Page 113

๑๑๒

“โวย!!” นนทกานตรองดังๆแลวหงายหลังฟาดเตียงอยางแรงแทนการลุกขึ้นถีบโตะเตะเกาอีอ้ ยางใจบง การขึ้นมาชั่ววูบ ลานดาวผงะกะพริบตาทีหนึ่งกับโวยดังราวกับฟารองของเพื่อน กอนเอาน้ําเย็นเขาลูบในอึด ใจตอมา “โจก… ฉันขอโทษ ฉันจะถือเปนบุญคุณสําหรับความชวยเหลือ ถามีโอกาสจะทดแทน สุดกําลัง” ชายหนุมฟงแลวแทนที่จะรูส ึกปลื้ม กลับทําทาคลายชักดิ้นชักงอ ราวกับลมบาหมูกําเริบ สิ้นสุด ความอดทนฝนสุภาพนิ่มนวล ความในใจพรั่งพรูออกมาจากหลังอัดอั้นไวเนิ่นนานแรมป “เธอนี่มันนังแมมดในคราบนางฟาจริงๆ ฉันคงมีเวรมีกรรมกับเธอมาเยอะ อยูใกลแลวทรมาน เหมือนถูกยางในนรก นี่เจอกันชาติไหนอีกก็คงตองชดใชหนี้จนกวาจะหมดมั้ง” “เอาเถอะ ไวถา เจอกันใหมชาติหนา อะไรๆอาจดีขึ้น” ความจริงหลอนแคตั้งใจพูดใหเอออวยไปกับเขา แตนนทกานตโมโหจี๊ดยิ่งกวาเดิมราวกับเอา เข็มแหลมมาไชหู “รูไวเถอะจะ เธอนะทําเลวๆโดยไมรูสึกตัวไวมาก โดยเฉพาะแกลงใหคนอื่นเขาเจ็บช้ําน้ําใจ เหมือนหลอกลอจะดึงขึ้นเรือ ใหความหวัง ใหความยินดีปรีดา เสร็จแลวถีบหัวสงกลับลงน้ําตอ เห็นเปนเรื่อง สนุก เห็นเปนชวงเวลาบริหารเสนห วันหนึ่งเถอะจะตองชดใช!” เขาพนอยางมีอารมณ ลานดาวรับฟงดวยอาการสงบ ไมนึกโกรธนนทกานตแมแตนิดเดียว “ฉันอาจกําลังชดใชอยูก็ไดนะโจก…” น้ําตาหลอนเริ่มเออขึ้นคลอเบา ชายหนุมเพงจองเพดานอยูครู กอนสะบัดหนามามองเพื่อนสาว เมื่อไดยินเสียงสะอื้น เปนครั้งแรกที่เห็น และนั่นก็ทําใหใจออนยวบลง ประกายตาทอแววอาทรของเพื่อนอีก ครั้ง ถอนใจเฮือก แมใจยังโกรธ แตอีกภาคก็ทํางานเปนอัตโนมัติ ลุกขึ้นและกาวเขาหา วางมือบน ไหลมนฉันมิตรที่พรอมยืนเคียงขางยามอีกฝายเกิดทุกขรอน “ขอโทษนะ โจกพูดแบบไมทันคิด” ลานดาวขมสะอื้นและกรีดน้ําตาทิ้ง “ดาฉันเถอะ ชดใชดวยการถูกดาเจ็บๆเสียบาง กรรมเวรอาจหมดไวขึ้น” “ไมมีเวรไหนลางไดดวยเวรหรอก จะ” เขาลดมือแลวลงนั่งดานขาง อยูๆก็นึกถึงคําพูดของหมอดูขึ้นมา “หมออุปการะคงพูดถูกอีกแลว” “พูดอะไร?” “เอาตรงๆไมออมคอมเลยนะ” ลานดาวพยักหนา

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf