Page 26

๒๕

อุปการะสายหนา “ไมเหมือนกันหรอกครับ บางเรื่องที่เกิดขึ้นแลว และไมเหลือวิสัยจะบอกก็บอกได แตบางเรื่อง ถารูเสียกอนเกิด จะมีผลขางเคียงตามมา หากผมล้ําเสนกรรมวิบากของใครเขา ก็จะถึงความเดือดรอนตามๆ กัน ทั้งผมเองและคนที่รูในสิ่งไมสมควรรู” “เดือดรอนไดยังไงคะ ในเมื่อเปนการชวยเหลือสัตวที่กําลังจะตกทุกขไดยาก” “ก็อยางตอนนี้ แคผมบอกวาจะเจอคนที่ทาํ ใหหนูเจ็บ หนูก็ตั้งใจไวแลว วาใครแหลมเขามา โดยเฉพาะคนที่รูจัก จะปดหูปดตาหมด เพื่อใหคําทํานายของผมคลาดเคลื่อน” ลานดาวผวาอยูในสวนลึก เพราะที่หมอดูกลาวนั้นคือความตั้งใจของหลอนจริงๆ แตก็พยายาม รักษากิริยาไว ทําสีหนาเรียบเฉยฟงฝายนั้นกลาวตอ “ถาหนูหลีกเลี่ยงการชดใชกรรมครั้งนี้ กรรมก็จะจัดสรรคนใหม เหตุการณใหมมาใหหนูตอง ชดใชจนไดนั่นแหละ วินาทีนี้ผมยังไมเพงดูวาใครคนนั้นชื่ออะไร อยูที่ไหน แตเมื่อไหรเพงดูและบอก ออกไป หนูจะเลิกคบเขาทันที ซึ่งมันผิดกับระบบกรรม เสนทางโคจรของหนูจะตองพบกับเขา เพราะมี กรรมสัมพันธรวมกันมา และเขาจะมีบทบาทสําคัญกับชีวิตของหนู ทั้งในแงของความเจริญขึ้นและความ เสื่อมลง” “เอ… หนูสงสัยมานานแลวนะ วาถาตายจากกันแลว มาเจอะเจอกันไดยังไงถูก เอาแคคนรูจัก กันในชาตินี้ บางทีรักสุดชีวิต พอมีเหตุใหพลัดพรากหลายๆปแลวคิดถึงกันขึ้นมา ตอใหพลิกแผนดินหาแทบ ตายก็ไมเจอ ขนาดจงใจหายังไมเจอ แลวอะไรที่เหวี่ยงใหมาเจอคูกรณีเกาที่ลืมกันหมดสิ้นได?” “กรรมเปนเรื่องซับซอน หนูตองเขาใจ ตองหยั่งรู วาลําดับการใหผลของกรรมเปนอยางไร แลว จะรูสึกวาพวกเราเหมือนมีแมเหล็กติดตัว วิ่งไปตามเสนทางใด ก็มีผลดึงดูดบุคคลหรือกลุมคนที่มีบุพกรรม รวมกับเรามาเจอกัน ใครมีอิทธิพลกับชีวิตเรามาก ใหผลเปลี่ยนแปลงทางดีหรือรายไดรุนแรง ก็หมายความ วาเราหลีกเลี่ยงการพบเจอคนนั้นไมได และตองใชเวลาระยะหนึ่งทําความรูจัก คบหา และรับผลจากเขา เสียกอนจึงถึงเวลาผละจาก ตางจากพวกที่เราจะตองเสียเวลาในชีวิตรวมกับเขาเพียงครึ่งนาที เชนคนบอก ทางแยกทางเลี้ยวใหเราไปถึงที่นัดหมาย การพบหรือไมพบคนจําพวกนี้มีผลเทากัน คือจะไมทําใหชีวิตเรา ตางไปจากเดิม” “แลวแมเหล็กดึงดูดคูกรรมที่พี่วานี่ฝงอยูตรงไหนในเราคะ จิตใตสาํ นึกหรือเปลา?” “ถายกเอาสิ่งที่เห็นงายในชาติปจจุบันมาพูดกอนคงพอเขาใจ หนูคงเห็นวาถาเราพูดกับใคร บอยๆ ก็จะเหมือนมีสายใยโยงกับคนนั้น ไมใชเหมือนกับเสนเชือกผูกมัดเปนตัวเปนตน แตสายใยที่รูสึกได ดวยใจนั้นแหละ จะกระตุกใหเราคิดถึงเขาบอยๆ อันนี้คงนึกออกนะ” “คะ บางทีรูสกึ เหมือนใจเราเปนสิ่งยืดตัวออกไปทางทิศใดทิศหนึ่ง ตามที่อยูของใครบางคนได ตลอดเวลา” “นั่นแหละที่เรียกความผูกพัน สายใยเชื่อมโยงระหวางจิตตอจิต หลักการคือถาผูกเหนียวแนน กับใครมากๆ จะมีลักษณะฝงลงในสวนลึก หยั่งรากความสัมพันธไดถึงสวนไรสํานึก ชนิดติดจิตติดวิญญาณ ขามภพขามชาติได เมื่อพบกันอีกก็จะมีสัญญาณในจิตกระตุนใหตื่นตัวรับรู มีสายใยเชื่อมติดกันทันที จึง

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf