Page 1


VIBHAVADI บรรณาธิการ

We are on Social Network ทุกคำ�ถาม ยินดีตอบที่ info@vibhavadi.com

Editor’s Talk

คลิปสนทนากับแพทย์ ที่ http://www.youtube.com/user/Vibhavadi1986 คลิก Like vibhavadi fanpage ที่ www.facebook.com/hospital4 รายการ Happy & Healthy ขสทบ. FM.102 MHZ. FOLLOW@vibhavadiHosp ทุกวันเสาร์ 9.00-10.00 น.

IG : VIBHAVADI_IG LINE ID : vibhafb LINE @ : @vibhavadihospital

สวัสดีค่ะทุกท่าน พบกับเทคโนโลยี ใหม่ ในปี 61 เมื่อหมอออร์โธเป็นอัมพฤกษ์ อย่าเฉย…เมื่อชา เพราะอาการชา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสัญญาณอันตราย เจ็บหน้าอก ภาวะตัวเหลืองในทารก รักษาได้ Package วัคซีนลูกน้อย อย่ารังแก สมอง การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมในผู้ป่วยเบาหวาน เรื่องของ ไฝ 7 คำ�ถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า แนะนำ�แพทย์ ใหม่ รอบรั้ววิภาวดี

3-5 6-7 8-9 10-11 12 13 14 15 16 17 18 19

เข้าสูป่ ี 2561 ได้ไม่ทนั ไรก็จะผ่านไตรมาสแรกของ ปีแล้วนะคะ เวลาไม่เคยคอยใครเลยจริงๆ ดังนั้นสิ่งที่ ทุกท่านหวังที่จะทำ�ก็ต้องรีบทำ�แล้วโดยเฉพาะเรื่องของ สุขภาพ เพราะโรคต่างๆ มีการพัฒนาตัวเองเช่นกัน ทัว่ โลก จึงมีโรคเกิดใหม่ เชื้อดื้อยา โรคระบาดเก่าที่เวียนกลับ มาระบาดใหม่ ทั้งนี้มีแต่ความไม่น่าไว้วางใจ ทางที่ดี เราควรเตรียมพร้อมสุขภาพร่างกายที่ดีไว้ ก่อนดีกว่าค่ะ สื่อสุขภาพ อย่างเช่น วารสารฉบับนี้ ก็มีบทความ ต่างๆ ที่จะช่วยให้ความเข้าใจ ในร่างกายและดูแล ป้องกันสุขภาพให้ทุกท่านค่ะ ห่วงใยในสุขภาพของทุกท่านเหมือนเช่นเคย Info No.1

2


VIBHAVADI เทคโนโลยีใหม่วิภาวดี

บเทคโนโลยีใหม่ในปี 61 1 พบกั เครือ่ ง Focus shock wave คืออะไร เครื่องที่ท�ำการรักษาอาการปวดด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave)

เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการเรื้อรัง (มากกว่า 3 เดือน) โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการอักเสบบริเวณที่ปวด เครื่อง Shock wave มี 2 ชนิด คือ Radial shock wave และ Focus shock wave แต่เครือ่ ง Focus Shock wave มีประสิทธิสงู กว่า สามารถยิงคลืน่ ได้ลกึ กว่าและเห็นผลได้ดกี ว่าเครือ่ ง Radial shock wave

กระบวนการรักษา

การรักษาจะท�ำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลักการ ท�ำงานของเครื่อง คือ การส่งผ่านคลื่นกระแทก (Shock wave) เข้ า ไปในบริ เ วณที่ มี อ าการปวด เพื่ อ กระตุ ้ น ให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บใหม่ (Re-Injuries) ในบริเวณ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่มีปัญหาจากนั้นร่างกายจะเกิด กระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (Re-Healing) จะช่วย ลดปวดได้ โดยลดปริมาณสารสือ่ ประสาททีส่ ง่ สัญญาณปวด และกระตุน้ ให้หลัง่ สารลดปวด จึงเห็นผลได้ทนั ทีหลังรักษา (ในกรณีที่เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อยหรือเพิ่งเริ่ม มีอาการ)

ปวดข้อเท้าและฝ่าเท้า (รองช�้ำ) ปวดขาและสะโพก ปวดหลัง

เครื่อง Shock wave อันตรายไหม?

เครื่อง Shock wave เป็นเครื่องมือที่มีความ ปลอดภัยได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา และ องค์การอาหารและยาในประเทศไทย เนื่องจากไม่มีการใช้ รังสีใดๆ จึงมีปลอดภัยสูง

ความถี่ของการรักษา

ปกติจะใช้เครื่อง Shock wave 1,000-2,000 ช็อต ต่อครั้งและสามารถรักษา 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

ผลที่ได้จากการรักษาและระยะเวลาในการ แล้วท�ำไมต้องเป็น Focus shock wave รักษา เพราะ Focus shock wave สามารถน�ำพลังคลื่น ผู ้ ป ่ ว ยจะมี อ าการปวดลดลงเกื อ บ 50% หรื อ บางรายหายปวดหลังท�ำการรักษาในครั้งแรก (ในกรณีที่ เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อย หรือเพิ่งเริ่มมีอาการ) จากนั้นควรเว้นระยะการรักษาห่างออกไป 1- 2 สัปดาห์ เพือ่ ให้เวลาร่างกายซ่อมแซมการอักเสบเรือ้ รังทีเ่ ป็นอยูโ่ ดย ธรรมชาติ โดยจ�ำนวนครั้งในการรักษาทั้งหมดอยู่ที่ 2-5 ครั้งแล้วแต่ความรุนแรงของอาการ

เครือ่ ง Shock wave ใช้รกั ษาโรคอะไรบ้าง ปวดบ่า, ไหล่ ปวดข้อศอก, ข้อมือ ปวดเข่าจากเอ็นรอบเข่าอักเสบ

กระแทก ลงได้ลึกและตรงจุดกว่า โดยไม่กระจายคลื่น กระแทกออกเหมือน Radial shock wave ดังนั้นจะเห็น ประสิทธิภาพการรักษาได้ดีกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความ ช�ำนาญของแพทย์ผู้ใช้เครื่อง Focus shock wave ด้วย

ไม่ควรใช้กับ

เครื่อง Focus shock wave ไม่ควรใช้กับเด็ก, หญิงตั้งครรภ์, บริเวณที่มีการติดเชื้อ, ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้น หัวใจ, บริเวณทีม่ หี ลอดเลือดโป่งพอง, บริเวณทีม่ กี ารอักเสบ ของเส้นประสาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 1118, 1119

3


2

เครื่องเอกซเรย์ตรวจ สวนหัวใจหลอดเลือดหัวใจและ หลอดเลือดสมอง คืออะไร? เครื่องเอกซเรยตรวจสวนหัวใจหลอดเลือด หัวใจ และหลอดเลือดสมอง

เป็นเครื่องมือส�ำหรับการตรวจทางรังสี วินิจฉัยหลอดเลือด (Angiography) ถือเป็น หั ต ถการทางรั ง สี วิ นิ จ ฉั ย ที่ เ ป็ น มาตรฐานในการตรวจ วินจิ ฉัยหลอดเลือด ซึง่ ให้ความถูกต้องและแม่นย�ำมากกว่า การตรวจหลอดเลือดด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่น สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นหัตถการอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและทาง รังสีในการวินิจฉัยและรักษา รวมทั้งในผู้ป่วยบางรายที่พบ รอยโรคและไม่สามารถรักษาได้ดว้ ยการผ่าตัด หรือมีความ เสี่ยงสูงหากท�ำการผ่าตัด การรักษาด้วยหัตถการทางรังสีรว่ มรักษา (Intervention) ซึ่งเป็นหัตถการต่อยอดของทางรังสีวิทยาหลอดเลือดจะ เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคเหล่านั้น โดยทางรังสี ร่วมรักษามีชนิดของหัตถการจ�ำนวนมาก ซึ่งมีข้อดีคือ ท�ำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย และการพักฟื้น หลังหัตถการน้อย บางหัตถการท�ำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้าน ในวันเดียวได้ อาการที่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ท�ำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ มักเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปกราม แขน ล�ำคอ ท้อง หรือบริเวณหลัง อาจ มีอาการเหนือ่ ย อ่อนเพลีย ไม่มแี รง หรือหมดสติได้ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการผิดปกติของจังหวะ การเต้นของหัวใจ อาจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ หรือ เต้นไม่สมำ�่ เสมอ ท�ำให้รสู้ กึ ใจสัน่ เหนือ่ ยง่าย แน่น หน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมได้เช่นกัน โรคกล้ามเนือ้ หัวใจ เหนือ่ ยง่าย หายใจไม่อมิ่ อาการจะมากขึน้ เมือ่ ต้องออกแรงหนักๆ หากรุนแรง มากขึน้ จะเหนือ่ ยแม้ขณะนัง่ อยูเ่ ฉยๆ มีอาการบวม ตามแขน ขา หนังตา ร่วมกับอ่อนเพลีย นอนราบ ไม่ได้ และตืน่ ขึน้ มาไอในเวลากลางคืน 4

โรคหัวใจพิการแต่กำ� เนิด เกิดขึน้ เมือ่ ทารกอยูใ่ น ครรภ์มารดา อาจแสดงอาการทันทีเมื่อแรกคลอด หรือภายหลัง เช่น เหนือ่ ยง่ายเวลาออกก�ำลังกายหรือ ท�ำกิจกรรมเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน กลุ่มที่มี อาการมากจะท�ำให้เลี้ยงไม่โต ในทารกมีอาการ เหนือ่ ยขณะให้นมหรือติดเชือ้ ทางเดินหายใจบ่อยๆ เป็นต้น โรคลิน้ หัวใจ อาการขึน้ อยูก่ บั ความผิดปกติของลิน้ หัวใจทีเ่ กิดขึน้ อาจไม่แสดงอาการใดๆ หรืออาจได้ยนิ เสียงผิดปกติจากการตรวจร่างกายเท่านัน้ แต่หากมี ความผิดปกติของลิน้ หัวใจมากก็จะมีอาการเหนือ่ ย ง่าย และเกิดภาวะหัวใจวายหรือนำ�้ ท่วมปอดได้ โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ มักจะเป็นไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย เหนือ่ ยล้า หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบ เหนือ่ ย ไอเรือ้ รังแห้งๆ ขาหรือช่องท้องบวม รวมถึง มีผน่ื หรือจุดขึน้ ตามผิวหนัง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจหลอดเลือดสมองและ ท�ำการรักษาทางรังสี แก้ไขปัญหาทีเ่ กิดจากหลอดเลือดสมอง อาการทีผ ่ ดิ ปกติและเป็นสัญญาณเตือนว่ามีโอกาส เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ 1. แขน ขา อ่อนแรงครึง่ ตัว (Hemiparesis) 2. แขน ขา ชาครึง่ ซีก (Hemianesthesia) 3. พูดไม่ชดั ลิน้ แข็ง (Dysarthria) 4. พูดไม่ออกฟังไม่เข้าใจ (Aphasia) 5. ลานสายตาผิดปกติครึง่ ซีก(Homonymous Hemianopsia) 6. มองเห็นภาพซ้อน (Binocular Diplopia) 7. เดินเซ (Ataxia or Incoordination) 8. ซึมลง (Impaired Consciousness) 9. เวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 1322, 1323


3

เครือ่ งกระตุน้ สมองด้วยคลืน่ แม่เหล็ก

(Transcranial Magnetic Stimulation, TMS)

เครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก เป็นเครื่องที่อาศัยหลักการเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าผ่าน

ขดลวดเหนีย่ วน�ำเป็นคลืน่ แม่เหล็ก ซึง่ สามารถผ่านเนือ้ เยือ่ และกระโหลกศีรษะได้ ใช้ในการวินจิ ฉัยและการรักษาโรคทาง สมอง ได้แก่ โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ โรคพาร์กินสัน โรคเส้นประสาทส่วนปลาย โรคปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น และใช้ รักษาโรคซึมเศร้าได้ ด้วยโดยการพัฒนาจากการใช้กระตุน้ เส้นประสาทส่วนปลาย ซึง่ มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัยสูง

การกระตุน้ สมองด้วยคลืน่ แม่เหล็ก สามารถ ซึง่ เป็นสารสือ่ ประสาทเกีย่ วกับโรคไมเกรน อาการเจ็บปวด ท�ำได้ 2 วิธคี อื และความเครียด เป็นต้น 1. การกระตุน้ ด้วยคลืน่ ความถีส่ งู โดยใช้ความ ข้อห้าม แรงของการกระตุน้ ตัง้ แต่ 1 รอบต่อวินาทีขนึ้ ไป ส�ำหรับรักษา โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ โรคพาร์กนิ สัน ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น 2. การกระตุน้ ด้วยคลืน่ ความถีต่ ำ�่ โดยใช้ความ แรงของการกระตุน้ ตำ�่ กว่า 1 รอบต่อวินาที จะยับยัง้ การ ท�ำงานของสมองทีท่ �ำงานมากเกินไป เช่น โรคปวดศีรษะ ไมเกรน เป็นต้น

รักษาโรค

โรคซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนทีเ่ กิดขึน้ หลังอุบตั เิ หตุ ทางสมอง อาการปวดเฉียบพลันและเรื้อรัง อาการปวด จากเส้นประสาท โรคสมอง ได้แก่ โรคอัมพาต อัมพฤกษ์ โรคพาร์กนิ สัน เป็นต้น

ผูท้ ใี่ ส่เ่ ครือ่ งกระตุน้ หัวใจ (Pace maker) ผูท้ ม่ี โี ลหะ ในศีรษะ เช่น เคยผ่าตัดหลอดเลือดสมองโป่งพองและใช้ อุปกรณ์หนีบหลอดเลือด หรือตามร่างกาย โรคลมชัก

ผลข้างเคียงทีพ ่ บ

มีความร้อนบริเวณทีก่ ระตุน้ เนือ่ งจาก คลืน่ แม่เหล็ก ท�ำให้อณุ หภูมภิ ายในสมองสูงขึน้ แต่นอ้ ยมาก ปวดตึงศีรษะ บริเวณทีท่ �ำการกระตุน้ คลืน่ ไส้ วิงเวียน อาการชัก อารมณ์ พลุง่ พล่าน ส�ำหรับผูป้ ว่ ยจิตเวช

ข้อแนะน�ำหลังท�ำ

1. แพทย์จะแนะน�ำการรักษา ข้อบ่งชี้ และข้อห้าม ในการใช้เครือ่ งมือดังกล่าว วิธกี ารรักษา 2. ก่อนท�ำการกระตุ้นสมอง แพทย์จะกระตุ้น จะท�ำการกระตุน้ สมองด้วยคลืน่ แม่เหล็กวันละ 1 ครัง้ เส้นประสาทส่วนปลายก่อน เพือ่ ให้รา่ งกายรับรูแ้ ละคุน้ เคยกับ จ�ำนวนการกระตุน้ 5-10 ครัง้ (เพือ่ ให้ได้รบั ประโยชน์จากการ ความแรงและความถีข่ องการกระตุน้ รักษาได้เต็มที)่ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ต่อการรักษา 3. เมือ่ ท่านคุน้ เคยแล้ว แพทย์จะกระตุน้ สมองในส่วน 1 ครัง้ ทัง้ นีแ้ พทย์จะคอยถามและสังเกตอาการตลอดระยะ ทีเ่ กีย่ วข้องกับโรคทีเ่ ป็น เช่น อัมพาต อัมพฤกษ์ จะกระตุน้ เวลาในการกระตุน้ สมองด้านตรงกันข้ามกับอาการอ่อนแรง เป็นต้น โดยกระตุน้ ผลการรักษา ซ�้ำเป็นชุดๆ คลื่นแม่เหล็กจะส่งผลต่อ การท�ำงานของวงจร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ในสมอง มีผลต่อสารสือ่ ประสาท หลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 1214

5


VIBHAVADI อัมพฤกษ์ ภัยร้ายที่ใกล้ตัว

เมื่อหมอออร์โธเป็นอัมพฤกษ์ ปัจจุบันผมมีความสุขกับ การท�ำงานพอสมควร ให้เวลา และช่ ว ยเหลื อ ครอบครั ว มากขึ้ น มี ค วามสุ ข และความ เข้าใจกันดีมากจะไปทานอาหาร นอกบ้าน พักผ่อนกับครอบครัว สัปดาห์ละครั้ง “ข้อคิดที่ได้จากการป่วย คือ ท�ำงาน จนลืมให้เวลากับครอบครัว หาเงิน จนลืมใช้เงินเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง แข็งแรง จนลืมว่าจะเจ็บป่วยได้”

นพ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ รพ.วิภาวดี

ส�ำหรับโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่ใกล้ตัวมากคนส่วนใหญ่จะมี ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ การออกก�ำลังกายสม�่ำเสมอ พักผ่อนเพียง พอ ลดภาวะเครียด ตรวจสุขภาพประจ�ำปี จะช่วย ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้ ปัจจุบันมีวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดสมองที่ เป็นมาตรฐานและหลีกเลีย่ งการเป็นอัมพฤกษ์อมั พาต ได้ โดยการฉีดยาละลายลิม่ เลือดเมือ่ เริม่ มีอาการของ โรคหลอดเลือดสมอง ภายใน 3-4.5 ชั่วโมง แต่ผู้ป่วย ทีจ่ ะได้รบั การรักษาวิธนี ยี้ งั มีนอ้ ยกว่า 2% เนือ่ งจากไป รักษาช้าหรือมีข้อห้ามที่จะท�ำให้มีเลือดออกในสมอง ได้ เช่น มีอาการชัก ความดันสูงมาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอาการต่อไปนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

6

FAST

Face มีอาการทีใ่ บหน้า ปากเบีย้ ว มองไม่ชดั หลับตาไม่ได้ Arm ยกแขนไม่ได้ ไม่มีแรง Speech พูดไม่ชัด พูดล�ำบาก Time รี บ ไปรพ.ให้ เ ร็ ว ที่ สุ ด ไม่ เ กิ น 4.5 ชั่วโมงหรือ 270 นาที


เมื่อเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตแล้ว ต้องมองในแง่บวก ท�ำอย่างไรให้ดที สี่ ดุ ทุกข์กายแต่ไม่ทกุ ข์ใจ มีความมุง่ มัน่ ทีจ่ ะท�ำให้ดขี นึ้ เพือ่ ไม่เป็นภาระต่อครอบครัว นอกจากนั้นอาการปวดหัวมาก หมดสติ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ อ่อนแรงก็ควรรีบไปโรงพยาบาล ภายใน 270 นาทีต้ังแต่เริ่มมีอาการ แพทย์จะ ให้ ก ารวิ นิ จ ฉั ย ถ้ า ไม่ ใ ช่ โ รคหลอดเลื อ ดสมอง ก็รักษาหายได้เร็วถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองก็ สามารถรักษาลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ หรือมีโอกาสหายเป็นปกติได้ เนื่องจากเซลล์สมองเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ตายเลยไม่สามารถฟื้นคืนได้ ร่างกายจะสูญเสีย หน้าทีก่ ารท�ำงานของเซลล์สมองทีต่ ายแล้ว จากการ ศึกษาพบว่าเซลล์สมองมีการปรับตัวได้ (plasticity) ซึ่งเชื่อมสัญญาณ (Synapse) เชื่อมกับเซลล์สมอง ตัวอืน่ ท�ำงานทดแทนได้เพิม่ ขึน้ ถ้ามีการฝึกได้อย่าง เจาะจงและท�ำซ�้ำๆ เป็นพันเป็นหมื่นครั้ง จะท�ำให้ ร่างกายส่วนนัน้ ท�ำงานได้ดขี นึ้ ถ้ามีเป้าหมาย มีวนิ ยั ในการฝึกพัฒนา ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์จะ ช่วยท�ำให้การเคลือ่ นไหว การบังคับแขนขาได้มากขึน้ เมื่อเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตแล้ว ต้องมองใน แง่บวก ท�ำอย่างไรให้ดีที่สุด ทุกข์กายแต่ไม่ทุกข์ใจ มีความมุ่งมั่นที่จะท�ำให้ดีขึ้น เพื่อไม่เป็นภาระต่อ ครอบครัว และเป็นอิสระในการช่วยตัวเองให้มาก ที่สุดผมขอเป็นก�ำลังใจให้กับผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตทุกคนมีใจสู้ ดูแลให้ ดีทสี่ ดุ วันนีไ้ ม่เห็นผลไม่ใช่จะไม่ได้ผล ท�ำไปเรือ่ ยๆ อย่างต่อเนือ่ งดีกว่าไม่สแู้ ละยอมแพ้ ท�ำแล้วไม่ดขี นึ้ ก็จะไม่แย่ลงและเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก เมื่อสามารถ ฝึกจนมีชวี ติ ได้ปกติจะมีความรูส้ กึ มัน่ ใจ ภูมใิ จ ผูท้ ี่ มีประสบการณ์ตรงแบบนี้ คือผู้ที่เคยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเท่านั้นและมีก�ำลังใจสู้เต็มที่ซึ่งก็คือตัวผม นั่นเอง

ปัจจุบัน นพ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ รพ.วิภาวดี ได้ออกตรวจ วันจันทร์ เวลา 09.00-12.00 น. วันอังคาร เวลา 09.00-12.00 น. วันศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น.

7


VIBHAVADI อาการชา อย่านิ่งนอนใจ

อย่าเฉย…เมื่อชา

เพราะอาการชา อาจเป็นจุดเริ่มต้น ของสัญญาณอันตราย

ภญ.ณัฐกร จริยภมรกุล

เภสัชกร ประจำ� รพ.วิภาวดี

“ชาตามปลายมือปลายเท้า” หลายคนเคย

เกิดอาการนี้ บางคนมีอาการเพียงชั่วครู่ บางคนมี อาการนานกว่านั้น แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ก็ท�ำให้เกิด

ความร�ำคาญได้ ในระยะแรกๆ มักไม่รบกวนชีวิตมากเท่ากับอาการปวด แต่ก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาท ดังนั้นจึง ควรหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขอาการ ก่อนที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง อย่างอื่นตามมา อาการชาเป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก ซึ่ง สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้ว มือ แขน เท้าหรือ ขา เป็นอาการที่มีความรู้สึกเจ็บ ปวด ร้อน หรือเย็นน้อยกว่าปกติหรือไม่มี ความรู้สึกเลย บางคนอาจรู้สึกซ่าๆ ที่ปลายมือปลายเท้าหรือบริเวณอื่นหรือ มีอาการเหมือนมีอะไรยุบยิบๆ ตามปลายมือปลายเท้า แล้วก็หายไปหรือ เป็นตลอด ซึง่ อาการชาจะเกิดขึน้ เมือ่ เส้นประสาทส่งความรูส้ กึ ท�ำงานบกพร่อง ไปแล้วอย่างน้อย 50% โดยถ้าเส้นประสาทส่งความรู้สึกท�ำงานบกพร่องไป อย่างช้าๆ อาจไม่รู้สึกถึงความผิดปกติและมักตรวจพบได้ยาก แต่ถ้าเกิดการ บกพร่องไปอย่างรวดเร็วจะเกิดอาการที่ชัดเจน อาการมือเท้าชาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาจเกิดจากการ นัง่ หรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ท�ำให้เลือดไปเลีย้ งร่างกายไม่ทวั่ ถึง หรืออาจ มีสาเหตุจากโรคบางโรค เช่น โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท งูสวัด 8


เบาหวาน ปวดศีรษะไมเกรน ลมชัก หลอดเลือดสมอง เป็นต้น นอกจากนีก้ ารได้รบั สารอาหารไม่เพียงพอก็อาจเป็นสาเหตุของ ความเสียหายของเส้นประสาทได้เช่นกัน โดยเฉพาะการขาด วิตามิน B ต่างๆ เพราะวิตามิน B เหล่านั้นมีความจ�ำเป็นต่อ เส้นประสาทที่มีสภาพสมบูรณ์ หากรู้สึกเหน็บชาหรือมีอาการ ปวดเสียวบริเวณมือหรือเท้า นัน่ อาจแสดงว่าเส้นประสาทได้รบั การบ�ำรุงไม่เพียงพอ การบรรเทาอาการจากโรคเส้นประสาทมีได้หลายวิธ ี เริ่มแรกควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณวิตามิน B ที่เพียงพอ ซึ่ง วิตามิน B1 B6 และ B12 เป็นวิตามินที่มีส่วนส�ำคัญต่อการ บ�ำรุงรักษาเส้นประสาท เราสามารถรับวิตามินเหล่านี้ได้จาก อาหารหลายชนิด วิตามิน B1 พบได้ในธัญพืช ข้าวไม่ขัดสี สารสกัดจากยีสต์ และผลิตภัณฑ์จากถั่ว วิตามิน B6 พบได้ ในอาหารจ�ำพวกปลาทูน่า ผักโขม หรือผักตระกูลปวยเล้งและ กล้วย ส่วนวิตามิน B12 ได้จากไข่ เนือ้ สัตว์ อาหารทะเลประเภท กุ้ง ปู และผลิตภัณฑ์นม วิตามิน B1 หรือไทอามีน (Thiamine) ท�ำหน้าที่ สร้างชัน้ ทีป่ กป้องเส้นประสาทขณะทีม่ กี ารรับส่งกระแสประสาท ผ่านระบบสังเคราะห์สารสือ่ ประสาท การขาดไทอามีนจึงท�ำให้ เกิดการท�ำลายเส้นประสาท สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผปู้ ว่ ยเป็น อย่างมากและรบกวนกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงการ ท�ำงานของระบบกล้ามเนือ้ และระบบประสาท นอกจากนีอ้ าจส่ง ผลต่อระบบเมแทบอลิซมึ ท�ำให้ระบบย่อยอาหารท�ำงานผิดปกติ และลดการเผาผลาญกลูโคส ท�ำให้ระดับน�้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ควบคุม และท�ำให้เกิดโรค เส้นประสาทในที่สุด สัญญาณเตือนว่ามีอาการขาดวิตามินบี 1 เช่น รู้สึก เหนื่อยง่าย เริ่มเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน สมองมึนงง ความคิดสับสนวกวนจากการเสือ่ มสภาพของระบบ ประสาท หากขาดรุนแรงก็อาจจะท�ำให้เกิดอาการทางการ เคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน เหน็บชา (beriberi) เป็นต้น วิตามิน B6 หรือไพริด็อกซีน (Pyridoxine) มีส่วนช่วยในการขนส่งกลูโคสในร่างกาย การขาดวิตามินนี้ ท�ำให้ระดับน�้ำตาลในเลือดสูงเนื่องจากร่างกายไม่สามารถ

เปลี่ยนเป็นพลังงานได้ โดยระดับน�้ำตาลในเลือดอาจ ท�ำลายระบบประสาท ท�ำให้เกิดโรคเส้นประสาทได้ การขาดวิตามิน B6 เป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดโรค ปลายประสาทอักเสบในผู้ป่วยเบาหวาน วิ ต ามิ น B12 หรื อ โคบาลามิ น (Cobalamin) มีความส�ำคัญอย่างมากต่อระบบ ประสาท โดยส่งเสริมให้เกิดการสร้างและเจริญเติบโต ของเซลล์ประสาท เมือ่ ขาดวิตามิน B12 เป็นเวลานาน เนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มและป้องกันเส้นประสาทเกิดการ เปลี่ยนแปลงท�ำให้เกิดโรคเส้นประสาทขึ้น วิตามิน B ทั้งหมดเป็นวิตามินละลายน�้ำ วิตามินที่เกินจ�ำเป็นซึ่งร่างกายไม่ได้ใช้ก็จะถูกขับ ออกทางเหงื่อ หรือปัสสาวะ ดังนั้นจึงจ�ำเป็นต้อง ได้ รับ วิ ต ามิ น อย่ างเพี ย งพอ ถ้ าอาหารมี ป ริ มาณ วิตามินไม่เพียงพอ อาจจะรับประทานอาหารเสริม เพื่อให้ได้รับวิตามิน B1 B6 B12 ให้เพียงพอต่อ การบ�ำรุงเส้นประสาท การเปลี่ ย นรู ป แบบการใช้ ชี วิ ต ประจ�ำวั น เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การลดการดื่มเครื่องดื่มที่มี แอลกอฮอล์ และออกก�ำลังกายสม�่ำเสมอมีส่วนช่วย ได้ แม้แต่เพียงการปรับเปลี่ยนง่ายๆ เช่น การสวม รองเท้าที่สบายและเหมาะสม หลีกเลี่ยงการนั่งเป็น เวลานาน และการแก้ไขท่าทางในชีวติ ประจ�ำวันก็ชว่ ย ป้องกันการท�ำลายของประสาทได้ หากมีโรคประจ�ำ ตัวเป็นเบาหวานการควบคุมน�้ำตาลในเลือดเป็นสิ่ง ส�ำคัญเช่นกัน เอกสารอ้างอิง -หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://

www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=34 -Aminoff MJ, Asbury AK. Numbness, tingling, and sensory loss. In: Fauci AS, Braunwald E, Kasper DL, Hauser SL, Longo DL, Jameson JL, et al, editors. Harrison’s principles of internal medicine, 17thed. New York: McGraw-Hill; 2008; 154-8. -Lacy CF, Armstrong LL, Goldman PP, Lance LL. Drug information handbook with international trade names index. 21thed. Ohio: Lexicomp; 2012-2013.

9


VIBHAVADI อาการเจ็บหน้าอก

พญ.จุฑาทิพย์ งามวิเศษกุล

อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจำ�รพ.วิภาวดี

เจ็บหน้าอก

อาการเจ็บหน้าอก หลายคนต้องตกใจ

กลัวว่า ต้องเป็นโรคหัวใจแน่เลยยิง่ ถ้าอาการ เกิดบ่อยๆ ด้วยความมั่นใจเรื่องสุขภาพที่ แข็งแรงนัน้ ย่อมหายไปเลย แต่เกิดความวิตก กังวลเข้ามาแทนที่ ซึง่ จริงๆ แล้วอาการเจ็บ หน้าอกนั้น อาจมาจากโรคหัวใจหรือไม่ได้ ให้อยูใ่ นเกณฑ์มาตรฐาน ออกก�ำลังกายในระดับทีเ่ หมาะสม มาจากโรคหัวใจ เสมอไป เพราะมีหลายปัจจัย ไปตรวจสมรรถภาพหัวใจบ้างปีละครั้ง เพื่อให้แพทย์ได้ ในการเกิดได้ ดังนี้ แนะน�ำวิธีการดูแลตัวเอง ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการเจ็บ 1. หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

อาการของโรคจะท�ำให้เจ็บแน่นหรืออึดอัดบริเวณ หน้าอก ปวดเมื่อยหัวไหล่ ปวดกราม หรือจุกบริเวณ ลิ้นปี่ ซึ่งอาการแบบนี้จะเป็นมากขณะออกก�ำลังกาย เป็น อาการเจ็บหนักๆ เหมือนมีอะไรมาทับหรือรัดบริเวณกลาง หน้าอกใต้กระดูก บางคนมีร้าวไปบริเวณคอ กราม ไหล่ และแขนทั้ง 2 ข้าง โดยเฉพาะข้างซ้าย อาการจะทุเลาลง เมือ่ ได้นงั่ พักหรืออมยา Nitroglycerin ซึง่ เราก็สามารถดูแล ตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ ด้วยการควบคุมน�้ำหนัก 10

