Page 1

สนทนาธรรม กับ พุทธบริษัท ๑ ศิษย หลวงปูเ จาคะ การสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ ที่ปฏิบัติกันตามปกตินั้นเราจะ เลือกสมาทานเพียงบางขอจะไดไหมเจาคะ? หลวงปู ไฮ ! ก็ตองวาตามหมวดเขาซิ ศีลโลกียนะ ๕ ก็ตองวาใหจบ ๕ ๘ ก็ตอง วาใหจบ ๘ ซิ ศีล สมาทานก็ตองวาเปนหมวด ๆ ไปอยางนั้น ศีลบารมีเขาไมไดจัดเปน หมวด ๆ นี่ ศีลบารมีก็ตองมี ๑๐ ศีล อุปบารมีก็ ๑๐ ศีลปรมัตถบารมีก็มี ๑๐ ไมตอง สมาทาน ไมตองมีหมวด ถาไมจํากัดองคละก็ไปอยูศีลบารมี ศิษย ถาศีล ๕ สมาทานเพียง ๔ ศีล ๘ ขอสมาทานเพียง ๗ จะไดไหมเจาคะ? หลวงปู คนมันวาเอาเอง แตศีลไมเปนอยางนั้น โลกียก็โลกียทั้ง ๕ โลกุตระก็ศีล พระโสดา ศีล ๕ ก็มโี ลกีย-โลกุตระคูห นึ่ง ศีล ๕ ก็มีโลกีย- โลกุตระ ศีลอุโบสถก็โลกีย- โลกุตระคูหนึ่ง ศีล ๑๐ โลกียก็มี โลกุตระก็มี หมดเทานั้นละหมวดศีลนะ กิเลสหมด แสดงหมวดศีลแลวก็ดับอัตถวิมรรค ๘ คุมบารมี ๓๐ ทัศ ศิษย ก็ถาไมปฏิบัติไมครบก็ไมสําเร็จใชไหมเจาคะ หลวงปู มันไมครบกับหมวดศีลเขา ศีลโลกียก็ตองมีศีล ๕ ศีลโลกุตระก็มี ๕ ตอง ตามหมวดศีล หมวดศีลอยูศีลขันธ เปนศีลทั้งนั้นแหละ ศีลขันธ ปญญาขันธ วิมุตญาณ สมณขันธ ธรรมขันธก็ ๕ ขันธก็ ๕ ๕ กับ ๕ ก็มาประทับอยูขันธ ๕ นี่เอง ธรรมขันธนะ ถาอยางนั้นไมเขาหมวดเขา ไมพูดกับปริยัติเขาไมได เขาไมใหเขาสนามหลวงแลว ศีลไม ครบองค ๕ ศิษย เวลาทําบุญหรือบริจาคทางตาง ๆ นึกไมออกวาจะอุทิศสวนกุศลอยางไร จิต เฉย นึกอยากเพียงตองการทําบุญเทานั้น อยากใหหลวงปูใหหลักในการทําจิตขณะนั้น หลวงปู ก็นึกพระพุทธ พระธรรม พระสงฆซี เขาหลักสูตรนะ ถาลืมหลักสูตร แลวอุทิศไปไมถูกหลักมันเฉย ๆ มันเปนโมหะแลว ถาอุทิศถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ มันพรอมดวยศีล ดวยสมาธิ ดวยปญญา ดวยทาน ดวยศีล ดวยภาวนา มันไม พรอมก็ไมมีปญญานะซี ศิษย ถาจิตเฉย ๆ ไมนึกอะไร ก็ไมไดไปไปเลยใชไหมเจาคะ ?


หลวงปู ไปไมถูกซี ไมใชกุสลาธรรมาเสียแลวละ มันเปนอพยากัตตาธรรมาไป ไมถูก หรอก ทานของพระเวสสันดร ตาชูชกเปนผูไปรับทานอยางเดียว พระเวสสันดร ทานสองกุมารให ก็เพื่อตรัสรูมุงหมายพระโพธิญาณนฤพาน แลวทานก็ไดตรัสรูและ แสดงธรรมได ผูรับไมสําคัญหรอก สําคัญผูใหผูใหอยางไมเจตนา นางคนหนึ่งเปนลูก สาวชางหมอปนดินเหนียวอยู พระเถระมาบิณฑบาต บิณฑบาตดินเหนียวจะเอาไปยากุฏิ ไมรูจักถามวา ตองการอะไรมายืนที่นี่ ตองการดินเหนียว เออ ! แตดินเหนียวก็ตองมา บิณฑบาต ทานไมเจตนาจะเอาไปถึงไหนเลยหมิ่นประมาททาน ขัดไมไดปนดินเหนียว ทุมให ไมปรารถนาจะเอารูปทิพยแตมันไดนะ แตไดตําหนิบิดตาเบือน มีปญจะปาตําหนิ อยูหนา ๕ แหง ใครก็ไมชอบเลยนางคนนี้ แตอานิสงสกัลปไดเนื้อทิพย กษัตริยไปขอกิน น้ํา คั้นน้ําทับทิมใสแกวให ไปถูกนิ้ว ๆ เดียวเทานั้น แหละเลยติดอกติดใจ ชาววังสูไมได เนื้อทิพย ดินเหนียวเนื้อออน ไมปรารถนาจะเอาเนื้อทิพยมันได หนาปญจะ ๕ แหง ไม ปรารถนาเอามันไดนั่นแหละ ทําไปซี ทําโดยประมาทของทานไมรูจักเหตุจักผล เปนไป อยางนั้น พระเวสสันดรทานรูเหตุรูผล ตาชูชกไมมีศีลก็ชางมันซี ใหมันไปแลวก็สงผลมา ใหตรัสรูเปนพระพุทธเจาได ผูทานรู ผูทานไมรูตางกัน ผูรับเปนอรหันตแลว ผูใหไมรูจัก เอาดินเหนียวทุมใสบาตรให อัปมาโนพุทโธ พระพุทธเจามีประมาณเมื่อไรละ ทําไดทุกอยางขึ้นชื่อวา พระพุทธเจาอัปมาโนธรรมโม พระธรรมบันดาลไดทุกอยางอยาวาแตพุทธนิมิตเลย ธรรมนิมิตก็มี อัปมาโนสังโฆไมมีประมาณเมื่อไร ตั้งแตพระพุทธเจายังทรงพระชนมมา ยุอยู พระภิกษุมา ๕๐๐ สัง่ พระอานนทวา ตถาคตยังไมวาง ใหพระอานนทไปบอกวา ให คอยที่ปาชา อาว! พวกเราจะมาเฝา เขาใจผิดวาหมดสังโยชนแลว หมดอนุสัยแลว แต เจาของยังไมรูวา สังโยชนมีที่ตัว อนุสัยมีที่ตัว พระพุทธเจาจังไมใหมาเฝาใหคอยที่ปาชา นั่นพวกอิริยาบถยืน ยืนดูซากอสุภะ พอราคะสังโยชนปรากฏขึน้ ปฏิคะสังโยชนปรากฏ ขึ้น พระองคจึงถือเอาเหตุนั้นไปแสดง ๒ ขอเทานั้น บรรลุทั้ง ๕๐๐ องค แลวกลับมาจึง มาเฝาพระพุทธเจาไดนี่เห็นไหมละ พุทธนิมิตนะนั่งอยู คันธกุฏีนี่ทําไมไปแสดงธรรมให พระ ๕๐๐ องคในปาชา อิริยาบถยืนทั้ง ๕๐๐


พุทธนิมิตไมใชมีครั้งเดียวเทานั้น ภิกษุฯอีก ๕๐๐ ก็ตองไปยืนอยูปาชาเหมือนกัน ในสมัยพุทธมารดายังอยูชั้นดุสิต ไปแสดงธรรมกับเทวดา อภิธรรม ๘ คัมภีร ตอนเชาลง มารับบิณฑบาตพระสารีบุตร ๒ ชั่วโมง ใครเทศนแทนละ พุทธนิมิตนั่นเอง นิมิตของ พระพุทธเจา เทวดาลืมตากระพริบเมื่อไหรละ ๓ เดือนนะฟงธรรมไมลุกจากที่ตาก็ไม กระพริบ จะไปเอาหมอขาวหมอแกงที่ไหนมาถวายบิณฑบาต ตองมารับของพระสารี บุตรนี่ ในระหวาง ๒ ชั่วโมงมาตองมานี่ ทางโนนเทวดาฟงธรรมพุทธนิมิตไมใชไมมี พุทธนิมิตมี ธรรมนิมิตมี จึงอยูในอัปมาโนพุทโธนะ ใครอยากรูไปอานพระไตรปฎก ไป สนามหลวงเขาแปลไมถึง อัปมาโนธรรมโม อัปมาโนสังโฆ สวดแลวก็เททั้งหมดมา บัดนี้ คนเขาไมเคยเห็นพุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต แคกสิณ ๑๐ เขาก็เห็นแตภายนอก ๓๐ อนุสติ ๑๐ เปน ๔๐ ธรรมฐาน ๔๐ เห็นแตภายนอก ในใบลานในกระดาษโนน มัน อยูที่นี่ มันอยูที่จิตนี่อีก ๔๐ ภายนอก ๔๐ ภายใน รวมเปน ๔๐ จึงลงกันได ตองโทรศัพท เบอรเดียวกัน สถานีเดียวกัน โทรศัพทเบอรเดียวกัน จึงพูดกันได ไปพูดสนามหลวงเขา ไมรูหรอก กรรมฐาน ๔๐ มันอยูตรงไหน เขาไปอางโนนใบลานโนน ในกระดาษโนน ๔๐ มันอยูโ นน มันไดแตขางนอก ๔๐ ขางในไมมี มันจะลงกันไดเหรอ เดี๋ยวมันทะเลาะ กัน ไปพูดขึ้นในสนามหลวงเขาก็ไมใหกินน้ําแข็งเขาหรอก เขาก็ไลหนีเทานั้นแหละ ก็ มันอานธรรมานุปสนสติปฏฐาน ภายในก็ดี ใหรูวา เกิดขึ้นใหรูวาตั้งอยูใหรูวาเสื่อมไป ภายนอกก็ดี ธรรมเกิดขึ้นได ตั้งอยูไดเสื่อมไปไดทั้งภายนอกและภายในนี้กรรมฐาน ทําไมจึงอางแตภายนอกละภายในมันมีอยูแลว พุทธะภายในก็มี พุทธะภายนอกก็ มี ทําไมไมอางใหหมดเปนคู ๆ กันไปละ ก็เพราะไมรูภาษาใจ รูแตภาษาหนังสือ ก็เถียง กันตายโหงทุกประเทศนั่นแหละ พูดกับคนพูดยาก พุดกับธรรมะงายกวา มนุสธรรมเขาก็ มีชอบแลว สัมมาทิฐิเทวธรรมเขาก็มีชอบสัมมาทิฐิจึงพูดกันได พรหมธรรมเขาก็มีชอบ สัมมาทิฐิ โลกุตตรธรรมสัมมาทิฐิของพระโสตา สกิทาคา อนาคา อรหันต พูดกันไดทุก หมวด เอาภาษาคนไปขามภาษาธรรมตกอเวจีวันละ ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้งไมรูจักไปคาน ธรรมะของพระพุทธเจาไดหรือ มันอวดดีวาเรามีธรรมะ อวดดีวา รูดีกวาพระพุทธเจานั่น แหละมันไปอเวจีแลวละ กายกรรมมันอยูวจีกรรมยังอยู แตมโนกรรมไปแลว ศิษย หลวงปูค รับ นิพพานของโลกุตระเปนอยางไรครับ หลวงปู มันหมดอาสวะซี อวิชาสวะไมเหลือ


ศิษย นิพพานที่แทจริงละครับ หลวงปู นิพพานที่แทจริงมันดับอาสวะหมด ไมมีอวิชาสวะ ไมมีอวิชาสังโยชน ไมมีอวิชานุสัย หมดไมเหลือ ศิษย จิตยังอยูไหมครับ หลวงปู จิตปรมัตถไป เจตสิกปรมัตถ รูปปรมัตถ ศิษย ยังอยูแตไมเสนอคําเรียกใชไหมครับ หลวงปู ยังอยูแตวามันเกิดดับ มันเปนสังคตะไป ไมใชสัตว คน สังคตะธรรม สังคตะธรรมมีอยูอสังคตะธรรมมีอยู วิราคะธรรมมีอยู แตไมใชสัตว คนเทานั้น ศิษย หมดสมมุติ หมดความยึดถือใชไหมครับ หลวงปู มันไมมีอวิชาสวะ ไมมีอวิชาสังโยชน ไมมีอวิชานุสัยละก็ กิเลส กรรมวิบากมันไมมี จิตไมมีนามรูปของขันธแลว มันเหนือนามรูปของขันธหมดแลว สังคตะมันเหนือขันธ ๕ อสังคตะมันเหนือขันธ ๕ วิราคะธรรมก็เหนือขันธแลว ขันธ ๕ ยังมีนามรูปยังติดตอกันไดอยู อายาตนะธาตุนี่ ขันธ ๕ นี่ สวนนิพพานไมเกิดไมดับนี่ จิต เจตสิก รูปปรมัตถนี้มันเกิดดับเปนอสังคตะธรรม ไมมีสัตวมีคน ไมมีภพไมมีชาติ สวน เกิดดับเปนสังคตะธรรม ไมเกิดไมดับเปนอสังคตะธรรม วิราคะธรรมไมมีราคะ หมด ราคะไปถึงโลกุตตระแลวนั่น ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ จะมาเผาแลวเขาติด ไมได แลว ศิษย โกกุตตรนิพพานนั้นปราศจากวิญญาณ ๆ ในทีน่ ี้หมายความวาอยางไรครับ ? หลวงปู วิญญาณขันธนะ วิญญาณขันธ ก็เปนนามขันธอยูแลว ศิษย จิตเดิมอยูแตปราศจากความยึดถือหรือครับ ? หลวงปู จิต เจตสิก รูป เปนปรมัตถไปหมด จิ เจ รุ นิ เปนปรมัตถธรรม ศิษย ที่วาจิตนั้นเปนแตลม เปนลม เมือ่ ดับไปแลวลมหมดไป จิตก็หมดไป ถา อยางนั้นก็แปลวานิพพานก็สูญหมดเลย ไมมีอะไรเหลือ ผมเขาใจไมถูก


หลวงปู นิพพานไมสูญ แตอาสวะสูญได เออ! อาสวะมันหมดได อวิชาตัณหา อุปาทาน กิเลสกรรมวิบากมันหมดได แตสังคตะ อสังคตะ วิราคะธรรมมันไมหมด แต บารมี ๓๐ ทัศนที่พระพุทธเจาสรางบารมีมา บารมีเปนของไมตาย แตวาสวนตัวบุญพระ โพธิสัตว ตองเปลี่ยนแปลงไงละ ถาเปนตัวอยูกับพระเวสสันดรก็ไมไดตรัสรูซี ถาไปยืน ตัวเปนมหากษัตริยอยู ก็ไมไดตรัสรูตองออกจากมหากษัตริยไปคนควาอยู ๖ ป แลวจึง สิ้นอาสวะ จึงไดตรัสรูนั่นละ รับรองวาเปนพระพุทธเจาไดนะ พระพุทธเจาบางองคอายุ ไมเทากันนะ พวกอดีตอายุ แสนหนึ่งก็มี แปดหมืน่ ก็มี มาองคปจจุบันอายุ ๘๐ ป ศิษย หลวงปูค รับ เจาคุณอุบาลีทานตัดสังโยชนหมดกี่ตัวครับ ? หลวงปู ทานไมบอกสักทีหรอก เทศนจนขาหัก ทานชํานาญทางกุตระ ทางโลกีย ทานชํานาญแสดงสองภาค แตทานไมปฏิญญานตนวาตัดสังโยชนไดสิบนี่ ทานเพียงถือ ไตรสรณาคมนโลกุตระนั่นแนะก็ไปดูซิ ไปดูสรณเกษมนะ เสนะสรณาคมนนั่นนะ วิสัชชนาอยู ในนั้น ทานไปรับรองเอาตัวนั้น ทานไปรับรองไตรสรณาคมนของพระ อรหันตเมื่อไหรละ มันไตรสรณาคมนของพระโสดาตางหากละ ศิษย หลวงปูค รับที่เขาวา เที่ยวเมืองนิพพานนะ เขาไปเที่ยวกันจริงหรือเปลาครับ ? หลวงปู เที่ยวไปแตปริยัตินะซี มันพูดเอาเองภาคปริยัตินี่ไปเที่ยวไดซิ ภาคปฏิเวธ ไปเที่ยวที่ไหนละ มันมีบอกเมื่อไหรละ ปริยัติเปนภาษาธรรมตางหาก ศิษย เขาสงสัย ที่หลวงพอฤาษีทานสอนมโนมยิทธิแบบใชฤทธิ์ทางใจไปเจาคะ หลวงปู หลวงปู นั่นมันเรื่องพุทธนิมิต ธรรมนิมิต สังฆนิมิต ก็ตามใจซี นิมิตมีอยู หลับตา ลืมตาก็มี มีของพระอริยเจา พระพุทธเจาแสดงนิมิตได ธรรมนิมิตได สังฆนิมิตได ให กามโลกเห็นกัน ใหรูปโลกเห็นกัน ใหอรูปโลกเห็นกันนะ พระอรหันตไมมีทิพยจักษุ เห็นเมื่อไรละ ในมหาสมัยสูตร ในปามหาวันนะไปอานสูตร แปลดูซิ อยูในปามหาวัน พระสงฆหมูใหญมีตั้ง ๑,๐๐๐ กวา ทําไมมุงหนาไปประชุม ณ ปามหาวัน ไปนอม นมัสการพระพุทธเจาละ เทวดา ๖ ชั้นมาหมด พรหม ๒๐ ชั้นมาหมด ยักษกับมนุษย ทําไมไมรังแกกันละ ครุฑกับนาคไมรังแกกันละ ก็ไมเพราะอํานาจพุทธานุภาพ ธรรมานุ ภาพ สังฆานุภาพหรือ


คนมันอยากเห็นเทวดาชั้นโนน ชั้นนีม้ นุสธรรมอยูที่จิตเดียว เทวธรรมอยูจิตเดียว พรหมธรรมมันอยูจิตเดียว โลกุตตรธรรมมันอยูจิตเดียว จิตนี่ละมันรับธรรมะนอกจาก กายกับจิตแลวจะไปรับที่ไหนละ ที่นี่มันรับพระไตรปฏกไวตั้งสามปฏกนะ กายกับจิต นี่นะพระไตรปฏกในไดอยางไรละ คนไปถามหายังไง พระพุทธเจารูนรก ๒ ชั้น นรก ชั้นนอก นรกชั้นใน สวรรคชั้นนอก สวรรคชั้นใน นิพพานชั้นนอก นิพพานชั้นในนะ เขาอานกันยังงั้นละนี่ เออ! ชั้นในมันยังจะเหลือหรือกิเลส เกิดตายจะเหลือเหรอ ชาติภาพ จะเหลือหรือ มันก็ไมเหลือซี มันตองมีภายนอกภายในพิสูจนกันดูอยางนั้นซี นิพพานไมใชรูปขันธ ไมใชนามขันธ มันเหนือรูปขันธ นามขันธ แตสรางบารมี มาก็เอาเปนเครื่องสรางมือสรางบาตรมีตางหากละ นามรูปนี่นะ เมื่อไดตรัสรูแลวเอาไป เมื่อไรละ บารมี ๓๐ ทัศ ไมใชตัวขันธ ๕ มันเหนือขันธ ๕ มาแตดึกดําบรรพแลว พระพุทธเจาตรัสรูแลวก็เหลือขันธ ๕ พระปจเจกพุทธเจาตรัสรูแลวเหลือขันธ ๕ พระ สาวกทุกองคทั้งชายหญิงตรัสรูแลว หมดสังโยชนแลว หมดอนุสัยแลว ยังเหลือขันธ ๕ เขายังเขียนรูปโลกไวใหดู คนภพหนึ่งไปดันรูปโลก คนภพหนึ่งขึ้นนั่งบนโลกยังไงละ มี แตพวกพระพุทธเจา พระปจเจกพุทธเจา พระอรหันตเทานั้นที่ขั้นนั่งบนโลกนะ ขันธ โลกมันถูกรองนั่ง มนุสธรรมก็โลกีย เทวธรรมก็โลกีย พรหมธรรมก็โลกีย มันขึ้นเหนือ โลกไมได มิจฉาทิฐิไปดันโลก สัมมาทิฐิก็นั่งขี่โลก โลกุตตรภูมิเมื่อจิตหมดสังโยชนและ อนุสัยแลวขึ้นนั่งโลก ใครจะดีกวากันละ สัตวโลกมันรูโลกต่ําโลกสูงเมื่อไรละ นอกจาก อริยมรรคฌาน ๔ ชั้น จึงไปขึ้นเหนือโลกได ในนี้ก็สามโลก ภายนอกก็มีสามโลก ใครละมันยอมรับเปนสัตวโลกมันจะเปน คนดีทั้งนั้น มันไปเถียงถึงพระพุทธเจา มันดาถึงพระพุทธเจาไมใชดาแตพวกเราเดี๋ยวนี้ มันดามาแตดึกดําบรรพแลว มันคิดจะฆาพระพุทธเจามาแตดึกดําบรรพแลว คนไมเอา เรื่องเอาราว คนละศาสนา คนมิจฉาทิฐิมันไปเกิดที่ไหน ก็ไปเกิดอเวจีโนนซิ สัมมาทิฐิมาเกิดเปนมนุษยธรรม เทวธรรม พรหมธรรมก็ขามไปโลกุตตระธรรม จึงจะไปนิพพานถึง เขาเดินทางนี้ตางหากละ สัมมาทิฐิกับมิจฉาทิฐิตางกัน กายเดียว จิต เดียว แตสัมมาทิฐิตองมาอาศัยนี่ รูปเดียว นามเดียว นี่ละ ก็ดูเดรัจฉานกับคนซี เทวดาก็ อาศัย ดิน น้ํา ลม ไฟ อากาศ อาศัยรูปธาตุนี่ละ พระพุทธเจา ก็บิณฑบาตในโลกมนุษยนี้


พระปจเจกพุทธเจาก็บิณฑบาตในโลกมนุษยนี้ พระอรหันตก็บิณฑบาตในโลกมนุษยนี้ โลกอื่นเขาใสบาตรเมื่อไหรละ เออ! ศิษย หายสงสัยแลวครับ

สนทนาธรรม 2  

http://www.openbase.in.th/files/2_22.pdf

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you