Page 1

การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

การศึกษาศักยภาพแหล่ งนา้ ของพืน้ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี The study potential water sources of King Mongkut’s University of Technology Thonburi, Ratchaburi campus. ภาควิชาครุศาสตร์ โยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ าธนบุรี ณัฐพงษ์ เพชรทอง1 ธิติพร นิลสาขา2 และอธิวฒั น์ ลีลาศวัฒนกุล3 1 E-mail : pong_smartman555@hotmail.com 2 E-mail : sweet_jeep802@hotmail.com 3 E-mail : leesanfong@gmail.com ภาควิชาครุ ศาสตร์โยธา คณะครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

บทคัดย่อ โครงงานศึกษาครั้งนี้เป็ นการสารวจหาแหล่งน้ าต้นทุนเชิงปริ มาณที่มีอยูใ่ นปั จจุบนั และศึกษา ความต้องการใช้น้ าในอนาคต ของพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี โดยคณะผูศ้ ึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งนาข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ผล ซึ่งผลจากการสารวจหา แหล่งน้ าต้นทุนเชิงปริ มาณที่มีอยูใ่ นปั จจุบนั พบว่ามีปริ มาณน้ า 34,551.25 ม.3/ปี โดยได้มาจาก 3 แหล่ง ซึ่งได้แก่ น้ าบาดาล อ่างเก็บน้ าบริ เวณอาคารปฐมาคาร และอ่างเก็บน้ าบริ เวณหลังมหาวิทยาลัย และผล จากการศึกษาความต้องการใช้น้ าในอนาคตพบว่ามีปริ มาณน้ าที่ตอ้ งการ 588,979.21 ม.3/ปี โดยแบ่งความ ต้องการใช้น้ าออกเป็ น 3 ประเภท ซึ่งได้แก่ ความต้องการใช้น้ าสาหรับอาคารประเภทมหาวิทยาลัย (มี หอพัก) สาหรับดับเพลิงและสาหรับสาธารณูปโภคอื่นๆ จากข้อมูลดังกล่าวจึงเป็ นผลทาให้ทราบศักยภาพ แหล่งน้ าของพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี มีปริ มาณไม่เพียงพอต่อ ความต้องการใช้น้ าในอนาคต คาสาคัญ : แหล่งน้ าต้นทุน / ศักยภาพแหล่งน้ า / ความต้องการใช้น้ า จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

บทนา ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลมีนโยบายที่จะ ขยายโอกาสทางการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ไปสู่ ส่วนภูมิ ภาค ตามต้นแผนพัฒนาการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 7 (2535 – 2539) โดย รั ฐ บาลมี น โยบายที่ จ ะให้ ม หาวิ ท ยาลั ย หรื อ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ขยายวิทยาเขตไปยัง จังหวัดต่างๆ ในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อตอบสนอง นโยบายของรั ฐ มหาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี พระจอมเกล้า ธนบุ รี ได้แ สวงหาที่ดิ น ใหม่ ใ น การจัดตั้งวิทยาเขตในส่ วนภูมิภาค มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาความเป็ นไปได้ที่จะจัดตั้งวิทยาเขตใหม่ ในพื้นที่ต่างๆ ในส่ วนภูมิภาค เมื่ อ ได้พิจารณา แล้วทางมหาวิทยาลัยเห็นว่าจังหวัดที่จะสามารถ ดาเนิ น การได้ส ะดวกคือ จัง หวัด ราชบุ รี ซึ่ ง มี พื้น ที่ ข นาดใหญ่ และเหมาะสมที่ สุ ดที่ จ ะเป็ น ที่ ต้ ัง ของวิท ยาเขต ด้ว ยสาเหตุ ส าคัญ คื อ เป็ น ความต้องการของประชาคมราชบุรี ประชาคม ให้ ก ารสนั บ สนุ น และระยะทางจากจัง หวัด ราชบุรีถึ งที่ต้ งั มหาวิทยาลัยปั จจุบนั ไม่ ไ กลนัก ทาให้สะดวกในการส่ งกาลังบารุ งจากวิทยาเขต ปั จจุบนั ที่กรุ งเทพมหานคร [1] สภาพที่ต้ งั ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้า ธนบุ รี วิ ท ยาเขตราชบุ รี ตั้ง อยู่ ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตาบลรางบัว อาเภอจอมบึง มีพ้ืนที่ 1,500 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็ นที่ราบสู งและลาดเชิงเขา มีสภาพดินเป็ นดิน ร่ วนปนทรายหรื อ ดิ นลู กรัง ทาให้กักเก็บน้ าได้ ไม่ดี จึงไม่มีน้ าที่เพียงพอต่อการอุปโภคบริ โภค ประกอบกับ ท าเลที่ต้ งั ที่ ไ ด้รั บอิ ท ธิ พ ลจากลม มรสุ มตะวันตกเฉี ยงใต้ แต่เนื่ องจากมี เทือ กเขา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ตะนาวศรี ก้ นั อยู่ ทาให้ไ ด้รับลมมรสุ มไม่เต็มที่ จึงมี ปริ มาณฝนตกน้อ ย โดยฝนส่ วนใหญ่จะถู ก พัดเลยไปตกในแถบลุ่ มแม่ น้ าแม่ กลอง แม่ น้ า แควน้อยและแม่น้ าแควใหญ่แทน [2] จากการส ารวจปริ ม าณน้ าฝนในเขต พื้น ที่ จ ัง หวัด ราชบุ รี ในปี 2540–2552 พบว่า มี ปริ มาณน้ าฝนเพียง 1,162.35 มม./ปี [3] จึงอาจ ถือจากข้อมูลดังกล่าวนี้ ได้ว่าจังหวัดราชบุรีเป็ น จังหวัดหนึ่ งที่มีปริ มาณฝนน้อ ย และในอนาคต อันใกล้น้ ี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี จะทาการขยายตัวและ พัฒ นามหาวิท ยาลัย เพื่อ รั บ รองนักศึ ก ษาและ บุคลากรที่เพิม่ ขึ้น จึงมี ความจาเป็ นที่ตอ้ งมี การ สารวจหาปริ มาณการใช้น้ า และศึกษาศักยภาพ แหล่ ง น้ าของพื้ น ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี เนื้อหา ในการส ารวจหาปริ มาณน้ าที่ มี ใ น ปั จ จุ บ ัน ของพื้ น ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี พบว่า มี การนาน้ ามาใช้จากแหล่งน้ าต้นทุน 3 แหล่ง ดังนี้ 1. น้ าบาดาล ในปั จจุบนั พื้นที่โครงการมีการขุด เจาะนาน้ าบาดาลมาใช้แล้วทั้งสิ้น 2 แห่ ง โดยใน แต่ ล ะแห่ ง มี ก ารขุด เจาะจากชั้น พื้ น ดิ น ลงไป ประมาณ 140 ม. คุณภาพของน้ าที่ได้มีลกั ษณะ ใสและมี ตะกอนปนเล็กน้อ ย โดยน้ าบาดาลใน แต่ละแห่ งสามารถนาน้ ามาใช้ไ ด้โดยประมาณ 10 ม.3/วัน ดังนั้นพื้นที่โครงการจะมีปริ มาณการ รับน้ าจากน้ าบาดาลประมาณ 7,300 ม.3/ปี

จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

2. อ่ า งเก็ บ น้ า บริ เ วณอาคารปฐมาคาร มี พ้ืน ที่ ประมาณ 7,969 ม.2 ลึกประมาณ 6.5 ม. ทาให้ ปริ มาณความจุ ข องอ่ า งเก็ บ น้ านี้ มี ป ระมาณ 51,798.5 ม.3 แต่ในการคิดปริ มาณความจุของ อ่างเก็บน้ าจะคิดเพียง 50% ของปริ มาณความจุ ของอ่ างเก็บน้ าที่คิดได้ เพื่อ ลดข้อ ผิดพลาดอัน เนื่ องมาจากพื้นผิวของอ่างเก็บน้ า ซึ่ งมีลักษณะ พื้นผิวที่ขรุ ขระ โดยอ่ างเก็บน้ านี้ ใช้สาหรับการ ปรับปรุ งทัศนี ย ภาพของพื้นที่โ ครงการ ดังนั้น พื้นที่โครงการจะมีปริ มาณการรับน้ าจากอ่างเก็บ น้ านี้ประมาณ 25,899.25 ม.3/ปี 3. อ่ า งเก็ บน้ า บริ เ วณหลังมหาวิทยาลัย มี พ้ืน ที่ ประมาณ 676 ม.2 ลึ กประมาณ 2.5 ม. ทาให้ ปริ มาณความจุ ข องอ่ า งเก็ บ น้ านี้ มี ป ระมาณ 1,690 ม.3 แต่ในการคิดปริ มาณความจุของอ่าง เก็บน้ าจะคิดเพียง 80% ของปริ มาณความจุของ อ่ า งเก็ บ น้ าที่ คิ ด ได้ เพื่ อ ลดข้ อ ผิ ด พลาดอั น เนื่ องมาจากพื้นผิวของอ่างเก็บน้ า ซึ่ งมีลักษณะ พื้ น ผิ ว ที่ ข รุ ข ระ โดยอ่ า งเก็ บ น้ านี้ ใช้ ส าหรั บ แปลงวิจยั ทางการเกษตร ดังนั้นพื้นที่โครงการ จะมี ปริ ม าณการรับน้ าจากอ่ างเก็บน้ าประมาณ 1,352 ม.3/ปี 1

3

2

รู ปที่ 1 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงแหล่งน้ าต้นทุน ในพื้นที่โครงการ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ในการศึกษาหาปริ มาณน้ าที่ตอ้ งการใช้ ในอนาคตของพื้น ที่ ม หาวิ ท ยาลัย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี สามารถ แบ่ ง ประเภทตามความต้อ งการใช้น้ าได้จ าก 3 ความต้องการ ดังนี้ 1. ความต้อ งการใช้น้ าส าหรับ อาคารประเภท มหาวิ ท ยาลั ย (มี ห อพัก ) ในการค านวณหา ปริ มาณน้ าที่ ตอ้ งการใช้ใ นอนาคต จะก าหนด ปริ ม าณการใช้น้ า ไว้ที่ 300 ลิ ต ร/วัน /คน [4] เนื่ อ งจากมี ก ารคาดการณ์ ว่ า นั ก ศึ ก ษาและ บุ ค ล า ก ร ข อ ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ท ค โ น โ ล ยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี ทั้ง 100% จะอาศัยอยูใ่ นหอพักของมหาวิทยาลัย จึงจาเป็ น ที่จะต้องเผือ่ ค่าปริ มาณการใช้น้ าเป็ นแบบอาคาร ประเภทมหาวิทยาลัย (มีหอพัก) และในอนาคต คาดว่า มหาวิท ยาลัย เทคโนโลยีพ ระจอมเกล้า ธนบุ รี วิ ท ยาเขตราชบุ รี จะท าการรองรั บ นักศึกษาและบุคลากรประมาณปี ละ 2,000 คน ดังนั้นความต้องการใช้น้ าสาหรับอาคารประเภท มหาวิทยาลัย (มีหอพัก) จึงมีความต้องการใช้น้ า ประมาณ 219,000 ม.3/ปี 2. ความต้องการใช้น้ าสาหรับดับเพลิง ในการหา ปริ มาณน้ าที่ ต ้อ งการใช้ ใ นอนาคต จะต้อ ง คานึงถึงน้ าที่จะใช้ในการดับเพลิงด้วย จึงมีความ จาเป็ นที่จะต้องทราบปริ มาณของน้ า เพื่อที่จะได้ จัดเตรี ยมน้ าให้เพียงพอเมื่อ เกิ ดอัคคีภยั ขึ้น โดย ในการคานวณหาปริ มาณน้ าสาหรับดับเพลิงนั้น สามารถค านวณได้จ ากสมการของ American Insurance Association [4] โดยคิดค่าประมาณ การกัก เก็ บ น้ าส าหรั บ การดับ เพลิ ง เป็ นเวลา 5 ชัว่ โมง และคิดค่าประมาณการเกิดอัคคีภยั เผื่อ

จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

ไว้ปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นความต้องการใช้น้ าสาหรับ ดั บ เพลิ ง จึ ง มี ค วามต้ อ งการใช้ น้ าประมาณ 3,219.24 ม.3/ปี 3. ความต้อ งการใช้น้ า ส าหรั บสาธารณู ป โภค อื่นๆ เช่น การใช้น้ าเพื่อ การบารุ งและปรับปรุ ง ทัศนี ยภาพของพื้นที่โครงการ จะคิดเพียง 70% ของพื้นที่ โครงการที่ ไ ด้มี กาหนดการก่ อ สร้า ง ตามแผนแม่ บ ทของมหาวิท ยาลัย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี ซึ่ งมีพ้นื ที่ ขนาด 1,460,875 ม.2 โดยในการคานวณจะใช้ค่า ผลต่างระหว่างค่าปริ ม าณน้ าฝนเฉลี่ยของพื้นที่ โครงการกับค่า ETo (Evapotranspiration) [5] ของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่ อ งจากในปั จจุบนั ค่า ETo ของจังหวัดราชบุรียงั ไม่มีค่าที่ชดั เจนและ พื้นที่โครงการยังใกล้กับเขตจังหวัดกาญจนบุรี อี ก ด้ ว ย ดั ง นั้ นความต้อ งการใช้ น้ าส าหรั บ สาธารณู ป โภคอื่ น ๆ จึ ง มี ค วามต้อ งการใช้น้ า ประมาณ 366,759.97 ม.3/ปี

รู ปที่ 2 กราฟแสดงความสัมพันธ์ของน้ าใน ปั จจุบนั ที่มีกบั น้ าที่ตอ้ งการใช้ในอนาคต เมื่อทราบว่าศักยภาพแหล่งน้ าของพื้นที่ โครงการมีปริ มาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใช้น้ าในอนาคตของพื้ น ที่ โ ครงการแล้ว นั้ น

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

จาเป็ นอย่างยิง่ ที่จะต้องมีการแสวงหาหนทางใน การเพิ่ม ปริ ม าณของแหล่ ง น้ าต้น ทุ น เพื่ อ ให้ สามารถตอบสนองต่อปริ มาณความต้องการใช้ น้ าในอนาคตของพื้ น ที่ โ ครงการ โดยการ แสวงหาหนทางในการเพิ่มศัก ยภาพแหล่ ง น้ า ของพื้นที่โครงการ สามารถทาการเพิ่มปริ มาณ ของแหล่งน้ าต้นทุนได้ โดยทาการก่อสร้างอ่าง เก็บน้ า ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. การออกแบบอ่างเก็บน้ า ในการออกแบบอ่าง เก็บน้ าที่จะใช้เป็ นแหล่งน้ าต้นทุนในอนาคตของ พื้ น ที่ โ ครงการนั้ น จ าเป็ นอย่า งยิ่ ง ที่ จ ะต้อ ง ท าการศึ ก ษาถึ ง สภาพภู มิ ป ระเทศของพื้ น ที่ โครงการ เพื่อดูลกั ษณะการไหลของน้ า ให้เป็ น แนวทางในการเลื อ กต าแหน่ งที่ จ ะท าการ ออกแบบอ่างเก็บน้ า เมื่อ ได้ตาแหน่ งที่ตอ้ งการ แล้ว จากนั้นจะต้องทาการออกแบบขนาดของ อ่ างเก็บน้ าพร้อ มทั้งออกแบบลักษณะของอ่ าง เก็บน้ า โดยการศึกษาถึ งลักษณะของสภาพดิ น บริ เวณพื้นที่โครงการ

รู ปที่ 3 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างขนาด ของเม็ดดินและเปอร์เซนต์ผา่ น

จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

ผลจากการศึ กษาพบว่า ดิ น นี้ ประกอบ ไปด้วย Gravel 63.33 % , Sand 36.07 % และ Silt & Clay 0.60 % มีค่า Cu = 14 และ Cc = 4.5 ท าให้ ดิ น บริ เ วณพื้ น ที่ โ ครงการเป็ นดิ น แบบ ประเภท GP-GC ตามการคัด แยกแบบ USCS (Unified Soil Classification System) โดยมี ลักษณะเป็ นดิน Poorly Graded gravel with clay and sand และมีสัมประสิ ทธ์การซึ มผ่านของน้ า ในดินอยูใ่ นช่วง 10-3 – 10-7 ซม./วินาที [6] จากข้ อ มู ล ดั ง กล่ า ว ท าให้ ท ราบว่ า ลัก ษณะของดิ น บริ เ วณพื้น ที่ โครงการเป็ นดิ น ลู ก รั ง ซึ่ งมี ค วามสามารถในการดู ด ซึ ม น้ า ค่อนข้างสูง ดังนั้นในการออกแบบลักษณะของ อ่างเก็บน้ าจึงต้องทาการดาดพื้นผิวของอ่างเก็บ น้ าด้วยดินเหนี ยว ที่ความหนา 10 ซม. เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการกักเก็บน้ าของอ่างเก็บน้ า ที่ได้ออกแบบไว้

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ปริ ม าณการผัน น้ า ให้มีความเพียงพอต่ อ ความ ต้อ งการใช้น้ าในแต่ ล ะวัน ของพื้นที่ โ ครงการ โดยในการออกแบบระบบส่ ง น้ าได้ท าการ ออกแบบแนวท่อส่งน้ าไว้ดงั นี้

รู ปที่ 5 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงแนวท่อส่งน้ า น้ าจากอ่างเก็บน้ าที่ 1 สามารถที่จะผัน น้ าไปได้ใน 3 แนวทาง ทั้งผันไปยังอ่างเก็บน้ าที่ 2 ผันไปยังอ่างเก็บน้ าบริ เวณปฐมาคาร และผัน ไปยังอ่างเก็บบริ เวณอาคารวิจยั โดยระบบจะจ่าย น้ าแบบใช้ปั๊มสู บขึ้นหอถังสู ง ซึ่ งจะก่ อ สร้างที่ บริ เวณอ่างเก็บน้ าที่ 1 โดยในการผันน้ าจะขึ้นอยู่ กับความต้อ งการใช้น้ า ว่าต้องการผันน้ าไปใน แนวทางใดแนวทางหนึ่ ง หรื อ ทั้งสองและสาม แนวทางก็ ไ ด้ เพราะมี การติด ตั้งวาล์ว เปิ ด-ปิ ด (Stop valve) ในทั้ง 3 แนวทาง เพื่อ ควบคุ ม ระบบส่งน้ าให้เป็ นไปตามความต้องการใช้น้ า

รู ปที่ 4 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงตาแหน่ง อ่างเก็บเก็บน้ าและความจุ

สรุป

2. การออกแบบระบบส่ งน้ า ในการออกแบบ ระบบส่งน้ าที่จะใช้ผนั น้ าของแหล่งน้ าต้นทุนใน อนาคตของพื้นที่โครงการนั้น จะต้อ งคานึ งถึ ง

ผลการสารวจหาปริ มาณน้ าในปั จจุบนั ที่ มี อ ยู่ ใ นพื้ น ที่ โ ครงการ กั บ ปริ มาณความ ต้อ งการใช้น้ าในอนาคตของพื้ น ที่ โ ครงการ พบว่ า ปริ มาณน้ าในปั จจุ บ ัน ที่ มี อ ยู่ ใ นพื้ น ที่

จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

โครงการมี ป ริ ม าณเพี ย ง 34,551.25 ม.3/ปี แต่ ปริ มาณความต้องการใช้น้ าในอนาคตของพื้นที่ โครงการมีความต้องการสูงถึง 588,979.21 ม.3/ปี จากข้ อ มู ล ดั ง กล่ า วจึ ง เป็ นผลท าให้ ท ราบ ศักยภาพแหล่งน้ าในพื้นที่โครงการมีปริ มาณไม่ เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ าในอนาคต ดังนั้น จึ ง จ าเป็ นอย่า งยิ่ง ที่ จ ะต้อ งมี ก ารเพิ่ม ศัก ยภาพ แหล่งน้ าของพื้นที่โครงการให้มีปริ มาณเพียงพอ ต่อ ความต้อ งการใช้น้ า ในอนาคตโดยเร็ วที่สุ ด โดยหนทางในการพัฒ นาศัก ยภาพแหล่ ง น้ า สามารถทาได้ โดยทาการก่อสร้างอ่างเก็บน้ าขึ้น อีก 3 อ่ าง ครอบคลุ มพื้นที่โครงการ จะทาให้ พื้ น ที่ โค รง ก า ร มี ป ริ ม า ณ น้ า เ พิ่ ม ขึ้ น เป็ น 719,735.64 ม.3/ปี และใช้ง บประมาณในการ ก่อสร้าง 53-54 ล้านบาท กิตติกรรมประกาศ โครงงานศึกษาสาเร็ จลุล่วงไปได้ดว้ ยดี นั้น เพราะได้รั บการอนุ เคราะห์จ ากหลายฝ่ าย คณะผู ้ศึ ก ษาขอขอบพระคุ ณ ท่ า นอาจารย์ ผูท้ รงคุ ณวุฒิ อัน ได้แก่ ผศ.ดร.สนิ ท วงษา ซึ่ ง เป็ นอาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงานศึกษา ที่ได้กรุ ณา ให้คาปรึ กษาและแนะนาโครงงานศึกษา อีกทั้ง ยังให้คาแนะนาปรึ กษาในการจัดทารู ปเล่ มด้วย คณะกรรมการ อาจารย์เศรษฐพงศ์ ศรี วิริยานนท์ และอาจารย์อิ น ทร์ ธิ ร า ค าภี ร ะ ที่ ไ ด้ก รุ ณ าให้ ข้อ เสนอแนะในการศึ ก ษาโครงงานศึ ก ษา ข อ ข อ บ พ ร ะ คุ ณ บุ ค ล า ก ร ม ห า วิ ท ย า ลั ย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี เจ้า หน้า ที่ก รมอุ ตุนิ ยมวิทยาและเจ้าหน้าที่ การ ประปาส่วนภูมิภาค สาขาสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ที่ ไ ด้ก รุ ณ าให้ค วามอนุ เ คราะห์ ข ้อ มู ล อัน เป็ น ประโยชน์ ต่ อ โครงงานศึ ก ษา ขอขอบคุ ณ ครอบครัวและบรรดาเพื่อ นมิ ตรทุกท่านที่ร่วม เป็ นแรงใจและให้การสนับสนุนตลอดมา เอกสารอ้ างอิง [1] มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2553, ข้ อมูลรายละเอียดสานักงานวิทยาเขต, สานักงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี. [2] องค์การบริ หารส่วนตาบลรางบัว, ข้ อมูล เกี่ยวกับสภาพทั่วไปของตาบลรางบัว อาเภอ จอมบึง จังหวัดราชบุรี, [Online], Available : http://www.rangbua.go.th [2010, June 19]. [3] กรมอุตุนิยมวิทยา, ข้ อมูลอุตุนิยมวิทยา จังหวัดราชบุรี, [Online], Available : http://www.tmd.go.th/index.php [2010, June 19]. [4] เกรี ยงศักดิ์ อุดมสินโรจน์, 2550, วิศวกรรม สิ่ งแวดล้ อม, พิมพ์ครั้งที่ 4, ห้างหุน้ ส่วนจากัด สยามสเตชัน่ เนอรี่ ซพั พลายส์, กรุ งเทพมหานคร, หน้า 29-33. [5] กรมชลประทาน, มาตรฐานการคานวณ ออกแบบระบบส่ งน้าและระบายน้า, [Online], Available : http://kmcenter.rid.go.th/kcdesign / [2010, July 22]. [6] Raymond S. Rollings and Marian P. Rollings, 1999, General Estimates for Permeability Values for Paving Materials, SF-RIMATM A PERMEABLE PAVING STONE SYSTEM, p. 9.

จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี


การนาเสนอบทความและการรายงานทางวิชาการ ประจาปี การศึกษา 2553

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ประวัติผู้ศึกษา ชื่อ - สกุล วัน เดือน ปี เกิด ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา

ระดับปริ ญญาตรี

ชื่อ - สกุล วัน เดือน ปี เกิด ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา

ระดับปริ ญญาตรี

ชื่อ - สกุล วัน เดือน ปี เกิด ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับวิชาชีพ ระดับปริ ญญาตรี

นายณัฐพงษ์ เพชรทอง 26 มกราคม 2532 ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรี ยนกรรณสูตศึกษาลัยจังหวัดสุพรรณบุรี 2544 ประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรี ยนกรรณสูตศึกษาลัยจังหวัดสุพรรณบุรี 2547 ครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2550 นางสาวธิติพร นิลสาขา 26 มีนาคม 2532 ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรี ยนบ้านแพงพิทยาคม 2544 ประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรี ยนเตรี ยมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2547 ครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2550 นายอธิวฒั น์ ลีลาศวัฒนกุล 19 กุมภาพันธ์ 2532 ประโยคมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรี ยนภูเก็ตวิทยาลัย 2544 ประกาศณี ยบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต 2547 ครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2550 จัดทาโดย : ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

การศึกษาแหล่งน้ำราชบุรี  

dhfdhfhnfhjfmjfjufjn