Issuu on Google+


จากใจ บ.ก. ใกลตัว สวัสดีคะ ไมรูวาคุณผูอานไดสังเกตกันบางหรือเปลานะคะ วา "นิตยสารธรรมะใกลตัว" ที่ไปถึงเมลบอกซของคุณผูอานในแตละสัปดาห ไมไดเดินดุม ๆ ไปดวยหนาตาแบบเดียว แตไดรับการแตงองคทรงเครื่องเปนรูปแบบตาง ๆ เผื่อใครตองจริตกับหนาตาแบบไหน ก็มพี รอมตระเตรียมไวให เอาใจกันนาดู : ) งงมัย้ คะเนี่ย วา บ.ก. กําลังพูดถึงอะไร...? : D ใครที่กําลังอานอยูจากหนาเว็บ ลองเลื่อนเมาสลงไปดูเมนูดานลางซายซิคะ... ใชแลวคะ.... เนื้อหาฉบับเดียวในหนึ่งสัปดาหนี่แหละ ทีมงานของเราจับแปลงรางเปนถึง ๕ รูปแบบเชียวนะคะ นอกจากนิตยสารในรูปแบบของเว็บที่สวยงามสะอาดตา (โดย คุณเขมจิรา) แลว ใครชอบแบบ "อานงาย สบายปริ้นท" ก็มีใหเลือกดาวนโหลดกันได ทั้งในรูปแบบ Microsoft Word และ PDF ทุกฉบับเลยคะ ซึ่งตรงนีก้ ็ไดทมี งานคือ คุณกานต คุณสิทธินนั ท และคุณกอบ มาชวยจัดทําใหทกุ สัปดาหคะ แถมอีกหนอยวา ถาใครถนัดพิมพออกมาอาน และอยากทําเปนหนังสือ "ธรรมะทํามือ" เองงาย ๆ ดวย คุณ MacroArt ก็ไดแวะมาแนะนําวิธีการพรอมภาพประกอบใหทาํ เองกันไดดวยนะคะ สนใจลงมือทํา ก็คลิกไปอานที่กระดาน "คําแนะนํา ติชม" ของนิตยสารไดเลยคะ dungtrin.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=49 แตที่อยากจะขอแนะนําเปนพิเศษสักหนอย เพราะคิดวาหลายคนอาจจะยังไมคอยคุน เคย ก็คือรูปแบบ ไฟล Exe (โดย คุณเจตน) และรูปแบบ ไฟลเสียง (นําทีมโดย คุณโจโฉ) คะ Exe ไมไดอานวา เอกซ... แอกซ... หรือเอ็กเซ... อะไรเดิ้น ๆ ทํานองนัน้ หรอกนะคะ : ) เรียกตรงไปตรงมาวา "อี-เอ็กซ-อี" (หรือที่มาจากคําวา "Executable" นัน่ เอง) คะ


ความเกของนิตยสารฉบับ Exe ที่คุณเจตนสรรคสรางขึ้นมานี้ ก็คือ คุณจะยังนั่งอานนิตยสารออนไลนอยูห นาจอไดเหมือนเดิม แตดวยการอานงาย ๆ ในรูปแบบ "คลิก แอนด พลิก" : ) พรอมดวยการจัดวางหนาแบบหนังสือจริง ๆ จะทําใหคุณได "ฟล" หรือรูสึกราวกับกําลังพลิกนิตยสารอานอยูต รงหนาก็ไมปานเชียวคะ แอบกระซิบใหดวยนะคะวา ใครยังไมไดอาน แงคิดจากหนัง ตอน "Autumn in My Heart" โดยคุณชลนิล ในฉบับที่ ๓ ลองดาวนโหลดฉบับ Exe ไปอานดู แลวก็อยาลืมลองเปดลําโพงดูดวยนะคะ.... : ) สวนอีกรูปแบบหนึง่ ที่อยากแนะนํา ก็คือ หนังสือฉบับเสียง คะ โดยจะมีทั้งเสียงอานในรูปแบบ mp3 ไฟลคุณภาพ สามารถดาวนโหลดไปไรททาํ แผนซีดี audio เพื่อฟงบนรถ หรือเพื่อแจกจายไดเลย และยังมีไฟล wma ขนาดเล็ก เพื่อทดลองฟงสําหรับอินเตอรเน็ทสปดธรรมดา แถมยังมีแบบใหฟง สด ๆ บนอินเตอรเน็ทแบบตอเนื่องทั้งหมด (streaming) ไดดวยคะ ซึ่งสวนนี้ ก็เกิดจากทีมงานอีกกลุมหนึง่ ทีอ่ าสามาอานนิตยสารทั้งเลมใหฟง กันทุกสัปดาห โดยไดคุณโจโฉชวยรวบรวมและเรียบเรียงใสเสียงดนตรีประกอบใหดวยเสร็จสรรพ ดาวนโหลดไปแลว จะขับรถ ออกกําลัง กวาดบาน ถูบา น ทํางานจิปาถะไปพลางก็ได แผล็บเดียว คุณก็อาจจะอานนิตยสารทัง้ เลมจบไปแลว ชวยประหยัดเวลาไปอีกแบบคะ วาแลวก็มานั่งนึกเลน ๆ วา ถาตองผลิตสือ่ ขางตนทั้งหมดออกมาแบบบริษัทจริง ๆ กวาจะเสร็จออกมาเปนรูปแบบแตละฉบับ ๆ คงตองจางกันหนักนาดูนะคะ เพราะงานบางอยาง นอกจากเวลาแลว ยังตองใชทกั ษะเฉพาะทางและเฉพาะตัวกันจริง ๆ แตก็เปนความนาแปลก ในความไมนาแปลก สําหรับนิตยสาร "ธรรมะใกลตัว" คะ ทุกคนลวน "อาสา" สละเวลามารวมทําดวยใจอันโสมนัสกันเองทัง้ สิ้น เมื่อ "ความศรัทธา" มาบรรจบกับ "ความสามารถ" ความมหัศจรรยก็บังเกิดขึ้นใหเห็นเปนรูปธรรมไดอยางนีน้ ี่เองนะคะ.... : ) สําหรับฉบับนี้ คุณ mayrin ไดแรงบันดาลใจจากเพื่อนนักเขียน เลยสงเรื่องสัน้ อิงธรรมะเรื่องแรกในชีวิต เรือ่ ง "พรุงนี้ไมสาย" มาฝาก บางที เรื่องงาย ๆ ในชีวิต ก็อาจสะกิดใหเราเห็นทางสวางของชีวิตอยูเ บื้องหนา


เชนเดียวกับคุณ mari ที่มองเห็นแงมุมคม ๆ จากเรื่องงาย ๆ ในชีวิตประจําวัน เธอไดฝากมุมมองนัน้ ไวใน สัพเพเหระธรรม เรื่อง "ตากฝนอยูใตรม..." ฉบับนี้คะ แตสําหรับบางคน กวาจะคนพบหลักอันเปนแกนใหกับชีวิตของตัวเอง ก็อาจตองเผชิญกับเรื่องหนัก ๆ แทบกระอักหรือแทบวายปราณ ประสบการณของคุณ Triple N จากเรื่อง "ของฝากจากคนปวย" จะสะทอน ธรรมะจากคนสูก ิเลส อยางไร ลองติดตามในเลมกันดูคะ แลวมาฟงเรื่องของคนไขรายหนึ่งของคุณหมออติกนั ตอคะ "คาหัวเราะ 30,000 กับยาเม็ดละ 2 บาท" คุณผูอานคิดวา... ถาเปนคุณผูอาน จะเลือกแบบไหนคะ : ) และพลาดไมไดเชนเคยนะคะ กับ แงคิดจากหนัง ฉบับนี้ คุณชลนิล จะชวนเรามองหาสัจจะของชีวิตผานผูค นในหมูบานแหงหนึง่ กับตอนทีช่ ื่อวา "The Village ที่น.ี่ ..ไมมีใคร 'รู' " เรียกวา ดูหนังดูละคร แลวคุณชลนิลก็ชวนใหยอนมาดูตวั เราเองไดอยางดีจริง ๆ คะ สําหรับ ธรรมะปฏิบัติ ฉบับนี้ คุณ satima ไดหยิบเอาเรื่อง "ทิฏฐิ และตัณหา" มาฝาก เพื่อเปนขอคิดใหการดําเนินบนเสนทางธรรม เอื้อทัง้ ประโยชนตน ประโยชนผูอนื่ คะ สงทายดวยการแวะไปรูจักกับ "วัดปาสุคะโต" จ.ชัยภูมิ สักนิด คุณ moon ไมไดนํามาฝากเฉพาะรายละเอียดของวัด และภาพบรรยากาศเทานั้น แตยังไดเลาเกร็ดประสบการณในการไปปฏิบัติธรรมที่นนั่ ใหเราฟงดวยคะ นอกจากนี้ ใครที่คิดวาสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในปจจุบนั เปนผลมาจากกรรมเกาในอดีตชาติลวน ๆ ลองพลิก "ไดอารี่หมอดู" ฉบับนี้อานดูกอนนะคะ เรื่องบางเรื่อง ก็กรรมปจจุบนั นี่แหละคะที่เปนหัวขบวนของเรื่องราวทัง้ หมดทัง้ ปวง พรอมดวย คําคมชวนคิด บทกวีธรรมะ จากคุณผูอานทีฝ่ ากฝไมลายมือไว และสาระธรรมจากคอลัมนประจําตาง ๆ ที่เพียบพรอมไปดวยเนื้อหาสาระของนิตยสารเชนเคย วาแต... ฉบับนี้ คุณจะเลือกอาน หรือเลือกดาวนโหลดหนังสือรูปแบบไหนไปอานกันบางคะ? : ) กลางชล ๔


สารบัญ ธรรมะจากพระผูรู ................................................................................................................................ ๗ เตรียมเสบียงไวเลี้ยงตัว ......................................................................................................................... ๙ เขียนใหคนเปนเทวดา..........................................................................................................................๑๕ วิธีจัดระเบียบเนื้อหา .....................................................................................................................๑๕ ไดอารี่หมอดู .....................................................................................................................................๒๑ กวีธรรม..............................................................................................................................................๒๖ ดังความฝน พันธนา บนอากาศ .....................................................................................................๒๖ แดเธอ ........................................................................................................................................ ๒๗ ขอธาร ........................................................................................................................................ ๒๘ คําคมชวนคิด ................................................................................................................................... ๒๙ สัพเพเหระธรรม ..................................................................................................................................๓๐ ตากฝนอยูใตรม ...........................................................................................................................๓๐ ธรรมะจากคนสูกิเลส .......................................................................................................................... ๓๒ ของฝากจากคนปวย .................................................................................................................... ๓๒ ของฝากจากหมอ ................................................................................................................................๓๖ คาหัวเราะ 30,000 กับยาเม็ดละ 2 บาท .........................................................................................๓๖ แงคิดจากหนัง ................................................................................................................................... ๓๘ The Village ที่น.ี่ .. ไมมีใ���ร “รู” ..................................................................................................... ๓๘ เรื่องสั้นอิงธรรมะ.................................................................................................................................๔๑ พรุงนี้ไมสาย ................................................................................................................................๔๑ เที่ยววัด..............................................................................................................................................๔๖ ๕


วัดปาสุคะโต ................................................................................................................................๔๖ ธรรมะปฏิบัติ ......................................................................................................................................๕๑ ทิฏฐิและตัณหา ............................................................................................................................๕๑ ทีมงาน ............................................................................................................................................ ๕๓


ธรรมะจากพระผูรู ถาม – สังเกตวาเริ่มรูส ติมากขึน้ เวลาอยูวางหรือกําลังเดินก็มาจับลม จับความรูสกึ สุขทุกข จับอิริยาบถตางๆ ตามเรื่องตามราว แตยังสังเกตวาเวลาพูดคุยกับคนอื่นนี่ มักแบงสติมาดูตวั เองพูดไมทัน พอคุยจบ เดินจากมา ก็นึกไดวาเมือ่ กี้ ไมไดกาํ หนดสติดูเลย การปฏิบัติทางจิต กับการออกกําลังกายก็คลายกันครับ นักมวย หรือนักกีฬานัน้ เขาตองฟตซอมรางกายใหแข็งแรง เชน ออกวิ่งตอนเชาๆ การวิง่ ของนักมวยนั้น ไมไดเอาประโยชนทกี่ ารวิง่ แตเอาประโยชนที่รา งกายแข็งแรงแลว เอาไปใชชกมวย ทางจิตก็เหมือนกันครับ คือเราจะตองฟตซอมดวยการเฝารูเฝาดูจิตใจ หรือทําความสงบสลับกับการเจริญวิปสสนาไป เพื่อใหมีสติสมั ปชัญญะ มีปญญาวองไว แลวเอาไปใชในชีวิตประจําวันจริงๆ ได เชน เวลาเราทํางาน หรือคุยกับคนอื่น เราเฝารูอยูที่จิตไมได (เหมือนกําลังชกมวย จะตัง้ ทาวิ่งไมได) แตทันทีที่คุยแลวกิเลสเกิด ตัณหาเกิด จิตจะมีสติรูทันขึน้ มาอยางอัตโนมัติ ดังนัน้ การฝกกับการออกสนามจริงจึงไมเหมือนกัน ถากําลังชกมวยอยู มัวคิดถึงทาวิ่ง ก็ถกู ชกหมอบสิครับ หมายถึงวา ถากําลังคุยกับคนอื่น แลวยอนมาเฝาอยูทจี่ ิต จนความคิดดับ ก็คุยกับใครไมไดเลย อีกอยางหนึ่ง จิตรูอารมณไดทีละอยางเทานัน้ นะครับ ถาพยายามฝนจะรูหลายๆ อยางพรอมกัน จิตจะฟุงซาน ไมมีความเปนหนึง่ จะทําวิปส สนาก็ไมได สมถะก็ไมได เปนการเพิ่มงาน เพิม่ ภาระใหจิตโดยเปลาประโยชนครับ


แตถาคุยแลวเกิดความมัน หรือเกิดราคะโทสะอะไรก็แลวแต ใหจิตมันรูท ันขึ้นเองเปนอัตโนมัตนิ ะครับ จึงจะเรียกวาพอจะทําไดจริงในชีวิตประจําวันแลว แตจะทําอยางนั้นได เราก็ตองฝกฝนเขม มาสักชวงหนึง่ แลว สันตินันท (พระปราโมทย ปาโมชโช ในปจจุบัน) ๑๑ มิ.ย. ๒๕๔๒


เตรียมเสบียงไวเลี้ยงตัว ถาม – อยากทราบวากรรมอะไรที่ทําใหเสียงแหบคะ? กรรมที่ทาํ ใหเสียงไมเพราะ ก็เกี่ยวของกับมุสาวาทและวจีทุจริตนัน่ เองครับ ทั้งโกหก ทั้งพูดหยาบ ทั้งพูดสอเสียด ทั้งพูดเพอเจอ มีสวนทัง้ นั้น เอาเฉพาะที่เห็นและพิสูจนความเปลีย่ นแปลงไดในปจจุบนั นะครับ ที่ผมเห็นมาคือพวกชอบตะคอกเปนนิสยั กระทัง่ จิตผูกอยูกับการตะคอกคน โทนเสียงจะเคนหนัก ฟงเจือดวยโทสะอยูตลอดเวลา ทั้งที่แกวเสียงจริงอาจมีประกายเปนกังวานเสนาะไดมากกวานัน้ วิธีลองแกชวั่ คราว ใหนงั่ หนาพระพุทธรูป ทําจิตใหมีความงามของพระปฏิมาเปนที่ตั้ง แลวเปลงเสียงสวดมนตดวยใจเคารพ ผอนลมหายใจออกชาๆเพื่อเนนปลายเสียงใหชัดถอยชัดคํา (จะแตกตางจากตอนตะคอก ที่ผอนลมหายใจเร็วเพื่อกระแทกเสียงใหฟง ดุดัน) หากคุณสวดไปเรื่อยๆแลวรูสึกถึงประกายในแกวเสียงสดใส ก็ขอใหจาํ ทัง้ จิตอันออนโยนและวิธีเปลงเสียงแบบนั้นไว เพื่อใชในการพูดปกติชัดถอยชัดคํา แบบไมเสแสรงแกลงดัดจริตใหเสียงเพราะ สวนวิธีแกถาวร คือคุณตองตั้งความคิดไววาจะไมตะคอกคนอีกเลย ไมวาดวยกรณีใดๆ จะมีแตการเลือกวิธีใชเสียงในลักษณะปรานี หากคุณฝาดานความโกรธโดยไมใชเสียงตะคอกไดสักสิบครั้ง ก็จะเริ่มเห็นความเปลีย่ นแปลงในแกวเสียงตัวเองอยางชัดเจน หมายเหตุดว ยวาถาเสียงแหบเพราะเหตุขดั ของหรือขอบกพรองทางกายภาพอื่นๆ วิธีแกขางตนอาจไมไดผลทันตาในปจจุบนั แตแนนอนวาตองสงผลในกาลขางหนาอยางไมตองสงสัย

ถาม – คนบางคนมีแรงดึงดูดสูงและมีอํานาจชักจูงคนจํานวนมาก ดังที่ฝรัง่ เรียก ‘คาริสมา’ (charisma) เหมือนอยางเชน อดอลฟ ฮิตเลอร ที่เหนี่ยวนําประชาชนทีก่ ําลังสิ้นหวัง ใหกลับฮึกเหิมและลุกฮือขึ้นเปนพวกคลั่งชาติ กับทั้งเปลี่ยนเยอรมนีจากสภาพผูแพสงครามโลกใหกลายเปนประเทศมหาอํานาจได หรืออยางหญิงชายทีม่ ีอํานาจตรึงใจคนราวกับโดนคุณไสย เหมือนมีพลังบังคับใหคนที่ใกลชิดอยากบอกวารักและอยากอยูดว ยตลอดไป แมวานิสัยใจคอจะกาวราวและไมนาติดใจเอาเลย แตกลับเปนที่จดจํา ลืมยาก และอาลัยโหยหา อยางนี้มาจากการสั่งสมกรรมแบบไหนคะ? ๙


พวกมีคาริสมาสามารถใหคณ ุ ใหโทษ ทั้งกับตัวเองและโลกไดมากเทามาก หากชาติไหนน้ําหนักกุศลดลใจใหคิดดี ก็อาจเหวี่ยงตัวขึ้นไปเปนศาสดาได แตหากชาติไหนน้ําหนักอกุศลครอบงําจิต ก็อาจกลายพันธุไปเปนจอมซาตานไดไมยากเชนกัน กอนอื่นมานิยามคําวา ‘คาริสมา’ กันใหชดั เฉพาะในทีน่ นี้ ะครับ วาเราพูดถึงคนมีแรงดึงดูดสูงผิดธรรมดา และไมจํากัดเฉพาะวาเปนพวกผูนาํ การปกครองหรือศาสดาใดๆ แตเหมารวมไปถึงชายหญิงที่เสนหแรงผิดปกติ ใครเห็นเปนตองหลงใหลคลัง่ ไคล อาจจะในทันที หรือเพียงพบปะพูดคุยหนสองหน ตัวตนของพวกมีคาริสมาเหมือนแมเหล็กทรงพลัง คุณจะมองไมเห็น กับทัง้ ไมรูสึกหรอกวาแรงดึงดูดจากเขาและเธอมันสงออกมาจากตรงไหน เพราะทั้งหมดที่เปนเขาและเธอนั่นเองคือแรงดึงดูด ทันทีที่คุณเห็นเขาหรือเธอ อยางนอยตองจองมองดวยความพิศวง หรือรูสึกพิเศษผิดธรรมดาสักอึดใจหนึ่ง กรรมที่ทาํ ใหนา สนใจยอมเปนไปในฝายบุญกุศล และการมีคาริสมาก็มกั จะเปนกระแสกรรมที่สืบเนื่องในทางเดียวกันตั้งแตอดีตมาจนถึงปจจุบนั บรรดาบุญที่ผมจะกลาวถึงตอไปนี้เพียงขอใดขอหนึ่งอาจยังไมเขาขัน้ กอใหเกิดคาริสมา ตองหลายๆขอประกอบกันจึงใหผลชัด ๑) บุญอันเกิดจากการเปนผูย ินดีริเริ่มทําดีกอนใคร บุญชนิดนี้จะตกแตงใหรูปรางหนาตาแตกตางจากคนทั่วไป คือมีบางอยางที่โดดเดนขึ้นมา อาจไมไดสวยหลอเปนพิเศษ แตอยางนอยตองดูดี มีความสงาแบบทีช่ วนใหหมูชนเชื่อวาเปนผูนาํ ได ฝากความหวังได หรือเปนที่พงึ่ ใหกับพวกตนได รูปรางหนาตาเปนสิ่งที่จับตองไดและมีความคงทน ฉะนัน้ รูปรางหนาตาจึงมักสะทอนบุญหรือบาปทีท่ ําเปนประจํา ทําอยางสม่าํ เสมอในอดีตชาติ หากปจจุบันชาติยังคงสืบสายกรรมแบบเดียวกันนัน้ ก็ยอมเปนไปดวยกัน เขากันไดอยางกลมกลืน คือทั้งกายและจิตฉายรัศมีไปในทางเดียวกัน สัมผัสดวยตาเปลาก็เชื่อแลววาหุนอยางนีน้ ําคนได นอกจากผลทีเ่ กิดทางกายแลว บุญชนิดนี้ยงั ใหผลทางใจอีกดวย กลาวคือพวกเขาจะ ‘กลาแตกตาง’ ไมกลัวที่จะแตกแถว โดยเฉพาะเมื่อมัน่ ใจแลววาเปนการแตกออกมาจากแถวที่เลว พวกที่กลาแตกตางมักสามารถทําเรื่องธรรมดาใหไมธรรมดาได ถาคุณเคยกินแกงจืดหรืออาหาร ‘ธรรมดา’ อื่นๆ แตรสชาติไมธรรมดา ก็คงเดาไดวานั่นสะทอนถึงกรรมวิธที ี่แตกตาง

๑๐


และสิ่งทีท่ ําใหกรรมวิธีแตกตางกันก็คือวิธีคดิ ของแตละคน ผูท ี่ทาํ ของธรรมดาใหไมธรรมดาได ยอมชื่อวาเปนคนพิเศษ และคุณก็รูสึกถึงความพิเศษจากกระแสความเปนเขาไดเพียงพบปะพูดคุยไมนาน ๒) บุญอันเกิดจากความตั้งใจจริงหนักแนน คือเมื่อคิดอนุเคราะหเหลามนุษยและสัตวจะมุงมัน่ ทําใหสําเร็จ แมตองผานความยากลําบากและอาศัยระยะเวลายาวนานเพียงใด ใจจะเล็งอยูแตเปาหมายเทานัน้ ไมถงึ ไมเลิก และไมนําพากับอุปสรรคที่ขวางทางอยู ความพากเพียรจนสําเร็จโดยไมวอกแวก มีความขมใจ มีความอดกลัน้ ตอการยั่วยุใหเขวออกนอกทาง ก็เหมือนการทําสมาธิอยางหนึ่ง ยิ่งหนักแนนแนวแน จิตก็ย่งิ ตั้งมัน่ รวมเปนดวงใหญ และตามธรรมชาติของจิตแลว ยิ่งมีความใหญขึ้นเทาใด ก็ยิ่งขมจิตทีเ่ ล็กกวาใหยอมพินอบพิเทาไดมากขึ้นเทานัน้ ผูนําระดับแมทัพตองมีบุญชนิดนี้มากๆ จิตจึงมีอานุภาพสูง ผลของบุญเมือ่ เอามาใชในทางบาปอาจอยูในรูปของความเหี้ยมเกรียม เด็ดขาด หรือดื้อจะเอาอยางใจใหได แตความเหีย้ มเกรียมและความดื้อก็อาจหมุนกลับมาเปนปจจัยหนุนความดี เมื่อใดอยากทําดีกท็ าํ เต็มที่อกี เหมือนกัน พวกที่เด็ดขาดทั้งทางดีทางรายมามากมักมีรัศมีแรงสูง มีความนายําเกรง ถาบวกเขากับการเปนคนชางคิดชางฝน มีความปรารถนาอยางรุนแรงที่จะทําใหความฝนเปนจริง ก็มักรูสึกชัดเจนจากขางในวาโลกนี้ตองเปนไปตามจินตนาการของขา คือนึกอยากใหเกิดอะไรขึ้น ก็มักเกิดสิ่งนัน้ ขึ้นมาจริงๆ คุณอาจเคยตกอยูใตอํานาจการเหนี่ยวนําทางจิตของคนอืน่ มากอน เชน คุณอยากบอกวา ‘ไม’ แตรูสึกถึงพลังกดดันใหตองตอบวา ‘ก็ได’ หรือคุณยังไมพรอมโทร.หาใคร แตรูสึกเหลือฝนตาน ตองโทร.หาเขาเดี๋ยวนัน้ ซึ่งก็ตรงกับความตองการของเขาพอดี พวกมีคาริสมามักรักแรง แคนแรง และชอบสะกดจิตคนอื่นดวยมโนนึกของตนเอง ลักษณะภายนอกของคนพวกนีม้ ักมีดวงตาดําใหญ ฉายอารมณชัด และชอบจดจอง การที่จิตเขาแรงจะทําใหตวั เขาแจมชัด และคงเสนคงวาในมโนภาพของคนอื่น ลองหลับตานึกถึงคนที่คุณเห็นมา จะพบวามีระดับความชัดเจนตางกัน และที่ชัดสุดก็ไดแกพวกมีคาริสมานีเ่ อง อนึ่ง พลังทางอารมณที่เขมขนอาจทําใหพวกเขาดูเหมือนสติดี แตความจริงเปนความสามารถจดจองสิง่ ใดสิ่งหนึง่ อยางตอเนื่อง เมื่อเลิกจดจองก็อาจเหมอลอยขาดสติไดอยางคนทัว่ ไป ยกตัวอยางเชน คนธรรมดาทั่วไปอาจรูสึกวาตัวเองโกรธ แตไมเปนหนึง่ เดียวกับความโกรธ สวนพวกมีพลังทางอารมณเขมขนจะโกรธดวยจิตที่แคนแรง และอาจมีอานุภาพคุกคามขมขวัญใหคูแคนรูสึกเหมือนเผชิญปศาจที่นา พรัน่ พรึง แตเมื่อหลุดจากภาวะโกรธนัน้ เขาจะดูเหมือนคนธรรมดาไรพิษสง ไมคลายปศาจแตอยางใด ๑๑


วากันวาฮิตเลอรนั้น เมื่อเดินเขาหองประชุมทหารระดับปกครอง เหลาทหารใหญมักรูสึกเหมือนมีไฟช็อตออนๆ แสดงใหเห็นถึงขุมพลังที่โชนออกมาอยางแรงกลาของฮิตเลอร ที่คุกคามขวัญไดแมแตทหารใจเหี้ยมดวยกัน แตความจริงก็คือฮิตเลอรเปนคนอบอุน ที่ดไู มนากลัวอะไรเลยสําหรับครอบครัวและคนที่เขารัก นั่นแสดงใหเห็นวา อยูกับทหารเขาตั้งจินตนาการเกี่ยวกับตนเองไวอยางหนึง่ ตอเมื่ออยูก บั คนที่เขาจะเปนตัวของตัวเองจริงๆ จินตนาการก็จะแปรไปเปนอีกอยางหนึ่ง และเชนกัน คุณอาจตกอยูในบวงพิศวาสของชายหรือหญิงสักคน หลงนึกวาเขาเปนอยางนัน้ อยางนี้ มีจินตนาการเลิศลอยชวนพิศวงราวกับเทพบุตรเทพธิดา แทจริงอาจเปนแคจินตนาการของเขาหรือเธอที่สามารถเหนีย่ วนําใหคุณเห็นไปอยางนั้น และคุณก็หลงเชื่อ หลงรูสึกไปอยางนั้นแบบถอนตัวไมขึ้น ๓) บุญที่เคยทําธรรมะใหนาสนใจ ธรรมะในทีน่ หี้ มายถึงความเชื่อดีๆ ความรูด ีๆ สัจจะความจริงดีๆ ทีท่ ําใหคนทั้งหลายหันมาใฝบุญใฝกุศล เพราะฉะนัน้ จะเปนธรรมะในศาสนาพุทธหรือลัทธิความเชื่ออื่นใดไมสําคัญ สําคัญที่พาคนไปทางดีไดก็แลวกัน แนวการเผยแผธรรมะของแตละคนผิดแผกแตกตางไดลบิ ลิ่ว บางคนก็ใชวิธียัดเยียด บางคนก็ใชวธิ บี ังคับขมขู บางคนก็ใชวธิ อี นุโลมเอาใจ บางคนก็ใชวธิ ผี อนคลายดวยอารมณขัน บางคนก็ใชวธิ เี หนีย่ วนําใหสนใจดวยอุบายแยบคาย แนนอนวาบุญที่เกิดขึ้นจากการเผยแผธรรมะดวยวิธีตางๆยอมไมเหมือนกันไปดวย วากันเฉพาะวิธีเผยแผธรรมะดวยวิธีเหนีย่ วนําใหสนใจ ถาใครทําสม่ําเสมอ ไมตองรอชาติหนาจะเห็นไดชัดวาตัวตนของเขามีแรงดึงดูดเปนแมเหล็กกันไดแลว สวนจะเปนแมเหล็กออนๆหรือแมเหล็กแรงๆ ก็ขึ้นอยูก ับบารมีหลายๆดานประกอบกัน พวกทําธรรมะใหนา สนใจนั้น ในชาติถัดมามักมีความคิดสรางสรรคสูง บางครั้งก็มาในรูปของนิสยั ชอบสรางความอลังการนาตืน่ ตาตื่นใจกับมวลชน เหมือนเชนที่ฮติ เลอรสรางสัญลักษณประกาศความยิง่ ใหญอยางอินทรีเหนือสวัสดิกะ แผปกบรรเจิดอยูในรัฐสภา ชวนใหนกึ ถึงความเปนจักรพรรดิโลก ความคิดสรางสรรคพันลึกชนิดนั้น ก็กลายมาเปนสวนหนึ่งในกระแสจิตของเขา ไปที่ไหนภาพความเปนอินทรีเหนือสวัสดิกะยอมติดตามเขาไปดวยทุกหนทุกแหง นอกจากทําธรรมะใหนา สนใจแลว คงตองเหมารวมการทําธรรมะใหแจมแจงดวย หากเคยฝกแจกแจง ฝกทําใหคนฟงเกิดความเขาใจธรรมะอยางชัดเจนเสมอๆ ชาติถัดมาจะ ‘พูดเปน’ โดยไมตองหัด หรือ ‘พูดเกง’ โดยสัญชาตญาณ คือมีนา้ํ เสียงชัดใส ผูกประโยคไดเขาใจงาย ไมวกวน เปนเหตุเปนผล ไมเลื่อนลอย ไมคลุมเครือ และมักสั่งอารมณในขณะพูดได วาจะใหอารมณของตนกลายเปนอารมณรวมของคนฟงหมูมากแบบไหน ๑๒


ถอยคําและวิธพี ูดเปนสวนประกอบสําคัญของคาริสมาแบบผูนํา เพราะตอใหกระแสจิตเปนแมเหล็กแรงเพียงใด ก็ไมมีทางโนมนาวใจใครไดโดยปราศจากการใชคําพูดอยางเด็ดขาด ๔) บุญอันเกิดจากความเชื่อมั่นในความดีงาม คือเมื่อศรัทธาในคําสอนหรือกรอบความประพฤติที่เห็นวาเปนคุณ เปนประโยชน เปนความสุขตอตนเองและตอโลกแลว ก็ไมกลับเปลี่ยนงายๆ โดยเฉพาะเมื่อตั้งใจถือศีลใหสะอาดบริสุทธิ์ ก็สามารถทําไดจริงๆตลอดชีวิตแมตองเผชิญเครื่องลองใจมากมาย การเปนผูไมโอนออนตามการหลอกลอ ไมหูเบากับเสียงยั่วยุ แตมหี ลักการพิจารณาที่แยบคายของตนเอง อาศัยปญญาของตนเองเปนเครื่องตัดสินขั้นสุดทาย ลวนแลวแตนาํ มาซึ่งความเปนตัวของตัวเอง ศรัทธาที่ตั้งมัน่ ไมคลอนแคลนในบุญ จะเปนเกราะกัน้ ตนเองจากอิทธิพลภายนอก และแมยังไมเกิดใหมก็จะเปนตัวของตัวเอง กระทัง่ แรงชักจูงของพวกทีม่ ีคาริสมาดวยกันก็ทาํ อะไรไมได เชน ถาจะเคารพนับถือใคร จะไมใชดวยอคติ คือไมใชดวยความรัก ไมใชดวยความชัง ไมใชดวยความกลัว และไมใชดวยความโงเขลา แตเคารพนับถือเพราะเห็นคุณงามคว���มดีบางอยางของเขา โดยมากพวกมีคาริสมาจะดูเชื่อมั่นในตนเองแบบเกินๆพอดี แตพวกมีคาริสมาขั้นสุดยอดจะเปนแบบสูงสุดคืนสูสามัญ เพราะสามารถเห็นคุณงามความดีของทุกคน สามารถใหความนับถือไดแทบทุกคน จึงกลายเปนผูมีความออนนอมถอมตนอยางยิง่ ความออนนอมถอมตนอันเกิดจากปญญาจัดเปนตบะบารมีชนิดหนึง่ ไมใชความออนแอแตอยางใด

ถาม – เคยไดยินมาวาถามาจากสวรรค ตายไปแลวก็จะกลับสูส วรรค หรือมีแนวโนมวาจะไดกลับสวรรคมากกวาคนอื่น ไมทราบขอเท็จจริงเปนอยางไรครับ? ก็มีสวนอยูเหมือนกันครับ คือพวกที่เพิง่ ละจากความเปนเทพลงมาสูค วามเปนมนุษยนนั้ นาจะติด ‘นิสัยสวรรค’ บางไมมากก็นอ ย เพราะลงถาเคยมีบุญขนาดขึ้นไปเสวยสวรรค ก็นาจะสองสะทอนวาเคยประพฤติชอบประพฤติควรไวมากมายกายกอง ดังนั้นพอกลับมาเกิดเปนมนุษยอีก ก็จัดวามีทนุ เกามาสรางกําไรบุญครั้งใหมมากกวาชาวบานชาวชองเขา อยางไรก็ตาม ถาบุญเกาสูกิเลสใหมไมไหว ประตูสวรรคก็ปดสนิทไดเหมือนกัน คนเราเกิดมาเทากันอยูอยาง คือไมมีใครรูเรื่องราวอดีตหนหลัง ไมมีใครรูดวยตนเองวาบุญเปนเหตุแหงสุข บาปเปนเหตุแหงทุกข สิ่งที่คนทัง้ โลกเชื่อถือและยึดมั่นตรงกัน ก็คอื ถาเอาใหไดอยางใจเดีย๋ วนี้ถงึ จะเปนสุข

๑๓


แตถาไมไดอยางใจเดี๋ยวนีจ้ ะเปนทุกข เงื่อนไขอันนาสลดใจประการนีแ้ หละ ที่ทาํ ใหเหลาเทวดาตกสวรรคกลับสวรรคกันไมคอยถูก ถาคุณอยูเฉยๆ ไมรูไมชี้ ไมยินยลสนใจอะไรเลยสักพักเดียว สิง่ ที่จะเกิดขึ้นคือจิตที่เศราหมอง หดหู ฟุงซานสารพัด หรือถาคุณไมตั้งใจไวลวงหนาอยางมัน่ คงวาจะรักษาศีล ในที่สุดคุณจะพบตัวเองอยูภายใตแรงกดดันใหกระทําผิดแลวๆเลาๆ ใจออนไมกลาสูก ิเลสซ้ําๆซากๆ นั่นแปลวาธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ํา โลกนี้ไมไดมีแตแรงดึงดูดวัตถุใหติดอยูกับแผนดิน ทวายังมีแรงดึงดูดจิตใหติดอยูในหวงความมืดมิดแหงกองกิเลสอีกดวย ไมวาเคยมาจากที่สูงแหงไหน เมื่อคุณตกเขามาอยูภายใตแรงดึงดูดของโลกนี้ คุณจะอยูเฉยไมได ตองขวนขวายตะเกียกตะกายขึ้นสูงอยูตลอดเวลา จึงอาจรอดพนแรงดึงดูดแหงขุมกิเลสมหาภัยไปเสียได พูดงายๆ หากมองกันที่จิตนะครับ จิตที่เคยสั่งสมบุญไวมากในปางกอน ยอมมีบุญเกาเตือนใหตอบุญ แตไมเปนประกันวาจะกระตุน ใหขยันตอบุญไดทั้งชาติ ความขยันทําบุญไมอาจเกิดขึ้นดวยความบังเอิญ แตตองดวยความเขาใจวา บุญคือสิ่งที่ทาํ ใหเปนสุขทั้งปจจุบันและอนาคต กับทั้งลงมือทําบุญอยางตอเนื่องทุกวัน ไมทําดวยกายอยางนอยก็ทาํ ดวยวาจา ไมทําดวยวาจาอยางนอยก็ทาํ ดวยใจคิด หลายคนในหมูพวกเรา เคยมีจิตแบบเทวดา ภพกอนยอมไดเปนเทวดา กับทัง้ เมื่อหมดเวลาเสวยบุญบนสวรรคชั้นฟา ยังไดรับการคุมครองจากบุญเกา ตกแตงใหมีจิตแบบมนุษย จึงสมควรไดมาเขาทองมนุษย แตครั้นเมื่อเปนมนุษยแลว เขาตานทานแรงดึงดูดของกิเลสรายไมไหว แปรปรวนไปมีจติ แบบสัตวนรก ตอนตายยอมมีภาวะที่รองรับจิตแบบสัตวนรกโดยไมตองจางใหใครสราง และไมอาจอวดอางวาฉันมาจากสวรรคชั้นฟา ฉันควรมีอภิสิทธิ์กลับสวรรค สรุปคือจิตเปนตนเหตุของสวรรคและนรก จิตดีสรางสวรรค จิตชั่วสรางนรก ตองวากันเปนคราวๆชาติตอชาติ ไมมีอะไรตายตัวครับ ดังตฤณ มกราคม ๒๕๕๐

๑๔


เขียนใหคนเปนเทวดา วิธีจัดระเบียบเนื้อหา โครงสรางของเรื่องราวที่คุณจะเขียนนัน้ ไมวาจะเปนบทความสัน้ หรือหนังสือเปนเลมๆ ตางก็มีความเหมือนกันอยูประการหนึ่ง คือมีชวงตน ชวงกลาง และชวงสรุปทาย จะมีก็เพียงวิธเี ลาเรื่องแบบนิยายที่ตองการลอความสนใจ เอาบางสวนของชวงทายมาเปนจุดเริ่มตน เพื่อใหเกิดการรอคอยวาพอถึงตรงนั้นจริง เหตุการณจะคลี่คลายไปอยางไร แตแมจะใชวิธีเลาเชนนั้น อยางไรก็ตองวกกลับมาสูจดุ เริ่มตน เพื่อใหคนอานมองเห็นที่มาที่ไปอยูดี แมขอมูลความรูและสํานวนของคุณเปนเลิศ แตออนเชิงในการลําดับเรื่อง งานเขียนของคุณก็ไมพน โดนบน วาอานแลวสับสน จับตนชนปลายไมคอยติด รูเรื่องบางไมรูเรื่องบาง อะไรทําใหนักเขียนลําดับเรื่องไมไดดี? คําตอบงายๆคือระบบความคิดทีข่ าดระเบียบ และไมเฉพาะนักเขียนนะครับ คนเราสวนใหญเปนพวกขาดระบบความคิดที่เปนระเบียบกันเกือบทั้งนั้น คุณเคยรูสึกบอยแคไหน วารูเรื่องดีหมดแลว แตไมทราบจะเริ่มพูดอยางไร บางทีอัดอั้นตันใจมากๆก็สารภาพใหคนฟงรับรูเลยดวยซ้ํา วาคุณเริ่มไมถูก ไมรูจะตัง้ ตนจากตรงไหนกอน ปญหานี้จะถูกขจัดไปโดยเร็ว เพียงคุณฝกมองไปที่รากของความคิดเกี่ยวกับเรื่องหนึ่งๆใหเปน ผมยกตัวอยางแลวในบทกอน วาไดชื่อหนังสือ ‘เสียดาย… คนตายไมไดอาน’ มาอยางไร ก็จะขอใชชื่อหนังสือเลมนี้ในการสาธก นอกจากนัน้ จะแนะนําใหคุณรูจ ักกับเครื่องมือของนักเขียนชิ้นหนึง่ ซึ่งตัวผมเองใชจริงอยูทกุ วัน เครื่องมือทีว่ าคือ Treepad คุณสามารถดาวนโหลดมาใชไดฟรีเดี๋ยวนีจ้ าก http://www.treepad.com/download โดยเลือก TreePad Asia (หากเลือกเวอรชั่นอื่นอาจมีปญหาภาษาไทย) ผมใช dungtrin.com เปนทางเลือกในการดาวนโหลดใหดวย คือ http://dungtrin.com/treepad.zip โดยจะเปนเวอรชั่น 3.0 (ตอไปอาจมีใหมกวานั้น ถาอยากไดตองไปเอาที่ไซตแมนะครับ) แมคุณจะไมชํานาญคอมพิวเตอรและไมอยากใช Treepad ผมก็จะอาศัย Treepad ในการสาธิตวิธีคิดโครงสรางหนังสือเปนขั้นๆ ซึ่งเมื่อไดไอเดียชัดเจนแลว คุณก็จะนําไปประยุกตใชกับวิธีคิดโครงสรางเรื่องสัน้ เรื่องยาวตางๆไดเอง

๑๕


เมื่อติดตั้ง Treepad เสร็จและเรียกโปรแกรมขึ้นมาใช ใหคลิกปุม New คุณจะเห็นชองวาง (New Node) เกิดขึ้นมารอใหเขียนอะไรลงไป

ใหคิดวาหนวยแรกที่จะใสลงไป คือรากความคิดอันเปนจุดเริ่มตนแรกสุดของเรื่อง ซึง่ ในที่นี้เรื่องของผมก็คือ ‘เสียดาย… คนตายไมไดอาน’ เมื่อเขียนเสร็จก็เคาะ Enter เปนอันไดกาํ หนดรากความคิดเริ่มตนเรียบรอย คุณคงเห็นความสําคัญของชื่อหนังสือหรือชื่อบทความมากขึ้น ถายังคิดไมออกก็ขอใหตั้งไวมวั่ ๆกอนได พอเขียนเสร็จอาจคอยเกิดไอเดียแวบขึ้นมาคอยเปลี่ยนใหมยงั ทัน (สําหรับ Treepad เมื่ออยากเปลีย่ นชื่อโหนดใดๆ ใหคลิกที่โหนดนั้นแลวคลิกเมนู Edit และเลือก Edit Node Name หรืองายกวานัน้ คือคลิกชื่อโหนดที่ตองการสองครั้ง) เมื่อไดโหนดแมเปนชื่อเรื่องแลว สิ่งที่ตองการคือหัวขอยอยหรือบทตางๆของเรื่อง ซึง่ สําหรับซอฟตแวร เชน Treepad จะมองเปนโหนดลูก (child node) วิธีสรางโหนดลูกคือคลิกที่โหนดแม แลวคลิกปุม Add Child Node

๑๖


สิ่งแรกที่ควรมีในหนังสือทุกเลมคือ ‘คํานํา’ ก็เขียนทับ (New Node) ลงไปเปนอันดับแรก

จากนั้นก็เขาสูเ นื้อหา อยางที่ผมกลาวในบทกอนวาในหนังสือ ‘เสียดาย… คนตายไมไดอาน’ ประกอบดวยประเด็นคําถามนารูท ี่ทกุ คนควรทราบคําตอบกอนตาย ๓ ขอ ขอแรกไดแก ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร?’ นั่นควรเปนสิง่ ที่อยู���างใต ‘คํานํา’ ซึ่งวิธีสรางใน Treepad คือคลิกที่โหนด ‘คํานํา’ แลวคลิกปุม Add Node After ถึงตรงนี้คุณคงเขาใจความแตกตางอยางชัดเจนนะครับ คําสั่ง Add Child Node จะเปนการเพิม่ ขอยอยลงในขอหลัก สวน Add Node After จะเปนการเพิ่มขอหลักระดับเดียวกันขึ้นมา เหมือนดังเชนที่ ‘คํานํา’ กับ ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร’ แยกกันอยูเปนตางหาก ไมมขี อใดขอหนึ่งเปนสวนยอยของกันและกัน เมื่อสรางโหนด ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร?’ เสร็จ ก็สรางโหนดที่เหลือ ซึ่งก็คือประเด็นคําตอบอีก ๒ ขอ ไดแก ‘ตายแลวไปไหนไดบาง?’ กับ ‘ยังอยูแลวจะทําอะไรดี?’ นอกจากนั้นอาจทิ้งทวนเสียหนอยดวย ‘บทสงทาย’ ซึ่งก็สรางแตละโหนดดวยวิธกี ารเดิม คือคลิกปุม Add node After ตามลําดับ

๑๗


เมื่อไดขอหลักเรียงกันครบ นับจาก ‘คํานํา’ ไปจนถึง ‘บทสงทาย’ แลว ก็เทากับผมไดขอบเขตเนื้อหาของหนังสือทีช่ ัดเจน และปรากฏเปนขอเรือ่ งใหเห็นตามลําดับเสียดวย นี่เปนจุดเริ่มตนที่มปี ระโยชนมาก ถาคุณรูวาจะเขียนแคไหน อะไรมากอนอะไรมาหลัง ระบบความคิดของคุณจะเริ่มเปนระเบียบแลว อยางเชนคราวนี้เมื่อผมคิดถึงหัวขอ ‘เกิดมาเปนอยางนีไ้ ดอยางไร?’ ก็จะนึกถึงเหตุและผลทางกรรมวิบากทีพ่ ระพุทธเจาตรัสไว เชน ดวยกรรมแบบใด เปนบุญหรือเปนบาป วิญญาณจึงหยั่งลงในครรภมนุษยได เมื่อคิดออกก็คลิกที่โหนด ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร?’ และคลิก Add Child Node

จากนั้นก็คิดชื่อขอเรื่องยอยเปน ‘เหตุใดจึงเกิดเปนมนุษย?’ แลวเขียนใสลงไปใน New Node นัน้ เอง ๑๘


เมื่อใสเสร็จก็คิดตอ ซึ่งตองใชเวลาคิดอยางละเอียดนะครับ มันไมไดมาจากการนึกๆวาจะใสๆอะไรลงไปดี แตตองหัดตั้งคําถามกับตนเองวาเราเคยอยากรูอะไร และไดคําตอบที่นา เชื่อถืออันใดมาแลวบาง โครงเรื่องที่เกิดขึ้นจากโจทยที่คุณและคนอืน่ อยากรูจะนาสนใจเสมอ ภายใตขอ ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร’ บรรจุอยูดวยคําถามทีถ่ ามๆกันมานานแบบกระจัดกระจาย ไมวาจะเปนกรรมอันเปนที่มาของเพศ กรรมอันเปนที่มาของความสวยความหลอ กรรมอันเปนทีม่ าของฐานะความเปนอยู และกรรมอันเปนที่มาของสติปญญาความสามารถ อันที่จริงกรรมอันทําใหมาสูค วามเปนเชนนั้นเชนนี้ยงั มีอีกมาก อยางเชน กรรมอันเปนทีม่ าของเสนหดงึ ดูด และกรรมอันเปนทีม่ าของสุขภาพดีๆ ฯลฯ แตขืนใสไปทัง้ หมดจะเยอะไป ไมอาจจบครบถวนในหนังสือเลมเดียวได จึงคงไวเฉพาะเหตุผลหลักๆของการมาสูความเปนเชนนี้ และแทรกความรูปลีกยอยอืน่ ๆใหรวมลงไดดวยกัน เชน เรื่องของเสนหด ึงดูดและสุขภาพดีๆ ก็เหมารวมไวในกรรมอันเปนที่มาของความสวยความหลอได เนื่องจากเกี่ยวของกันอยู ระหวางใสขอเรื่องที่ควรใสลงไปในสวนของ ‘เกิดมาเปนอยางนี้ไดอยางไร?’ จะเสร็จหรือยังไมเสร็จก็อาจเกิดไอเดีย วาควรใสอะไรลงไปในสวนของ ‘ตายแลวไปไหนไดบาง?’ กับ ‘ยังอยูแลวควรทําอะไรดี?’ คิดออกอันไหนก็เลือกอันนัน้ แลวคลิก Add Child Node กันสดๆ การทํางานกับ Treepad ชวยใหคุณไมตองทํางานตามลําดับ แตไดผลออกมาเรียงลําดับชัดเจนอยางนี้เอง

หากตองการสลับตําแหนงขอเรื่องใดใหขึ้นบนหรือลงลาง เพียงคลิกขวาที่ขอเรื่องนั้นแลวเลือก Move และเลือก Up เพื่อนําขึน้ ไปขางบน หรือ Down เพื่อนําลงมาขางลางไดเสมอ

๑๙


ซอฟตแวรอยาง Treepad ชวยใหเห็นวาคิดอะไรไปแลวบาง โดยผมไมจําเปนตองเขียนใสกระดาษ นอกจากนัน้ มันยังชวยใหผมจัดการกับประเด็นตางๆ ไมวาเพิ่มเขาหรือตัดออกไดอยางงายดายกวาที่จะไปทํากันบนกระดาษมากมายนัก ถาอยากเพิ่มขอเรื่องใหมเขาไปเหนือขอเรื่องใด ก็คลิกขอเรื่องนั้นแลวคลิกปุม Add Node Before ถาอยากเพิ่มขอเรื่องใหมเขาไปใตขอเรื่องใด ก็คลิกขอเรื่องนัน้ แลวคลิกปุม Add Node After สวนถาอยากลบขอเรื่องใดทิ้ง ก็คลิกปุม Delete Node หรืองายกวานั้นคือกดปุม Delete บนคียบ อรดก็ได หากผมเขียนโครงสรางหนังสือใสเศษกระดาษก็อาจไดผลเทากัน แตแนนอนวาผมแตกประเด็นในเศษกระดาษไมสะดวกเทา Treepad และโดยเฉพาะอยางยิง่ ผมคงไมอาจใสเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือลงในกระดาษแผนเดียว ในขณะที่ Treepad ทําได ตรงนี้คงเห็นขอเปรียบเทียบที่ชัดเจน วาคอมพิวเตอรและซอฟตแวรชวยใหชวี ิตนักเขียนยุคนี้สบายกวาชีวิตนักเขียนยุคกอนเพียงไร หากสะดวกดาวนโหลดมาใชก็ดีนะครับ เปนของฟรีที่ชว ยทุน แรงคุณไดทุกงาน ไมวาจะเปนนักเขียนหรือทําสาขาอาชีพไหน การคิดอยางมีโครงสรางทีส่ ืบมาจากรากอันเดียว จะชวยใหระบบความคิดของคุณเปนระเบียบชัดเจน แตกความคิดหลักออกเปนกิ่งกานสาขาไดโดยไมหลงทาง เขียนเรื่องใดคนอานก็จะรูสกึ วาไหลรื่นไปหมด ตอใหคณ ุ เขียนเรื่องทีไ่ มคอยนาสนใจ สํานวนงัน้ ๆ อยางนอยคุณจะเปนคนเขียนได 'รูเรื่อง' และทําใหคนอานไมนกึ เอือมระอาอยากเบือนหนาหนีเรื่องตอไปของคุณครับ ดังตฤณ มกราคม ๒๕๕๐

๒๐


ไดอารี่หมอดู หมอพีร ตั้งแตดูหมอมา คําถามสุดฮ็อตฮิต นอกจากปญหาเรื่องความรัก ก็คือความรวย ความมั่นคงทางดานการเงิน ซึ่งปที่ผา นมาเจอลูกคาหลายคน ตองเจอความทุกขทางดานการเงิน ถึงขั้นจะปลิดชีวิตหนีหนี้ หนีความทุกขทรมานทางใจทีบ่ ีบคั้นอยู มีลูกคาคนหนึง่ เปนหญิงวัยกลางคน เธอมาดูดวงเพราะตอนนี้เธอทุกขใจมาก เธอมีภาระการเงินที่เธอตองรับผิดชอบรวมกันประมาณลานกวาบาท เธอถามวา อดีตพี่ไปทํากรรมเรื่องเงินอะไรมาเหรอคะ ถึงตองมาทุกขขนาดนี้ เธอคิดวา ปญหาที่เจอเปนกรรมที่เธอทําติดตัวมาตั้งแตอดีตชาติ ซึ่งจากดวงเธอ จากเซนสทมี่ ีอยูก็ไมรูสึกวา เธอจะมีกรรมเรื่องการลักทรัพยจากในอดีตติดตัวมาเลย ก็บอกเธอไปวาที่เธอตองทุกขใจเรื่องการเงินนี้ มันเกิดจากกรรมปจจุบันที่ใชเงินโดยไมวางแผนการเงินไวเลย ใชเงินตามใจตัวเองมาก ขาดการยับยัง้ ชั่งใจ ขาดการประเมินวาจะไมสามารถชําระหนีไ้ ด มีแตจะคิดวายังไงก็ใชหนี้ได แมกระทัง่ การทําบุญของเธอ ก็ยงั ขาดการยับยั้งชัง่ ใจ ทําบุญเกินตัวตลอด เธอทําหนางง ๆ เหมือนจะไมยอมรับวามันเปนกรรมใหม ก็เลยถามเธอกลับไปวา ลองสังเกตชีวิตของพี่ตั้งแตเกิดมาสิคะ อันดับแรก พี่ไมไดเกิดในครอบครัวที่จน อยากไดอะไรก็แทบวาจะสมหวังตลอด อันดับสอง การศึกษาที่จบมาก็มาจากมหาวิทยาลัยที่ดี ตอนนีพ้ ี่เองก็ทํางานในตําแหนงทีม่ ั่นคงมาก เงินเดือนก็ไมไดนอย และที่สําคัญ หนี้ลา นกวาบาทที่พี่เปนหนี้ ก็ไมไดเกิดจาก การค้ําประกันแลวโดนโกง โดนหักหลังมา ดังนัน้ พิจารณาดูแลว มันไมมีกรรมเกาเปนเหตุของหนี้ครั้งนี้เลยนะ นอกจากพฤติกรรมที่พี่ใชเงินแลวไมยงั้ คิดทั้งนั้นเลย ก็ถามกลับไปวาพี่เปนหนี้เพราะบัตรเครดิตใชไหมคะ เธอบอกวาใชคะ พีท่ ําบัตรเครดิต ๒๑


ตอนนีห้ นีท้ ี่เกิดจากบัตรเครดิต รวมกันก็ประมาณสิบใบคะ ซึ่งเงินเดือนของพี่มนั เหลือนอยมากหากหักหนี้ไปแลว และพี่ก็คิดวาดอกเบี้ยมันเยอะขึ้นทุกวัน จํานวนเงินตนเปนลานก็ยังลดลงไปไมมาก ถาตองจายไปเรื่อย ๆ ถาปลอยใหมนั เปนอยางนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ยังไมเห็นทางหมดเลย พี่เครียดมากคะ นอกจากเปนหนี้ยงั ไมเทาไหร บัตรบางใบพีป่ ลอยเพราะจายไมไหว พี่ก็โดนตามทวงหนี้ โดนโทรมาดาวาพี่แบบเสีย ๆ พูดจาไมเพราะเลย เปนสาเหตุที่ทาํ ใหเครียดหนักขึ้น พี่ก็พยายามตอรองเขา และไมอยากใหเขาโทรไปที่บริษทั รูสึกอายลูกนองคะ ไมอยากใหใครรู เดี๋ยวจะมีปญหาตามมาอีก หาทางออกไมไดเลย สงสัยมันจะจริงเหมือนทีน่ องพีรบอกเลย มันไมไดเกิดจากรรมเกา มันเกิดจากการกระทําในชาติปจ จุบันของพี่จริง ๆ เวลาโดนตามทวงเงิน มันทําพี่เข็ดแลวจริง ๆ ความจริงนิสัยพี่คนนี้ไมเหมาะกับการใชบตั รเครดิต จะเหมาะกับการใชเงินสดมากกวา เพราะจะเสียดายเงิน และสวนหนึง่ เธอเองก็เปนคนเจาอารมณ พอไมสบายใจ รูสึกหงุดหงิด ก็มักจะชอปปง หาของที่ตวั เองอยากไดใหตัวเอง หรือเวลาทีท่ ะเลาะกับแฟน เธอก็จะไปเที่ยวทีท่ ี่จะทําใหเธอมีความสุข และเธอเอง เวลาที่แฟนเธออยากไดอะไร ถึงแมจะแพงแตก็อยากเอาใจ ซื้อของใหแบบไมเสียดายเงินเลย อารมณแปรปรวนแบบนีม้ ันเปนสาเหตุที่ทาํ ใหขาดสติมาก ๆ ในการจายเงิน คือสนองความอึดอัดใจ อยากเอาใจตัวเอง และคนอืน่ ดวย พอบอกเธอไปอยางนี้เธอก็เงียบเลยเหมือนกัน เธอก็บอกอีกวา ทีแรกพี่ก็ไมคิดจะทํามากขนาดนีห้ รอก พี่ทาํ ใบแรกเห็นวามันสะดวกและงายดี ก็ไมไดคดิ อะไร แลวเขาก็สง ใบที่สองมาใหอีก พีก่ ็ใชโดยไมไดคิดอีก ก็ลองไปสมัครที่บริษัทอืน่ ๆ เขาก็อนุมัติงายดี พี่ก็ใชจนเกือบเต็มวงเงินทุกใบ คราวนี้เงินเดือนของพี่เริ่มจายไดไมพอ ก็เริ่มสมัครที่อนื่ เพื่อดึงเงินมาจายใบแรก มันก็เลยเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ๒๒


แตทําไมเขาอนุมัติใหพี่งา ยมากเลยนะ ก็บริษัทที่เขาใหพที่ ําเขาตองการดอกเบี้ยนีค่ ะ เขาทําเปนธุรกิจอยูแลว ก็ยอมตองการลูกคาใหม ๆ ความจริงพอพี่เริ่มทําบัตรใบที่สี่ มันเปนสัญญาณเตือนพี่ตั้งแตแรกแลว วาเรากําลังจะจายสามใบแรกไมไหว ถาทําเพิ่มตองหมุนเงินแนนอน มันก็จะตามมาใบที่หา ทีห่ ก ซึ่งเห็นลูกคาหลายคนจะเปนเหมือนพี่เหมือนกันคะ การใชเงินอยางขาดสติมันจะนํามาซึง่ ปญหาจริง ๆ บริษัทสินเชื่อทั้งหลายในเมืองไทย ตอนนีก้ ็มีเยอะมากจริง ๆ ผุดขึ้นยังกับดอกเห็ด เห็นอะไรก็งายอะไรก็เร็วไปหมด ภาพลักษณดดู ีไปหมด มีการตลาดที่นา จูงใจลูกคาจริง ๆ เชน ดอกเบี้ย ๐%, เอาไปกอนจายทีหลัง, อนุมัติเร็วทันใจ, ดาวนนอยผอนนอย เวลาเราดูปายโฆษณาเราตองมีสติในการดู คําแตละคําที่เขาใชในการโฆษณา มันเปนเหมือนมนตสะกดจิตเรามากเลย ดังนัน้ เวลาอานปายโฆษณาตองเติมคําวา “เปนหนี”้ ลงไปดวยจะทําใหเราคิดได เชน เปนหนี้ไดงาย เปนหนี้ไดเร็ว ๆ เปนหนี้ไดคนแรก หรือ จากคําวาบัตรเครดิต ก็มาใชคําวา "บัตรหนี้ในอนาคต" อยางนอยจะไดสรางเครื่องเตือนสติใหตัวเองวา กําลังจะทําอะไร สังคมเราตอนนี้ใหคานิยมทีผ่ ิด ๆ แทรกซึมเขามาในชีวติ เราหลายอยาง เหมือนกับบัตรเครดิต ฟงดูแลวจะไมคอยมีใครรูสึกวาเปนหนี้หรอก รูสึกแตวาเหมือนดูดีมีฐานะ คําวาเครดิตฟงแลวก็ดูดี เหมือนคําวาเปน"กิ๊ก" ฟงแลวเหมือนไมผิดอะไร ความเปนจริงเครดิตนี่ก็เงินในอนาคต หรือวาหนี้ ซึ่งมีพนักงานบริษัทสวนใหญตกเปนทาสของบัตรเครดิต ใชเงินเกินตัวขาดการยับยั้งชัง่ ใจกัน จิตใจมนุษยเรามักจะมีความโลภ รักความสะดวกสบายกันทั้งนัน้ และยิ่งยุคนี้เปนยุคทีม่ ีความเจริญกาวหนาทั้งการศึกษาและเทคโนโลยี ทําใหเราไมทนั เกมธุรกิจการคาเขาหรอก เหมือนกับปลาใหญกนิ ปลาเล็ก ใครโงไปกินเหยื่อก็ติดเบ็ดตายไปเลย ซึ่งเห็นมาหลายคนแลว

๒๓


เหตุการณที่เจอกับลูกคา ทําใหไดขอคิดเยอะ และหันมาใสใจการทําบัญชี และประหยัดเก็บออมเงิน และสอนลูกใหเก็บออมตั้งแตตอนเด็ก เธอเองก็เลาใหฟง อีกวา พอเจอความทุกขเรื่องการเงินตรงนี้ เธอเริ่มเขาหาธรรมะมาสนใจเรื่องการปฏิบัติธรรม ก็ถามคําถามมาวา แลวจะมีคนมาชวยพีไ่ หม หรือจะมีโชคถูกลอตเตอรี่ไหมคะ ก็บอกไปวา คนมาชวยหรือมีโชคไมเห็นนะ จะรอดไดก็จากตัวพี่เอง ความสามารถของพี่จะพาพีร่ อดได ตัวพี่เองยังสามารถมีรายไดเสริมนะ ภาษาอังกฤษของพี่ก็ใชได มีดวงเปนอาจารยพิเศษไดนะ ดวงการหางานกับอาชีพเสริมไมตก ญาติหรือคนใกลตัวจะชวยได ใหเซ็ตระบบการใชเงินใหม ทําบัญชีรายรับรายจายของตัวเองใหม เพราะพี่ยงั ใชเงินใหตัวเองสบายอยูเลย อะไรที่ไมจําเปนควรตัดทิ้ง ลดคาใชจายใหมากที่สุด พี่เองก็ยังมีสมบัตอิ ยูที่จะแปรเปนเงินไดนคี่ ะ ขายสมบัตทิ ี่มีคาบางสวนใชหนี้ไปกอน ดวงการเจรจาตอรอง บางบริษัทก็ยงั ตอรองได เวลาทําบุญลองตั้งโปรแกรมที่ไมเกินตัว ไมทําใหตัวเองเดือดรอน เธอก็ถามอีกวาแลวทีท่ ําบุญมาตลอด ทําไมไมชวยพี่บางละคะ ก็บอกเธอวาบุญมันใหผลกับพี่ตลอดอยูนะคะ เงินเดือนรายได ตําแหนงหนาที่การงานทีพ่ มี่ ี มันก็เปนผลบุญ แตทุกวันนีม้ ันเหมือนพีท่ ําบุญ หวังใหบุญใหผลเร็วทันตาเห็น มันมีตัวโลภบุญอยูในตัว การหวังผลขณะทํามันจะใหผลที่ไกลออกไปมากคะ กรรมที่มนุษยสวนใหญไดรับ ไมไดเกิดจากกรรมเกาเสมอไป หลายคนพอมาศึกษามาเชื่อเรื่องกรรรม เรื่องบุญ มักจะโทษแตวา เปนผลของกรรมในอดีต ซึ่งความจริงกรรมปจจุบัน การตัดสินใจการวางแผนการชีวิตอยางฉลาดเปนปจจัยสําคัญมาก จงเชื่อทีว่ าการกระทําที่ดี ๆ ในปจจุบัน จะเปนเครื่องกําหนดชีวิตของเรา ชีวิตเรานอกเหนือจากบุญกับกรรม ที่สาํ คัญก็คือปญญา ความฉลาด ไหวพริบของเราที่มีอยูนี่แหละจะเปนทีพ่ ึ่งใหเราได และกอนที่เราจะคิดไปพึ่งใคร เราตองพึง่ ตัวเองใหไดกอน

๒๔


หลายคนเชื่อเรื่องกรรมมากเกินไป เลยลืมวาตัวเองมีความสามารถ มีปญญาหลายอยางที่จะสามารถแกไขปญหาได การออมเงินสําคัญมาก หลาย ๆ คนมักจะคิดวาจะไปเก็บตอนแก หรือรอจะไปเก็บตอนทีม่ ีรายไดมากกวานี้ คอยออมเงิน ซึ่งความจริง ถาเราเริ่มออมเงินเปนตั้งแตอายุยงั นอย พออายุมากมากขึ้น ก็ไมตองมานั่งเปนทุกขเรื่องการเงิน วาใครจะเลี้ยงเรา สมมุติวาเราเก็บเดือนละ ๕๐๐ บาท ปหนึ่งเราก็จะได ๖,๐๐๐ บาท สิบปผานไปเราก็มีเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท หลาย ๆ คนทํางานมาจะ ๒๐ ป ยังไมมีเงินเก็บถึงแสนหนึ่งเลย มองถอยหลังกลับไป มีแตเอาเงินไปบํารุงบําเรอ ตา หู จมูก ปาก ลิน้ กาย ใจ หมด เอาไปเที่ยว เอาไปทําสวย เอาไปฟงเพลงเพราะ เอาไปกินอาหารที่อรอย เอาไปซื้อเสือ้ ผาสวย ซึ่งพอมาถึงปจจุบันเราลืมรสแหงความสุขที่เราไดเสพไปแลว ไมสามารถเก็บความสุขพวกนัน้ ไวใชในยามลําบากไดเลย หมอพีร มกราคม ๒๕๕๐

๒๕


กวีธรรม ดังความฝน พันธนา บนอากาศ โดย พบพระ ดังความฝน พันธนา บนอากาศ เปนแตหยาด หยดตัณหา พาใจหมาย กอกําเนิด ทะเลทุกข ผูกเกิดตาย ไมสิ้นสาย เศราโศกา น้าํ ตานอง กลายเปนโลก ปาชาชัฏ เกี���่ วสัตวไว ลวงลอใจ สัตวยิ่งมัด รัดเจาของ ใหดิ้นรน วนเวียนวาย หนายครรลอง จักจําจอง ตระกองทุกข ปลูกซากตน โลกมืดมน หมนมัว นากลัวนัก “ขา” จมปลัก หลักลึก นึกสับสน ยิ่งวุน วาย สายซัด ยิง่ มัดตน เรารอนรน พนไหน ไขวควาเอา ดังภาพฝน พันธนา มายาหมอก เปนแตปลอก เปลือกตัณหา พาใจเขลา ใหหลงหลับ จับควันทุกข ผูกตัวเรา สะอื้นเศรา เหงาสังสาร นานนิรันดร

๒๖


กวีธรรม แดเธอ โดย ศิราภรณ อภิรฐั หวานละไมยามไดพบสบสายตา จํานรรจาดวยเนตรหวานสงสารเสนอ ฉันยิ้มรับกับความนัยในตาเธอ สุขเสมอเมื่ออยูใกลในชีวัน อบอุนจริงยิง่ กวาใดในออมกอด ยามหอมฟอดกลิ่นแกมลวนยวนใจฉัน กายเธอนีท้ ี่เคยคุนอุนอนันต เรามีกนั เนิน่ นานผานเวลา จะกี่วนั เดือนปที่คลอยเคลื่อน ไมแชเชือนเธอรักแทและหวงหา ยามทนทุกขทดทอทรมาน คอยปลอบพาฉันฟน คืนแรงใจ เธอสละมอบใหในทุกอยาง ชวยเสกสรางชีวันฉันสดใส คอยชื่นชมเมือ่ สมหวังดั่งฤทัย ยามปวยไขเฝาดูแลและอาทร จะหาใครปานเปรียบเทียบเธอเลา ฉันจึงเฝาประดิษฐถอยรอยอักษร กลั่นความรักสลักไวในกานทกลอน แทนคําออน "ลูกรักแม" มอบแดเธอ

๒๗


กวีธรรม ขอธาร โดย คํากลาง ขอเอยขอธารซานน้ําใจ รินละไมจากจิตอุทิศหลั่ง ไหลละมุนอุน คั่งดวยความหวัง ประโยชนยังแกเพื่อนผูรวมทาง เปดเถิดทํานบกั้นคลังชล ใหบาลนเมื่อวันวสันตหา ง ชโลมดินอินทรียละลายลาง พิษโลภจางสรางโรคกิเลสรุม สละทิ้งสิง่ ผิดคิดเริ่มใหม สละใจไมหวงหวงกองกลุม สละสวนแสนเศราเคยครึ้มคลุม คงใจชุมควรงานศานตกุศล

๒๘


คําคมชวนคิด จะเผาเชื้อ ชาติพันธใด ก็สุขบาง ทุกขบางไมตางกัน “ทั้งความสุขก็ดี ความทุกข็กด็ ี ลวนแลวไมเลือกเชื้อชาติ ขอใหเกิดมามีอัตตาเปนตัวตนเมื่อไร ถายังไมตาย ก็หนีไมพนหรอก ทั้งหลาย ทั้งปวง ลวน...อนิจจัง ทุกขขัง อนัตตา” - Sangiem-

“สติคือโรงสีไฟ จะขัดใจที่มอมแมม” - Sangiem -

“Put your hand on a hot stove for a minute, and it seems like an hour. Sit with a pretty girl for an hour, and it seems like a minute. That's relativity.” “ลองเอามือวางบนเตาถานรอนสักนาทีดูสิ จะเหมือนวาเวลาผานไปหนึ่งชัว่ โมง แลวก็ลองนั่งกับสาวนารัก ๆ สักชั่วโมง จะเหมือนวาเวลาผานไปหนึง่ นาที นี่แหละที่เรียกวา สัมพัทธภาพ” - อัลเบิรต ไอนสไตน - (1879-1955) (ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ถอดความ)

๒๙


สัพเพเหระธรรม ตากฝนอยูใตรม โดย mari ออกจากออฟฟศ ฝนก็ตกจัก้ ๆ เราหยิบรมขึน้ มากางดวยความเคยชิน แลวก็เดินดุมๆใหรมตากฝนแทนตัวไป (แตเทายังแฉะเหมือนเดิม ทําใหรูวาฟุตบาทเมืองไทยนี่ มีคลื่นเล็กนอยถึงปานกลาง) เดินๆอยู ก็มีหนุมสาวออฟฟศตึกเดียวกันเดินตามหลังมา คุยอะไรกันก็ไมรู สาวเจาก็พูดขึ้นมาใหไดยินวา ไมเอาหรอก ไมพกรม เกะกะ ทําใหเรานึกถึงเลยวา โอ เราเคยเปนคนแบบสาวเจามากอนนี่นา เมื่อกอนเราเปนพวกรมไมพก ฝนตกยังไงก็จะไมพกรม เพราะวา หนึ่ง เกะกะ แลวรมที่เปยกๆก็จะเก็บเขากระเปาไมได สอง รูสึกตัวเองเหมือนหญิงสูงวัย ตองมาพกรมอะไรดวยเนีย่ สาม ไมเท กางรมแลวไมเท เออ เอาเขาไป แตคิดจริงๆ สี่ ถึงมีรม ออกไปกลางฝนยังไงมันก็ตองชืน้ แฉะอยูดี โซลูชั่นเราจึงเปนวา ถาฝนตก ก็ไมออกไปไหนซะ งายดี เหมาะกับคนขี้เกียจและเกลียดความชืน้ แฉะอยางเราเปนอยางยิง่ หลังๆไมรูเริ่มตนเมื่อไหร ก็พกรมกันแดดไปดวย เพราะแมใหพก เดีย๋ วลูกจะเปนกระเปนฝา (แตตอนนี้ก็กระเต็มเลย) จนมาถึงวันนี้ การถือรมก็กลายเปนเรือ่ งธรรมดาของเราไป

๓๐


ไมใชวาไมเกลียดความชืน้ แฉะแลว ยังเกลียดเหมือนเดิม แตพบวา เราไมเห็นวารมเปนโซลูชั่นทีอ่ ยากหลีกเลีย่ งเปนที่สุดอีกตอไป เห็นไดชัดวา ทัศนคติคนเรามันเปลี่ยนไดตลอดเวลาจริงๆ เปลี่ยนแบบไมรูตัววาเปลีย่ นดวย ความรูสึกก็เปลี่ยนกลับไปกลับมาดวย เห็นอยางนี้แลว จะยึดติดอะไรกับทัศนคติตัวเองกันนักนะ คนเรา... เห็นคนทีย่ ึดคติตัวเองไว ประกาศวาฉันเปนตัวฉันอยางนี้ ไมคิดวาที่ยึดอยูนนั้ ผิด หรือเปลี่ยนแปลงได สักวันเขาก็จะรูเอง ถาเขาอยากจะรูนะ

๓๑


ธรรมะจากคนสูกิเลส ของฝากจากคนปวย โดย Triple N มีของฝากจากหมอไปแลว ก็ขอมีสวนรวมดวยของฝากจากคนปวยบาง ดังเชนที่พระพุทธเจาทานเคยตรัสไวเมื่อนานมาแลววา อโรคยา ปรมาลาภา ความไมมีโรคเปนลาภอันประเสริฐ หากคนมีสุขภาพดี ปกติ ฟงดูก็คงไมรูสึกอะไรเทาไหรนัก หากเพียงไดเคยเจ็บปวยเพียงซักครั้งหนึ่งในชีวิตคงจะรูซึ้งถึงพุทธสุภาษิตประโยคนีไ้ ดเปนอยางดี ฉันก็เปนคนหนึ่งที่ไมเคยไดเขาใจถึงความเจ็บปวยอยางลึกซึ้ง ถึงแมจะเคยปวยมาบาง แตก็เปนเพียงการปวยแบบประปราย ตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลก็เทานัน้ ปวยหนักที่สุดก็เพียงแคลมหมอนนอนเสือ่ อยูกับบานเปนอาทิตย รูสกึ ทรมานอยูเ หมือนกันในชวงนั้น แตพอไดรับการรักษา อาการก็ดีขึ้น ประกอบดวยมีคนคอยประคบประหงม แลวสิ่งเหลานัน้ ก็ชว ยพัดพาความเจ็บปวยใหหายไป ทิ้งไวแคความทรงจําแบบลางเลือนวาความเจ็บปวยนั้นเปนเชนไร จนกระทั่งไดปว ยอีกครั้งหนึง่ ความรูสกึ ทรมานก็กลับมาอีกครั้ง แลวก็ลืมไปอีกรอบ วนเวียนเปนเชนนี้เสมอมา ตั้งแตเล็กจนโต แตก็ไมเคยถึงกับคิดวาชีวติ นี้ขอไดอยาเจ็บ อยาปวย อีกเลย ใชชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ดวยวัยทีน่ ับไดวาเปนวัยรุน ตอนกลาง ใครจะไปคิดวาจะมีเรื่องเจ็บปวยแบบหนักหนาสาหัสเกิดขึ้นกับตัวเอง แตแลวอะไรในโลกนี้ก็เกิดขึ้นไดเสมอ ความแนนอนคือความไมแนนอน จู ๆ ฉันก็ปวยขึน้ มากะทันหัน แบบไรวี่แวว ดวยอาการหัวใจเตนรัว สัน่ หายใจไมออก ไมมีแรง เลยไดพาตัวเองเขาไปอยูในหองฉุกเฉินของโรงพยาบาลแหงหนึง่ ในตางประเทศ ตอนแรกเขาใจวาเหตุเกิดจากอากาศรอนจัด เพราะตอนนัน้ เขาชวงฤดูรอนพอดี ซึ่งทีน่ ี่ก็รอนไมนอยไปกวาประเทศไทยบานเราเลย ไหนจะมีคนบอกวา อาจเปนเพราะ ความดันสูง สารพัดความเห็นจะหลัง่ ไหลเขามา แตก็เอาเถอะ จะดวยเหตุผลใดก็ตาม ตอนนัน้ ฉันก็นอนอยูบนเตียงในหองฉุกเฉินแลวเรียบรอย มองไปรอบขางก็เจอแตผูคนที่เจ็บปวยดวยหลาย ๆ สาเหตุ โดนทํารายจนเลือดกรังก็มี ตางก็นอนรอรับการรักษาอยูย าวเหยียด โรงพยาบาลในเมืองที่ฉนั อยู ดวยความทีม่ อี ัตราประชากรที่ปวยสูงผกผันกับอัตราจํานวนประชากรแพทยและพยาบาล เลยทําใหผูปว ยที่ถงึ แมวา จะเขามาในเขตหองฉุกเฉินแลวก็ตาม ก็ยังตองนอนรอรับการรักษาตอไปเปนเวลาหลายชัว่ โมงนับจากเวลาทีม่ าถึง นาเวทนาไมนอยเลยทีเดียว ๓๒


ตัวฉันเองไดรับการ transfer มาจากคลินคิ แหงหนึ่งมากอนอยูแลว เนื่องจากไมสามารถจะรอคิวที่โรงพยาบาลได เลยไปหาหมอที่คลินิคกอน แตหมอที่คลินคิ ก็ไมสามารถจะวินิจฉัยโรคไดจึงสงฉันมาที่โรงพยาบาลแหงนี้ซึ่งเปนทีใ่ กลที่สุด ดวยเหตุนี้ฉันจึงมีใบ transfer จากหมอทีค่ ลินิคเปนใบเบิกทางสงตัวฉันใหถงึ กับหมอไดไว แตอยากระนัน้ เลย...ตอนนัน้ ฉันไมไดรูเลยวาอาการฉันเขาขั้นโคมาเลยทีเดียว จนกระทั���ง... พยาบาลพาฉันขึ้นเตียงแลวไปตามหมอมาดูอาการ หมอตรวจและอธิบายวาจะรักษาอาการฉันเชนไร แตก็ยังไมลืมที่จะถามอยูตลอดวา ฉันโอเคหรือเปลา? ดวยจิตใจที่สูเกินรอย ณ ขณะนั้น ฉันบอกไดเลยวา ฉันไมกลัวอะไรทั้งสิ้น ฉันโอเค ขอใหคุณหมอรักษาไดตามที่เห็นวาสมควรแลวกัน ถึงตอนนั้น หมอ พยาบาล พากันมารุมกันใหญ นับไดหกชีวิต ชักจะเริ่มงง มากันทําไมมากมาย... คุณหมอเดินมาแจงใหทราบวา... เดี๋ยวจะใหยาทีท่ ําใหหวั ใจของฉันเตนชาลงนะ ซึ่งตอนนี้หวั ใจฉันเตนเร็วมากอยูที่ 230 ครั้ง/นาที (ในขณะที่คนปกติอยูท ี่ 65 - 80 ครั้ง/นาที) และหมอยังแจงลวงหนาอีกวา...ยาจะทําใหรูสึกแปลก ๆ หนอยนะ ตอนนัน้ ยังไมคิดอะไร ไอที่วาแปลก... นี่แปลกขนาดไหนหนอ แตสงสัยไดไมนาน เจอยาเขาไปช็อตแรก ก็หมดคําถามทันที ที่มนั แปลกของเคานี่มันเปนงีน้ เี่ อง... ความรูสึกมัน วึ้งงงงง วิง้ งงงง แลวก็หายไป... ถัดจากนัน้ อีกไมกนี่ าทีเจอเขาไปช็อตที่สอง... มันกลับมาแลว วึ้งงงง วิ้งงงงงง ยาวกวาเดิมหนอย ผานไปแลวสองชอต คณะแพทยบอกวา “she didn’t make it” เอา... โทษเราซะงัน้ ... ตอจากนัน้ ยังมีช็อตที่สาม ซึง่ แรงขึ้นกวาเดิม… มาถึงครั้งที่สามนี้เจ็บระบมตามตัวไปหมด ชา... เจ็บหลังเหมือนมีใครเอาอะไรมาแทง กลืนน้ําลายทีก็เหมือนเปนผงทรายกลืนลงคอไป สุดจะบรรยาย ระหวางที่ตัวยาไหลเขาสูก ระแสเลือด ตัวฉันก็เจ็บจนตัวลอย… แถมไอและเกือบจะอาเจียนออกมาตางหาก หมอยังคงถามอยูวา โอเคหรือเปลา? ตอนนัน้ ถึงจะปวยก็แอบนึกในใจไมไดวา แหม คุณหมอขา... ถามมาดาย อาการแบบนี้ โอเครึปา ว เลยตอบไปวา... ไมโอเคคะ... วาแลวก็น้ําตาก็ไหลพราก ๆ ๆ ๆ มันเจ็บ มันปวดไปหมด และ หัวใจก็เตนอยูท ี่สองรอยเหมือนเดิม ในวินาทีนี้นเี่ องที่ทาํ ใหเขาใจวาคําวาเดินผานความตายนี่เปนเชนไร ตอจากนัน้ หมออีกทานหนึง่ เสนอทางเลือกอีกทางวา... มันยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ วางยาสลบ แลวเอากระแสไฟฟาช็อตใหหัวใจมันเตนชาลง แต... แต ๆ ๆ ๆ ๆ ... จะมีขอเสี่ยงคือหัวใจอาจหยุดเตนได ทันทีที่ไดยนิ วาหัวใจอาจหยุดเตนไดก็แทบจะปฎิเสธการรักษาวิธีนที้ นั ที ถึงแมหมอจะยืนยันเปนมัน่ เปนเหมาะวามันเปนสวนนอยก็ตาม ตอนนั้นก็ไดแตคิดวา เกิดฉันซวยขึ้นมา ก็อาจจะเปนสวนนอยนั้นก็ได ใครจะรู ใชมั้ย? ที่สําคัญฉันยังไมพรอมที่จะตาย ฉันยังมีอะไรอีกหลายอยางในโลกมนุษยแหงนี้ที่ตงั้ ใจวาจะทําแตยังไมไดอีกเยอะแยะ และ ฉันก็ไมแนใจวาฉันเตรียมเสบียงไวเลีย้ งตัวพอแลวหรือยัง? ๓๓


ฉันจึงตัดสินใจทันทีที่บอกปฎิเสธการรักษาไป หมอก็เลยโทรไปปรึกษาหมอใหญหาวิธีรักษา แลวเคาก็ไดยามาใหม ปลอยมาทางกระแสเลือดแบบนิ่ม ๆ ไมเหมือนครั้งกอน ๆ แลวอัตราการเตนของหัวใจก็ลดลงเหลืออยูท ี่ 125 ครั้ง/นาที ซักพักพยาบาลก็เดินมาแจงวาฉันตองแอดมิทนะ ฉันนะแทบจะแหกปากลั่นทัง้ ๆ ที่ปากนะครอบ O2 (อ็อกซิเจน)อยู วาไมอาวววววว... ไมเอา จนพีท่ ี่ไปคอยเฝาดูอาการทั้งสองคนก็ชว ยถามหมอวาฉันไมตองแอดมิทไมไดเหรอ หมอสายหนาพรอมกันหมดเลยวา "ไมได!" สี่วันในโรงพยาบาลคอนขางทรหดสําหรับฉัน เพราะโดนแอดมิทใหไปอยูในสวนของ CCU (CCU = ที่พกั ผูปวยโรคหัวใจ) เครื่องไมเครื่องมือเต็มหนาอกไปหมด แขนซาย แขนขวาก็มีเข็มคาอยูตลอด วันแรก ๆ เคามาดูดเลือดก็ดูดไปจากเข็มที่คาอยูน ั่นแหละ พอวันหลัง ๆ มาเช็คเลือดก็ใชเข็มจิ้มแทน แตโดนจิ้มบอยมาก วันหนึง่ หาครั้งได พอแขนไมมีที่ใหจมิ้ ก็มาจิ้มพุงแทน เจ็บ...เหลือเกิน ไดแตทนไป มันไมงา ยเลยที่จะผานความรูสึกเหลานี้ไปไดในแตละวัน ผูคนพากันแปลกใจในความเจ็บปวยของฉัน เพราะ โรคที่ฉันเปนอยูไมใชสําหรับคนในวัยฉันเลยซักนิดเดียว แตอาการก็คอย ๆ ดีขึ้นจนฟน กลับคืนมาแข็งแรงเกือบเทาเดิม คุณหมออนุญาตใหกลับมาพักฟน ทีบ่ านได แตการกลับบานครั้งนี้ก็มาพรอมกับโรคหัวใจชนิดที่เรียกวา หัวใจเตนเร็วผิดปกติ ที่สาเหตุเนื่องจากการดื่มคาเฟอีนมากไป (ชา กาแฟ รวมถึงน้ําอัดลมทุกชนิด) และอาจจะบวกเครียด นอนดึก อีกนิดหนอย มันก็เลยกลายเปนปวยหนักไป..ซะงัน้ คนบางคนดื่มชา กาแฟ น้าํ อัดลม สูบบุหรี่ ดื่มเหลา นอนดึก มาทัง้ ชีวิตแตยังไมเคยปวยเปนอะไรอาจจะแยงมาไดวาทําอยางนี้มาตลอดไมเห็นปวยเปนอะไรเลย คะ... อาจจะเปนเคราะหหามยามราย หรือ อะไรก็แลวแต มาถึงตอนนีแ้ ลวคําวาไมเห็นโลงศพไมหลั่งน้าํ ตา ใชไดผลกับฉันจริง ๆ หลังจากปวยฉันจะบอกคนที่สุขภาพแข็งแรง ไมมโี รคประจําตัวเสมอ ๆ วาใหรกั ษาสุขภาพไว ที่แข็งแรงอยูแลวก็รักษาใหแข็งแรงตอไปเถอะ อะไรที่มีประโยชนใหทานเขา อะไรที่เปนโทษตอสุขภาพรางกายใหหา ง ๆ ไวซะ อาจจะดูเปนคําพูดที่ดูเรียบงาย ไปทางไหนใครก็พดู กัน แตเชื่อเถอะคะวา โรคภัยไขเจ็บบางอยาง มันมาถึงเราไดโดยที่เราไมคาดคิดมากอนวามันจะมาถึง อยาใชชวี ติ ประมาทดีทสี่ ุด หลายครัง้ หลายหนที่เราพบวาการใชรางกายของตัวเราอยาง overloaded มันมีผลตอสุขภาพที่เปนอยูจริง ๆ และ มันก็ไมไดเกิดกับตัวฉันเองแคคนเดียว ทุกวันนี้ยงั มีคนรอบตัวฉันทัง้ ที่รูจกั และ ไมรูจักอีกมากมายที่เจ็บปวย และ เสียชีวิตกอนวัยอันควร ดวยสาเหตุที่เราคาดไมถึงดวยกันทัง้ สิ้น ๓๔


ฉันไดแตภาวนาใหผูคนเหลานัน้ ผานชวงเวลาที่เจ็บปวยไปไดดวยดี และ หลังจากเหตุการณนี้ ทําใหฉันพึงระลึกไวอยูเสมอในความเจ็บปวย และ ตระหนักถึงความตายที่อยูใกลเราทุกวินาที การปวยครัง้ นีส้ อนอะไรฉันมากมาย และขอสุดทายที่สอนใจฉันเสมอ คือ นับจากนี้ฉนั ตองเตรียมตัวใหพรอม หากถึงวันของฉันที่จะตองละสังขารจากโลกนี้ไป ไมวาจะวัยไหน ฉันไมอยากจะบอกตัวเองเหมือนกับที่บอกคราวกอนวา... ฉันยังไมพรอมที่จะตาย ฉันอยากจะบอกกับตัวเองวาฉันพรอมที่จะตายแลว ฉันเตรียมเสบียงไวเพียงพอแลวในชีวิตหนา... แลวคุณในวันนี้ละคะ พรอมแลวหรือยัง?

๓๕


ของฝากจากหมอ คาหัวเราะ 30,000 กับยาเม็ดละ 2 บาท โดย หมออติ สมัยที่เปนแพทยฝกหัด จําไดวา มีผปู วยรายหนึง่ สีหนาเครียดมาก เขามาพบทีห่ องตรวจ เลาอาการตาง ๆ ใหฟง อยางวกวนสับสน บางครั้งก็ขามเรื่องราวสวนที่สาํ คัญไป และหลายครั้งก็พูดซ้าํ อยูเรื่องเดิม ตลอดการเลาเรื่องราว เขามีสีหนาวิตกกังวลและมีทาทางกระวนกระวายใจอยางมาก ผมปลอยใหเขาเลาเรื่องราวอยางที่เขาตองการไปประมาณ 10 นาที เมื่อไดโอกาส ก็พูดขึ้นวา “ดูคุณกังวลใจมากเลยนะครับ ลองนั่งสูดลมหายใจเขาลึก ๆ แลวหายใจออกยาว ๆ สักครูดีไหมครับ” เขาทําตามอยางวางาย ผานไปประมาณ 2-3 นาที เมื่อเขาดูสงบลงบาง ผมจึงคอย ๆ ถามเขาทีละคําถาม จนกระทั่งจับใจความไดวา เขามีอาการเครียด กังวลใจเรื่องการเรียน กลัววาจะเรียนไมจบ นอนไมหลับ ยิ่งเครียดก็ยิ่งกังวล จนหายใจอึดอัด ใจสั่น ปากสัน่ มือชาเทาชาเลยทีเดียว ผมใหการวินจิ ฉัยวาเปนโรควิตกกังวล (generalized anxiety disorder, GAD) และใหยาไปรับประทาน นัดพบอีกครั้ง 1 สัปดาห เพื่อซักประวัติดานอื่น ๆ เพิม่ เติม หนึง่ สัปดาหใหหลัง ผูปว ยมาพบดวยสีหนาแจมใสขึ้นมาก เลาเรื่องราวไดดีทีเดียว คําแรกที่ผูปวยพูดก็คือ “หมอครับ คืนแรกกลับบาน ทานยาแลวผมก็หลับสนิท ไมเคยไดนอนเต็มอิ่มอยางนีม้ าเกือบปแลวละครับ สวนเรื่องกังวลใจ หมอเชื่อไหมครับ ผมแทบจะหายเปนปลิดทิง้ ไปเลย หวงก็แคจะตองทานยานานแคไหนเทานั้นเอง” แลวผูปวยก็เริ่มเลาความกังวลใจของเขาใหฟง ผูปวยรายนี้ เปนนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยชื่อดังแถวสามยาน กําลังเรียนระดับปริญญาโท รูสึกเครียดเรื่องเรียนมากไปหนอย พอเครียดมากเขา ก็เลยไปเสาะหาการรักษา แตเนื่องจากไมอยากจะกินยา จึงไดพบกับการรักษาที่เรียกวา ‘หัวเราะบําบัด’ เมื่อเขาคอรสครั้งแรก อาการก็ยังไมดีขึ้นหรอกครับ แตคาบําบัดนี่สิ แพงหูฉ!ี่ ! ครั้งละรวม 2,000 บาท เพียงแคเขากลุมแลวรวมกันหัวเราะดัง ๆ เทานัน้ ผูปว ยคิดวา เขาคงไมมีปญญาสูคา รักษาดวยวิธนี ี้แน จึงไปปรึกษากับผูบําบัดเพื่อขอหยุดการรักษา แตกลับไดรับคําขมขวัญตาง ๆ นานา เชน ถาไมรักษาจะไมหายเครียด ๓๖


นี่เปนการรักษาชนิดใหม ไดผลดีนะ ถากินยาเดี๋ยวจะติดยานะ ฯลฯ ดวยความที่เปนคนหัวออนและขี้เกรงใจ เขาจึงไมกลาปฏิเสธผูบําบัดทานนัน้ จนกระทัง่ เสียเงินไปเกือบ 30,000 บาท!!! ปรากฏวา ระหวางการบําบัด ผูปวยกลับมีความวิตกกังวลใจมากขึ้นกวาเดิม เพราะคาบําบัดมันสูงเหลือจะรับได แตครั้นจะออกจากการบําบัดกลางคัน ก็เกรงวาโรคจะไมหาย หากจะกินยาก็กลัวการติดยาเสียเหลือเกิน...ยิ่งคิดก็ยิ่งกังวลใจ ยิ่งกังวลใจก็ยิ่งฟุงซาน ยิง่ ฟุงซานก็ยิ่งกังวลใจ ไมรูจะทําอยางไร จึงปรึกษาแม แมจึงแนะนําใหมาโรงพยาบาลที่รักษาทางจิตเวชโดยเฉพาะ… ฟงผูปว ยเลาจบ ผมยิ้ม ๆ แลวเขียนใบสัง่ ยาชุดเดิมพรอมกับแนะนําวา “ออกกําลังกายใหสม่าํ เสมอ ทําสมาธิอยางที่ทาํ เมื่อครั้งแรกบาง กินยาสักสามเดือน ก็คงจะหยุดยาไดแลวละครับ” ผูปวยมีสหี นาดีใจ อาจเปนเพราะรูวา ไมตอ งกินยานาน เขารับใบสั่งยา แลวกลาวกอนเดินออกจากหองตรวจวา “หมอ! ยามันเจงมากเลยนะครับ แคเม็ดละ 2 บาท ทําเอาความเครียดอยูหมัด” ที่จริงผูปว ยรายนี้ เปนโรคปรับตัวผิดปกติ (adjustment disorder) ในตอนตน ซึ่งถือวาเปนโรคที่ออนที่สุดในทางจิตเวชและหายเองได แตรักษาไปรักษามา กลายเปนวาเครียดมากขึ้นกวาเดิม เพราะสูคา รักษาไมไหว กลายเปนโรควิตกกังวล (GAD) ขึ้นมา หากปลอยไวนานกวานี้ ผมก็ไมแนใจวา อาการจะรุนแรงมากขึน้ จนกลายเปนโรคซึมเศรา แลวอาจถึงกับคิดสัน้ และฆาตัวตายไดหรือไม!!?? ครับ ที่นาํ มาเลาใหฟงก็เพื่อจะแสดงใหเห็นวา การรักษาโรคทางจิตเวชดวยยาโดยเฉพาะในชวงเริม่ ตน ไดผลดีกวาและรวดเร็วกวาการบําบัดทางจิตใจ ดังนัน้ อยารังเกียจที่จะกินยาเลยครับ ผมเชื่อวา จิตแพทยสว นใหญใจดีและไมเลี้ยงไข บังเอิญวาโรคทางจิตเวชนัน้ เปนโรคที่เรื้อรัง ทําใหผูปว ยตองกินยานาน จึงดูเหมือนผูป วยจะติดยาและหมอจะเลีย้ งไข แตถาไมรักษา โชคดีทสี่ ุดก็คือโรคอาจจะหายเองได แตหากโชคราย ก็อาจจะไมใชเพียงแคเสียเงิน 30,000 บาทนะครับ!!

๓๗


แงคิดจากหนัง The Village ที่นี่... ไมมีใคร “รู” โดย ชลนิล หมูบานแหงนีส้ ุขสงบ โอบลอมดวยผืนปากวาง ทุกครอบครัวใชชีวิตเรียบงาย สมถะ บริสุทธิ์สะอาดเสมือนสังคมในอุดมคติ ทวาภายใตภาพอบอุน รื่นรมยราวกับเมืองในฝนนั้น กลับมีความลึกลับ ซุกซอนอยูท ุกหลืบมุม ความหวาดกลัวแฝงเรนทุกอณูบรรยากาศ คลื่นความหวาดระแวงผสานในทุกฝกาว ทุกลมหายใจ ใครอยากพักพิง ฝากกาย ฝากชีวิตไวทหี่ มูบานแหงนี้บา ง? ถาใครรูตอนจบหนังของเอ็ม ไนท ชยามาลานกอน รับรองวาจะทําใหอรรถรสการดูหนังหดหายไปเกินครึ่งแน ถึงอยางนั้น หนังเรื่อง "The Village" ก็มีแงมุมนาสนใจที่ควรพูดถึงไมนอย มันเปนเรื่องราวของคนกลุม หนึง่ ซึ่งไดรับบาดแผลมาจากสังคมเมือง พวกเขาตองสูญเสียครอบครัว คนรัก จากอาชญากรรม ทําใหเกิดความเห็นตรงกันวา ควรสรางเมืองใหมที่บริสุทธิ์ สะอาด ทามกลางธรรมชาติ ไมมีอาชญากร ไมมีอาชญากรรม ใชชีวิตสุขสงบโดยไมมีคนชั่วรายมาแผวพาน ของแวะอีกตอไป หมูบานแหงนีจ้ ึงถูกสรางขึ้นใหเปนเมืองไรความศิวิไลซ ยอนคืนไปในยุควันวานอันแสนสุข อยูกนั อยางเรียบงาย สมถะ มีปราการปาปดกัน้ มีนิทานแหงความหวาดกลัวปองกันไมใหลกู หลานหลบหนี แตพวกเขาคาดผิดไปอยางหนึ่ง... เด็กรุนลูก - หลานใชจะถูกนิทานลวงโลก สัตวรายที่อุปโลกนมาคุกคาม ครอบงําเสียทุกคน ยังมีคนรุนใหมเปนชายหนุม ชางคิด กลาหาญ หญิงสาวที่มีความเปนผูนํา ใจคอหนักแนน และชายสติไมสมประกอบทีไ่ มเขาใจกฎเกณฑ ฝนระเบียบหมูบานทุกขออยางไมรูเรื่องราว เมื่อเกิดเหตุการณคาดไมถงึ ขึ้น พวกเขาจึงไดรู...สังคมอุดมคติ บานเมืองบริสุทธิ์ สะอาด ไมอาจเกิดขึ้นไดจริง ตราบใดใจคนเรายังมีสัตวรายแฝงอยู มีปศาจทีพ่ รอมจะออกมาทุกเมื่อยามประสบเหตุมากระตุน เพราะความไมรู คนเราจึงเกิดความกลัว...เพราะเกิดความกลัว จึงพยายามสรางสิง่ ภายนอกมาปกปอง พวกเขากักขังตัวเอง พยายามสรางสังคมดีงาม ก็ดวยความหวาดกลัว พวกเขาสรางสัตวรายที่ไมมใี ครกลาพูดถึงขึ้นมาหลอกหลอนลูกหลาน ก็ดวยความหวาดกลัว ๓๘


พวกเขายอมใหคนที่ตนเองรัก ผูกพัน ตกตายโดยไมยอมไปขอยาดี ๆ ทันสมัยจากโลกภายนอก ก็เพราะความหวาดกลัว พวกเขาไมอาจ "รู" ไดเลยวา...สิ่งทีน่ า กลัวแทจริง ไมใชอาชญากร คนราย หรือโลกโสมมเบื้องนอก แตมันคือ "ใจ" ของพวกเขาเอง ใจที่สรางสัตวราย ใจที่สรางกําแพงหนา ใจที่เกาะเกีย่ วกับอดีตอันเจ็บช้ํา ใจที่วาดภาพความกลัวขึ้นมา และใจที่ไมกลาตอสูเผชิญหนากับ "ความจริง" "ความจริง" ที่วา...โลกมันเปนเชนนัน้ เอง มีสุข...มีทกุ ข มีเรื่องดี...มีเรื่องราย มีเรื่องนาพอใจ...มีเรื่องชวนเสียใจ มีไดรับ...มีสูญเสีย มันเปนของคูก ัน...เปนของคูโลก ไมมีใครไปบิดเบือนแกไข ไมมีใครไปสั่งใหมันมีแตสุข ดี หรือนาพอใจอยางเดียวได เมื่อกลาเผชิญหนากับ "ความจริง" พวกเขาจะเห็น... ทุกสิง่ ที่ผา นมา...ตองเคลื่อนจากไป...ทั้งนั้น! โลกไมมีสิ่งใดคงทน เที่ยงแท เมืองนี้ไมมีใคร "รู" เด็กรุนหลังไมอาจรูวา ทุกสิง่ ที่ตนเองหวาดกลัว เปนแคการจัดฉากของพวกผูใหญ และพวกผูใหญก็ไมอาจรูวา การเลือกมาหลบเรนอยูกลางปา ไมยอมออกไปพบโลกภายนอก เทากับเปนการกักขังตัวเองโดยไมมีความผิด ยอมติด "คุก" ไรอิสรภาพตลอดชีวิตอยางโงงมงาย เมื่อไอวี่ (นางเอก) รูความจริงทัง้ หมด เธอจึงกลาบุกปาออกไปทั้งที่ตาบอด เพื่อขอยาใหคนรัก กลาเผชิญหนากับ "สัตวรายที่ไมมีใครกลาพูดถึง" ดวยความมีสติ ไมพรั่นพรึง จนสามารถนํายากลับมาได เธอตาบอดแตใจไมบอด เมื่อใจรับรูความจริง เธอจึงกลาเผชิญความจริงอยางไมหวัน่ เกรง

๓๙


ผิดกับพวกผูใหญที่ตาไมบอดแตใจมืดทั้งหลาย สุดทายยังลงมติใหหมูบานนี้ถกู ปกปดเชนเดิม กักขังตัวเองและลูกหลานใหอยูใน "คุก" แหงความ "ไมรู" ชั่วกาลนาน กําแพงอวิชชา ความ "ไมรู" ชางสูงเยี่ยมเทียมฟา มันปกปดสายตา ปกปดจิตใจผูคนมาเนิ่นนานชั่วกัปกัลป สรางภาพ สรางภพใหพวกเราหลงวนเวียนอยูในคุกแหงภพชาติที่สูง ๆ ต่ํา ๆ โดยไมมีกําหนดพนโทษ นอกจาก "วิชชา" ความรู "จริง" เทานัน้ ถึงจะพาเราออกจาก "คุก" ไดอยางสงาผาเผย

๔๐


เรื่องสั้นอิงธรรมะ พรุงนี้ไมสาย โดย เมริน เชาวันจันทร ที่ปายรถประจําทางหนาตลาดสด อันพลุกพลานไปดวยผูคน รถเมลสาย 39 คันเกาทรุดโทรม เคลื่อนเขามาจอด ดวยลีลาอันเชื่องชา อืดอาด บงบอกถึงวัยอันชราภาพของคุณลุงคนขับ มันชางเปนภาพที่ดูขัดกันอยางยิง่ กับบรรยากาศอันรีบเรงของเชาวันทํางานวันแรกในสัปดาห ผูโดยสารกลุมใหญที่กาํ ลังรอรถอยูอยางกระวนกระวาย ตางพาวิง่ กรูเบียดเสียดกันขึ้นรถอยางรีบเรง ฉันก็เปนคนหนึ่งที่เปนผูโดยสารขาประจํา ที่จะตองมาขึน้ ลงเพื่อตอรถไปทํางานที่ปา ยนี้เสมอ จึงมีความรูสึกคุนหนาคุน ตา กับหลาย ๆ คน แมจะไมเคยเอยปากทักทายกัน ผูคนที่พกั อาศัยอยูใ นยานนี้ ชางดูเหมือนจะมีความผูกพันกัน โดยมีปายรถเมลเปนจุดศูนยรวม แมแตละคนจะมีจุดหมายปลายทางที่แตกตางกันออกไป วันนี้คงเปนวันธรรมดาอีกวันหนึง่ ที่ผา นไปในชีวิต ถาฉันไมไดเหลือบสายตาไปเห็นเด็กผูหญิงวัยรุน คนหนึ่งกําลังเก ๆ กัง ๆ อยูที่บนั ได ขณะที่รถกําลังเขาจอดปายที่ฉันจะลงพอดี เปนภาพที่ดูขดั ตาเสียจริง จะลงก็ไมลง ฉันคิดในใจ ชางไมรูจักเตรียมตัวใหพรอม ไมรูหรือไงวาคนอื่นเขาตองรีบไปทํางาน ขวางทางอยูได หลังจากตําหนิติเตียนในใจไดสักครู เธอคนนัน้ ก็ทาํ ทาเหมือนจะเริ่มรูตัว วามีใครคนหนึง่ ยืนทําตาเขียวอยูขา งหลัง จึงรีบรอนกาวลงรถจนขาพันกันแทบจะสะดุดลม แมกระนัน้ เจาของตาเขียว ๆ ก็ยังอดพึมพําในใจตออีกดวยรูสึกรําคาญ แกมสะใจ ดีสม... หลังจากรีบลงจากรถ กึ่งเดินกึ่งวิง่ โดยพยายามทรงตัวอยูบ นรองเทาสนสูงลิ่วคูใหม ฉันก็มาถึงทีท่ ํางาน สายไป 2 นาที นับเปนคราวเคราะหจริง ๆ ที่เจานายผูตรงตอเวลา เหมือนตัวแกเปนเข็มนาฬิกาก็ไมปาน เดินมาเห็นพอดี ฉันจึงไดเห็นหนาบูด ๆ ของแก แทนคําอวยพรปใหม ๔๑


ฉันกําลังอยูในชวงประเมินผล สิ้นเดือนนี้อาจไดเงินเดือนเพิ่ม! เพราะยายนัน่ ทีเดียว ฉันยังไมวายคอน วันแรกของการทํางาน หลังหยุดยาวฉลองปใหม ชางเต็มไปดวยความวุนวาย ยุง เหยิง จิตที่ถูกครอบงําดวยโทสะแตเชา บดบังสติปญญาของฉัน เหมือนเมฆหมอกหนาที่เคลื่อนมาบดบังลําแสงสวางของดวงอาทิตย การตัดสินใจใด ๆ ของฉันดูชางผิดพลาดไปหมดอยางไมนาเชื่อ แถมดวยอาการ หลง ๆ ลืม ๆ เอยชื่อลูกคาคนสําคัญผิด แตก็นับวาโชคดีที่คุณหญิงแสงเดือน ผูดีเกา เจายศเจาอยางกําลังเดินชมสินคาอยางเพลิดเพลินเลยอารมณดีเปนพิเศษ จึงไมถือสาหาความฉัน เย็นนั้น ฉันพาสังขารอันออนลาเหมือนคนที่แบกของหนักอึ้งมาเปนแรมป ขึ้นรถเมล แนนจริง ๆ กวาจะเบียดขึน้ บันไดได ก็ทาํ เอาแฟมออนใสเอกสาร ที่พยายามหนีบไวกับลําตัวมีอนั ตองยับยนเปนรอย หลังจากที่อัดกันเปนคนกระปอง อออยูท ี่ประตูดานหนา ฉันก็ถกู กระเปารถเมล ขอรองแกมบังคับใหขยับชิดในไปเรื่อย ๆ จนเกือบชิดเบาะหลังสุด ขางประตูทางลง ยืนเปนชะนีหอ ยโหนเกาะราวยังไมพออีกมือยังตองหนีบแฟมเอกสารเกะกะ ถารถเบรกกะทันหันขึ้นมา หนาสวย ๆ ที่ฉันอุตสาหเฝาถนอมคงไดไปจูบเขากับแผงเหล็กกั้นขางหนา อิจฉาคนไดนงั่ จริงจริ๊ง ฉันคิด พลางชําเลืองตา มองเด็กสาวที่กําลังนั่งหลับคอพับ อยูบนเบาะใกล ๆ เอาเปรียบกันนี่นา ลืมตามาดูความทุกขของคนอื่นบางประไร ฉันพลุง พลานอยูในใจ จะดวยจิตอันริษยาของฉัน ประจวบเหมาะกับลําแขนที่หอ ยโหนมาเปนเวลานานออนแรงเต็มทีก็สดุ จะคาดเดา มือของฉันหลุดจากราวเกาะ ขอศอกตกไปกระทบเขากับศีรษะของเธอคนนัน้ พอดี โปก! ...เธอปรือตาตืน่ ขึ้นทาทางยังงง ๆ "ขอโทษคะ" ดวยความเคยชินปาก ฉันเอยทันที ทั้งที่ใจไมไดรูสึกสํานึกผิดอะไรดวยสักนิด ดีสม... มารรายในใจฉันสรุป

๔๒


ใกลถึงปลายทางแลว คนเริ่มทยอยกันลง ทันทีที่มที ี่วา ง ฉันรีบทรุดกายนั่งลงทันที ราวกับกลัววา ถาชาอีกนิดเบาะนัง่ จะมีขาวิง่ หนี ดวยความออนเพลีย ฉันเผลอมอยหลับไปโดยไมรูตัว ฝนหวานวากําลังแตงตัวดวยเสื้อผาสวย ๆ ที่อยากไดมานาน พรอมกับนั่งอยูในภัตตาคารหรูหรา บริกรนําอาหารอรอย ๆ มาเสิรฟดวยทาทางพินอบพิเทา มาสะดุงตืน่ อีกที เมื่อรูสึกเจ็บแปลบ ๆ ที่ศรี ษะ เหมือนถูกของแข็งกระทบ "โทษ" ฉันสะบัดหัวอยางมึนงง เหลียวหาที่มาของเสียง หญิงวัยกลางคน รูปรางสูงใหญ ในชุดเสื้อกระโปรงดําทัง้ ชุด แตงหนาเขมคนหนึ่งกําลังมองฉันดวยหางตา แลวก็เชิดหนากลับไป ทําเหมือนไมมีอะไรเกิดขึ้น เสียงทีห่ ลุดออกมาจากปากแดงแจด แตมดวยไฝเม็ดเขื่อง บงบอกถึงฝปากอันจัดจานของเจาหลอน ไมไดแสดงถึงความรูสึกอาทรรอนใจ ทีท่ ําใหใครเจ็บตัวเลยสักนิด ฉันมองดามรมไมหนาที่อยูในมือเจาหลอน ราวกับเห็นศัตรูคูอาฆาต ใจดําจริงนะ จะชวยดูสกั นิดก็ไมมีวาหัวฉันแตกบางหรือเปลา ขอโทษก็พูดสง ๆ ไปอยางนัน้ ฉันเปนเดือดเปนแคน ตอวาตอขานยืดยาว แตก็แนละ ไมยอมหลุดเปนเสียงใหไดยนิ เด็ดขาด ก็ฉันยังขยาดเจาดามรมอยูนี่ มัวแตอาฆาตมาดราย ก็เลยลืมดูวา รถเมลเลยปายไปถึงตอไหนแลว ละลาละลังรีบลุกขึ้นมา ชะโงกหนาออกไปมอง "เอา จะลง ก็รบี ลงซิยะ ขวางทางอยูได ประสาท..." เสียงแหวกอากาศ ของเจาหลอนคนเดิม ดังกวนโสตประสาทอยูดานหลังของฉัน อารามตกใจ รวมกับอายคน ฉันรีบรอนกาวลงบันได รองเทาสนสูงเจากรรมก็ดันพลิก ทําใหฉันไปตะครุบกบขางลาง ซวย จริงโวย.... จะดวยอุปาทาน หรืออารมณพาลของฉันก็ไมรู เลยไดยนิ เสียงหัวเราะ แววมาจากรอบดาน หลังจากลุกขึน้ ได สํารวจรอบดาน ฉันก็พบวา เลยปายรถเมลหนาตลาดมา 2 ปายแลว ฉันตัดสินเดินยอนกลับ ยังเจ็บไมหาย แตก็เอาเถอะ ใกล ๆ แคนี้เอง ประหยัดคารถ ฉันปลอบใจตัวเอง

๔๓


เริ่มเดินไปเรื่อย ๆ ผานสวนสาธารณะ ลมเย็นที่พัดโชยมาออน ๆ สีเขียวขจีของพุมใบตนกามปูที่แตกยอด ทอดกิ่งเปนแนวยาวกระทบกับคลองจักษุ ทําใหฉันรูสึกปลอดโปรงโลงใจ จนอยากนั่งพักบนเกาอีไ้ มตัวเล็กใตตน เพื่อดื่มด่ํากับหวงสัมผัสอันเบาสบายนี้ใหเต็มอิ่ม เปนครั้งแรกทีฉ่ ันเริ่มรูสึกวาตัวเองเปนอิสระมีเวลาเปนสวนตัว วางพอที่จะคิดทบทวนเรื่องราวตาง ๆ หลังจากที่วนุ วายอยูก ับความเรงรีบ ทํากิจวัตรประจําวัน พรุง นี้และวันตอไป จะเปนอยางไร รถเมลก็คงแนนเหมือนเดิม ฉันจะตองพบเจอกับสิ่งใดบางหนอ จริงซิ แลววันนี้ฉันทําอะไรไปบางละ หลับตาลง สูดลมหายใจเขายาวลึกเขาปอด แลวก็คอย ๆ ผอนลมหายใจ ระลึกรูการเคลือ่ นเขาและไหลออกของลมหายใจอยางชา ๆ ฉันสัมผัสไดความผอนคลาย เบานุม อยางไมเคยเปนมากอน หลังจากที่ปลอยใหจิตถูกกลุมรุมไปดวยสรรพอารมณตาง ๆ จนเหมือนถูกขยะกองโตหนักอึง้ ทวีทว มทับตัวขึน้ ทุกวัน อยูกับความเงียบงันครูหนึง่ จิตฉันก็ยอนระลึกถึงเหตุการณที่ผานพน ฉันมาสาย! เจานายไมพอใจ แวบแรก ฉันรูส ึกถึงอาการของจิตที่ขึงตึง ขมวดเปนเกลียวดวยแรงโทสะ เพงโทษ หาเรื่องหาราว คนอื่น เหมือนลูกธนูแหลมทีพ่ ุงออก สูเปาหมาย พรอมกับการปรากฏขึ้นของภาพเด็กสาวผูต นเหตุ รีบรอนลงรถ จนเกือบหกลม แตแลวใบหนาของเธอก็คอย ๆ เลือนไปเกิดภาพใหมซอ นทับขึน้ มันเปนใบหนาเยเกของฉันเองที่กาํ ลังเอามือกุมเทาดวยความเจ็บปวด หลังจากสนสูงพลิก หกลมอยูทพี่ ื้นถนน ฉับพลันเองนัน้ ! จิตของฉันก็กระตุกวูบ สวางขึ้นดวยแสงแหงปญญา ตระหนักชัดถึงภัยเวรของการเพงโทษ ติเตียนผูอื่น ทั้งยังริษยาอาฆาต ไมมีสติแนบตัว ปลอยจิตใหหลงไปกับกระแสเชี่ยวกราดของบรรดากิเลส แมเปนมโนกรรม ก็สงผลเปนรูปธรรมใหฉนั ไดประจักษในขณะนี้ เอื้อมมือไปคลําศีรษะ หลักฐานพยานอีกอยางก็คือเจากอนบวมปูดนี้ ไมนาเชื่อที่ผูหญิงในชุดดําคนนัน้ จะทําดามรมหลุดมือพอดิบพอดี ตกลงมาปลุกฉันจากฝนหวาน

๔๔


อันฟุง ซานไปดวยราคะเหมือนชวยเตือนสติ และตามมาดวยกริยาอาการ อันไมรูสึกรูส ม สํานึกในความผิดตนที่เบียดเบียนผูอนื่ ใหไดรับความเดือดรอน เชนคราวที่ฉนั ทํากับคนอื่น เหมือนบรรยากาศรอบตัวของฉันจะสวางสดใสขึ้นเปนพิเศษ ฉันแหงนหนามองทองฟาเบื้องหนาอยางเปนสุข ฉันรูแลววาควรทําอยางไร พรุงนีจ้ ะไมสายสําหรับฉัน

๔๕


เที่ยววัด

สระบัวใหญภายในวัด วัดปาสุคะโต โดย moon เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ จากการแนะนําของอี๊กิ๊ม (ประนอม เตโชภาส) เราไดมีโอกาสไปวิปสสนาทีว่ ัดปาสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ รวมกับกลุม ของคุณหมอกําพล ซึง่ เปนกลุม หมอและพยาบาล จากสุโขทัย แนวทางการวิปส สนาเปนการเจริญสติแบบหลวงพอเทียน ซึ่งอี๊กมิ๊ ไดเคยพูดใหเราฟงบอย ๆ ถึงแนวทางการฝกแบบนี้ เปนการนั่งสรางจังหวะ และเดินจงกรม เรามองวาไมงมงาย และปรับเขากับชีวิตประจําวันได จึงตัดสินใจเขารวมทั้ง ๘ วัน ตองขอแนะนําวัดปาสุคะโตกอน วัดนี้อยูท ี่ ต.ทามะไฟหวาน อ.แกงครอ จังหวัดชัยภูมิ มีหลวงพอคําเขียน สุวัณโณ (ซึ่งขณะนี้อาพาธอยู กําลังพักฟน) เปนผูท ี่ดูแลวัดนี้และวัดในเครือ มีหลวงพอไพศาล วิสาโล เปนเจาอาวาส พื้นที่สวนใหญในวัดนีเ้ ปนปา มีสระบัวใหญ ซึ่งบัวกําลังบานอยางสวยงาม ในวัดก็มีบรรยากาศรมรืน่ ประกอบดวยหอฉัน, หอไตร ซึ่งใชเปนทีท่ ําวัตร และกุฏิกระจายอยูทั่วไป สุดรั้วจะเปนเชิงตะกอนเผาศพ

๔๖


เราชอบระบบการจัดการทรัพยากรในวัดนีม้ าก ถือไดวาเปนวัดที่สามารถอยูไดดวยตนเอง (self-sustained) โดยอาศัยทรัพยากรจากภายนอกนอยมาก ฝนตกก็รองน้ําไวใช มีถงั เก็บน้ําฝนกระจายอยูทั่ววัด ในวัดมีสมุนไพร ตนไม และพืชผัก ซึ่งแทบไมตองพึง่ พาทรัพยากรจากภายนอกเลย นอกจากไฟฟา การกอสรางเชนกําแพงวัดหรือกุฏิ พระกับชาวบาน ก็ชวยกันกอสราง ไปถึงวัดประมาณเทีย่ ง ไดกุฏิท่พี ักแลว ก็ไปกราบพระอาจารย ชื่อพระอาจารยทรงศีล เปนพระอาจารยที่จะเปนผูอบรมกลุมพวกเราตลอด ๗ วัน พระอาจารยก็ปฐมนิเทศพวกเรากอน บอกสูตรวา ใจ มีสติ อยูกับกาย = ปกติ (ศีล) ซึ่งเปนสิ่งที่พวกเราจะตองปฏิบตั ิระหวางอยูท นี่ ี่ ก็คือ ทําใจเราใหมีสติ รูอยูกับกาย ซึ่งจะทําใหใจของเราอยูในลักษณะทีป่ รกติ ดีใจก็ไมฟุงไป เครียดก็ไมรูสึกจิตตกไป สิง่ ที่ไดก็คือการเปนผูมีศีล

๔๗


ตารางเวลาขณะที่อยูท ี่วัดปาสุคะโตก็คือ ทําวัตรเชาตอนตี ๔ หลังจากนั้นพระอาจารยก็จะเริ่มสอนดวยการพาเดินรอบวัดอยางมีสติ ตอนสายก็เริ่มฝกวิปสสนาไปเรื่อย จนถึงสองทุม วันแรก ๆ ก็จะมีงวง เครียด ปวดหลัง วันแรกถึงกับสัปหงกทั้งที่เดินจงกรมอยูทีเดียว แตในวันหลัง ๆ ก็เริ่มทําไดนานขึ้น และมีความรูสกึ วาสนุกมากขึ้น พระอาจารยทรงศีลเอง ก็มีวิธกี ารสอนที่ทาํ ใหสนุก

๔๘


หอไตร ใชเปนที่ฝกวิปสสนาและทําวัตร และเขาใจอาการของพวกเราวาจะตองมีงวงมีเมื่อย ก็จะหาเรื่องเลาทีต่ ลกแตมีสาระ และกิจกรรมที่ทาํ ใหแกงว งไปได สิ่งที่เห็นไดชัดจากการปฏิบัติคือ จิตใจที่สงบ เวลานอน ถึงเวลานอนสองทุมกวา ก็จะหลับ ลมตัวลงนอนแลวหลับไดสนิท ไมมีคิดฟุง ซาน หรือนอนไมหลับ รูสึกตัวตื่นตอนประมาณตีสองกวา ๆ

บริเวณลานหินโคง ใหผปู ฏิบัติธรรมไดใกลชิดกับธรรมชาติ ๔๙


แตดวยความงกเวลานอน เพราะกลัวจะงวงตอนกลางวัน ก็เลยนอนตอจนถึงตีสามครึ่ง เปนอยางนีท้ ุกคืน ตื่นมาก็รูสึกแจมใส ถึงจะมีงวงบางจากการนั่งทําจังหวะ ก็ยงั ทนได หลังจากกลับมาก็ไมไดฝกตอ จนอีกสองอาทิตยใหหลัง ขับรถไปรับแมที่อาศรมมาตา ที่ปกธงชัย ใชเวลาขับไปประมาณ ๔ ชั่วโมง เมื่อยไหลมาก พระอาจารยทรงศีลเปนผูสอน เราก็รวมปฏิบัติ ชวงกอนกลับบานดวย นั่งทําจังหวะ โดยทําแบบสบาย ๆ เอาความรูสึกไปไวที่มอื ปรากฏวาที่เมื่อยไหลอยูก็รสู ึกเบา ตอนทําก็รูสึกเบาสบาย สนุกดีเหมือนกันนะ ถาใครมีเวลาวาซัก ๗ วัน ก็นา ไปหาอะไรดี ๆ ใหชีวิตกันนะคะ ที่วัดปาสุคะโตเปนสถานทีท่ ี่เหมาะสมที่หนึง่ สําหรับการวิปสสนา ดวยตัวบรรยากาศทีส่ งบของวัดปาเอง และพระอาจารยหลายทานที่พรอมจะถายทอดประสบการณใหกับทุกคน ขอขอบพระคุณ พระอาจารยทรงศีล ซึ่งสอนพวกเราดวยความเมตตา และเปนผูใหที่แทจริง, คุณหมอกําพล ผูจัดวิปสสนาในครั้งนี้ และเมตตาใหเราเขารวมดวย สุดทาย อี๊เราเอง ที่เปนผูแนะนําใหมาวิปสสนา

ทําวัตรเย็นที่ลานหินโคง แถมขับรถรับสงเราไปกลับกรุงเทพฯ ชัยภูมิอีกดวย

๕๐


ธรรมะปฏิบัติ ทิฏฐิและตัณหา โดย satima ปกติของมนุษยเรานัน้ ตางทําทุกอยางไปตามทิฏฐิของตน ทิฏฐิความเห็น ทีม่ าจากประสบการณในชีวิตนั้นเอง ผูใดมีความละเอียดออน ชางสังเกตกับสิง่ ตางๆ ก็ทําใหเขามีทิฏฐิหรือความเห็น ทีเ่ ปนโลกทัศน ทีก่ วางไกล เห็นปญหา เห็นการแกไขที่ถูกตองลุมลึก อยางที่เราสามารถเรียกไดวาเปนผูมองการณไกล ทําใหปญหาที่ตามมาภายหนาลดนอยลง แตในทางธรรมนั้น สิ่งเหลานี้เปนอีกเรื่องหนึง่ เปนโลกธรรม เปนเรื่องภายนอกตางจากธรรมะของการหลุดพน ซึ่งเปนอีกสวนหนึง่ ตางหาก เพราะเหตุวา การหลุดพนนัน้ ขั้นแรกก็คือโสดาบัน เปนการละสักกายทิฏฐิ คือเห็นความไมใชตัวใชตนของตัวเองเทานัน้ สวนทิฏฐิอื่นๆ นัน้ ยังคงอยู พระอริยะยังคงทิฏฐิบางอยางไว แมแตตัวมานะ ที่เปนตัวทายๆของการละสังโยชน10 ซึ่งเราอาจจะคนควาหาความรูจากสังโยชน10 ไดไมยาก หลายครัง้ หลายหนในหมูพวกเรา เนนไปในทางปฏิบัติเพื่อการหลุดพน จนลืมลําดับขั้นของการปฏิบัติ ที่ตองประกอบดวยทาน ศีล ภาวนา การดําเนินตามอนุปุพพิกถา คือลําดับความลุม ลึกของธรรมที่ปฏิบัติ ไปตามลําดับขั้น สิ่งเหลานีม้ ีในตําราจะไมขอกลาว แตจะขอพูดถึงสิง่ ที่เรานักปฏิบตั ิมักหลงลืมไปวา การปฏิบตั ินั้นมีขนั้ มีตอน หลายๆ ครั้งที่ครูบาจารยทา นมักจะกลาววา เราควรเจริญเมตตาภาวนา สิ่งนี้เปนสิ่งสําคัญ เปนสวนประกอบของการปฏิบัติธรรมเชนกัน ครูบาอาจารยทา นก็ปฏิบัติตนเปนตัวอยางอันดีใหเราเจริญรอยตามอยูแลว ถาเราหมัน่ สังเกตดู จริงอยูวา เราอาจจะตองเนนการปฏิบัติตนเปนอันดับแรก ยังประโยชนตนใหถึงพรอมกอนที่จะยังประโยชนคนอื่น แตขณะเดียวกันการปฏิบัติธรรมก็ยังคงอยูในเสนทางของ ทาน ศีล ภาวนา จิตใจที่หยาบกระดางไมเหมาะกับการภาวนาแนนอน ฉะนัน้ เราควรเอือ้ เฟอกับผูปฏิบัติดวยจิตใจที่ออนโยน เปนการฝกฝนตนไปพรอมๆ กับการภาวนาทางดานจิตใจในสวนตัว ในการเห็นกิเลสตางๆ ภายในของตัวเองพรอมกันไมวากุศลที่กอใหเกิดกุศล หรือกุศลที่กอใหเกิดอกุศล อกุศลที่กอใหเกิดกุศล และอกุศลที่กอ ใหเกิดอกุศล หลักเบื้องตนงายๆ ของสังคมไหนๆ ก็คลายคลึงกัน เปนหลักที่พระพุทธองคทรงสัง่ สอน ใหมนุษยอยูรว มกันอยางมีเมตตาธรรม

๕๑


การที่เรายอมรับเขา ในสิง่ ทีเ่ ขาเปน และชวยปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ควรนัน้ อยางเขาใจ อยางเมตตา จะเปนสิง่ ทีง่ ดงามไมวาในสังคมไหนๆ การที่เราเขาใจวา อัตตา คืออะไร ความเปนตัวเปนตนของคนทัว่ ๆ ไป ถึงแมกระทั่งตัวเราเองนัน้ คืออะไร จะทําใหสังคมนั้นนาอยู มีความรมรื่น ตั้งแตเหยียบยางเขามาในสังคมนั้น ถาเราไมสามารถเห็นการยึดถือ ตัวตนของเรา และของเขา เราไมเห็นเรา เราไมเห็นเขา เราจึงไมสามารถเมตตาตอกันได เพราะเราเอาทิฏฐิและตัณหาของเราเปนที่ตั้ง เราเห็นอยางนี้ และอยากใหคนอื่นทํา อยางนี้ลวนเปนทิฏฐิและตัณหาของเรา ซึ่งเปนการสรางกรรมวิบากสืบตอไปไมจบสิ้น สิ่งเหลานีเ้ ปนธรรมเบื้องตน อันรมเย็นสําหรับทุกๆ สังคม ไมวาจะเปนสังคมไหนๆ ถาเรามองไมเห็นสิ่งเหลานี้ สังคมนัน้ ๆ จะแหงแลง เพราะขาดเมตตาธรรมอันชุมชื้น แมวาในเบื้องลึกแลวสังคมนั้นจะยินดีมอบคุณธรรมระดับสูงใหกับคนทัว่ ไป แตประตูนั้นไมไดเปดกวางพอที่คนจะเขามาได เขาก็จะรีๆ รอๆ อยูแคหนาประตูแลวเดินจากไปอยางนาเสียดาย จริงอยูวา เราไมจําเปนตองชวยคนมากมาย เราเนนคุณภาพไมเนนปริมาณ แตเขาเปนผูท่เี ดินมาถึงประตูในสังคมนี้แลว เขาตั้งใจมาถึงที่นี้แลว แลวเราเปนคนผลักไสเขาออกไปเพราะทิฏฐิตัณหาของเราหรือเปลา เราจะอางวา เขาไมมีบุญวาสนา ก็อาจจะได แตเราเมตตานอยไปหรือไม เราจริงใจและมีวิสัยทัศนที่กวางไกลพอหรือไม หรือจะมองเห็นแตทิฏฐิและตัณหาของตนเองเทานั้น เราเทานัน้ ที่เปนคนคิดถูกเราทําดีแลว แลวจบลงดวยคําอธิบายวา มันเปนกรรมวิบากของเขาแลวเรามีสว นรวมในกรรมวิบากนัน้ หรือไม ลองพิจารณาดู เราตางก็มีกรรมวิบาก แตเมือ่ เรามาพบกันนั้น กรรมวิบากของเราและเขายอมกระทบกันอยางแนนอน แตเราสามารถสรางกรรมดีละกรรมชั่วรักษาจิตใจใหผองแผวได ตางคนตางทํากิจของตน มุงภาวนาตนใหพน จากกิเลสที่ครอบงํามาแสนนาน เอื้อเฟอแกผูที่ตา งก็พยายามวายขามโอฆะนีด้ วยกัน ดวยเราตางก็เปนผูทกี่ ําลังวายขามไปฝง โนน เราควรใหกําลังใจ ซึ่งกันและกัน ใหกาํ ลังใจกับผูท ี่ออนลา และอาจจะจมลง เพียงระวังรักษาคําพูดของตน ใหสมกับธรรม ชักชวนใหเขาเห็นทางขางหนาที่ยงั มี ไมทับถม ทําใหเขาหมดกําลังใจ เพียงเพราะเหตุวาเขาตางจากเรา เขามีทฏิ ฐิตัณหาของเขาแบบนั้น เราก็ควรเขาใจและยอมรับ ชวยชี้แนะในทางที่ควร เปดกวางจิตใจของตนเอง เห็นประโยชนอนั ควร วาการสรางคนเขามาในธรรมนัน้ เปนการชวยรักษาพระธรรมอยางหนึง่ อยางนอยๆ ก็ไดสรางคนทีม่ งุ หวังจะเปนคนดีแลว

๕๒


ทีมงาน ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏

ศรันย ไมตรีเวช อลิสา ฉัตรานนท สุภิดา โหนกนุม ปรียาภรณ เจริญบุตร ศิราภรณ อภิรัฐ เอกอร อนุกูล กฤษฎ อักษรวงศ ณัฐชญา บุญมานันท อนัญญอร ยิ่งชล กาญจนา สิทธิแพทย วรางคณา บุตรดี อนุสรณ ตรีโสภา สมเจตน ศฤงคารรัตนะ อนัญญา เรืองมา กานต ศรีสวุ รรณ ศดานัน จารุพูนผล ชนินทร อารีหนู พีรยสถ อุบลวัตร สิทธินันท ชนะรัตน

๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏ ๏

๕๓

กานตพัทธ รัชพันธุ จรินทรธร ธนชัยหิรัญศิริ ทัศรา กุลจิตติสุธีพร กนกเรขา กฤษฎารักษ สุปราณี วอง พริม ทัพวงศ วิมล ถาวรวิภาส เกสรา เติมสินวาณิช ณิตชมน ธาราภิบาล อัจจนา ผลานุวัตร พราวพรรณราย มัลลิกะมาลย ทองเลี่ยมนาค มยุรฉัตร พงษผาตินันท อมรา ตั้งบริบูรณรัตน พิจิตรา โตวิวชิ ญ เยาวลักษณ เกิดปราโมทย เมธี ตั้งตรงจิตร พรหมเนตร สมรักษ สาริณี สาณะเสน ณัฐพร สกุลอุทัยศักดิ์ พัฒน สดาวงศววิ ัฒน


นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่5