Page 1

ฉบับที่ 227 ปีที่ 19 เดือนสิงหาคม 2554 บทบรรณาธิการ แอบอิจฉาพี่ๆ ที่มากด้วยประสบการณ์ในการทำ�งานหลายๆ ท่าน ซึ่งจะครบเกษียณอายุในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจาก จะได้มเี วลาพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ และทีส่ �ำ คัญคือ น้องๆ คนไหนอยากได้ความรูแ้ ละประสบการณ์ตรงจากพีๆ่ ท่านใด คงต้องรีบ แล้วค่ะ โอกาสทองเหลืออีกไม่มากแล้ว ซึ่งแน่นอนต้องได้รับคำ�แนะนำ�ดีๆ ที่สามารถนำ�ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำ�งาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ๆ ที่ผ่านงานบีโอไอแฟร์มาถึง 2 ครั้ง เชื่อว่าจะต้องมีคำ�แนะนำ� หรือข้อเสนอแนะในการทำ�งานที่ดีๆ ให้กับน้องๆ อย่างแน่นอน ลองสืบเสาะกันดูนะคะ ใกล้งานบีโอไอแฟร์ 2011 เข้ามาทุกขณะแล้ว ตอนนี้คงต้องเหนื่อยกันหน่อย ขอเป็นกำ�ลังใจให้ทุกท่านนะคะ แล้วพบกัน ฉบับหน้า...สวัสดีค่ะ


มหกรรม กบข. สัญจรภาคใต้ เสียงตอบรับท่วมท้น กบข. ลุยจัดภาคตะวันออกและภาคกลางสิงหาคมนี้

กบข. ยิ้มร่าสมาชิกภาคใต้เข้าร่วมงาน “มหกรรม กบข.สัญจรภูมิภาค”ครั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมากว่า 3,000 คน โดยทุกกิจกรรมสมาชิกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เดือนสิงหาคมลุยจัดต่อเนื่อง 2 แห่งทั้งภาคตะวันออก ที่ชลบุรี และภาคกลางที่นครปฐม นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำ�เหน็จ บำ�นาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า “มหกรรม กบข. สัญจรภูมิภาค” ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมบีพี สมิหลา บีช รีสอร์ท จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 - 30 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำ�เร็จ อย่างมาก ตลอดทั้ง 3 วัน มีสมาชิก กบข. เข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน และทุกกิจกรรมได้รับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม * กิจกรรม กบข. สมาชิกสัมพันธ์สัญจร สมาชิก กบข. รับทราบข้อมูลสิทธิต่างๆ ในการเป็นสมาชิก กบข. รวมถึงสวัสดิการ อันเป็นประโยชน์ โดยตรงต่อสมาชิก ซึ่งสมาชิก กบข. และสมาชิก ที่จะเกษียณในปี 2554 เข้าร่วมรับฟังมากกว่า 600 คน * สัมมนาคลังและสำ�นักงาน สพฐ. ภาคใต้ ตัวแทนของคลังเขต คลังจังหวัด และ สพฐ. ภาคใต้ กว่า 150 คน เข้าร่วมรับฟังข้อชีแ้ จง ความคืบหน้าในการแก้ไขสูตรบำ�นาญ รวมทัง้ ความคืบหน้าเรื่องบำ�เหน็จตกทอดคาํ้ ประกันเงินกูจ้ ากกรมบัญชีกลางทีเ่ ข้าร่วมงานสัมมนาครัง้ นี้ * ตลาดนัด กบข. ซึ่งเป็น 1 ในนโยบายด้านสวัสดิการสร้างรายได้ มีสมาชิก กบข. ร่วมออกร้านจำ�หน่ายสินค้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กว่า 30 ร้านค้า เม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 400,000 บาท * โครงการ “กบข. ฝึกอาชีพ ภาคใต้” เปิดอบรมฟรี 84 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งหลักสูตรอาหาร งานฝีมือ งานบริการ งานช่าง และงานเกษตร โดยมีสมาชิกและครอบครัวเข้าร่วมการฝึกอบรมกว่า 2,300 คน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และสมาชิกจำ�นวนมากกว่า 500 คน เกิดแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพทันที * การอบรมหลักสูตรวางแผนการเงินเพื่อเป็น Trainers ได้รับการตอบรับจากตัวแทนสำ�นักงานคลังเขตและคลังจังหวัด รวมถึง สำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) ภาคใต้ เข้าร่วมรับฟังบรรยายกว่า 150 คน และเกิดความเข้าใจด้านการวางแผนทางการเงิน และ เตรียมพร้อมเป็น Trainers ในแต่ละส่วนราชการนำ�ความรู้ด้านวางแผนการเงินไปเผยแพร่ต่อให้กับสมาชิก “มหกรรม กบข. สัญจรภูมิภาค ครั้งที่ 3 ประสบผลสำ�เร็จเป็นอย่างดี และในเดือนสิงหาคมนี้ จะจัดงานมหกรรม กบข. สัญจร ภูมิภาค ต่อเนื่อง 2 ภูมิภาค คือ ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 18 - 20 สิงหาคม 2554 และภาคกลาง จังหวัดนครปฐม วันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2554 หากสมาชิกท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ แจ้งความประสงค์มาได้ที่ฝ่ายบริหารข้อมูลสมาชิก 1179 กด 6 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กบข. www.gpf.or.th” นางสาวโสภาวดี กล่าว เกี่ยวกับ กบข. กองทุนบำ�เหน็จบำ�นาญข้าราชการ (กบข.) จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนบำ�เหน็จบำ�นาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำ�เหน็จบำ�นาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก และจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อนื่ ให้แก่สมาชิก กบข. มีสถานะเป็นองค์กรของรัฐจัดตัง้ ขึน้ ตามกฎหมายเฉพาะไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ มีคณะกรรมการ กบข. เป็นผู้กำ�หนดนโยบาย ปัจจุบัน กบข.มี สมาชิก 1.2 ล้านคน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิประมาณ 500,000 ล้านบาท

ติดต่อฝ่ายสือ่ สารสมาชิก ปิยะณัฐ สวนอภัย / ปุณยนุช จันทศร โทร. 0 2636 1000 ต่อ 254 / 263 Contact Center โทร. 1179 กด 6 member@gpf.or.th / www.gpf.or.th

2

สกท.สัมพันธ์


Shale Gas

แหล่งวัตถุดิบใหม่ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในอนาคต ปัจจุบัน วัตถุดิบที่ ใช้ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของทั้งโลก ส่วนใหญ่มาจากนํ้ามันดิบ ก๊าซธรรมชาติ Naphtha และ Condensate ซึ่ ง เป็ น ที่ ท ราบว่ า เป็ น วั ต ถุ ดิ บ ที่ อ าจจะหมดไปในอนาคต รวมทั้ ง มี ราคา ทีส่ งู เพิม่ ขึน้ ในปัจจุบนั จนกระทัง่ มีการค้นพบวัตถุดบิ ที่ใช้ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใหม่ ที่มีชื่อว่า Shale Gas หรือที่เรียกว่า “ก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน” Shale Gas คือ การหมักหมมของซากพืช และสัตว์ที่ตายทับถมกันมา เป็นเวลาล้านๆ ปี และถูกกักอยูภ่ ายในชัน้ หินดินดาน โดยหินดินดานจะทำ�หน้าที่ เป็นทั้งแหล่งกำ�เนิดของก๊าซ และเป็นแหล่งกักเก็บพลังงาน ข้อมูลของสำ�นักงานข่าวสารพลังงานสหรัฐ (US EIA) ระบุว่า ทั่วโลกเท่าที่ค้นพบ ณ ขณะนี้น่าจะมีแหล่งก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน รวมทั้งสิ้นประมาณ 48 แห่ง (เรียกว่า shale basins) ครอบคลุม 32 ประเทศ ทั่วโลก คิดเป็นปริมาณก๊าซธรรมชาติในเบื้องต้นเทียบเท่าร้อยละ 40 ของ แหล่งสำ�รองก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน

ในอนาคตเชื่อว่าน่าจะพบแหล่ง Shale Gas มากขึ้น ซึ่งหากมีการ ค้นพบอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างมาก และ ส่งผลกระทบรุนแรงทีส่ ดุ น่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นประเทศที่ใช้ นํ้ามันและก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก จากผลสำ � รวจปั จ จุ บั น ประเทศจี น มี แ หล่ ง สำ � รองก๊ า ซธรรมชาติ จากหินดินดานมากที่สุด คือ ประมาณ 1,300 Tcf หรือประมาณร้อยละ 21 ส่วนสหรัฐฯ มีอยู่ประมาณ 860 Tcf หรือประมาณร้อยละ 12 สหภาพยุโรป (โดยเฉพาะทีป่ ระเทศโปแลนด์) มีอยู่ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณร้อยละ 10 ซึง่ หากรวม ทัง้ 3 ประเทศนี้ จะมีการครอบครองแหล่งก๊าซชนิดนีป้ ระมาณครึง่ หนึง่ ของทัง้ โลก

สำ�หรับสหรัฐฯ นัน้ จากรายงาน EIA Annual Energy Outlook 2011 ระบุ ว่า สหรัฐฯ มีแหล่งก๊าซธรรมชาติทมี่ ศี กั ยภาพถึง 2,552 Tcf ในจำ�นวนนัน้ เป็นก๊าซ ธรรมชาติทมี่ แี หล่งทีม่ าจากหินดินดานซึง่ เคยถูกมองว่าไม่คมุ้ ค่าทางเศรษฐศาสตร์มากถึง 827 Tcf จากอัตราการบริโภคของสหรัฐฯ ในปี 2552 อยูท่ ี่ 22.8 Tcf ต่อปี ทำ�ให้คาดว่า จะมีกา๊ ซธรรมชาติใช้ไปได้นานมากกว่า 110 ปี เลยทีเดียว และการผลิตพลังงาน จาก Shale gas ก็เพิม่ ขึน้ อย่างมีนยั สำ�คัญในปี 2554 และมีแนวโน้มจะเพิม่ สูงขึน้ ในอนาคต โดยภายในระยะเวลา 25 ปี คาดว่าสัดส่วนการใช้พลังงาน จาก Shale gas จะเพิม่ ขึน้ เป็นร้อยละ 45 ของพลังงานจากก๊าซธรรมชาติทงั้ หมด

สหรัฐฯ มีจุดเด่นก็คือ เป็นเจ้าของเทคโนโลยีในการขุดเจาะที่เรียกกัน ในขณะนีว้ ่า Hydraulic Fracturing และ Horizontal Drilling และในระยะเวลา หลายสิบปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็ได้ทำ�การขุดเจาะก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน มาหลายรูปแบบด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย แต่ยังไม่ค่อยประสบความสำ�เร็จ เท่าใด เพราะนอกจากจะแพงที่ต้นทุนแล้ว กรรมวิธียังก่อให้เกิดมลภาวะ ค่อนข้างสูงด้วย จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บรรดา Wildcatters ของสหรัฐฯ รู้สึกดีใจ เมื่อกรรมวิธีที่เรียกว่า Hydraulic Fracturing ดูเหมือนจะประสบ ผลสำ�เร็จ เมื่อผนวกเข้ากับวิธขี ดุ เจาะตามแนวนอนทีเ่ รียกว่า Horizontal Drilling ด้วยเทคโนโลยี Hydraulic fracturing หรือ Fracking นี้ สามารถขุดเจาะ ชั้นแผ่นหินไปถึงตำ�แหน่งที่มีก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแผ่นหินแข็ง ไม่สามารถเข้าถึงได้มาก่อน วิธีการคือ ผสมทราย นํ้า และสารเคมีหล่อลื่น ในถังผสม จากนั้นก็ฉีดส่วนผสมเข้าไปในท่อส่งจ่ายด้วยความดันที่สูงพอที่จะ ทำ�ให้เกิดรอยร้าวในตำ�แหน่งที่เป็นชั้นหิน ทำ�ให้ก๊าซหรือนํ้ามันที่ถูกกักเก็บใน บริเวณนั้นไหลออกมาตามรอยแยก ถึงแม้วิธีการขุดเจาะ Shale Gas จะถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์ ว่าวิธี การดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนของนํ้าดื่มธรรมชาติ รวมทั้งอาจนำ�ไปสู่แผ่นดินไหวระดับย่อย แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งด้าน การเมืองและเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาทางการเมืองในตะวันออกกลาง ความเสี่ยง ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และความต้องการเป็นประเทศมหาอำ�นาจของ รัสเซีย สหรัฐฯ และจีน ซึ่งทั้ง 3 ประเทศ มีแหล่งพลังงานชนิดนี้อยู่เป็นจำ�นวน มาก หากสามารถขุดก๊าซชนิดนีม้ าใช้ได้ จะทำ�ให้ไม่ตอ้ งพึง่ พาแหล่งพลังงานจาก ตะวันออกกลางอีกต่อไป นอกจากนี้ ต้นทุนการขุดเจาะก๊าซชนิดนี้มีแนวโน้ม ที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง และอาจจะลดตํ่าลงกว่าก๊าซธรรมชาติ และยิ่งนํ้ามัน และก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง Conventional ทีเ่ หลือน้อยลงไปทุกวันและมีราคา แพงขึน้ แนวโน้มของการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติชนิดนีค้ งจะมีมาก และรวดเร็วขึน้ รวมทั้งเป็นจุดเปลี่ยนสำ�คัญของสถานการณ์พลังงานของโลก สำ�หรับประเทศไทย ยังไม่มีการสำ�รวจแหล่ง Shale Gas อย่างเป็น ทางการ แต่ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ คาดว่าอาจจะไม่มี หรือมีในปริมาณที่น้อย จนไม่สามารถนำ�มาใช้ ในเชิงพาณิชย์ได้ ดังนัน้ หากเทคโนโลยีการขุดเจาะได้รบั การพัฒนา และสามารถนำ�ก๊าซธรรมชาติจาก Shale Gas มาใช้ ซึง่ คาดว่าจะมีตน้ ทุนการ ผลิตที่ตํ่ามากเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติและ นํ้ามัน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ของไทย อาจต้องมีการตั้งโรงงานในประเทศ ที่มีแหล่ง Shale Gas แทน

วันทนา ทาตาล สำ�นักบริหารการลงทุน 4 CoP ปิโตรพลังงาน

สกท.สัมพันธ์

3


4

สกท.สัมพันธ์


น้องใหม่...บี โอไอ น.ส.รัตน์ชภร วรรณเวช “เต้าหู้”

น.ส.นุชรีย์ รอดอุตส่าห์ “องุ่น”

บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชี) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชี) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

สังกัดกลุ่มบริหารงานคลังและพัสดุ สำ�นักบริหารกลาง

สังกัดกลุ่มบริหารงานคลังและพัสดุ สำ�นักบริหารกลาง

สกท.สัมพันธ์

5


โดย กอสซิป เกิร์ล  มีเสียงร้องขอมาจาก พี่โบ้ (รท.-ส.) ว่า คณะทำ�งานประสานงานด้านการจราจร และการรักษาความปลอดภัย บีโอไอแฟร์ 2011 ยังขาดผู้ร่วมงานอีกเป็นจำ�นวนมาก สาเหตุก็เพราะต้องตื่นก่อน...แล้วยังต้องนอนทีหลังคนอื่นๆ ก็เท่านั้นเอง  หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สบท.2 เป็นแหล่งรวบรวมปรมาจารย์ทางด้านคณิตศาสตร์ เพราะพอ ใกล้วันลอตเตอรี่ออกทีไร มักมีคนไปขอเลขเด็ดกันบ่อย ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์กอล์ฟ (พลกฤษณ์) อาจารย์ทน (นันทวุฒิ)ที่สำ�คัญคือ อาจารย์กิ๊ก (สุรินทร์) ลองถาม น้องเยาว์ (ณิชาพัชร์ : กคพ.) ดูก็ได้ ของพรรค์นี้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เชียว  สงสัยชั้น 5 แดดจะร้อนจัดเกินไป เพราะตอนเจอหน้า น้องณัฐ (ณัฐชลัยย์ : สตป.) ถึงกับตกใจ เนื่องจากดำ�คล้ำ�ตั้งแต่หัว จรดเท้า เป็นปลาแดดเดียว สอบถามได้ความว่า เหตุเกิดจากทริปที่ประเทศพม่า และยังต้องไปไซด์งานก่อสร้าง  ช่วงนี้คงจะเหงาเป็นพิเศษ พี่ณัติ (อาณัติ : สพท.) ถึงไว้แวะเวียนมาที่ ศบท. อยู่เป็นประจำ� ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยจะมาเฉียด เออ...แล้วเคยถามคนที่มาหาหรือเปล่า ว่าเขางอนหรือเปล่าที่เป็นตัวสำ�รอง แบบนี้ เอ้า...พี่เหลียว (ธีระพงษ์ : ศบท.) ช่วยตอบหน่อย ???????  สาวๆ ในบีโอไอ ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อย สาวใหญ่ ต่างให้ความสำ�คัญกับการดูแลรักษาสุขภาพกัน เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่เล็ก (สุวรรณา : กบส.) ที่ถึงกับนำ�สูตรการทำ�น้ำ�อัญชันมาให้ พี่จูลี่ (จุรี : สบก.) เพื่อเสิร์ฟในห้องประชุมเลยทีเดียว  เจ้าแม่ไส้กรอกตัวจริงเสียงจริงต้องยกให้ น้องต้อย (ประภา : สบท.3) ที่ตอนนี้มีออเดอร์ทั้งบีโอไอ เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนลูกค้าสั่งกันเพียบเลย นี่ถ้าทำ�เองขายเองได้ คงรวยกว่านี้อีกหลายเท่าแน่ๆ  กลัวไม่ได้ซื้อของ หรือกลัวจะใช้เงินที่แลกไปไม่หมดหรือไงไม่ทราบ น้องบอล (ธรรมรัตน์ : กกม.) พอไปถึงจอร์แดนปุ๊บ เจอร้านขายของก็ตรงเข้าซื้อทันทีเลย โดยไม่มีการต่อรองราคาแต่อย่างใด แถมยังมั่นใจ อีกด้วยว่าได้ของราคาถูก ที่ไหนได้เดินไปอีกหน่อยเจอของถูกกว่าอีก เสียดายไหมล่ะ  กลับจากลาคลอดมาสดๆ ร้อนๆ สำ�หรับ น้องแก้ว (คันธรส : สตท.) แต่ก็มีการเตรียมความพร้อมในอนาคตให้ลูกแล้ว ถึงขนาดเจาะลึกกับกูรูด้านแรงงาน ว่าต้องให้ลูกเรียนด้านไหนถึงจะไม่ตกงาน  ใครที่ชื่นชอบอาหารการกินที่เปี่ยมไปด้วยเครื่องเทศสารพัดชนิด ต้องสมัครไปอยู่สำ�นักงานฯ แห่งใหม่ล่าสุด ที่จะจัดตั้งขึ้นที่ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย สำ�หรับเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและต้องการได้ประสบการณ์ทำ�งานในต่างประเทศ ลกท. แจ้งว่ายังอยากให้สมัครกัน มาเพิ่มเติมนะคะ  ใครจะชีพจรลงเท้าเหมือน พี่สุวิชช์ (ผทภ.4) ตั้งแต่อยู่อีสาน ก็ล่องใต้ไปสุราษฎร์ฯ แล้วข้ามอ่าวไทยมาตะวันออก โอ้โฮ...พี่... หนูเหนื่อยแทน สุดท้ายพี่จะคุมสี่ภาคเลยไหมพี่ แล้วเจอกันฉบับหน้าค่ะ เอ๊กซ์ โอ เอ๊กซ์ โอ

6

สกท.สัมพันธ์


สาระน่ารู้กบั “ซินดี้”

โดย...ซินดี้

บัญญัติ 10 ประการ เพื่อเร่งการเผาผลาญอาหาร 1. พยายามสร้างมวลกล้ามเนื้อ ดังเช่นทีก่ ล่าวไว้แล้วเมื่อตอนต้นว่าระบบการเผาผลาญจะทำ�งาน ช้าลงเมื่อเราอายุมากขึน้ ประมาณว่ามันจะทำ�งานช้าลงปีละ 2 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบางสิ่งที่คุณทำ�ได้เพื่อต่อสู้กับธรรมชาติ ชารี ลีเบอร์แมน ผู้เขียน หนังสือชื่อ Dare to Lose ให้ความเห็นว่า “กล้ามเนื้อนี่แหละคือ ตัวบ่งชี้ ที่ดีที่สุดถึงระบบเผาผลาญพลังงานจากอาหาร ที่คุณกินเข้าไป ชี้ให้เห็น ด้วยว่าคุณเผาแคลอรีแ่ ละเผาไขมันไปได้มากน้อยแค่ไหน” เธอยังแนะนำ� ด้วยว่าถ้าคุณต้องการจะเร่งกระบวนการเผาผลาญให้ทำ�งานดีขนึ้ อย่างน้อย ก็ควรจะยกดัมบ์เบลหรือดึงแถบยางต้านแรงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็ช่วยได้มากในการเร่งกระบวนการเผาผลาญ และข่าวดีก็คือ ระบบเผาผลาญของคุณทีด่ ขี นึ้ นี้ จะยังคงทำ�งานหนักไปได้อกี หลายชัว่ โมง ทีเดียว ภายหลังจากออกกำ�ลังกายมาแล้ว 2. เคลื่อนไหวอยู่เสมอ ถ้าบอกว่าต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ใครๆ ก็รู้ แต่ก็ต้องยํ้ากันไว้ สักหน่อยล่ะว่าคุณควรจะเคลื่อนไหวแบบไม่ธรรมดา ด้วยการหาเวลาให้ ได้สัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อมาเดินเร็วๆ วิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน ว่ายนํ้า หรือออกกำ�ลังกายแบบแอโรบิกบางอย่าง ให้ได้ความถี่อาทิตย์ละ 3 ถึง 4 ครั้ง เรื่องนี้ลีเบอร์แมนคนเดิมบอกว่า “ใครๆ ต่างก็ ไม่ชอบทำ� แบบนี้ทั้งนั้นแหละ แต่มันก็จำ�เป็นต้องทำ�ค่ะ” 3. กินเป็นปกติ อย่าได้อดอาหารเป็นอันขาด ลดนํ้าหนักได้แต่อย่าอดอาหาร ฟังดูอาจจะเพี้ยนๆ หน่อยสำ�หรับ ใครก็ตามที่พยายามลดนํ้าหนักด้วยการกินให้น้อยๆ เข้าไว้ แต่ความคิด แบบเก่าๆ นี้กลับเป็นปัญหา ตรงที่ว่ามันกลับไปทำ�ให้กระบวนการ เผาผลาญทำ�งานได้ช้าลง ตามคำ�อธิบายของจูลี เบเยอร์ นักโภชนาการ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนซึ่งกล่าวว่า ทุกๆ เซลล์ ในร่างกายเราก็ ไม่ต่าง อะไรจากหลอดไฟ เมื่อเรากินอาหารไม่เพียงพอ หรือเปรียบกับได้รับ เชื้อเพลิงน้อย เซลล์หรือไส้หลอดก็จะไม่เผาไหม้สว่างไสว ผลการวิจัย ของนักวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานีแ้ สดงให้เห็นว่า การรับประทานอาหาร มือ้ เล็กๆ ห่างกัน สามถึงสีช่ วั่ โมงต่อมือ้ ก็จะช่วยให้ระบบเผาผลาญทำ�งาน ได้ดี และช่วยให้นํ้าหนักลดลงได้ด้วย 4. ละเว้นนํ้าตาล แน่ล่ะ แม้จะไม่มีนํ้าตาล คุณก็ยังเลือกกินอาหารอร่อยๆ ได้ “เพราะเมื่อใดที่คุณกินนํ้าตาลเข้าไป นั่นคือระบบการเผาผลาญจะถูก เปลี่ยนไปเป็นระบบเก็บกักไขมันอย่างรวดเร็ว” ตามที่ลีเบอร์แมนพูด ในเมื่อเธอเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการบริโภคอาหารนํ้าตาลตํ่า ด้วยหลัก ความคิดว่าอาหารที่เรารับประทานเข้าไปตามปกตินี้ แม้ไม่มีนํ้าตาล มันก็ แตกตัวออกเพื่อช่วยรักษาระดับนํ้าตาลในเลือดอยู่แล้ว 5. ไม่อดอาหารเช้า เป็นความจริงที่ไม่ค่อยจะมีใครคำ�นึงถึงเท่าไหร่เลยว่า คนที่กิน อาหารเช้าที่ถูกสุขลักษณะเป็นประจำ�มักจะสะโอดสะองกว่าพวกที่ไม่กิน ลองคิดแบบนอกกะลากันดูหน่อยเป็นไร ถ้าหากคุณจะกินอาหารเช้าทีเ่ ป็น สลัดผักหรือว่าข้าวซ้อมมือ อาหารแบบนี้แหละที่จะช่วยเร่งกระบวนการ เผาผลาญได้ดีนัก ทั้งยังมีเส้นใยอาหารมากกว่าอาหารประเภทอื่นด้วย 6. กินเผ็ดเข้าไว้ คงไม่ตอ้ งถึงกับควันออกหู แต่ถา้ คุณชอบอาหารไทยอยูแ่ ล้วก็ยอ่ ม

ถือว่าเดินมาถูกทาง แม้แต่ลีเบอร์แมนเองก็ยังพูดเลยว่า “อาหารเผ็ดๆ นี่แหละ ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญดีนัก” ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูเถอะ ว่าใครบ้างในวงข้าวของคุณ ที่กินเผ็ดแล้วเหงื่อแตกพลั่กๆ นั่นแหละ กระบวนการเผาผลาญของเขากำ�ลังทำ�งานอย่างหนักอยู่ 7. ดื่มชาเขียว มิแชลล์ สเตรฟ ผู้ฝึกซ้อมกีฬาจากเนบราสกาให้ความเห็นว่า “มีวิธีค่อนข้างทำ�ลายสุขภาพตั้งหลายอย่างที่จะช่วยเร่งกระบวนการ เผาผลาญ อย่างการดื่มกาแฟแก่ๆ สักแก้ว หรือการรับนิโคตินเข้าร่างกาย แต่ดฉิ นั ไม่ได้บอกว่าคุณต้องสูบบุหรีน่ ะ” แต่ลเี บอร์แมนเองก็ให้ค�ำ แนะนำ� ที่น่าสนใจในเรื่องนี้เช่นกันว่า แทนที่จะดื่มเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนมากๆ แล้วต้องพบกับผลข้างเคียงค่อนข้างอันตราย ก็น่าจะใช้ชาเขียวร้อนแทน ซึง่ ชาเขียวที่ว่านี้จะกระตุ้นระบบเผาผลาญได้นานกว่าและมีประสิทธิภาพ มากกว่ากาแฟเสียอีก 8. อย่าลืมดื่มนํ้า อย่าได้ละเลยการดื่มนํ้าเป็นอันขาด การดื่มนํ้าอยู่เป็นประจำ�นี้ สำ�คัญมากกับการขับของเสียออกจากร่างกายในระหว่างการเผาผลาญ ไขมัน แม้นํ้าเย็นก็ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้เล็กน้อย เนื่องจาก ร่างกายจะใช้ความร้อนมาเพื่อทำ�ให้อบอุ่นขึ้น แล้วมันจะมาจากไหนล่ะถ้า ไม่ใช่ระบบการเผาผลาญแล้วได้ความร้อนเป็นผลพลอยได้ 9. หลีกเลี่ยงความเครียด จงอยู่ให้ห่างความเครียดให้มากที่สุด ตามที่ลีเบอร์แมนพูดคือ “เพราะความเครียดสามารถเพิ่มนํ้าหนักให้คุณได้ โดยเฉพาะไขมันตรง หน้าท้อง” ทำ�ไมคุณลีเบอร์แมนถึงพูดเช่นนั้น ก็เพราะทั้งความเครียด ทางกายและจิตใจมันจะไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารคอร์ติโซลออกมา น่ะสิ และเพราะเจ้าคอร์ติโซลนี่มันมีอำ�นาจชะลอกระบวนการเผาผลาญ ให้ช้าลงด้วย เราจึงควรทำ�ทุกอย่างเพื่อให้ไม่เครียดหรือเครียดน้อยที่สุด เท่าที่จะทำ�ได้ 10. นอนหลับมากๆ นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำ�วิจัยมาแล้วหลายครั้งในหมู่ผู้นอนหลับ พบว่าใครก็ตามที่นอนน้อยกว่าวันละเจ็ดหรือแปดชั่วโมงจะมีโอกาส นํ้าหนักขึ้นได้มาก ยิ่งกว่านั้นเราก็รู้ด้วยว่ากล้ามเนื้อจะถูกเสริมสร้าง ขึน้ มาใหม่ดว้ ยในช่วงชัว่ โมงท้ายของการนอนก่อนจะตื่น ตามคำ�กล่าวอ้าง ของเบเยอร์ ถ้าจะทำ�ตามข้อแนะนำ�ข้อที่ 1 ไปพร้อมๆ กับข้อนี้ด้วย ก็จะช่วยได้มากในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทัง้ หมดนีเ้ ราได้มาจากข้อความของคุณซูแซน วูดเวอร์ด ซึง่ ปัจจุบนั เธออาศัยอยู่ในเมืองโอลิมเปีย รัฐวอชิงตัน เป็นคอลัมนิสต์เกีย่ วกับสุขภาพ และวัฒนธรรมในนิตยสารหลายเล่ม รวมทั้งอเมซอน โพรมิส องค์กรเพื่อ สุขภาพไม่หวังผลกำ�ไร และมีบทความลงในนิตยสารลอสแอนเจลิส ไทม์ส ด้วย เผาพลาญอาหาร ผลสุดท้ายการที่อยากให้หุ่นดีคงจะหนีการ ออกกำ�ลังกายไปไม่ได้ นอกจากหุ่นดีแล้ว สุขภาพที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง นะครับสำ�หรับหนุ่มสาววัยทำ�งาน ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ ที่มา http://www.สาระน่ารู้.com

สกท.สัมพันธ์

7


อัญมณีประจำ�เดือนเกิด (ต่อจากฉบับที่แล้ว)

ก า จ ้ ู ร ความ

เกร็ด

น ว ้ อ ู หม

ตุลาคม – โอปอล (Opal) เอกลักษณ์ของพลอยโอปอล คือ การเล่นสี (Play - of - color) เราจะเห็นเป็นประกายสวยงามเมื่อหมุนพลอยในทิศทางที่ต่างกัน

โอปอลมีคา่ ความแข็งอยูท่ ี่ 5 - 6.5 ซึง่ ความทนทานไม่คอ่ ยดี และมีนาํ้ หนักเบา โอปอลยังสามารถแบ่งเป็นอีกหลายประเภท เช่น White Opal, Black Opal, Fire Opal เป็นต้น ความหมายโอปอล เป็นพลอยแห่งความอัศจรรย์และอ่อนไหว มีความหมายในเรื่องความหวัง และ ความปรารถนา สมัยโบราณโอปอลถูกใช้แทนเครื่องรางของขลัง ผู้สวมใส่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หินแห่งนักเดินทาง นอกจากโอปอลแล้ว ทัวร์มาลีน (Tourmaline) ยังเป็นอัญมณีประจำ�เดือนตุลาคมด้วย

พฤศจิกายน – โทพาสสีเหลือง (Yellow Topaz) โทพาส เป็นพลอยทีม่ คี า่ ความแข็งเท่ากับ 8 ซึง่ มีความแข็งรองลงมาจากคอรันดัม แต่กจ็ ดั อยู่ในประเภทพลอยเนือ้ อ่อน โทพาสทีพ่ บ ในท้องตลาดมักจะมีสีฟ้า ซึ่งสีฟ้านั้นเกิดจากการอาบรังสี แต่โทพาสสีเหลือง เป็นสีที่สามารถพบได้ ในธรรมชาติอยู่แล้ว โทพาสที่มีราคา ค่อนข้างแพง คือ โทพาสทีม่ สี เี หลืองอมส้ม เรียกว่า Imperial Topaz ความหมายโทพาส เป็นพลอยที่ให้ความสงบ ช่วยเพิม่ พลังให้แก่ผสู้ วมใส่ ให้ความกระตือรือร้น แต่ก็รู้สึกผ่อนคลาย

ธันวาคม – เทอร์ควอยซ์ (Turquoise)

เทอร์ควอยซ์ เป็นอัญมณีที่มีสีฟ้าถึงฟ้าอมเขียว มีค่าความแข็งประมาณ 5 - 6 มีความพรุนสูง และเนื้อร่วนซุย ดังนั้นจึงได้มี การนำ�เทอร์ควอยซ์มาปรับปรุงคุณภาพโดยการอัดด้วยโพลิเมอร์เข้าไปในเนื้อพลอยเพื่อเพิ่มความคงทน และมีไม่น้อยที่นำ�เทอร์ควอยซ์ มาย้อมสี อีกทั้งยังมีการนำ�เทอร์ควอยซ์เทียมมาหลอกขาย ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังในการซื้อ ความหมายเทอร์ควอยซ์ ว่ากันว่า เป็นตัวแทนแห่งความสุข จิตใจผ่อนคลาย ใครที่ได้สวมใส่จะประสบแต่โชคดี นอกจากเทอร์ควอยซ์แล้ว เพทายสีฟ้า (Blue Zircon) ก็ยังเป็นอัญมณีประจำ�เดือนธันวาคมด้วย (อ่านต่อฉบับหน้า)

เฉลยปัญหาฉบับที่แล้ว นั ก ธรณี วิ ท ยาผู้ ห นึ่ ง ตกลงไปใน เหวลึก 33 เมตร เขาพยายามไต่ขึ้นมา ตอนกลางวั น เขาไต่ ขึ้ น มาได้ 8 เมตร ตอนกลางคืนเขาลื่นไถลลงไป 3 เมตร จะใช้เวลากี่วันจึงจะไต่ขึ้นมาได้ ถ้าเป็นเช่นนีเ้ ขาจะต้องใช้เวลาจน ถึงคํ่าวันที่ 6 จึงขึ้นมาจากเหวได้

จับฉลากผู้ที่ ได้รับรางวัลคือ คุณธนิก เปี่ยมญาติ สสท.

เล่นได้ให้รางวัล

เติม 0-9 ลงในวงกลม ให้ผลบวกของตัวเลข แต่ละวงกลมรวมกันแล้วต้องเท่ากับ 20 นะ

ส่งคำ�ตอบภายในวันที่ 20 กันยายน 2554 ได้ที่ ธีระพงษ์ อติชาตนานนท์ ศบท. หรือ E-mail : teerapong@boi.go.th

8

สกท.สัมพันธ์

สกท. สัมพันธ์  

ฉบับที่ 227 ปีที่ 19 เดือนสิงหาคม 2554