Page 13

๑๒

“ขอบคุณนะครับ นาทําใหผมรูสึกวาบางทีเราฟงเรื่องลี้ลับแลวนึกวาตลก แตเราเองนั่นแหละ ที่ อาจเปนตัวตลก” “โลกเราไมมีคนดู ไมมีตัวละครหรอก เพราะฉะนั้นก็หาตัวตลกไมเจอ ทุกคนแคอยากไดในสิ่ง ที่ไมสมตัว เลยเปนทุกขเพราะความทะยานอยากนั้นแลวๆเลาๆ เพราะความไมรู ไมตระหนักตามจริง” “นานี่เหมือนพระจังเลย” ดวยความเอ็นดูในสวนลึก ประกอบกับที่เปนลูกคารายแรก อุปการะจึงตัดสินใจเปดเผย “ผมเพิ่งสึกมาไดสักพักหนึ่ง ความจริงเปนพระมาทั้งชีวิต นี่เพราะไมเหลือใครดูแลคุณแมซึ่ง แกมากแลว เลยจําเปนตองสละผาเหลืองสักระยะ” “ออ… อยางนั้นเองหรือครับ” ชายหนุมรับทราบดวยความสนใจ และมีความไยดีขึ้นมาเล็กนอย เกิดความรูสึกอยากแนะนํา ใครตอใครมาเปนลูกคาของหมออุปการะใหมากๆเปนการชวยอุดหนุน แมเขาจะไมไดรับคําพยากรณที่ถูกใจ แตหมออุปการะก็ใหคําปรึกษา คลายความยึดติดแนนเหนียวในใจเขาลงไดมาก พลิกขอมือดูนาฬิกา เห็นเปนเวลาใกลฉายหนังรอบที่เขาจองไว จึงล่ําลา “อยางนั้นตองขอบคุณสําหรับคําแนะนําตางๆนะครับ เออ… สองรอยใชไหมครับ?” คําถามนั้นมีมาพรอมกับทาทางกะลิ้มกะเหลี่ย อุปการะกะพริบตาทีหนึ่งคลายออนใจ “ถือวานองมาใชบริการผมเปนรายแรก เอารอยเดียวพอก็แลวกันนะ” นนทกานตหัวเราะเขินๆ แตนัยนตาเปนประกายสมหวัง “แหะๆ ครับ ขอบคุณคุณนาอีกทีครับ” ควักธนบัตรจากกระเปายื่นให ยกมือไหวดวยความเคารพ กลาวลาพรอมคิดในใจวาหาเรื่อง ชวนลานดาวเที่ยวไดอีกครั้ง ผูหญิงกับหมอดูเปนของคูกันอยูแลว แมนขนาดนี้หลอนคงเห็นเปนบุญคุณแน ถาเขาพามาพบ!

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf