Page 38

๓๗

“โห! ยังไมถึงเบญจเพสเลย ถือวาแตงเร็วกวาเกณฑเฉลี่ยนะคะ ของจะเนี่ย มีหมอดูทํานายวา กวาจะเจอตัวจริงก็เกือบสี่สิบแนะ” มาวันทาหัวเราะ “ใครจะเชื่อ” “เขาบอกเปนกรรม หาวาเราทําอะไรไวนักหนาก็ไมรู… พี่เอินเชื่อเรื่องกรรมไหมคะ?” “ในขอบเขตหนึ่งเทาที่รับรูไดก็ตองเชื่อมั้ง” “ขอบเขตที่รับรูไดมีแคไหน?” “กอนอื่นตองดูนิยามของคําวา ‘กรรม’ ในพุทธศาสนา พระพุทธเจาตรัสวากรรมคือเจตนา เจตนาคือกรรม ใครทําอะไรบอยๆก็กลายเปน ‘อาจิณณกรรม’ หรือพูดใหงายคือ ‘นิสัย’ คือความเคยชินใน การกระทําสิ่งใดสิ่งหนึ่ง… ในแงนี้เราทุกคนตางก็กําลังเสวยผลจากวิธีคิด วิธีพูด และวิธีลงไมลงมือกัน ทั้งนั้น อยางถาพี่ไมตั้งใจเปนหมอ ไมพยายามเรียนหมอใหตอเนื่องจนเกิดภาวะนิสัยแบบหมอ ก็คงไมมีสิทธิ์ ใสเสื้อกาวน ไมไดชวยตรวจจะ แลวก็จะไมมานั่งกับจะอยูเดี๋ยวนี้” “แตขอบเขตของกรรมที่ไทยเราเชื่อๆกันนี่ ดูเหมือนตองเกินพรมแดนชีวิตปจจุบัน ยอนกลับ ไปหาอดีตที่เราไมรู และจําไมไดนี่คะ กรรมแบบนั้นพี่เอินเชื่อไหม?” แพทยสาวนิ่งไปอึดใจ “เกณฑความเชื่อของแตละคนตางกัน สําหรับพี่ พี่สมัครใจเชื่อเฉพาะสิ่งที่ตัวเองรูเห็น ขณะเดียวกันก็ยอมรับวามีหลายเรื่องที่เรายังไมรู และหาคําตอบจากหลักฐานทางหูตาไมได เชนคนไขมาก รายเจ็บปวยแบบพิสดารเกินกวาจะพลิกตําราหาทางวินิจฉัย ก็ตองโทษใหเปนเรื่องสุขภาพจิตหรือวิบาก กรรมไปพลางๆ เพราะมันเปนคําตอบที่งาย และทุกคนยอมรับวาซุกอยูในซอกมุมมืดของธรรมชาติ ซึ่งยาก จะชีว้ า ผิดหรือถูก เชื่อแลวโงหรือฉลาด” “แตเรื่องกรรมเวร คนที่ตัดสินวาใครเชื่อก็โงทันทีนี่เยอะเหมือนกันนะคะ” “พี่เคยนั่งนึกนะ วามนุษยเรามีสักกี่คนที่ฉลาดจริงๆ อยางคุยวายุคเราล้าํ สมัย กาวออกมาจากยุค หินที่เต็มไปดวยความงมงายแลว หากตรึกตรองตามจริง จะเห็นวาในจํานวนมนุษยนับพันลาน มีเพียงไมกี่ รอยคนที่ทรงอิทธิพลขนาดริเริ่มสรางรถ ประดิษฐหลอดไฟ หรือออกแบบคอมพิวเตอรและอินเตอรเน็ตได แตคนสวนใหญพออยูยุคไหน ก็มักสําคัญความฉลาดของตัวเองวาเทียบเทากับวิทยาการในยุคนั้น” ลานดาวเบิกตาโพลง “จริงดวยแฮะ” “เอางายๆ ทุกวันนี้ศาลใหใชดีเอ็นเอเปนหลักฐานชี้ขาดวาใครเปนคนขโมย ใครเปนฆาตกร ใครเปนพอแมลูกกันจริง สังคมก็พลอยเออออยอมรับตาม ทั้งที่มีนอยคนเขาใจเรื่องรหัสพันธุกรรม และยิ่ง นอยเทานอยที่รูจักกระบวนการพิสูจนวาทํากันอยางไร ผลลัพธแมนยําขนาดไหน รับทราบแตวา มีกลุม บุคคลที่ทรงภูมิใหการรับรอง ทั้งนักวิทยาศาสตรและผูพ ิพากษา ก็จาํ ใจเชื่อโดยปราศจากความรูแ จงเห็นจริง ดวยตนเอง อยางนี้ตา งอะไรจากความงมงายของพลโลกในยุคมืด ที่จําตองรับการตัดสินจากผูอยูเหนือกวา ทั้งพระราชาและพอมด”

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf