Page 114

๑๑๓

“ตั้งแตครั้งแรกที่ฉันไปดูหมอเรื่องเธอ หมออุปการะบอกวาฉันกับเธอเคยเปนคูกันมากอน เจอ กันถึงมีความรูส ึกผูกพัน… แตเออ… ทาทางจะหนักไปทางเซ็กซ” “เพราะอะไร?” “เพราะชาติใกลที่เปนคู เราไมไดเปนมนุษยนะซี นึกออกไหม พอเจอกันถึงมีแตสัญชาตญาณ เกาๆทําหนาที่ หมออุปการะบอกทํานองวาถาเคยเปนคูครองกันแบบมนุษย จะมีสายใยละเอียดออนกวานั้น ยกระดับความผูกพันขึ้นสูงกวาสัญชาตญาณชั้นต่ํา นี่เพิ่งรูวันนี้จากปากเธอเองนะวาเธอก็มีฟลลิ่งแบบนั้นกับ ฉันเหมือนกัน นึกวาเปนอยูคนเดียวเสียอีก แตสําหรับเธอคงมีความขัดแยงซับซอนมั้ง อุตสาหเลือกฉันมา เปดโลกทัศนใหแลว ยังเปลี่ยนใจจนได แบบหมออุปการะทํานายวาฉันไมมีวันไดแอมนั่นแหละ” หญิงสาวยนคิ้ว แวบแรกคือฉุนขึ้นมาทันทีที่โดนหมอดูคูอาฆาตหาวาเคยเปนสัตว แตอึดใจ เดียวก็สลดลง เพราะปฏิเสธยากกับความรูสกึ ตกต่ําไรคาในบังกะโล บรรยากาศยามนีว้ า ยเวียนอยูแถวๆเตียง กับเจตนาเสพสม ปราศจากพิธียกระดับความรูสึกใหสมเกียรติตามธรรมเนียมสังคมอารยะเยี่ยงมนุษย สัมพันธภาพเกาๆระหวางหลอนกับนนทกานตกระมัง ที่เปนตัวชักจูงมาสูภิรมยสถานแหงนี้ หลอนไมไดรัก เขา เขาไมไดจัดพิธีสูขอ ไมมีการตระเตรียมงานวิวาห ไมมสี ัญญาแหงอนาคตเรืองรองใดๆ มีแตเนื้อหนัง และกลิ่นกามที่ชวนใหนึกดูถูกตัวเอง “ขอบใจที่บอก ทําใหจะเขาใจภาวะความเปนมนุษยเพิ่มขึ้นอีกนิด แมแตลําดับกอนหลัง ระหวางรักกอนใคร กับใครกอนรัก ก็เปนเครื่องแบงชั้นจิตใจไดวาแบบไหนคือมนุษย แบบไหนใกลเคียง สัตว คิดๆก็เขาเคานะ กรรมที่ผูคนสมัยนี้สําสอนไมเลือกหนากันมาก ทําใหขาดสํานึกแบบมนุษยมากขึ้นทุก ที” นนทกานตทําตาปรอยยิ้มเซ็งโลก ไมมีแกใจวิจารณมนุษยอื่นรวมไปกับหลอน เพราะอารมณ ยังคางเติ่งอยูกับความอนาถตัวเองมากกวา “แตเราก็รักจะนะ ไมใชแบบที่ตัณหาราคะเปนหัวหมูทะลวงฟนทาเดียว เรารักจะแบบที่ทําให เดินชาลงและสังเกตตัวเองละเอียดขึ้น เพื่อยอมรับใหไดวาความสุขไมใชจะมาจากความสมหวังเสมอไป รัก ขางเดียวถาเปนรักจริงพอก็สุขอยูกับตัวเองได ยังโชคดีกวาคนที่เกิดมารักใครไมเปนตั้งเยอะ” ลานดาวเหลือบตาลงต่าํ หงอยๆ เพราะเหมือนประโยคสุดทายของนนทกานตคือการดากระทบ “วาจะเหรอ?” “ฮึ้ย! เปลานา” ชายหนุมรีบปฏิเสธ “เราพูดเหวี่ยงๆทั่วๆไปตางหาก” “แตจะก็เปนอยางนั้น จะสับสนตัวเอง ทําไมจะรักผูชายไมลงซักคน ผูชายไมดีพอ หรือใจจะไม พอดี ทําไงถึงจะรูไดละ?” “อยาเพิ่งตีโพยตีพายเหมือนเรื่องคอขาดบาดตายไปเลย จะอาจรังเกียจความรักความหลงเกิน งาม หรือสายตาหื่นกระหายไมปดบังของบรรดาแมงหวีแ่ มงวันที่เขามารุมตอมก็ได วันหนึ่งเจอคนดีพอ จะ คงรักเขาแบบที่หญิงรักชายเปน” นนทกานตทอดเสียงดวยความแสบหัวใจทีต่ ระหนักวาเขาจะไมมีวันใชคนนั้นของหลอน ขณะนั้นเปนนาทีแรกที่ลานดาวรวมรับรูความทุกขและความนอยเนื้อต่ําใจของนนทกานต

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf