Page 1


บทคัดย่อ โครงงานการศึ กษาความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอนตามสมรรถนะของครู น้ ี มีวตั ถุ ประสงค์เพื่อศึกษา ความสามารถ ในการปฏิบตั ิการสอน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในหลักสู ตร ครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมบัณฑิต (ค.อ.บ. 5 ปี ) 4 สาขา โดยใช้แบบสอบถามเป็ นเครื่ องมือในการรวบรวม ข้อมูลจากความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ณ สถานศึกษาที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอน จากนั้นใช้โปรแกรม SPSS ในการวิเคราะห์ ข ้อมู ล และใช้ผลการวิเ คราะห์ ตามวิธี ของลิ เคิ ร์ท จากผลการศึ ก ษาพบว่า นัก ศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์ ส อนมี ค วามสามารถฝึ กประสบการณ์ สอนตามสมรรถนะของครู อยู่ใ นระดับมาก แต่เมื่ อ พิจารณาเป็ นรายข้อของความสามารถในแต่ละสมรรถนะ พบว่าอาจารย์พี่เลี้ ยงมีความคิดเห็นมากที่สุดใน ด้า นความสามารถฝึ กปฏิ บ ัติ ก ารสอน ตั้ง แต่ ก ารจัด ท าแผนการสอน ปฏิ บ ัติ ก ารสอน การประเมิ น ผล รองลงมาคื อ ความสามารถจัดการเรี ย นรู้ ใ นสาขาวิช าเฉพาะ และความสามารถจัด ท าแผนการเรี ย นรู้ ตามลาดับ คาสาคัญ : ประสบการณ์สอน/ สมรรถนะของครู


Abstract This research studies the ability for teaching practical experience of the performance’s teachers. The objective of this research is study the ability of teaching practical experience of King Mongkut’s University Technology of Thonburi student in Graduate Program in Industrial Education (four departments),the questionnaire as a tool for collecting feedback information from the supervising teacher at the technical college. From the use of SPSS in data analysis and use the results of this research by method of Likert. The results showed that students taught with practical experience can teach the competencies of teachers at a high level. However, when considering each item of the capabilities of each performance, Mentor teachers have found that most comments in the practice of teaching ability. Since the preparation of lesson plans, teaching practice, evaluation, followed by capacity for learning in specialized fields. And can create learning plans, respectively.

Keyword: practical experience / competency


ง กิตติกรรมประกาศ การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู นี้ สาเร็ จลุ ล่วงด้วยดีกลุ่มผูศ้ ึกษา ขอกราบขอบพระคุ ณ อาจารย์อินทร์ ธิ รา คาภี ระ ซึ่ งเป็ นอาจารย์ที่ปรึ กษา ที่ ก รุ ณาให้แนวคิ ดและ คาแนะนาในทาวิจยั ตลอดจนการแก้ไขปั ญหาต่างๆ อันเป็ นประโยชน์ต่องานวิจยั นี้ ขอขอบพระคุ ณ ผศ.ดร. สนิท วงษา และ ผศ.ดร. กิติเดช สันติชยั อนันต์ ที่ให้ความอนุ เคราะห์ให้เกียรติมาเป็ นประธาน กรรมการคุ ม สอบ ขอขอบพระคุ ณผูท้ รงคุ ณ วุฒิ ทุ ก ท่ า น ที่ ใ ห้ ค วามอนุ เ คราะห์ ใ นการตรวจสอบ เครื่ องมือที่ใช้ในงานวิจยั ครั้งนี้ ได้แก่ ดร. สมภพ ปั ญญาสมพรรค์ รศ.ดร. ณรงค์ มัง่ คัง่ และรศ.คม สัน จิระภัทรศิลป ขอขอบคุณอาจารย์พี่เลี้ ยงของสถานศึกษาต่างๆ ที่ให้ความร่ วมมือในการตอบแบบสอบถาม รวมทั้ง ครอบครัวที่คอยเป็ นกาลังใจในการจัดทาการวิจยั นี้ จนประสบความสาเร็ จสมบูรณ์ ตลอดจนเพื่อนๆ ทุกคน รวมทั้งขอบพระคุ ณบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนามในที่น้ ี ที่ให้ความช่ วยเหลื อในการวิจยั ครั้งนี้ ลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ดว้ ย คณะผูจ้ ดั ทา


สารบัญ ชื่อเรื่ อง

หน้า

บทคัดย่อภาษาไทย บทคัดย่อภาษาอังกฤษ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ รายการตาราง

ข ค ง จ ช

บทที่ 1 บทนา 1.1 ความเป็ นมาและความสาคัญของปั ญหา 1.2 วัตถุประสงค์ 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1.5 นิยามศัพท์

1 2 2 2 3

บทที่ 2 ทฤษฎีสัมพันธ์ และงานวิจัยที่เกีย่ วข้ อง 2.1 มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา 2.2 การฝึ กสอน 2.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครู 2.4 เอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง

3 7 15 19

บทที่ 3 วิธีการศึกษาและวิเคราะห์ ข้อมูล 3.1 ประชากร 3.2 กลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.4 ขั้นตอนการสร้างเครื่ องมือ 3.5 การหาคุณภาพเครื่ องมือ 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล

24 24 27 29 30 31


สารบัญ (ต่ อ) ชื่อเรื่ อง

หน้า 3.7 ขั้นตอนการดาเนิ นโครงงาน 3.8 การวิเคราะห์ขอ้ มูล 3.9 สถิติที่ใช้ในการศึกษา

31 32 32

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ ข้อมูล 4.1 วิเคราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกับสถานภาพของอาจารย์พี่เลี้ยง 35 4.2 วิเคราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ที่มีต่อนักศึกษา ฝึ กสอนตามสมรรถนะต่างๆ 8 ด้าน 38 4.3 เปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ย ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงตามสมรรถนะต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way analysis of variance) 79 บทที่ 5 บทสรุ ปและข้ อเสนอแนะ 5.1 ผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผลการศึกษา 5.2 ข้อเสนอแนะ

94 96 97

อ้างอิง ภาคผนวก ประวัติผทู้ าวิจยั

100 102 118


รายการตาราง ตารางที่ 2.1 มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพครู 3.1 แสดงจานวนนักศึกษาชั้นปี ที่ 4 และชั้นปี ที่ 5 เข้ารับการฝึ กกับสถานศึกษา 3.2 แสดงข้อคาถามที่จะใช้เป็ นประเด็นในการถามความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอนตามสมรรถนะของครู 3.3 แสดงตัวอย่างแบบสอบถามความคิดเห็น 3.4 แสดงตัวอย่างแบบฟอร์ มสาหรับใช้ในการหาคุณภาพเครื่ องมือด้วยวิธี IOC 3.5 รายชื่อสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง 4.1 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามสาขาวิชาของนักศึกษา ฝึ กสอนเรี ยนอยู่ 4.2 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามวุฒิการศึกษา 4.3 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามประสบการณ์สอน 4.4 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามตาแหน่ง 4.5 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามแผนกที่นกั ศึกษาไป ฝึ กสอน 4.6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน 4.7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 4.8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.9 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอนปฏิบตั ิการสอน การประเมินผล 4.10 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการ เรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผูเ้ รี ยน

หน้า 6 25 28 29 30 31 35 36 36 36 37

38 39 40

41 42

43


รายการตาราง (ต่ อ) ตารางที่ 4.12 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.13 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และ พัฒนาผูเ้ รี ยน 4.14 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของ ผูเ้ รี ยน 4.15 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 4.16 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.17 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอน ปฏิบตั ิการสอน การประเมินผล 4.18 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 4.19 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 4.20 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.21 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และพัฒนา ผูเ้ รี ยน 4.22 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของ ผูเ้ รี ยน

หน้า

44

45

46 47 48

49 50

51 52

52

53


รายการตาราง (ต่ อ) ตารางที่ 4.23 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 4.24 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.25 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอน ปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 4.26 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 4.27 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู้ให้ เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 4.28 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.29 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน 4.30 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน 4.31 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 4.32 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.33 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล

หน้า

54 55

56 57

59 60

60

61 62 63

64


รายการตาราง (ต่ อ) ตารางที่ 4.34 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 4.35 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 4.36 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.37 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.38 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน 4.39 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 4.40 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.41 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 4.42 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 4.43 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการ เรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 4.44 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน

หน้า

65

67 68

68

69 70 71

72 73

75 76


รายการตาราง (ต่ อ) ตารางที่ 4.45 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนกตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.46 แสดงการเปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ยของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตาม สมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง 4.47 ผลการแปรปรวนทางเดียวของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามสาขาที่นกั ศึกษาฝึ กสอน เรี ยนอยู่ 4.48 ผลการแปรปรวนทางเดียวของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามวุฒิการศึกษาของอาจารย์ พี่เลี้ยง 4.49 ผลการแปรปรวนทางเดียวของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามประสบการณ์สอนของ อาจารย์พี่เลี้ยง 4.50 ผลการแปรปรวนทางเดียวของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามตาแหน่งของอาจารย์ พี่เลี้ยง 4.51 ผลการแปรปรวนทางเดียวของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามแผนกที่นกั ศึกษาไป ฝึ กสอน

หน้า

76 78

79

82

84

87

89


1


2

บทที่ 1 บทนา 1.1 ที่มาและความสาคัญของปัญหา นักศึกษาที่เรี ยนหลักสู ตรครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมบัณฑิต (ค.อ.บ.5 มีความสาคัญอย่างยิ่งที่ตอ้ งทา การฝึ กประสบการณ์ สอน เหมือนกับวิชาชี พอื่ นๆ ที่ตอ้ งมี การฝึ กงาน เช่ น หมอ วิศวกร การบริ การ ต่างๆ เป็ นต้น เนื่ องจากถ้านักศึกษาไม่ได้รับการฝึ กประสบการณ์ สอน หากอนาคตนักศึกษาจะต้อง ออกไปประกอบวิชาชี พ ครู อาจท าให้เกิ ดความตื่ นเต้นและไม่ ม นั่ ใจในการสอนได้ อี ก ทั้งการฝึ ก ประสบการณ์สอนยังทาให้นกั ศึกษามีความรู ้ ความเข้าใจ ในการสอนอย่างถ่องแท้ ในการฝึ กประสบการณ์ ส อนของนักศึ กษาคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี หลักสู ตร ค.อ.บ.5ปี จะแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ 1) การสังเกตการณ์สอน จะเป็ นการสังเกตการสอนของ นักศึ ก ษาชั้นปี ที่ 4 จะเป็ นการไปอยู่ในสถานศึ ก ษาสัป ดาห์ ละหนึ่ งครั้ ง ตามวันที่ ทางมหาวิท ยาลัย กาหนด ซึ่ งในการสังเกตการสอนนี้ อาจารย์พี่เลี้ยงอาจทาการสอนควบคู่กบั นักศึกษาฝึ กสอน หรื อให้ นักศึกษารับผิดชอบในรายวิชานั้นคนเดี ยว เพื่อให้นกั ศึกษามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นและ 2) การฝึ ก ประสบการณ์สอนในสถานศึกษา เป็ นระยะเวลา 1 ปี การศึกษา จะเป็ นการฝึ กสอนของนักศึกษาชั้นปี ที่ 5 ซึ่ งนักศึกษาจะต้องไปอยู่ในสถานศึกษาทุกวันตามเวลาราชการ นักศึกษาจะทาการสอนในรายวิชา ต่างๆ ตามสาขาที่ เรี ยนมา โดยมีอาจารย์พี่เลี้ ยงคอยแนะนาและให้คาปรึ กษา ซึ่ งนักศึกษาอาจได้รับ หน้าที่นอกเหนือจากการสอน ตามที่สถานศึกษากาหนดได้ จากการที่ นัก ศึ ก ษาออกไปฝึ กประสบการณ์ ส อน ณ สถานศึ ก ษาต่ า งๆ นั้น อาจยัง ไม่ ต รงตาม วัตถุประสงค์ของการฝึ กประสบการณ์สอนเท่าที่ควร ซึ่ งปั ญหาอาจเกิดจากการติดต่อประสานงานที่ไม่ ชัดเจน ระหว่างเจ้าของหลักสู ตรกับอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนที่สถานศึกษา ใน เรื่ องแนวทางการปฏิบตั ิหน้าที่ในสถานศึกษา ที่นกั ศึกษาไปฝึ กประสบการณ์สอนควรกระทา คณะผูจ้ ดั ทาโครงงานวิจยั จึงมีความสนใจที่จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็ น ของอาจารย์พี่เลี้ ยงของ สถานศึกษาต่างๆ ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอน เพื่อนาข้อมูลที่ได้มาประเมินผล และหาแนว ทางการพัฒนา เพื่อให้เป็ นไปตามวัตถุประสงค์ของการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพครู ตามสมรรถนะที่คุรุ สภากาหนด


3

1.2 วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู ของนักศึกษาคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

1.3 ประโยชน์ ที่คาดว่าจะได้ รับ 1.3.1 ผลจากการศึกษาที่ได้ จะเป็ นข้อมูลพื้นฐานของการกาหนดรู ปแบบการฝึ กประสบการณ์สอน ตามกรอบมาตรฐาน ของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน 1.3.2 สามารถนาข้อมูลที่ได้มาพัฒนาและจัดเตรี ยมความพร้อมของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน เพื่อ ออกไปสู่ การประกอบวิชาชีพ

1.4 ขอบเขตการศึกษา การเก็บข้อมูลจะดาเนินการโดยรวบรวมข้อมูลความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของ ครู จากอาจารย์พี่ เ ลี้ ยงของสถานศึ ก ษา ที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อนของ คณะครุ ศ าสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้ารับการฝึ กประสบการณ์ วิชาชีพครู ภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2553 1.4.1 ประชากร อาจารย์พี่เลี้ ยงของสถานศึกษาในกรุ งเทพมหานคร ที่นกั ศึกษาหลักสู ตร ค.อ.บ. 5 ปี คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้ารับการ ฝึ กประสบการณ์สอน ในภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2553 ทั้งหมดจานวน 34 สถานศึกษา 1.4.2 กลุ่มตัวอย่ าง คือ อาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา จานวน 13 สถานศึกษา[1] มีอาจารย์พี่เลี้ยงของ นักศึกษาจานวน 60 คน 1.4.3 ผู้เชี่ ยวชาญ คือ อาจารย์นิเทศก์วิชาฝึ กสอนของทุกภาควิชาในคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและ เทคโนโลยี มหาวิท ยาลัย เทคโนโลยีพ ระจอมเกล้า ธนบุ รี แบ่ ง ออกเป็ น ภาควิช าครุ ศ าสตร์ โ ยธา ภาควิชาครุ ศาสตร์เครื่ องกล ภาควิชาครุ ศาสตร์ ไฟฟ้ า และภาควิชาครุ ศาสตร์ อุตสาหการ ซึ่ งมีภาควิชา ละ 1 ท่าน 1.4.4 เครื่องมือทีใ่ ช้ ในการศึกษา คือ แบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน คณะครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 1.4.5 ตัวแปรที่ศึกษา คือ ความคิดเห็ นที่มีต่อความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของ ครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนในด้าน


4

ต่างๆ ทั้งด้านการสอน ด้านบุคลิกภาพ ด้านความรับผิดชอบ และมาตรฐานของระบบการฝึ กสอน ซึ่ ง แบ่งประเภทของตัวแปร ดังนี้ 1.4.5.1 ตัวแปรอิสระ คือ ความคิดเห็ นที่มีต่อความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของ ครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน 1.4.5.2 ตัวแปรตาม คือ ผลการวิเคราะห์ ความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน

1.5 นิยามศัพท์ เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันในการศึกษา คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน ที่สถานศึกษา จึงได้กาหนดนิยามศัพท์ที่ใช้เฉพาะในโครงงานการศึกษานี้ นักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอน หมายถึง นักศึกษาระดับปริ ญญาตรี ของคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี มหาวิท ยาลัย เทคโนโลยีพ ระจอมเกล้าธนบุ รี ที่ ออกไปฝึ กประสบการณ์ ส อนใน สถานศึกษาต่างๆ ในภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2553 การฝึ กสอน หมายถึง กระบวนการจัดประสบการณ์การเรี ยนรู ้ในทักษะความเป็ นครู ให้แก่นกั ศึกษาครู ก่อนสาเร็ จการศึกษาตามหลักสู ตร เพื่อให้นกั ศึกษานาความรู ้ ท้ งั ภาคทฤษฎี และประสบการณ์ ต่างๆ จากมหาวิทยาลัยไปบูรณาการปฏิบตั ิการสอนจริ งในสถานศึกษา สถานศึกษา หมายถึง โรงเรี ยนและวิทยาลัยอาชี วะต่างๆ ที่รับนักศึกษาหลักสู ตร ค.อ.บ.5 ปี ของคณะ ครุ ศาสตร์ อุ ต สาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิ ท ยาลัย เทคโนโลยี พ ระจอมเกล้า ธนบุ รี เข้า ฝึ ก ประสบการณ์สอน ในภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2553 อาจารย์ พี่เลีย้ ง หมายถึ ง ครู ของสถานศึกษาที่ได้รับมอบหมายให้เป็ นอาจารย์พี่เลี้ ยงของนักศึกษาฝึ ก ประสบการณ์สอน ของคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรี เข้าฝึ กประสบการณ์สอน ในภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2553


4


5

บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกีย่ วข้ อง การจัดทาโครงงาน การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู เพื่อศึกษา ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอน คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะผูจ้ ดั ทาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูล ทฤษฎี และหลักการ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนามาใช้ทางการศึกษา ดังนี้ 2.1 มาตราฐานวิชาชีพทางการศึกษา 2.2 การฝึ กสอน 2.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครู 2.4 เอกสารและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง

2.1 มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา [3] สานักมาตรฐานวิชาชี พ มาตรฐานวิชาชี พทางการศึกษา เป็ นเครื่ องมือสาคัญของผูป้ ระกอบวิชาชี พ ทางการศึก ษาซึ่ งพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึ ก ษา พ.ศ. ๒๕๔๖ กาหนดให้เป็ น วิชาชี พควบคุ มทางการศึกษา ตั้งแต่วิชาชี พครู ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา ผูบ้ ริ หารการศึกษา และบุคลากร ทางการศึกษาอื่น (ตามที่ประกาศกาหนดในกฎกระทรวง) จะต้องปฏิบตั ิเพื่อให้เกิดผลดีต่อผูร้ ับบริ การ อันถือเป็ นเป้ าหมายหลักของการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่ งผูป้ ระกอบวิชาชีพจะต้องศึกษาให้ เกิดความรู ้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้สามารถนาไปใช้ในการประกอบวิชาชี พให้สมกับการเป็ นวิชาชี พ ชั้นสู งและได้รับการยอมรับ คุรุสภาดาเนินการตามหน้าที่ที่กาหนดในพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9 (1) คุรุสภามีอานาจหน้าที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชี พมาตรา 9 (11) (ฉ) กาหนดให้คุรุสภามีหน้าที่ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ และมาตรา ๔๙ กาหนดให้ มีขอ้ บังคับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชี พ ประกอบด้วย (1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชี พ (2) มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน (3) มาตรฐานการปฏิบตั ิตน

2.1.1 ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา มาตรฐานวิชาชี พทางการศึกษา คือ ข้อกาหนดเกี่ยวกับคุ ณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ในการ ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่ งผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบตั ิตาม เพื่อให้เกิด คุณภาพในการประกอบวิชาชี พ สามารถสร้างความเชื่ อมัน่ ศรัทธาให้แก่ผรู ้ ับบริ การจากวิชาชี พได้ว่า เป็ นบริ การที่มีคุณภาพ ตอบสังคมได้ว่าการที่มีกฎหมายให้ความสาคัญกับวิชาชี พทางการศึกษา และ


6

กาหนดให้เป็ นวิชาชี พควบคุ มนั้น เนื่ องจากเป็ นวิชาชี พที่มีลกั ษณะเฉพาะ ต้องใช้ความรู ้ ทักษะ และ ความเชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพ พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49 กาหนดให้มีมาตรฐานวิชาชี พ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. มาตรฐานความรู ้และประสบการณ์วชิ าชีพ หมายถึง ข้อกาหนดสาหรับผูท้ ี่จะเข้ามาประกอบวิชาชี พ จะต้องมีความรู้และประสบการณ์วชิ าชีพเพียงพอที่จะประกอบวิชาชีพ จึงจะสามารถขอรับใบอนุญาต ประกอบวิชาชี พเพื่อใช้เป็ นหลักฐานแสดงว่าเป็ นบุคคลที่มีความรู ้ความสามารถ และมีประสบการณ์ พร้อมที่จะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ 2. มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน หมายถึง ข้อกาหนดเกี่ยวกับการปฏิบตั ิงานในวิชาชี พให้เกิดผลเป็ นไปตาม เป้ าหมายที่กาหนด พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่ อง เพื่อให้เกิดความชานาญในการประกอบ วิชาชี พ ทั้งความชานาญเฉพาะด้านและความชานาญตามลาดับคุณภาพของมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน หรื ออย่างน้อยจะต้องมี การพัฒนาตามเกณฑ์ที่กาหนดว่ามี ความรู ้ ความสามารถ และความชานาญ เพี ย งพอที่ จะดารงสถานภาพของการประกอบวิช าชี พต่ อไปได้หรื อไม่ นั่นก็ คื อ การก าหนดให้ผู ้ ประกอบวิชาชีพจะต้องต่อใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี 3. มาตรฐานการปฏิบตั ิตน หมายถึง ข้อกาหนดเกี่ยวกับการประพฤติตนของผูป้ ระกอบวิชาชี พ โดยมี จรรยาบรรณของวิชาชี พเป็ นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฏิบตั ิ เพื่อดารงไว้ซ่ ึ งชื่อเสี ยง ฐานะ เกี ยรติ และศักดิ์ศรี แห่ งวิชาชี พ ตามแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชี พที่คุรุสภา จะกาหนดเป็ นข้อบังคับต่อไป หากผูป้ ระกอบวิชาชี พผูใ้ ดประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชี พ ทาให้ เกิ ด ความเสี ย หายแก่ บุ ค คลอื่ น จนได้รั บ การร้ อ งเรี ย นถึ ง คุ รุ ส ภาแล้ว ผูน้ ้ ัน อาจถู ก คณะกรรมการ มาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ 1) ยกข้อกล่าวหา 2) ตักเตือน 3) ภาคทัณฑ์ 4) พัก ใช้ใ บอนุ ญ าตที่ ก าหนดเวลาตามที่ เห็ นสมควร แต่ ไ ม่ เกิ น 5 ปี และ 5) เพิ ก ถอนใบอนุ ญาต (มาตรา 54) สรุ ปได้ว่า มาตราฐานวิชาชี พทางการศึกษาเป็ นเครื่ องมือสาคัญของผูป้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งผูป้ ระกอบวิชาชีพจะต้องศึกษาให้เกิดความรู ้ ความเข้าใจที่ถูกต้องจนสามารถนาไปใช้ในการประกอบวิชาชี พชั้นสู งและได้รับการยอมรับคุ รุสภา ดาเนินการตามหน้าที่ที่กาหนดในพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว (1) มาตรฐานความรู ้ และประสบการณ์ วิชาชี พ หรื อข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพที่พึง ประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา (2) มาตรฐานการปฏิ บ ัติง าน ข้อก าหนดเกี่ ย วกับ การปฏิ บ ตั ิ ง านในวิ ช าชี พ ให้ เกิ ด ผลเป็ นไปตาม เป้ าหมายที่กาหนดซึ่ งผูป้ ระกอบวิชาชีพจะต้องต่อใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี


7

(3) มาตรฐานการปฏิ บ ตั ิตนหรื อข้อกาหนดเกี่ ย วกับ การประพฤติ ตนของผูป้ ระกอบวิชาชี พที่ ควร ปฏิบตั ิ

2.1.2 มาตรฐานประสบการณ์ วชิ าชีพครู [1] คุ รุสภาได้กาหนดมาตารฐานวิชาชี พ ในส่ วนของมาตรฐานประสบการณ์ สอนวิชาชี พระหว่างเรี ยน โดยกาหนดสาระความรู ้และสมรรถนะของครู จากข้อกาหนดดังกล่าว คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหรรมและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้กาหนดให้นกั ศึกษาต้องฝึ กประสบการณ์ วิชาชีพระหว่างเรี ยน ในรายวิชานี้ให้ครบทั้ง 6 สาระความรู ้ ตามรายละเอียดที่แสดงในตารางดังนี้ ตารางที่ 2.1 มาตรฐานประสบการณ์วชิ าชีพครู ความรู ้พ้นื ฐาน

สาระความรู ้

สมรรถนะของครู

1. การฝึ กปฏิบตั ิวชิ าชีพ ระหว่างเรี ยน

1.การบูรณการความรู ้ท้ งั หมดมาใช้ในการ ฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพในสถานศึกษา 2. ฝึ กปฏิบตั ิการวางแผนการศึกษาผูเ้ รี ยน โดยการสังเกต สัมภาษณ์ รวบรวมข้อมูล และนาเสนอผลการศึกษา 3. มีส่วนร่ วมกับสถานศึกษาในการพัฒนา และปรับปรุ งหลักสูตรรวมทั้งการนา หลักสูตรไปใช้ 4. ฝึ กการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ร่วมกับ สถานศึกษา 5. ฝึ กปฏิบตั ิการดาเนินการจัดกิจกรรมเกี่ยว กับการจัดการเรี ยนรู ้โดยเข้าไปมีส่วนร่ วม ในสถานศึกษา 6. การจัดทาโครงงานทางวิชาการ

1. สามารถศึกษาและแยก แยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 2.สามารถจัดทาแผน การเรี ยนรู ้ 3. สามารถจัดทาโครงงาน ทางวิชาการ 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการ สอนตั้งแต่การจัดทาแผน การสอน ปฏิบตั ิการสอน ประเมินผล

2. การปฏิบตั ิการสอนใน สถานศึกษาในสาขาวิชา เฉพาะ

1. การบูรณการความรู ้ท้ งั หมดมาใช้ใน การฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพในสถาน ศึกษา 2. การจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ที่ยดึ ผูเ้ รี ยน เป็ นสาคัญ

1. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ใน สาขาวิชาเฉพาะ 2. สามารถประเมินปรับ ปรุ งและพัฒนาการจัด จัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะ


8

ตารางที่ 2.1 (ต่ อ) ความรู ้พ้นื ฐาน

สาระความรู ้ 3. การจัดกระบวนการเรี ยนรู ้ 4. การเลือกใช้ การผลิตสื่ อและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับการจัดการเรี ยนรู ้ 5. การใช้เทคนิคและยุทธวิธีในการจัด การเรี ยนรู ้ 6. การวัดผลและประเมินผลการเรี ยนรู ้ 7. การทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 8. การนาผลการประเมินมาพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้และพัฒนาคุณภาพผูเ้ รี ยน 9.การบันทึกและรายงานผลการจัดการ เรี ยนรู ้ 10. การสัมมนาทางการศึกษา

สมรรถนะของครู สมกับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 3. สามารถทาวิจยั ในชั้น เรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 4. สามารถจัดทารายงานผล การจัดการเรี ยนรู ้และการ พัฒนาผูเ้ รี ยน

2.2 การฝึ กสอน [2] การผลิตครู น้ นั มีกระบวนการสาคัญประการหนึ่ง คือ การฝึ กสอนหรื อการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพครู เพื่อให้ได้ครู ที่ดี มี คุณภาพ การที่ นักศึกษาครู ได้รับการศึ กษาเรี ยนรู ้ ทางภาคทฤษฎี อย่างเดี ยวยังไม่ เพียงพอ จึงจาเป้ นจะต้องมีการฝึ กสอน เพื่อเพิ่มและพัฒนาทักษะวิชาชี พครู ในด้านต่างๆ จนสามรถ ปฏิบตั ิหน้าที่ของครู ได้อย่างดี มีประสิ ทธิ ภาพ การฝึ กสอนเป็ นกระบวนการภาคปฏิบตั ิเปรี ยบเสมือน เป็ นหัวใจของการผลิตครู และเป็ นประสบการณ์ที่สาคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็ นช่วงสาคัญที่นกั ศึกาครู จะ ได้มีโอกาสฝึ กสอนภายใต้การดูแล แนะนาของอาจารย์พี่เลียงและอาจารย์นิเทศก์ นักศึกษาได้ฝึกความ รับผิดชอบ ความอดทน ความมีมนุ ษยสัมพันธ์ในการทางานร่ วมกับผูอ้ ื่น ซึ่ งเป็ นการพัฒนาตนเองใน ทุกๆด้าน นอกจากจะมีความสาคัญต่อนักศึกษาดังกล่าวแล้ว ยังเป็ นโอกาสดี ที่สถาบันผลิ ตครู ได้นา ความรู้และเทคนิ ควิธีใหม่ๆ ไปเผยแพร่ แก่ชุมชน ขณะเดี ยวกันก็รับข้อมูลต่างๆ จากโรงเรี ยนนามา ปรับปรุ งและพัฒนาการผลิตครู ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพความต้องการของสังคมมากขึ้น การ ฝึ กสอนจึงจาเป็ นต้องได้รับความร่ วมมือจากทุกฝ่ ายที่เกี่ ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผูบ้ ริ หารโรงเรี ยน คณะครู อาจารย์ ซึ่ งหน่วยฝึ กประสบการณ์วิชาชี พ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชี ยงใหม่ [4] ได้ กล่าวถึงกระบวนการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพว่า นักศึกษาจะได้พฒั นาในด้านต่างๆ ไปพร้อมๆกันดังนี้


9

1. การพัฒนาสมรรถภาพด้านความรู ้ คื อ ความรู ้ ใ นด้า นเนื้ อหาที่ จะใช้ส อนและความรู ้ ใ นวิชาชี พ ตลอดจนความรู ้ในด้านเทคนิ ควิธีต่างๆ ที่จะสามารถนามาใช้ในการวางแผนการสอนและจัดกิจกรรม การเรี ยนการสอนให้เกิดประสิ ทธิ ภาพ 2. การพัฒนาสมรรถภาพด้านการปฏิบตั ิงานในหน้าที่ครู เช่น การปกครอง การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ นัก เรี ย น การแนะแนว การวัด และการประเมิ น ผล ตลอดจนงานธุ ร การในการบริ ห ารงานของ สถานศึกษาและการบริ หารชั้นเรี ยน 3. การพัฒนาสมรรถภาพด้านคุรลักษณะความเป็ นครู ที่ดี คือ ความสามารถที่จะพัฒนาตนเองในด้าน จริ ยธรรม คุณธรรม การปฏิบตั ิงาน การวางตนให้มีลกั ษณะเป็ นครู ที่ดี มีศรัทธาในวิชาชีพและมีเจตคติ ที่ดีต่อการประกอบวิชาชีพครู

2.2.1 ความหมายของการฝึ กสอน [1] การฝึ กสอนหรื อการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พครู เป็ นกระบวนการขั้นสุ ดท้ายของการเรี ยนการสอนใน หลักสู ตรการผลิตครู ซึ่ งเหมือนกับวิชาชี พขั้นสู งในสาขาอื่นๆ เช่ น หมอ ทนายความ เป็ นต้น การฝึ ก ประสบการณ์ วิชาชี พครู เป็ นสิ่ งที่ทมีความจาเป็ นเพราะจะทาให้นกั ศึกษาฝึ กหัดครู ได้เรี ยนรู้วิถีชีวิต ของครู ที่แท้จริ งผ่านการปฏิ บตั ิจริ งในสถานศึกษาเครื อข่าย จะทาให้นกั ศึกษาฝึ กหัดครู มีความรู ้ความ เข้าใจอย่างถ่องแท้ สอดคล้องกับทฤษฎี กรวยประสบการณ์ ของบลูม ที่ได้กล่าวไว้วา่ การเรี ยนรู ้ ผ่าน ประสบการณ์ตรงจะทาให้ผเู้ รี ยนเรี ยนรู้ได้ดีที่สุด การปฏิรูปการศึกษาไทยมีความมุ่งหวังที่จะยกระดับการศึกษาคนไทยให้สูงขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนา ครู ประจาการให้มีความสามารถและมาตรฐานวิชาชี พเป็ นที่ยอมรับ ครู ตอ้ งสามารถพัฒนานักศึกษา ให้มีความรู ้ ความสามารถ ซึ่ งสอดคล้องกับที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะศี ได้กล่ าวไว้ว่า “หัวใจสาคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือการปฏิรูปการเรี ยนรู้ หัวใจบองการปฏิรูปการเรี ยนรู้ คือการ ปฏิรูปจากการยึดวิชาเป็ นตัวตั้ง มาเป็ นยึดมนุษย์หรื อผูเ้ รี ยนเป็ นตัวตั้งหรื อที่เรี ยกว่า ผูเ้ รี ยนสาคัญที่สุด” จากประโยคข้างต้น จะเห็นได้ว่าการปฏิรูปการศึกษามุ่งหวังให้ครู พฒั นาผูเ้ รี ยนให้เต็มความสามารถ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพของครู จึงเป็ นสิ่ งที่จาเป็ นอันดับแรกที่ตอ้ งกระทา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่ งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 เป็ นกฎหมาย แม่บท อาจกล่าวได้วา่ เป็ นคู่มือของครู ที่จะใช้เป็ นแนวทางในการยึดถือปฏิบตั ิต่อจัดการเรี ยนการสอน ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีสาระที่สาคัญต่อการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพครู ที่ควรศึกษาหลายประการ ในที่น้ ีจะขอหยิบยกมาเพียงบางส่ วน โดยสรุ ปได้วา่ การจัดการศึกษาไทยต้องการให้ส่งเสริ มการศึกษา ให้กบั คนไทยตลอดชี วิต และต้องการให้ทุกภาคส่ วนของสังคมไทยมีส่วนร่ วมในการจัดการศึ กษา (มาตรา ๘) โดยเปิ ดโอกาสให้มีการจัดการศึกษาสามรู ปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอก


10

ระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (มาตรา ๑๕) ดังนั้นในสถานศึกษาบางแห่ งจะจัดให้มีระบบการ เที ย บโอนความรู ้ และประสบการณ์ ร ะหว่า งการศึ ก ษาแต่ ล ะระบบ สิ่ ง ส าคัญอี ก ประการหนึ่ ง ใน พระราชบัญญัติการศึกษาฉบับนี้ คือ ครู ผสู ้ อนต้องยึดหลักว่า ผูเ้ รี ยนทุกคนมีความสามารถเรี ยนรู ้ และ พัฒนาตนเองได้ และถื อว่าผูเ้ รี ยนมีความสาคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่ งเสริ มให้ผเู ้ รี ยน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ (มาตรา ๒๒) พระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ได้กาหนดให้คุรุสภา เป็ นองค์กรหลักใน การขับเคลื่ อนวิช าชี พ ครู ให้มี คุณภาพมาตรฐาน (มาตรา ๘ และมาตรา ๙) ครู จะต้องมีใ บอนุ ญาต ประกอบวิชาชีพจึงจะสามารถปฏิบตั ิการสอนได้ (มาตรา ๔๓) ทื้งนี้ เป็ นการประกันว่าครู จะมีความรู้ ความสามารถ เพียงพอที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาของชาติได้โดยเฉพาะผูเ้ รี ยนซึ่ งเป็ นคนไทย เป็ นผูท้ ี่จะพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ครู จะมีความสามารถเพียงพอที่จะพัฒนาบุคคลเหล่านี้ ได้ ใน ส่ วนของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพจะได้รับการยกเว้นให้ปฏิบตั ิการสอนได้ตามมาตรา ๔๓(๓) เพราะถื อว่าเป็ นส่ วนหนึ่ งของการพัฒนาวิชาชี พ ครู และอยู่ในความควบคุ ม ของผูป้ ระกอบวิชาชี พ ทางการศึ กษา นอกจากนี้ แล้วนักศึกษาฝึ กหัดครู จะต้อง ผ่านการปฏิ บตั ิ การสอนในสถานศึกษาตาม หลักศูตรปริ ญญาทางการศึกษาเป็ นเวลาไม่นอ้ ยกว่าหนึ่งปี (มาตรา ๔๔(๓)) ดังนั้นการฝึ กประสบการณ์ วิ ช าชี พ ครู ค รั้ งนี้ จึ ง ถื อ ได้ว่ า เป็ นการเตรี ย มความพร้ อ มให้ ก ับ นั ก ศึ ก ษาฝึ กหั ด ครู ก่ อ นการฝึ ก ประสบการณ์จริ ง ทั้งนี้ กิจกรรมนี้ เป็ นส่ วนหนึ่ งที่อยูใ่ นข้อกาหนดของคุรุสภา อีกส่ วนหนึ่ งที่กล่าวไว้ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ผูท้ ี่เป็ นครู จะต้องปฏิ บตั ิตามมาตรฐานวิชาชีพให้ครบถ้วนตามที่คุรุสภา ก าหนด (มาตรา ๔๘, ๔๙, และ๕๐) ซึ่ งประกอบด้วยมาตรฐานความรู้ และประสบการณ์ วิชาชี พ มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน และมาตรฐานการปฏิบตั ิตน (จรรยาบรรณวิชาชีพครู ) จากที่ได้กล่าวไปในพระราชบัญญัติท้ งั 2 ฉบับ ให้ความสาคัญกับวิชาชี พครู ในระดับสู ง มุ่งหวังว่าครู จะยกระดับการศึกษาของชาติได้ โดยเฉพาะในด้านของการพัฒนาผูเ้ รี ยน ดังนั้น ผูท้ ี่เป็ นครู จึงต้องเป็ น “ครู มืออาชี พ (Professional Teacher)” ไม่ใช่ เป็ นเพียงผูท้ ี่ ปฏิ บตั ิ หน้าที่ ครู เพียงอย่างเดี ยวอี กต่อไป คุณลักษณะที่ครู มืออาชีพ สามารถแสดงออกเป็ น 5 ระดับ ได้ดงั นี้ ระดับที่ 1 ครู ปฏิบตั ิการ ระดับที่ 2 ครู ชานาญการ ระดับที่ 3 ครู เชี่ยวชาญ ระดับที่ 4 ครู เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับที่ 5 ครู เกียรติคุณ


