Issuu on Google+

Chapter 3 ระยะที 1:การวางแผนโครงการ การกําหนดปัญหาและการศึกษาความเป็ นไปได้

วิชา การวิเคราะห์และออกแบบระบบ อาจารย์วลัยนุช สกุลนุ ้ย

1


Topics การกําหนดปัญหา การศึกษาความเป็ นไปได้ การบริ หารโครงการ การระบุกําหนดการโครงการ (Project schedule) แผนภู มิแกนต์ (Gantt Chart) เพิ ร์ตและซีพีเอ็ม (PERT and CPM)

2


การกําหนดปัญหา (Problem Definition) การวางแผนโครงการ จั ด เป็ นระยะแรกที สํ า คั ญ ต่ อ ระบบงาน นักวิเคราะห์ระบบจะต้องทําการศึกษาถึงป ั ญหา และความเป็ นไปได้ในแง่มุม ต่างๆ จากนั นก็จ ั ดทํารายงานข้อเสนอ (Proposal) ป ั จจั ยทีส่งผลต่อความต้องการเพือพั ฒนาระบบใหม่ ซึงประกอบด้วย 1. ผู้ใช้งานร้องขอให้ปรั บปรุงระบบใหม่ 2. ผู้บริหารระดั บสูงต้องการพั ฒนาระบบใหม่ 3. ป ั ญหาและข้อผิดพลาดของระบบงานป ั จจุบ ั น 4. แรงผลั กดั นจากภายนอก ส่งเสริมให้ต้องมีการปรั บปรุงระบบ 5. ส่วนงานบริการสารสนเทศแนะนําให้มีการปรั บปรุงระบบ

3


การกําหนดปัญหา (Problem Definition) การวิเคราะห์และออกแบบระบบ เริมขึนเมื อบุคคลในองค์กรได้พบป ั ญหา หลายอย่ า งจากงานที ดํ า เนิ น การอยู่ เ ป็ นประจํ า ซึ งได้ ส่ ง ผลกระทบต่ อ กระบวนการทํางาน การตรวจสอบป ั ญหาสามารถดําเนินการได้ด้วยวิธีพืนฐาน ง่ายๆ 2 ประการคือ 1. การตรวจสอบป ั ญหาจากการปฏิบ ั ติงานเป็ นการตรวจสอบป ั ญหาที เกิดขึ น จากการปฏิบ ั ติงานทีดําเนินการอยู่เป็ นประจํา ประกอบด้วยรายละเอียด ของป ั ญหาด้านต่างๆ ดั งนี การทํางานให้เสร็จสมบูรณ์ เป็ นไปด้วยความล่าช้า มีข้อผิดพลาดสูง การทํางานไม่ถูกต้อง การทํางานไม่สมบูรณ์ การไม่บรรลุว ั ตถุประสงค์ตามทีต้องการ 4


การกําหนดปัญหา (Problem Definition) 2. การสั งเกตพฤติกรรมของพนักงาน ในการปฏิบ ั ติงานว่าเป็ นอย่างไร ซึงประกอบไปด้วยรายละเอียดของป ั ญหาในด้านต่างๆ ดั งนี พนักงานมีอ ั ตราการเจ็บป่ วยสูง พนักงานไม่พึงพอใจในงานทีดําเนินการอยู่ ความกระตือรือร้นในการทํางานมีตํ า อั ตราการลาออกของพนักงานมีสูง

5


การกําหนดปัญหา (Problem Definition) ส่วนในด้านการปรั บปรุงแก้ไข เพือลดป ั ญหาทีเกิดขึ น สามารถทําได้โดย เพิมความเร็วของกระบวนการทํางาน เพิมความกระชั บของกระบวนการ ลดข้อผิดพลาดจากการอินพุตข้อมูล ลดความซําซ้อนของอุปกรณ์จ ั ดเก็บข้อมูล ลดความซําซ้อนขอเอาต์พุต ปรั บปรุงระบบให้ดีข ึ น ปรั บปรุงการทํางาน สภาพแวดล้อม เพือให้พนักงานมีความพึง พอใจสูงขึ น

6


การศึกษาความเป็ นไปได้ การศึกษาความเป็ นไปได้ในประเด็นต่างๆ ดั งนี 1. ความเป็ นไปได้ทางเทคนิ ค (Technical feasibility) การพิจารณาว่าวิธีการแก้ไขป ั ญหาหนึ งๆ หากนํามาใช้แล้วจะเหมาะสมกับ ความชํ า นาญ/ประสบการณ์ ข องบุ ค ลากรของบริษัท เพีย งใด ต้อ งฝึ ก อบรม เพิมเติมหรือไม่ บุคลากรพอทีจะปรับตัวเพิมพูนความรู้ เพื อปฏิบ ัติงานด้วย วิธีการใหม่มากน้อยเพียงใด การพิจารณาถึงฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์ หากวิธีการแก้ไขป ั ญหาต้องจัดหา ฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์ใหม่หมดไม่สามารถใช้ของเดิมได้ หรือมิสามารถติดตั ง เพิมเติมกั บสิ งเดิมได้หรือหากใช้งานร่วมกั นได้ ใช้ได้มากน้อยเพียงใด เป็ นต้น การบริการ/ปรึกษา จากหน่ วยภายนอก เช่น เทคนิค/วิธีการแก้ป ั ญหาหนึงๆ มีหน่ วยงานภายนอกในการบริการ ทั งวิชาการ เทคนิค ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เหล่านั นมากน้อยเพียงใด 7


การศึกษาความเป็ นไปได้ 2. ความเป็ นไปได้ทางการปฏิ บ ั ติงาน (Operational feasibility)  การพิจารณาว่าวิธีการแก้ป ั ญหานั นๆเพิมประสิ ทธิภาพในการปฏิบ ัติงาน ของผู้ใช้สะดวกสบาย ปลอดภัยมากขึ น จากเดิมเพียงใด  การเพิมผลผลิต วิธีการหนึงๆ ช่วยให้สามารถเพิมผลผลิตหรือให้สามารถ ให้บริการแก่ลูกค้าในปริมาณทีมากขึ นในช่วงเวลาเท่ากั นเพียงใด  สั มพั นธภาพระหว่างผู้ให้และผู้ใช้บริการ เป็ นระดั บใด เช่นลูกค้าพึงพอใจ ในการบริการของผู้ให้บริการมากน้อยเพียงใด

8


การศึกษาความเป็ นไปได้ 3. ความเหมาะสมทางเศรษฐกิ จ (Economic feasibility)  พิจารณาถึงค่าใช้จ่ายของโครงการหรือวิธีแก้ป ั ญหาทีเลือก(Project cost) ใช้ ต้นทุนมากน้อยเพียงใด  การพิจ ารณากําหนดผลประโยชน์ (Benefit) ทีจะได้ห ลังจากปรับ เปลียน/ พั ฒนาระบบงาน ตามวิธีทีเลือกเป็ นเท่าใดจากเรืองใดบ้างเป็ นต้น 4. ความเหมาะสมอืนๆ ได้แก่ บรรทัดฐานของสั งคม ขนบธรรมเนียบประเพณี วัฒนธรรม ของสิงแวดล้อม วิธีก ารแก้ไ ขป ั ญหาหนึ งๆ สอดคล้อ งกับ ประเพณี วัฒ นธรรม ของสัง คมที แวดล้อมอยู่เพียงใด 5. ความเหมาะสมด้านกําหนดการ (Schedule feasibility) การพิจารณาความเหมาะสมของเวลาทีต้องใช้ในการพัฒนาระบบงานของแต่ ละทางเลือกว่าทั นต่อความต้องการขององค์กรมากน้อยเพียงใด 9


การบริ หารโครงการ การจั ดการ/บริ หารโครงการ  ภาระในการจั ดการ บริหารโครงการ ได้แก่ - การวางแผน (Planning) ได้แก่ การกําหนดกิจกรรม ขั นตอน ระยะเวลา งบประมาณ ทรั พยากร ทีต้องใช้ในแต่ละขั นตอน - บุคลากร (Staffing) ได้แก่การพิจารณาจัดสรรมอบหมาย ประเภท/จํานวน บุคลากรให้แก่กิจกรรมต่างๆ - การจั ดโครงสร้างบริหารโครงการ(Organizing) เป็ นการจั ดแบ่งแผนภูมิการ บั งคั บบั ญชา ภาระงานความรั บผิดชอบของบุคคลต่างๆ ภายในสายงานต่างๆ - การควบคุมสั งการ(directing) เป็ นการแจกแจงอํานาจบังคับบัญชา ความ ขึ นตรงต่อกั นและกั น เพือช่วยให้การสั งการ การรายงานผล เป็ นไปตามลําดั บชั น ชั ดเจน 10


การบริ หารโครงการ  บุคคลทีเกียวข้องในการบริหารโครงการ น อก จ า ก ผู้ ป ฏิ บ ั ติ ง า น ใ น โ ค ร ง ก า ร เช่ น นั ก วิ เ ค ร า ะ ห์ ร ะ บ บ ง า น ผู้พ ั ฒนาโปรแกรม ฯลฯ แล้วยั งต้องมีผู้บริหารโครงการเพือให้โครงการดําเนินไป ด้วยดี บุคลากรดั งกล่าวได้แก่ - ผู้จ ัดการโครงการ (Project manager) ส่วนมากจะเป็ นสมาชิกของ หน่วยงานสารสนเทศ หากเป็ นโครงการขนาดเล็กอาจใช้นักวิเคราะห์ระบบหรือ ผู้พ ัฒ นาโปรแกรม ทํางานร่ วมกันหรือ อาจเป็ นบุ คคลเดียวกัน ทํา หน้ าทีเป็ น ผู้จ ั ดการโครงการ - ผู้ประสานโครงการ (Project coordinator) ส่วนมากมาจากผู้ใช้งาน ระบบ หรือผู้จ ัดการจากหน่ วยงานทีเกียวข้องกับโครงการ ทําหน้าทีร่วม ตัดสิน พิจารณาบริหารโครงการ ช่วยเจรจาต่อรองประสานกั บผู้เกี ยวข้อง เพื อหาข้อยุติ และลดข้อขั ดแย้งต่างๆ 11


การบริ หารโครงการ การวางแผนโครงการ (Project Planning) เป็ น ภารกิจ เพื อเตรีย มการ เตรีย มความพร้ อ มเพื อประมาณการ เวลา ค่าใช้จ่าย บุคลากร ให้พร้อมก่อนเริมดําเนินการกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย - การระบุกิจกรรมที ต้องกระทํา - การกําหนดความต่อเนื อง ลําดับ ขั นตอน การดําเนินการกิจกรรมต่างๆ ประมาณการเวลาของแต่ละกิจกรรม เครื องมือ กําลังคน งบประมาณ ในแต่ละ กิจกรรม - คํานวณหา(ประมาณการ) ค่าใช้จ่าย เวลา เครื องมือ กําลังคน ของทั ง โครงการ - จัดทําเอกสารสรุ ป เพื อช่วยในการบริหาร ประสานงานโครงการ การ ควบคุมขั นตอนการดําเนินการ 12


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) การกําหนดกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ มั กพบว่าบางกิจกรรมเป็ นอิสระ บาง กิจ กรรมไม่ เป็ น อิสระต้อ งรอคอยกิจ กรรมอื นเสร็จก่ อ นเป็ น ต้น บางกิจ กรรม สามารถดําเนินการแบบคู่ขนานไปพร้อมๆกันได้ การกํา หนดขั นตอน ความ ต่อเนื อง ลําดั บในการกระทํากิจกรรมหนึง อาจจะต้องพิจารณาปรับแก้จนกว่าจะ ถูกต้องครบถ้วน แผนภูมิแกนต์ (Gantt Chart) การแสดงกําหนดการของโครงการทีช่วยในการแสดงภาพกิจกรรมต่างๆ หรือ เป็ น เครื องมือที ใช้ในการวางแผนขั นตอนต่ างๆ และกําหนดเวลาในการ ทํางานของโครงการ

13


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนการทํางาน

2552 ม.ค ก.พ มี.ค เม.ย.

พ.ค มิ .ย

ก.ค ส.ค ก.ย.

รวบรวมปัญหาและศึกษา ความเป็ นไปได้ วิ เคราะห์ระบบ ออกแบบระบบ เขียนโปรแกรมตามที ออกแบบไว้ ทดสอบระบบและแก้ไขความ ผิ ดพลาด ติ ดตั งระบบ จั ดทําเอกสารและคู่มือระบบ

14


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) กิจกรรม A B C D E F G H I J

กิจกรรมทีต้ องเสร็จก่อน B A,C D C F F B E,G,H

เวลา(สั ปดาห์ ) 3 5 3 4 8 2 4 2 5 3

ภาพแสดงตัวอย่างตารางการดําเนินงานของระบบงานหนึง

15


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ภาพแสดงตัวอย่างตารางการดําเนิ นงานของระบบงานหนึ ง ทีแสดงถึง กิจกรรมต่างๆ ทีต้องดําเนินการ อธิบายได้ว่า กิจกรรมA ถูกกําหนดไว้เป็ นงาน ชินแรกทีต้องทํา ต่อไปคือกิจกรรมB, C, D เรียงลําดั บไปเรื อยๆ นอกจากนีบาง กิจกรรมจะสามารถดําเนินงานได้ ก็ต่อเมื อกิจกรรมส่วนอื นต้องดําเนินการเสร็จ สิ นก่อนแล้วเท่านั น โดยจะเห็นได้ว่า กิ จกรรม A และ B สามารถดําเนิ นการพร้อมกันได้ เนื องจากเป็ นอิ สระกั น ในขณะที กิ จกรรม C จะดําเนิ นการได้ก็ต่อเมือกิ จกรรม B ทําเสร็จสิ น เสียก่อน หรือ กิ จกรรม D จะดํา เนิ นการได้ ก็ต่อ เมือกิ จกรรม A และ C ได้ ดํ าเนิ นการเสร็ จสิ นพร้อมกั น เป็ นต้น 16


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule)

แผนภูมิแบบแกนต์ (Gantt Chart)

17


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) เพิ ร์ ตและซีพีเอ็ม (PERT and CPM) จุดเด่นของ PERT/CRM คือ การคํานวณหาเส้นทางวิกฤติในการดําเนินกิจกรรม ทํา ให้ผู้บริหารโครงการคํานวณหาเวลาได้หลายลักษณะ เช่น เวลาที เร็วที สุดของแต่ละ กิจกรรม (Time Earliest : TE) เวลาที นานที สุดของแต่ละกิจกรรม(Time Latest : TL) เป็ นต้น ผั งแผนภู มิวิกฤติ (Pert/Cpm) การแสดงขั นตอนแบบ Pert/Cpm จะใช้ส ั ญลั กษณ์แทนกิจกรรมดั งนี Node

TE

เวลาทีใช้ในการทํากิจกรรมนีเร็วสุดแทนด้วย TE)

TL

เวลาทีใช้ในการทํากิจกรรมนีนานสุด(TL) หมายเลขกิจกรรม(อาจแสดงลําดั บหรือไม่แสดงลําดั บกิจกรรม)

18


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) เวลาทีใช้ในการทํางานแต่ละกิ จกรรมหนึ งๆ จะถู กพิ จารณา คํานวณจากสูตร 2

3 1

เวลาระหว่างกิจกรรม = (เวลาทีจะเสร็จเร็วสุด +(4 x เวลาเฉลีย) + เวลาทีใช้นานสุด) 6 ตัวอย่ าง เช่น กิจกรรมหนึ งใช้เวลาเร็วสุดภายใน 20 วัน ใช้เวลานานทีสุดในการ ดําเนินการ 34 วั น และเวลาเฉลีย 24 วั น ดั งนั น เวลาระหว่างกิ จกรรม = (20+(4*24)+34)/6 = 25 วั น

19


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) สั ญลั กษณ์ต่างๆ และความหมายทีใช้ในPERT สัญลักษณ์

1 3

ความหมาย

1

จุดเชื อมต่อหรือ โหนด(Node) ทีแสดงถึงเหตุการณ์ต ั งแต่เริมต้นโครงการ จนกระทั งจบโครงการ

A

เส้นตรงทีเชือมต่อระหว่างโหนด แสดงถึงกิจกรรมหรืองานทีทํา ส่วนหั วลูกศรคือจุดเสร็จสินของกิจกรรมหรืองานนั น

2 4

เส้นประทีเชื อมต่อระหว่างโหนด แสดงถึงกิจกรรมหรืองานสมมุติ ซึงเป็ นกิจกรรมทีไม่มีต ั วตนในโครงการ แต่จําเป็ นต้องใส่ไว้เพือให้ถูกต้องกั บความเป็ นจริง

20


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) กิจกรรม A B C D

กิจกรรมที ต้องเสร็ จก่อน A A B,C

3 B 1

A

2

D C

5

4

21


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) กิจกรรม

A B C D E

กิจกรรมที ต้องเสร็ จก่อน

A B C,D

2

C

4

A E

1 B

3

D

6

5

22


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) กิจกรรม

A B C D

กิจกรรมที ต้องเสร็ จก่อน

A A,B

2

C

4

A 1

D

5

B 3

23


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) PERT เส้นทางทีแสดงค่าความแตกต่างระหว่างเวลาทีใช้ในการทํากิจกรรมเร็วทีสุด และช้าทีสุด เท่ากับ 0 เส้นทางนี จะเป็ นเส้ นทางวิ กฤติ ซึงมิอาจล่าช้าได้ ผู้บริหารจะต้องควบคุมการทํางานของ กิจกรรมต่างๆ บนเส้นทางวิกฤติ (critical path) อย่างเข้มงวดทีสุด เพราะหมายถึงความล่าช้าของ โครงการโดยตรง ตั วอย่างการคํานวณหาเวลาวิกฤติของโครงการดั งนี

การวางแผนโครงการ (Project Planning) ตั วอย่าง การรวบรวมโครงการพบว่ามี กิจกรรมที ต้องดําเนินการดั งนี กิ จกรรม เวลาทีจะเสร็ จเร็ วทีสุด-เวลาเฉลีย-เวลา ทีใช้นานทีสุด

ขึนกั บ กิ จกรรม

ประเภท

T1

(1,2,3)

-

T2

(1,4,7)

T1

ศึกษาและวิ เคราะห์ป ั ญหา ทีเกียวข้องกั บระบบ การออกแบบระบบ

T3

(2,3,10)

T1

การพั ฒนาระบบ

T4

(2,3,4)

T2

T5

(4,5,12)

T3

T6

(2,5,8)

T4, T5

การทดสอบและปรั บปรุง ระบบ ติดตั งระบบและอบรมการ ใช้โปรแกรมให้ก ั บผู้ใช้ จั ดทําเอกสารคู่มือ

24


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนที1 จั ดทําผั งกิจกรรม ของผั งกิจกรรมทีจัดทําขึนพร้อมกําหนดระยะเวลาทีจะเสร็จ เร็วสุด เวลาเฉลีย เวลาทีใช้นานทีสุด 3 T4,(2,3,4) T2,(1,4,7)

5

1 T1,(1,2,3) 2 T3,(2,3,10)

T6,(2,5,8)

4 T5,(4,5,12)

7

6

ภาพแสดงผั งกิจกรรมพร้อมเวลาประมาณการ

25


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนที2 คํานวณเวลาทีน่าจะเป็นสูงสุด (เวลาระบุข้างกิจกรรม) T4,3 3 5 T2,4

1

T1,2

2

T6,5

7

T3,4

4

6 T5,6 ภาพแสดงผั งกิจกรรมพร้อมเวลาระบุข้างกิจกรรม สูตร เวลาระหว่างกิ จกรรม = (เวลาทีจะเสร็ จเร็ วสุด + (4 x เวลาเฉลีย) + เวลาทีใช้นานสุด) 6

T1,(1,2,3) = (1+(4*2)+3)/6 เท่ากั บ 2 T2,(1,4,7) = (1+(4*4)+7)/6 เท่ากั บ 4 T3,(2,3,10) = (2+(4*3)+10)/6 เท่ากั บ 4

T4,(2,3,4) = (2+(4*3)+4)/6 เท่ากั บ 3 T5,(4,5,12) = (4+(4*5)+12)/6 เท่ากั บ 6 T6,(2,5,8) = (2+(4*5)+8)/6 เท่ากั บ 5

26


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนที3 คํานวณหาค่าเวลาใช้ในกิจกรรมเร็วสุด TE(Earliest Completion Time) (ตั งต้นจาก ซ้ายไปขวา โดยใช้วิธี การบวก) หากมี ค่า TE มาจากต่างกิจกรรม ให้พิจารณาค่า TE ของ node ใหม่ด้วยค่า TE ที มากที สุด) TE=6

3

3

5

14

4

TE=0

1

TE=9

TE=17

TE=2 2

2

5

7

4

4 TE=6

6

6 TE=12

17

ภาพแสดงผั งกิจกรรมพร้อมเวลาทีใช้ในกิจกรรมเร็วสุด หมายเหตุทีจุด (node 7)มีค่า TE มาจากต่างกิจกรรม ค่า TE จาก node 5 มีค่าเท่ากั บ 14 และ จาก node 6 มีค่าเท่ากั บ 17 ดั งนั นให้เลือกค่าTE ทีมากทีสุดคือ 17 เป็ นค่า TE ณ node 7

27


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนที4 หาค่าเวลาทีใช้กิจกรรมนานสุด TL (Latest completion time) การพิจารณาจะกระทําย้อนกลั บจากขวามาซ้าย โดยใช้วิธีการลบแทนการบวก หากมี ค่า TL จากหลาย node จะเลือกค่า TL ที น้ อยที สุดมาแทนค่าTL ของ node นั นๆ ทั งนีค่าTL เริ มต้นจะให้ค่าเท่ากั บTE สุดท้าย TL=9

3

5

3

5

4

TL=0

1

TL=12

TL=17

TL=2 2

2

5

7

4

2

4 TL=6

6

6 TL=12

ภาพแสดงผั งกิจกรรมพร้อมเวลาทีใช้ในการทํางานของกิจกรรมนานสุด หมายเหตุทีจุด (node 2) มีค่า TL มาจากต่างกิจกรรม ค่า TL จาก node 3 มีค่าเท่ากั บ 5 และ จาก node 5 มีค่าเท่ากั บ 2 ดั งนั นให้เลือกค่าTL ทีน้อยทีสุด จาก node 2 จึงเท่ากั บ 2

28


การระบุก ําหนดการโครงการ (Project schedule) ขั นตอนที5 ตรวจสอบเส้นทางของผั งกิจกรรมว่ามี node ใดบ้างทีมีค่า TE และ TL ลบกันแล้วมี ค่าเท่ากั บ 0 ซึงเรี ยกว่า เวลาว่าง (Slack time) เส้นทางที ลากเชื อม node ต่างๆ ที มี เวลาว่างเท่ากั บ0 เส้นทางนีจะเรี ยกว่าเส้นทางวิ กฤติ (critical path) เส้นทางวิ กฤติ (critical path) หมายถึง เส้นทางที รอคอย/หยุดชะงั ก ไม่ได้ หากหยุดชะงั กจะทําให้ งาน/เวลา โดยรวมของกิจกรรม(ผลรวมของทุกค่าเวลาระหว่างกิจกรรมของทุกๆ node ทีอยู่เป็ น เส้นทางวิกฤติร่วมการรอกิจกรรมอื น) .ในที นี เส้นทางวิ กฤติ คือ 1 24 6 7 เวลารวมของทั งกิ จกรรมเท่ากั บ(TE) 17 วั น TE TE

1

TE

TE

0 0

2 2

TL

2

6 9

3

TL 4

ภาพแสดงผั งกิ จกรรมพร้อมเส้นทางวิ กฤติ

9 12

5

TL

TL

TE

TE

6 6

12 12

TL

6

TL

TE 7

17 17

TL

29


แบบฝึ กหัด กิ จกรรม เวลาทีจะเสร็ จเร็ วทีสุด-เวลาเฉลีย-เวลา ทีใช้นานทีสุด

ขึนกั บ กิ จกรรม

ประเภท

T1

(1,3,5)

-

T2

(1,5,9)

-

ศึกษาและวิ เคราะห์ป ั ญหา ทีเกียวข้องกั บระบบ การออกแบบระบบ

T3

(2,4,6)

T1

การพั ฒนาระบบ

T4

(2,4,18)

T2

T5

(4,5,6)

T3,T4

การทดสอบและปรั บปรุง ระบบ ติดตั งระบบและอบรมการ ใช้โปรแกรมให้ก ั บผู้ใช้

ในที นี เส้นทางวิ กฤติ คื อ?? เวลารวมของทั งกิ จกรรมเท่ากั บ??

30


Project schedule