Page 10

10

นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 7 ฉบับที่ 9 เมษายน 55

turnleftthai.blogspot.com

สังคมใหม่

ลั่นทมขาว

สองด้านของการเลือกตั้งในพม่า การเลือกตั้งในโลกทุนนิยมปัจจุบันไม่เคยนำ�ไปสู่การช่วงชิง อำ�นาจรัฐของฝ่ายประชาชนแต่อย่างใด เพราะรัฐมีส่วนสำ�คัญที่ไม่ได้ มาจากการเลือกตัง้ เพียงแต่วา่ ในระบบประชาธิปไตยทุนนิยม ประชาชน เลือกรัฐบาลได้ แต่เลือกส่วนอืน่ ของรัฐไม่ได้ เช่นผูบ้ ญ ั ชาการทหารและ ตำ�รวจ ผู้ที่คุมศาล ผู้ที่คุมสื่อ และที่สำ�คัญที่สุดคือประชาชนเลือกและ ควบคุมระบบเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะไม่มีนายทุนที่ไหนในโลกที่มาจาก การเลือกตั้ง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเราควรหันหลังให้กับการเลือก ตั้ง การเลือกตัง้ เป็นเวทีส�ำ คัญในการปลุกระดมทางการเมือง เพือ่ ให้กำ�ลังใจในการต่อสู้ของประชาชนนอกรัฐสภา ดังนั้นการเลือกตั้งที่ ผ่านมาในพม่ามีความสำ�คัญตรงนี้ เพราะเป็นโอกาสทองทีพ่ ลเมืองเชือ้ ชาติต่างๆ ในประเทศพม่า จะแสดงความไม่พอใจกับเผด็จการทหาร และสนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยการเลือกนางอองซานซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(NLD) เข้าสู่สภา อย่างไรก็ตามเราไม่ควรหลงคิดว่าการเลือกตัง้ ในพม่าเป็นก้าว แรกในการ “สร้างประชาธิปไตย” ของผู้มีอำ�นาจในพม่า โดยเฉพาะ ทหาร เพราะมันเป็นเพียงการแสวงหาความชอบธรรมกับอำ�นาจถาวร ของกองทัพพม่าในสังคมเท่านั้น รัฐธรรมนูญปัจจุบันของพม่าร่างมาโดยทหารในปี 2008 เพื่อ ปกป้องอำ�นาจของทหาร เช่นในสภาสูง 110 ที่นั่ง จากทั้งหมด 440 ที่ นั่ง ต้องเป็นนายทหารที่แต่งตั้งโดยกองทัพเองในสภาล่างทหารสำ�รอง 56 ที่นั่งจาก 224 ที่นั่ง และอันนี้ก่อนจะมีการเลือกตั้งที่นั่งที่เหลือ ใน การเลือกตั้งปี 2010 ทหารสร้างสถานการณ์เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งเสรี พรรคทหาร (USDP) เลยได้เสียงส่วนใหญ่ และการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เป็นแค่การเลือกตั้ง “ซ่อม” สำ�หรับเพียง 45 ที่นั่งเอง ซึ่งการเลือกตั้ง ครั้งนี้เต็มไปด้วยการข่มขู่และการโกงโดยทหารเพื่อสนับสนุนพรรค ทหาร ยิ่งกว่านั้นในรัฐธรรมนูญทหารพม่ามีการระบุว่า รัฐบาลที่มา จากการเลือกตัง้ ไม่มสี ทิ ธิค์ วบคุมการทำ�งานของกองทัพ (Tatmadaw) แต่อย่างใด และผู้บัญชาการทหารจะเป็นผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีกลาโหม และรัฐมนตรีที่ดูแลพรมแดน และถ้ากองทัพมองว่า สถานการณ์บ้านเมืองไม่มั่นคง กองทัพสามารถปลดรัฐบาลได้เสมอ