หน้าอกและการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

2. เจ็บหน้าอกจากอาการแสบร้อนที่หน้าอก หรือลิ้นปี่

ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อน เมื่อกระเพาะ อาหารของคุ ณและกรดในกระเพาะอาหารที่ ช่ ว ยย่ อ ย อาหาร กลับดันกลับเข้าไปในหลอดอาหาร หลอดที่เชื่อม ต่อ ล�ำคอกับกระเพาะอาหาร และจากกรดในกระเพาะ มีความเป็นกรดสูงมาก จึงเป็นเหตุให้คุณรู้สึก แสบร้อน หลังกระดูกหน้าอกของคุณ ซึ่งภายในกระเพาะอาหาร นั้นเรียงรายไปด้วยเยื้อหุ้มชั้นดีที่ช่วยป้องกันไม่ให้ฤทธิ์


กัดกร่อนของกรดมาท�ำลายได้ ขณะที่หลอดอาหารไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากอาการเกิดขึน้ สัปดาห์ละ 2 ครัง้ หรือมากกว่า คุณอาจมีโรคกรดไหลย้อน Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) เกิดขึ้นแล้ว ต้องได้ รับการรักษา มิฉะนั้นอาจเกิดโรคหอบหืด แน่นหน้าอก ซึ่งอาจเพิ่ม โอกาสในการพัฒนาเป็นมะเร็งชนิดที่หายยากได้

3. กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกได้รับบาดเจ็บ

หรือที่เราเรียกกันแบบธรรมดาว่า “กล้ามเนื้อหน้าอกฉีก” เป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อยในการเล่นกีฬา สามารถ เกิดได้ทงั้ ในระหว่างฝึกซ้อม หรือในระหว่างการแข่งขันทีต่ อ้ งใช้กล้าม เนือ้ อย่างหนัก ซึ่งมีปัญหามาก โดยในนักกีฬาจะมีโอกาสบาดเจ็บซ�้ำ ได้สูง และมีอาการปวดเรื้อรังได้

4. ความรู้สึกที่ไม่สบายภายในหน้าอก

ซึ่งในบางครั้งก็ไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจจะเกิดจากการที่เรา เคยกระทบกระเทือนในบริเวณนั้นมาก่อน อาการจะทุเลาลงเมื่อได้ กินยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบ

5. โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

หากคุณเป็นอีกคนที่ก�ำลังต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสในช่วงสอง สามวันทีผ่ า่ นมานี้ คุณก็อาจจะมีอาการเจ็บปวดแปล๊บๆ ทีห่ น้าอกได้ เพราะมันเป็นผลข้างเคียงที่ท�ำให้เกิดการอักเสบในชั้นเนื้อเยื่อรอบ หัวใจ นอกจากนีย้ งั รวมไปถึงความผิดปกติของภูมติ า้ นทานทีบ่ กพร่อง ด้วย เช่นโรคลูปัส และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ถึงแม้ว่าเยื่อหุ้มหัวใจ อักเสบมักจะไม่เป็นพิษเป็นภัยมากนัก แต่มันจะส่งผลต่อคุณภาพ ของชีวิตของคุณ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพื่อการรักษา ที่ถูกต้อง

6. โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ

โรคของเยื้อหุ้มหัวใจอาจท�ำคุณมีไข้และมีอาการเจ็บหน้าอก ได้ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุที่ท�ำให้สมรรถภาพการ ท�ำงานของร่างกายลดลง ควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเลาะเยื่อ หุ้มหัวใจที่หนาออกไป ก็จะช่วยลดอาการเจ็บหน้าอกให้ดีขึ้นได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์หัวใจ รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 1322, 1323

11


VIBHAVADI ภาวะตัวเหลือง

ภาวะตัวเหลืองในทารก

รักษาได้ พญ.นฎาประไพ ไกรศรศิลป์

50%

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดพบได้ โดยค่าสารเหลืองทีเ่ ราเห็นทีผ ่ วิ เด็กวัดได้จากการตรวจค่า บิลิรูบินในเลือด ซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือด แดงในเด็ก ค่าบิลิรูบิน นี้จะถูกก�ำจัดโดยตับ และขับออก ทางล�ำไส้ ผ่านทางอุจจาระของทารก

กุมารแพทย์ สาขาทารกแรกเกิด และปริกำ�เนิด รพ.วิภาวดี

มี ค� ำ กล่ า วว่ า ให้ พ าทารกออกแดดก็ จ ะ ดีขนึ้ เรือ่ งนีค้ ณุ หมอบอกว่าก็ชว่ ยได้บา้ ง แต่ทจี่ ริง สาเหตุหลักแบ่งออกเป็น 2 กลุม่ กลุม่ แรก

คือภาวะตัวเหลืองแบบปกติ (Physiologic jaundice) จะไม่มอี นั ตราย ส่วนอีกกลุม่ คือภาวะตัวเหลืองแบบไม่ปกติ (Pathologic jaundice) เป็นอันตราย ทราบสาเหตุชัดเจน เกิดจากสาเหตุดังนี้ 1. มีการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงที่เพิ่มขึ้น 2. การที่ตับท�ำงานผิดปกติ 3. การที่ทารกได้กินนมมารดา สาเหตุสุดท้ายนี้ กลไกไม่ได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร วิ ธี ก ารรั ก ษา ถ้ า กลุ ่ ม ปกติ เมื่ อ ทารกอายุ 7-10 วัน ค่าเหลืองจะค่อยๆ ลดลงเอง ส่วนในกลุม่ อันตราย ต้ อ งรั ก ษา โดยมี เ กณฑ์ ก ารรั ก ษาตาม (American academy of Pediatric) ซึ่งมี 2 วิธีหลักในการรักษาคือ 1. ถ้าค่าเหลืองไม่สูงมากเราจะส่องไฟ จะท�ำให้ ค่าเหลืองลดลง 2. ถ้าระดับค่าเหลืองสูงมาก หรือรักษาโดยการ ส่องไฟแล้วไม่ลด จะต้องท�ำการรักษาโดยการเปลี่ยนถ่าย เลือด 12

ความเข้มแสงของแสงแดดกับความเข้มแสงของไฟ ที่เราใช้รักษานั้นคนละความเข้มแสงกัน และระยะ เวลาในการส่องไฟแตกต่างกัน ฉะนัน้ จะช่วยรักษา ได้ 100% เลยก็คงมิใช่ วิธีสังเกต คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกต จากสีผวิ ลูกบริเวณใบหน้า, ล�ำตัว และขา ถ้าสังเกต ว่าผิวของลูกเหลืองมาถึงล�ำตัวแล้วควรพากลับมา โรงพยาบาลเพื่อเจาะเลือดตรวจเพิ่มเติม

คุ ณ แม่ บ างท่ า นกั ง วลว่ า จะต้ อ ง หยุดให้นมช่วงส่องไฟหรือไม่ คุณหมอ

แนะน�ำว่า คุณแม่สามารถหยุดให้นมจากอกเมื่อมี ค่าเหลืองสูงถึงค่าที่ก�ำหนดเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง จนค่าเหลืองลดลงเป็นปกติก็กลับมาทานนมแม่ได้ คุณแม่ไม่ต้องกังวล และถ้าค่าเหลืองลดลงแล้ว ทารกจะไม่กลับมาเป็นภาวะตัวเหลืองอีก

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกกุมารเวช รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 4220, 4221


Package Vaccine 1 เดือน - 1 ป อายุ 1 เดือน 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 1 ป

วัคซีน Engerix B Pentaxin/Infanrix IPV HIB Hexaxim/Infanrix IPV HIB Hexaxim/Infanrix Hexa MMR JE

ราคา 6,899.Package Vaccine 1 เดือน - 1 ป (แบบมีวัคซีนเสริมโรตา) อายุ 1 เดือน 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 1 ป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และปรึกษาเร�องการรับวัคซีนของลูกนอยไดที่

วัคซีน Engerix B Pentaxin/Infanrix IPV HIB RotariX/Rotateq Hexaxim/Infanrix IPV HIB RotariX/Rotateq Hexaxim/Infanrix Hexa Rotateq 3 ครั้ง MMR JE

ราคา 9,399.-

แผนกกุมารเวช รพ.วิภาวดี ทุกวัน ตั้งแตเวลา 08.00-20.00 น.


