Issuu on Google+

ประวัตสิ ุ นทรภู่

โดย จันทรา

แสงเจริญ

ใช้ ประกอบการเรียนรายวิชาภาษาและเทคโนโลยีสาหรับครู (1032101) คณะครุ ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี


คานา

ประวัติสุนทรภูจ่ ดั ทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบกำรเรี ยนรำยวิชำภำษำและเทคโนโลยีสำหรับครู (1032101) เพื่อที่จะให้ผเู ้ รี ยน ได้รู้ถึงประวัติและควำมเป็ นมำของ กวีเอกของนักแต่งกลอนในจังหวัดระยอง ว่ำมี ควำมสำคัญอย่ำงไร เอกสำรที่จดั ทำขึ้นนี้ หวังว่ำคงเป็ นประโยชน์ต่อผูผ้ เู ้ รี ยนเป็ นอย่ำงดี อย่ำงไรก็ตำมเอกสำรที่จดั ทำขึ้น นี้อำจมีบำงส่ วนที่ยงั ไม่สมบูรณ์ ขอให้แจ้งข้อมูลย้อนกลับมำด้วย

จันทรำ แสงเจริ ญ


สารบัญ หน้ า คานา

บทที่ 1 ประวัติสุนทรภู่

1

บทที่ 2 อุปนิสัยและทัศนคติ

6

บทที่ 3 เกียรติคุณและอนุสรณ์

8

บทที่ 4 รำยชื่อผลงำน

10

อ้างอิง


1

ประวัตสิ ุ นทรภู่ เกิด: 26 มิถุนำยน พ.ศ. 2329 เขตพระรำชวังหลัง กรุ งรัตนโกสิ นทร์ ถึงแก่กรรม:พ.ศ. 2398 เขตพระรำชวังเดิม กรุ งรัตนโกสิ นทร์ อาชีพ: กวี สั ญชาติ:ไทย ช่ วงเวลาในการเขียน: ต้นรัตนโกสิ นทร์ แนวทางการเขียน: แฟนตำซี , อิงประวัติศำสตร์ หัวข้ อ: กวีนิพนธ์ ผลงานครั้งแรก: โคบุตร ผลงานสาคัญ: พระอภัยมณ ต้ นตระกูล บันทึกส่ วนใหญ่มกั ระบุถึงต้นตระกูลของสุ นทรภู่เพียงว่ำ บิดำเป็ นชำวบ้ำนกร่ ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มำรดำเป็ นชำวเมืองอื่น ทั้งนี้ เนื่ องจำกเชื่ อถือตำมพระนิ พนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยำดำรงรำชำนุ ภำพ เรื่ อง ชี วิตและงำนของสุ นทรภู่ ต่อมำในภำยหลัง เมื่อมีกำรค้นพบข้อมูลต่ำงๆ มำกยิ่งขึ้น ก็มีแนวคิดเกี่ ยวกับต้น ตระกูลของสุ นทรภู่แตกต่ำงกันออกไป นักวิชำกำรส่ วนใหญ่เห็นพ้องกันว่ำ ฝ่ ำยบิดำเป็ นชำวบ้ำนกร่ ำ เมือง แกลง จริ ง เนื่องจำกมีปรำกฏเนื้อควำมอยูใ่ น นิรำศเมืองแกลง ถึงวงศ์วำนว่ำนเครื อของสุ นทรภู่ แต่ควำมเห็น เกี่ ยวกับตระกูลฝ่ ำยมำรดำนี้ แตกออกเป็ นหลำยส่ วน ส่ วนหนึ่ งว่ำไม่ทรำบที่มำแน่ ชดั ส่ วนหนึ่ งว่ำเป็ นชำว ฉะเชิงเทรำ และส่ วนหนึ่งว่ำเป็ นชำวเมืองเพชร ก.ศ.ร. กุหลำบ เคยเขียนไว้ในหนังสื อ สยำมประเภท ว่ำ บิดำ ของสุ น ทรภู่ เ ป็ นข้ำ รำชกำรแผ่น ดิ น สมเด็ จ พระเจ้ำ อยู่หัว บรมโกศ ชื่ อ ขุ น ศรี สั ง หำร (พลับ ) ข้อ มู ล นี้ สอดคล้องกับบทกวีไม่ทรำบชื่ อผูแ้ ต่งซึ่ ง ปรำโมทย์ ทัศนำสุ วรรณ พบที่อนุ สำวรี ยส์ ุ นทรภู่ จ.ระยอง ว่ำบิดำ ของสุ นทรภู่เป็ นชำวบ้ำนกร่ ำ ชื่ อพ่อพลับ ส่ วนมำรดำเป็ นชำวเมื องฉะเชิ งเทรำ ชื่ อแม่ช้อย ทว่ำแนวคิ ดที่ ได้รับกำรยอมรับกันค่อนข้ำงกว้ำงขวำงคือ ตระกูลฝ่ ำยมำรดำของสุ นทรภู่เป็ นชำวเมืองเพชร สื บเนื่ องจำก เนื้อควำมใน นิรำศเมืองเพชร ฉบับค้นพบเพิม่ เติมโดย อ.ล้อม เพ็งแก้ว เมื่อ พ.ศ. 2529


2

วัยเยาว์ สุ นทรภู่ มีชื่อเดิมว่ำ ภู่ เกิดในสมัยรัชกำลที่ 1 แห่ งกรุ งรัตนโกสิ นทร์ เมื่อวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปี มะเมีย จุลศักรำช 1148 เวลำเช้ำ 2 โมง (ตรงกับวันที่ 26 มิถุนำยน พ.ศ. 2329) ณ บริ เวณด้ำนเหนื อของพระรำชวัง หลัง ซึ่ งเป็ นบริ เวณสถำนี รถไฟบำงกอกน้อยปั จจุบนั นี้ เชื่ อว่ำหลังจำกสุ นทรภู่เกิ ดได้ไม่นำน บิดำมำรดำก็ หย่ำร้ำงกัน บิดำออกไปบวชอยูท่ ี่วดั ป่ ำกร่ ำอันเป็ นภูมิลำเนำเดิม ส่ วนมำรดำได้เข้ำไปอยูใ่ นพระรำชวังหลัง ถวำยตัวเป็ นนำงนมของพระองค์เจ้ำหญิงจงกล พระธิ ดำในเจ้ำฟ้ ำกรมหลวงอนุ รักษ์เทเวศร์ ดังนั้นสุ นทรภู่จึง ได้อยู่ในพระรำชวังหลังกับมำรดำ และได้ถวำยตัวเป็ นข้ำในกรมพระรำชวังหลัง สุ นทรภู่ยงั มีนอ้ งสำวต่ำง บิดำอีกสองคน ชื่อฉิ มและนิ่ม เชื่อกันว่ำ ในวัยเด็กสุ นทรภู่ได้ร่ ำเรี ยนหนังสื อกับพระในสำนักวัดชี ปะขำว (ซึ่ งต่อมำได้รับพระรำชทำนนำม ในรัชกำลที่ 4 ว่ำ วัดศรี สุดำรำม อยูร่ ิ มคลองบำงกอกน้อย) ตำมเนื้อควำมส่ วนหนึ่ งที่ปรำกฏใน นิ รำศสุ พรรณ ต่อมำได้เข้ำรับรำชกำรเป็ นเสมียนนำยระวำงกรมพระคลังสวน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงำนอื่น นอกจำกแต่งบทกลอน ซึ่ งสำมำรถแต่งได้ดีต้ งั แต่ยงั รุ่ นหนุ่ม จำกสำนวนกลอนของสุ นทรภู่ เชื่ อว่ำผลงำนที่มี กำรประพันธ์ข้ ึนก่อนสุ นทรภู่อำยุได้ 20 ปี (คือก่อนนิรำศเมืองแกลง) เห็นจะได้แก่กลอนนิทำนเรื่ อง โคบุตร สุ นทรภู่ลอบรักกับนำงข้ำหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จนั ชะรอยว่ำหล่อนจะเป็ นบุตรหลำนผูม้ ีตระกูล จึง ถูกกรมพระรำชวังหลังกริ้ วจนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระรำชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมี กำรอภัยโทษแก่ผูถ้ ูกลงโทษทั้งหมดถวำยเป็ นพระรำชกุศล หลังจำกสุ นทรภู่ออกจำกคุ กก็ เดินทำงไปหำบิดำที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง กำรเดินทำงครั้งนี้ สุนทรภู่ได้แต่ง นิ รำศเมืองแกลง พรรณนำ สภำพกำรเดิ นทำงต่ำงๆ เอำไว้โดยละเอี ยด และลงท้ำยเรื่ องว่ำ แต่งมำให้แก่แม่จนั "เป็ นขันหมำกมิ่งมิตร พิสมัย" ในนิรำศได้บนั ทึกสมณศักดิ์ของบิดำของสุ นทรภู่ไว้ดว้ ยว่ำ เป็ น "พระครู ธรรมรังษี" เจ้ำอำวำสวัดป่ ำ กร่ ำ กลับจำกเมืองแกลงครำวนี้ สุ นทรภู่จึงได้แม่จนั เป็ นภรรยำ แต่กลับจำกเมืองแกลงเพียงไม่นำน สุ นทรภู่ตอ้ งติดตำมพระองค์เจ้ำปฐมวงศ์ในฐำนะมหำดเล็ก ตำมเสด็จไป ในงำนพิธีมำฆบูชำ ที่ อ.พระพุทธบำท จ.สระบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2350 สุ นทรภู่ได้แต่ง นิ รำศพระบำท พรรณนำ เหตุกำรณ์ในกำรเดินทำงครำวนี้ดว้ ย สุ นทรภู่กบั แม่จนั มีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่ อหนูพดั ได้อยูใ่ นควำมอุปกำระของเจ้ำครอกทองอยู่ ส่ วนหนุ่มสำว ทั้งสองมีเรื่ องระหองระแหงกันเสมอ จนภำยหลังก็เลิกรำกันไป หลังจำก นิ รำศพระบำท ที่สุนทรภู่แต่งในปี พ.ศ. 2350 ไม่ปรำกฏผลงำนใดๆ ของสุ นทรภู่อีกเลยจนกระทัง่ เข้ำรับรำชกำรในปี พ.ศ. 2359


3

กวีราชสานัก สุ นทรภู่ได้เข้ำรับรำชกำรในกรมพระอำลักษณ์เมื่อ พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกำลที่ 2 มูลเหตุในกำรได้เข้ำรับ รำชกำรนี้ ไม่ปรำกฏแน่ชดั แต่สันนิ ษฐำนว่ำอำจแต่งโคลงกลอนได้เป็ นที่พอพระทัย ทรำบถึงพระเนตรพระ กรรณจึงทรงเรี ยกเข้ำรับรำชกำร แนวคิดหนึ่ งว่ำสุ นทรภู่เป็ นผูแ้ ต่งกลอนในบัตรสนเท่ห์ ซึ่ งปรำกฏชุ กชุ มอยู่ ในเวลำนั้น อีกแนวคิดหนึ่งสื บเนื่องจำก "ช่วงเวลำที่หำยไป" ของสุ นทรภู่ ซึ่ งน่ำจะใช้วิชำกลอนทำมำหำกิน เป็ นที่รู้จกั เลื่องชื่ออยู่ ชะรอยจะเป็ นเหตุให้ถูกเรี ยกเข้ำรับรำชกำรก็ได้ เมื่อแรกสุ นทรภู่รับรำชกำรเป็ นอำลักษณ์ปลำยแถว มีหน้ำที่เฝ้ ำเวลำทรงพระอักษรเพื่อคอยรับใช้ แต่มีเหตุให้ ได้แสดงฝี มือกลอนของตัว เมื่ อพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิ ศหล้ำนภำลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่ อง "รำมเกี ยรติ์" ติดขัดไม่มีผใู ้ ดต่อกลอนได้ตอ้ งพระรำชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรำกฏว่ำแต่ง ได้ดีเป็ นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุ ณำฯ เลื่ อนให้เป็ น ขุนสุ นทรโวหำร กำรต่อกลอนของสุ นทรภู่ครำวนี้ เป็ นที่รู้จกั ทัว่ ไป เนื่ องจำกปรำกฏรำยละเอียดอยูใ่ นพระนิ พนธ์ ชี วิตและงำนของสุ นทรภู่ ของสมเด็จฯ กรม พระยำดำรงรำชำนุภำพ บทกลอนในรำมเกียรติ์ที่สุนทรภู่ได้แต่งในครำวนั้นคือ ตอนนำงสี ดำผูกคอตำย และ ตอนศึกสิ บขุนสิ บรถ ฉำกบรรยำยรถศึกของทศกัณฐ์ สุ นทรภู่ได้เลื่ อนยศเป็ น หลวงสุ นทรโวหำร ในเวลำ ต่อมำ ได้รับพระรำชทำนบ้ำนหลวงอยูท่ ี่ท่ำช้ำง ใกล้กบั วังท่ำพระ และมีตำแหน่งเข้ำเฝ้ ำเป็ นประจำ คอยถวำย ควำมเห็ น เกี่ ย วกับ พระรำชนิ พ นธ์ แ ละพระนิ พ นธ์ ว รรณคดี เ รื่ อ งต่ ำ งๆ รวมถึ ง ได้ร่ ว มในกิ จ กำรฟื้ นฟู ศิลปวัฒนธรรมช่วงต้นกรุ งรัตนโกสิ นทร์ โดยเป็ นหนึ่งในคณะร่ วมแต่ง ขุนช้ำงขุนแผน ขึ้นใหม่ ระหว่ำงรับรำชกำร สุ นทรภู่ตอ้ งโทษจำคุกเพรำะถูกอุทธรณ์วำ่ เมำสุ รำทำร้ำยญำติผใู ้ หญ่ แต่จำคุกได้ไม่นำนก็ โปรดพระรำชทำนอภัยโทษ เล่ำกันว่ำเนื่ องจำกพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยทรงติดขัดบทพระ รำชนิ พนธ์เรื่ องสังข์ท อง ไม่มีใครแต่งได้ตอ้ งพระทัย ภำยหลังพ้นโทษ สุ นทรภู่ได้เป็ นพระอำจำรย์ถวำย อักษรสมเด็จพระเจ้ำบรมวงศ์เธอ เจ้ำฟ้ ำอำภรณ์ พระรำชโอรสในรัชกำลที่ 2 เชื่ อว่ำสุ นทรภู่แต่งเรื่ อง สวัสดิ รักษำ ในระหว่ำงเวลำนี้ ในระหว่ำงรับรำชกำรอยูน่ ้ ี สุ นทรภู่แต่งงำนใหม่กบั แม่นิ่ม มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อพ่อตำบ ออกบวช (ช่ วงตกยาก) กุฏิวดั เทพธิดำรำมที่สุนทรภู่บวชจำพรรษำ เป็ นสถำนที่คน้ พบวรรณกรรมที่ทรงคุณค่ำมำกมำยเช่น พระอภัย มณี ฯลฯ ที่ท่ำนเก็บซ่อนไว้ใต้เพดำนหลังคำกุฏิของท่ำน สุ นทรภู่รับรำชกำรอยูเ่ พียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยเสด็จสวรรคต หลังจำกนั้นสุ นทรภู่ก็ออกบวช แต่จะได้ลำออกจำกรำชกำรก่อนออกบวชหรื อไม่ยงั ไม่ปรำกฏแน่ชดั แม้จะ ไม่ปรำกฏโดยตรงว่ำสุ นทรภู่ได้รับพระบรมรำชู ปถัมภ์จำกรำชสำนักใหม่ในพระบำทสมเด็จพระนัง่ เกล้ำ เจ้ำอยูห่ วั แต่ก็ได้รับพระอุปถัมภ์จำกพระบรมวงศำนุวงศ์พระองค์อื่นอยูเ่ สมอ เช่น ปี พ.ศ. 2372 สุ นทรภู่ได้


4 เป็ นพระอำจำรย์ถวำยอักษรเจ้ำฟ้ ำกลำงและเจ้ำฟ้ ำปิ๋ ว พระโอรสในเจ้ำฟ้ ำกุณฑลทิพยวดี ปรำกฏควำมอยูใ่ น เพลงยำวถวำยโอวำท นอกจำกนั้นยังได้อยูใ่ นพระอุปถัมภ์ของพระองค์เจ้ำลักขณำนุ คุณ และกรมหมื่นอัปสร สุ ดำเทพ ซึ่ ง ปรำกฏเนื้ อควำมในงำนเขี ย นของสุ นทรภู่ บ ำงเรื่ องว่ำ สุ นทรภู่ แต่ งเรื่ อง พระอภัย มณี และ สิ งหไตรภพ ถวำย สุ นทรภู่บวชอยู่เป็ นเวลำ 18 ปี ระหว่ำงนั้นได้ยำ้ ยไปอยู่วดั ต่ำงๆ หลำยแห่ ง เท่ำที่พบระบุในงำนเขียนของ ท่ำนได้แก่ วัดเลียบ วัดแจ้ง วัดโพธิ์ วัดมหำธำตุ และวัดเทพธิ ดำรำม งำนเขียนบำงชิ้นสื่ อให้ทรำบว่ำ ในบำงปี ภิกษุภู่เคยต้องเร่ ร่อนไม่มีที่จำพรรษำบ้ำงเหมือนกัน ผลจำกกำรที่ภิกษุภู่เดินทำงธุ ดงค์ไปที่ต่ำงๆ ทัว่ ประเทศ ปรำกฏผลงำนเป็ นนิรำศเรื่ องต่ำงๆ มำกมำย และเชื่อว่ำน่ำจะยังมีนิรำศที่คน้ ไม่พบอีกเป็ นจำนวนมำก งำนเขียนชิ้นสุ ดท้ำยที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลำสิ กขำบท คือ รำพันพิลำป โดยแต่งขณะจำพรรษำอยูท่ ี่วดั เทพธิ ดำ รำม พ.ศ. 2385 ช่ วงปลายของชีวติ ปี พ.ศ. 2385 ภิกษุภู่จำพรรษำอยูท่ ี่วดั เทพธิ ดำรำม คืนหนึ่ งหลับฝันเห็นเทพยดำจะมำรับตัวไป เมื่อตื่นขึ้นคิด ว่ำตนถึงฆำตจะต้องตำยแล้ว จึงประพันธ์เรื่ อง รำพันพิลำป พรรณนำถึงควำมฝันและเล่ำเรื่ องรำวต่ำงๆ ที่ได้ ประสบมำในชีวติ หลังจำกนั้นก็ลำสิ กขำบทเพื่อเตรี ยมตัวจะตำย ขณะนั้นสุ นทรภู่มีอำยุได้ 56 ปี หลังจำกลำสิ กขำบท สุ นทรภู่ได้รับพระอุ ปถัมภ์จำกเจ้ำฟ้ ำน้อย หรื อสมเด็จเจ้ำฟ้ ำจุฑำมณี กรมขุนอิ ศเรศ รังสรรค์ รับรำชกำรสนองพระเดชพระคุณทำงด้ำนงำนวรรณคดี สุ นทรภู่แต่ง เสภำพระรำชพงศำวดำร บท เห่กล่อมพระบรรทม และบทละครเรื่ อง อภัยนุ รำช ถวำย รวมถึงยังแต่งเรื่ อง พระอภัยมณี ถวำยให้กรมหมื่น อัปสรสุ ดำเทพด้วย เมื่อถึงปี พ.ศ. 2394 พระบำทสมเด็จพระนัง่ เกล้ำเจ้ำอยูห่ วั เสด็จสวรรคต เจ้ำฟ้ ำมงกุฎเสด็จ ขึ้ นครองรำชย์ เ ป็ นพระบำทสมเด็ จ พระจอมเกล้ ำ เจ้ ำ อยู่ หั ว และทรงสถำปนำเจ้ ำ ฟ้ ำน้ อ ยขึ้ นเป็ น พระบำทสมเด็จพระปิ่ นเกล้ำเจ้ำอยู่หัว สุ นทรภู่จึงได้รับแต่งตั้งเป็ นเจ้ำกรมอำลักษณ์ ฝ่ำยพระรำชวังบวร มี บรรดำศักดิ์เป็ น พระสุ นทรโวหำร ช่วงระหว่ำงเวลำนี้ สุนทรภู่ได้แต่งนิ รำศเพิ่มอีก 2 เรื่ อง คือ นิรำศพระประ ธม และ นิรำศเมืองเพชร สุ นทรภู่พำนักอยูใ่ นเขตพระรำชวังเดิ ม ใกล้หอนัง่ ของพระยำมนเทียรบำล (บัว) มีห้องส่ วนตัวเป็ นห้องพัก กั้นเฟี้ ยมที่เรี ยกชื่อกันว่ำ "ห้องสุ นทรภู่" เชื่อว่ำสุ นทรภู่พำนักอยูท่ ี่นี่ตรำบจนสิ้ นชี วิตเมื่อปี พ.ศ. 2398 สิ ริรวม อำยุได้ 69 ปี


5 ทายาท สุ นทรภู่มีบุตรชำยสำมคน คือพ่อพัด เกิดจำกภรรยำคนแรกคือแม่จนั พ่อตำบ เกิดจำกภรรยำคนที่สองคือแม่ นิ่ม และพ่อนิล เกิดจำกภรรยำที่ชื่อแม่ม่วง นอกจำกนี้ปรำกฏชื่อบุตรบุญธรรมอีกสองคน ชื่อพ่อกลัน่ และพ่อ ชุบ พ่อพัดนี้ เป็ นลูกรัก ได้ติดสอยห้อยตำมสุ นทรภู่อยูเ่ สมอ เมื่อครั้งสุ นทรภู่ออกบวช พ่อพัดก็ออกบวชด้วยเมื่อ สุ นทรภู่ได้มำรับรำชกำรกับเจ้ำฟ้ ำน้อย พ่อพัดก็มำพำนักอยูด่ ว้ ยเช่นกันส่ วนพ่อตำบนั้นปรำกฏว่ำได้เป็ นกวีมี ชื่ออยูพ่ อสมควรเมื่อถึงรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยูห่ วั ทรงตรำพระรำชบัญญัตินำมสกุลขึ้น ตระกูลของสุ นทรภู่ได้ใช้นำมสกุลต่อมำว่ำ ภู่เรื อหงส์ เรื่ องนำมสกุลของสุ นทรภู่น้ ี ก.ศ.ร. กุหลำบ เคยเขียน ไว้ใ นหนัง สื อสยำมประเภท อ้ำ งถึ งผูถ้ ื อนำมสกุล ภู่เรื อหงส์ ที่ ไ ด้รับบ ำเหน็ จจำกหมอสมิ ทเป็ นค่ำ พิม พ์ หนังสื อเรื่ อง พระอภัยมณี แต่หนังสื อของ ก.ศ.ร. กุหลำบ ไม่เป็ นที่ ยอมรั บของรำชสำนัก ด้วยปรำกฏอยู่ บ่อยครั้ งว่ำมักเขี ยนเรื่ องกุ เรื่ องนำมสกุลของสุ นทรภู่จึงพลอยไม่ได้รับกำรเชื่ อถื อไปด้วย จนกระทัง่ ศจ. ผะอบ โปษะกฤษณะ ยืนยันควำมข้อนี้เนื่องจำกเคยได้พบกับหลำนปู่ ของพ่อพัดมำด้วยตนเอง


6

บทที่ 2 อุปนิสัยและทัศนคติ อุปนิสัย ตำรำโหรำศำสตร์ ผกู ดวงชะตำวันเกิดของสุ นทรภู่ไว้เป็ นดวงประเทียบ พร้อมคำอธิ บำยข้ำงใต้ดวงชะตำว่ำ "สุ นทรภู่ อำลักษณ์ข้ ีเมำ" เหตุน้ ีจึงเป็ นที่กล่ำวขำนกันเสมอมำว่ำ สุ นทรภู่น้ ี ข้ ีเหล้ำนัก ในงำนเขียนของสุ นทร ภู่เองก็ปรำกฏบรรยำยถึงควำมมึนเมำอยูห่ ลำยครั้ง แม้จะดูเหมือนว่ำ สุ นทรภู่เองก็รู้วำ่ กำรมึนเมำสุ รำเป็ นสิ่ ง ไม่ดี ได้เขียนตักเตือนผูอ้ ่ำนอยู่ในงำนเขียนเสมอ กำรดื่มสุ รำของสุ นทรภู่อำจเป็ นกำรดื่มเพื่อสังสรรค์และ เพื่ อ สร้ ำ งอำรมณ์ ศิ ล ปิ น ด้ว ยปรำกฏว่ำ เรื อ นสุ น ทรภู่ ม ัก เป็ นที่ ค รึ ก ครื้ นรื่ น เริ ง กับ หมู่ เ พื่ อ นฝูง อยู่เ สมอ นอกจำกนี้ยงั เล่ำกันว่ำ เวลำที่สุนทรภู่กรึ่ มๆ แล้วอำจสำมำรถบอกกลอนให้เสมียนถึงสองคนจดตำมแทบไม่ ทัน[9] เมื่อออกบวช สุ นทรภู่เห็นจะต้องพยำยำมเอำชนะใจตัวเองให้ได้ ซึ่ งในท้ำยที่สุดก็สำมำรถทำได้ สุ นทรภู่มกั เปรี ยบกำรเมำเหล้ำกับกำรเมำรัก ชี วิตรักของสุ นทรภู่ดูจะไม่สมหวังเท่ำที่ควร หลังจำกแยกทำง กับแม่จนั สุ นทรภู่ได้ภรรยำคนที่ สองชื่ อแม่นิ่ม นอกจำกนี้ แล้วยังปรำกฏชื่ อหญิ งสำวมำกหน้ำหลำยตำที่ สุ นทรภู่พรรณนำถึ ง เมื่อเดินทำงไปถึงหย่อมย่ำนมีชื่อเสี ยงคล้องจองกับหญิงสำวเหล่ำนั้น นักวิจำรณ์ หลำย คนจึงบรรยำยลักษณะนิ สัยของสุ นทรภู่วำ่ เป็ นคนเจ้ำชู ้ และบ้ำงยังว่ำควำมเจ้ำชูน้ ้ ี เองที่ทำให้ตอ้ งหย่ำร้ำงกับ แม่จนั ควำมข้อนี้เป็ นจริ งเพียงไรไม่ปรำกฏ ขุนวิจิตรมำตรำเคยค้นชื่อสตรี ที่เข้ำมำเกี่ยวพันกับสุ นทรภู่ในงำน ประพันธ์ต่ำงๆ ของท่ำน ได้ชื่อออกมำกว่ำ 12 ชื่อ คือ จัน พลับ แช่ม แก้ว นิ่ ม ม่วง น้อย นกน้อย กลิ่น งิ้ว สุ ข ลูกจันทน์ และอื่นๆ อีก ทว่ำสุ นทรภู่เองเคยปรำรภถึ งกำรพรรณ���ำถึ งหญิงสำวในบทประพันธ์ของตนว่ำ เป็ นไปเพื่อให้ได้อรรถรสในงำนประพันธ์เท่ำนั้น จะถือเป็ นจริ งเป็ นจังมิได้ อย่ำงไรก็ดี กำรบรรยำยควำม โศกเศร้ำและอำภัพในควำมรักของสุ นทรภู่ปรำกฏอยูใ่ นงำนเขียนนิ รำศของท่ำนแทบทุกเรื่ อง สตรี ในดวงใจ ที่ท่ำนรำพันถึงอยูเ่ สมอก็คือแม่จนั ซึ่ งเป็ นรักครั้งแรกที่คงไม่อำจลืมเลือนได้ แต่น่ำจะมีควำมรักใคร่ กบั หญิง อื่นอยู่บำ้ งประปรำย และคงไม่มีจุดจบที่ดีนกั ใน นิ รำศพระประธม ซึ่ งท่ำนประพันธ์ไว้เมื่อมีอำยุกว่ำ 60 ปี แล้ว สุ นทรภู่ได้อธิ ษฐำนไม่ขอพบกับหญิงทิง้ สัตย์อีกต่อไป อุปนิ สัยสำคัญอีกประกำรหนึ่ งของสุ นทรภู่คือ มีควำมอหังกำร์ และมัน่ ใจในควำมสำมำรถของตนเป็ นอย่ำง สู ง ลักษณะนิ สัยข้อนี้ ทำให้นกั วิจำรณ์ ใช้ในกำรพิจำรณำงำนประพันธ์ ซ่ ึ งยังเป็ นที่เคลื อบแคลงอยู่ว่ำ เป็ น ผลงำนของสุ นทรภู่หรื อไม่ ควำมอหังกำร์ ของสุ นทรภู่แสดงออกมำอย่ำงชัดเจนอยูใ่ นงำนเขียนหลำยชุ ด และ ถือเป็ นวรรคทองของสุ นทรภู่ดว้ ย


7 เรื่ องควำมอหังกำร์ ของสุ นทรภู่น้ ี เล่ ำกันว่ำในบำงครำวสุ นทรภู่ขอแก้บทพระนิ พนธ์ของกรมหมื่ นเจษฎำ บดินทร์ ต่อหน้ำพระที่นงั่ โดยไม่มีกำรไว้หน้ำ ด้วยถือว่ำตนเป็ นกวีที่ปรึ กษำ กล้ำแม้กระทัง่ ต่อกลอนหยอกล้อ กับพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย โดยที่ไม่ทรงถือโกรธ แต่กลับมีทิฐิของกวีที่จะเอำชนะสุ นทรภู่ ให้ได้ กำรแก้กลอนหน้ำพระที่นงั่ นี้ อำจเป็ นเหตุหนึ่ งที่ทำให้สุนทรภู่ล่วงเกินต่อกรมหมื่นเจษฎำบดินทร์ โดย ไม่ได้ต้ งั ใจ และอำจเป็ นสำเหตุ หนึ่ งที่ ทำให้สุนทรภู่ตดั สิ นใจออกบวชหลังสิ้ นแผ่นดิ นรั ชกำลที่ 2 แล้วก็ เป็ นได้ ทัศนคติ สุ นทรภู่ ให้ค วำมส ำคัญกับกำรศึ กษำอย่ำงมำก และตอกย้ ำ เรื่ องกำรศึ กษำในวรรณคดี หลำยๆ เรื่ อง เช่ น ขุนแผนสอนพลำยงำมว่ำ "ลูกผูช้ ำยลำยมือนั้นคือยศ เจ้ำจงอตส่ ำห์ทำสม่ ำเสมียน"หรื อที่พระฤๅษีสอนสุ ด สำครว่ำ "รู ้สิ่งไรไม่สู้รู้วชิ ำ รู้รักษำตัวรอดเป็ นยอดดี"โดยที่สุนทรภู่เองก็เป็ นผูส้ นใจใฝ่ ศึกษำหำควำมรู ้ และ มีควำมรู ้กว้ำงขวำงอย่ำงยิ่ง เชื่ อว่ำสุ นทรภู่น่ำจะร่ วมอยูใ่ นกลุ่มข้ำรำชกำรหัวก้ำวหน้ำในยุคสมัยนั้น ที่นิยม วิชำควำมรู ้แบบตะวันตก ภำษำอังกฤษ ตลอดกระทัง่ แนวคิดยุคใหม่ที่ให้ควำมสำคัญกับสตรี มำกขึ้นกว่ำเดิม สิ่ งที่สะท้อนแนวควำมคิดของสุ นทรภู่ออกมำมำกที่สุดคืองำนเขียนเรื่ อง พระอภัยมณี ซึ่ งโครงเรื่ องมีควำม เป็ นสำกลมำกยิ่งกว่ำวรรณคดี ไทยเรื่ องอื่นๆ ตัวละครมีควำมหลำกหลำยทำงเชื้ อชำติ ตัวละครเอกเช่ นพระ อภัยมณี กบั สิ นสมุทรยังสำมำรถพูดภำษำต่ำงประเทศได้หลำยภำษำ นอกจำกนี้ยงั เป็ นวรรณคดีที่ตวั ละครฝ่ ำย หญิงมีบทบำททำงกำรเมืองอย่ำงสู ง เช่นนำงสุ วรรณมำลีและนำงละเวงวัณฬำที่สำมำรถเป็ นเจ้ำครองเมืองได้ เอง นำงวำลีที่เป็ นถึงที่ปรึ กษำกองทัพ และนำงเสำวคนธ์ที่กล้ำหำญถึงกับหนี งำนวิวำห์ที่ตนไม่ปรำรถนำ อัน ผิดจำกนำงในวรรณคดีไทยตำมประเพณี ที่เคยมีมำ ลักษณะควำมคิดแบบหัวก้ำวหน้ำเช่นนี้ ทำให้ นิ ธิ เอียวศรี วงศ์ เรี ยกสมญำสุ นทรภู่วำ่ เป็ น "มหำกวีกระฎุมพี ซึ่ ง แสดงถึ ง ชนชั้น ใหม่ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในสมัย รั ตนโกสิ นทร์ เมื่ อ ทรั พ ย์สิ นเงิ นทองเริ่ ม มี ค วำมส ำคัญมำกขึ้ น นอกเหนื อไปจำกยศถำบรรดำศักดิ์ งำนเขียนเชิ งนิ รำศของสุ นทรภู่หลำยเรื่ องสะท้อนแนวคิดด้ำนเศรษฐกิ จ รวมถึงวิจำรณ์กำรทำงำนของข้ำ รำชกำรที่ทุจริ ตคิดสิ นบน ทั้งยังมีแนวคิดเกี่ ยวกับบทบำทควำมสำคัญของ สตรี มำกยิง่ ขึ้นด้วยไมเคิล ไรท์[note 1] เห็นว่ำงำนเขียนเรื่ อง พระอภัยมณี ของสุ นทรภู่ เป็ นกำรคว่ำคติควำม เชื่ อและค่ำนิ ยมในมหำกำพย์โดยสิ้ นเชิ ง โดยที่ตวั ละครเอกไม่ได้มีควำมเป็ น "วีรบุรุษ" อย่ำงสมบูรณ์แบบ ทว่ำในตัวละครทุกๆ ตัวกลับมีควำมดีและควำมเลวในแง่มุมต่ำงๆ ปะปนกันไป


8

บทที่ 3 เกียรติคุณและอนุสรณ์ บุคคลสาคัญของโลก (ด้ านวรรณกรรม) ปี พ.ศ. 2529 ในโอกำสครบรอบวันเกิ ด 200 ปี ของสุ นทรภู่ องค์กำรยูเนสโกได้ประกำศให้สุนทรภู่ เป็ น บุคคลสำคัญของโลกทำงด้ำนวรรณกรรม นับเป็ นชำวไทยคนที่ 5 และเป็ นสำมัญชนชำวไทยคนแรกที่ได้รับ เกี ยรติ น้ ี ในปี นั้น สมำคมภำษำและหนังสื อแห่ งประเทศไทยในพระบรมรำชู ปถัมภ์จึงได้จดั พิมพ์เผยแพร่ หนัง สื อ "อนุ สรณ์ สุนทรภู่ 200 ปี " และมี ก ำรจัดตั้ง สถำบันสุ นทรภู่ข้ ึ นเพื่อส่ งเสริ ม กิ จกรรมเกี่ ย วกับ กำร เผยแพร่ ชีวติ และผลงำนของสุ นทรภู่ให้เป็ นที่รู้จกั กันอย่ำงกว้ำงขวำงมำกยิง่ ขึ้น อนุสำวรี ยแ์ ละหุ่นปั้ น อนุสำวรี ยส์ ุ นทรภู่ จ.ระยอง อนุสำวรี ยส์ ุ นทรภู่ที่ วัดศรี สุดำรำม อนุ สำวรี ยส์ ุ นทรภู่แห่ งแรก สร้ ำงขึ้ นที่ ต.กร่ ำ อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่ งเป็ นบ้ำนเกิ ดของท่ำนบิดำของสุ นทรภู่ โดยวำงศิลำฤกษ์เมื่อวันที่ 30 ธันวำคม พ.ศ. 2498 อันเป็ นปี ที่ครบรอบ 100 ปี กำรเสี ยชี วิตของสุ นทรภู่ และมี พิธีเปิ ดอย่ำงเป็ นทำงกำรเมื่อวันที่ 25 พฤษภำคม พ.ศ. 2513 ภำยในอนุ สำวรี ยม์ ีหุ่นปั้ นของสุ นทรภู่ และตัว ละครในวรรณคดีเรื่ องเอกของท่ำนคือ พระอภัยมณี ที่ดำ้ นหน้ำอนุสำวรี ยม์ ี หมุดกวี หมุดที่ 24 ปั กอยู่ ยังมีอนุสำวรี ยส์ ุ นทรภู่ที่จงั หวัดอื่นๆ อีก ได้แก่ ที่ท่ำน้ ำหลังวัดพลับพลำชัย ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ซึ่ งเป็ นจุ ดที่สุนทรภู่ได้เคยมำตำมนิ รำศเมืองเพชร อันเป็ นนิ รำศเรื่ องสุ ดท้ำยของ ท่ำน และเชื่ อว่ำเพชรบุรีเป็ นบ้ำนเกิ ดของมำรดำของท่ำนด้วย[47] อนุ สำวรี ยอ์ ีกแห่ งหนึ่ งตั้งอยู่ที่วดั ศรี สุดำ รำม เนื่องจำกเป็ นสถำนที่ที่เชื่ อว่ำท่ำนได้เล่ำเรี ยนเขียนอ่ำนเมื่อวัยเยำว์ที่นี่ นอกจำกนี้ มีรูปปั้ นหุ่ นขี้ผ้ งึ สุ นทร ภู่ ตลอดจนหุ่นขี้ผ้ งึ ในวรรณคดีเรื่ อง พระอภัยมณี จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผ้ งึ ไทย จังหวัดนครปฐม พิพธิ ภัณฑ์ กุฏิสุนทรภู่ หรื อพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ ตั้งอยูท่ ี่วดั เทพธิ ดำรำม ถ.มหำไชย กรุ งเทพฯ เป็ นอำคำรซึ่ ง ปรับปรุ งจำก กุฏิที่สุนทรภู่เคยอำศัยอยู่เมื่อครั้งจำพรรษำอยู่ที่นี่ [48] ปั จจุบนั เป็ นที่ต้ งั ของสมำคมนักกลอนแห่ งประเทศ ไทย และมีกำรจัดกิจกรรมวันสุ นทรภู่เป็ นประจำทุกปี


9 วันสุ นทรภู่ หลังจำกองค์กำรยูเนสโกได้ประกำศยกย่องให้สุนทรภู่เป็ นผูม้ ีผลงำนดี เด่นทำงวรรณกรรมระดับโลกเมื่อปี พ.ศ. 2529 ต่อมำในปี พ.ศ. 2530 นำยเสวตร เปี่ ยมพงศ์สำนต์ อดีตรองนำยกรัฐมนตรี ได้จดั ตั้งสถำบันสุ นทร ภู่ข้ ึน และกำหนดให้วนั ที่ 26 มิถุนำยนของทุกปี เป็ น วันสุ นทรภู่[49] นับแต่น้ นั ทุกๆ ปี เมื่อถึงวันสุ นทรภู่ จะมีกำรจัดงำนรำลึ กถึ งสุ นทรภู่ตำมสถำนที่ต่ำงๆ เช่น ที่พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิ ดำรำม และที่จงั หวัด ระยอง (ซึ่ งมักจัดพร้อมงำนเทศกำลผลไม้จงั หวัดระยอง) รวมถึ งกำรประกวดแต่งกลอน ประกวดคำขวัญ และกำรจัดนิทรรศกำรเกี่ยวกับสุ นทรภู่ในโรงเรี ยนต่ำงๆ ทัว่ ประเทศ


10

บทที่ 4 รายชื่อผลงาน งำนประพันธ์ของสุ นทรภู่เท่ำที่มีกำรค้นพบในปั จจุบนั มีปรำกฏอยูเ่ พียงจำนวนหนึ่ ง และสู ญหำยไปอีกเป็ น จำนวนมำก ถึงกระนั้นตำมจำนวนเท่ำที่คน้ พบก็ถือว่ำมีปริ มำณค่อนข้ำงมำก เรี ยกได้วำ่ สุ นทรภู่เป็ น "นักเลง กลอน" ที่สำมำรถแต่งกลอนได้รวดเร็ วหำตั���จับยำก ผลงำนของสุ นทรภู่เท่ำที่คน้ พบในปั จจุบนั มีดงั ต่อไปนี้ นิราศ นิรำศเมืองแกลง (พ.ศ. 2349) - แต่งเมื่อหลังพ้นโทษจำกคุก และเดินทำงไปหำพ่อที่เมืองแกลง นิรำศพระบำท (พ.ศ. 2350) - แต่งหลังจำกกลับจำกเมืองแกลง และต้องตำมเสด็จพระองค์เจ้ำปฐมวงศ์ไป นมัสกำรรอยพระพุทธบำทที่จงั หวัดสระบุรีในวันมำฆบูชำ นิรำศภูเขำทอง (ประมำณ พ.ศ. 2371) - แต่งโดยสมมุติวำ่ เณรหนูพดั เป็ นผูแ้ ต่ง ไปนมัสกำรพระเจดียภ์ ูเขำ ทองที่จงั หวัดอยุธยำ นิรำศสุ พรรณ (ประมำณ พ.ศ. 2374) - แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหำยำอำยุวฒั นะที่จงั หวัดสุ พรรณบุรี เป็ นผลงำนเรื่ องเดียวของสุ นทรภู่ที่แต่งเป็ นโคลง นิรำศวัดเจ้ำฟ้ ำ (ประมำณ พ.ศ. 2375) - แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหำยำอำยุวฒั นะตำมลำยแทงที่วดั เจ้ำฟ้ ำอำกำศ (ไม่ปรำกฏว่ำที่จริ งคือวัดใด) ที่จงั หวัดอยุธยำ นิรำศอิเหนำ (ไม่ปรำกฏ, คำดว่ำเป็ นสมัยรัชกำลที่ 3) - แต่งเป็ นเนื้อเรื่ องอิเหนำรำพันถึงนำงบุษบำ รำพันพิลำป (พ.ศ. 2385) - แต่งเมื่อครั้งจำพรรษำอยูท่ ี่วดั เทพธิ ดำรำม แล้วเกิดฝันร้ำยว่ำชะตำขำด จึงบันทึก ควำมฝันพร้อมรำพันควำมอำภัพของตัวไว้เป็ น "รำพันพิลำป" จำกนั้นจึงลำสิ กขำบท นิรำศพระประธม (พ.ศ. 2385) - เชื่ อว่ำแต่งเมื่อหลังจำกลำสิ กขำบทและเข้ำรับรำชกำรในพระบำทสมเด็จ พระปิ่ นเกล้ำเจ้ำอยูห่ วั ไปนมัสกำรพระประธมเจดีย ์ (หรื อพระปฐมเจดีย)์ ที่เมืองนครชัยศรี นิรำศเมืองเพชร (พ.ศ. 2388) - แต่งเมื่อเข้ำรับรำชกำรในพระบำทสมเด็จพระปิ่ นเกล้ำเจ้ำอยูห่ วั เชื่ อว่ำไปธุ ระ รำชกำรอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง นิรำศเรื่ องนี้มีฉบับค้นพบเนื้อหำเพิ่มเติมซึ่ ง อ.ล้อม เพ็งแก้ว เชื่ อว่ำ บรรพบุรุษฝ่ ำย มำรดำของสุ นทรภู่เป็ นชำวเมืองเพชรบุรี


11 นิทาน โคบุตร : เชื่ อว่ำเป็ นงำนประพันธ์ชิ้นแรกของสุ นทรภู่ เป็ นเรื่ องรำวของ "โคบุตร" ซึ่ งเป็ นโอรสของพระ อำทิตย์กบั นำงอัปสร แต่เติบโตขึ้นมำด้วยกำรเลี้ยงดูของนำงรำชสี ห์ พระอภัยมณี : คำดว่ำเริ่ มประพันธ์ในสมัยรัชกำลที่ 2 และแต่งๆ หยุดๆ เรื่ อยมำจนถึ งสมัยรัชกำลที่ 4 เป็ น ผลงำนชิ้นเอกของสุ นทรภู่ ได้รับยกย่องจำกวรรณคดีสโมสรให้เป็ นสุ ดยอดวรรณคดีไทยประเภทกลอน สุ ภาษิต สวัสดิรักษำ : คำดว่ำประพันธ์ในสมัยรัชกำลที่ 2 ขณะเป็ นพระอำจำรย์ถวำยอักษรแด่เจ้ำฟ้ ำอำภรณ์ เพลงยำวถวำยโอวำท : คำดว่ำประพันธ์ในสมัยรัชกำลที่ 3 ขณะเป็ นพระอำจำรย์ถวำยอักษรแด่เจ้ำฟ้ ำกลำง และเจ้ำฟ้ ำปิ๋ ว สุ ภำษิตสอนหญิง : เป็ นหนึ่งในผลงำนซึ่ งยังเป็ นที่เคลือบแคลงว่ำ สุ นทรภู่เป็ นผูป้ ระพันธ์จริ งหรื อไม่ บทละคร มี กำรประพันธ์ ไว้เพียงเรื่ องเดี ยวคื อ อภัยนุ รำช ซึ่ ง เขี ยนขึ้ นในสมัยรั ชกำลที่ 4 เพื่อถวำยพระองค์เจ้ำดวง ประภำ พระธิ ดำในพระบำทสมเด็จพระปิ่ นเกล้ำเจ้ำอยูห่ วั บทเสภา ขุนช้ำงขุนแผน เสภำพระรำชพงศำวดำร บทเห่กล่อมพระบรรทม น่ ำ จะแต่ ง ขึ้ นส ำหรั บ ใช้ ข ับ กล่ อ มหม่ อ มเจ้ ำ ในพระองค์ เ จ้ ำ ลั ก ขณำนุ คุ ณ กั บ พระเจ้ ำ ลู ก ยำเธอใน พระบำทสมเด็จพระปิ่ นเกล้ำเจ้ำอยูห่ วั เท่ำที่พบมี 4 เรื่ องคือ เห่เรื่ องพระอภัยมณี เห่เรื่ องโคบุตร เห่เรื่ องจับระบำ เห่เรื่ องกำกี


อ้างอิง

เปลื้อง ณ นคร. สุนทรภู่ครู กวี. กรุ งเทพฯ: สำนักพิมพ์ขำ้ วฟ่ ำง. มิถุนำยน 2542 http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E 0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88


soonthornphu