Page 106

๑๐๕

หลอนอาจมีเวรกับเขาอยางหนึ่ง คือเลี้ยงเหมือนมาใชเอาไวขี่หลัง เวลากําลังอารมณรายหาที่ ระบายไมไดก็ไปลงเอากับเขา หรืออีกทีก็เลี้ยงไวเปนหินลับเขี้ยวเสนห แบบเดียวกับแมมดที่ตองหมั่นซอม ใชเวทมนตกันลืม ไมทราบเปนโรคจิตชนิดใดเหมือนกัน ดูเหมือนหลอนสนุกสนานเปนพิเศษกับการแกลง ทรมานเขา เห็นหนาเศราๆทีย่ ังคงจงรักภักดีไมเสื่อมคลายแมถูกทําทารุณสารพัดแลวสะใจพิลึก ชีวิตเหมือน อิ่มเอมเปรมสุขยิ่งกับการมีเขาไวเปนลูกบอล นึกอยากอุมก็อุม นึกอยากเลี้ยงก็เลี้ยง นึกอยากเตะก็เตะ แรงเบา แคไหนก็เห็นยังทนมือทนเทาอยูในสภาพเดิมเสมอ คบกับหลอนเขาเปนฝายสูญเสียมาตลอด หลอนอาจตองชดใชในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งใหเขา เปนฝาย ‘ได’ เสียบางกระมัง… ลานดาวมองเหมอออกไปนอกรถ ครูหนึ่งก็พึมพําถามอีก “แลวเธอวาพวกหญิงรักหญิงที่อยูกินกันจริงจังนี่นารังเกียจไหม?” “อือม…” นนทกานตเมมปากตรองโดยปราศจากการเฉลียวคิดวาเปนเรือ่ งใกลหรือไกลตัวแต อยางใดทั้งสิ้น “ใจหนึ่งก็สงสาร อีกใจก็รูสึกแปลกๆนะ จะบอกวารังเกียจไหม… คงไมถึงขั้นนั้น เปนผูหญิง ยังดี ไมถูกดาเทาไหร เห็นคลอเคลียหยาดเยิ้มแบบแฟนแลว สมัยนี้อาจจะแคทาํ ใหยิ้มมุมปากหนอยๆ เพราะ ภาพไมชวนคลื่นไสนัก แตถาเปนผูชายก็อาจเคราะหราย สังคมจะพากันสงสายตารังเกียจโดยไมตองนัด หมาย มีแตคนสนิทที่ไดรูจัก ไดพูดคุย ไดเห็นแงมุมอื่นๆในชีวิตของเขา ภาพของความเปนมนุษยที่นาเห็นใจ ถึงจะปรากฏชัดกวาภาพของรักรวมเพศที่ทําอะไรนาสะอิดสะเอียน” “ลองแจกแจงใหฉันฟงไดไหมวาทําไมรักรวมเพศถึงนารังเกียจ?” จนแลวจนรอดนนทกานตก็ไมสําเหนียกความขรึมผิดปกติในน้ําเสียงของเพื่อนสาวอยูนั่นเอง นั่นเปนธรรมชาติของเขา เวลาไดรับโจทยใหคิดก็คิดไป และมักใหคําตอบไดดีมากดวย แตพอไมตองคิดก็ จะขาดความสังเกตสังกา และบารักไปตามแรงขับของวัย “เรื่องของเรื่องคือมันฝนธรรมชาติ อะไรที่ฝนธรรมชาติยอมกอความรูส ึกผิดปกติ ความรูสึก ผิดปกติอาจจี้เสนใหขํา หรืออาจทําใหมวนทองอยากแหวะ สําหรับหญิงกับหญิงนั้นกวนความรูสึกให ปนปวนนอยหนอย เพราะเปนเพศที่ไมตองเปลี่ยนบุคลิกมากนัก ถึงแมกิริยาวาจาแข็งโปกยังไงก็พอเห็นได ในหญิงทั่วไปอยูแลว อีกอยางเพศหญิงมีธรรมชาตินาหลงใหล หากถูกหลงโดยเพศเดียวกันก็นับวาแปลก นอย ทางโหราศาสตรระบุดวยซ้ําวาดาวประจําดวงของผูหญิงบางคนสงกระแสใหเจาตัวทรงเสนห มี อิทธิพลแมกับเพศเดียวกัน อยางจะไง นองปหนึ่งปสองกรี๊ดกันอยางกับแขงเปานกหวีด ทั้งที่เธอก็ไมเคยมี มาดทอมบอยกับเขาเลย แคเทกวาเลดี้หนอยเดียว” ลานดาวเบนหนาไปลอบยิ้ม ใจชื้นอยางประหลาดเมื่อนึกขึ้นไดวาเสนหของตนมีอิทธิพลตอ ผูหญิงดวยกัน โดยอาศัยหลักฐานแวดลอมเปนตัวเปนตนมาชี้ไดมากมาย “แลวชายกับชายละทําไมถึงนารังเกียจ?” ประโยคคําถามนั้นยิงมาเพื่อไมใหนนทกานตรูสึกวาหลอนสนใจปญหาหญิงรักหญิงเปนพิเศษ “อือ… ชายกับชายนี่ถาออกแนวตุดแนวแตวก็ซวยเลย เพราะบุคลิกจะถูกปรับใหกระตุงกระติ้ง ผิดแผกจากธรรมชาติอยางเห็นไดชัด ธรรมชาติในรูปกายของเพศชายไมคอยมีสวนนุมนวลใหนึกอยาก

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf

กรรมพยากรณ์ตอนที่ 1  

http://www.openbase.in.th/files/D_karmpayakorn_part1_1_to_16.pdf