VIBHAVADI อย่ารังแกสมอง

อย่ารังแก

สมอง “สมอง”

เป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุด ชิ้นหนึ่งในร่างกายของมนุษย์ และมีความละเอียดอ่อนมากที่สุด เช่นกัน หน้าที่ของสมองคือเป็นศูนย์กลางควบคุมสั่งการการ เคลือ่ นไหวและพฤติกรรม ซึง่ จ�ำเป็นอย่างยิง่ ทีต่ อ้ งดูแลให้สมองไม่ บอบช�้ำเสียหาย มีการวิจัยว่าเพียงแค่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิต ประจ�ำวันอาจจะเป็นอันตรายต่อสมองได้อย่างที่คาดไม่ถึง บางสิ่งอาจไม่คาดคิดว่าจะรังแกสมองของเราได้ เช่น การกินน�้ำตาล

มากเกินไปและเป็นประจ�ำจะท�ำให้ร่างกายดูดซับสารอาหารและโปรตีนน้อยลง อาจเกิด ภาวะขาดสารอาหารไปพัฒนาสมอง หากงดมื้อเช้าด้วยอาจท�ำให้ระดับน�้ำตาลในเลือดลด ลง ไม่สามารถจัดความสมดุลของสารอาหารทีจ่ �ำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนีก้ ารสูดอากาศที่ ปนเปือ้ นจะลดปริมาณออกซิเจนเข้าสูร่ า่ งกายท�ำให้ประสิทธิภาพสมองลดลง ใครทีช่ อบคลุม หน้าและศีรษะขณะนอนหลับอาจสูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปอย่างไม่รู้ตัว อดนอน ติดกันบ่อยๆอาจท�ำให้เซลล์สมองตาย อาจน�ำไปสู่ปัญหาด้านการหายใจและการมองเห็น ยิง่ สูบบุหรีก่ ม็ คี วามเป็นไปได้วา่ โรคอัลไซเมอร์และโรคภาวะสมองเสือ่ มจะตามมา กินอาหาร แบบไม่บันยะบันยังก็มีสิทธิ์ ท�ำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว การเข้าสังคมก็ส�ำคัญ ถ้าเราเป็นคนพูดคุยน้อยหรือไม่คุยกับใครเลย “สมองจะขาดการกระตุ้นและออก ก�ำลัง” ใช้โทรศัพท์มอื ถือเป็นเวลานานก็มอี นั ตราย เนือ่ งจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจะแผ่รงั สี อาจท�ำให้ปวดหัวและมึนงง ควรใช้หฟู งั เพือ่ พูดคุยหรือเปลีย่ นเป็นการส่งข้อความสนทนาจะ ดีกว่า และอย่าเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือเสื้อ การดูแลสมองไม่ใช่เรื่องยากจุดง่ายๆที่เราไม่ควรมองข้ามเพื่อความสุขในการใช้ ชีวิตค่ะ ที่มา:เว็บไซต์ไทยรัฐ

14


VIBHAVADI รองเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม ในผู้ป่วยเบาหวาน เท้าเป็นอวัยวะที่ส�ำคัญ ท�ำหน้าที่รองรับ น�ำ้ หนัก และเคลือ่ นไหว แต่เรามักไม่ให้ความส�ำคญ ั กับ การดูแลสุขภาพเท้าอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุม่ ผูป้ ว่ ย

เบาหวานที่เริ่มมีอาการเท้าชา เท้าผิดรูปจ�ำเป็นต้องได้รับการดูแล สุขภาพเท้าและเลือกรองเท้าสวมใส่อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อ ป้องกันการเกิดแผลที่เท้า และลดอัตราการสูญเสียเท้าหรือถูกตัดขา ข้อแนะน�ำการเลือกรองเท้าที่ดีและเหมาะสม รองเท้าควรท�ำด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่น เช่น หนังแท้ หนังสังเคราะห์ เป็นต้น รองเท้าควรจะพอดีทั้งขนาดและรูปร่างไม่คับหรือหลวม สังเกตความกว้างภายในให้เหมาะสม กับเท้าโดยเฉพาะส่วน หน้า ควรเลือกชนิดหัวโต กว้างพอให้นวิ้ เท้าสามารถขยับได้ รองเท้าต้องมีสายรัดส้นหรือหุม้ ส้น เพราะผูเ้ ป็นเบาหวานทีม่ ี ปัญหาเท้าชาเวลาเดินใส่รองเท้าแตะแล้วจะหลุดง่าย ต้อง ปรับตัวโดยการจิกนิ้วเท้ากับรองเท้าท�ำให้มีแรงกดมากซึ่งมี โอกาสเกิดแผลได้ ควรเป็นชนิดที่มีเชือกผูก เพื่อให้ปรับได้ง่ายเวลาเท้าขยาย ในรองเท้าควรบุให้นิ่มและเรียบ โดยเฉพาะส่วนพื้นที่รับเท้า ต้องยืดหยุ่น รองเท้าวิ่ง ส่วนนี้ควร 5-10 มิลลิเมตร เทคนิคการเลือกซื้อรองเท้า เลือกซื้อรองเท้าให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น รองเท้ากีฬา รองเท้าใส่ในบ้าน ควรเลือกซื้อรองเท้าในช่วงเวลาบ่าย เนื่องจากขนาดเท้าจะ ขยายมากในช่วงบ่าย

รองเท้าแต่ละแบบ มีส่วนหน้ารองเท้ากว้าง ไม่เท่ากัน ควรทดสอบโดยใช้กระดาษแข็ง วาดรอบเท้าแล้วสอดแผ่นกระดาษเข้าไปใน รองเท้า ถ้าแผ่นกระดาษม้วนตัวหรือมีรอยย่น แสดงว่าแคบไป วิธีใช้รองเท้าคู่ใหม่ เมื่อได้รองเท้าคู่ใหม่ ควรเริ่มต้นใส่เดินในวัน แรกประมาณ 30 นาที จากนั้นให้ตรวจว่ามี รอยแดงถลอกหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่ารองเท้านี้ คับไปควรน�ำแก้ไข หรือหาคู่ใหม่ ในกรณีรองเท้าไม่มีปัญหา ให้ค่อยๆ เพิ่ม เวลาการใช้รองเท้าในวันที่ 2 เป็น 1 ชั่วโมง และค่อยๆ เพิ่มเวลาใช้งาน ทั้งหมดใช้เวลา ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนใส่รองเท้าทุกครั้ง ให้เคาะรองเท้าและ ตรวจดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในรองเท้า หรือไม่ เช่น เศษดิน หิน เป็นต้น ต้องสวมใส่รองเท้าตลอดเวลาทั้งในและนอก บ้าน ห้ามสวมใส่รองเท้าเปิด โดยเฉพาะแบบคีบ สวมถุงเท้าทุกครั้งที่ใส่รองเท้า อ.นพ.เอกชัย เพชรล่อเหลียน ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เอกสารอ้งอิง เทพ หิมะ และคณะ,(2543) แผลที่เท้า,ใน เทพ หิมะทองค�ำ และ คณะ(บรรณาธิการ),กรุงเทพมหานคร:วิทยพัฒน์ อาจารย์สมเกียรติ มหาอุดมพร, (2546) แสงเทียน ฉบับที่ 19

15


VIBHAVADI เรื่องของไฝ

“เรื่องของ ไฝ”

ไฝ คือ ภาวะหนึง่ ของร่างกายทีบ่ ริเวณนัน้ ๆ มีการรวมกลุม่ กันของเซลล์สร้างเม็ดสีหรือ เซลล์ไฝ (Nevus cell) ท�ำให้เห็นไฝเป็นสีด�ำ หรือสีน�้ำตาล อาจเป็นจุดเรียบหรือตุ่มนูน

พญ.ชนาทิพย์ ญาณอุบล

อายุรศาสตร์ สาขาตจวิทยา รพ.วิภาวดี

ไฝแบ่งตามชนิดที่เป็นได้ 2 ประเภท

1. ไฝตั้งแต่แรกเกิด มักมีขนาดโตตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป เป็น ก้อนนูน อาจมีขนขึ้นบริเวณไฝด้วย 2. ไฝที่เกิดขึ้นภายหลัง มัก เป็นบริเวณที่โดนแสงแดด มักมีขนาด เล็ก เรียบ ถ้าเป็นไฝที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ผิวเรียบและไม่มีการ เปลี่ยนแปลง จะเรียกว่า ขี้แมลงวัน ถ้าไฝมีลักษณะนูน โตเร็ว แตกเป็นแผล ควรมาพบแพทย์ ไฝบางประเภทอาจกลายเป็นมะเร็งของผิวหนังได้ สาเหตุที่แน่นอน ยังไม่ทราบแน่ชัด ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผิวหนังถูกกับสิ่งกระตุ้นเป็นเวลา นานๆ เช่นถูกแสงแดดจัดๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี ถูกถูไถจนเป็น แผลเป็นเวลานาน หรือ ถูกสารเคมี เป็นต้น

ลักษณะไฝที่ต้องเฝ้าระวังคือ

1. Asymmetry เมื่อแบ่งครึ่งจะไม่สมมาตร ครึ่งหนึ่งของไฝจะแตก ต่างจากอีกด้านหนึ่ง 2. Border ขอบเขตของไฝไม่สม�่ำเสมอ ขอบเขตไม่ชัดเจน 3. Color มีหลากหลายสีหรือสีไม่สม�่ำเสมอ 4. Diameter ขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร 5. Evolving ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงของสี รูปร่าง ขนาด โตเร็ว ผิดปกติ หรือ มีเลือดออก

วิธีการรักษา

1. กรณีไฝอันตราย ควรพบแพทย์เพื่อเก็บตัวอย่างผิวหนัง ตัดชิ้นเนื้อ ไปตรวจทางพยาธิวิทยา 2. กรณี ไ ฝธรรมดาหรื อ ขี้ แ มลงวั น สามารถก�ำจั ด ออกได้ ด ้ ว ย คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser) เป็นการใช้ความร้อนจี้เซลล์ไฝออก ไป หลังการรักษาแผลจะเป็นสะเก็ดอยู่ประมาณ 5-7 วัน การดูแลผิวหลังท�ำเลเซอร์ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ไม่จ�ำเป็นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยคล�้ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผิวหนัง รพ.วิภาวดี โทร. 02-561-1111 ต่อ 1123 16


VIBHAVADI 7 ค�ำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า

7ที่น่าสนใจเกี ค�ำถาม ่ยวกับ

โรคพิษสุนัขบ้า ตอนนีโ้ รคพิษสุนขั บ้าก�ำลงั ระบาด เรามาดูการสังเกตุ เพื่อรับมือกับโรคกันดีกว่า 1.Q : สัตว์อะไรบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคพิษสุนัขบ้า? A: พบมากคือ สุนขั รองลงมาจะมีทงั้ แมว วัว ม้า ลิง ทีพ่ บบ่อย 2.Q : ถ้าถูกกัดมีโอกาสเป็นโรคพิษสุนขั บ้าเพียงใด? A: ถ้าไม่ทราบว่าสัตว์เป็นโรคหรือไม่ ต้องคิดว่าสัตว์เป็นโรคไว้กอ่ น

โอกาสเป็นโรคประมาณ 35% ขึน้ กับบริเวณทีถ่ กู กัด บริเวณหน้า 88% ทีข่ า 21% และถ้าแผลลึกมีโอกาสมากกว่า

3.Q : เชือ้ ติดต่อมาสูค่ นได้อย่างไร? A: เชือ้ ไวรัสจะอยูใ่ นนำ�้ ลาย แต่อาจเข้าทางบาดแผลหรือรอยข่วน นอกจากนีย้ งั เข้าได้ทางเยือ่ เมือก(mucosa) ได้แก่ เยือ่ บุตา

4.Q : ถูกสุนขั บ้ากัด นานเท่าใดจึงมีอาการ? A: ระยะเวลาตัง้ แต่ได้รบั เชือ้ จนกระทัง่ ปรากฏอาการ จะแตกต่างกัน มาก ส่วนมากมักมีอาการในช่วงระหว่าง สัปดาห์ที่ 3 จนถึงเดือนที่ 4

5.Q : สุนขั ทีเ่ ป็นโรคอาการเป็นอย่างไร? A: อาการของโรคแบ่งได้ 2 แบบ คือ แบบดุรา้ ย (พบบ่อย) แบบซึม

จะแสดงอาการไม่ชดั เจน แบ่งได้ 3 ระยะ 1. ระยะอาการน�ำ สุนขั จะมีพฤติกรรมเปลีย่ นไป เช่น จาก เคยเชือ่ ง ชอบเล่นกลายเป็นซึม กินข้าวกินนำ�้ น้อยลง ใช้เวลา 2-3 วัน 2. ระยะตืน่ เต้น เป็นอาการทางระบบประสาท สุนขั จะ กระวนกระวาย ไม่อยูน่ งิ่ กัดทุกอย่างทีข่ วางหน้า ตัวแข็ง นำ�้ ลายไหล ลิน้ ห้อย ต่อมามีกล้ามเนือ้ แขนขาอ่อนแรง ทรงตัวไม่ได้ ล้มแล้วลุกไม่ ขึน้ ก่อนเข้าระยะท้าย 3. ระยะอัมพาต จะเกิดอาการอัมพาตทัว่ ตัว ถ้ามีอาการ อัมพาตสุนขั จะตายใน 24 ชม. รวมระยะเวลาทีเ่ ริม่ มีอาการจนถึงตาย จะไม่เกิน 10 วัน ส่วนใหญ่ตายใน 4-6 วัน และ ในสุนขั ทีเ่ ป็นโรค พิษบ้าจะไม่แสดง อาการกลัวนำ�้ ให้เห็น

6. Q : อาการพิษสุนขั บ้าในคนเป็นอย่างไร?

แบ่งได้ 2 แบบคล้ายสัตว์ คือ แบบกระสับกระส่าย, ดุรา้ ย (เกิดจาก เชื้อไวรัสเพิ่มจ�ำนวนอยู่ในสมองมาก) แบบนี้พบได้บ่อยและ แบบ อัมพาต (เกิดจากเชือ้ ไวรัสเพิม่ จ�ำนวนมากในไขสันหลัง) อาการใน คนแบ่งได้ 3 ระยะ 1. ระยะอาการน�ำ จะเริม่ มีไข้ อ่อนเพลียคล้ายไข้หวัด อาจ มีปวดท้องคลืน่ ไส้อาเจียน อาการทีแ่ ปลกไป คือ อารมณ์เปลีย่ นแปลง กังวล กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

