Issuu on Google+

VIBHAVADI

บรรณาธิการ

Editor talk We are on Social Network ทุกคำถาม ยินดีตอบที่ info@vibhavadi.com คลิก Like vibhavadi fan page ที่ www.facebook.com/hospital4 รายการ Happy & Healthy ขสทบ. FM.102 MHZ. FOLLOW@vibhavadiHosp ทุกวันเสาร์ 9.00-10.00 น.

รู้จักโรคที่มาพร้อม ปลายฝน มหัศจรรย์...กับลูกแฝด 5 ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก & ผ่าตัดผ่านกล้อง ทางนรีเวช โปรแกรมคลอดเหมาจ่าย Health Tips ตอน เคล็ดลับขับรถช่วงหน้าฝน เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) กฎของการกินผลไม้ โรคตาแดง โรคไข้เลือดออก การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง Electroencephalogram (EEG) ยากิโซบะ อาหารเพื่อสุขภาพ แนะนำแพทย์ ใหม่ ตอบดีมีรางวัล รอบรั้ววิภาวดี

2

3 4 6 8 9 10 12 13 14 16 17 18 18 19

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน อันวันคืนผ่านไป ไวเหมือนโกหกจริงๆ นะคะ ย่างสู่เดือนที่ 8 แล้วทุกๆท่าน ได้ทำอะไร ตามที่หวัง ตั้งใจแล้วหรือยัง Info. เตือน เพราะว่าหลายท่านคงจะ ยังยุ่งๆ ใช้เวลาไปอย่างไม่มีคุณค่า จนลืมนึกถึงเรื่องที่ อยากจะทำ หรือเรื่องที่ทำแล้วมีประโยชน์ต่อตนเอง หรือผู้อื่น วันแม่ในเดือนสิงหาคม ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่นำมา ซึ่งความสุขความอบอุ่นใจในครอบครัว เพราะเป็นช่วง เวลาที่ลูกๆได้ทำสิ่งดีๆให้กับแม่ Info. เชื่อว่าวันแม่ หรือวันครอบครัว มีอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ในวันแม่ ที่ถูกกำหนดขึ้น 12 สิงหาคม 55 นี้ เป็นวันที่จะย้ำ เตือนถึงพระคุณแม่ให้มากขึ้นเท่านั้น วารสารของเรา ฉบั บ นี้ จึ ง เน้ น ในเรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ เพศแม่ คื อ ผู้หญิงนั่นเอง ผู้หญิงเราต้องสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เพราะถ้ า มี โ อกาสได้ เ ป็ น “คุ ณ แม่ ” เมื่ อ ไหร่ ก็ พ ร้ อ ม ทุ่มเทลมหายใจเพื่อลูกรัก แต่ผู้หญิงก็ควรเตรียมพร้อม สุขภาพร่างกายให้ดีด้วย นอกจากนี้ยังมีสาระในเรื่อง โรคที่มาตามช่วงฤดูกาลอีกด้วย ที ม งานหวั ง เป็ น อย่ า งยิ่ ง ว่ า ทุ ก ท่ า น จะใช้ วารสาร Vibhavadi.com ฉบับนี้ เป็นคู่มือสุขภาพ ประจำบ้านของคุณตลอดไป Happy & Healthy ค่ะ Info No.1

VIBHAVADI

โรคในฤดูฝน

รู้จักโรค ที่มาพร้อม ปลายฝน นพ.มนตรี  วงศ์นิราศภัย อายุรแพทย์ รพ.วิภาวดี

ช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลง  อาจทำให้ ร่ า งกายปรั บ สภาพไม่ ทั น และทำให้ เ จ็ บ ไข้

ได้ป่วยได้ง่าย โรคที่มาพร้อมกับช่วงเวลานี้ ได้แก่

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด หัด-เยอรมัน  สุกใส และอุจจาระร่วง

สาเหตุและอาการ ไข้ ห วั ด และไข้ ห วั ด ใหญ่ เกิ ด จากเชื้ อ ไวรั ส ซึ่ ง สามารถติดต่อกันได้ง่าย เชื้อเข้าสู้ร่างกายทางจมูก ปาก และตา เชื้ออยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ที่ไอ จาม นอกจากนี้ เชื้อยังอาจติดอยู่กับภาชนะ ของใช้  หรื อ พื้ น ผิ ว ที่ เ ปื้ อ นน้ ำ มู ก น้ ำ ลายของผู้ ป่ ว ย โรคนี้ แ พร่ กระจายอย่ า งกว้ า งขวางในสถานที่ ที่ มี ค นแออั ด และ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก  อาการแสดงออก คือ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ  จาม เจ็บหรือแสบคอ อาจมีอาการหนาวสั่นด้วย และ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการรุนแรงกว่า คือ  มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และมักมีอาการ คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ถ้าพักผ่อนเพียงพอ และได้รับการ รักษาอย่างถูกวิธี  ผู้ป่วยจะหายจากโรคได้ในเวลา 5-7 วัน บางรายอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หลอดลม อักเสบ คออักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะกลุ่ม เสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน โรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด ปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคตับ โรคไต

เบาหวาน ฯลฯ รวมทั้งเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

การป้องกันและรักษา

1.

หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับผู้ป่วย รวมทั้ง

ไม่ ใ ช้ สิ่ ง ของรวมกั บ ผู้ ป่ ว ย เช่ น จาน ช้ อ นส้ อ ม

แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ถ้ามีผู้ป่วยในบ้าน ควร ให้ปิดปากด้วยหน้ากากอนามัย เวลาไอหรือจาม  ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์

เจลทำความสะอาดมือ ขณะที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ควรหลีกเลี่ยง

การเข้าไปในสถานที่ที่มีคนแออัด อากาศถ่ายเท

ไม่สะดวก หมั่ น ดู แ ลรั ก ษาสุ ข ภาพร่ า งกายอยู่ ส ม่ ำ เสมอ

กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้อบอุ่น และไม่ใส่เสื้อผ้า ที่เปียกชื้น เมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัด ควรนอนพักมากๆ และ

ดื่มน้ำบ่อยๆ ถ้าตัวร้อนมาก กินยาลดไข้ และผ้า ชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หรือถ้าอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการไอมาก ขึ้น แน่นหน้าอก มีไข้นานเกิน 2 วัน ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และมีประวัติใกล้ชิด

กับผูท้ เี่ ป็นไข้หวัดใหญ่ ควรไปพบแพทย์ทนั ที

2. 3. 4. 5. 6.

3

VIBHAVADI

ตามติด...ชีวิตแฝด 5

มหัศจรรย์...

แฝด 5

กับ บทบาทคุณแม่มือใหม่ เนื่องจากวารสาร Vibhavadi.com ฉบับ

ที่แล้ว เราได้สัมภาษณ์ ครอบครัว ศิริบัญชาวรรณ

ที่ประสบความสำเร็จได้ทารกแฝด 5 คน (ชาย 2 คน หญิง 3 คน) จากการทำเด็กหลอดแก้ว ที่ศูนย์รักษา ผู้ มี บุ ต รยากและผ่ า ตั ด ผ่ า นกล้ อ งทางนรี เ วช รพ.วิ ภ าวดี ตอนนี้ น้ อ งทั้ ง 5 คน อายุ เ กื อ บ

4 เดือนแล้ว กำลังน่ารักน่าชังเชียว คุณปฐมพล

และคุณเกี้ยวกุ้ง ศิริบัญชาวรรณ คุณพ่อ-คุณแม่ ของแฝด 5 บอกกั บ เราว่ า ลู ก ๆ ทุ ก คนสุ ข ภาพ

แข็งแรงดี ประกอบกับในเดือนสิงหาคม เป็นเดือน ของวันแม่ เราเลยขอสัมภาษณ์คุณแม่มือใหม่ อย่าง คุ ณ เกี้ ย วกุ้ ง ว่ า มี วิ ธี ก ารเลี้ ย งลู ก แฝดทั้ ง 5 คน อย่างไรบ้าง

4

คุณปฐมพล-คุณเกีย้ วกุง้ ศิรบิ ญ ั ชาวรรณ

น้องผูห้ ญิงคนโต ชือ่ น้องเอวี่ คนที่ 2 ชื่ อ น้ อ งแอลลี่ ผู้ ช ายคนที่ 3 ชื่ อ น้ อ ง

แอนดรูว์ ผู้ชายคนที่ 4 ชื่อน้องแอนดริว และลูกสาวคนที่ 5 ชื่อ น้องเอมม่า ตอนนี้น้องทั้ง 5 คน เป็นอย่างไรบ้างคะ ? “ตอนนี้ลูกๆ อายุเกือบ 4 เดือนแล้วค่ะ สุขภาพ

แข็งแรง สมบูรณ์ดที กุ คนค่ะ แล้วลูกก็ได้ทานนมแม่ทุกคน เราได้จ้างพี่เลี้ยงมา 3 คน แล้วก็มีคุณยายและตัวดิฉัน ด้วย ช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 5 คนค่ะ” น้องแฝดทัง้ 5 คน จะร้องไห้ งอแง ตอนไหนมาก ทีส่ ดุ คะ ? “ลูกจะร้องพร้อมๆ กันเลยค่ะ เวลาที่พวกเขาหิว แล้วก็ปวดท้อง ซึ่งคุณพ่อของเค้ามักจะบอกว่า เวลาที่ ลูกๆ ร้องพร้อมกันดังเหมือนเมโลดี้เพลงเลยค่ะ”

คุณพ่อมักจะบอกว่า เวลาที่ลูกๆ ร้ อ งพร้ อ มกั น ดั ง เหมื อ นเมโลดี้ เพลงเลย คุณแม่เริ่มวางแผนการเลี้ยงน้องๆ ไว้บ้างหรือ ยังคะ ? “ที่คิดไว้ตอนนี้นะคะ ก็คือถ้าพวกเค้าโตขึ้น ต้อง ทำบ้านใหม่ ขยายบ้านค่ะ และคงจะให้เรียนหนังสือใน โรงเรียนแถวๆ บ้าน เพราะสะดวกดีและดิฉันจะเลี้ยง พวกเขาให้ดีที่สุด แล้วก็เลี้ยงแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนที่ คุณแม่เลี้ยงดิฉันมานั่นแหละค่ะ แต่ว่าที่ทำแล้วตอนนี้คือ คุณพ่อเค้าซื้อรถตู้ใหม่ 1 คัน เพื่อที่จะพาลูกๆ ไปไหนมา ไหนจะได้สะดวกมากขึ้น” คุณพ่อช่วยเลี้ยงน้องๆ บ้างไหมคะ ? “ปกติ คุ ณ พ่ อ ต้ อ งไปทำงาน แต่ ช่ ว งที่ ก ลั บ จาก ทำงานก็มาช่วยเลีย้ งบ้าง ก็ชว่ ยอุม้ ลูกๆ ทัง้ 5 คน เรียกว่า ช่วยเท่าที่ทำได้นั่นแหละค่ะ” วางแผนอนาคตให้ลูกๆ อย่างไรบ้างคะ ? “ไม่ ไ ด้ ว างเลยค่ะ โตขึ้นพวกเค้าอยากทำอะไร อยากเรียนอะไร ก็แล้วแต่พวกเค้าเลยไม่บังคับค่ะ ขอแค่ ให้พวกเค้าเป็นคนดี และไม่สร้างปัญหาให้กับสังคมก็ เพียงพอแล้ว”

ในอนาคตอยากจะมีลูกเพิ่มอีกไหมคะ ? “ดิฉันได้คุยกับสามีแล้วค่ะ ว่าเราอยากจะมีลูกอีก อาจจะอีกซัก 1-2 คน เพื่อที่จะให้ ลูกๆ แฝด 5 ได้มี น้องๆ กัน แต่น่าจะเว้นไปซัก 4-5 ปี รอให้พวกเค้าโต ก่อน” คุณเกี้ยวกุ้งพูดพร้อมกับอมยิ้ม ในฐานะที่เป็นคุณแม่ที่วัยรุ่นมาก แถมยังเป็นคุณ แม่มือใหม่ด้วย รู้สึกอย่างไรคะที่ต้องเลี้ยงน้อง แฝดทั้ง 5 คน ? “รู้สึกเหนื่อยมากค่ะ แต่เป็นการเหนื่อยที่มีความสุข มากที่สุด ยิ่งเห็นพวกเค้าโตขึ้นทุกวัน ก็ยิ่งมีความสุขค่ะ และดิฉันอาจจะโชคดีที่มีพี่เลี้ยง และคุณยายมาช่วยเลี้ยง ด้วย แต่เวลาที่จะพาพวกเค้าเดินทางไปไหนแต่ละครั้ง

ก็ต้องมีการวางแผนการเดินทางก่อน เพราะจะวุ่นวาย มาก อย่างกับเวลาที่ต้องพามาพบแพทย์ที่รพ.วิภาวดี

ก็ต้องพาลูกๆ สลับวันกันมาค่ะ แต่โดยภาพรวมแล้ว ครอบครัวเรามีความสุขมากๆ ค่ะ” นี่ คื อ ความรู้ สึ ก ของคุ ณ เกี้ ย วกุ้ ง คุ ณ แม่ น้ อ ง แฝดทั้ง 5 คน และสำหรับครอบครัวน้องแฝด 5 นี้ ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์มากๆ และเมื่อไหร่..ที่มีปาฏิหาริย์

เกิดขึ้น ปาฏิหาริย์นั้นก็ย่อมจะสร้างให้มีแต่ความสุข... ศู น ย์ รั ก ษาผู้ มี บุ ต รยากฯ รพ.วิ ภ าวดี รู้ สึ ก ยิ น ดี แ ละ ภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัว ศิริบัญชาวรรณ สมบูรณ์และมีความสุขค่ะ Info No.3

5

VIBHAVADI

เติมฝัน...ให้เป็นจริง

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก & ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช ศูนย์รกั ษาผูม้ บี ตุ รยาก & ผ่าตัดผ่านกล้อง ทางนรีเวช รพ.วิภาวดี ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2547 โดยทีมสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก & ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช และทีมนักวิทยาศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลีย้ งตัวอ่อน เรามีห้องปฏิบัติการเลี้ยง ตั ว อ่ อ นและห้ อ งผ่ า ตั ด พร้ อ มอุ ป กรณ์ ที่ ทั น สมั ย อย่ า ง

ครบถ้วน ในการช่วยให้การรักษาภาวะมีบุตรยากให้เป็น ไปอย่างสมบูรณ์ 

การบริการ

การผ่าตัดส่องกล้อง ทีมแพทย์รักษาผู้มีบุตรยาก ผ่าตัดผ่านกล้องทาง นรีเวช มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญในการผ่าตัด

6

จุลศัลยกรรม ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องผ่านช่อง ท้องเพื่อรักษาท่อนำไข่ตีบตัน รวมถึงการผ่าตัดเนื้องอก และเลาะพังผืดที่มดลูก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการฝังตัวของ ตัวอ่อน ซึ่งเรียกว่า ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การรักษาโดยใช้ฮอร์โมน การรักษาภาวะมีบุตรยากโดยใช้ฮอร์โมนนั้น เพื่อ เป็นการกระตุ้นไข่ ให้มีการเจริญของถุงไข่หลายใบด้วย เครื่องอัลตราซาวด์ นอกจากนี้ยังเป็นการปรับสมดุลใน ร่างกายให้เป็นปกติ ส่งผลให้มีรอบการตกไข่เป็นไปตาม ธรรมชาติ ทำให้มีโอกาสที่จะมีบุตรได้

การใช้ เ ทคโนโลยี ช่ ว ยการเจริ ญ พั น ธุ์ สำหรั บ คู่ สมรสที่อยู่ภาวะมีบุตรยากนั้นมีอยู่หลายวิธี ได้แก่ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (Intra Uterine

