Page 1

turnleftthai.blogspot.com

เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8

ฉบับที่ 5

ตุลาคม 55

ราคา 20 บาท

ข้ามพ้นความ บ้าบอของ กลไกตลาด โดย อีริก รูเดอร์ หน้า 2

คุกไทย มีไว้ขัง คนคิดต่าง โดย พจนา วลัย หน้า 16

อาชญากรรมรัฐซ้ำ�ซาก ถ้าคนผิดไม่ถูกลงโทษ

“ในยุคที่การต่อสู้ทางชนชั้นรุนแรงถึงขั้นวิกฤต การปกครอง แบบฟาสซิสต์เป็นที่พึ่งสุดท้ายของชนชั้นนายทุน และองค์กร ฟาสซิสต์มีหน้าที่หลักในการทำ�ลายความเข้มแข็งของชนชั้น กรรมาชีพ โดยอาศัยยุทธศาสตร์ “ม็อบชนม็อบ” โดยที่ รากฐานขบวนการสร้างจากกลุ่มชนชั้นนายทุนน้อยและคน ตกงาน”--Leon Trotsky. (1989). Fascism, Stalinism and the United Front.

กรัมชี่กับความ คิดขัดแย้ง ในสมอง ของมนุษย์์ โดย ฮิปโปน้อย บรมสุขเกษม์์

หน้า 7

การปฏิวัติ รัสเซีย 1917 มีความสำ�คัญ อย่างไร โดย ลั่นทมขาว หน้า 10


2

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

พลวัต

ครรชิต พัฒนโภคะ แปล

ที่มา socialistworker.org/2012/08/30/our-alternative-to-market-madness

ทางเลือกของเราที่จะข้ามพ้นความบ้าบอ ของระบบกลไกตลาด โดย อีริก รูเดอร์ : ทำ�ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนักสังคมนิยม ในเรื่องการวางแผนทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลกทุกวันนี้ ยังคงได้รบั ผลกระทบหลายอย่างจากวิกฤต ล่าสุด ซึง่ ร้ายแรงทีส่ ดุ นับตัง้ แต่สมัยวิกฤต ในช่วงทศวรรษที่ 1930 เป็นต้น มา มันสร้างความเสียหายต่อเนื่องกระทบไปทั่วโลก การจ้างงานหายไป การเอาเปรียบแรงงานเข้มข้นมากขึน้ สำ�หรับคนทีย่ งั มีงานทำ�อยู่ สวัสดิการ สังคม สาธารณูปโภคถูกจำ�กัดลดลง หรือไม่ก็ถูกแปรรูปการให้บริการไป เป็น บริษัทเอกชน ขณะเดียวกัน ธนาคารและบริษัทต่างๆ กำ�ลังเพลินกับตัวเลข สถิติผลประกอบการเป็นเงินสด ๒ ล้านล้านดอลล่าร์ ในภาคธุรกิจและ อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ผลการลงทุนมีกำ�ไร และบ่อยๆ ครั้งที่ได้กำ�ไรสูง ทำ�ลายสถิติ ส่วนเรื่องอัตราการเสียภาษีของบริษัท และผู้ประกอบการ ระดับเศรษฐีก็ทำ�สถิติเช่นเดียวกัน แต่เป็นอัตราต่ำ�ตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา และนีเ่ กิดขึน้ ในสมัยของรัฐบาลพรรคเดโมแครต ทีส่ ญ ั ญาว่าจะทำ�ให้พวก คนรวยเสียภาษีที่เป็นธรรม ขอต้อนรับสู่ระบบทุนนิยมในศตวรรษที่ ๒๑ ในโลกที่กลับตาล ปัด ที่ความยากจนกระจายออกสู่คนหมู่มาก และความร่ำ�รวยอย่างเหลือ เชื่อกลับกระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย มาอยู่เคียงข้างกัน แต่มันไม่เหมือนกัน กับในสมัยก่อน ในสังคมไพร่กับศักดินาที่การทำ�งานต่างๆ ยังไม่มี ประสิทธิภาพ และทำ�ให้ เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย มีไม่เพียงพอสำ�หรับ ทุกๆ คนในสังคม วิกฤตของทุกวันนี้ เป็นผลมาจากความอุดมสมบูรณ์ที่ มีมากจนล้นของสินค้าที่ผลิตออกมา ไม่ใช่ว่าจะขาดแคลน ขอยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกามีพื้นที่ว่างๆ ที่สามารถจะนำ�ไป ทำ�การค้า การอุตสาหกรรม หรือโรงงานได้ ประมาณหลายร้อยล้านตาราง ฟุต นับจนถึงเดือนกรกฎาคม การนำ�ทีด่ นิ มาทำ�ประโยชน์ทางอุตสาหกรรม อยู่ที่ ๗๙.๓ เปอร์เซ็นต์ ต่ำ�กว่ามาตรฐานที่บันทึกไว้ แต่ก็ยังดีกว่าจุดต่ำ�ที่ ๖๖.๘ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๒ ที่เริ่มเกิดวิกฤตการเงิน ในช่วงเศรษฐกิจขาขึน้ ของจีน การผลิตสินค้าออกมามากเกินไป นั้นกลับสร้างปัญหามากขึ้น อย่างที่ นสพ.นิวยอร์คไทม์ รายงานไว้ว่า.... “หลัง ๓ ทศวรรษของการเติบโตอย่างไม่ลมื หูลมื ตา จีนกำ�ลังพบ กับปัญหาทีไ่ ม่คนุ้ เคย เกีย่ วกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศ การเพิ่มจำ�นวนอย่างมากของสินค้าที่ขายไม่ออกจนไม่มีที่เก็บ ปริมาณที่ มากเกินไปของผลผลิตทุกอย่าง ตั้งแต่ พวกโลหะ และของใช้ในบ้าน ไป จนถึงรถยนต์ และอพาร์ทเม้นท์ ทำ�ให้ความพยายามของจีนที่จะฟื้นตัว ให้ได้จากภาวะเศรษฐกิจที่กำ�ลังหดตัวลงนั้น ต้องมีอันชะงักไปอีก มันยัง

ส่งผลให้เกิดสงครามราคาในตลาดโลก และชักนำ�ให้ผู้ผลิตทั้งหลาย พา กันเพิ่มความพยายามขึ้นอีกเท่าตัว ในการส่งออกสินค้าที่ล้นตลาดและ ขายไม่ได้ในประเทศ” นวัตกรรมใหม่ๆ ทางเทคโนโลยี่ ซึ่งได้สร้างผลผลิตขึ้นอย่าง มหาศาล อย่างไม่นา่ เชือ่ ในระบบทุนนิยม สายการประกอบชิน้ ส่วนผลิตภัณฑ์ การใช้หุ่นยนตร์ สามารถจะช่วยให้มนุษย์พ้นไปจากความยากจน ความ หิว และความต้องการต่างๆ ได้อย่างถาวร แต่ในสังคมนายทุน ปัญหาว่าจะผลิตอะไรและเท่าไหร่ไม่ได้ตดั สิน กันบนพื้นฐานว่า ผู้คนทั้งหลายต้องการอะไรบ้าง เพื่อการเอาชีวิตให้อยู่ รอด มันตัดสินกันที่ว่าอะไรจะทำ�กำ�ไรได้ให้กับเจ้าของสำ�นักงาน โรงงาน และกับสถานที่ทำ�การก่อสร้าง หากผลผลิตออกมามีมากจนขายทำ�กำ�ไรไม่ได้ เทคนิคการผลิต ทีม่ ปี ระสิทธิภาพมากขึน้ กว่าเดิมจะส่งผลให้มกี ารปลดคนงานและมีความ ทุกข์ แทนที่มันจะช่วยให้ลดเวลาที่ต้องทำ�งานหนักลง หรือแทนที่มันจะ ช่วยเพิ่มมาตรฐานของชีวิตให้กับทุกคน เวลาเดียวกันกับการเกิดขึ้นของผลผลิตต่างๆ หลากหลาย ที่ ทยอยออกมากันอย่างล้นหลามเพื่อขายทำ�กำ�ไร มันก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไปกับการที่คนจำ�นวนหลายร้อยล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการ แม้ขั้นพื้นฐาน ความจริงก็คือในระบบทุนนิยมมันสามารถสร้างผลผลิตได้ มากกว่าสังคมของบรรพบุรุษเราเมื่อสหัสวรรษก่อนหลายพันเท่าตัว แต่ ว่าประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลกหรือ ๙๒๕ ล้านคน มีไม่พอ กินในแต่ละวัน เรือ่ งนีเ้ ป็นข้อกล่าวหาทีม่ พี ลังมากทีส่ ดุ ทีว่ า่ สำ�หรับนายทุน นั้นผลกำ�ไรต้องมาก่อนอื่น ไม่ใช่ความต้องการของมวลชน ............................................. สังคมนิยม จะมุ่งไปที่ความต้องการของสมาชิกส่วนใหญ่ใน สังคม ให้เป็นสิง่ ทีต่ อ้ งทำ�ก่อนอืน่ และจำ�กัดแรงจูงใจทีต่ อ้ งการหาผลกำ�ไร ของเอกชน ดังนั้นสังคมส่วนรวมทั้งมวลจะลดปัญหาหลากหลายอย่างที่ เป็นอยู่ลงได้ แทนทีจ่ ะแข่งขันกันในตลาดเสรีซงึ่ จะมีคนแพ้และคนชนะ ระบบ เศรษฐกิจสังคมนิยมจะมีการวางแผนไว้ให้แน่ใจได้ว่า จะมีอาหาร เครื่อง นุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย มากเพียงพอสำ�หรับทุกๆ คน ก่อนที่จะไปคิดผลิตสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยอื่นๆ ซึ่งปกติจะมีแต่


turnleftthai.blogspot.com

คนกลุ่มน้อยเท่านั้น ที่เข้าถึง ข้อโต้แย้งของนักทุนนิยมมักจะยืนยันเสมอว่า การวางแผนอย่าง ที่นักสังคมนิยมพูดถึงนั้น มันจะไม่ได้ผล พวกเขาเสนอว่าการวางแผน สำ�หรับสังคมมนุษย์ ที่มีขนาดทั้งใหญ่ ทั้งซับซ้อน จะไม่สามารถทำ�ให้มัน มีประสิทธิภาพอย่างที่ต้องการได้เลย ในการวิจารณ์ที่ว่านั้น พวกเขาพอใจที่จะลืมความสูญเปล่า และ ความไร้ประสิทธิภาพต่างๆ ที่ระบบทุนนิยมสร้างเอาไว้ ความสูญเปล่าใน การโฆษณาสินค้าและบริการ ในการทำ�ประกันสุขภาพแทนระบบรัฐ สวัสดิการ ในงบประมาณของกองทัพ ในการออกแบบสินค้าให้มเี วลาต้อง เสื่อมสภาพ เพื่อว่ามันจะต้องเปลี่ยนใหม่ มันมีความสูญเปล่าในการผลิต เพื่อการตลาดที่ไม่วางแผน ซึ่งบังคับให้นายทุนแต่ละคนต้องผลิตสินค้า ออกมาให้ได้เร็วทีส่ ดุ ด้วยต้นทุนทีต่ �่ำ เท่าทีจ่ ะเป็นไปได้ ทัง้ นีก้ เ็ พือ่ ทีจ่ ะคุม ส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ให้ได้ และแม้ว่าในการนี้จะมีผลทำ�ให้คุณภาพชีวิต ของคนงานต้องตกต่ำ�ลงกว่ามาตรฐานก็ตาม ความจริงที่ว่า มันไม่มีอะไรจะรับประกันว่าของที่ผลิตมาวันนี้จะ ขายได้ก�ำ ไรในวันพรุง่ นีแ้ น่นอน มันบังคับให้นายทุนต้องหาทางตัดลดต้น ทุนทุกๆ วิธีการ ไม่เช่นนั้นมันก็มีความเสี่ยงว่าธุรกิจอาจต้องจบลง พวกคนที่คัดค้านสังคมนิยม ชื่นชมระบบตลาดเสรีว่ายอดเยี่ยม และเป็นกลไกทีจ่ ะสอดคล้องกับอุปสงค์และอุปทาน ซึง่ จะส่งสัญญาณของ ราคามาให้กับนายทุนว่าจะต้องผลิตอะไร แต่วา่ มันมีวธิ อี นื่ ๆ ทีด่ กี ว่า ทีจ่ ะรูไ้ ด้วา่ ตลาดต้องการอะไรทีไ่ ม่ใช่ เรื่องราคาในตลาด ความจริงสัญญาณแรกที่แสดงว่าความต้องการของ ตลาดเปลี่ยนไปคือ การเปลี่ยนแปลงของจำ�นวนสินค้าที่ขายออกไปได้ใน ราคาที่คงที่ และนี่เป็นเหตุให้บริษัทนายทุนอย่างเช่น โตโยต้า อเมซอน และ วอลมาร์ท ลงทุนจำ�นวนมากเพือ่ สร้างระบบควบคุมปริมาณสินค้าคงเหลือ ทั้งนี้ก็เพื่อจะรู้ถึงภาวะความต้องการของตลาดให้ได้ละเอียดถูกต้องและ เร็วกว่าการมองดู “สัญญาณราคา” เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้บริษัท อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังถูกบังคับให้ต้องวางแผนการลงทุนเอาไว้ล่วง หน้าหลายปี เพือ่ ให้เหมาะกับห่วงโซ่การผลิตในปริมาณมากๆ ซึง่ บางครัง้ ครอบคลุมทั้งโลก เมื่อพิจารณาถึงการที่บริษัทขนาดยักษ์แต่ละบริษัทเหล่านี้ ได้ ทำ�ให้เศรษฐกิจทั้งหมดขยายใหญ่ และเพิ่มความซับซ้อน มันเป็นเหตุผล แสดงถึงการมีการประสานวางแผนกันเป็นวงกว้าง ปัญหาไม่ใช่อยูท่ วี่ า่ เศรษฐกิจมันซับซ้อนเกินทีจ่ ะวางแผนได้ แต่ มาจากการที่นายทุนแต่ละคนต่างก็เตรียมแผนไว้เท่าที่ทำ�ได้ ในการจะ ออกไปเอาชนะแผนการตลาดของนายทุนคนอื่นในตลาดเสรี ตามกลไก ของมัน โดยวิธีการเช่นนี้ การขาดแคลนรถยนต์ เหล็ก หรือเที่ยวบินเดิน ทาง กลายเป็นสิ่งตรงกันข้ามคือผลิตออกมามากเกินไป เมื่อบริษัทคู่แข่ง ทั้งหลายต่างใช้เวลาหลายปีในการวางแผนการผลิตเพื่อเอาชนะฝ่ายตรง ข้าม แต่กลับพบกับภาวะการผลิตล้นเกิน พูดอีกนัยหนึง่ ระบบทุนนิยมเป็นอุปสรรคในการทำ�งานตามเหตุ ตามผลโดยตัวของมันเอง

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

3

............................................. แล้วการวางแผนทางเศรษฐกิจที่ถูกต้องจะไม่เป็นปัญหาให้กับ ความเป็นประชาธิปไตยหรือ? ข้อโต้แย้งในเรื่องนี้ มักโยงไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัย สหภาพ โซเวียต และยุโรปตะวันออก ภายใต้อทิ ธิพลระบบสตาลิน ซึง่ การขับเคลือ่ น ทางเศรษฐกิจเป็นแบบ “ตามคำ�บัญชาจากบนสู่ล่าง" ในระบอบอำ�นาจ เผด็จการ ที่จะกำ�หนดเป้าหมายผลผลิต และการบังคับแรงงาน การขึน้ มาของระบอบสตาลินในรัสเซีย ในปลายทศวรรษที่ 1920 เป็นผลมาจากความล้มเหลวของการปฏิวัติสังคมนิยม ที่ไม่สามารถทำ�ให้ เกิดขึ้นในระดับสากล ไม่ใช่เป็นผลต่อเนื่องมาจากการวางแผนเศรษฐกิจ แต่อย่างใด การปฏิวัติในรัสเซียแต่เพียงลำ�พัง มันหมายความว่าสหภาพ โซเวียตที่มีสภาพเศรษฐกิจที่ยังล้าหลัง จำ�ต้องกดขี่ชนชั้นแรงงานอย่าง หนักภายใต้สตาลิน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมทั้งหลาย รวมทั้งกองทัพ เพื่อจะแข่งขันกับระบบทุนนิยมตะวันตก อีกนัยหนึ่ง สหภาพโซเวียต ไม่ได้ทำ�ในสิ่งที่ Frederick Engels(เฟรดริด แองเกลส์) ได้เคยบอกไว้ว่าต้องทำ�เพื่อความเป็น สังคมนิยม.... “การปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้ได้ยกระดับพลังการผลิตของแรงงาน มนุษย์ขึ้นมาในระดับสูง จนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่เราจะ สามารถผลิตในระดับการบริโภคที่อุดมสมบูรณ์ เพียงพอ และมีสำ�รอง สำ�หรับสมาชิกทุกคนในสังคม ถ้ามีการแบ่งงานกันทำ�ด้วยเหตุผล ยิ่งกว่า นั้นเราจะสามารถลดชั่วโมงการทำ�งานจนทุกคนมีเวลาส่วนตัวเพียงพอที่ แต่ละคนจะสามารถสร้างผลงานทาง วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์ ซึ่งล้วนแต่เป็นวัฒนธรรมที่น่าส่งเสริมและถนอมไว้เพื่อ ประโยชน์ส่วนรวม แต่ในยุคอดีตเป็นสิ่งที่ชนชั้นปกครองมักผูกขาดไว้ใน มือของชนชั้นตนเองเท่านั้น นี่คือประเด็นชี้ขาด: เมื่อพลังการผลิตพัฒนาถึงจุดนี้ ข้อแก้ตัว ต่างๆ นาๆ เพื่อให้คงชนชั้นปกครองไว้ จะสูญหายไป เพราะในอดีตพวก ทีอ่ า้ งว่า “ต้อง” มีชนชัน้ ปกครองมักจะพูดว่าต้องมีกลุม่ คนทีไ่ ม่ตอ้ งทำ�งาน เพื่อจะได้ใช้ปัญญา แต่บัดนี้ชนชั้นปกครองและระบบทุนนิยมกลายเป็น อุปสรรคหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แต่แน่นอน การมีความฝันว่าควรจะมีสังคมนิยม ไม่ได้นำ�ไปสู่ การสร้างระบบนั้นโดยอัตโนมัติ เพราะชนชั้นปกครองคงไม่ยอมจำ�นน ง่ายๆ เราจะต้องเคลื่อนไหวต่อสู้ยกใหญ่ ผ่านการสร้างองค์กรทางการ เมืองของชาวสังคมนิยมในปัจจุบัน" Karl Marx(คาร์ล มาร์กซ์) เคยพูดไว้ว่า... "การปฏิวตั สิ งั คมนิยมทีส่ �ำ เร็จ และการเพิม่ พลังการผลิตมหาศาล จำ�ต้องอาศัยการเปลีย่ นแปลงของมวลชนจำ�นวนมากท่ามกลางการปฏิวตั ิ พูดง่ายๆ การปฏิวัติเป็นสิ่งจำ�เป็นเพราะชนชั้นปกครองจะไม่ถูกโค่นล้ม ด้วยวิธอี นื่ และการปฏิวตั เิ ป็นสิง่ จำ�เป็นเพือ่ ให้ชนชัน้ ทีจ่ ะล้มชนชัน้ ปกครอง เก่า ได้กวาดล้างขยะความคิดเก่าออกจากหัวและเริม่ มีวฒ ุ ภิ าวะทีจ่ ะสร้าง สังคมใหม่"


4

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

มุมแดง

ใจ อึ๊งภากรณ์

ก.ข.ค. ของการสร้างพลังสหภาพแรงงาน บทเรียนจากการต่อสู้ในไทยและทั่วโลกอดีตถึงปัจจุบัน

นักสหภาพแรงงานเข้าใจดีวา่ เราต้องมีสหภาพแรงงาน เพราะ ถ้าเราจะต่อรองหรือเผชิญหน้ากับนายจ้างหรือรัฐ เราทำ�คนเดียวไม่ได้ เราต้องรวมตัวกันและสูแ้ บบรวมหมู่ และสิง่ นีท้ �ำ ได้งา่ ยขึน้ เพราะคนงาน หรือลูกจ้างจำ�นวนมาก ทำ�งานในทีเ่ ดียวกันและมีสภาพการจ้างคล้ายๆ กัน คือเงินไม่พอ สวัสดิการไม่พอ บ่อยครัง้ งานน่าเบือ่ ชัว่ โมงการทำ�งาน มากไป และแถมเราโดนเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง หรือโดนนายจ้าง สั่งและด่าด้วยวาจาก้าวร้าว ดังนั้นนักสหภาพแรงงานจะพยายามดึง เพื่อนร่วมงานเข้ามาเป็นสมาชิกให้มากที่สุด พูดง่ายๆ พลังของเรามา จากความสามัคคีสมานฉันท์ในหมู่ลูกจ้าง อย่างไรก็ตาม ทั้งๆ ที่นักสหภาพแรงงานจำ�นวนมากเข้าใจ เรื่องนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่มองกว้างและไกลออกไป มีแต่คนที่เข้าใจ การเมือง การทีห่ ลายคนไม่มองไกลออกไปไม่ใช่เพราะโง่ แต่เป็นเพราะ เราขาดความมัน่ ใจทีจ่ ะคิดต่อ หรือเราถูกกล่อมเกลาให้คดิ ในกรอบของ ระบบ “แรงงานสัมพันธ์” ของนายทุน

ควรให้การสนับสนุน ในขั้นตอนแรกด้วยการเรี่ยรายเงินช่วยเหลือ แต่ ในที่สุดด้วยการหยุดงานและร่วมประท้วง แน่นอนเรื่องแบบนี้ “ผิดกฏ หมายแรงงาน” ทีน่ ายจ้างและรัฐร่างมาเพือ่ ประโยชน์ของชนชัน้ เขาเอง แต่เราสามารถฝืนกฏหมายได้ถ้าเรามีมวลชนเพียงพอ การยึดสถานที่ ทำ�งานก็เป็นอาวุธสำ�คัญของคนงาน เพราะทำ�ให้นายจ้างขนของออก ไม่ได้ หรือนำ�คนงาน “ฆ่าเพื่อน” มาทำ�งานแทนยากขึ้น และในไทยก็ เคยมีการยึดสถานทีท่ �ำ งานโดยสหภาพแรงงานเช่นทีโ่ รงงานไทยเกรียง ทั้งๆ ที่มัน “ผิดกฏหมาย” ของนายทุน ที่อื่นในยุโรป เกาหลี หรือ ญี่ปุ่นก็เช่นกัน การทีค่ นทำ�งานจากทีห่ นึง่ จะไปสนับสนุนคนจากอีกทีห่ นึง่ คือ “การหนุนช่วยซึ่งกันและกัน” และมันอาศัยกิจกรรมจากทุกฝ่าย คือ คนที่มีปัญหาต้องกล้าไปติดต่อเพื่อนรอบข้าง และเพื่อนรอบข้างต้อง รับฟังและยอมช่วยเหลือ คราวต่อไปก็จะเป็นตาของคนที่เคยมีปัญหา ที่จะช่วยคนอื่น

จัดตั้งข้ามรั้วสถานที่ทำ�งาน

เน้นการนำ�จากล่างสู่บน

การคิดกว้างและไกลออกไปในกรณีนหี้ มายความว่าเราต้องหา ทางสมานฉันท์สามัคคีข้ามรั้วโรงงานหรือข้ามรั้วสถานที่ทำ�งาน ในรูป ธรรมมันแปลว่านักสหภาพแรงงานในสถานที่ทำ�งานในย่านใกล้เคียง กัน หรือในภาคการผลิตหรือธุรกิจคล้ายๆ กัน ต้องสร้างเครือข่ายที่ แข็งแกร่งกว่าทีเ่ ป็น จริงอยูเ่ รามีกลุม่ ย่าน เรามีสหพันธ์แรงงานในธุรกิจ ที่คล้ายกัน แต่เรายังไม่ยกระดับการต่อสู้ร่วมกัน คือเราต้องหาทางยื่น ข้อเรียกร้องพร้อมกันในรูปแบบเดียวกัน เพือ่ นัดหยุดงานพร้อมกัน และ ถ้ามีประเด็นระดับชาติตอ้ งหาทางนัดหยุดงานทัว่ ไป ประเด็นระดับชาติ ก็เช่นเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ�หรือการประกันสังคม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ สหภาพแรงงานส่วนใหญ่สู้แต่ในประเด็นของตนเองตามลำ�พัง นอกจากการยื่นข้อเรียกร้องพร้อมกัน หรือนัดหยุดงานพร้อม กันแล้ว นักสหภาพแรงงานต้องหาทางสร้างความสมานฉันท์ทเี่ ป็นจริง ไม่ใช่พูดลอยๆ ถ้ามีสถานที่ทำ�งานแห่งหนึ่งที่มีการเลิกจ้างแกนนำ� สหภาพ หรือปิดโรงงานจนลูกจ้างตกยากลำ�บาก สถานที่ทำ�งานอื่นๆ

การ “ร่วมกันสูเ้ ป็นหมู”่ มันมีประเด็นและมิตอิ นื่ ๆ ด้วย เรือ่ ง สำ�คัญคือ สมาชิกพื้นฐานมีส่วนร่วมในกิจการสหภาพมากแค่ไหน จาก ประสบการในการต่อสู้ทั่วโลกและในไทย สหภาพแรงงานที่เข้มแข็งจะ มีตวั แทนของสหภาพแรงงานในทุกแผนก ทีไ่ ด้รบั การเลือกตัง้ เป็นประจำ� และมีหน้าที่คุยกับเพื่อนร่วมงานและรายงานความเห็นต่อกรรมการ สหภาพ เพื่อการนำ�จากล่างสู่บน ในการต่อสู้หรือในข้อพิพาทต่างๆ ตัวแทนสหภาพระดับราก หญ้าเหล่านีเ้ ป็นแกนนำ�สำ�คัญในการไปสูช่ ยั ชนะ เพราะจะทำ�ให้คนงาน ธรรมดามีส่วนร่วมตลอด ตัวอย่างที่ดีคือสภาพความเป็นอยู่ใน สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ในอดีต ก่อนที่จะถูกนายจ้างทำ�ลายในยุค รัฐประหาร ๑๙ กันยา ซึง่ บทเรียนตรงนีค้ อื รูปแบบการมีผแู้ ทนสหภาพ ในทุกแผนกนำ�ไปสู่พลัง แต่พลังนั้นไม่คงที่ตลอดไป ถ้านายจ้างสร้าง ความแตกแยกในหมู่คนงานได้ เขาก็จะทำ�ลายสหภาพได้ ตัวอย่างอื่นของสหภาพแรงงานที่มีผู้แทนระดับรากหญ้าบ้าง


นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

5

สมาชิก สร.ไทรอัมพ์ ชุมนุมคัดค้านการถูกเลิกจ้างที่ทำ�เนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 51 : ภาพโดย วัฒนะ วรรณ

คือในย่านอุตสาหกรรมภาคตะวันออก แต่ตรงนัน้ ก็มคี วามพยายามของ นายจ้างและรัฐทีจ่ ะสร้างความแตกแยกทางการเมืองระหว่างเหลืองกับ แดงด้วย ในมุมกลับสหภาพแรงงานที่ “มีแต่หวั ” ทีเ่ ป็นแกนนำ�มานาน และไม่เคยคุยกับสมาชิกธรรมดาอย่างจริงจัง จะเป็นสหภาพที่อ่อนแอ และสูไ้ ม่ได้ บางทีจะไปพึง่ พิงความสัมพันธ์กบั นายจ้างหรือนักการเมือง แทน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสหภาพแรงงานในรัฐวิสาหกิจ เช่นรถไฟหรือ กฟผ. ซึ่งเกือบจะไม่มีผู้แทนสหภาพในแผนกต่างๆ เลย และอาศัย การนำ�แบบ “ขุนนางสั่งไพร่” จนแกนนำ�ไปนอนกอดพวกเสื้อเหลือง ล้าหลัง และสมาชิกธรรมดา ซึ่งคงไม่ใช่เสื้อเหลืองเองทุกคน ทำ�อะไร ไม่ได้ ถ้าเราให้ความสำ�คัญกับสมาชิกสหภาพระดับรากหญ้า มัน แปลว่าเวลาสหภาพอื่นมีปัญหาอะไร เราต้องคุยกับทุกคน ต้องเรี่ยราย เงินจากทุกคน ไม่ใช่ปล่อยให้แกนนำ�สหภาพยกมือบริจาคเงินจาก กองทุนสหภาพ โดยทีส่ มาชิกจำ�นวนมากไม่รเู้ รือ่ งและไม่มสี ว่ นร่วม ถ้า เป็นแบบนั้นจะไม่มีทางสร้างพลังหนุนช่วยอย่างจริงจัง

อย่าไปตั้งความหวังกับองค์กรสากล การหนุนช่วยย่อมมีพลังและเป็นจริงถ้านักสหภาพแรงงานรูจ้ กั กัน พบกันเป็นประจำ�และเข้าใจกัน การสร้างเครือข่ายและการประชุม ร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำ�คัญ คำ�ถามสำ�หรับช่วงนี้ ในเมื่อมีการประท้วง และอาจมีการนัดหยุดงานของพยาบาลในไทยคือ สหภาพแรงงานใน โรงงานหรือสำ�นักงานไหนบ้างที่ไปเชิญพยาบาลมาอธิบายความเดือด ร้อนของเขาต่อที่ประชุมสหภาพ? อำ�นาจต่อรองชี้ขาดอยู่ในพื้นที่หรือภายในประเทศ ไม่ใช่ว่า สหภาพแรงงานสากลจะเข้ามาช่วยเราแต่อย่างใด อันนีเ้ ป็นแค่ความฝัน ของคนทีไ่ ม่ยอมหรือไม่สามารถสร้างพลังสมานฉันท์ในกลุม่ สหภาพแรงงาน รอบข้าง ลองคิดดูสิ สมาชิกสหภาพแรงงานในประเทศอื่นจะยอมช่วย เราจริงหรือ ถ้าเพื่อนๆ สหภาพรอบข้างในประเทศเดียวกันยังไม่ทำ� อะไร ในอังกฤษคนงานท่าเรือไม่พร้อมจะชวนให้คนขับรถบรรทุกที่เข้า

ออกจากท่าเรือช่วยเหลือตนเองเลยไปตัง้ ความหวังกับสหภาพสากลใน ต่างประเทศ การต่อสู้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ เรือ่ งนีเ้ ป็นเรือ่ งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเอ็นจีโอ แรงงานจับมือกับสภาแรงงานสากล และสร้างนิยายและความหวังจอม ปลอม เพราะในขณะทีไ่ ม่กระตือรือร้นในการสร้างความสมานฉันท์และ การนัดหยุดงานในสถานที่ทำ�งานรอบข้างในย่านเดียวกัน กลับไปให้ ความสำ�คัญกับการล็อบบี้ในระดับสากล และการประชุมของนัก สหภาพแรงงานระหว่างประเทศในโรงแรมหรู ซึ่งมีแต่ลมปาก ไม่มีรูป ธรรมของการต่อสู้เลย เอ็นจีโอชอบรูปแบบนี้เพราะสภาแรงงานสากล มีบทบาทในการให้ทุน ในความจริง พวกองค์กรสหภาพแรงงานสากล มักมีแกนนำ�ที่ เป็นข้าราชการ คนเหล่านี้อาจไม่เคยทำ�งานพื้นฐาน และคงไม่เคยจัด ตั้งสหภาพแรงงานหรือนำ�การนัดหยุดงานเลย อย่างมากเขาก็จะออก จดหมายหรือแถลงการณ์ ซึ่งนายจ้างและรัฐบาลไทยก็จะไม่สนใจและ ไม่เกรงกลัวเลย ตัวอย่างของสหายสมยศ ที่ติดคุกในกรณี 112 เป็น ตัวอย่างที่ดี กรณีไทรอัมฟ์ก็อีกตัวอย่างหรือกรณีโรงงานในฟิลิปปินส์ องค์กรสากลไม่ได้ช่วยให้ชนะ ในกรณีสมยศเรือ่ งชีข้ าดทีจ่ ะนำ�ไปสูก่ ารปล่อยตัวเขา อยูท่ กี่ าร ต่อสู้ในประเทศไทย ทั้งการต่อสู้กับอำ�มาตย์ เพื่อไทย และ แกนนำ� นปช. ดังนั้นนักสหภาพแรงงานไทยไม่ควรเสียเวลาอะไรเลยในการ ไปประชุมต่างประเทศ ซึง่ เพียงแต่เป็นการไปเทีย่ ว และไม่ควรตัง้ ความ หวังไว้กับองค์กรสากล

สมานฉันท์ระหว่างจังหวัด การดึงคนงานจำ�นวนมากทีส่ ดุ มาร่วมสู้ ทัง้ ๆ ทีท่ �ำ งานในคนละ สถานที่ทำ�งานหรือภาคการผลิต หมายความว่าถ้าบริษัทหรือวิสาหกิจ ของเราไปเปิดสถานที่ทำ�งานเพิ่มในต่างจังหวัด ทั้งๆ ที่อาจอาศัยชื่อ บริษทั ใหม่ เราต้องรีบไปจัดตัง้ สหภาพแรงงานตรงนัน้ และให้เป็นสหภาพ (อ่านต่อหน้า 6)


6

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

(ต่อจากหน้า 5)

เดียวกันด้วย ถ้าเราไม่ท�ำ ในทีส่ ดุ นายจ้างจะปิดทีท่ �ำ งานทีม่ สี หภาพเข้ม แข็ง และเปิดทีใ่ หม่ทไี่ ม่มสี หภาพ ดังนัน้ เราต้องมีขอ้ เรียกร้องต่อนายจ้าง ว่าเราต้องมีสทิ ธิเ์ ข้าไปจัดตัง้ สหภาพในทีท่ �ำ งานใหม่ในเครือข่ายเดียวกัน และถ้านายจ้างไม่ยอมเราต้องพร้อมจะสู้ และหาทางจัดตัง้ โดยทีไ่ ม่มขี อ้ ตกลง

เพื่อนแรงงานจากประเทศรอบข้าง

เป็นทางออกสำ�หรับคนงานได้เลย สรุปแล้วเราต้องสู้ในสถานที่ทำ�งาน เดิม และในอนาคตอันไกลถ้าเราสร้างพลังของขบวนการแรงงานได้เรา อาจยึดธุรกิจขนาดใหญ่มาบริหารโดยคนงานเองได้ แต่นั้นคือเรื่อง อนาคต ในปัจจุบันต้องสู้ในที่ทำ�งาน ไม่ใช่ออกไปสร้างสหกรณ์

ความสำ�คัญของการเมือง

การที่นักสหภาพแรงงานจะเข้าใจแนวทางในการต่อสู้อย่างที่ ในประเด็นการดึงคนงานทุกคนมาร่วมกันสู้ คงไม่มีนัก พยายามเกริ่นนำ�มานี้ จำ�เป็นต้องมีประสบการณ์ และความรู้ทางการ สหภาพแรงงานชายคนไหนในยุคนี้ที่มองว่า “ไม่ต้องไปชวนให้คน เมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝึกฝนกันได้ เพราะเราต้องเข้าใจประเด็นชนชั้น ว่า งานหญิงมาเป็นสมาชิก” เพราะทุกคนทราบดีว่าเราต้องสามัคคีคน กฏหมายแรงงานเป็นกฏหมายที่ฝ่ายศัตรูเป็นคนร่าง เราต้องเข้าใจว่า งานทุกคน แต่มันแปลว่าเราต้องไม่มองข้ามหรือไม่สนใจแรงงานจาก ลูกจ้างทุกคนถูกขูดรีดเอารัดเอาเปรียบโดยคนที่คุมทุน เราต้องเข้าใจ ประเทศเพือ่ นบ้านทีเ่ ข้ามาทำ�งานในทีเ่ ดียวกับเรา หรือแรงงาน “ชัว่ คราว” ว่ามูลค่าทัง้ ปวงมาจากการทำ�งานของคนธรรมดา ไม่ได้มาจากนายทุน ที่อาจเป็นรูปแบบรับเหมาช่วง ทุกคนต้องถูกดึงมาเป็นสมาชิกที่มีส่วน คือไม่มีนายทุนก็ได้ และเราต้องเข้าใจวิธีรวบรวมคนในชนชั้นของเรา ร่วม และแน่นอนมันคงไม่ตรงกับกฏหมายแรงงานของนายทุน แต่ถ้า มาร่วมกันสู้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นทั่วโลกในทุกยุคทุกสมัย รวมถึง เราไม่หาทางซิกแซกเพื่อให้เขาเป็น “สมาชิก” ด้วยกัน สหภาพเราจะ ไทยด้วย สหภาพแรงงานทีม่ พี ลังมักจะมีความสัมพันธ์กบั องค์กรทางการ อ่อนแอ เพราะถ้าเราก้มหัวให้กติกานายจ้าง เราจะเป็นเหยื่อเสมอ เมืองสังคมนิยม ก่อน ๖ ตุลา พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมี บทบาทในการจัดตั้งสหภาพ และริเริ่มกลุ่มย่านด้วย แต่หลัง ๖ ตุลา มี นัดหยุดงานสำ�คัญ การหันหลังให้คนงานในเมือง เพื่อไปจับอาวุธในป่าจนพรรคพ่ายแพ้ สิง่ หนึง่ ทีเ่ ราต้องยืนยันอยูต่ ลอดเวลาคือ เรามีพลังตรงจุดทีเ่ รา ล่มสลาย สามารถนัดหยุดงาน มันไม่มอี ะไรมาแทนทีพ่ ลังการนัดหยุดงานได้เลย นักสหภาพแรงงานทีเ่ ข้าใจการเมืองจะทราบดีวา่ ประเด็นสำ�คัญ การสู้เชิงสัญญลักษณ์อาจมีประโยชน์ในการเตรียมสมาชิกให้ร่วมกัน สำ�หรับคนทำ�งานทุกคน มันใหญ่กว่าแค่เรื่องปากท้อง เพราะสภาพ นัดหยุดงาน แต่ในตัวมันเองมันไม่มพี ลัง การคลานเข้าไปขอความช่วย ความเป็นอยูข่ องเราขึน้ อยูก่ บั เรือ่ งอืน่ อีกมากมาย เช่นปริมาณประชาธิปไตย เหลือจากรัฐมนตรีรัฐบาลนายทุนก็เช่นกัน มันไม่มีพลัง สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก หรือแม้แต่สทิ ธิท�ำ แท้งของผูห้ ญิง ดังนัน้ ถ้าจะนัดหยุดงานต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ต้องมีผแู้ ทนสหภาพ นักสหภาพแรงงานที่มีจิตสำ�นึกทางการเมืองในไทยควรจะสนับสนุน ในแผนกต่างๆ และต้องมีกองทุนนัดหยุดงาน เสือ้ แดงในอดีต และถ้าเสือ้ แดงได้รบั การหนุนช่วยจากการหยุดงานของ นอกจากนีเ้ วลาเราเลือกสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพแรงงาน สหภาพ เราอาจล้มอำ�มาตย์ได้แทนที่ประชาชนจะถูกทหารปราบอย่าง ต่างๆ หรือเวลาเราลงไปทำ�งานกับนักสหภาพแรงงานในพืน้ ทีต่ า่ งๆ เรา เหีย้ มโหด ในมุมกลับถ้าเสือ้ แดงทราบว่ามีการหนุนช่วยโดยสหภาพแรงงาน ต้องเลือกสหภาพทีม่ พี ลังพอทีจ่ ะสูเ้ ป็นหลัก ไม่ใช่ไปทำ�งานกับคนทีใ่ กล้ เขาจะให้ความสำ�คัญกับแรงงานและไม่เหมารวมไปหมดว่าสหภาพแรงงาน แพ้ ตกงานไปแล้ว หรือเป็นเหยื่ออย่างที่เอ็นจีโอชอบทำ� ตรงนี้อาจมี เป็นพวกเสื้อเหลือง คนมองเราว่าเราใจร้ายเลือดเย็น แต่ถ้าเราเปรียบเทียบการต่อสู้ของ ก่อนจะจบบทความนี้ ขอส่งท้ายว่า ไม่ว่าเราจะเข้าใจวิธีสู้แค่ สหภาพแรงงานกับการทำ�สงคราม มันมีกองทัพไหนในโลกทีเ่ ลือกเกณฑ์ ไหน มันไม่มีหลักประกันว่าจะชนะหรือจะจัดตั้งตามแผน ก.ข.ค. ได้ คนบาดเจ็บใกล้ตายมาร่วมรบ? สำ�เร็จและง่ายๆ บ่อยครั้งเราจะล้มเหลว และบางครั้งเราจะชนะ เรื่อง แบบนี้มันเป็นการต่อสู้ทางชนชั้นเพื่อช่วงชิงมูลค่าในสังคม ฝ่ายตรง สหกรณ์การผลิตไม่ใช่คำ�ตอบ ข้ามมีรฐั มีต�ำ รวจ มีกฏหมาย แต่เรามีมวลชนและอาวุธการนัดหยุดงาน ยุทธ์ศาสตร์ที่ไร้พลังโดยสิ้นเชิงอันหนึ่ง คือการพยายามสร้าง ถ้าเรื่องแบบนี้มันง่ายๆ หมูๆ เราคงมีสังคมที่ไร้การกดขี่ขูดรีดนานแล้ว “สหกรณ์การผลิต” ในรูปแบบ “โรงงานสมานฉันท์” เพือ่ หวังแก้ปญ ั หา ถ้าเราแพ้เราต้องไม่หลอกตัวเองว่า “ไม่แพ้” เพื่อปลอบใจ การปิดโรงงานหรือเลิกจ้างสมาชิกสหภาพ เพราะในเศรษฐกิจทุนนิยม พรรคพวก เพราะเป็นการปลอบใจจอมปลอมที่นำ�ไปสู่อุปสรรคในการ สมัยนี้ กิจกรรมใหญ่จะกินกิจกรรมเล็กเสมอ สหกรณ์เล็กๆ แข่งกับทุน สรุปบทเรียน การสู้แต่แพ้ไม่เสียศักดิ์ศรี แต่การแพ้โดยไม่สู้ หรือการ ข้ามชาติไม่ได้และตามกติกาของกลไกตลาดทีน่ ายทุนทัง้ หลายสร้างขึน้ ปกปิดความพ่ายแพ้ ไร้ศักดิ์ศรีโดยสิ้นเชิง มา ถ้าโรงงานหนึ่งไม่สร้างกำ�ไรพอจึงเลิกจ้างคนงาน สหกรณ์การผลิต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันมีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนในการต่อสู้คือ ถ้า ไม่มีทางไปรอดได้เลย ในที่สุดคนที่ได้งานในสหกรณ์จะมีจำ�นวนน้อย มาก ไม่ครอบคลุมคนงานที่ตกงาน จะต้องกดค่าแรงตัวเองให้ต่ำ�กว่า เราไม่สู้ตามแผน ก.ข.ค. ที่คนงานทั่วโลกในอดีตค้นพบมา และ เดิม และถ้าไม่ระวังแกนนำ�สหภาพจะแปรตัวไปเป็นนายจ้างใหม่ใน ถ่ายทอดลงมาให้เราเข้าใจ.... เราจะแพ้แน่นอน ธุรกิจขนาดเล็ก มันไม่มตี วั อย่างทีไ่ หนในโลกทีส่ หกรณ์การผลิตเหล่านี้


นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

อ่านเรื่องมาเล่า

7

ฮิปโปน้อย บรมสุขเกษม

กรัมชี่กับความคิดขัดแย้ง ในสมองของมนุษย์ อันโตนีโอ กรัมชี่ เป็นนักมาร์คซิสต์ชาวอิตาลี ซึ่งเป็นทั้งนัก หนังสือพิมพ์ นักเขียน รวมไปถึงเป็นนักสังคมนิยม เขาเคยติดคุกถึง 10 ปี ในช่วงปี 1926-1935 จากการที่หัวหน้าพรรคฟาสซิสต์ขึ้นมามี อำ�นาจทางการเมืองในอิตาลี จนทำ�ให้ผนู้ �ำ พรรคคอมมิวนิสต์ถกู กวาดล้าง และจับกุม ในช่วงทีก่ รัมชีต่ ดิ คุกอยูน่ นั้ เขาได้มผี ลงานการเขียนบทความ หลาหลายประเด็นในขณะนั้น โดยเรียกบทความที่กรัมชี่เขียนในคุกว่า “สมุดบันทึกจากคุก”(Prison Notebook) จากสมุดบันทึกในคุกของกรัมชี่ มีอยูป่ ระเด็นหนึง่ ทีพ่ ดู ถึงเรือ่ ง ความคิดและจิตสำ�นึกของมนุษย์ โดยกรัมชี่พยายามชี้ให้เห็นว่า การที่ คนในสังคมดำ�รงอยูใ่ นรัฐ ชนชัน้ ปกครองของรัฐมักจะตีกรอบทางความ คิดให้ประชาชนในรัฐ ซึง่ เป็นเหมือนการวางยาให้ประชาชนในรัฐคล้อย ตามจนเชื่อง เพื่อจะได้ปกครองง่ายๆ อย่างเช่น การนำ�เอาศาสนามา เป็นเครื่องมือ เพื่อลดทอนการต่อสู้ทางชนชั้น ในรูปแบบของการคำ� สอนที่ว่า มันเป็นเรื่องเวรกรรม พระเจ้าเป็นผู้กำ�หนด เราไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นเราจงควรมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ อย่าได้ คิดจะเปลี่ยนแปลงสังคม การครอบงำ�ให้คนในสังคมเชื่องนั้น ก็จะผ่าน สื่อกลางทาง วัด โรงเรียน สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุโทรทัศน์ ฯลฯ กรัมชีไ่ ด้กล่าวถึงความคิดของมนุษย์ไว้วา่ ในสมองของคนเรา นั้น จะมีความคิดกระแสหลักของชนชั้นปกครองตีกรอบไว้ ซึ่งเรียกว่า ความคิดกระแสหลัก โดยความคิดกระแสหลักนี้ จะถูกถ่ายทอดจาก สถาบันต่างๆ ที่อยู่ในรัฐ เช่น สถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา และ การสื่อสารมวลชน เมื่อชนชั้นปกครองเป็นผู้ควบคุมปัจจัยการผลิตใน สังคม ชนชั้นปกครองย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว ในการนำ�เสนอแนวความ คิดของตัวเอง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง แต่สิ่งที่เป็นหลุมฝั่ง กลบความคิดของชนชั้นปกครอง ที่กรัมชี่กล่าวไว้คือ วันหนึ่งหาก ประชาชนในสังคม เรียนรู้จากการต่อสู้ผ่านประสบการณ์ในโลกจริง คนในสังคมก็จะรู้ว่า สิ่งที่ตนเองได้รับการสั่งสอนครอบงำ�มาตั้งแต่เกิด นั้น มันสวนทางย้อนแย้งกับผลประโยชน์ของตนเอง คนในสังคมจะ ค่อยๆ ตาสว่าง จากการต่อสู้ผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิด ขึ้นระหว่างรัฐกับคนในรัฐ โดยเฉพาะเมื่อถึงคราวที่คนในรัฐลุกขึ้นมา ต่อสู้ ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพและเพื่อประชาธิปไตย จากบันทึกที่กรัมชี่ได้เขียนไว้นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงบันทึก ที่ไม่ยาวมาก แต่ก็ทำ�ให้เราเข้าใจในเรื่องของความคิดและจิตสำ�นึก ดัง

นัน้ จึงไม่ใช่เรือ่ งแปลกอะไร หากมีคนกล่าวหาว่าแรงงานนัน้ ขาดจิตสำ�นึก ทางชนชั้น เพราะการจะเกิดจิตสำ�นึกทางชนชั้นนั้น ต้องเกิดมากจาก การต่อสูโ้ ดยตรงเท่านัน้ อย่างเช่น การทีผ่ ใู้ ช้แรงงานในโรงงานประท้วง นัดหยุดงาน ประสบการณ์จากการประท้วงต่อสู้นั้น จะเป็นตัวเปลี่ยน ความคิด เขาจะเห็นว่าอันที่จริงแล้วพวกเขานั้นมีพลังในการต่อสู้กับ นายทุนแค่ไหน เพราะเขาจะรูว้ า่ ผลผลิตและกำ�ไรเกิดจากพวกเขา ไม่ใช่ ความสามารถของนายทุนหรือเงินแต่อย่างใด หรืออีกกรณีหนึง่ ทีป่ ระชาชนลุกหือขึน้ มาเรียกร้องประชาธิปไตย การต่อสูข้ องคนเสือ้ แดงทีเ่ รียกตนเองว่า เป็นคนตาสว่างนัน้ เป็นตัวบ่ง ชี้ได้ดีเลยทีเดียว เพราะเขาได้รู้แล้วว่าเขาต้องต่อสู้กับอำ�นาจเผด็จการ ที่กดหัวเขาอยู่ เขาเรียนรู้ผ่านการไปชุมนุม การรับทราบข้อมูลอีกด้าน หนึ่งที่พวกชนชั้นปกครองปิดบังไว้ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ของเสื้อแดง เอง เกิดการรวมเป็นกลุม่ เพือ่ ต่อสูใ้ นจุดมุง่ หมายอย่างเดียวกัน เมือ่ ผ่าน การต่อสู้ก็จะได้เห็นถึงสภาพจริงในสังคม ในการต่อสู้คนเสื้อแดงก็จะ ได้ค�ำ ตอบ ทีข่ ดั กับโฆษณาชวนเชือ่ และกรอบความคิดทีฝ่ งั่ สมอง ตัวอย่าง เช่น แต่ไหนแต่ไรเรามักถูกสอนว่า ทหารคือผูร้ กั ษาความสงบเรียบร้อย ของชาติ แต่สิ่งที่เห็นผ่านการต่อสู้นั้นคือ ทหารคือเป็นผู้รักษาอำ�นาจ เผด็จการให้กบั ชนชัน้ ปกครองเพียงไม่กคี่ น และไม่เคยอยูข่ า้ งประชาชน เลย หรือคำ�กล่าวที่ว่าไทยนี้รักสงบ เป็นเมืองพุทธศีลธรรมดีงามมา ตั้งแต่โบราณ แต่เหตุใดกลับปล่อยให้มีการฆ่ากันกลางเมือง โดยไม่มี ผูท้ อี่ า้ งว่าตนเองมีศลี ธรรมสูงส่งออกมาแสดงความคิดเห็นหรือประณาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนัน้ แล้วงานเขียนของกรัมชีใ่ นเรือ่ งนีไ้ ด้ชใี้ ห้เห็นว่า จิตสำ�นึก ทางชนชั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประชนชนลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยตังเอง ประ การณ์จากโลกจริงจะทลายกรอบความคิด ที่ชนชั้นปกครองคอยป้อน เราผ่านสถาบันต่างๆมาตั้งแต่เกิด และความคิดต่างๆที่ขัดแย้งอยู่ใน สมองก็จะได้รับคำ�ตอบ เอกสารอ้างอิง ใจ อึ๊งภากรณ์ และคณะ. (2545). อะไรนะลัทธิมาร์คซ์ เล่ม 2. กรงเทพฯ: ชมรมหนังสือประชาธิปไตยแรงงาน.


8

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

จัดตั้ง

สมุดบันทึกสีแดง

มาศึกษาการปฏิวัตกันเถอะ สภาพการเมืองไทยปัจจุบันมันชวนให้เราหงุดหงิดได้ ง่ายมาก เพราะอะไรหลายๆ อย่าง มันย่ำ�อยู่กับที่แถมมีทีท่า ว่าจะแย่ลงไปอีก นักการเมืองเพื่อไทยก็ปล่อยและเปิดทางให้ กลุ่มเพื่ออาชญากร (คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา ความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ:คอป) มาเสนอรายงาน เกีย่ วกับเหตุการณ์ทที่ หารเข่นฆ่าประชาชนผูร้ กั ประชาธิปไตย อย่างหน้าด้านๆ หรือไม่กอ็ อกมากล่อมเกลาให้คนเสือ้ แดงเชือ่ ว่าเราต้านทานอำ�นาจข้างบนไม่ไหวต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป, ภาระกิจของเราคือปกป้องรัฐบาลทีม่ าจากการเลือกตัง้ ส่วน คนที่ติดคุกก็ติดคุกอยู่อย่างนั้น, เรื่อง 112 เฮ็งซวยอย่างไรก็จะ ยังคงเป็นอยูต่ อ่ ไป ซึง่ เป็นลักษณะจุดยืนของพรรคการเมืองที่ ทรยศต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย และ ยินยอมพร้อมใจทีเ่ กีย่ ว ก้อยและปกป้องกับอำ�นาจเก่า ซึง่ นักการเมืองแบบนีไ้ ม่มคี ณ ุ ค่า อะไรให้ปกป้องเลย เดือนตุลาคม ก็เวียนมาบรรจบอีกรอบ เหตุการณ์อปั ยศ อันสุดสยองที่ฝ่ายอำ�มาตย์กระทำ�ย่ำ�ยีกับนักศึกษาผู้รัก

ประชาธิปไตย ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์อื่นอีก เช่นเดียวกัน ก็ยงั คงไม่ถกู นำ�มาลงโทษ ยังเดินเชิดหน้าชูตาลอย เด่นเป็นกาฝากอยู่ในสังคม แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็คงต้องตั้งหน้าตั้งตาเถียง กับคนยังหลับหูหลับตาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยแบบเป็นกอง เชียร์ต่อไป พร้อมๆ กันนั้นผู้เขียนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่มีความ สำ�คัญมากทีพ่ วกเราต้องศึกษาประวัตศิ าสตร์การเปลีย่ นแปลง สังคมจากทีต่ า่ งๆ ดูวา่ เขาทำ�กันอย่างไรเพือ่ เพิม่ ความแหลมคม ให้กบั การถกเถียง โดยเฉพาะประวัตศิ าสตร์ทเี่ น้นบทบาทของ คนธรรมดาทีส่ ามารถพลิกคว่�ำ ระบบเก่าได้อย่างไร จากนัน้ เขา สร้างสังคมใหม่ที่เขาฝันถึงได้อย่างไรบ้าง ตอนนี้ผู้เขียนเริ่มอ่านการปฏิวัติฝรั่งเศส...ต้องออกตัว ก่อนว่ายังไม่จบดี แต่มนั ก็มหี ลายๆ ประเด็นหลายๆ เรือ่ งทีน่ า่ สนใจมากซึ่งอยากจะเอามาแชร์กับผู้อ่านชาวเลี้ยวซ้าย1 เล่มแรกเป็นวรรณกรรมเล่มอ้วนๆ แต่เนื้อหาในเรื่อง นั้นเร้าใจมาก... หลายฉากหลายซีนมันเหมือนกับสิ่งที่กำ�ลัง เกิดขึ้นในประเทศไทย ใครอ่านภาษาอังกฤษได้ขอแนะนำ�ให้ ซื้อมาอ่านเลย The great place of safety โดย Hilary Mantel เป็นวรรณกรรมการเมืองทีอ่ งิ ประวัตศิ าสตร์จริงทีย่ อด เยีย่ มทีส่ ดุ เท่าทีผ่ เู้ ขียนอ่านมา ระดับการค้นคว้าของเธอนัน้ ไม่ ต้องพูดถึง “ยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้เลย” แต่ก็เตือนไว้ก่อนว่า ถ้าไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น จะไม่ค่อยมี อารมณ์ร่วมเท่าไหร่ ถ้าอ่านประวัตศิ าสตร์ยโุ รปไปพร้อมๆ กันก็จะทำ�ให้ได้ อรรถรสมากขึ้น ซึ่งสมัยนั้นได้เข้าสู่ระบบทุนนิยมแล้ว มันจะมี

ดูเหมือนว่าในไทยมีแปลออกมาบ้างทั้งเป็นบทความและเป็นหนังสือ เช่น งานของ จรัล ดิษฐาอภิชัย(การปฏิวัติฝรั่งเศส 1-2) ซึ่งบอกเล่าลำ�ดับเหตุการณ์ว่ามันเกิด อะไรขึ้นบ้าง....อย่างไรก็ตามการปฏิวัติฝรั่งเศสนั้นมีการตีความระหว่างซีกซ้ายกับซีกขวาตลอดเวลา 1


turnleftthai.blogspot.com

ประเด็นพวกเก็งกำ�ไร กักสินค้าเพื่อปั่นราคา การปล่อยกู้ของ นายธนาคาร การแข่งกันเพือ่ ล่าอาณานิคม การเปิดตลาดใหม่ๆ การเกิดขึน้ มาของชนชัน้ กฎุมพีและนายทุนซึง่ ต้องการมีบทบาท และแชร์อำ�นาจกับชนชั้นปกครองเดิม สิ่งเหล่านี้มันไปกันไม่ ได้กับโครงสร้างเก่าเพราะมันเทอะทะไม่สอดคล้องและเป็น อุปสรรคต่อเศรษฐกิจแบบทุนนิยม การเปลี่ยนแปลงที่มันเกิด ขึ้นในฝรั่งเศสมันสะเทือนทั้งทวีป ซึ่งมีหลายประเทศปกครอง โดยใช้ระบบกษัตริย์และพวกนั้นมีพยายามที่จะทำ�ลายการ ปฏิวัติฝรั่งเศสและต้องการดึงระเบียบเก่าเข้ามาแทนที่ เกล็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ชวนให้อดขำ�ไม่ได้คือ การที่ชาว บ้านชาวช่องเกลียดชังกษัตริยฝ์ รัง่ เศสจนพร้อมทีจ่ ะเชือ่ ข่าวลือ อะไรก็ได้ที่วาดภาพพวกนั้นให้เป็นปีศาจ น่าเกลียดน่ากลัว ประชาชนไม่มที างเลือกอืน่ นอกจากต้องกำ�จัดพวกศักดินา หรือ ในด้านตรงกันข้ามกษัตริย์ฝรั่งเศสพระเจ้าหลุยส์นั้นอ่อนแอ มากไม่กล้าทำ�อะไรแต่มีความต้องการอยู่ในอำ�นาจ ส่วนเมีย หรือพระนางมารีอองตอนเนส นั้นก็โลภมาก ชอบเครื่องเพชร ขึ้นชื่อว่าโง่และโหดเหี้ยม หลังจากครอบครัวหลุยส์ถกู ตัดหัวจากนัน้ ก็ถงึ คิวพวก อำ�นาจเก่า ซึ่งเพชฌฆาตมืออาชีพที่มีความรู้เกี่ยวกับสรีระ ร่างกายมีอยูน่ อ้ ยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ การถูกตัด หัวโดยเพชฌฆาตมือใหม่นั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ บ่อยครั้ง มันเต็มไปด้วยความสยดสยองเพราะต้องฟันหลายรอบ ดังนัน้ คุณหมอกิโยตินจึงได้ประดิษฐ์เครื่องกิโยตินขึ้นมาเพื่อการ ประหารชีวติ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและผูถ้ กู ประหารชีวติ ไม่ เจ็บปวดมากเกินไป ส่วนฮีโร่นนั้ นีเ่ ลย M.M. J. Roberspierre(โรบสเปียร์)

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

9

ในไทยคนแปลชอบบอกว่าเขาเป็นสายหัวรุนแรง(เป็นแง่ลบ) แต่ในความเป็นจริงนั้น โรสเปียร์ เป็นซีกที่ก้าวหน้ามากที่สุด ของการปฏิวตั ฝิ รัง่ เศส เป็นผูท้ ไี่ ด้รบั ความนิยมสูงมากจากชาว ปารีส เขาเป็นคนเสนอให้พระนิกายคาทอริกมีเมียได้ เรียกร้อง ให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต แต่ไม่สำ�เร็จ สนับสนุนสิทธิของ ชายรักชาย ปฏิรูประบบการถือครองที่ดิน ยกเลิกระบบทาส ในอาณานิคม และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงว่า “เป็นผู้ที่ซื้อไม่ได้ ซื่อสัตย์ ซื่อตรงมากที่สุด” ประเด็นทีต่ ราตรึงใจผูเ้ ขียนมากทีส่ ดุ คือ การจัดตัง้ จาก ข้างล่างอย่างเข้มแข็งและการใช้ประชาธิปไตยทางตรงเพื่อ ควบคุมผู้นำ� หลังจากคุกบาสตีย์ถูกทำ�ลายมีหนังสือพิมพ์ผุด ขึน้ เป็นดอกเห็ดทัง้ ๆ ทีป่ ระชากรโดยส่วนใหญ่ของฝรัง่ เศสขณะ นั้นอ่านหนังสือกันได้น้อย ลักษณะการรุกสู้ผลักการปฏิวัติให้ ก้าวไปข้างหน้าโดยนักปฏิวตั ิ ผ่านประเด็นสำ�คัญๆ ซึง่ บางครัง้ ฝ่ายก้าวหน้าแพ้ข้อถกเถียงทางการเมือง เช่น การปฏิรูป การเมือง การสถาปนาการเป็นพลเมือง การทำ�สงครามกับ ประเทศเพือ่ นบ้าน การควบคุมราคาอาหาร การจลาจรของคน งานเพือ่ ปรับปรุงคุณภาพชีวติ ในการทำ�งานเฉพาะหน้า จนนำ� มาสู่ข้อเรียกร้องทางการเมือง ฯลฯ ในขณะที่ทหารบางส่วน นักการเมืองและขุนนาง พระ ต้องการประนีประนอมกับระบบ เดิม เมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่ง การประนีประนอมมันใช้ไม่ได้ พวก กฎุมพีถูกกดดันโดยมวลชนให้ออกเสียงต่อหน้ามวลชนเพื่อ ตัดหัวกษัตริย์และล้มเลิกระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถึงแม้วา่ การปฏิวตั มิ อี ายุอยูไ่ ด้ไม่นานแต่ความยิง่ ใหญ่และบทเรียนอันสำ�คัญๆ ในการปฏิวตั ฝิ รัง่ เศสไม่เคย เสื่อมคุณค่าเลย


10

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

สังคมใหม่

ลั่นทมขาว

การปฏิวัติรัสเซีย 1917 มีความสำ�คัญอย่างไร การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 เป็นตัวอย่างสำ�คัญของความ ให้เกษตรกรเห็นว่าสังคมนิยมจะเป็นประโยชน์กับเขา พยายามในการยึดอำ�นาจรัฐเพือ่ สร้างสังคมนิยม เราสามารถเรียน ความก้าวหน้าทันสมัยของลัทธิการเมืองมาร์คซิสต์ในหมู่ บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์นี้ได้ กรรมาชีพ เมือ่ เปรียบเทียบกับลัทธิการเมืองของเกษตรกรทีอ่ ยาก เปลี่ยนสังคม เห็นได้จากความแตกต่างในเป้าหมายและยุทธวิธี สภาพสังคมรัสเซีย และลำ�ดับเหตุการณ์ที่นำ�ไปสู่การ ลัทธิการเมืองของเกษตรกรเน้นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคที่ ปฏิวัติ เกษตรกรแต่ละครอบครัวมีที่ดินทำ�กินของตนเอง วิธีที่จะไปสู่เป้า รัสเซียสมัยนั้นปกครองโดยเผด็จการของกษัตริย์ซาร์ แต่ หมายคือการลอบฆ่านักการเมืองหรือเจ้าของที่ดิน ซึ่งมีผลในการ ทัง้ ๆ ทีห่ ลายส่วนของสังคมมีสภาพทีต่ กค้างจากระบบฟิวเดิลก่อน ถูกปราบปรามเท่านั้น ส่วนนักมาร์คซิสต์ต้องการสร้างสังคมสมัย ทุนนิยม รัสเซียถูกลากเข้าไปในระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์แล้ว ลี ใหม่ด้วยเทคโนโลจีที่ก้าวหน้าที่สุด เพื่อให้คนส่วนใหญ่ร่วมกัน ออน ตรอทสกี้ นักมาร์คซิสต์รัสเซียเรียกสภาพเช่นนี้ว่าเป็น “การ ปกครองตนเอง และตั้งเป้าหมายในการยึดอำ�นาจรัฐโดยมวลชน พัฒนาแบบองค์รวมและต่างระดับ” องค์รวมเพราะมีสภาพร่วม ในปี 1905 ภายหลังจากที่รัสเซียพ่ายแพ้สงครามแย่งชิง กับสังคมทุนนิยมอืน่ ๆ ในประเทศทีพ่ ฒ ั นา แต่ตา่ งระดับเพราะบาง อำ�นาจกับญี่ปุ่น มีการพยายามปฏิวัติของกรรมาชีพท่ามกลาง ส่วนของสังคมรัสเซียล้าหลังมาก โดยเฉพาะสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาเศรษฐกิจทีต่ ามมา การประท้วงตอนแรกนำ�โดยหลวงพ่อกา ของเกษตรกรในชนบท แต่ในเมืองเพทโทรกราด(Petrograd) ซึ่ง ปอนมีการชูรูปเจ้าเพื่อขอความเมตตาจากกษัตริย์ซาร์ แต่ซาร์ เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ใกล้พรมแดนกับฟินแลนด์ มีโรงงาน โต้ตอบด้วยกระสุนและความตาย ซึง่ สร้างกระแสการปฏิวตั ทิ า่ มกลาง อุตสาหกรรมสมัยใหม่ขนาดใหญ่ซึ่งจ้างคนงานหลายพันคน ใน ความโกรธแค้น ขณะเดียวกันโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปในสหรัฐมีคนงานแค่ ในยุคนัน้ กรรมาชีพก่อตัง้ สภาคนงานเป็นครัง้ แรกในเมือง หลักร้อย โรงงานที่ทันสมัยที่สุดในรัสเซียก้าวหน้ากว่าของสหรัฐ เพทโทรกราด ซึง่ เรียกว่า Soviets(โซเวียต) เพือ่ ประสานงานการ แต่โดยรมแล้วสหรัฐอเมริกาพัฒนาไปไกลกว่ารัสเซีย เราจะเห็น ปฏิวัติ นับว่าเป็นการคิดค้นรูปแบบสภาประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า ความขัดแย้งแบบนี้ในระบบทุนนิยมทุกวันนี้ด้วย กว่ารัฐสภาในระบบทุนนิยม เพราะควบคุมทั้งการเมืองและเศรษฐ สภาพเช่นนีข้ องรัสเซียมีผลต่อภารกิจของชนชัน้ กรรมาชีพ กิจพร้อมๆ กัน เนื่องจากสถานที่ทำ�งานทุกแห่งมีสภาคนงาน ผู้ทำ�งาน ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยในสังคม เพราะทั้งๆ ที่เขาเป็นคน นอกจากนี้มีระบบตรวจสอบถอดถอนผู้แทนตลอดเวลา แต่การ ส่วนน้อย แต่เขาทำ�งานในแผนกเศรษฐกิจทีท่ นั สมัยทีส่ ดุ และสร้าง ปฏิวตั คิ รัง้ นีถ้ กู ปราบซึง่ ทำ�ให้มกี ารเรียนบทเรียนในการต่อสูส้ �ำ หรับ มูลค่ามหาศาล ยิ่งกว่านั้นเกษตรกรรายย่อยที่เป็นคนส่วนใหญ่ มี อนาคต ฐานะทางชนชั้นเป็นนายทุนน้อยยากจนที่แข่งขันกันเอง ในการ ในปี 1914 สงครามโลกครัง้ ทีห่ นึง่ ระเบิดขึน้ รัสเซีย อังกฤษ ผลิตและขายสินค้า ดังนั้นกรรมาชีพจะต้องเป็นผู้นำ�การปฏิวัติ ฝรัง่ เศส รบกับ เยอรมัน เพือ่ แย่งชิงความเป็นมหาอำ�นาจจักรวรรดินยิ ม สังคมนิยมเพื่อการยึดระบบการผลิตมาเป็นของส่วนรวม และต้อง ในโลก พรรคสังคมนิยมทัง้ หลายในยุโรปทีเ่ คยมีจดุ ยืนต้านสงคราม นำ�การปฏิวตั ดิ ว้ ยความคิดทางการเมืองสมัยใหม่ทมี่ าจากการศึกษา กลับยอมจำ�นนต่อแนวชาตินิยมและสนับสนุนสงครามในประเทศ และการทำ�งานในระบบอุตสาหกรรมอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ของตนเองข้อยกเว้นคือพรรคบอลเชวิค(Bolshevik)ในรัสเซีย และ กรรมาชีพต้องดึงเกษตรกรรายย่อยมาเป็นแนวร่วม และต้องพิสจู น์ นักต่อสู้มาร์คซิสต์อย่างตรอทสกี้ โรซา ลัคแซมเบอร์ค คาร์ล ไล


turnleftthai.blogspot.com

ปนิค กับ จอห์น มะเคลน ในประเทศรัสเซีย เยอรมัน และอังกฤษ พอถึงกุมภาพันธ์ปี 1917 สงครามยืดเยื้อ ไม่มีฝ่ายใดแพ้ หรือชนะและประชาชนยากลำ�บากจนทนไม่ไหว มีการเดินขบวน ของกรรมกรหญิงในรัสเซียเพือ่ ประท้วงปัญหาปากท้อง ซึง่ เกิดขึน้ ในวันสตรีสากลแต่ถกู ทหารยิงล้มตายเป็นจำ�นวนมาก แต่ในไม่ชา้ ทหารชัน้ ล่างรับไม่ได้ เลยหันปืนใส่ผบู้ งั คับบัญชา ในทีส่ ดุ มีการล้ม รัฐบาลของกษัตริย์พระเจ้าซาร์ สหภาพรถไฟไม่ยอมเดินรถไฟให้ ทหารฝ่ายซาร์เคลื่อนไหว มีการลุกฮือจากมวลชนซึ่งไม่มีการ วางแผนล่วงหน้า แต่นกั สังคมนิยมทีม่ ปี ระสบการณ์ยาวนานในการ เคลื่อนไหวต่อสู้และการจัดตั้งมีส่วนร่วมและบ่อยครั้งเป็นแกนนำ� มีการตั้งสภา Soviets เป็นครั้งที่สองในเมืองต่างๆ ซึ่งในครั้งนั้น กลายเป็น สภา Soviets สามประเภทคือ สภาคนงาน สภาทหาร เกณฑ์ และสภาเกษตรกรรายย่อย สองสภาหลังส่วนใหญ่ประกอบ ไปด้วยคนชนบท ในขั้นตอนแรกนักการเมืองพรรคนายทุน(พวก Cadets) ฉวยโอกาสเข้ามาตั้งรัฐบาลแทนรัฐบาลซาร์เพราะฝ่ายกรรมาชีพ และเกษตรกรไม่ได้มีแผนล่วงหน้าในการยึดอำ�นาจและขาดความ มัน่ ใจ ในทีส่ ดุ พรรค Cadets สร้างความไม่พอใจเป็นอันมากเพราะ จริงๆ แล้วไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอะไร และไม่ต้องการยุติ สงคราม จึงมีการแต่งตั้งนายก Kerensky ที่ได้รับการสนับสนุน โดย พรรคสังคมนิยมต่างๆ เช่น พรรคเมนเชวิค (Menshevik) พรรคปฏิวตั สิ งั คมของเกษตรกร และ บอลเชวิคซีกขวา รัฐบาลใหม่ นี้เรียกว่า “รัฐบาลชั่วคราว” ก่อนที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เมือ่ ถึงเดือนเมษายน 1917 เลนินนัง่ รถไฟถึงเมืองเพทโทร กราดพอลงจากรถไฟเลนินประกาศว่า “รัฐบาลชัว่ คราวจงพินาศ! สภา Soviets ต้องยึดอำ�นาจ!” บอลเชวิคซีกขวา เช่น สตาลิน คาเมเนียฟ ซีโนเวียฟ มองว่าเลนิน “บ้า” แต่เลนินกำ�ลังเสนอว่า กรรมาชีพจะต้องปฏิวัติถาวรไปสู่สังคมนิยม ไม่ใช่ปล่อยให้ระบบ ทุนนิยมและสงครามป่าเถื่อนดำ�รงอยู่ต่อไป และเลนินได้รับการ สนับสนุนจากมวลชนจำ�นวนมาก

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

11

"วิทยานิพนธ์เดือนเมษายน 1917" ของเลนิน เสนอว่า ต้องปฏิวัติถาวรสู่สังคมนิยม ไม่ใช่ชะลอขั้นตอนไว้ที่ “ทุนนิยม ประชาธิปไตย” แนวคิดนี้สอดคล้องกับทฤษฏีปฏิวัติถาวรของต รอทสกี้ที่เขียนไว้ในปี 1906 และ ข้อเสนอของคาร์ล มาร์คซ์ ก่อน หน้านั้นในปี 1848 "วิทยานิพนธ์เดือนเมษายน 1917" ของเลนิ น เป็นบทความสำ�คัญที่ถูกปกปิดในไทยโดยพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทยเมื่อสี่สิบปีก่อน เพราะตอนนั้นพรรคคอมมิวนิสต์ กำ�ลังเสนอนโยบาย “สองขั้นตอนของการปฏิวัติไทย” คือการ หยุดในขั้นตอนทุนนิยม และพรรคกำ�ลังพยายามทำ�แนวร่วมกับ นายทุน “ก้าวหน้า” และ “ผู้รักชาติทั้งหลาย” นโยบายแบบนี้ ยังถูกสะท้อนในการนำ�ของแกนนำ� นปช. ทีเ่ ป็นแต่กองเชียร์ให้กบั ทักษิณและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทุกวันนี้ การปฏิวัติสองขั้นตอน ที่ชะลอไว้ที่ขั้นตอน “ทุนนิยม ประชาธิปไตย” หมดสมัยและความก้าวหน้าไปทัว่ โลกตัง้ แต่ ค.ศ. 1848 ในสมัยนีไ้ ทยไม่ใช่กงึ่ ศักดินากึง่ ทุนนิยม แต่เป็นทุนนิยมเต็ม ตัวไปนาน ถ้าจะสร้างรัฐไทยใหม่ต้องก้าวสู่สังคมนิยม ไม่เช่นนั้น ก็จะถอยหลัง รัฐบาลชั่วคราวของ Kerensky เลือกที่จะทำ�สงคราม จักรวรรดินยิ มกับเยอรมันต่อไป ประชาชนล้มตายเป็นหมืน่ ทหาร ยิ่งไม่พอใจ พรรคบอลเชวิค จึงชูคำ�ขวัญ “ขนมปัง ที่ดิน และ สันติภาพ” ซึ่งสอดคล้องกับกระแสคิดของประชาชน ทหาร และ กรรมาชีพ ในไม่ช้าเกิดสภาพ “อำ�นาจคู่ขนาน” คืออำ�นาจสภา Soviets (สามสภา ทหาร เกษตรกร และคนงาน) คานกับอำ�นาจ รัฐบาลชั่วคราวของพวกที่สนับสนุนทุนนิยมและสงคราม กลางปี 1917 ในเดือนกรกฎาคม มวลชนลุกฮือในเมืองเพท โทรกราด แต่พรรคบอลเชวิคสามารถยับยั้งไว้ก่อนเพราะที่อื่นทั่ว ประเทศยังไม่พร้อม พรรคเกรงว่าจะถูกปราบ อย่างไรก็ตามฝ่าย ขวาพยายามฉวยโอกาสทำ�รัฐประหาร นำ�โดยนายพล คอร์นิ ลอฟ(Kornilov) ดังนั้นพรรคบอลเชวิคเลิกสู้กับรัฐบาลชั่วคราว (อ่านต่อหน้า 12)


12

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

(ต่อจากหน้า 11)

ก่อน และ “วางปืนบนไหล่” รัฐบาลชั่วคราว เพื่อสู้กับนายพล คอร์นลิ อฟ สหภาพแรงงานรถไฟปิดทางรถไฟไม่ให้ทหารของคอร์นิ ลอฟผ่านอีกครั้ง ในที่สุดฝ่ายประชาชนเอาชนะรัฐประหารได้ เหตุการณ์นพี้ สิ จู น์ให้คนจำ�นวนมากเห็นว่าพรรคบอลเชวิคพูดจริง ทำ�จริง และ Kerensky หมดความชอบธรรม เพราะไร้ปัญญาที่จะ สู้ ต่อมาปลายๆ เดือนตุลาคม สามสภา Soviet เปลี่ยนผู้ แทน ในสภากรรมาชีพและสภาทหารพรรคบอลเชวิคได้เสียงข้าง มาก ในสภาเกษตรกรพรรคปฏิวัติสังคมซีกซ้าย ซึ่งเป็นแนวร่วม ของบอลเชวิค ก็ได้เสียงส่วนใหญ่ มีการลงคะแนนเสียงในทั้งสาม สภาให้ยึดอำ�นาจรัฐผู้นำ�พรรคบอลเชวิค เลนิน นำ�นโยบายของ พรรคปฏิวตั สิ งั คมของเกษตรกร มาเสนอทัง้ หมดเพือ่ ปฏิรปู ชนบท ฝ่ายปฏิวตั สิ ง่ กองกำ�ลังไปปิดสภาร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลชัว่ คราว ที่ไม่เคยทำ�อะไร การปฏิวัติรอบนี้เป็นการก้าวไปสู่การปฏิวัติ สังคมนิยม และเกือบจะไม่มีการนองเลือดเลย เพราะประชาชน ส่วนใหญ่สนับสนุน

• มีเสรีภาพทางศาสนาเป็นครัง้ แรก เพราะรัฐบาลกษัตริย์ เคยระบุวา่ ทุกคนต้องเป็นคริสต์แบบรัสเซีย ทุกคนมีสทิ ธิน์ บั ถือหรือ ไม่นับถือศาสนา มันกลายเป็นเรื่องส่วนตัว รัฐไม่เกี่ยวข้อง • มีความสร้างสรรค์ทางศิลปะ วัฒนธรรม การศึกษา เกิด ขึ้นในบรรยากาศเสรีภาพของการปฏิวัติ • มีการจัดที่อยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ เช่น การอยู่ร่วมกัน หลายคนหลายครอบครัว เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบ้าน • เกษตรกรยึดทีด่ นิ โดยไม่ตอ้ งรอการออกคำ�สัง่ จากรัฐบาล รากหญ้าปฏิวัติเอง • ประกาศเสรีภาพสำ�หรับประเทศเล็กๆ ในอดีตอาณานิคม ของรัสเซียทันที แต่ฝ่ายทุนนิยมไม่ได้นิ่งนอนใจ เกิดสงครามกลางเมือง เพราะกองทัพตะวันตก 14 กองทัพบุกรัสเซีย พร้อมพวกฟาสซิสต์ และพรรคการเมือง Cadet พรรคเมนเชวิค และซีกขวาของพรรค ปฏิวัติสังคม จับอาวุธค้านการปฏิวัติสังคมนิยม วิธีต่อสู้ของกอง ทัพแดง ที่อาศัยการเมืองนำ�การทหารและนำ�โดยตรอทสกี ได้รับ เลนินประกาศในสภา Soviet ว่า “เราจะเดินหน้าสู่การสร้าง ชัยชนะในทีส่ ดุ และมีการปกป้องคนกลุม่ น้อยทีเ่ คยถูกระบบเผด็จการ สังคมนิยม” ซึ่งมีนโยบายสำ�คัญเฉพาะหน้าคือ ซาร์กดขี่ เช่น คนยิว และชาวอิสลามทางตะวันออก เป็นต้น • เลิกสงครามทันที ข้อถกเถียงเรื่องการปฏิวัติรัสเซีย • ใช้การทูตแบบใหม่ ในลักษณะสากลนิยมและชนชัน้ นิยม ทำ�ไมต้องปฏิวัติสองครั้ง... กุมภาพันธ์ และ ตุลาคม 1917? คือทำ�แนวร่วมกับกรรมาชีพเยอรมัน ต่อต้านนายพลเยอรมัน มี การปฏิวัติครั้งแรกทำ�เพื่อล้มรัฐเก่าแต่ต้องมีครั้งที่สอง การเจรจาในลักษณะเปิดเผยโปร่งใส ไม่มีเจรจาลับ ภายในไม่กี่เดือน เพื่อให้กรรมาชีพยึดอำ�นาจรัฐ ทำ�ลายระบบ • สร้างรูปแบบประชาธิปไตยใหม่โดยสภา Soviets และ ทุนนิยม และสร้างรัฐสังคมนิยม พร้อมกับทำ�แนวร่วมกับเกษตรกร ในภาคเศรษฐกิจกรรมาชีพคุมการผลิต ไม่มีนายทุนและนายจ้าง ยากจน รูปแบบนี่แตกต่างจากการชะลอการปฏิวัติไว้ที่ขั้นตอน • เสรีภาพสำ�หรับสตรี สิทธิเลือกตัง้ ครัง้ แรกในโลกสำ�หรับ “ทุนนิยมประชาธิปไตย” โดยสิ้นเชิง สตรีธรรมดา มีโรงอาหาร โรงซักผ้า โรงเลี้ยงเด็ก เพื่อลดภาระ งานบ้านของสตรีภายในครอบครัว สตรีมสี ทิ ธิท์ �ำ แท้ง และสามารถ พรรคบอลเชวิคทำ�รัฐประหารหรือการปฏิวัติ? สองสิ่งนี้แตก ต่างกันอย่างไร? แต่งงานและหย่าอย่างง่ายๆ ไม่ใช่ถูกชายควบคุม


turnleftthai.blogspot.com

รัฐประหารคือการเปลีย่ นรัฐบาลโดยคนส่วนน้อย เช่นกลุม่ ทหารมีการแอบวางแผนทำ�เป็นการเปลี่ยนแบบบนลงล่าง ไม่ใช่ รากหญ้านำ�ตนเอง และไม่มีการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมเลย การปฏิวตั คิ อื มวลชนตัดสินใจ ร่วมยึดอำ�นาจ ร่วมนำ� จาก ล่างสู่บน เปลี่ยนโครงสร้างอำ�นาจในสังคมแบบถอนรากถอนโคน บทบาทปัจเจกของ เลนิน สำ�คัญมาก ในฐานะเป็นแกนนำ�พรรค บอลเชวิค แต่ถ้าไม่มีพรรคและพลังมวลชนที่นำ�ตนเองก็จะปฏิวัติ ไม่ได้ ตรอทสกี้อธิบายว่าบทบาทพรรค เหมือนลูกสูบที่ให้ทิศทาง กับพลังไอน้ำ�ของมวลชน พรรคบอลเชวิคกล้าเรียนจากข้อผิดพลาดในอดีตและมีการ ถกเถียงภายในตามหลักประชาธิปไตย บางครั้งสมาชิกพรรคนำ� ตนเองในขณะที่แกนนำ�พรรคสับสน ถ้าไม่มีการถกเถียงกันอย่าง หนักภายในพรรค ทุกคนไม่สามารถพิจารณาแนวทางได้อย่าง จริงจัง และพรรคจะอาศัยการตัดสินใจของคนจำ�นวนน้อย ซึง่ เสีย่ ง กับความผิดพลาดเพราะมองจากมุมมองเดียว หรือไม่พิจารณา ความซับซ้อนของสังคม บทบาทของกรรมาชีพรัสเซีย เช่นคนงานรถไฟ คนงาน โรงงานอุตสาหกรรม และสภาคนงาน มีความสำ�คัญอย่างยิ่งใน ชัยชนะของการปฏิวัติ การนำ�ทหารระดับล่างมาเป็นพวกมีความสำ�คัญด้วย ซึ่ง แตกต่างโดยสิน้ เชิงกับการตัง้ ความหวังโดยแกนนำ� นปช. กับนาย พัน หรือนายพล ที่อ้างว่าเป็น “ทหารแตงโม”

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

13

Alexandra Kollontai นักสิทธิสตรีบอลเชวิค อธิบาย ว่า “ประเด็นสำ�คัญในการพิจารณาการขึน้ มาของเผด็จการสตาลิน และลัทธิสตาลินคือบริบททางเศรษฐศาสตร์การเมืองและประวัตศิ าสตร์ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 20 หลังการปฏิวัติ 1917 โดยเฉพาะความล้ม เหลวของการปฏิวัติสังคมนิยมในเยอรมันและความอ่อนแอของ เศรษฐกิจรัสเซีย ซึง่ เป็นผลจากสงครามต่างๆ และมีผลต่อเนือ่ งไป สูก่ ารอ่อนตัวของพลังชนชัน้ กรรมาชีพในการปกป้องระบบสังคมนิยม จากกลุ่มข้าราชการของสตาลิน” สรุปแล้ว ความเป็นเผด็จการของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ตงั้ แต่ สมัย สตาลิน กับ เหมาเจ๋อตุง และความล้มเหลวของระบบ สตา ลิน-เหมา เมือ่ สงครามเย็นสิน้ สุดลง ไม่ได้พสิ จู น์วา่ สังคมนิยมไม่มี อนาคตแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นผลพวงของการทีก่ รรมาชีพรัสเซีย พยายามสร้างสังคมนิยมตามแนวทางของบอลเชวิคหรือ เลนิน ปัญหาคือการทีไ่ ม่สามารถขยายการปฏิวตั ไิ ปสูป่ ระเทศพัฒนาอย่าง เยอรมันได้ ซึง่ ทำ�ให้เศรษฐกิจรัสเซียหลังสงครามกลางเมืองอ่อนแอ จนกรรมาชีพหมดพลัง

อนาคตของสังคมนิยมในไทย ในสมัชชาครั้งที่สองขององค์กรคอมมิวนิสต์สากล เลนิน อธิบายว่า "เราต้องต่อต้านอย่างถึงที่สุด ข้ออ้างว่าขบวนการกู้ชาติ ของนายทุนในประเทศด้อยพัฒนาเป็นขบวนการที่มีสีสันแบบ คอมมิวนิสต์ จริงอยู่เราจะสร้างแนวร่วมชั่วคราวกับขบวนการกู้ ชาติ แต่ชาวคอมมิวนิสต์จะต้องเข้าใจว่าเขามีภาระพิเศษในการ วิธีการของ เลนิน นำ�ไปสู่เผด็จการของสตาลินหรือไม่? วิธกี ารของเลนิน เช่น ประชาธิปไตยรวมศูนย์ในพรรค หรือ รักษาอิสรภาพของพรรคคอมมิวนิสต์" การปราบพรรคอื่นในสงครามกลางเมือง ทำ�ให้บางคนมองว่า ดังนั้นในกรณีไทยปัจจุบัน เป็นการวางรากฐานของเผด็จการในยุคสตาลิน หลัง เลนิน ตาย • เราต้องมีจุดยืนอิสระทางการเมืองจากพรรคเพื่อไทย แต่ Tony Cliff นักมาร์คซิสต์อังกฤษที่เขียนประวัติ เลนิ • เราต้องมีเป้าหมายสร้างพรรคสังคมนิยม เราต้องฝึกฝน น เขียนว่า "การเสนอว่าการปราบปรามพรรคอื่นนอกจากพรรค ปฏิบัติการในโลกจริง เช่นในขบวนการเสื้อแดง หรือขบวนการ บอลเชวิคมีผลเสียในระยะยาวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเสนอว่าพรรค รณรงค์เรื่องนักโทษการเมือง และเราต้องร่วมถกเถียงทางทฤษฏี บอลเชวิคมีทางเลือกอื่นเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น" เพราะตอนนั้นถ้าไม่ ซึง่ หมายความว่าสมาชิกของเราทุกคนต้องเป็นผูเ้ ชีย่ วชาญทฤษฏี ใช้มาตรการเด็ดขาด ฝ่ายปฏิวัติจะแพ้สงครามกลางเมือง เพื่อนำ�ไปปฏิบัติ Victor Serge นักอนาธิปไตยที่ไปร่วมการปฏิวัติ เสนอ • เราจะปฏิเสธข้อสรุปว่าไม่มที างเลือกอืน่ นอกจากทุนนิยม ว่า “มีคนพูดบ่อยว่าในนโยบายของบอลเชวิคมีเชื้อของลัทธิสตา และกลไกตลาดเสรีแบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ลินดำ�รงอยู่ตั้งแต่แรก ผมไม่ขอเถียง แต่ในนโยบายบอลเชวิคยุค แรกมีเชือ้ อืน่ อีกมากมายเต็มไปหมด และทุกคนทีผ่ า่ นประสบการณ์ “ทีไ่ หนมีทนุ นิยม...ทีน่ นั้ สร้างสังคมนิยมได้” นีค่ อื คำ�ประกาศ อันน่าตื่นเต้นตื่นตัวของชัยชนะในการปฏิวัติปีแรกๆ ไม่ควรลืมสิ่ง ของพรรคสังคมนิยมอินโดนีเซียเมื่อได้ข่าวของการปฏิวัติ นี้ การชันสูตรศพของบุคคลใดบุคคลหนึง่ หลังจากทีเ่ ขาตายไปแล้ว รัสเซียในปี 1917 ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นทุนนิยมเต็มตัว โดยนำ�เชื้อโรคที่นำ�ไปสู่ความตายของเขามาบรรยายลักษณะชีวิต ไปนานแล้ว ดังนั้นเราสร้างสังคมนิยมในไทยได้ ท่านผู้อ่าน จะร่วมกับ เลี้ยวซ้าย ในภาระสำ�คัญนี้หรือไม่ ทั้งหมดของเขา ไม่เป็นเรื่องฉลาด”


14

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

มองนอกกรอบ

turnleftthai.blogspot.com

ยังดี โดมพระจันทร์

น้ำ�ท่วม ปัญหาของคนรวย ความซวยของคนจน กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร?? เพลงเรือ เป็นเพลงพืน้ บ้านทีเ่ ล่นกันในฤดูน�้ำ หลาก ร้องเล่นกลาง ลำ�น้ำ�โดยพ่อเพลงและแม่เพลงอยู่คนละลำ� จังหวัดที่เล่นเพลงเรือ ได้แก่ จังหวัดริมแม่น้ำ�ภาคกลาง อย่าง อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี และพิษณุโลก เพลงเรือส่วนใหญ่จะถนัดร้องบทเชิงชู้ .......นี่คือตัวอย่างการร้องเล่นจากวิกิลีกส์..... (ชาย) ลงเรือลอยล่องร้องทำ�นองเพลงเกริ่น แสนเสนาะเพลิน (ฮ้าไฮ้) จับใจ ชะ มาพบเรือสาวรุ่นราวสคราญ แสนที่จะเบิกบาน (ฮ้าไฮ้) หทัย ชะ จึงโผเรือเทียบเข้าไปเลียบข้างลำ� แล้วก็เอ่ยถ้อยคำ� (ฮ้าไฮ้) ปราศรัย ชะ แม่เพื่อนเรือลอยแม่อย่าน้อยน้ำ�จิต พี่ขอถามเจ้าสักนิด (ฮ้าไฮ้) เป็นไร ชะ แม่พายเรือลัดแม่จะตัดทุ่งไกล แม่จะไปทางไหน (เอย) น้อยเอย (ลูกคู่) เชียะ เชียะ นอระนอย ระนอย ระนอยเชียะ เชียะ ฮ้าไฮ้

.....ยังดี เลยเขียนคำ�ร้องใหม่ตอบไปว่า.... (หญิง) ลงเรือลอยล่องร้องทำ�นองเพลงเพลิน ยังขาดๆเกินๆ (ฮ้าไฮ้) หรือไร ชะ พ่อน้ำ�ท่วมทุ่ง มุ่งท่วมลาน ท่วมกันทุกบ้าน (ฮ้าไฮ้) มาแต่ไหน ชะ คนจนหรือจะเทียบไม่กล้าเลียบข้างลำ� พ่อสวมสร้อยทองร้องรำ� (ฮ้าไฮ้) ปราศรัย ชะ กระเบื้องจะลอยน้ำ�เต้าน้อยค่อยถอยจม เมื่อไรจะสุขสม (ฮ้าไฮ้) เป็นไท ชะ ชนชั้นคือช่องว่างถ่างเรือไปไกล พ่ออย่ามาปลอบใจ (เอย) หน่อยเลย (ลูกคู่) เชียะ เชียะ นอระนอย ระนอย ระนอย เชียะ เชียะ ฮ้าไฮ้ ชุมชนในฝัน มันไม่มีจริง หลายคนเคยสงสัยว่าบ้านทรงไทยทำ�ไมใต้ถนุ สูงนัก โดยเฉพาะ บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำ� จะมีเรือผูกไว้ พอใกล้ฤดูน้ำ�หลาก ก็เริ่มกักตุนอาหาร เตรียมเครื่องมือตะข่ายไว้หาปลา นำ�เรือมาซ่อมแซม น้ำ�สูงท่วมหัวเด็กๆ เล่นน้�ำ ไปตามลำ�คลอง ในอดีตธรรมชาติเกิดขึน้ เช่นนีท้ กุ ปีส�ำ หรับผูม้ ชี วี ติ

ริมน้ำ� แต่ในท่ามกลางความเหลื่อมล้ำ�ทางชนชั้น ภาระหนักตกอยู่บนบ่า ของทาสไพร่ที่ขวนขวาย จัดหา ข้าวของมาปรนเปรอเจ้านายในยามน้ำ� หลาก การร้องเพลงเรือจึงเป็นเพียงการปลอบประโลมใจ และความบันเทิง ง่ายๆที่ไม่ต้องซื้อหา คนทีไ่ ม่เจอเข้ากับตัวจะไม่รสู้ กึ ว่า "น้�ำ ท่วมเป็นภัยพิบตั "ิ เมือง ใหญ่ๆ ทีม่ กี ารค้าขายตัง้ อยูร่ มิ น้�ำ หรือตามทีร่ าบลุม่ มีเรือพายนำ�ข้าวของ จากเรือกสวนมาขายตามบ้านดูสงบร่มเย็นอย่างชีวติ ชุมชนอัมพวาในอดีต แต่จะลงแรงกี่มากน้อยระหว่าง เจ้าของสวน เจ้าของโรงสี กับแม่ค้าราย ย่อย และคนงานแบกหามตามท่าน้�ำ กลับไม่มใี ครพูดถึง...วนเวียนอยูเ่ ช่น นี้ จนวันนี้มีโรงแรม รีสอร์ท ไปสร้างแทนที่ ความสนใจ คำ�ถาม จึงพรั่งพรูมาว่า ชุมชนในฝัน มันไม่มีจริง มีแต่กลุ่มทุน กลุ่มผล ประโยชน์ และแรงงานที่ผู้คนหลงลืม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนำ�มาซึ่งการปฏิรูป ตัวอย่างที่จังหวัดสงขลาปี พ.ศ. 2517 หลังการเปลี่ยนแปลง 14 ตุลา เกิดการรวมตัวกันของกลุม่ เกษตรกรทำ�นาปรังตำ�บลปะกาฮะรัง เพือ่ ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ� โดยในระยะเริ่มแรกใช้กังหันลม วิดน้�ำ จากคลองระบายน้�ำ ต่อมาได้ขอความช่วยเหลือการสนับสนุนเครือ่ ง สูบน้ำ�จากสำ�นักชลประทาน อำ�เภอหาดใหญ่ เพื่อสูบน้ำ�จากคลองระบาย น้ำ�ขึ้นมาใช้ทำ�นาในฤดูแล้ง โดยมีการเก็บค่าจัดการน้ำ�จากสมาชิกเป็น ข้าวเปลือกเพือ่ นำ�มาจ่ายค่าน้�ำ มันเชือ้ เพลิงเครือ่ งสูบน้�ำ นับได้วา่ การรวม ตัวจัดตัง้ กลุม่ ช่วยสร้างเสริมพลังให้กบั ชุมชน แต่กเ็ ป็นไปอย่างง่ายๆ และ ไม่ทั่วถึง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ หลังจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผ่านพ้นการรัฐประหารมาหลายครั้ง ประชาธิปไตยกลับเบ่งบานอีกครั้ง กลุม่ เกษตรกรทีท่ �ำ นาหลายกลุม่ ได้รวมตัวกันจดทะเบียนจัดตัง้ เป็น “กลุม่ บริหารการใช้น้ำ�ชลประทานปะกาฮะรัง” หรือกลุ่มผู้ใช้น้ำ�ปะกาฮะรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารการใช้น้ำ�ชลประทานให้ทั่วถึง เป็นธรรม และ ก่อประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกทุกคน โดยมีสมาชิกเริ่มแรกขณะนั้น ๑๓๐ คน กลุ่มผู้ใช้น้ำ�ปะกาฮะรัง ได้บริจาคที่ดินเพื่อก่อสร้างระบบคันคูน้ำ� และ มีส่วนร่วมในการวางแนวคูส่งน้ำ� มีการวางแผนการส่งน้ำ�ร่วมกับ กรมชลประทาน ทำ�ให้ชุมชนปะกาฮะรังได้รับน้ำ�จากคลองส่งน้ำ�เพียงพอ สามารถทำ�นาครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น และผลผลิตดีขึ้น รอจนกระทั่งปีนี้(พ.ศ. 2555) กรมชลประทานได้ก่อสร้างระบบ ส่งน้ำ�และระบบคันคูน้ำ�ขึ้นในพื้นที่ตำ�บลปะกาฮะรัง กลุ่มเกษตรกรทำ� นาปรังจึงได้รับน้ำ�จากคลองส่งน้ำ�ชลประทานสำ�หรับใช้ในการเพาะปลูก


