและจัดทำเปนหลักสูตรฝกอบรม ขาวฮางอินทรีย ขาวพืน้ บานซึง่ เกิดจากภูมปิ ญ  ญาชาวบาน ในทองถิ่นอีสาน ที่เปยมไปดวยคุณคาและคุณประโยชน มากมาย ดังนี้

ขาวฮางคืออะไร “สมัยกอนขาวเปลือกที่เก็บในยุงฉางเปยกน้ำ มี หนอเล็กๆ ขึ้นมา ชาวบานตองการเก็บรักษาขาวไม ให เสีย จึงนำไปนึ่งแลวนำไปตากแดดใหแหง จากนั้นนำมา หุงกินพบวามีความอรอยนิ่มและเหนียวเหมือนขาวโพด จึงเรียกวาขาวฮาง คำวาฮางหมายถึงการนึ่ง สมัยพอเลา กันมาวา ขาวฮางจะทำสำหรับคนปวย เอามาหุงในหมอ ดิน หรือบางทีก็หลามในบองไม ไผ ถาคนปวยไมมีฟนก็ จะนำมาเคี่ยวใหเปนน้ำนม พบวาคนปวยที่ ไดกินขาวฮา งมีอาการดีขึ้น” นางละเอียด ปูหลุน หัวหนากลุมบาน สวนสวรรค อำเภอศรีบุญเรือง วัย ๕๑ ป ผูผลิตขาว ฮางซึ่งไดรับการถายทอดภูมิปญญานี้มาจากพอที่เปน หมอยาโบราณ เลาถึงจุดเริ่มตนของขาวฮาง ขาวฮางเปนภูมิปญญาทองถิ่น ชาวบานในสมัย โบราณทำขาวฮางกัน มานานแลว ถือเปนขาวสุขภาพ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

43


และหาไดยากมากในปจจุบัน เพราะมีกรรมวิธีการผลิต หลายขั้นตอน ตั้งแตการคัดพันธุขาว ไปจนถึงกระบวน การสีเพื่อรักษาสารอาหารที่มีอยูใหครบถวน ขาวฮางนั้น มีกลิ่นหอมและมีความนิ่ม ซึ่งในปจจุบัน ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแกน ไดทำการวิจัยสาร ประกอบทางชีวภาพในขาวฮาง พบวาในขาวฮางอุดมไป ดวยแรธาตุและวิตามินตางๆ รวม ๒๐ กวาชนิด โดย เฉพาะสาร GABA (Gamma Amino Butyric Acid) สูง กวาขาวชนิดอื่นๆ ถึง ๑๕ เทา สารกาบามีคุณสมบัติ ชวยลดความดันโลหิตและปริมาณโคเลสเตอรอล ทั้งยัง มี เ ส น ใยอาหารปริ ม าณสู ง มี ส ว นช ว ยในการควบคุ ม น้ำหนัก ลดความเสี่ยงจากการเปนโรคอัลไซเมอร ลมชัก โรคเครียด มีธาตุแมงกานีสในปริมาณสูงชวยตอตาน อนุมูลอิสระ อันเปนสาเหตุของโรคมะเร็งอีกดวย

จากการถนอมอาหาร สูหลักสูตรขาวอินทรียเพื่อสุขภาพ กอนที่ขาวฮางในยุงฉางของชาวบานจะออกมา เปดตัวในฐานะขาวที่มีคุณคาและคุณประโยชนมากมาย ดังที่กลาวไปแลวนั้น หลายคนคงอยากทราบวา แลว วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนหนองบั ว ลำภู ท ำอย า งไร ภู มิ ป ญ ญาที่ กำลังจะสูญหายจึงกลับคืนมาไดอีกครั้ง นายวี ร ะชั ย กวี ธี ร ะวั ฒ น รั ก ษาราชการแทน ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู เลาใหฟง ดังนี้

44

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

“เมื่อประมาณปลายป พ.ศ. ๒๕๔๙ ผมไปคุยกับ กลุมครุไทบาน ซึ่งเปนกลุมแมบานอำเภอศรีบุญเรือง ทำให ไดทราบวาชุมชนมีความรูเรื่องการทำขาวฮาง ซึ่ง เปนความรู เปนภูมิปญญาดั้งเดิมของคนอีสาน แตคน ทั่วไปไมคอยรูจักแลว ชาวบานกลัววาจะสูญสิ้นไป กลัว วาเด็กรุนหลังจะทำไมเปน เขาตองการอนุรักษสิ่งที่เปน มรดกทางวัฒนธรรม เขาตองการนักวิชาการไปชวยเขา” วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนหนองบั ว ลำภู ท ำหน า ที่ จั ด การ ความรูรวมกับภูมิปญญาชาวบานในทองถิ่น และหนวย งานที่เกี่ยวของ เชน สำนักงานเกษตรจังหวัด เขาไป ศึกษากรรมวิธีการผลิตขาวฮางจากภูมิปญญา ไดเห็นรูป แบบวิธีการผลิตขาวฮางแบบตางๆ จนกระทั่งไดกรรมวิธี ที่คิดวามีความเหมาะสม จากนั้นนำมาพัฒนาเปนหลัก สูตรขาวฮางอินทรีย แลวใหทั้งภูมิปญญา ชาวบานใน ชุมชน และนักวิชาการมารวมวิพากษหลักสูตร กอนนำ เสนอใหสภาวิทยาลัยชุมชนอนุมัติ เมื่อไดหลักสูตรมา แลวจึงนำไปฝกอบรมชาวบาน เริ่มที่กลุมครุไทบานกอน แตบทบาทของวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูยังไม หยุดเพียงเทานั้น เพราะวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูมอง ไปถึงเรื่องของความยั่งยืนในอนาคตของชาวบาน กลุม ผูผลิตขาวฮางนำโดยแมละเอียด ปูหลุน จึงไดประสาน กั บ นั ก วิ ช าการจากภาควิ ช าเทคโนโลยี อ าหาร คณะ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแกนเพื่อเขาไปชวยทำการ วิจัยคุณคาอาหารของขาวฮางดังที่นายวีระชัย กลาววา “ตอนนั้นชาวบานเริ่มมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ ของกลุมตนเอง กลุมผูผลิตขาวฮางนำโดยแมละเอียด


ปูห ลุน จึงติดตอประสานงานกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ขอนแกน เพื่อมาวิเคราะหประเมินคุณคาทางอาหารของ ขาวฮาง พบวามีสารกาบาสูงกวาขาวชนิดอื่นๆ การที่มหาวิทยาลัยขอนแกนรับรองคุณภาพขาว ฮาง ผมคิ ด ว า เป น ผลดี คื อ ทำให ช าวบ า นต อ งรั ก ษา คุณภาพของผลผลิตใหดีสม่ำเสมอ ขณะนี้วิทยาลัยชุมชน หนองบัวลำภูไดเสริมความรูเรื่องสารกาบา ไว ในหลัก สูตรการฝกอบรม รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรในเรื่องการ ตลาด การรวมกลุมสรางแบรนดสินคารวมกัน และการ แปรรูปขาวฮางเปนผลิตภัณฑอื่นๆ เชน ครีมพอกหนา เปนตน บทบาทของวิทยาลัยชุมชนไมเพียงเสริมความรู และทักษะวิชาชีพเทานั้น ผมคิดวายังสงผลถึงการพัฒนา คุณภาพชีวิต การอนุรักษภูมิปญญาทองถิ่น และในทาย ที่สุดสงผลใหชุมชนเขมแข็งขึ้น” ปจจุบัน นอกจากความสำเร็จของวิทยาลัยชุมชน หนองบัวลำภูในการชวยอนุรักษภูมิปญญาและสืบสาน วิ ถี ดั้ ง เดิ ม ของชุ ม ชนแล ว ยั ง มี ก ารนำหลั ก สู ต รของ วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูไปขยายผลในสถานศึกษา โดยพั ฒ นาเนื้ อ หาสาระเพื่ อ จั ด ทำเป น หลั ก สู ต รสถาน ศึกษาใช ในโรงเรียนในอำเภอศรีบุญเรือง และที่นายินดี เปนอยางยิ่งคือชาวบานสามารถรวมกลุมกันจัดตั้งเปน กลุมสหกรณการเกษตรโอทอปศรีบุญเรือง จำกัด แสดง ใหเห็นพัฒนาการที่ตอเนื่อง ซึ่งจะนำไปสูความยั่งยืนใน อนาคตของชุมชนตอไป

หลักสูตรเย็บผาสมุนไพรทอมือ ฟนวิถีชุมชน นอกจากหลักสูตรขาวฮางอินทรียแลว ยังมีอีก หนึ่งความสำเร็จที่ควรจะไดกลาวถึงของวิทยาลัยชุมชน หนองบั ว ลำภู ซึ่ งได ท ำหน า ที่ อ นุ รั ก ษ ภู มิ ป ญ ญาของ ทองถิ่น เพื่อเปาหมายคือชุมชนยืน หยัดไดดวยตนเอง อยางเขมแข็งและยั่งยืน ที่อำเภอศรีบุญเรืองแหงนี้ จากจุดเริ่มตนเดียว กันกับหลักสูตรขาวฮางอินทรีย หลักสูตรเย็บผาสมุนไพร ทอมือเกิดขึน้ เพราะความหวงใยของคนรุน เกาวาภูมปิ ญ  ญา ของทองถิ่นที่สั่งสมและถายทอดมานานกำลังจะสูญหาย นางละเอียด ปูหลุน หรือแมละเอียดของชาว บานในชุมชน เพราะเปนทั้งครูและผูนำองคกรเครือขาย ภาคประชาชน เลาใหฟงถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของหมูบานวา ใครจะออกเรือนไดนั้นตองมีคุณสมบัติคือผูหญิงตองทอ ผาเปน และผูชายตองทำนาได แตปจจุบันคานิยมเปลี่ยน ไปกลายเปนวาแคมีบานหลังใหญก็พอแลว ซึ่งทั้งแม ละเอี ย ดและคนรุ น ราวคราวเดี ย วกั นไม อ ยากให เ กิ ด ความคิ ด แบบนั้ น จึ ง ตั้ ง ใจรวมกลุ ม กั น เข าไปเสนอให วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูเขามาชวย “กอนหนานี้ที่วิทยาลัยชุมชนจะเขามาสงเสริม คนทอผาเปนกำลังจะหมดไป เพราะเหลืออยูแตในกลุมผู เฒาผูแก ซึ่งทำได แตถายทอดไมเปน พอจะถายทอด เด็กก็ ไ มยอมเรียน เราก็เลยประสานกับทางวิทยาลัย ชุมชนหนองบัวลำภู ใหมาทำหลักสูตรนี้ โดยเริ่มจาก วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

45


กลุมผูสูงอายุเพื่อถายทอดไปยังลูกหลาน แลวความตาง ของชองวางก็จะขยับมาเจอกันพอดี ก็คาดวาสังคมเราก็ จะเกิดสุข” แมละเอียดเลาถึงความตั้งใจในการฟนฟูการ ทอผา เมื่อวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู ไดทราบความ ตองการของชาวบาน จึงเขาไปทำการวิจัยและพัฒนา หลักสูตรเพื่อใหครอบคลุมวิถีชีวิตและกระบวนการทอผา ไดแบงลำดับขั้นตอนออกเปนตนน้ำ กลางน้ำ และปลาย น้ำ ซึ่งนายวีระชัย เลาถึงแนวคิดนี้วา “วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภูเล็งเห็นวาการทำให ชุมชนเขมแข็งตองใชทรัพยากรในทองถิ่น ประการแรก คือชาวบานซื้อดายมาทอ ประการที่สองคือลวดลายเปน ลายพื้นฐาน วิทยาลัยชุมชนเลยเริ่มจากตนน้ำคือ เราไม ตองซื้อดายของคนอื่น แตเราปลูกเอง ก็เลยจัดหลักสูตร การฝกอบรมเพาะพันธุกลาไม ปลูกฝาย ปลูกหมอน เลี้ยงไหม แลวทอเปนเสนใยขึ้นมา ตอนนี้เริ่มปลูกแลว เพื่อเอาเสนใยที่ ได ไปทอผา กลายเปน หลักสูตรทอผา สมุนไพรนั่นเอง ที่นี่กลางน้ำ คือ การทอ ซึ่งเขาทอกันอยูแลว เราทำหนาที่เขาไปสนับสนุนใหมันขยายวงกวางออกไป สุ ด ท า ยปลายน้ ำ เรากำลั ง ประสานกั บ มหาวิ ท ยาลั ย ราชภัฏอุดรธานีและศูนยสงเสริมอุตสาหกรรมเพื่อใหเขา มาอบรมหรือใหชาวบานไดไปดูงานเรื่องลวดลายผา เพื่อ นำมาเพิ่ ม มู ล ค าให ผ า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสนั บ สนุ น ให ใ ช วัตถุดิบในชุมชน ประหยัดรายจาย ลดตนทุน”

46

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

วิทยาลัยชุมชน นำชุมชนสูความพอเพียง ที่ยั่งยืน ดวยแนวคิด ๓ ชวงเวลา คือ ตนน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของวิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู เพื่อจุด หมายปลายทางคื อ ชุ ม ชนที่ เ ข ม แข็ ง ด ว ยตนเองอย า ง ยั่ ง ยื น นายวี ร ะชั ย ได ก ล า วว า ขณะนี้ ยั ง อยู ใ นช ว งของ ตน น้ำและกลางน้ำ ซึ่งในชวงดังกลาวนี้เอง วิทยาลัย ชุ ม ชนหนองบั ว ลำภู ส ามารถพั ฒ นาหลั ก สู ต รการฝ ก อบรมขึ้น มาตอบรับความตองการของชุมชนไดถึง ๕ หลั ก สู ต รด ว ยกั น ได แ ก หลั ก สู ต รปุ ย อิ น ทรี ย ชี ว ภาพ หลักสูตรเพาะพันธุกลาไม หลักสูตรชางทอผาสมุนไพร มัดหมี่ หลักสูตรเสื้อสมุนไพรเย็บมือ และหลักสูตรขาว ฮางอินทรีย โดยในชวงปลายน้ำ ซึ่งเปนเรื่องของการเพิ่ม มูลคาของผลผลิต การตลาด ฯลฯ ก็จะทำการพัฒนา ตอไปอยางตอเนื่อง เพื่อใหครบวงจร ขณะนี้ ในชุมชนเองก็มีการดำเนินการเปนชวง เวลาเชนเดียวกัน ชวงปลายน้ำนั้นชุมชนมุงหวังใหคน หนุมสาวมาเปนกำลังหลักในการสืบสานภูมิปญญาเหลา นี้ ซึ่ ง แน น อนว า ต อ งอาศั ย ระยะในการปลู ก ฝ ง สั่ ง สม ดังนั้นในชวงตนน้ำและกลางน้ำจึงยังเปนหนาที่ของรุน บุ ก เบิ ก อย า งแม ล ะเอี ย ดและพ อ งเพื่ อ นเป น กลุ ม หลั ก และเริ่มปลูกฝงในกลุมเยาวชนพรอมกันไปดวย “เด็กจะตองทำเรื่องนี้ ใหเปน สาวๆ จะตองทำ เรื่องนี้ใหเปน แตขณะนี้ยังไมมีสาวๆ ทำเปน ความรูจะ


อยูในกลุมเด็กกับกลุมผูสูงอายุที่เรากำลังถายทอด ตอง อีกสัก ๕–๖ ป จนกวากลุมเด็กเหลานี้ก็จะโตและสืบ ทอด สังคมมันถึงจะเกิดสุข... ถาวิทยาลัยชุมชนไมทำ เรื่องนี้ ถามวาใครจะทำ ถาคนกลุมฉันหมดไป ก็จะไมมี คนทำเปน ถายทอดเปน หรือรับชวงตออีกแลว” แม ละเอียดกลาว ความฝนถึงชุมชนที่ยั่งยืนเขมแข็งกำลังกอรูปขึ้น ดวยความรวมมือจากหลายฝาย ไมวา จะเปนกลุม ชาวบาน ในชุมชน วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู และหนวยงานใน ทองถิ่น ขณะนี้แมละเอียดไดกอตั้งศูนยพัฒนาเครือขาย ผาฝาย ผาไหม ขึ้นที่บานโคกมวง ตำบลนากอก อำเภอ ศรีบุญเรือง เพื่อใหเปนศูนยกลางทั้งตน น้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ “ตรงนี้จะเปนศูนยเรียนรู จะมีแปลงปลูกฝาย มี ตลาดนัดคุณธรรมจำหนายเสื้อ จำหนายขาว และอะไร ตออะไรที่เราผลิตได กำลังของบประมาณจาก อบต. ตอไปก็จะเกิดเปนธุรกิจชุมชน เกิดวิสาหกิจชุมชนแบบ

ยั่งยืน ไมแบบลอยๆ เหมือนในปจจุบัน แลวก็เกิดจาก รากฐานจริงๆ ฐานรากเขมแข็ง ชุมชนเขมแข็ง ชาติเขม แข็ง ก็อยูกันได” แมละเอียดเลาดวยความภูมิใจ ความเขมแข็งและความยั่งยืน จะเกิดขึ้นไม ได หากทุกคนไมรวมมือรวมใจกัน วิทยาลัยชุมชนหนองบัว ลำภูเปนตัวอยางที่ชัดเจนวา เมื่อทุกคนทุกฝายมองเห็น หนทางรวมกัน ชวยกัน สิ่งที่มุงหวังตั้งใจยอมไปถึงได อาจจะใชเวลาในการเดินทางนานสักหนอย แตเชื่อไดวา ที่สุดสายปลายทางยอมสวยงามสมดังที่ตั้งใจ วัน นี้ที่อำเภอศรีบุญเรือง เริ่มตนจากชาวบาน กลุมเล็กๆ กับการเริ่มตนสรางทางน้ำสายเล็กๆ ของ ตนเอง จากตนน้ำ ไปถึงกลางน้ำ และกำลังจะไปสูปลาย น้ำ ที่ซ่งึ ความสุขและความยั่งยืนรออยู

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

47


กรรมวิธีการผลิตขาวฮาง ขาวฮางภูมิปญญาทองถิ่น มีกรรมวิธีการผลิต หลายขั้นตอน นับตั้งแตคัดเลือกพันธุขาว โดยเลือกใช ขาวเหนียวขาวเปลือกปลอดสารเคมี จากนั้นนำขาวมา แชน้ำ ๑-๒ วัน แลวนำมาบมอีก ๑ วัน ในอุณหภูมิไม เกิ น ๔๐ องศาเซลเซี ย ส ขั้ น ตอนนี้ ท ำให เ กิ ด สาร กลูตามิก เพื่อสรางสารกาบา จากนั้น นำมานึ่งใหสุก เมื่อสุกแลวก็นำไปตากใหแหงแลวนำไปสีหรือตำดวย ครกกระเดื่อง จากนั้ น ก็ คั ด แยกแกลบออก นำข า วไปหุ ง รั บ ประทานได โดยขาวที่หุงสุกจะไมแข็ง มีลักษณะคลาย เม็ดขาวโพดขาวเหนียวตมสุก คือมีผิวตึงและนุมใน ขาว นี้เมล็ดจะมีสีเหลืองทอง สารอาหารจะอยูครบหมด ไม หลุดไปพรอมกับแกลบเหมือนการสีขาวกลอง ขาวที่ ได จะมีกลิ่นหอมและนิ่ม จึงถือไดวาขาวฮางเปนขาวสำหรับ คนรักสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง

48

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร

คือสะพานเชื่อมความรู

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

49


50

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


พลัน

ที่มุกดาหารเริ่มวางศิลาฤกษสะพาน ขามแมน้ำโขงระหวางชาติแหงที่ ๒ ซึ่ ง เปรี ย บเสมื อ นสะพานเชื่ อ มเศรษฐกิ จ สั ง คม และ วัฒนธรรม ระหวางไทยกับเพื่อนบานอินโดจีนในวัน ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๗ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารก็เริ่มวาง แผนพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวกับการคาระหวางประเทศ กวาสองปนบั จากพิธวี างศิลาฤกษกอ สรางสะพานฯ งานกอสรางมีความคืบหนาอยางรวดเร็ว กระทั่งวัน ที่ ๒๐ ธั น วาคม ๒๕๔๙ สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเปนองคประธาน ในพิธีเปดสะพานขามแมน้ำโขงแหงที่ ๒ มุกดาหารสะหวั น นะเขต ร ว มกั บ ผู น ำประเทศของ สปป.ลาว พรอมแขกรับเชิญทูตานุทูตจากประเทศตางๆ ชวงเวลานี้เองชาววิทยาลัยชุมชนมุกดาหารได ประสานงานและทำงานรวมกับหนวยงานตางๆ ทั้งภาค รัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อจัด ทำหลักสูตรอนุปริญญา “ธุรกิจระหวางประเทศในกลุม อินโดจีน” (การคาชายแดน) ซึ่งเปนหลักสูตรใหมที่ยังไม มีสถาบันการศึกษาใดเปดสอนมากอน โดยมีวตั ถุประสงค เพื่ อ ผลิ ต บุ ค ลากรในจั ง หวั ด รองรั บ การขยายตั ว ทาง เศรษฐกิ จ สั ง คม วั ฒ นธรรม และการลงทุ น ในกลุ ม

ประเทศอินโดจีนที่คาดการวาจะขยายตัวอยางสูงเมื่อมี การเปดสะพานขามแมน้ำโขงดังกลาวไดอยางทันทวงที หากความสำเร็จในการพัฒนาหลักสูตร ”ธุรกิจ ระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน” สะทอนใหเห็นถึงภาพ การทำงานของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนมุ ก ดาหารที่ ส ามารถ วิเคราะหศักยภาพของจังหวัดในการเปนเมืองทาที่สำคัญ ของการคาขายกับกลุมประเทศอินโดจีน กระทั่งจัดทำ แผนพัฒนาการจัดการศึกษาลวงหนา เพื่อผลิตบุคลากร ปอนตลาดงานในภาคเศรษฐกิจไดทัน ทวงที ตรงตาม หลักปรัชญาการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนในการ จัดการศึกษาที่ตอบสนองความตองการของทองถิ่นใน การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัด หลักสูตร ฝ ก อบรม “เกษตรอิ น ทรี ย ” ยิ่ ง เน น ย้ ำ บทบาทของ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุง สรางเสริมความรูเพื่อการพัฒนาที่สมดุล โดยประยุกต หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเขากับภูมิปญญาทองถิ่น ในดานการเกษตร เนนย้ำบทบาทของการเปนสะพาน เชื่อมโยงความรูและวิทยาการสมัยใหม ใหสอดรับกับ บริบทของชุมชนทองถิ่น ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ณ หมูบานสันติสุข อำเภอ นิคมคำสรอย เปนกาวสำคัญที่เกิดจากการทำงานรวม วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

51


กั น อย า งใกล ชิ ด กั บ ชาวบ า น ที่ ใ ห ค วามรู ผ า นการฝ ก อบรมในหลักสูตรตางๆ อยางตอเนื่องจนกระทั่งชาวบาน สันติสุขสามารถเพาะภูมิคุมกันจากวิกฤติเศรษฐกิจ “เรื่องเลาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร” จึงขอนำ เสนอภาพการทำงาน ๒ หลั ก สู ต ร คื อ หลั ก สู ต ร อนุปริญญาสาขาวิชา ”ธุรกิจระหวางประเทศในกลุม อินโดจีน” (การคาชายแดน) และหลักสูตรฝกอบรม “เกษตรอิน ทรีย” ที่สะทอนใหเห็นถึงบทบาทการเปน สะพานเชื่อมระหวางการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการศึกษา ระดับอุดมศึกษา และเปนสะพานเชื่อมระหวางวิทยาการ ใหมๆ กับภูมิปญญาทองถิ่น

ธุรกิจระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน หลักสูตรอนุปริญญาสรางบัณฑิตรองรับตลาดงาน ในทองถิ่น

มุ ก ดาหารเป น จั ง หวั ด ที่ มี พ รมแดนติ ด ต อ กั บ แขวงสะหวันนะเขตประเทศสาธารณรัฐประชาธิป ไตย ประชาชนลาว แขวงสำคัญรองจากนครเวียงจันทน แม จะอยูหางไกลกรุงเทพฯ แตจังหวัดนี้กลับมีศักยภาพทาง เศรษฐกิจสูง เพราะมีโครงขายการคมนาคมที่สามารถ เชื่อมตอกับประเทศกลุมอินโดจีนได มีสะพานขามแมน้ำ โขงแหงที่ ๒ และเปนจุดเริ่มตนของเสนทางหมายเลข ๙ ซึ่งเปนเสนทางที่ผานแขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว ไป จนถึงตอนกลางของประเทศเวียดนาม ที่เมืองกวางตริ เมืองเว (เมืองหลวงเกา) และเมืองดานัง

52

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เปดประตูสูการคากลุมอินโดจีน

จากสภาพความเหมาะสมทางภูมิประเทศดานที่ ตั้งที่กลาวมาขางตน จังหวัดมุกดาหารจึงมีศักยภาพใน การเปนเมืองทาหรือประตูที่สำคัญของการคาขายกับ กลุมประเทศอินโดจีน และประเทศจีนตอนใต ดวยเหตุนี้ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารไดจัดทำหลักสูตรอนุปริญญา “ธุ ร กิ จ ระหว า งประเทศในกลุ ม อิ น โดจี น ” (การค า ชายแดน) เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการลงทุนในกลุมประเทศอินโดจีน ดร.อีดิธ นามประกาย กรรมการสภาวิทยาลัย ชุมชนมุกดาหาร และประธานหอการคาจังหวัดมุกดาหาร ในขณะนั้ น ได ก ล า วถึ ง ความเป น มาของหลั ก สู ต รว า ตั้งแตมีการเปดสะพานขามแมน้ำโขงแหงที่ ๒ รายได หลักของจังหวัดมาจากการคาชายแดน ซึ่งดูจากการนำ เขาสงออกสินคาที่มียอดสูงมาก ทุกวันจะมีจำนวนคน หรือนักทองเที่ยวเพิ่มมากขึ้น มีปริมาณการผลิต และ การขายสิ น ค า ที่ เ พิ่ ม สู ง ขึ้ น กว า เดิ ม ประมาณ ๕ เท า แสดงใหเห็นวา ธุรกิจขยายตัวอยางรวดเร็ว วิทยาลัย ชุมชนเล็งเห็นถึงความสำคัญในการเตรียมคนในจังหวัด ให พ ร อ มที่ จ ะทำธุ ร กิ จ กั บ ประเทศเพื่ อ นบ า นในกลุ ม อินโดจีน คือประเทศไทย ลาว และเวียดนาม “การจั ด ทำหลั ก สู ต รนี้ มี ค วามมุ ง หวั ง ให เ กิ ด ประโยชนแกผูสนใจ ที่จะหันมาศึกษา และเมื่อจบการ ศึ ก ษาแล ว สามารถเข าใจถึ ง ขั้ น ตอนวิ ธี ก ารทำธุ ร กิ จ โอกาส และอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ และถาอยาก ทำธุรกิจก็สามารถนำความรูที่ ได ไปประยุกต ใช ไดอยาง


มีประสิทธิภาพในเขตเศรษฐกิจกลุมอินโดจีนและหวังวา อยากใหลูกหลานชาวมุกดาหารไดเรียนหลักสูตรนี้ เมื่อ เรี ย นจบมี ค วามรู ส ามารถทำงานสร า งความเจริ ญ ให ชุมชนของตนได” ดร. อีดิธกลาว

สานเครือขาย พัฒนาวิชาการ

ดวยเหตุนี้ในป ๒๕๔๘ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ได แ ต ง ตั้ ง คณะทำงานในการยกร า งหลั ก สู ต รธุ ร กิ จ ระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน ประกอบดวยผูเชี่ยว ชาญจากมหาวิทยาลัยตางๆ เชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ผูทรงคุณวุฒิจากหนวย งานภาครัฐ และผูประกอบธุรกิจภาคเอกชนที่เกี่ยวของ เชน หอการคาจังหวัด ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ เอกชน และสำนักงานพาณิชยจังหวัด เปนตน คณะทำงานได ส ำรวจข อ มู ล ที่ เ กี่ ย วข อ งทั้ ง ใน ประเทศและตางประเทศ โดยลงพื้นที่จริงตามเสนทาง หลวงหมายเลข ๙ ที่ไปถึงดานัง เพื่อศึกษาขอมูลโอกาส ที่จะทำการคาวามีเรื่องใดบาง นอกจากนี้ยังศึกษาขอมูล ดานการทองเที่ยว และพูดคุยกับนักธุรกิจที่ทำคาขายกับ ประเทศลาวและประเทศเวียดนามเพื่อนำขอมูลเหลานั้น มาประกอบในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนใหมี คุณภาพและเกิดประโยชนกับผูเรียนอยางสูงสุด ในด า นความช ว ยเหลื อ ด า นวิ ช าการ วิ ท ยาลั ย ชุมชนไดจัดทำขอตกลงความเขาใจ Memorandum of Understanding: MOU กับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่ อ ร ว มจั ด ทำหลั ก สู ต รธุ ร กิ จ ระหว า งประเทศกลุ ม

อิ น โดจี น โดยมี ดร.กฤษดา พั ช ราวนิ ช และคณะ อาจารยจากคณะบริหารศาสตร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปนผูจัดทำหลักสูตรฯ รวมกับคณะทำงานของ วิทยาลัยชุมชน โดยใชเวลารางหลักสูตรประมาณ ๖ เดือน หลังจากนั้นเขาสูขั้นตอนในการวิพากษหลักสูตร คณะทำงานไดเชิญผูทรงคุณวุฒิทั้งจากสวนกลาง ภาค เอกชน และนักวิชาการในมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศ จำนวนกวา ๑๐๐ ทาน มารวมวิพากษหลักสูตร เมื่อ ปรับปรุงรางตามขอเสนอแนะจากการวิพากษหลักสูตร แลว จึงสภาวิชาการและสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร เพือ่ พิจารณาเห็นชอบหลักสูตร แลวจึงขออนุมตั หิ ลักสูตร จากคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน โดยผานการกลั่น กรองจากคณะอนุกรรมการดานมาตรฐานการศึกษาของ วิทยาลัยชุมชน สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน และรับ ทราบการอนุมัติหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาตอไป รวมใชระยะเวลาดำเนินงานกวา ๒ ป จึงสามารถเปดรับนักศึกษารุนแรกในปการศึกษา ๒๕๕๐ “หลักสูตรนี้ถือเปนเรื่องใหมที่เกิดขึ้นในวงการ ศึกษาไทย เพราะยังไมมีสถาบันการศึกษาใดทำหลัก สูตรนี้มากอน ถึงจะมีหลักสูตรใกลเคียงกัน บาง แตก็ เปนหลักสูตรการคาชายแดนทั่วไป ไม ไดเจาะจงที่กลุม อินโดจีนคือ ประเทศไทย ลาว และเวียดนาม” ผอ.อัญญา กลาววา การที่วิทยาลัยชุมชนสามารถจัดทำหลักสูตรนี้ ไดสำเร็จ เพราะวิทยาลัยชุมชนมีการบริหารงานแบบ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

53


เครือขายความรวมมือหรือพันธมิตรในการจัดการศึกษา การชวยเหลือเปนอยางดี มีการจัดทำขอตกลงความรวมมือ (MOU) กับหนวยงาน “การทำงานเปนเครือขายทำใหวิทยาลัยชุมชนไม ต า งๆ ทั้ ง จากสถาบั น การศึ ก ษา สถานประกอบการ โดดเดี่ยว เมื่อเจออุปสรรคและปญหาดิฉันจะเขาไปขอ หนวยงานภาครัฐ และเอกชน คำแนะนำจากผูที่เกี่ยวของ ซึ่งทานทั้งหลายก็จะใหความ ครูผูสอนตองเกง ชวยเหลืออยางเต็มที่ อยางในกรณีขาดอาจารยผูสอน การที่วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารไดสรางความรู เมื่อดิฉันไปขอคำปรึกษาจากเครือขายและสภาวิทยาลัย สร า งหลั ก สู ต รใหม จึ ง มี ป ญ หาและอุ ป สรรคในการ ชุมชนก็ ใหความชวยเหลืออยางเต็มที่ ทั้งการแนะนำ ดำเนินงานในชวงเริ่มตนบาง ผอ.อัญญาเลาวา การจะ ผูทรงคุณวุฒิ การติดตอวิทยากรที่รูจักสนิทสนมใหมา หาอาจารยมาสอนไม ใชเรื่องงาย ยกตัวอยางเชน วิชา ชวยเปนอาจารยพิเศษใหกับวิทยาลัยชุมชน หรือการมา กฎหมายจะเชิญนักกฎหมายหรืออาจารยมหาวิทยาลัย เปนอาจารยพิเศษชวยสอนหนังสือกับนักศึกษา เปนตน ทั่วไปมาสอนก็ไมได เพราะกฎหมายที่เรียนเปนกฎหมาย ดวยความรวมแรงรวมใจของทุกฝายที่เกี่ยวของ ทำให ระหวางประเทศ เปนกฎหมายเกี่ยวกับประเทศลาวและ วัน นี้วิทยาลัยชุมชนมีอาจารยพิเศษที่เปนผูทรงคุณวุฒิ เวียดนาม อาจารยผูสอนตองเปนผูที่มีความรู มีประสบ หลายทาน อาทิ ทานกงสุลใหญประจำแขวงสะหวันนะ การณสูงในเรื่องการคากับประเทศลาวและเวียดนาม เขต บุคลากรจากหอการคาจังหวัด สำนักงานพาณิชย จากปญหาดังกลาว วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารจึง จังหวัด และนักธุรกิจผูมีประสบการณ ในการทำการคา จัดการอบรมครูผูสอน และทำสื่อประกอบการสอน เชน กับกลุมประเทศอินโดจีน” ผอ.อัญญากลาว คู มื อ วิ ท ยากร ในรู ป แบบของทั้ ง สื่ อ เอกสารและสื่ อ ปจจุบัน หลักสูตรนี้มีนักศึกษาเรียนแลว ๒ รุน อิเล็กทรอนิกส อยางไรก็ดีแมวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร นักศึกษารุนแรกจะจบการศึกษาในป ๒๕๕๓ นายชูโรจน จะประสบปญหาเรื่องครูผูสอนในชวงเริ่มตน แตดวย ตรีประภากร อายุ ๕๖ ป นักศึกษาอนุปริญญาปที่ ๒ ระบบการทำงานเปนเครือขายของวิทยาลัยชุมชนฯ ที่ หลักสูตรธุรกิจระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน เลาวา สรางพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสถาบัน ตนประกอบอาชีพขายของชำอยู ในตัวเมืองมุกดาหาร การศึกษา ประกอบกับโครงสรางการบริหารงานวิทยาลัย เป น คนชอบเรี ย นหนั ง สื อ แต ไ ม มี โ อกาสเพราะต อ ง ที่มีสภาวิทยาลัยชุมชนซึ่งเปนผูทรงวุฒิจากหลากหลาย ทำงานมาตลอด ตอนที่วิทยาลัยชุมชนมาเปดที่จังหวัด สาขาอาชีพของจังหวัด ทำหนาที่กำกับดูแลดานนโยบาย มุ ก ดาหารใหม ๆ ได ยิ น ข า วว าใช เ วลาเรี ย นแค เ สาร และคอยให ค ำปรึ ก ษา เมื่ อ มี ป ญ หา ผู อ ำนวยการจะ อาทิตย คาเลาเรียนถูก ตนคิดอยากจะสมัครเรียน แตก็ เขาไปขอคำปรึกษาจากทุกฝายที่เกี่ยวของ ซึ่งก็ ไดรับ ไม ไดเรียน เพราะไมมีสาขาวิชาที่ชอบ จนกระทั่งเปด

54

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


หลักสูตรธุรกิจระหวางประเทศในกลุมอินโดจีน ซึ่งตรง กับความสนใจตนเลยมาสมัครเรียน “ผมตัดสินใจมาเรียนหลักสูตรนี้ เพราะเห็นเปน เรื่องใหม และที่สำคัญคือเปนเรื่องที่เกี่ยวของกับจังหวัด ที่ผมประกอบอาชีพอยู คิดวาหลักสูตรนาจะมีประโยชน กับอาชีพของผมบาง จนกระทั่งไดมาเรียน ผมพูดไดคำ เดียววาสุดยอด วิทยาลัยชุมชนจัดการศึกษาไดดี เนื้อหา หลักสูตรแนน มาก ผมไดเรียนคอมพิวเตอร กฎหมาย ระหวางประเทศ หลักการทำคาชายชายแดน หลักการ ตลาด และอื่นๆ อีกมากมาย ความรูที่ผมไดรับลวนแต เปนเรื่องที่มีประโยชนทั้งสิ้น เพราะอาจารยผูสอนแตละ ทานลวนมีประสบการณและความรูเรื่องการคาชายแดน สูงมาก ไมวาจะเปนทานกงสุลใหญประจำแขวงสะหวัน นะเขต ทานสอนเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศลาวนาสนใจ มาก บางครั้งก็มีนักธุรกิจจากลาวและเวียดนามบาง มา ใหความรู ขนาดคนอายุ ๕๖ ปอยางผมยังสนุกกับการ เรียนเลย” นายชูโรจนกลาวอยางชื่นชม จะเห็นไดวา “ธุรกิจการหวางประเทศในกลุม อิ น โดจี น ” เป น ตั ว อย า งหนึ่ ง ของหลั ก สู ต รที่ ส ามารถ วิเคราะหศักยภาพของจังหวัด แลวดึงความโดดเดนของ พื้นที่มาจัดทำเปนหลักสูตรการเรียนการสอนใหกับคนใน จังหวัด เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจจังหวัด อันเปนรากฐานที่สำคัญใหเกิดการพัฒนาและสรางความ เขมแข็งใหทองถิ่นในที่สุด

หลักสูตรเกษตรอินทรีย : ความหวังของ เกษตรกรหมูบานสันติสุข “ตอนที่ผมยายมาอยูที่นี่ ใหมๆ พื้นดินมีแตความ ว า งเปล า ไม มี แ ม ต นไม เ ลยสั ก ต น ปลู ก อะไรก็ ไ ม ขึ้ น เพราะดินไมดี แตพอ ออาจารยประสิทธิ์ ไชยมหาวรรณ และอาจารยจากวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ใหความรู เรื่ อ งการปลู ก ผั ก ปลอดสารพิ ษ แม ผ มจะเคยทำการ เกษตรมาแลว แตก็ทำแบบงูๆ ปลาๆ ไมมีความรู แต ป จ จุ บั น ผมมี ค วามรู การปลู ก ผั ก ของผมจะเน น ความ ปลอดภัย จากพื้น ที่แหงแลงในอดีต ตอนนี้สีเขียวทั้ง หมูบานแลวครับ นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารยัง มาชวยเรื่องการตลาด การจัดกลุมในชุมชน ทุกวันนี้ผม ไมตองไปขายเอง จะมีพอคามาซื้อที่ชุมชนของเรา พวก เราสามารถอยูไดแลว” นี้เปนเพียงเสียงสะทอนหนึ่งของนายบุญเรือง ปากหวาน ชาวบานหมูบานสันติสุข ๒ ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสรอย จังหวัดมุกดาหาร หนึ่งในชาวบานที่ เขารับการฝกอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย กับวิทยาลัย ชุมชนมุกดาหาร “หมูบานสันติสุข” เปนชุมชนที่อยู ในความดูแล ของศู น ย พั ฒ นาสั ง คมที่ ๔๒ จั ง หวั ด มุ ก ดาหาร ศู น ย พัฒนาสังคมมีภารกิจหลักในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา ทรัพยากรมนุษย และยังมีบทบาทในการดูแลการจัดสรร ทีด่ นิ ใหประชาชนที่ไรทที่ ำกิน ในเขตอำเภอนิคมคำสรอย ปจจุบันมีประชาชนเขาอาศัยอยูจำนวน ๒๓ ครัวเรือน มี วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

55


พื้นที่ทำการเกษตรครอบครัวละ ๔ ไร ในป ๒๕๔๙ ศูนยพัฒนาสังคมที่ ๔๒ ไดติดตอ ขอใหวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารเขาไปใหความรูกับชาว บานในการทำการเกษตร จากการวิเคราะหปญหา และ สำรวจความตองการพบวา หมูบานสันติสุข ๒ ตองการ ทำการเกษตรอินทรียเพื่อสุขภาพที่ดี และหางไกลจาก สารเคมี วิทยาลัยชุมชนไดเชิญอาจารยประสิทธิ์ ไชย มหาวรรณ ผูเชี่ยวชาญดานเกษตรอินทรียมาชวยจัดทำ หลักสูตรเกษตรอิน ทรีย และเปนวิทยากรใหวิทยาลัย ชุมชน เมื่ออาจารยประสิทธิ์วิเคราะหดิน พบวา หมูบาน สั น ติ สุ ข เหมาะที่ จ ะปลู ก พื ช ผั ก ทั่ วไป เช น คะน า ถั่ ว ฝกยาว และพืชผักสวนครัว เปนตน เนื้ อ หาของการฝ ก อบรมจะมี ตั้ ง แต เ รื่ อ งการ บำรุงดิน การสอนทำปุย การทำน้ำหมักชีวภาพไวฉีดพน แมลงแทนการใชสารเคมี และที่สำคัญคือการสอนให ชาวบานรูจักใชภูมิปญญาทองถิ่น เชน การปลูกผักชีฝรั่ง แซมในแปลงปลูกจะชวยไลแมลงได ทั้งนี้การสอนทุกขั้น ตอนเปนการปฏิบัติจริงในที่ดินของชาวบาน และยังไดสง ผูเรียนที่สนใจไปดูงานที่วิทยาลัยชุมชนสระแกว ซึ่งมี ศูนยการเรียนรูเรื่องเกษตรอินทรียอยูนั่น นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชนยังไดนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการจัดการเรียนการสอนให กับชาวบาน เพื่อใชเปนแนวทางดำเนินชีวิตใหอยูไดอยาง ยัง่ ยืน นายอุทยั แกวดี แกนนำเกษตรกรเลาวา วิทยาลัย ชุ ม ชนสอนให ก ลุ ม เกษตรทำการเกษตรที่ ไ ม ท ำลาย

56

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สิ่งแวดลอม ให ใชทรัพยากรที่มีอยู ในชุมชนอยางคุมคา โดยยึดหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจาอยู หัวฯ ยกตัวอยางเชน ปลูกทุกอยางที่กิน กินทุกอยางที่ ปลูก หรือ เดินทีละกาว กินขาวทีละคำ ทำทีละอยาง หมายถึงสอนใหชาวบานทำการเกษตรแบบคอยเปนคอย ไป ไมควรทำการสิ่งใดใหใหญเกินตัว เพราะถาพลาดจะ ทำใหเราเกิดหนี้สิน การใชชีวิตแบบพอเพียง คือรูจัก พอดี พอประมาณ แลวมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู ดวยความรูที่ ไดรับจากวิทยาลัยชุมชนบวกกับ ความตั้งใจของกลุมเกษตรกร ทำใหวัน นี้ชาวสันติสุข สามารถจัดตั้งกองทุนปุยอินทรียที่บริหารจัดการโดยชาว บาน และเปนชุมชนตนแบบใหหมูบานใกลเคียงมาศึกษา ดูงานเรื่องเกษตรอินทรีย วันนี้วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารสามารถพิสูจนตัว เองใหเห็นวา เปนผูประสานและเชื่อมโยงความรูเพื่อ พัฒนาชุมชนอยางเต็มรูปแบบ ทั้งหลักสูตรอนุปริญญา และหลักสูตรฝกอบรม


วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย

เราคือ “กก” ที่เติบโต แข็งแกรง

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

57


58

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


หนอง

น้ำเล็กๆ ณ หมูบานแหงหนึ่งใน อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรรี มั ย เต็มไปดวยตนกกที่กำลังชูกานตระหงานตรง พรอมให ชาวบานเก็บเกี่ยวไปทอสื่อกก เปนเสื่อกกในรูปแบบใหม ที่มีวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยชวยใหความรูเพื่อสรางมูลคา เพิ่มใหกับสินคาพื้นเมืองที่เกิดจากภูมิปญญาทองถิ่น หาก “กก” เป นไม ล ม ลุ ก งานของวิ ท ยาลั ย ชุมชนบุรีรัมยก็เชนกัน เปนงานที่พรอมจะ “ลุก” คือเกิด และเติ บ โตในระยะเวลาอั น รวดเร็ ว เพื่ อ สนองความ ตองการของชาวบาน เมื่อหมดความสนใจตองการใน เรื่องใด วิทยาลัยชุมชนก็พรอมที่จะ “ลม” ยุบเลิกและ หันไปทำเรื่องใหมๆ ที่จะสนองความสนใจตองการไดดี ยิ่งขึ้น

เริ่มตนจากจุดเล็กๆ ดวยจำนวนพื้น ที่เขตบริการการศึกษาที่มีมาก กวา ๒๐ อำเภอ กับจำนวนประชากรกวาลานหาแสนคน จึงไม ใชเรื่องงายเลยที่จะจัดการศึกษาไดอยางครอบ คลุมทั่วถึง แตวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยสามารถดำเนินการ มาไดอยางเขมแข็ง แมจะออกตัววายังเปนแคกาวเริ่มตน แต นั บ เป น การเริ่ ม ต น เพื่ อ เดิ นไปข า งหน า อย า งมั่ น คง

จากกำลังของคนเล็กๆ จากจุดเล็กๆ ดังที่ ผศ.วุฒนิ นั ท รามฤทธิ์ ผูอ ำนวยการวิทยาลัย ชุมชนบุรีรัมย รำลึกความหลังใหเราฟงวา “วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยกอตั้งขึ้น เพื่อใหโอกาส ทางการศึกษาแกชาวบุรีรัมย แมวาจังหวัดบุรีรัมยจะมี สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยูแ ลวคือมหาวิทยาลัย ราชภั ฏ บุ รี รั ม ย และยั ง มี วิ ท ยาเขตของมหาวิ ท ยาลั ย รามคำแหง ทั้งยังมีสถาบันการศึกษาเอกชนอีกหลาย แห ง แต เ นื่ อ งจากบุ รี รั ม ย เ ป น จั ง หวั ดใหญ มี พื้ น ที่ ใ ห บริการถึง ๒๓ อำเภอ และมีประชากรถึงหนึ่งลานหา แสนคน ซึ่งการบริการการศึกษาก็จะเปนไปคอนขางยาก ถึงกระนั้นทุกคนในวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยก็มีความตั้งใจ และภูมิใจในความสำเร็จ ณ วันนี้อยางยิ่ง เพราะในวันนี้ กล า วได ว า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนของเราเป น สถาบั น ที่ มี นั ก ศึกษามากที่สุด ดังภาคการศึกษาปจจุบันมีผูสมัครเขามา เรียนถึงกวา ๑,๖๐๐ คน” แมจะมีขอจำกัดทั้งในเรื่องของอาคารสถานที่ตั้ง สำนักงานและการจัดการเรียนการสอน รวมถึงมีบคุ ลากร และงบประมาณจำกัดมาก แตนั้นก็มิไดทำใหวิทยาลัย ชุ ม ชนบุ รี รั ม ย ท อ ถอยต อ ภารกิ จ เพื่ อ ปวงชน ในทาง ตรงกันขาม วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยยังคงตระหนักและ เดินหนาตอไปอยางไมหยุดยั้ง เพราะความเชื่อมั่นของ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

59


คนในทองถิ่น จากจำนวนผูสมัครเขาเรียนในหลักสูตร ตางๆ อยางตอเนื่องและเพิ่มจำนวนมากขึ้น เปนกำลังใจ สำหรับคนทำงานใหมุงพัฒนางานตอไป เปนความมุงมั่น บนพื้นฐานของสิ่งที่มี และคอยๆ ตอยอดจากจุดเริ่มตน เล็กๆ “วิทยาลัยชุมชนของเราจัดตั้งขึ้นมา แมจะยังมี ความไม พ ร อ มอย า งยิ่ ง ในเรื่ อ งอาคารสถานที่ ตั้ ง แต กอตั้งจนถึงปจจุบันเราไดอาศัยสถานที่ของวัดเปนอาคาร เรียน พระคุณเจาวัดพระพุทธบาทเขากระโดง ทานมี ความเมตตากับวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยอยางยิ่ง เพราะให ความเอื้ อ เฟ อ สนั บ สนุ น ด า นสถานที่ ม านานหลายป จนกระทั่งในปที่ผานมาจนถึงปนี้ วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย ไดรับงบประมาณสนับสนุนสำหรับกอสรางอาคารเรียน และศูนยวิทยบริการของเราเอง ผมเชื่อวาเมื่ออาคาร เรียนสรางเสร็จในปหนา จะยิ่งชวยสงเสริมการจัดการ ศึกษา ผูเรียนจะไดรับความสะดวกในการศึกษาเรียนรู อยางมาก” ผอ.วุฒินันทกลาวถึงความคาดหวังในอนาคต ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันขางหนา

หลากความตองการ หลายความสนใจ เพราะประตู แ ห ง การเรี ย นรู ที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน บุรีรัมยเปดเพื่อตอนรับคนที่สนใจศึกษาอยูเสมอ ดังนั้น ในแตละปจึงมีคนใหความสนใจเขามาสมัครเรียนอยาง มาก บางคนหางหายจากการเรียนไปนาน ก็เปนหนาที่ ของวิทยาลัยชุมชนในการปรับพื้นฐานเพื่อใหผูเรียนมี

60

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ความพรอมที่จะเขาสูระบบการเรียนไดอีกครั้ง โดยมี การสอนปรั บ พื้ น ฐานในวิ ช าภาษาไทย ภาษาอั ง กฤษ วิทยาศาสตร และคณิตศาสตร จนเมื่อผูเรียนมีความ พรอมจึงจะเปดใหลงทะเบียนเรียนจริง ซึ่งนี้ก็เปนจุดเดน อีกขอหนึ่งที่ทำใหผูเรียนเกิดความเชื่อมั่นในวิทยาลัย ชุมชนบุรีรัมย “หลักสูตรการฝกอบรม เราสามารถจัดการเรียน การสอนไดปละประมาณ ๑,๓๐๐ คน แตก็ยังไมเพียง พอกับความตองการศึกษาของคนในชุมชน ซึ่งเปนเรื่อง ที่นายินดีที่ชาวบานมีความตองการเรียนรูสูงมาก ดวย ขณะนี้เรามีบุคลากรนอยคนเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ตองดูแล ทำใหการบริการไมทั่วถึง อนาคตเราตั้งเปาวาจะขยาย การบริการให ไดมากกวานี้ ก็จะพยายามทำให ไดมาก ที่สุด ขณะเดียวกัน สิ่งที่สำคัญคือเรายังตองคำนึงถึง เรื่องการรักษาคุณภาพการศึกษาไวดวย” ผอ.วุฒินันท กลาว แนวทางการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนคือ คนอยากเรียนตองไดเรียน ที่วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยก็ ยึดมั่นในหลักการนั้นเชนเดียวกัน ขอเพียงชุมชนมีความ ตองการอยากเรียนรู ไมวาจะมีความสนใจที่แตกตาง หลากหลายเพียงใด วิทยาลัยชุมชนก็จะทำหนาที่จัดหา ความรูตามความสนใจที่หลากหลายมาตอบสนองความ ตองการของชุมชนอยางทั่วถึง “ประชากรบุรีรัมยรอยละ ๘๙ เปนเกษตรกร เราคิดวาทำอยางไร วิทยาลัยชุมชนจะตอบสนองความ ตองการของชุมชนสวนใหญที่เปนเกษตรกรได เพราะ


ฉะนั้นจึงเกิดหลักสูตรการฝกอบรมตางๆ เพื่อสนองตอบ ความตองการของผูเรียนกลุมนี้ เชน หลักสูตรผสมพันธุ ปศุ สั ต ว หลั ก สู ต รการกรี ด ยาง หลั ก สู ต รการทำปุ ย อินทรีย เปนตน ในขณะที่บางกลุมมีความสนใจเรื่องการศึกษา ปฐมวั ย คอมพิ ว เตอร ธุ ร กิ จ การปกครองท อ งถิ่ น ที่ ตองการยกระดับทางการศึกษาของตนเอง วิทยาลัย ชุมชนก็ ใหโอกาสและตอบสนองความตองการของเขา เหลานี้ดวยเชนกัน เมื่อมีโอกาสที่จะไดเรียนใกลบาน อัตราคาหนวยกิตก็ถูกกวาสถาบันการศึกษาอื่นๆ ทำให พวกเขาสนใจเรียนรูเพื่อพัฒนาตัวเอง เชน กลุมของคน ที่ ป ระกอบอาชี พ พนั ก งานปกครองท อ งถิ่ น หรื อ ครู พี่ เลี้ยงในศูนยเด็กเล็กขององคการบริหารสวนตำบล เปน ตน” ผอ.วุฒินันทเลา ดังที่ ผศ.ดร.ปราโมทย เบญจกาญจน ประธาน สภาวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนบุ รี รั ม ย กล า วเสริ ม ว า “วิ ท ยาลั ย ชุมชนบุรีรัมย เรานำทรัพยากรในทองถิ่น มาใช ใหเกิด ประโยชน ใหมากที่สุด ไมวาจะเปนทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรบุคคล อาจารยของเรามาจากทองถิ่น โดยตรง มีผูเชี่ยวชาญทั้งดานภูมิปญญา ดานวิชาการ อาจารยพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะดาน เชน ตำรวจ ทนายความ อัยการ ผูพิพากษา มาสอนวิชากฎหมาย อาจารยพิเศษที่เกษตรอำเภอมาสอนเกี่ยวกับกรรมวิธีใน การทำเกษตรพอเพียง เปนตน”

กกขางนา พัฒนาชีวิต หนึ่งในหลักสูตรการฝกอบรมที่เปนความสำเร็จ อีกเรื่องหนึ่งของวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยคือ หลักสูตรการ ทอเสื่อกก นำมาทั้งรายไดและอาชีพ ซึ่งชวยพัฒนาชีวิต ของคนในชุมชนอยางเห็นไดชัด ครั้งหนึ่งที่บานนอย อำเภอพลับพลาชัย จังหวัด บุรีรัมย หลังเสร็จจากฤดูทำนา หมูบานแทบจะรางไร ผูคน เพราะคนทำงานวัยหนุมสาวตองอพยพโยกยายเขา เมืองไปเปนแรงงานรับจาง แตเมื่อวิทยาลัยชุมชนเขามา พรอมกับหลักสูตรทอเสื่อกก อะไรหลายอยางในหมูบาน ก็เริ่มเปลี่ยนไป นางสมร วันนา ประธานกลุมทอเสื่อกกสตรีผูสูง อายุบานนอย เลาใหฟงวา “แตเดิมเมื่อหมดหนานา ชาว บานจะไมมีอาชีพ คนหนุมสาวก็ทิ้งบานไปรับจางทำงาน เหลือแตผูเฒาผูแก ไว ในหมูบาน เพราะไมมีอาชีพใดมา รองรับ” เมื่ อ ชาวบ า นมี ค วามต อ งการเรื่ อ งอาชี พ เสริ ม วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยเขามาทำหนาที่พัฒนาหลักสูตรให โดยเลือกจากสิ่งที่มีอยู ในทองถิ่น ผนวกกับภูมิปญญา ดั้งเดิมของชุมชน จึงมาลงตัวที่หลักสูตรการทอเสื่อกก “เพราะเปนคนที่มีพื้นเพที่นี่ เราเห็นวาชาวบานมี ภูมิปญญาเรื่องการทอเสื่อกกเปนทุนเดิมอยู แตรูปแบบ และลวดลายไมทันสมัยเทาที่ควร เพราะสวนใหญจะทอ เสื่อไว ใชภายในครัวเรือน วิทยาลัยชุมชนมีปณิธานใน การจัดการศึกษาเพื่อชุมชน เราอยากใหคนในชุมชนมี วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

61


รายได มี อ าชี พ ที่ ยั่ ง ยื น จึ ง พั ฒ นาหลั ก สู ต รนี้ ขึ้ น มา” อาจารยปวีณา พรหมพันธ อาจารยพิเศษของวิทยาลัย ชุมชนบุรีรัมย เลาถึงจุดเริ่มตนของการพัฒนาหลักสูตร จากนั้นวิทยาลัยชุมชนก็เขามาดำเนินกระบวน การพัฒนา จนไดหลักสูตรการทอเสื่อกก แลวนำมาฝก อบรมใหแกชาวบาน ตั้งแตการปลูกตนกก การเตรียม กกเพื่อนำมาทอ ลวดลายตางๆ ซึ่งกลุมจะถายทอดมา จากวิถีชีวิตทองถิ่นของชาวบุรีรัมย นำมาทอบนผืนเสื่อ และรวมกระทั่งถึงเรื่องของการบริหารจัดการ เชน การ รวมกลุมกันทำงาน การวางระบบจัดการกลุม เปนตน หลังจากการฝกอบรม สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวบาน และชุ ม ชนคื อ อาชี พ และรายได เ สริ ม ที่ น อกเหนื อ จาก อาชี พ หลั ก คื อ การทำนา ทำให ชี วิ ต ของคนในชุ ม ชน หมูบานมีความมั่นคงขึ้น อีกทั้งยังชวยประสานสัมพันธ ระหวางคนตางวัยใหไดกลับมาใกลชิดกันดวยการทำงาน รวมกัน ดังที่นางสมร วันนา เลาใหฟง วา “เพราะวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยเขามาชวยสงเสริม ทำใหเกิดการสรางอาชีพ ทำใหชาวบานมีรายได คนเฒา คนแก ก็ ไ ด ถ า ยทอดภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ให กั บ รุ น ลู ก รุ น หลาน ชาวบานกลับมารวมกลุมชวยกันทำงาน วิทยาลัย ชุมชนทำใหเราไมตองทิ้งถิ่นฐานบานชองไปทำงานที่อื่น แถมยังมีรายไดเพิ่มขึ้นไมต่ำกวา ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ตอเดือน ทำใหใชชีวิตอยูไดสบาย” ปจจุบนั วิทยาลัยชุมชนบุรรี มั ยยงั คงเขาไปสงเสริม กลุมชาวบานที่ทอเสื่อกกอยางตอเนื่อง ดวยการเพิ่ม มูลคาของผลิตภัณฑดวยการออกแบบลวดลายที่ทันสมัย

62

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

และแปรรูปผลิตภัณฑ ใหมีความหลากหลาย ไมจำกัด เพียงแคผืนเสื่อ ไดมีการทำเปนกระเปา ที่รองจาน หรือ สินคาประเภทอื่นๆ ตามตองการของตลาด ขณะนี้ ได พัฒนาและสงเสริมใหชาวบานปลูกและจำหนายตนไหล ไมมงคลจากพืชทองถิ่น เพราะเชื่อวาการปลูกตนไหลจะ สงผลใหเงินทองไหลมาเทมา และยังสามารถนำตนไหล มาทอเปนเสื่อไหลที่มีคุณภาพไมแพเสื่อกก สรางรายได เสริมไดอีกทางหนึ่งดวย

จากปจจุบนั สูอ นาคต วิทยาลัยชุมชนบุรรี มั ย หลักสูตรการทอเสือ่ กก เปนตัวอยางความสำเร็จ ของวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย ที่นอกจากจะชวยสรางรายได เสริม ยังชวยพัฒนาชีวิตของคนในชุมชนใหมีความเปน อยูท ดี่ ขี นึ้ คืนวิถชี วี ติ ชุมชน คืนความอบอุน ของครอบครัว ใหกลับคืนมา แตสำหรับภารกิจในอนาคตของวิทยาลัย ชุมชนบุรีรัมยจะเปนอยางไรนั้น ผอ.วุฒินันท มีคำตอบ ดังนี้ “งานของวิทยาลัยชุมชมชนบุรีรัมยมีหลากหลาย เรายังคงทำหนาที่พัฒนาหลักสูตรใหมๆ ตามความสนใจ ใฝเรียนรูข องชาวบานอยูเ สมอๆ หลักสูตรตองตอบสนอง ความตองการและตองชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือความ เปนอยูของชาวบานใหดียิ่งขึ้น อยางเชน ขณะนี้เรากำลัง พัฒนาหลักสูตรฝกอบรมหมูกระจก ซึ่งเกิดจากความ ตองการของชาวบานอำเภอนางรอง เขามีความตองการ ที่จะทำหมูกระจกเพื่อการบริโ ภค และนำไปขายสราง


รายไดเสริม ชาวบานจึงรวมกลุมกัน มาขอใหวิทยาลัย ชุมชนบุรีรัมยจัดการสอนให เมื่อเปนความตองการของ ชุมชน วิทยาลัยชุมชนจึงไดพัฒนาหลักสูตรการฝกอบรม การแปรรูปอาหาร (หมูกระจก) ขึ้น” สิ่งที่นาภาคภูมิใจก็คือ ความรูที่ชาวบานไดรับ จากวิทยาลัยชุมชนตอบความตองการทีพ่ วกเขาตองการรู ทำใหพวกเขามีทักษะความชำนาญจนเกิดอาชีพ ผูเรียน บางคนสามารถสรางรายไดจากการทำหมูกระจกเดือน ละประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว และนี่ ก็ เ ป น ส ว นหนึ่ ง ที่ ท ำให วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน บุรีรัมยมองเห็นแนวทางพัฒนาหลักสูตรในอนาคต เพื่อ พรอมรองรับสำหรับกลุมชุมชนตางๆ ที่ตองการทั้งความ รูและรายไดเสริม นั่นก็คือหลักสูตรการแปรรูปอาหาร เพราะในแตละทองถิ่นของจังหวัดบุรีรัมยตางก็มีวัตถุดิบ ที่มีความนาสนใจแตกตางกันไป “เรามีหลักสูตรที่กำลังพัฒนาตอไป คือหลักสูตร การแปรรูปอาหาร เพราะในทองถิ่นมีวัตถุดิบมากมาย ไมวาจะเปนกลวย มะขาม หรือปลา ซึ่งขณะนี้เรากำลัง พัฒนาเปน หลักสูตรการฝกอบรมเพื่อใหสอดคลองกับ ทรัพยากรที่มี ในทองถิ่นนั้น และใหตรงกับความสนใจ ของตลาด เชน หลักสูตรการฝกอบรมกลวยเบรคแตก สำหรับในทองถิน่ ทีม่ กี ลวยมาก หรือในทองถิน่ ทีม่ มี ะขาม มาก เราก็จะมีหลักสูตรมะขามปรุงรสรูปแบบตางๆ และ แมกระทั่งปลาสม อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย ซึ่ง ตลาดยังมีความตองการ แตบางชุมชนทำไมเปน และมี ความต อ งการอยากเรี ย น ชาวบ า นก็ ร วมกลุ ม มาหา

วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนบุ รี รั ม ย ใ ห ช ว ย วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนก็ จ ะทำ หนาที่จัดฝกอบรมความรู ให พัฒนาหลักสูตรและจัดหา อาจารยพิเศษไปสอนให กระบวนการจัดการเรียนการ สอนจะดำเนินไปในรูปแบบเชนนี้ คือเมื่อมีความตองการ วิทยาลัยชุมชนก็จะตอบสนองความตองการให เมื่อหมด ความจำเปน ก็พักไว สอนเฉพาะหลักสูตรที่จำเปน และ ชาวบานสนใจเทานั้น ไมใชสอนตามใจเรา” ผอ.วุฒินันท กลาว จากภาระงานอันหนักหนวง เมือ่ เทียบกับทรัพยากร ที่มีอยูอยางจำกัด ทำใหผอ.วุฒินันท รามฤทธิ์ ประเมิน ว า นี่ เ ป น เพี ย งการเริ่ ม ก า วแรกๆ ของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน บุรีรัมยเทานั้น “ไมวางานจะหนักสักเพียงใด เมื่อมีโอกาสเขาไป ในพื้ น ที่ ไปพบปะกั บ นั ก ศึ ก ษา หรื อไปศึ ก ษาความ ตองการของชาวบานและชุมชนตางๆ ชาวบานมักถามวา ทำอยางไรเขาถึงจะมีโอกาสไดเรียนในระดับอุดมศึกษา บาง คำถามเหลานี้ทำใหรูสึกวามีกำลังใจ มีพลังที่จะ ทำงานมากขึ้น เพราะแสดงวาชาวบานยังตองการเรา วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยจึงตองทำงานใหสมกับที่ชาวบาน รอคอยเรา” ผอ.วุฒินันทกลาวย้ำ ในปหนา เมื่ออาคารสำนักงานและอาคารเรียน หลังใหมของวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมยแลวเสร็จ เมล็ดพันธุ “กก” หรือองคความรูและประสบการณ ในการทำงาน กับชาวบุรีรัมยตลอดระยะเวลากวาแปดปที่ผานมา ก็ พรอมที่จะขยายแพรพันธุ ใหกวางขวางยิ่งขึ้น โดยทั้ง ผอ.วุ ฒิ นั น ท รามฤทธิ์ คณะกรรมการสภาวิ ท ยาลั ย วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

63


ชุมชนบุรีรัมย และบุคลากรของวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย ดวยความเชื่อมั่นวา บัดนี้ เราคือ “กก” ที่แข็ง ทุกคน พรอมที่จะทำหนาที่เปนผูหวานเพาะความรู ให แรงเติบโต พรอมที่จะสรางมูลคาเพิ่มใหกับชาวบุรีรัมย ขยายวงกวางออกไปจนครบทุกพื้นที่ แลว

หลักสูตรการทอเสื่อกก

ระยะเวลาการสอน ๓๐ ชั่ วโมง ป จ จุ บั น มี ผู สำเร็จการฝกอบรม ๖๐ คน และวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย ยังคงจัดการสอนตอไปอยางตอเนื่อง สำหรั บการจัดการเรียนการสอน จะมีเนื้อหา ตั้งแตการปลูกตนกก ตองปลูกไวประมาณ ๖ เดือนจึง จะนำมาทอได จากนั้นนำตนกกมากรีดเปนเสนๆ แลวนำ ไปตากแดดไว ๓ วัน จึงนำมามัดเพื่อยอมสี ซึ่งเปนสี ธรรมชาติ จากนั้นนำไปตากใหแหงสนิท แลวจึงนำมาทอ ได เสื่อที่ ไดแตละผืนจะใชเวลาแตกตางกันไปตาม ลวดลาย ถาเปนลายธรรมดาจะใชเวลาทอ ๑ สัปดาห แตหากลวดลายมีความยากขึ้น ก็จะใชเวลาประมาณ ๑๕ วัน ราคาขายจะขึ้นอยูกับลวดลายของเสื่อ สนน ราคาตั้งแต ๑๕๐-๕๐๐ บาท และเสื่อของชาวพลับพลา ชัยนั้น มีชื่อเรื่องความคงทน รับรองวาใช ได ไ มต่ำกวา ๑๐ ปเลยทีเดียว

64

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

หมูกระจก

สวนผสมของหมูกระจก หนังหมูติดมัน ๑๐ กิโลกรัม แปงขาวเจา ๑ กิโลกรัม แปงขาวโพด ๑ กิโลกรัม งาขาว ๑ กิโลกรัม น้ำสมสายชู ๒ กิโลกรัม ซอสปรุงรส ½ ถวยตวง ซีอิ้วขาว ๓ ถวยตวง ผงปรุงรส ½ ถวยตวง น้ำตาลทราย ½ ถวยตวง วิธีการทำหมูกระจก ลวกหมูพอเนื้อหมูแข็ง ทำความสะอาดขนหมู ซอยชิ้นขนาด กวาง ๑ เซนติเมตร ยาว ๗ เซนติเมตร หรือตามชอบ นำสวนผสมทุกอยางคลุกเคลาใหเขากัน หมักทิ้งไว ๓๐ นาที ทอด ๒ ครั้ง ครั้งแรกไฟออน ตัก ขึ้นพอเย็น ทอดครั้งที่สอง พอกรอบเหลือพอง ตักขึ้น พรอมใสใบมะกรูดพริกทอด กระเทียมเจียว โรยในถุง


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

65


66

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


สระ

แก ว เป น ๑ ใน ๑๐ จั ง หวั ด แรกที่ มี วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน กว า แปดป ที่ ผ า นมา วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสระแก ว มี ผ ลงานโดดเด น หลายด า น เฉพาะผลงานการจัดการศึกษา ทั้งในระดับอนุปริญญา และหลักสูตรฝกอบรมก็สูงเปนลำดับตนๆ ของประเทศ ในป ๒๕๕๒ วิทยาลัยชุมชนสระแกวไดยกเครื่อง ระบบการบริ ห ารจั ด การใหม เพื่ อ เพิ่ ม ศั ก ยภาพของ องคกรในการสนองตอบความสนใจใฝเรียนรูข องชาวสระแกว ใหเปนหนวยงานมืออาชีพในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย และพัฒนาสังคม โดยมุงมั่นที่จะเกาะติดชุมชน ฟนฟู และพัฒนาภูมิปญญาทองถิ่น เพื่อสรางสรรคเศรษฐกิจ สังคมของจังหวัดสระแกวบนฐานความรู ผานกระบวน การศึกษาและฝกอบรมของวิทยาลัยชุมชนสระแกวยุค ใหม ‘เรื่องเลา’ ของวิทยาลัยชุมชนสระแกวนี้ จะพา ทานผูอ า นยอนไปเรียนรูผ ลงานทีน่ า ประทับใจของวิทยาลัย ชุมชนสระแกวผานหลักสูตรใหมลาสุดที่นาตื่นตาตื่นใจ พรอมทั้งเปดวิสัยทัศนผูบริหารยุคใหม ดังนี้

ของจังหวัดสระแกวมีอาชีพเลี้ยงสัตว ปลูกขาว ขาวโพด และมันสำปะหลัง รายไดที่ไดจากการทำอาชีพเหลานี้ไม เพียงพอตอการเลี้ยงชีพและยังทำใหเกิดหนี้สินจากการ ลงทุนเพาะปลูกอีกดวย ปจจุบันเกษตรกรชาวสระแกว สวนหนึ่งเริ่มมีคุณ ภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกหนอไม ฝรั่งดวยวิทยาการสมัยใหมที่ตลาดตองการ จนกลาย เปนพืชเศรษฐกิจที่สรางรายไดอยางงามใหแกเกษตรกร “เกษตรอินทรียหนอไมฝรั่ง” เปนการพัฒนาวิธี การปลูกหนอไมฝรั่งโดยใชภูมิปญญาทองถิ่น และวิธี การจัดการสมัยใหม โดยมีจุดเริ่มตนจากแนวความคิด ของนายพงษศักดิ์ ธำรงรัตนศิลป กรรมการสภาวิทยา ลัยชุมชนสระแกว และนายวิเชียร ใจจิตร จากศูนยฝก และพั ฒ นาอาชี พ ราษฎรไทยบริ เ วณชายแดนจั ง หวั ด สระแกว ไดเสนอโครงการฝกอบรมการปลูกหนอไมฝรั่ง ปลอดสารพิษหรือการทำเกษตรอินทรียหนอไมฝรั่งให แกเกษตรกร การทำเกษตรอินทรียหนอไมฝรั่งคือ การเพาะ ปลูกโดยไมใชสารเคมีในทุกขั้นตอนการปลูก ใชปุยหมัก และน้ำสกัดชีวภาพ รวมไปถึงการใชสารปองกันกำจัด ศัตรูพืชจากธรรมชาติ โดยวิทยาลัยชุมชนสระแกวทำ จากเกษตรอินทรียสู “บานมั่นคง” หนาที่ศึกษาพัฒนาหลักสูตร และจัดการเรียนการสอน สระแกวเปนจังหวัดหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ ใหเปนระบบใหกับประชาชนทั้งในจังหวัดสระแกวและ เหมาะสำหรับการเพาะปลูก ในอดีตเกษตรกรสวนใหญ จังหวัดขางเคียง ซึ่งวิทยาลัยชุมชนสระแกวเปดอบรม วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

67


หลั ก สู ต รฝ ก อบรมเกษตรอิ น ทรี ย ม าอย า งต อ เนื่ อ ง จนกระทั่งในปจจุบันไดพัฒนาหลักสูตรเกษตรอิน ทรีย เพื่อสอนในระดับอนุปริญญาแลว นายพงษศักดิ์ ธำรงรัตนศิลป กรรมการวิทยาลัย ชุมชนสระแกวผูร เิ ริม่ และผลักดันหลักสูตรดังกลาวเลาวา “เราเริ่มตน พัฒนาหลักสูตรอนุปริญญาเกษตรอิน ทรีย โดยการวิ เ คราะห ห าความต อ งการของชุ ม ชน โดย พิจารณาประกอบกับนโยบายระดับจังหวัดและระดับ ชาติ พบวาเกษตรอินทรียเปนหลักสูตรที่สอดคลองและ ตอบสนองนโยบายของหนวยงานตางๆ ทุกดาน ประกอบ กับในป ๒๕๔๖ มีการประชุมผูบ ริหารวิทยาลัยชุมชนระดับ สูง ดร.สุเมธ แยมนุน ก็เห็นดวยถึงความสอดคลองและ เหมาะสมที่จะทำหลักสูตรนี้ จึงไดเริ่มรางหลักสูตรขึ้น” จากนั้ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสระแก ว และสำนั ก บริ ห ารงาน วิทยาลัยชุมชนไดใชเวลายกรางหลักสูตร วิพากษหลักสูตร พัฒนาหลักสูตร และเสนอขออนุมัติจากสำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา ตามขัน้ ตอนอยูห ลายป จนกระทัง่ ไดรับอนุมัติใหเปดการเรียนการสอนได ในปการศึกษา ๒๕๕๑ อาจารยภรู ริ าชิต พลเดช อาจารยผดู แู ลหลักสูตร นี้เลาถึงการจัดการเรียนการสอนวา “หลักสูตรนี้จะมี ๒ สวนคือทางวิชาการและทฤษฎี กับการปฏิบัติจริงซึ่งเรา ใหความสำคัญเปนอยางมาก เพราะผูมาเรียนหลายคน เปนผูที่ประกอบอาชีพอยูแลว บางคนมีแปลงหนอไมฝรั่ง ที่ ง ามมาก แต ที่ ม าเรี ย นก็ เ พราะต อ งการระบบและ ทฤษฎีเพื่อนำไปพัฒนางานของเขา กระบวนการเรียนรู

68

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

จึงไม ไดอยู ในชั้นเรียนอยางเดียว แตจะใหทำเปนโครง งานที่นำไปปฏิบัติในที่ดินของตนเองไดดวย แลวใหครูไป ตรวจผลงานในแปลงของผูเรียน จากนั้นจึงจัดเสวนา เรื่ อ งองค ค วามรู ที่ ไ ด นี่ คื อ กระบวนการเรี ย นรู ข อง หลักสูตรอนุปริญญาเกษตรอินทรีย” แตเหนืออื่นใด เปาหมายของหลักสูตรเกษตร อินทรียไมใชเพียงเรื่องการประกอบอาชีพเทานั้น แตจุด มุงหมายสำคัญคือการสรางคุณธรรมและจริยธรรมอันดี ให กั บ ผู เ รี ย น อาจารย ภู ริ ร าชิ ตได ก ล า วถึ ง เรื่ อ งนี้ ว า “ปรัชญาของหลักสูตรนี้มุงเนนใหผูเรียนมีคุณธรรมและ จริ ย ธรรมอั น ดี ก อ น จึ ง จะนำไปสู ค วามรู ที่ ส ามารถ ประยุกตใชในชีวิตประจำวันได เพราะแนวความคิดของ เกษตรอิน ทรียคือ ไม ใชสารเคมี ไมทำใหเปน พิษ ตอ สิ่งแวดลอม ทำใหสิ่งแวดลอมอยูอยางสมดุล สมบูรณ ไมวาดิน พืช น้ำ ความชื้น ไมตองเรง ไม ใชเคมี ใดๆ ดังนั้นในชวงเริ่มตนเกษตรกรจะตองใชความพยายามสูง เพราะเราทำรายดิน ทำรายสิ่งแวดลอมไวเยอะ กวาจะ ปรับเขาสูการทำเกษตรอินทรียที่ ไดผลผลิตอยางจริงจัง จึงตองใชมากกวาความรูและทฤษฎี” นายสมนึก มีมุก เกษตรกรผูทำเกษตรอินทรีย หนอไมฝรั่งเลาวา “เมื่อกอนผมทำงานรับจางไถดิน แต เกิดอุบัติเหตุไถดินโดนระเบิดทำใหขาขางซายขาด หลัง จากขาขาดจึงเปลี่ยนอาชีพมาปลูกขาวโพด แตรายไดไม พอเลี้ ย งครอบครั ว และแถมยั ง มี ห นี้ สิ น จากการลงทุ น เพาะปลูกขาวโพดเสียอีก ทำใหตองสงลูกชายไปทำงาน ทีก่ รุงเทพฯ เพือ่ หารายไดมารักษาผมและเลีย้ งครอบครัว


แตเมื่อวิทยาลัยชุมชนสงเสริมใหทำเกษตรอินทรียหนอ ไมฝรั่ง ผมจึงลองปลูกและเขารวมกลุมผูปลูกหนอไม ฝรั่งอินทรีย ตอนนี้ผมมีรายไดกวา ๒๐๐,๐๐๐ บาทตอป จากการปลูกหนอไมฝรั่ง ๔ ไรเศษ และหลังจากปลูก หนอไมฝรั่งมาได ๖ ป ก็สงลูกคนเล็กเรียนหนังสือได แถมปลดหนี้ ไดและยังมีเงินเหลือเก็บสรางบานและซื้อ รถได ลูกชายก็กลับจากกรุงเทพมาชวยกัน ทำเกษตร อินทรียดวยกัน ครอบครัวผมมีความสุขขึ้นมาก” นอกจากสอนตามหลักสูตรแลว วิทยาลัยชุมชน สระแกวยังเปนผูประสานใหเกิดการซื้อขายหนอไมฝรั่ง อินทรียระหวางกลุมผูปลูกกับบริษัท สวีฟท จำกัด โดยมี การทำสัญญาซื้อขายกันไปแลวถึง ๓ ครั้ง และครั้งลา สุดมีเกษตรกรสมาชิกจำนวนถึง ๓๓๐ คนรวมในสัญญา นอกเหนื อ จากการเป ด หลั ก สู ต รอนุ ป ริ ญ ญา เกษตรอินทรีย และการฝกอบรมที่เกี่ยวของกับเกษตร อิ น ทรี ย แ ล ว วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสระแก ว ยั งได ส นั บ สนุ น เกษตรกรในโครงการบานมั่นคง ที่เกิดจากการคัดเลือก ครอบครัวที่ยากจน ไมมีที่ทำกิน และไมมีอาชีพ ใหมี ที่ดิน ทำกินและอยูอาศัยในอำเภอวังสมบูรณ จังหวัด สระแกว โดยการใหความรูเกี่ยวกับอาชีพการทำหนอ ไมฝรั่งเกษตรอินทรีย ผานการฝกอบรมอยางตอเนื่อง หลายหลักสูตร เชน การทำน้ำสกัดชีวภาพ การทำปุย หมักชีวภาพ โดยอาจารยประสิทธิ์ ไชยมหาวัน วิทยากร ระดับประเทศที่มีความรูในเรื่องการทำน้ำสกัด อาจารย วุฒิชัย ทองดอนแอ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ใหความรู ในเรื่อง

เกษตรอินทรียดีอยางไร มาตรฐานเกษตรอินทรียมีอะไร บาง การปลูกหนอไมฝรั่งเกษตรอินทรีย การเพาะกลา หนอไมฝรั่ง และอาจารยพงษศักดิ์ ธำรงรัตนศิลป ให ความรูเรื่องหลักการทำเกษตรอิน ทรีย การปรับปรุง บำรุงดิน การเตรียมดิน และยังมีกิจกรรมการปฏิบัติตน อยางมีความสุข และการแลกเปลี่ยนประสบการณ คิด ทำอยางมีสวนรวมและเอื้ออาทร การสรางกติกาการอยู รวมกัน อาจกล า วได ว า บทบาทของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน สระแกวขยายกวางไปในทุกปริมณฑลของชีวิต เนนการ ปลูกฝงการศึกษาเรียนรูเพื่อพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ใหมีสมดุล มีสันติสุข และมีความ มั่นคงยั่งยืน โดยการพัฒนาศักยภาพของมนุษยในทุกมิติ นั่นเอง

โฉมใหมของวิทยาลัยชุมชนสระแกว กลาวไดวา นับตั้งแตเริ่มกอตั้ง ผูบริหารและ บุคลากรของวิทยาลัยชุมชนสระแกวตางมานะอุตสาหะ ในการขั บ เคลื่ อ นงานของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสระแก ว จนกระทั่ ง ประสบความสำเร็ จ ในการดำเนิ น งานพอ สมควร อยางไรก็ดี การดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชน สระแก ว ก็ เ ช น เดี ย วกั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอื่ น ๆ ที่ ย อ มมี ปญหาและอุปสรรคในการทำงานอยูบาง หากแตปญหา บางประการของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสระแก วได สั่ ง สมมา จนกระทั่งคณะกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสระแกวเห็น วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

69


ความจำเปนที่จะตอง “ยกเครื่อง” ระบบบริหารจัดการ ใหม เพื่อเอื้อใหวิทยาลัยชุมชนสระแกวเปนองคกรแหง การเรียนรู และสามารถแบกรับภารกิจอันสำคัญเพื่อ ชาวสระแกวได ในที่สุด ตนป ๒๕๕๒ สภาวิทยาลัยชุมชนจึงแตง ตั้ง นายวิญู จริยาวุฒิกุล ใหดำรงตำแหนงผูอำนวย การวิทยาลัยชุมชน พลันไดรับตำแหนง นายวิญู ได เลาถึงวิสัยทัศน ในการพัฒนาองคกรวา “การบริหาร จัดการของวิทยาลัยชุมชนสระแกวจะตองมีจิตใจบริการ ที่สูงมาก อาจจะมากกวาหนวยงานราชการทั่วไป เพราะ งานของวิทยาลัยตองการความรวมมือจากหนวยงานและ บุ ค คลต า งๆ หลากหลาย และการที่ จ ะได รั บ ความ รวมมือนั้น เราจะตองเปนผูใหกอน กอนอื่นจะตองถอด ปาย “สถานที่ราชการหามเขา” ออกไปกอน ทั้งปาย จริงๆ และความหมายที่อยู ในจิตใจหรือวัฒนธรรมของ ขาราชการดวย คนทำงานของวิทยาลัยจะตองมีความรู ในหนาที่การงานของตนเองอยางดี จะตองมีการพัฒนา บุคลากรอยางดี ทั้งการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรูกัน การ เชิ ญ วิ ท ยากรมาให ค วามรู การจั ด โครงการพั ฒ นา บุคลากรโดยตรง บุคลากรจะรูสึกวาเขาไดรับการพัฒนา อย า งต อ เนื่ อ ง และพร อ มที่ จ ะทำงาน ต อ งกล า ตั ด วัฒนธรรมองคกรบางอยางที่ไมดีทิ้งไป ใหบุคลากรปรับ เปลี่ยนวัฒนธรรมใหมเพื่อสนองตอบภารกิจของวิทยาลัย ใหได” ในเรื่องการบริหารงาน ผอ.วิญูไดอธิบายวา “ที่ผานมาไดมีการปรับโครงสรางใหมของวิทยาลัย จาก

70

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เดิมหนวยราชการมีโครงสรางแนวดิ่งลึกลงหลายชั้น ผม ผาตัดโครงสรางใหมเนนแนวราบมากขึ้น มีหัวหนากลุม งาน ซึ่ ง มี Supervisor รั บ ผิ ด ชอบที ม งาน ปรั บ โครงสรางใหม ตั้งเปนผูชวยผูอำนวยการ ๔ ฝาย คือ ฝายวิชาการ ฝายการเงินและพัสดุ ฝายแผนและงบ ประมาณ ฝายกิจการนักศึกษา ตั้งเจาหนาที่ที่อาวุโสและ มีความสามารถ ๔ คนใหชวยงานตามโครงสรางใหมนี้ โดยผมจะใหขอบเขตงานที่จะสามารถตัดสินใจไดชัดเจน ยกเวนในเรื่องที่กระทบกับงบประมาณขอใหมาพิจารณา รวมกัน เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถทำงานหลายดานไป พรอมๆ กัน เพราะมีหัวหนารับผิดชอบชัดเจน” จากนั้น ผอ. วิญูไดพยายามสงเสริมสนับสนุน ใหบุคลากรไดรับการฝกอบรมเพื่อพัฒนาไปสูความเปน มืออาชีพตามความสนใจ รวมถึงไดกำหนดบทบาทความ สัมพันธกับสภาวิทยาลัยชุมชนใหชัดเจนขึ้น เหลานี้มีสวน ใหวิทยาลัยชุมชนสระแกวเริ่มไดรับการสนับสนุนจาก บุคคลและหนวยงานตางๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอยางยิ่ง จากผูวาราชการจังหวัดสระแกว ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพ ของวิทยาลัยชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดบน ฐานความรู

สรางงานมัคคุเทศกทองถิ่น จังหวัดสระแกวไมเพียงมีพื้นที่เกษตรกรรมเปน แหลงสรางรายไดที่สำคัญ หากยังมีการทองเที่ยวเปน แหลงรายไดของจังหวัด โดยมีทั้งแหลงทองเที่ยวตาม


ธรรมชาติ โบราณสถาน ศูนยการคาชายแดนตลาดโรง เกลือ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คูบานคูเมืองหลายแหง และทาง จังหวัดยังไดกำหนดให “การทองเที่ยวเชิงนิเวศ” เปน หนึ่งในยุทธศาสตรการพัฒนาจังหวัด มุงใหที่มีความ สมบูรณและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร บริการ การแพทย แ ผนไทยและเชื่ อ มโยงประวั ติ ศ าสตร แ ละ วั ฒ นธรรม โดยเฉพาะในป ๒๕๕๓ จะเป ด เป น ป ทองเที่ยวสระแกวหรือ Amazing Sakaeo ๒๐๑๐ ซึ่งจะ จัดทำปฏิทินทองเที่ยวตลอดทั้ง ๑๒ เดือน พรอมตั้งสโล แกนทองเทีย่ ววา “ทองเทีย่ วสระแกวคุม คา ๕๕๕” ไดแก สักการะสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ ๕ ที่ ชมของดี ๕ อยาง เทีย่ วแหลง ธรรมชาติ ๕ สถาน เพื่อสนองตอยุทธศาสตรของจังหวัด วิทยาลัย ชุมชนจึงเปดหลักสูตรมัคคุเทศกทองถิ่น ๙ อำเภอขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสใหคนทองที่ ไดทำงานในทองถิ่นตัวเอง และยั ง เป น การตอบสนองโครงการส ง เสริ ม และสนั บ สนุนนโยบายเรงดวนของรัฐบาลและแก ไขปญหาความ เดือดรอนของประชาชนจังหวัดสระแกว ซึ่งเปนความ รวมมือระหวางสำนักงานจังหวัดสระแกว วิทยาลัยชุมชน สระแกว โดยมี ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิ นวรัตน เปนผูอำนวย การหลักสูตร โดยจัดเปนหลักสูตรระยะสั้น ๔๐ ชั่วโมง แบงการอบรมออกเปนภาคทฤษฎี ๓ วัน และภาคปฏิบัติ ๒ วั น มี ก ารเยี่ ย มชมแหล ง ท อ งเที่ ย วสำคั ญ ของ จ. สระแกว เชน ตลาดโรงเกลือ อุทยานแหงชาติปางสีดา ปราสาทสดกกอกทม เปนตน ผลปรากฏวามีผูสนใจ สมัครเรียนหลักสูตรนี้มาก

“มีผูสมัครเขารวมโครงการกวา ๒๐๐ คน แตรับ ไดเพียง ๑๐๐ คน เปนประชาชนในสระแกว ๒๘ คน ที่ เหลือเปนจังหวัดใกลเคียง จึงมีโครงการเพิ่มเติมใหกับผู สนใจที่ ต กค า งอี ก ๑๐๐ คน และต อ ยอดผู ส ำเร็ จ หลักสูตรรุนแรกที่เปนระดับหัวกะทิประมาณ ๒๐-๓๐ คน เพื่อใหสามารถเปนผูประกอบการได มีอาชีพที่มั่นคง และมีรายไดเพิ่มขึ้น” ผอ.วิญู ชี้แจงเพิ่มเติมโดยคาด วาการผลิตมัคคุเทศกทองถิ่นขึ้นมานี้จะรองรับกับแผน งานสงเสริมการทองเที่ยวจะเกิดขึ้น ยังผลใหเศรษฐกิจ สวนอื่นๆ ของจังหวัดดีขึ้นไปดวย หลั ก สู ต รมั ค คุ เ ทศก ท อ งถิ่ น เป น ผลจากการที่ ผูบริหารและบุคลากรของวิทยาลัยชุมชนสระแกว ลง สัมผัสประชาชนในพื้นที่อยางใกลชิด และตระหนักดีวา จังหวัดสระแกวมีของดีๆ อีกมาก “บอยครั้งที่ทีมงาน ของวิทยาลัยเขารวมประชุมกับสภาประชาชน เพราะ ตั้ ง ใจที่ จ ะทำหน า ที่ ส นั บ สนุ น ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ของ จังหวัด ทำใหเล็งเห็นวาสระแกวเปนแหลงรวมภูมิปญญา ทองถิ่นมากมาย เราจึงตั้งเปาวาภายใน ๔ ป หองสมุด ของวิทยาลัยชุมชนสระแกวจะตองมีเรื่องราวของทองถิ่น ร อ ยละ ๓๐ และอยากจะทำ GIS ชี้ ต ำแหน ง ของ ภูมิปญญาทองถิ่นวา ถามาสระแกวแลวอยากเรียนรู ภูมิปญญาทองถิ่นไปที่ ไหนไดบาง แสดงรายละเอียดที่ ตั้ง ประวัติผูที่มีภูมิปญญาทองถิ่น และองคความรูของ ท า น นี่ เ ป น โครงการที่ ว างไว เ พื่ อ รั ก ษาและส ง เสริ ม ภูมิปญญา ของสระแกว” ผอ.วิญู กลาวทิ้งทายถึง ความใฝฝนรวมกันของชาววิทยาลัยชุมชนสระแกว วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

71


นี้ เ ป น ตั ว อย า งผลงานหนึ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการ พัฒนาองคกรใหมีประสิทธิภาพ กระทั่งไดรับความไว วางใจและความรวมมือจากหนวยงานตางๆ มากยิ่งขึ้น อนาคตเทานัน้ ทีจ่ ะพิสจู นวา หนวยงานทีพ่ ฒ ั นาไปสูค วาม เปน “มืออาชีพ” แหงนี้จะสามารถสรางสรรคผลงาน และชวยเหลือสนับสนุนใหชาวสระแกว “มีอาชีพ” และมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไดมากนอยเพียงใด

72

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี

พัฒนาคน สรางนักอนุรักษ

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

73


74

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


อุทัย

ธานี เ มื อ งสงบงาม ท า มกลางสายน้ ำ สะแกกรัง โอบลอมไปดวยขุนเขา อุดม สมบูรณ ไปดวยเหลาไมนานาพันธุ และสรรพสิ่งมีชีวิต หลากหลายชนิ ด ที่ ด ำรงชี วิ ต เพื่ อ เติ ม ความสมดุ ล ทาง ธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังเปนศูนยรวมของผูคนตางเชื้อ ชาติ ตางวัฒนธรรม ทั้งลาวเวียง ลาวครั่ง กะเหรี่ยง ขมุ รวมไปถึ ง คนพื้ น เพดั้ ง เดิ ม ที่ มี เ ชื้ อ สายไทย ถึ ง อย า งไรอุ ทั ย ธานี ยั ง เป น เพี ย งเมื อ งเล็ ก ๆ ที่ ต อ งตั้ ง ใจ เดินทางไป เพราะไมใชเมืองทางผาน ทั้งเศรษฐกิจ การ ศึกษา ก็ ไ มทันสมัยเทานครสวรรค ซึ่งอยูหางไปทาง เหนือไมมาก เกือบ ๒๐ ปกอน หากอยากเรียนระดับที่สูงกวา มัธยมศึกษาก็ตองเขากรุงเทพฯ หรือไปนครสวรรค หาก จะเรียนสายอาชีพก็เฉพาะวิทยาลัยเทคนิคเพียงแหงเดียว แตวันนี้ผูคนในอุทัยธานีมีทางเลือกมากขึ้น และ เปนทางเลือกที่ใหโอกาสเหมาะสำหรับผูที่มีการศึกษาต่ำ กวาปริญญาตรี นั่นคือ “วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี” ซึ่ง เดิมคือ “วิทยาลัยการอาชีพบานไร” ตั้งอยูเลขที่ ๗ หมู ๒ ถนนบานไร-ลานสัก ต.หวยแหง อ.บานไร โดยไดรับ โอนจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ใหเปน วิทยาลัยชุมชน เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๗

วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี ใหบริการจัดการศึกษา ในหลักสูตร ๓ ประเภท ไดแก หลักสูตรอนุปริญญา ๔ สาขาวิ ช า ได แ ก คอมพิ ว เตอร ธุ ร กิ จ การปกครอง ท อ งถิ่ น การบั ญ ชี และการจั ด การทั่ วไป หลั ก สู ต ร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไดแก เครื่องกล ยานยนต ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส ไฟฟากำลัง พาณิชยกรรม การบัญชี และคอมพิวเตอรธุรกิจ หลักสูตรฝกอบรม กวา ๓๐ หลักสูตร อนึ่ง การวิทยาลัยชุมชนอุทัยธานียังคงเปดสอน ในระดับ ปวช. และ ปวส. ทั้งที่มิไดเปนภารกิจหลักของ วิทยาลัยชุมชนนั้น เนื่องจากเปนวิทยาลัยชุมชนที่รับโอน สถานศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ ยังคงมีความตองการการศึกษาในระดับนี้อยูและยังไมมี สถาบันการศึกษาของรัฐในพืน้ ทีท่ จี่ ะรับภารกิจนีต้ อ ได ดวยปณิธานที่ตองการให วิทยาลัยชุมชนเปน หน ว ยงานจั ด การศึ ก ษา “ให ป ระชาชนได เ รี ย นรู ต าม ความต อ งการของตนเองและชุ ม ชนได อ ย า งต อ เนื่ อ ง ตลอดชีวติ ” วิทยาลัยชุมชนอุทยั ธานีจงึ ไดสานตอปณิธาน ดังกลาว ดวยการรำลึกอยูเสมอวา “ตองจัดการศึกษาให สอดคลองและเพื่อประชาชนในทองถิ่น” วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

75


ดึงศักยภาพจังหวัด พัฒนาหลักสูตร จากสภาพที่ตั้งที่หางไกลจากตัวเมืองกวา ๘๐ กิโลเมตร อีกทั้งพื้นที่สวนใหญยังเปนปาเขาทำใหบานไร และอำเภอใกลเคียงขาดสถานศึกษาที่ ใหบริการความรู ในระดับอุดมศึกษา วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีจึงเปนสถาน ศึกษาแหงแรก ที่ขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับต่ำ กวาปริญญา ผศ.ดร.สมภพ เจิมขุนทด ผูอำนวยการวิทยาลัย ชุมชนอุทัยธานี จึงไดกำหนดทิศทางและแนวนโยบายใน การจั ด ระบบการเรี ย นการสอน โดยเน นไปที่ ก ารจั ด หลักสูตรการศึกษาใหสอดคลองกับวิถีชีวิต และสภาพ แวดลอมของอุทัยธานีใหไดมากที่สุด “วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีมีความโดดเดนในเรื่อง พื้นที่ตั้งที่อยูติดขอบชายปามรดกโลก หลักสูตรจึงมีกลิ่น อายในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อศักยภาพ ของจังหวัด เชน ทางดานทองเที่ยว หรือหลักสูตรอื่น ๆ ที่สอดคลองและสงผลถึงการอนุรักษ การปรับภูมิทัศน วั ฒ นธรรมทั้ ง วิ ถี ชี วิ ต ความเป น อยู และสิ่ ง แวดล อ ม ทรัพยากรธรรมชาติ” ผศ.ดร.สมภพกลาว และวา “วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีเห็นวามรดก โลกห ว ยขาแข ง มี ค วามโดดเด น ทางด า นทรั พ ยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมที่หลากหลายทางดานชีวภาพ ที่ อุ ด มสมบู ร ณ จ นเป น ที่ ย อมรั บ ของผู ส นใจและนั ก ทองเที่ยวจำนวนมาก วิทยาลัยชุมชนไดเขาไปมีสวนรวม กับจังหวัดในการพัฒนาหลักสูตร “ผูนำเดิน ปาศึกษา

76

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ธรรมชาติ” และฝกอบรมใหกับกลุมผูสนใจ เพื่อใหผูเขา อบรมรูถ งึ วิธกี ารเปนผูน ำเดินปา และการศึกษาธรรมชาติ ในเขตพื้ น ป าในพื้ น ที่ จั ง หวั ด อุ ทั ย ธานี ตลอดจนการ บริ ก ารด า นการศึ ก ษาและการประชาสั ม พั น ธ ใ ห นั ก ทองเที่ยว”

หลักสูตรผูนำเดินปาศึกษาธรรมชาติ สำหรั บ แนวทางในการจั ด ทำหลั ก สู ต ร คณะ ทำงานจะออกสำรวจขอมูลพื้นฐาน เชน จำนวนแหลง ทองเที่ยว แหลงธรรมชาติที่สามารถใหความรู ไดมีกี่ แหลง จากนั้นก็จะสำรวจความตองการกลุมผูเรียน เพื่อ นำขอมูลมาวางแผนวาเนื้อหาหลักสูตรที่ชาวบานตอง การจะเรียนมีอะไรบาง ขัน้ ตอมาคณะทำงานจะประสานงาน เชิญผูเชี่ยวชาญในสาขานั้น มารวมจัดทำหลักสูตรและ วิพากษหลักสูตรกอนทุกครั้ง เพื่อให ไดหลักสูตรที่ดีและ เปนประโยชนกับผูเรียนอยางแทจริง รูปแบบของการจัดการเรียนการสอนจะเปนการ ผสานธรรมชาติเขากับการเรียนการสอน ซึ่งเห็นไดจาก การจัดหลักสูตรฝกอบรม “ผูนำเดิน ปา” ที่มุงเนนให ความรูกับผูคนในชุมชน ในเรื่องชนิดของพืชพรรณไม สมุนไพรพื้นบาน วงจรชีวิตและการดำรงชีวิตของแมลง สัตวปา และระบบนิเวศวิทยา ดิน น้ำ เพื่อรองรับการ ทองเที่ยวเชิงนิเวศที่มีอยูภายในอุทัยธานี ใหผูเรียนมี วิชาชีพพื้นฐานเพียงพอตอการ ยึดอาชีพการเปนผูนำ


เที่ยวใหกับนักทองเที่ยว ที่เดินทางมาสัมผัสธรรมชาติใน พื้นที่ ซึ่งจะเปนการหยิบยกเอาจุดเดนทางภูมิศาสตรของ พื้นที่มาสรางเปนอาชีพ และกอใหเกิดรายไดกับผูคนใน ชุมชน นายบัญชา รัตนโสภา หัวหนางานหลักสูตรฝก อบรมวิทยาชุมชนอุทัยธานีกลาววา หลักสูตรนี้เปนการ สร า งอาชี พ เสริ ม ให กั บ คนในพื้ น ที่ แ ล ว ยั ง เป น การ สงเสริมและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษธรรมชาติ และ สรางใหเขาเหลานั้นเปนผูนำเดินปาศึกษาธรรมชาติที่มี ความรู มีระเบียบวินัย ยึดมั่นในอาชีพของตน โดยกลุม ผูเรียนจะมีทั้งประชาชนทั่วไป และเจาหนาที่ปาไม ซึ่ง เปดอบรมไปแลวจำนวน ๒ รุน “ในหลายจังหวัดของประเทศ การทองเที่ยวนับ เป น แหล ง สร า งรายได ใ ห กั บ คนในพื้ น ที่ ดั ง นั้ น การ ปลูกจิตสำนึกใหคนในพื้น ที่รูจักอนุรักษสิ่งแวดลอม รู ขอมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร และอื่นๆ จึงนับเปนเรื่อง สำคัญและจำเปนอยางยิ่ง เหมือนดังเชนจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีแหลงทองเที่ยวสำคัญมากมาย อาทิ เขตรักษาพันธุ สัตวปาหวยขาแขง วัดฤๅษีลิงดำ ถ้ำเขาวง เปนตน แต คนในพื้นที่ยังไมทราบขอมูลสำคัญของแหลงทองเที่ยว เหลานั้น ทำใหไมสามารถสรางรายไดพิเศษจากการเปน ผูนำเที่ยวแหลงทองเที่ยวทองถิ่นได” ผศ.ดร.สมภพกลาว เสริม นอกจากนี้ วิทยาลัยชุมชนอุทยั ธานียงั ไดจดั แหลง เรียนรูทางธรรมชาติที่ครบวงจรดวยการ “เนรมิตหอง เรียนธรรมชาติเปนเสนทางเดินปาหลังวิทยาลัย” ที่อุดม

สมบู ร ณ ไ ปด ว ยพั น ธุ ไ ม ป า ที่ ห ายาก และ “PANDA CAMP หองเรียนมีชีวิต” ที่นำเหลานักศึกษามาสัมผัส วงจรชีวิตของตนไมนานาพันธุกวา ๓๐๐ ชนิด ดอกไมที่ ออกดอกชูชอบานสะพรั่งลอตาลอใจแมลงกวา ๓๐ ชนิด ใหมาลิ้มลองรสหอมหวานของน้ำหวาน รวมไปเปนแหลง ใหความรูการดูนก ซึ่งจะทำใหผูเขามาเรียนไดรับความรู จากการเขาไปสัมผัสจริงกับธรรมชาติ ที่รายลอมอยูรอบ ตัว ปจจุบันหลักสูตรผูนำเดินปาศึกษาธรรมชาติของ วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีเปนหลักสูตรที่มีผู ใหความสนใจ มาก โดยเฉพาะนักอนุรักษธรรมชาติ เนื่องจากบุคคล ดังกลาวตองการเรียนรูเทคนิค และวิธีการในการเปนผู นำเดินปา เพื่อศึกษาธรรมชาติที่ทำใหนักทองเที่ยวเกิด ความพึงพอใจจนไดรับชื่อเสียงและจุดขายสนองยุทธศาสตรของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งในการจัดการศึกษาและ จัดฝกอบรมในแตละครั้ง วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีรวม กับนักอนุรักษธรรมชาติและสิ่งแวดลอมการทองเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี และหนวยงานภาครัฐและเอกชนภายใน จังหวัดอุทัยธานี รวมกันจัดการศึกษาและผลิตนักศึกษา ที่จบหลักสูตรไปแลว และสามารถนำความรูและทักษะที่ ไดรบั จากการฝกอบรมไปหารายไดเสริมจากการประกอบ อาชีพหลักได

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

77


เรี ย นรู พื ช สมุ น ไพรกั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน อุทัยธานี ผศ. ดร.สมภพ กลาววา วิทยาลัยชุมชนจัดหลักสูตร ที่หลากหลาย มีการบริหารจัดการที่ยืดหยุน สามารถ ปรับเปลี่ยนได เพื่อความเหมาะสมกับชุมชน ตรงตาม ศักยภาพของพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ สิง่ แวดลอม และไดดำเนินการพัฒนาหลักสูตร ที่สามารถตอบปญหาของชุมชน โดยไดบูรณาการการ จัดการศึกษารวมกับองคกรธุรกิจและเอกชน กิจกรรม หนึ่งที่วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี ไดรวมมือกับองคกรภาค เอกชนดำเนินการจัดตั้งศูนยอนุรักษและเรียนรูพืชสมุน ไพรขึ้น เพื่อใชเปนแหลงเรียนรู และฝกอบรมถายทอด ความรูการทำสมุนไพรไทย ในการดำเนิ น งานวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอุ ทั ย ธานี จึ ง ดำเนินการสำรวจและเก็บขอมูลในชุมชน คนหาผูที่มีภูมิ ปญญาเกี่ยวกับยาสมุนไพรพื้นบานมาใหความรูกับกลุม ผูที่มีความสนใจ โดยจุดมุงหมายที่สำคัญคือ • เพื่อเรียนรู ศึกษา วิจัยและใหความสำคัญ ของยาสมุนไพร • เพื่อการอนุรักษพืชสมุนไพรไทยใหคงอยูกับ คนไทย • เพื่ อ ส ง เสริ ม และอนุ รั ก ษ ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ของคนไทย “พืชสมุนไพรเปนพืชที่มีความเกี่ยวกับการรักษา โรคตางๆ ตั้งแตอดีตสมัยโบราณจนถึงปจจุบันมีหลาก

78

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

หลายชนิดที่เกิดจากภูมิปญญาของบรรพบุรุษ ของคน ไทยมาชานานแลว ซึ่งปจจุบันก็ยังนำมาใชรักษาโรคกัน อยูบาง” ผศ.ดร.สมภพกลาว

สุขใจไดเรียนใกลบาน หลักการของวิทยาลัยชุมชน คือ การเปดกวาง และเขาถึงงาย ใหโอกาสและปฏิบัติตอนักศึกษาผูเขารับ การบริ ก ารทุ ก คนอย า งเท า เที ย มกั น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน อุทัยธานียึดมั่นในหลักการดังกลาว มีการกำหนดแนว ทางเพื่อเปดโอกาสใหผูเรียนไดเขาถึงการศึกษาอยางไม มีขอจำกัด โดยเริ่มจากการกำหนดรูปแบบ/วิธีการเปด รับนักศึกษา ที่เปดกวางใหโอกาสแกคนในทองถิ่นหาง ไกล ทุกกลุมไมวาจะเปนผูที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และตองการพัฒนาทักษะงาน ทักษะอาชีพ และทักษะ ชีวิต ผูสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งใน และนอกระบบ ผูอยูวัยทำงานที่พลาดโอกาส ผูที่ตองการปรับเปลี่ยน อาชี พ ผู เ กษี ย ณงานแล ว ผู เ รี ย นในระบบปกติ มี หลักสูตรที่หลากหลาย และคาใชจายต่ำ จากการสัมภาษณกลุมนักศึกษาได ใหความคิด เห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี ว า เป ดโอกาสให ผู เ รี ย นเข า ถึ ง การศึ ก ษาโดยไม มี ข อ จำกัด เปนสถานศึกษาที่เขาถึงชุมชน ใกลบาน เดินทาง สะดวกมีหลักสูตรที่ดีหลากหลายสาขาเฉพาะซึ่งที่อื่นไมมี คาใชจายถูก เปดโอกาสใหทุกเพศทุกวัยไดเขามาเรียนที่ นี่ ถึงแมหมดโอกาสเรียนในสมัยกอน แตไดมีโอกาสเขา


มาเรียนอีกครั้ง ทำใหเกิดแรงบันดาลที่ทำใหมีโอกาสใน การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น นางสาวธนากร เลขยัน กลาววา “เหมือนไดยาง กาวเขามาบานอีกหลังหนึ่ง ไดทั้งความรูและทั้งเพื่อน ไดสารประโยชนมากมาย อาจารยผูสอนมีความรูความ สามารถมีประสบการณ เมื่อเขามาอยูตรงนี้ทำให ได อะไรหลายๆอยางที่สามารถนำไปปรับใชได” นายวิรัตน แหวเพชร ใหความคิดเห็นวา สังคม กวางขึ้นไดรูจักกับผูคนหลากหลายอาชีพ ซึ่งเปนสิ่งที่ดี เพราะวาเราอาจจะไดรบั ความชวยเหลือ ความอนุเคราะห จากคนเหลานี้ ไดและยังไดเพื่อนไดความสนิทชิดเชื้อกัน บางทีชวยเหลือกันก็ทำใหมีความรูสึกพิเศษความรูสึก เปนเพื่อนกันในความรูสึกตรงนั้น นั่นก็คือสิ่งที่เราได นอกเหนื อ จากคำว า เรี ย นรวมถึ งได ติ ด ต อ สื่ อ สารกั บ บุคคลระหวางวัย ระหวางอาชีพและมีสัมพันธภาพที่ดี นายลี้ปุมไต พุเดื่อ ใหความคิดเห็นวา “มีความ ภาคภูมิใจที่ ไดมาเรียนที่นี่เพราะอยู ใกลบาน อยากได

ความรูมาพัฒนาหมูบาน ก็ดี ใจที่ ไดเรียนอยู ใกลๆ บาน จะได รั บ วั ฒ นธรรมจากที่ อื่ น ๆ เพื่ อ นำมาปรั บ ปรุ ง กั บ หมูบานบางและอีกอยางที่เรียนที่นี่ก็คือ อาจารย ใจดี และมีเพื่อนฝูงมากขึ้น มีความอบอุน มีการชวยเหลือกัน อยูตลอด” วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอุ ทั ย ธานี ไ ด ด ำเนิ น การบริ ห าร จั ด การเพื่ อ ตอบสนองความต อ งการของผู เ รี ย น เน น ความสำคัญของผูเรียนเปนศูนยกลาง มิใชเพียงจัดการ เรียนการสอนในหองเรียนหรือตามตำราเรียนเทานั้น แต วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอุ ทั ย ธานี ไ ด จั ด การศึ ก ษาให ผู เ รี ย น เรี ย นรู จ ากการปฏิ บั ติ จ ริ ง จากแหล ง เรี ย นรู ที่ มี อ ยู ใ น ชุ ม ชน อี ก ทั้ ง ยั ง มี ก ารพั ฒ นาเครื อ ข า ยการเรี ย นรู ใ ห กวางขวาง เพื่อจุดมุงหมายสูงสุดอยูที่การใหผูคนทุก คนในชุมชนไดมีพื้นฐานทางการศึกษา และกอใหเกิด อาชีพมั่งคงตอไป

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

79


เปลี่ยนวิธีทำการเกษตรจากเคมีสูเกษตร อินทรีย

นายสุ วิ ท ย จำเริ ญ สุ ข (ลุ ง เบิ้ ม ) เกษตรกร อำเภอบานไร ผูประสบความสำเร็จจากการประกอบ อาชีพทางการเกษตรในการทำไรนาสวนผสม ดวยแนว คิ ด อยู อ ย า งพอเพี ย งเล า ว า ประสบความสำเร็ จได ก็ เพราะวิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีใหการสนับสนุนและชี้แนะ แนวทางความรูตลอดจนคำแนะนำตางๆ ทำใหสามารถ ทำเกษตรอิ น ทรี ย ม าปรั บ เปลี่ ย นวิ ธี ก ารทำเกษตรไร นาสวนผสมของตนที่ทำตามหลักเกษตรทฤษฎี ใหม ได อยางมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญการลดละเลิกใชสาร เคมีไดนับวาเปนประโยชนอยางยิ่ง “นอกจากนี้ ท างวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอุ ทั ย ธานี ยั ง ติดตามวิเคราะหเก็บขอมูลปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้นไปหา แนวทางแกไขจนทำใหผมไววางใจในการดำเนินงานของ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนอุ ทั ย ธานี ที่ ช ว ยแก ป ญ หาและส ง เสริ ม อาชีพใหกับชุมชนของผมไดอยางแทจริง”

80

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานีไดดำเนินการ • ให ค วามรู เ กี่ ย วกั บ การทำเกษตรแบบผสม ผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง • จั ด ฝ ก อบรมการทำปุ ย อิ น ทรี ย แ ละส ง เสริ ม สนับสนุนใหใชแทนการใชปุยเคมี • จัดกิจกรรมเปนสถานที่ตัวอยางใหกับผูสนใจ ศึกษาดูงานแลวนำไปประกอบอาชีพ • จัดฝกอบรมการขยายพันธุไมผล • ประสานวิ ท ยากรให ค วามรู เ กี่ ย วกั บ การ วิเคราะหสายพันธุไมผลชนิดตางๆ วัน นี้ที่สวนของลุงเบิ้ม จึงเปนสถานที่เรียนรูคู งานสำหรับคนที่สนใจและเปนแหลงฝกอบรมดานการ ขยายพันธุไมผลชนิดตางๆ จนลุงเบิ้มมีรายไดทุกวันจาก การขายผลไม พืชผักตามฤดูกาลถัวเฉลี่ย วันละ ๕๐๐๑,๐๐๐ บาท


วิทยาลัยชุมชนระนอง

เชื่อมพรมแดนแหงความเขาใจ ดวยภาษา

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

81


82

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


“ดิฉัน

ดี ใจแทนชาวระนองที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนระนองเห็ น ความสำคั ญ ของหลักสูตรนี้ และเปดสอนอยางตอเนื่อง เราไมอาจ ปฏิเสธไดวาเศรษฐกิจของจังหวัดระนองผูกพันเชื่อมโยง กั บ ประเทศพม า มี ก ารพึ่ ง พาทั้ ง วั ต ถุ ดิ บ และแรงงาน ขณะเดียวกันก็อาศัยตลาดพมาในการระบายสินคาสง ออกเพิ่มรายไดใหกับจังหวัด ภาษาจะทำใหคนทั้งสองประเทศเขาใจกันมาก ขึ้น ความสัมพันธอันดีกับประเทศเพื่อนบานก็จะตามมา นี่คือสิ่งเล็กๆ ที่ประชาชนคนธรรมดาสามารถรวมกัน สรางสรรคได” นี้ คื อ ส ว นหนึ่ ง ของความในใจที่ นางสุ ภ ากิ ต ติ์ เกลี้ยงสงค ผูชวยผูอำนวยการพาณิชยจังหวัดระนอง ผูสำเร็จหลักสูตรฝกอบรมภาษาตางประเทศเพื่อการ สื่อสารและธุรกิจ (ภาษาพมา) เปนอีกหนึ่งเสียงที่ชวยยืน ยันความสำเร็จที่เกิดขึ้นของวิทยาลัยชุมชนระนอง เปนที่ทราบกันดีวา แรงงาน โดยเฉพาะแรงงาน ในภาคเกษตรกรรมของจังหวัดระนอง สวนใหญเปน แรงงานจากประเทศพมา นอกจากนี้ยังมีการติดตอกัน

ในภาคธุรกิจตางๆ อีกดวย หลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารและ ธุรกิจ (ภาษาพมา) เกิดขึ้นไดอยางไร มีกระบวนการใน การจั ด การเรี ย นการสอนอย า งไร จึ ง นำมาซึ่ ง ความ สำเร็จในวันนี้

ภาษา…การสื่อสารเพื่อลดชองวาง หลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารและ ธุรกิจ (ภาษาพมา) ของวิทยาลัยชุมชนระนอง เริม่ จัดการ เรียนการสอนตั้งแตป ๒๕๔๖ จากแนวคิดที่วาภาษาคือ เครื่องมือที่ ใชสรางความเขาใจ อีกทั้งบริบทของจังหวัด ที่มีพื้น ที่ติดตอกับประเทศพมา มีความสัมพันธกันใน ดานธุรกิจการคาและวิถีชีวิต ในปจจุบันการเรียนภาษาถือเปนเครื่องมือสำคัญ ในการใชติดตอสื่อสาร และทำธุรกิจ ไมวาจะเปนภาษา อังกฤษหรือภาษาอื่นๆ สามารถทำใหบรรลุเปาหมาย ของการดำเนินงาน หรือประกอบธุรกิจตางๆ ใหประสบ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

83


ความสำเร็จไดมาก ในสวนของวิทยาลัยชุมชนระนองมีสภาพที่ตั้งอยู ในจังหวัดชายแดนติดตอกับประเทศพมา ปจจุบันมีการ ใชภาษาในการประกอบกิจการในกลุมผูประกอบการ นายจาง และผูประกอบอาชีพคาขายตลอดแนวชายแดน อีกประการหนึ่งคือระนองมีแรงงานพมาจำนวนมาก วิถี ชีวติ ในแตระดับตองเจอกับคนพมาทุกวัน ในภาคราชการ ก็เชนกัน ไมวา จะเปนในโรงพยาบาล สถานีตำรวจ ทีว่ า การ อำเภอ ดานตรวจคนเขาเมือง ฯลฯ ตองสัมพันธกับคน พมาไมเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้มีปญหามากในการ สื่อสารใหเขาใจตรงกัน การสรางความเขาใจโดยเฉพาะ ใหคนไทยไดเรียนรูภาษาพมาเพื่อใชประโยชน ในวิถีชีวิต ประจำวันจึงมีความสำคัญมาก เพราะจะชวยลดชองวาง ระหวางคนสองชาติใหพูดคุยกันรูเรื่อง ปฏิบัติไดถูกตอง ตรงกัน ดังนั้นจึงคิดวานาจะเปนการดี จึงสนับสนุนใหมี การพัฒนาหลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสาร และธุรกิจ โดยใหเรียนรูภาษาพมา เพื่อใชในชีวิตประจำ วันไดจริง” นายขนบ พูนผล ประธานสภาวิทยาลัยชุมชน ระนอง เลาใหทราบที่มาที่ ไปของหลักสูตรการฝกอบรม ที่เปดมาตั้งแตแรกกอตั้งวิทยาลัย

84

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

กวาจะมาเปนหลักสูตรภาษาพมา เพื่อเชื่อมโยงคนจากสองประเทศใหเกิดความ เขาใจระหวางกัน ใหการดำเนินธุรกิจเปนไปอยางราบรื่น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนระนองจึ ง เริ่ ม ทำหน า ที่ ให ค วามใส ใจ ตั้ ง แต ก ารคั ด เลื อ กอาจารย พิ เ ศษที่ จ ะมาเป น ผู ส อน จากนั้นจัดทำแผนการสอน กอนจะออกมาเปนหลักสูตร ที่ ไ ด เ รี ย นกั น ในทุ ก วั น นี้ มี ก ระบวนการอย า งไร นาง พรชิต ศรีบุญจิต ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนองได เลาใหฟงวา “กระบวนการในการคั ด เลื อ กอาจารย ผู ส อน หลักสูตรนี้ เราพิจารณาจากเกณฑสำคัญคือ เปนผูที่มี ความรู ความสามารถ และประสบการณดานการสอน ภาษาพมาเปนอยางดี โดยผานการประเมินดานการสอน และมีคุณสมบัติตามเกณฑขอบังคับของวิทยาลัยชุมชน ระนอง วาดวยการสรรหาและแตงตั้งอาจารยพิเศษของ วิทยาลัยชุมชนระนอง โดยผานความเห็นชอบจากสภา วิชาการ จากนั้น ทำสัญญาจางเปนรายป พรอมใหคา ตอบแทนการสอนเปนชั่วโมงตามเกณฑหลักสูตรการฝก อบรม ในแตละครั้งในการจัดตั้งหองเรียนตองมีผูเรียน หองละ ๒๕ คนเปนอยางนอย สิ่งสำคัญคือครูผูสอนตอง มีทกั ษะและเทคนิคการสอนและวิเคราะหผเู รียน สามารถ ทำใหผูเรียนเรียนรูและพัฒนาได”


ในสวนของแผนการสอนนั้น เกิดจากความรวม มือกันระหวางอาจารยพิเศษและวิทยาลัยชุมชนระนอง กอนที่หลักสูตรจะใชจัดการเรียนการสอนไดนั้น ตอง ผานความเห็นชอบของสภาวิชาการของวิทยาลัยชุมชน กอน ซึ่งสภาวิชาการนี้ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง จะทำหนาที่เปนประธาน ปจจุบนั หลักสูตรภาษาตางประเทศเพือ่ การสือ่ สาร และธุรกิจ (ภาษาพมา) มีอาจารยพิเศษ ๒ ทานคือ นาย สมเกียรติ เอาจี่มิค และ จสอ. ชนวีร ศรีรักษา “วิธีการจัดการเรียนการสอนคือจะฝกในหอง เรียน โดยฝกสนทนากับผูสอนประกอบการใชสื่อการ เรี ย นการสอน เช น บั ต รคำ บั ต รภาพ และอุ ป กรณ เทคโนโลยีฝกสนทนา และใชเอกสารประกอบการเรียน การสอน รวมทั้งฝกพูดกับคนพมาในหองเรียนและฝกใช ในชีวิตประจำวัน” นายสมเกียรติ อาจารยพิเศษประจำ หลักสูตรเลาใหทราบถึงกระบวนการจัดการเรียนการ สอนในชั้นเรียน เมื่ อ จั ด การเรี ย นการสอนก็ ต อ งมี ก ารวั ด และ ประเมิ น ผลผู เ รี ย น โดยกระบวนการนี้ จสอ.ชนวี ร ศรีรักษา เลาใหฟงวา “วิธีการวัดและประเมินผลผูเรียนจะดำเนินการ ๒ ระยะ คือ ระหวางการเรียนการสอนจะมีการฝกปฏิบตั ิ และทดสอบเก็บคะแนน โดยอาจารยผูสอนเปนผูดำเนิน การ เมือ่ ผานเกณฑ วิทยาลัยชุมชนระนองจะมอบวุฒบิ ตั ร ผานการฝกอบรมหลักสูตรดังกลาว ผูที่ไมไดเขาเรียนตอ

เนื่องและไมผานเกณฑก็จะไม ไดวุฒิบัตร บางรายตอง ลงเรียนหลายครั้งเพื่อใหสามารถสื่อสารไดจริง จึงจะ ผานการวัดและประเมินผล” นอกจากนี้ ผอ.พรชิต ยังมีการควบคุมคุณภาพ การจั ด การเรี ย นการสอนภายในของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน ระนอง โดยการจัดนิเทศการเรียนการสอนของอาจารย พิเศษดวยตัวเอง และมีการจัดตั้งอนุกรรมการเปนทีม นิเทศเพื่อชวยติดตามผลการเรียนในสวนของผูเรียนและ นิเทศการสอนของอาจารยพิเศษดวย

เรียนภาษาพมาแลวไดอะไร หลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารและ ธุรกิจ (ภาษาพมา) เปดสอนตั้งแตวิทยาลัยชุมชนระนอง เริ่มเปดการสอน กลุมผูเรียนมีความหลากหลายทั้งภาค รัฐและเอกชน ดังที่ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนระนอง เลาใหทราบวา “วิทยาลัยชุมชนระนองไดพัฒนาหลักสูตรภาษา พมาใหเหมาะกับกลุมผูเรียนในแตละกลุมอยางหลาก หลาย กลุมผูเรียนมีตั้งแต พอคาแมคา ผูประกอบการ บริเวณชายแดน อาชีพอิสระ ครูอาจารย ผูบริหาร ทหารเรือ ตำรวจ สื่อมวลชน ขาราชการหนวยงานตางๆ เช น เจ า หน า ที่ ฝ า ยปกครอง เจ า หน า ที่ ส าธารณสุ ข เจาของสถานประกอบการ รวมทั้งคณะกรรมการสภา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

85


วิทยาลัยชุมชนระนองและผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน ระนองและบุ ค ลากรภายในวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนระนองซึ่ ง สนใจก็ ส ามารถสมั ค รเข า เรี ย นได เ ช น กั น ” นายขนบ ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนระนองเลาใหทราบ “วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนระนองจะเป ด สอนเป น รุ น ๆ อยางตอเนื่อง และยังทำหนาที่เปนศูนยการเรียนรูภาษา พมาของจังหวัดระนอง สวนของเนื้อหาและสื่อการเรียน การสอนก็มีการพัฒนาตลอด โดยรวมมือกันระหวาง ผูสอนและวิทยาลัยชุมชนระนองในรูปแบบของการวิจัย ในชั้นเรียน” ผอ.พรชิตกลาวเสริม มีบางทานอาจเคยสงสัยวาหลักสูตรนี้มีความนา สนใจอยางไร เรียนแลวจะไดอะไร คำถามนี้มีคำตอบ จากผูเรียนในหลักสูตรดังกลาว “ดิฉัน ทราบจากเพื่อนวาวิทยาลัยชุมชนระนอง เปดหลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารและธุรกิจ (ภาษาพม า ) จึ ง ตั ด สิ น ใจสมั ค รเรี ย นทั น ที เพราะ หลักสูตรตรงกับความตองการและสนใจเรียนรูประเทศ เพื่อนบานผานภาษาของเขา ประกอบกับงานประจำที่ ทำมีภารกิจในการสงเสริมการคากับประเทศเพื่อนบาน เรามีพรมแดนติดตอกันทั้งทางบก ทางน้ำ และมีความ สัมพันธทางดานเศรษฐกิจสังคมกันมานาน ดวยเหตุผล เหลานี้จึงตัดสินใจลงเรียน” นางสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค ผูชวยผูอำนวยการพาณิชยจังหวัดระนอง เลาใหทราบ ความตั้งใจที่ลงเรียนในหลักสูตรนี้

86

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

นอกจากนางสุ ภ ากิ ต ติ์ ซึ่ ง มาเรี ย นเพื่ อ เสริ ม ศักยภาพในการทำงาน ซึ่งในสายงานมีความเกี่ยวของ กั บ การใช ภ าษาพม า แล ว ยั ง มี นางกอแก ว วงศ พั น ธุ ประกอบอาชีพนักวิจัยอิสระ เผยใหทราบถึงเหตุผลที่ ตัดสินใจมาเรียนภาษาพมาวา “ดิฉันตั้งใจที่จะเรียนรูภาษาพมา เหตุผลเพราะ ดิฉันทำงานกับแรงงานชาวพมาแถบพื้นที่อันดามัน การ สื่อสารกันอยางเขาใจเปนสิ่งจำเปนอยางยิ่ง ดิฉันอยาก จะรูจักประเทศเพื่อนบานมากกวานี้ อยากอานเรื่องราว ทางประวัติศาสตรของประเทศพมา ผานภาษาหรือตัว หนังสือของพวกเขา แมวาเวลาเรียนจะนอย แตซยาจี้ สมเกียรติมีหลักสูตรที่ชวยใหดิฉันซึ่งไมมีพื้นฐานภาษา พมาสามารถเขาใจหลักหรือรูปประโยคที่จะสนทนากับ เจาของภาษา นอกจากนี้แลวยังเขาใจหลักภาษาชวยให ดิฉันเริ่มอานและเขียนภาษาพมาได” หลั ง จากเรี ย นจนสำเร็ จ หลั ก สู ต ร ผู เ รี ย นต า ง กลาวเปนเสียงเดียวกันวา หลักสูตรภาษาตางประเทศ เพื่อการสื่อสารและธุรกิจ (ภาษาพมา) ของวิทยาลัย ชุมชนระนองนั้นใหอะไรมากกวาที่คิด “เปนหลักสูตรที่ดีมาก อาจารยผูสอนมีความรู ความสามารถ มีประสบการณ ในการถายทอดและจัด ระบบใหผูเรียนเขาใจไดภายในระยะเวลาสั้นๆ ที่สำคัญ อาจารยมีจิตวิญญาณของการเปนครูอยางแทจริง พวก เราเรียนหลักสูตรฝกอบรม แตการสอนก็เขมขนจริงจัง


นอกจากนี้บรรยากาศการเรียนการสอนเต็มไป ดวยความสนุกสนาน เปดโอกาสใหทุกคนซักถามแสดง ความคิดเห็นอยางเปนกันเอง ไดเกร็ดความรูมากมาย เกี่ยวกับภาษาและประเทศเพื่อนบานของเรา ที่สำคัญอีก ประการหนึ่งนอกจากเนื้อหาวิชาแลวยังไดรูจักเพื่อนใหม หลายคนให ไดคบหาเปนกัลยาณมิตร” นางสุภากิตติ์ บอกเลาความประทับและสิ่งที่ ไดรับจากการมาเรียนใน วิทยาลัยชุมชนระนอง “การมาเรียนภาษาพมาที่วิทยาลัยชุมชนระนอง ทำใหดิฉันรูจักประเทศพมา สุดทายก็ขอขอบคุณและให กำลังใจตอซยาจี้สมเกียรติ เอาจี่มิด และวิทยาลัยชุมชน ระนองที่เปดสอนหลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อการ สื่อสารและธุรกิจ (ภาษาพมา) ซึ่งมีประโยชนตอชุมชน อยางยิ่ง” นางกอแกวกลาวเสริม ปจจุบนั หลักสูตรภาษาตางประเทศเพือ่ การสือ่ สาร และธุรกิจ (ภาษาพมา) ของวิทยาลัยชุมชนระนอง เปด

สอนอยางตอเนื่องและไดมีการพัฒนาเปน ๓ หลักสูตร คือ หลักสูตรที่ ๑ (๖๐ ชั่วโมง) สนทนาภาษาพมาทั่วไป ในชีวิตประจำวัน หลักสูตรที่ ๒ (๑๒๐ ชั่วโมง) อาน เขี ย น ภาษาพม าในชี วิ ต ประจำวั น ระดั บ กลาง และ หลักสูตรที่ ๓ (๑๒๐ ชั่วโมง) สนทนา อาน เขียน เจรจา ตอรอง ประวัติศาสตร วัฒนธรรมภาษาพมา และวิถี ชีวิตชายแดน ความสำเร็จของหลักสูตรภาษาตางประเทศเพื่อ การสื่อสารและธุรกิจ (ภาษาพมา) ของวิทยาลัยชุมชน ระนอง นอกเหนือจากความรูที่ ไดถายทอดใหแกผูมา เรียนแลว ยังไดทำหนาที่เปดพรมแดนแหงความเขาใจ ระหวางคนสองประเทศ สมกับที่นางกอแกวกลาวย้ำกับ เราวา “การเรียนภาษาพมาไดเรียนรูมากกวาการเรียน ภาษาอยางเดียว”

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

87


นอกจากหลั ก สู ต รภาษาต า งประเทศเพื่ อ การ สื่ อ สารและธุ ร กิ จ (ภาษาพม า ) แล ว วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน ระนองยังมีหลักสูตรฝกอบรมอีกหลายหลักสูตรที่สนอง ความตองการและสอดรับกับยุทธศาสตรการพัฒนาของ จังหวัด อีกหนึ่งหลักสูตรที่เราตองพูดถึงคือ หลักสูตรฝก อบรมการผลิตแผนยางคุณภาพชั้นดี ของวิทยาลัยชุมชน ระนอง ยางพาราเปนพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง ของจังหวัดระนอง เพราะสภาพภูมิประเทศเอื้ออำนวย แตมีปญหาเรื่องสภาพภูมิอากาศที่มีความชื้นสูง ทำให ยางแผนดิบที่เคยผลิตไดมีกลิ่นเหม็นและแผนไมสวย วิทยาลัยชุมชนระนองจึงรวมกับสำนักงานเกษตร จังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ และเกษตรภูมิปญญา จัดทำหลักสูตรการผลิตแผนยางคุณภาพชั้นดีเพื่อชวยแก ป ญ หาดั ง กล า วให เ กษตรกรในพื้ น ที่ ใช พื้ น ที่ ต ำบล บางแกว อำเภอละอุน เปน พื้น ที่นำรองในการจัดการ เรียนการสอน ใชกระบวนการผลิตแผนยางคุณภาพ ๑๓ ขั้นตอน เชน ขั้นเตรียมการและขั้นผลิต และจัดการ เรี ย นการสอนเรื่ อ งการผสมน้ ำ ยางให ไ ด แ ผ น ยางที่ มี ความสวยงาม ไรกลิ่น และปองกันเชื้อรา

88

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

นอกเหนื อ จากกระบวนการผลิ ต ดั ง กล า วแล ว วิทยาลัยชุมชนยังเขามาชวยพัฒนาความรูดานการตลาด โดยสงเสริมการจัดตั้งสหกรณของเกษตรชาวสวนยาง เปดโอกาสใหสมาชิกเขามาถือหุน เปนเจาของธุรกิจรวม กัน ภายใตการสนับสนุนของหนวยงานสหกรณจังหวัด กองทุนสงเคราะหการทำสวนยาง และวิทยาลัยชุมชน ระนอง กลายเป น ธุ ร กิ จ ที่ ส มาชิ ก เป น เจ า ของร ว มกั น กลุม อยูไดดว ยการพึง่ ตนเอง เพิม่ ศักยภาพในการตอรอง กับพอคา ทำใหชาวบานมีรายไดเพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตดี ขึ้น


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

89


90

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


หลัก

สู ต รของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแต ล ะแห ง ย อ มแสดงถึ ง เอกลั ก ษณ ท รั พ ยากร และภูมิปญญา ที่มีอยู ในพื้น ที่ เปน ที่ทราบกันดีวาใน พื้นที่จังหวัดนราธิวาสขึ้นชื่อวาเปนแหลงผลิตลองกองที่ ใหคุณภาพดีที่สุดในประเทศ ซึ่งรูจักในนาม “ลองกอง ตัน หยงมัส” หรือ “ลองกองซีโป” ที่มีกลิ่น หอม และ รสชาติหวานกลมกลอม ลองกองจัดเปนผลไมหลักของจังหวัดนราธิวาส ปจจุบันลองกองสามารถปลูกไดทั่วประเทศ และมีบาง ชวงที่มีจำหนายมากจนราคาต่ำ ในป ๒๕๕๐ นราธิวาส สามารถผลิ ต ลองกองได ส ามหมื่ น ตั น แต เ นื่ อ งจาก ป ญ หาความไม ส งบในจั ง หวั ด สามชายแดนภาคใต ลุกลามรุนแรงตั้งแตป ๒๕๔๗ เปนตนมา ทำใหการนำ ลองกองจากแหลงปลูกจังหวัดนราธิวาสไปจำหนายยัง ตลาดทำได ย าก ไม มี ผู มี รั บ ซื้ อในพื้ น ที่ ทั้ ง ที่ มี ศู น ย กระจายผลไมของสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ถึง ๙ แหงเพื่อแก ไขปญหาปกอนหนานี้มาก็ตาม จนเกิดความ เสียหายแกเกษตรกรจำนวนมากถึงขนาดบางปมีการ รวมกลุมกัน ประทวงดวยการทิ้งลองกองหนาจวนผูวา ราชการจังหวัดนราธิวาส ผลจากปญหาความไมสงบในพืน้ ที่ ทำใหผลลองกอง ถูกทิ้งคางอยูที่แหลงปลูกนานเกินระยะเวลาจำหนาย

(ประมาณ ๓-๕ วั น หลั ง การเก็ บ เกี่ ย ว) ส ง ผลให คุณภาพลองกองเกิดการสูญเสียไดงาย เชน สีน้ำตาลที่ ผิวเปลือก ผลเหี่ยว และรวงหลุดจากชอผล ไมเปน ที่ ดึงดูดสายตาของผูบริโภคจนถึงหมดสภาพการซื้อขาย ซึ่งปญหาเหลานี้สงใหกลุมเกษตรกรลมเลิกการปลูกลอง กอง โดยการโคนตัดทิ้งและหันไปปลูกยางพาราแทน

วชช.นราธิวาสจับมือชาวบานรวมเรียนรู และแกปญหาดวยกัน ด ว ยเหตุ นี้ ใ นเดื อ นเมษายน ๒๕๕๑ วิ ท ยาลั ย ชุมชนนราธิวาส จึงไดจัดทำเวทีหลายเวทีเพื่อหาแนวทาง แกปญหาความเดือดรอนของเกษตรกรผูปลูกลองกอง โดยวิทยาลัยชุมชนไดประสานเกษตรกรผูปลูกกองลอง ในพื้นที่ ต. ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปนพื้นที่ ตนแบบในการจัดทำหลักสูตรนำรองสำหรับเกษตรกร ผูปลูกลองกอง เพื่อรวมเรียนรูและหาแนวทางแก ไข ปญหาของชุมชนรวมกัน กระบวนการจัดการศึกษาเพื่อแกไขปญหาชุมชน วิทยาลัยชุมชนเริ่มดวยเปนตัวกลางประสานในการจัด เวทีและเชิญผูที่เกี่ยวของกับลองกองทั้งหนวยราชการ นักวิชาการเกษตร และเกษตรกรมาพบปะแลกเปลี่ยน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

91


ความคิ ด เห็ น ในพื้ น ที่ ๓ ครั้ ง เพื่ อ ร ว มเรี ย นรู แ ละหา แนวทางแก ไขปญหาของชุมชนรวมกัน จนสามารถมอง ภาพของลองกองเปนไปในทิศทางเดียวกัน และตกลง ใจร ว มมื อ กั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนนราธิ ว าสในการพั ฒ นา หลักสูตร “หลักสูตรการพัฒนาผลผลิตและการจัดการ ลองกองนราธิวาส” ความรู ความเขาใจ มากมายเกี่ยวกับลองกอง ไดเกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนความคิดจากลานเสวนา ทั้งเรื่องประวัติความเปนมาของลองกอง วิทยาลัยชุมชน ไดเชิญผูเฒาหลายทาน (ทานที่อายุมากที่สุดอายุ ๙๕ ป) มาบอกเลาประสบการณเรื่องราวความเปนมาลอง กองที่มีอายุยาวนานกวา ๒๐๐ ป เพื่อใหชุมชนเกิดความ รูสึกรัก มีความผูกพันกับลองกอง จนเกิดเปนความภาค ภูมิใจในทองถิ่น และหวนแหนอาชีพของตน นอกจากนั้น ในเวทียังไดเรียนรูความแตกตาง ระหวางลองกองนราธิวาสกับลองกองในพื้น ที่อื่น ตน เปนอยางไร ลักษณะราก ระบบดินน้ำอากาศที่เหมาะสม ลองกองที่หอมหวานเปนอยางไร วิทยาลัยชุมชนราธิวาส ไดเชิญนักวิเคราะหดินของศูนยศึกษาการพัฒนาพิกุล ทองอันเนื่องมาจากพระราชดำรินำตัวอยางดินในพื้นที่ ไปวิเคราะห เพื่อตรวจหาจุลธาตุในดิน ที่ศูนยฯ พบวา การที่ลองกองตันหยงมัสหวานหอมอรอย เพราะชุดดินที่ ตันหยงมัสมีจุลธาตุเหมาะกับการปลูกลองกองจึงทำใหมี กลิ่นหอม และรสชาติหวานอรอยกวาพื้นที่อื่น เมื่อรูวา ดินทำใหลองกองมีคุณลักษณะที่โดดเดนแตกจากที่อื่น คณะทำงานจึงไดเชิญหัวหนาสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด

92

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

นราธิวาสมาสอนเรื่องดิน แผนที่ชุดดินในนราธิวาสเปน อยางไร ทำไมตองมีการบำรุงรักษาดิน และลงไปถึงการ เรียนรูเรื่องโรค และแมลงที่มีผลทำใหลองกองเสียหาย โดยเปนเวทีแลกเปลีย่ นเรียนรูข องวิทยากรและเกษตรกร ผูมีประสบการณอีกดวย

สืบคนงานวิจัย เมื่อเห็นวาการเตรียมการแก ไขปญหาลองกอง อาจไมสามารถแก ไขดวยวิธีการเดิมๆ ได นายปกรณ ปรีชาวุฒิเดช และบุคลากรวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจึง เริ่มศึกษาจากเอกสารสรุปผลการสัมมนาการพัฒนาการ ผลิตและการจัดการลองกองในภาคใต (สำนักงานคณะ กรรมการวิจัยแหงชาติ, ๒๕๔๗) และเดินทางเขาไปพบ นักวิจัยเรื่องลองกองจากสถาบันอุดมศึกษาในเครือขาย อุดมศึกษาภาคใตตอนลางที่อยู ไ ม ไกลจากที่วิทยาลัย ชุมชนนราธิวาสตั้งอยูมากนัก จากการคนควาในหองสมุดงานวิจัย พบวามีนัก วิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวในประเทศไทยเปนกลุม เครือขายที่มีการประชุมสัมมนารวมกัน ทุกป อาทิเชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยพระจอมเกลา ธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแกน มหาวิทยาลัยเชียงใหม มหาวิทยาลัยทักษิณ นอกจากนี้ยังพบงานวิจัยที่เกี่ยวกับ ลองกองหลายชิ้ น ที่ มี คุ ณ ค าในการพั ฒ นาการจั ด การ ผลผลิตลองกอง ดวยการใชเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest Technology) ที่ มี อ งค ค วามรู อ ยู ใ น


ประเทศไทย และสวนใหญพื้นที่ในการทดลองกลับอยูที่ ภาคตะวันออกของประเทศ “ผมไดพยายามศึกษาจากนักวิจัยพรอมๆ กับ เรียนรูกับเกษตรกรผูมีประสบการณในการปลูกลองกอง ในชุมชนมานาน และไดไปพบนักวิจัยที่อยูพื้นที่ใกลเคียง กับจังหวัดนราธิวาส ๒ ทาน ทานหนึ่งอยูมหาวิทยาลัย ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ชื่อ ดร.สมัคร แกวสุกแสง ได ทำการวิจัยเกี่ยวกับการยืดระยะเวลาลองกองหลังการ เก็บเกี่ยว ซึ่งไดทำวิจัยและมีองคความรูรวมกับเครือขาย นักวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว อีกทานหนึ่งเปน อาจารยอยูที่มหาวิทยาลัยสงขลานคริน ทร วิทยาเขต หาดใหญ ชื่อ ดร.มุทิตา มีนุน ทำวิจัยเกี่ยวกับการแปร รู ป ผลิ ต ภั ณ ฑ ล องกองที่ ส ำเร็ จ แล ว นำมาใช ถ า ยทอด เทคโนโลยีสชู มุ ชนในพืน้ ทีจ่ ริง” ผอ.ปกรณ เลาถึงวิธีการ สืบเสาะหาความรู จากงานวิจัยและการถายทอดความรูจากนักวิจัย ที่วิทยาลัยชุมชนนำชาวสวนลองกองรวมเรียนรู พบวา มี วิธีการยืดอายุการเก็บเกี่ยวลองกองหลายวิธี แตวิธีที่ ชุมชนสามารถเรียนรูและนำไปใช ไดเอง ทำใหชาวสวน ลองกองสามารถยืดระยะหลังการเก็บเกี่ยวจาก ๓ วัน เปน ๑๒ วัน โดยการใชสาร “ไคโตซาน” ซึ่งเปนสาร โพลิเมอรธรรมชาติที่สกัดไดจากเปลือกกุง ปู แกนปลา หมึก สามารถฝกทำไดดวยตัวเองและมีขายตามรานคา อุปกรณการเกษตรทั่วไป วิธีใชงานก็นำสารไคโตซานฉีด พนลองกองในชวงที่ลองกองเปลี่ยนจากชอดอกเปนลูกสี เขี ย ว ซึ่ งไคโตซานยั ง สามารถแก ป ญ หาจุ ด ด า งดำที่

เปลือกผิวไดอีกดวย เมื่อสามารถยืดอายุลองกอง และ แกปญหาผิวดางดำที่เปลือกได เกษตรกรก็มีโอกาสใน การขายมากขึ้น

ผูเรียนมีสวนรวม เนนลงมือปฏิบัติจริง ดานนายรอเฮม เจะแว เกษตรกรผูปลูกลองกอง วัย ๕๗ ป ผูเขารับหลักสูตรฝกอบรมการพัฒนาผลผลิต และการจัดการลองกองนราธิวาสเลาถึงความเปนมาใน การเขาฝกอบรมกับวิทยาลัยชุมชนวา ในอดีตการขาย ลองกองจะมีพอคาคนกลางมารับซื้อผลไมถึงสวน แต เนื่องจากปญหาความไมสงบในจังหวัดนราธิวาส ทำให ผูซื้อไมกลามาซื้อผลไมที่สวน ธรรมชาติของลองจะอยู ได ๓ วัน หรืออยางมาก ๕ วัน นับหลังจากเก็บผลผลิต กองลองก็จะมีผลเหี่ยว เปลือกผิวเปนสีน้ำตาลดำ หมด สภาพการขาย ซึ่งเปนปญหาที่สรางความเดือดรอนให เกษตรกรมาก เมื่อรูวาวิทยาลัยชุมชนเปดสอนหลักสูตร เกี่ ย วกั บ การพั ฒ นาผลผลิ ต ลองกองฯ ตนและเพื่ อ น เกษตรกรรวม ๓๐ คน จึงเขาไปสมัครเรียนที่วิทยาลัย ชุมชนนราธิวาส หลักสูตรการเรียนการสอนจะใชเวลาเรียน ๙๐ ชั่วโมง โดยจะเรียนครั้งละ ๓ ชั่วโมง และผูเรียนเปนคน กำหนดวัน เวลา และสถานที่ ในการเรียนเอง คุณลุง รอเฮมเลาถึงการจัดการเรียนการสอนดวยความชื่นชม วา เนื่องจากตนและเพื่อนๆ เกษตรกรตองทำงานหา เลี้ยงชีพเปนหลัก การที่จะเอาเวลางานมาเรียนจึงเปนไป วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

93


ไดยาก การที่ผูเรียนสามารถกำหนดเวลาเรียนเองได จึง ทำใหตนมีโอกาสไดมาศึกษาหาความรูเพิ่มเติม ในการจัดการเรียนการสอนวิทยาลัยชุมชนจะพา ผูเรียนไปเรียนรูจากแหลงปลูก บางครั้งก็พาไปศึกษาดู งาน กระบวนการจัดการเรียนการสอนจะเนนผูเรียนเปน สำคัญ คุณลุงรอเฮมเลาวา การจัดการเรียนการสอนจะ เนนการจัดกิจกรรมการเรียนรูหลากรูปแบบ เชน การ ตั้งวงเปนเวทีเสวนาใหกลุมเกษตรกรกับวิทยากรใหแลก เปลี่ยนเรียนรูกัน ใครมีขอสงสัยอะไรก็ถามตรงเวที การ เรี ย นรู แ บบนี้ ท ำให ต นและเพื่ อ นๆ รู สึ ก สนุ ก และไม เบื่อหนายกับการเรียน นอกจากนั้ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนยั งได พ าผู เ รี ย นไป ทัศนศึกษาที่แหลงความรูตางๆ เชน การไปศึกษาดูงาน ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.พั ทลุง ซึ่งวัน นั้น ทำใหตนได ความรูหลายเรื่อง เชน เทคนิคการยืดระยะลองกองหลัง การเก็บเกีย่ ว เรือ่ งมาตรฐานและคุณภาพทางจุลชีววิทยา ของผักและผลไมเพื่อการสงออก ซึ่งเวทีความรูวันนั้นถือ เปนการแลกเปลี่ยนความรูระหวางนักวิจัยในหองทดลอง กับกลุมเกษตรกรตัวจริง ผลสรุปก็คือตนไดความรูกลับ มาพัฒนาสวนของตน ปจจุบันนี้คุณลุงรอเฮมไดนำความรูที่ ไดจากการ ฝ ก อบรมมาใช พั ฒ นาสวนกองลองของตน ทำให มี ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณรอยละ ๒๐ แตสิ่งที่ สำคัญที่สุดคือ การมีโอกาสในการขายลองกองมากขึ้น จากในอดีต สุดทายคุณลุงรอเฮมไดฝากขอบคุณวิทยาลัย ชุมชนนราธิวาสที่ ไมทอดทิ้งกลุมเกษตรกร แมตนและ

94

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เพื่ อ นๆ จะเรี ย นจบ แต ก็ ยั ง มาติ ด ตามผล สอบถาม ความตองการของชาวบานอยูเสมอ

การศึกษาที่ตอเชื่อมไปถึงโอกาสพัฒนา ชีวิต การชวยเหลือเกษตรกรในการแก ไขปญหาลอง กองไมไดยุติเพียงเทานี้ วิทยาลัยชุมชนไดทำหนาที่เปน ตัวกลางในการประสานหนวยงานราชการ สถาบันการ ศึกษา และเกษตรกรแกนนำ เพื่อหาแนวทางรวมกันใน การแปรรูปลองกองเพื่อแกปญหาราคาผลิตตกต่ำในปที่ ลองกองลนตลาด อีกทั้งยังเปนเพิ่มมูลคาใหกับผลิตผล ของชาวบานอีกดวย ลองกองเปนผลไมที่แปรรูปยากมาก เนื่องมีน้ำ อยู ป ระมาณร อ ยละ ๙๐ และมี ค วามเปรี้ ย วไม ม าก ดังนั้นการที่แปรรูปลองกอง คณะทำงานจะเริ่มศึกษา จากคนที่มีประสบการณจริง ทั้งจากนักวิจัย และคนใน พื้นที่ที่เขาเคยแปรรูปลองกองประสบผลสำเร็จมาแลว พบวาเราสามารถแปรรูปลองกองไดหลายอยาง เชน ลองกองผง น้ ำ ลองกอง และการทำแยม เป น ต น สำหรับหลักสูตรในการแปรรูปผลิตลองกองกำลังอยู ใน ขั้ น ตอนศึ ก ษาข อ มู ล และพั ฒ นาหลั ก สู ต รต อไปใน อนาคต ดานการขายวิทยาลัยชุมชนพบวา แตเดิมมีการ ขายลองกองแบบเก็บลูก แตปจจุบันนิยมขายเปนชอ ชอ ที่มีน้ำหนัก ๗๐๐ กรัม ถือเปนเกรดเอ ราคาดี แตชอ


ไหนน้ำหนักนอยกวา ๗๐๐ กรัม เปนเกรดสอง ซึ่งแทที่ จริงแลวเวลารับประทานรสชาติอรอยเหมือนกัน วิทยาลัย ชุ ม ชนได เ ข าไปคุ ย กั บ พาณิ ช ย จั ง หวั ด ทำให วิ ท ยาลั ย ชุมชนทราบเทคนิคการขายในตลาดใหม กลาวคือจาก ความสำเร็จที่สามารถยืดอายุลองกองหลังการเก็บเกี่ยว ไดนาน ๑๒ วัน ระยะเวลาในการขายก็จะมากขึ้น จึงทำ ใหมีชองทางในการขายลองกองในรูปแบบ ”ของฝาก” กลาวคือกลุมเกษตรกรสามารถนำลูกลองกองที่รวงๆ มาใสกลองจัดเปนแพ็คเก็ตใหสวยงาม ซึ่งจากอดีตการ ขายลองกองลูกรวงเปนเรื่องปกติของชุมชนในนราธิวาส เพราะเปนลูกที่หวานทานอรอย แตปจจุบันผูบริโภคจะ ซื้อเปนชอทั้งที่เราทานผลเปนลูกๆ ซึ่งแก ไขปญหาเรื่อง มดดำที่เกาะตามชอลองกองไปดวย ดังนั้นดวยความรู ดานเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว เชน ทำลูกเดี่ยวติดขั้ว คัดขนาดลูกเทาๆ กัน อาจเปลี่ยนรูปแบบการขายใหเปน สินคาที่ซื้อไปฝากคนอื่น ป จ จุ บั น หลั ก สู ต รการพั ฒ นาผลผลิ ต และการ จัดการลองกองนราธิวาสจะเปดสอนในเดือนพฤษภาคม ของปโดยประมาณ เนื่องจากลองกองเปนผลไมตาม ฤดู ก าลที่ จ ะออกในช ว งเดื อ นสิ ง หาคมถึ ง กั น ยายน หลั ก สู ต รนี้ จึ ง เป ด สอนก อ นที่ ผ ลผลิ ต ออกสู ต ลาด ประมาณ ๓ เดือน เพื่อใหผูเรียนไดนำความรูที่ ไดรับ จากการเรียนไปใชไดทันทวงที นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชน นราธิ ว าสได ล งนามบั น ทึ ก ข อ ตกลงความร ว มมื อ กั บ โรงเรี ย นดารุ ส สลามที่ มี ผู เ รี ย นมาจากชุ ม ชนรอบใน ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ มากกวา ๔,๐๐๐ คนเมื่อเดือน

สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อรวมกันตอยอดการเรียนรูขยายผล ไปสูชุมชนรอบๆ เพิ่มขึ้นและสรางเยาวชนที่ตระหนักถึง ทรัพยากรทองถิ่นและแนวคิดการพัฒนาชุมชนตนเอง ตอไป กวา ๗ ปที่ผานมาจะเห็นวา การจัดการศึกษา ของวิทยาลัยชุมชนไม ไดเพียงให โอกาสทางการศึกษา เทานั้น แตวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสใหโอกาสการเรียนรู ใหความรูที่สามารถนำมาประกอบอาชีพ เพื่อพัฒนา คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี ก ว า ของคนในชุ ม ชน หลั ก สู ต รการ พัฒนาผลผลิตและการจัดการลองกองนราธิวาส จึงเปน อี ก บทพิ สู จ น ห นึ่ ง ที่ ส ะท อ นให เ ห็ น ว า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน นราธิวาสจัดหลักสูตรนี้ ไม ใชเพราะวาเปนผูเชี่ยวชาญ หากแตคณะทำงานเรียนรูที่จะเปนผูจัดการกระบวนการ เรียนรู ใหเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรั้ววิทยาลัยชุมชน นราธิวาส

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

95


การแปรรูป “น้ำมันมะพราวบริสุทธิ์” ผลิตภัณฑที่สรางมูลคาเพิ่มกวา ๘ เทา

นราธิวาสเปนจังหวัดติดชายทะเล และพื้นที่ปลูก มะพราวใน ๕ อำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดใหขอมูล วามีพื้นที่เพาะปลูกที่ ใหผลแลวประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร โดยเฉพาะในอำเภอตากใบ มีมะพราวคอนขางมาก ซึ่งที่ ผานมาเกษตรกรสวนมะพราวจะขายมะพราวมี ๒ แบบ คือ หนึ่ง ขายเนื้อมะพราวตากแหง ตกกิโลกรัมละ ๗ บาท แบบที่ ส อง คื อ การขายลู ก มะพร า ว ตกลู ก ละ ๑.๕๐ บาทเท า นั้ น เอง และมี ต ลาดรั บ ซื้ อ หลั ก อยู ที่ จังหวัดชุมพร วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจึงเชิญอาจารยกนิษ ฐ สุวรรณประสิทธิ์ สถาบันพัฒนาอาหารอยางยั่งยืน และ ที่ ป รึ ก ษาด า นเศรษฐกิ จ และสั ง คม ศู น ย อ ำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต มาใหความรูเรื่องหวงโซ เศรษฐกิจของมะพราวแกทีมงานพัฒนาหลักสูตร ใหมี ความเข า ใจมิ ติ ก ารพั ฒ นาชุ ม ชนภายใต แ นวคิ ด ว า มะพราวคือสินทรัพยของชุมชน เปนตนหวงโซเศรษฐกิจ ของชุมชน ตั้งแต ตนน้ำ กลางน้ำ ระหวางลำน้ำ จาก ครัวเรือนถึงเครือขายอุตสาหกรรมและการตลาดปลาย น้ำ โดยทุกสวนของมะพราวไมมีเหลือทิ้ง (Zero waste) เพื่ อ ส ง เสริ ม ชุ ม ชนให รู จั ก การแปรรู ป มะพร า วให เ กิ ด มูลคาเพิ่ม อาทิ ทางมะพราวและใบมะพราว นำไปมุง หลังคาบาน เครื่องจักสาน เปลือกมะพราว แปรรูป อัด เปนถานใหพลังงาน ปุยหมักชีวภาพ ขุยมะพราว แปรรูป ทำที่เพาะกลาตนไม ใยมะพราว แปรรูป ทำเฟอรนิเจอร

96

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

แผน พาติเคิล ทำเบาะที่นอน กะลามะพราว แปรรูป เครื่องประดับสตรี กระดุม โคมไฟตกแตงบาน และเชิญ อาจารยพงษศักดิ์ ธำรงรัตนศิลป ประธานเครือขาย เกษตรอินทรียจังหวัดสระแกวและที่ปรึกษาสำนักบริหาร งานวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน มาถ า ยทอดการพั ฒ นาเครื อ ข า ย ชุมชนตามแนวทางเกษตรอิน ทรีย เพื่อมุงหวังในการ สรางเศรษฐกิจของพื้นที่และสังคมที่เขมแข็ง จากนั้นไดเริ่มตนพัฒนาหลักสูตรน้ำมันมะพราว บริสุทธิ์ดวยกรรมาวิธีการสกัดเย็น หรือไมผานความ รอน เพื่อรักษาคุณคาทางโภชนาการ โดยความรวมมือ กับโรงเรียนบานกูบูและเครือขายชุมชน “กลุมสตรีบาน กูบู” อำเภอตากใบ จำนวน ๓๐ คน ใชระยะเวลาฝก อบรม ๓ เดือน ป จ จุ บั น กลุ ม สตรี บ า นกู บู ส ามารถผลิ ต น้ ำ มั น มะพราวบริสุทธิ์เปนอุตสาหกรรมครัวเรือนไดแลว และ หลังจากทดลองจำหนาย ปรากฏวาไดรับการตอบรับจาก ผูซื้อที่ดี กลุมสตรีบานกูบูยังรวมเรียนรูพัฒนาผลิตภัณฑ กับวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสอีกหลายหลักสูตร เชน การ ขออนุญาตขึ้น ทะเบียนหรือขอเครื่องหมาย อย. จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การออกแบบ บรรจุ ภั ณ ฑ การทำบั ญ ชี ต น ทุ น และบั ญ ชี ค รั ว เรื อ น เปนตน จะเห็ น ได ว า ภารกิ จ ของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนนั้ น มี ความยืดหยุน ปรับใหสอดคลองกับความสนใจและความ ตองการของชุมชนเปนสำคัญ โดยมีปลายทางที่ความ เขมแข็งของชุมชนบนฐานความรูนั่นเอง


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

97


98

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


สถาน

การณความไมสงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต ส ง ผลให เ กิ ด ปญหาดานเศรษฐกิจ และนำไปสูปญหาดานสังคมในวง กวาง ระบบเศรษฐกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใตมี การถดถอยอยางหนักไมมีการลงทุนในธุรกิจใหม โดย เฉพาะผู ป ระกอบการรายย อ ยได รั บ ผลกระทบ ต า ง ทยอยลมเลิกกิจการ เกิดการวางงานเนื่องจากไมมีความ รูเรื่องการตลาด ซึ่งเปนสาเหตุใหเกิดปญหาดานสังคมที่ ทวีความรุนแรงมาก ดวยตระหนักในบทบาทและหนาที่ของสถาบัน อุดมศึกษาที่จัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความตองการ ของชุมชนและสังคม ในป ๒๕๕๐ วิทยาลัยชุมชนยะลา จึงพัฒนาหลักสูตร ”แผนการตลาดภาคปฏิบัติความรูสู การประกอบอาชี พ ” เพื่ อ สนั บ สนุ น และช ว ยเหลื อ ผูประกอบการขนาดยอยในชุมชน ใหสามารถจัดการกับ ผลผลิตหรือสินคาในชุมชนสูทองถิ่น และตลาดสากลได นายจรูญ พรหมสุข ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน ยะลากลาววา จากปญหากอการรายใน ๓ จังหวัดทาง ภาคใต ส ง ผลกระทบต อ ชี วิ ต ความเป น อยู แ ละการ ประกอบอาชีพของประชาชนในวงกวาง ธุรกิจที่มีอยู เดิ ม ๆ ป ด กิ จ การ โดยเฉพาะผู ป ระกอบการรายย อ ย วิทยาลัยชุมชนจึงเขาไปเก็บขอมูลเชิงลึก และผลของ

การวิเคราะหขอมูลพบวา นอกจากปจจัยเรื่องปญหา ความไมสงบในจังหวัดแลว ยังมีอีกหนึ่งปจจัยสำคัญที่ทำ ใหผูประกอบการไมประสบความสำเร็จในอาชีพ นั้นคือ การขาดความรูเรื่องการวางแผนการตลาด “ผู ป ระกอบการส ว นใหญ ใ นจั ง หวั ด ล ว นแต มี ความรูความชำนาญในอาชีพที่เขาทำอยูแลว แตที่ ไ ม ประสบความสำเร็จ เพราะผูประกอบการทำการตลาด ไมเปน ยังคงขายสินคาแบบเดิมๆ วิทยาลัยชุมชนจึง อยากจะชวยผูประกอบการไดนำความรูดานการตลาดไป ใชพัฒนาสินคาและบริการของตนใหดีขึ้น” ผอ.จรูญ กลาว

หลักสูตรการตลาดฯ สรางเจาของกิจการ ในการฝกอบรมหลักสูตรแผนการตลาดจะเนน กระบวนการเรียนรูแบบปฏิบัติ ที่ผูเรียนสามารถนำไปใช ประกอบการไดทันที โดยวิทยาลัยชุมชนจะเชิญอาจารย พิเศษที่มีความรูความสามารถตรงกับสาขาวิชา และมี คุณวุฒิปริญญาโท หรือมีประสบการณตรงในวิชาชีพที่ สอนมาเปนอาจารยพิเศษ เพื่อใหจัดกระบวนการเรียนรู ไดอยางดีและมาตรฐาน โดยหลักสูตรนี้วิทยาลัยชุมชน ไดเชิญคุณสมคิด ธรรมฤกษฤทธิ์ กรรมการสภาวิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

99


ชุมชนยะลาและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำ ธุ ร กิ จ สิ่ ง พิ ม พ ม าเป น วิ ท ยากรถ า ยทอดความรู แ ละ ประสบการณจากการทำธุรกิจ ครั้งแรกในการเปดหลักสูตรนี้มีผูสนใจมาสมัคร เรียน ๓๐ คน โดยผูเรียนสวนใหญมีธุรกิจสวนตัว เชน ขายอุปกรณเครื่องเขียน ขายอุปกรณอิเล็กทรอนิกส ขายเครื่องหนัง และทำขนมขาย เปนตน นางซูไฮลา สือธีรลักษณ อาจารยผูดูแลพัฒนา หลักสูตรฝกอบรมกลาววา เนื้อหาหลักสูตรเริ่มตั้งแต การปรับพื้นฐานความรูของผูเรียน การเรียนเรื่องหลัก การตลาด สวนผสมการตลาด การสำรวจและการวิจัย การตลาด การวางแผนการตลาด และการเขียนแผน การตลาด เปนตน โดยทุกชั่วโมงผูเรียนจะไดฝกปฏิบัติ เกี่ยวกับกับเนื้อหาที่เรียนในชั่วโมงนั้น แลวนำเสนอหนา ชั้นเรียน “ที่วิทยาลัยชุมชนไม ไดสอนแตความรู แตเนน สอนใหผูเรียนสามารถนำไปรู ไปประกอบอาชีพ การ ออกแบบการสอนจึงตองเนนการปฏิบัติ หลายคนมองวา หลักสูตรการตลาดสวนใหญเปนทฤษฎี ไมมีปฏิบัติ แลว ผูเรียนจะนำความรูเหลานั้นไปใชจริงไดแค ไหน ปญหา ขอนี้เปนเรื่องแรกๆ ที่วิทยาลัยชุมชนขบคิด และวาง แนวทางการปฏิบัติงานไวแลว กลาวคือในกิจกรรมการ เรียนการสอนจะถูกออกแบบใหผูเรียนไดฝกปฏิบัติจริง ทุกขั้นตอน ยกตัวอยางเชน เรียนเรื่องการวิจัยการตลาด ผูเรียนจะตองลงสำรวจตลาดเพื่อหาขอมูลที่แทจริงใน เรือ่ งความตองการของลูกคา วิเคราะหตวั เอง คูแ ขง และ

100

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ลูกคา โดยสวนใหญผูเรียนจะเลือกวิเคราะหสินคาและ บริการที่ตนประกอบอาชีพอยู พอทายชั่วโมงอาจารยจะ ใหผูเรียนนำเสนอหนาชั้นเรียน โดยมีครูผูสอนใหคำแนะ เปนรายบุคคล พอจบหลักสูตรผูเรียนจะมีแผนการตลาด เปนของตัวเองโดยไมรูตัว” อ.ซูไฮลากลาว

มีวันนี้ ไดเพราะวิทยาลัยชุมชน ดานนางอาซีเยาะ มาฮะ ผูเขารับการฝกอบรม หลักสูตรการทำขนมและการตลาดเลาวา แตเดิมตน อาชีพทำขนมปงขายสงตามหมูบานตอนเชาๆ เพื่อกินกับ แตออ (หรือชาหวาน) กาแฟ และโรยตี รายไดพอมีพอ กิน แตเมื่อตนเขาฝกอบรมหลักสูตรระยะสั้นสอนทำ ขนมและไดเรียนรูเรื่องหลักการตลาดจากวิทยาลัยชุมชน ยะลา ทำใหทุกวันนี้ ตนสามารถขยายกิจการทำขนมสง ตลาดครอบคลุม ๔ จังหวัดภาคใตตอนลาง และกำลัง ติดตอตลาดมาเลเซียเพื่อสงขายออกนอกประเทศ ความเปลีย่ นแปลงครัง้ ยิง่ ใหญในชีวติ ของอาซีเยาะ เริ่มขึ้นจากวันหนึ่งอาซีเยาะไดยินขาวประชาสัมพันธจาก วิทยุและปายประกาศตามที่ตางๆ วา มีวิทยาลัยชุมชน ยะลาเปดรับสมัครประชาชนทั่วไปเขาเรียนหลักสูตรฝก อบรมหลากหลายหลักสูตรตามความตองการของชุมชน และหนึ่งในนั้นมีหลักสูตรการทำขนม อาซีเยาะจึงสนใจ เขาไปสมัครเรียนทำขนมที่วิทยาลัยชุมชน เวลาผ า นไปไม นาน เจ า หน า ที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน ยะลาได ติ ด ต อ กลั บ มาให อ าซี เ ยาะมาเรี ย นทำขนมได


โดยหลั ก สู ต รที่ ส อนประกอบไปด ว ย การทำขนมป ง โดนัท ขนมปงแหง กะหรี่ปบ ซาลาเปา นอกจากสอนทำ ขนมแลววิทยาชุมชนยังสอนเรื่องการวางแผนการตลาด โดยสอนวากอนจะลงมือทำธรุกิจตองทำการวิเคราะห สินคา ๓ ดาน คือ วิเคราะหตัวเอง วิเคราะหคูแขง และ วิเคราะหลูกคา กอนเปนสำคัญ • วิเคราะหตัวเอง เริ่มจากการวิเคราะหจุดออน จุดแข็งในดานตางๆ ของตนเอง อาทิเชน ทำเลที่ตั้ง ตัว สินคา ราคา ชองทางการจัดจำหนวย การสงเสริมการ ตลาด ตนทุน กำไร เปนตน • วิเคราะหคูแขง เปนการวิเคราะหขอมูลคูแขง ทั้งทางตรงและทางออม กลาวคือคูแข็งทางตรงคือการ ขายสิ น ค า ชนิ ด เดี ย วกั น ส ว นคู แ ข ง ทางอ อ มคื อ ขาย สินคาตางชนิดกัน แตมีลูกคากลุมเดียวกัน • วิเคราะหลูกคา เปนการกำหนดกลุมเปาหมาย ว า ลู ก ค า ต อ งการอะไร ชอบกิ น อะไร ซื้ อ ที่ ไ หน ซื้ อ เมื่อไร ซื้ออยางไร เพื่อทราบพฤติกรรมผูบริโภค เมื่อเรียนจบตามหลักสูตรแลว อาซีเยาะไดนำ ความรูที่ ไดรับจากการฝกอบรมมาพัฒนาสินคาของตน จากเดิมขายขนมปงอยางเดียว ก็เพิ่มขนมเปน ๓ อยาง แลวทำการปรับปรุงบรรจุภัณฑ และมีตราอัสลีนา (ชื่อ ลูกสาว) พรอมเบอรโทรศัพทติดตอ ขับรถโชเลยสงขนม ขายรวมกับสามี (รถจักรยานยนตพวงทาย) โดยทำการ ขยายฐานลูกคาไปตามหมูบานใกลเคียง ดวยรสชาติความอรอยของขนมบวกกับการใช ความรูเ รือ่ งการตลาดแบบงาย โดยการติดเบอรโทรศัพท

ที่หอขนม ทำใหลูกคาสามารถโทรศัพทมาสั่งขนมกับอา ซีเยาะไดโดยตรง ไมตองผานรานคา ราคาก็จะถูกลง สวนอาซีเยาะก็มีกำไรเพิ่มขึ้น จากเดิมวันละ ๓๐๐ บาท กลายเปน ๕๐๐ บาทตอวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขนมปงของอาซีเยาะเริ่มมีคนรูจักมากขึ้น จาก ตลาดในหมูบ า นขยายไปสูร ะดับตำบล อำเภอและจังหวัด กิจการเริ่มขยายมากขึ้น ปจจุบันอาซีเยาะทำขนมสง ตลาดครอบคลุม ๔ จังหวัดภาคใตตอนลาง และกำลัง ติดตอตลาดมาเลเซียเพื่อสงขายออกนอกประเทศ สุดทายอาซีเยาะไดกลาวขอบคุณวิทยาลัยชุมชน วา “ถาไมมีวิทยาลัยชุมชนยะลา ดิฉันคงไมไดเรียน และ ไมมีการเปลี่ยนแปลงความรู ชีวิตคงไม ไดประสบความ สำเร็จเชน ทุกวัน นี้ ตองยอมรับวาหลักสูตรที่วิทยาลัย ชุมชนเปดสอนนั้นดีมีคุณภาพ และสามารถนำไปใช ใน ชีวิตไดจริง”

ไดเพื่อน ไดสังคม ไดเครือขาย ภายในรั้ววิทยาลัยชุมชนยะลาไม ไดมีเพียงแค ความรูที่มอบใหผูเรียนเทานั้น แตยังมีภาพความงดงาม ในหองเรียนวิทยาลัยชุมชนที่ยากจะหาสถาบันการศึกษา ไหนเหมือน นายธวัช บุญศาสตร นักศึกษาหลักสูตร อนุปริญญาโปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการเกษตร กลาววา สิ่งที่ผมสัมผัสไดจากวิทยาลัยชุมชนยะลา และรูสึกดี ที่สุดคือ เปนแหลงเรียนรูที่ราคาถูกมาก เมื่อเปรียบ เทียบกับสถาบันการศึกษาอื่น ไดรับความรูมากมายเปด วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

101


กว า ง และให โ อกาสกั บ คนทุ ก ระดั บ ไม ว า จะเป น เด็ ก เยาวชน คนสูงอายุ เขาเรียนชวยแรกๆ คิดวาตัวเองจะ อายุมากแลว แตปรากฏวายังมีคนอายุมากกวาผลอีก หลายป อายุ ๗๐ กวาปยังมาเรียน ซึ่งผมถือวาบุคคล เหลานี้เปนแบบอยางที่ดี เปนสิ่งที่สะทอนใหเห็นวาการ เรียนรูไมมีคำวาสาย ฉะนั้นใครก็ตามที่ยังไมมีโอกาสเขา มาสูสถาบันแหงนี้ ถามีโอกาสอยากใหไดมาเรียน ซึ่งจะ รูสึกภาคภูมิใจในสถาบันแหงนี้ “ผูที่มาเรียนที่นี่มีความหลากหลายและแตกตาง กันคอนขางมากไมวาจะเปนดานอายุ อาชีพ ซึ่งตอนแรก คาดวานาจะมีปญหา แตจริงๆ แลวไมมีปญหา และยัง เกิดความผูกพันในหองเรียน ชวยเหลือซึ่งกันและกัน ได แลกเปลี่ยนความรูระหวางกัน และบูรณาการรวมกัน ได ชวยเหลือเกื้อกูล ทำใหมีความแนนแฟนมากยิ่งขึ้น” นาย ธวัช กลาว ผอ.จรูญกลาววา เสนหของวิทยาลัยชุมชนที่ไมมี สถาบันใดเหมือนอีกเรื่องหนึ่งคือ นักศึกษาของวิทยาลัย มาจากหลายชุมชนหลายพื้นที่ หลายสาขาอาชีพ มีความ แตกตางในเรื่องเพศ วัย ฐานะ ความรู พื้นฐานประสบการณ ความสามารถ ศักยภาพ เมื่อไดรูจักกัน มีการ แลกเปลี่ยนถายทอดแกกัน ไดรู ไดเห็นถึงความสามารถ ศักยภาพของแตละคน ทำใหเกิดการรวมตัวและรวมมือ กันดำเนินงานดานตางๆ สรางประโยชนใหแกกันและกัน และพัฒนาเปนเครือขายของนักศึกษาขึ้น “บุ ค ลากรทุ ก คนของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนยะลาจะ นับถือกัน เปนครูกับลูกศิษ ย เปนพี่เปนนอง เปนญาติ

102

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สนิท มิตรสหาย ที่มีความปรารถนาดีตอกัน นับตั้งแต ผูอำนวยการ ครูอาจารย กรรมการสภาฯ เจาหนาที่ ซึ่ง ทุกคนเปนผูมีความรูความสามารถ มีบทบาทดานตางๆ ในสั ง คม ทำให นั ก ศึ ก ษามี ผู ใ ห ค ำปรึ ก ษาแนะนำ ชี้ แนวทาง ชวยแกไขปญหา เชน นักศึกษาไมมีความรูดาน กฎหมายแตมโี อกาสไดรจู กั กับอาจารยซงึ่ เปนทนายความ จึงทำใหมีที่ปรึกษาทางกฎหมายไดงายขึ้น ทั้งที่ปกติการ ติดตอขอคำปรึกษากับทนายความถือเปนเรื่องใหญยุง ยากสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งทำใหเกิดความผูกพันและ หลอมรวมเปนกลุมบุคคลในแบบเครือขายเชนกัน” ผอ. จรูญกลาวทิ้งทาย จะเห็นไดวาวิทยาลัยชุมชนกอใหเกิดสายใยความ เชื่อมโยงทั้งในแนวระนาบ คือ ระหวางนักศึกษาดวย กันเอง หรื อในแนวตั้ง คือ ระหวา งนักศึ กษากับครู อาจารย ผูห ลักผูใหญ และพัฒนาสูค วามเปนเครือขายที่ ขยายวงกวางออกไปเรือ่ ยๆ เหมือนใยแมงมุมหลายๆ ชัน้ ซอนกันเชนนี้ ยอมเปนความสวยงามที่เกิดขึ้นในสังคม และในที่สุดเครือขายเหลานี้ก็จะกลายเปนผูทำหนาที่ ใน การพัฒนาชุมชนและสังคมของเมืองยะลาตอไป


หลักสูตร “ขับรถขุดไฮดรอลิก” สรางอาชีพ แกปญหาขาดแคลนแรงงาน แมปจจุบันทุกฝายที่เกี่ยวของจะพยายามคลี่คลายสถานการณความไมสงบ ในจังหวัดยะลา แตเหตุการณความไมสงบยังคงรอนระอุ ประชาชนบางสวนยาย ออกจากจังหวัด ทำใหแรงงานในจังหวัดยะลาขาดแคลนหลากอาชีพ สงผลใหสถาน ประกอบการหลายแหงประสบปญหาขาดแคลนแรงงาน ในป ๒๕๕๑ สถานประกอบการอุตสาหกรรมการกอสรางในจังหวัดยะลา มีความตองการพนักงานขับรถขุดไฮดรอลิก แตดวยปญหาความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต กรมการจัดหาแรงงานจังหวัดไมสามารถจัดหาพนักงาน เหลานี้ใหกับสถานประกอบการจึงขอความรวมมือยังวิทยาลัยชุมชนยะลาใหชวยจัด หลักสูตรฝกอบรม”การขับรถขุดไฮดรอลิก” หลักสูตรการฝกอบรม “ขับรถขุดไฮดรอลิก” เปนหลักสูตรปฏิบัติที่ตองใช รถขุดไฮดรอลิกในการจัดเรียนการสอน แตเนื่องจากวิทยาลัยชุมชนกอตั้งขึ้นเพื่อ เปนสถาบันการศึกษาที่ไมหวังผลกำไร เปดกวางใหทุกคนในสังคมไดเรียนรูและฝก ทักษะไปประกอบอาชีพ โดยเก็บคาเลาเรียนเพียงชั่วโมงละ ๑-๕ บาท ทำให วิทยาลัยชุมชนไมมีงบประมาณในการจัดซื้อรถขุดไฮดรอลิกที่มีราคาแพงมาก ซึ่ง ตามปกติสถาบันอื่นจะปฏิเสธการเปดหลักสูตรแบบนี้ เนื่องจากเปนหลักสูตรที่ ไม คุมทุน และเปนภาระตอองคกร แตวิทยาลัยชุมชนตั้งขึ้นโดยมีวิธีการจัดการศึกษา และฝกอบรมที่เปนเอกลักษณ ปรับตัวใหทันตอการเปลี่ยนแปลง มีความยืดหยุน ทั้งดานการเขาเรียน ตารงเรียน สถานที่เรียน และที่สำคัญคือหลักการบริหาร จัดการใชทรัพยากรที่มีอยูทั้งของรัฐ เอกชน และชุมชนใหเกิดประโยชนสูงสุด

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

103


ดวยเหตุวิทยาลัยชุมชนจึงมี ไดประสานความรวมมือกับหนวยงานตางๆ ใน พื้ น ที่ ภ าครั ฐ และเอกชนในจั ง หวั ด เพื่ อ ขอให ท รั พ ยากรร ว มกั น ในการพั ฒ นา หลักสูตรการขับรถไฮโดรลิกขึ้น กลาวคือวิทยาลัยชุมชนยะลาไดประสานความ รวมมือองคการบริหารสวนจังหวัด (อบจ.) ขอยืมใชรถขุดไฮดรอลิกในการฝกอบรม ซึ่งทาง อบจ. ยะลาก็ใหความอนุเคราะหใหยืมรถขุดไฮดรอลิกมาใชในการสอน สวนดานครูผูสอนวิทยาลัยชุมชนไดประสานงานไปยังสำนักงานขนสงจังหวัด และสำนักงานทางหลวงชนบทขอเจาหนาที่ของหนวยงานมาเปนวิทยากรใหความรู เกี่ยวกับการขับขี่ การตรวจเช็คสภาพรถและความรูเบื้องตนในการซอมบำรุง ตลอด จนการพาผูเรียนไปสอบขอใบอนุญาตขับรถขุดไฮดรอลิก ผูที่ผานหลักสูตรนี้จึงมี ความรูพรอมที่จะทำงานไดจริง หลังจากฝกอบรมจบวิทยาลัยชุมชนไดมีการติดตามผลจากผูเรียนพบวา ผูเรียนสวนใหญ ไดนำความรูและทักษะการปฏิบัติได ไปประกอบอาชีพ ในสถาน ประกอบการอุตสาหกรรมกอสราง โดยเริม่ ตนจากการเปนผูช ว ยคนขับรถขุดไฮดรอลิก จะเห็นไดวา วิทยาลัยชุมชนยะลามีสวนรวมในการแกปญหาของชุมชน เพื่อ ใหคนในชุมชนมีอาชีพ สงผลใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เปนอีกหนวยงานหนึ่งที่มีสวน รวมในการสรางสันติสขุ ใหเกิดขึน้ ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต

104

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิทยาลัยชุมชนปตตานี

เปลี่ยนนาราง เปนนาแหงรักและ สามัคคี

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

105


106

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


ผืน

นาที่ถูกทิ้งรางกวา ๒,๐๐๐ ไร เปนเวลากวา ๑๐ ป นอกจากนำสัมมาอาชีพที่เปนของ บรรพบุรุษ จากไปพรอมกับวิถีชุมชนเดิม จนมาถึงวันนี้ ป ๒๕๕๒ จากทุงนารางสุดลูกหูลูกตา เริ่มปรากฏรวงขาว เขียวปลัง่ ระบัดใบพลิว้ ตามแรงลม ตนขาวเติบโต พรอมๆ กับพาชีวิตจิตใจคืนสูชุมชนแหงนี้ ที่ตำบลนาเกตุ อำเภอ โคกโพธิ์ จังหวัดปตตานี ที่นี่มีเรื่องราวเกิดขึ้น มากมาย เปนการมีสวน รวมระหวางคนในชุมชนดวยกันเอง และระหวางคนใน ตำบลกับวิทยาลัยชุมชน กับเรื่องราวที่จะไดบอกเลา ตอไปนี้

เมื่อแหลงอาหาร กลายเปนนาราง “แตกอน ทุงนาเกตุ ทุงบอทอง และทุงชะเมา แถวนี้มีแตขาว ชวงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ทุงนาจะมี แตตนขาว มองไปไกลสุดลูกหูลูกตา พอเดือนกุมภาพันธ ถึงมีนาคม ทุงนาจะเต็มไปดวยคน เพราะชาวบานจะไป ช ว ยกั น เกี่ ย วข า ว ทุ ง นาเรานี่ แ หละที่ ป ลู ก ข า วให ค น ปตตานี เขาวาขาวบานเราดีท่สี ุด” น้ำเสียงสะทอนความ

ระลึกถึง บรรยายภาพคืนวันเกาๆ ของคุณลุงโตย หรือ คุ ณ อารี ศั ก ด แ ก ว อดี ต ชาวนาอาชี พ แห ง บ า นนาเกตุ ปจจุบันเปนหนึ่งในนักศึกษาหลักสูตรพลิกฟนผืนนาราง ของวิทยาลัยชุมชนปตตานี ครั้ ง หนึ่ ง พื้ น ที่ เ กื อ บทั้ ง ตำบลของตำบลนาเกตุ เปนแหลงปลูกขาวที่ดีที่สุดของจังหวัดปตตานี ถึงฤดูทำ นา สุดสายตามองไปที่ขอบฟา มองเห็นแตสีเขียวของตน ขาว พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบานทุกหลังคาเรือนจะออก มาลงแขกชวยกัน จากบานนี้ไปบานนั้น ถอยทีถอยอาศัย เปนความสุขแบบเรียบงาย แตหาซื้อที่ไหนไมได แล ว อะไรกั น ที่ ท ำให วิ ถี ชี วิ ต และวิ ถี ข องชุ ม ชน เปลี่ยนแปลง ชนิดจากหนามือเปนหลังมือ คำตอบมา จากคำบอกเลาของกำนันวิบูลย บุญมี กำนันตำบลนา เกตุแหงนี้ “เกือบ ๑๐ ปกอน การปลูกยางพารา กำลังเปน ที่นิยม เพราะราคายางพาราในตลาดราคาดีมาก ชาว บ า นบางคนก็ เ ลยหั นไปรั บ จ า งกรี ด ยาง และรั บ จ า ง ทำงานในโรงงาน เพราะทำนาแลวมันเหนื่อยกวา” แต ข ณะนั้ น ผื น นาก็ ยั งไม ไ ด ร กร า งอย า งใน ปจจุบันนี้ และยังมีชาวบานบางกลุมยังคงออกมาทำนา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

107


อยู แลวเพราะเหตุใดแหลงปลูกขาวที่ดีที่สุดของจังหวัด ปตตานีจึงกลายเปนนาราง กลายเปนปาขนาดยอมๆ ไป ได “ชวงนัน้ ก็ยงั พอมีคนทำนาอยูบ า ง แตชว งป ๒๕๔๗ มีชาวนาในหมูบานในตำบลของเราออกไปทำนา แลวถูก ยิงตายไปหลายคน ตั้งแตนั้น มาชาวบานเลยทิ้งนากัน จริงๆ ไมมีใครกลาออกไปทำนาอีกเลย” กำนันวิบูลยเทา ความใหทราบถึงที่มาของนารางในตำบล

รวมดวยชวยกัน พลิกผืนนาราง เมื่อชาวบานไมทำนา ก็ตองดิ้นรนไปประกอบอา ชีพอื่นๆ เพื่อมีรายไดมาเลี้ยงปากทองของตนเองและ ครอบครั ว จากเจ า ของที่ นา มี ข า วกิ นไม ต อ งซื้ อ หา เปลี่ยนไปเปนลูกจางแรงงาน เปนแรงงานรับจาง ชีวิตที่ เคยสัมพันธเกื้อกูลชวยเหลือกัน ก็ตองเปลี่ยนแปลงไป ดวย คนในหมูบานไมคอยไดพบปะสังสรรคกัน กิจกรรม ที่เคยทำรวมกัน เคยชวยเหลือแรงงานกัน ก็กลายเปน ตางคนตางอยู ตางใชชีวิตแบบตัวใครตัวมัน บานใคร บานมัน กำนันวิบูลยและชาวบานกลุมหนึ่งเริ่มมองเห็นวา หากปลอยทิ้งไวตอไป ชุมชนคงลมสลายในสักวัน เมื่อ ปญหาเกิดแลว จึงไดมานั่งพูดคุยกันจนนำมาสูความคิด วา ชาวบานตองทำนาอีกครั้ง เริ่มตนกำนันวิบูลย ไปขอ ความชวยเหลือจากศูนยบริหารราชการจังหวัดชายแดน

108

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ภาคใต ไดรับรถไถนาและรถเกี่ยวขาวมาอยางละ ๑ คัน แตมีคำถามตอไปจากชาวบานวา “เราตองการพลิกฟนผืนนาเราขึ้นมาใหม เรามี รถไถนา เรามีรถเกี่ยวขาว แตชาวบานทำเปนแตนาดำ ชาวบานอยากเรียนรูวิธีการทำนาแบบใหม” คุณลุงโตย เปนตัวแทนบอกถึงความฝนความตองการของชาวบาน “เปนที่มาของการมารวมตัวกันของชาวบาน เรา หารือกันวาตองทำนาแบบใหม เพื่อใหเกิดความรวดเร็ว ในการลงไปทำงานในแปลงนา ตองรวมกลุมกันทำ ซึ่ง จะทำใหปลอดภัยเวลาลงไปทำนา ซึ่งวิทยาลัยชุมชนตอง ชวยเรา” กำนันวิบูลยกลาวเสริม จากนั้ น กำนั น วิ บู ล ย ซึ่ ง เป น รองประธานสภา วิทยาลัยชุมชนปตตานี จึงนำสมาชิกชาวบานที่รวมกลุม กันไปพบนายอุดม ธรรมเจริญ ประธานสภาวิทยาลัย ชุมชนปตตานี เพื่อบอกเลาปญหาและความตองการ สภาวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนนำเรื่ อ งดั ง กล า วเข า สู ที่ ป ระชุ ม ปรึกษาหารือจนไดแนวทางแก ไข เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ การประชุมรวมกันระหวางชาวบานและวิทยาลัย ชุมชนเริ่มขึ้น วิทยาลัยชุมชนนำเสนอการทำนาหวานน้ำตม ซึ่ง ตอบสนองความต อ งการของชาวบ า นทั้ ง ในเรื่ อ งของ ความประหยัดเวลาในการลงแปลงนา เรียนรูงาย ไมยุง ยาก แตวิทยาลัยชุมชนไมมีความรู จึงจะทำหนาที่เปนผู เสาะหาแหลงความรูมาใหแกชาวบาน จึงนึกถึงเครือขาย วิทยาลัยชุมชนดวยกัน มีวิทยาลัยชุมชนพิจิตร เพราะที่