Insemination หรือ IUI) การทำกิฟท์ (Gamete IntraFollopain Transfer

หรือ GIFT) การทำซิฟท์ (Zygote IntraFollopain Transfer

หรือ ZIFT) การทำเด็กหลอดแก้ว (InVitro Fertilization and

Embryo Transfer หรือ IVF& ET) การทำอิ๊กซี่ (IntraCytoplasmic Sperm Injection

หรือ ICSI) การตรวจวิเคราะห์คณ ุ ภาพน้ำเชือ้ (Semen analysis) น้ำอสุจิประกอบด้วยของเหลว ที่หลั่งออกมาจาก ท่อในถุงอัณฑะและตัวอสุจิ โดยปกติจะมีตัวอสุจิอยู่ในน้ำ อสุจิประมาณ 20 ล้านตัวต่อ ลบ.ซม.หรือมากกว่า ใน การตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อในเพศชาย นอกจากการนับ จำนวนตัวอสุจิแล้ว ยังตรวจดูการเคลื่อนไหว และความ ผิดปกติ ในรูปร่างส่วนหัว คอ และหางของตัวอสุจิด้วย  ดั ง นั้ น ที ม การรั ก ษาผู้ มี บุ ต รยาก จึ ง มี บ ริ ก ารตรวจ วิเคราะห์คุณภาพของน้ำเชื้อ (Semen analysis) ด้วย เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้อง แม่นยำ การตรวจทางนรีเวชวิทยา การรักษาโดยอาศัยกลไกของธรรมชาติ การรักษาอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง การรักษาเนื้องอกในสตรี การตรวจภายในเพื่อวิเคราะห์คุณภาพของรังไข่

ท่อนำไข่ มดลูก เจาะเลือดดูความผิดปกติของ

ร่างกายและฮอร์โมนสตรี การตรวจทางสูติศาสตร์ การฝากครรภ์ การคลอดบุตร

การบริการอื่นๆ ทีมการรักษาผู้มีบุตรยาก & ผ่าตัดผ่านกล้องทาง

นรีเวช มีการให้บริการแช่แข็งอสุจิและตัวอ่อน (AH) เพื่อเก็บรักษาคุณภาพของอสุจิ และตัวอ่อนด้วยการ

แช่แข็ง ด้วยอุณหภูมติ ดิ ลบ เพือ่ การนำกลับมาใช้อกี ครัง้ ในกรณีที่คู่สมรสต้องการมีบุตรอีกในครั้งหน้า ศูนย์รกั ษาผูม้ บี ตุ รยาก & ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช รพ.วิภาวดี เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น. สอบถามข้อมูล ได้ที่ โทร. 0-2561-1111 ต่อ 1234-5     E-mail : fertility@vibhavadi.com  www.vibhavadi.com/fertility

7

โปรแกรมคลอดเหมาจ า ย เพราะลูก.. คือ คนสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม รพ.วิภาวดี ชวยใหคุณสามารถ ประมาณคาใชจายได ดวยโปรแกรมคลอดเหมาจาย

คลอดโดยวิธีปกติ

คลอดโดยการผาตัด

28,900 บาท

43,900 บาท

แบบเหมาจาย

โดยการนอนพัก หŒองเดี่ยว ที่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน

แบบเหมาจาย

โดยการนอนพัก หŒองเดี่ยวที่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน

*ไม‹รวมค‹าบริการแพทยผูŒช‹วย

เง�อนไขเพิ่มเติมในการคลอดเหมาจาย 1. ในกรณีที่คลอดปกติไม‹ไดŒ ตŒองผ‹าตัดคลอด ราคา 43,900 + 3,000 บาท เปšน 46,900 บาท 2. คลอดปกติ + ฉีดยาบลอคหลังเพื่อระงับความเจ็บปวดราคา 28,900 + 3,500 บาท เปšน 32,400 บาท  3. กรณีคลอดปกติ + ฉีดยาบลอคหลังเพื่อระงับความเจ็บปวด แต‹ไม‹สามารถคลอดเองไดŒ ตŒองผ‹าตัดคลอด ราคา 43,900 + 3,500 + 3,000 บาท เปšน 50,400 บาท  4. กรณีผ‹าตัดคลอด + ทำหมัน ราคา 43,900 + 4,000 บาท เปšน 47,900 บาท 5. ในกรณีที่จำเปšนตŒองมีแพทยช‹วยผ‹าตัด เพิ่ม 3,500 บาท

*มีรายละเอียดและเงื่อนไขตามที่รพ.กำหนด

สอบถามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ ศูนยสูติ-นรีเวช รพ.วิภาวดี โทร.0-2561-1111 ตอ 1421-2

VIBHAVADI

Health Tips

เคล็ดลับขับรถในช่วงหน้าฝน

เชื่อนะว่า มีหลายท่านที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน

เนื่องจากในช่วงหน้าฝนนี่แหล่ะเป็นช่วงที่ ทุ่งหญ้า ป่าไม้ กำลังเขียวขจี ดังนั้นหน้าฝนจึงเหมาะแก่

ผู้ที่ ช อบการท่ อ งเที่ยวในเชิงธรรมชาติเป็นที่สุ ด แต่ ใ นการเดิ น ทางในช่ ว งนี้ ก็ ถื อ ว่ า เป็ น ช่ ว งที่

ไม่ค่อยจะปลอดภัยต่อผู้ที่ ใช้รถใช้ถนนมากนัก เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก

1.

ขณะที่ฝนตกหรือหลังฝนหยุดตก บางจุดของ

ผิ ว ถนนมี น้ ำ ท่ ว มขั ง การขั บ ต้ อ งใช้ ค วาม ระมัดระวังเพิ่มขึ้น การขับด้วยความเร็วสูงผ่านจุดที่มี

น้ำขังเป็นอันตรายอย่างยิง่ อาจทำให้รถยนต์แฉลบหรือเสีย การทรงตัวได้ง่าย นอกจากนั้น อาจทำให้น้ำพุ่งกระจาย ขึ้นมาเต็มกระจกบังลมหน้า และไม่สามารถมองเห็นทาง ข้างหน้าได้ ซึ่งอันตรายมาก หากจุดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ใกล้ทางเดินเท้า การ

ใช้ความเร็วต่ำและความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ น้ำกระเด็นไปโดนคนเดินบนทางเท้า เป็นมารยาทที่ควร ปฏิบัติ ขณะที่ ก ำลั ง ขั บ ลุ ย น้ ำ ควรใช้ ค วามเร็ ว ต่ ำ

ป้ อ งกั น ไม่ ใ ห้ น้ ำ เข้ า สู่ ร ะบบจุ ด ระเบิ ด จน เครื่องยนต์ดับ และขับทิ้งระยะจากรถคันหน้าพอสมควร เมื่อต้องขับสวนกันควรชะลอความเร็ว โดยเฉพาะสวนกับ รถยนต์ขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้ระลอกคลื่นเข้าปะทะ ด้านหน้าจนทำให้เครื่องยนต์ดับ และถือเป็นมารยาทที่ ควรปฏิบัติเช่นกัน

2. 3.

4.

หลังผ่านการลุยน้ำหรือผิวถนนที่มีน้ำท่วมขัง

ประสิทธิภาพของระบบเบรกจะลดลงจากเดิม การแตะเบรกเบาๆ ขณะขับ ช่วยไล่ความชื้นออกจาก ดิสก์หรือดรัมเบรก รวมถึงผ้าเบรก แต่ข้อควรระวัง คือ ระมัดระวังรถยนต์ที่ตามมาข้างหลัง ควรเลือกจังหวะ เบรกให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เมื่อหมดหน้าฝน ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่

ห���ือเปลี่ยนทุก 1 ปี เพราะความชื้นที่เพิ่มขึ้น 1% โดยน้ำหนัก ทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกลดลง

30-50 องศาเซลเซียส เสียค่าน้ำมันเบรก 100-200 บาท แต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเบรกได้มาก เคล็บลับที่ไม่ลับง่ายๆ เช่นนี้จะช่วยให้การเดินทาง ท่ อ งเที่ ย วของท่ า น เป็ น การท่ อ งเที่ ย วที่ ป ลอดภั ย ไร้ อุบตั เิ หตุ แถมยังสนุกกับการเดินทางในทริปนัน้ เป็นทีส่ ดุ

5.

ขอบคุณข้อมูล www. pateawthai.com

9

VIBHAVADI

อาการเล็กๆ ที่ ไม่ควรไว้ใจ

เยื่Endometriosis อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

โรคฮิตของคุณผู้หญิง นพ.ธีรศักดิ์  ธำรงธีระกุล

สูต-ิ นรีแพทย์และแพทย์ศนู ย์รกั ษา ผูม้ บี ตุ รยากฯ รพ.วิภาวดี

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่คืออะไร เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ Endometriosis หมายถึง การที่มีเซลล์คล้ายกับเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญขึ้นที่อื่น นอก เหนือจากในโพรงมดลูกที่มันควรอยู่  (พบได้ 3-18% ในสตรี ทั่วไป) การเจริญผิดที่นี้แบ่งเป็น 1. อยู่ในเนื้อมดลูก (Endometriosis interna หรือ Adenomyosis) หมายถึง เยื่อบุโพรงมดลูกมันเจริญแทรก เข้าไปอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูกแทนที่ จะอยู่แต่เพียงผิวด้านใน ของมดลูกเท่านั้น Adenomyosis แบ่งออกเป็น 2 แบบที่รวม กันอยู่เป็นกลุ่มก้อนเฉพาะที่ (Localized) หรือแบบที่มัน กระจายกันอยู่ทั่วเนื้อมดลูกทั้งก้อน (Overanalyzed) ทำให้ เนื้อมดลูกโตขึ้นเฉพาะที่หรือโตขึ้นทั้งก้อน เวลาตรวจจะพบ ว่ามดลูกโตขึ้นคล้ายกับโรคเนื้องอกมดลูก 2. อยู่นอกมดลูก (Endometriosis externa หรือ เรียก Endometriosis เฉยๆ) คือ เยื่อบุโพรงมดลูกไปขึ้น นอกจากในเนื้อมดลูก  มักขึ้นที่รังไข่  ท่อมดลูก  เส้นเอ็นของ มดลูก หรือนานๆ ก็พบว่ามีบ้างที่ตับ  กระบังลมปอด  หรือ เนื้อปอด หรือขึ้นที่แผลที่เคยผ่าตัดช่องท้อง

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เกิดขึ้นได้อย่างไร เชื่อกันว่าเกิดจากตอนที่มีประจำเดือน เยื่อบุโพรง มดลูกที่หลุดออกมาพร้อมกับเลือดไหลย้อนกลับไปทางท่อนำ ไข่  ทำให้เข้าไปในช่องท้องบริเวณอุ้งเชิงกรานได้ (เพราะ ปลายท่อนำไข่เปิดอยู่) ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นกับการมีประจำ เดือนของคนทั่วไป 70-80% (ที่เลือดไหลย้อนเข้าไปในอุ้งเชิง กราน) แต่ไม่ทุกคนที่เป็น

10

อาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  แบ่ง ได้เป็น 4 อย่าง 1. อาการปวด ได้แก่ การปวดประจำเดือน ปวดท้อง น้อยเรื้อรัง ปวดเวลาถ่ายอุจจาระ (โดยเฉพาะเวลาท้องผูก) ปวดเวลาปัสสาวะ หรือปวดปัสสาวะตลอดเวลา ปวดทีบ่ ริเวณ แผลผ่าตัดหน้าท้อง (ซึง่ มักปวดมากเวลามีประจำเดือน) ปวด เวลามีเพศสัมพันธ์ (และ/หรือหลังจากนัน้ )   การเกิดอาการปวดเนื่องจากมีสารเคมีเกิดขึ้นบริเวณที่ เป็ น โรคทำให้ เ กิ ด ลั ก ษณะคล้ า ยการอั ก เสบเป็ น แผล

สารเคมีนี้กระตุ้นปลายประสาทความรู้สึกให้รับรู้การเจ็บปวด รุนแรงกว่าปกติ  หรืออาการเจ็บป่วยอาจเกิดจากการมีแผลเป็น จากปฏิกริ ยิ าอักเสบดังกล่าว 2. อาการเลือดประจำเดือนผิดปกติ คือ ประจำเดือนมา มาก มาไม่สม่ำเสมอ มานาน มากะปริดกะปรอย การมี

ประจำเดือนผิดปกติ อาจอธิบายได้ว่าเกิดจาก โรคนี้มีส่วน ทำให้ไข่ไม่ค่อยตก เลือดออกมากเพราะมันมีส่วนทำให้เยื่อบุ โพรงมดลูกหนาผิดปกติ ทำให้มดลูกโต มีเนือ้ ทีก่ ารมีเลือดออก ในโพรงมดลูกมากขึ้น  และการที่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที ่ ไปแทรกระหว่างกล้ามเนือ้ มดลูกทำให้มดลูกบีบตัวเพือ่ ให้เลือด หยุดได้ไม่ด ี คนที่เป็นโรคนี้ก็จะมีอาการประจำเดือนมาก

ผิดปกติได้เช่นเดียวกับคนทีเ่ ป็นโรคเนือ้ งอกของมดลูก 3. การมีบตุ รยาก สตรีทมี่ บี ตุ รยากมีสาเหตุหลายอย่าง และพบว่ามีโรคเยือ่ บุโพรงมดลูกเจริญผิดที ่ อยูด่ ว้ ย (20-50%) อธิบายว่าเป็นเพราะเวลาโรคเยือ่ บุโพรงมดลูกเจริญผิดทีไ่ ปเกาะ มีการสูก้ นั ระหว่างเซลล์ทไี่ ปเกาะ กับ antibody ของร่างกาย ทำให้มลี กั ษณะการอักเสบและมีการสร้างพังผืดเกิดขึน้ (พังผืด

หมายถึง การที่อวัยวะที่ไม่ควรติดกัน  ไปถูกยึดติดกันหรือ

ผิดรูป หรือหมายถึง เยือ่ บางๆ ทีย่ ดึ อวัยวะทีต่ า่ งกันเข้าด้วยกัน เกิดจากปฏิกริ ยิ าทีม่ กี ารอักเสบนานๆ) ทำให้ไข่ตกออกมาจาก รังไข่ไม่ได้  ท่อนำไข่ตนั  หรือไปจับไข่ทตี่ กจากรังไข่เข้ามาในท่อ ไม่ได้  หรืออธิบายว่าถึง แม้เป็นโรคไม่รุนแรง  แต่ไม่ตั้งครรภ์ เกิดจากสารเคมีทเี่ กิดขึน้ ผิดปกติไปลดการทำงานของรังไข่  ลด คุณภาพของไข่และตัวอ่อน  ทำให้การปฏิสนธิไม่ดหี รือการแบ่ง เซลล์ไม่ด ี นอกจากนีย้ งั ก่อให้เกิดปัญหามีบตุ รยากทางอ้อม คือ อาการเจ็บจากการมีเพศสัมพันธ์  ทำให้มีการหลีกเลี่ยงการมี เพศสัมพันธ์ โอกาสตัง้ ครรภ์จงึ ลดลง 4. อาการพบก้อนในท้องน้อย เกิดจากการเกิดถุงน้ำ เลือด (Chocolate Cyst) ทีร่ งั ไข่ (Endometriosis เกิดขึน้ ใน รังไข่ทำให้มเี ลือดออกและขังตัวสะสมกันอยูน่ านๆ กลายเป็น ถุ ง เลื อ ดที่ โ ตขึ้ น เรื่ อ ยๆ หรื อ เกิ ด จากมดลู ก ที่ โ ตขึ้ น จาก Adenomyosis) การวินจิ ฉัยโรคเยือ่ บุโพรงมดลูกเจริญผิดที ่ การวิ นิ จ ฉั ย เบื้ อ งต้ น ที่ ท ำให้ ส งสั ย ว่ า เป็ น โรคนี ้ คื อ อาการทีค่ นไข้มาเล่าให้แพทย์ฟงั ประกอบกับการตรวจภายใน  พบว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการเจ็บ  หรือลักษณะเหมือนมีพังผืด  ด้านหลังของมดลูก และทีเ่ ส้นเอ็นของมดลูก การตรวจขั้นต่อไป เพื่อให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น คือ การทำ ultrasound และการตรวจที่แน่นอนที่สุดคือ การทำ

ส่องกล้องเข้าไปในช่องท้องร่วมกับการตัดชิน้ เนือ้ เล็กๆ เอามา พิสจู น์ทางพยาธิวทิ ยา การได้มองเห็นรอยโรค (lesion) จากการผ่าตัดเปิดหน้า ท้อง หรือผ่าตัดส่องกล้องช่องท้อง (คือการทำแผลเล็กๆ ตรง สะดือ  แล้วสอดกล้องเข้าไปส่องดูอวัยวะในช่องท้อง) จะทำให้ วินจิ ฉัยได้แม่นยำมากทีส่ ดุ การทำอั ล ตร้ า ซาวด์ และการทำผ่ า ตั ด ส่ อ งกล้ อ ง (laparoscopy) มีประโยชน์ในการวินิจฉัยแยกจากโรคที่เป็น มะเร็งด้วย และแยกจากโรคอื่นที่ทำให้มีอาการคล้ายเยื่อบุ

โพรงมดลูกเจริญผิดที ่ เช่น อักเสบในอุ้งเชิงกราน  เนื้องอก มดลูก มดลูกเจริญผิดรูป ยังไม่มวี ธิ พี สิ จู น์โรคเยือ่ บุโพรงมดลูก เจริญผิดทีโ่ ดยการเจาะเลือด

วิธกี ารรักษา

การรักษารอยโรคให้เล็กลงหรืออาการน้อยลง  มียาหลายชนิดที่ทำให้รอยโรคหรือแผลเป็นจากโรคนี ้ ลดขนาดลง  ลดปฏิกริ ยิ าของร่างกายลง ได้แก่ 1. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะช่วย ทำให้ เ ยื่ อ บุ โ พรงมดลู ก ฝ่ อ ลงทั้ ง ในมดลู ก และนอกมดลู ก

ที่นิยมใช้คือ ยาฉีดคุมกำเนิดและยารับประทานคุมกำเนิด

(ยารับประทานมีเอสโตรเจนอยู่ด้วย)  ยาฉีดคุมกำเนิดทำให้

อาการลดลงได้  แต่อาจมีปญั หาประจำเดือนไม่ปกติ  หรือทำให้ ไม่มปี ระจำเดือน ยารับประทานทำให้มปี ระจำเดือนมาสม่ำเสมอ แต่นอ้ ยลง เมือ่ เลิกยาก็หมดฤทธิไ์ ป 2. Danazol ทำให้ไม่ตกไข่ มีฮอร์โมนมาเลีย้ งเยือ่ บุโพรง มดลูกน้อยลง เยือ่ บุมดลูกฝ่อลง อาการดีขนึ้ แต่มผี ลข้างเคียง คือประจำเดือนมาผิดปกติ  ไม่มีประจำเดือน และที่สำคัญคือ ทำให้มีขนขึ้นผิดปกติ  มีเสียงใหญ่ขึ้นแบบผู้ชาย (กรณีการมี เสียงใหญ่ขนึ้   เมือ่ เลิกยาเสียงก็ไม่เปลีย่ นกลับอย่างเดิม)  ไขมัน ในเลือดผิดปกติและอาจเป็นอันตรายต่อตับ ปัจจุบันคาดว่า

สูตนิ รีแพทย์ไม่ใช้ยานีแ้ ล้ว 3. ยา Gonadotropin-releasing agonist  (GnRHagonist) เป็นยาลดฮอร์โมนทีม่ ากระตุน้ รังไข่  ทำให้รงั ไข่ ไม่ทำงาน  จึงไม่มฮี อร์โมนรังไข่  เกิดภาวะและมีอาการเหมือ���

วัยหมดประจำเดือน  ทำให้เยื่อบุมดลูกยุบตัวเล็กลงเพราะไม่มี ฮอร์โมนมากระตุ้น  ผลข้างเคียงจึงเป็นแบบเดียวกับคนหมด ประจำเดือน คือ หงุดหงิด ร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง กระดูก บางลง เป็นต้น ยานีม้ ที งั้ ชนิดฉีดและพ่นจมูก ปกติถา้ แพทย์ใช้ ก็ใช้แบบเป็นการชัว่ คราว ไม่รกั ษาระยะยาว 4. การผ่าตัด คือ การตัดเอารอยโรคหรือส่วนทีเ่ ป็นโรค ออกไป ปัจจุบันนิยมใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องช่องท้องมาก ที่สุด เพราะได้ผลดี พังผืดน้อย เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวเร็ว

จุดประสงค์ของการผ่าตัดก็เพื่อให้อวัยวะภายในกลับสู่สภาพ ปกติ ม ากที่ สุ ด ทำลายรอยโรคที่ ม องเห็ น ออกให้ ม ากที่ สุ ด

ผลการรักษาแบบผ่าตัดธรรมดาและผ่าตัดส่องกล้องมีคุณภาพ พอๆ กัน สรุป เรายังไม่ทราบสาเหตุของการเป็นโรคเยือ่ บุโพรงมดลูก เจริญผิดที่ พบได้ 3-18% ในสตรีทวั่ ไป เมือ่ เป็นแล้วอาจไม่มี อาการหรือทำให้มปี ญั หาเรือ่ งต่างๆ แตกต่างกันไป เช่น ปวด ท้องน้อย  ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ  มีบตุ รยาก  การรักษามีทงั้ ทางยาและผ่าตัดแล้วแต่จดุ ประสงค์และปัญหา ของผูป้ ว่ ย  การแก้ปญั หาเรือ่ งปวด  ได้ผลใกล้เคียงกันโดยการ ใช้ยาหรือผ่าตัด  แต่ถ้าใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น  การผ่าตัดก็เป็น ทางออกต่อไป   การผ่าตัดได้ผลต่อการแก้ไขปัญหามีบุตรยาก และมี วิวัฒนาการผ่าตัดมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้เทคโนโลยีช่วยการ เจริญพันธุ ์ หลังจากการผ่าตัดช่วยเพิม่ ความสำเร็จมากขึน้ 11

VIBHAVADI

มุมสุขภาพ

กฎของการกิน ผลไม้ 3.

จานเนื้อ ควรทิ้งช่วงห่างประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็น อาหารจานสลั ด ที่ มี ผั ก ใบเขี ย ว คุ ณ ทิ้ ง เวลาเพี ย ง 1.5 ชั่วโมงก็สามารถกินผลไม้ได้แล้ว ที่ดีที่สุดคือควรกินผลไม้เป็นอาหารอย่าง

ในผลไม้มีทั้ง ไฟเบอร์ โปตัสเซียม วิตามินซี แรกของวัน (ตอนเช้า) ขณะท้องว่าง หรือ และโฟเลต อยู่เป็นจำนวนมาก แต่การรับประทานที่ ให้กินเป็นมื้ออาหารว่างเช้า (ระหว่างมื้อเช้าและ ไม่ถูกหลักก็อาจทำให้ระบบย่อยเกิดปัญหาได้เช่นกัน มื้อกลางวัน) ฉะนั้นเพื่อให้ ได้ประโยชน์จากผลไม้อย่างเต็มที่ เรา ซึ่งถ้าเลือกมื้ออาหารว่างเช้า คุณสามารถวางแผน มื้ออาหารเช้า ร่วมกับการเลือกเมนูผลไม้ได้แบบควบคู่กัน มาเรียนรู้การกินผลไม้อย่างถูกหลักกัน ไปเลย เมนูแนะนำสำหรับอาหารว่างผลไม้ก็ เช่น ฟรุตสลัด ไม่ว่าจะเป็นการกินผลไม้ชนิดเดียว หรือ แอปเปิ้ล หรือสมูทตี้ และควรหลีกเลี่ยงการกินผลไม้ก่อน เข้านอน เพราะน้ำตาลที่ได้จากผลไม้จะมีพลังงานทำให้ กินแบบรวมชนิด ควรกินตอนท้องว่าง นั่นเพราะเมื่อกินผลไม้เข้าไป กระบวนการย่อยจะ ร่างกายตื่นตัว จนคุณอาจนอนไม่หลับ ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยร่างกายจะผลิตเอนไซม์พิเศษ สำหรับการย่อยผลไม้ออกมา ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาล กินในรูปของสมูทตี้ และสารอาหารได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อไหร่ที่คุณกินผลไม้ นมถั่วเหลือง น้ำมะพร้าวหรือโยเกิตร์ เป็นตัวเลือก ใกล้กับมื้ออาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารมื้อใหญ่ที่มี ที่ ดี ก ว่ า การปั่ น ผลไม้ ร่ ว มกั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ น มเนยอื่ น ๆ อาหารหลากหลาย ท้องของคุณจะกักเก็บอาหารไว้เป็น เพราะจะไม่สร้างความลำบากให้กบั ระบบการย่อยจนเกินไป จำนวนมาก จากนั้นจะใช้เวลาย่อยค่อนข้างนาน ผลไม้ที่ แต่ไม่ใช่วา่ คุณจะสามารถกินสมูทตีไ้ ด้ตลอดเวลา นอกจาก กินเข้าไปก็จะไปหมักรวมอยู่กับอาหารนั้นในลำไส้ ซึ่งเป็น นั้นควรเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย อย่างแอปเปิ้ลเขียวจะดี สาเหตุของปัญหา อาทิ อาหารไม่ย่อย, ร้อนใน, เรอ ต่อสุขภาพมากกว่า หรือไม่สบายท้องต่างๆ นั่นเอง กินในรูปของผลไม้อบแห้ง ประยุกต์การกินโดยดูจากเวลาของอาหาร แต่ไม่ควรกินผลไม้ที่มีความหวานมาก และกินใน ปริมาณมากเกินไป ควรจำกัดปริมาณการกิน หรือเลือก มื้อหลัก ปกติคนเราจะกินอาหารหลัก 3 มื้อต่อวัน ซึ่งช่วง กินในโอกาสพิเศษก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ว่างระหว่างมื้อนั่นล่ะคือเวลาของผลไม้ โดยปกติจะหลัง มื้ออาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นอาหารที่ต้อง ขอบคุณข้อมูลนิตยสารขวัญเรือน ใช้ระยะเวลาในการย่อยนาน อย่างเบอร์เกอร์ หรืออาหาร

1.

4.

2. 12

5.

VIBHAVADI

รู้ทัน...โรคระบาด

โรคตาแดง โรคตาแดงเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis เชื้อที่เป็นสาเหตุได้แก่ Adenovirus

มักจะระบาดในชุมชน โรงเรียน ที่ทำงาน การติดต่อมัก จะติดต่อโดยการสัมผัสทางมือ เครื่องมือ สระว่ายน้ำ  ฤดูกาลของโรคตาแดง มักพบผู้ติดเชื้อไวรัสตาแดง ในฤดูฝน อาการที่สำคัญ คือ ตาแดงเฉียบพลัน น้ำตาไหล เยื่อบุตาบวม ต่อมน้ำเหลืองหน้าหูโต เคืองตาเล็กน้อย บางรายอาจจะมีเลือดออกที่ตาขาว อาจจะเป็นข้างใดข้าง หนึ่งก่อน แล้วค่อยลามมาอีกข้างหนึ่ง เนื่องจากโรคนี้ ติ ด ต่ อ โดยการสั ม ผั ส จึ ง แนะนำให้ ห ลี ก เลี่ ย งสั ม ผั ส กั บ

คนอื่นเป็นเวลา 7 วันนับตั้งแต่เกิดอาการ  การติดเชื้อไวรัส กลุ่มอาดิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะ ติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วย ที่ติดมากับ นิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง ไม่ติดต่อ ทางการสบสายตา ทางอากาศ หรือทางรับประทานอาหาร ร่วมกัน อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน ระยะการติดต่อไป ยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน การติดต่อ จะติดต่อกันง่ายมากโดย   1. การคลุกคลีใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรค

ตาแดง   2. ใช้เสื้อผ้า หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย   3. ปล่อยให้ฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา   4. ปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา   5. ไม่รักษาความสะอาดของร่างกายโดยเฉพาะมือ

และใบหน้า ผู้ ที่ ไ ด้ รั บ เชื้ อ ไวรั ส จะมี อ าการตาแดง เคื อ งตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อๆ น้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามาก ร่วมด้วย การติดเชื้อแบคทีเรีย มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง ก่ อ น แล้ ว จะติ ด ต่ อ มายั ง ตาอี ก ข้ า งได้ ถ้ า ไม่ ร ะวั ง ให้ ดี

ถ้าระมัดระวังไม่ให้นำ้ ตาข้างทีต่ ดิ เชือ้ ไว้รสั มาถูกตาข้างทีด่ ี จะไม่ เ ป็ น ตาแดง แต่ ส่ ว นใหญ่ มั ก เป็ น ไปอี ก ข้ า งอย่ า ง รวดเร็ว

การป้องกัน  1. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ  2. ไม่ ค ลุ ก คลี ใ กล้ ชิ ด หรื อ ใช้ สิ่ ง ของร่ ว มกั บ

ผู้ป่วย  3. ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควร

ล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที  4. อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา  5. หมั่ น ดู แ ลรั ก ษาความสะอาดของร่ า งกาย

สิง่ ของเครือ่ งใช้ตา่ งๆ เช่น เสือ้ ผ้า ผ้าเช็ดตัว

ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ  ผู้ ป่ ว ยโรคตาแดงควรหยุ ด เรี ย นหรื อ หยุ ด งาน รักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลาม หรือติดต่อสู่คนอื่น   ด้ ว ยความปรารถนาดี จ าก แผนกจั ก ษุ รพ.วิภาวดี โทร.0-2561-1111 ต่อ 2242 13

VIBHAVADI

ระวังภัย... โรคไข้เลือดออก เพ้อ เอะอะโวยวาย เป็นระยะอันตรายของโรค

เข้าสู่ระยะช็อค แม้อยู่ ในภาวะช็อค ผู้ป่วยจะมีสติดี พูดจารู้เรื่อง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ ใกล้ที่สุด ทันที

อาการสำคัญ ไข้สูงลอย ประมาณ 39-40 ํC นาน 2-7 วัน มัก มีหน้าแดง ปวดหัว ปวดตา ปวดเมื่อยตามตัว ปวด กระดูก มีหลักฐานเลือดออกง่าย : จุดเลือดออก จ้ำเลือด อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ เลือดออกทางเยื่อบุ ทาง เดินอาหาร ตำแหน่งที่ฉีดยา หรืออื่นๆ ตรวจพบเกร็ดเลือด < 100,000 รัดแขนพบจุด เลือดออก (Tourniquet test ≥ 10จุด/ตารางนิ้ว) ตับโต มีการรั่วซึมของพลาสมา: ความเข้มข้นเลือดสูงขึ้น ≥ 20% ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวหรือช็อคมักจะเกิด ช่วงไข้ลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้า เย็น รอบปากสีเขียว ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ปัญหาที่พบบ่อย ตัวร้อนมาก หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมือ่ ยตามตัว เบือ่ อาหาร คลืน่ ไส้ อาเจียนรุนแรง ควรปฏิบตั ดิ งั ต่อไปนี ้ ให้ผู้ป่วยพักผ่อนในที่ๆ มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นบ่อยๆ โดยใช้ผ้า ชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดลูบเบาๆ บริเวณหน้า ลำตัวแขน และขา แล้วพักไว้บริเวณหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ แผ่นอก

โรคไข้เลือดออก

14

แผ่นหลังและขาหนีบ สลับกันไปมา ทำติดต่อกันอย่าง น้อยนาน 15 นาที แล้วให้ผู้ป่วยสวมเสื้อผ้าบางๆ นอน พักผ่อน ให้รบั ประทานยาลดไข้  พาราเซตามอล เวลามีไข้สงู หรือปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว โดยให้ห่างกันอย่าง น้อย 6 ชั่วโมง ห้ามรับประทานยาลดไข้ชนิดอื่น โดย เฉพาะยาแอสไพริ น ยาซองลดไข้ ทุ ก ชนิ ด หรื อ ยาพวก

ไอบรูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หรือตับวายได้ ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อและไม่รับประทานยาอื่นที่ ไม่จำเป็น  ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำผลไม้ใส่ เกลือเล็กน้อย ถ้ามีคลื่นไส้อาเจียนไม่สามารถดื่มได้ ให้ จิบครั้งละน้อยๆ บ่อยๆ ไม่ควรดื่มแต่น้ำเปล่าอย่างเดียว

อาหาร ควรเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย รสไม่จัด เช่น นม ไอศครีม ข้าวต้ม เป็นต้น  ควรงดอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีสีแดง ดำ หรือสี น้ำตาล  หมายเหตุ  ในระยะไข้สูงของโรคไข้เลือดออก การ ให้ยาลดไข้ จะช่วยให้ไข้ลงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์ ยาแล้วไข้ก็จะสูงขึ้นอีก การเช็ดตัวลดไข้ จะช่วยให้ผู้ป่วย สุขสบายขึ้น มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจติดตามการดำเนิน โรค อาการอันตราย เมื่อผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ข้อใดข้อหนึ่งต้องรีบ นำส่งโรงพยาบาล ผู้ ป่ ว ยซึ ม หรื อ อ่ อ นเพลี ย มาก ดื่ ม น้ ำ หรื อ

รับประทานอาหารได้น้อยลง คลื่นไส้อาเจียนตลอดเวลา ปวดท้องมาก มีเลือดออก เช่น เลือดกำเดา อาเจียน หรือถ่าย อุจจาระเป็นเลือดหรือเป็นสีดำ พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ กระสับกระส่าย หงุดหงิด เอะอะโวยวาย กระหายน้ำตลอดเวลา ร้องกวนตลอดเวลาในเด็กเล็ก ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเป็นเวลานาน ตัวเย็นชื้น เหงื่อออก สีผิวคล้ำลง ตัวลายๆ (เข้าสู่ ระยะช็อค)  การป้องกันโรคไข้เลือดออก ควรนอนในมุ้ง หรือในห้องติดมุ้งลวดที่ปลอดยุง ลาย  ไม่เล่นในมุมมืด หรือบริเวณที่ไม่มีลมพัดผ่าน  ห้องเรียน หรือห้องทำงาน ควรมีแสงสว่างส่องทั่ว ถึง มีลมพัดผ่าน ไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น แจกัน ดอกไม้ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน พลูด่างควรปลูกในดิน  กำจั ด ยุ ง ในบริ เ วณมุ ม อั บ ภายในบ้ า น ตู้ เ สื้ อ ผ้ า บริเวณรอบๆบ้าน ทุกสัปดาห์ กำจัดลูกน้ำ ภาชนะใส่น้ำภายในบ้านควรปิดฝาให้ มิดชิดถ้าไม่สามารถปิดได้ให้ใส่ทรายอะเบท หรือใส่ปลา หางนกยูง จานรองขาตู้กับข้าว จานรองกระถางต้นไม้ใส่ เกลือหรือน้ำส้มสายชูหรือผงซักฟอก สัปดาห์ละครั้ง 

วัสดุที่เหลือใช้รอบๆ บ้าน  เช่น กระป๋อง กะลา ยางรถยนต์เก่า ฯลฯ ให้คว่ำหรือทำลายเสีย  ข้อสำคัญ  ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องรีบนำส่ง รพ.ทันที มีอาการเพลีย ซึม ไม่ดื่มน้ำ ไม่รับประทานอาหาร ไม่มีกิจกรรมตามปกติเมื่อไข้ลง (บางรายจะกระหายน้ำ มาก)  อาเจียน / ปวดท้องมาก เลือดออกผิดปกติ มีอาการช็อค / IMPENDING SHOCK คือ มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ร้องกวนมากในเด็กเล็ก ตัวเย็น เหงื่อออก ตัวลาย สีผิวคล้ำลง   ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะ 4-6 ชม. ความประพฤติเปลี่ยนแปลง เช่น พูดไม่รู้เรื่อง

เพ้อ เอะอะโวยวาย เป็นระยะอันตรายของโรค เข้าสู่ระยะช็อค แม้อยู่ ในภาวะช็อค ผู้ป่วยจะมีสติดี พูดจารู้เรื่อง ต้องรีบนำส่ง โรงพยาบาลทีใ่ กล้ทสี่ ดุ ทันที (กระตุน้ ให้ผปู้ ว่ ยดืม่ น้ำเกลือแร่ หรือน้ำ)  กรณีผู้ป่วยรับการรักษาแล้วแพทย์ ให้กลับบ้าน ได้ ควรดูแลและปฏิบัติตนต่อไปนี ้ ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วยยังมีไวรัสอยู่ในเลือดทำให้ แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้ หากมีคนในบ้านมีไข้สูง ให้พามา ตรวจ ควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการ

ผิดปกติควรรีบพามาพบแพทย์ทันที ให้ ย าลดไข้ พ าราเซตามอล ควรหลี ก เลี่ ย งยา แอสไพริ น หรื อ ยากลุ่ ม NSAID เช่ น ไอบู โ ปรเฟน เนื่องจากทำให้เกิดเลือดออกทางเดินอาหารมากขึ้น หรือ มีผลต่อตับได้ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และที่โรงเรียน ด้วยความปรารถนาดีจาก แผนกบริการกุมารเวช รพ.วิภาวดี โทร.0-2561-1111 ต่อ 2226-8

15

VIBHAVADI

แนะนำบริการ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

Electroencephalogram (EEG) ก า ร ต ร ว จ ค ลื่ น ไ ฟ ฟ้ า ส ม อ ง Electroencephalogram (EEG) เป็นวิธี

6. เพื่อช่วยวางแผนในการหยุดยากันชักในผู้ป่วย โรคลมชัก การตรวจที่แพทย์มักจะใช้ประกอบกับการซักประวัติและ 7. เพื่อวางแผนในการผ่าตัดในผู้ป่วยลมชักที่ดื้อ การตรวจร่างกาย เพื่อวินิจฉัยโรคลมชัก และจำแนกชนิด ต่อยา (Refractory epilepsy) โดยการทำ Video EEG ของการชักเพื่อให้การรักษาที่ถูกต้อง คลื่นไฟฟ้าสมอง monitoring สามารถบันทึกโดยใช้ขั้วไฟฟ้า (Electrode) รับสัญญาณ 8. เพื่อช่วยวินิจฉัยและวางแผนในผู้ป่วยที่มีความ ไฟฟ้าที่ผิวหนังศีรษะ สัญญาณไฟฟ้านี้เกิดขึ้นจากผลรวม ผิ ด ปกติ ที่ เ กี่ ย วกั บ การนอน (Sleep Disorder) เช่ น   ของศักย์ไฟฟ้าของกลุ่มเซลล์ประสาทของสมองที่มีอยู่ Obstructive Sleep apnea, Narcolepsy โดยการทำ   มากมายในสมองภายใต้ ขั้ ว ไฟฟ้ า (Electrode) นั้ น Polysomnogram ผลการตรวจจะปรากฏเป็นกราฟ บนแถบกระดาษหรือใน 9. เพื่อช่วยในการยืนยันภาวะสมองตาย (Brain  จอภาพ หลังจากได้รับสัญญาณไฟฟ้าผ่านเครื่องตรวจซึ่ง Death) ได้ ท ำการขยายสั ญ ญาณไฟฟ้ า ให้ ม ากขึ้ น เป็ น หลาย