นพ.ธเนศ พัวพรพงษ์

ศัลยแพทย์รพ.วิภาวดี อาการน�ำทีช่ ดั เจนทีพ่ บบ่อยในคนไทย คือ อาการ คันรอบๆ บริเวณทีถ่ กู กัด หรือคันแขนขาข้างทีถ่ กู กัด อาจ มีอาการชา เจ็บเสียวรอบๆบริเวณทีถ่ กู กัด 2. ระยะอาการทางระบบประสาท แบ่งย่อยได้เป็น อาการกลัวน�้ำ จะมีอาการตึง แน่นใน ล�ำคอ กลืนอาหารแข็งได้ แต่กลืนอาหารเหลวล�ำบาก เวลา กินน�้ำจะส�ำลักและเจ็บปวดเนื่องจากกล้ามเนื้อในล�ำคอ กระตุกเกร็ง บางคนทีก่ ล้ามเนือ้ ควบคุมสายเสียงเป็นอัมพาต จะได้ยนิ คล้ายเสียงหมาเห่าหอ ผูป้ ว่ ยจะตายใน 2-3 วัน หลังจากมีอาการกลัวน�ำ้ อาการกลัวลม ผูป้ ว่ ยจะสะดุง้ ผวาเมือ่ ถูก ลมพัด อาการประสาทไว ผูป้ ว่ ยจะกลัว สะดุง้ เกร็ง ต่อสัมผัสต่างๆ ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่อยากให้ใครมาถูกต้องตัว อาการคลุม้ คลัง่ ประสาทหลอน ผูป้ ว่ ย อาจอาละวาด ดุรา้ ยน่ากลัว อาการอืน่ ๆ เช่นมาด้วยอัมพาต 3. ระยะสุดท้าย ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว เข้าสู่ระยะ โคม่าในผูป้ ว่ ยทีไ่ ม่ได้รบั การรักษา จะมีชวี ติ ไม่เกิน 7 วัน หลังจากเริม่ อาการน�ำและอยูไ่ ม่เกิน 3 วัน หลังมีอาการ ทางระบบประสาท 7.Q : ควรปฏิบตั ติ วั อย่างไรเมือ่ ถูกสุนขั ข่วน, กัด ? A: 1. รีบล้างแผลด้วยนำ�้ และสบูห่ ลายๆครัง้ พยายาม ล้างให้เข้าถึงรอยลึกของแผล ท�ำความสะอาดซำ�้ ด้วยนำ�้ ยา ฆ่าเชือ้ เช่น 70% alcohol 2. ถ้าสามารถเฝ้าดูอาการสัตว์ ควรกักขังและเฝ้า ดูอาการอย่างน้อย 10 วัน และกรณีทสี่ ตั ว์ตาย ควรน�ำส่ง เพือ่ ตรวจหาเชือ้ ด้วย 3. ควรรีบพบแพทย์ เพือ่ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษ สุนขั บ้า และ วัคซีนป้องกันบาดทะยักทันที ไม่จ�ำเป็นต้อง รอให้สนุ ขั มีอาการก่อน เพราะระยะฟักตัวทัง้ ในคนและสัตว์ ไม่แน่นอน (เป็นช่วงทีก่ ว้าง)คนอาจมีอาการก่อนสัตว์ได้ 4. กรณีทเี่ ป็นแผลฉีกขาด อาจท�ำแผลไปก่อน โดย ยังไม่ตอ้ งเย็บแผลเนือ่ งจากแผลสกปรก โอกาสติดเชือ้ จะสูง มากโดยเฉพาะถ้าเย็บแผล 17


VIBHAVADI แนะน�ำแพทย์ใหม่

นพ.ประทีบ นภาธาราทิพย์ / Dr.Prateep Napatharatip,M.D.

รังสีแพทย์ สาขารังสีวิทยาวินิจฉัย ประจำ� ว.38217 จบแพทยศาสตร์บณั ฑิต จากคณะแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มหาวิทยาลัยมหิดลเมือ่ พ.ศ.2552 ได้รับวุฒิบัตร สาขารังสีวิทยาวินิจฉัย จากรพ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อ พ.ศ.2555 ปัจจุบันเป็นรังสีแพทย์ สาขารังสีวินิจฉัย ประจำ�โรงพยาบาลวิภาวดี

เวลาออกตรวจ (ออกตรวจที่แผนก X-RAY) วันจันทร์ เวลา 07.30-15.30 น. วันอังคาร เวลา 07.30-15.30 น. วันพุธ เวลา 07.30-15.30 น. วันพฤหัสบดี เวลา 07.30-11.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.

นพ.ศรัณย์ องค์ชยั วัฒนะ / Dr.Sarun Ongchaiwattana,M.D.

ศัลยแพทย์ทั่วไป ประจำ� ว.38546 จบแพทยศาสตร์บณั ฑิต (เกียรตินยิ มอันดับสอง) จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมือ่ พ.ศ.2552 ได้รับวุฒิบัตร สาขาศัลยศาสตร์ จากรพ.พระมงกุฎเกล้า พ.ศ.2559 ปัจจุบันเป็นแพทย์ศัลยกรรม ประจำ�ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

เวลาออกตรวจ (ออกตรวจที่ศูนย์ศัลยกรรม) วันจันทร์ เวลา วันอังคาร เวลา วันพุธ เวลา วันพฤหัสบดี เวลา วันศุกร์ เวลา วันเสาร์ เวลา วันอาทิตย์ เวลา

07.00-17.00 น. 07.00-09.00 น. 07.00-16.00 น. 07.00-09.00 น. 07.00-09.00 น. 07.00-09.00 น. 07.00-22.00 น.

แพทย์หญิงปณัชยา น้อยวงศ์ / Dr.Panutchaya Noivong,M.D.

อายุรแพทย์ สาขาประสาทวิทยา ประจำ� ว.39326 จบแพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2553 ได้รับวุฒิบัตร สาขาประสาทวิทยา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2557 ปัจจุบันเป็นอายุรแพทย์ประสาทวิทยา ประจำ�ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

เวลาออกตรวจ (ออกตรวจที่ศูนย์สมองและระบบประสาท) วันอังคาร เวลา วันพุธ เวลา วันพฤหัสบดี เวลา วันอาทิตย์ เวลา

18

09.00-18.00 น. 09.00-20.00 น. 07.00-17.00 น. 08.00-18.00 น.


VIBHAVADI รอบรั้ววิภาวดี

พิธลี งเสาเอกอาคารพลาซ่า รพ.วิภาวดี พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานกิตติมศักดิ์ (คนที่ 3 จากซ้าย) พลตรีสรุ ยิ ะ ผลากรกุล ประธาน กรรมการบริษทั (คนที่ 1 จากขวา) เข้าร่วมพิธี ลงเสาเอก โดยคุ ณ ชั ย สิ ท ธิ์ วิ ริย ะเมตตากุ ล ประธานกรรมการบริหาร/กรรมการผู้จัดการ (คนที่ 3 จากขวา) เป็นตัวแทน ทำ�พิธพี ราหมณ์ ลงเสาเอกอาคารพลาซ่า เมื่อวันที่ 4 เดือน 4 ปี 2561 ซึง่ เป็นอีกหนึง่ ความภาคภูมใิ จ ในความ ก้าวหน้าและการเจริญเติบโตของธุรกิจ รพ.วิภาวดี

มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ พลตรีสุริยะ ผลากรกุล ประธานกรรมการบริษัท, คุณชัยสิทธิ์ วิรยิ ะเมตตากุล ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และพลโทพร้อมพงษ์ พีระบูล ผอ.รพ. พร้อมคณะผูบ้ ริหารมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม และเครื่องวัดความดันรวมมูลค่า 200,000 บาท ให้ กั บ โรงพยาบาลสมเด็ จ พระยุ พ ราชธาตุ พ นม โดยมี คุ ณ สิ ริ กุ ล ฤทธิ ธ าดา พยาบาลวิ ช าชี พ ชำ�นาญการ และคุณวัชราภรณ์ ธนะนู เป็นตัวแทน รั บ มอบอุ ป กรณ์ ดั ง กล่ า ว เพื่ อ นำ � ไปใช้ กั บ ผู้ ป่ ว ย ติดเตียงและผู้ป่วยโรคเรื้อรังภายในโรงพยาบาล

บรรยายวิชาการที่ประเทศพม่า คณะแพทย์ผเู้ ชีย่ วชาญประจำ�รพ.วิภาวดี นำ�โดยนพ.ประสาท เหล่าถาวร อายุรแพทย์ สาขาโรคหั ว ใจ พร้ อ มกั บ นพ.ปิ ย ะพั น ธ์ ธาราณัติ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ได้ไป บรรยายให้ ข้ อ มู ล ในเรื่ อ งศั ก ยภาพของ ศูนย์หัวใจและศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ของโรงพยาบาลให้ กั บ ลู ก ค้ า ชาวเมี ย นมาร์ ณ โรงแรม Hiton Mandalay เมืองมัณฑะเลย์ และเพื่ อ รองรั บ ผู้ ป่ ว ยที่ มี จำ � นวนมากขึ้ น รพ.วิ ภ าวดี จึ ง ได้ ทำ � การเปิ ด สาขาย่ อ ยขึ้ น ณ เมืองย่างกุง้ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพ พม่า 19


vibhavadi Magazine Volume100  

vibhavadi Magazine Volume100

vibhavadi Magazine Volume100  

vibhavadi Magazine Volume100

Advertisement