Page 1

ปีที่ 2 ฉบับที่ 8 ตุลาคม - ธันวาคม 2556

8

พิพธิ ภัณฑ์วนั หยดุ

World Finance Insurance Awards (ป‚ 2009, 2011, 2012, 2013)

International Star For Leadership In Quality Award (Islq) (ป‚ 2011, 2012, 2013)

Brand Age (ป‚ 2004-2009, 2013)

The Best Insurance Company (ป‚ 2004-2013)

ซีรี่ย์รางวัล  : เที่ยวกับวิริยะ  : ศุขสยาม  :

- 2556 ปีแห่งรางวัลเกียรติยศ - ยอดขายประกันไทยล้นทะลัก - เกียรติยศแห่งตัวแทน  พักเหนื่อยที่หัวหิน หลักการทรงงานของ ในหลวง

ite’!s fre

: เมือ่ ข้าวของมเี รือ่ งเล่า


สารบัญ

ตุลาคม -ธันวาคม 2556

บท บรรณาธิการ สวัสดีค่ะ...  ปีนี้นับเป็นความภาคภูมิใจและก�ำลังใจของพวกเราชาววิริยะประกันภัย ทุกคนกับรางวัลที่ได้มาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง  การพั ฒ นาขององค์ ก รที่ ไ ม่ เ คยหยุ ด นิ่ ง  โดยใช้ ทั้ ง ศาสตร์ ต ะวั น ออกผสานกั บ ตะวั น ตก เพื่ อ ให้ เ กิ ด  ความสมดุลและเหมาะสมต่อวัฒนธรรมขององค์กร ในการบริหารและพัฒนาบุคลากรเพื่อการบริการ  สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านซึ่งมอบความไว้วางใจให้เราช่วยดูแลตลอดไป และอีกหนึ่ง  ความร่วมมือที่เกิดขึ้น นั่นคือ ความร่วมมือระหว่างวิริยะประกันภัยกับโรงเรียนช่างฝีมือทหาร สถาบัน วิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยรับพนักงานเข้าอบรมเพื่อความแม่นย�ำและถูก ต้องในการประเมินรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุในโครงการ “หลักการรถยนต์เบื้องต้น” ตามโครงการพัฒนา ความรู้ด้านวิชาชีพเจ้าหน้าที่สรุปรายการความเสียหาย พ.ศ. 2556 ก�ำลังจะผ่านพ้นไป สิ่งที่ท่านอยากท�ำ (ดี) แต่ยังไม่ได้ท�ำ ก็ขอให้ท่านรีบท�ำนะคะ ท้ า ยที่ สุ ด นี้ ข อส่ ง ความสุ ข ความปรารถนาดี ใ ห้ ท ่ า นและครอบครั ว จงพบกั บ สิ่ ง ดี ๆ  ใน พ.ศ. 2557 และตลอดไปค่ะ

4 เรื่องเด่นจากปก  พิพิธภัณฑ์วันหยุด 12 เรื่องเก่าเล่าอดีต  นกกระจาบ 14 รู้รักษ์สุขภาพ  ดื่มกาแฟอย่างไรให้สุขภาพดี 15 ไอที   จับตาสมรภูมิรบ 3 ระบบมือถือ 16 สาระวิริยะประกันภัย  2556 ปีแห่งรางวัลเกียรติยศ 19 เล่าเรื่องด้วยภาพ   สังสรรค์ชมรมตัวแทนภาค 6    20 สาระประกันภัย  ยอดขายประกันไทยล้นทะลัก 24 สัมภาษณ์ตัวแทน  เกียรติยศแห่งตัวแทน 26 CSR  ค่ายสารคดี 28 รอบรั้ววิริยะ 30 CRM ติดอาวุธทางปัญญา

“เวลาและวารีไม่เคยคอยใคร”

32 ท่องเที่ยวกับวิริยะ  พักเหนื่อยที่หัวหิน 35 วิริยะชวนชิม  อร่อยสุดชิลล์ @ หัวหิน 36 รักลูกให้ดี   หลัก 3 ข้อส�ำหรับการเลี้ยงลูก  38 เยือนลานธรรม  วัดสนามใน 40 ดวงชะตาราศี 42 ศุขสยาม  หลักการทรงงานของในหลวง 46 50 ปีเมืองโบราณ   พระพุทธบาท 49 ชีวิตปลอดภัย  จอดรถอย่างไร ไม่ให้หาย

(กานดา วัฒนายิ่งสมสุข)

วี  แมกกาซีน  วารสารราย 3 เดือน เจ้าของ : กองบรรณาธิการ : จัดท�ำโดย : แยกสี/เพลต : พิมพ์ที่ :

บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) เลขที่ 121/28, 121/65 อาคารอาร์เอสทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก   แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2641-3500  โทรสาร 0-2641-3900 ส�ำนักพิมพ์สารคดี (ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จ�ำกัด) เอ็น. อาร์. ฟิล์ม  โทรศัพท์ 0-2215-7559 บริษัททวีวัฒน์การพิมพ์ จ�ำกัด โทรศัพท์ 0-2720-5014

c

        ภาพ ข้อเขียน หรือบทความใน V magazine ขอสงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ท่านที่น�ำไปตีพิมพ์ อ้างอิง หรือประโยชน์อันใดในสิ่งพิมพ์อื่น กรุณาขออนุญาตล่วงหน้า


ถึงวันนี้แล้ว “พิพิธภัณฑ์” คงไม่ใช่ค�ำแปลกหูแปลกตาของ 

ถ้

คนทัว่ ไป  เมืองไทยเรามีพพิ ธิ ภัณฑ์มากมายทัว่ ประเทศ ครอบคลุม เรื่องราวหลากหลายจนน่าแปลกใจ  ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์  ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์มด พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  พิพิธภัณฑ์ผ้า  และอีกสารพัดพิพิธภัณฑ์   แต่ก่อนคนอาจคุ้นชินว่าพิพิธภัณฑ์เป็นของราชการหรือ เป็น “สถานที่ราชการ”  แต่ที่จริงพิพิธภัณฑ์มากมายในบ้านเรา  ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ของราชการ แต่เป็นของราษฎร เป็นของประชาชน ของวัด ของชุมชน  พิพิธภัณฑ์ของเอกชน คือที่มิได้ก่อตั้งโดยทางราชการนี้ มิได้เป็นของใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทย ทว่าที่จริงแล้วกระแส  ทีส่ ามัญชนกระหายใคร่รใู้ นเรือ่ งราวของอดีตและใฝ่ใจเก็บรวบรวม ข้าวของต่างๆ ที่ก�ำลังสูญหายก็มีมานานแล้ว   ตั้งแต่ครึ่งศตวรรษก่อน “เมืองโบราณ” ที่บางปู  สมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ติดอันดับโลกก็เกิดขึ้นด้วย ก�ำลังแรงกายและความทุ่มเทของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจ  ผู ้ ป ระสบความส�ำ เร็ จ จากการเป็ น ตั ว แทนจ�ำ หน่ า ยรถยนต์ ห รู  จากเยอรมนี อีกแห่งหนึ่งที่ถือได้ว่าโดดเด่นเป็นพิเศษก็คือพิพิธภัณฑ์  พื้นบ้านจ่าทวี ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งน�ำเสนอภูมิปัญญาชาวบ้าน ผ่านเครื่องใช้ไม้สอยพืน้ บ้านนานาชนิด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ริเริม่ และ ด�ำเนินการโดยจ่าสิบเอก ทวี บูรณเขตต์ มาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปี ก่อน แล้วกลายเป็นพันธกิจของครอบครัวที่ยังคงเปิดให้เข้าชม  และปรับปรุงการจัดแสดงเรื่อยมาจนบัดนี้ ในระยะไม่ กี่ ป ี ม านี้ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ห ลายแห่ ง ถื อ ก� ำ เนิ ด มา  พร้อมกับการรื้อฟื้นตลาดโบราณโดยประชาคม เช่นที่สุพรรณบุรี เมื่อมีการฟื้นฟูตลาดร้อยปีของอ�ำเภอสามชุก ก็น�ำไปสู่การก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ขุนจ�ำนงค์จีนารักษ์ขึ้นในอาคารเก่ากลางตลาด  ส่วน  “ตลาดเก่าท่านเจ้าคุณ” ที่อ�ำเภอศรีประจันต์ ก็มี “ชาติภูมิสถาน ป.อ. ปยุตฺโต” เป็นพิพิธภัณฑ์ว่าด้วยประวัติของ “ท่านเจ้าคุณ”  พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ซึ่งเป็นชาวตลาดศรีประจันต์ โดยก�ำเนิด แต่ก็มีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งที่ทั้งวัดและชุมชนร่วมกัน  จัดตัง้ พิพธิ ภัณฑ์ทอ้ งถิน่ ขึน้  เพือ่ สืบทอดและส่งต่อมรดกวัฒนธรรม ของชุมชนให้แก่อนุชนรุ่นหลัง  เช่น  พิพิธภัณฑ์วัดม่วง อ�ำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี  พิพิธภัณฑ์วัดเขายี่สาร อ�ำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และพิพิธภัณฑ์วัดจันเสน อ�ำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์  พิพิธภัณฑ์เหล่านี้มิได้มีความส�ำคัญเฉพาะในฐานะสถาน  ที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มาจากภายนอกเท่านั้น หากแต่ยัง เป็ น หมุ ด หมายส� ำ คั ญ ในประวั ติ ศ าสตร์ ข องชุ ม ชน นั บ ตั้ ง แต่ กระบวนการเกิดขึน้  ทีเ่ ป็นการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบ้าน วัด และ โรงเรียน ไปจนถึงตัวพิพธิ ภัณฑ์และข้าวของข้างใน ทีเ่ ป็นการบอก เล่าเรื่องราวของท้องถิ่น อันเป็นสิ่งที่น�ำมาซึ่งความภาคภูมิใจ  ในบ้านเกิดเมืองนอน และส่งผ่านต่อไปยังสมาชิกรุ่นต่อๆ ไป  ในชุมชนของเขาเองอีกด้วย

าเอ่ยปากชวนขึ้นว่า เสาร์ - อาทิตย์นี้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันดีกว่า   เด็กๆ ในบ้านอาจร้องโวยวายว่าไม่เอา ไม่ไปหรอก มีแต่ของเก่าๆ   พังๆ มืดๆ ไม่เห็นสนุกตรงไหนเลย ที่เด็กๆ เขาว่ามาก็อาจจะจริง แต่เดี๋ยวนี้พิพิธภัณฑ์หลายแห่ง  ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว V Magazine ฉบับนี้ เราจะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเอกชนสามแห่ง  ที่มีรูปลักษณ์ตรงกันข้ามกับความเข้าใจของคนทั่วไป ทั้งสามแห่งล้วนถือก�ำเนิด ด้วยใจรักลึกซึ้ง เกิดจากการเก็บสะสมข้าวของเฉพาะอย่างเฉพาะทาง แล้วผู้ รวบรวมก็มิได้หวงแหนไว้ดูคนเดียว แต่ประสงค์จะให้สังคมโดยเฉพาะคนรุ่น ใหม่ๆ เด็กๆ วัยรุ่น คนหนุ่มสาว ได้ร่วมรับรู้ ได้สืบทอด หรือต่อยอดความรู้ ความสนใจให้ลึกซึ้งขึ้นต่อไป แต่พูดอย่างนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน อันที่จริงพิพิธภัณฑ์  ที่เลือกมาชวนเที่ยวชมทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ลึกซึ้งดูยากอะไรเลย ตรงกันข้าม   น่าจะเป็นกิจกรรมในวันหยุด และเป็นประสบการณ์ดีๆ ส�ำหรับทุกคนใน ครอบครัว ตั้งแต่ลูกๆ พ่อแม่ ไปจนถึงผู้ใหญ่รุ่นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย   ก็น่าจะสนุกกันได้   ที่ส�ำคัญพิพิธภัณฑ์สามแห่งนี้ถือได้ว่าตอบรับกับกระแสแห่งยุคสมัย  เพราะทุกแห่งเขาอนุญาตให้ถ่ายรูปกันได้เต็มที่ และล้นหลามไปด้วยข้าวของ และฉากหลังที่สร้าง “ช็อตเด็ด” ให้ไป “อัป” ไป “แชร์” กันได้ทั้งสิ้น

เรื่องเด่น ประจ�ำฉบับ

เรื่อง : ศรัณย์ ทองปาน ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

ุ พิ พ ธ ิ ภั ณ ฑ์ ว น ั หย ด   : เมื่อข้ าว ของมเี รื่องเล่า 4

5

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


บ้ านพิพิธภัณฑ์ ปี พ.ศ. 2556 เป็นปีที่ คุณเอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศ มีอายุครบห้ารอบ  ในวัย 60 ปี เขามีผลงาน  หนังสือแนวสารคดีมาแล้วเกือบ 200 เล่ม  ยิ่งไปกว่านั้นคุณเอนกยังเป็นคนต้นคิดและลงมือลงแรงก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ตามแนวคิดของเขาที่เขตทวีวัฒนา  กรุงเทพมหานคร ในชื่อว่า “บ้านพิพิธภัณฑ์” บ้านพิพิธภัณฑ์เป็นตึกสามชั้นรูปทรงตรงไปตรงมา ตั้งติดกันสองหลัง ตามชั้นต่างๆ น�ำเสนอวิถีชีวิตของชาวเมืองยุค พ.ศ. 2500 ผ่านอาคาร  บ้านช่องต่างๆ ทั้งร้านขายยา ร้านกาแฟ ร้านของเล่น ร้านท�ำผม ร้านหนังสือ ร้านถ่ายรูป โรงหนัง ที่ว่าการอ�ำเภอ โรงเรียน ร้านทอง ร้านหมอฟัน  อย่างที่เคยมีอยู่ตามย่านตลาดของอ�ำเภอต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ บรรยากาศย้อนยุคของร้านรวงที่นี่แลดูสมจริงขนาดไหน ดูได้จากที่มีกองถ่ายละครโทรทัศน์มาใช้เป็นโลเคชันของละครดังหลังข่าวมาแล้ว  แต่ละแห่งแต่ละร้านของบ้านพิพธิ ภัณฑ์กม็ ขี า้ วของประกอบครันครบ เช่น ร้านขายยา ก็มที งั้ ลิน้ ชักเครือ่ งยาเรียงรายกันสูงท่วมหัว ป้ายโฆษณายา  เครื่องบดยาสมุนไพร ฯลฯ  หากมีเวลาล�ำพังการไล่ดูของแต่ละชิ้นแต่ละอย่างที่รวบรวมมาไว้ด้วยกันก็น่าจะต้องใช้เวลากันเป็นวันๆ แล้ว ถือได้ว่าบ้านพิพิธภัณฑ์เป็นเสมือน “หนังตัวอย่าง” ว่าสิ่งที่คุณเอนกอยากให้มี-อยากให้เกิดขึ้นมากๆ ในบ้านเมืองเรานั้นเป็นอย่างไร  ที่นี่ท�ำทุก อย่างตรงข้ามกับพิพธิ ภัณฑ์ของทางราชการ เช่น อนุญาต หรือ “เชิญ” ให้ถา่ ยรูปได้ตามใจปรารถนา อีกทัง้ ยังไม่เน้นของเก่าแก่ดกึ ด�ำบรรพ์หรือของล�ำ้ ค่า หายาก  หากแต่เป็นข้าวของธรรมดาๆ อย่างที่คนรุ่นผู้ใหญ่ไปดูแล้วก็จะต้องบอกว่า เคยเห็น ที่บ้านเคยมี เคยใช้ด้วย แต่ “ไม่รู้ไปไหนหมดแล้ว...”  ค�ำพูดท�ำนองนี้นี่เองเป็นที่มาของคติประจ�ำใจของคุณเอนกที่ว่า “เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า” นอกจากมีของให้ดู มีฉากให้โพสต์ท่าถ่ายรูปแล้ว บ้านพิพิธภัณฑ์ยังมีสินค้าให้ซื้อหา ทั้งของกินของเล่นย้อนยุค ร้านกาแฟสดรสชาติดี แถมด้วย ผลิตภัณฑ์น่ารักๆ ของบ้านพิพิธภัณฑ์เอง เช่น สมุดปกคลาสสิก โปสต์การ์ด เสื้อยืด ถุงผ้า ฯลฯ

6

ที่ตั้ง   โทรศัพท์   เวลาท�ำการ ค่าเข้าชม   เว็บไซต์    

170/17 หมู่ 17  ซอยคลองโพ 2  ถ. ศาลาธรรมสพน์  (ถนนเล็ก ต่อจากปลายถนนพุทธมณฑลสาย 2 ด้านทางรถไฟ)  เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170   08-9200-2803 (เอนก นาวิกมูล) 10.00 -17.00 น.  เปิดเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์  ผู้ใหญ่ 30 บาท /เด็กโต 10 บาท/เด็กเล็ก ฟรี www.houseofmuseums.siam.edu 

7

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น เกริกยุ้นพันธ์ เห็นชือ่ อย่างนีก้ ค็ งไม่ตอ้ งสงสัย อาจารย์เกริก ยุน้ พันธ์ นักเขียนและนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กผูเ้ ลือ่ งชือ่ ลือนามมากว่า 2 ทศวรรษ ลงทุน  ควักกระเป๋าสร้างพิพิธภัณฑ์น่ารักๆ แห่งนี้ขึ้นด้วยตัวเอง   ทั้งสวนสวย ทางเดิน ต้นหมากรากไม้ ไปจนถึงตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ แสดงให้เห็นความใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งล้วนผ่านการคิดใคร่ครวญ  มาเป็นอย่างดี  อาจารย์เกริกเล่าประวัติความเป็นมาไว้ในเว็บไซต์ของทางพิพิธภัณฑ์ว่า รางวัล “นอมา” ที่ได้รับจากงานภาพประกอบหนังสือเด็กเป็นต้นเหตุ  ให้มีโอกาสเดินทางไปรับรางวัล ณ ประเทศญี่ปุ่น และได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นสังกะสีคีตาฮารา (Kitahara Tin Toy Museum) ซึ่งเก็บรวบรวมของ เล่นไว้เป็นจ�ำนวนมาก  พอกลับมาเมืองไทยจึงเริ่มต้นสะสมของเล่นบ้าง และสะสมอย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี จนได้พบที่ดินแปลงนี้ (พื้นที่เขต  หัวแหลม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) จึงตัดสินใจซื้อไว้ แล้วค่อยๆ ก่อสร้างจนเกิดเป็น “พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์” ขึ้น ตึกสองชั้นหลังคาจั่วสีขาวตัดขอบสีฟ้าของอาจารย์เกริก ดูๆ ไปก็คล้ายศาลาการเปรียญของวัด แต่ดูอีกทีก็เหมือนภาพวาดรูปบ้านของเด็กๆ   สร้างความรู้สึกสว่างไสวเย็นตาเย็นใจ  เมื่อเข้าไปภายใน เพดานสูงลิ่วและความโล่งโปร่งสบาย ก็ท�ำให้มีบรรยากาศน่าเดิน (และน่านอน) เป็นอย่างยิ่ง ถึงที่นี่จะมีชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่ของเล่นเท่านั้น ยังมีบรรดาของสะสมของอาจารย์เกริก  ทีเ่ ป็นของเก่าของโบราณอีกสารพัด ทัง้ เครือ่ งแก้ว เครือ่ งกระเบือ้ ง พระพุทธรูป หนังสือ โปสต์การ์ด ภาพถ่าย เหรียญตรา รวมถึงผลงานศิลปะภาพวาด ของอาจารย์เกริกเอง น่าสนใจว่าบรรดาข้าวของมากมาย (นับล้าน !) ที่วางเรียงรายกันอยู่ในตู้เต็มตึกนี้ กลับไม่ต้องพึ่งพาอาศัยค�ำอธิบายใดๆ อาจเป็นเพราะทุกคนย่อมสามารถสร้างความหมาย ให้แก่สิ่งของที่ตนเองสนใจได้อยู่แล้ว เช่นผู้ใหญ่ที่เคยเห็นของเล่นเหล่านั้นก็คงจดจ�ำได้อยู่ แล้ว หรือถ้ามีเด็กมา แล้วอยากเล่าให้เด็กๆ ฟัง ก็สามารถท�ำได้ด้วยตัวเอง  ส่วนส�ำหรับ เด็กๆ แล้ว ล�ำพังการได้แลเห็นของเล่นละลานตา ก็คงเป็นความเพลิดเพลินเจริญใจอย่าง ส�ำคัญ โดยไม่ต้องมองหาป้ายข้อความใดๆ ที่นี่นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของอยุธยา ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้คนเข้าชมมาได้ไม่กี่ป ี แต่ก็เชื่อว่าผู้ที่มาชมแล้วย่อมตระหนักถึงความตั้งใจของผู้สร้าง ในอันที่จะ “ขยายความรู้ ปลูกความคิดสร้างสรรค์ พร้อมพบความอบอุ่น สุขใจ...ร่วมกัน” ได้ทุกท่านทุกคน  

ที่ตั้ง   โทรศัพท์   เวลาท�ำการ ค่าเข้าชม   เว็บไซต์  

8

9

45 หมู่ 2  ถ. อู่ทอง  ต. ท่าวาสุกรี  อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา  0-3532- 8949-50 และ 08 -1890-5782, 08-6334-4581 9.00-16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์  ผู้ใหญ่ 50 บาท /เด็ก 20 บาท /ชาวต่างชาติ 100 บาท www.milliontoymuseum.com ตุลาคม - ธันวาคม 2556


เจษฎาเทคนิคมิวเซียม หากพิพิธภัณฑ์ของเล่นสังกะสีในญี่ปุ่นคือจุดก�ำเนิดของพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ เราก็อาจเล่าเรื่องท�ำนองเดียวกันได้กับพิพิธภัณฑ์ ยานพาหนะแห่งนี้ คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ นักธุรกิจทีม่ กี จิ การด้านการจัดจ�ำหน่ายรถยนต์สารพัดชนิด มีโอกาสเดินทางไปติดต่อเจรจาธุรกิจในหลายทวีปทัว่ โลก ท�ำให้ได้เห็นพิพิธภัณฑ์เครื่องยนต์กลไกในบ้านเมืองอื่นๆ แล้วเกิดฉุกคิดว่ายังไม่มีแหล่งเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ในบ้านเมืองของเราเลย จึงเป็นที่มาของ การสะสมรถยนต์และยานพาหนะมากมาย เพื่อจัดแสดงในนาม “เจษฎาเทคนิคมิวเซียม” โดยมีต้นแบบมาจากพิพิธภัณฑ์ท� ำนองเดียวกันในเยอรมนี  คือเทคนิคมิวเซียมสเปเยอร์ (Technik Museum Speyer) ทางภาคใต้ของเยอรมนี ตัวอาคารของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมรูปร่างหน้าตาเป็นเหมือนโรงรถขนาดมหึมา หลังคาสูง แต่บนพื้นอัดแน่นไปด้วย รถ-รถ-รถ  ตั้งแต่รถยนต์ ทรงคลาสสิก รถแบบแปลกๆ ไปจนถึง “รถการ์ตูน” หรือไมโครคาร์คันจิ๋วๆ น่ารักน่าเอ็นดู  ที่นี่มีให้ชมทั้งนั้น   ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ชอบเรื่องราวของเครื่องยนต์กลไก เจษฎาเทคนิคมิวเซียมรวบรวมไว้มากมายที่สุดในประเทศไทย  ใครไม่เคยเห็นตัวจริงของ รถเมล์สองชั้น รถสะเทินน�้ำสะเทินบก ก็สามารถมาดูได้ที่นี่  รถส่วนมากใน “โรงรถ” แลดูใหม่เอีย่ มอ่อง เพราะผ่านการทุม่ เทบูรณะมาจนกลับมาวิง่ ได้เกือบทุกคัน และส่วนทีย่ งั ไม่ได้ซอ่ มแซมนัน้  มีปริมาณ มากกว่าที่เห็นอีกหลายเท่าตัว นอกจากรถยนต์แล้ว ยานพาหนะอย่างอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ อย่างจักรยาน มอเตอร์ไซค์ หัวจักรรถไฟไอน�้ำ เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน เมือ่ หลายปีกอ่ นทางคุณเจษฎาเคยทุม่ ทุนซือ้ เรือด�ำน�ำ้ เก่าของอดีตสหภาพโซเวียต เพือ่ น�ำมาลอยล�ำให้คนไทยได้ดชู มกัน เนือ่ งในวาระมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา แต่แล้วเรือด�ำน�้ำเกิดอับปางลงในทะเลลึกระหว่างการลากจูงมา ถึงอย่างนั้นคุณเจษฎาก็ยังไม่หมดก�ำลังใจ เจษฎาเทคนิคมิวเซียมเปิดให้ทกุ คนเข้าดูกนั ฟรีๆ ด้วยความหวังว่าอาจมีเด็กสักคนหนึง่  (หรือหลายคน) ทีเ่ ข้าชมแล้วได้รบั แรงบันดาลใจจากยาน พาหนะนานาชนิดเหล่านี้ น�ำไปพัฒนา ต่อยอด เติบโตขึ้นเป็นอะไรๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและโลกได้ต่อไป

.

เจษฎาเทคนิคมิวเซียม Jesada Technik Museum ที่ตั้ง โทรศัพท์ เวลาท�ำการ เว็บไซต์ 

10

11

100 หมู่ 2  ต. งิ้วราย  อ. นครชัยศรี  จ. นครปฐม 73120  0-2883-2880, 0-3433-9468, 08-5331-2231  9.00 -17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์   ไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้เข้าชมพึงปฏิบัติตามป้ายห้ามอย่างเคร่งครัด  เช่น ห้ามเปิด-ปิดประตูรถ หรือห้ามขึ้นไปนั่ง  www.jesadatechnikmuseum.com ตุลาคม - ธันวาคม 2556


01

บทร้อ งส�ำหรับเด็กยุคเก่า

เรื่องเก่า เล่าอดีต

นกกระจาบหัวเหลือง  คาบข้าวนาเมืองเสียย่อยยับ นาเมืองคนจน   ไม่มีคนจะช่วยขับ ยับแล้วเจ้านกกระจาบเอย(จังหวัดพระนคร) นกกระจาบเอย  คาบรวงข้าวร่อน  กินแล้วเร่นอน  นกพิราบบินบน    บินมายาบๆ  เกาะต้นสานน  นกเปล้าตัวผู้  หาคู่ไซ้ขน จับพฤกษายล   ผู้เมียคลอเคลียกันเอย (จังหวัดปัตตานีและยะลา)

03 04

05

เรื่อง : เอนก นาวิกมูล

01 02 03 04 05

02

นกกระจาบ นกกระจาบกับนกกระจอกน่าจะเป็นญาติพี่น้องกัน เพราะมีขนาด 

มีปากและรูปร่างคล้ายกัน  คนในเมืองไม่ค่อยได้เห็นนกกระจาบ เพราะ  นกกระจาบเป็นนกทุง่ หรือนกท้องนา  มักเห็นแต่นกกระจอก ซึง่ เป็นนกเมือง ชอบอาศัยอยูต่ ามซอกหลืบชายคาบ้าน แล้วคุยกันดังจ๊อกๆ จ๊อกๆ อย่างไม่ เกรงใจเจ้าของบ้านเลย เมือ่ ผูเ้ ขียนยังเป็นเด็กอยูต่ า่ งจังหวัด ก็ไม่เคยเห็นตัวนกกระจาบ  สือ่ ที่ ชักน�ำให้รจู้ กั มีเพียงหนังสืออ่านประกอบภาษาไทยของเด็กๆ ชือ่  นกกระจาบ ช่วยกัน ปกเป็นรูปนกในตาข่ายก�ำลังบินพร้อมๆ กัน หนังสือเล่มนีเ้ ขียนโดย อาจารย์เจือ สตะเวทิน ท่านเป็นอาจารย์ดา้ นภาษาไทยทีม่ ชี อื่ เสียง (เป็นชาว เพชรบุรี) พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2497  เนื้อเรื่องข้างในใช้หนังสือตัวโตๆ และ  ถ้อยค�ำง่ายๆ  มีภาพประกอบสีสวยแทบทุกหน้า แต่หนังสือไม่ระบุชื่อคน  วาดภาพไว้ เราจึงไม่ทราบว่าคนที่ช่วยให้เราประทับใจในธรรมชาติของสัตว์ ยิ่งขึ้นเป็นใคร    แบบเรียนเริ่มต้นจากพ่อพาประสงค์กับสมศรี ลูกชายกับลูกสาวเล็กๆ ไปนา ระหว่างรอพ่อไถนา พีน่ อ้ งทัง้ สองไปพบรังนกกระจาบเข้าและแย่งกัน เป็นเจ้าของ เมื่อพ่อเดินมาดู ก็บอกให้เลิกทะเลาะกันแล้วพาไปเอารังนก กระจาบมาให้คนละรัง แล้วสอนว่าอย่าทะเลาะกัน จะเล่าเรื่องนกกระจาบ ให้ฟัง พ่อบอกว่า “นีค่ อื รังแม่นกกระจาบ” “นีค่ อื รังพ่อนกกระจาบ” ดูดๆ ี  มัน ไม่เหมือนกัน

12

ถ้าสังเกตจะเห็นว่ารังแม่นกมีปล่องห้อยลงมาจากห้องกลมๆ ข้างบน ส่วนรังพ่อนกมีแต่คอนส�ำหรับเกาะ ไม่มีปล่อง สมศรีเห็นนกระจาบบินเป็นฝูง  พ่อถามว่าใครรู้บ้างนกกระจาบบินไป ที่ไหน  เมื่อลูกตอบว่านกบินไปกินข้าว พ่อก็บอกว่านกกระจาบชอบมากัน เป็นฝูง เวลาคนจะจับต้องใช้ตาข่ายดัก แต่พอนกออกแรงบินพร้อมกัน มันก็ พาตาข่ายลอยไป และหนีไปได้ พ่อสอนว่า “เห็นไหมลูกเอ๋ย นกกระจาบมีของดี มันไม่ทะเลาะกัน มัน ก็หนีไปได้ เราเอาอย่างนกดีกว่า อย่าทะเลาะกัน ต้องมีความสามัคคีและ  รักกันไว้” นิยายปกอ่อนยุค 2500 เล่มหนึ่งที่เคยอยู่ในบ้านก็ว่าด้วยเรื่องนาง  นกกระจาบอย่างน่าอ่าน  เนื้อเรื่องกล่าวว่าพ่อนกกระจาบออกไปหาอาหาร ที่สระบัว เพลินกับเกสรบัวจนถูกขังในดอกบัวกลับรังไม่ได้  อยู่ข้างหลังเกิด ไฟไหม้รงั  ลูกนกถูกไฟคลอกตาย ท�ำให้แม่นกโกรธมาก  ถึงเวลาเช้านกตัวผู้ บินกลับมาได้ จึงถูกนกตัวเมียต่อว่าต่อขาน และสาบานว่าเกิดชาติหน้าจะไม่ พูดกับผู้ชายอีก จากนั้นแม่นกก็กระโจนเข้ากองไฟตาย ฝ่ายพ่อนกเมื่อเห็นเมียตายต่อหน้า ก็อธิษฐานขอตามไปเป็นเนื้อคู่อีก ทีส่ ดุ แม่นกไปเกิดใหม่เป็นนางสุวรรณเกสรซึง่ ไม่ยอมพูดกับผูช้ ายคนใด  ส่วน พ่อนกไปเกิดเป็นลูกเศรษฐีชอื่ สรรพสิทธิ ์ ผูเ้ รียนรูว้ ชิ าถอดหัวใจจนท�ำให้นาง สุวรรณเกสรต้องพูดออกมาจนได้  เรื่ อ งนี้ เ ขาว่ า ต้ น เดิ ม เป็ น นิ ท านชุ ด ปั ญ ญาสชาดก ที่ พ ระภิ ก ษุ ท าง เชียงใหม่แต่งเลียนแบบชาดกของมัธยมประเทศหรืออินเดียเมื่อราว พ.ศ. 2000-2200  แต่เป็นการอาศัยชือ่ นกกระจาบมาสมมุตใิ ห้เป็นเรือ่ งเป็นราว เท่ า นั้ น   นกกระจาบตั ว จริ ง คงอธิ ษ ฐานไม่ เ ป็ น   อนึ่ ง  แหล่ เ รื่ อ งนางนก กระจาบก็เคยมีเหมือนกัน  แสดงว่าเรื่องนี้มีคนรู้จักพอสมควร  และเมื่อถึง โลกยุคอินเทอร์เน็ตก็ยังมีคนน�ำนิทานนางนกกระจาบมาเสนอกันอยู่ ได้กล่าวถึงนกกระจาบในหนังสือแล้ว ไปดูนกกระจาบของจริงบ้าง  นก กระจาบมีมากทีส่ ดุ ในจังหวัดไหนหรือภาคไหน  ผูเ้ ขียนตอบไม่ได้เพราะไม่มี

บทดอกสร้ อยสมัย ร. 5

โบสถ์วัดนกกระจาบ อ. บางบาล 

(เอนกถ่าย 29พย2547ซีดี0032-103)

หน้าบันโบสถ์รูปนกยูง (ตรงกลาง) และรังนกกระจาบที่วัดนกกระจาบ อ. บางบาล 

(เอนกถ่าย 29พย2547ซีดี0032-126)

ภาพวาดราวยุค 2460 นกกระจาบก�ำลังบิน คาบหญ้าและก�ำลังท�ำรัง ในโบสถ์วัดตานิม  อ. บางปะหัน  จ. พระนครศรีอยุธยา  

(เอนกถ่าย อัง15กย2541สไลด์SLA-1828-008)  

รังนกกระจาบที่เพชรบุรี 

นกเอ๋ยนกกระจาบ เห็นใบพงลงคาบค่อยเพียรขน มาสอดสวยด้วยจะงอยปากของตน ราวกับคนช่างพินิจคิดท�ำรัง ช่างละเอียดเสียดสลับออกซับซ้อน อยู่พักร้อนนอนร่มได้สมหวัง แม้นท�ำการหมั่นพินิจคิดระวัง ให้ได้ดังนกกระจาบไม่หยาบเอย (นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องตะลุ่มโปง) น�ำออกขับร้องเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่1 เมษายน ร.ศ. 109 พ.ศ. 2433

(เอนกถ่าย ศ18กค2551  ซีดี678-D-025)

นกกระจาบอกเหลืองหรือนกกระจาบทอง กับรังหญ้ากลม ๆ ของมันที่ทุ่งนา ต. ศาลาดิน  หลังวัดสุวรรณ อ. พุทธมณฑล จ. นครปฐม  

(เอนกถ่าย จ11มิย2555ซีดี2532-105)

จากหนังสือ เรื่องบทดอกสร้อยสุภาษิต  กรมศึกษาธิการพิมพ์แจก ในงานกฐินพระราชทาน ณ วัดดุสิดาราม จังหวัดธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2480

ช่างซึ่งผู้เขียนเดาเอาจากสีฝุ่นที่ใช้ว่าคงมีอายุในยุคใกล้ พ.ศ. 2460 (ใน  ประวัติวัดไม่แจ้งว่าวาดเมื่อใด) ต้องมีความสนใจเรื่องนกและธรรมชาติพื้น ถิ่นแน่นอน  ถ้าจะให้ดีนักดูนกควรอ่านภาพนก และช่วยทางวัดถ่ายรูป  ท�ำบัญชีแสดงเป็นหลักฐาน จากนั้นจะมีคนแห่ไปดูภาพนกบนฝาผนังกัน  อีกมาก ไปทางเพชรบุร ี ผูเ้ ขียนได้ทราบว่านกกระจาบอาศัยอยูต่ ามริมทางรถไฟ เมืองเพชรมาก เพราะเห็นจากโทรทัศน์โดยบังเอิญ  เมื่อมีโอกาสไปเพชรบุรี จึงขอให้ แสนประเสริฐ ปานเนียม มิตรผู้สนใจเรื่องไทยๆ และบัดนี้เป็น อาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พาผู้เขียนไปดู (พ.ศ. 2551) นกกระจาบที่เพชรบุรีชอบท�ำรังตามต้นตาลและมะขามเทศ  เฉพาะ มะขามเทศริมทางรถไฟนัน้  มันฉลาดเลือกท�ำรังด้านทีค่ นจากทางรถไฟมอง ไม่เห็น คือไปหลบอยู่ด้านทุ่งนาที่มักมีน�้ำแฉะ ยิ่งมะขามเทศมีหนามตามกิ่ง มาก ก็ยิ่งบุกเข้าไปรบกวนได้ยาก ในช่วง พ.ศ. 2555 ผู้เขียนขับรถไปส�ำรวจทุ่งนาทางศาลาดิน หลังวัด  สุวรรณ อ. พุทธมณฑล จ. นครปฐม ได้พบรังนกกระจาบตามต้นไม้หลายต้น อันรังนกกระจาบนี้มีสองแบบ แบบหนึ่งเป็นอย่างมีคอน กับมีปล่องเข้าออก ข้างล่างอย่างที่พบเห็นทั่วไป กับอีกอย่างหนึ่งเป็นแบบรังกลมๆ ไม่มีปล่อง หรือกรวย อย่างหลังเป็นของนกกระจาบอกเหลืองหรืออกทองซึง่ ผูเ้ ขียนสนใจ ตั้งแต่แรกไปเห็นแถวคลองนราภิรมย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2552 หนังสือชื่อ นกสามถิ่น เขียนโดย นพ. บุญส่ง เลขะกุล องค์การค้าของ คุรสุ ภาจัดพิมพ์เมือ่  พ.ศ. 2537 ให้ความรูใ้ นหน้า 104 ว่า นกกระจาบมีทงั้ แบบกระจาบธรรมดา หน้าอกไม่มีลาย, กระจาบอกลายที่หน้าอกมีลาย รัง มีกรวยหรือปล่องสัน้   และนกกระจาบทอง ในฤดูรอ้ นจะดูคล้ายนกกระจาบ ธรรมดา แต่พอฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะเปลี่ยนสีเป็นเหลืองทั้งตัว นกกระจาบมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Weaver bird ค�ำว่า weaver  หมายถึงคนทอผ้าหรือคนช่างสาน ที่นกกระจาบได้ชื่อว่า Weaver bird  นั้นกล่าวได้ว่าเหมาะแล้ว เพราะมันสานรังของมันได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ

สถิตนิ กในมือ และไม่ใช่นกั ดูนกโดยตรง  ถ้าจะให้ตอบตามก�ำลังวังชาอ่อนๆ ก็ว่าเคยเห็นบ้างทางอยุธยา แต่เห็นมากที่เพชรบุรี ที่อยุธยานั้นคือต�ำบลรางจระเข้  อ. เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา มี  โฮมสเตย์ของนายดาบเริงไชย ฤกษ์บุบผา กับคุณดาวเรือง ภรรยา  เมื่อไป รางจระเข้ครั้งแรกใน พ.ศ. 2545 ผู้เขียนได้เห็นรังนกกระจาบของจริงใน  ธรรมชาติเป็นครั้งแรก  นกท�ำรังบนต้นตาลหลายรังดูเป็นของแปลก  แต่ตัว นกหลบไปอยู่ข้างไหนไม่ทราบ มองไม่เห็น เข้าใจว่ามันจะระแวงคนจึงไม่ อยากปรากฏตัว ในอยุธยามีวัดอยู่สองวัดที่เกี่ยวพันกับนกกระจาบค่อนข้างมาก คือวัด  นกกระจาบ อ. บางบาล (ไปส�ำรวจเมื่อ พ.ศ. 2547) กับวัดตานิม อ. บาง  ปะหัน (ไปส�ำรวจเมื่อ พ.ศ. 2541)  วัดนกกระจาบนั้น ชื่อวัดบอกนัยว่า  แถบนั้นคงมีรังนกกระจาบมาก บนหน้าบันโบสถ์จึงได้ปั้นรูปรังนกกระจาบ  ไว้อย่างน่าชม     ในอินเทอร์เน็ต วิกพิ เี ดียให้ขอ้ มูลว่าวัดนกกระจาบเป็นวัดเก่าแก่ สร้าง ประมาณ พ.ศ. 2294 ซึ่งยังไม่ควรเชื่อ เพราะมีการเขียนประวัติวัดแบบ  เดาสุ่มท�ำนองนี้เป็นจ�ำนวนมาก และไม่มีการแสดงหลักฐานที่ชัดเจน แต่ที่ บอกว่า หลวงพรหม บ้านอยู่ในคลองบางหลวง ฝั่งธนบุรี เป็นผู้สร้างโบสถ์ และราว พ.ศ. 2461 หลวงฤทธิ์รงค์รอน (เจ๊ก แสงมณี) ผู้เป็นหลานมา  สร้างศาลาท่าน�้ำหน้าโบสถ์นนั้ น่าสนใจมาก เพราะเป็นประวัตศิ าสตร์ยคุ ใกล้ ยังอาจตรวจสอบได้ น่าสังเกตว่าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ เมื่อกล่าวถึงวัดมักเน้นไป  ที่พระเกจิอาจารย์ของวัดนั้นๆ ดังวัดนกกระจาบ เน้นกล่าวที่หลวงพ่อขัน  อินฺทปัญญา (พ.ศ. 2415-2486) เป็นหลัก หามีใครสนใจเรื่องที่มาของชื่อ  วัดนกกระจาบไม่ ส่วนวัดตานิมเกี่ยวข้องกับนกกระจาบตรงมีจิตรกรรมฝาผนังรูปนก กระจาบและนกอื่นๆ  นักปักษีวิทยาคงตื่นตาตื่นใจหากได้ไปดู  ภาพวาด  นกกระจาบนี้ ช่างวาดตอนมันก�ำลังคาบหญ้าบ้าง ก�ำลังท�ำรังบ้าง แสดงว่า

.

13

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


รู้รักษ์ สุขภาพ เรื่อง : ธิษณา จรรยาชัยเลิศ* ภาพประกอบ : เซมเบ้

ดื่มกาแฟอย่างไร  ให้สุขภาพดี

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น รสขมละมุนลิ้น แถมดื่มแล้วช่วยกระตุ้นให้

สมองตื่นตัว สดชื่นกระปรี้กระเปร่า คงเป็นสาเหตุท�ำให้ใครหลายคน  ผูกสมัครรักใคร่ยกให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มคู่ใจ ชนิดที่ขาดกันไม่ได้แม้แต่  วันเดียว แต่ดมื่ ทุกวันแบบนีห้ ากไม่คำ� นึงถึงส่วนประกอบหรือปริมาณทีด่ มื่ ให้ ดีก็อาจต้องเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพ ดังนั้นวันนี้ขอเสนอวิธีง่ายๆ เพื่อช่วย เปลี่ยนกาแฟถ้วยโปรดให้กลายเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารถดื่มได้ อย่างสบายใจในทุกๆ วัน  1. ดื่มกาแฟแต่พอดี องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา  (FDA) แนะน�ำว่าใน 1 วันควรดื่มกาแฟสดไม่เกิน 2 แก้ว หรือกาแฟผง  ส�ำเร็จรูปไม่เกิน 3 แก้ว เพราะหากดื่มมากไปจนร่างกายได้รับปริมาณ  กาเฟอีนเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน อาจท�ำให้เกิดอาการวิตกกังวล หดหู่  ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว งานวิจัยจากวารสารทางการแพทย์ Mayo Clinic Proceedings ท�ำการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ติดตามพฤติกรรมการดื่มกาแฟใน อาสาสมัครจ�ำนวน 4 หมื่น คน นาน 17 ปี ในช่ ว งระยะเวลาที่ เ ก็ บ ข้ อ มู ล มี อ าสาสมั ค รเสี ย ชี วิ ต ประมาณ 2,500 คน  นักวิจัยน�ำข้อมูลของอายุขัยและพฤติกรรมการดื่มกาแฟมา  ประมวลผลด้วยข้อมูลทางสถิติจึงพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมากกว่า 7 แก้ว  ต่อวัน หรือ 28 แก้วต่อสัปดาห์ จะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่ดื่มกาแฟจ�ำนวนแก้ว  น้อยกว่าถึง 50 เปอร์เซ็นต์  2. ดื่มกาแฟสกัดกาเฟอีน หากใครดื่มกาแฟเกินกว่าปริมาณที่  แนะน�ำ ควรหันมาเลือกดื่มกาแฟสกัดกาเฟอีนแทนที่กาแฟสดหรือกาแฟ ส�ำเร็จรูป ตัวอย่างเช่น หากปกติดื่มกาแฟผงส�ำเร็จรูปวันละ 4 แก้ว อาจ  แทนที่กาแฟ 1 แก้วด้วยกาแฟสกัดกาเฟอีนเพื่อลดปริมาณกาเฟอีนที่  เข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้หากรู้ตัวว่าใน 1 วัน ดื่มกาแฟเกินปริมาณที่ก�ำหนด ควรหลีก  เลี่ยงเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีกาเฟอีนสูงร่วม เช่น เครื่องดื่มชูก�ำลัง ชา โกโก้  และน�้ำอัดลม 

14

3. เติมนมสดแทนครีมเทียม  ครีมเทียมประกอบด้วย ไขมัน 

ทรานส์ (trans fat) ซึ่งเป็นไขมันอันตรายยิ่งกว่าไขมันอิ่มตัวในน�้ำมันหมู  เสียอีก เพราะหากกินติดต่อกันเป็นเวลานานนอกจากจะเพิม่ ระดับคอเลสเตอรอลร้าย (แอลดีแอลคอเลสเตอรอล) ในเลือด ยังมีผลลดระดับคอเลสเตรอลชนิดดี (เอชดีแอลคอเลสเตอรอล) ทีท่ ำ� หน้าทีพ่ าคอเลสเตอรอลร้าย ไปก�ำจัดที่ตับอีกด้วย แนะน�ำให้เติมนมสดแทนครีมเทียม นอกจากจะไม่เสี่ยงกับไขมัน ทรานส์แล้ว ยังได้รับโปรตีนและสารอาหารที่มีประโยชน์ 4. เติมน�ำ้ ตาลเทียมแทนน�ำ้ ตาลทราย น�้ำตาลเทียมไม่ให้พลัง งานในขณะทีน่ ำ�้ ตาลทราย 1 ช้อนชาให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี  หากเติม น�้ำตาลเทียมแทนน�้ำตาลทรายจะสามารถช่วยลดปริมาณน�้ำตาลที่กินใน 1 วัน และลดพลังงานที่จะได้รับจากกาแฟ  เพื่อสุขภาพที่ดีองค์การอนามัยโลกก� ำหนดให้ใน 1 วัน ควรกิน  น�้ำตาลทรายไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานที่ได้รับประจ�ำวัน หรือ  ส�ำหรับผูใ้ หญ่ควรบริโภคน�ำ้ ตาลเฉลีย่ ไม่เกิน 6 ช้อนชา (24 กรัม) ต่อวัน   5. ไม่ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เพราะกาเฟอีนกระตุ้นให้เกิดการ  หลั่งกรดในกระเพาะอาหาร หากเกิดเป็นประจ�ำอาจส่งผลให้เกิดแผลใน กระเพาะอาหารได้ 6. กินอาหารที่มีแคลเซียมสูงเป็นประจ�ำ เช่น นม โยเกิร์ต  ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว เพราะการดื่มกาแฟเป็นประจ�ำมีผล ให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง หากไม่เสริมแคลเซียมจากอาหารอาจท�ำให้ เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน  7. ดื่มน�้ำสะอาด 8-10 แก้วต่อวัน เนื่องจากกาเฟอีนในกาแฟ มีฤทธิข์ บั ปัสสาวะ การดืม่ น�้ำอย่างเพียงพอสามารถช่วยชดเชยการสูญเสีย น�้ำได้

มาปรับเปลี่ยนวิธีดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน  กันเถอะ .

*นักก�ำหนดอาหารวิชาชีพ (Certified Dietitian of Thailand : CDT)

จับตาสมรภูมิรบ  3 ระบบปฏิบัติการมือถือ

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของแต่ละปีจะมีข่าวคราวในวงการไอที ออกมาให้เสพอย่างจุใจกันอยู่เสมอ ในส่วนของระบบปฏิบัติการ โทรศัพท์มือถือ (mobile operating system) ก็เช่นกัน ค่ายยักษ์  ใหญ่ต่างขนเอาไม้เด็ดออกมาโชว์ ก่อนจับใส่ในอุปกรณ์ของตัวเอง และพันธมิตรให้ทันเทศกาลคริสต์มาสที่เป็นช่วงจับจ่ายใช้เงินของ  คนค่อนโลก ทั้งซื้อเป็นของขวัญหรือซื้อเป็นรางวัลชีวิตประจ�ำปีก็ว่า กันไป มาติดตามกันว่ามีใครเคลื่อนทัพขยับแข้งขากันบ้าง ไมโครซอฟต์ลั่นกลองรบ ประกาศเข้าซื้อกิจการโนเกีย เมือ่ เดือนกันยายนทีผ่ า่ นมา ยักษ์ใหญ่แห่งวงการซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟต์ได้ยนื่ ข้อเสนอให้โนเกียเป็นเงิน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการ ถือครองธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์โนเกีย ท�ำให้การพัฒนาระบบปฏิบัติ การวิ น โดวส์ โ ฟนที่ ไ มโครซอฟต์ เ ป็ น ผู ้ พั ฒ นาเป็ น ไปอย่ า งเต็ ม รู ป แบบ  โดยมีอุปกรณ์รองรับเป็นของตัวเอง พร้อมประกาศว่าจะยังคงทุ่มเทกับการ พัฒนาวินโดวส์โฟนให้ผู้ผลิตมือถือรายอื่นๆ อย่างเอชทีซีหรือซัมซุง แม้จะมี สัดส่วนในการใช้ระบบปฏิบตั กิ ารวินโดวส์ โฟนกับอุปกรณ์ของตนอยูน่ อ้ ยมาก แม้วา่ โนเกียจะเลือกใช้วนิ โดวส์ โฟนอย่างเต็มตัวมาก่อนหน้าภายใต้สาย ผลิตภัณฑ์ลูเมีย (Lumia) แต่ด้วยความกังวลใจว่าจะไปไม่รอดในตลาดโลก เพราะหลังจากผ่านไตรมาสที่ 2 ของปี มีผู้ใช้งานมือถือระบบวินโดวส์ โฟน  เพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แถมเครื่องที่ขับเคลื่อนด้วยแอนดรอยด์แบรนด์  อืน่ ๆ ต่างพากันขายดิบขายดี ขายไปแล้วกว่าพันล้านเครือ่ งในช่วงเวลาไล่เลีย่ กัน  การตัดสินใจตัดก้อนเนือ้ เพือ่ ความอยูร่ อดคือทางเลือกของโนเกียในเวลานัน้ คราวนีก้ ค็ งเป็นหน้าทีข่ องไมโครซอฟต์เองแล้วทีจ่ ะพัฒนาวินโดวส์โฟน ให้มขี ดี ความสามารถมากพอทีจ่ ะหาญสูก้ บั แอนดรอยด์และไอโอเอสได้อย่าง เต็มภาคภูมิ ส่วนโนเกียประกาศว่าจะหันไปทุ่มเทให้ธุรกิจโครงข่าย ที่ยังคง เป็ น ของบริ ษั ท อย่ า ง Nokia Solutions and Networks (NSN) และ  ธุรกิจอื่นๆ ของตัวเองต่อไป

ไอที เรื่อง : R2D2

เดียวกันกับขนมเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตนมจากเนสเล่ (Nestlé) เจ้าของ  สโลแกน “Have a break…have a KitKat” หรือ “คิดจะพัก...คิดถึงคิตแคต” โดยได้รับการยืนยันจากทวิตเตอร์ของ Sundar Pichai ผู้บริหารกูเกิ้ล ด้วย  การทวีตรูปปั้นหุ่นกระป๋องแอนดรอยด์รวมร่างกับขนมคิตแคตออกมาโชว์ ข่าวนี้ท�ำให้สาวกหุ่นกระป๋องเขียวต้องหงายหลังไปตามๆ กัน เพราะ แทนทีก่ เู กิลจะใช้ชอื่ ทีเ่ ก็งกันไว้อย่าง Key Lime Pie หรือพายมะนาวอย่างที่ ใครหลายคนคาดไว้จากการพบรหัสแอนดรอยด์ KRS36B ใน Google Nexus 4 และ Google Nexus 7 Tablet ไปจนถึงภาพวาดวิวัฒนาการแอนดรอยด์ฝีมือ Manu Cornet ที่เป็นพนักงานภายในของกูเกิลเอง นอกเหนือจากฟีเจอร์ใหม่ๆ แอนดรอยด์ 4.4 คิตแคต ยังมาพร้อมกับ  การตลาดสนุกๆ จากทัง้ สองบริษทั  ด้วยการแจกรหัสไปในบรรจุภณ ั ฑ์คติ แคต โดยมีรางวัลเป็น Google Nexus 7 Tablet และบัตรก�ำนัลจาก Google Play หรือการติดตั้งป้ายโฆษณาสีแดงพร้อมม้านั่งที่มีข้อความถึงคนที่นั่งอยู่  ในวันและเวลาที่ระบุไว้จะได้รับ Nexus 7 Tablet ไปเลยฟรีๆ

แอปเปิลไม่น้อยหน้า เพราะพี่เขามากับ iOS 7 ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิลที่ส�ำนักงานใหญ่ในแคลิ-  ฟอร์เนียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นอกจาก iPhone 5C และ 5S แล้ว ระบบปฏิบัติการ iOS 7 เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แอปเปิลน�ำมาอวดโฉม มาคราวนี้  นอกจากฟีเจอร์ล�้ำๆ แล้ว ผลงานด้านการออกแบบยังเป็นอีกสิง่ หนึง่ ทีไ่ ด้รบั การพูดถึงในวงกว้าง โจนาทาน อีฟ หัวหน้าทีมออกแบบของแอปเปิลได้ให้สัมภาษณ์ Businessweek.com ถึงแนวทางการออกแบบในครั้งนี้ ด้วยการอ้างอิงความคุ้น เคยการใช้งานหน้าจอสัมผัส จึงลดการใช้งานปุ่ม (ที่อาจไม่จำ� เป็นอีกแล้วใน อนาคต) ด้วยการเพิ่ม Control Center หรือระบบควบคุมขั้นพื้นฐานที่มี  การใช้งานบ่อยครั้งมาไว้ด้วยกันในหน้าเดียวกัน และหากสังเกตจะเห็นว่าตัวหนังสือและไอคอนหลายๆ ตัวบน iOS 7  นั้นแบนราบกว่าเวอร์ชันก่อน นั่นเป็นเพราะหน้าจอ Retina display มี  ความละเอียดมากขึ้น รวมถึงความเร็วของชิปประมวลผลใหม่ ท� ำให้ทีม ออกแบบสามารถตัดการใช้แสงและเงาที่เคยใช้เพิ่มความเด่นชัดให้แก่ตัว หนังสือและไอคอนออกไป เป็นการลดทอนสิ่งที่ไม่จ�ำเป็นออกเพื่อน�ำไปสู่ ความเรียบง่ายอันเป็นอัตลักษณ์ของแอปเปิลเอง

กูเกิลท�ำโลกตะลึง ปล่อยแอนดรอยด์โค้ดเนม KitKat ในทีส่ ดุ ผูพ้ ฒ ั นาระบบปฏิบตั กิ ารแอนดรอยด์อย่างกูเกิล ก็ได้ฤกษ์ปล่อย เวอร์ชันใหม่ล�ำดับถัดจากแอนดรอยด์ 4.3 เจลลี่ บีน (android 4.3 Jelly Bean) ในชื่อ แอนดรอยด์ 4.4 คิตแคต (Android 4.4 KitKat) ซึ่งเป็นชื่อ 

.

15

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


2556

สาระ วิริยะประกันภัย

ปีแห่งเกียรติยศ วิริยะประกันภัย

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2490 เป็นต้นมา การด�ำเนินธุรกิจของบริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)  เป็นไปตามเส้นกราฟแนวดิ่งที่มีแต่พุ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา รับค�ำวิจารณ์และติติงของผู้เอาประกันภัย ซึ่งถือว่าเป็น “ความ ปรารถนาดี” ที่ผู้เอาประกันภัยได้มอบให้วิริยะประกันภัย ความปรารถนาดีคือผลลัพธ์ที่เติบโตมาจากความไว้ วางใจนั้นเอง  ซึ่งนอกจากตัวเลขความไว้วางใจของผู้เอาประกันภัยเป็น ดัชนี้ชี้วัดความส�ำเร็จแล้ว  รางวัลจากสถาบันต่าง ๆ ทั้งจากใน ประเทศและต่างประเทศ ย่อมเป็นดัชนีชวี้ ดั  การยอมรับในมาตรฐาน การด�ำเนินธุรกิจของวิริยะประกันภัยอีกด้วย ค�ำกล่าวที่ว่า...มาตรฐานวิริยะประกันภัย มาตรฐาน ประกันภัยระดับโลก จึงมิใช่เป็นแค่คำ� ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อส่ง เสริมภาพลักษณ์

จากความไว้วางใจของประชาชนทีม่ ไี ม่กรี่ อ้ ยกรมธรรม์ กลายมาเป็น 5.7 ล้าน  กรมธรรม์  (ตัวเลข ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 จากส�ำนักงานคณะกรรมการก�ำกับ  และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย : คปภ.) ด้วยความไว้วางใจของผู้เอาประกันภัยที่เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นกรณี ศึกษาที่หลายฝ่ายต่างให้ความสนใจและพยายามถอดรหัสความส�ำเร็จของวิริยะประกันภัยว่า อะไรคือกุญแจส�ำคัญที่นอกเหนือไปจากค�ำประกาศ... ความเป็นธรรมคือนโยบาย อย่างไรก็ดมี ลู เหตุความส�ำเร็จทีส่ าธารณชนสัมผัสได้โดยตรง และรับรูก้ นั ทัว่ คือ มาตรฐานการบริการของวิริยะประกันภัย เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษ  วิริยะประกันภัยได้มุ่งเน้นการ  พัฒนาปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชนเสมอมา โดยเฉพาะการน้อม

รางวัล คปภ.

นายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และข้าราชการระดับ สูง ร่วมถ่ายภาพกับผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)  เมือ่ ครัง้ บริษทั วิรยิ ะฯ ได้รบั รางวัลบริษทั ประกันวินาศภัยทีม่ กี ารบริหารงานดีเด่น อันดับ  1 และรางวัลตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพดีเด่น

วิริยะประกันภัย คว้า WORLD FINANCE INSURANCE AWARDS ต่อเนื่อง 4 ปี

Ms. Eleni Chalkidou  World Finance Representative    ร่ ว มแสดงความยิ น ดี กั บ  นายประวิตร สุขสันติสวุ รรณ รองกรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั  วิรยิ ะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)   ในโอกาสเข้ารับรางวัลบริษทั ประกันวินาศภัยยอดเยีย่ มประจ�ำปี 2013 World Finance Insurance  Awards 2013 จากนิตยสาร World Finance ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินที่ทรงอิทธิพลในประเทศ  อังกฤษและยุโรป ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

16

รางวัล IQS

รางวัล The Best Insurance Company

โดยเฉพาะในรอบปี   พ.ศ. 2556 นั บ เป็ น ปี แ ห่ ง เกี ย รติ ย ศ  วิรยิ ะประกันภัยโดยแท้ เนือ่ งจากสถาบันชัน้ น�ำต่างๆ ได้พากันมอบรางวัล ให้วิริยะประกันภัยกันอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี เพี ย งแค่ เ ปิ ด ประเดิ ม   พ.ศ.  2556  ไม่ น านนั ก   บริ ษั ท   กรั ง ด์ ป รี ซ ์  อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด สื่อมวลชนที่ทรงอิทธิพลและได้รับการยอมรับใน แวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์  ได้มอบรางวัล THE BEST INSURANCE COMPANY 2013 ให้แก่วิริยะประกันภัย โดยรางวัลดังกล่าวเป็นการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผูท้ รง คุณวุฒิจากสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถ จักรยานยนต์ไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ฯลฯ และนับเป็น รางวัลที่วิริยะประกันภัยได้รับอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่  พ.ศ. 2547 หลังจากนัน้ อีกไม่นานวิรยิ ะประกันภัยได้รบั ข่าวดีอกี ครัง้  เมือ่ สถาบัน Business Initiative Directions (B.I.D.) จากประเทศสเปนได้ประกาศมอบ  รางวัล The International Quality Award ประจ�ำปี 2013  ระดับ Diamond  ให้แก่วิริยะประกันภัย ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ องค์กรอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคุณภาพการให้ บริการลูกค้า ซึ่งวัดจากอัตราความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงด้านการสร้าง สัมพันธภาพที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รางวัลที่ได้รับ ทางสถาบันแห่งนี้ได้มอบให้มาเป็นปีที่  3  อย่างต่อเนื่องกัน โดยใน พ.ศ. 2554 วิริยะประกันภัยได้รับรางวัลใน  ประเภท Gold Category และระดับ Platinum ใน พ.ศ. 2555 

เข้าเดือนกันยายน ด้วยมรรคผลของความมุ่งมั่น  ในการพัฒนาด้านการบริการ และการปฏิบัติตามหลักการ ก�ำกับดูแลกิจการทีด่  ี  และการเข้าไปมีบทบาทในการรับผิด ชอบต่อสังคม (CSR) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ท�ำให้ส�ำนั กงานคณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) ได้พจิ ารณามอบรางวัล “บริษทั ประกัน วิ น าศภั ย ที่ มี ก ารบริ ห ารงานดี เ ด่ น  อั น ดั บ  1” ให้แก่  วิริยะประกันภัย รางวัลดังกล่าวเป็นหนึ่งในรางวัลประกันภัยดีเด่น ครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Award) ทีภ่ าครัฐ  ได้จัดท�ำขึ้นมา เพื่อประกาศเกียรติคุณให้แก่องค์กรหรือ บุคคลที่มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มีศักยภาพในการ ด�ำเนินการและฐานะการเงินทีม่ นั่ คง มีธรรมาภิบาลเป็นเลิศ และได้รับการยอมรับว่าเป็นรางวัลที่มีเกียรติภูมิมากที่สุด ในอุตสาหกรรมประกันภัย ในโอกาสเดี ย วกั น   คุ ณ สมชาย  อรุ ณ วรากรณ์ ตัวแทนประกันวินาศภัยของวิริยะประกันภัย สาขานครสวรรค์  ยังได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลตัวแทนประกัน วินาศภัยคุณภาพดีเด่นประจ�ำปี  2555 อีกด้วย

คุณสุภัทรา ทองขาว รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)  เข้ารับรางวัล “The International Quality Summit Award” (ผู้น�ำด้านคุณภาพ : IQS Award) ประจ�ำปี  2013 ระดับ Diamond จาก มร. Jose E. Prieto ประธานเจ้าหน้าที่  บริหารสถาบัน Business Initiative Directions (B.I.D.) ณ โรงแรม New York Marriott  Marquis รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และนับเป็นรางวัลที่บริษัทวิริยะฯ ได้รับมา  อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่  3

17

คุณกฤษณ์  หิญชีระนันท์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) เมือ่ ครัง้ เข้ารับรางวัล The Best Insurance Company จากนายกิตติรตั น์  ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลัง ในพิธมี อบรางวัล CAR & BIKE OF THE YEAR 2013  ซึ่งจัดโดยบริษัท กรังปรีซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด ทั้งนี้บริษัทวิริยะฯ ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องตลอด 10 ปี  นับตั้งแต่ปี  พ.ศ.  2547 จนถึงปัจจุบัน


เล่าเรื่อง ด้วยภาพ เรื่อง : กองบรรณาธิการ

วิริยะประกันภัย คว้า 3 รางวัล  “ผู้ส�ำรวจอุบัติเหตุรถยนต์ดีเด่น ประจ�ำปี 2556”

ชมรมตัวแทนภาค 6 สานสรรค์และสังสรรค์   

รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น

นายประเวช องอาจสิ ท ธิ กุ ล  เลขาธิ ก าร คปภ. พร้ อ มด้ ว ย  นางสาวกานดา  วัฒนายิงสมสุข ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร และนายนที  ไชยกาล ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายสินไหมทดแทน บริษทั  วิรยิ ะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกบั ผูส้ �ำรวจอุบัตเิ หตุของบริษัทวิริยะฯ ทีไ่ ด้รบั รางวัลชนะเลิศ  “ผู้ส�ำรวจอุบัตเิ หตุรถยนต์ ดี เ ด่ น   ประจ� ำ ปี   2556” (Best Surveyor Award 2013 ) จากสมาคมประกั น  วินาศภัยไทย โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้น  ณ ห้อง INFINIRY 1 โรงแรม  พูลแมน บางกอก คิง เพาเวอร์ 

ศาสตราจารย์ นพ. เกษม วัฒนชัย องคมนตรี  มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่  บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ในฐานะที่บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นองค์กรที่ บริ ห ารอย่ า งมี บ รรษั ท ภิ บ าล  ตามหลั ก จรรยาบรรณหอการค้ า ไทย  ประจ�ำ ปี   พ.ศ. 2556 โดยมีคุณนายอานนท์  โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการเป็นตัวแทนบริษัท  เข้ารับมอบ

หลังจากคว้ารางวัลที่มีเกียรติภูมิสูงสุดระดับประเทศแล้ว วิริยะประกันภัยก็ได้รับเกียรติสูงสุดอีกครั้ง และนับเป็นเกียรติภูมิในระดับโลก เมื่ อ นิ ต ยสารทางการเงิ น ที่ ท รงอิ ท ธิ พ ลในยุ โ รป  “World  Finance”  ได้ประกาศมอบรางวัล World Finance Insurance Awards ให้แก่วิริยะ  ประกันภัยอีกปีหนึ่ง ซึ่งนับเป็นปีที่  4 ที่ได้รับรางวัลที่ทรงเกียรตินี้    โดยปัจจัยส�ำคัญในการตัดสินของคณะกรรมการ World Finance  ซึ่งได้พิจารณาว่า ในท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศไทย ได้สร้างความสูญเสียอย่างมากมายมหาศาลต่อ  ระบบเศรษฐกิจของประเทศ  แต่วิริยะประกันภัยยังคงสามารถรักษาอัตราการเติบโต และ ส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และ ความแข็ ง แกร่ ง ของบริ ษั ท ฯ ในการบริ ห ารจั ด การ และรั บ มื อ กั บ วิกฤตการณ์ดังกล่าว เข้าเดือนตุลาคม วิรยิ ะประกันภัยได้รบั รางวัลใหญ่อกี  คือ “รางวัล จรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจ�ำปี  2556” ซึ่งเป็นรางวัล  ที่หอการค้าไทย จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่ภาคธุรกิจเอกชนไทยที่ด�ำเนิน ธุรกิจ โดยใช้หลักจรรยาบรรณให้เกิดการยอมรับ เชื่อถือ ศรัทธาแก่สังคม ไทย ภายใต้การด�ำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลหอการค้าไทย  คัดเลือกบริษัทที่มีความถึงพร้อม  โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา 10 ประการ ได้แก่  การให้ความ เป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง, การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสสามารถ ตรวจสอบได้, ความรับผิดชอบต่อผูบ้ ริโภคและคูค่ า้ , การรักษาความสุจริต, กิจกรรมที่ส่งเสริมจริยธรรม, กิจกรรมช่วยเหลือสังคม, การส่งเสริมการ

บ�ำบัดและอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม, สิทธิเสรีภาพของบุคคล, การลดความเสีย่ งของ กิจการและมุ่งการส่งเสริมหลักการปฏิบัติอันเป็นเลิศในองค์กร ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม สมาคมประกันวินาศภัยได้ประกาศรางวัลผู้ ส� ำ รวจอุ บั ติ เ หตุ ร ถยนต์ ดี เ ด่ น   ประจ� ำ ปี   2556  (Best  Surveyor  Award  2012  (BSA)  ปรากฏว่ า   พนั ก งานส� ำ รวจอุ บั ติ เ หตุ ร ถยนต์   (พนั ก งาน  เคลม) ของบริษทั  วิรยิ ะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลชนะเลิศคือ คุณ ไพโรจน์  วิทยุ  พนักงานส�ำรวจอุบัติเหตุรถยนต์  ประจ�ำศูนย์ปฎิบัติการสินไหม ทดแทน  บางนา  และยั ง ได้ รั บ อี ก   2  รางวั ล คื อ   รางวั ล รองชนะเลิ ศ  อั น ดั บ   2  คุ ณ วศิ น   ปิ ติ วั ฒ นาชั ย   ประจ� ำ ศู น ย์ ป ฎิ บั ติ ก ารสิ น ไหมทดแทน  ลุมพิณี   รางวัลชมเชย คุณพงษ์พุฒ พาภักดี  ประจ�ำศูนย์ปฏิบัติการสินไหม ทดแทน ดอนเมือง นอกจากนี้ยังมีรางวัลเกียรติยศอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้รับในฐานะเป็น หน่วยงานทีใ่ ห้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา  และองค์กรในภาคประชาสังคม ทั้งในด้านการส่งเสริมความรู้ตามทฤษฎี เศรษฐกิจพอเพียง การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน การอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม  การศึกษา และวัฒนธรรม ฯลฯ  หลากรางวัลทีไ่ ด้รบั มาในปีน ี้ วิรยิ ะประกันภัยต้องขอขอบคุณพนักงาน ทุกภาคส่วนทีไ่ ด้ปฏิบตั อิ ย่างเคร่งครัดตามหน้าทีค่ วามรับผิดชอบ ส่งผลให้การ ด�ำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีอัตราการการเจริญเติบโต อย่างต่อเนื่อง ที่ ส� ำ คั ญ ต้ อ งขอขอบพระคุ ณ ผู ้ เ อาประกั น ภั ย  คู ่ ค ้ า  และ  พันธมิตรทางธุรกิจ ทีม่ อบความไว้วางใจท�ำไห้ได้รบั รางวัลอันทรงเกียรติ เหล่านี้

.

18

มื่อวันพุธที่  27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ต.ท. เผ่าไทย ทองธิว กรรมการและที่ปรึกษา ให้เกียรติไปเป็นประธานในงานสัมมนา  และสังสรรค์ปีใหม่ของชมรมตัวแทนภาค 6 ประจ�ำปี  2556  โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ บมจ. วิริยะประกันภัย อาทิ  คุณสยม  โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ  คุณสุภัทรา ทองขาว รองกรรมการผู้จัดการ  คุณดลเดช สัจจวีระกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯลฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติกันอย่างคับคั่ง การจัดงานในวันดังกล่าวประกอบไปด้วยสามกิจกรรมหลักด้วยกัน คือ การจัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เพิ่มพลังเนรมิต  ในตัวคุณ” โดย อาจารย์วิศิษฐ ศรีพิบูลย์  การแถลงผลงานชมรมตัวแทนภาค 6 ประจ�ำปี  2556 การแนะน�ำคณะกรรมการชุดใหม่ของ  ชมรมฯ ภายใต้การน�ำของ คุณณัฏฐ์ดนัย กุลกรินีธรรม ประธานชมรมตัวแทนภาค 6 และสุดท้ายคืองานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของชมรม

19


สาระ ประกันภัย

ยอดขายประกันไทยล้นทะลัก  หลังเผชิญมหาภัยพิบัตินาํ้ ท่วม

เรื่อง : จากนิตยสาร World Finance / November 2013 แปล : นิตยน ดอกจันทร์

นับตั้งแต่เหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศใน พ.ศ. 2554  ธุรกิจประกันวินาศภัยไทยได้รับอานิสงส์อย่างแรง ส่งผลให้ก้าวเข้าสู่ยุคเฟื่องฟู  สามารถเติบโตแบบ  ก้าวกระโดด บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) คือหนึ่งในบริษัทประกันภัย ที่ได้รับประโยชน์ ดังกล่าว บวกกับผลงานจากการที่บริษัทวิริยะฯ ได้สั่งสม ทุ่มเทท�ำหน้าที่บริหารจัดการดูแลชีวิต  และทรัพย์สินให้แก่สังคมไทยมาโดยตลอด ในสั ง คมโลก  ผู ้ ค นส่ ว นใหญ่ นิ ย มท� ำ ประกั น ภั ย เพื่ อ  สร้างหลักประกันที่มั่นคงให้ตนเองและครอบครัว เช่นเดียวกับ  ประเทศไทย  แม้ จ ะมี ป ระชากรเพี ย งร้ อ ยละ  29  เท่ า นั้ น ที่ ท� ำ  ประกันภัย หากทว่าอัตราการขยายตัวของธุรกิจประกันกลับมี  แนวโน้มเพิม่ สูงขึน้ อย่างต่อเนือ่ งทุกปี  ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจ เพิ่มสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน  เนื่องจากแต่ละบริษัทต่างแข่งขันยื่น  ข้อเสนอที่ดีและคุ้มค่าที่สุดเพื่อดึงดูดลูกค้า  อย่างไรก็ตามตลอด ระยะเวลาทีผ่ า่ นมา บริษทั วิรยิ ะฯ คือผูน้ ำ� ของอุตสาหกรรมประกัน วินาศภัยไทย ที่มุ่งมั่นพัฒนา นวัตกรรมด้านบริการประกันภัยให้ แก่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 66 ปี  คุณประวิตร สุขสันติสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์นิตยสาร World Finance (นิตยสารการเงินชั้นน�ำของประเทศอังกฤษ)  เปิดเผยถึงเคล็ดลับความส�ำเร็จของบริษัท “เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์  และพันธกิจของบริษัทฯ เป็นพื้นฐานส�ำคัญในการก�ำหนดทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ในการด�ำเนินงานต่าง ๆ ซึ่งท�ำให้บริษัท สามารถบรรลุเป้าหมาย และยืนหยัดเป็นผู้น�ำตลาดได้ต่อเนื่อง ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ”  กล่าวโดยภาพรวมคือบริษัทวิริยะฯ  มุ่งท�ำหน้าที่น�ำเสนอการบริการประกันภัยที่ครบวงจร ผ่านเครือ  ข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการให้บริการที่มี คุณภาพ อบอุ่น จริงใจ สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามเมือ่ เปรียบเทียบกับนานาประเทศ ไทยยังได้ ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการถือครองประกันภัยต�่ำมาก กระทั่ง เหตุการณ์อุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ใน พ.ศ. 2554 ได้เกิดจุด  เปลีย่ นทีส่ ำ� คัญ เกิดกระแสตืน่ ตัวต่อการท�ำประกันภัยในสังคมไทย ประชาชนหันมาให้ความส�ำคัญและตระหนักถึงประโยชน์ของการ ท�ำประกันภัยกันมากขึ้น จนสามารถสร้างสถิติการขยายตัวสูงสุด เป็นประวัติการณ์ให้แก่อุตสาหกรรมประกันภัยไทย

➔ นับเป็นบทความที่สะท้อนให้  เห็นถึงศักยภาพของวิริยะประกันภัย  ที่มองมาจากมุมความคิดของสื่อพิมพ์  ชัน้ น�ำของโลก World Finance ตีพมิ พ์  เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2013  ซึ่งทางกองบรรณาธิการ V magazine  เล็งเห็นว่าเนื้อหาที่น�ำเสนอนั้นน่าจะ เป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านเป็นอย่าง มาก หรืออย่างน้อยจะได้ตระหนักว่า คนทัง้ โลกยังเชือ่ มัน่ และให้การยอมรับ ในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย จึงต้อง ขออนุญาตน�ำมาเผยแพร่ให้รู้กัน ณ  ที่นี้  

เล็ก แต่แรง อุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีขนาดเล็กก็จริง เมื่อเทียบ  กับต่างประเทศ แต่จัดเป็นตลาดที่มีศักยภาพมีการขยายตัวสูง  ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รองจากจีนและอินเดีย นอกจากนี้ ใ นตลาดประกั น วิ น าศภั ย ไทยยั ง ถื อ ว่ า มี อั ต ราการ  กระจุกตัวสูงมาก กล่าวคือมีเพียงบริษัทประกันภัยหลัก ๆ อยู่  เพียงห้ารายเท่านั้น ที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ถึงร้อยละ 50  นอกจากนี้สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับตรงต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศของไทย (Insurance Penetration Rate) ยังอยู่  ในอัตราที่ต�่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน  20

ขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้างหลักประกันให้แก่ บ้านและธุรกิจของตน เมือ่ ต้องเผชิญกับภาวะน�้ำท่วมซึง่ มีแนวโน้ม ว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต คุ ณ ประวิ ต รกล่ า วถึ ง ปั จ จั ย บวกของธุ ร กิ จ ประกั น ภั ย ว่า “ธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราการขยายตัว และสัดส่วนเบี้ย ประกันภัยรับตรงต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทย (Insurance Penetration Rate) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังเหตุ  การณ์น�้ำท่วมครั้งใหญ่  นอกจากนี้ภาครัฐยังให้การสนับสนุนด้วย การจัดตัง้ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบตั  ิ เพือ่ ท�ำหน้าทีบ่ ริหาร

ด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ภาครัฐและภาคธุรกิจจึงควรเร่งประสานความ ร่วมมือในการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความส�ำคัญ และ ความจ�ำเป็นของการท�ำประกันภัย เพื่อเสริมสร้างหลักประกันที่ มั่นคงให้แก่ตนเอง และยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ แม้ว่าเหตุการณ์น�้ำท่วมครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2554 จะส่ง  ผลกระทบอย่างยิง่ ต่ออุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งด้านต้นทุนการท�ำประกันภัยต่อที่ทะยานสูงขึ้น จนท�ำให้  ผูบ้ ริโภคต้องรับภาระค่าเบีย้ ประกันทีแ่ พงขึน้ ตามไปด้วย  อย่างไร ก็ตามผูบ้ ริโภคส่วนใหญ่กลับมีความต้องการท�ำประกันภัยเพิม่ มาก

21


ดังกล่าว บริษทั วิรยิ ะฯ จึงไม่พลาดโอกาสส�ำคัญทีจ่ ะรุกขยายธุรกิจ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ประกันภัยรถยนต์นับเป็นธุรกิจหลักที่สร้างชื่อเสียงและ รายได้ให้แก่บริษทั วิรยิ ะฯ มาอย่างยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ “ราย ได้จากการรับประกันภัยรถยนต์คิดเป็นร้อยละ 92 ของรายได้  จากการรับประกันภัยทัง้ หมดของบริษทั  โดยเบีย้ ประกันภัยรถยนต์  ใน พ.ศ. 2555 มีจ�ำนวนสูงถึง 25,546 ล้านบาท และในช่วง  8  เดื อ นแรกของ  พ.ศ.  2556  วิ ริ ย ะมี เ บี้ ย ประกั น ภั ย รถยนต์  สูงถึง 20,530 ล้านบาท  นอกจากนี้การที่ไทยก�ำลังก้าวเข้าสู่ยุค  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บริษัทวิริยะฯ ประเมินว่าเป็นโอกาส ดีอย่างยิง่ ต่อการขยายธุรกิจของบริษทั  โดยเฉพาะธุรกิจประกันภัย  รถยนต์  และการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยปัจจุบันบริษัทวิริยะฯ  ได้จัดท�ำข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็น  ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และพม่า เพื่อประสานความร่วมมือใน  การขยายธุรกิจร่วมกัน” คุณประวิตรให้สัมภาษณ์ 

จัดการความเสีย่ งจากเหตุการณ์ภยั พิบตั  ิ และยังช่วยเพิม่ ขีดความ สามารถของธุรกิจประกันวินาศภัยในการรับประกันความเสีย่ งภัย ด้วยอัตราเบี้ยที่เหมาะสม ท�ำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการ ประกันภัยพิบัติได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้แก่ นักลงทุนและผู้ประกอบการ  นอกจากนี้  คปภ. ยังมีแผนพัฒนา อุตสาหกรรมประกันภัยฉบับที่  2 เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการ  ปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานของธุรกิจประกันภัยในด้านต่าง ๆ  ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับสากล และยังมีข่าวน่ายินดีส�ำหรับ ธุรกิจประกันภัยอีกประการหนึ่งคือ ธนาคารโลกก�ำลังสนับสนุน ประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการประกันภัยของอาเซียน เพือ่ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยให้พร้อมเข้าสู่การเปิด เสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี  พ.ศ. 2558 โดยธนาคารโลก  และญี่ปุ่นจะร่วมมือกันในการพัฒนาความรู้ด้านการประกันภัย  ให้บุคลากรของประเทศไทย”  ด้วยความเชือ่ มัน่ ในศักยภาพการขยายตัวของธุรกิจ และ ปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น วิริยะประกันภัยจึงเร่งเดินหน้าขยาย เครือข่ายการให้บริการแบบครบวงจร เพื่อให้ครอบคลุมทั่วทุก ภูมิภาคของประเทศ ทั้งในด้านสาขา ศูนย์บริการสินไหมทดแทน ส�ำนักงานตัวแทน และศูนย์ซ่อมมาตรฐาน  คุณประวิตรกล่าว เสริมว่า “เครือข่ายการให้บริการแบบครบวงจรถือเป็นจุดแข็ง ส�ำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่วิริยะ เนื่อง  จากเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันวิริยะมีจำ� นวนสาขาและศูนย์บริการ สินไหมทดแทนทั้งสิ้น  131 แห่ง ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน 448 แห่ง  กระจายครอบคลุมพืน้ ทีร่ อ้ ยละ 85 ของประเทศ โดยบริษทั วิรยิ ะฯ  ตั้ ง เป้ า จะขยายเครื อ ข่ า ยบริ ก ารให้ ค รอบคลุ ม พื้ น ที่ ส� ำ คั ญ ทั่ ว ประเทศอย่างแน่นอน”

ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันรับ ตรงประมาณ  179,000  ล้ า นบาท  คิ ด เป็ น อั ต ราการเติ บ โตที่  ร้อยละ 27.96 โดยประกันภัยรถยนต์มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัย  มากที่สุด 103,900 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 25.53 รองลงมา  ได้แก่ประกันภัยเบ็ดเตล็ดด้วยมูลค่าเบีย้ ประกันภัยรับตรง 60,610  ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.38 และอันดับ 3 คือการ  ประกันอัคคีภัยมีเบี้ยประกันภัยรับตรง 9,760 ล้านบาท เติบโต  เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.04        “โดยภาพรวมเราพอใจในตั ว เลขผลประกอบการ  ทั้ ง  ในด้านเบี้ยประกันภัยรับตรง ก�ำไรจากการรับประกันภัย ก�ำไร  จากการลงทุน อัตราส่วนรวมค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่าย  ด�ำเนินงาน (Combined Ratio) และอัตราส่วนสภาพคล่อง บริษทั   วิริยะฯ ประมาณการเบี้ยประกันภัยรับตรงใน พ.ศ. 2556 ไว้ที่  มูลค่า 33,000 ล้านบาท และเพื่อให้การด�ำเนินงานของบริษัทมี  ประสิทธิภาพสูงสุด เราใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนแบบ องค์รวม ได้แก่  การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริษัท ควบคู่ไป กับการน�ำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงปรับปรุงขั้น ตอนการท�ำงาน เช่น น�ำเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือมาเพิ่มเติมเป็น

รุกคืบขยายธุรกิจ สู่ประเทศเพื่อนบ้าน นั บ แต่   พ.ศ.  2535  ซึ่ ง เป็ น ปี แ รกที่ วิ ริ ย ะประกั น ภั ย  ครองส่ ว นแบ่ ง ตลาดเป็ น อั น ดั บ  1  ของอุ ต สาหกรรมประกั น  วิ น าศภั ย ไทย  และยั ง คงอั น ดั บ  1  มาอย่ า งต่ อ เนื่ อ งจวบจน  ปัจจุบนั  นับเป็นระยะเวลากว่า 21 ปี   โดยส่วนแบ่งตลาดปีลา่ สุด (พ.ศ. 2555) อยู่ที่ร้อยละ 25  ด้วยความส�ำเร็จอย่างงดงาม  22

อีกหนึ่งช่องทางในการให้บริการ” คุณประวิตรกล่าวเพิ่มเติม ทั้ ง หมดนี้ อ าจกล่ า วได้ ว ่ า   วิ ริ ย ะประกั น ภั ย   คื อ บริ ษั ท ประกันวินาศภัยที่มีรากฐานอันแข็งแกร่ ง เป็ น ผู ้ น�ำของอุ ต สา-  หกรรมฯ ทีน่ บั วันจะมีแต่การพัฒนาเติบโตขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง  ล่าสุด ส�ำนักงานคณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ) ประเมินว่าอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยใน พ.ศ. 2556 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 18 ซึ่งนับเป็นโอกาส  ของวิรยิ ะฯ อีกครัง้ ทีจ่ ะเพิม่ ส่วนแบ่งตลาด “พ.ศ. 2555 ทีผ่ า่ นมา บริษัทมีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 28.63 จากปัจจัยสนับสนุน หลักคือนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ส่วนใน พ.ศ. 2556 แม้ว่าอานิสงส์นโยบายรถคันแรกจะสิ้นสุดลง แต่บริษัท  วิริยะฯ ยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมฯ โดยคาด การณ์ อั ต ราการเติ บ โตของบริ ษั ท ลดลงจากปี ที่ ผ ่ า นมาเพี ย ง  เล็กน้อย ที่ร้อยละ 20” คุณประวิตรให้ข้อมูลปิดท้าย  

ณ เวลานี้คงไม่มีวาทะใดที่จะบรรยายถึงความ ส�ำเร็จอันงดงามของวิริยะประกันภัย ได้ดีไปกว่าค�ำว่า  “เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” . 23


สัมภาษณ์ ตัวแทน

“บางคนเกิดเหตุ  ได้รับความเดือดร้อนมาหา  เฮียสมชายช่วยดูหน่อย เพราะไม่รู้จะไป หาใคร  มีคนเสียชีวิตใกล้ ไกลก็ ไป  โดยไม่ได้เรียกร้องค่าใช้จ่าย  สิ่งนี้กลายเป็นกระบอกเสียง หรือปากต่อปากว่า  ถ้าจะท�ำ พ.ร.บ. หรือท�ำประกัน ประเภท 1 ให้มาหาที่นี่”

รางวัลเกียรติยศแห่งปี

ความส�ำเร็จด้วย บริการหลังการขาย ของตัวแทน จากตาคลี 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

“รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับรางวัลนี้  เป็นรางวัลที่มาจากความตั้งใจ เมื่อเราทาํ ความดีแล้ว  ย่อมตอบสนองในทางที่ดี  แม้เป็นแค่ตัวแทนระดับอาํ เภอ แต่เป็นผลตอบแทนที่เราช่วยสังคมทุกวิถีทาง  เราช่วยโรงพัก โรงเรียน สถานพยาบาล เป็นความภาคภูมิใจ เป็นรางวัลระดับชาติ  เมื่อมีโอกาสได้รับเช่นนี้ก็รู้สึกดีใจมาก” คุณสมชาย อรุณวรากรณ์  ตัวแทนประกันวินาศภัยของ

บริษทั วิรยิ ะประกันภัยเป็นตัวเลือกอันดับแรกและตัวเลือก เดียวของคุณสมชาย ด้วยเหตุที่มองว่าบริษัทวิริยะฯ มีความน่า  เชื่อถือ มั่นคง และอนาคตน่าจะดีกว่าแห่งอื่น จึงตัดสินใจเลือก สมัครเป็นตัวแทนของที่นี่  จากนั้นคุณสมชายก็เข้ามาติดต่อที่ ส�ำนักงานใหญ่ด้วยตนเองเมื่อ พ.ศ. 2535 ซึ่งครั้งแรกไม่ผ่านการ  พิจารณาจากบริษัทวิริยะฯ แต่ด้วยความมุ่งมั่น คุณสมชายจึงไม่ ละความตั้งใจ แวะเวียนสมัครอยู่หลายครั้ง กระทั่งส�ำเร็จในที่สุด “ผมเริ่ ม ต้ น อาชี พ ตั ว แทนประกั น ภั ย ด้ ว ยการเช่ า ห้ อ ง  เดือนละ 2,500 บาท ท�ำกันสองคนกับภรรยา จัดการบริหารจ�ำลอง  มาจากศูนย์ใหญ่  มีฝ่ายการตลาด ฝ่ายสินเชื่อ ฝ่ายสินทรัพย์  ใช้ความรูจ้ ากวิรยิ ะฯ ดูรปู แบบแล้วมาจัดการบริหารเอง มีทวงหนี้ สินเชือ่  เรียกว่าจ�ำลองจากวิรยิ ะฯ หมด มีปญ ั หาก็ปรึกษาผูจ้ ดั การ ไม่ว่าปัญหาเล็กใหญ่  ผู้จัดการก็ช่วยเหลือตลอด” ด้วยประสบการณ์ในแวดวงค้าขายพืชไร่ที่มีรถบรรทุก หลายคัน คุณสมชายจึงมีความรูเ้ รือ่ งเคลมรถยนต์เมือ่ เกิดอุบตั เิ หตุ จาก รสพ. ซึง่ เป็นบริษทั ประกันภัยรายใหญ่ในสมัยนัน้  และน�ำมา ใช้กบั งานใหม่ของตน ช่วยให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างราบรืน่ และรวดเร็ว ส่งผลให้อาชีพใหม่สามารถเจริญรุดหน้าขึ้นไปตาม ล�ำดับ โดยเน้นหลักด�ำเนินธุรกิจใช้ความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็น  หลัก ด้วยรากฐานเดียวกับค�ำขวัญวิริยะฯ “ความเป็นธรรมคือ นโยบาย” ที่เติบโตร่วมกันมาตลอด

วิริยะประกันภัย สาขานครสวรรค์  กล่าวถึงความภูมิใจที่ได้รับ  คั ด เลื อ กให้ รั บ รางวั ล ตั ว แทนประกั น วิ น าศภั ย คุ ณ ภาพดี เ ด่ น  ประจ�ำปี  2555  จากส�ำนักงานคณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศ สูงสุดของวงการธุรกิจประกันภัยของประเทศไทย โดยพิจารณา  คัดเลือกจากตัวแทนประกันภัยที่มีมาตรฐานประกอบการดีเด่น ตลอดจนความซื่อสัตย์และซื่อตรงต่อลูกค้าและองค์กร และกฎ เกณฑ์ส�ำคัญที่สุดต้องเป็นผู้ที่บ�ำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชน อย่างต่อเนื่อง

...

กว่า 20 ปีแล้วที่คุณสมชายได้ก้าวเข้าสู่อาชีพตัวแทน  ประกั น  จากเดิ ม เคยช่ ว ยครอบครั ว ท� ำ กิ จ การค้ า ขายพื ช ไร่ ใ น ละแวก อ. ตาคลี   จ. นครสวรรค์  ซึ่งเป็นธุรกิจแบบกงสี  เนื่องจาก เป็นครอบครัวใหญ่มีพี่น้องหลายคน คุณสมชายจึงปรึกษาภรรยา เพื่อมองหาลู่ทางยึดอาชีพด้านอื่นที่ต่างออกไป ประกอบกับช่วง นั้ น รั ฐ บาลประกาศให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคันต้อง  ท�ำประกันภัย โดยตราพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจาก  รถออกมาบังคับใช้  หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าประกัน พ.ร.บ.  นั่นเอง และส่งผลให้ทั้งสองต่างเห็นตรงกันว่า ตัวแทนประกันภัย น่าสนใจที่สุด เมื่อเห็นว่าธุรกิจนี้น่าจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต 24

ส�ำหรับจุดเด่นแท้จริงของคุณสมชายอยูท่ บี่ ริการหลังการขาย ด้วยพืน้ ฐาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อย ช่วยเหลือได้ก็ไม่เคยปฏิเสธ อย่างกรณีรถเกิดเหตุ  จะไปดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเองเพื่อบริการลูกค้าของเราเอง ไม่ ว่าจะมีการเจรจากีค่ รัง้  คุณสมชายพยายามไปช่วยเหลือให้เสมอ โดยเฉพาะกรณี เคลมติดขัดก็ช่วยเจรจาให้ “บางคนเกิดเหตุ  แล้วได้รบั ความเดือดร้อนมาหา เฮียสมชายช่วยดูหน่อย ช่วยท�ำให้หน่อย เพราะไม่รู้จะไปหาใคร มีคนเสียชีวิต ใกล้ไกลก็ไป โดยไม่ได้  เรียกร้องค่าใช้จ่าย สิ่งนี้เลยกลายเป็นกระบอกเสียง หรือปากต่อปาก ถ้าจะท�ำ พ.ร.บ. หรือท�ำประกันประเภท 1 ให้มาหาที่นี่  เขาจะแนะน�ำกันต่อ ๆ ไป นี่เป็น  เหตุผลที่ท�ำให้ลูกค้าเรายังเป็นปึกแผ่น” คุณสมชายขยายความถึงจุดเด่นใน  การท�ำงาน 

...

จากจุดเริ่มต้นผ่านมา 20 ปี  คุณสมชายเป็นตัวแทนประกันภัยรายใหญ่ ที่สุดของ อ. ตาคลี  พร้อมกับขยายธุรกิจไปสู่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) สองแห่ง ซึ่งเป็นงานที่เอื้อกับฐานธุรกิจประกันภัยรถยนต์  โดยได้คุณอุบลรัตน์  25

ลูกสาวเข้ามาเป็นก�ำลังส�ำคัญช่วยสานต่อกิจการที่ขยายตัวขึ้น เรื่อย ๆ  “ตอนจบใหม่  หนูได้เกียรตินิยม เลยเอ่ยปากขอแม่ว่า อยากไปท�ำงานหาประสบการณ์ก่อน อยากเรียนรู้ชีวิตการเป็น  ลูกน้องเป็นยังไง แม่บอกไม่ได้  กลับมาเลย กลับมาดูงานทีบ่ า้ นว่า เป็นอย่างไร แม่กับป๋ามีประสบการณ์ชีวิตสอนตั้งเยอะ เรามาท�ำ กับวิรยิ ะฯ จะเห็นประโยชน์มากกว่า ซึง่ หนูกเ็ คยช่วยคุณแม่ท�ำงาน ในออฟฟิซมาตั้งแต่เล็ก ๆ แม่จะเรียกมาช่วยเขียน พ.ร.บ. ให้  หน่อย ทั้งที่จริงก็เขียนได้  อาจจะเป็นกลอุบายอยากให้เราคุ้นเคย และเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก” คุณอุบลรัตน์ย้อนความผูกพันกับงาน ประกันให้ฟัง แม้เป็นช่วงด�ำเนินงานที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น คุณอุบลรัตน์  ยังน�ำจุดเด่นของคุณพ่อทีส่ ร้างขึน้ มายาวนาน ทัง้ การด�ำเนินธุรกิจ อย่างซื่อสัตย์  ตรงไปตรงมา และบริการหลังการขายมาเป็นแนว  ทางหลักในการด�ำเนินงาน ขณะเดียวกันก็น�ำรูปแบบการบริหาร สมัยใหม่และเทคโนโลยีเข้ามาเสริม นับตั้งแต่การออกกรมธรรม์ แบบออนไลน์อย่างรวดเร็วเป็นที่ถูกใจลูกค้า การท�ำตลาดเชิงรุก โดยส่งพนักงานออกไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด  “การดูแลลูกค้าเก่าเป็นนโยบายหลัก ต้องมีการต่ออายุ อย่างต่อเนือ่ ง พยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ได้  ไม่ยอมปล่อยให้ ขาด โทร.ไปติดต่อไม่ได้  ก็ต้องไปหา ส่วนลูกค้าใหม่ก็หาเข้ามา เพิ่ม ตอนนี้เราวางนโยบายออกไปสู่ถนนใหญ่  เพื่อเติบโตขึ้นอีก โดยเตรียมเปิดสาขาใหม่บนถนนสายหลักของตาคลีไว้รบั รองลูกค้า สร้างตึกติดโลโก้ให้เด่น ลูกค้าใหม่จะได้เห็นชัด ๆ” คุณอุบลรัตน์ เล่าถึงแผนการในอนาคต

...

ทั้งความซื่อสัตย์  มุ่งมั่นในการท�ำงาน และมีน�้ำใจ ต่อลูกค้าทีส่ ง่ ผ่านน�ำความส�ำเร็จจากรุน่ สูร่ นุ่ นีเ่ อง จึงไม่นา่ แปลกใจที่คุณสมชายสามารถน�ำธุรกิจตัวแทนให้รุดหน้า ไปด้วยกันพร้อมกับลูกสาว จนถึงวันทีส่ ามารถได้รบั รางวัล แห่งเกียรติยศส�ำหรับตัวแทนประกันภัยได้ในวันนี้ .


CSR

วิริยะประกันภัย สานฝันนักเขียน  - ช่างภาพรุ่นใหม่ ในโครงการค่าย สารคดีครั้งที่ 9  “กล้า ก้าว เข้าหาฝัน”

เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

ประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต

น้องกิ่ง -ณัฐกานต์  อมาตยกุ ล  นั ก ศึ ก ษาชั้ น ปี ที่   4 คณะ  อักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บอกเล่าความรู้สึก  ของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในห้องเรียนที่อบอุ่นนี้ว่า “เป็นหนึ่งใน ประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตที่น่าประทับใจ เป็นโอกาสที่ไม่อาจหา ได้ที่ไหนอีกแล้ว การท�ำงานสารคดีทั้งสามเรื่องที่ผ่านมา สอนบท เรียนส�ำคัญให้รู้ว่า เรื่องที่ว่ายาก ที่จริงเราก็ท�ำได้  และแม้งานที่ เขียนไปจะได้รับการเผยแพร่ให้ใครรู้จักต่อไปหรือไม่  แต่สิ่งที่ ส�ำคัญกว่าและท�ำให้รู้สึกคุ้มค่ากับเวลาราวๆ 4 เดือนที่ผ่านมา  คือมิตรภาพในหมู่เพื่อนร่วมค่าย ที่ท� ำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  คิดฝันอยู่คนเดียวอย่างเหงาหงอย” หลังจาก 4 เดือนของโครงการค่ายสารคดีครั้งที่  9 นี้  นอก  จากเหล่านักสารคดีคลื่นลูกใหม่นี้จะได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ สร้างสรรค์สงั คมไทยแล้ว ยังเป็นหนึง่ ก้าวทีย่ งิ่ ใหญ่  ทีว่ ริ ยิ ะประกัน ภัยได้ร่วมสานฝันให้แก่เยาวชนได้กล้าก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่น เพื่อ สร้างสรรค์สิ่งที่ตนเองรักอีกด้วย

ค่ า ยสารคดี ความรู้นอกห้องเรียนนั้น  ส�ำคัญและช่วยต่อเติม เส้นทางฝันสู่อาชีพที่ชื่นชอบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับ  การแนะแนวจากมืออาชีพ

ค รั้ ง

ที่

ดี

คายสารค

สรางทคึกน บัน ม สังค

ในเส้นทางสู่การเป็นคนท�ำสารคดี  หนึ่งในศาสตร์และศิลป์ ของการบอกเล่าเรือ่ งราว การกล้าก้าวออกมาหาประสบการณ์ยอ่ ม ให้ความรู้กลับไปมากกว่าหยุดอยู่กับที่  บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญนี้  จึงร่วมกับนิตยสาร สารคดี  สานฝันเยาวชนคนรุน่ ใหม่ทมี่ ใี จรักอยากเป็นนักเขียน และ ช่างภาพสารคดี  ได้มพี นื้ ทีเ่ สริมประสบการณ์  โดยมีโค้ชคอยติวเข้ม และพร้ อ มเพรี ย งด้ ว ยเพื่ อ นร่ ว มฝั น เดี ย วกั น ในโครงการค่ า ย สารคดีครั้งที่ 9 กล้า ก้าว เข้าหาฝัน   

.

เวทีปล่อยของ-ทีมโค้ชมืออาชีพ

หลังจากการเปิดรับสมัครนักล่าฝันตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 ผ่านการคัดเลือกจนได้นกั เขียนและช่างภาพ ฝ่ายละ 25 คน ในระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึงกันยายนทีผ่ า่ นมา เหล่านักเขียน และช่างภาพต่างจับคู่ร่วมกันท�ำงานสารคดีสามชิ้น โดยได้รับค�ำ  แนะน�ำและเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดจากนักเขียนสารคดีมืออาชีพ  ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ  อรสม สุทธิสาคร นักเขียนรางวัล ศิลปาธร  วีระศักดิ ์ จันทร์สง่ แสง ผูช้ ว่ ยบรรณาธิการบริหารนิตยสาร  สารคดี   วิวัฒน์  พันธวุฒิญานนท์  นักเขียนอิสระ ร่วมด้วยกอง บรรณาธิการฝ่ายภาพนิตยสาร สารคดี   ประเวช ตันตราภิรมย์  บุญกิจ สุทธิญานานนท์  และ วิจิตต์  แซ่เฮ้ง ยิ่งไปกว่านั้นโครงการค่ายสารคดียังมี  “ไอดอล” บุคคล บันดาลใจจากวงการนักเขียนและช่างภาพ อย่าง “นิว้ กลม” และ บารมี เต็มบุญเกียรติ  ที่มาช่วยจุดไฟฝันให้น้อง ๆ ทุกคน กล้าที่ จะเริ่มต้นและกล้าที่จะสร้างสรรค์ผลงาน 

ลงพื้นที่-ร่วมเรียนรู้จากชุมชน 

นอกเหนือจากการเรียนภาคทฤษฎีจากเหล่าวิทยากรแล้ว เยาวชนทั้ง 50 ชีวิต ยังได้สัมผัสประสบการณ์นอกห้องเรียนจาก  การลงพื้นที่  2 วิถี  2 ชุมชน ครั้งแรกกับการลงพื้นที่ย่านคลองสาน ที่ชุมชนสวนสมเด็จ ย่าฯ เหล่านักเขียนและช่างภาพได้ลงไปเสาะหาเรื่องราวในท้องที่ พื้นที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชุมชนไทย จีน และมุสลิม เพื่อน�ำ มาผลิตเป็นงานสารคดีชิ้นแรก และอีกครั้งกับการออกค่าย 2 วัน  1 คืนในพื้นที่ปอดใหญ่ใกล้กรุง ณ คุ้งบางกะเจ้า ฝ่ายนักเขียน  และช่างภาพได้ผ่านการเวิร์กช็อประยะสั้น ด้วยการน�ำเสนอเรื่อง ราวและภาพถ่ายในบางน�้ำผึ้ง ชุมชนตัวอย่างของการร่วมกับ ธรรมชาติและวิถีชีวิตพอเพียง เป็นสิ่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากการ เรียนรู้งานด้านสารคดี

26

27


ย ั ภ น ั ก ะ ร ป ะ ย ิ ร ิ ว ว ้ ั ร รอบ

วิริยะประกันภัย    “องค์กรต้นแบบ สวมหมวกนิรภัย 100%” ศ. นพ. อุดมศิลป์  ศรีแสงนาม ประธานในพิธี  พร้อมด้วย นางสาว กานดา วัฒนายิ่งสมสุข ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)  ในฐานะองค์กรต้นแบบ ร่วมในพิธี  “ประกาศเจตนารมณ์ องค์กรต้นแบบ ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% ”  เพือ่ ลดความสูญเสีย  ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน  ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ ส�ำหรับพิธฯี  ดังกล่าวจัดขึน้ ภายใต้นโยบายของคณะรัฐมนตรีทกี่ �ำหนด ให้ปี  พ.ศ. 2554-2557 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% ทัง้ นี ้ เพือ่ รณรงค์สง่ เสริมให้คนไทยสวมหมวกนิรภัยเพิม่ มากขึน้  และเพือ่   ให้สามารถสร้างมาตรการองค์กรในการส่งเสริมให้บคุ ลากรของหน่วยงานสวม หมวกนิรภัยทุกครั้งขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งจะน�ำไปสู่การลดการบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนและลดความสูญเสียให้กับประเทศได้

บริการอย่างไรประทับใจผู้มาติดต่อ บริษัท วิริยะประกันภัย จ� ำกัด (มหาชน) ฝ่ายปฏิบัติการภาค 2  จัดอบรมหลักสูตร “บริการอย่างไร ให้ประทับใจผู้มาติดต่อ” รุ่นที่  6 ให้กับ  นับพนักงานภาค 2  โดยได้รบั เกียรติจาก หม่อมหลวงอัจฉราพร ณ สงขลา  อดีตผู้อ�ำนวยการฝ่ายสื่อสารวิสาหกิจและประชาสัมพันธ์  บริษัทการบินไทย จ�ำกัด (มหาชน) เป็นวิทยากร ณ เวียนนา รีสอร์ท แอนด์  สปา และสถาบัน พัฒนาบุคลากรนครราสีมา

รูป

วิริยะประกันภัยรุกตลาด  ร่วมไปรษณีย์ขายไมโครอินชัวรันส์ 

ยุวชนประกันภัยเยี่ยมชมวิริยะประกันภัย 

บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ศูนย์ปฏิบัติการสินไหม ทดแทนจังหวัดตากให้การต้อนรับนักศึกษา “โครงการศึกษาดูงาน ยุวชน ประกันภัย”  ในโอกาสเข้าเยี่ยมชม ศึกษาดูงานประกันภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ ศูนย์ฯ ตาก ให้การต้อนรับ พร้อมตอบข้อซักถามต่าง ๆ  นอกจากนี้  ส�ำนักงานคณะกรรมการก�ำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย จ. ยะลา (ส�ำนักงาน คปภ. จังหวัดยะลา) ได้ด�ำเนินโครงการ อาสาสมัครประกันภัย ประจ�ำปี  2556 โดยจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์  และพาอาสาสมัครประกันภัยทัศนศึกษาดูงานด้านประกันภัย ณ ศูนย์ฯ /สาขา หาดใหญ่  โดยมีวตั ถุประสงค์เพือ่ เป็นการเพิม่ ความรู ้ แลกเปลีย่ นประสบการณ์ ด้านประกันภัย และรับทราบปัญหาอุปสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหา  ในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครประกันภัย

คุณวิไล ปรีชาภรณ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  มอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อร่วมแสดงความยินดีแก่นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการ ใหญ่  บริษทั  ไปรษณียไ์ ทย จ�ำกัด (ปณท) ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ในโอกาส ที่ไปรษณีย์ไทย ได้รับมอบใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย จาก คปภ.  ณ ห้อง ไปรษณียภ์ ริ มย์  อาคารไปรษณียก์ ลาง บางรัก ทัง้ นีไ้ ปรษณียไ์ ทยเป็นอีกช่องทาง จ�ำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ ด้านนันมอเตอร์  เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล  ประกันอัคคีภัย ประกันการเดินทางประกันโรคมะเร็ง เป็นต้น  

วิริยะประกันภัยจัดอบรมความรู้  ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนภูมิภาค 

บริ ษั ท  วิ ริ ย ะประกั น ภั ย  จ� ำ กั ด  (มหาชน) สาขาชลบุ รี   ร่วมกับ ส�ำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับ ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนภูมิภาค” ณ สถาบันการพละศึกษา วิทยาเขต ชลบุรี  จ. ชลบุรี  ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง อันจะช่วยแก้ปญ ั หาจราจร และลดอุบตั เิ หตุบนท้องถนนตลอดจนสร้างความรู ้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะ ได้รับวุฒิบัตรและใบขับขี่ทันที ทั้งนี้บริษัทวิริยะฯ ได้จัดโครงการดังกล่าวอย่าง ต่อเนื่องมากว่า 20 ปี  มีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 46,000 คน  

ศูนย์ฯ ระยอง :  ร่วมโครงการแบ่งปันความรักครั้งที่ 4 

บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) ศูนย์ฯ ระยอง เข้าร่วม  “โครงการแบ่งปันความรัก ครั้งที่  4” โดยมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน  และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองเจริญ ต. ลิ่นถิ่น  อ. ทองผาภูมิ  จ. กาญจนบุรี

28

29


CRM เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ

ติดอาวุธทางปัญญา... พนักงานสรุปความเสียหาย ยกระดับการบริการผู้เอาประกันภัย !

ในรอบปี  2556 กระบวนการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพ  การให้บริการผู้เอาประกันภัยของบริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)  อยู่ในภาวะไม่เคยหยุดนิ่ง “พัฒนาทั้งคน ทั้งระบบการท�ำงาน และเทคโนโลยี” เพียงเท่านีย้ งั ไม่พอ การท�ำงานทุกภาคส่วนต่างสอดประสาน กันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย  ทั้งการแจ้ง เหตุ  การซ่อม การรับค่าสินไหมทดแทน ฯลฯ ได้ที่ศูนย์ตรวจสอบ  อุบัติเหตุที่อยู่ทุกทิศทั่วไทยและตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเช่น ผู้เอา ประกันภัยซื้อประกันภัยที่  จ. นครราชสีมา และได้เดินทางไปท่อง เที่ยวที ่ จ. ชลบุรี  และเกิดอุบัติเหตุที่  จ. ชลบุรี  แต่รถยนต์สามารถ ขับเคลื่อนได้  ด้วยระบบที่วางไว้ท�ำให้ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว สามารถเลือกได้ว่าจะแจ้งเหตุที่ศูนย์ชลบุรี  หรือเดินทางกลับมา แจ้งเหตุที่  จ. นครราชสีมาก็ย่อมท�ำได้เช่นเดียวกัน เพี ย งเท่ า นี้ ยั ง ไม่ พ อการรั บ เงิ น ค่ า สิ น ไหมทดแทน  ผู ้ เ อา ประกันรถยนต์คันดังกล่าวสามารถเลือกรับค่าสินไหมทดแทนที่ จังหวัดไหนก็ได้ อย่างไรก็ตามบริษัทวิริยะฯ ยังตระหนักว่าหัวใจส�ำคัญ ที่สุดในการให้บริการยังอยู่ที่...คน ดังนั้นกระบวนการพัฒนา ทักษะพนักงานได้มีการต่อยอดอย่างต่อเนื่องมาตลอดปี ดังเช่นพนักงานที่ท�ำหน้าที่ประเมินความเสียหายให้ผู้เอา ประกันภัยหรือทีเ่ รียกกันภายในว่า “เจ้าหน้าทีส่ รุปความเสียหาย (สคส.)” ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีส่วนส�ำคัญอย่างยิ่งในการให้บริการ  ผู้เอาประกันภัย ทัง้ นีด้ ว้ ยเหตุผลทีว่ า่ เมือ่ รถยนต์ผเู้ อาประกันภัยเกิดอุบตั เิ หตุ เฉี่ยวชน และก่อนที่จะส่งเข้าศูนย์ซ่อมจะต้องผ่านการประเมิน  ของพนักงานสรุปความเสียหายก่อนว่ามีความเสียหายมากน้อย  แค่ไหน

นัน้ หมายความว่าถ้าพนักงานในส่วนนีไ้ ม่มคี วามรู ้ ไม่มี ทักษะในการท�ำงาน โดยเฉพาะความรู้เรื่องกลไกรถยนต์ ความเสี่ยงย่อมจะเกิดขึ้นต่อผู้เอาประกันภัยทันที เพราะรถยนต์คนั นัน้  ๆ อาจได้รบั การซ่อมอย่างไม่ถกู ต้อง  ไม่ได้มาตรฐาน และที่ส�ำคัญที่สุดอาจไม่เป็นธรรมต่อผู้เอา  ประกันภัย อีกทั้งเป็นที่ทราบกันว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในยุคปัจจุบัน  ได้พัฒนาเทคโนโลยีการประกอบรถยนต์ไปอย่างรวดเร็วและ มากมาย โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ในการสร้างชิ้นส่วนรถยนต์ เมื่ อ เทคโนโลยี ก ้ า วไกล  อุ ป กรณ์ ชิ้ น ส่ ว นรถยนต์ มี ค วาม  ทันสมัยมากขึ้น ถ้าพนักงานสรุปความเสียหายยังมีชุดความคิด  เดิม ๆ ในเทคโนโลยีเดิม ๆ  การประเมินความเสียหายในแต่ละครั้ง ในแต่ละคัน ย่อมมีความเสีย่ งสูงมากทีจ่ ะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผูเ้ อา ประกันภัย ดังนั้นในฐานะที่บริษัทวิริยะฯ เป็นบริษัทประกันภัยรถยนต์ เป็นหลัก จึงจ�ำต้องเร่งยกระดับความคิดและสร้างชุดความคิด  ใหม่  ๆ  ให้ พ นั ก งานสรุ ป ความเสี ย หาย  ให้ ก ้ า วทั น นวั ต กรรม  ใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมรถยนต์  โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความ เป็นธรรมและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้เอาประกันภัย จึงได้จัด ท�ำโครงการพัฒนาความรูด้ า้ นวิชาชีพเจ้าหน้าทีส่ รุปความเสียหาย  โดยระดมเจ้าหน้าทีส่ รุปความเสียหายในเขต กทม. และ  ปริมณฑลจ�ำนวน 90 คน เข้าอบรมเพิม่ เติมความรูฝ้ า่ ยปฏิบตั ิ  การภาค 6 ด้านศูนย์ปฏิบตั กิ ารสินไหมทดแทน เป็นหน่วยงาน  น�ำร่อง

30

เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างครบวงจร มีความรู้คู่คุณธรรม  มีจิตส�ำนึกที่ดี  มีวินัยในการท�ำงาน บริษัทวิริยะฯ จึงจัดท�ำโครง  การความร่วมมือพัฒนาความรู้ด้านวิชาชีพช่างรถยนต์ร่วมกับ  โรงเรียน ช่างฝีมือทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กอง บัญชาการกองทัพไทย ด�ำเนินการอบรมความรู้ให้พนักงานสรุป ความเสียหาย การเรี ย นรู ้ ใ นครั้ ง นี้ เ ป็ น การเรี ย นรู ้ อ ย่ า งเต็ ม หลั ก สู ต รคื อ  ต้องเรียนรู้ครอบคลุมทั้งห้ากลุ่มวิชา กลุ่มวิชาเครื่องยนต์  กลุ่ม  วิชาปรนนิบตั บิ ำ� รุง กลุม่ วิชางานปฏิบตั ไิ ฟฟ้ารถยนต์  กลุม่ วิชางาน เคลื่อนล่างและส่งก�ำลังบ�ำรุง และกลุ่มวิชางานตัวถังและงานสี  รถยนต์ นอกจากนี้ผู้เข้าเรียนต้องมีชั่วโมงเรียนทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติในอาคารเรียนและห้องปฎิบัติการของโรงเรียนช่าง  ฝีมือทหารครบ 8 วันเต็ม นอกจากนี้เพื่อให้รู้ลึก เข้าถึงอุปกรณ์  การเรียนการสอนอย่างทัว่ ถึง จึงได้แบ่งผูเ้ ข้าอบรมออกเป็นสามรุน่ รุ่นละ 30 คน

อี ก ทั้ ง เป็ น เรื่ อ งโชคดี อ ย่ า งยิ่ ง   เพราะล่ า สุ ด โรงเรี ย นช่ า ง  ฝีมือทหารได้จัดซื้อเครื่องยนต์ยุคใหม่มาท�ำการเรียนการสอนถึง 40 ชุดด้วยกัน พนักงานสรุปความเสียหายของวิริยะประกันภัย  เป็นนักเรียนกลุ่มแรกที่ได้เรียนกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งสั่งมา ตลอด 8 วันเต็มที่มีการเรียนการสอน พนักงานสรุป  ความเสียหายต้องเรียนรูแ้ ละปฏิบตั อิ ย่างมีวนิ ยั เฉกเช่นเดียว กับนักเรียนช่างฝีมือทหาร ดังนั้นนอกจากมีความรู้ลึกรู้จริงในเครื่องยนต์กลไกของ รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ แล้ว ยังต้องอยู่ในกรอบวินัยของทหารซึ่งส่งผล ให้ระบบความคิดมีระเบียบวินัยและมีคุณธรรม จึงเชือ่ มัน่ ได้เลยว่าเมือ่ พนักงานเหล่านีไ้ ด้ผา่ นการฝึกฝนวินยั และรั บ ความรู ้ เ พิ่ ม เติ ม ทั้ ง ภาคทฤษฎี แ ละภาคปฏิ บั ติ   ย่ อ มที่  จะส่งผลให้กระบวนการจัดซ่อมรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ประสิทธิภาพการให้บริการทีว่ ริ ยิ ะประกันภัยไม่เคยหยุด พัฒนา !

.

31


ท่องเที่ยว กับวิริยะ

1

2 3

เรื่อง : ระพีพร ตันตราภิรมย์ ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

4

พักเหนื่อยที่หัวหิน  ทะเลใกล้กรุงสุดคลาสสิก ไม่วา่ จะฤดูไหน หัวหินก็ยงั เป็นเมืองตากอากาศทีไ่ ม่เคยเงียบเหงา  ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เมืองนีจ้ ะคึกคักไปด้วยนักท่องเทีย่ วทีพ่ ากันเดิน ทางมาพักผ่อน นอนชิลล์ริมหาด ฟังเสียงคลื่น และท�ำกิจกรรมต่างๆ อย่างสนุกสนาน ทั้งชม ชิม ช็อป เรียกว่าหัวหินมีทุกอย่างที่สามารถ ท�ำให้วันหยุดของคุณคุ้มค่าแก่การได้มาเยือน  ยิ่งเมื่อกระแสย้อนยุคหวนคืนมา หัวหินยิ่งมีสีสัน เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ท่ามกลางบรรยากาศ ของเมืองที่อัดแน่นด้วยเรื่องเล่าครั้งอดีต  ว่าแล้วก็ออกเดินทางไป “หัวหิน” กันเถอะ  แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้จนต้องหวนกลับไปเยือน  ครั้งแล้วครั้งเล่า

เ ที่ ย ว ไ ห น ดี ที่ หั ว หิ น

@ เล่นน�ำ้ ทะเล ขีม่ ้าเลียบหาด  แน่นอนว่ามาทะเลทัง้ ทีตอ้ งหาเวลาสัมผัสน�้ำทะเลเสียหน่อย  จุดทีน่ กั ท่องเทีย่ วนิยมไปเล่นน�้ำทะเลมีอยู่

หลายแห่ง เช่น ย่าน ถนนแนบเคหาสน์  หน้าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน  บริเวณเขาตะเกียบ เขาเต่า และสวนสนประดิพทั ธ์ นอกจากเล่นน�้ำทะเลแล้ว กิจกรรมยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดคือ ขี่ม้าเลียบชายหาด มีให้เลือกใช้บริการทั้งม้าเทศตัวโต ม้าแกลบตัวไม่ใหญ่นัก โดยเจ้าของ ม้าคอยควบคุมดูแลและแนะน�ำวิธีขี่ม้าอย่างปลอดภัย รับรองว่าคุณจะได้อีกอรรถรสในการเที่ยวชมหาดหัวหินอันสุดประทับใจ 

ค่าบริการขี่ม้า 15 นาที 200 บาท  30 นาที 400 บาท  1ชั่วโมง 800 บาท เวลาให้บริการประมาณ 07.00-18.00 น.  Ù

32

1 2 3 4

จุดชมทิวทัศน์เวิ้งอ่าวทะเลหัวหินบนเขาตะเกียบ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรบริเวณเชิงเขาตะเกียบ ไหว้พระขอพรหลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล มาหัวหินอย่าลืมขี่ม้าชมหาดนะจ๊ะ

@ เดินสายไหว้พระขอพร  หัวหินมีสถานที่ให้คุณได้ไปไหว้พระขอพรอยู่หลายแห่ง  หากเป็นในย่านตัวเมืองแนะน�ำให้ไปวัดเขาตะเกียบ 

ตั้งอยู่บนเขาเตี้ยๆ ริมหาดเขาตะเกียบ ด้านบนมีพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไหว้สักการะ อีกทั้งพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรองค์ใหญ่บริเวณเชิงเขา   หากเดินอ้อมลงไปอีกด้านจะเป็นวัดจีนเขาตะเกียบ มีองค์เจ้าแม่กวนอิมและพระสังกัจจายน์ประดิษฐานอยู่  นอกจากนี้บนเขาตะเกียบยังเป็นจุด  ชมทิวทัศน์เวิ้งอ่าวของทะเลหัวหินที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วย   จากเขาตะเกียบออกนอกตัวเมืองหัวหินสักหน่อยไปทางบ้านห้วยมงคล  คุณจะพบรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์มโหฬารตัง้ ตระหง่าน ประดิษฐาน อยู่ในวัดห้วยมงคล  องค์หลวงพ่อทวดนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั  หล่อด้วยโลหะผสม สูง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร  ในแต่ละวันจะมีนกั ท่องเทีย่ วเดินทางมานมัสการองค์หลวงพ่อทวด  กันอย่างเนืองแน่นทีเดียว

@ ชมทิวทัศน์เมืองหัวหินยามเย็น  จุดชมทิวทัศน์ยอดฮิตของหัวหินต้องยกให้เขาหินเหล็กไฟบนความสูง 171 เมตร จากระดับน�้ำทะเล

บนยอดเขามีการปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะให้เดินเล่นออกก� ำลังกาย เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองหัวหินทั้งหมดหกจุด จุดที่สวยที่สุดคือจุดที่ 5  และ 6 เพราะมีระเบียงเหล็กยื่นออกไปให้ยืนชื่นชมทิวทัศน์ได้เต็มตา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แสงสีจะสวยงามได้บรรยากาศ โรแมนติกมาก

33

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


หัวหินเมืองตากอากาศสุดคลาสสิกที่รวบรวมความชิก ชิลล์ ของสถานที่ท่องเที่ยวไว้ได้อย่างลงตัว  จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ยิ่งพูดถึงร้านอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศสบายๆ ขอบอกเลยว่า หัวหินที่เดียวเอาอยู่  

อร่อยสุดชิลล์ @ หัวหิน

เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

วิริยะ ชวนชิม

นั่งเล่นเย็นใจ ในบรรยากาศ แสนอบอุ่น

แกงเนื้อ เขียวหวานโรตี อร่อยเข้ากัน

บรรยากาศร่มรื่น ในบ้านท่านเจ้าคุณ

ตลาดซิเคด้า แหล่งรวมสินค้า หลากไอเดีย

@ นัง่ ชิลล์...ชิลล์ ร้านชิก...ชิกที ่ ถ. แนบเคหาสน์  เมือ่ ครัง้ แรกสร้าง ถ. แนบเคหาสน์มบี รรยากาศค่อนข้างสงบเงียบเหมาะแก่

การพักอาศัย ถึงวันนีค้ วามน่ารืน่ รมย์ของย่านนีก้ ม็ ไิ ด้ลดน้อยถอยลง บ้านพักตากอากาศส่วนบุคคลหลายแห่งได้รบั การปรับปรุงให้เป็นทัง้ ทีพ่ กั และร้าน อาหาร และยังคงสถาปัตยกรรมบ้านพักตากอากาศในยุคเก่าไว้เป็นอย่างดี เช่น ร้านอาหารบ้านอิสระ  ร้านอาหารอยูเ่ ย็นหัวหินบัลโคนี ่  ร้านบ้านใกล้วงั   ร้านอาหารลิฟวิ่งรูม บิสโทร แอนด์ ไวน์บาร์  ลองแวะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศดูสักร้าน  แล้วคุณจะดื่มด�่ำกับบรรยากาศของวันวานกันเพลินไปเลย

@ เดินตลาดสวมวิญญาณขาช็อป  หัวหินมีตลาดให้คุณตะลุยช็อปมากมายเหลือเกิน ทริปนี้รับรองขาช็อปเพลินแน่ๆ  เริ่มต้นที่  ตลาดโต้รงุ่ หัวหินของกินว่ามากแล้ว ของล่อตาล่อใจนักช็อปก็มมี ากไม่แพ้กนั  ตัง้ แต่ตน้ ถนนยันท้ายถนนเรียงรายไปด้วยสินค้าน่ารักๆ อันเป็นสัญลักษณ์ ของเมืองหัวหิน ทั้งเสื้อยืด โปสต์การ์ด พวงกุญแจ กระเป๋า และอีกสารพัน  ต่อกันที่ตลาดน�้ำหัวหินอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ขับรถแค่อึดใจเดียวจะได้ สัมผัสกับตลาดน�้ำสไตล์ย้อนยุคอาคารร้านค้าสีแดง-ขาวมีลายฉลุสวยงามสร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6  ทั้งยังมีการแสดงให้ชม  มากมาย เพลินใจได้ทั้งวัน  อีกแห่งใกล้กันคือตลาดน�้ำหัวหินสามพันนาม ให้อารมณ์ความเป็นตลาดในยุคหัวหินเมื่อวันวานเช่นกัน มีร้านค้าล้อมรอบ บึงน�้ำเพียบ ของกินของขายละลานตา เดินช็อปได้ไม่เบื่อ ตบท้ายกันที่ตลาดสุดชิกยอดฮิตของเหล่าวัยรุ่น ชิม ช็อป แชะ แชร์ @ หัวหิน อย่างซิเคด้า มาร์เก็ต (ตลาดจั๊กจั่น) นักช็อปที่อยากได้ ชวนเที่ยวโดย “นายรอบรู้” สินค้าซึ่งกลั่นมาจากไอเดียสุดเริ่ด เรามีนัดกันที่นี่ รับรอง “นายรอบรู้” ซอกแซก “หัวหิน ถิ่นมนตร์ขลัง” พาไปเที่ยวเพลิน ๆ พร้อม  ว่าคุณจะได้ช็อปข้าวของไอเดียเจ๋งๆ กันแบบนันสต็อป เกร็ดประวัติเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ พร้อมพรักไปด้วยร้านอาหาร ร้าน กาแฟสุดชิลล์  ที่พักแสนสบายริมชายหาด แหล่งจับจ่ายของฝากที่ต้อง และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการแสดงเปิดหมวก ณ เวที ติดมือกลับมาฝากคนทางบ้าน ให้ถือติดมือไปเที่ยวเมืองชายทะเลนี้ได้  กลาง เหล่าศิลปินอิสระจะสลับสับเปลี่ยนกันมาแสดงให้ ทุกสุดสัปดาห์ ชมอย่างเพลิดเพลิน

.

34

เมนูถั่วรวมปั่น และไอซ์เรียวกุฉะ หวานเย็นชื่นใจ

บะหมี่พิชัยญาติ เส้นนุ่มรสละมุน

มาลองดู-กูรูต�ำรับต้นเครื่อง

(บ้านอิศรา ซ. หัวหิน 102  เปิด 11.00-21.00 น.   หยุดวันพุธที่ 2 และ 4 ของเดือน  โทร. 0-3252-6735) แห่งเดียวในหัวหินกับอาหารไทยโบราณต�ำรับต้นเครื่องสูตร “เจ้าคุณพ่อ” (พระยาอิศราธิราชเสวี) ที่ตกทอดสู่ลูกหลานตระกูลบุนนาค ประเดิมจานแรก ด้วยแกงเนือ้ เขียวหวานโรตี น�้ำแกงเข้มขนถึงเครือ่ งแกงทีโ่ ขลกเองสดใหม่ทกุ วัน ส่วนเนือ้ วัวก็เปือ่ ยนุม่ กินกับโรตีทอดได้อร่อยล�ำ้  จานถัดมาคือข้าวหาดเจ้าส�ำราญ  ส่วนเมนูบะหมี่พิชัยญาติก็ได้ชื่อจากราชทินนามของเจ้าคุณปู่  (เจ้าพระยา  พิชัยญาติ) เป็นบะหมี่แห้งราดด้วยซอสสูตรเฉพาะ   

บ้านอิสระ-บรรยากาศสุดคลาสสิกริมทะเลหัวหิน

(ถ. แนบเคหาสน์  เปิด 11.00-22.00 น.   โทร. 0-3251-1673, 0-3253-0574) จากบ้านเก่าอายุหลายสิบปีของหัวหินในวันวานกลายเป็นร้านอาหาร  สุดคลาสสิกริมทะเลทีใ่ ครๆ ก็ไม่ยอมพลาดเมือ่ มาเยือนหัวหิน บ้านอิสระยังเป็น เจ้าแรกเจ้าเดียวที่รังสรรค์เมนูพื้นถิ่นแสนขึ้นชื่ออย่างผัดซอสโหระพา เป็นเมนู จานร้อนหอมฉุยจะเลือกใส่หอยตลับ หอยแมลงภู่ หรือรวมมิตรทะเลก็รสเด็ด จัดจ้าน ข้าวผัดปลากุเราและปลาทูย่างน�ำ้ ปลาดิบสุดอร่อยฉบับพื้นบ้านหัวหิน แท้ๆ อีกทั้งย�ำยอดกระถินหอยนางรม ย�ำหมึกต้มหวาน รวมมิตรทะเลเผา  ก็อร่อยเลิศทุกเมนู  

35

บ้านถั่วเย็น-ทุกความอร่อยอุดมด้วยโปรตีน

(ถ.  แนบเคหาสน์  เปิด 07.00-22.00 น.   โทร. 0-3251-2693) นับเป็นร้านสุดชิกที่ทุกคนต้องมาเช็กอินความอร่อย ตัวร้าน ตกแต่งได้น่ารักน่านั่ง แถมทุกความอร่อยยังอุดมด้วยโปรตีนจาก  ถั่วชนิดต่างๆ น�ำมาดัดแปลงเป็นเมนูดับกระหายคลายร้อน อย่าง พระเอกของร้านเป็นถั่วรวมปั่น อันอุดมด้วยถั่วเขียว ถั่วแดง และ ถั่วด�ำ  ถ้าอยากให้เย็นชื่นใจต้องสั่งไอซ์เรียวกุฉะ ไอศกรีมชาเขียว  รสขมโรยหน้าด้วยถั่วแดงปั่นรสหวานมัน  เมนูถั่วยังมีให้เลือกอีก สารพัด รวมถึงเครื่องดื่มเย็นๆ แก้กระหายคลายร้อน

.

> บรรยากาศสุดชิลล์ ที่บ้านอิสระอายุหลายสิบปี ริมทะเลหัวหิน

> ต้นต�ำรับเมนูเด็ด ต้องหอยแมลงภู่ ผัดซอสโหระพา < ปลาทู ย่างน�้ำปลาดิบ เมนูพื้นถิ่นหัวหิน ตุลาคม - ธันวาคม 2556


รักลูก ให้ดี เรื่อง : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ภาพประกอบ : เซมเบ้

บ ั ร ห ำ � ส อ ้ ข   3   ัก

หล

มีค�ำถามมากมายที่ไม่สามารถตอบได้ง่ายๆ 

เช่น ให้ลูกดูทีวีได้เมื่อไร ให้ลูกดูจอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเลต หรือ จอสมาร์ตโฟนได้เมื่อไร ลูกเล็กดูทีวีสามมิติได้หรือไม่ ควรซื้อสมาร์ตโฟน ให้ลูกเมื่ออายุเท่าไร แม้กระทั่งลูกกินกาแฟได้เมื่อไร เป็นต้น ข้อแตกต่างของการเลี้ยงลูกสมัยนี้กับสมัยก่อนคือ ลูกเล็กของเรา ก�ำลังเติบโตขึ้นท่ามกลางข้อมูลข่าวสารรอบตัวและการพัฒนาเทคโนโลยี ด้านไอทีอย่างก้าวกระโดด  พูดกันอย่างไม่เกรงใจคือคุณครูและโรงเรียน ไม่มีความจ�ำเป็นต่อการพัฒนาสมองเด็กอีกแล้ว เด็กสามารถเรียนรู้ด้วย ตนเองได้จากทุกสถานที่ในโลกและทุกเวลา    แม้ว่าจะมีค�ำถามยากๆ ที่ไม่มีค�ำตอบ แต่หากให้ประมวลหลักการ พื้นฐานของการเลี้ยงลูกให้สั้นที่สุด น่าจะเหลือ 3 ข้อ

ที่สุด น า น ้ ห ใ ก ู 1 อย3ู่ก ับขลวบปีแรก ใน  สามขวบปี แ รกของลู ก เป็ น นาที ท องที่ พ ่ อ แม่ จ ะสร้ า งของส�ำ คั ญ  3 อย่างที่เขาจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต นั่นคือ “ภาพของพ่อแม่ที่ชัดเจน”  “สายสัมพันธ์” และ “ตัวตนที่แข็งแรง” อธิบายดังนี ้ ตอนทีล่ กู เกิดใหม่ พ่อแม่ยงั ไม่มจี ริง บ้านทีค่ ณ ุ แม่เลีย้ ง ลูกด้วยตนเองอย่างดีที่สุดและมากที่สุดจะช่วยให้ลูกค่อยๆ รู้ว่าคุณแม่มี อยูจ่ ริง เริม่ ตัง้ แต่หวั นม เต้านม อ้อมอก ท่อนแขน ไออุน่  เสียงหัวใจ เสียง เพลง ใบหน้า เหล่านี้ท�ำให้คุณแม่มีภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจ คุณพ่อที่ช่วย เลี้ยงและใกล้ชิดลูกก็เช่นกัน ภาพของพ่อแม่ที่ชัดเจนในใจของเขาจะอยู่

36

ก ู ล ง ย ้ ี ล เ ร กา

ตลอดชีวิตของเขา ต่อไปในอนาคตแม้ว่ามีอะไรไม่เป็นไปตามแผน เช่น พ่อแม่ตายไปเสียก่อน พ่อแม่แยกทางกัน พ่อแม่กระท�ำอะไรผิดพลาด  ร้ายแรง เหล่านี้ไม่สั่นคลอนภาพพ่อแม่ชัดเจนที่สร้างแล้ว เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะคลานและเดินเตาะแตะจากเราไปตั้งแต่ปลาย ขวบปีแรก วันแรกๆ เขาเดินไปสามก้าวห้าก้าวก็จะหันกลับมาดูว่าพ่อแม่ ยังอยู่หรือไม่ เมื่อมั่นใจว่ายังอยู่ ก็จะเดินห่างไปอีก ระยะทางที่ทอดยาว ออกไปทุกวันนี้เองคือสายสัมพันธ์ระหว่างลูกที่เชื่อมมาหาพ่อแม่ นับวัน เขาไปไกลขึ้น ไปโรงเรียน ไปอยู่หอพัก ไปอยู่ต่างเมือง นับวันเขาจะหัน กลับมาหาเราน้อยลงทุกที แต่สายสัมพันธ์ที่แข็งแรงจะทอดยาวไม่สิ้นสุด และแข็งแรงตลอดกาล  สายสัมพันธ์นี้เองคือเครื่องมือเหนี่ยวรั้งไม่ให้ลูก เตลิดออกนอกทางหรือเข้าหาอบายมุขโดยง่าย  ไม่ใช่วชิ าศีลธรรมอย่างที่ เข้าใจกัน เมือ่ พ่อแม่ชดั  สายสัมพันธ์แข็งแรง เด็กเล็กจะเริม่ สร้างตัวตน ตัวตน คืออะไรที่เขาจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต ใช้ทดสอบโลก ใช้สร้างสัมพันธ์และ มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในสังคม เด็กที่มีตัวตนชัดจึงมีตัวตนให้รัก ไม่ ท�ำลายตัวเอง ไม่ใช้พฤติกรรมเสี่ยง รวมทั้งไม่ฆ่าตัวตาย

บ้าน น ใ ด ุ ส ่ ี ท �ำคัญ เรื่อง     ส น ค อ ื ค ่ 2 พ่อะแสมามัคคีกันในทุก แล การเลี้ยงลูกเล็กต้องมีวินัย วินัยเริ่มที่บ้าน พ่อแม่มีหน้าที่สร้างวินัย ให้แก่ลกู   ถ้าบ้านมีปยู่ า่ ตายายช่วยเลีย้ งและตามใจลูกคนละอย่างสองอย่าง 

พูดจาตรงกันสามัคคีกันจะเป็นการส่ ง สั ญ ญาณให้ ลู ก รู ้ ว ่ า เราสองคน  เป็นใหญ่และเขาต้องเชื่อฟัง

มักท�ำให้ลกู สับสนและไม่รจู้ ะเชือ่ ใคร  ดังนัน้ พ่อแม่ควรแสดงตนให้ทกุ คน เห็นว่าตนเองเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างวินัย กฎ กติกา มารยาทที่เราจะ มอบให้แก่ลูก เมื่อไรควรท�ำอะไรเมื่อไรไม่ควรท�ำอะไร    วินัยเริ่มง่ายๆ ด้วยการสอนให้เด็กเล็กท�ำงานบ้าน งานบ้านเป็น เครื่องมือที่ช่วยให้เด็กเล็กภาคภูมิใจที่เขาสามารถท�ำบางอย่างส�ำเร็จ เขา จะรู้ว่าสามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้และควบคุมตนเองได้ เมื่อโตขึ้นเขา จะยังคงความสามารถควบคุมตนเองให้ท�ำงานบ้านที่น่าเบื่อและการบ้าน ทีน่ า่ เบือ่ ให้เสร็จได้ รวมทัง้ สามารถบังคับตนเองให้ถอนตัวจากความสนุก เกินขอบเขตหรืออบายมุขตรงหน้าได้  วินัยที่แท้คือความสามารถในการ ควบคุมตนเองจากภายใน นอกจากนีพ้ อ่ แม่ตอ้ งพูดจาตรงกันในทุกเรือ่ ง ไม่ควรมีปรากฏการณ์ พ่ออนุญาตแม่ไม่อนุญาต แม่ให้พอ่ ไม่ให้  ไม่ควรกังวลว่าอะไรถูกหรือผิด ใครถูกหรือใครผิดมากเกินไป เพราะในความเป็นจริงแล้วเราไม่รู้อย่าง ถ่องแท้ว่าควรท�ำหรือไม่ควรท�ำอะไร  พ่อๆ แม่ๆ อย่างพวกเราท�ำอะไร ผิดๆ ถูกๆ ได้ทุกวัน  ดังนั้นหากจะสลับกันผิดถูกบ้างไม่เป็นไร แต่การ

ระก ป ม า ส ม า ้ 3 ข้อห

าร

ในขณะทีเ่ ราไม่รวู้ า่ ควรท�ำหรือไม่ควรท�ำอะไร เรารูว้ า่ มีสามข้อทีห่ า้ ม ท�ำ คือ ห้ามท�ำร้ายคนอื่น ห้ามท�ำร้ายตนเอง และห้ามท�ำลายข้าวของ   ดังนัน้ เวลาลูกท�ำร้ายคนอืน่ พ่อแม่ตอ้ งเข้าหยุดทันที เวลาลูกท�ำร้ายตัวเอง ก็ตอ้ งเข้าไปหยุดทันที  เวลาลูกท�ำลายข้าวของเพราะถูกขัดใจ ต้องท�ำโทษ เดี๋ยวนั้นอย่าให้มีซ�้ำสองอีก ข้อห้ามสามประการนี้เป็นสากล  พ้นจากนี้ ค่อยๆ คุยกันได้ทั้งนั้น

พ้นจาก 3 ข้อนี้ เรื่องอื่นไม่รีบ .

37

ตุลาคม- ธันวาคม 2556


เยือน ลานธรรม

เรียนรู้จังหวะธรรม  ด้วยการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว

ที่วัดสนามใน

เยือนลานธรรมฉบับนี้ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเรียนรู้

จังหวะธรรม ด้วย “การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว” ตามแนวทางของ  หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ที่วัดสนามใน อ. บางกรวย จ. นนทบุรี  วัดสนามในเดิมเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าเคยเป็นสนามประลอง  กำ�ลังของนักเลงในสมัยก่อน กระทั่ง พ.ศ. 2519 หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ได้เข้ามาบูรณะวัดแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตามแนวทาง ของท่าน ซึ่งเดิมท่านชื่อ พันธ์ อินทผิว เป็นคนจังหวัดเลย ได้ศึกษาและ ปฏิบัติธรรมจนค้นพบวิธีดับทุกข์ ด้วยการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว จน ญาติโยมเกิดความเลื่อมใสศรัทธา   

เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์

หากใครไม่มีเวลา ฝึกปฏิบัติแบบค้างคืน  จะมาปฏิบัติแบบ เช้าไปเย็นกลับก็ได้  ทางวัดมีตารางการ ฝึกปฏิบัติทุกวัน  เพราะการเจริญสติ  แบบเคลื่อนไหว สามารถปฏิบัติได้ง่าย

เมื่ อ หลวงพ่ อ เข้ า มาบู ร ณะวั ด  ท่ า นมุ่ ง เน้ น การ  ปฏิบัติธรรมมากกว่าก่อสร้างวัตถุสิ่งของ ภายในวัด  จึงร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ทั่วบริเวณพื้นที่ประมาณ  9 ไร่เศษ แบ่งเป็นเขตพระสงฆ์ เขตอุบาสก และเขต  อุบาสิกาไว้อย่างชัดเจน โดยสร้างกุฏไิ ม้สำ�หรับพระสงฆ์  และเรือนพักหลังเล็กๆ สำ�หรับญาติโยมที่มาปฏิบัติ ธรรม แม้วัดจะตั้ ง ติ ด ริ ม ทางรถไฟ ทว่ า บรรยากาศ กลับเงียบสงบ มีเสียงลมพัดและเสียงนกร้องช่วยกลบเสียงจอแจจากภายนอก เหมาะสม แก่ผู้ต้องการปลีกวิเวกเพื่อศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง ภายในวัดยังมีศาลาอเนกประสงค์ และศาลาปฏิบัติธรรมกลางแจ้ง หรือเรียกว่าโบสถ์ ธรรมชาติ สถานที่สำ�หรับการฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกันในแต่ละวัน และยังมีลานเดินจงกรม ให้ฝึกปฏิบัติอีกด้วย   ก่อนที่หลวงพ่อเทียนจะละสังขารด้วยโรคมะเร็งใน พ.ศ. 2531 ท่านได้สั่งเสียให้   ลูกศิษย์ออกตามหาหลวงพ่อทอง อาภากโร ศิษย์เอกของท่านมารับตำ�แหน่งเจ้าอาวาสอยู่ ที่วัดแห่งนี้จวบจนปัจจุบัน สำ�หรับวัตรปฏิบัติของวัดสนามในเริ่มทำ�วัตรเช้าเวลา 03.30 น. และทำ�วัตรเย็นเวลา  17.30 น. มีอาหารให้กิน 2 มื้อ และทุกคนจะได้เข้านอนในเวลา 20.00 น. ส่วนในวันพระ  จะปฏิบัติถึง 20.30 น.   หากใครไม่มีเวลาฝึกปฏิบัติแบบค้างคืน จะมาปฏิบัติแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ ทางวัด มีตารางการฝึกปฏิบัติเป็นประจำ�ทุกวัน เพราะการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวสามารถปฏิบัติ ได้ง่าย ปฏิบัติได้ทุกวัน วิธีทำ�คือ การเคลื่อนไหวมือเป็นจังหวะ เช่น เริ่มจากคว่ำ�มือไว้บน หน้าขาทั้งสองข้าง พลิกมือขวาตะแคงขึ้น ทำ�ช้าๆ ให้มีความรู้สึก ยกมือขวาขึ้นครึ่งตัว แล้ว เลื่อนมือขวามาที่สะดือ จากนั้นปฏิบัติเหมือนกันกับมือซ้าย...  ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน เหยียด เคลื่อนไหว กะพริบตา หายใจ ล้วนสามารถกระทำ� ได้ เพียงให้รู้สึกตัวทุกขณะ  เมื่อรู้สึกตัวจะมีสติสัมปชัญญะ  ศีล สมาธิ ปัญญา ก็จะเกิด ทำ�ให้มีสติ รู้ทุกข์ รู้สุข รู้ วิธีทำ�ให้ทุกข์เกิด รู้วิธีทำ�ให้ทุกข์ดับ ลองสละเวลาอันมีค่า แล้วหาเวลาว่างเข้ามาเรียนรู้จังหวะธรรม ด้วยการเจริญสติแบบ เคลื่อนไหวดูสักหน เมื่อท่านปฏิบัติได้แล้ว ก็สามารถฝึกด้วยตนเอง เพราะการฝึกปฏิบัติ ธรรมไม่จำ�กัดกาล ไม่จำ�กัดสถานที่ ท่านอาจค้นพบสิ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์ในหนทางปฏิบัติ ก็ได้  

.

วัดสนามใน 27 หมู่ 4  ต. วัดชะลอ  อ. บางกรวย  จ. นนทบุรี 11130 สำ�นักงานเปิด 09.00-17.00 น. (ไม่เว้นวันหยุด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0-2883-7251, 08-7575-6275 ดูตารางการปฏิบัติธรรมได้ที่ www.watsanamnai.org

การเดินทาง จากถนนสิรินธร บริเวณหน้าตั้งฮั้วเส็ง ธนบุรี ให้ตรงไปทางตลิ่งชันแล้วกลับรถใต้ทางต่างระดับ  ย้อนมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรุ่งประชา ข้ามทางรถไฟไปฝั่งบางกรวย แล้วตรงเข้าไป วัดตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ห่างจากสถานีบางบำ�หรุ ประมาณ 700 เมตร สำ�หรับผู้โดยสารรถสาธารณะ มีรถเมล์สาย 515, 539 และ 125  ลงปากซอยบางกรวย ฝั่งถนนบรมราชชนนี แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปที่วัดใช้เวลาประมาณ 5 นาที

38

39

ตุลาคม- ธันวาคม 2556


ดวงชะตา ราศี

โดย : ลูกโหร ภาพประกอบ : เซมเบ้

ทำ�นายทายทัก เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2556

ราศีมังกร 

(เกิดวันที่ 16 ม.ค. - 15 ก.พ.) ตลอดปีที่ผ่านมาชาวราศีมังกรต้องเหนื่อย ยากกับการท�ำงานเสมือนแทบไม่ได้หายใจ จนลืมดูแลตัวเอง ถึงช่วงท้ายของปีอย่าวาง  ใจ ควรหันมาเอาใจใส่สุขภาพตัวเองบ้าง เพราะมีโอกาสต้องล้มหมอนนอนเสือ่  ด้าน การงานก็อย่าวางใจเช่นกัน อาจมีเหตุพลิก ผันท�ำให้เกิดความเสียหายกับธุรกิจ มีเหตุ บาดหมางใจกับผู้ใหญ่ หรือโดนผู้ใหญ่เพ่ง เล็ง ต�ำหนิติเตียน ความรักช่วงนี้ต้องซ่อน เร้นหรือพบรักจากแดนไกล พอให้คลาย บรรยากาศอึดอัดจากการงานไปได้บ้าง  

ราศีกุมภ์ 

(เกิดวันที่ 16 ก.พ. - 15 มี.ค.)

คนราศีกุมภ์ช่วงนี้มักมีเรื่องขัดใจเกิดปาก เสียงกับคุณแฟน คุยกันได้ไม่เกินสามค� ำ และคุณเธอหรือเขาก็เอาแต่ใจตัวเองเจ้า อารมณ์ เ รี ย กร้ องความสนใจตลอดเวลา ขณะที่บุตรบริวารกลับช่วยเหลือและเป็น ก�ำ ลั ง ส� ำ คั ญ ด้ ว ยดี   ด้านการงานกิจการ ธุรกิจควรจับตามองคู่แข่งและหุ้นส่วนไว้ บ้าง อาจถูกให้ร้ายหรือโดนแทงข้างหลัง อย่าได้วางใจ  ด้านการเงินยังไม่คอ่ ยมีอะไร หนักใจนัก ถึงแม้มีรายจ่ายค่อนข้างมาก ก็ตาม

ราศีมีน 

(เกิดวันที่ 16 มี.ค.  - 15 เม.ย.)

มีเกณฑ์ดีด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์   ได้ ห ลั ก ทรั พ ย์ ที่ ดิ น ถู ก ใจ หรื อ อาจซื้ อ รถ ใหม่ที่อยากได้  ช่วงนี้คนรอบข้างมักเกิด เจ็บป่วย แม้ตัวท่านเองก็อย่าวางใจมีสิทธิ์ ทรุ ด ได้ เ หมื อ นกั น   ธุ ร กิ จ การงานไปได้ สวยมีเกณฑ์ดๆ ี  ตลอดช่วง 3 เดือนสุดท้าย ของปีนี้เป็นช่วงน้ำ�ขึ้นให้รีบตัก ควรริเริ่ม  งานใหม่หรือรีบลงทุนฉกฉวยโอกาสตอนนี้  โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับความสวยความ งามต่างๆ งานศิลปะโดดเด่นมาก

ราศีเมษ

(เกิดวันที่ 16 เม.ย. - 15 พ.ค.)

ราศี เ มษช่ ว งนี้ ก ระดิ ก ตั ว ไม่ ไ ด้ ซ่ า ไม่ อ อก  โดนดาวบาปเคราะห์ร วมตัว ตรึงแน่น ทำ� มุ ม จตุ โ กณกั บ ลั ค นาของท่ า น คิ ด อะไรก็ คิ ด ไม่ อ อก หรื อ ลงมื อ ทำ�การใดต้ อ งเจอ อุ ป สรรคนานา  คู่ แ ข่ ง ก็ ก ล้ า แข็ ง พร้ อ ม ตลบหลังตลอดเวลา ควรค่อยๆ ประคองตัว  อย่าริเริ่มอะไรใหม่ๆ หรือลงมือลงทุนใน  สิ่ ง ที่ ไ ม่ แ น่ ใ จ ถื อ คติ ช้ า ๆได้ พ ร้ า เล่ ม งาม  ยังดีที่พออาศัยเพื่อนฝูงคอยให้ความช่วย  เหลือได้บ้างเป็นครั้งคราว  คู่ครองคุณแฟน ยังเอาแน่ไม่ได้ ซ้ำ�ยังสร้างภาระหนักใจซ้ำ� เติมให้ปวดหัวมากขึ้น

40

ราศีพฤษภ 

(เกิดวันที่ 16 พ.ค. - 15 มิ.ย.)

ราศีนี้ค่อนข้างจะสุขสงบกว่าใครๆ  การ เงินไปได้ดี หาเงินได้คล่องหรือได้ลาภลอย แบบไม่คาดฝัน แต่ไม่เหมาะกับการเสี่ยง โชคจะเข้ า เนื้ อ หมดตั ว ง่ า ยๆ  การงาน ธุ ร กิ จ ต้ อ งดู แ ลใกล้ ชิ ด และเหน็ ด เหนื่ อ ย มากหน่อย อาจต้องต่อสู้ฟาดฟันกับคู่แข่ง หลายยก อาจโดนก่อกวนให้ขุ่นใจหรือไข้ว เขว้ คนรักคุณแฟนช่วงนี้ชอบเจ้ากี้เจ้าการ มากไปหน่อย  ปล่อยเขาหรือคุณเธอบ้าง  บางทีอาจช่วยคลี่คลายเรื่องร้อนๆ ออกไป ก็ได้  บุตรบริวารช่วงนี้ดื้อรั้นถือดี ไม่ค่อย เชื่อฟังคำ�สั่ง อย่าได้วางใจ

ราศีเมถุน

(เกิดวันที่ 16 มิ.ย. - 15 ก.ค.) ชาวราศีเมถุนเป็นปีแห่งความสุขโชคลาภ ความสมหวัง  ถ้าคิดจะแต่งงานปีนมี้ เี กณฑ์ ดี ความรักสมหวังหวานชื่นจนคนอื่นต้อง อิจฉาตาร้อน  ส�ำหรับคนทีม่ บี ตุ รหลานช่วง นี้อาจเจ็บไข้ได้ป่วยให้เป็นภาระต้องดูแล อย่างใกล้ชดิ  แม้สงิ่ ของเครือ่ งใช้หรือพาหนะ  เช่นรถ ก็เกิดเหตุเสียหายให้ต้องเข้าอู่ซ่อม ได้เช่นกัน ด้านการงานยังมีเหตุให้ต้องเดิน ทางไกลเพื่อติดต่อธุรกิจเนืองๆ หรือมีงาน ที่ต้องติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษา    

ราศีกรกฎ

(เกิดวันที่ 16 ก.ค. - 15 ส.ค.)

ช่วงนี้คนราศีกรกฎดูเหมือนชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางตลอดเวลาไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน หรื อ ใกล้ ชิ ด ครอบครั ว  การเงิ น ยอบแยบ กระเป๋ า แฟบมี ร ายจ่ า ยมากกว่ า รายรั บ  บ้านแสนรักรถแสนหรูอาจต้องซ่อมแซม หรือเข้าอู่ซ่อมใหญ่ในช่วงนี้ กระทั่งตัวเอง ระยะนี้มักควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ ปาก เสียให้ตอ้ งเสียใจภายหลังบ่อยครัง้   คูค่ รอง คนรักมีเหตุให้ผดิ ใจระหองระแหงหรือสร้าง ปัญหาให้ปวดเศียรเวียนเกล้า ญาติผู้ใหญ่  มีเกณฑ์อาจเจ็บป่วย ควรหมั่นเยี่ยมเยียน ดูแลเอาใจใส่บ้าง 

ราศีสิงห์

(เกิดวันที่ 16 ส.ค. - 15 ก.ย.)

ช่วงนี้ท่านดูอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ สุขภาพทรุดโทรมอย่างน่าเป็นห่วง ความ  เครียดสะสมจนท�ำให้อารมณ์เสียไม่ได้ดงั่ ใจ เกิดโทสะบ่อยครัง้ จนคนรอบข้างเข้าหน้าไม่ ติด  ด้านการเงินก็รั่วไหลอย่างหนัก ชัก หน้าไม่ถึงหลัง  อย่ามัวแต่เอาแต่ใจตัวเอง ระบายใส่คนรอบข้าง ควรหันมาดูแลคุณ แฟนคนข้างเคียงทีส่ ขุ ภาพก็ย�่ำแย่ไม่ตา่ งกัน ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา  การงานกระจาย ให้บุตรบริวารช่วยดูแลบ้างจะช่วยแบ่งเบา ภาระจากท่านได้เป็นอย่างดี

ราศีกันย์

(เกิดวันที่ 16 ก.ย. - 15 ต.ค.)

ราศีกนั ย์พอจะหายใจทัว่ ท้องได้ไม่นาน ช่วง นี้กลับมาย�่ำแย่อีกครั้ง ทั้งสุขภาพของตัว ท่านและด้านการเงินที่ยังใช้หนี้เก่าไม่หมด หนีใ้ หม่กต็ ามมาทับถมซ�ำ้ เติมอีก หมัน่ ดูแล ตัวเองให้ดี หาอาหารเสริมบ� ำรุงก�ำลังให้ เต็มที่ เพราะการงานของท่านก�ำลังไปได้ดี เพียงต้องคอยดูงบประมาณรายจ่ายที่จะ บั่นทอนโครงการให้พังครืนได้ง่ายๆ หวัง อาศัยบุตรบริวารก็ดูเหมือนไว้ใจไม่ได้ ต้อง ลงมือท�ำเองดูแลเองเท่านั้น

ราศีตุลย์

(เกิดวันที่ 16 ต.ค. - 15 พ.ย.)

คนราศีตุลย์เหมือนอาศัยในบ้านที่เต็มไป ด้วยนักเลงและผู้ร้าย อยู่ไม่เป็นสุข มีแต่ โดนเบียดเบียนโดนรังแกถูกข่มเหงตลอด เวลา จนในทีส่ ดุ ท่านต้องเป็นฝ่ายระเห็จออก มาจากบ้านแสนรักเอง  แต่ในสถานการณ์ เช่นนีถ้ า้ ท่านตัดใจหนีออกจากวงล้อมได้ไม่ จมปลักอยู่กับปัญหา  ท่านน่าจะพบทาง สว่างไสวหรือหนทางแก้ปัญหาได้เองด้วย สติ แ ละปั ญ ญาของท่ า น หรื อ อาจได้ ค� ำ แนะน�ำทีด่ จี ากผูใ้ หญ่ซงึ่ คอยให้ความช่วยเหลือ  สนับสนุน  ด้านการเงินอาจต้องใช้จ่ายเงิน ค่อนข้างสูงกับการลงทุนบางอย่าง และยัง พอมองเห็นทางได้คืนบ้างเหมือนกัน

41

ราศีพิจิก

(เกิดวันที่ 16 พ.ย. - 15 ธ.ค.)

ท่านควรระวังดูแลธุรกิจการงานทีเ่ หมือนมี เมฆร้ายลอยทะมึนอยู่เบื้องบน อาจมีการ ซ่อนเร้นปิดบังความจริงหรือล่อลวงให้หลง ผิด ฉะนั้นเมื่อต้องตัดสินใจอย่าใช้อารมณ์ ควรไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าเชือ่ ค�ำแนะน�ำ  จากใครจนกว่าจะแน่ใจจริงๆ ไม่ควรวูว่ ามหรือ  ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ  ด้านการเงิน  พอไปได้ ไม่มอี ะไรน่าหนักใจ หรืออาจได้รบั ผลตอบแทนที่ลงทุนในระยะนี้  ทางด้าน  คู่ครองช่วงนี้อาจมึนตึงหรือพูดกันไม่ค่อย  รู ้ เ รื่ อ ง แถมชวนทะเลาะอยู ่ ร�่ ำ ไป ถ้ า ไม่ อยากเปิดศึกหลายด้านก็ควรเลี่ยงหลบไป อย่าต่อความยาวสาวความยืด

ราศีธนู

(เกิดวันที่ 16 ธ.ค. - 15 ม.ค.)

ความรักแจ่มใสซาบซ่าสดชื่น มีจังหวะดี  ที่จะตัดสินใจร่วมเรียงเคียงหมอนกับคนที่ คบกันอยู่ หรือหากยังไม่มีคู่ก็มีเกณฑ์จะได้ พบคู่หรือคนถูกใจในช่วงนี้  แต่ไม่ควรท�ำ อะไรให้ประเจิดประเจ้อหรือโจ่งแจ้งนักจะ ถูกติฉินนินทาว่าร้ายให้เสียหาย  ด้านการ งานต้องหมั่นดูแล อย่าปล่อยปละละเลย  จนเสียการ  ท่านมีเกณฑ์ต้องเดินทางไกล ในช่วงนี ้ ก่อนการเดินทางควรวางแผนและ ติดตามงาน หรือมอบหมายงานให้ชัดเจน ทัง้ ต้องหมัน่ สอบถามหรือตามงานให้ดเี พือ่ ไม่ให้เกิดความเสียหายจนโดนผูใ้ หญ่ต�ำหนิ เอาได้  

.

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


3 2 ศุขสยาม

เรื่อง : นคราภิบาล

หลักการทรงงาน

ข้อ

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “หลักการทรงงาน 23 ข้อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” นี้ เรียบเรียงจากบทความของอาจารย์พิสิฐ   เจริญสุข ทีป่ รึกษากลุม่ บริษทั เมืองโบราณ ในการสัมมนาเรือ่ ง “หลักการบริหารงานแนวพุทธ” ซึง่ จัดให้แก่คณะผูบ้ ริหาร  งานและเจ้าหน้าทีก่ ลุม่ บริษทั เมืองโบราณ เพือ่ น้อมน�ำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั สูแ่ นวทาง  การปฏิบตั หิ น้าทีแ่ ละการด�ำเนินชีวติ

� 42

5. ภูมิสังคม

1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การพัฒนาใดๆ ต้องค�ำนึงถึง (1) ภูมปิ ระเทศของบริเวณนัน้  (ดิน, น�้ำ,  ป่า, เขา ฯลฯ) (2) สังคมวิทยา (นิสัยใจคอของผู้คน ตลอดจนวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น)

การทีจ่ ะพระราชทานโครงการใดโครงการหนึง่  จะทรงศึกษาข้อมูลราย ละเอี ย ดอย่ า งเป็ น ระบบ ทั้ ง จากข้ อ มู ล เบื้ อ งต้ น  จากเอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที ่ นักวิชาการ และราษฎรในพืน้ ทีใ่ ห้ได้รายละเอียด ที่ถูกต้องเพื่อจะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน

6. องค์รวม

ทรงมีวธิ คี ดิ อย่างองค์รวม (holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ทรงมอง  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง

2. ระเบิดจากข้างใน

หมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไป พัฒนาให้มสี ภาพพร้อมทีจ่ ะรับการพัฒนาเสียก่อน มิใช่การเอาความเจริญ หรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชน หมู่บ้าน ที่ยังไม่ทันได้มี โอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว

7. ไม่ติดต�ำรา

การพัฒนาตามแนวพระราชด�ำริ มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติสงิ่ แวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยา แห่งชุมชน “ไม่ตดิ ต�ำรา” ไม่ผกู มัดกับวิชาการและเทคโนโลยีทไี่ ม่เหมาะสม กับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนไทย

3. แก้ปัญหาที่จุดเล็ก

ทรงมองปัญหาในภาพรวม (แมกโคร) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหา  จะเริ่มจากจุดเล็กๆ (ไมโคร) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะ มองข้าม “...ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก...ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน...  เพื่อให้อยู่ในสภาพที่คิดได้...”

4. ท�ำตามล�ำดับขั้น

ทรงเริม่ ต้นจากสิง่ ทีจ่ �ำเป็นทีส่ ดุ ของประชาชนก่อน ได้แก่ สาธารณสุข ต่อไปจึงเป็นเรือ่ งสาธารณูปโภคขัน้ พืน้ ฐาน และสิง่ จ�ำเป็นส�ำหรับประกอบ อาชีพ การพัฒนาประเทศต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ก่อนจึงค่อยสร้าง ค่อยเสริมความเจริญ และ เศรษฐกิจขั้นสูงโดยล�ำดับต่อไป

8. ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด

ทรงใช้หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎร สามารถท�ำได้เอง หาได้ในท้องถิ่น และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาค  นัน้ ๆ มาแก้ไขปัญหา โดยไม่ตอ้ งลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีทไี่ ม่ยงุ่ ยากนัก  “ให้ปลูกป่า โดยไม่ตอ้ งปลูก โดยปล่อยให้ขนึ้ เองตามธรรมชาติ จะได้ ประหยัดงบประมาณ”

9. ท�ำให้ง่าย - simplicity

ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพัฒนาประเทศตาม แนวพระราชด�ำริโดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน โปรดที่จะท�ำสิ่งยากให้กลาย เป็นง่าย ท�ำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย  “ท�ำให้ง่าย”

43

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


10. การมีส่วนร่วม

ทรงเป็นนักประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชน หรือ  เจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ต้อง  ค�ำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชน  “...ต้องหัดท�ำใจให้กว้างขวาง หนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็นแม้ กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟัง อย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือการระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลาก หลายมาอ�ำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความส� ำเร็จที่สมบูรณ์ นั่นเอง...”

11. ประโยชน์ส่วนรวม

“...ใครต่อใครก็มาบอกว่า ขอให้คดิ ถึงประโยชน์สว่ นรวม อาจมานึกใน ใจว่า ให้ให้ อยู่เรื่อยแล้ว ส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่า คนที่ให้เพื่อส่วน รวมนัน้ มิได้ให้แต่สว่ นรวมอย่างเดียว เป็นการให้เพือ่ ตัวเองสามารถทีม่ สี ว่ น รวม ที่จะอาศัยได้...”  (มข. 2514)  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม เป็นส�ำคัญเสมอ

13. ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ

การเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาของธรรมชาติ  หากเราต้องการแก้ไข ธรรมชาติจะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือ เช่น การแก้ไขปัญหาป่า เสื่อมโทรม โดยพระราชทานพระราชด�ำริ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก (ต้นไม้) ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟื้นฟูธรรมชาติ

14. ใช้อธรรมปราบอธรรม

ทรงน�ำความจริงในเรือ่ งความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของ ธรรมชาติมาเป็นหลักการ และแนวปฏิบัติที่ส�ำคัญในการแก้ปัญหาและ ปรับปรุงเปลีย่ นแปลงสภาวะทีไ่ ม่ปกติ เข้าสูร่ ะบบทีเ่ ป็นปกติ เช่น การน�ำ น�้ำดีขับไล่น�้ำเสีย การใช้ผักตบชวาบ�ำบัดน�้ำเสีย โดยดูดซึมสิ่งสกปรกปน เปื้อนในน�้ำ

15. ปลูกป่าในใจคน

“...เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคน  เหล่านัน้ ก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ดว้ ยตนเอง...”  การที่จะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมา จะต้องปลูกจิตส�ำนึกให้ คนรักป่าเสียก่อน

12. บริการที่จุดเดียว

ทรงให้ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ” เป็นต้น แบบในการบริหารรวมที่จุดเดียว เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนที่จะมาใช้ บริการ จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ มา ร่วมด�ำเนินการและให้บริการประชาชน ณ ที่แห่งเดียว  “...เป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่ส�ำคัญปลายทางคือ ประชาชนจะได้ รับประโยชน์ และต้นทางของเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์”

16. ขาดทุนคือก�ำไร

“...ขาดทุนคือก�ำไร Our Ioss is our gain...การเสียคือการได้ ประเทศ ก็จะก้าวหน้า และการที่คนจะอยู่ดีมีสุขนั้นเป็นการนับที่เป็นมูลค่าเงินไม่ ได้...” หลักการคือ “การให้” และ “การเสียสละ” เป็นการกระท�ำอันมีผล เป็นก�ำไร คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร  “...ถ้าเราท�ำอะไรทีเ่ ราเสีย แต่ในทีส่ ดุ ทีเ่ ราเสียนัน้ เป็นการได้ทางอ้อม ตรงกับงานของรัฐบาลโดยตรง เงินของรัฐบาล หรืออีกนัยหนึง่  คือเงินของ ประชาชน ถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดีก็ต้องลงทุน.’.”

44

17. การพึ่งตนเอง

21. ท�ำงานอย่างมีความสุข

18. พออยู่พอกิน

22. ความเพียร : พระมหาชนก

การพัฒนาตามแนวพระราชด�ำริ เพือ่ แก้ไขปัญหาในเบือ้ งต้น ด้วยการ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพือ่ ให้เขาแข็งแรงพอทีจ่ ะด�ำรงชีวติ ได้ตอ่ ไป แล้ว ขัน้ ต่อไปก็คอื  การพัฒนาให้เขาสามารถอยูใ่ นสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม และสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมส�ำราญและทรงมีความ สุขทุกคราที่จะช่วยเหลือประชาชน  “...ท�ำงานกับฉัน ฉันไม่มอี ะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันใน การท�ำประโยชน์ให้กับผู้อื่น...”

ส�ำหรับประชาชนที่ตกอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์เข็ญนั้น ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้เขาสามารถอยูใ่ นนัน้  “พออยูพ่ อกิน” เสียก่อนแล้ว จึงค่อยขยับขยายให้มีขีดสมรรถนะที่ก้าวหน้าต่อไป  “...ถ้าโครงการดี ในไม่ชา้ ประชาชนจะได้กำ� ไร จะได้ผล ราษฎรจะอยูด่ ี กินดีขึ้น จะได้ประโยชน์ต่อไป...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มท�ำโครงการต่างๆ ในระยะ แรกที่ไม่มีความพร้อมมากนัก และทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้ง สิ้น แต่พระองค์ก็มิได้ท้อพระราชหฤทัย มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเมืองให้บังเกิด ความร่มเย็นเป็นสุข

23. รู้-รัก-สามัคคี

19. เศรษฐกิจพอเพียง

รู ้ : การทีเ่ ราจะลงมือท�ำสิง่ ใดนัน้  จะต้องรูเ้ สียก่อน รูถ้ งึ ปัจจัยทัง้ หมด รู้ถึงปัญหา และรู้ถึงวิธีแก้ปัญหา รัก : เมื่อเรารู้ครบด้วยกระบวนความแล้ว จะต้องเห็นคุณค่า เกิด ศรัทธา เกิดความรักที่จะเข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ปัญหานั้นๆ สามัคคี : เมื่อถึงขั้นลงมือปฏิบัติต้องค�ำนึงเสมอว่าเราท�ำคนเดียวไม่ ได้ ต้องร่วมมือร่วมใจกัน สามัคคีกนั เป็นหมูค่ ณะ จึงจะเกิดพลังในการแก้ ปัญหาให้ลุล่วงด้วยดี

เป็นแนวทางการด�ำเนินชีวิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งหรือภูมิคุ้มกันทุก ด้าน ซึ่งจะสามารถท�ำให้อยู่ได้อย่างสมดุลในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ปรัชญานี้ได้มีการประยุกต์ใช้ทั้งระดับบุคคล องค์กร ชุมชน และทุกภาค ส่วนมาแล้วอย่างได้ผล

.

20. ความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน

“...ผู ้ ที่ มี ค วามสุ จ ริ ต และบริ สุ ท ธิ์ ใ จ แม้ จ ะมี ค วามรู ้ น ้ อ ยก็ ย ่ อ มท�ำ ประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ...” (18 มีนาคม 2533)

หมายเหตุ : ตรวจทานและอ้างอิงเนือ้ หาจากต้นฉบับเดิม คือ ประมวลค�ำบรรยายของ   นพ.  เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในการสัมมนาเรือ่ ง “องค์การทีม่ คี ณ ุ ธรรม จริยธรรม และ  ธรรมาภิบาล” จัดโดยส�ำนักพระราชวัง และเผยแพร่ตอ่ โดย มติชน

45

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


มณฑปพระพุทธบาท สระบุรี  เมืองโบราณ “รดับเปนพระมณฎป เพียงวิชยันต์พิมาน สฤษฎิสวมพระพุทธบาท ยังยอดศิขรบรร- ห้ายอดยเยี่ยมเมฆ ชวลิตพรรณราย กิ่งกาบททาบกาญ-  บราลีเยาวยง- มีบรรทจัตุราช  เครือซ้อนสลับกัน 

วรรัตโนฬาร อมรเทพปูนกัน มุนินาถจอมธรรม์ พตพิศโพรงพราย จรัสดวงวิเชียรฉาย รยับโชติสุริยงค์ จนมณีเสตารหง คช่อฟ้าปรงอนครัน วรพาดกระหนกพัน กแนะแก้วกนกกลาย”

ปุณโณวาทค�ำฉันท์ พระมหานาค วัดท่าทราย

มณฑปพระพุทธบาท สระบุร ี นับเป็นพุทธสถานส�ำคัญทีม่ มี า

ตั้งแต่สมัยอยุธยา ลักษณะเป็นมณฑปฐานสูง สร้างครอบรอยพระพุทธบาท ซึ่งอยู่บนยอดเขาพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี คุณเล็ก วิรยิ ะพันธุ ์ ได้สร้างมณฑปพระพุทธบาทขึน้ ในเมืองโบราณ โดยยึดถือ ข้อมูลตามหลักฐานทีม่ กี ล่าวไว้ใน นิราศพระบาท ของสุนทรภู ่  ปุณโณวาทค�ำฉันท์ ของพระมหานาค วัดท่าทราย และ จดหมายเหตุขนุ โขลน ซึง่ กล่าวถึงลักษณะของพระมณฑป การตกแต่งภายใน โดยเฉพาะการ ประดับกระจกเงาบนผนังและเพดาน ก่อนที่พระมณฑปจะได้รับการ บูรณะในภายหลัง พุทธศาสนิกชนสมัยก่อนนิยมสร้างรอยพระพุทธบาทให้เป็นอุท เทสิกเจดีย์ส�ำหรับสักการบูชาแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึง่ มีมาก่อนการสร้างพระพุทธรูป เพราะในอดีตไม่นยิ มสร้างรูปเหมือน หรือพระพุทธรูป จะสร้างเฉพาะส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับพระพุทธองค์ เช่น สร้างดอกบัวเจ็ดดอก และรูปพุทธมารดายืนอยู่ใต้ต้นสาละเพื่อสื่อถึง การประสูต ิ สร้างบัลลังก์ทปี่ ระทับเพือ่ สือ่ ถึงการตรัสรู ้ สร้างธรรมจักร และกวางหมอบเพื่อสื่อถึงการแสดงปฐมเทศนา เป็นต้น


ชีวิต ปลอดภัย เรื่อง : “ดาบฯ แช่ม” ภาพประกอบ : เซมเบ้

ส่วนต�ำนานการค้นพบรอยพระพุทธบาทนั้นเล่าสืบกันมาว่า มีนาย พรานชื่อ “พรานบุญ” พยายามไล่เนื้อไปตามไหล่เขา จนพบเนื้อที่ตนยิง บาดเจ็บไปกินน�้ำในแอ่งเล็กแห่งหนึ่ง แล้วบาดแผลที่ล�ำตัวก็หายไปหมด เป็นทีน่ า่ ประหลาดใจยิง่  พรานบุญจึงไปดูทแี่ อ่งน�ำ้ นัน้ พบว่า เป็นรอยพระพุทธบาท จึงน�ำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่เจ้าเมืองสระบุรี เจ้าเมืองจึงน�ำความเข้า กราบบังคมทูลฯ  เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา จึงได้ เสด็จฯ มาทอดพระเนตรจนรู้ชัดว่าเป็นรอยพระพุทธบาทตามที่อ้างถึง ในคัมภีร์ของพระสงฆ์ฝ่ายลังกาว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง เหยียบรอยพระพุทธบาทไว้ทั้งห้าแห่ง คือ เขาสุวรรณมาลิก เขาสุมนกูฎ เมืองโยนกบุร ี หาดในนัมมทานที และเขาสุวรรณบรรพต (เขาพระพุทธบาท สระบุรี) จึงโปรดให้สร้างเป็นมหาเจดีย์ มีพระมณฑปโถงสวมรอยพระพุทธบาทไว้ กัลปนาดินโดยรอบเป็นพุทธบูชา โปรดให้พระภิกษุสงฆ์อยู่ บริบาล และสร้างบริเวณราชนิเวศไว้เชิงเขาพระพุทธบาทที่ท่าเจ้าสนุก ริมแม่น�้ำป่าสัก ส�ำหรับประทับเวลาเสด็จไปบูชา แล้วโปรดให้ช่างชาว ฮอลันดาส่องกล้องท�ำถนนขึ้นไปจนถึงเขาสุวรรณบรรพต เพื่อเป็นทาง ให้พุทธศาสนิกชนไปมาได้โดยสะดวก รวมระยะเวลา 4 ปี สิ่งปลูกสร้าง เหล่านี้จึงแล้วเสร็จ พระองค์โปรดให้มีพิธีฉลองสมโภชงานพระพุทธบาท อยู่ถึง 7 วัน 7 คืน และทรงเริ่มประเพณีการเสด็จไปบูชาพระ-พุทธบาท ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีของการจาริกแสวงบุญที่ส�ำคัญที่สุดของพระมหา กษั ต ริ ย ์ ก รุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ตราบจนสมั ย รั ต นโกสิ น ทร์  และได้ ก ลายเป็ น ประเพณีของชาวบ้านแถบภาคกลางมาจนกระทั่งทุกวันนี้

หากกล่าวถึงความเป็นมาที่แท้จริง รอยพระพุทธบาทโบราณหลาย แห่งเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาของผู้คนใน ดินแดนแถบนี้  ตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิราว 2,500 ปีมาแล้วที่พ่อค้าชาว ชมพูทวีป (อินเดีย) ได้เดินทางเข้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนสิ่งของและสินค้า กับหัวหน้าชุมชนในภูมภิ าคอุษาคเนย์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เพราะเป็น แหล่งอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมีแร่ธาตุส�ำคัญ จึงพากัน เรียกภูมิภาคนี้ว่า “สุวรรณทวีป” บ้าง “สุวรรณภูมิ” บ้าง  ในครั้งนั้นหลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ราวๆ 300 ปี มีพระภิกษุสองรูป คือ พระโสณะและพระอุตตระ อาศัยเรือพ่อค้า เข้ามาเผยแผ่ศาสนาเป็นครั้งแรกที่ดินแดนสุวรรณภูม ิ ส่งผลให้พระพุทธศาสนาเริม่ ประดิษฐานลงในภูมภิ าคนี ้ ดังนัน้ คติความเชือ่ เรือ่ งพระพุทธเจ้า เสด็จเลียบโลกและทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทไว้  เชื่อได้ว่าเข้ามา พร้อมๆ กับการค้าขายทางทะเล ซึง่ มีมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็น ด้วยเงื่อนไขที่ว่าพระพุทธศาสนาสอดคล้องกับสภาพภูมิสังคมและความ เชื่อของผู้คนในดินแดนแถบนี้ พระพุทธศาสนาจึงได้ประดิษฐานอย่าง แน่นแฟ้นและมั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดกี ารจะเดินตามรอยพระพุทธองค์ไม่ใช่เรือ่ งง่าย คนโบราณ เปรียบการเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในสมัยก่อนทีห่ นทางยาก ล�ำบากว่า “ผู้ที่ได้ไปไหว้รอยพระพุทธบาทครบเจ็ดครั้ง จะได้ขึ้นสวรรค์” นั่นเพราะพุทธศาสนิกชนต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจึงจะได้บรรลุ มรรคผลนิพพาน...ได้พบพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

.

จอดรถอย่างไร ไม่ให้หาย ส�ำหรับ

คนส่วนใหญ่ การจะซื้อหารถยนต์มาใช้สักคันเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ ต้องท�ำงานหนักและอดออมแรมปี แต่โจรผู้ร้ายใช้เวลา ไม่กี่นาทีก็ขโมยน�้ำพักน�้ำแรงไปอย่างหน้าตาเฉย  เราจึงควรหาทางป้องกันไว้เสียก่อนที่เราจะเหลือเพียงลูกกุญแจไว้ให้ดูต่างหน้า และต้องผ่อน แต่ลูกกุญแจต่อไปจนครบสัญญาไฟแนนซ์โดยไม่ได้ใช้รถอีก อย่างแรกสุดที่พึงระลึกไว้เสมอคือ การจอดรถ ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถส่วนบุคคลหรือที่สาธารณะ และไม่ว่าจะจอดนานแค่ไหน ไม่ควรจอดในที่ เปลีย่ วหรือไกลจาก รปภ. ถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืนควรเป็นบริเวณทีม่ ไี ฟฟ้าส่องสว่าง  ก่อนไปจากรถ ตรวจดูวา่ ล็อกอุปกรณ์กนั ขโมยและล็อกรถเรียบร้อย แล้ว และไม่วางทรัพย์สินมีค่าล่อตาล่อใจโจร เพราะแม้ว่ารถไม่หาย แต่ทรัพย์สินมีค่าก็ยังเสี่ยงต่อการถูกขโมยได้  ส�ำหรับรถที่ล็อกด้วยรีโมต ควรดึงที่ เปิดประตูอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ารถล็อกจริงๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ โจรใช้วิธีรบกวนสัญญาณรีโมต ท�ำให้เมื่อกดรีโมตแล้วรถไม่ล็อก เมือ่ กล่าวถึงอุปกรณ์กนั ขโมย ในท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลายชนิด เช่น ทีล่ อ็ กพวงมาลัย ทีล่ อ็ กเบรกและครัชต์ ไปจนถึงทีล่ อ็ กล้อแบบทีต่ ำ� รวจ จราจรใช้ลอ็ กล้อรถทีจ่ อดอย่างผิดกฎหมาย  อันทีจ่ ริงอุปกรณ์กนั ขโมยเหล่านีไ้ ม่สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยยังช่วยถ่วงเวลาได้บา้ ง ถ้ารถรุ่นของท่านไม่มีสัญญาณกันขโมยมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานก็ควรหามาติดตั้งไว้  สมัยนี้ผู้ผลิตมักผลิตออกมาแบบตรงรุ่นโดยแทบไม่ต้องดัดแปลง ระบบไฟฟ้าในรถของเราเลย  อย่างไรก็ตามเราควรใช้อุปกรณ์กันขโมยล็อกทุกอย่างให้มากชนิดที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ เพื่อที่ว่าเมื่อโจรมาเห็นโจรจะหันไป ขโมยเป้าหมายที่ง่ายกว่า เสียเวลาน้อยกว่า

กระนั้นถ้าป้องกันเต็มที่แล้วรถยังหายอีก ให้รีบแจ้งศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ส�ำนักงานต�ำรวจ แห่งชาติ  สายด่วน 1192 และเว็บไซต์  www.lostcar.go.th หรือแฟนเพจ www.facebook.com/lostcar.1192 เพื่อช่วย ติดตามรถกลับคืนมา .

49

ตุลาคม - ธันวาคม 2556


ใบตอบรับสมาชิก

http://www.viriyah.co.th/m

ชื่อ-นามสกุล (นาย/นาง/นางสาว)................................................................................................... วัน/เดือน/ปีเกิด.............................................................................................. อายุ.......................ปี ที่อยู่เลขที่......................... อาคาร/หมู่บ้าน................................................ชั้นที่........... ห้อง............. หมู่ที่............ ซอย..................................... ถนน.............................. แขวง/ต�ำบล............................ เขต/อ�ำเภอ..........................................จังหวัด.................................... รหัสไปรษณีย์...................... โทรศัพท์บ้าน............................................. โทรศัพท์มือถือ.............................................................. โทรศัพท์ที่ท�ำงาน............................. โทรสาร.............................. อีเมล............................................ เลขทะเบียนรถ............................................

ความสุขในยามว่าง

กิจกรรมที่ท่านท�ำเป็นประจ�ำ หรือที่สนใจอยากจะท�ำเมื่อมีโอกาส (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ท่องอินเทอร์เน็ต/เล่นเกม งานประดิษฐ์และของสะสม ฟังเพลง/ดูคอนเสิร์ต ชอปปิง กิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์ ชมภาพยนตร์ ท่องเที่ยวในประเทศ วาดภาพ ความสนใจด้านการเงิน

ท�ำอาหาร/ท�ำขนม ตกแต่งบ้านและสวน รับประทานอาหารนอกบ้าน กีฬา/ฟิตเนส ความสนใจด้านธรรมะ อื่นๆ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อที่เราจะรู้จักกันมากขึ้น  แล้วส่งกลับมาที่แผนกบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน) โทร. 02 641 3500 ต่อ 7450  อีเมล crm_vmag@viriyah.co.th 

ใบอนุญาตเลขที่ ปน. (น.) 1360 ปณจ. ลาดพร้าว ถ้าฝากส่งในประเทศไม่ต้องผนึกตราไปรษณียากร

บริการธุรกิจตอบรับ

บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด (มหาชน)

ตู้ ปณ. 64  ปณจ. ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

10310

V-Magazine ปีที่ 2 ฉบับที่ 8  

V-Magazlne Issue 8