Page 50

๔๙

เมื่อลมหายใจเขาที่ มาวันทาก็ปดเปลือกตาลง เริ่มวาดลวดลายลีลาอื่น นับแตไลเสียงจากต่าํ ไป หาสูงเร็วรี่ เก็บทุกเม็ดเสียงชัด ดวยกลุมโนตที่กอความรูสึกเหมือนการมาของแสงอรุณรุงบรรเจิดจา คางนิ่ง อยูที่โนต C สูงอันคมชัด ทรงพลัง แบบเดียวกับอาทิตยเต็มดวงกลางฟา พาคนฟงเบิกตาตื่นเพริดตาม แลว พลิ้วเปลี่ยนเปนเสียงไหลลงต่ําเลียนแตรรถวิ่งสวน ตบทายดวยการรัวลิ้นเร็วสรางสะเก็ดเสียงถี่ยิบติดกันเปน พืดเหมือนปนกลที่สงกระสุนออกรวดเดียวหมดแม็กฯ จบจากการโหมโรงชุดเล็กแลว มาวันทาก็เบี่ยงกายเล็กนอยเหมือนแปลงบทจากพนักงานเปด ฉากมาเปนนักแสดงตัวจริง โดยเลือกพรีลูดอันเปนงานหมายเลข ๑๐๐๘ ของคีตกวีเยอรมันนามโยฮัน ซีบา สเตียน บาค ที่ฟงคลายการพรรณนาความเปลาเปลี่ยววังเวงของปาแหงความฝนอันรกชัฏดวยภาพมายา มลังเมลือง หรือคลายสะกดใหเคลิ้มไปวากําลังเดินเอื่อยไลเงามัวมนที่ไมเคยมีอยูจริงในสถานที่ที่แปลกแยก เปนคนละมิติกับโลกความจริง ลําเสียงกลมยาวที่สงจากฟลุตของมาวันทามีกังวานแตกตางจากเสียงฟลุตธรรมดาทั่วไป ทํา ความตื่นใจแกลานดาวยิ่ง คือนอกจากอิ่มพลังนุมแนนเหมือนเอากํามะหยี่มาไลหูแลว ยังไหลรื่นสละสลวย ดวยการปอนกําลังอัดหนักเบาเยี่ยงผูเขาถึงศิลปะเครื่องลมถองแท เมื่อผนวกกับโลหะผสมชั้นดีของตัวฟลุต เอง รวมกันจึงกลายเปนเอกลักษณทางดนตรีของมาวันทาที่โดดชัดออกมาจากบรรดานักฟลุตอื่น ฟลุตเปนเครื่องดนตรีที่ตองใชความสามารถเฉพาะตัวสูงมาก คุณภาพลมหายใจของแตละคน ผิดแผกแตกตางกัน ความมีกระแสจิตผสานสนิทเปนอันหนึ่งอันเดียวเขากับฟลุตก็ใชจะหาไดงายๆ ผูเขาถึง วิญญาณแหงฟลุตอยางเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น อาจเนรมิตเสียงดวยอํานาจนึกที่เกินธรรมดา คือถาพอใจ ก็อาจ สรางขายคลื่นความแจมชัดปลุกใหคนฟงมีจิตตื่นขึ้นรับรูโลกกระจางแจงตามตน หรือสามารถสรางวังวนฝน รันทดบีบคั้นผูสดับใหอยากหลั่งน้ําตาโดยไรตนสายปลายเหตุในความเปนจริงประกอบ ลานดาวกะพริบตาทีหนึ่ง ความงามละมุนของเสียงในอากาศ ความออนแอนอรชรแหงเรือน กายมาวันทาทีพ่ ลิ้วไหวดุจขนนกตามจังหวะจะโคนอันเหมาะสมของเพลง กลมกลืนเปนหนึ่งเดียวจนทําให ลานดาวรูสึกเสมือนเสียงเพลงถูกขับออกมาจากวิญญาณอันโดดเดี่ยวเปนเอกมติของฟลุตเอง หาไดมีบุคคลผู หนึ่งผูใดอวดบรรเลงขึ้นดวยความเขาไมถึง จบเพลงของจอมคีตกวียุคบาโรกเปนครู ลานดาวจึงถอนจากอาการจองคาง แปรเปนยิ้มหวาน และใชคมรังสีตาอันเกิดจากความเลื่อมใสรุนแรงแทนเสียงตบมือและคําชม นักฟลุตสาวสบสานตอบ เกิด กระแสเชื่อมโยงตอตรงจากใจถึงใจสื่อความยินดีในกันและกันเปยมลน “คราวนี้ถึงตาจะเลนใหพี่ฟง” ลานดาวเลิกคิ้วสูง “เลนอะไรคะ?” “นักเรียนดุริยางคศิลป ตองเลนอะไรเปนมั่งแหละ หองนี้มีใหเลือกเยอะ ถึงตาพี่นั่งฟงแลว” พูดจบก็กาวมาลงนั่งโซฟา ไขวหางวางฟลุตลงขางกาย ลานดาวยิ้มเบะหนอยหนึ่ง กอนหัน สํารวจรอบ ทีม่ าวันทาบอกวามีเครื่องดนตรีใหเลือกเยอะนั้น ไดแกเปยโน กีตารคลาสสิก กับฟลุตที่วางสงบ อยูขางกายมาวันทาเอง

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  
กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf