Issuu on Google+


ค�ำน�ำผู้แปล โลกคู่ขนาน คงเป็นค�ำชินหูส�ำหรับนักอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ โลกวิทยาศาสตร์ไม่แยแสความฝัน ไม่ยอมรับการเพ้อค�ำนึง หากจะต้องมีเหตุอันจะน�ำสู่ผล จะต้องมีหลักฐานจับต้องได้ สิง่ ใดทีเ่ กิดขึน้ ผิดไป พลัดออกนอกกรอบเหตุและผล ...เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง รับรองได้ แต่ทว่า เกิดขึ้นใน โลกคู่ขนาน โลกที่เริ่มต้นการเดินทาง ด้วยปัจจัยเดียวกัน ด้วย บุคคลเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่ผลลัพธ์ หากโลกนี้ด�ำ อีก โลกต้องขาว ถ้าโลกนี้ซ้าย โลกอีกฟากต้องขวา นิยายรัก ในโลกคู่ขนานเล่มนี้ อาจเป็นเรื่องเล่าของคนที่เหลือเพียง ซีกเดียว...อีกซีกหลงทางอยู่ ในโลกคู่ขนาน ค้นหาตัวเอง ค้นหาความรัก ค้นหาทางออก สุ มิ เ ระและมิ ว หญิ ง รั ก หญิ ง สองสาวต่ า งวั ย ต้องการความช่วยเหลือ ใครก็ ได้ ใครสักคน ช่วยจูงมือ หาทางออกให้ที ได้ โปรด


สปุตนิก วันที่ 4 ตุลาคม 1957 สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมดวง แรกของโลก, สปุตนิก I ขึ้นจากศูนย์อวกาศไบคานอร์ ใน สาธารณรัฐคาซัคสถาน สปุตนิกเป็นทรงกลมโลหะ น�้ำหนัก 83.6 กิโลกรัม เส้นผ่านศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร โคจรรอบโลกทุก 96 นาที 12 วินาที วันที่ 3 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน สปุตนิก II ขึ้นสู่ วงทางโคจรรอบโลก คราวนี้ มีไลก้า, เยอรมันเชปเพิร์ด อยู ่ ใ นยาน ไลก้ า เป็ น สิ่ ง ที่ มี ชี วิ ต แรกที่ เ ดิ น ทางหลุ ด พ้ น ชั้นบรรยากาศรอบโลก ดาวเทียมดวงนี้ ไม่ได้กลับลงสู่ พืน้ โลก ไลก้าโคจรรอบโลกชัว่ นิรนั ดร์ เซ่นสังเวยการศึกษา วิจัยชีววิทยาในอวกาศ จาก The Complete Chronicle of World History


1 ฤดูใบไม้ผลิปีที่ยี่สิบสอง สุมิเระตกหลุมรักเป็นครั้งแรก ในชีวิต รักเข้มข้นดูดดื่ม ทอร์เนโดของแท้กราดเกรี้ยว รุนแรง พัดข้ามผ่านทุง่ กว้าง กระทืบทุกอย่างในเส้นทางให้ แบนราบ หมุนปั่นสรรพสิ่งลอยคว้างขึ้นกลางฟ้า ฉีกให้ป่น เป็นเศษเสีย้ ว บีบอัดท�ำลายจนเหลือเพียงเกล็ดเล็กชิน้ น้อย พลั ง แรงฤทธิ์ ข องทอร์ เ นโดไม่ เ สื่ อ มถอยเมื่ อ เคลื่ อ นผ่า น มหาสมุทร พัดกระหน�่ำนครวัดให้ทลายราบ จุดไฟป่า โหมท�ำลายป่าอินเดีย เผาเสือลายพาดกลอนและส�่ำสัตว์ กลายเป็นเถ้าธุลี ทอร์เนโดเคลื่อนผ่านเปอร์เซียเปลี่ยน โฉมหน้าใหม่กลายเป็นพายุทราย สาดเม็ดละเอียดกระหน�ำ่ ป้อมหินโดดเดี่ยวให้จมอยู่ใต้พื้นทราย ความรักที่เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่พอจะสถาปนาเป็นอนุสาวรีย์ ได้ ผู้ที่เธอหลงรักอายุ แก่กว่าเธอ 17 ปี แต่งงานแล้ว ผมน่าจะเพิ่มเติมด้วยว่า เป็นสตรี ณ จุดนีท้ เี่ รือ่ งราวเริม่ ต้นและปิดฉากลงได้หมดจด ...เกือบหมดจด ในช่วงนัน้ สุมเิ ระคร�ำ่ เคร่งเคีย่ วเข็ญตัวเองเป็นนักเขียน ให้จงได้ ไม่วา่ จะมีโอกาสใดผ่านผันมาในชีวติ จะมีทางเลือก เพียงแค่...หากมิใช่นักเขียน ก็ ไม่ต้องการเป็นอะไรอีกแล้ว ความมุ่งมั่นของเธอมั่นคงดุจแผ่นผายิบรอลตาร์ ไม่มีอะไร นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

11


12

แทรกแยกเข้ามาระหว่างกลางตัวเธอกับศรัทธาแน่นเหนียว ในเชิงวรรณกรรม หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาล ในจังหวัดคานางาวะ เธอสมัครเข้าเรียนภาควิชาวรรณคดี ในมหาวิทยาลัยเอกชนเล็กๆ ในโตเกียว ค้นพบว่าชีวิตใน รั้วมหาวิทยาลัยจืดชืด ไร้ความเร้าใจ ไร้จิตวิญญาณ เธอ เกลียดมหาวิทยาลัย และพบว่าเพือ่ นนักศึกษา (เกรงว่าผมจะ เป็นหนึง่ ในจ�ำนวนนัน้ ) น่าเบือ่ เป็นมนุษย์สายพันธุช์ นั้ สอง ก็ ไม่นา่ ประหลาดใจนัก ก่อนจะขึน้ ชัน้ ปีทสี่ าม เธอลาออกจาก มหาวิทยาลัย การรั้งรอช้าอีกอึดใจเดียว เธอให้ข้อสรุป เปลืองเวลาไร้ประโยชน์ ผมคิดว่าการตัดสินใจของเธอ ชอบแล้ว แต่หากจะให้ความยุตธิ รรมต่อมนุษย์ดาษดืน่ สามัญ ไม่คิดบ้างเลยหรือว่า เรื่องไร้สาระคนไร้จุดหมายก็มีสิทธิจะ ด�ำรงอยู่ใต้อาทิตย์ดวงนี้ เพราะหากลบเรือ่ งไร้สาระประดามี จากชีวิตเว้าแหว่ง...จะมิสูญเสียความดาษดื่นสามัญระดับ สมบูรณ์แบบไปหรือ? สุมเิ ระเป็นคนโรแมนติกกูไ่ ม่กลับ ฝังใจไม่ยอมแปรเปลีย่ น ในบางเรื่อง แถมด้วยความไร้เดียงสาต่อเรื่องราวในโลก รอบข้าง เมื่อใดที่เธอเริ่มเปิดปากพูด จะพูดไม่มีวันหยุด แต่ถ้าอยู่กับคนไม่สนิทกัน ซึ่งก็เกือบจะหมายถึงคนทั้งโลก เธอแทบจะไม่เปิดปาก เธอสูบบุหรี่จัดและเชื่อได้เลยว่า จะต้องท�ำตั๋วหายในทุกคราวที่ขึ้นรถไฟ เธอหมกมุ่นอยู่กับ ความคิดพล่านในหัวจนลืมกิน ร่างผอมเหมือนเด็กก�ำพร้า ในภาพยนตร์อิตาเลียน เหมือนไม้เสียบที่มีตาโตสองดวง รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ผมอยากจะน�ำรูปถ่ายของเธอมาให้คณ ุ ดู แต่ก็ ไม่มรี ปู แม้แต่ ใบเดียว เธอเกลียดการถ่ายรูป คงเกรงไปว่าจะเหลือ อนุสรณ์ทิ้งไว้ ให้คนยกมากล่าวว่า นี่คือรูปถ่ายของศิลปิน ในวัยเยาว์ เสียดายเหลือเกิน หากมีรูปถ่ายสักใบเก็บ ภาพของสุมิเระไว้ ผมก็คงแสดงหลักฐานให้เห็นความพิเศษ ของคนบางคนได้ชัดถนัดตา ดู เ หมื อ นว่ า ผมจะบรรยายเรื่ อ งให้ สั บ สนปนเปกั น ไป แล้ว สตรีคนที่สุมิเระหลงรักชื่อว่า ‘มิว’ นั่นเป็นชื่อที่ผู้คน เรียกขานเธอ ผมไม่รู้จักชื่อจริงของเธอ ซึ่งจะกลายเป็น ปัญหาในเวลาต่อมา เออนะ, ผมเล่าเรื่องข้ามไปแล้ว มิว เป็นคนเชื้อสายเกาหลี แต่พูดภาษานั้นไม่ได้แม้แต่ค�ำเดียว จนกระทั่งเธอตัดสินใจที่จะเรียนภาษาเกาหลี ในกลางช่วงวัย ยี่สิบ เธอเกิดและเติบโตในญี่ปุ่น ไปเรียนดนตรี ในฝรั่งเศส พูดฝรั่งเศสและอังกฤษได้คล่องปากเท่าเทียมกับญี่ปุ่น เธอ แต่งกายงาม หรูมีระดับ มีเครื่องประดับราคาแพงระยับ แต่ใช้เพียงน้อยชิ้น เธอขับรถจากัวร์สีน�้ำเงินสิบสองสูบ คราวแรกสุดที่สุมิเระพบมิว เธอเล่าถึงแจ๊ก เครูแอ็ก สุ มิ เ ระหลงใหลโลกนิ ย ายของเครู แ อ็ ก เป็ น บ้ า เป็ น หลั ง เธอเลือกสรรนักเขียนในดวงใจประจ�ำเดือน ในช่วงเวลานัน้ เธอเลือกเครูแอ็ก นักประพันธ์บปุ ผาชน เป็นเทพประจ�ำตัว เธอจะมีหนังสือของเครูแอ็กติดกระเป๋าเสื้อโค้ตเสมอ ไม่ว่า จะเป็ น ออน เดอะ โรด หรื อ โลนซั ม ทราเวลเลอร์ หนังสือยับเยิน หยิบมาพลิกอ่านในทุกคราวที่มีเวลาว่าง นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

13


เมือ่ ใดทีพ่ บถ้อยประทับใจ เธอจะขีดเส้นใต้ดว้ ยดินสอ อ่าน ท่องจ�ำจนขึ้นใจ ประหนึ่งเป็นบทสวดศักดิ์สิทธิ์ ท่อนที่ เธอโปรดเป็นที่สุดจะคัดจากตอนเฝ้าระวังไฟป่าในโลนซัม ทราเวลเลอร์ เครูแอ็กใช้เวลาสามเดือน อาศัยโดดเดี่ยว เดียวดายในกระท่อมบนยอดเขาสูง เป็นลูกจ้างเฝ้าระวัง ไฟป่า สุมิเระชื่นชอบย่อหน้านี้เป็นที่สุด

14

‘ไม่มีมนุษย์คนไหนเดินทางผ่านชีวิตไปได้ โดยไม่เคย ลองลิ้มประสบการณ์โดดเดี่ยว อาจถึงขั้นเดียวดาย เบื่อเหงาในป่ารกร้าง เขาจะพบว่าต้องพึ่งพาตนเอง เพียงสถานเดียว ห้วงเวลาเช่นนั้นจะสอนให้เขารู้จัก พลังแท้จริงที่ซ่อนอยู่ ในตัว’ “วิเศษเป็นที่สุด” สุมิเระกล่าวบอกผม “...ทุกวันได้ ไป ยืนบนยอดเขา กวาดสายตามองสามร้อยหกสิบองศารอบตัว ตรวจตราว่ามีจุดใดที่ควันลอยกรุ่น เพียงเท่านั้น งาน ประจ�ำวันเสร็จสิ้นแล้ว เวลาที่เหลือจะอ่านหนังสือ เขียน นิยาย หรือท�ำอะไรก็ ได้ ในยามค�่ำคืนมืดมิด หมีขนรุงรัง จะมาป้วนเปี้ยนด้อมๆ มองๆ ลับกรงเล็บกับผนังกระท่อม นั่นละชีวิตที่ฉันต้องการอย่างแท้จริง! เปรียบกับชีวิตใน มหาวิทยาลัย ก็ดจู ะไม่ตา่ งไปจากการกัดขัว้ แตงกวาขมจัด” “ได้เลย” ผมตอบ “...ไม่ช้าก็เร็ว คุณก็ตอ้ ���ลงจากเขา” เหมือนเคย มุมมองสามัญสมประโยชน์ของผมไม่ได้ทำ� ให้เธอ ห่อเหี่ยวท้อถอย รักเร้นในโลกคู่ขนาน


สุมิเระอยากเป็นตัวเอกในนิยายของเครูแอ็ก ดิบเถื่อน คมเข้ม ลุ่มหลงไร้ความยับยั้งชั่งใจ เธอยืนสองมือล้วง กระเป๋าเสื้อโค้ต ผมยุ่งเป็นกระเซิง เหม่อจ้องมองค้าง เลื่อนลอยผ่านแว่นตากระจกใสกรอบพลาสติกด�ำ เธอ สวมแว่นแม้สายตาคมชัด เธอมักสวมเสือ้ โค้ตลายเฮอร์รงิ โบน ตัวโคร่ง ซือ้ จากร้านมือสอง รองเท้าบูต๊ กรรมกรขนาดมหึมา นี่ถ้าเธอปลูกหนวดเคราได้ ผมคิดว่าเธอคงไม่รอช้า สุมิเระไม่อาจเรียกได้ว่าสวย แก้มตอบ ปากกว้าง จมูกเล็กเชิดรั้น แต่ทว่าใบหน้าของเธอแสดงความรู้สึก ได้ชัด มีอารมณ์ขันแม้จะไม่เคยหัวเราะออกเสียง เธอเป็น สาวร่างเล็ก แม้ ในยามอารมณ์ดี เสียงพูดกราดเกรี้ยว คล้ายจะหาเรื่องพร้อมราวี ผมไม่เคยเห็นเธอทาลิปสติก หรือใช้ดินสอเขียนคิ้ว ผมอดกังขามิได้ว่าเธอคงไม่ทราบ ว่าบราเซียร์มีหลายคัปหลายขนาด แต่สุมิเระก็ยังมีความ พิเศษในตัว มีเสน่หด์ งึ ดูดผูค้ นให้เข้าหา การตีตราให้คำ� นิยาม ความพิเศษไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อใดที่จ้องมองลึกเข้าไปใน ดวงตา จะพบเห็นได้เอง สะท้อนลึกอยู่ภายใน คงไม่ต้องอ้อมค้อม น่าจะบอกกันให้ทราบเสียเลย ผม หลงรักสุมิเระ ผมชอบเธอนับแต่คราวแรกที่เราคุยกัน ถอนตัวไม่ขนึ้ ไม่มที างถอยหลังย้อนกลับได้แล้ว นานนับนาน จากนั้น เธอเป็นหนึ่งเดียวที่ผมคิดถึง ผมพยายามบอกเล่า ความในใจ แต่กด็ เู หมือนว่า ความรูส้ กึ กับค�ำพูดไม่ยอมผสม กลืนกันดีนัก นี่ถ้าผมบอกความรู้สึกแท้จริงของผมต่อเธอ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

15


เธอก็คงหัวร่องอหาย ในระหว่างทีผ่ มกับสุมเิ ระเป็น ‘เพือ่ น’ กัน ผมออกเทีย่ ว กับหญิงอื่นอีกสองสามคน ใช่ว่าผมจะจดจ�ำตัวเลขไม่ได้ สองหรือสาม ขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณจะนับ หากเติมหญิงที่ผม นอนด้วยครั้งสองครั้ง บัญชีรายการก็ยาวขึ้นได้อีกหน่อย ในขณะที่ผมร่วมรักกับสาวพวกนี้ ผมคิดถึงสุมิเระ หรือ น่าจะเป็นว่าความคิดถึงเธอกัดกินมุมหัวใจ ผมวาดภาพว่า ผมกอดสุมเิ ระในอ้อมแขน อาจไม่ใช่วถิ คี ดิ ของสุภาพบุรษุ นัก แต่ผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้

16

ย้อนกลับไปหาการพบปะของสุมิเระกับมิวดีกว่า มิวเคยได้ยินชื่อเครูแอ็กผ่านหู แต่ไม่แน่ ใจนักว่าเป็น นักเขียนประเภทไหน พยายามเค้นคิดก็นกึ ไม่ออก “เครูแอ็ก ...อืม...เขาเป็นพวกสปุตนิกไม่ใช่หรือ?” สุมิเระเดาที่มาที่ ไปไม่ออก มีดและส้อมในมือถือค้าง อยู่กลางอากาศ นิ่วหน้าครุ่นคิด “สปุตนิก? คุณหมายถึง ดาวเที ย มดวงแรกของโลกที่ โ ซเวี ย ตส่ ง ขึ้ น วงทางโคจร รอบโลกในยุคทศวรรษห้าศูนย์อย่างนัน้ หรือ? แจ๊ก เครูแอ็ก เป็นนักประพันธ์อเมริกัน หากมองในแง่เวลา ก็พอจะ เหลื่อมซ้อนต่อรุ่นกันได้...” “เขาเรียกนักเขียนนอกคอกยุคโน้นกันอย่างนั้นไม่ ใช่ หรือ?” มิวถาม ปลายนิ้ววาดวงกลมบนโต๊ะ ประหนึ่งจะ ลากทบทวนความจ�ำ “สปุตนิก...?” “ขบวนการวรรณกรรม เหมือนที่แยกแยะจ�ำแนกสกุล รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ของนักเขียน เช่น ชิงะ นาโอยะ อยู่ในสกุลชิระกาบะ” สุมิเระหน้าผ่องขึ้นมาทันควัน “อ๋อ...บีตนิก!” มิวยกกระดาษขึ้นเช็ดมุมปาก “บีตนิก...สปุตนิก ฉัน ไม่เคยจ�ำค�ำศัพท์ ได้เสียที เหมือนการปฏิสังขรณ์เคมมุหรือ สนธิสัญญาราพัลโล...ประวัติศาสตร์ โบราณ” ความนิ่งเงียบแผ่ โรยมาปกคลุมคนทั้งสอง บ่งบอกให้ ทราบถึงการเคลื่อนไหลของเวลา “สนธิสัญญาราพัลโล?” สุมิเระฉงน มิวยิ้มระเรื่อ ยิ้มเยือกเย็นสนิทชิดเชื้อ เหมือนของ เก่าเก็บทรงค่าผุดออกมาจากก้นลิ้นชัก ตาหยีเล็กชวนมอง เธอยื่นมือออกมา ปลายนิ้วเรียวยาวขยี้พุ่มผมกระเซิงของ สุมิเระ เรื่องปุบปับผิดคาดแต่เป็นธรรมชาติที่สุด สุมิเระ ท�ำได้เพียงแค่ยิ้มตอบ นั บ จากวั น นั้ น สุ มิ เ ระจะตั้ ง ชื่ อ เล่ น เรี ย กขานมิ ว ว่ า ‘สปุตนิก สวีตฮาร์ต’ ชื่อชวนใหลหลง ชื่อที่เตือนให้เธอ ระลึกถึงไลก้า, เยอรมันเชปเพิร์ดตัวนั้น ดาวเทียมพุ่งผ่าน ห้วงอวกาศเวิ้งว้าง เงียบงันไร้สุ้มเสียง ดวงตาแสนรู้เหม่อ จ้องผ่านหน้าต่างบานเล็ก ไลก้าจะจ้องมองสิ่งใดในห้วง เปลี่ยวเหงากลางอวกาศไพศาล? การสนทนาสปุ ต นิ ก เกิ ด ขึ้ น ในงานแต่ ง งานของลู ก พี่ ลูกน้องของสุมิเระในโรงแรมหรูในอะกาซากะ สุมิเระไม่ได้ สนิทสนมกับญาติผนู้ เี้ ท่าใดนัก ว่ากันตามจริง ไม่ชอบขีห้ น้า กันด้วยซ�ำ้ ไป เธอท�ำใจพร้อมรับทัณฑ์ทรมานในงานนีเ้ พราะ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

17


18

ไม่มีทางเลี่ยงหลบไม่ไปร่วมงานได้ เธอกับมิวนั่งติดกัน มิว ไม่ได้เล่าในรายละเอียด แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเคยเป็นครูสอน เปียโนแก่เจ้าสาว ในช่วงทีส่ าวเจ้าเรียนพิเศษติวเข้มเพือ่ เข้า เรียนวิชาดนตรีในมหาวิทยาลัย ไม่สนิทชิดเชือ้ ไม่มสี มั พันธ์ พันผูกยาวนาน แต่มิวจ�ำเป็นต้องมาร่วมงาน ในเสี้ยววินาทีที่มิวขยี้เส้นผม สุมิเระตกหลุมรักด่วน ฉับพลัน ประหนึ่งว่าก�ำลังเดินไปกลางทุ่ง ตูม! สายฟ้าพุ่ง ผ่าลงมากลางหัว ละม้ายคล้ายการดลบันดาลเชิงศิลปะ ซึง่ ก็เป็นเหตุผลว่า ท�ำไมสุมิเระไม่เสียเวลาใส่ ใจว่าผู้ที่หลงรัก เป็นสตรี ผมไม่คิดว่าสุมิเระจะเคยมีบุคคลที่เรียกว่า คู่รัก ใน โรงเรียนมัธยมปลาย เธอมีเพือ่ นชายจ�ำนวนหนึง่ เพือ่ นชาย ทีจ่ ะไปดูหนังด้วยกัน ไปว่ายน�ำ้ ผมวาดภาพไม่ออกว่าความ สัมพันธ์เช่นนั้นจะมีอนาคตไปไกล สุมิเระหมกมุ่นอยู่กับ ความฝั น อยากเป็ น นั ก เขี ย นจนไม่ ส นใจคิ ด จะคบกั บ ใคร สนิทสนมนัก หากเธอจะผ่านประสบการณ์เชิงเซ็กส์...หรือ อะไรที่เฉียดใกล้คล้ายแบบนั้นในโรงเรียนมัธยมปลาย ก็ น่าจะเบนจากความหฤหรรษ์ทางเพศมาทางฝ่ายของความ อยากรู้อยากเห็นเชิงวรรณกรรมเสียมากกว่า “พูดกันตามจริง ความกระหายอยากทางเพศท�ำให้ฉัน งุนงง” เธอเคยพูดกับผมหนหนึ่ง ใบหน้าเรียบเฉย ก่อน ที่เธอจะเลิกเรียนกลางคัน ผมเชื่อว่าเธอพูดจริง เธอดวด ไดคีรีกล้วยไปห้าแก้วแล้ว “...ก็จุดก�ำเนิด ต้นตอที่มา คุณ คิดยังไง?” “ความกระหายอยากทางเพศไม่ ใช่เรื่องที่จะเข้าใจหรือ รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ไม่ เ ข้ า ใจ” ผมตอบ แสดงความเห็ น สองฝั ก สองฝ่ า ย ปลอดภัยไว้ก่อน “...มีก็มี ไม่มีก็ ไม่มี” เธอหรี่ตามองผมอยู่นาน ประหนึ่งว่าผมเป็นเครื่องจักร เครือ่ งยนต์ทแี่ ล่นได้ดว้ ยพลังงานที่ ไม่เคยมีใครได้ยนิ ชือ่ เมือ่ สิ้นความสนใจ เธอแหงนหน้ามองเพดาน การสนทนา ของเราหันเหไปทางอื่น ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับไอ้หมอนี่ เธอคงคิดอย่างนั้น สุมเิ ระเกิดในจิงะซากิ บ้านของเธออยูร่ มิ หาด เธอเติบโต มาพร้อมกับเสียงลมพัดเม็ดทรายสาดซัดกระจกหน้าต่าง พ่อของเธอเปิดคลินิกทันตแพทย์ ในโยโกฮามะ หน้าตา หล่อเหลา จมูกโด่งคมสันเหมือนจมูกของเกรกอรี เป็ก ในภาพยนตร์เรือ่ งสเปลล์บาวนด์ สุมเิ ระไม่ได้รบั ยีนจมูกงาม จากบิดา เท่าที่เธอเล่าผ่านหู น้องชายของเธอก็จมูกบี้ ดั้งยุบ เธอประหลาดใจเป็นล้นพ้นที่พันธุกรรมจมูกงาม หายวับไป ประหนึง่ ว่าฝังจมอยูช่ นั้ ล่างสุดของรหัสพันธุกรรม ไปชัว่ นิรนั ดร์ โลกทัง้ ใบวังเวงซึมเศร้า จมูกของเขาสวยงาม ขนาดนั้น บิดาของสุมิเระแทบจะเป็นเทพบุตรในสายตาแม่บ้าน ในโยโกฮามะ ผู้เข้ามารับการดูแลเชิงทันตกรรม แม้เขา จะสวมผ้าคาดปากจมูกไว้เ���มอ โผล่พ้นมาเพียงตาหนึ่งคู่ กับหูสองข้าง จมูกงามใต้ผืนผ้าดันปูดโป่งให้เห็น ท�ำให้ คนไข้สตรีหน้าแดงเหนียมอาย ตกหลุมรักหมอฟันจมูกสวย ในชั่วพริบตา ไม่ว่าประกันสุขภาพจะครอบคลุมการท�ำฟัน หรือไม่ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

19


20

มารดาของสุมิเระเสียชีวิตจากความบกพร่องของหัวใจ แต่ก�ำเนิด อายุได้เพียง 31 ปี สุมิเระยังไม่ถึงสามขวบดี ความทรงจ�ำเดียวต่อมารดามีเพียงกลิ่นผิวกาย รูปถ่าย ของแม่เหลือไม่กรี่ ปู มีรปู แต่งงาน รูปถ่ายพร้อมกับลูกสาว แรกเกิดในอ้อมแขน สุมิเระจะดึงอัลบัมภาพเก่าออกมาดู ทุกคราวก็จะลงความเห็นว่า แม่เป็นคนที่น่าลืมเป็นที่สุด ร่างเตี้ย ผมไม่เป็นทรง เสื้อผ้าที่ชวนให้ฉงนว่าผู้สวมใส่คิด อะไรอยู่ หน้าตาไร้รอยยิม้ หากแม่เดินถอยหลังสักก้าวใหญ่ ก็คงกลืนหายไปในผนัง สุมิเระตัดสินใจผนึกใบหน้าของแม่ ลงไว้ ในความทรงจ�ำ หวังว่าหากได้พบเจอในฝัน ก็พอจะ จ�ำหน้าแม่ได้ จะได้สัมผัสมือ พูดคุยกัน แต่ก็ ไม่ได้ผล พยายามหนักสักแค่ไหน เมื่อใดที่จ�ำเค้าหน้าแม่ได้เป็นมั่น เป็นเหมาะ ภาพนั้นก็จะเลือนหาย อย่าได้ฝันถึงความฝัน ต่อให้สุมิเระพบหน้าแม่เดินสวนกันบนถนน กลางวันแดด เจิดจ้า เธอก็ ไม่มีทางจ�ำแม่ได้ บิดาของสุมิเระแทบไม่เคยพูดถึงภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้ว เขาไม่ใช่คนช่างพูด เหมือนเช่นการท�ำงานในชีวติ ประจ�ำวัน คล้ายโรคในช่องปากทีเ่ ขาพยายามเลี่ยงสุดฤทธิ์ เขาไม่เคย เปิดปากพูดถึงความรูส้ กึ ในใจตัวเอง สุมเิ ระไม่มคี วามทรงจ�ำ ว่าเคยเซ้าซี้ถามพ่อเรื่องของแม่ เว้นแต่หนนั้นหนเดียว วาระพิเศษคราวหนึ่ง เธอถามไปว่า “แม่เป็นคนยังไง?” พ่อเบือนหน้าไปทางอืน่ ครุน่ คิดอยูค่ รู่ใหญ่ “...แม่จดจ�ำ เรื่องได้เก่ง” เขากล่าวเพิ่มเติมอีก “...ลายมือสวย” นิยามประหลาดที่จะคิดถึงใครสักคน สุมิเระเฝ้ารอคอย รักเร้นในโลกคู่ขนาน


อนุทนิ หน้ากระดาษขาวบริสทุ ธิเ์ ปิดกางอ้า รอพร้อมให้ถอ้ ยค�ำ ปลอบประโลมให้ก�ำลังใจหลั่งไหลจดจารจารึกไว้เต็มหน้า... เสาหลัก แกนแก่นมั่นคงที่จะสถาปนาชีวิตง่อนแง่นของเธอ ให้ดำ� รงอยูบ่ นดาวเคราะห์ดวงทีส่ ามจากดวงอาทิตย์ พ่อน่า จะบอกเล่าอะไรสักอย่างให้ลูกสาวคว้าจับ ยึดกอดไว้ปลอบ ประโลมใจตัวเอง แต่บดิ าจมูกสวยของสุมเิ ระก็ไม่มที างหลุด ค�ำพูดออกจากปาก...ถ้อยค�ำที่เธออยากได้ยินเป็นที่สุด พ่อแต่งงานใหม่เมื่อเธออายุได้หกขวบ อีกสองปีถัดมา เธอได้น้องชายจากแม่ ใหม่ เมียใหม่ของพ่อหน้าจืดสามัญ จ�ำเรือ่ งราวก็ ไม่เก่ง แถมยังลายมือไม่สะสวย แต่เธอก็เป็น หญิงอ่อนโยนยุติธรรม ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีของหนูน้อย สุมิเระที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับแม่เลี้ยง...จะเรียกว่าโชคก็คงไม่ ถูกต้องนัก บิดาของสุมเิ ระรูจ้ กั เลือกผูห้ ญิง เขาอาจจะไม่ใช่ พ่อในอุดมคติ แต่เมือ่ ถึงคราวต้องเลือกคูค่ รองอยูเ่ คียงกาย เขารู้ว่าเขาก�ำลังท�ำอะไรอยู่ ความรักที่แม่เลี้ยงมอบให้เธอ ไม่เสื่อมถอยแม้จะเป็น ช่วงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงยุ่งยากที่สุดของชีวิตวัยรุ่น แม้แต่ ในยามที่สุมิเระประกาศว่าเธอจะเลิกเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อ เขียนนวนิยาย แม่เลี้ยงอาจจะมีความเห็นส่วนตัว เผยให้ ทราบ แต่กน็ บั ถือการตัดสินใจของลูกสาว แม่เลีย้ งปีตยิ นิ ดี ที่ลูกสาวหลงใหลการอ่านหนังสือ เธอเฝ้าให้ก�ำลังใจให้การ สนับสนุนลูกสาวในเชิงวรรณกรรม แม่เลี้ยงเข้าข้างลูกสาวเต็มที่ จัดการบิดาจมูกสวยได้ ส�ำเร็จในท้ายที่สุด ครอบครัวของเธอจะจ่ายเงินเลี้ยงชีพ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

21


ให้ลูกสาวจนกว่าจะอายุครบ 28 ปี หากถึงเวลานั้น ยัง หาเลี้ยงตัวจากงานเขียนไม่ได้ ก็ต้องดูแลตัวเองแล้ว ถ้า แม่เลี้ยงไม่เป็นปากเป็นเสียงแทนลูกสาว สาวน้อยสุมิเระ ก็คงถูกขับออกจากบ้าน ไม่มีเงินทองติดตัว ไม่มีทักษะเชิง สังคม ต้องออกมาเผชิญโลกป่าเถื่อนเลวร้ายไร้อารมณ์ขัน ตามล�ำพัง...โลกของเราไม่ได้หมุนเอียดออด หมุนเหวี่ยง ตัวเองโคจรรอบดวงอาทิตย์เพียงเพื่อจะเอื้อให้มนุษย์เล่น สนุกสนาน หัวเราะร่วนด้วยความสุขสม

22

สุมิเระพบ ‘สปุตนิก สวีตฮาร์ต’ หลังจากเธอเลิกเรียน มหาวิทยาลัยราวสองปี เธอเช่าอพาร์ตเมนต์ห้องเดียวในคิจิโจจิ เธอด�ำรงชีวิต โดยลดเครื่ อ งเรื อ นให้ เ หลื อ น้ อ ยชิ้ น ที่ สุ ด เหลื อ ที่ ว ่ า ง มากที่สุดส�ำหรับเก็บหนังสือ เธอจะตื่นราวเที่ยง ออกไป เดินเล่นในสวนสาธารณะอิโนะคะชิระในตอนบ่าย ด้วยพลัง กระเหี้ยนกระหือรือของนักแสวงบุญเดินตัดข้ามภูศักดิ์สิทธิ์ สุดสูง วันอากาศสดใส เธอจะนั่งม้ายาวในสวน เคี้ยวกัด ขนมปัง จุดบุหรี่มวนต่อมวน หน้าก้มต�่ำอ่านหนังสือ วัน อากาศหนาวหรือฝนตก เธอจะเข้าร้านกาแฟโบราณ เพลง คลาสสิกเร่งเสียงสุดปุ่ม นั่งจ่อมจมในโซฟาเก่าคร�่ำคร่า ใบหน้าของเธอจะเครียดขรึมในระหว่างที่ฟังซิมโฟนีของ ชูเบิรต์ หรือคันตาตาของบาค ย�ำ่ เย็น เธอซือ้ เบียร์หนึง่ ขวด กับอาหารส�ำเร็จรูปจากซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นอาหารเย็น สีท่ มุ่ เธอจะนัง่ ประจ�ำทีท่ ี่โต๊ะท�ำงาน มีเหยือกกาแฟร้อน มีถ้วยมัคขนาดใหญ่ (ผมมอบให้เป็นของขวัญวันเกิด มีรูป รักเร้นในโลกคู่ขนาน


สนัฟกินติดข้างถ้วย) มาร์ลโบโรเต็มซอง และทีเ่ ขีย่ บุหรีแ่ ก้ว ตรงหน้า แน่อยู่แล้ว เธอมีเวิร์ดโพรเซสเซอร์ แต่ละแป้น พิมพ์ ได้หนึ่งอักขระ ความเงี ย บสงั ด ห่ อ คลุ ม ทั่ ว ทั้ ง ห้ อ ง ห้ ว งความคิ ด ปลอดโปร่งเหมือนราตรีฤดูหนาวมืดมิด กลุ่มดาวไถและ ดาวเหนือประดับฟ้าประจ�ำที่ กะพริบส่งแสงวับวาว เธอมี หลายเรื่องหลายราวเหลือเกินที่จะเขียน นิทานนับไม่ถ้วนที่ อยากเล่า ขอเพียงเธอค้นพบทางออกทีเ่ หมาะสม ความคิด ร้อนแรงแดงจ้าเหมือนลาวาจะทะลักออกมา ผสานกันเป็น สาย หลั่งไหลออกมาเป็นผลงานยิ่งใหญ่ที่ โลกไม่เคยเห็น มาก่อน ผูค้ นเบิกตาโตแทบทะลักออกจากเบ้า ตืน่ ตะลึงไปกับ ผลงานของนักเขียนหน้าใหม่มีอนาคต เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ภาพเธออมยิ้มระเรื่อปรากฏในคอลัมน์แนะน�ำวรรณกรรม ของหนังสือพิมพ์ชนั้ น�ำ บรรณาธิการส�ำนักพิมพ์หลัง่ ไหลมา ยืนออรออยู่หน้าประตูบ้าน แต่ความเป็นจริงมิได้เกิดเช่นนัน้ สุมเิ ระเขียนบางเรือ่ งมี ท่อนตอนต้น บางเรือ่ งมีทอ่ นปลายจุดจบ แต่ไม่เคยมีเรือ่ งใด ที่มีทั้งบทน�ำและจุดจบ ใช่วา่ เธอจะหัวตันหาเรือ่ งมาเขียนไม่ได้ ตรงข้ามเลย เธอ เขียนได้ ไม่ขาดสาย เขียนได้ ไปชั่วกัลปาวสาน มีเรื่องราว มากมายไหลพล่านอยู่ในหัว ปัญหาอยู่ที่ว่า เธอเขียนมาก เกินไป ท่านก็คงคิดว่า นีถ่ า้ เธอตัดทอนส่วนปลีกย่อยไร้สาระ ทิ้งไป ก็คงเหลือแต่เฉพาะแก่นส�ำคัญ แต่งานรังสรรค์ วรรณกรรมของเธอไม่ได้งา่ ยแบบนัน้ เธอลงความเห็นไม่ได้ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

23


ว่าภาพรวมจะเป็นเช่นไร ท่อนใดจ�ำเป็น ส่วนไหนควรตัดทิง้ เช้าวันถัดมา เธอจะพิมพ์ดราฟต์ออกมาอ่านทบทวน ทุกค�ำ ทุกบรรทัด ล้วนแล้วแต่เป็นค�ำเด็ดวรรคทองทัง้ นัน้ หรือไม่ ก็ ใช้ ไม่ได้เลย ท้ายที่สุด เธอฉีกต้นฉบับทิ้ง โยนลงถังขยะ หากเธออยู่ในกระท่อมกลางทุ่งน�้ำแข็ง และมีเตาผิงเหมือน ‘ลา โบเอ็ม’ ของปุชชินี ดราฟต์นบั สิบดราฟต์ทพี่ มิ พ์ออกมา ก็คงพอจะเผาให้ความอบอุ่นได้ แต่อพาร์ตเมนต์ของสุมิเระ ไม่มีเตาผิง ไม่มี โทรศัพท์...ไม่มีแม้กระจกเงาพอจะส่องมอง หน้าตัวเอง

24

ในช่ ว งวั น หยุ ด สุ ด สั ป ดาห์ สุ มิ เ ระจะมาขลุ ก อยู ่ ที่ อพาร์ตเมนต์ของผม ต้นฉบับซุกอยู่ ในซอกแขน...ต้นฉบับ โชคดีที่รอดพ้นการสังหารหมู่มาแล้ว แต่ก็ยังเหลือปึกใหญ่ สุมิเระจะน�ำต้นฉบับให้คนเดียวในโลกได้อ่าน...ผมเอง ในมหาวิทยาลัย ผมเป็นรุ่นพี่สุมิเระสองปี เรียนคนละ คณะ โอกาสที่จะพบปะกันแทบจะเรียกว่าไม่มี เราพบกัน โดยบังเอิญ วันจันทร์ ในเดือนพฤษภาคม วันแรกหลังช่วง หยุดยาว ผมยืนรอรถทีป่ า้ ยรถประจ�ำทางหน้ามหาวิทยาลัย อ่านหนังสือของปอล นิซาน หนังสือเก่าจากร้านมือสอง สาวร่างเล็กยืนอยูข่ า้ งๆ ชะเง้อชะแง้ดหู นังสือ มองหน้าผม แล้วถามว่า ท�ำไมต้องเป็นนิซาน ท�ำไมไม่เลือกนักประพันธ์ คนอืน่ ? เสียงของเธอห้วนกระชากเหมือนท้ารบ คล้ายกับว่า เธออยากจะเตะอะไรสักอย่างให้ลอยปลิว ในเมื่อหาเป้าที่ พอเหมาะไม่ได้ เธอเลือกถล่มรสนิยมในการเลือกหนังสืออ่าน ของผม รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ผมกับสุมเิ ระมีอะไรบางอย่างเหมือนกัน เราเสพหนังสือ ทีละเล่มสองเล่ม อะไรผ่านเข้ามือต้องหยิบมาอ่าน เป็น ธรรมชาติเหมือนการหายใจ ยามใดมีเวลาว่าง หาซอกมุม สงบได้ ปลายนิ้ ว จะพลิ ก เปิ ด หน้ า กระดาษ หน้ า แล้ ว หน้าเล่า นวนิยายญีป่ นุ่ นวนิยายต่างประเทศ ผลงานใหม่ ผลงานคลาสสิก งานเขียนเชิงทดลอง หนังสือขายดี... ตราบเท่ า ที่ มี แ ง่มุมกระตุ้นต่อมปัญญาในหนังสือเล่ ม นั้ น เราอ่านหมดสิ้น เราจะใช้เวลาในหอสมุด เดินท่องย่าน ร้านหนังสือเก่าในคันดะทัง้ วัน ผมไม่เคยพบใครทีอ่ า่ นหนังสือ ทุกลมหายใจเหมือนเธอ อ่านทุกอย่าง อ่านเจาะลึก...ผม แน่ใจว่าเธอคงรู้สึกเช่นเดียวกัน ผมเรียนจบในช่วงที่สุมิเระเลิกเรียนมหาวิทยาลัย หลัง จากนั้น เธอแวะมาหาผมสองหรือสามครั้งต่อเดือน ใน บางคราว ผมไปทีอ่ พาร์ตเมนต์ของเธอ แต่กย็ ากทีจ่ ะบรรจุ คนสองคนในห้องเล็กนั้นได้ ส่วนใหญ่ เธอแวะมาหาผม เราคุยกันเรื่องวรรณกรรม แลกหนังสือกันอ่าน ผมท�ำ อาหารเย็น ผมไม่รังเกียจการท�ำอาหาร สุมิเระเป็นมนุษย์ ประเภททีท่ นหิวท้องกิว่ มากกว่าจะลุกขึน้ มาท�ำอาหารกินเอง เธอมักจะถือของจากทีท่ ำ� งานมาฝากเพือ่ แสดงความขอบคุณ คราวหนึ่ง เธอได้งานชั่วคราวในโกดังสินค้าบริษัทยา เธอ ถือถุงยางอนามัยมาฝากผมหกโหล ผมคิดว่าถุงยางกล่องนัน้ น่าจะยังซุกอยู่ในก้นลิ้นชักที่ ไหนสักแห่ง

นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

25


26

นวนิยาย หรือเศษชิน้ ส่วนของนิยายทีเ่ ธอเขียน ไม่เลว ร้ายอย่างทีค่ ดิ จริงอยู,่ ในบางคราวสไตล์การเขียนของเธอ เหมือนผ้าสลับลาย ผลงานของกลุม่ สตรีชราหัวดือ้ แต่ละคน น�ำเอารสนิยมและเสียงบ่นส่วนตัวสอยเข้ามาในผืนผ้า นั่ง ง่วนท�ำงานในความเงียบงัน บวกรวมความเศร้าซึมของเธอ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ผลงานพิลึกพิลั่นถึงระดับวิจิตร พิสดาร หากเท่านีย้ งั ไม่พอ สุมเิ ระตัง้ เป้าสร้างงานมหากาพย์ นวนิยายมหึมาที่จะเก็บรวบรวมปรากฏการณ์เชิงวิญญาณ และชะตากรรมของมนุษย์ ไว้ ในเล่มเดียว ผ่านเรื่องพื้นฐานไปสิ้นแล้ว งานเขียนของสุมิเระเรียก ได้ว่าใหม่สด เธอพยายามสัตย์จริงที่จะฉายภาพเรื่องราว ที่มีความส�ำคัญต่อตัวเธอ ในเชิงบวก เธอไม่พยายามจะ ลอกเลียนสไตล์การเขียนของใคร ไม่ได้พยายามดัดปั้นค�ำ ให้เหลือเป็นความเรียงสั้นๆ หรูหราเข้าท่า นั่นละเป็นจุด ที่ผมชอบงานเขียนของเธอ ผมคิดว่าไม่เหมาะควรนักที่จะ ลดทอนพลังกราดเกรี้ยวดุดันของเธอ ลดรูปให้เหลือเพียง กรอบอ่านง่ายสบายตา ไม่มีความจ�ำเป็นจะต้องเร่งร้อน รีบเร่งดุ่มเดิน เธอยังมีเวลาแวะชมทิวทัศน์ข้างทางอีกนาน ดังค�ำกล่าวที่ว่า ‘สิ่งใดเติบโตเชื่องช้า เจริญได้งดงาม’ “ในหัวของฉันเหมือนโรงนามหึมา มีเรื่องราวที่อยาก เขียนบรรจุอดั อยูเ่ ต็ม” เธอกล่าวบอก “...ภาพวูบวาบ ฉาก วิวทิวทัศน์ กลุ่มค�ำ ในห้วงความคิด ทุกอย่างเปล่งแสง เรื่อเรือง เขียน! ลงมือเขียนได้แล้ว สรรพสิ่งในหัวตะโกน สัง่ ฉัน นิยายยิง่ ใหญ่เรือ่ งใหม่พร้อมจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ฉันรับรู้ความรู้สึกได้ นิยายยิ่งใหญ่จะส่งฉันไปยังโลกใหม่ วิไลกว่าเดิม ปัญหาจะอยู่ที่ตอนที่ฉันนั่งลงเขียน วางค�ำลง บนหน้ากระดาษ ฉันเพิง่ ตระหนักว่า แก่นส�ำคัญขาดหายไป ไม่มีการตกผลึก ไม่มีผลึก มีเพียงแค่กรวดทราย ฉันยัง ไม่ได้รับการส่งไปยังโลกอื่น” คิว้ ขมวดมุน่ สุมเิ ระหยิบก้อนกรวดก้อนทีส่ องร้อยห้าสิบ ขว้างลงไปในบึงน�้ำ “เป็นไปได้ ไหมว่าฉันขาดอะไรไปสักอย่าง พรสวรรค์ พิเศษที่ต้องมี ในตัวเพื่อเป็นนักเขียนยิ่งใหญ่” เธอนิง่ เงียบไปนาน ดูเหมือนว่าจะรอท่าความเห็นสามัญ ดาษดื่นของผม อีกหลายอึดใจ ผมอ้าปากพูด “นานแสนนานมาแล้ว ในเมืองจีน มหานครจะก่อก�ำแพงสูงล้อมเมือง ประตูเมือง สู ง ใหญ่ แ กะลวดลายงดงาม ประตูเมืองไม่ได้ท�ำ หน้าที่ เป็นเพียงแค่ทางเข้าออกของผู้คน ยังมีแก่นส�ำคัญเหนือ ไปกว่านั้น ชาวเมืองเชื่อว่าวิญญาณของมหานครอยู่ที่ ประตูเมือง...น่าจะอยู่ที่นั่น เหมือนยุโรปยุคกลางที่เชื่อว่า วิญญาณของเมืองจะอยู่ ในมหาวิหารหรือลานจัตุรัสกลาง เมือง เพราะเหตุนเี้ อง ในปัจจุบนั นี้ ประตูเมืองวิจติ รงดงาม ก็ ยั ง ตั้ ง ตระหง่ า นในเมื อ งจี น รู ้ ไ หมว่ า คนจี น เขาสร้ า ง ประตูเมืองกันยังไง?” “คาดเดาไม่ได้” เธอตอบ “ชาวเมืองจะขับเกวียน ออกไปยังทุง่ ร้างนอกเมือง เก็บ กระดูกขาวโพลนที่ฝังอยู่ ในดินหรือกระจายเกลื่อนกลาด นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

27


28

บนพื้นดิน จีนเป็นประเทศโบราณ สนามรบมีมากมาย ชาวเมืองไม่ตอ้ งเดินทางไปค้นหากระดูกไกลนัก ทางเข้าออก ของเมืองจะสร้างประตูเมืองขนาดใหญ่ น�ำกระดูกที่เก็บ มาได้บรรจุไว้ ในประตูเมือง ด้วยความเชื่อว่าวิญญาณของ นักรบกล้าจะเฝ้าปกปักรักษาเมืองให้ปลอดภัย ยังมีอีก สร้ า งประตู เ มื อ งแล้วเสร็จ จะจูงหมามายังประตูเ มื อ ง เชือดคอหมา น�ำเอาเลือดไปเซ่นสังเวยราดรดประตูเมือง การราดเลือดสดบนกระดูกขาวโพลนเป็นการปลุกวิญญาณ ให้ฟื้นคืนกลับมาได้ นั่นเป็นแนวคิด เป็นความเชื่อ” สุมิเระนิ่งเงียบ รอคอยให้ผมกล่าวต่อ “การเขียนนิยายก็ ไม่ตา่ งกัน คุณจะเก็บรวบรวมกระดูก ขาวโพลนมาสร้างเป็นประตูเมือง ไม่ว่าจะแกะสลักวิจิตร เพี ย งใดก็ ต าม ประตู เ มื อ งยั ง ไม่ มี ชี วิ ต นิ ย ายยั ง ไม่ มี ลมหายใจกระโดดโลดเต้นได้ นิยายเรื่องนี้ยังสังกัดอยู่ ใน โลกอื่น นิยายแท้จริงจะต้องผ่านการชุบชีวิตเสกเป่าด้วย มนตรามหัศจรรย์ เพือ่ เชือ่ มโยงดึงนิยายจากโลกอืน่ ชะลอ ให้มาปรากฏอยู่บนโลกใบนี้” “ทีค่ ณ ุ บอก หมายความว่าฉันจะต้องออกไปลากหมามา อย่างนั้นหรือ?” ผมพยักหน้ารับ “เชือดคอหมา...เอาเลือดราดนิยาย?” สุมิเระกัดริมฝีปาก นิ่งคิด ขว้างหินอีกก้อนลงไปใน บึงน�้ำ “...ฉันไม่ฆ่าสัตว์ หากเลี่ยงได้” “เป็นแต่เพียงอุปมา” ผมตอบ “...นักเขียนไม่ตอ้ งลงมือ ฆ่าหมา” รักเร้นในโลกคู่ขนาน


เหมื อ นเคย เรานั่ ง เคี ย งข้ า งกั น บนม้ า ยาวในสวน สาธารณะอิโนะคะชิระ ม้ายาวตัวโปรดของเธอ บึงน�้ำ แผ่กางอยู่ต่อหน้า วันลมสงบ ใบไม้พลิกตะแคงนิ่ง เกาะ อยูบ่ นผิวน�ำ้ ผมได้กลิน่ ควันไฟเผาใบไม้หอมกรุน่ กลิน่ ปลาย ฤดูใบไม้ร่วง เสียงห่างไกลแว่วมาเข้าหูได้ยินถนัดชัดเจน “คุณต���องการเพียงเวลาและประสบการณ์” ผมบอก “เวลาและประสบการณ์” เธอทวนค�ำ เงยหน้ามอง ท้องฟ้า “ท�ำอะไรกับเวลาไม่ได้มากนัก...เวลาได้แต่เคลื่อน ผ่านไป แล้วเรือ่ งประสบการณ์? ไม่ตอ้ งบอกฉันนะ ฉันไม่ได้ ภูมิใจนักหรอก แต่ฉันไม่เคยมีความกระหายอยากทาง เพศ แล้วนักเขียนจะมีประสบการณ์ ได้ยังไงกันถ้าไม่มี ความรู้สึกคลุ้มคลั่งรักใคร่...ก็คงไม่ต่างไปจากพ่อครัวที่ ไม่มี ความหิว ไม่รู้สึกรู้สมกับรสอาหาร” “ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าความกระหายอยากทางเพศ ของคุณไปอยู่เสียที่ ไหน” ผมตอบ “...อาจหนีไปซ่อนตัว หรืออาจไปเที่ยว เพริดไปไกลจนลืมกลับบ้าน แต่การ ตกหลุมรักเป็นเรื่องบ้าๆ เหลวไหลอาจเยี่ยมหน้ามาทักทาย ไม่ ให้ตั้งตัว คว้าคอหมับเข้าให้ ใครจะรู้?...อาจเป็นวัน พรุ่งนี้ก็เป็นได้” สุมิเระเบือนหน้าจากท้องฟ้ามาจ้องหน้าผม “เหมือน ทอร์เนโด?” “ไม่ผิดไกลนัก” เธอนิ่งคิด “คุณเคยเห็นทอร์เนโดด้วยตาตัวเองหรือ เปล่า?” นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

29


“ม่าย” ผมตอบ ขอบคุณที่ โตเกียวไม่ได้อยู่ในทางผ่าน ของทอร์เนโด ปีครึง่ ถัดมา เป็นดัง่ ทีผ่ มพยากรณ์ ไว้ สุมเิ ระตกหลุมรัก กราดเกรีย้ วรุนแรงเข้มข้น ห้วงรักทอร์เนโด สุมเิ ระหลงรัก สตรีแก่กว่าเธอ 17 ปี...สปุตนิก สวีตฮาร์ตของเธอแต่เพียง ผู้เดียว

30

ในระหว่างทีส่ มุ เิ ระกับมิวนัง่ เรียงเคียงกันที่ โต๊ะอาหารใน งานเลีย้ งสมรส สองสาวท�ำเช่นเดียวกับทุกผูท้ กุ คนในโลกนี้ ในสถานการณ์เดียวกัน นัน่ ก็คอื การแนะน�ำตัวเอง สุมเิ ระ เกลียดชื่อของตัวเอง พยายามปิดซ่อนเท่าที่จะท�ำได้ แต่ หากคู่สนทนาถามชื่อ หนทางสุภาพหนึ่งเดียว มีเพียงการ แจ้งชื่อตนเองให้ผู้อื่นได้ยิน จากการบอกเล่าของบิดา มารดาของเธอเป็นผู้ตั้งชื่อ ‘สุมเิ ระ’ แม่ชนื่ ชอบเพลงดาส โฟล์เช็น (เดอะ ไวโอเล็ต) ของ โมซาร์ต และตัดสินใจล่วงหน้ามานานแล้วว่า ถ้ามีลูกสาว จะตัง้ ชือ่ ว่า สุมเิ ระ...ดอกไวโอเล็ตในภาษาญีป่ นุ่ บนชัน้ วาง แผ่นเสียง มีแผ่นของโมซาร์ต น่าจะเป็นแผ่นที่แม่เปิดฟัง อยูเ่ สมอ เมือ่ ครัง้ ทีส่ มุ เิ ระยังเป็นเด็ก เธอหยิบเอาแผ่นเสียง วางบนแท่ น เปิ ด ฟั ง เพลงซ�้ ำ แล้ ว ซ�้ ำ เล่ า เอลิ ซ าเบ็ ธ ชวาร์ตซคอปฟ์ ร้องเสียงโซปราโน วอลเตอร์ จีเซกิง เล่นเปียโน สุมเิ ระฟังเนือ้ ไม่ออก แต่จากทางเพลงอ่อนช้อย เธอแน่ ใจว่าน่าจะเป็นการบรรยายความรื่นรมย์งดงามของ ไวโอเล็ตอวดสีม่วงบานเต็มทุ่ง เธอโปรดภาพนั้น ในโรงเรียนมัธยมต้น เธอพบบทแปลเนื้อเพลงเป็น รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ภาษาญี่ปุ่นในห้องสมุดของโรงเรียน สุมิเระมีอันต้องสะดุ้ง ขวัญกระเจิง เนื้อเพลงเล่าถึงสาวชาวนาบึกบึน เดินย�่ำ เหยียบไวโอเล็ตบอบบาง หญิงนัน้ ไม่ได้รสู้ กึ รูส้ มว่าเหยียบย�ำ่ ดอกไม้งามราบเป็นทาง เนือ้ เพลงมาจากกวีนพิ นธ์ของเกอเธ สุมิเระมองอย่างไรก็ ไม่เห็นแรงบันดาลใจใดๆ ไม่มีบทเรียน พิเศษน�ำมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจ “แม่คดิ ยังไงถึงได้ตงั้ ชือ่ หนูดว้ ยเพลงดิบหยาบแบบนัน้ ?” สุมิเระแทบจะตวาดออกมา มิวจัดมุมของผ้าเช็ดปากวางบนตัก ยิ้มระเรื่อ สายตา จ้องมองสุมิเระ ดวงตาของมิวสีเข้ม หลากสีสันผสมกัน ดวงตาสดใสแวววาว “หนูคิดว่าเพลงเพราะไหม?” “เพราะที่สุดเลย” “หากท�ำนองดนตรีงดงาม ฉันคิดว่าก็นา่ จะเพียงพอแล้ว เพราะอย่างไรเสีย ใช่ว่าสรรพสิ่งในโลกนี้จะงดงามไปเสีย ทัง้ หมด จริงไหม? คุณแม่ของหนูหลงรักเพลงนัน้ จนไม่ยอม ปล่อยให้เนื้อหามากวนใจ อีกอย่างหนึ่ง ถ้าหนูตีหน้าแบบ นั้นเสมอ หนูจะมีรอยยับย่นติดบนใบหน้าเป็นการถาวร” สุมิเระผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า “คุ ณ อาจจะพู ด ถู ก หนู รู ้ สึ ก ผิ ด หวั ง ไปหน่ อ ย หนู หมายความว่า มีเพียงอย่างเดียวที่จับต้องได้ที่แม่มอบ ให้หนู ก็คือชื่อนั้น ไม่นับรวมเนื้อตัวของหนูนะ” “ฉันคิดว่าชื่อสุมิเระไพเราะเป็นที่สุด ฉันชอบชื่อของ หนู” มิวกล่าว เอียงหน้าคล้ายจะเพ่งจ้องมองจากอีกแง่มมุ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

31


“ลืมถามไป คุณพ่อของหนูมาร่วมงานนี้ด้วยหรือเปล่า?” สุมเิ ระกวาดสายตามองไปโดยรอบ ห้องโถงเลีย้ งรับรอง กว้างใหญ่ แต่พอ่ ของเธอร่างสูงใหญ่ หาพบได้ ไม่ยาก เขา นั่งห่างไปอีกสองโต๊ะ ใบหน้าเอียงด้านข้างให้เห็น พูดคุย กับบุรุษชรา ยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก อบอุ่นพอจะละลาย ภูเขาน�้ำแข็งได้ ใต้แสงนวลของโคมระย้า จมูกโด่งเป็นสัน โดดเด่นเห็นถนัดตา แม้สุมิเระจะเคยเห็นจมูกงามของบิดา บ่อยครัง้ ก็ยงั อดชืน่ ชมความงามมิได้ พ่อของเธอเหมาะกับ การสันถวะเชิงสังคม เพียงปรากฏกายก็ฉายบรรยากาศ หรูหรา โดดเด่นสะดุดตา เหมือนดอกเดี่ยวปักในแจกัน หรือลิมูซีนคันยาวสีด�ำมันขลับ 32

ในยามทีม่ วิ มองตามสายตาของสุมเิ ระ สาวใหญ่ตนื่ ตะลึง สุมิเระได้ยินเสียงการสูดลมหายใจกลั้นนิ่ง เหมือนเสียง รูดม่านก�ำมะหยีเ่ ปิดรับแสงเรือ่ อ่อนของอรุณรุง่ ให้สาดเข้ามา ในห้อง ที่จริง ฉันน่าจะเอากล้องส่องทางไกลดูอุปรากร ติดตัวมาด้วย สุมิเระคิดในใจ แต่เธอก็คุ้นแล้วกับอาการ ตื่นตะลึงที่จมูกงามของพ่อสะกดผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตรีวัยกลางคน ความงามคืออะไร? มีคุณค่าอยู่ที่ ไหน? สุมิเระคิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ไม่เคยมีผู้ ใดให้ ค�ำตอบ มีแต่เพียงปรากฏการณ์พิเศษเกิดให้สัมผัสได้ “เป็นไงบ้างที่มีคุณพ่อหน้าตาหล่อเหลา?” มิวถาม “...แค่อยากรู้อยากเห็นน่ะ” สุมิเระถอนหายใจยาว คนเรานะ ช่างอ่านง่ายเหมือน แบบเรียนเร็ว “...ไม่อาจบอกได้วา่ หนูชอบ ทุกคนคิดเหมือน รักเร้นในโลกคู่ขนาน


กัน บุรษุ หน้าตาคมสันหล่อเหลาโดดเด่นเป็นเอกกลางฝูงชน แต่ลกู สาว...หน้าตาดูไม่ได้ จริงไหม? หากจะมีความคิดในใจ ก็คงไม่แคล้วการสืบทอดลักษณะด้อยเชิงพันธุกรรม” มิวหันมาหาสุมิเระ ดึงปลายคางเบือนเอียงเล็กน้อย สายตาเขม้นจ้องประหนึ่งเพ่งพินิจภาพเขียนในหอศิลปะ “หากนัน่ เป็นวิถที หี่ นูคดิ มาตลอด...หนูคดิ ผิดแล้วละ หนู หน้าตาน่ารัก ทุกชิ้นส่วนแทบไม่ต่างไปจากคุณพ่อ” เธอ ยื่นมือวางทาบทับหลังมือของสุมิเระ “...หนูไม่รู้ว่าหนูน่ารัก แค่ไหน” ใบหน้าของสุมิเระร้อนผ่าว หัวใจเต้นถี่ระรัว เสียงดัง กึกก้องเหมือนฝีเท้าม้าควบตะบึงบนสะพานไม้ หลังจากนั้น สุมิเระกับมิวหันหน้าคุยกันสองคน บท สนทนาส่วนตัว แม้งานเลี้ยงรับรองจะครึกครื้นสนุกสนาน มีผคู้ นขึน้ ไปกล่าวค�ำอวยพร (บิดาของสุมเิ ระเป็นหนึง่ ในนัน้ ) อาหารรสชาติไม่เลวเลย แต่ไม่มีอะไรเหลือในความทรงจ�ำ ของสุมิเระ อาหารจานหลักคืออะไร? ปลา? เธอใช้มีด กับส้อม และระวังมารยาทโต๊ะอาหารหรือไม่? หรือว่าหยิบ อาหารกินด้วยมือ ยกจานขึน้ มาเลียจนเกลีย้ งเกลา? เธอจ�ำ อะไรไม่ได้เลย สองสาวพูดคุยกันเรื่องดนตรี สุมิเระโปรดปรานเพลง คลาสสิก เมื่อครั้งยังเป็นเด็กเล็ก เธอจะรื้อค้นชั้นวาง แผ่นเสียงของพ่อ คุยกันไม่นาน สองสาวมีรสนิยมต้องตรง กัน ทั้งสองชอบดนตรีเปียโน และเชื่อว่าเปียโนโซนาตา หมายเลข 32 ของเบโธเฟนเป็นสุดยอดในประวัติศาสตร์ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

33


34

ดนตรี และการบันทึกเสียงของวิลเฮล์ม บัคเฮาส์ ให้เดกกา ไร้เทียมทาน ก่อตั้งมาตรฐานสุดสูงไว้แล้ว สดใส งดงาม ชวนให้ปีติเป็นที่สุด! วลาดิมีร์ โฮโรวิตซ์ บันทึกเสียงโมโน เพลงของโชแปง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชอร์ซอส เยี่ยมเป็นที่สุด ว่าไหม? จีเซกิงเล่นเพลงของเกรกได้หวานตั้งแต่ต้นจนจบ ฟรีดริก กั ล ดา เล่ น พรี ลู ด ของเดอบุ ส ซี ใ ห้ ท� ำ นองขี้ เ ล่ น ยั่ ว เย้ า สเวียโตสลาฟ ริกเตอร์ เล่นโปรโคฟีฟได้น่าฟัง เหมาะจะ ฟังซ�้ำแล้วซ�้ำเล่ามิรู้เบื่อ การแปลท�ำนองคว้าจับอารมณ์ แปรปรวนได้อยู่มือ ผลงานของวันดา ลันดาวสกา เล่น เปียโนโซนาตาของโมซาร์ต ฉายความอบอุ่นนุ่มนวล จน ยากจะเข้าใจได้ว่าท�ำไมไม่ได้รับการยกย่องมากเท่าที่ควร “หนูท�ำอะไร?” มิวสอบถามเมื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราว โลกดนตรีสิ้นสุด เลิกเรียนมหาวิทยาลัยกลางคัน สุมิเระให้ค�ำอธิบาย หางานพิ เ ศษท� ำ ในระหว่ า งเขี ย นนวนิ ย าย งานเขี ย น ประเภทไหนหรือ? ยากจะอธิบายได้ สุมิเระตอบ ถ้างั้น, เอาใหม่ นิยายประเภทไหนทีห่ นูชอบอ่าน? มิวถาม ถ้าหนู ยกชื่อมาบอกทั้งหมด เราก็คงนั่งอยู่ที่นี่ชั่วนิรันดร์ สุมิเระ ตอบ ตอนนี้หนูอ่านงานของแจ๊ก เครูแอ็ก นั่นเองที่ ค�ำว่าสปุตนิกหลุดเข้ามาในบทสนทนา นอกจากนิยายเบาสมองที่อ่านเพื่อฆ่าเวลา มิวแทบจะ ไม่เคยแตะงานวรรณกรรม “ฉันท�ำใจให้ลืมไปชั่วขณะไม่ได้ ว่าเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมา” มิวบอก “...ลืมไม่ได้ ก็ ไม่ ร่วมรับรู้ความรู้สึกของตัวละคร ฉันเป็นของฉันอย่างนั้น รักเร้นในโลกคู่ขนาน


เพราะเหตุนี้ หนังสือที่อ่านจึงเป็นหนังสือที่ถือว่าโลกความ เป็นจริงคือเรื่องจริง หนังสือที่จ�ำเป็นส�ำหรับการท�ำงาน” คุณท�ำงานประเภทไหน? สุมิเระถาม “ส่วนใหญ่เป็นงานเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ” มิวตอบ “...เมือ่ สิบสามปีกอ่ น ฉันรับช่วงธุรกิจของพ่อมาท�ำ ฉันเป็น ลูกคนโต เรียนดนตรีเพื่อจะเป็นนักเปียโนอาชีพ แต่พ่อก็ มาเสียชีวิตก่อนด้วยโรคมะเร็ง แม่ไม่แข็งแรงพอจะท�ำงาน ต่ อ ได้ แล้ ว ก็ พู ด ญี่ ปุ ่ น ไม่ ค ล่ อ งนั ก น้ อ งชายเพิ่ ง เรี ย น มัธยมปลาย เราปรึกษากัน ได้คำ� ตอบว่า ฉันจะต้องท�ำงาน ของพ่อต่อ อย่างน้อยชั่วระยะเวลาหนึ่ง ญาติหลายคน ฝากชีวิตไว้ ในธุรกิจของพ่อ ฉันก็ ไม่อาจปล่อยให้บริษัทล้ม ไปได้” เธอถอนหายใจสั้นๆ ประหนึ่งจะเน้นความส�ำคัญของ พยางค์ ในประโยค “ธุรกิจหลักของพ่อ จะเป็นการน�ำเข้าอาหารแห้งและ สมุนไพรจากเกาหลี แต่กข็ ยายท�ำหลายเรือ่ งหลากประเภท ไปถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แม้ทุกวันนี้ฉันยังเป็น ผู้มีอ�ำนาจลงนามผูกพัน แต่สามีของฉันกับน้องชายเข้ามา รับช่วงท�ำงานต่อ ฉันก็เลยไม่ตอ้ งเข้าส�ำนักงานบ่อยนัก อีก อย่างหนึ่ง ฉันมีธุรกิจส่วนตัว” “ท�ำอะไรคะ?” “น�ำเข้าไวน์จากต่างประเทศ บางคราวก็ประสานงาน น�ำเข้าคอนเสิร์ต ฉันเดินทางไปยุโรปเป็นครั้งคราว เพราะ การติดต่อธุรกิจแบบนี้ต้องพบปะพูดคุยกันโดยตรง เพราะ เหตุนี้ ฉันตัวคนเดียวจึงพอจะแข่งขันกับบริษัทยักษ์ ใหญ่ได้ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

35


36

เพราะเครือข่ายขนาดใหญ่ใช้พลังงานมาก ใช้เวลาตัดสินใจ นาน ก็เป็นธรรมดา...” มิวเงยหน้าขึน้ ประหนึง่ ว่าเพิง่ คิดอะไรออกมาได้ “...หนู พูดภาษาอังกฤษได้ ไหม?” “ไม่ถงึ กับคล่องค่ะ แต่กพ็ อใช้งานได้ หนูชอบอ่านหนังสือ ภาษาอังกฤษ” “ใช้คอมพิวเตอร์ ได้ ไหม?” “ไม่ถึงกับเก่ง แต่ใช้เวิร์ดโพรเซสเซอร์ ได้ ถ้าจ�ำเป็นก็ เรียนไม่นานค่ะ” “ขับรถได้หรือเปล่า?” สุมิเระสั่นหัว ปีแรกที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอถอย วอลโวแวกอนของพ่อเข้าโรงรถ ท้ายรถชนเสา นับจากนัน้ เธอแทบไม่ได้ขับรถ “เอาละ...ถ้ า งั้ น ก็ อ ธิ บ ายความแตกต่ า งของค� ำ ว่ า ‘เครื่องหมาย’ กับ ‘สัญลักษณ์’ โดยใช้ค�ำไม่เกิน 200 ค�ำ” สุมเิ ระยกผ้าเช็ดปากจากตัก ซับมุมปาก สตรีผนู้ ปี้ ระสงค์ อะไรกัน? “...เครื่องหมายกับสัญลักษณ์?” “ไม่มีนัยส�ำคัญอะไร เป็นแต่เพียงการยกตัวอย่าง” สุมิเระสั่นหัวอีกครั้ง “คิดไม่ออกค่ะ” มิวยิม้ ระเรือ่ “หากหนูไม่รงั เกียจ พอจะบอกเล่าได้ ไหม ว่าหนูทำ� อะไรได้บา้ ง นอกเหนือจากการอ่านหนังสือและฟัง เพลง มีทักษะอะไรพอจะเรียกว่าโดดเด่น?” สุมิเระวางมีดและส้อมลงบนจานเบามือ เหม่อมองไป ข้างหน้า ครุ่นคิดหาค�ำตอบ รักเร้นในโลกคู่ขนาน


“แทนทีจ่ ะเขียนบัญชีรายการว่าท�ำอะไรได้บา้ ง หนูคดิ ว่า จะเร็วกว่า ถ้าเขียนรายการเรื่องที่ท�ำไม่ได้ หนูท�ำกับข้าว ไม่เป็น เช็ดถูบ้านไม่ได้ ห้องของหนูรกรุงรัง ท�ำของหาย บ่อยๆ หนูชอบดนตรี แต่ร้องเพลงเสียงหลง หนูเป็นคน งุม่ ง่าม ท�ำไม่ได้แม้งานเย็บปักถักร้อย หนูจำ� ทิศไม่เก่ง แค่ กลับซ้ายขวาก็มักจะหลง ในยามโมโห หนูชอบทุบท�ำลาย ข้าวของ จาน ดินสอ หรือนาฬิกาปลุก อารมณ์เย็นก็เสียใจ แต่ตอนนั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ หนูไม่มีเงินเก็บ อับอายกับ เรื่องไม่เป็นเรื่อง หนูแทบไม่มีเพื่อนอยู่เลย” สุมิเระสูดลมหายใจยาวเข้าปอด ก่อนจะกล่าวต่อ “...แต่หนูก็พิมพ์สัมผัสได้ หนูไม่ ใช่นักกีฬาปราดเปรียว แต่ถา้ ไม่นบั คางทูม หนูไม่เคยป่วยแม้แต่วนั เดียวในชีวติ หนู เป็นคนตรงเวลา ไม่เคยไปสายในยามนัดหมาย หนูกนิ อาหาร ได้ทุกอย่าง ไม่เคยดูทีวี นอกจากคุยอวดน่าเบื่อหน่ายเป็น ครั้งคราว หนูไม่เคยพล่ามพูดแก้ตัว ครั้งเดียวในหนึ่ง เดือน หัวไหล่ยดึ ปวดจนนอนไม่หลับ แต่วนั ทีเ่ หลือ หนูหลับ เป็นตาย ประจ�ำเดือนไม่มากนัก ไม่มฟี นั ผุ แล้วก็พดู ภาษา สเปนได้” มิวเงยหน้ามอง “...พูดสเปนได้?” เมือ่ ครัง้ ทีส่ มุ เิ ระเรียนมัธยมปลาย ปิดภาคฤดูรอ้ น เธอไป อยูก่ บั น้าชายทีม่ ธี รุ กิจในเม็กซิโกซิตนี านหนึง่ เดือน เธอเรียน ภาษาสเปนเอาเป็นเอาตาย และเลือกวิชาภาษาสเปนในตอน เรียนมหาวิทยาลัย มิวจับก้านแก้วไวน์ ปลายนิ้วบิดหมุนก้านแก้วเรียวยาว ประหนึ่งหมุนสลักเกลียวของเครื่องจักร “...หนูอยากจะไป นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

37


38

ท�ำงานกับฉันสักระยะไหม?” “ท�ำงาน?” ในยามที่ ไม่แน่ใจว่าจะแสดงสีหน้าประเภท ใดให้เหมาะกับสถานการณ์ เธอใช้ ใบหน้าเครียดเคร่งขมึงทึง “...หนูไม่เคยมีประสบการณ์ท�ำงานจริงๆ แม้แต่วันเดียวใน ชีวิต รับโทรศัพท์ ไม่เป็น หนูเลี่ยงไม่ยอมขึ้นรถไฟก่อนสิบ โมงเช้า และหนูก็แน่ใจว่า จากที่หนูคุยกับคุณ คิดว่าคุณ คงทราบแล้วว่าหนูพูดภาษาสุภาพไม่เป็น” “ไม่มีปัญหา” มิวตอบ “...อ้อ, พรุ่งนี้ว่างไหม? ราว เที่ยงวัน” สุมเิ ระผงกหัวรับก่อนจะทันได้คดิ ไม่จำ� เป็นต้องเสียเวลา คิด วันว่างไม่ต้องท�ำอะไร เป็นสินทรัพย์หลักของเธอ “ถ้างัน้ ท�ำไมไม่กนิ อาหารกลางวันด้วยกัน? ฉันจะจอง โต๊ะภัตตาคารแถวนี”้ เธอยืน่ แก้วให้บริกรรินไวน์ ให้ เธอยก ส่องดูสี ยกขึ้นดมกลิ่น ก่อนจะจิบดื่ม ท่วงท�ำนองการ เคลื่อนไหวเรียบลื่นสง่างาม ประหนึ่งท่วงท�ำนองกรีดนิ้ว พรมร่ายลงบนแป้นทีน่ กั เปียโนฝึกปรือจนอยูม่ อื มานานหลาย ขวบปี “เราจะคุยกันในรายละเอียดอีกที วันนีฉ้ นั อยากผ่อนคลาย ไม่คิดเรื่องงาน รู้อะไรไหม? ฉันไม่รู้ว่าสั่งมาจากแหล่งไหน แต่บอร์ โดซ์ขวดนี้รสชาติไม่เลวเลย” สุมเิ ระผ่อนคลายกล้ามเนือ้ ใบหน้า ถามมิวออกมาตรงๆ “คุณเพิ่งพบหนู คุณไม่รู้เรื่องราวของหนูเลย” “นั่นก็จริง ฉันอาจไม่รู้จัก” มิวยอมรับ “แล้วท�ำไมคุณถึงคิดว่าหนูจะช่วยงานคุณได้?” มิวบิดหมุนแก้วไวน์ ส่งกระไออาบข้างแก้ว “ฉันตัดสิน รักเร้นในโลกคู่ขนาน


ผูค้ นโดยดูจากใบหน้า หมายความว่าฉันชอบเค้าหน้าของหนู ชอบสีหน้าท่าทาง” สุมเิ ร���รูส้ กึ ว่าอากาศรอบตัววูบหายเบาบาง เม็ดถันแข็ง ชูชันใต้ชุดที่สวมใส่ เธอยื่นมือไปคว้าแก้วน�้ำ ยกดื่มจน หมดแก้ว บริกรปราดเข้ามารินเติมด้วยน�้ำเย็น ในห้วงคิด สับสนอลหม่าน เธอได้ยนิ เสียงก้อนน�ำ้ แข็งเหมือนเสียงคราง สะท้อนก้องของโจรซ่อนตัวในถ�้ำ ฉันน่าจะหลงรักผู้หญิงคนนี้ เธอสะดุ้งสุดตัว มองยังไง ก็ ไม่ผิด น�้ำแข็งเย็นเฉียบ กุหลาบสีแดง ฉันรักหญิงคนนี้ รักนี้จะขนส่งฉันไปตกไกลที่ ไหนสักแห่ง กระแสเชี่ยวกราก เกินต้าน ฉันไม่มีทางเลือก สถานที่นั้นจะต้องเป็นสถานที่ พิเศษที่ ไหนสักแห่งที่ฉันไม่เคยไปเยือน อาจมีภยันตราย ซ่อนรอท่า อาจบาดลึก เจ็บปวดจนถึงแก่ชีวิต ฉันอาจจะ สูญเสียทุกอย่างในชีวติ แต่ไม่มที างเลือก ไม่มที างย้อนกลับ ไปได้ ฉันท�ำได้เพียงแค่ปล่อยตัวให้ลอยละล่องไปตามกระแส แม้จะหมายถึงการเผาผลาญร่างให้มอดไหม้เป็นจุณ สลาย หายไปชั่วกาลนาน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลัง ดูเหมือนว่าสังหรณ์ ของเธอไม่พลาด ถูกต้องแม่นย�ำหนึ่งร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์

นพดล เวชสวัสดิ์ แปล

39


Sputnik Sweetheart