จังหวัดพิจิตรมีการทำนา และยังทำนาไดตลอดทั้งป กระบวนการรวมดวยชวยกันจึงเริ่มตนขึ้น ดังที่ นายวิชาพร ชิน ประพั ทธ ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน ปตตานีเลาใหฟงตั้งแตเริ่มตนจนมาเปนหลักสูตรวา “วิทยาลัยชุมชนปตตานีประสานไปที่วิทยาลัย ชุมชนพิจิตร จากนั้นประสานกับกำนันวิบูลย ใหคัดเลือก ชาวบานจำนวน ๑๐ คนเพื่อไปศึกษาดูงาน วิทยาลัย ชุมชนพิจิตรก็ดูแลชวยเหลืออยางดี พาคณะไปศึกษาดู งานตั้งแตการไถ การหวาน การใสปุย การปองกันศัตรู พืช การทดน้ำ การตากขาว การเก็บเกี่ยว และการวัด ความชื้น หลังกลับจากพิจิตรเราก็กลับมาประชุมสรุปงาน รวมกันระหวางวิทยาลัยชุมชนปตตานีและชาวบาน ให คนที่ ไปดูงาน เลาสิ่งที่ ได ไปพบใหเพื่อนๆ ในกลุมฟง และออกเสียงลงประชามติวาจะทำนาแบบของจังหวัด พิจิตรหรือไม เมื่อชาวบานเห็นชอบไดขอสรุปวาแมเราจะ ทำนามาตั้ ง แต บ รรพบุ รุ ษ แต จ ากการดู ง านทำให ไ ด ทราบว า ขณะนี้ เ ราล า หลั ง กว า พิ จิ ต รไปเกื อ บ ๒๐ ป เพราะที่ พิ จิ ต รคนสองคนสามารถทำนาได ๒๐๐ ไร เพราะที่นั้นใชระบบจัดการทั้งหมด เมื่อไดมติแลว วิทยาลัยชุมชนก็ทำหนาที่ติดตอ วิ ท ยากรจากจั ง หวั ด พิ จิ ต รเพื่ อ มาทำหลั ก สู ต รร ว มกั บ บุ ค ลากรของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน หลั ง จากเขี ย นหลั ก สู ต ร เสร็จก็นำชาวบานกลุมที่จะทำนามาอบรมเปนเวลา ๓ วัน จากนั้นก็ลงนาปฏิบัติจริง สอนตั้งแตการไถ การหวาน

เพราะบางคนหวานกลาไมเปนแลว” ผอ.วิชาพร ยังเลาตอไปวา “หลังจากชาวบานไป ปฏิบัติจริงในที่นาแลว ระหวางนั้นถามีปญหาอะไร ชาว บานก็จะแจงมาที่วิทยาลัย เราก็จะสงคนไปชวยดู สิ่ง ไหนที่ ไ มรูก็จะประสานถามไปที่วิทยาลัยชุมชนพิจิตร เรียกวาทำไป เรียนรูไป”

คืนลมหายใจสูตำบลนาเกตุ จะมีใครเชื่อวาผืนที่นากวา ๒,๐๐๐ ไร ที่รางไป กวา ๑๐ ป จะสามารถพลิกฟนกลับคืนมามีชีวิตไดอีก ครั้ง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแลวเพราะความรวมมือรวมใจของ ทุ ก ฝ า ย แม ว า จะยั งไม ไ ด ฟ น ฟู พื้ น ที่ ทั้ ง ๒,๐๐๐ ไร เพราะตองใชงบประมาณสูงมาก กลุมจึงดำเนินการแบบ คอยเปนคอยไปตามกำลัง สมาชิกกลุม ๑๒๐ คน กับ การทำนาครั้งแรกในรอบ ๑๐ ป บนพื้นที่ริเริ่ม ๕๐๐ ไร จนวันนี้ผลผลิตขาวรุนที่ ๑ ของกลุมเก็บเกี่ยวแลว ได ผลผลิตไรละ ๕๐๐ กิโล มากกวาผลผลิตที่เคยทำไดจาก การทำนาดำแบบที่ชาวบานเคยทำถึงไรละ ๑ เทาตัว นำ ความยินดีปรีดามาสูทุกคนทุกฝายที่เกี่ยวของ “ตอนเข า ร ว มหลั ก สู ต ร ไม คิ ด เลยว า มั น จะได ผลดี เพราะไม ไดทำนามานานแลว ที่นาก็มีแตตนไมขึ้น เต็มไปหมด” คุณปาประดับ อินทการณ หนึ่งในสมาชิก ของกลุมเลาดวยความดีใจ การทำนาทำใหชาวบานมีอาชีพ ไดผลผลิตที่ทำ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

109


ใหเกิดรายได นำความสุขกลับสูหัวใจชาวบานอีกครั้ง ดัง ที่กำนันวิบูลย เลาใหเห็นถึงผลที่เกิดขึ้นตอชาวบานตำบล นาเกตุวา “เราขอพื้นที่นาในจำนวน ๒,๐๐๐ ไร ที่เจาของ เขาไม ได ใชทำนา ใหกับคนที่จะรวมกลุมกันทำนา โดย ทำสัญญากับเจาของที่นาวาจะขอใชพื้น ที่นาเปนเวลา สามป หลังจากนั้นแลวคอยทำเปนการขอเชา เพราะมี คนที่เขารวมกลุมทำนาหลายคนที่วางงาน รายได ไมพอ กับรายจาย ทั้งคนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธ การพลิกฟนพื้นที่นาครั้งนี้เปนเหมือนการเริ่มตน วิถีชีวิตและชุมชนแบบเดิมของเราที่เคยอยูกันแบบพี่แบบ นองใหกลับมาใหมอีกครั้ง” นอกเหนือจากนี้ ผลผลิตที่ ไดยังมีการแนะนำให ชาวบานบริหารจัดการโดย แบงผลผลิตทั้งหมดที่ไดเปน ๓ สวน คือ สวนที่หนึ่งเก็บไวกินในครอบครัว สวนที่สอง นำไปขายสรางรายได ซึ่งการขายนั้นก็ควรมารวมกลุม กันเพื่อขาย และสวนที่สามเก็บไวเปนพันธุขาวสำหรับฤดู ทำนาตอไป

“หลักสูตรพลิกฟนผืนนารางเปนการผสมผสาน วิทยาการสมัยใหมและภูมิปญญาดั้งเดิม ชาวบานไดมา รวมกันทำงาน เกิดความรักความสามัคคีปรองดองใน ชุมชนหมูบาน เรียกไดวาหลักสูตรนี้ของวิทยาลัยชุมชน ไดนำชุมชนสรางสังคมใหมขึ้น มา สังคมใหมก็มาจาก คนในชุมชนนี้เอง นี่เปนความภาคภูมิใจ นอกจากชาวบานนาเกตุแลว ตอนนี้มีกลุมชาวนา จากหมู บ า นใกล เ คี ย งที่ ไ ด ท ราบข า วความสำเร็ จ ของ หมูบานนี้ใหความสนใจพากันมาดูงานที่หมูบานอีกดวย” “มันไม ใชชุมชนใหมที่ ไหน ก็มาจากผูคนเดิมๆ ในตำบลเรานี้แหละ บานก็บานหลังเดิม แตความรัก ความผูกพันของคนในตำบลที่หายไปชวงหนึ่ง ซึ่งเกิด จากความหวาดระแวงกั น จากข า วสารและเรื่ อ งร า ย ตางๆ ตอนนี้ดีขึ้น การงานตางๆ ก็เริ่มกลับมาชวยเหลือ กัน ทักทายกัน พุดจากัน ทุกอยางมันดีขึ้น” กำนันวิบูลย กลาวเสริมพรอมรอยยิ้ม แม ว า หลั ก สู ต รการพลิ ก ฟ น ผื น นาร า งจะเป น หลักสูตรฝกอบรม แตทางวิทยาลัยชุมชนก็ตั้งธงไววาจะ ต อ งทำการพั ฒ นาหลั ก สู ต รต อไปให ค รอบคลุ ม ทั้ ง ้งแตการผลิตไปจนถึงการหาตลาดรองรับ วิทยาลัยชุมชน นำชุมชนสรางสังคมใหม สิกระบวนการตั นคาของกลุม เมื่อไดผลผลิตแลว กระบวนการนับจาก ผลสำเร็จจากการพลิกฟนผืนนาราง นอกจากจะ นี้ตอไปคือ การเตรียมเรื่องโรงสีและยุงฉางเก็บผลผลิต ทำใหวิทยาลัยชุมชนมีหลักสูตรที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นอีก ๑ รวมถึงเรื่องสำคัญคือตลาดที่จะรองรับผลผลิตของชาว หลักสูตรแลว สิ่งที่เห็นอยางชัดเจนคือสิ่งที่เกิดตอชุมชน บาน ที่ ผอ.วิชาพรกลาวไววา ซึ่ ง ทางวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน หน ว ยงานทั้ ง ภาครั ฐ

110

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


เอกชน และชุมชน ไดชวยกันระดมความคิดหาแนวทาง พัฒนารวมกัน เพื่อเติมใหกระบวนการพรอมสมบูรณ สำหรับชุมชนนำไปใช และสุดทายปลายทางคือหลักสูตร ตองไดรับการขยายผลไปยังพื้น ที่อื่นๆ ที่มีความสนใจ ตองการ ซึ่งแนนอนวาหนาที่ของวิทยาลัยชุมชนยังไมจบ เพียงเทานี้

“ตราบเทาที่มีความตองการ วิทยาลัยชุมชนใน ฐานะผูอำนวยความรูก็จะตองพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบ สนองความตองการของชุมชนตอไปอยางเปนพลวัตร” ผอ.วิชาพรกลาวทิ้งทายใหเห็นภารกิจสำคัญที่ตองเดิน หนาปฏิบัติตอไป

วิทยาลัยชุมชนนำการศึกษาสูชุมชน อี ก หนึ่ ง เรื่ อ งราวแห ง ความภาคภู มิ ใจของการ ดำเนินงานตลอดระยะเวลา ๕ ป ของวิทยาลัยชุมชน ปตตานี นอกเหนือจากหลักสูตรการฝกอบรมที่ประสบ ความสำเร็จ เพราะทำใหพื้น ที่ที่ครั้งหนึ่งเคยวางเปลา กลับมามีชีวิต เปนอูขาวอูน้ำของทองถิ่นชุมชนไดอีกครั้ง ในเวลาเดี ย วกั น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนป ต ตานี ยั ง ทำ หนาที่นำโอกาสแหงการเรียนรูกลับคืนสูชุมชน ดังเรื่อง ราวของนายเปาซี อี แ ต ผู ส ำเร็ จ การศึ ก ษาหลั ก สู ต ร อนุปริญญา สาขาการปกครองทองถิน่ อีกความประทับใจ ที่ยังติดตรึงในความทรงจำของ ผอ.วิชาพร ชินประพัทธ “ผมยังจำวันแรกทีพ่ บคุณลุงเปาซีได” ผอ.วิชาพร เริ่มตนเรื่องพรอมรอยยิ้มระบายทั่วใบหนา เหมือนเรื่อง

นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไมนานนี่เอง และเลาตอวา “ตอนนั้ น คุ ณ ลุ ง เปาซี อ ายุ ๕๘ ป ท า นเป น สารวัตรกำนันตำบล ทานขับรถกระบะเขามาในวิทยาลัย พรอมพาลูกบานมาดวย ๑๐ กวาคน บอกวาจะมาเรียน ที่วิทยาลัยชุมชน แตพอเปดเรียนไปได ๒ สัปดาห ทาน มาหาผมบอกวา ไมไหวแลว ทานวาทานเรียนไมไหว ผม บอกวาไมเปนไร เดี๋ยวพวกเราจะชวย เลยบอกอาจารย ให ช ว ยดู แ ล ก็ ช ว ยกั น มา จนสุ ด ท า ยท า นก็ เ รี ย นจบ หลักสูตรอนุปริญญา สาขาการปกครองทองถิ่น” ผอ. วิชาพร เลาถึงอดีตนักศึกษาผูเปนตำนานบทหนึ่งของ วิทยาลัยชุมชนปตตานี เพราะเปนนักศึกษาที่อายุมาก ที่สุดที่มาเขาเรียนในวิทยาลัยชุมชน ซึ่งในเดือนกันยายน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

111


๒๕๕๒ ไดสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย แมโจ วิทยาเขตปตตานีแลว “ภาพที่จำไดติดตาคือ วันที่สำเร็จการศึกษา คุณ ลุงเปาซีมีความสุขมาก ทานเดินถายภาพทั่ววิทยาลัย นัก ศึกษาคนอื่นทะยอยกลับไปแลว แตทานยังไมยอมกลับ เรื่องของคุณลุงเปาซีเปนอีกเรื่องที่ผมภาคภูมิใจ ที่สุด เพราะเราทำสำเร็จแลว ระยะเวลา ๑ ปที่คุณลุง เรียนกับเรานั้นคุณลุงไปลงสมัครเลือกตั้งนายกองคการ บริหารสวนตำบล ปรากฏวาไดรับเลือกตั้ง หลังจากเขา รับตำแหนงผมถามคุณลุงวาทานภูมิใจอะไรในวิทยาลัย ชุมชนปตตานีบาง คุณลุงตอบผมวา สิ่งที่ภูมิใจคือตอนนี้ คุณลุงมีความรูความเขาใจในเอกสารและระเบียบตางๆ

112

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เมื่อกอนไมเคยรู ตอนนี้ ใครเอาอะไรมาใหเซ็น คุณลุงรู และเขาใจหมด และที่สำคัญคือ อบต.ของคุณลุงไมมี การคอรรัปชั่นเด็ดขาด แสดงวาธรรมาภิบาลที่เราสอน ในวิทยาลัยชุมชนเกิดผลแลว นีค่ อื ความสำเร็จของวิทยาลัย ชุมชน” ผอ.วิชาพรกลาวย้ำอีกครั้ง ใหสมกับปรัชญาของ วิทยาลัยชุมชนที่วาทุกคนในชุมชนมีโอกาสที่จะเขาถึง การศึกษา อยากเรียนตองไดเรียน อยากรูตองไดรู เรื่องของคุณลุงเปาซี นอกจากจะชวยย้ำความ สำเร็จของวิทยาลัยชุมชนปตตานีแลว ยังแสดงใหเห็นวา การศึกษาไมเคยปดโอกาสใคร ไมวาจะอายุมากแคไหน ก็ยังสามารถเขาถึงการศึกษาไดทุกคน


วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร

เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ผลิต บุคลากร และพัฒนากำลังคน

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

113


114

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


การ

สงเสริมอาชีพในชุมชนตองใหเกิดความ หลากหลาย ให ชุ ม ชนอยู ดี มี สุ ข เพื่ อ ตอบสนองความตองการของประชาชนในทองถิ่น เปด โอกาสให แ ก ผู เ รี ย นทุ ก เพศทุ ก วั ย ได เ ลื อ กเข า รั บ การ ศึกษาอบรมไดตามความตองการและความเหมาะสม มุงเนนใหผูเขารับการอบรมสามารถนำความรูที่ ได ไปใช ในชี วิ ต จริ ง นี่ คื อ หลั ก การสำคั ญ ของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน สมุทรสาคร การจัดหลักสูตรฝกอบรมจึงเปน ภารภิจหนึ่งที่ วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครใหความสำคัญ ผลการสำรวจ ความตองการและปญหาในชุมชนพบวา มีปญหาและ ความตองการอยูหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือผูสูงอายุไม ไดรับการดูแลและสงเสริมสุขภาพใหถูกตองตามหลัก วิชาการ ทำใหผูสูงอายุจำนวนมากมีปญหาดานสุขภาพ อีกทั้งยังพบวาตลาดแรงงานมีแนวโนมตองการบุคลากร ทางดานนี้มากขึ้น ดั ง นั้ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสมุ ท รสาครจึ งได จั ด ทำ หลั ก สู ต รส ง เสริ ม สุ ข ภาพผู สู ง อายุ ขึ้ น เพื่ อ มุ ง หวั ง ให ผูผานการฝกอบรมนำความรู ไปใชดูแลผูสูงอายุในบาน ของตนเอง และเพื่อเปนการผลิตบุคลากรเขาสูตลาด แรงงาน และยังแกปญหาการขาดแคลนกำลังคนดาน

การดูแลผูสูงอายุ นายวิชัย เกียรติสามิภักดิ์ ผูอำนวยการวิทยาลัย ชุมชนสมุทรสาคร กลาววา หลักสูตรฝกอบรมสงเสริม สุขภาพผูสูงอายุ มีเปาหมายไมไดหยุดอยูเพียงแคการให ความรูที่มีอยูในหองเรียนหรือในตำราเรียน แตวิทยาลัย ชุ ม ชนทำให ผู เ รี ย นสามารถนำวิ ช าความรู ที่ ไ ด รั บ ไป ปฏิบัติไดจริงในชีวิตประจำวัน สรางอาชีพ และรายได ใหกับครอบครัว โดยกิจกรรมการเรียนการสอนจะถูก ออกแบบเน น การเรี ย นรู จ ากประสบการณ ต รงจาก ผู เ ชี่ ย วชาญด า นสุ ข ภาพจริ ง ๆ เพื่ อให ผู เ รี ย นมี ค วามรู และสามารถทำงานไดจริง

หลักสูตรสงเสริมสุขภาพผูสูงอายุ กระบวนการพั ฒ นาหลั ก สู ต รวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน สมุทรสาครไดเชิญผูเชี่ยวชาญภายนอกมาชวยในการ สรางหลักสูตรและวิพากษหลักสูตรรวมทั้งมาชวยเปน วิทยากร ดวยเหตุนี้วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครจึงไดรวม กับโรงพยาบาลบานแพว (องคการมหาชน) โดยมีนพ. สุ ร พงษ บุ ญ ประเสริ ฐ ผอ.รพ.บ า นแพ ว นายวรวุ ฒิ บุญเพ็ญ ประธานสภาวิทยาลัยชุมชน ในขณะนั้น รวม วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

115


ลงนามทำความรวมมือทางวิชาการในการจัดการเรียน การสอนที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ เปนหลักสูตรที่เนนการ เรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ มีจำนวน ชั่ วโมงทั้ ง สิ้ น ๔๒๐ ชั่ วโมง แบ ง เป น ภาคทฤษฎี ๖๘ ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ ๓๕๒ ชั่วโมง โดยเนื้อหาหลักสูตรจะ แบงออกเปน ๒ หมวดวิชา คือ หมวดวิชาศึกษาทั่วไป และหมวดเฉพาะทาง ๑. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป เนื้อหาประกอบดวย กลุมวิชาความรูทั่วไป เชน ความหมายความสำคัญใน การส ง เสริ ม สุ ข ภาพผู สู ง อายุ กฎหมายเบื้ อ งต น ที่ เกี่ยวของกับผูสูงอายุ ภาษาอังกฤษเบื้องตน บุคลิกภาพ และกลุมวิชาคุณธรรมจริยธรรมของผูสงเสริมสุขภาพผู สูงอายุ เปนตน ๒. หมวดเฉพาะทาง เนื้อหาจะแบงออกเปน ๕ กลุม ประกอบดวย ๑) กลุมวิชาเฉพาะ ประกอบไปดวย กายวิภาค และสรีรวิทยาของมนุษย โภชนาการผูสูงอายุ จิตวิทยาผู สูงอายุ การสื่อสารกับผูสูงอายุ และศาสนากับผูสูงอายุ ๒) กลุมวิชาการดูแลสุขภาพ เชน การชวยเหลือ กิจวัตรประจำวัน การดูแลสุขภาพสวนบุคคล การบันทึก และรายงานสุขภาพผูสูงอายุ การปฐมพยาบาลและการ ใชยา การปองกันการแพรกระจายเชื้อโรคและการทำให ปราศจากเชื้ อโรค การช ว ยเหลื อ ผู สู ง อายุ ที่ มี ป ญ หา สุขภาพ การจัดกิจกรรมสงเสริมสุขภาพผูสูงอายุ ๓) กลุมวิชาการฟนฟูสุขภาพ เชน การนวดเพื่อ

116

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สุขภาพ ทักษะการชวยเหลือการเคลื่อนไหว ๔) กลุม วิชาการสงเสริมสุขภาพ เชน นันทนาการ /สังคมผูสูงอายุ การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ ประจำป ๕) กลุมวิชาการปองกันภัย เชน ความเสี่ยงของ ผู สู ง อายุ ด า นสุ ข ภาพ ความเลี่ ย งของผู สู ง อายุ ด า น สิ่งแวดลอม สำหรับกระบวนการจัดการเรียนการสอนจะเนน ให ผู เ รี ย นได เ รี ย นรู จ ากประสบการณ ต รงภายในโรง พยาบาลบานแพว เพื่อฝกฝนทักษะและในการเรียนจะ อยูภายใตการดูแลของคณะวิทยากรผูเชี่ยวชาญเฉพาะ ทาง รวมทั้ ง ผู เ รี ย นจะต อ งฝ ก งานเต็ ม รู ป แบบ (อยู ประจำ) ที่สถานสงเคราะหบานพักคนชรานครปฐม และ บานพักคนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพอเปนอุปถัมภ) ๑๐ วัน เพื่อใหผูเรียนไดปรับตัวกอนออกไปทำงานจริง และเปนการฝกการแก ไขปญหาเฉพาะหนา โดยมีคณะ อนุกรรมการนิเทศ และผูดูแลเปนผูประเมินการฝกงาน เพื่อใหผูผานการฝกอบรมมีความรู ในทางวิชาการ และ ความพรอมในทางปฏิบัติ

เสียงสะทอนจากผูเรียน เมื่อทำการฝกอบรมเสร็จแลว วิทยาลัยชุมชน สมุทรสาครไดทำการติดตามผลหลังผานการฝกอบรม พบวา ผูผานการฝกอบรมสวนใหญสามารถนำความรูไป


ประกอบอาชีพ เชน เปนลูกจางผูปฏิบัติ โรงพยาบาล บานแพว โรงพยาบาลกระทุมแบน และสงเคราะหบาน พักคนชรานครปฐม เปนตน นางสาวสนธนีย จันทรโนนแซง ผูเขาฝกอบรม หลักสูตรการสงเสริมสุขภาพผูสูงอายุ ปจจุบันเปนลูก จางสถานสงเคราะหบานพักคนชรานครปฐมเลาวา เดิม ตนประกอบอาชีพคาขายอยูตามโรงงาน มีรายได ไ ม มั่นคง ทำงานเหนื่อยมาก และมีเวลาพักผอนนอย ในใจ คิดอยูตลอดเวลาวาอยากจะทำงานที่มีรายไดมั่นคง และ มีเวลาพักผอนมากขึ้น แตทำไม ได เพราะเรียนมานอย จะไปสมัครงานที่ ไหนก็ ไ ม ได เพราะไมมีความรู ตอง อดทนทำงานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งไดยินขาววามี วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครมาเปดสอนวิชาชีพมีหลักสูตร จำนวนมาก ใหเลือกตนจึงคิดวานี่เปนโอกาสทองที่จะทำ ใหตัวเองไดเปลี่ยนอาชีพวิถีชีวิตใหม ตนจึงตัดสินใจไปสมัครเรียนหลักสูตรฝกอบรมที่ วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร โดยเลือกเรียนหลักสูตรการ สงเสริมสุขภาพผูสูงอายุ เพราะตองการทำเปนลูกจาง ตามสถานสงเคราะหคนชราหรือตามโรงพยาบาล เพื่อที่ ตนจะไดมีงานประจำ มีรายไดที่มั่นคง “การจัดการเรียนสอนสวนใหญเปนวิชาปฏิบัติ อาจารยที่มาสอนจะเปนผูเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพทั้งนั้น ยกตัวอยางเชนวิชากายวิภาคและสรีรวิทยาของมนุษ ย พวกเราจะไดเรียนกับอาจารยที่มีความเชี่ยวชาญดานนี้ จากโรงพยาบาล วิธีการสอนของอาจารยไมใชเปดตำรา

แลวสอน แตอาจารย ใชสื่อการสอนที่ทันสมัย เชน หุน คนที่สามารถมองเห็นถึงอวัยวะภายในรางกาย การได เรียนกับครูที่เกง และมีสื่อการสอนที่ดี ทำใหดิฉันเขาใจ ในบทเรียนไดงายขึ้น” นางสาวสนธนียกลาว วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนเป น ทางเลื อ กใหม ส ำหรั บ คนที่ มองหาสถานที่ ใหความรูแหงใหมมีคาใชจายนอย ครู อาจารยทุกทานลวนแตมีความสามารถกันทุกคน ไมวา ดานคุณวุฒิหรือวัยวุฒิ รวมทั้งประสบการณจริง อยาก ให เ พื่ อ นๆ มาเรี ย นหลั ก สู ต รนี้ กั บ ทางวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน สมุทรสาคร ปจจุบันตนไดมาเปนลูกจางดูแลผูสูงอายุที่ สถานสงเคราะหบานพักคนชรานครปฐม ทำใหมีรายได ประจำ มีชีวิตที่เปลี่ยนไป

สุขใจไดเห็นความสำเร็จของผูเรียน ภาพความสำเร็ จ ในการจั ด การศึ ก ษาของ วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครนั้น มิไดมีเพียงการจัดการ ศึ ก ษาหลั ก สู ต รที่ ส อดคล อ งกั บ ตลาดแรงงาน หรื อ หลักสูตรที่สามารถชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผูเรียน เทานั้น วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครยังมุงมั่นจัดการศึกษา ผลิตกำลังคนใหเปนผูนำทองถิ่นอีกดวย ดั ง เช น นางสาวเบญญพร เฮงซิ้ ม นั ก ศึ ก ษา อนุ ป ริ ญ ญาสาขาวิ ช าการปกครองท อ งถิ่ น วิ ท ยาลั ย ชุมชนสมุทรสาคร ปจจุบันดำรงตำแหนงกำนัน ตำบล ชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เลาวา เดิม วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

117


ตนเปนอาสาสมัครสาธารณสุขหมูบาน (อสม.) แตมี ความสนใจเรื่องการเมืองทองถิ่น ตองการจะมีความรู เพื่อที่จะได ไมถูกเอาเปรียบจากผูนำชุมชน ตนจึงตัดสิน ใจสมั ค รสอบการปกครองท อ งถิ่ น แต พ อมาเรี ย นที่ วิทยาลัยชุมชน กลับทำใหตนมีความกลาคิด กลาพูด กลาตัดสินใจ และมีความมั่นใจมากขึ้น ทำใหทุกวัน นี้ จากเคยเป น อสม.กลายเป น กำนั น เป น ตั ว แทนของ คนในหมูบาน เสนทางการเปนผูนำทองถิ่นของเบญญพรเกิด ขึ้นจากวันหนึ่งระหวางการประชุม อสม.ที่อำเภอ ไดมี เจาหนาทีว่ ทิ ยาลัยชุมชนสมุทรสาครเขาไปประชาสัมพันธ การทำงานของวิทยาลัยชุมชนและหลักสูตรที่เปด หนึ่ง ในนัน้ มีหลักสูตรการปกครองทองถิน่ ซึง่ ตรงกับความสนใจ เบญญพรจึงตัดสินใจสมัครเรียนในปการศึกษา ๒๕๔๙ “วันแรกของการเปดเรียนดิฉนั จำไดวา มีนกั ศึกษา มาเรียนกวา ๕๐ คน เต็มหองเรียนไปหมด แตพอเรียน ไปๆ นักศึกษาก็ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือ ๒๐ กวา คน ที่เปนอยางนั้นเพราะหลายคนเรียนไมไหว เนื่องจาก เนื้อหาหลักสูตรยาก ตองอาศัยความขยันหมั่นเพียรใน การเรียน” คุณเบญญพรกลาว และเลาวา เมือ่ กอนนีต้ นเปนคนทีพ่ ดู ในทีส่ าธารณะ ไมเปนเลย แคแนะนำชื่อก็จะรองไหแลว แตพอมาเรียน ที่วิทยาลัยชุมชนมีหลายวิชาที่อาจารยใหนักศึกษาออกไป รายงานหนาชั้นเรียน นักศึกษาก็ตองออกไปพูดหนาชั้น เรียน พูดผิดบาง ถูกบาง ปนๆ กันไป ตอนนั้นเครียด

118

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

มาก บางคนถึงขนาดกลับมานั่งรองไห แตอาจารยก็ให กำลังใจและชวยแนะนำขอผิดพลาดใหนักศึกษาทุกครั้ง ซึ่งอาจารยจะฝกนักศึกษาอยางนี้เปนประจำ พอเรียนไป นานๆ เขา นักศึกษาไดฝกพูดหนาชั้นเรียนบอยๆ ก็เกิด ความเคยชินและเปนความกลาไปโดยอัตโนมัติ “มีอยูครั้งหนึ่งมีการประกวด อสม.ยอดเยี่ยม ดิ ฉั น ได รั บ เลื อ กเป น คนหนึ่ ง ในตั ว แทนของตำบลไป ประกวด วัน นั้น ทานนายอำเภอไดมาฟงดิฉัน พูด ทาน เดินตรงเขามาพูดกับดิฉันเลยวา เมื่อกอนนี้พูดไมเลย แตเดี๋ยวนี้ทำไมพูดดีขึ้น ดิฉันบอกกับทานนายอำเภอวา หนู เ รี ย นมากั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสมุ ท รสาคร ท า นชมว า วิทยาลัยชุมชนทำใหคนกลาไดถึงขนาดนี้เชียวเหรอ” คุณ เบญญพรเลาดวยความภาคภูมิใจ ตอมาที่หมูบานมีการเลือกตั้งผูใหญบาน เบญญ พรเห็นเปนโอกาสที่จะนำความรูที่เรียนมาพัฒนาชุมชน ของตน จึงตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้ง “ตอนช ว งลงสมั ค รเลื อ กตั้ ง เป น ผู ใ หญ ค รั้ ง นั้ น สนุกมาก ตองออกหาเสียงได ใชความรูที่เรียนมาทุกวัน บางวันตองโทรศัพทขอลาหยุดเรียนกับอาจารยทวี่ ทิ ยาลัย ชุมชน อาจารยก็อนุญาต แตมีขอแมวาตองโทรศัพทมา รายงานครูวาอยูตรงไหน ทำอะไร ได ใชวิชาที่เรียนมา อะไรในการหาเสียง แลวใหดิฉันถายรูประหวางหาเสียง มาเลาใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน” คุณเบญญพรเลา และวา พอถึงวันเลือกตั้งผู ใหญบานปรากฏวาคู แขงถอนตัวตนจึงชนะการเลือกตั้งไดเปนผูใหญบาน


ตอมามีการเลือกตั้งกำนันเกิดขึ้น ผู ใหญบาน เบญญพรจึงตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งเปนกำนัน โดยทุก ครั้ ง ที่ ห ยุ ด เรี ย นตนจะต อ งโทรศั พ ท แ จ ง กั บ อาจารย เหมือนเชนเคย อาจารยก็มีขอแม ใหตนมาเลาประสบการณ ในการหาเสียงใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียนเชนเคย โดยอาจารยจะชวยใหคำแนะนำถึงจุดเดนจุดดอยของตน และชี้แนะวาควรจะใชความรูที่เรียนมาใหเปนประโยชน ตอการเลือกตั้งอยางไรบาง พอถึงวันเลือกตั้งมีการนับ คะแนนปรากฏวาตนไดรับการเลือกตั้งเปนกำนัน “ทุกวันนี้ดิฉันคิดอยูเสมอวาความสำเร็จที่ ไดรับ ในวัน นี้ เพราะวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครที่ ใหโอกาส ดิฉันไดมาศึกษาเลาเรียน เพิ่มเติมความรูจากเดิม โดย

เฉพาะอาจารย ที่ ค อยให ค วามรู ให ค ำแนะนำที่ เ ป น ประโยชนทั้งเรื่องการเรียนและการทำงาน มีเพื่อนรวม หองที่คอยใหกำลังใจ” กำนันเบญญพรกลาวทิ้งทาย อาจกลาวไดวา กวา ๕ ป นับตั้งแตเปดบริการ ทางการศึกษา วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครไดชวยพัฒนา คุ ณ ภาพชี วิ ตให กั บ ผู เ รี ย นจากที่ ไ ม มี ง านทำ ให มี ง าน ทำได โดยผูเรียนสามารถนำความรู ไปประกอบอาชีพได มีสวนชวยใหคนในชุมชนไมละทิ้งถิ่นฐาน และสามารถ ทำงานควบคูกับการเรียนได วิทยาลัยชุมชนทำใหเกิด ความผูกพันกับพื้น ที่และชุมชน นั่นคือ การสรางผูนำ ระดับทองถิ่นหรือชุมชน ที่พัฒนาชุมชนในลักษณะที่ ไม ทำใหวิถีชีวิตของบุคคลเหลานั้นเปลี่ยนแปลงไป

รอยยิ้มของผูเรียนคือกำลังใจของ “ชาววิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร”

เรื่อง...พิพัฒน เพริดพริ้ง เจาหนาที่งานทะเบียน กระดาษขาวขนาดประมาณแปดคู ณ หกนิ้ ว หนาหนึ่ ง ร อ ยแปดสิ บ แกรม ประดั บ ตราสั ญ ลั ก ษณ กราฟกงายๆ ไมซับซอน คลายรูปหลังคาทรงไทยครอบ คนอานหนังสือสีทอง แทบโคงรองรับมุมขวาดานลาง เปนธงชาติพลิ้วไหว แทนสัญลักษณวิทยาลัยชุมชน ตัว

อักษรบนกระดาษในนั้นสีดำสนิท ระบุชื่อเจาของ บง บอกความสามารถในด า นที่ เ ขาผ า นการฝ ก ฝนจน สามารถสำเร็จผล ดานลางลงลายเซ็นผูมอบ ประทับ ตราดุล ทั้งหมดนั้นใชความพิถีพิถัน ตรวจทานอยาง ละเอียดตอกหมายเลข ลงลายนามผูพิมพและผูตรวจ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

119


ทานอยางใหเกียรติที่ดานหลัง นี่ คื อ อ นุ ป ริ ญ ญ า บั ต ร ส ำ ห รั บ นั ก ศึ ก ษ า อนุปริญญา และวุฒิบัตรสำหรับหลักสูตรฝกอบรมของ วิทยาลัยชุมชน ใครหลายคนอาจจะสบประมาณวา เปนเพียง กระดาษแผนเดียว แตสำหรับคนที่ดอยโอกาสทางการ ศึกษาที่คิดวาตัวเองหมดโอกาสที่จะไดรับโอกาสเรียนมา นานแสนนานมาแลว เพราะมีภาระที่จะตองรับผิดชอบ ครอบครัวและตัวเองอยางหนัก วันที่เรียนสำเร็จจนจบ

120

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

อนุปริญญาบัตรจึงถือเปนเกียรติสูงสุดของผูเรียนและ ครอบครัว โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาคร ที่เปนแหลงที่ ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ชาวบานสวนใหญทำงาน แบบหาเชากินค่ำ ในวันรับอนุปริญญาวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร มี โ อกาสอยู ใ นบรรยากาศแห ง ความสุ ข สดชื่ น ยิ น ดี และรอยยิ้ ม จากผู เ รี ย น และบุ ค คลทุ ก คนในสถาบั น เพราะเราเปนสวนหนึ่งของกันและกัน


วิทยาลัยชุมชนตราด

กับการพัฒนาการทองเที่ยว เชิงอนุรักษที่ “เกาะกูด”

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

121


122

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


แสง

สลัวยามเชาตรูที่เกาะกูด จ.ตราด ลม กรรโชกเปลี่ยนทิศทาง ทองน้ำที่เคยใส เปนสีครามสวยกลับกลายเปนสีขุน คลื่นลูกโตซัดเขาหา ฝงลูกแลวลูกเลา ทองฟาปกคลุมดวยเมฆมืดครึ้ม แสดง ถึงฤดูมรสุมกำลังมาเยือนอีกวาระหนึ่ง ยางเขาเดือนเมษายนถึงกันยายนโดยประมาณ เปนชวงมรสุม ชาวเกาะกูดเรียกวาชวงปดเกาะ รีสอรท ตางพากันทำการซอมแซมสถานที่เพื่อรอรับนักทองเที่ยว ในฤดูถัดไป เชนเดียวกับธรรมชาติที่ตองการเวลาฟนฟู ตัวเอง ชวงเวลานี้เอง เปน “นาทีทอง” ของวิทยาลัย ชุมชนตราดที่จะเขามาเติมเต็มความรูใหกับชาวเกาะกูด

วิทยาลัยชุมชนตราดกับจุดเริม่ ตนทีเ่ กาะกูด กลางป ๒๕๕๑ ณ เกาะกูด ในวันที่มีฝนตกหนัก สลั บ ฟ าโล ง อากาศร อ นจั ด ที่ เ กิ ด ขึ้ น ภายในวั น เดี ย ว อยางนี้ ชาวเกาะกูดสวนใหญจะพักผอนอยู ในบานของ ตน แต ในวัน ที่ฟาฝนไมเปนใจอยางนี้กลับมีนักศึกษา กลุมเล็กๆ จากวิทยาลัยชุมชนตราดมาออกคาย “เรียนรู คุณธรรมนำชีวติ พอเพียงทีอ่ ำเภอเกาะกูด” ความนาสนใจ ของนักศึกษากลุมนี้ ไมอยูที่การมาสรางหองสมุด หรือ สรางโรงเรียนใหคนเกาะกูด เหมือนคายอาสาพัฒนา

อื่นๆ แตความนาสนใจของนักศึกษากลุมนี้อยูที่การออก เดิ น เคาะประตู ต ามบ า น เพื่ อ สำรวจและรั บ ฟ ง ความ ตองการของชาวบาน นักศึกษาสวนใหญไดรับฟงเสียง สะทอนจากชาวบานในชุมชนถึงเรื่องอุตสาหกรรมการ ทองเที่ยว และการขายที่ดินใหนายทุน ดร.กรรณิ ก า สุ ภ าภา ผู อ ำนวยการวิ ท ยาลั ย ชุมชนตราด กลาวถึงการลงพื้นที่ในฤดูมรสุมวา ธรรมชาติของเกาะกูดจะมีชวงเปดรับนักทองเที่ยว ๗ เดือน เริ่มตั้งแตพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมโดยประมาณ แลว จะปดเกาะในฤดูมรสุม ๕ เดือน ประมาณเดือนมิถนุ ายน ถึ ง ตุ ล าคม ซึ่ ง ธรรมชาติ บ นเกาะกู ด จะไม เ อื้ อ ต อ การ ทองเที่ยว ในฤดูมรสุมแบบนี้ชาวบานจะพักเหนื่อยจาก การทำประมง และการตอนรับนักทองเที่ยว ซึ่งเปนชวง เวลาเหมาะที่สุดสำหรับวิทยาลัยชุมชนในการลงพื้น ที่ ทำงานรวมกับชาวบาน “การทำงานรวมกับชุมชน สิ่งสำคัญคือตองรูจัก ชุมชน และวิถีชีวิตของชาวบานใหดีกอน โดยธรรมชาติ ของคนเกาะกูด ถาจะชวนชาวบานทำอะไร ตองมาใน ชวงที่เขาปดเกาะ ไมมีนักทองเที่ยว ไมไดออกไปหาปลา ซึ่งชวงนี้ถามีใครมาชวนเขาทำอะไร ชาวบานจะใหความ ร ว มมื อ เต็ ม ที่ ” ผอ.กรรณิ ก า กล า วถึ ง เคล็ ด ลั บ การ ทำงานกับชุมชน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

123


เสียงสะทอนจากคนเกาะกูด โดยปรัชญาการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน เชื่อวา ทุกคนมีศักยภาพอยู ในตัวถาเขามีโอกาสและได รับคำแนะนำที่ถูกตอง เหมาะสม เขาจะสามารถพัฒนา ศักยภาพของตนเองไดเต็มที่ ผอ.กรรณิกากลาวถึงความ เปนมาของวิทยาลัยชุมชนตราดวา วิทยาลัยชุมชนตราด ก อ ตั้ ง ขึ้ น ในป ๒๕๔๗ เพื่ อให บ ริ ก ารการศึ ก ษาทั้ ง ใน ระดับอนุปริญญา และหลักสูตรฝกอบรม โดยเก็บคา เล า เรี ย นในราคาถู ก นอกจากนี้ สิ่ ง ที่ เ ป น จุ ด เด น ของ วิทยาลัยชุมชนที่ทำใหแตกตางจากสถานศึกษาอื่นๆ คือ ความยืดหยุนในการจัดการศึกษา มีหลักสูตรที่หลาก หลายเพื่อตอบสนองความตองการของประชาชน ดังนั้น หนาที่สำคัญของวิทยาลัยชุมชนคือการรับฟงเสียงสะทอ นของชาวบานใหมากที่สุด “เกาะกูดเปนเกาะที่ ไกลที่สุดในจังหวัดตราด มี ชายแดนติดประเทศกัมพูชา อยูหางจากตัวเมืองตราด ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ตองเดินทางดวยทางเรือเทานั้น เมื่อกอนนี้ชาวบานมีเพียงเรือหาปลาจะเขาเมืองทีหนึ่ง ตองใชเวลาเดินทางถึง ๘ ชั่วโมง การที่คนเกาะกูดจะ เดิน ทางไปมาระหวางตัวเมืองกับเกาะกูดจึงเปนไปได ยาก เพราะฉะนั้นเกาะกูดจึงเปน พื้น ที่ขาดโอกาสทาง การศึกษาสูง” ผอ.กรรณิกากลาว และวา แมปจจุบันนี้ สามารถเดินทางดวยเรือเร็วที่ใชรับสงนักทองเที่ยว ที่ใช เวลาเพี ย ง ๒ ชั่ วโมง แต ก ารเดิ น ทางก็ ยั ง เป น เรื่ อ ง ลำบากของชาวเกาะกูดอยูดี

124

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ดวยเหตุนี้วิทยาลัยชุมชนตราดจึงเปดศูนยการ จั ด การศึ ก ษาที่ เ กาะกู ดในป ๒๕๕๐ โดยได รั บ การ อนุเคราะหเรื่องสถานที่จากโรงเรียนบานคลองเจา หมู ๒ อ.เกาะกูด จ.ตราด เปดสอนหลักสูตรอนุปริญญา สาขาการปกครองทองถิ่น โดยนักศึกษารุนแรกที่เขามา เรียนจะเปนผูนำทองถิ่น เชน ผู ใหญบาน รองนายก อบต. และชาวบานที่ทำธุรกิจรีสอรท คละกันไป เนื้อหาของหลักสูตรการปกครองสวนทองถิ่นนั้น ประกอบไปด ว ย วิ ช ากฎหมายเกี่ ย วกั บ การปกครอง ท อ งถิ่ น ภาวะผู น ำ การพั ฒ นาท อ งถิ่ น การอนุ รั ก ษ สิ่งแวดลอม และวิชาตราดศึกษา เปนตน ซึ่งวิชาเหลานี้ เปนเหมือนการจุดประกายความคิดใหนักศึกษาตระหนัก ถึงความสำคัญของการอนุรักษธรรมชาติและวิถีชีวิต ดั้งเดิมของคนเกาะกูด จากการจุดประกายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในหองเรียน ของวิทยาลัยชุมชน กอปรกับเสียงสะทอนเมื่อครั้งที่นัก ศึกษาวิทยาลัยชุมชนตราดไดออกคายฯ ที่เกาะกูด ทำให วันหนึ่งในปการศึกษา ๒๕๕๒ มีผูนำนักศึกษา โดยการ นำของนายสัญญา แสงทอง ผู ใหญบานหมู ๒ ต.เกาะ กูด ไดเขามาปรึกษาวิทยาลัยชุมชนตราดวา อยากให วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนตราดช ว ยให ค วามรู เ รื่ อ งการจั ด การ ทองเที่ยวเชิงอนุรักษ และความรูดานภาษาอังกฤษใหกับ ชาวเกาะกูด ผูใหญสัญญา แสงทอง นักศึกษาวิทยาลัยชุมชน ตราด สาขาการปกครองสวนทองถิ่น วัย ๕๐ ป กลาว วา ในอดีตชาวเกาะกูดอยูก นั ตามประสาชาวบาน ประกอบ


อาชี พ การประมง ทำสวนยาง สวนมะพร า วไปวั น ๆ หนึ่ง ชาวบานสวนใหญมีความรูระดับประถมศึกษาก็ เพียงพอแลวสำหรับการใชชีวิตแลว แตปจจุบันความ เจริญเขามาในเกาะกูด มีนักทองเที่ยวเขามาเกาะกูด มากขึ้น วิถีชีวิตที่เรียบงายของชาวบานก็เปลี่ยนไป มีนัก ลงทุ น มาขอซื้ อ ที่ ดิ น บนเกาะ มี เ รื่ อ งของการจั ด การ ทองเที่ยว มีปญหาเรื่องขยะและสิ่งแวดลอม ที่เกิดจาก การขยายตัวของเมือง เปนตน เมื่อมีปญหาเขามาใน ชุมชน ชาวบานก็ไมรูจะแกไขอยางไร เพราะความรูนอย ตนเลยเขาไปปรึกษากับวิทยาลัยชุมชนใหมาชวยใหความ รูกับชาวบาน ซึ่งผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนก็ตอบรับ และลงมาสำรวจพื้นที่ดวยตัวเอง “ถ า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนไม ไ ด ม าเป ด หน ว ยจั ด การ ศึกษาที่เกาะกูด ผมคงไมมีโอกาสไดเรียนตอในระดับ อุดมศึกษา วิทยาลัยชุมชนสอนใหผมรูจ กั วิชาการปกครอง มีความรูเรื่องกฎหมาย และไดฝกฝนทักษะการเปนผูนำ ซึ่งผมไดนำความรูเหลานี้มาดูแลและใหคำปรึกษากับลูก บาน นอกจากเรียนในหองเรียนแลววิทยาลัยชุมชนไดพา ผมและเพื่อนไปศึกษาดูงานตามที่ตางๆ ทำใหผมได ไป เห็นตัวอยางดีๆ ของชุมชนที่มีการจัดการทองเที่ยวเชิง อนุรักษ ผมจึงอยากเห็นเกาะกูดพัฒนาอยางยั่งยืน”

เกาะที่มีพื้นที่ ใหญเปนอันดับ ๔ ของประเทศ มีความ สวยงามทางทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ ตลอด จนเปนแหลงทองเทีย่ วทางประวัตศิ าสตร และวัฒนธรรม ที่งดงาม ที่ดึงดูดนักทองเที่ยวใหหลั่งไหลมาเกาะกูดเปน จำนวนมาก จากการเขามาของนักทองเที่ยว สงผลใหวิถีชีวิต ของคนเกาะกูดเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมเปนชุมชนเล็กๆ ที่ มีประชากรอาศัยประมาณ ๒,๐๐๐ คน มีอาชีพหลักคือ การทำประมง ประกอบธุรกิจดานการทองเที่ยว และ การทำสวนยาง แตปจจุบันนี้กลับมีนายทุนจากจังหวัดอื่น เขามาขอซื้อที่ดินจากชาวบาน หลังจากไดขอมูลเบื้องตนแลว ผอ.กรรณิกาได จัดประชุมเจาหนาที่ของวิทยาลัยชุมชนตราดเพื่อวาง แผนการดำเนิ น งานได ข อ สรุ ป ว า การจะพั ฒ นาการ ทองเที่ยวบนเกาะกูดจะผลสำเร็จหรือไม ขึ้นอยูกับคนใน เกาะกู ด ที่ ต อ งร ว มแรงร ว มใจในการพั ฒ นาท อ งถิ่ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนตราดมี ท ำหน า ที่ เ ป น เพี ย งผู ส ร า งองค ความรู และเปนผูประสานงานใหเกิดการรวมไมรวมมือ ในการพัฒนาทองถิ่นของคนในชุมชนเทานั้น “การสรางเครือขายและการประสานงาน เปน สิ่งสำคัญตอการทำงานในพื้นที่ เราตองคิดเยอะๆเลยวา ใครบางที่มีสวนผลักดันใหงานประสบความสำเร็จ ผู ประสานงานจะตองไปพบทุกภาคสวนดวยตัวเอง ไมวา มุงสรางเครือขาย สานสัมพันธชุมชน จะเปนภาครัฐ หรือภาคการเมือง เพื่อดึงบุคคลสำคัญ จากโจทยที่ไดรับจากชาวเกาะกูด ทำใหวิทยาลัย เหลานั้นเขามาเปนแนวรวมในการวางแผนพัฒนาการ ชุมชนไดลงพื้นที่เก็บขอมูลเบื้องตนพบวา เกาะกูดเปน ทองเที่ยวของเกาะกูด” ผอ.กรรณิกากลาว วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

125


ในการดำเนินงานประสานเครือขาย ผอ.กรรณิกา เริ่มตนจากเขาพบนายอำเภอเกาะกูดซึ่งเปนตัวแทนจาก ภาครัฐเปนอันดับแรก เพื่อเลาปญหาและความตองการ ของชาวบานที่ ไดรับฟงมาใหนายอำเภอไดรับรู และขอ เขารวมประชุมกับหัวหนาหนวยราชการอำเภอเกาะกูด เพื่อหาแนวรวมในการดำเนินงานรวมกัน ในสวนภาค การเมื อ ง ผอ.กรรณิ ก าได ข อเข า พบนายกองค ก าร บริหารสวนจังหวัด(อบจ.)และนายกองคการบริหารสวน ตำบล (อบต.) สมาชิกสภาจังหวัดที่ดูแลเกาะกูด และ กำนัน ผูใหญบานทุกหมูบาน ตามลำดับ ซึ่งทุกฝายก็ให ความรวมมือเปนอยางดี

เวทีวิชาการชาวบาน เมื่อทุกฝายเห็นพรองที่จะพัฒนาเกาะกูดรวมกัน วิทยาลัยชุมชนตราดจึงไดจัดทำเวทีประชาคมขึ้น เพื่อ สรางความเขาใจไปในทิศทางเดียวกันใหกับคนในเกาะ กูด การออกแบบรูปแบบเวทีประชาคมจะแบงออกเปน ๒ กลุม กลุมแรกเปนเวทีของกลุมผูใหญในจังหวัด เชน นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หัวหนาหนวยราชการ องคการ บริหารการพัฒนาพื้น ที่พิเศษการทองเที่ยวอยางยั่งยืน (อพท.) นายก อบต. สมาชิกสภาจังหวัด กำนัน ผูใหญ เพื่ อ รั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ให เ ชิ ง นโยบาย และการวาง แนวทางการทำงานรวมกันในลักษณะภาคีเครือขาย ส ว นกลุ ม ที่ ส อง เป น เวที ป ระชาคมชาวบ า น วิทยาลัยชุมชนทำหนาที่เปนผูจุดประกายความคิดใหคน

126

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เกาะกูดเกิดความรูสึกรักและหวงแหนแผนดินเกิดของ ตน โดยการชี้นำใหชาวบานเห็นถึงปญหาที่ขึ้นจากการ จัดการทอง เที่ยวที่ขาดการวางแผนที่ดี โดยยกตัวอยาง ”เกาะชาง” แหลงทองเที่ยวใกลตัวคนเกาะกูด ที่ปจจุบัน เต็มไปดวยบารเบียรและสีสันยามราตรี จนบางจุดมี สภาพเสื่อมโทรม จากวงสนทนาที่เริ่มโดยวิทยาลัยชุมชน เพียงไมนานก็กลายเปนวงสนทนาของชาวบานที่ตางชวย กันแสดงความคิดเห็นวาอยากจะเห็นเกาะกูดพัฒนาไป ในทิศทางใด เมื่อวิทยาลัยชุมชนตราดไดศึกษาความตองการ และความคิ ด เห็ น ของทั้ ง ๒ เวที แ ล ว จึ งได จั ด เวที ประชาคมอีกขึ้น โดยนำบุคคลทั้ง ๒ เวทีมาประชุมรวม กัน ประเด็นสำคัญในวันนั้นเปนการจุดประกายความคิด ทำให ค นในเกาะกู ด ตระหนั ก จึ ง ผลกระทบจากการ ทองเที่ยวอันเกิดจากการขาดการวางแผนพัฒนา ขาด การผังเมืองที่ถูกตอง ปญหาขยะ เปนตน สรุปผลจาก การประชุมวันนั้น ไดเกิดการเรียกรองใหวิทยาลัยชุมชน ตราดสงเสริมการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ พรอมๆ กับจัด ทำหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการทองเที่ยว สวนเรื่องการพัฒนาพื้นที่เปนแหลงทองเที่ยวเชิง อนุรักษเปนหนาที่ของหนวยงานราชการ และชาวเกาะ กู ด โดยมี อ งค ก ารบริ ห ารการพั ฒ นาพื้ น ที่ พิ เ ศษการ ท อ งเที่ ย วอย า งยั่ ง ยื น (อพท.) เป น ผู ใ ห ง บประมาณ สนับสนุนการจัดทำเสนทางการศึกษาธรรมชาติ


ภาษาอังกฤษวันนี้ที่ “เกาะกูด” จากความต อ งการของชาวบ า นที่ ต อ งการให วิทยาลัยชุมชนจัดทำหลักสูตรฝกอบรมเพื่อพัฒนาความรู และทัก ษะดานภาษาอังกฤษ วิทยาลัยชุมชนตราดได ระดมผูเชี่ยวชาญที่เกี่ยวของกับการทองเที่ยว มาทำงาน รวมกับคณะทำงานวิทยาลัยชุมชนตราดในยกรางจัดทำ หลั ก สู ต ร เพื่ อ กำหนดขอบเขตของเนื้ อ หา กำหนด วัตถุประสงค ผลลัพธการเรียนรู และวิธวี ดั ผลประเมินผล เมื่อยกรางหลักสูตรเสร็จแลว ก็เขาสูขั้นตอน การวิพากษหลักสูตรโดยผูเชี่ยวชาญอีกครั้ง หลังจากก็ สงใหสภาวิชาการ และสภาวิทยาลัยชุมชน พิจารณาขอ อนุมัติเปดหลักสูตรตามลำดับ โดยใชระยะเวลาในการ ดำเนินงานประมาณ ๒ เดือน จึงไดหลักสูตรที่เปนความ ตองการของชาวเกาะกูด โดยใชชื่อหลักสูตรวา “ภาษา อังกฤษเพื่อชีวิตวันนี้ที่เกาะกูด” เนื้อหาของหลักสูตรจะเนนภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสารในการทองเที่ยว ใชเวลาเรียน ๓๐ ชั่วโมง เรื่อง ที่จะเรียนก็ประกอบไปดวย การทักทายนักทองเที่ยว การแนะนำตัว การแสดงความคิดเห็น การตอบรับขอ ติชม การกลาวลา การกลาวตอนรับ และการใหบริการ ในรานอาหาร การเขาพานักทองเที่ยวชมรอบเกาะ และ การใหบริการในรีสอรท เปนตน กอนที่จะมีการจัดการเรียนการสอน ครูผูสอนจะ วิเคราะหผูเรียนกอนเปนอันดับแรก เพื่อจะไดออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู ใหเหมาะสมกับผูเรียน พบวาผูเรียน

สวนใหญจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา ขาดทักษะ ในการพูดฟงอานเขียนภาษาอังกฤษ ครูผูสอนจึงออก แบบกิจกรรมการเรียนรูโดยใชวิธีสอนภาษาอังกฤษแบบ คาราโอเกะ โดยเริ่มจากการปรับความรูพื้นฐานของ ผูเรียน จากนั้นก็จะพาผูเรียนไปเรียนตามสถานที่จริง ไม ว า จะเป น ที่ รี ส อร ท ที่ ท า เรื อ หรื อ แหล ง ท อ งเที่ ย ว สำคัญๆ ของเกาะกูด เปนตน การจัดการเรียนการสอน แบบนีจ้ ะชวยใหผเู รียนเขาใจและจดจำสิง่ ทีเ่ รียนไดดยี งิ่ ขึน้ นายสัญญากลาววา เมือ่ กอนนีม้ ชี าวตางประเทศ มาซื้อของที่รานคา ชาวบานสื่อสารกับเขาไมได สินคาก็ เลยขายไม ได แตพอมีครูมาสอนภาษาอังกฤษใหเขา ชาวบานก็สามารถสื่อสารกับชาวตางประเทศได ถึงจะ ไมคอยดีนัก แตก็คุยกันรูเรื่อง ของที่เคยขายไม ได ก็ กลับมาขายได สงผลใหชาวบานมีรายไดเพิ่มขึ้น “คนเกาะกูดมีความรูนอย เพราะไมมีโอกาสที่จะ ไดเรียน แตวันนี้คนเกาะกูด พิสูจน ใหเห็นแลววา ถาได โอกาสเรียนรู ในสิ่งที่เขาอยากเรียน เขาก็สามารถนำ ความรูที่ ไดรับมาใช ในการพัฒนาชีวิตตัวเองได” นาย สัญญากลาวทิ้งทาย วันนี้ชาวเกาะกูดมีความรู และสามารถใชภาษา อังกฤษเพื่อตองสนองการทองเที่ยวไดแลว วิทยาลัย ชุมชนตราดหวังวาพลังเล็กๆ ของชาวเกาะกูดจะเปนพลัง ในการอนุรักษ เผยแพรวัฒนธรรมและประวัติศาสตรอัน ดีงามของไทย เปนฟนเฟองนอยๆ ทีจ่ ะคอยหมุนอุตสาหกรรมการทองเที่ยวและตอบสนองแผนยุทธศาสตรของ จังหวัดตราดที่มุงสงเสริมการทองเที่ยวตอไป วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

127


หลักสูตร “การเพาะเลี้ยงปูนิ่ม” สืบสาน วิถีชีวิตชายฝงใหอยูคู จ.ตราด การพัฒนาหลักสูตรถือเอกลักษณของวิทยาลัย ชุมชน เปนสิ่งซึ่งสถาบันการศึกษาอื่นๆ ไมสามารถจะ ลอกเลียนแบบได โดยเฉพาะการจัดหลักสูตรฝกอบรม ตางๆ ที่มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณแตกตาง กันไปในแตละพื้นที่ จังหวัดตราดมีพื้นที่ติดชายฝงทะเล ชาวบานนิยมเลี้ยงกุง เลี้ยงปลากะพงขาว แตบางปก็ ประสบปญหาราคาสินคาประมงตกต่ำ ทำใหชาวบาน ตองปดกิจการไปหลายราย จากปญหาดังกลาววิทยาลัย ชุมชนตราดไดเขาไปศึกษาสภาพปญหาพบวา ในพื้นที่ ชายฝงของตราดมีการทำฟารมเลี้ยงปูนิ่ม ซึ่งกำลังเปนที่ ตองการของตลาดทั้งในและตางประเทศ มีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ ๒๐๐ – ๓๐๐ บาท ดวยเหตุนี้วิทยาลัยชุมชนตราดจึงไดประสานงาน ไปยังคุณวิไลวรรณ เอิบสภาพ เจาของฟารมเลี้ยงปูนิ่ม มาเปนวิทยากรใหกับวิทยาลัยชุมชนเผยแพรวิธีการเลี้ยง ปู นิ่ ม ให เ ป น ผู ที่ ส นใจ แม ต ลอดเวลาที่ ผ า นมาจะมี ผู ทักทวงคุณวิไลวรรณ ไมใหเผยแพรวิธีการเลี้ยง เพราะ กลัวจะเกิดผลเสียตอกลุมได แตคุณวิไลวรรณไม ไดคิด เชนนั้น กลับเห็นวาการถายทอดความรู ใหคนอื่นจะเปน การตออายุของการเลี้ยงปูนิ่มใหยาวนานยิ่งขึ้น การพั ฒ นาหลั ก สู ต รวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนใช วิ ธี ก าร Development a Curriculum หรือ DACUM ซึ่งเปน วิธีการพัฒนาหลักสูตรในแบบฉบับของวิทยาลัยชุมชน

128

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

โดยมีหลักการทำงานงายคือ การสงเจาหนาเขาไปเรียน รู แ บบฝ ง ตั ว อยู กั บ วิ ท ยากร ศึ ก ษาการทำงานของผู เชี่ยวชาญวาในการประกอบอาชีพนั้นๆ ตองการทักษะ ความรู ความเชี่ยวชาญดานใดบาง จากนั้นเจาหนาที่จะ เปนคนรวบรวมขอมูลอยางรอบดาน แลวเขาสูกระบวนการจัดทำหลักสูตรที่มีผูเชี่ยวชาญที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มารวมจัดทำหลักสูตรการเพาะเลี้ยงปูนิ่ม เนื้อหาของหลักสูตร จะเริ่มตั้งแตการเตรียม พื้ น ที่ แ ละอุ ป กรณ ใ นการเลี้ ย งปู ระบบการจั ด การน้ ำ การเตรียมพันธุปู วิธีการเลี้ยงปูนิ่ม การตลาด และที่ สำคั ญ ที่ สุ ด คื อ วิ ธี ก ารดู แ ลรั ก ษาสิ่ ง แวดล อ มไม ใ ห เสียหาย หลักสูตรการเพาะเลี้ยงปูนิ่ม สะทอนใหเห็นถึง ศักยภาพของการเปนเมืองชายทะเล ที่การเพาะเลี้ยง สัตวน้ำบริเวณชายฝงยังคงเปนอาชีพที่อยูกับชาวตราด ตอไป


วิทยาลัยชุมชนยโสธร

ผลิตภัณฑจากผาลายขิด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

129


130

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


หมอน

ลายขิ ด หลากสี สั น หลาย ขนาด วางเรียงรายอวดสายตา ผูที่สนใจในส ว นแสดงนิ ท รรศการของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน ยโสธร หมอนขิดเปนสัญลักษณหนึ่งของจังหวัดยโสธร ดังปรากฏอยู ในคำขวัญของจังหวัดที่วา “เมืองบั้งไฟโก แตงโมหวาน หมอนขวานผ า ขิ ด แหล ง ผลิ ต ข า วหอม มะลิ” หมอนขิ ด ก็ เ ป น ดั ง เช น ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ของ ภูมิภาคอื่นๆ ที่ประสบปญหาในเชิงการถายทอด เพราะ ผู ที่ มี ค วามสามารถทำได นั้ น มี จ ำนวนน อ ย ในขณะที่ ความตองการของตลาดนั้นยังมีอยูมาก และนี่คือความสำเร็จของวิทยาลัยชุมชนยโสธร ในการพั ฒ นาหลั ก สู ต รผลิ ต ภั ณ ฑ จ ากผ า ลายขิ ด เพื่ อ ตอบสนองความตองการของคนในชุมชน และเชื่อหรือ ไมวา ดวยความรูเรื่องผาลายขิดนี้ สามารถทำใหชาวบาน มีรายไดเสริม ชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตใหดีขึ้นกวาเดิม

หมอนลายขิด เพือ่ ความตองการของชุมชน

การทอผาขิดเปนวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวลาว ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแตครั้งบรรพบุรุษ “ขิด” เปนภาษา พื้น บานภาคอีสาน มาจากคำวาสะกิด หมายถึงงัดขึ้น ชอนขึ้น หรือสะกิดขึ้น แตเดิมชาวยโสธรทอผาใชเองใน ครัวเรือน ไมวาจะเปนที่นอน หมอน ผาหม ซึ่งความรู เรื่องการทอผาลายขิดนี้ผูหญิงจะไดรับการถายทอดมา จากคนรุนแม แตกอนนั้นเชื่อกันวาผาลายขิดเปนของสูง นิยม ทอเพื่อเย็บเปนหมอนสำหรับใช หรือนำไปถวายพระเพื่อ ใชหอพระไตรปฎก ในยุคปจจุบันผาขิดไดถูกนำมาปรับ เปลี่ ย นตั ด เย็ บ เป น ผลิ ต ภั ณ ฑ ห ลากหลายแบบเพื่ อให เหมาะสมกับความตองการใชงาน เชน เสื้อผา ผาปู ที่นอน ผามาน ผาสไบ รวมถึงทำเปนหมอนขิด ที่เรา เห็นและคุนเคยกันนั้นเอง แล ว ขิ ด เกี่ ย วข อ งอย า งไรกั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

131


ยโสธร นายสง า เศษณ สุ ว รรณ รั ก ษาราชการแทน ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนยโสธร เลาใหไดทราบวา “ผลิ ต ภั ณ ฑ จ ากผ า ลายขิ ด เป น หลั ก สู ต รการ อบรมระยะสั้นที่วิทยาลัยชุมชนยโสธรเปดสอนตั้งแตเปด วิทยาลัยเมื่อป พ.ศ. ๒๕๔๙ เปนหลักสูตรซึ่งไดมาจาก การสำรวจความตองการของชาวบานในหมูบานตางๆ” หลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลายขิดเกิดจากความ ตองการของชาวบานในชุมชน ในการสอบถามวิทยาลัย ชุมชนมีกระบวนการในการเขาไปถึงชุมชนและหมูบาน ตางๆ เพื่อไดทราบความตองการที่แทจริง “แตเดิมชาวบานจะประกอบอาชีพทำนา มีบาง คนเทานั้น ที่สามารถทอผาลายขิดและทำหมอนขิดได คนในหมูบานเรา อยางพวกผูหญิงพอวางเวนจากฤดูทำ นาก็ไมมีอะไรทำแลว รายไดก็มีแตการทำนาอยางเดียว ถาเรามีความรูอะไรที่จะสามารถนำมาทำเสริมได ก็จะ ไดชวยทำใหครอบครัวมีรายไดเพิ่มขึ้น จึงขอใหวิทยาลัย ชุมชนเขามาชวยสอนเรื่องการทำหมอนลายขิด” นาง เดี่ยว สิงหคุรธา สมาชิกของกลุมแมบานบานมะพริก อำเภอคำเขื่อนแกว เลาใหฟง “ตอนที่วิทยาลัยชุมชนเขามาชวย ทำใหกลุมแม บานในหมูบานเราสามารถเรียนขั้นตอนการผลิตหมอน ขิดได โดยเรียนที่วิทยาลัยชุมชนจายคาเลาเรียนถูกมาก เพียงชั่วโมงละ ๑ บาทเทานั้น ถาเรียนที่อื่นมีคาใชจาย

132

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สูง ชาวบานจายไม ไหว” นางสถิล ศรีมะพริก สมาชิก ของกลุมแมบานบานมะพริก กลาวเสริม

จากหลักสูตรสูการปฏิบัติจริง นายสง า เล า ถึ ง กระบวนการก อ นที่ จ ะมาเป น หลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลายขิดใหไดทราบวา “หลังจากเราสำรวจความตองการของชุมชนแลว ชุมชนบอกวาอยากเรียนเรื่องการทำหมอนลายขิด อยาก ทำเปนอาชีพเสริม เพราะเขารูวาตลาดยังมีความตอง การผลิตภัณฑนี้สูง ชาวบานเห็นตัวอยางจากหมูบานอื่น ที่มีคนที่ทำได ชวยสรางรายไดอยางมาก เขาจึงมีความ ตองการที่จะเรียนเพื่อเสริมรายได หนาที่ของวิทยาลัยชุมชนคือเปนผูจัดหาความรู เราเสาะหาตัวบุคคลในชุมชนที่มีความรู ในเรื่องนี้ พบวา มีภูมิปญญาในทองถิ่นคือนางอรพิน เข็มเพชร และนาง วาสนา การบรรจง แตทานไมสามารถถายทอดเขียน เปนหลักสูตรได วิทยาลัยชุมชนก็ทำหนาที่เปนผูรวบรวม ความรู โดยใหผูเชี่ยวชาญดานการเขียนหลักสูตร มา เปนผูถายทอดความรูจากภูมิปญญาออกมาเปนหลักสูตร รวมถึงจัดทำแนวทางการวัดและประเมินผลควบคู ไป ดวย” เมื่ อ หลั ก สู ต รเสร็ จ สมบู ร ณ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนก็


จัดการเรียนการสอน หลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลายขิด ใชระยะเวลาในการอบรมทั้งสิ้น ๖๐ ชั่วโมง ผูเรียนจะ ไดเรียนวิธีการทำผลิตภัณฑจากผาลายขิด ๒ แบบ คือ หมอนขวานผาขิดสิบชอง และเบาะรองนั่ง ๑ พับ โดย วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนทำหน า ที่ จั ด เตรี ย มอุ ป กรณ ใ นการฝ ก ปฏิ บั ติ และทำตารางเรี ย นสำหรั บ ผู เ รี ย น เนื่ อ งจาก ผูเรียนสวนใหญมีขอจำกัดเรื่องเวลา “ผู เ รี ย นของเรามี เ วลาว า งไม ต รงกั น เพราะ ผูเรียนอยูในหมูบานตางๆ และมีเวลาวางจากงานประจำ ในไรนาไมพรอมกัน วิทยาลัยชุมชนจึงจัดตารางเรียน โดยใหมีความยืดหยุนตามความสะดวกของผูเรียนแตละ หมู บ า นเป น สำคั ญ ใช วิ ธี ส อบถามแต ล ะกลุ ม บ า นว า สะดวกชวงเวลาใดบาง จากนั้นก็จะจัดตารางเรียนใหครู และผูเรียนไว จากนั้นจะอำนวยความสะดวก บริการ จัดการสอนถึงที่ นำครูเขาไปสอนใหที่หมูบานเลย” นาย สงาเลาถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ผานมา โดยกระบวนการเรียนรูของหลักสูตรผลิตภัณฑ จากผาลายขิดนั้น ประกอบดวย ๑. การเตรี ย มผ า ลายขิ ด ซึ่ ง ประกอบด ว ย ผาลายขิด ผาลิ้นหมอน ผาปดหนาหมอน ซึ่งทั้งหมดนี้จะ นำมาเย็บประกอบกัน ขั้นตอนนี้ตองอาศัยประสบการณ คอนขางมาก เพื่อใหลายขิดที่ปรากฏบนหมอนตรงกัน ๒. การยัดนุน โดยนำฟางมามัดเปน ทอนแลว

สอดเขาไปตามชองเพื่อใหอยูทรง ๓. การสอยผาปดหนาหมอนเปนขั้นตอนสุดทาย จะเห็นไดวาการทำหมอนลายขิด ในแทบจะทุก ขั้นตอนลวนตองอาศัยความประณีต การเรียนการสอน ของวิทยาลัยชุมชนจึงมีการประเมินผลทั้งภาคทฤษฎีและ ปฏิ บั ติ เพื่ อให แ น ใจได ว า คนที่ ส ำเร็ จ หลั ก สู ต รแล ว จะ สามารถผลิตสินคาที่มีคุณภาพ เพื่อสรางรายไดตอไป ดังที่นายสงาเลาเสริมวา “การเรียนการสอนจะมีการประเมินความรู ใน ภาคทฤษฎี โดยอาจารยซักถามความรูวาผูเรียนมีความรู ความเขาใจหรือไม และประเมินจากผลงาน ทั้งนี้ถาไม ผานการประเมินก็จะไมไดรับประกาศนียบัตรรับรอง แต วิทยาลัยชุมชนก็จะจัดการเรียนซอมเสริมให เพื่อใหมั่น ใจวาชาวบานเรียนแลวมีความรูและปฏิบัติไดจริง”

ลายขิดยกระดับคุณภาพชีวิต ที่หมูบานมะพริก อำเภอคำเขื่อนแกว นาจะเปน กรณีตัวอยางของความสำเร็จของวิทยาลัยชุมชนยโสธร ในหลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลายขิดไดอยางชัดเจนที่สุด จากวันแรกที่แสดงความจำนงคขอเรียนในหลักสูตรนี้กับ วิทยาลัยชุมชน เริ่มตนวันนั้นดวยจำนวนสมาชิก ๒๐ คน ปจจุบันมีความกาวหนามากมายเกิดขึ้นกับกลุมแมบาน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

133


บานมะพริกแหงนี้ ดวยจำนวนคนในกลุมที่ขยายเพิ่มขึ้น เพราะรูปธรรมชัดเจนจากรายไดที่เกิดขึ้นจริง “ผลิตภัณฑจากผาลายขิด สามารถทำรายได ให ครอบครัวไดประมาณเดือนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ทำใหความเปนอยูเปลี่ยนไปจากเดิม” นางสัมภาษณ ศรี ออน สมาชิกกลุมแมบานบานมะพริก เลาไปพรอมรอย ยิ้มระบายไปทั่วใบหนา หมอนลายขิดเปนสินคาที่ตลาดยังมีความตอง การในปริมาณมาก ไมวาจะเปนตลาดในทองถิ่น ตลาด ในประเทศ และตลาดในตางประเทศ สินคาของกลุมแม บ า นบ า นมะพริ ก ก็ เ ช น กั น มี ต ลาดจำหน า ยที่ แ น น อน เพราะพอคาเขามารับซื้อถึงที่ ประกอบกับความเขมแข็ง ของคนในชุมชนเองที่สามารถรวมตัวกันไดอยางเหนียว แนนในรูปแบบของกลุมแมบาน วิทยาลัยชุมชนมองเห็น ข อ ดี ใ นเรื่ อ งนี้ จึ ง ให ค ำแนะนำและผลั ก ดั น ให ก ลุ ม จด ทะเบียนเปนวิสาหกิจชุมชน “ความสำเร็ จ ของกลุ ม แม บ า นบ า นมะพริ ก อำเภอคำเขื่อนแกว เปนตัวอยางหนึ่งที่วิทยาลัยชุมชน ทำได เราทำหนาที่แนะนำและชวยผลักดันกลุมใหจด ทะเบียนเปนวิสาหกิจชุมชน เพราะเรามองวาชาวบานมี ศักยภาพ แตขาดแคลนทุน ดังนั้นเพื่อความมั่นคงใน ระยะยาวของกลุ ม จึ ง ต อ งเข า สู ร ะบบวิ ส าหะกิ จ ชุ ม ชน เพราะจากนั้นจะมีโอกาสเติบโตไปเปนธุรกิจขนาดเล็กได

134

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

อีก” นายสงาเลาถึงแนวคิดของการเสริมทางการตลาด ใหแกกลุม ทุกวันนี้ที่บานมะพริก เราจะไดเห็นภาพแมบาน หลากหลายวัยมารวมตัวกัน ใบหนายิ้มแยมแจมใส นั่ง ลอมวงชวยกันทำงานตามหนาที่ที่ถนัด เชน เย็บจักร ยัด นุน เย็บปดขอบเบาะ ปดหนาหมอน มัดฟางสำหรับยัด ไสหมอน เรียกไดวาเปนกิจกรรมกลุมที่ตอบสนองคนทุก วัย ตั้งแตวัยรุนจนกระทั่งถึงผูเฒาผูแก ให ไดมีรายได เล็กๆ นอยๆ เหมือนนางสุมาลัย เสนเศษ นักศึกษาหลักสูตร การฝ ก อบรมผลิ ต ภั ณ ฑ จ ากผ า ลายขิ ด ของวิ ท ยาลั ย ชุมชนยโสธรเลาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรูที่ไดรับวา “วิทยาลัยชุมชนเปนสถาบันการศึกษาที่เปดกวาง และเปนแหลงเรียนรูที่เขาถึงงาย มาจัดการเรียนการ สอนใหถึงในชุมชน ทำใหเราไมตองเสียคาใชจายในการ เดินทางไปเรียน สวนคาใชจายในการเรียนก็ไมสูงเกินไป สวนตัวนั้นเดิมมีอาชีพหลักคือการทำนา และมี อาชีพเสริมคือรับจางเย็บหมอนขิดอยูแลว แตความรู เกี่ยวกับหมอนขิดมีเพียงแคพื้นฐาน ทำไดเพียงบางขั้น ตอนเทานั้น จึงไดคาตอบแทนนอย แตพอไดเขารับการ ฝกอบรมหลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลายขิด จากวิทยาลัย ชุมชนยโสธรจนจบจบหลักสูตรแลว ขณะนี้สามารถนำ ความรู ที่ ไ ด ม าพั ฒ นาฝ มื อ ของตนเอง สิ่ ง ที่ เ ห็ น อย า ง


ชัดเจนคือสามารถชวยใหการทำงานอาชีพเสริมไดดีขึ้น ปจจุบันมีตัวแทนจำหนายหมอนขิดบางรายเขามาติดตอ ใหงานทำเพิ่มขึ้น ชวยเพิ่มรายได ใหแกครอบครัวเปน อยางดี” นอกจากไดงาน ไดมีรายไดเสริมแลว ยังชวย สานสัมพันธของคนตางวัยในหมูบานใหเหนียวแนนกลม เกลียวยิ่งขึ้น บางรายยังสามารถชักชวนลูกหลานที่ ไป เปนแรงงานในเมืองหลวงกลับมาทำงานในกลุมไดอีก ดวย

กาวตอไปของหมอนลายขิด

การปรับเนื้อหาใหสอดคลองและเปน ปจจุบัน ทั้งยังมี ความพยายามในการคิดคนสิ่งใหมๆ อยูเสมอ “เนื้อหาการสอนมีการพัฒนาทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ ตอไปอาจจะไมไดมีแคหมอนขวานลายขิด อาจจะ มีหมอนขนาดอื่นๆ ที่มีความกะทัดรัด เหมาะกับการใช งานในโอกาสตางๆ มีการพัฒนาลวดลายของลายขิดให ทันสมัย พยายามจะชวยลดตนทุนของผลิตภัณฑ เพราะ นุนซึ่งเปนสวนประกอบที่สำคัญของหมอนลายขิดนั้นเปน วัตถุดิบที่หาไดยากและมีราคาสูง หากเราสามารถหา วั ส ดุ อื่ น ที่ มี คุ ณ สมบั ติ ดี เ ท า ๆ กั น แต ร าคาถู ก กว า มา ทดแทนได จะชวยใหตนทุนการผลิตลดลง ขณะนี้กำลัง อยูในชวงทดลอง โดยวิทยาลัยชุมชนรวมกับคุณครูผูเปน วิทยากรผูสอนหลักสูตรนี้คิดรวมกัน ใชวัตถุดิบที่มี ใน ท อ งถิ่ น เช น กก หรื อ ฟาง เพื่ อ นำมายั ด เป นไส ใ น หมอนขวาน เมื่อทดลองแลวไดผลดีจะนำไปสอนกลุม เพิ่มเติม เพื่อใหตน ทุนการผลิตของชาวบานลดลงได” นายสงากลาวทิ้งทายถึงโครงการในอนาคต

คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี ขึ้ น ของชุ ม ชน เป น ความภาค ภูมิใจอยางยิ่งของวิทยาลัยชุมชน เพราะสามารถทำให คนมีความรู มีวิชาชีพติดตัว และยังสามารถมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นกวาเดิม แมวาหลักสูตรผลิตภัณฑจากผาลาย ขิดจะสามารถตอบสนองความตองการของชุมชนได แต ยังมีสิ่งที่วิทยาลัยชุมชนตองพัฒนาตอไป นั่นคือพัฒนา หลักสูตรนี้ ใหมีความทันสมัยและตามใหทันกระแสของ ทิศทางอนาคตของวิทยาลัยชุมชนยโสธร ตลาดอยูเสมอ ในป ๒๕๕๒ วิทยาลัยชุมชนเปดสอนหลักสูตร บริบทหนึ่งของวิทยาลัยชุมชนยโสธร คือ ผูเรียน ผลิตภัณฑจากผาลายขิดไปแลว ๒ รุน เนื้อหาของการ สวนใหญอยู ในแวดวงเกษตรกรรม ดังนั้นแนวทางการ จัดการเรียนการสอนก็มีการพัฒนาอยางไมหยุดยั้ง มี พัฒนาหลักสูตรการฝกอบรมที่ตองมุงมั่นตอไป จึงมุง วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

135


เนนไปที่เรื่องการสงเสริมหรือเพิ่มศักยภาพทางดานการ สงากลาวถึงหลักสูตรที่กำลังดำเนินการพัฒนา เปนอีก ประกอบอาชีพ ดวยเชื่อมั่นวาเมื่อมีความรู ก็สามารถนำ หลักสูตรที่จะชวยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในทองถิ่น ไปประกอบอาชีพเลี้ยงปากทอง ทำใหมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น ทั้งในระดับครอบครัวและระดับชุมชน ดังกรณีที่เกิด ขึ้นแลวที่บานมะพริก อำเภอคำเขื่อนแกว “หลักสูตรการฝกอบรมที่สนใจและมุงหวังอยาก จะพัฒนา คือ หลักสูตรการเลี้ยงโคขุน เพราะมองเห็น ชองทางในการสรางรายไดจากอาชีพนี้ แตการเลี้ยงโค ขุนก็มีขอจำกัดเรื่องของการลงทุนที่คอนขางสูง ดังนั้น เมื่อเปดจัดการเรียนการสอนแลว ผูเรียนสำเร็จหลักสูตร ออกไปพรอมความรู แตไมมีเงินในการลงทุน ก็คงจะไม ชวยอะไรได ขณะนี้กำลังหาแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร ดังกลาว เนื่องจากองคความรูและอาจารยพิเศษมีไวแลว สิ่งที่วิทยาลัยชุมชนยโสธรกำลังทำคือ กำลังหาแนวทาง เพื่อใหผูเรียนจบไปแลว สามารถไปประกอบเปนอาชีพ ได โดยคิดวาจะเกิดประโยชนที่สุดเมื่อผูเรียนสามารถ รวมกลุมกันได คือ รวมกลุมทางดานการเงินเพื่อใหมี ความเขมแข็งในการลงทุนเบื้องตน หรือทำใหรูปแบบ ของสหกรณ ถาทำไดเชื่อไดวาจะชวยยกระดับคุณภาพ ชีวิตของเกษตรกรไดอยางยิ่ง เพราะโคขุนเปนอาชีพที่ สามารถรับประกันรายได ได ตรงนี้วิทยาลัยชุมชนตอง ทำหนาที่หาแนวทางสำหรับการลงทุนรวมกันกอน” นาย

136

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

137


138

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


“แร ห มื่ น ล า น บ า นกลางน้ ำ ถ้ ำ งามตา ภู ผ า แปลก แมกไมจำปูน บริบูรณดวยทรัพยากร” คำขวัญของจังหวัดพังงาสื่อถึงความร่ำรวยใน ทรัพยากรธรรมชาติอยางชัดแจง แมวาในปจจุบัน “แร หมื่นลาน” จะลดความสำคัญลงไป แตความสวยงาม ทางธรรมชาติของจังหวัดเล็กๆ ชายฝงทะเลอันดามัน แหงนี้ยิ่งทวีคุณคาและมูลคาใหกับเศรษฐกิจ สังคมของ ประชาชนในจังหวัด ภารกิ จ ของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนพั ง งาจึ ง เป น งานที่ ทาทายยิ่งกวาวิทยาลัยชุมชนใดๆ เพราะอาจดูเหมือนวา ฐานะทางเศรษฐกิ จ ของประชากรในพื้ น ที่ อ ยู ใ นขั้ น ดี ประชาชนมีการศึกษาสูง แลวยังจะเหลืองานอะไรให วิทยาลัยชุมชนซึ่งเปนเพียงสถาบันอุดมศึกษาระดับต่ำ กวาปริญญาแหงนี้ทำ เรื่องเลาตอไปนี้ อาจมีคำตอบ!

เก็บตก “เด็กมัธยม” สูรั้วอุดมศึกษา วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนพั ง งา จั ด ตั้ ง ขึ้ น เมื่ อ วั น ที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมี นายมานิต วิมุตติสุข ดำรง ตำแหนง ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนพังงา ดำเนินงาน ครั้งแรก วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และเปดรับนัก

ศึกษาเขาเรียนปการศึกษา ๒๕๔๙ เริ่มแรก ใชสถานที่ โรงเรี ย นทั บ ปุ ด วิ ท ยา ตำบลบ อ แสน อำเภอทั บ ปุ ด จังหวัดพังงา เปนที่ตั้งสำนักงานชั่วคราววิทยาลัยชุมชน พังงา และ วันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ยายไปยัง สำนั ก งานถาวร ตั้ ง อยู ตำบลบ อ แสน อำเภอทั บ ปุ ด จังหวัดพังงา มีเนื้อที่รวมทั้งหมด ๒๐ ไร โดยไดรับมอบ จากโรงเรียนทับปุดวิทยา ในชวงเริ่มกอตั้ง วิทยาลัยชุมชนพังงาไดรับการ สนั บ สนุ น และกำหนดแนวทางการจั ด การศึ ก ษา โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตไดเปนผูดำเนินการในระยะเริ่ม แรก เพื่อสำรวจความตองการและหลักสูตรที่สอดคลอง ตอชุมชน และไดเปดดำเนินการจัดการเรียนการสอนใน ป ก ารศึ ก ษา ๒๕๔๙ เป น ป แ รก ในป ๒๕๕๒ เป ด หลักสูตรอนุปริญญา ๖ สาขาวิชา มีนักศึกษาในปจจุบัน ๔๙๗ คน สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาไปแลวรวม ๑๒๕ คน ในขณะที่หลักสูตรฝกอบรมประสบความ สำเร็จอยางสูงมีผูอบรมไปแลวถึง ๓,๖๘๗ คน ผอ.มานิตเลาถึงการบริหารงานวิทยาลัยชุมชนวา วิทยาลัยชุมชนกอตั้งขึ้นเพื่อเปนสถาบันอุดมศึกษาทาง เลือกใหมสำหรับผูจบชั้น มัธยมศึกษาปที่ ๖ และเปน แหล ง เพิ่ ม พู น ทั ก ษะและการเรี ย นรู ต ลาดชี วิ ต ให แ ก ประชาชนทั่ วไป โดยเฉพาะผู ที่ พ ลาดโอกาสทางการ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

139


ศึกษา หลักการทำงานของวิทยาลัยชุมชนก็เปนเอกลักษณ เฉพาะตัวที่ ไมมีสถาบันใดเหมือน กลาวคือ ในชวงเริ่ม ตนมีมติคณะรัฐมนตรีที่ ให ใชอาคารสถานที่ที่มีอยูแลว เพื่อที่จะนำงบประมาณสวนใหญ ไปใช ในการสรางคน มากกวาการสรางวัตถุ มุงพัฒนาคนในทองถิ่นไดมีความ รูและอาชีพที่ดีขึ้น รวมถึงเก็บคาใชจายในการเขารับการ ศึกษาอบรมในอัตราทีต่ ำ่ มาก การบริหารงานวิทยาลัยชุมชน จึงไมใชเรื่องงายๆ สำหรับผูบริหาร “เดิมผมเปนผูอำนวยการโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดพังงามาหลายสิบป ทำใหผมรูจักคนมาก มีเพื่อน มีพี่ ลูกศิษยลูกหาเต็มจังหวัดไปหมด เมื่อผมมา เปนผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชน ที่ตองทำงานรวมกับ เครือขาย และเนนการใชทรัพยากรรวมในจังหวัดใหเกิด ประโยชนสูงสุด จึงไมสรางปญหาใหกับผม เพราะผมมี เครือขายโรงเรียนตางๆ อยูแลว ใหเพื่อนทุกคนเปน หัวหนาหนวยจัด ชวยกันหานักเรียนที่ประสงคจะศึกษา ตอ บุคลากรของวิทยาลัยชุมชนตอนเริ่มตั้งไมมีคนเลย ทำงานไม ไ ด ห รอก แต ผ มได เ ครื อ ข า ยเพื่ อ นฝู ง กั น ช ว ยเหลื อ ” ผอ.มานิ ต เล า ถึ ง แนวทางการทำงานของ วิทยาลัยชุมชนในชวงกอตั้ง และวา “บุคลากรของวิทยาลัยชุมชนพังงาถึงแม วาจะมีนอยนิด แตเราทำงานโดยใชเครือขายที่อยู ใน อำเภอตางๆ ทั้งการรับนักศึกษา การดูแลนักศึกษาที่มา เขาเรียน และบริหารจัดการศูนยการเรียนรู อยางเชน เมื่อครั้งไปรวมงานประชุมสัมมนาที่กรุงเทพฯ ตนเดือน กันยายน ผมใหเครือขายเปนผูรับผิดชอบพานักศึกษาไป

140

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

รวมกิจกรรม... แตผมจะมีการประชุมทุกเดือน เพื่อ ติดตามงานตางๆ แตละศูนยจะชวยกันหาอาจารยพิเศษ แลวนำเสนอใหสภาวิทยาลัยชุมชนพังงาพิจารณาอนุมัติ การทำงานผมจะมอบความไว ว างใจให กั บ ศู น ย ต า งๆ มาก ผมจะทำหนาที่เปนคนติดตาม และกำกับดูแลเรื่อง งบประมาณ” สำหรั บ การจั ด การเรี ย นการสอนในระดั บ อนุปริญญานั้น ผอ.มานิตเลาวา คนภาคใตสวนใหญมี ฐานะ มีความสนใจกับการศึกษาอยางมาก จึงนิยมสงลูก หลานเรี ย นจนถึ ง ระดั บ ปริ ญ ญาตรี ดั ง นั้ น หลั ก สู ต ร อนุปริญญาจึงไม ไดรับความสนใจเทาที่ควร ตนเองจึง มาทบทวนศักยภาพของพื้นที่ ใหมพบวา วิทยาลัยชุมชน พังงาควรจะหลักสูตรเนนการทองเที่ยว เพื่อผลิตคนเขา สูงานภาคธุรกิจการทองเที่ยว วิทยาลัยชุมชนพังงาจึง เริม่ สำรวจความตองการของประชาชนในแถบจังหวัดภูเก็ต อ.เขาหลัก จ.พังงา พบวาธุรกิจโรงแรมตองการคนที่มี จิตใจรักงานบริการและมีทักษะดานภาษาอังกฤษดี ที่มี วุ ฒิ ก ารศึ ก ษาระดั บ มั ธ ยมศึ ก ษาถึ ง ระดั บ อนุ ป ริ ญ ญา วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนจึ ง เน น ผลิ ต ผู เ รี ย นรองรั บ ตลาดการ ท อ งเที่ ย ว โดยเป ด หลั ก สู ต รอนุ ป ริ ญ ญาสาขาวิ ช า อุตสาหกรรมการทองเที่ยว “การดำเนินงานผมไดประสานใหโรงเรียนมัธยม ในเครือขาย เพื่อเปดสอนหลักสูตรการโรงแรมและการ ทองเที่ยว โดยรับตั้งแตนักเรียนตั้งแตมัธยมศึกษาปที่ ๔ - ๖ เพื่อเตรียมความพรอมของนักเรียนไวกอนเขามา เรียนหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชน ดังนั้นคนที่มาเรียน


กับวิทยาลัยชุมชนรับรองมีงานทำอยางแนนอน” ผอ. มานิตกลาว นอกจากนี้วิทยาลัยชุมชนพังงายังไดจัดหลักสูตร เสริมการทองเที่ยว ๒ หลักสูตรคือ “หลักสูตรฝกอบรม การร อ ยสร อ ยลู ก ป ดโบราณ” และ หลั ก สู ต รภาษา อังกฤษเพื่อการทองเที่ยว” ผอ.มานิตกลาวอยางมั่นใจวา ลาสุดวิทยาลัยชุมชนพังงารวมกับสถาบันคีนันแหงเอเชีย ตกลงสร า งความร ว มมื อ พั ฒ นาหลั ก สู ต รด ว ยกั น ๒ หลั ก สู ต ร คื อ การร อ ยสร อ ยลู ก ป ดโบราณที่ ไ ด เ ชิ ญ วิทยากรผูเชี่ยวชาญการทำลูกปดแกวมาจากกรุงเทพฯ สถาบันคีนันสนับสนุนงบประมาณในดานเครื่องมือและ อุปกรณในการฝกอบรมประมาณสองแสนบาท วิทยาลัย ชุมชนพังงาสมทบงบประมาณไปอีกสามหมื่นบาท ตน คิดวาเปนการลงทุนที่คุมมาก เนื่องจากเปนหลักสูตรที่ ออกแบบมาเปนพิเศษ และเชื่อวาผูที่เขารับการอบรมใน รุนแรกประมาณ ๒๐ คนจะมีงานและรายไดอยางตอ เนื่อง โดยเปาหมายวาจะผลิตเครื่องประดับที่ทำจากลูก ปดแกวจำหนายแกนักทองเที่ยวและสถานประกอบการ โรงแรมในจังหวัดภูเก็ตและพังงา สวนอีกหลักสูตรหนึ่งคือหลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่ อ การท อ งเที่ ย ว ซึ่ ง หลั ก สู ต รนี้ มี ค วามพิ เ ศษกว า ที่ วิทยาลัยชุมชนเคยจัด เพราะวิทยาลัยชุมชนพังงาไดเชิญ อาจารยที่เปนเจาของภาษามาสอน โดยจะสอนใหกับ ชาวบาน ๓ กลุมๆ กลุมละ ๖๐ ชั่วโมง โดยตั้งเปาหมาย วาผูเขาฝกอบรมตองสามารถสื่อการภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวันไดจริง

หลากหลายหลักสูตรกับวิทยาลัยชุมชน พังงา การจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนพังงา มีการ ดำเนินการจัดหลักสูตรที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะ หลั ก สู ต รฝ ก อบรม เป น การจั ด ศึ ก ษาแบบบู ร ณาการ ความรู เ ชิ ง วิ ช าการ และวิ ช าชี พ ผสมผสานกั น ใน กระบวนการจัดหลักสูตรวิทยาลัยชุมชนไดมงุ เนนถึงวิธกี าร ตางๆ เพื่อใหไดคุณภาพและมาตรฐานตามวัตถุประสงค ก อให เ กิ ด ผลตามเป า หมายและชุ ม ชนได รั บ ผลตามที่ ชุมชนตองการ ในทีน่ ขี้ อนำเสนอ ๓ หลักสูตร คือ หลักสูตร ฝกอบรมขับรถยนตเพื่อชุมชน หลักสูตร Service Mind and Team Work และหลักสูตรฝกอบรมดอกไมประดิษฐ จากใบยางพารา

หลักสูตรฝกอบรม “ขับรถยนตเพื่อชุมชน”

เปนหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จและสรางชื่อ เสียงใหกับวิทยาลัยชุมชนที่สามารถจัดหลักสูตรที่ตอบ สนองความตองการของชาวบาน จนมีผูสมัครเรียนเปน จำนวนมาก ผอ.มานิตเลาวา จากการศึกษาขอมูลการ จราจรของอำเภอทับปุดพบวา มีอุบัติเหตุทางรถยนต เกิดขึ้นบอยครั้ง สงผลใหมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก สวน ใหญ ส าเหตุ เ กิ ด จากการไม เ คารพกฎจราจร ความ ประมาท และการขับขี่ดวยความเร็วสูง ดวยเหตุนี้วิทยาลัยชุมชนพังงารวมมือกับขนสง จังหวัดพังงาเปดการสอนขับรถยนตขึ้น โดยสำรวจ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

141


ความตองการของชุมชนและกลุมคนที่มีความจำเปนตอง ขั บ รถยนต เพื่ อ การประกอบอาชี พ และดำเนิ น ชี วิ ต ประจำวันพัฒนาหลักสูตรการขับรถยนต โดยวิทยาลัย ชุมชนสอนปฏิบัติ สวนขนสงจังหวัดพังงาอบรมทฤษฎี รวมถึงทำการสอบและออกใบขับขี่รถยนต “การขั บ รถยนต อ ย า งถู ก กฎจราจรเป น สิ่ ง ที่ มี ความสำคั ญ ต อ ประเทศชาติ คนที่ ผ า นการอบรมจะ สามารถขับไดถูกตองตามกฎจราจร รับประกันไดวาถา ผานหลักสูตรของวิทยาลัยชุมชนแลว ขนสงจะออกใบ อนุญาตขับขี่ให ทำใหมีคนสนใจมาเรียนมาก เรียนกับ เราชั่วโมงละ ๕ บาท เรียนกันถึง ๙๐ ชั่วโมง มีผูสนใจ จองเรียนแนนตลอด เปนหลักสูตรที่มีคุณภาพมาก” ผอ. มานิตกลาว และเพิ่มเติมขอมูลวา เพื่อความสะดวกและ มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เนื่องจากวิทยาลัย ชุมชนตองจัดหารถยนตมาใหผูเขารับการอบรมฝกหัด ดังนั้นจึงขอเรียกเก็บคาใชจายในการใชรถยนตตางหาก ซึ่งผูเขารับการฝกอบรมตางยินดีจาย เพราะไดขับรถ สภาพใหมเอี่ยม ผอ.มานิต กลาวยืนยันวา การเรียนการสอนนั้น ทำกั น อย า งมี คุ ณ ภาพ โดยเล า ถึ ง บรรยากาศในการ จัดการเรียนการสอนวา “มีอยูครั้งหนึ่ง วันสุดทายที่ สอบใบขับขี่ ฝนตกหนักมาก พายุลง ขนสงจังหวัดมาส อบใบอนุญาตขับขี่ถึงวิทยาลัย ถนนหนาวิทยาลัยกวาง เพียง ๕ เมตรกวาๆ มีการสอบถอยเขาถอยออก ผมยืน ดูดวยความตื่นเตน เพราะทัศนวิสัยไมดี มองทางแทบไม เห็น แตทุกคนสามารถสอบผานหมด แสดงวาครูเรา

142

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สอนมีคุณ ภาพจริงๆ เปน หลักสูตรที่ผมมีความภูมิใจ มากที่สุด” ด า นนางสาวป ย นั น ท รั ก ษาแก ว ผู ส ำเร็ จ หลักสูตรฝกอบรมการขับรถยนตกลาววา ที่เลือกเรียน ขับรถยนตกับวิทยาลัยชุมชนพังงา ทั้งที่มีที่อื่นใหเลือก อีกเยอะ เพราะวาไมอยากเรียนแบบตัวตอตัว แตตอง การเรียนเปนกลุม จะไดนำปญหาและขอผิดพลาดของ เพื่อนในกลุม มาแก ไขปญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จะได พูดคุย และชวยกันแกไขปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้น วาทำไม ถาเกิดเหตุการณอยางนี้ เพื่อนทำได แลวทำไมเราทำ ไมได ในจุดนี้จะไดแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกันและกันได “การเรียนการสอนของที่นี่ถือวาอยูในเกณฑดี มี การสอนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติควบคูกันไป และเมื่อไดรับ ใบอนุญาตขับขี่ก็ถือวาผานเกณฑการประเมินในระดับ หนึ่ง และที่ชอบที่สุดคือไดเรียนรูเทคนิคและวิธีตางๆ มากมายจากครูผูสอน ที่ชวยใหดิฉันรูจักแกปญหากับ เหตุการณตางๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เชน การขับ รถบนเนินและลาดชัน หรือการขับรถในตลาด ซึ่งมีรถ และผูคนจำนวนมาก ตองขับ ตองระวังอยางไร ในการ ขับไมใหรถดับ หรือเฉี่ยวชน” นางสาวปยนันท กลาว

หลักสูตร Service Mind and Team Work

เกิดขึ้นจากเจาของผูประกอบการโรงแรมคุระบุรี กรีนวิว รีสอรท อำเภอ คุระบุรี จังหวัดพังงา ไดเห็น ความสำคัญของการมีหัวใจบริการและการทำงานเปน ทีม และตองการปลูกฝงใหพนักงานในองคกรมีสมรรถนะ


ในการบริหารและการทำงานเปนทีม จึงขอความรวมมือ กับวิทยาลัยชุมชนพังงา ในการพัฒนาพนักงานของโรง แรม ซึ่งวิทยาลัยชุมชนไดดำเนินการ ดังนี้ • พัฒนาหลักสูตร Service Mind and Team Work • จั ด ฝ ก อบรมให กั บ พนั ก งานของโรมแรม คุระบุรีกรีนวิว รีสอรท อำเภอคุระบุรี • ผลสำเร็จ พนักงานของโรงแรมคุระบุรีกรีน วิว รีสอรท มีศักยภาพในการปฏิบัติงาน สามารถขับ เคลื่ อ นและผลั ก ดั น องค ก รให ก า วไปสู ค วามสำเร็ จ วิทยาลัยชุมชนพังงาไดรับความสนใจจากหนวยงานตางๆ ในการจัดฝกอบรม

หลักสูตรดอกไมประดิษฐจากใบยางพารา

ดวยความอุดมสมบูรณของทรัพยากรธรรมชาติ ของจังหวัดพังงา เชน เปลือกหอย เกล็ดปลา ใบยาง พารา เปนตน วัสดุทองถิ่นดังกลาวบางชนิดไมมีคุณคา ทางเศรษฐกิจ เชน ใบยางพารา สามารถนำมาใชใหเกิด ผลิตสรางรายไดและเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ไดเปนอยางดี วิทยาลัยชุมชนพังงาจึงจัดอบรมหลักสูตร “การ พัฒนาผลิตภัณฑจากใบยางพารา”ขึ้น เพื่อตอบสนอง ความต อ งการของชุ ม ชน โดยวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนได เ ชิ ญ วิทยากรทองถิน่ มาสอนชาวบาน เพือ่ ผลิตดอกไมประดิษฐ จากใบยางพารา เชน ดอกลิลลี่ ดอกกุหลาบมวน ดอก กุหลาบติดเสื้อ ดอกบัว และดอกพิงคพิงงา ซึ่งลวนแต เปนดอกไมประดิษ ฐที่มีสีสัน รูปทรงสวยงาม ทำงาย

ตนทุนต่ำเพราะใชวัตถุดิบที่มี ในทองถิ่นรูปแบบของดอก ใชตกแตงบรรจุภัณฑทุกประเภทไดสวยงามและสะดุดตา ผลสืบเนื่องจากเปดอบรมหลักสูตรดังกลาว ทำ ให ผู เ รี ย นสามารถเพิ่ ม รายได ใ ห กั บ ครอบครั ว และ สามารถใชเวลาวางใหเปนประโยชน จากเรื่องเลาขางตนจะเห็นไดวา วิทยาลัยชุมชน พังงาพยายามจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เปดกวาง และหลากหลายครอบคลุมผูเรียนทุกระดับชั้นในสังคม เนนความสมัครใจ โดยยึดหลักการพัฒนานักศึกษาให สามารถพัฒนาตนเอง พัฒนางาน พัฒนาสังคม และ ดำรงชีวิตอยูอยางมีความสุข มีการจัดการเรียนการ สอนในระดับอนุปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น ที่สอด คลองตอความตองการของชุมชน โดยคำนึงถึงความรูที่ ผูเรียนจะไดรับ และสามารถนำไปพัฒนาและเพิ่มเติม ทักษะในการประกอบอาชีพ และดำรงชีวิต ใหทันตอ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจ เปนหนึ่งใน วิทยาลัยชุมชนที่เปดโอกาสใหเครือขายหนวยงาน และ ประชาชนในพื้นที่เขามามีสวนรวมในการจัดการศึกษาใน แทบทุกๆ ดาน ทั้งดานอาคารสถานที่หนวยจัดการศึกษา ดานบุคลากร และดานวิชาการ เปนตน มาบั ด นี้ จากผลงานและความมานะอุ ต สาหะ ของผู บ ริ ห าร บุ ค ลากร สภาวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน และ เครื อ ข า ยองค ก รหน ว ยงานต า งๆ ในจั ง หวั ด พั ง งาที่ สามัคคีรวมแรงรวมใจกันพัฒนาวิทยาลัยชุมชน คำขวัญ ของจังหวัดพังงา อาจตองเพิ่มอีกสรอยวลีหนึ่งวา “มี วิทยาลัยชุมชนเหมือนมีทรัพยอยูนับแสน” ก็เปนได วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

143


เรื่องเลาชาววิทยาลัยชุมชนพังงา บนเกาะหมากนอย จั ง หวั ด พั ง งา บางครั้ ง เป น พื้ น ที่ ที่ อ ยู ห า งไกล การเดินทางคอนขางลำบาก ครั้ ง หนึ่ ง ..เราชาววิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนพั ง งา ต อ ง เดิน ทางไปจัดฝกอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอรเบื้องตน ณ ตำบลเกาะหมากนอย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ซึ่ง ตองเดิน ทางดวยเรือประมงขนาดเล็ก ในขณะนั้นเปน ชวงมรสุม มีลมแรงและคลื่นสูงตลอดระยะเวลาในการ เดินทางเกือบ ๒ ชั่วโมง แตความตั้งใจจริงของกลุมผู เรียน และความมุงมั่นของพวกเรา..ชาววิทยาลัยชุมชน พังงา ในที่สุด..พวกเราก็สามารถเดินทางมาถึงเกาะ หมากนอยไดสำเร็จ ทามกลางความโลงใจของทุกๆ คน แตเมื่อมาถึงก็พบวาบนเกาะมีรถกระบะเพียง ๑ คัน ชาวบานสวนใหญเดิน ทางดวยรถจักรยานยนต ดวย น้ ำ ใจไมตรี ข องชาวบ า นที่ นั่ น ทำให พ วกเรามี ร ถ จักรยานยนต ๓ คันสำหรับคน ๖ คน ในการจัดฝก อบรมหลักสูตรคอมพิวเตอรใหแกชาวเกาะหมากนอยได สำเร็จลุลวงไปดวยดี

144

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

และนี่ เ ป น อี ก หนึ่ ง เหตุ ก ารณ . .ในหลายต อ หลายเหตุ ก ารณ ที่ ยั ง คงอยู ใ นความทรงจำของชาว วิทยาลัยชุมชนพังงาทุกคน ในทุกครั้งที่ตองเดินทางไป ในพื้นที่ ไกลๆ ตองลำบากลำบนในการเดินทาง ทุกๆ คนจะเหน็ดเหนื่อย และเมื่อยลา แตทันทีที่ ไปถึงไดพบ เจอกับผูเรียน พวกเราก็สัมผัสไดถึงความตั้งใจและ ความหวังที่จะไดรับความรู ที่วิทยาลัยชุมชนหยิบยื่นให ความเหน็ดเหนื่อยใดๆ ที่มีก็จะมลายหายไปทันที จะยัง คงเหลื อ เพี ย งแต ค วามมุ ง มั่ น ที่ ต อ งการจะพั ฒ นา คน..และพัฒนาจังหวัดพังงาสืบตอไป ตามอุดมการณ และแรงศรั ท ธาของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชน “การศึ ก ษาของ ประชาชน บริหารจัดการโดยประชาชน และจัดตาม ความตองการของประชาชน” บทความโดย อาจารยจิตตาภรณ กลอมแดง


วิทยาลัยชุมชนสูตล

ขอบฟากวางของชาวเล ณ เกาะหลีเปะ

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

145


146

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


หยก

ตื่นเชามาเตรียมงานรับนักทองเที่ยว เป น วั น ใหม ที่ เ ขามุ ง มั่ น ทำงานด ว ย ความมั่นใจ เปนความมั่นใจที่เกิดจากการมีความรูจาก การเขารับการฝกอบรมภาษาอังกฤษและการบริการใน รานคาที่วิทยาลัยชุมชนสตูลใหความรูแกเขา วันนี้ของหยก เชนเดียวกับชาวเลอีกกวารอยชีวิต ที่ ไดรับโอกาสทางการศึกษา อยางที่ ไมเคยคาดฝนมา กอน... เขาจึงไดรูวา ขอบฟานั้นกวางเพียงใด ความรู และกระบวนการเรียนรูที่วิทยาลัยชุมชน มาชวยเหลือ สนับสนุนไดขยายขอบฟาแหงความรูของเขาและเพื่อน ชาวเลใหกวางไกลออกไปอีก...

วิถีชาวเล “อูรังลาโวย” เกาะหลีเปะ เปนเกาะเดียวในอุทยานแหงชาติ ตะรุเตา แหลงทองเที่ยวทางทะเลที่สวยงาม เปนที่นิยม ของนักทองเที่ยวชาวตางชาติจำนวนมาก ประชากรสวน ใหญที่อาศัยอยูบนเกาะเปนชาวเลอูรังลาโวย (อูรังลา โวย หมายถึง คนทะเล) ประกอบอาชีพทำการประมง แบบดังเดิม โดยการลองทองเรือตามหมูเกาะ กลุมละ ๕ - ๖ ลำ ลาสัตวทะเลดวยเครื่องมืองายๆ อยาง ฉมวก สามงาม เบ็ด พวกเขามีความสามารถในการดำน้ำทะเล

ลึกเพื่อแทงปลาหรือจับกุงมังกรดวยมือเปลา และดำน้ำ เก็บหอยจากกนทะเล เกาะหลีเปะ ตั้งอยู ใจกลางมหาสุมทรอันดามัน เป น พื้ น ที่ ที่ อ ยู ห า งไกลความเจริ ญ แต มี ท รั พ ยากร ธรรมชาติที่สวยงาม วิทยาลัยชุมชนสตูลไดดำเนินการ สำรวจ ศึกษาความตองการ และแนวทางในการพัฒนา คุ ณ ภาพชี วิ ต ของชาวเล ณ เกาะหลี เ ป ะ พบสภาพ ปญหาความยากจนของชาวเล ขาดความรู และทักษะใน การประกอบอาชีพ เมื่อความเจริญเขาไปในพื้นที่ มีนัก ธุ ร กิ จ เข า ไปลงทุ น ประกอบอาชี พ ท อ งเที่ ย วบนเกาะ ชาวเลก็เปลี่ยนวิถีชีวติ กลายมาเปนลูกจางรานอาหาร นายนำชัย กฤษณาสกุล ผูอำนวยการวิทยาลัย ชุมชนสตูล กลาววา ประชากรบนเกาะหลีเปะสวนใหญ จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ใชวิถีชีวิตแบบดังเดิม ในขณะที่โลกมีความเปลี่ยนแปลงมากมาย จากพื้นที่ที่ เคยเงียบสงบ กลับมีนักทองเที่ยว มีนักธุรกิจเขาไปบน เกาะ เพื่อทำธุรกิจดานการทองเที่ยว วิถีชีวิตของคน ทองถิ่นจึงเปลี่ยนไป จากเดิมเคยทำประมง กลับกลาย มาเปนลูกจางรานคา มีรายไดเล็กๆ นอยๆ ชาวบานก็ ขึ้นฝงไปใชจายเงินทองแบบเกินตัว ทำใหชาวบานยิ่งจน ขึ้นเรื่อยๆ แมจะมีหลายหนวยงานเขามาสำรวจสภาพ ป ญ หาในพื้ น ที่ แ ล ว แต ยั งไม มี ห น ว ยงานใดลงมาแก วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

147


ปญหาที่เกิดขึ้นใหชาวบานบนเกาะ วิทยาลัยชุมชนจึง อยากมาชวยพัฒนาอาชีพใหกับชาวบาน “เมื่ อ ชาวบ า นเห็ น คนจากข า งนอกมาทำธุ ร กิ จ การทองเที่ยวบนเกาะ เห็นนักทองเที่ยวเขามา พวกเขาก็ อยากจะทำมาหากินแบบคนเมืองบาง แตเขาทำไมเปน เพราะไมมีความรู ไมเคยมีใครเขามาใหโอกาส ใหความ รูในการพัฒนาตนเองเลย” ผอ.นำชัยกลาว และวา จาก การสำรวจความตองการของชาวบานพบวา ชาวบาน ตองการที่จะประกอบอาชีพเกี่ยวกับการทองเที่ยว เชน การใหบริการเชาเรือพานักทองเที่ยวชมรอบเกาะ การ ทำอาหาร และขนมขาย เปนตน

พัฒนาหลักสูตรดวยกระบวนการ DACUM ดวยเหตุนี้ในป ๒๕๕๐ วิทยาลัยชุมชนสตูลไดลง มาเก็บขอมูลเชิงลึก โดยการเขาไปสำรวจ และสัมภาษณ ชาวเลที่อาศัยอยูบนเกาะหลีเปะ และนำผลมาวิเคราะห ขอมูลพบวา นาจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเล โดยให สอดคลองกับยุทธศาสตรจังหวัดสตูล ที่เนนทางดานการ ทองเที่ยว ดังนั้นจึงไดมีกระบวนการพัฒนาหลักสูตรที่จะ นำสูยุทธศาสตรดานการทองเที่ยว และเหมาะสมกับ ประชาชนบนเกาะหลีเปะ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนได น ำข อ มู ล ดั ง กล า วมาพั ฒ นา หลักสูตรดวยกระบวนการ DACUM : Development a Curriculum ซึ่งเปนวิธีการพัฒนาหลักสูตรของวิทยาลัย

148

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ชุมชน โดยเริม่ จากการวิเคราะหสมรรถนะในการประกอบ อาชีพของชาวเลบนเกาะหลี นายมนัส จันทรพวง หัวหนางานพัฒนาหลักสูตร ฝกอบรมเลาถึงการทำงานวา วิทยาลัยชุมชนจะมีทีมงาน ๕ คน เดินเทาลงไปสำรวจความตองการของชาวบานทุก หลังบนเกาะกวา ๓๐๐ หลังคาเรือน แตเนื่องจากชาว บานบนเกาะยังไมรูจักเจาหนาที่วิทยาลัยชุมชน ในระยะ เริ่ ม แรกของการทำงานที ม งานจึ ง ได ป ระสานไปยั ง โรงเรียน หรือสาธารณสุขหมูบานบนเกาะหลีเปะ เพื่อ ขอความชวยเหลือจากครู และอาสาสมัครสาธารณสุข หมูบาน (อสม.) ที่มีความรูจักคุนเคยกับชาวบานเปน อยางดี ใหชวยพาทีมงานลงพื้นที่ เพื่อพบปะพูดคุยสอบ ถามความตองการของชาวบาน สำหรับวิธีการสอบถามความตองการของชาว บาน ทีมงานจะไม ใชวิธีการถาม แลวใหชาวบานตอบ แตจะใชวิธีการชวนชาวบานพูดคุยไปเรื่อยๆ เพื่อสราง ความคุนเคยใหเกิดขึ้นทั้ง ๒ ฝาย “การทำงานของทีมงานจะใชวิธีการเดินเทา เดิน ทุกรูปแบบทั้งแนวนอน แนวตั้ง แนวทแยง เพื่อจะเขาไป พูดคุยกับชาวบาน ไปถึงบานไหนก็เคาะประตูบานนั้น ตอนแรกชาวบานก็งงวาพวกผมเปนใคร ดีที่ทีมงานไดครู และอสม.ที่คุนเคยอยูกับชาวบานเปนผูชวยนำทางให ชาวบานเลยใหความรวมมืออยางดี” นายมนัส กลาว และวา กวาจะสำรวจความตองการของชาวบานจนครบทุก คน ทีมงานตองคลุกคลีอาศัยอยูก บั ชาวบานนานรวมเดือน จนปจจุบนั นีท้ มี งานเดินไปไหนจะมีแตคนทักทัว่ ทัง้ เกาะ


หลักสูตรในฝนของชาวเล “เกาะหลีเปะ” เมื่อไดขอมูลตามที่ตองการแลว จากนั้นเขาสูขั้น ตอนการร า งหลั ก สู ต ร ในขั้ น ตอนนี้ ที ม งานได เ ชิ ญ ผูเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพดานการทองเที่ยวมารวมจัดทำ หลั ก สู ต ร โดยที ม งานจะนำข อ มู ล ที่ ไ ด ส ำรวจความ ตองการของชาวบานทั้งหมดเสนอตอคณะทำงานยกราง หลั ก สู ต ร เพื่ อ กำหนดขอบเขตของเนื้ อ หา กำหนด วัตถุประสงค ผลลัพธการเรียนรู และวิธวี ดั ผลประเมินผล เมื่อยกรางหลักสูตรเสร็จแลว ขั้นตอนตอมาคือ การวิพากษหลักสูตรโดยผูเชี่ยวชาญอีกครั้ง แลวสงตอ ใหสภาวิชาการและสภาวิทยาลัยชุมชนพิจารณาขออนุมตั ิ เป ด หลั ก สู ต ร ตามลำดั บ จึ งได ห ลั ก สู ต รที่ เ ป น ความ ตองการของชาวเลบนเกาะหลีเปะ ๔ หลักสูตร ดังนี้ ๑. หลักสูตรภาษาอังกฤษและการบริการในราน อาหาร จำนวน ๓๐ ชั่วโมง จากการขยายตัวดานการ ทองเที่ยวอยางมาก ทำใหมีความตองการพนักงานดาน ทีพ่ กั และพนักงานเสิรฟ เปนจำนวนมาก โดยผูป ระกอบ การเอกชนแตไดนำเอาลูกหลานของชาวเลที่อาศัยอยูบน เกาะมาเปน พนักงานบริการดานที่พักและอาหาร ซึ่ง พนักงานดังกลาวเปนผูดอยโอกาสทางการศึกษา สวน ใหญจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปที่ ๓ ยังขาด ความรูความสามารถ ทักษะ และประสบการณ ในการ ใชภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับนักทองเที่ยวชาวตางชาติ และเทคนิควิธีการบริการตางๆ วิทยาลัยชุมชนสตูลได ดำเนิ น การฝ ก อบรมหลั ก สู ต รภาษาอั ง กฤษและการ

บริการในรานอาหาร เปนการสรางบุคลากรดานการ ท อ งเที่ ย ว ทำให นั ก เที่ ย วที่ ม าเที่ ย วยั ง เกาะหลี เ ป ะ มี ความประทับใจ ในการบริการและการใชภาษาอังกฤษ เปนการสรางใหเปนการทองเที่ยวแบบยั่งยืนตอไปใน อนาคต ๒. หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง เนื่องดวยกลุมแมบานและประชาชนที่อาศัยบน เกาะยังขาดอาชีพที่พัฒนาคุณภาพชีวิตใหดียิ่งขึ้น ซึ่งบน เกาะหลีเปะมีนักเที่ยวชาวตางชาติจำนวนมาก วิทยาลัย ชุมชนสตูลจึงไดจัดฝกอบรมหลักสูตรอาหารขนมเพื่อ ธุรกิจ ซึ่งเปนการสรางอาชีพ และเสริมรายได ใหกับ กลุมแมบานที่อาศัยอยูบนเกาะหลีเปะ ประกอบไปดวย ขนมเคกกลวยหอม เคกมวน คุกกี้ พิซซา กะหรี่พับ โดนั ท ขนมปงตางๆ รวมทั้งถายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับ ความรู ความเขาใจ มีทักษะ มีความรู ในการบรรจุหีบ หอผลิตภัณฑ (Packaging) การจัดการธุรกิจและจัด จำหนาย รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมและกิจนิสัยที่ดี ในการทำงาน ปฏิ บั ติ ง านอย า งระมั ด ระวั ง ประณี ต สะอาดและถูกสุขลักษณะ ๓. การจัดการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ จำนวน ๓๐ ชั่วโมง เนื้อหาหลักสูตรเปนการใหความรูเบื้องตนเกี่ยว กับการทองเทีย่ วเชิงอนุรกั ษ วิธกี ารดำเนินธุรกิจ นโยบาย และกฎหมายที่ เ กี่ ย วกั บ ธุ ร กิ จ การท อ งเที่ ย ว เพื่ อให ประชาชนบนเกาะมีวิธีการในการจัดการเกี่ยวกับการ ทองเที่ยว กับนักทองเที่ยวที่เขามาทองเที่ยวทุกคนมี จิตสำนึกในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติควบคู ไปกับ วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

149


การทองเที่ยวซึ่งเปนผลดี ใหกับนักทองเที่ยวเองและยัง เปนผลดีกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่มีอยู ตามสถานที่ทองเที่ยว ๔. หลักสูตรการชวยเหลือผูประสบภัยทางทะเล จำนวน ๒๐ ชั่ วโมง เพื่ อ สร า งความมั่ น ใจของนั ก ทองเที่ยวในดานความปลอดภัย และพัฒนาศักยภาพ ผูประกอบการอาชีพที่ ใหบริการแกนักทองเที่ยว ไดแก พนักงานขับเรือหางตามเกาะ พนักงานบริการดานที่พัก รี ส อร ท ที่ ติ ด ริ ม ทะเล และเจ า หน า ที่ ข องภาครั ฐ ที่ ท ำ หนาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางทะเล ไดแก เจาหนาที่ อุทยาน ตำรวจน้ำ ทหารรักษาชายฝงสตูล วิทยาลัย ชุมชนไดจัดในการฝกอบรมหลักสูตรฝกอบรมชวยเหลือ ผูประสบภัยทางทะเล เพื่อพัฒนาบุคลากรทางดานการ ทองเที่ยวทางทะเล ใหมีความรูทักษะในการชวยเหลือ ผูประสบภัยทางทะเลอยางถูกตอง นอกจากนี้ ในดานการบริการวิชาการ วิทยาลัย ชุมชนสตูลไดดำเนินการโครงการฟน ฟูศิลปะพื้น บาน “ดาระ” และหลั ก สู ต รมั ค คุ เ ทศก น อ ย ให นั ก เรี ย นที่ โรงเรียนบานเกาะอาดัง ณ เกาะหลีเปะ และประชาชน ที่อาศัยอยูบนเกาะหลีเปะเพื่อเปนการสืบสานวัฒนธรรม และตระหนักในบทบาทความเปนเจาบานที่ดี

150

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ดานนางสาวหยก หาญทะเล ลูกหลานชาวเลวัย ๑๙ ป ผู เ ข า รั บ การฝ ก อบรมภาษาอั ง กฤษและการ บริการในรานคากลาววา ตนประกอบอาชีพเปน พนัก งานเสริฟที่รานคา ประสบปญหาเรื่องการทำงานมาก เพราะที่รานจะมีนักทองเที่ยวชาวตางชาติเขามาในราน ตนสื่อสารกับเขาไมรูเรื่อง จึงตองคอยหลบ เพราะอายที่ พูดภาษาอังกฤษไม ได พอหลบเขาปลอยๆ เจานายก็ดุ เมื่ อ รู ว า วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนเป ด สอนภาษาอั ง กฤษในร า น อาหารจึงตัดสินใจเขาเรียน การจัดการเรียนการสอนครู จะใหแบบเรียนมาใหตนทองจำกอน พอทายชั่วโมง ครู จะเรียกใหไปฝกพูดหนาชั้นเรียน ตนเองก็พูดได “ปจจุบันนี้หนูไดนำความรูที่ ได ในชั้นเรียนมาให ในการทำงาน ทำใหทุกวันนี้สามารถสื่อสารแนะนำเมนู อาหารใหกับนักทองเที่ยวได พอหนูทำงานดีขึ้น เจานาย ก็ไมดุหนูเหมือนแตกอนแลว” หยกกลาวทิ้งทาย ป จ จุ บั น ชาวเลบนเกาะหลี เ ป ะ ได น ำความรู ไ ป ประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตสรางสังคม สราง รายได และสรางความประทับใจใหแกนักทองเที่ยว ซึ่ง นำไปสูการพัฒนาศักยภาพการทองเที่ยวจังหวัดสตูล อยางยั่งยืนตอไป


“หลักสูตรการจัดการทองเทีย่ วเชิงอนุรกั ษ” สรางเจาบานที่ดี นำรายไดสูชุมชน “สตูล” เปนจังหวัดที่มีแหลงทองเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เนื่องจากมีสภาพทางภูมิประเทศหลาก หลาย ทั้งภูเขา และที่ราบลุม สวนชายฝงทะลเปนที่ราบ และปาชายเลน นอกจากนี้เขตจังหวัดสูตลยังมีหมูเกาะ ตางๆ ในทะเลอันดามันอีกวารอยเกาะ เชนหมูเกาะตง หมูเกาะตะรุเตา เกาะเภตรา เกาะสาหราย ฯลฯ ป จ จุ บั น นั ก ท อ งเที่ ย วเริ่ ม หั น มาให ค วามสนใจ สถานที่ทองเที่ยวที่ยังสะอาดบริสุทธิ์ ผูคนไมพลุกพลาน มากนัก จังหวัดสตูลจึงกลายเปนแหลงทองเที่ยวใหมที่มี ผูคนจากทั่วทุกสารทิศเขามาเที่ยวชม อุตสาหกรรมการ ทองเที่ยวที่เริ่มเติบโตขึ้นนั้นเปนสัญญาณดี ที่จะทำให คนในจังหวัดมีรายไดเพิ่มมากขึ้น แตการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางธรรมชาติก็ ไมอาจถูกละเลยได เพื่อการ ทองเที่ยวที่ยั่งยืน วิทยาลัยชุมชนสตูลไดตระหนักถึงความสำคัญ ของทรัพยากรธรรมชาติ และตองการใชประชาชนใน จังหวัดสูตลมีชองทางหารายไดเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเปน การตอบสนองยุทธศาสตรจงั หวัดทีเ่ นนเรือ่ งการทองเทีย่ ว จึงเปดหลักสูตรการจัดการทองเที่ยวเชิงอนุรักษขึ้น ๒ หลักสูตรคือ หลักสูตรมัคคุเทศกเฉพาะทางทะเลชายฝง และหลั ก สู ต รมั ค คุ เ ทศก เ ฉพาะแหล ง ท อ งเที่ ย วทาง ธรรมชาติ (ทางบก) เพื่อสรางบุคคลกรในทองถิ่นใหเปน เจาบานที่ดี

การจัดฝกอบรม ”มัคคุเทศกเฉพาะทางทะเล ชายฝง” วิทยาลัยชุมชนไดรับการเห็นชอบจากสำนักงาน ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศกกลางใหดำเนินการ จัดอบรม โดยใชหลักสูตรมาตรฐานการอบรมมัคคุเทศก จำนวน ๑๐๙ ชั่วโมง เนื้อหาของหลักสูตรจะมีทั้งภาค ทฤษฎี และทดลองปฏิบัติ การออกสนามผูที่ผานการ อบรมสามารถนำความรู ไปประกอบอาชีพมัคคุเทศก และการบริการนำเที่ยวในทองถิ่นของตนเองไดอยางมี คุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และนำวุฒิบัตรขอใบ อนุ ญ าตประกอบธุ ร กิ จ นำเที่ ย วมั ค คุ เ ทศก เ ฉพาะทาง ชายฝงตอไป สวนหลักสูตรมัคคุเทศกเฉพาะแหลงทองเที่ยว ทางธรรมชาติ วิทยาลัยชุมชนไดจัดอบรมใหชาวบานที่ สนใจเปนมัคคุเทศก และการบริการนำเที่ยวในทองถิ่น ของตนเอง แตไมมีใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก โดยความเห็นชอบของการทองเที่ยวแหงประเทศไทยให ใชหลักสูตร “มัคคุเทศกเฉพาะทองเที่ยวทางธรรมชาติ” จำนวน ๘๘ ชั่วโมง ซึ่งผูผานการอบรมจะตองทดสอบทั้ง ภาคทฤษฎี และปฏิบัติตามที่หลักสูตรกำหนด เพื่อให สามารถนำเที่ยวใหกับนักทองเที่ยวทั้งชาวไทยและชาว ตางประเทศชาติ ที่มาทองเที่ยวในเขตรักษาพันธุสัตวปา เทือกเขาบรรทัดได ด า น ด.ต.สมั ค ร สะดน ผู เ ข า รั บ การอบรม หลักสูตร ”การจัดการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ” เลาถึง สาเหตุ ที่ ตั ด สิ น ใจเข า ฝ ก อบรมกั บ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนว า กอนหนานีช้ มุ ชนบานหัวทาง อุดมสมบูรณดว ยปาชายเลน วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

151


และสั ต ว น้ ำ แต ห ลั ง จากการให สั ม ปทานป าโกงกาง ทรั พ ยากรต า งๆ ก็ ร อ ยหรอ ชาวบ า นบริ เ วณนี้ ก็ เ ลย ปรึกษากันวาจะทำเรื่องการทองเที่ยวควบคู ไปกับการ อนุรักษ เพื่อใหทรัพยากรที่มีอยูกลับสูสภาพเดิม และ คนในชุมชนจะไดมอี าชีพ โดยไมตอ งออกไปทำงานรับจาง ที่อื่น แตเนื่องจากชาวบานไมมีความรูเรื่องการบริหาร จัดการ เลยคิดวาเปนโอกาสดีในการเริ่มดำเนินการฟนฟู ทรัพยากรที่มีอยูกลับสูสภาพเดิมตามความตองการของ ชุมชน ชาวบานจึงไดรวมกลุมกันไปติดตอประสานงาน กับทางวิทยาลัยชุมชนสตูลใหชวยอบรมความรูเรื่องการ จัดการทองเที่ยวเชิงอนุรกั ษใหกับประชาชนในพื้นที่ “การจัดการเรียนการสอนจะมีทั้งทฤษฎี และ ออกสนามจริ ง สอนเรื่ อ งการบริ ห ารจั ด การ และกฎ ระเบียบตางๆ เกี่ยวกับการทองเที่ยว ปจจุบันผมก็นำ ความรูที่ ไดรับมาประกอบอาชีพเสริมเปนมัคคุเทศกนำ เที่ยว ขอดีที่ผมเห็นไดชัดจากการเขาฝกอบรมในครั้งนี้ คือ การสอนที่เนนลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอน ทำให เวลาไปปฏิบัติงานเจอปญหาติดขัดก็สามารถแกปญหา ได“ ด.ต.สมัคร กลาว และวา เมื่อกอนนี้ที่หมูบานไดรับเรือคายัดจากเทศบาล มา ๑๐ ลำ ดวยความที่ชาวบานไมมีความรูเรื่องการ บริหารจัดการทองเที่ยวเลย ไดเรือคายัคมาก็ไมรูจัดทำ อะไร ก็ปลอยวางทิ้งตากแดดตากฝนไวอยางนั้นเรือก็ ทรุดโทรมไป โดยไม ได ใชประโยชน ดวยความรูเทาไม ถึงการณนั่นเอง

152

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

หลังจากที่ ไดผานการฝกอบรมกับทางวิทยาลัย ชุมชนสตูล ชาวบานก็เริ่มรวมกลุมกันจัดตั้งเปนชมรม สงเสริมการทองเที่ยวเชิงอนุรักษขึ้นในหมูบาน โดยทา งกลุมฯไดจัดโปรแกรมการทองเที่ยวในหลายรูปแบบ เชน การลองเรือคายัคชมสถานทีท่ อ งเทีย่ วทางธรรมชาติ หรือการเขามาในรูปแบบการศึกษาดูงาน โดยทางกลุมฯ จะจัดใหมีแหลงใหศึกษาหาความรูเกี่ยวกับการอนุรักษ สิ่งแวดลอมในพื้นที่ สำหรับรายไดที่ ไดรับจากการทองเที่ยวนั้น คน ทำงานทุ ก คน เช น คนนำเที่ ย ว วิ ท ยากร จะได ค า ตอบแทน สวนรายไดที่เหลือก็จะนำเขาชุมชน เพื่อใหใน การพัฒนาชุมชนตอไป นอกจากนี้ในสวนของกลุม แมบา น ก็เริ่มมีรายไดจากการรับทำอาหารใหกับนักทองเที่ยว และกลุมตางๆ ที่มาศึกษาดูงานของชุมชนอีกดวย


วิทยาลัยชุมชนแพร

หมอหอมยุคใหม ไปไกลทั่วโลก!

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

153


154

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


ภาพ

ดาราสาวนักแสดงยอดนิยมแหงยุคใน ชุดผาหมอหอมที่วิทยาลัยชุมชนแพร จัดทำ สรางสีสันดึงดูดสายตาและความสนใจของผูเขา ชมนิทรรศการ “วิทยาลัยชุมชน : ทางเลือกอุดมศึกษา เพื่อปวงชน” ที่จัดขึ้นเมื่อตนเดือนกันยายน ๒๕๕๒ เปน อยางดี กระทั่งมีผูถามหาซื้อชุดหมอหอมจากเจาหนาที่ ประจำนิทรรศการของวิทยาลัยชุมชนแพรตลอดเวลา เบื้องหลังภาพดังกลาว มีเรื่องราวที่เกิดจากการ ทำงานอยางหนักและตอเนื่องของวิทยาลัยชุมชนและ หนวยงานตางๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรสภา อุ ต สาหกรรมจั ง หวั ด พาณิ ช ย จั ง หวั ด หอการค าไทย จังหวัดแพร และพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร ฯลฯ ที่รวม กันพัฒนาผลิตภัณฑหมอหอม “ยุคใหม” จากสินคาพื้น เมืองที่ดูเครงขรึมออกแนวอนุรักษ ใหกลายเปนสินคาที่ ดูทันสมัย ทั้งดานการผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ปลอดสาร เคมี และการออกแบบตัดเย็บใหเขากับสมัยนิยม นีค่ อื หนึง่ ในผลงานสรางสรรคของวิทยาลัยชุมชน “นองใหม” ซึ่งจัดตั้งเปนแหงที่ ๑๘ ของประเทศ เปด ทำการเรี ย นการสอนเมื่ อ ป ๒๕๕๐ และได พั ฒ นา หลักสูตรที่นาตื่นตาตื่นใจหลายหลักสูตร อาทิ การนวด แผนไทยแบบราชสำนัก การทอผายกดอกลายโบราณ น้ำสมุนไพรปรับธาตุเจาเรือน หลักการแพทยแผนไทย

การพั ฒ นาบุ ค ลิ ก ภาพและการพู ด แฟชั่ น ผ า และของ ตกแตง และการเพิ่มมูลคาสินคาสิ่งทอและเครื่องนุงหม จากผาหมอหอม โดยมีหลักสูตรระดับอนุปริญญา ๖ โปรแกรมวิชา คือ การปกครองทองถิ่น เทคโนโลยีการ เกษตร คอมพิ ว เตอร ธุ ร กิ จ การศึ ก ษาปฐมวั ย การ จัดการทั่วไป และพัฒนาชุมชน เรื่องราวของวิทยาลัยชุมชนแพรที่ ไดเริ่มออก เดินทางกาวแรกๆ สูการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหกับชาว แพรผานการศึกษาในรูปแบบตางๆ ที่จะนำมาเลาสูกัน ฟ ง นี้ ส ะท อ นคุ ณ ลั ก ษณะของเมื อ งที่ มี ป ระวั ติ ศ าสตร ยาวนานนับพันป สื่อถึงความรักความผูกพันในบานเกิด และความมุง มัน่ ทีจ่ ะสืบสานภูมปิ ญ  ญาทองถิน่ เปนอยางดี

กิจกรรมเสริมศักยภาพนักศึกษา ด ว ยปณิ ธ านหลั ก ของวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแพร คื อ การเสริมศักยภาพใหกับนักศึกษาทุกทางเทาที่จะอำนวย ในการนี้ วิทยาลัยชุมชนแพรไดจดั กิจกรรมเสริมหลักสูตร ขึ้น อาทิ สงเสริมการรวมประกวดกับหนวยงานตางๆ และการกอตั้งชมรมตามความสนใจของนักศึกษา เปน ตน “นอกจากการเรียนตามเนื้อหาหลักสูตร เรายัง วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

155


สนั บ สนุ น กิ จ กรรมอื่ น ๆ ที่ เ ห็ น ว า เป น ประโยชน ต อ นั ก ศึ ก ษา เช น ที่ ผ า นมามี นั ก ศึ ก ษาขอเข า ร ว มประกวด แขงขันทักษะคอมพิวเตอร เราไดสนับสนุนคาใชจายใน การรวมประกวดเปนคาเดินทาง หากนักศึกษามาปรึกษา วาสนใจรวมกิจกรรมที่เสริมความรูของเขาได วิทยาลัย มักจะชวยเสมอ” นายบุญญพัฒน นามวงศพรหม รักษา การแทนผู อ ำนวยการวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแพร กล า วถึ ง บทบาทของวิทยาลัยชุมชนแพรที่สนับสนุนการพัฒนานัก ศึกษา หลั ง จากเป ด การเรี ย นการสอนมาได ป ก ว า คณาจารยและผูบริหารวิทยาลัยชุมชนแพร ไดพูดคุยกับ นักศึกษาเปน ประจำ จนกระทั่งเห็นวา นักศึกษาสวน ใหญมีความสนใจที่จะทำกิจกรรมตางๆ รวมกัน ในป การศึกษา ๒๕๕๒ จึงริเริ่มใหนักศึกษาจัดตั้งชมรมขึ้นมา ตามความสมัครใจ นักศึกษาสามารถเขารวมกิจกรรมได ตามความสนใจและความสามารถ โดยนักศึกษาตอง รวมตั ว อย า งน อ ย ๕๐ คนต อ ๑ ชมรม และจั ด ตั้ ง ประธาน รองประธาน กรรมการ และหนาที่ตางๆ ที่ จำเปนตองมี ในชมรม เขียนแผนงานและโครงการที่จะ จัดทำเพื่อเสนอฝายกิจการนักศึกษา เมื่อไดรับอนุมัติจัด ตั้งแลววิทยาลัยจะสนับสนุนโดยใหมีอาจารยที่ปรึกษา ชมรม และใหงบประมาณสนับสนุนการทำกิจกรรม นางสุ ข ฤทั ย ผั ด ผล ประชาสั ม พั น ธ วิ ท ยาลั ย ชุมชนแพร เลาวา “ถึงแมจะเพิ่งมีกิจกรรมชมรมได ไม นาน แต ก็ เ ห็ น ความเปลี่ ย นแปลงว า นั ก ศึ ก ษาสนใจ กิจกรรมนี้กันมาก ประมาณรอยละ ๘๐ ของนักศึกษา

156

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

อนุปริญญาเขารวมกิจกรรมชมรมกันหลายชมรม เชน ชมรมการแสดงและดนตรี ถึงขนาดมีคนมาจางวงของ ชมรมดนตรี ไปเลนดวย ซึ่งก็ ให ไปในนามวิทยาลัย นัก ศึกษาภาคภูมิใจที่ ไดแสดงความสามารถ อยางไมนานนี้ ก็ ไปแสดงลิลิตพระลอในงานการทองเที่ยวของทั้ง ๑๘ จังหวัดภาคเหนือ” “เทาที่ผานมาเห็นวามีแตขอดี นอกจากนักศึกษา จะไดแสดงศักยภาพแลว ยังเปนการใชเวลาวางใหเปน ประโยชน นักศึกษาใกลชิดครูอาจารยมากขึ้น เลิกเรียน ก็ยังอยูที่วิทยาลัยเพื่อทำกิจกรรมของชมรม ชวงนี้จะเห็น เปนเรื่องปกติมากที่เมื่อเลิกเรียนแลวยังอยูที่วิทยาลัย บางครั้งวันธรรมดาก็ยังมาที่วิทยาลัยชวงเย็นๆ นักศึกษา จะแบงพื้นที่กันเอง ใชใตถุนอาคารบาง สนามบาง ที่นา ภูมิใจคือกิจกรรมชมรมทำใหนักศึกษารักและผูกพันกับ วิทยาลัย” ทุ ก วั น นี้ ต อนเย็ น ๆ ของทุ ก วั น โดยเฉพาะวั น เสาร-อาทิตยจะเห็นภาพนักศึกษารวมกลุมทำกิจกรรม ของชมรม ไมวาจะเปนซอมกีฬา ซอมการแสดง ซอม ดนตรี เปนภาพธรรมดาไปแลว จากความใกลชิดเปนกันเองระหวางอาจารยกับ นักศึกษานี้เอง ทำใหอาจารยของวิทยาลัยชุมชนแพร หลายทานพบวา นักศึกษามักขอปรึกษาเรื่องการแสดง ออกในที่ชุมชน เพราะถึงแมจะมีความรูความสามารถ จากการเลาเรียนตามหลักสูตรแลว แตเมื่อตองแสดงตัว ต อ ที่ ส าธารณชนกลั บ ไม มั่ น ใจเต็ ม ที่ นั ก คณาจารย วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแพร จึ งได พู ด คุ ย กั น ว า น า จะพั ฒ นา


