Issuu on Google+

โรคทางเดินหายใจ

1

1. โรคหอบหืด 2. โรคปอดบวม 3. โรควัณโรค 0

0

0

1. โรคหอบหืด

0

--ย าบ ้า----

ถาหากทานหรือญาติเปนโรคหอบหืด ทานไมไดเปนหอบหืดคนเดียวเพราะเราพบโรค หอบหืดไดทั่วโรค โดยมากมักจะเริ่มเปนตั้งแตเด็ก โรคหอบหืดเปนโรคเรื้อรัง อาการแตละคน รุนแรงไมเทากัน และการหอบแตละครั้งก็มีความแตกตางกัน บางคนอาจหอบไมกน่ี าทีกห็ าย บาง คนหอบมากถึงกับเสียชีวิตก็มี เนื่องจากไมสามารถคาดเดาไดวาเมื่อไรจะเปนหอบหืด และไมทราบวาหอบแตละครั้งจะ เปนมากแคไหน การศึกษาใหเขาใจโรครวมทั้งการมีแผนการรักษาที่ดีสามารถทําใหผูปวยมี คุณภาพชีวิตที่ดี รายละเอียดที่จะนําเสนอตอไปนี้ไดมาจากตําราของตางประเทศและของประเทศ ไทยเหมาะสําหรับผูปวย ญาติ และนักเรียนที่จะนําขอมูลที่ไดไปใชสําหรับทานผูอานที่เปนโรค หอบหืดอยูแลวทานเริ่มอานที่จุดประสงคของการรักษาสวนทานที่ยังไมทราบวาตัวเองเปน หรือไมแนะนําใหเริ่มอานตั้งแตเริ่มตน เนื้อหาขอมูลจะเปนแนวทางการดูแลตัวเอง นิยาม

---

โรคหอบหืดเปนโรคของหลอดลมที่มีการอักเสบเรื้อรัง [Chronic inflammatory] เปนผลใหมี cell ตางๆ เชน mast cell,eosinophils,T-lymphocyte,macrophage,neutrophil มาสะสมที่เยื่อบุผนัง หลอดลม ทําใหเยื่อบุผนังหลอดลมมีปฏิกิริยาตอบสนองตอสารภูมิแพ และสิ่งแวดลอมมากกวา คนปกติ[bronchial hyper-reactivity] ผลจากการอักเสบจึงทําใหเยื่อบุผนังหลอดลมมีการหนาตัว กลามเนื้อหลอดลมมีการหดเกร็งตัว ทําใหผูปวยมีอาการไอ แนนหนาอก หายใจมีเสียงหวีด และ หอบเหนือ่ ย อาการหอบเหนื่อยจะเกิดขึ้นทันทีที่ไดรับสารภูมิแพ ขณะที่ทานเปนหอบหืด หลอดลมของทานจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ เมื่อทานหายใจเอาสารภูมิแพเขาไปในปอดจะทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในปอดดังนี้ 1. Acute bronchoconstriction มีการหดเกร็งของกลามเนื้อหลอดลม[Airway muscle] หลังจาก ไดรับสารภูมิแพทําใหลมผานหลอดลมลําบาก


2. Air way edemaเนื่องจากมีการหลั่งของน้ําทําใหผนังหลอดลมบวมผูปวยจะหอบเพิ่มขึ้น 3. Chronic mucous plug formation มีเสมหะอุดหลอดลมทําใหลมผานหลอดลมลําบาก 4. Air way remodeling มีการหนาตัวของผนังหลอดลมทําใหหลอดลมตีบเรื้อรัง จากกลไกดังกลาวทําใหหลอดลมมีการหดเกร็ง ผูปวยจึงเกิดอาการดังตอไปนี้ • • • •

หายใจตื้น หรือหายใจสั้น แนนหนาอก ไอ หายใจเสียงดัง

• • • •

--ย าบ ้า----

โรคหอบหืดจะมีอาการไมแนนอนอาการของผูปวยจะผันแปรไดหลายรูปแบบ อาการหอบอาจจะเบาจนกระทัง่ หอบหนัก อาการแตละคนจะไมเหมือนกัน อาการอาจจะกําเริบเปนครัง้ ๆ หรืออาการอาจจะหายไปเปนเวลานาน อาการหอบแตละครั้งจะไมเทากัน

การวินิจฉัย

จุดประสงคของการรักษาหอบหืด

ไมมอี าการหอบหืด เชน ไอ หายใจเสียงดังหวีด แนนหนาอก ไมตอ งตืน่ กลางคืนเพราะอาการหอบหืด ไมตอ งเขาหองฉุกเฉิน หรือนอนโรงพยาบาลเพราะโรคหอบหืด สามารถคุมอาการใหสงบลงไดและหอบหืดเรื้อรังนอยที่สุด ปองกันไมใหเกิดอาการกําเริบของโรค ยกระดับสมรรถภาพการทํางานของปอดใหดีทัดเทียมกับคนปกติ สามารถดํารงชีวิตอยูไดเหมือนคนปกติไมตองหยุดเรียนหรือหยุดงาน หลีกเลี่ยงผลแทรกซอนจากยารักษาโรคหืด ลดอุบัติการณการเสียชีวิตจากโรคหอบหืด ใชยา beta2-agonistเพื่อระงับอาการหอบใหนอยที่สุด ไมมีภาวะฉุกเฉินของอาการหอบหืด สามารถออกกําลังกายไดเหมือนคนปกติ

---

• • • • • • • • • • • •


หลังการรักษาไมควรมีอาการหอบหืดอยาเขาใจผิดวาหากมีอาการหอบพอพนยาแลวหายหอบคือ อาการดีขึ้น การรักษาที่ดีตองไมหอบ การรักษาใหไดผลดีตองประกอบดวยตองประกอบดวยแผนการรักษาดังนี้ ทานผูอานที่เปนหอบ หืดติดตามทีละหนา และพยายามทําความเขาใจ จะทําใหนําไปปฏิบัติได

2. โรคปอดบวม

0

Pneumonia

• • • • •

--ย าบ ้า----

โรคปอดบวมคืออะไร โรคปอดบวมหมายถึงภาวะปอดซึ่งเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเปนเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ซึ่งในสภาวะที่ผิดปกติอาจจะเกิดจาก เชื้อรา และ พยาธิ เมื่อเปนปอดบวม จะมีหนอง และสารน้ําอยางอื่นในถุงลม ทําใหรางกายไมสามารถรับ oxygen ทําใหรา งกายขาด oxygen และ อาจถึงแกชีวิตได สาเหตุของปอดบวม มีสาเหตุมากมายแตแบงสาเหตุไดดังนี้ Bacteria Viruses Mycoplasma เชื้อชนิดอื่น เชน เชื้อรา สารเคมี

---

เชื้อที่เปนสาเหตุมักจะอยูในน้ําลายและเสมหะของผูปวยและสามารถแพรกระจายออกมาเวลาไอ จาม นอกจากนีย้ งั เกิดจากการดมสารเคมี เชน แอมโมเนีย ไนโตรเจน ไดออกไซด หรือการสําลัก น้ําลายเศษอาหารและน้ํายอย เหตุชักนําสําคัญที่ทําใหเกิดปอดบวม ปกติเชื้อโรคอยูในคอ เมื่อ รางกายมีภาวะที่ภูมิคุมกันออนแอก็จะเกิดโรค ภาวะตางๆดังกลาวไดแก 1. รางกายมีภูมิตานทานตอการอักเสบติดเชื้อลดลง เชนอายุมาก ขาดอาหาร เบาหวาน ไดรบั ยากดภูมิคุมกัน 2. การอักเสบติดเชื้อไวรัสของระบบการหายใจ 3. การอุดกั้น และการอักเสบเรื้อรังในหลอดลม 4. การสําลัก น้ําลาย เศษอาหาร หรือสิ่งติดเชื้อในปอด


การติดตอ ติดตอโดยการไดรับเชื้อจากการไอ หรือจามของผูปวย บางรายอาจไดจากการกินน้าํ แกว เดียวกันหรือใชผาเช็ดหนารวมกัน หลังจากไดรับเชื้ออาจจะเกิดอาการใน 1-3 วัน อาการของโรค ปอดบวม • • • • •

ผูปวยบางรายอาจจะมีอาการน้ํามูกไหล จาม คัดจมูกนํามากอน บางรายอาจจะเริ่มดวยไขสูง หนาวสั่น หายใจหอบเหนือ่ ย อาจจะมีอาการเจ็บหนาอกตําแหนงที่เจ็บมักตรงกับบริเวณที่อักเสบ อาการไอ ในระยะแรกมีลักษณะไอแหงๆ แตระยะตอมาจะมีจํานวนเสมหะเพิ่มมากขึ้น เสมหะเหนียว

• • • •

--ย าบ ้า----

การวินิจฉัย หากมีประวัติไขสูง หนาวสั่น ไอมีเสมหะสีเหลือง หรือสีเขียว หายใจหอบ และแพทย สงสัยวาจะเปนปอดบวมแพทยตรวจรางกายและสงตรวจทางหองปฏิบัติการดังนี้ เจาะเลือดตรวจ CBC พบวาเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ตรวจเสมหะโดยการยอมสี และเพาะเชื้อ เพือ่ หาสาเหตุของปอดบวม นําเลือดไปเพาะเชือ้ หาสาเหตุ ซึง่ อาจจะตองใชเวลา 3-4 วันกวาจะทราบผล X-ray ปอด

---

การรักษา ในเด็กสวนใหญเกิดจากเชื้อไวรัสอาจจะไมจําเปนตองนอนโรงพยาบาล ตองกระตุนให เด็กดื่มน้ํามากๆ วัดไขวันละ 2 ครั้ง รับประทานยาตามแพทยสั่งโดยเครงคัด หามซื้อยาแกไอ รับประทานเอง ใหคอยตรวจดูสีริมฝปาก และเล็บวายังคงสีชมพูอยูหรือไม หากมีสีคล้ําควรรีบพบ แพทย หากเปนเชือ้ แบคทีเรีย หรืออาการเปนมาก เชน ไขสงู มาก หอบมาก ไอมาก แพทยจะใหนอน โรงพยาบาล และตรวจเลือดดังกลาวขางตน และใหการรักษา คือ • • •

ให oxygen ใหยาปฏิชีวนะ ใหน้ําเกลือ

โรคแทรกซอนที่สําคัญ 1. น้ําในชองเยื่อหุมปอด (pleural effusion) เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอดลามออกมาถึงเยื่อ หุม ปอด จํานวนน้ํามีไดตั้งแตเล็กนอยจนถึงขนาดมาก ถามีไมมากก็อาจหายเองได ในรายที่ มีจํานวนมากจนทําใหเกิดอาการหอบจะตองทําการรักษาโดยการเจาะดูดเอาน้ําออก


2. หนองในชองเยื่อหุมปอด (empyema )ภาพถายรังสีเหมือนกับน้ําในชองหุมปอดแตจะมีไข สูงและหอบเหนือ่ ย 3. ปอดแตกและมีลมในชองปอด (pneumothorax )มักเกิดจากการติดเชื้อที่รุนแรง ผูปวยจะ แนนหนาอกและหายใจหอบเหนือ่ ย 4. เยื่อหุมหัวใจอักเสบ( pericarditis ) เยื่อหุมสมองอักเสบ( meningitis )ปจจุบันพบนอย 5. หัวใจวาย มักพบในรายที่มีโรคหัวใจอยูกอน การปองกัน

• •

ใชวคั ซีนสามารถปองกันปอดบวมไดบางเชือ้ เชน H.influenza, Pertussisไอกรน,ปอดบวม Pneumococcal ใหหลีกเลี่ยงจากคนที่เปนปอดบวม หากมีสมาชิกในครอบครัวเปนหอบหืดใหแยกถวย และชาม สมาชิกในครอบครัวใหลาง มือบอยๆ

3. โรควัณโรค 0

--ย าบ ้า----

วัณโรคเปนที่พบบอยในประเทศไทยและเปนสาเหตุการตายที่สําคัญของประเทศไทยและทั่วโลก และกอใหเกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจตอประเทศและครอบครัวของผูปวย ผูเขียนคิดวาทาน ผูอานควรจะมีควรรูเรื่องโรควัณโรคไวบางเนื่องจาก

---

- วัณโรคติดตอไดงายโดยทางหายใจทานอาจจะรับเชื้อโดยที่ไมรูตัวหากใกลชิดกับผูปวย - คนที่ไดรับเชื้อสวนใหญไมมีอาการ

- อัตราการเกิดเชื้อวัณโรคดื้อยามีจํานวนมากขึ้น หากคนที่ไดรับเชื้อวัณโรคดื้อยาจะทําให รักษายาก - อัตราผูปวยโรคเอดสมีสูงขึ้น ทําใหมีผูปวยวัณโรคเพิ่มขึ้น - ผูปวยจํานวนหนึ่งแพยาวัณโรคทําใหเกิดตับอักเสบ


จากเหตุผลดังกลาวทานผูอานควรมีความรูเรื่องวัณโรคเพื่อปองกันตัวเองและดูแลผูปวย หลายทานเขาใจผิดวาโรควัณโรคเปนโรคของปอด แตความจริงเชื้อวัณโรคสามารถทําใหเกิดโรค

---

--ย าบ ้า----

ที่สวนอื่นของรางกาย เชนกระดูก ขอ ไต และเยื่อหุมสมอง


โรคระบบทางเดินอาหาร 1. โรคทองรวง 2. โรคทองผูก 3. โรคกระเพาะอาหาร 4. นิ่วในถุงน้ําดี 0

0

0

1. โรคทองรวง

0

เมื่อไรจึงจะเรียกทองรวง

--ย าบ ้า----

หมายถึงการที่ถายอุจาระเหลว หรือเปนน้ํามากกวา 3 ครั้งตอวันหรือถายเหลวมีเลือดปนเพียง 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมงโดยทั่วไปอาการทองรวงมักหายไดเองใน 2-3 วันโดยที่ไมตองรักษา ถาเปน นานกวานั้นตองมีปญหาอื่น ทองรวงทําใหเกิดผลเสียคือรางกายขาดน้ํา ซึง่ ถาเปนมากอาจจะ อันตรายถึงกับเสียชีวิตได ประวัติที่ตองเตรียมกอนพบแพทย • • • •

---

อยูในแหลงที่มีน้ําทวมหรือไม อยูในแหลงที่มีการระบาดหรือไม การเดินทาง ประวัติการรับประทานอาหาร ยาที่รับประทานอยูโดยเฉพาะยาปฎิชีวนะ โรคประจําตัว

สาเหตุ

สาเหตุที่พบบอยๆ คือ •

• • • •

การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ําที่ไมสะอาด ไดแกเชื้อ บิดไม มีตัว Shigella,ไขไทฟอยด Salmonella,เปนตน การติดเชื้อไวรัส ไดแก rotavirus, Norwalk virus การติดเชื้อพยาธิ์ เชน Giardia lamblia, Entamoeba histolytica จากแพอาหาร และนม จากยา เชน ยาลดความดัน ยาปฏิชวี นะ ยาระบาย


โรคลําไสมีการอักเสบ

อาการของโรคทองรวง ผูปวยโรคทองรวงจะมีอาการ แนนทอง ปวดทอง คลื่นไสอาเจียน และถายบอย โรคทองรวงถา เปนนานกวา 3 สัปดาหเรียกเรื้อรัง ถาหายภายใน 3 สัปดาหเรียกทองรวงเฉียบพลันโดยมากเกิด จากเชื้อ แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส อาการที่ทานจะตองสังเกตและแจงแกแพทย

• • • •

ระยะเวลาที่เจ็บปวย อาการคอยเปนหรือเปนมากทันที จํานวนครั้งที่ถาย ลักษณะอุจาระ อาการปวดทอง อาเจียน ไข

--ย าบ ้า----

โรคทองรวงในเด็ก

สาเหตุของโรคทองรวงในเด็กที่พบบอยไดแกการติดเชื้อไวรัส Rotavirus ซึ่งใชเวลา 5-8 วันจึง หาย นอกจากนั้นยังเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ,จากยา เปนตน การใหยาจะใหเหมือนผูใหญไมได เด็กที่ ถายเหลว 1 วันก็ทําใหเกิดการขาดน้ําได ควรพาเด็กพบแพทยเมื่อมีอาการดังตอไปนี้ • •

---

อุจาระมีหนอง หรือเลือด ไขมากกวา 38ํ อาการไมดีขึ้นใน 24 ชัว่ โมง มีอาการของขาดน้าํ

อาการขาดน้ํามีอะไรบาง • • • • • •

หิวน้ําบอย ปสสาวะลดลง ผิวหนังแหง ออนเพลีย เวียนศีรษะ เวลาเปลี่ยนจากทานอนเปนยืนจะมีอาการหนามืดเปนลม

ในเด็กอาจจะสังเกตอาการขาดน้ําไดจาก


• • • • • • •

ปากและลิ้นแหง ไมมนี าํ้ ตาเวลารองไห ไมมีปสสาวะมากกวา 3 ชัว่ โมง แกมตอบ ทองแฟบ ตากลวง ไขสูง รองกวน ผิวแหง

ถาหากมีอาการของการขาดน้าํ ควรพบแพทยทนั ที

• • • • •

--ย าบ ้า----

เมือ่ ไรควรไปพบแพทย เมื่อมีอาการทองรวงนานเกิน 3 วัน มีอาการปวดทองอยางมาก มีไขมากกวา 38.5ํ มีเลือดในอุจาระ หรืออุจาระดํา มีอาการขาดน้าํ

แพทยจะตรวจอะไรบาง • •

---

ตรวจอุจาระ และเพาะเชื้อจากอุจาระ ตรวจเลือดเพือ่ หาสาเหตุ ใหงดอาหารที่สงสัยวาจะแพ เชน นม ขนมปง สองกลองดูลําไสใหญเพื่อหาสาเหตุ [sigmoidoscopy,colonoscopy]

การรักษา

หลักการรักษาคือปองกันการขาดน้ําโดยการไดรับ ORS วิธีการเตรียม • • • • •

เตรียมน้ําตมสุก เ ขวด เทน้ําตมสุกลงในแกว 1 แกว เติมผงเกลือแร ORS ลงในแกว คนจนละลาย เทน้ําที่ละลายเกลือแรลงในขวด ดืม่ ตามฉลากขางซองกําหนด


หรืออาจจะเตรียมน้ําเกลือแรเองไดโดย •

ผสมเกลือ 3.5 กรัม ผงฟู 2.5 กรัม เกลือ potassium chloride 1.5 กรัมผสมน้ํา 1 ลิตร

ยาที่ทําใหหยุดถายไมแนะนําเนื่องจากทําใหหายชา 2. โรคทองผูก ภาวะทองผูกเปนอยางไร

--ย าบ ้า----

ไมมีตัวเลขแนนนอนวาคนปกติควรจะถายกี่วันครั้งหรือวันละกี่ครั้ง เนือ่ งจากความถีข่ องการถาย ขึ้นกับ ปริมาณอาหารที่รับประทาน ชนิดของอาหารทีร่ บั ประทาน รวมทัง้ การออกกําลังกาย โดย เราถือวาถาถายนอยกวา 3 ครั้งตอสัปดาห และถายลําบาก อุจาระแข็งเราจัดเปนทองผูก การแกไขภาวะทองผูก

---

1. รับประทานอาหารทีม่ กี ากหรือใยอาหารใหมาก กากอาหารจะพบมากในผัก ผลไม และ ธัญพืช กากและใยอาหารจะทําใหอุจาระนุม ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไมมีกาก เชน ครีม เนย เนื้อ มันทอด 2. ดื่มน้ํา น้ําผลไม และน้ําผักใหมาก น้ําจะทําใหอุจาระนุมและออกงายไมควรดื่มกาแฟ และ แอลกอฮอลเนื่องจากจะทําใหอุจาระแหง 3. ออกกําลังกายเปนประจําจะทําใหระบบขับถายดีขึ้น โดยอาจจะใชเดินวันละ 20-30นาที 4. เวลาเขาหองน้ําอยารีบเรงจนเกินไป ใหเวลากับการขับถายบาง 5. ใชยาระบายตามแพทยสั่งและใชเทาที่จําเปน ผูปวยสวนใหญถาปฏิบัติตัวดีก็หายเองได โปรดปรึกษาแพทยในการเลือกใชยาระบาย 6. หากทานใชยาประจําโปรดปรึกษาแพทยเพราะยาบางชนิดอาจจะทําใหเกิดอาการทองผูก เชน แคลเซียม ยาลดกรด ยาแกปวดบางชนิด ยาขับปสสาวะ 3. โรคกระเพาะอาหาร 0

โรคกระเพาะอาหารหมายถึงภาวะที่มีแผลเยื่อบุกระเพาะและลําไสถูกทําลายถึงแมวาจะ เรียกวาโรคกระเพาะแตสามารถเปนไดทั้งที่กระเพาะและลําไส วาถาเปนเฉพาะเยื่อบุกระเพาะ เรียก gastritis แตถาเปนแผลถึงชั้นลึกmuscularis mucosa เรียก ulcerถาแผลอยูที่กระเพาะเรียก gastric ulcerถาแผลอยูที่ลําไสเล็กเรียกduodenal ulcer โรคกระเพาะพบไดทุกวัย


สาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร สาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะมีมากมายแตเชื่อกันวาสาเหตุสวนใหญเกิดจากมีกรดใน กระเพาะอาหารมาก และเยื่อบุกระเพาะอาหารออนแอลง 1. เชื่อโรค Helicobacter pylori เปนเชื้อรูปแทงติดสีน้ําเงิน มีความสามรถอยูในสภาวะกรดไดดี 2. สาเหตุที่กระเพาะอาหารมีกรดมากขึ้น เกิดขึ้นเนื่องจากสิ่งตอไปนี้กระตุนใหกรดหลั่งมาก

• • • • •

กระตุนของปลายประสาท เกิดจากความเครียด วิตกกังวลและอารมณ การดื่มแอลกอฮอล ไดแก เหลา เบียร ยาดอง ชา กาแฟ และน้ําดื่มที่มี Caffeine จะทําใหกรดหลั่งออกมามาก การสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ทําใหเกิดการหลั่งกรดออกมามาก การกินอาหาร���มเปนเวลา ภาวะที่มีกรดหลั่งออกมามาก เชนโรค Zollinger-Ellisson syndrome กรดที่หลั่งออกมามาก จะทําลายเยื่อบุกระเพาะอาหารทําใหเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

--ย าบ ้า----

3. มีการทําลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร เกิดจาก

การกินยาแกปวด ลดไข แกปวดกระดูก ปวดกลามเนื้อ ยาชุดที่มีแอสไพริน และยาส เตียรอยด ยาลูกกลอนตางๆโดยเฉพาะสารที่ระคายกระเพาะ เชน ยาแกปวดกลุม NSAID แมววาจะใหยาโดยการฉีดหรืออมใตลิ้นก็มีโอกาสเกิดแผลที่กระเพาะ เนื่องจากนี้จะไป กระตุนใหเกิด cyclooxigenase II (Cox II) ซึ่งจะทําใหเกิดการอักเสบที่กระเพาะ การกินอาหารเผ็ดจัด และเปรี้ยวจัดจากน้ําสมสายชู การดื่มแอลกอฮอล ไดแก เหลา เบี้ย ยาดอง

---

• •

4. ประวัติเปนโรคกระเพาะในครอบครัวหากครอบครัวไหนมีโรคกระเพาะคนในครอบครัว นั้นก็จะมีโอกาสเกิดโรคกระสูง Helicobacter pylori (H. pylori) คืออะไร


เปนเชื้อแบคทีเรียที่เปนสาเหตุที่สําคัญของผูปวยโรคกระเพาะ เชื่อวาติดตอโดยการรับประทาน อาหาร และน้ํา เชื้อจะทําลายเยื่อบุ และฝงตัวที่กระเพาะอาหาร กรดจากกระเพาะอาหารจะชวย ทําลายเยื่อบุทําใหเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อาการของโรคกระเพาะ 1. ปวดทอง ลักษณะอาการปวดทองที่สําคัญ คือ

ปวดบริเวณลิม้ ป ปวดแบบแสบๆหรือรอนๆ ปวดเรือ้ รังมานาน เปนๆ หายๆ เปนเดือนหรือ เปนป ปวดสัมพันธกับอาหาร เชน ปวดเวลาหิวหรือทองวางเมื่อกินอาหารหรือนม จะหายปวด บางรายจะปวดหลังจากกินอาหารหรือนมจะหายปวด บางรายจะปวดหลังจากกินอาหาร หรือปวดกลางดึกก็ได

--ย าบ ้า----

2. จุกเสียด แนนทอง ทองอืด ทองขึ้น ทองเฟอ เรอลม มีลมในทอง รอนในทอง คลื่นไสอาเจียน 3. อาการโรคแทรกซอน ไดแก •

• •

อาเจียนเปนเลือดดํา หรือแดง หรือถายดํา เนื่องจากมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือ ลําไสเล็กสวนตน ปวดทองรุนแรง และ ชอค เนือ่ งจากแผลกระเพาะอาหารหรือลําไสเล็กทะลุ ปวดทองและอาเจียนมาก เนือ่ งจากการอุดตนของกระเพาะอาหาร

---

อาการของโรคกระเพาะอาหารจะไมสมั พันธกบั ความรุนแรงของโรค บางรายไมมอี าการปวดทอง แตมแี ผลใหญมากในกระเพราะอาหาร หรือลําไส บางรายปวดทองมากแตไมมแี ผลเลยก็ได อาการอื่นที่พบได • • • •

น้ําหนักลด เบือ่ อาหาร แนนทอง ทองเฟอ คลื่นไส อาเจียน

ผูปวยที่มีอาการเหลานี้ตองรีบพบแพทย


1. ปวดทองทันที ปวดเหมือนถูกมีดบาด ขยับตัวหรือหายใจแรงๆจะทําใหปวดเพิ่มมากขึ้น และปวดไมหาย ซึง่ อาจจะเกิดจากกระเพาะอาหารทะลุ 2. อุจาระดํา หรืออาเจียนเปนเลือด เนื่องจากเลือดออกทางเดินอาหาร 3. แนนทองอาเจียนบอย เปนอาหารที่รับประทานเขาไป ซึ่งอาจจะเกิดจากลําไสอุดตัน การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหาร หากอาการปวดทองเหมือนกับโรคกระเพาะอาหารแพทยจะมีวิธีวินิจฉัยโรคกระเพาะดังนี้

จะตรวจกลืนแปงแลว x-ray เปนวิธีที่ทํางาย ไมเจ็บปวด ไมตองใหยานอนหลับ ตรวจเสร็จ แลวกลับบานได ขอเสียของการตรวจวิธีนี้คือไมไดเห็นดวยตาตัวเอง แลไมสามารถนํา เนื้อเยื่อไปตรวจ endoscope เปนวิธีการที่สําคัญในการตรวจและรักษา ขอดีของการตรวจคือเห็นดวยตา สามารถถายรูป และนําเนื้อเยื่อไปตรวจ ขอเสียตองใสทอเขาในกระเพาะ อาจจะตองใชยา นอนหลับเพื่อดูวามีแผลหรือไม

--ย าบ ้า----

การวินิจฉัย H. pylori

หลังจากแพทยพบวาเปนแผลในกระเพาะอาหารแพทยจะสงตรวจวาเปน H. pylori ไดหลายวิธี

---

1. โดยการเจาะเลือดหาภูมิคุมกันตอเชื้อ H. pylori 2. Breath tests วิธนี ี้โดยมากใชติดตามหลังการรักษา โดยการใหผูปวยดื่มสาร urea ซึ่งมี atom ของ carbon ที่อาบรังสี ถาผูปวยมีเชื้อในกระเพาะจะตรวจพบ atom ของ carbon จากลม หายใจ 3. จากการตัดเนื้อเยื่อโดยการสองกลองซึ่งตรวจได 3 วิธี • • •

นําเนื้อเยื่อทําปฏิกิริยา urease test ถามีเชื้อจะใหผลบวก นําเนื้อเยื่อสองกลองหาตัวเชื้อ นําเนื้อเยื่อไปเพาะเชื้อ

วิธีการรักษาโรคกระเพาะอาหารทําอยางไร 1. กําจัดตนเหตุของการเกิดโรค ไดแก


ก. กินอาหารใหเปนเวลา ข. งดอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ค. งดดื่มเหลา เบียร หรือยาดอง ง. งดดืม่ น้าํ ชา กาแฟ จ. งดสูบบุหรี่ ฉ. งดเวนการกินยา ที่มีผลตอกระเพาะอาหาร ช. พักผอนใหเพียงพอ ผอนคลายคลายตึงเครียด

--ย าบ ้า----

2. การใหยารักษา โดยกินยาอยางถูกตอง คือตองกินยาใหสม่ําเสมอ กินยาใหครบตามจํานวน และ ระยะเวลาที่แพทยสั่งยารักษาโรคกระเพาะอาหาร สวนใหญตองใชเวลาประมาณอยางนอย 4-6 อาทิตย แผลจึงจะหาย ดังนั้นภายหลังกินยา ถาอาการดีขึ้นหามหยุดยา ตองกินยาตอจนครบ และ แพทยแนใจวาแผลหายแลว จึงจะลดยาหรือหยุดยาวได 3.การผาตัด ซึ่งในปจจุบัน มียาที่รักษาโรคกระเพาะอาหารอยางดีจํานวนมากถาใหการรักษาที่ ถูกตอง ก็ไมจําเปนตองผาตัดสําหรับการผาตัดอาจทําใหเปนกรณีที่เกิดโรคแทรกซอน ไดแก ก. เลือดออกในกระเพาะอาหารและลําไสเล็ก โดยไมสามารถทําใหหยุดเลือดออกได ข. แผลกระเพาะอาหารและลําไสเล็กเกิดการทะลุ ค. กระเพาะอาหารมีการอุดตัน 4. นิ่วในถุงน้ําดี 0

---

นิ่วในถุงน้ําดีเกิดไดอยางไร

ตับ liver เปนอวัยวะสรางน้ําดี ซึ่งจะสงไปเก็บที่ถุงน้ําดี เมื่อตองการไปยอยไขมัน ถุงน้ําดีก็บีบตัว สงน้ําดีไปตามทอน้ําดี common bile duct เขสูลําไส doudenum และยอยอาหาร น้ําดีประกอบดวย น้ํา ,cholesterol ,ไขมัน, bile salt เมื่อน้ําในน้ําดีลดลงก็ทําใหเกิดนิ่ว พบบอยๆมี 2 ชนิดคือ นิ่วที่ เกิดจาก cholesterol และนิ่วที่เกิดจากเกลือตางๆ นิ่วในถุงน้ําดีอาจจะหลุดและอุดทางเดินน้ําดีทําใหเกิดตัวเหลืองตาเหลือง ถุงน้ําดีอักเสบ ตับออน อักเสบ เปนตน ปจจัยเสี่ยงที่ทําใหเกิดนิ่ว •

คนอวนจะเกิดนิ่วที่มี cholesterol เนื่องจากการบีบตัวของถุงน้ําดีลดลง


• • • • • •

การไดฮอรโมน estrogen จากการรับประทานหรือตั้งครรภทําใหระดับ cholesterol ในน้ําดี สูง เชือ้ ชาติ เพศ หญิงพบมากกวาชาย อายุที่พบบอยอายุ 60 ขึ้นไป ไดยาลดไขมันบางชนิด ทําให cholesterol ในน้ําดีสูง ผูปวยเบาหวาน เนื่องจากมีระดับ triglyceride สูง การลดน้าํ หนักอยางรวดเร็ว ทําใหรา งกายละลายไขมันมากไป

อาการของโรคนิว่ ในถุงน้าํ ดี

• • • •

--ย าบ ้า----

ผูปวยบางรายอาจจะไมมีอาการอะไร บางรายมีอาการปวดเฉียบพลัน ปวดทองบนขวาปวดตลอดอาจจะปวดนานเปนชั่วโมง ปวดมักจะปวดอยูบริเวณสะบัก อาจจะปวดราวไปไหลขวา มีอาการคลื่นไสอาเจียนรวมดวย

ผูปวยบางรายอาจจะมีอาการเรื้อรังโดยมากมักจะสัมพันธกับอาหารมัน อาการอื่นที่พบมี • •

---

ทองอืด รับประทานอาหารมันแลวทําใหทองอืด ปวดมวนทอง เรอเปรียว มีลมในทอง อาหารไมยอ ย

• • •

ถาทานมีอาการเหลานีค้ วรพบแพทย • • • •

ไขสูง และมีเหงื่อออก ไขเรื้อรัง ตัวเหลืองตาเหลือง หรือที่เรียกดีซาน อุจาระเปนสีขาว

การวินิจฉัย


หลังจากซักประวัติและตรวจรางกายหากสงสัยวาเปนโรคนิ่วในถุงน้ําดี แพทยจะสงตรวจ ultrasound โดยใชคลื่นเสี่ยงความถี่สูงตรวจหานิ่ว บางรายแพทยจะตรวจพิเศษ เชน Endoscopic retrograde cholangiopancreatography (ERCP) เปนการตรวจโดยการสองกลองเขาในทอน้ําดีเพื่อ หาตําแหนงของนิ่วในทอน้ําดี การรักษา

--ย าบ ้า----

นิ่วในถุงน้ําดีที่ไมมีอาการไมจําเปนตองผาตัด นิ่วที่มีอาการตองผาตัดเอานิ่วออกวิธีทีนิยมคือ laparoscopic cholecystectomy โดยการเจาะที่หนาทองเปนรูหลายรูแลวใสเครื่องมือเพื่อตัดเอาถุง น้ําดีออกมา วิธีนี้สะดวก เจ็บนอยกวาการผาตัดแบบเกา และอยูในโรงพยาบาลไมนาน ผูปวยบาง รายหลังสองดูแลวผาตัดแบบ laparoscopic cholecystectomy ไมไดตองเปลี่ยนโดยการผาตัดแบบ เกา นิ่วที่อยูในทอน้ําดีอาจจะเอาออกโดยการทํา Endoscopic retrograde cholangiopancreatography (ERCP) และเอานิว่ ออก การรักษาโดยไมตองผาตัดผลที่ไดยังไมดี คือ •

---

Oral dissolution therapy เปน bile acid ใชละลายนิ่วที่เปน cholesterol ที่กอนไมใหญ ตอง ใชเวลานานในการละลาย ผลขางเคียงอาจทําใหเกิดทองรวง และตับมีการอักเสบเล็กนอย Extracorporeal shockwave lithotripsy (ESWL).โดยการใชคลื่นแสงกระแทกใหนิ่วแตก หลังการทําผูปวยอาจจะปวดทอง และอัตราผลสําเร็จต่ํา


-- ย าบ ้า---


-- ย าบ ้า---


-- ย าบ ้า---


-- ย าบ ้า---


-- ย าบ ้า---


Try