Page 1

ปูนปั้น พฤกษาเลื้อยล้านนา ปัฐมาภรณ์ อุ่ยประภัสสร


ปูนปั้น

พฤกษาเลื้อยล้านนา

ปัฐมาภรณ์ อุ่ยประภัสสร

1


วัดสุ พรรณรั งสี สร้ างเมื่ อ พ.ศ.2409 เดิ มเป็ นวัดโบราณ ชื่ อวัดแม่ กุง้ หลวง วัดสุ พรรณรังสี เริ่ มสร้ างโดยพระชมพู ซึ่ งเป็ นเจ้าอาวาส รู ปที่ 2 พร้อมด้วยลูกวัดคือ พระอริ ยะ พระโพธา พระกันธา และพระ ธนันใจ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุ นจากท้าวอินทราชอีกด้วย รู ป แบบสถาปั ตยกรรมของโบสถ์วดั สุ พรรณรังษี มีขนาดเล็กลักษณะ โครงสร้างอาคารแบบล้านนาประยุกต์ ประดับตกแต่งลวดลายปูนปั้น ทั้งอาคาร และประดับกระจกด้านหน้า สร้างโดยอ้างอิงจากอาคารล้าน นาเก่ามาประยุกต์

2


ปูนปั้ นลายพันธุ์พฤกษาเป็ นลวดลายที่พบเห็นอย่างมากที่สุดในงาน หน้าบันและตกแต่งส่วนต่างๆของอาคาร โดยช่าง (สล่า) ได้นำ� ความคิด สร้างสรรค์มาใช้ให้เหมาะสมกับสภาพธรรมชาติ การประดิษฐ์ลวดลาย นั้นใช้พ้นื ฐานมาจากธรรมชาติ และได้มีการประยุกต์ดดั แปลงเพิม่ เติม ทั้งนี้ อาจจะได้รบั อิทธิพลมาจากประเทศจีน โดยผ่านทาง การค้าในสมัย ราชวงศ์หยวน ค.ศ. 1280-1368 หรื อ ค.ศ. 1823-1911 อันมีหลักฐาน ในการพบโถมีฝาปิ ด และเครื่ องปั้ นดินเผามีลวดลายประดับทีเ่ วียงท่า การ อ.สันก�ำแพง จ.เชียงใหม่ และต่อมาได้พบว่า มีลวดลายแบบจีนนี้ มาประดับตกแต่ง ศาสนสถานเป็ นอย่างมาก

3


สามารถจ�ำ แนกลวดลายประเภท พันธุ์พฤกษาได้ดงั นี้ 1. ลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ช่างฝี มือ ได้ น� ำ แนวความคิ ด สร้ า งสรรค์ ลวดลายดอกไม้ ใบไม้ เหล่านี้ จาก ธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมที่ปรากฏ ให้ เ ห็ น อยู่ ร อบตัว และดัด แปลง ให้ เ หมาะสมสอดคล้ อ งกั บ คติ ความเชื่ อทางศาสนา ผสมผสาน กับงานศิลปะ จากอิทธิพลอื่นๆ

4


ซึ่ ง รู ป แบบลวดลายดอกไม้ ใบไม้จ ะมี ล กั ษณะที่ ส ามารถแยกเป็ น 3 ประเภทได้ดงั นี้ • แบบธรรมชาติ มีลกั ษณะเหมือนจริ งตามธรรมชาติ เท่าที่ช่างมอง เห็น • แบบกึ่งธรรมชาติ ช่างที่ออกแบบลวดลายจะลดความเป็ นจริ งจาก ธรรมชาติ แต่สามารถบอกได้วา่ ลักษณะลายนี้คือลายดอกชนิดใด • แบบประยุกต์ จากแนวคิดตามธรรมชาติ โดยลดความเป็ นจริ ง น�ำมาดัดแปลงเป็ นรู ปแบบใหม่ และเป็ นที่ยอมรับภายในกลุ่มของ ช่าง ซึ่งสามารถจ�ำแนกลวดลายประเภทดอกไม้ได้ดงั นี้ 1.1 ลายดอกก๋ ากอก 1.2 ลายดอกพุดตาน 1.3 ลายดอกบัว 1.4 ลายตาสับปะรด 2. ลวดลายเครื อเถา ลวดลายเครื อเถา คือ ลวดลายที่มีแนวคิดมาจาก เครื อเถาวัลย์ ที่เลื้อย คดเคี้ยวไปมา เกิดเป็ นรู ปร่ างต่างๆ ขึ้น ลายเครื อเถาจึงมีลกั ษณะเป็ น ลายก้านเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกันไปมา ส่วนมากใช้ตกแต่งพื้นที่วา่ งให้เต็ม ช่ างฝี มือได้นำ� แนวความคิดสร้ างสรรค์ลวดลายเครื อเถาเหล่านี้ จาก ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทีป่ รากฏให้เห็นรอบตัว ดัดแปลงให้เหมาะสม สอดคล้องกับความเชื่อทางศาสนา ผสมผสานกับงานศิลปะที่ได้รับจาก อิทธิพลอื่น ซึ่งสามารถจ�ำแนกลวดลายประเภทเครื อเถาได้ดงั นี้ 2.1 เครื อเถาก้านขด 2.2 เครื อเถาเงาะหัวขอด 5


6


ดอกก๋ ากอก ลายดอกก๋ ากอกนี้ เป็ นลวดลายทีพ่ บว่ามีการน�ำมาใช้เป็ นลวดลาย องค์ ประกอบของหน้าบันอย่างมาก และเป็ นลายดอกทีใ่ ช้อย่างแพร่หลายใน ล้านนา โดยมีศพั ท์เฉพาะเรียกว่า “ลายดอกก๋ ากอก” ซึ่งน�ำมาจากค�ำพูด ต้นก๋ ากอก พืชตระกูลจอก แหน ในน�้ำ ซึ่งคงมีอย่างมากในดินแดนนี้ จึงน�ำมาเป็ นตัวแบบในการออกแบบลวดลาย ลักษณะของลวดลายเป็ นดอกไม้ทมี่ ลี กั ษณะโดยรวมเป็ นทรงกลม มีเกสร ตรงกลางในลักษณะทรงกลมเช่นกัน ภายในมีเรนูขนาดเล็กซ้อนกัน อย่างมาก แล้วจึงมีกลีบอ่อนห่อหุม้ ภายในชัน้ หนึ่ง และมีกลีบบานอยูช่ ้ นั นอกสุ ด โดยปลายกลีบมักมีลกั ษณะกลมมน ลักษณะคล้าย ลวดลาย ดอกจอกของทางภาคกลาง ลวดลายดอกก๋ ากอกมีความหมายแสดงถึง พืชที่เติบโตในน�้ำ ซึ่ งก็คงจะพาดพิงถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งก็มีผล มาจากน�้ำนั้นเอง

7


8


ดอกพุดตาน ดอกพุดตานเป็ นต้นไม้ของประเทศจี นหาใช่ พืชพันธุ์ด้ งั เดิ มของ ไทยไม่ ในความเชื่อของจีนมีความหมายแสดงถึงความมัง่ คัง่ มี ยศศักดิ์ ทั้งนี้เพราะชือ่ ภาษาจีนคือ “ฝูหยง” แยกความหมายตามค�ำคือ “ฝู” มีเสี ยงพ้องกับ “ผู”้ ซึ่งแปลว่า ร�่ำรวยมัง่ คัง่ “หยง” มีเสียงพ้อง กับ “หยงหวา” ซึ่งแปลว่า พร้มด้วยยศศักดิ์ ทางล้านนานิยมน�ำดอกพุดตานมาประกอบเป็ นอย่างมาก ในลักษณะ ของลวดลายจะมีความคล้ายคลึงกับดอกก๋ ากอกอย่างมาก มีขอ้ แตก ต่ างคื อ การแสดงลักษณะอาการต่างๆของดอกพุดตาน จะมี มากมาย เช่น หุบ บาน การค่อยๆขยายกลีบ ในลักษณะทีด่ อกก๋ ากอก จะ แสดงเพียงการบานอย่างเต็มที่เท่านั้น

9


10


ดอกบัว เป็ นดอกทีม่ หี ลายชนิดหากดอกสีขาวเรียกว่า“บัวเผืน่ ”(Water-Lily) นอกจาก นี้ยงั มี “บัวหลวง” “บัวสัตตบงกช” หรื อ “สัตบุศก์” ในชาดกของ พระพุทธศาสนามักจะกล่าถึงบัวนี้ในชือ่ ของ “รัตตปทุม” (บัวแดง) และ “เสตปทุม” (บัวขาว) ดอกบัวหลวงนี้ใช้เป็ นดอกไม้บชู าพระมาแต่ โบราณกาล ในหนังสือไตรภูมพิ ระร่ วง มีการกล่าวถึง อานิสงส์แห่ง การบูชาพระด้วยบัวหลวง ท�ำให้นางผูเ้ ข็ญใจไปเกิดเป็ นนางปทุมา วดีมเหสี ของพระเจ้าพรหมทัต นอกจากนี้ในชาดกยังกล่าวถึงบัว 7 ชนิด อันได้แก่ นีลอุบล รัตตอุบล เสตอุบล รัตตปทุม เสตปทุม เสตกุมุท และกัลป์ หาร ดอกบัวสี แดง “ปัทมะ” ทั้งแบบดอกตูมและบาน ใช้เป็ นสัญลักษณ์ เครื่ อ งอุ ป โภคส� ำ คัญ ประจ�ำ พระองค์ข องพระเป็ นเจ้า ของทั้ง ศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ ในอินเดียบริ เวณ ภารหุต โพธคยาและสาญจี ได้คน้ พบ เหรี ยญกษาปณ์รูปพระนางมายาประทับอยู่บนดอกบัวก�ำลังสรง น�้ำ ที่ชา้ งผูพ่ น่ น�้ำถวายจากงวง แสดงถึงพุทธประสูตปิ ัทม์ มักจะเรียก ว่า บัวแดง หรื อ ชมพู ซึ่งในอัคนีปุราณะกล่าวถึง ดอกบัวสี ชมพูคือ อัภชะอัมภุช กมลา ปัทมะ ดอกบัวสีขาว คือ สิตมั ภุช ศเวตบงกช ส่วน สี แดง คือ รัตนบงกช

11


12


ดอกตาขนัด หรือ ดอกตาสั บปะรด ลักษณะลวดลาย เป็ นลักษณะคล้ายผลสับปะรดทรงหยดน�้ำ มียอด คล้ายดอกบัวตูม และมีกลีบดอกไม้คล้ายหยักแหลมรองรับ จ�ำนวน 6-8 กลีบ ประกอบกับปลายหยักแหลม สอดขึ้นทั้งสองข้าง ด้านหลัง ของดอกตาสับปะรดนี้ ค�ำว่า ขนัด (ขะ-หนัด) มีความหมายได้ 2 กรณี คือ 1. สวน, ที่สวน 2. สับปะรด ในทีน่ ้หี มายความถึง “สับปะรด” เป็ นลวดลายทีใ่ ช้กนั อย่างมากในล้านนา โดยมักจะท�ำเป็ นลวดลายศูนย์กลางของหน้าบัน แล้วจึ งน�ำ ลายเครื อเถามาออกลายต่อจนเต็มพื้นที่ มีการพบลวดลายที่มีความคล้ายคลึงกันนี้ ที่หลุมพระศพของ เจ้าชาย Yi De ซึ่งสร้างในปี คริ สตศักราชที่ 706 รวมถึงหลุมศพ ของ Yang Zhiyi สมัยราชวงศ์ถงั ดังนั้น จึงอาจเป็ นไปได้ที่เป็ นต้น ตอของลวดลายนี้ หรื อการท�ำลวดลายนี้อาจจะดัดแปลง มาจาก ลายดอกพุดตานของภาคกลาง ก็อาจเป็ นไปได้อีกเช่นกัน

13


14


ลวดลายเครือเถาก้ านขด มีลกั ษณะคล้ายเถาวัลย์ของพืชที่มว้ นกลม ขณะเดียวกัน จะมีใบไม้ แตกแซมออกมาจากก้านเครือเถา และมีกา้ นทีแ่ ตกม้วน ในลักษณะ เดียวกันอีก เป็ นลวดลายทีน่ ยิ มในหน้าบันแบบโครงสร้างสามเหลีย่ ม โดยมักจะแสดงเต็มพื้นที่ รวมทั้งอาจจะมีลวดลายของสัตว์เข้า ประกอบด้วย

15


16


ลายเครือเถาเงาะหัวขอด โดยลักษณะส่ วนรวมมีความคล้ายคลึงกับเครื อเถาก้านขด แต่สล่า ได้เพิ่มความละเอี ยดลงไปด้วยการแสดงลัก ษณะอาการของพื ช โดยมากลายเครื อเถามักจะแสดงออกถึงพืชตระกูลผักกูด ซึ่ งอยูใ่ น ตระกูลเฟิ ร์ น ซึ่ งมีลกั ษณะส่ วนของก้านมักจะงอ ม้วน กลม โดยมี กระเปาะบางๆ ห่ อหุ ้มอยู่ อาจมีอาการที่ค่อยๆ พลิใบ เรี ยกอาการนี้ ว่า “เงาะ” และอาจผลิใบเต็มที่เนี ยกว่า “งอก” ถ้าปริ เพียงเล็กน้อย เรี ยกว่า “งิ”

17


ทีแ่ ห่งนีเ้ ป็นสถานทีจ่ ดั กิจกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ปัจจุบนั ยังคงมี การเปิดใช้งานเวลาทีท่ างวัด มีงานใหญ่ๆเท่านัน้ จึงเป็นสถานทีห่ นึง่ ที่ ทรงคุณค่าทัง้ ด้านกายภาพ และคุณค่าทางศิลปกรรม ให้ควรค่าแก่ การบำ�รุงรักษาต่อไป...


Art stucco flowers  

art stucco flowers

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you