Page 1

ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน วิชา วิทยาการคํานวณ 2 ระดับมัธยมศึกษาปที่ 1

ของ วัชระ อนันตพทิ ักษกูล

เสนอตอกลุมการบริหารวิชาการ โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี เปนสวนหนึ่งของการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนปการศึกษา 2561 ของรายวิชา วิทยาการคํานวณ 2 กลุม สาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี


ชื่อเรื่อง ชื่อผูวิจัย ปการศึกษา

ความพึ ง พอใจต อ การจั ด การเรี ย นรู แ บบใช ป ญ หาเป น ฐานวิ ช า วิ ท ยาการคํ า นวณ 2 ระดับมัธยมศึกษาปที่ 1 นายวัชระ อนันตพิทักษกูล ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2562 บทคัดยอ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ที่มีตอการเรียนการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน วิชา วิทยาการคํานวณ 2 กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 ภาคเรียนที่ 2 ป การศึกษา 2561 จํานวน 1 หองเรียนจํานวน 38 คน จากการสุมตัวอยางแบบกลุม เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบดวย 1) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีตอการเรียนการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน สถิติที่ใชในการ วิเคราะหขอมูลไดแก คาเฉลี่ย และคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 การ จัดการเรียนการสอนดวยการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานนั้น ความพึงพอใจโดยรวมอยูในระดับดีมาก (µ = 4.54, σ = 0.61)


บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี เปนหนึ่งใน 8 กลุมสาระที่กําหนดไวในหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเปนกลุมสาระที่ชวยพัฒนาใหนักเรียนมีความรู ความเขาใจ มีทักษะที่ จําเปนตอการดํารงชีวิต และรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนําความรูเกี่ยวกับการดํารงชีวิต การงานอาชีพ และ เทคโนโลยีมาประยุกตใชในการทํางานอยางมีความคิดสรางสรรค สามารถเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการ ทํางาน และมีเจตคติที่ดีตอการทํางาน สามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางพอเพียงและมีความสุข จึงมุงพัฒนา นักเรียนแบบองครวมเพื่อใหมีความรูความสามารถ มีทักษะการทํางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและศึกษา ตอไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสําคัญ คือ การดํารงชีวิตและครอบครัว การออกแบบและเทคโนโลยี เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 204) สภาวการณการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศที่มีผลกระทบตอการจัดการศึกษาของประเทศ ชี้ใหเห็นวาประเทศไทยยังตองเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ที่เปนไปอยางรวดเร็ว ซับซอน และคาดการณไดยาก ในขณะที่ผลการจัดการศึกษาของประเทศในทุกระดับยังคงมีปญหา ทั้งในดานคุณภาพของคน ไทยที่ผูเรียนและผูสําเร็จการศึกษาระดับตาง ๆ ที่ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา คุณลักษณะ และทักษะอยูในระดับที่ ยังไมนาพึงพอใจ และกําลังแรงงานของประเทศที่มีสมรรถนะไมสอดคลองกับความตองการของตลาดงานและระบบ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560 : 75) เนื่องจากปจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วในทุกๆ ดานทั้งดานการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การดําเนิน ชีวิต ความกาวหนาของเทคโนโลยีทําใหตองมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อกาสาระตามหลักสูตรควบคูไปกับการพัฒนาทักษะ ใหมๆ ที่จําเปนสําหรับศตวรรษที่ 21 สําหรับการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 สาระวิชาก็มีความสําคัญ แตไมเพียงพอ สําหรับการเรียนรูเพื่อมีชีวิตในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ปจจุบันการเรียนรูสาระวิชา ควรเปนการเรียนจากการคนควาเอง ของศิษยโดยครูชวยแนะนํา และชวยออกแบบกิจกรรมที่ชวยใหนักเรียนแตละคนสามารถประเมินความกาวหนาของ การเรียนรูของตนเองได (ไสว ฟกขาว. 2558 : 1) สืบเนื่องจากการ PLC ของคณะครูกลุมงานสื่อและเทคโนโลยี ในเรื่องของปญหาในการจัดการเรียนการสอน โดยมีกรณีศึกษาคือ เมื่ออยูในหองเรียนสามารถทําตามได แตเมื่อครูสั่งการบานกลับไมสามารถทําได สอดคลองกับ การสังเกตในรายวิชาวิทยาการคํานวณ 2 ซึ่งจากการวิเคราะหทําใหพบวา ผูเรียนยังขาดทักษะที่จําเปนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความจําเปนตอนักเรียนและควรสามารถพัฒนาอยางเรงดวน การศึกษาในศตวรรษที่ 21 เปนการออกแบบวัฒนธรรมการเรียนการสอนที่ใหอํานาจแกผูเรียนเนนผูเรียนเปน ศูนยกลางผานปรัชญาของการ “สอนนอย แตเรียนรูใหมาก” กลาวคือ การที่ครูเปนโคชหรือเปนผูอํานวยการเรียนรู ใหแกผู เรี ยนอัน ทําใหผูเรียนเกิดทักษะของการใฝรูและสามารถเรียนรูไดดวยตนเองอยางไรก็ตามจุดผลิกผัน ทาง การศึกษาในครั้งนี้ของประเทศไทยจะเกิดขึ้นไมไดหากขาดเทคโนโลยีสารสนเทศทางการเรียนรูที่ทรงประสิทธิภาพ และใชงานไดงายและสะดวก (จันทวรรณ ปยะวัฒน, 2555 : 22) การจัดการเรียนการสอนโดยใชปญหาเปนฐานไววา “เปนการจัดสภาพการณของการเรียนการสอนที่ใชปญหา เปนเครื่องมือในการชวยใหผูเรียนเกิดการเรียนรู ตามเปาหมาย โดยผูสอนอาจนําผูเรียนไปเผชิญสถานการณปญหา จริง หรือผูสอนอาจจัดสภาพการณใหผูเรียนเผชิญปญหา และฝกกระบวนการวิเคราะหปญหาและแกปญหารวมกัน


เปนกลุม ซึ่งจะชวยใหผูเรียนเกิดความเขาใจในปญหานั้นอยางชัดเจน ไดเห็นทางเลือกและวิธีการที่หลากหลายในการ แกปญหานั้นรวมทั้งชวยใหผูเรียนเกิดความใฝรู เกิดทักษะกระบวนการคิด และกระบวนการแกปญหาตางๆ (ทิศนา แขมมณี , 2551 : 250) สอดคลองกับไพศาล สุวรรณนอย ซึ่งกลาวไววา การเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problembased learning หรือ PBL) เปนรูปแบบการเรียนรูที่เกิดขึ้นจากแนวคิดตามทฤษฎีการเรียนรูแบบสรางสรรคนิยม (Constructivism) โดยใหผูเรียนสรางความรูใหม จากการใชปญหาที่เกิดขึ้นจริงในโลกเปนบริบทของการเรียนรู (Learning Context) เพื่อใหผูเรียนเกิดทักษะในการคิดวิเคราะหและคิดแกปญหา รวมทั้งไดความรูตามศาสตรใน สาขาวิชาที่ตนศึกษา ไปพรอมกันดวย การเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานจึงเปนผลมาจากกระบวนการทํางานที่ตอง อาศัยความเขาใจและการแกไขปญหาเปนหลัก ถามองในแงของยุทธศาสตรการสอน PBL เปนเทคนิคการสอน ที่ สงเสริมใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติดวยตนเอง เผชิญหนากับปญหาดวยตนเอง จะทําใหผูเรียนไดฝกทักษะในการคิดหลาย รูปแบบ เชน การคิดวิจารณญาณ คิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิดสรางสรรค ฯลฯ (ไพศาล สุวรรณนอย. 2558 : 4) ดวยเหตุผลและปญหาที่ไดกลาวมาขางตนนั้น ผูวิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ที่ ในภาคเรียนที่ 2 ประจําปการศึกษา 2561 เพื่อจะไดนําขอมูลจากการศึกษาและปญหา ขอเสนอแนะตาง ๆ ไปใชเปนแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาในการ จัดการเรียนการสอนใหมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นสามารถตอบสนองความตองการของผูเรียนและผูสอน ไดอยางเต็มที่ตอไป 1.2 วัตถุประสงคของการวิจัย เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี มีตอการเรียนการจัดการ เรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานวิชา วิทยาการคํานวณ 2 1.3 สมมุติฐานของการวิจัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี มีความพึงพอใจตอการเรียนการจัดการเรียนรูแบบใช ปญหาเปนฐานวิชาวิทยาการคํานวณ 2 แตกตางกัน 1.4 ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี มีความพึงพอใจในการเรียนโดยใชการจัดการเรียนรู แบบใชปญหาเปนฐานวิชา วิทยาการคํานวณ 2 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 1.5.1 การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน หมายถึง การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนศูนยกลาง โดย ผูสอนอาจนําผูเรียนไปเผชิญสถานการณปญหาจริง หรือผูสอนอาจจัดสภาพการณใหผูเรียนเผชิญปญหา และฝก กระบวนการวิเคราะหปญหาและแกปญหารวมกันเปนกลุม ซึ่งจะชวยใหผูเรียนเกิดความเขาใจในปญหานั้นอยาง ชัดเจน ทําใหผูเรียนเกิดความใฝรู เกิดทักษะกระบวนการคิด และกระบวนการแกปญหาตางๆ โดยครูเปนผูออกแบบ การเรียนรู ทําหนาที่เปรียบเหมือนโคชและคอยอํานวยความสะดวกใหกับผูเรียน


1.5.2 ความพึงพอใจที่มีตอการเรียนการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานวิชาวิทยาการคํานวณ 2 หมายถึ ง ความรูสึ กชอบ ไม ช อบ พอใจหรือไม พอใจให ต อการจั ดการเรีย นรูแบบใชปญ หาเป น ฐาน นั กเรีย นชั้ น มัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี 1.6 ขอบเขตของการวิจัย 1.6.1 ขอบเขตดานเนื้อหา คือ เนื้อหาวิชาการ วิชา การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่น 1 1.6.2 ตัวแปรตน คือ วิธีการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน 1.6.3 ตัวแปรตาม คือ ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน 1.6.4 ประชากร คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ของโรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ในภาคเรียนที่ 2. จํานวน 295 คน 1.6.5 กลุมตัวอยาง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 หองเรียนที่ 2 ของโรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ในภาคเรียนที่ 2 จํานวน 38 คนคัดเลือกกลุมตัวอยางดวยวิธีการ วิธีการสุมตัวอยางแบบกลุม (Cluster Random Sampling) 1.6.6 ระยะเวลาดําเนินงานวิจัย ตลอดภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2561 1.7 กรอบแนวคิดในการวิจัย ตัวแปรตน

ตัวแปรตาม


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน วิชา วิทยาการ คํานวณ 2 ระดับมัธยมศึกษาปที่ 1 ผูวิจัยไดศึกษา ทฤษฎี งานวิจัย และเอกสารตางๆ ที่เกี่ยวของ ดังนี้ 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวของ

2.1 แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ ความพึงพอใจหรือความพอใจ ตรงกับคําในภาษาอังกฤษวา “Satisfaction” โดยทั่วไปนิยม ทําการศึกษาความพึงพอใจในดานความพึงพอใจของผูปฏิบัติงาน และความพึงพอใจของผูรับบริการ ซึ่งมีนักวิชาการหลายทานไดใหความหมายของความพึงพอใจไวดังนี้ 2.1.1 ความหมายของความพึงพอใจ สุรางค โควตระกูล (2541 : 9) ใหความหมายของความพึงพอใจไววา ความรูสึกทางบวก ความรูสึกทางลบ และความสุขที่มีความสัมพันธกันอยางสลับซับซอนโดยความพึงพอใจจะเกิดขึ้น เมื่อความรูสึกทางบวกมากกวาทางลบ อารี พันธมณี(2546 : 12) กลาววา ความพึงพอใจ คือ ความรูสึกของบุคคลที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความรูสึกพึง พอใจจะเกิดขึ้นก็ตอเมื่อบุคคลไดรับในสิ่งที่ตนเองตองการ หรือเปนไปตามที่ตนเองตองการ ความรูสึกพึงพอใจจะ เกิดขึ้นก็ตอเมื่อบุคคลไดรับในสิ่งที่ตนเองตองการ หรือเปนไปตามที่ตนเองตองการ และความรูสึกดังกลาวนี้จะลดลง หรือไมเกิด ขึ้น ถาหากความตองการหรือเปาหมายนั้นไมรับการตอบสนอง ซึ่งระดับความพึงพอใจจะแตกตางกัน ยอมขึ้นอยูกับองคประกอบ ของการบริการ แนงนอย พงษสามารถ (2549 : 259) ไดใหความหมายของความพึงพอใจวาหมายถึง ทาทีตอสิ่งตาง ๆ 3 อยาง คือ ปจจัยเกี่ยวกับงานโดยตรง ลักษณะเฉพาะเจาะจงของแตละคนและความสัมพันธระหวางกลุมในสิ่งที่อยูนอก หนาที่การงาน พรรณี ชูทัยเจนจิต (2550 : 14) กลาววา ความพึงพอใจเปนความรูสึกในทางบวก ความรู สึ กที่ ดี ที่ป ระทั บ ใจต อสิ่ ง เร า ต า งๆไมวา จะเปน สิ น คา และบริก าร ราคา การจัดจํ าหน าย และการสงเสริ ม การตลาด ปาริชาติ สังขขาว (2551 : 8) ไดใหความหมายของความพึงพอใจวา หมายถึงความรูสึกของบุคคลในทางบวก ความชอบความสบายใจความสุขตอสภาพแวดลอมในดานตาง ๆ หรือ เปนความรูสึกที่พอใจตอสิ่งที่ทําใหเกิดความชอบความสบายใจและเปนความรูสึกที่บรรลุถึงความตองการ นิวคูเมอร (Newcumer. 1995 : 2) กลาววา ความพึงพอใจเกิดจากการตอบสนองความตองการ


คูลเลน (Cullen. 2001 : 664) ไดใหความหมายของความพึงพอใจวา เปนความรับรูของบุคคลทั้งที่เกิดขึ้นใน ระยะสั้นและระยะยาวที่มีตอคุณภาพการบริการตาง ๆ ทั้งในระดับแคบที่เกี่ยวกับลักษณะบริการ ที่มีตอคุณภาพการ บริการ เชน ความรับผิดชอบ ความนาเชื่อถือนาไววางใจ ของผูใหบริการ เปนตน และในระดับกวางที่เปนมุมมองของผูรับบริการที่ไดจากบริการทุกประเภทที่ นําไปเปนขอสรุปรวมความพึงพอใจของผูใชบริการที่มีตอองคกร จากความหมายของความพึ ง พอใจที่ ก ล าวมาข า งต น สรุ ป ได ว า ความพึ ง พอใจ (Satisfaction) หมายถึ ง ความรูสึกชอบ หรือพอใจที่มีตอเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือตอองคประกอบและสิ่งจูงใจในดานตาง ๆ ซึ่งเปนผลมาจาก ความสนใจ สงผลใหมีทัศนคติที่ดีเมื่อไดรับการตอบสนองตามความตองการของตนเอง 2.1.2 วิธีการวัดความพึงพอใจของผูใชบริการ วิธีการวัดความพึงพอใจของผูใชบริการสามารถทําไดหลายวิธี ในการวัดนั้นอาจใชวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือใช หลายวิธีประกอบกัน เพื่อใหผลที่แนนอนขึ้น นักวิชาการไดใหเสนอแนวคิดในการวัดความพึงพอใจของผูใชบริการ ไว ดังนี้ ปรียาพร วงศอนุตรโรจน(2532 : 138 - 140) ไดกลาวไววาการวัดความพึงพอใจแบง แบบวัดตามลักษณะขอความที่ถามออกเปน 2 ลักษณะ คือ 1. แบบสํารวจปรนัย เปนแบบวัดที่มีคําถามและคําตอบใชเลือกตอบ โดยที่ผูตอบตอบตามที่ตนเองมี ความคิดเห็นและความรูสึกเปนขอมูลที่มีการวิเคราะหดวยเชิงปริมาณ 2. แบบสํารวจเชิงพรรณนา เปนแบบสอบถามที่ผูตอบตอบดวยคําพูดและขอเขียนของตนเอง เปน แบบสัมภาษณหรือคําถามปลายเปดใชผูตอบโดยอิสระเปนขอมูลที่ไดในเชิงคุณภาพแบบวัดยังสามารถแบงไดตาม คุณลักษณะของงานเปน 2 ลักษณะ คือ 2.1 แบบวัดความพึงพอใจงานโดยทั่วไป เปนแบบวัดที่วัดความพึงพอใจของบุคคลที่มีความสุขอยู กับงานโดยสวนรวม ตัวอยางแบบวัดชนิดนี้ ไดแก แบบวัดของแฮคแมน และ โอมแฮม (ปรียาพร วงศอนุตรโรจน. 2532 : 138 ; อางอิงมาจาก Hackman and Oldham. 1975 : unpaged) ซึ่งมีขอคําถามเพียง 5 ขอ เปนลักษณะ แบบสอบถามมาตราสวนประมาณคามีขอ 2 และขอ 5 เปนคําถามนิเสธ 2.2 แบบวัดความพึงพอใจเฉพาะเกี่ยวกับงานของแบบวัดนี้เปนการวัดความพึงพอใจในแตละดาน ตัวอยา งแบบวัดชนิดนี้ ไดแก แบบวัดของแฮคแมนและโอลแฮม แบบสอบถามเปน มาตราสวนประมาณคา มีขอ ความคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจในการทํางาน 5 ดาน ไดแก ดานรายได ความมั่นคงในงาน มิตรสัมพันธ ผูบังคับบัญชา และความกาวหนา สาโรช ไสยสมบัติ (2534 : 39) ไดกลาวไววาวิธีการวัดความพึงพอใจตอการบริการอาจกระทําไดหลายวิธี ตอไปนี้ 1. การใชแบบสอบถาม ซึ่งเปนวิธีที่นิยมกันอยางแพรหลายวิธีหนึ่ง โดยการขอรองหรือขอความ รวมมือจากบุคคลที่ตองการวัด แสดงความคิดเห็นลงในแบบฟอรมที่กําหนดคําตอบไวใหเลือกตอบ หรือเปนคําตอบ


อิสระ โดยคําตอบที่ถามอาจจะถามถึงความพึงพอใจในดานตาง ๆ ที่หนวยงานกําลังใหบริการอยู เชน ลักษณะของ การใหบริการ สถานที่ใหบริการ ระยะเวลาในการใหบริการ บุคลากรที่ใหบริการ เปนตน 2. การสัมภาษณเปนอีกวิธีหนึ่งที่ไดทราบถึงระดับความพึงพอใจของผูมาใชบริการซึ่งเปนวิธีการที่ตอง อาศัยเทคนิคและความชํานาญพิเศษของผูสัมภาษณที่จะจูงใจใหผูถูกสัมภาษณตอบคําถามใหตรงกับขอเท็จจริง การ วัดความพึงพอใจโดยวิธีสัมภาษณนับเปนวิธีการที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพมากอีกวิธีหนึ่ง 3. การสังเกต เปนอีกวิธีหนึ่งที่จะทําใหทราบถึงระดับความพึงพอใจของผูมาใชบริการไดโดยวิธีการ สังเกตจากพฤติกรรม ทั้งกอนมารับบริการ ขณะรอรับบริการ และหลังจากการไดรับการบริการแลว เชน การสังเกต กิริยาทาทาง การพูด สีหนา และความถี่ของการมาขอรับบริการ เปนตน การวัดความพึงพอใจโดยวิธีนี้ผูวัดจะตอง กระทําอยางจริงจังและมีแบบแผนที่แนนอนจึงจะสามารถประเมินถึงระดับความพึงพอใจของผูใชบริการไดอยาง ถูกตอง จิรวรรณ ภักดีบุตร (2540 : 183-184) ไดกลาวไววาวิธีการวัดความพึงพอใจของผูใชบริการสามารถทําได หลายวิธีตอไปนี้ 1. การศึกษาคนควาและวิเคราะหจากเอกสาร หนังสือ บทความ รายงานการวิจัยและวิทยานิพนธที่ได มีการศึกษาวิเคราะหไวแลว ผูที่ศึกษาตอนําเอาขอมูลเหลานี้มาศึกษาพิจารณาวามีปจจัยใดบางที่เหมือนและแตกตาง กัน ถาตองทําการศึกษาใหมจะใชวิธีการศึกษาวิธีใดที่เหมาะสมและไดผลการศึกษาที่เปนจริงและนาเชื่อถือได 2. ศึกษาจากสถิติการใชบริการสารสนเทศ โดยนําสถิติผูใชบริการของหองสมุดนั้น ๆ มาวิเคราะห เพื่อใหทราบความพึงพอใจหรือความตองการ เพื่อจะไดจัดหาและวางแผนใหบริการสารสนเทศตามที่ผูใชตองการ 3. การสังเกตผูใชโดยบรรณารักษผูใหบริการอาจสังเกตอยางใกลชิด ตั้งแตผูใชเขามาในสถาบันบริการ สารสนเทศแหงนั้น วิธีการนี้อาจใหขอมูลไดไมชัดเจนและผูใชอาจรูสึกรําคาญที่ถูกสังเกตอยูตลอดเวลา 4. การสัมภาษณผูใชโดยตรง อาจแบงประเภทเปนทางการและไมเปนทางการประเภทที่เปนทางการ คือ การสัมภาษณโดยใชแบบสอบถามเปนแนวซึ่งอาจสัมภาษณผูใชแบบตัวตอตัวหรือแบบกลุมก็ไดประเภทที่ไมเปน ทางการ คือการที่ผูใหบริการสนทนาพูดคุยซักถามกับผูใชเพื่อถามถึงความตองการ ความพึงพอใจ ปญหาที่ประสบ และตองการใหมีการปรับปรุง 5. การสํารวจและวิจัยตามหลักวิชาการ โดยใชแบบสอบถามเปนแนวทางหรืออาจผสมผสานกับ รูปแบบและวิธีการขางตน ในการศึกษาการใชและความพึงพอใจของผูใชนั้นควรมีการวางแผนการสํารวจ ตลอดจน การออกแบบสอบถามเพื่อใหไดขอมูลที่นาเชื่อถือ และสามารถวิเคราะหนําเอาผลการศึกษาไปใชประโยชนได สรุปไดวาวิธีการวัดความพึงพอใจของผูใชบริการทําไดหลายวิธี ซึ่งประกอบไปดวยวิธีตาง ๆดังนี้ การศึกษา ค น คว า จากการวิ เ คราะห สั ง เคราะห สถิ ติ ก ารใช บ ริ ก าร การสอบถาม สั ม ภาษณ และการสั ง เกต อาจจะใช กระบวนการศึกษาอยางเปนระบบเพื่อใหไดผลความพึงพอใจที่นาเชื่อถือ

2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวของ


สุวรรณณา สุขสุมิตร (2559 : บทคัดยอ) การศึกษาคนควาครั้งนี้มีวัตถุประสงค เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ ผูปกครองนักเรียนที่มีตอการจัดการศึกษาของโรงเรียนประถมฐานบินกําแพงแสน อําเภอกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครปฐม เขต 1 กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาคนควา เปนผูปกครอง นักเรีย นของโรงเรี ย นประถมฐานบิ น กํ า แพงแสน จํ า นวน 72 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บ รวบรวมขอมูล ไดแก แบบสอบถามความพึงพอใจเปนแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ ที่มีคาความเชื่อมั่นเทากับ .809 สถิติที่ใชในการ วิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบวา ความพึงพอใจของผูปกครอง นั ก เรี ย นที่ มี ต อ การจั ด การศึ ก ษาของโรงเรี ย นประถมฐานบิ น กํ า แพงแสน อํ า เภอกํ า แพงแสน จั ง หวั ด นครปฐม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครปฐม เขต 1 โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณารายละเอียด เปนรายดานพบวาผูปกครองมีความพึงพอใจอยูในระดับมากและปานกลาง เรียงลําดับจากมากไปหานอยไดดังนี้การ บริหารงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป และการบริหารงานงบประมาณตามลําดับ ธนัชดา อนยะ(2555 : บทคัดยอ) การวิจัยครั้งนี้มีความมุงหมายเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาตอนตน จากการสอนของครูโรงเรียนราชวินิตสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ใน 4 ดาน คือ ดาน ครูผูสอน ดานวิธีสอน ดานสื่ออุปกรณการสอน และดานวัดผลประเมินผล ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ เปนนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตนภาคเรียนที่ 1 ป การศึกษา 2554 จํานวน 140 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวม ขอมูลเปนแบบสอบถามแบบ มาตราสวนประมาณคา 3 ระดับ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย และสวน เบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา 1. นักเรียนระดับชั นมัธยมศึกษาตอนตนมีความพึงพอใจจาก การสอนของครูโรงเรียน ราชวินิตสุวรรณภูมิ โดยรวมอยูในระดับมาก (µ = 2.80, σ = 0.12) 2. นักเรียนระดับชั น มัธยมศึกษาตอนตนมีความพึงพอใจใน 4 ดาน ตามลําดับ ดังนี้ ดานวัดผลและประเมินผล (µ = 2.84, σ = 0.15) ดานสื่อ อุปกรณการสอน (µ = 2.82, σ = 0.17) ดานวิธี สอน (µ = 2.77, σ = 0.18) และดานครูผูสอน (µ = 2.73, σ = 0.19)


บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน วิชา วิทยาการคํานวณ 2 ระดับ มัธยมศึกษาปที่ 1โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนราชวินิต นนทบุ รี มีต อการเรีย นการจัดการเรียนรูแบบใชปญ หาเปนฐานวิชา วิทยาการคํานวณ 2ซึ่งในบทนี้ จะกลาวถึง ประชากรและกลุมตัวอยางเครื่องมือที่ใชในการวิจัยการสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัยการเก็บรวบรวมขอมูลการ วิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใชในการวิจยั ตามลําดับดังนี้ 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง 2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย 3. การสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมขอมูล 5. การวิเคราะหขอมูล 6. สถิติที่ใชในการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุมตัวอยาง กก 3.1.1 ประชากร กกกกกกกกประชากรที่ใชในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชา วิทยาการคํานวณ 2 ภาค เรียนที่ 2 ปการศึกษา 2561 จํานวน 8 หองเรียน รวมทั้งสิ้น 295 คน กกกก 3.2.2 กลุมตัวอยาง กกกกกกกกกลุมตัวอยางการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชา วิทยาการคํานวณ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2561 จํานวน 1 หองเรียน จํานวน 38 คนซึ่งไดมาโดยวิธีการสุมตัวอยางแบบกลุม (Cluster Random Sampling) 3.2 เครื่องมือที่ใชในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชเครื่องมือประกอบดวย แบบสอบถามความพึงพอใจตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน วิชา วิทยาการคํานวณ 2 3.3 การเก็บรวบรวมขอมูลและการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยไดกําหนดขั้นตอนการสรางเครื่องมือวิจัย มีรายละเอียดดังตอไปนี้ ขั้นที่ 1 ศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการจัดการเรีย นรู เพื่อเปนแนวทางในการสรา ง แผนการจัดการเรียนรูตามหลักสูตร และมาตรฐานตัวชี้วัดขอบเขตเนื้อหาขอ วิชาวิทยาการคํานวณ 2 ขั้น ที่ 2 ทํ าการออกแบบรู ป แบบการจัดการเรีย นรูแบบใชปญ หาเปน ฐาน โดยวิเคราะหโ ครงสรางเนื้อหา กําหนดเนื้อหา ออกแบบวิธีการเรียนรูตามรูปแบบการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน ขั้นที่ 3 สรางแบบประเมินความพึงพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ


ขั้น ที่ 4 นํ า แบบประเมิน ความพึ งพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ ที่ส รางแลวไปใหผูเชี่ย วชาญ ตรวจสอบ เพื่อทําการปรับปรุงแกไขขอบกพรองของแบบประเมินความพึงพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ และนําไปใชกับกลุมตัวอยาง ผูวิจัยไดกําหนดขั้นตอนในการเก็บรวบรวมขอมูลไวดังนี้ 1. ชี้แจงถึงขอกําหนดที่ไดทําขึ้นและตกลงกับนักเรียนใหเขาใจ 2. จัดรูปแบบการเรียนรู วิชาวิทยาการคํานวณ 2 ใหกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โดยใชกลุมตัวอยางเดียว 3. ดําเนินการเรียนการสอนตามปกติ โดยใชขอกําหนดที่ไดตกลงไวกับนักเรียน 4. ทําการบันทึกผลการประเมินความพึงพอใจที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานที่จัดทําขึ้น 5. สรุปผลการประเมินความพึงพอใจที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานเพื่อรายงานผลการทําวิจัย ในชั้นเรียนในการแกปญหาของนักเรียนตอไป 3.4 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ในการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอร ดังนี้ 1. หาคาสถิติพื้นฐาน โดยใชคาเฉลี่ย รอยละ และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (พรรณี ลีกิจวัฒนะ. 2555: 245) ของคะแนนที่ไดจากการประเมินความพึงพอใจที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน 1.1 คาเฉลี่ย ΣX µ = n เมื่อ µ แทน คาเฉลี่ย Σ X แทน ผลรวมของผลคะแนน 𝑛 แทน จํานวนนักเรียน 1.2 รอยละ

เมื่อ

pct แทน ni แทน nt แทน

pct =

สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลคะแนนนักเรียน คาเฉลี่ยของผลคะแนน

ni × 100 nt


1.3 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน σ=� เมื่อ

σ Σ X µ N

แทน แทน แทน แทน แทน

Σ(𝑋 − µ) N

สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลรวม คะแนนแตละตัวในชุดขอมูล คาเฉลี่ยของคะแนนในชุดขอมูล จํานวนขอมูลทั้งหมด (ขนาดของประชากร)


บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิจัยครั้งนี้เปนการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ2 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน มีดวยใช Quiz ผาน Google Form ตาม แบบประเมินที่สรางขึ้น โดยผูวิจัยนําขอมูลที่ไดมาวิเคราะหผลทางสถิติ และนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลดังตอไปนี้ 4.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 โรงเรียน ราชวินิต นนทบุรีที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน ตารางที่ 4.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ2 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน รายการ

ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด

1. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานสนับสนุนใหมีการ แสวงหาความรูเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูตางๆ 2. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานชวยใหนักเรียนเกิด ความเขาใจในบทเรียนมากขึ้น 3. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานทําใหมีความรับผิดชอบ มากขึ้น เพราะตองติดตามการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ตลอดเวลา 4. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานทําใหมีการติดตอสื่อสาร เกิดขึ้นไดตลอดเวลา ระหวางผูสอน และผูเรียน 5. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานสามารถสรางบรรยากาศ ในหองเรียนใหนาสนใจ 6. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานเปนการกระตุนให นักเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนการสอน 7. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานทําใหทราบถึงผล ความสําเร็จและความกาวหนาของผูเรียน

มาก

ปานกลาง

นอย

นอยที่สุด

65.79 % 28.95 % 5.26 %

0%

0%

63.16 % 31.58 % 5.26 %

0%

0%

55.26 % 34.21 % 10.53 % 0 %

0%

55.26 % 36.84 % 7.89 %

0%

0%

63.16 % 34.21 % 2.63 %

0%

0%

55.26 % 39.47 % 5.26 %

0%

0%

65.79 % 26.32 % 7.89 %

0%

0%


จากตาราง 4.1 วิเคราะหผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการ คํานวณ 2 โรงเรียนราชวินิต นนทบุรี ใน 7 ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานคือ สนับสนุนใหมีการแสวงหาความรูเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูตางๆ ที่ผูสอนเตรียมไวให , ชวยใหนักเรียนเกิดความ เขาใจในบทเรียนมากขึ้น , ทําใหมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะตองติดตามการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ตลอดเวลา , ทํา ใหมีการติดตอสื่อสารเกิดขึ้นไดตลอดเวลา ระหวางผูสอน และผูเรียน , สามารถสรางบรรยากาศในหองเรียนให นาสนใจ , การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานเปนการกระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนการสอน และ ทําใหทราบถึงผลความสําเร็จและความกาวหนาของผูเรียน ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ เปนนักเรียนระดับชั้น ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 จํานวน 38 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเปนแบบ ประเมินความพึงพอใจแบบ มาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย และสวน เบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา 1. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานสนับสนุนมีความพึงพอใจ โดยรวมอยูในระดับดีมาก (µ = 4.54, σ = 0.61) 2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 มีความพึงพอใจใน 7 ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานตามลําดับ ดังนี้ สนับสนุนให มีการแสวงหาความรูเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูตางๆ( µ = 4.61, σ = 0.59) สามารถสรางบรรยากาศในหองเรียน ใหนาสนใจ (µ = 4.61, σ = 0.59) ชวยใหนักเรียนเกิดความเขาใจในบทเรียนมากขึ้น (µ = 4.58, σ = 0.60) ทําให ทราบถึงผลความสําเร็จและความกาวหนาของผูเรียน (µ = 4.58, σ = 0.64) กระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมใน กระบวนการเรียนการสอน (µ = 4.50, σ = 0.60) ทําใหมีการติดตอสื่อสารเกิดขึ้นไดตลอดเวลา ระหวางผูสอน และ ผูเรียน (µ = 4.47, σ = 0.65) และทําใหมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะตองติดตามการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ตลอดเวลา ( µ = 4.45, σ = 0.66)


บทที่ 5 สรุปผล อธิปรายผล และขอเสนอแนะ 5.1สรุปผลการวิจัย การวิจัยนี้เปนการวิจัยเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบ ใชปญหาเปนฐาน สรุปผลได ดังนี้ ผลการประเมินการใชความพึงพอใจของนักเรียนชั้นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใช ปญหาเปนฐานพบวา ความพึงพอใจโดยรวมอยูในระดับดีมาก 5.2อภิปรายผลการวิจัย จากผลการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใช ปญหาเปนฐาน สามารถอภิปรายผลการวิจัยได ดังนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 โรงเรียนราช วินิต นนทบุรี ใน 7 ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานคือ สนับสนุนใหมีการแสวงหา ความรูเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูตางๆ ที่ผูสอนเตรียมไวให , ชวยใหนักเรียนเกิดความเขาใจในบทเรียนมากขึ้น , ทํา ใหมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะตองติดตามการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ตลอดเวลา , ทําใหมีการติดตอสื่อสารเกิดขึ้นได ตลอดเวลา ระหวางผูสอน และผูเรียน , สามารถสรางบรรยากาศในหองเรียนใหนาสนใจ , การจัดการเรียนรูแบบใช ปญหาเปนฐานเปนการกระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนการสอน และ ทําใหทราบถึงผลความสําเร็จ และความกาวหนาของผูเรียน ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ เปนนักเรียนระดับชั้นปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ที่เรียนวิชา วิทยาการคํานวณ 2 จํานวน 38 คน เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลเปนแบบประเมินความพึงพอใจแบบ มาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย และสวน เบี่ยงเบน มาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา 1. การจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานสนับสนุนมีความพึงพอใจ โดยรวมอยูในระดับ ดีมาก (µ = 4.54, σ = 0.61) 2. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาการคํานวณ 2 มีความพึงพอใจ ใน 7 ประเด็นสําคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานตามลําดับ ดังนี้ สนับสนุนใหมีการแสวงหา ความรูเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูตางๆ( µ = 4.61, σ = 0.59) สามารถสรางบรรยากาศในหองเรียนใหนาสนใจ (µ = 4.61, σ = 0.59) ชวยใหนักเรียนเกิดความเขาใจในบทเรียนมากขึ้น (µ = 4.58, σ = 0.60) ทําใหทราบถึงผล ความสําเร็จและความกาวหนาของผูเรียน (µ = 4.58, σ = 0.64) กระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียน การสอน (µ = 4.50, σ = 0.60) ทําใหมีการติดตอสื่อสารเกิดขึ้นไดตลอดเวลา ระหวางผูสอน และผูเรียน (µ = 4.47, σ = 0.65) และทําใหมีความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะตองติดตามการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ตลอดเวลา ( µ = 4.45, σ = 0.66)


จากผลการวิ จัย ดั งกลา วขา งต น จะเห็น ไดวาความพึงพอใจของนักเรีย นชั้น มัธ ยมศึกษาปที่ 1 ที่เรีย นวิช า วิทยาการคํานวณ 2 การจัดการเรียนการสอนดวยการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานนั้น ความพึงพอใจโดย รวมอยูในระดับดีมาก (µ = 4.54, σ = 0.61) ดังนั้นจึงสามารถจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐานได 5.3 ขอเสนอแนะจากผลการวิจัย 1. ในการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน ครูผูสอนควรศึกษาทฤษฎีตางๆใหรอบคอบ และวางแผน การสอนใหรัดกุม 2. ในการนําแผนการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน ไปใชครูไมควรชี้นําคําวา ทําไมทําแคนี้ไมได ศึกษาเองสิ เปนตน เพราะจะทําใหผูเรียนขาดความกระตือรือรนในการเรียน 5.4 ขอเสนอเพื่อการวิจัยในครั้งตอไป 1. ควรศึกษาการเปรียบเทียบสัมฤทธิ์ทางการเรียนดวยการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน 2. ในการการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน ควรศึกษาตัวแปรอื่นๆ เพิ่มเติมดวย เชน พฤติกรรม ความรับผิดชอบของนักเรียน เปนตน


บรรณานุกรม จันทวรรณ ปยะวัฒน. 2555. จับกระแสการพัฒนาครูในศตวรรษที่ 21 : ขอคิดและทิศทางเพื่อการพัฒนาครูไทย. [Online]. เขาถึงไดจาก : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/3. ทิศนา แขมมณี. 2559. ศาสตรการสอน. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย แน ง น อ ย พงษ ส ามารถ. 2557. ความพึ ง พอใจของนั ก ท อ งเที่ ย วชาวไทยที่ มี ต อ โรงแรมขนาด3ดาวในเขต กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พรรณี ลีกิจวัฒนะ. 2558. วิธีการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : มีน เซอรวิส ซัพพลาย. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. 2556. หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ : เฮาส ออฟ เคอรมิสท. สุรางค โควตระกูล. 2549. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อารี พันธมณี. 2546. จิตวิทยาสรางสรรคการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : ใยใหม ครีเอทีฟ กรุป


ภาคผนวก


ภาพที่ 1 แสดงการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน PBL (Problem-based Learning)


ภาพที่ 2 แสดงการศึกษาปญหาของผูเรียนและทําวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแกปญหา


ภาพที่ 3 แสดงผลการเปนเมินความพึงพอใจที่มีตอการจัดการเรียนรูแบบใชปญหาเปนฐาน PBL (Problem-based Learning)

Profile for Watchara Ananpitukgoon

ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน วิชา วิทยาการคำนวณ 2 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1  

Advertisement