turnleftthai.blogspot.com

รวมทัง้ อุปโภคและบริโภค ระบบเช่นนีเ้ ป็นตัวอย่างการทำ�งานร่วมกันของ ประชาชนและรัฐ หากมีการกระจายงบประมาณให้เป็นธรรมมากขึน้ แต่กเ็ ป็นเพียง จุดเล็กๆ พื้นที่เล็กๆ ที่มีโครงการรองรับให้เกิดเป็นตัวอย่างและใช้เวลา ยาวนานกว่าจะสำ�เร็จ สภาพการขยายเมืองในระบบทุนนิยมคือปัญหา? เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ คล้ายกับเมืองใหญ่ในอีกหลายประเทศ ทัว่ โลกทีป่ ระสบภาวะอุทกภัย เพราะสภาพดินฟ้าอากาศทีเ่ ปลีย่ นไป(Climate Change) และสภาพการขยายเมืองในระบบทุนนิยม การใช้มาตรการลด ปริมาณน้ำ�ที่จะไหลผ่านเมืองเป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบหนึ่งในหลาก ปัญหาที่สะสมหมักหมม มากว่าร้อยปี นั่นก็คือ ปัญหาการวางผังเมือง การตัดถนน การสร้างสะพาน ระบบท่อน้�ำ ทิง้ ระบบระบายน้�ำ ระบบกำ�จัด ขยะ และระบบขนส่งมวลชน การขุดกลบถนนที่คำ�นึงเพียงความสะดวกของกลุม่ การค้า กลุ่ม ธุรกิจและคนร่�ำ รวย ขณะทีก่ ารสร้างทางเท้าให้คนจนเดินดินในเมืองหรือ ชานเมืองยังเป็นเรื่องยากยิ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะปฏิเสธความ เปลี่ยนแปลงและกลับไปใช้ชีวิตแบบท้องถิ่นชนบท ตามคำ�โฆษณาของ แนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา คนที่เคยประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 คงเคยได้รับบทเรียนมา แล้วว่า การทิ้งเมืองไปกลับถูกซ้ำ�เติมด้วยความจนซ้ำ�ซาก หากคุณเป็น เพียงแรงงานที่ไร้ซึ่งปัจจัยการผลิต การเมืองกำ�หนดชีวิตทุกคน เรื่องน้ำ�หลากท่วมพื้นที่ต่างๆ ของ ประเทศไทยในช่วงปลายปี 2554 เนือ่ งจากมวลน้�ำ ถูกปล่อยจากเขือ่ นอย่าง จงใจในปริมาณที่มากมายมหาศาล ไหลลงสู่พื้นที่ราบลุ่ม ไหลหลากมายัง กรุงเทพฯ เพียงหนึง่ เดือนหลังจากทีเ่ ราได้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือก ตั้ง ช่วงแรกๆ ของรัฐบาลไม่อาจสั่งการให้หน่วยราชการมาร่วมแก้ปัญหา น้�ำ ท่วมได้เลย จนต้องตัง้ ศูนย์รบั อาสาสมัคร และเครือข่ายเข้ามาหนุนช่วย ส่งผลกระทบมากมายทั้งในพื้นที่ที่มวลน้ำ�ไหลผ่านและไม่ไหลผ่าน ทำ�ให้ เกิดคำ�ใหม่ๆ จากสื่อส่วนใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามรัฐบาล เช่น น้ำ�เข้าโจมตี การต่อสู้กับมวลน้ำ� การอพยพหนีน้ำ� ฯลฯ เรื่องน้ำ�ท่วมถูกผลักให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ขณะนี้กรุงเทพฯกลายเป็นพื้นที่ถูกปิดล้อมด้วยการสร้างแนว กระสอบทราย และเร่งสูบน้�ำ ออก เพือ่ ไม่ให้น�้ำ ไหลตามพืน้ ทีค่ วามลาดชัน และท่อ อุโมงค์ระบายน้ำ�ที่ลงทุนไปมากมาย ชุมชนรอบกรุงเทพฯจึงเป็น เหยื่อน้ำ�ท่วม ผลกระทบจากอุทกภัยปี 2553 ภาคกลาง จังหวัดรอบๆ ปริมณฑลกลายเป็นแก้มลิงรับน้ำ�แทน แรงงานภาคเกษตร พ่อค้าย่อย ชาวบ้านในภาคกลางและเขตปริมณฑลทีถ่ กู น้ำ�ท่วมจำ�นวนมากต้องหมด เนื้อหมดตัวทุกอย่าง ผู้เฒ่าที่เฝ้าบ้าน ขณะลูกหลานไปทำ�งานในโรงงาน ต้องตายไปกับสายน้�ำ ตามลำ�พัง รอเงินชดเชยอันน้อยนิดจากรัฐเป็นเวลา ยาวนาน ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อคนรวย ผู้ประกอบการใน กรุงเทพฯนั้น หากปล่อยให้น้ำ�ท่วมจะน้อยกว่าผลรวมของความเสียหาย ชาวบ้านในจังหวัดภาคกลางและเขตปริมณฑล เพราะมีสายป่านทาง เศรษฐกิจที่ยาวกว่า

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

15

ไม่มีการรายงานตัวเลขแท้จริง ซึ่งหากปล่อยให้น้ำ�ท่วมและไหล ลงทะเล อาการน้�ำ ท่วม น้�ำ ขังและน้�ำ เน่าจากขยะรอบกรุง ก็อาจจะเบาบาง ลง กล่าวได้ว่า บริษัท โรงงาน ห้างร้าน คอนโด บ้านจัดสรร ที่ถูกน้ำ�ท่วม เพียงไม่กี่วัน อย่างมากก็สูญเสียรายได้ หรือต้องอดทนกับการลุยน้ำ� ซึ่ง มีน้อยรายที่ต้องหมดเนื้อหมดตัวทุกอย่าง ในท่ามกลางความเหลื่อมล้ำ� ทางชนชั้น ภาระก็ตกอยู่บนบ่าคนชั้นล่าง คนยากคนจนทีไม่มีแม้แต่ทาง เลือกที่จะหนีน้ำ�ไปนอนโรงแรม หรือรีสอร์ท ที่ไหน การแลกสวัสดิการ ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ที่ส่วนหนึ่งคือผู้ใช้แรงงาน กับการอ้างความเป็นเมืองหลวงอันศักดิ์สิทธิ์ของชนชั้นนำ�จึงเป็นเรื่องไร้ สาระ ความเหลื่อมล้ำ�ทางชนชั้นทำ�ให้ภาระตกอยู่บนบ่าของคนชั้นล่าง พืน้ ทีน่ �้ำ ท่วมกลายเป็นภาพสะท้อนความขัดแย้งทางชนชัน้ อย่าง ชัดเจน ยังไม่นับจำ�นวนคนตกงาน การสูญเสียอาชีพอีกนับแสนๆราย ศักดิ์ศรีความเป็นคนผู้สร้างมูลค่าที่แท้ให้แก่สังคมไทย ในฐานะพลังผลิต ที่ต้องสูญสลายหายไปกับสายน้ำ� มาในปีนี้ เรือ่ งน้�ำ ถูกผลักให้เป็นประเด็นสำ�คัญเกินกว่าความเป็น จริงคือ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐบาลชุดนี้ ดูง่ายๆ จากพาดหัวตัวโตของหนังสือพิมพ์เรื่องอาการน้ำ� ท่วม ที่ยังมาไม่ถึงกรุงเทพฯ แต่ก็ทำ�ให้คนกรุงเริ่มตื่นตระหนก ขณะที่น้ำ� ท่วมในบางจังหวัดภาคกลาง กลับกลายเป็นน้ำ�ลายท่วมรัฐบาล จากน้ำ� ตามธรรมชาติในฐานะทรัพยากร ได้เปลีย่ นสถานภาพ เป็น “ศัตรู” ขณะ เดียวกันรัฐบาลเองก็อาศัยการมุง่ แก้ปญ ั หาน้�ำ มากลบเกลือ่ นการแก้ปญ ั หา ที่มวลชนคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวเรียกร้อง เช่นประเด็นให้ปล่อยนักโทษ การเมือง การแก้กฎหมายมาตรา 112 ประเด็นการนำ�อาชญากรใน เหตุการณ์ เมษา-พฤษภา 2553 มาลงโทษ ฯลฯ รัฐบาล และ สส พรรค เพื่อไทยไม่สนใจกันเลย สิ่งที่เราต้องทำ� ต้องเรียกร้อง ต้องเรียกศักดิ์ศรีของเราคืนมาคือ ทำ�กรุงเทพฯให้เล็กลง กระจายงบประมาณที่กระจุกตัวรับใช้คนรวยให้จัง หวัดอื่นๆ เราต้องมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัด เพื่อให้การบริหารสอด รับกับความต้องการของคนจน ผูใ้ ช้แรงงานทีเ่ ป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำ�ให้ความสะดวกสบายและระบบขนส่งมวลชนทันสมัยกระจายไปต่าง จังหวัดอย่างทัว่ ถึง ความแออัดของกรุงเทพฯจะลดลง ทีส่ �ำ คัญต้องลดช่อง ว่างทางชนชั้น คนจนต้องมีบ้านอยู่ ต้องมีรัฐสวัสดิการ การจัดการปัญหา และ ระบบบริหารจะได้มาจากการมีสว่ นร่วมบนความเท่าเทียม การช่วยเหลือ เพือ่ บรรเทาทุกข์แจกถุงยังชีพเป็นแค่การแก้ปญ ั หาทีป่ ลายเหตุ แต่ประเด็น อยูท่ วี่ า่ เราจะต้องพบเจอเหตุการณ์น�้ำ ท่วม การป้องกัน และการช่วยเหลือ สงเคราะห์บนการทำ�ลายศักดิ์ศรี และการเลือกปฏิบัติไปทุกปีจากนี้ไป หรือจะลุกขึ้นสู้ ร่วมกันส่งเสียงกดดันรัฐที่มาจากการเลือกตั้งของคนจน ให้อำ�นาจรัฐต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง สฤณี อาชวานันทกุล. เศรษฐศาสตร์และการเมืองเรือ่ งน้�ำ . http:// www.tcijthai.com/column-article/567. 30 มิถุนายน 2554"


16

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

ทำ�งานกับความคิด

พจนา วลัย

คุกไทยมีไว้ขังคนคิดต่าง นับจากเหตุการณ์รฐั ประหาร 2549 โค่นล้มรัฐบาลทีม่ า จากการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการแต่งตั้ง สมคบ คิดกับทหารผู้ก่อการ ก่อให้เกิดขบวนการประชาชนผู้ต่อต้าน รัฐประหาร ซึง่ นำ�ไปสูก่ ารวิพากษ์วจิ ารณ์และความขัดแย้งทาง ความคิดอุดมการณ์อย่างรุนแรง ที่รัฐถึงกับต้องใช้กฎหมาย ควบคุมความคิดและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ได้แก่ ก.ม.อาญามาตรา 112 หรือ ก.ม.หมิน่ พระบรมเดชานุภาพ กฎหมายว่าด้วยการกระทำ�ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น อันเป็นการเซ็นเซอร์การ คิด พูด เขียน และนำ�เสนอต่อสื่อ สาธารณะ จนถึงการจับกุมคุมขัง ลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ดังกรณีทสี่ ร้างความสะเทือนใจให้แก่ขบวนการประชาชน ผู้ต่อต้านรัฐประหาร ผู้รักความเป็นธรรม คือ กรณีนายอำ� พล(ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) หรือ “อากง” ที่ได้เสียชีวิตที่โรง พยาบาลประจำ�เรือนจำ�พิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำ�คุก 20 ปี ข้อหาส่งข้อความ ทางโทรศัพท์ไปยังเลขานุการส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสทิ ธิ์ เวชชาชีวะ สีข่ อ้ ความทีด่ หู มิน่ อาฆาตมาดร้ายสถาบัน กษัตริย์ ทั้งนี้อากงอายุ 61 ปีแล้ว ต้องจำ�คุกจนถึงอายุ 81 ปี ทั้งอากงไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นคนสามัญธรรมดา ดูแลภรรยา ลูก 3 คน หลาน 4 คน สุขภาพทรุดโทรมลง เคยป่วยเป็นมะเร็ง ช่องปาก อีกทัง้ การพิจารณาคดี ตัดสินพิพากษาของระบบศาล ไทยก่อให้เกิดความเสื่อมศรัทธาอย่างมากเพราะด้วยความไร้ มาตรฐาน ละเมิดสิทธิในการประกันตัว การเสียชีวติ ของอากงในขณะติดคุกจึงเป็นผลพวงของ การที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้มนุษยธรรม ไร้หลัก มนุษยชนมาโดยตลอด อันเป็นการบั่นทอนร่างกายและจิตใจ ของอากง ส่งผลสะเทือนต่อนักโทษคนอื่นๆ และต่อสังคมใน วงกว้าง ทัง้ เป็นผลพวงของการทีร่ ฐั เมินเฉยข้อเรียกร้อง “ปล่อย

ตัวนักโทษการเมืองทุกคน” ทีข่ บวนการฯ เรียกร้องมาตัง้ แต่ หลังปราบปรามผู้ชุมนุมที่ ถ.ราชดำ�เนินและราชประสงค์ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ต้องการย้ำ� ณ ที่นี้ คือ ปัญหาความไม่ยุติธรรมมา จากปัญหาเชิงโครงสร้างที่บีบคั้นให้คนไม่ผิดกลายเป็นคนผิด และรัฐไทยจึงควรรับผิดชอบต่อผู้ถูกกระทำ�ทั้งหลาย คุกไทยนอกจากจะมีไว้ขังคนจน ยังมีไว้ขังคนคิดเห็นต่าง

คุกไทยเลวร้ายยิ่งกว่าโรงงานนรก เพราะผู้ต้องขัง ซึ่ง เป็นผู้ที่ต่ำ�ต้อยที่สุดของสังคมอยู่ในสภาพที่เลวยิ่งกว่าความ ผิดของตัวเอง ผู้เขียนต้องการเป็นปากเสียงให้แก่เหยื่อของ เผด็จการที่นำ�กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาใช้เป็น เครื่องมือปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชนที่คัดค้านการทำ� รัฐประหาร ดังเห็นได้จากจำ�นวนคดีที่เพิ่มขึ้นมากมายเป็น ร้อยๆ คดี พร้อมกับบทลงโทษทีห่ นัก ตัวอย่างกรณีดารณี ชาญ เชิงศิลปกุล ถูกจำ�คุกมาแล้วร่วม 3 ปี ก่อนถูกศาลชั้นต้น พิพากษาจำ�คุก 18 ปี กรณีของสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักร ณรงค์สิทธิแรงงานติดคุกฟรี ไม่ได้รับการประกันตัวใดๆ และ คดียังไม่ถูกตัดสิน หรือกรณีสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และคน อืน่ ๆ คนเหล่านีค้ อื คนทีค่ ดิ ต่างแต่มชี วี ติ อยูเ่ ยีย่ งอาชญากรฆ่า คน สภาพเช่นนี้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทย คือ 1. วาทกรรมของผู้มีอำ�นาจรัฐมักพูดว่า "ถ้าไม่อยาก ติดคุก ก็อย่าทำ�ผิดสิ" เป็นทัศนะที่ผิดเพราะคนที่พูดแบบนี้จะ ไม่มีวัน "ปฏิรูป" "แก้ไข" กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและ ระบบสังคม คนแบบนีจ้ ะเรียกร้องให้ประชาชนเคารพกฎหมาย แต่จะไม่ยอมให้ประชาชนเข้าไปแก้กฎหมาย ซึ่งเป็นการปิด กั้นสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ ปิดกั้นการมีส่วนร่วม


turnleftthai.blogspot.com

ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย แต่กลับเป็นการสร้าง รัฐแบบอำ�นาจนิยม ฟาสซิสต์ นาซี 2. คนไม่ผิดแต่ถูกทำ�ให้ผิด กรณีสมยศ พฤกษาเกษม สุข เป็นเพียงผู้ต้องหา แต่ถูกล่ามโซ่ก่อนตัดสินคดี ต้องแต่ง ชุดนักโทษ อันเป็นการละเมิดมาตรฐานยุตธิ รรมพืน้ ฐาน เพราะ เขาควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อนการตัดสินคดี การที่ผู้ต้องหาต้องเข้าไปในห้องศาลในสภาพเช่นนั้น แทนที่ จะแต่งตัวด้วยเสือ้ ผ้าของตนเองและปราศจากโซ่ เป็นการสร้าง ภาพในห้องศาลว่าคนนี้เป็น “ผู้ร้าย” ซึ่งมักมีผลต่อการตัดสิน คดีในอนาคต และสมยศอาจประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับ นักโทษคดีหมิ่นฯ คนอื่นๆ จากนัน้ เมือ่ ถูกพิพากษาว่าทำ�ผิดก็เข้าไปอยูใ่ นคุก พบ กับสภาพที่เลวร้ายยิ่งกว่าความผิดของตัวเอง ดังกรณี ดา ตอ ปิโด และนักโทษการเมืองเสือ้ แดงทีถ่ กู ขังฟรีดว้ ยข้อหาก่อการ ร้าย ละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กฎหมายหมิ่นฯ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ เลือกปฏิบัติ ไม่มีทนาย ไม่ติดต่อญาติ ถูกซ้อมทรมาน ไม่ได้ รับการรักษาพยาบาลทีด่ เี มือ่ เจ็บป่วย อยูก่ นั อัดแน่นในห้องขัง พลิกตัวไม่ได้ อาหารด้อยคุณภาพ ต่อแถวยาว การขังแบบ เหมารวม ผูต้ อ้ งขังด้วยข้อหาลักเล็กขโมยน้อย มีโทษจำ�คุกไม่ กี่ปี แต่ถูกนำ�ไปขังรวมกับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ถูกนักโทษ ด้วยกันกลั่นแกล้ง อันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง คุก ไทยจึงเป็นสภาพที่ก่อให้เกิดแรงกดดัน ความเครียด นำ�ไปสู่ การฆ่าตัวตาย หรือฆาตกรรมภายในคุก เบือ้ งต้นนีต้ อ้ งการบอกว่า การทำ�ผิดของคนไม่ใช่เรือ่ ง ปัจเจกบุคคล แต่ระบบสังคมก็เป็นปัจจัยทีบ่ บี คัน้ ให้คนไม่ผดิ ก ลายเป็นคนผิด เราจึงต้องเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างสังคมไทย ทีม่ ลี กั ษณะชนชัน้ ใช้เส้นสาย เลือกปฏิบตั ิ กีดกันคนจนให้ดอ้ ย โอกาส ปิดกั้น ทำ�ลายผู้ที่เห็นต่างจากผู้มีอำ�นาจ ไม่ให้ได้รับ

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

17

การคุม้ ครองสิทธิเสรีภาพ จนถึงขัน้ ใช้ความรุนแรงกับประชาชน (ที่เรียกว่าอาชญากรรมโดยรัฐ) กระนัน้ เจ้าหน้าทีร่ ฐั ไทยไม่เคยรับผิดชอบต่อประชาชน ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐเอง ตกเป็น เหยื่อของกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทำ�ลายหน่ออ่อนของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการ ทำ�ลายความมัน่ คงของประชาชน แต่ไปสร้างเสริมความมัน่ คง ของผู้มีอำ�นาจรัฐแทน ให้สามารถกดขี่ข่มเหงประชาชนคน ยากจน คนด้อยโอกาสให้ไร้อำ�นาจต่อไป สำ�หรับโครงสร้างสังคมแบบชนชั้นประกอบด้วยใคร กันบ้างที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัญหาดังที่กล่าวมาทั้งหมด เริ่มต้น ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือ ผู้นำ�รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทีถ่ กู เลือกมาจากอำ�นาจของประชาชน เนือ่ งจากมีอ�ำ นาจบริหาร ที่สามารถออกกฎหมายปล่อยตัวนักโทษการเมืองชั่วคราวได้ รวมไปจนถึงหาวิธีการนำ�อดีตผู้นำ�รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทหารทีเ่ กีย่ วข้องกับการใช้ก�ำ ลังทหาร อาวุธสงครามเข้าสลาย การชุมนุมของประชาชนเมือ่ เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 เข้าสูก่ ระบวนการยุตธิ รรมและลงโทษได้ แต่กลับเพิกเฉย และ เลือกทีจ่ ะหาหนทางช่วยเหลือเฉพาะกรณี เช่น กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลคือองค์ประกอบหนึ่งของรัฐไทยที่กำ�ลังตอกย้ำ� ความขัดแย้งที่ยังดำ�รงอยู่ และค้ำ�ยันโครงสร้างสังคมชนชั้น แห่งนี้ หากไม่รีบดำ�เนินการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน โดยไม่มเี งือ่ นไข ยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็จะเป็นการ สร้างความเจ็บช้ำ�ให้แก่ขบวนการประชาธิปไตย และเพิ่มพูน ผลพวงจากระบบยุตธิ รรมสองมาตรฐานให้บานปลายเรือ้ รังต่อ ไปอีก


18

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

turnleftthai.blogspot.com

ว่าด้วยทุน

กองบรรณาธิการ

เล่ม 2

ภาค 2 รอบของการหมุนเวียนของทุน(บทที่12-15)

บทที่ 12: ช่วงเวลาทำ�งาน • กระบวนการผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน จะใช้ “เวลา ทำ�งาน” ทีแ่ ตกต่างกัน เช่นถ้าเราเปรียบเทียบการปัน่ ด้ายกับ การสร้างหัวจักรรถไฟ • ในกรณีการปั่นด้าย การทำ�งานเพียงหนึ่งวันจะได้ ผลผลิตสมบูรณ์มาส่วนหนึ่ง แต่ในกรณีหัวจักรรถไฟ ต้อง ทำ�งานอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนกว่าจะได้หัวจักรสมบูรณ์ • ระยะเวลาที่เราพูดถึงคือ “เวลาทำ�งาน” ซึ่งมันจะมี ผลกับความเร็วในการหมุนเวียนของทุน อะไรเกิดขึน้ กับ “ทุนอยูก่ บั ที”่ และ “ทุนไหลเวียน”? • “ทุนอยูก่ บั ที”่ จะค่อยๆ ละลายมูลค่าไปกับผลผลิต ตามอายุงานของมัน ไม่ว่าเรากำ�ลังพิจารณาการปั่นด้ายหรือ การสร้างหัวจักร • แต่ “ทุนไหลเวียน” ในกรณีการสร้างหัวจักรรถไฟ จะถูกสะสมอยูใ่ นหัวจักรขณะกำ�ลังสร้างเป็นเวลาหลายวัน จน หัวจักรเสร็จสมบูรณ์ ในเวลานี้นายทุนต้องซื้อวัตถุดิบและจ้าง งานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการหมุนเวียนของทุนส่วนนี้กลับ มา ซึง่ ไม่เหมือนกรณีการปัน่ ด้ายทีผ่ ลผลิตเอาไปขายได้ทกุ วัน • ดังนัน้ กรณีทกี่ ารผลิตมี “เวลาทำ�งาน” นาน นายทุน ต้องใช้ “ทุนไหลเวียน” ในปริมาณสูง และการผลิตแบบนี้ที่ ใช้เวลานาน เสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดและการขึ้นลง ของเศรษฐกิจมากกว่า • เมือ่ ทุนนิยมยังไม่เจริญเท่าไร งานทีใ่ ช้ “เวลาทำ�งาน” นานๆ เช่นการสร้างระบบถนน คลอง ฯลฯ นายทุนเอกชนมัก สาธารณูปโภคแรกเริ่มของไทยใช้รัฐลงทุนทั้งนั้น(กอง บก.)

1

จะมีทุนไม่พอที่จะผูกมัดไว้กับการผลิตนานๆ รัฐจึงเข้ามาทำ� แทน1 • แต่พอมีการขยายและรวมศูนย์ของทุนพร้อมกับตั้ง บริษทั ร่วมหุน้ ขนาดใหญ่ และมีระบบกูย้ มื เงินผ่านธนาคารมาก ขึ้น นายทุนเอกชนเริ่มทำ�กิจการเหล่านี้ได้ • การผลิตในภาคเกษตร มีลักษณะ “เวลาทำ�งาน” ยาว (เช่น หนึ่งฤดู) ซึ่งสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรรายย่อย มาก

บทที่ 13: เวลาในการผลิต “เวลาทำ�งาน” ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของ “เวลาในการ ผลิต” เสมอ แต่ “เวลาในการผลิต” มีบางช่วงที่ไม่ใช่การ ทำ�งาน เช่นกรณีการทำ�ไวน์ อาจต้องรอการหมัก การทำ� เครือ่ งปัน้ ดินเผาอาจต้องรอให้ดนิ เหนียวแห้ง เวลาทีต่ น้ ข้าวจะ เติบโตจนพร้อมจะถูกเก็บเกี่ยวก็มีการรอด้วย และ “เวลาใน การผลิต” นีเ้ ป็นเวลาทีน่ ายทุนต้องรอเพือ่ ให้การลงทุนสุกงอม • ข้อแตกต่างระหว่าง “เวลาทำ�งาน” กับ “เวลาใน การผลิต” มีผลมากต่อเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรับจ้าง เพราะจะมีบางช่วงที่ต้องไปหางานอื่นทำ� • นี่คือสาเหตุสำ�คัญที่ชุมชนเกษตรกรรายย่อย ย่อม อาศัยหลากหลายอาชีพพร้อมกัน เช่นหัตถกรรม การซ่อมแซม ฯลฯ • มันนำ�ไปสูส่ ถานการณ์ทเี่ กษตรกรรายย่อยต้องพึง่ พา เงินกู้จากพ่อค้ารายใหญ่


turnleftthai.blogspot.com

บทที่ 14: เวลาในการหมุนเวียน “เวลาในการหมุนเวียน” เป็นเวลาหลังการผลิตจบ สิน้ ทีส่ นิ ค้าอันเป็นผลผลิต กำ�ลังถูกแปรรูปไปเป็นทุนเงิน ผ่าน การขาย และเป็นเวลาทีท่ นุ เงินกำ�ลังแปรกลับมาเป็นทุนสินค้า (วัตถุดิบ แรงงาน ฯลฯ) เพื่อเริ่มการผลิตรอบใหม่ • “เวลาในการขาย” มีอิทธิพลสูงต่อนายทุนปัจเจก ในรูปแบบที่แตกต่างกัน และเกี่ยวข้องกับสภาพตลาด • ถ้าใช้เวลาขายนาน จะมีค่าเก็บสินค้าเพิ่มมา • ระยะห่างและเวลาในการขนส่งสินค้าจากจุดผลิตสู่ ตลาด มีผลกับ “เวลาในการขาย” ซึง่ สิง่ นีม้ ผี ลในการกำ�หนด จุดผลิตสินค้าทั่วโลก แต่เวลาในการขายสามารถลดได้โดย 1. การพัฒนาประสิทธิภาพการขนส่ง 2. การผลิตแบบต่อเนื่อง เพื่อขนสิ้นค้าอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีช่องว่าง แต่ในกรณีนี้ต้องผลิตสินค้าในปริมาณสูง [ในสมัยมาร์คซ์ เวลาในการส่งเงินจากจุดขายกลับสู่ผู้ ผลิต โดยเฉพาะในกรณีการค้าขายระหว่างประเทศ เป็นเรื่อง ใหญ่ ใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งมีผลกับเวลาหมุนเวียน แต่ใน ปัจจุบันการส่งเงินทำ�ได้อย่างรวดเร็ว] • เวลาที่ใช้ในการซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตรอบใหม่ มีผล ต่อเวลาในการหมุนเวียนด้วย

บทที่ 15: ผลของเวลาในการหมุนเวียนต่อปริมาณ การลงทุน • ในระบบทุนนิยม พลังสำ�คัญอันหนึง่ คือความสามารถ ในการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอให้สินค้าถูกขายหมด ก่อนที่จะลงทุนต่อไป

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55

19

• เวลาในการหมุนเวียน = เวลาในการผลิต + เวลาใน การแจกจ่ายจำ�หน่าย • ดังนั้นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโดยทั่วไป แปลว่าต้องเพิ่มปริมาณทุน • ในทุกเวลานายทุนต้องมีทุนในรูปแบบเงินอยู่ในมือ เพื่อลงทุนต่อ เงินที่รอการลงทุนนี้ช่วยพัฒนาระบบธนาคาร • เมื่อมีการผลิตอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีการตัดเวลาแจก จ่ายจำ�หน่ายเกิดขึ้น จะมีการเพิ่มขึ้นของทุนในรูปแบบเงิน เพราะไม่ตอ้ งรีบลงทุนส่วนนัน้ เนือ่ งจากเวลาในการหมุนเวียน สั้นลง => เงินในตลาดเงินจะเพิ่ม • ถ้าเวลาแจกจ่ายจำ�หน่ายเพิม่ ขึน้ นายทุนต้องหาเงิน ทุนมาลงทุนมากขึ้น เพื่อรักษาการผลิตอย่างต่อเนื่องก่อนที่ เงินทุนจะหมุนเวียนกลับมา => เงินในตลาดเงินจะลดลง • ถ้าราคาวัตถุดิบลดลง เงินที่ต้องนำ�มาลงทุนแต่แรก จะลดลง => เงินในตลาดเงินจะเพิ่ม หรืออาจมีการขยายการ ผลิต • ถ้าราคาวัตถุดบิ เพิม่ ขึน้ ความต้องการเงินทุนจะเพิม่ => เงินในตลาดเงินจะลดลง • ถ้าราคาผลผลิตจากกระบวนการผลิตลดลง เงินทุน ทีห่ มุนเวียนกลับมาจะลดลง ต้องใช้ทนุ เพิม่ ขึน้ ในการผลิตอย่าง ต่อเนื่อง => เงินในตลาดเงินจะลดลง • ถ้าราคาผลผลิตเพิ่ม เงินทุนที่หมุนเวียนกลับมาจะ เพิ่ม => เงินในตลาดเงินจะเพิ่ม • ถ้านายทุนจำ�เป็นต้องหาเงินเพิ่มในการผลิต แต่ได้ วัตถุดิบมาล่วงหน้าก่อนจ่าย ผลต่อตลาดเงินจะน้อยลง


ร่วมกันสร้างองค์กรสังคมนิยม

เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประชาธิปไตย - สังคมนิยมเป็นระบบที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ผ่านการวางแผนร่วมกัน ในรูปแบบประชาธิปไตย - สังคมนิยมต้องสร้างโดยมวลชนกรรมาชีพ จากล่างสู่บน สร้างโดยอภิสิทธิ์ชนไม่ได้ - เรางต้องมีพรรคการเมืองของกรรมาชีพและคนจน เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง - สมาชิกทุกคนต้องจ่ายค่าบำ�รุง 1 % ของรายได้ (50 บาท / เดือนขั้นต่ำ�) - สมาชิกต้องอ่านและช่วยกันขายหนังสือพิมพ์ของพรรคเพื่อขยายสมาชิก และอิทธิพลทางความคิด - สมาชิกต้องเข้าร่วมกิจกรรม “กลุ่มศึกษา” อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

“ถ้าเห็นด้วยกับแนวทางของเรา เชิญสมัครเป็นสมาชิก” รายละเอียดเพิ่มเติม : อีเมล : pcpthai@gmail.com ติดต่อกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ : turnleft2008@gmail.com เวปไซต์ www.turnleftthai.blogspot.com เฟซบุ๊ค www.facebook.com/turnleftthai ที่อยู่ไปรษณีย์ : ตู้ ป.ณ. 123 ไปรษณีย์คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

อาชญากรรมรัฐซ้ำซาก ถ้าคนผิดไม่ถูกลงโทษ // นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 ตุลาคม 55  

ข้ามพ้นความบ้ากลไกตลาด,ก.ข.ค. ของการสร้างพลังสหภาพแรงงาน,กรัมชี่กับความคิดขัดแย้งในสมองของมนุษย์,มาศึกษาการปฏิวัติกันเถอะ,การปฏิวัติรัสเซีย...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you