สอบถามข้ อ มู ล ได้ ที่ ศู น ย์ ศั ล ยกรรมระบบประสาท ร้อยเท่า สมอง และไขสันหลัง โทร.0-2561-1111 ต่อ 1221-2

ข้อบ่งชี้ ในการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

1. ผู้ป่วยที่สงสัยภาวะชัก เช่น หมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเกร็ง กระตุกตามกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ โดยไม่ทราบสาเหตุ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ฉับพลัน  อาการทางจิตที่ไม่ทราบสาเหตุ  2. เพื่อวินิจฉัยโรคลมชักและเพื่อช่วย แยกชนิดของโรคลมชัก เช่น โรคชักเหม่อลอย ในเด็ก absence Seizure โรคชักทั้งตัว Generalize epilepsy, Pseudo epilepsy 3. เพื่อวินิจฉัยโรคบางชนิดเช่น ภาวะ Hepatic Encephalopathy, โรควัวบ้า Brain tumor 4. เพื่อช่วยวางแผนการรักษา ภาวะ Status epilepticus โดยการทำ EEG monitoring 5. เพื่อช่วยในการเลือกยา กันชักที่เหมาะสมกับผู้ป่วย 16

VIBHAVADI

อาหารเพื่อสุขภาพ

ส่วนผสม

เส้นโซบะ (ชูคาเม็ง) กะหล่ำปลีหั่นชิ้นสามเหลี่ยม หอมใหญ่ แครอทหั่นฝอย ต้อนหอม เนื้อหมูไม่ติดมัน ปลาหมึก กระเทียมบุบ พริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา

200 1 2 ½ 3 100 50 ½ ½ ½ 1

กรัม ถ้วย ช้อนโต๊ะ ถ้วย ต้น กรัม กรัม ช้อนโต๊ะ ช้อนชา ช้อนชา ช้อนชา

ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น สาหร่ายโนริป่น (ตามชอบ)

น้ำปรุง

ยากิโซบะ

นายธีระเดช สวนเส นักกำหนดอาหาร รพ.วิภาวดี

วิธีทำ

1. หั่นหมู ปลาหมึก ขนาดพอคำบางๆ หมักด้วยกระเทียม พริกไทย น้ำตาล (สามารถเติ ม เหล้ า ม��� ริ น เพื่ อ เพิ่ ม กลิ่ น รส

ได้ตามชอบ) 2. ผสมส่วนผสมน้ำปรุงเข้าด้วยกัน ลวก เส้นให้นุ่ม แช่น้ำเย็นตักขึ้น พักไว้ให้เส้นสะเด็ดน้ำ เคล้าด้วยน้ำมันงา 3. ใส่น้ำปรุงในกระทะ ใส่หมู ปลาหมึก

ใส่ผักผัดพอสุก ใส่เส้นเคล้าให้ทั่ว โรยด้วยสาหร่าย

โนริป่น ตักใส่จานเสิร์ฟ

คุณค่าทางอาหาร ยากิโซบะ เป็นเมนูอาหารเพือ่ สุขภาพ ซึง่ อุดม ไปด้วยสารอาหารทีห่ ลากหลาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ที่ ไ ด้ จ ากเส้ น ยากิ โ ซบะ ให้ พ ลั ง งานแก่ ร่ า งกาย โปรตี น ได้ จ าก เนื้ อ หมู แ ละปลาหมึ ก ทำหน้ า ที ่ เสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ และยังมีผัก แครอท หอมใหญ่ ที่ให้วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ

ทีเ่ หมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย 17

VIBHAVADI

แนะนำแพทย์ใหม่

นายแพทย์รษิญะ อินทร์พยุง RASIYA INPAYOONG, M.D แพทย์ตรวจสุขภาพ

แพทยศาสตร์บัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อพ.ศ.2553

เวลาออกตรวจ

วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น.

แพทย์หญิงเมทินี จงเจริญ MATHINEE CHONGCHAREON, M.D จักษุแพทย์

แพทยศาสตร์บัณฑิตจากศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อพ.ศ.2547 วุฒบิ ตั ร สาขาจักษุวทิ ยาจากศิรริ าชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มือ่ พ.ศ.2553 ประกาศนียบัตรสาขา กระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา เมื่อพ.ศ.2554

เวลาออกตรวจ

วันจันทร์ เวลา 09.00-19.00 น. วันอังคาร เวลา 13.00-16.00 น. วันเสาร์ เวลา 14.30-19.00 น. สัปดาห์ที่ 2, 4 ของเดือน

ตอบดี มีรางวัล

เพียงคุณร่วมสนุก ตอบคำถามชิงรางวัล พร้อมกับแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับวารสาร Vibhavadi.com

คุณจะได้รับเสื้อ I’m Healthy ฉันแข็งแรง ฟรี (10 ท่านแรก)

คำถามประจำฉบับนี้คือ

การตรวจคลื่ น ไฟฟ้ า สมอง Electroencephalogram (EEG) เป็นวิธีการที่แพทย์ตรวจ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคอะไร ? ส่งคำตอบพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ มาที่ คุณธีรวดี ยิ่งมี แผนกประชาสัมพันธ์ (ชั้น 4) รพ.วิภาวดี 51/3 ถ.งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 (วงเล็บมุมซองว่า ตอบคำถามชิงรางวัล) หรือ Fax. 0-2561-1462 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2561-1111 ต่อ 2410, 2432 18

VIBHAVADI

รอบรั้ววิภาวดี

วางพานพุ่ม 12 สิงหา มหาราชินี

พิ ช ยากร กาศสกุ ล ผช.ผอ.รพ.วิ ภ าวดี พร้ อ มที ม พยาบาล ร่วมกันเป็นตัวแทนรพ. ในการวางพานพุ่ม เนื่องใน โอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า สิ ริ กิ ต ติ์ พ ระบรมราชิ นี น าถ ที่ ส ำนั ก งานเขตจตุ จั ก รจั ด ขึ้ น

ณ บริเวณลานจอดรถ อาคารสนง.เขตจตุจักร เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 55

พิธีมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงาน รพ.วิภาวดี จัดพิธี มอบทุนการศึกษาให้ กับบุตรพนักงาน ประจำปี 55 โดย มูลนิธิ รพ.วิภาวดี ร่วมกับ แพทย์รพ.วิภาวดี มอบทุน ทั้งหมด 56 ทุน สำหรับบุตรพนักงานที่เรียนดี แต่ยากจน โดยมี พล.อ.นพ.สิงหา เสาวภาพ ประธานมูลนิธิฯเป็นประธานในพิธี เพื่อเป็นการ สนับสนุนด้านการศึกษาและเป็นขวัญกำลังใจ ให้กบั พนักงาน ณ ห้องประชุมชัน้ 9 รพ.วิภาวดี

ปลูกป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติ นพ.พร้อมพงษ์ พีระบูล ผอ.รพ.วิภาวดี นำทีม   เจ้ า หน้ า ที่ ข องรพ. และกลุ่ ม เลื อ ดใหม่ วิ ภ าวดี (Vibhavadi’s Young Blood for Society) ร่วมใจ อาสา ปลูกป่าชายเลน เฉลิมพระเกียรติ เพื่อทำดี ถวายพ่อหลวง ณ สถานีพัฒนาทรัพยากรชายเลน

ที่ 6 อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ 19


วารสารความรู้ โรงพยาบาลวิภาวดี ฉบับ ก.ค.-ก.ย. 55