และตัง้ ตัวเองเป็นรัฐบาลแทน นอกจากนีม้ มี าตราต่างๆ ทีอ่ อกแบบเพือ่ เป็นอุปสรรค์ตอ่ การขึน้ มามีอ�ำ นาจของพลเรือนโดยเฉพาะนางอองซาน ซูจี และเพือ่ กดขีช่ นชาติตา่ งๆ ให้ยอมจำ�นนต่ออำ�นาจรวมศูนย์ของชาว พม่า สรุปแล้วการเลือกตัง้ ครัง้ นีใ้ นพม่าเป็น “ละครประชาธิปไตย” โดยเผด็จการทหาร เพื่อสร้างภาพและความชอบธรรมกับตนเอง และ นางอองซานซูจกี ร็ ว่ มมือในละครนี้ โดยอ้างว่าทำ�ไปเพือ่ การ “ปรองดอง” กับทหาร ในไทยสมัยเผด็จการถนอมก็มกี ารเลือกตัง้ ในรูปแบบ “ละคร” เช่นกัน เพราะไม่วา่ คนไทยจะเลือกพรรคไหนเข้าสภา ถนอมมีเสียงส่วน ใหญ่ตงั้ แต่แรกเนือ่ งจากมีการแต่งตัง้ สส. และ สว. จำ�นวนมาก เผด็จการ นี้จบลงเมื่อมีการลุกฮือในวันที่ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ นักวิเคราะห์ฝ่ายขวาที่มีมุมมองว่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง มาจากการกระทำ�ของคนชั้นสูง จะเสนอว่าการเลือกตั้งในพม่าครั้งนี้ เป็น “ก้าวแรก” ในการพัฒนาประชาธิปไตยพม่า โดยกองทัพพม่าผ่าน การกดดันจากตะวันตก แต่นักรัฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายจะเน้นเสมอว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่สงิ่ ทีค่ นข้างบนยกให้ประชาชน และไม่ใช่สงิ่ ทีอ่ อกแบบ โดยชนชั้นปกครองหรือรัฐบาลตะวันตก แต่ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ มวลชนชัน้ ล่างต้องได้มาเองผ่านการต่อสู้ และการต่อสูบ้ างครัง้ เป็นการ ลุกฮือยิ่งใหญ่ เช่น ๑๔ ตุลา หรือการปฏิวัติอียิปต์ หรืออาจเป็นการต่อ สูเ้ ล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนือ่ งโดยสหภาพแรงงาน และขบวนการเคลือ่ นไหว ทางสังคม เพราะตามลำ�พังไม่มชี นชัน้ ปกครองทีไ่ หนทีจ่ ะยอมอาสายก อำ�นาจให้ประชาชนถ้าไม่มีการต่อสู้ ชัยชนะของอองซานซูจีในการได้รับเลือกเป็น สส. จะเป็น ชัยชนะเพื่อประชาธิปไตยต่อเมื่อมันกลายเป็นขั้นตอนแรกในการต่อสู้ นอกรัฐสภาโดยมวลชนคนพม่าและชนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะคนชั้นล่าง ที่เป็นคนจน แต่ถ้ามันแค่นำ�ไปสู่การถกเถียงนามธรรมในรัฐสภา และ การสร้าง “ความปกติ” ทางการทูตระหว่างชนชั้นปกครองพม่ากับ ประเทศอื่น โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างอำ�นาจ เราต้องถือว่ายังเป็นความ พ่ายแพ้ต่อเนื่อง เพราะอย่าลืมว่าในการเลือกตั้งปี 1990 อองซานซูจี เคยชนะขาดลอยและมีสทิ ธิข์ นึ้ มาเป็นผูน้ �ำ ประเทศแทนทหาร แต่ทหาร ไม่เคารพผลการเลือกตั้งครั้งนั้น

ย้ายฐานผลิต วาทกรรมอำพราง // นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 7 ฉบับที่ 9 เมษายน 55  

จอห์งลุก มะลอนเชนอง “คนอันตราย” ที่เรารักของฝ่ายซ้ายฝรั่งเศส หน่ออ่อนของนายทุนในอาณาจักรจีนโบราณ ต้องปฏิวัติการศึกษา เพื่อเสรีภาพทางความคิด...

Advertisement