บุคลิกภาพและการแสดงออกใหกับนักศึกษา และได ริเริ่มจัดการฝกอบรมเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพใหแกนัก ศึกษาในเทอมสุดทายเมื่อตนป ๒๕๕๒ หลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพนี้ มีวิทยากรที่ชำนาญ เฉพาะด า นมาสอนเนื้ อ หาเกี่ ย วกั บ การปรากฏตั ว ต อ สาธารณะชน บุ ค ลิ ก ภาพ การเดิ น ยื น การพู ดในที่ ชุมชน มารยาทตางๆ ซึ่งคาดวาจะชวยลดปญหาสวนนี้ ได “ที่ผานมาหลายครั้งที่นักศึกษามาปรึกษาวาเมื่อไปดู งานแลวจะกลาวขอบคุณอยางไร คือจะมีคำปรึกษาเรื่อง เลานี้เรื่อยๆ จึงคิดวานาจะสอนเปนเรื่องเปนราว เพราะ อยากให นั ก ศึ ก ษาที่ อ อกไปนอกจากได ค วามรู ต อ ง สมารทดวย” นางสุขฤทัยกลาวเสริม และด ว ยความตั้ ง ใจให นั ก ศึ ก ษาที่ ส ำเร็ จ จาก วิทยาลัยเปนคนเกงมีความรู สามารถออกไปประกอบ อาชีพเพื่อสังคมได เปนคนดีของสังคม และที่ขาดไม ได สำหรับเปาหมายของวิทยาลัยแพรคือตองมีจิตสำนึกรัก ทองถิ่น โดยทางวิทยาลัยไดจัด ๒ วิชาที่เนนในเรื่องนี้คือ “แพรศึกษา” กับ “วิถี ไทย” จุดเริ่มตนมาจากการสอน หลักสูตรการปกครองทองถิ่น ซึ่งคิดวาผูเรียนคงจะไป ทำงานรับใชทองถิ่นนั่นเอง ดังนั้นการปลูกฝงหรือเพิ่ม ความตระหนักเรื่องรักทองถิ่นจึงเปนเรื่องสำคัญ จึงได ขยายมาสูการจัด ๒ วิชานี้ใหกับนักศึกษาทุกสาขาวิชา “เทาที่สังเกตเห็นนักศึกษามีความรูเรื่องทองถิ่น อยูบาง แตเมื่อลงในเชิงลึก นักศึกษาที่เปนเด็กรุนใหม จะไมเขาใจทีม่ า หรือไมรทู มี่ าของประเพณีวฒ ั นธรรม หรือ

ภูมิปญญาดั้งเดิม การเสริมเปนเนื้อหาเรื่องราวจึงทำให นักศึกษาเขาใจถองแทขึ้น และเห็นคุณคาของของดี ใน ทองถิ่นตัวเอง” นางสุขฤทัยกลาว

หมอหอมยุคใหม ใส ไดทุกวัย “หมอฮอม ไมสัก ถิ่นรักพระลอ ชอแฮศรีเมือง ลื อ เลื อ งแพะเมื อ งผี คนแพร นี้ ใจงาม” จากคำขวั ญ ประจำจังหวัดแพรที่ชูความสำคัญของผาหมอหอมหรือ มอฮอม สะทอนใหเห็นวาเปนผลิตภัณฑที่เกิดจากภูมิ ปญญาของชาวแพร เปนของฝากมีชื่อเสียงรูจักกันทั้ง ประเทศ อยางไรก็ตาม แมวาหมอหอมจะเปนผลิตภัณฑ ดั้งเดิมที่เคยนิยมกันแพรหลาย แตจากการศึกษาขอมูล จากผูผลิตและผูประกอบธุรกิจดานสิ่งทอและเครื่องนุง หมในระดับชุมชนบานทุงโฮงพบวา สินคามียอดจำหนาย ลดลง เนื่องจากขาดการพัฒนา ทำใหรูปแบบผลิตภัณฑ ของสินคาไมมีความหลากหลาย และไมตรงกับความ ตองการของตลาด ในขณะที่ผูประกอบการผาหมอหอม ประสบปญหาดานการออกแบบ การตลาด และการสง ออก วิทยาลัยชุมชนแพรจึงรวมมือกับมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชยจังหวัด หอการคาไทยจังหวัดแพร และพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑหมอหอม เพื่อเพิ่มมูลคา และเพิ่มสินคาในรูปแบบที่จูงใจและถูกรสนิยมผูบริโภค วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

157


ตลอดจนสามารถจำหนายไดทั้งตลาดภายในและนอก ประเทศ โดยมีโจทยวา ทำอยางไรให “หมอหอม” ดูไม เชย แตยังคงเอกลักษณเฉพาะตัวที่สีสัน และการยอม จากสียอมธรรมชาติ ที่ถึงแมเวลาซักสีจะตก แตสีจะไม ติดกับเสื้อผาอื่น ซึ่งถือวาเปนภูมิปญญาทองถิ่น และทุก ฝายเห็นตรงกันวา หมอหอมเปนสินคาที่มีศักยภาพของ จังหวัดแพร ในการนี้ วิทยาลัยชุมชนแพรจงึ ออกแบบหลักสูตร ผานกระบวนการ DACUM โดยมีกระบวนการดังนี้ ๑. ศึกษาความตองการ วัตถุประสงคของชุมชน และกลุมเปาหมายที่เปนลูกคาของชุมชน ๒. วิเคราะหงานโดยเชิญผูเชี่ยวชาญ ผูประกอบ การ และชาวบานที่มีความเชี่ยวชาญในการเย็บผาหมอ หอม มารวมกำหนดสมรรถนะดานความรู ทักษะ และ คุ ณ ลั ก ษณะที่ ต อ งการ ให เ กิ ด ขึ้ น ในตั ว ผู เ รี ย น ตาม หลักสูตรแฟชั่นผาหมอหอม ๓. จัดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน และจัดการ ทำเปนมาตรฐานงานหลักและงานยอย ๔. ใหผูเชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อปรับปรุงแกไข ๕. กำหนดวัตถุประสงคและคำอธิบายรายวิชา ๖. จัดทำการฝกอบรม ๗. นำเสนอสภาวิ ช าการ สภาวิท ยาลั ย ชุ ม ชน เพื่อขออนุมัติการฝกอบรม ๘. จัดฝกอบรม ๙. ประเมินหลักสูตร จนกระทั่งไดหลักสูตรฝกอบรม “การเพิ่มมูลคา

158

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สินคาสิ่งทอและเครื่องนุงหมจากผาหมอหอม” พรอมที่ จะจัดฝกอบรมใหกับกลุมเปาหมายที่เปนผูประกอบการ แถบตำบลทุงโฮงและผูสนใจทั่วไป โดยวิทยาลัยชุมชน แพร ไดเชิญ ผศ. ดร.อโณทัย ชลชาติภิญโญ ผูเชี่ยว ชาญดานสิง่ ทอจากภาควิชาวิทยาการสิง่ ทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และ Ms. Eva Brown ผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบลวดลายผาและนัก คาดการณแนวโนมแฟชั่นสิ่งทอจากประเทศอังกฤษ มา ให ค วามรู แ ก ผู ป ระกอบการ ผู ผ ลิ ต และชาวบ า นที่ มี อาชีพตัดเย็บผาหมอหอม โดยใหความรูตั้งแตการทอผา การตกแตงลายผา การออกแบบผา การตัดผา การเย็บ ผา การตรวจสอบคุณภาพผลผลิต การจัดจำหนายและ การตลาด คุณอวิกา ถิ่นจอม เจาของกิจการ “รานอวิกา หมอหอมแฟชั่น” ซึ่งสืบสานภูมิปญญาการทำผาหมอ หอมจากครอบครัวมานับสิบปแลว เปนคนหนึ่งที่สนใจ สมัครเรียนหลักสูตรนี้ตั้งแตเริ่มเปดอบรม เลาวา “หลักสูตรที่เรียนนี้จะเนน ที่เทคนิคการตกแตง หมอหอม สีสัน และแพทเทิรนการตัดเย็บ ซึ่งตรงกับ ความตองการอยางมาก เพราะเรื่องกรรมวิธีการทำนั้น ทำเปนอยูแลว แตอยากรูเทคนิคใหมๆ ในการตัดเย็บ การตกแตงลวดลายบนเสื้อ เพราะเรารูสึกวาเสื้อหมอ หอมติดภาพลักษณวา เปนเสือ้ ผาทีช่ าวบานและเกษตรกร ใส ไมคอยใสกันทั่วไป ตอนหลังแมจะมีการตัดเย็บเปน สูท เปนเชิ้ต หรือชุดกระโปรงบาง แตยังไมทันสมัยจน ใสกันแพรหลาย ซึ่งเมื่อเรียนแลวจะคอยๆ นำไปปรับใช


กับสินคาที่ราน เพราะตองทดลองตลาดไปดวยวาลาย แบบใหม ที่ ท ำขึ้ น เป น ที่ ย อมรั บ ของตลาดหรื อไม เล น ลวดลายหรือจัดเย็บแบบไหนลูกคาจึงจะชอบ รวมทั้งยัง ตองหาคนรับเย็บพวกลูกเลนใหมๆ ที่คิดขึ้นดวย สวน หนึ่งก็ไดจากเพื่อนรวมชั้นเรียนที่วิทยาลัย พูดคุยจางวาน ใหรับงานของที่รานไปทำได” เจาของราน “อวิภาหมอหอมแฟชั่น” กลาวเสริม อีกวา นอกจากนั้นยังไดเพิ่มพูนความรูเรื่องการตลาด เพราะในหลักสูตรนี้มีวิทยากรสอนเรื่องการวิเคราะห ตลาดทั้งภายในและตางประเทศ “วิทยากรมีหลายคน แต ล ะคนก็ เ สริ ม เติ ม ความรู ใ หม ๆ ที่ น า จะนำมาใช ไ ด และถึงบางเรื่องจะยังไม ได ใชทัน ทีก็เปนการเปดโลก ทัศนของเรา อยางคุณ Ena Brown เปนผูเชี่ยวชาญดาน แฟชั่นผาและของตกแตงจากอังกฤษก็มาเลาถึงสภาพ ตลาด ความตองการของแถบยุโรปวาเปนอยางไร ก็ทำ ใหเห็นภาพความเหมือนความตางกับของไทย ถึงแมวาที่ รานจะยังทำเฉพาะตลาดในเมืองไทย แตก็เปนการเปดหู เปดตาไดเปนอยางดี” นางอำพรรณ เสภารั ต นานั น ท เป น อี ก หนึ่ ง ผูประกอบการหมอหอมบานทุงโฮงที่เขารับการฝกอบรม เลาวา “สอนทุกขั้นตอนตั้งแตการออกแบบแฟชั่น การ ยอม การตัด และการเย็บ เรียนแลวรูสึกวาดี เพราะ เปนการรวมกลุมกัน จากที่แตกอนเวลาตัดเสื้อก็จะลอก เลี ย นแบบของคนอื่ น เอาของเขามาดั ด แปลง แต ที่ วิทยาลัยชุมชนจัดอบรมแลวก็จะดี ไซนออกแบบมา จะดี มาก เคยเอาไปขายที่งาน OTOP CITY ที่กรุงเทพฯ มีแต

คนชอบ เราจะมีการพัฒนาจากที่ผาสีตก ปจจุบันนี้ก็ไม ตก...” และเพื่อใหผลิตภัณฑ “หมอหอม” มีเอกลักษณ ใหมทคี่ นทุกรุน ทุกวัยสามารถสวมใสได ผศ. ดร.อโณทัย ชลชาติภญ ิ โญ แหงคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร จึ งได ป ระสานงานกั บ หลายๆ ฝ า ย จนกระทั่งได “แพนเคก” ดาราสาวนักแสดงชื่อดัง ศิษย เก า มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร เ ป น นางแบบ โดยมี หนวยงานราชการ และบริษัทเอกชนอีกหลายแหงที่ชวย กันผลักดันผลิตภัณฑ “หมอหอม” ใหติดตลาดที่กวางขึ้น อาจกลาวไดวา วิทยาลัยชุมชนแพรเปน หนวย ตั้งตน เติมเต็มความรูและวิทยาการใหมๆ ใหกับผูผลิต และผูประกอบการหมอหอมชาวแพร ทำใหผูผานการ อบรมเริ่มมีศักยภาพในการออกแบบผาหมอหอมใหมี แนวแฟชั่นที่มีรสนิยมถูกใจผูบริโภคมากขึ้น การตัดเย็บ มีความทันสมัยตอบสนองตอความตองการของตลาด สรางมูลคาเพิ่มใหกับสินคาผาหมอหอม และสรางราย ไดเพิ่มขึ้นใหแกผูประกอบการ และที่สำคัญที่สุดคือการ สรางคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใหแกผูผลิตและผูประกอบการ ผาหมอหอม

ดีใจที่แพรมีวิทยาลัยชุมชน ไมเพียงแตการเขาไปมีสว นชวยพัฒนาภูมปิ ญ  ญา เกี่ ย วกั บ หม อ ห อ มเท า นั้ น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแพร ยั ง ช ว ย สงเสริมผาปกพืน้ บานเผามง โดยรวมมือกับศูนยสงเคราะห วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

159


ชาวเขาบานหวยฮอม เนื่องจากพบวาชาวบานหวยฮอม ซึ่งเดิมมีรายไดเสริมจากการปกผากลับมีรายไดลดลง เนือ่ งจากสาเหตุเดียวกับหมอหอม คือ รูปแบบผลิตภัณฑ ลาสมัย ตลาดไมนิยม และผูประกอบการบางสวนหันไป ใชเครื่องจักรปกแทน เพราะทำไดเร็วและราคาถูกกวา จางชาวบาน วิทยาลัยชุมชนแพรจึงจัดทีมวิทยากรไปให บริการอบรม “เทคนิคการสรางมูลคาเพิ่มใหสินคาผา” โดยสอนเทคนิคการปกลวดลายแบบใหมๆ ซึ่งทางชาว บานก็ทำไดดี เมื่อนำไปเสนอผูประกอบการพบวาเปนที่ พอใจเพราะงานละเอียด ลวดลายทันสมัย สามารถขาย เปนงานฝมือที่มีความเฉพาะตัวตางจากการปกเครื่อง ทำใหชาวมงบานหวยฮอมมีงานปกเปนแหลงรายไดเสริม ตอไป “ดี ใจที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนแพร ม าช ว ยสอนให ถึ ง ที่ หมูบาน เพราะหมูบานอยู ไกล อยูบนดอย เดินทางไป เรียนในเมืองไมสะดวก ทำใหไดความรูเพิ่ม และสรางให มี ร ายได เ สริ ม ในช ว งที่ เ ราไม ไ ด ท ำไร ขอขอบคุ ณ วิทยาลัยชุมชนแพรที่ชวยนำสิ่งดีๆ มาใหกลุมแมบาน ทำ ใหครอบครัวมีรายไดดีขึ้นสามารถสงลูกเรียนหนังสือ และไมเปนหนี้ อยากใหวิทยาลัยหาลายผาใหมๆ มาเปด สอนอีก” นางเฟองฟา อวนสะอาด หนึ่งในผูเขาอบรม กลาว สวนการใหบริการทางการศึกษาระดับอนุปริญญา นั้น ปจจุบันวิทยาลัยชุมชนแพร ไดเปดสอนเปนปที่ ๓ แลว โดยเปด ๖ สาขาวิชา ไดแก การปกครองทองถิ่น เทคโนโลยีการเกษตร คอมพิวเตอรธุรกิจ การศึกษา

160

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ปฐมวัย การจัดการทั่วไป และการพัฒนาชุมชน ซึ่งเปน ประโยชนตอชาวแพรอยางมาก โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขา เทคโนโลยีการเกษตร เนื่องจากจังหวัดแพรมีพื้นที่ปาไม สักอุดมสมบูรณที่สุดแหงหนึ่งของประเทศ แตมีพื้น ที่ ทำการเกษตรจำกัด ทำใหมีประชาชนทุกเพศวัยสนใจ เขาศึกษาสาขาวิชานี้คอนขางมาก “การเรียนที่วิทยาลัยชุมชนได ใชประโยชนทั้ง ดานการทำงานและสวนตัว ดานการทำงานไดประโยชน เกี่ยวกับการเพาะกลาไม การขยายพันธุไม การตกแตง สวนหยอม และทำใหไดรูจักพันธุไมวาคือตนอะไร ดาน สวนตัววิทยาลัยชุมชนแพร ใหฝกความกลาแสดงออก สามารถพูดรายงานหนาชั้นเรียนได” นางสุจินต โพธิกุล นักศึกษาชั้นปที่ ๒ ระดับอนุปริญญา สาขาเทคโนโลยี การเกษตร กลาวแสดงความรูสึกถึงคุณประโยชนที่ ได รับจากการศึกษาที่วิทยาลัยชุมชนแพร พรอมทิ้งทายวา “อยากแนะนำให พี่ ๆ น อ งๆ ที่ เ พิ่ ม จบ ม.๖ มาเรี ย น เพราะวิทยาลัยชุมชนแพรใหความรูและเปดโอกาสใหแก คนทุกเพศทุกวัย และวิทยาลัยชุมชนแพรยังฝกใหเปนคน กลาแสดงออก กลาคิด กลาทำ” อาจกลาวไดวา เพียง ๓ ปหลังจากเปดจัดการ เรียนการสอน วิทยาลัยชุมชนแพร ไดเรงสานสรางความ รู เ พื่ อ ตอบสนองชุ ม ชนอยู ต ลอดเวลา จุ ดใดต อ งการ ความชวยเหลือ วิทยาลัยชุมชนแพรก็เขาไปรวมมืออยาง แข็ ง ขั น สมกั บ คำขวั ญ ของวิ ท ยาลั ย คื อ “อยากเรี ย น อยากรู อยากสรางอนาคต ไปที่...วิทยาลัยชุมชนแพร”


วิทยาลัยชุมชนสงขลา

เขาถึง เขาใจ ใหโอกาส

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

161


162

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา


ขาพเจา นายธำรงค แขวงเพ็ชรแกว อายุ ๕๓ ป...ถึงแมในอดีตขาพเจาเคยมาเรียนที่ กรุงเทพฯ จนจบ ชั้น ม.๖ แตก็เรียนโรงเรียนวัด...แตดวยปญหาเรื่อง เศรษฐกิจ เมื่อสึกจากพระมาทำงานก็ ไม ไดเรียนตออีก เลย แตก็คิดอยูเสมอวายังอยากจะเรียนหนังสือเพิ่มเติม จนอายุลวงเลยมาได ๕๓ ป มีวิทยาลัยชุมชนสงขลา ตั้ง อยู ที่ อ ำเภอเทพา ประกาศรั บ สมั ค รนั ก ศึ ก ษาระดั บ อนุปริญญา ...ขาพเจาจึงสมัครเขามาเรียนเปนคนแรกๆ โดยไมลังเลใจเรื่องอายุ เพราะเชื่อมั่นวาการศึกษาจะ สรางโอกาส สรางปญญาใหกับกระผม... ขาพเจา นางสาวนูรีดา บือราเฮง อายุ ๒๔ ป ครอบครัวของขาพเจามีฐานะยากจน ขาพเจามีความใฝ ฝนในเรื่องการเรียนมาก ขาพเจาเคยไดเรียนในโรงเรียน เอกชนที่จังหวัดยะลา แตเมื่อขอกูเงินจากกองทุนกูยืม เพื่อการศึกษาแลวไมได จึงจำเปนตองออกจากโรงเรียน ดังกลาว เพราะไมมีเงินจายคาเลาเรียน... แรงบันดาลใจ ที่ทำใหขาพเจาไดตัดสินใจศึกษาตอในวิทยาลัยชุมชน สงขลา เพราะใกลบาน และมีคาใชจายนอย ...ขาพเจา โชคดีที่ ไดมีโอกาสทางการศึกษา ขาพเจาไมคิดเลยวา ตั ว เองจะสามารถเรี ย นต อในระดั บ อุ ด มศึ ก ษาได อี ก เพราะปจจุบันสถานที่เรียนตางๆ มีคาใชจายสูง ซึ่งแตก ตางจากวิทยาลัยชุมชนที่ขาพเจาเรียนอยูมาก...

ความในใจที่ปรากฏในจดหมายทั้งสองฉบับขาง ตน จากหนุมใหญชาวพุทธ และสาวนอยมุสลิม คงไม เกิ ด ขึ้ น หากวิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสงขลาเป น เช น เดี ย วกั บ สถาบันอุดมศึกษาอีก ๕ แหง ที่ตั้งอยู ในจังหวัดสงขลา คำสำคัญที่นักศึกษาสองคนใชรวมกันคือ “โอกาสทาง การศึกษา” เปนวลีที่คนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะไดรับ หาก ในทางปฏิ บั ติ ค นส ว นใหญ ก ลั บ ไขว ค ว า มาด ว ยความ ลำบากยากเย็นแสนเข็ญ ดังที่นูรีดา บือราเฮง สะทอน ใหเห็นอยางชัดเจนแมวาโอกาสดังกลาวมาถึงแลว กลับ จำตองปลอยใหหลุดลอยไปเพียงเพราะ “ไมมีเงินจายคา เลาเรียน” เรื่ อ งราวจุ ด เริ่ ม ต น ของนั ก ศึ ก ษาทั้ ง สองคนนี้ เปนเรื่องเลาเชนเดียวกับนักศึกษาสวนใหญที่เลือกศึกษา ตอระดับอนุปริญญากับวิทยาลัยชุมชนทั้ง ๑๙ แหงทั่ว ประเทศ อันเกิดจากวิทยาลัยชุมชนไปใหบริการทางการ ศึ ก ษาทั้ ง ในระดั บ อนุ ป ริ ญ ญาและการฝ ก อบรม และ แนนอนที่การเกิดขึ้นของวิทยาลัยชุมชนสงขลาในจังหวัด ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาถึง ๕ แหงแลวนั้นยอมมีนัยพิเศษ เพื่อภารกิจสำคัญที่ทำใหเรื่องราวในระหวางการศึกษาที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสงขลามี สี สั น แตกต า งไปจากวิ ท ยาลั ย ชุมชนอื่นๆ นั่นเอง

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

163


จำเปนตองเกิด วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสงขลาเป น วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนน อ ง ใหมลาสุดในทั้งหมด ๑๙ วิทยาลัยที่มีอยู ในปจจุบัน ใน เบื้องตนไดตั้งอาคารสำนักงานสวนบริหารอยูที่อาคาร สำนั ก งานประถมศึ ก ษา (เดิ ม ) ตำบลเทพา และใช อาคารเรียนของโรงเรียนเทพาจัดการเรียนการสอน เชน เดียวกับวิทยาลัยชุมชนอื่นๆ ที่บริหารจัดการโดยมุงใช ทรัพยากรที่มีอยูเดิมใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประเทศ ชาติ แตกวาจะไดเปดวิทยาลัยขึ้นมาไดนั้น นายนิยม ชูชื่น ผูอำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลาเลาถึงกระบวน การทำงานกอนที่จะไดรับอนุมัติจัดตั้งวา “กอนที่จะมี วิทยาลัยชุมชนขึ้นได ตองทำงานทามกลางความยาก ลำบาก เพราะไมมีทั้งคนและปจจัยอื่นๆ” แตดวยคำ รับรองยืนยันในการสนับสนุนจากผู ใหญ ในพื้น ที่หลาย ทาน ที่สำคัญคือ ความศรั ทธาในการจัดการศึกษารูป แบบวิทยาลัยชุมชนวานาจะสามารถพัฒนาพื้นที่ ได ทำ ให ผอ.นิยม ชูชื่น ตัดสินใจมาชวยงานวิทยาลัยชุมชน การปฏิบัติงานภาคสนามชวงแรกมีเพียงนายนิยม ชูชื่น ซึ่ ง ขณะนั้ น ยั ง คงดำรงตำแหน ง ผู อ ำนวยการโรงเรี ย น เทพา กับเจาหนาที่อีก ๓ คนที่ไดรับอนุญาตจาก สพท. สงขลาเขต ๓ ใหมาชวยปฏิบัติราชการเปนการชั่วคราว รวมกันดำเนินการ สำรวจความตองการและนำเสนอ ขอมูลผานคณะกรรมการหลายคณะ จนกระทั่งไดรับ อนุ มั ติ ใ ห จั ด ตั้ ง วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสงขลาได ใ นวั น ที่ ๒๔

164

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

สิงหาคม ๒๕๕๐ ผอ.นิยมเลาวา เหตุผลสำคัญที่ทำใหพื้นที่อำเภอ เทพาและอำเภอโดยรอบไดรับเลือกใหจัดตั้งวิทยาลัย ชุ ม ชนได ทั้ ง ๆ ที่ จั ง หวั ด สงขลาได ชื่ อ ว า ว า เป น เมื อ ง มหาวิทยาลัยของภาคใต มีสถาบันอุดมศึกษาจำนวนมาก เนื่องจากจังหวัดสงขลาเปนจังหวัดใหญ ประกอบไปดวย ๑๖ อำเภอ แตมี ๔ อำเภอคือ เทพา จะนะ สะบายอย และนาทวี ที่ถูกจัดใหเปนพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจของ ภาคใต เนื่องจากเปนพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงภัยไมตางจาก พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต และยังมีผูที่ตองการ ศึกษาในระดับอุดมศึกษาอีกจำนวนมาก แตขาดโอกาส เนื่องจากเหตุปจจัยหลายประการ จึงพิจารณาเห็นวา การจัดการศึกษาในรูปแบบวิทยาลัยชุมชน นาจะมีความ เหมาะสมสอดคล อ งกั บ บริ บ ทและความต อ งการของ ประชาชนในพื้นที่ ไดเปนอยางดี และในประการสำคัญ คือยังสนองนโยบายของรัฐบาลในการแกปญหาพื้น ที่ พิเศษภาคใต ตามยุทธศาสตรการพัฒนาสูสังคมสันติสุข ของศูนยอำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต (ศอ.บต.) ที่ใชการศึกษาและการพัฒนาสังคมเปนหลักในการสราง สันติสุขและความเจริญกาวหนาใหเกิดขึ้นกับประชาชน ในพื้นที่ จึงไดรับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจัด ตั้งวิทยาลัยชุมชนสงขลาในระยะเริ่มตน ๒ ปแรก เมื่อวิทยาลัยชุมชนสงขลาเปดรับสมัครนักศึกษา ภาคแรกในปการศึกษา ๒๕๕๑ หลักสูตรอนุปริญญา ๒ หลักสูตร คือการปกครองทองถิ่นและการศึกษาปฐมวัย ปรากฏว าได รั บ ความสนใจมาก มี ผู ส มั ค รมากกว า ที่


คาดการณ ไว คือตั้งเปาที่ ๘๐ คนของทั้งสองหลักสูตร รวมกัน แตมีผูสนใจมากสมัครเรียนถึง ๑๒๖ คน และ ทางดานหลักสูตรฝกอบรมระยะสั้นก็เชนกัน มีผูสมัคร รวม ๔๖๓ คน ทั้งที่เพิ่งเปดเปนปแรกเทานั้น ทั้ ง นี้ ส ะท อ นให เ ห็ น ว า คนในชุ ม ชนเทพาและ อำเภอใกลเคียงมีความตองการที่จะพัฒนาศักยภาพของ ตนเอง ใหมีความรูและทักษะตางๆ สูงขึ้น ตลอดจน ตองการจะเรียนรูที่เปนประโยชนตอการสรางงาน สราง อาชี พ หรื อให รู เ ท า ทั น กั บ การเปลี่ ย นแปลงเพราะ ปจจุบันวิธีการทำงานอาชีพหลายอยางเปลี่ยนแปลงไป มี บางอาชีพที่มีความตองการนอยลง และขณะเดียวกันก็มี ชองทางสรางอาชีพใหมๆ ขึ้นในทองถิ่น เชน การจัดขัน หมากในพิธีแตงงานของชาวไทยมุสลิมเมื่อกอนไมคอย พิถีพิถันในรูปแบบอาศัยการชวยเหลือกันในชุมชน แต เมื่อนักศึกษามาเรียนหลักสูตรการจัดขั้นหมากที่มีการ ประดิษ ฐวัสดุใหเปนรูปทรงสวยงามและมีความหมาย มากยิ่งขี้น ก็เกิดเปนอาชีพขึ้นมาได เปนตน การจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนสงขลาก็เชนเดียวกับ วิทยาลัยชุมชนแหงอื่นๆ ที่อาจมีปญหาและอุปสรรคใน ระยะตน แตเนื่องจาก ผอ.นิยม ชูชื่น เปนคนที่มีความ ตั้งใจในการทำงานตามหลักการปฏิบัติงานที่ยึดถือ “วิธี การเลือกได เปาหมายคือความสำเร็จ” ประกอบกับเคย เปนผูอำนวยการโรงเรียนประจำอำเภอและเปนวิทยากร ตามโอกาสตางๆ จึงมีเพื่อนฝูงและลูกศิษ ยลูกหามาก ทำใหสามารถขอความรวมมือกับหนวยงานและบุคลากร ในพื้นที่ ไดทุกระดับ และแทบทุกเรื่อง จึงชวยบรรเทา

อุปสรรคไดพอสมควร และประการสำคัญ สามารถ ใกลชิดและเขาใจถึงความตองการของประชาชนในพื้นที่ เปนอยางดี จึงพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองการเรียนรู ของชาวบานอยางนาสนใจดังนี้

ขันหมากสรางงาน “ขั น หมาก” เป น องค ป ระกอบสำคั ญ ของงาน มงคลสมรสที่มีลักษณะเฉพาะของชุมชนมุสลิมในจังหวัด ชายแดนภาคใต และเปนงานศิลปะหัตถกรรมที่แสดงถึง ภู มิ ป ญ ญาของชาวมุ ส ลิ ม ภาคใต เนื่ อ งเพราะการ ประดิ ษ ฐ ส รรค ส ร า ง “ขั น หมาก” ที่ มี ค วามประณี ต สวยงามนั้น ไมเพียงแตตองอาศัยการเรียนรูงานฝมือชั้น สูงเทานั้น หากยังตองเขาใจถึงความหมายที่แฝงอยู ใน ชุดขันหมากอีกดวย กอนที่วิทยาลัยชุมชนสงขลาจะริเริ่มหลักสูตรฝก อบรม “ขันหมาก” การสูขอเจาสาวในพื้นที่เขตบริการ ของวิทยาลัยชุมชน มักจัดเตรียมขันหมากดวยขาวของ เครื่องใชและสิ่งของในเครื่องขันหมากตามที่เคยทำกัน มา ไมวิจิตรสวยงามนัก ขอเพียงจัดของมงคลตามคติที่ สืบทอดมา ซ้ำของหลายอยางเริ่มถูกตัดทอนออกไปตาม ความสะดวกมากขึ้น กลุมแมบานในชุมชนเห็นวานาจะมี วิธกี ารทำใหชดุ ขันหมากของญาติพนี่ อ งลูกหลานสวยงาม ประณีตกวาเดิม จึงติดตอวิทยาลัยชุมชนสงขลาใหชวย หาวิทยากรมาฝกอบรม วิทยาลัยชุมชนสงขลาจึงไดสืบคนสรรหาอาจารย วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

165


ผูมีฝมือเชี่ยวชาญในการทำขันหมาก และพบวาอาจารย แจะอุเซ็ง อาลีอิสเฮาะ หัวหนาฝายบริการวิทยาการ ชุมชน สำนักสงเสริมการศึกษาตอเนื่อง มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี เปนผูฝมือทางงาน สรางสรรคของประดับการตกแตงหลายอยาง ไมวาจะ เปนการจัดดอกไม แบบงานจัดเลี้ยง ของชำรวย จึง ติดตอขอความอนุเคราะห ใหชวยเหลือศึกษาความตอง การผูเรียนและวางแผนเนื้อหาหลักสูตรขันหมากขึ้น “ผมยินดีมากที่วิทยาลัยชุมชนสงขลาใหเกียรติ ผมเปนอาจารยหลักสูตรนี้ ปกติผมรับเปนวิทยากรเรื่อง งานฝมืออยูแลว ถึงแมจะไมเคยสอนเรื่องทำขันหมาก แตคิดวานาจะสรางสรรคบทเรียนขึ้นมาได กอนที่จะรับ สอนก็ตองพูดคุยวางแผนกันกอนวาตองการอะไรแบบ ไหน เมื่อเขาใจความตองการและเราคิดแบบที่จะสอนได ก็ตกลงรับสอน ขณะนี้เปดสอนไป ๒ รุนแลว ยังมีราย ชื่อผูสนใจขอลงเรียนในรุนตอๆ ไปอีกมาก” และวา ผล การอบรม ๒ รุนแรก รูสึกชื่นใจที่คนเรียนอยากรู อยาก ทำเปน ทำใหตนสอนอยางมีความสุข โดยทั่วไปขันหมากประกอบดวยของมงคลหลาย อยาง รวมทั้งเงินทอง ของมีคาที่นำมาใหฝายเจาสาว ทุกพานจะคลุมดวยผาหลากสีสวยงาม หรือตกแตงดวย ผาและผาละหมาด หลักสูตรขันหมากจะเนนที่การพับผา ละหมาดใหเปนรูปทรงที่สวยงาม เชน รูปเตียง บาน ดอกไม ของใชในบาน ในครัว และผลไมตางๆ เปนตน อาจารยแจะอุเซ็งเลาใหฟงถึงความหมายของ การพับผาละหมาดวา “จากเดิมนำผาละหมาดมาพับ

166

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

ธรรมดาใหเรียบรอยเทานั้น จึงคิดประดิษฐสรางสรรค ใหเปนสิ่งของรูปแบบตางๆ แทน ซึ่งเปนของที่สื่อความ หมายดีๆ เพื่อเปนมงคลแกงานแตงงาน เชน เตียงก็ให รักกันยืนยาว เพราะบาวสาวตองใชเตียง ใหอยูเรียง เคียงหมอน ซึ่งเฉพาะเตียงอยางเดียวก็ทำไดหลายรูป แบบ มีหัวเตียงแบบไหน ใหมีเสา มีผามานก็ ได หรือ เปนเตียงธรรมดาแตเลือกสีสันของผาใหสวยงามแทน ก็ได ทำเปนรูปนกสือ่ หมายความวาลูกสาวบานนัน้ แข็งแรง พอทีจ่ ะไปเผชิญโลกภายนอกไดแลว ทำเปนกระเทียม สื่อ ความหมายวาใหมีลูกหลานเยอะๆ น้ำตาลทรายนำมาจัด ห อให ส วยงาม ถื อ ว า เป น การเชื่ อ มสายสั ม พั น ธ ข อง ครอบครัวบาวสาว เพราะปกติน้ำตาลทรายนำมาทำน้ำ เชื่อม พับผาละหมาดเปนผลสับปะรด ก็ถือวาใหชีวิต สมรสมีทั้งรสหวานรสเปรี้ยว มีรสชาติ หวานบาง เปรี้ยว บางเหมือนสับปะรด เหลานี้เปนตน ซึ่งทั้งหมดก็อยูที่ เทคนิคการตกแตง และความประณีตของผูทำ” ที่นายินดี ไปกวาการที่ผูเรียนไดความรูเทคนิค การทำขันหมากไปชวยงานญาติพี่นองเทานั้น แตกลับ สรางรายได ใหกับกลุมแมบานที่มาเรียนหลักสูตรนี้อีก ดวย เพราะหลังจากจบหลักสูตรไปไมนานก็มีคนมาจาง วานใหทำขันหมากสำหรับงานแตง ซึง่ ทัง้ ผูเ รียน วิทยากร และวิทยาลัยชุมชนสงขลาตางปลื้มใจเพราะเปนสิ่งเกิน คาดหมาย ไมคิดวาจะมีคนวาจางทันทีเมื่อเรียนสำเร็จ กลายเปนชองทางเสริมรายไดใหกลุมแมบาน จนกระทั่ง สงเสริมใหตั้งเปนกลุมเพื่อรับงาน โดยมีวิทยาลัยชุมชน สงขลาเปนกำลังสำคัญในการชวยประชาสัมพันธ


นางสุณี อุมา อายุ ๓๖ ป เปนคนหนึ่งที่ลงเรียน หลักสูตรขันหมากตั้งแตรุนแรกเลาวา “จากแตเดิมตั้งใจ มาเรียนเพื่อเอาความสามารถไปชวยญาติๆ ที่จะมีงาน แตงงานเทานั้น แตเมื่อเรียนแลวมีคนมาจางก็ดี ใจมาก โดยคิดราคาตามความยากงายของชิ้นงาน ๑๕๐-๓๐๐ บาท แลวแตจะตกลงราคากัน ตองการอะไรบาง กี่ชิ้น ก็วากันไป ไมกลาคิดแพงมากเพราะเราเพิ่งเริ่มทำ ไม เคยทำแบบนี้มากอน ที่มีคนมาจางเพราะคนในหมูบาน เขารูวาเราไปเรียนหลักสูตรนี้มา จนตอนนี้ก็จัดตั้งเปน กลุมกันเรียบรอย โดยสมาชิกในกลุมก็พยายามประชาสัมพันธเพื่อหาลูกคา ทางวิทยาลัยก็ชวยดวยอีกทางหนึ่ง ถึงเรียนจบไปแลวก็ยังติดตามผล การตั้งกลุมขึ้น มานี้ ทางวิทยาลัยก็สนับสนุนสงเสริม ทั้งใหคำปรึกษาและหา อุปกรณมาให” ผลจากการเรียนรูหลักสูตรนี้และมีรายไดเพิ่ม เติมอยางไมคาด ทำใหกลุมแมบานเกิดความคิดที่จะ เพิ่มเติมความรูความสามารถยิ่งขึ้นไปอีก โดยสนใจที่จะ เรียนรูเรื่องการจัดดอกไมสด การจัดงานเลี้ยงทั้งงาน “พอมีคนจาง เราก็มาคิดวาถาเราทำอยางอื่นไดดวยก็นา จะดี เช น จั ด ดอกไม ป ระดั บ งานเลี้ ย ง จั ด สถานที่ ตกแตงโตะเกาอี้ใหสวยงาม รวมถึงการแตงหนาเจาสาว ถาสามารถทำไดครบวงจรเลยก็คงจะดี โดยเฉพาะพวก นองๆ ที่อายุนอย อยากใหเขาไดเรียนเพื่อทำเปนอาชีพที่ มั่นคงได ซึ่งก็คงตองปรึกษากับทางวิทยาลัยตอไป” นาง สุณีกลาวถึงความตองการในใจ และเชื่อมั่นวาวิทยาลัย ชุมชนสงขลาจะเปนที่พึ่งในเรื่องความรูเหลานี้ได

ศาสนาเชื่อมชุมชน ในพื้นที่ ๔ อำเภอดังกลาว มีประชากรสวนใหญ นับถือศาสนาอิสลามซึ่งมีผูนำศาสนาหลายตำแหนง ทั้ง อิหมาม คอเต็บ และบิหลั่น เปนกลุมคนที่มีบทบาทใน ทองถิ่น เปนผูนำทางความคิดของชุมชน ในวันหนึ่งกลุม คอเต็บ หรือผูที่ทำหนาที่บรรยายธรรม ราว ๓๐ คนรวม ตั ว กั น เข า มาที่ วิ ท ยาลั ย ชุ ม ชนสงขลาเพื่ อ บอกเล า ถึ ง ปญหาและความตองการของพวกเขา “ในศาสนาอิสลาม การใชชีวิตแทบทุกดานจะ ตองปฏิบัติตามหลักศาสนา แตปจจุบันสังเกตวาคนรุน หลั งไม ค อ ยสนใจเท าไรนั ก ทางประธานคณะกรรม อิสลามประจำจังหวัดสงขลาเห็นวานาจะพัฒนาความ สามารถทางการพูดของบรรดาคอเต็บที่ตองบรรยาย ธรรมประจำวันศุกร จึงรวมกลุมเขามาปรึกษาวาทาง วิทยาลัยสามารถจัดสอนเรื่องเทคนิคการพูดสมัยใหมที่ นาฟงนาสนใจได ไหม อยากไดคนที่เปนนักพูดทั่วๆ ไป ไมตองรูเรื่องทางศาสนาก็ ได แตสามารถสอนเทคนิค ลีลาการพูดที่เราใจ ดึงความสนใจของผูฟงได เพื่อจะได ปรับไปใชกับแนวคิดทางศาสนา นำเรื่องราวทางศาสนา มาสอนผานเทคนิคการพูดแบบใหมนี้ได ซึ่งทางวิทยาลัย ก็ จั ด หาวิ ท ยากรมาให โดยจั ด สอนเรื่ อ งการพู ด อย า ง ครอบคลุมเลย ทั้งการพูดในที่สาธารณะ การพูดออก รายการ การจัดรายการวิทยุ รวมทั้งดึงเทคนิคการสอน ธรรมของพระอาจารยสมปอง พระนักพูดที่นำเอามัลติ มีเดียเขาชวยในการสอนธรรมะจนเปนที่ถูกใจของเหลา วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

167


วัยรุนมาสอนดวย” ผอ.นิยมเลา “จึงเปนการเปดทัศนะ ใหมวาการสอนศาสนาก็เขากับเทคโนโลยีสมัยใหม ได เขาสอนกันแบบนี้แลว เพราะถายังสอนแบบเดิม คนรุน ใหมอาจจะไมรับก็ได เปนภาพที่ประทับใจนะ ที่เห็นคน อายุไมนอยแลวมาเรียนรูส่ิงใหมของเขาเพื่อนำไปปรับใช เพื่อสอนศาสนา สำหรับผมแลวถือวาเปนนิมิตรหมายที่ดี นาจะเปนตัวอยางแกคนอื่นๆ ใหสนใจการเรียนรู แม กระทั่งเลยวัยเรียนมานานแลว” นายมานพ หมากปาน คอเต็บผูหนึ่งที่ไดลงเรียน ในหลักสูตรการพัฒนาผูนำทางศาสนา เลาวา “เมื่อได ไปเรียนก็ประทับใจมาก ทานวิทยากรสอนเรื่องราวใหมๆ กับพวกเรา และใหปฏิบัติจริงกันทุกคน เพื่อจะไดแนะนำ ใหแกไขปรับปรุงไดถูกจุดเปนรายคน เชน มีโจทยใหพูด ในสถานการณตางๆ แลวก็ ใหนักศึกษาพูดตามโอกาส นั้นๆ แลวก็ติชมกันไป จนเมื่อจบหลักสูตรรูสึกมีความ มั่ น ใจมากขึ้ น และได เ ทคนิ ค การพู ดในสถานการณ ที่ หลากหลายดวย” “หลังจากจบหลักสูตรการพูดแลว ผมยังลงเรียน อีก ๒ หลักสูตรกับทางวิทยาลัย คือคอมพิวเตอรเบื้อง ตน และการใชงานโปรแกรม Excel เพราะตัวผมเอง ทำงานหลักเปนครูที่โรงเรียนบานปางาม อำเภอจะนะ ซึ่งก็ชวยในการทำงานที่โรงเรียนไดมาก...การมีวิทยาลัย ชุมชนทำใหผมไดพัฒนาความสามารถมากขึ้นโดยไมตอง เสียเงินมาก และก็ไปเรียนไดสะดวก ไมตองเดินทางไป ต า งอำเภอ เพราะวิ ท ยาลั ย เป ด สอนที่ โ รงเรี ย นจะนะ วิทยา และโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ” นายมานพกลาว

168

วิทยาลัยชุมชน : พลวัตแหงการพัฒนา

เพิ่มเติม เรื่องเลาจากวิทยาลัยชุมชนสงขลาทั้งสองเรื่องนี้ เปนเพียงสวนหนึ่งของผลลัพทที่เกิดจากความพยายามที่ ผอ.นิยม ชูชื่น และบุคลากรของวิทยาลัยชุมชนสงขลา ไดฝาฟน ปญหาอุปสรรคตางๆ ในการดำเนินงาน จน กระทั่งสามารถใหบริการทางวิชาการ ใหโอกาสในการ เรียนรูเพื่อพัฒนาอาชีพ และพัฒนาคุณ ภาพชีวิตของ ประชาชนในพื้นที่ที่เปนจุดยุทธศาสตรสำคัญในการสราง ความรั ก และสามั ค คี ข องคนในชาติ ผลที่ เ กิ ด ขึ้ น นี้ น า ชื่นใจยิ่งนัก ผอ.นิยม กลาววาเปนงานที่สรางความปติ อยางยากที่จะบรรยายได จึงขอฝากขอความในตอนทาย ของจดหมายของนักศึกษารายหนึ่งที่นำเสนอในตอนตน มาสื่อแทนดังนี้ สำหรั บ ในป ก ารศึ ก ษา ๒๕๕๒ นี้ ข า พเจ าได ชักชวนสามีของขาพเจาไดเขามาเรียนในวิทยาลัยชุมชน สงขลา ในสาขาการปกครองทองถิ่นแลว เราทั้งสองมี ความเชื่อตรงกันวา “การศึกษาจะเปนชองทางในการ พัฒนาชีวิตครอบครัวของเราได ดวยวัยของพวกเราอายุ เพียง ๒๐ กวาป และเริ่มตนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ นี่ ยั ง มี เ วลาที่ จ ะเรี ย นรู แ ละพั ฒ นาได อี ก ยาวไกล อนาคตแหงความฝนและความสุขเริ่มตนที่วิทยาลัยชุมชน สงขลา ข า พเจ า ภู มิ ใจที่ ไ ด เ ป น นั ก ศึ ก ษาที่ นี่ ที่ ส ร า ง โอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ความคิด และปญญา โดยที่ ไ ม ต อ งละทิ้ ง วิ ถี ชี วิ ต เดิ ม ของชาวมุ ส ลิ ม และ ทองถิ่น”


CC Book 2 Cover Created Outline.indd 1

10/31/2009 11:06:21 AM

Community College Dynamic of Development  

Community College Dynamic of Development