11

ครู มืออาชีพจะต้องมีความลึกล้ าในวิธีสอน มีความโดดเด่นเฉพาะตัว พลิ้วไหวตามลีลาการเรี ยนรู ้ของ ผูเ้ รี ยน ไม่ยดึ ตาราเล่มใดเล่มหนึ่ งเป็ นเนื้ อหาหลัก แต่สามารถหล่อหลอมเนื้ อหาทุกส่ วนเข้าด้วยกันจน เกิ ดเป็ นความรู ้ เฉพาะตัว สามารถโยงใยเนื้ อหาเป็ นเรื่ องราวสัมพันธ์กนั หยิบยกเนื้ อหาบางส่ วนบาง ตอนขึ้นมาได้ทนั ท่วงทีตามความต้องการของผูเ้ รี ยน สามารถแปรเปลี่ยนเนื้ อหาได้ตลอดเวลา โดยเน้น พื้นฐานของผูเ้ รี ยนเป็ นหลัก สามารถจัดกิจกรรมให้ผเู ้ รี ยนได้เรี ยนรู ้อย่างสนุ กสนาน สนองปั ญญาของ ผูเ้ รี ยนได้เป็ นรายบุคคล เน้นให้ผเู้ รี ยน รู้วิธีการเรี ยนรู้ (Learning How to Learn) มากกว่า ผลลัพธ์ของ การเรี ยนรู้ (Result of Learning) ผูเ้ รี ยนจะมีความรู ้สึกเสมือนว่าไม่ได้เรี ยนรู ้เพราะความรู ้ใหม่ที่ได้รับ จะค่อยๆ ต่อเติมอย่างกลมกลื นกับความรู ้ เดิ มจนเต็ม ครู จะทาหน้าที่เป็ นผูช้ ่ วยเหลื อคอยสังเกตและ ประเมิ น ผลความรู ้ ข องนัก ศึ ก ษาตลอดเวลา และปรั บ เปลี่ ย นวิ ธี ก ารสอนใหม่ ใ ห้ ส อดคล้อ งกับ สถานการณ์ การเรี ย นรู ้ ข องผูเ้ รี ย นอย่า งเหมาะสม และนี่ คื อเรื่ องราวของครู มื ออาชี พ ซึ่ ง เป็ นสิ่ ง ที่ สังคมไทยคาดหวังว่า จะพบเห็ นครู ยุคใหม่ ครู ที่มาจากหลักสู ตร 5 ปี ซึ่ งเป็ นครู ที่เกิดจากความตั้งใจ ของการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างแท้จริ ง [1] นอกจากความหมายที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้ว มีผใู ้ ห้ความหมายของการฝึ กสอนไว้ดงั นี้ สุ มน อมรวิรัตน์[5] ได้กล่าวไว้ว่า การฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พที่ดี มิได้หมายความถึ งการจัดสภาพ ห้องเรี ยนที่หรู หรา สะดวกสบาย มิได้หมายถึง ความพร้อมทางวัตถุเทคโนโลยีและการบริ การอันเลิศ หากหมายถึงโอกาสที่นิสิตจะได้รับการฝึ กฝนอย่างหลากหลาย เรี ยนรู ้แบบอย่างที่ดี ค้นคว้าแก้ปัญหาที่ ท้าทาย รู ้ จกั และเข้าใจตนเองมากขึ้น สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกบั ทุคคนทุกฝ่ ายในองค์กร เกิ ด ความรู้สึกที่ดี ภาคภูมิในในสถานภาพของวิชาชีพครู วาไร เพ็งสวัสดิ์ [6] ได้สรุ ปไว้วา่ การฝึ กประสบการณ์วิชาชี พครู หมายถึง การที่นกั ศึกษาสายครู ได้มี โอกาสเรี ยนรู ้ ฝึ กฝนงานในหน้าที่ครู อย่างเต็มที่ เพื่อเตรี ยมพร้อมในการเป้ นครู ที่ดีต่อไปในอนาคต กมลวรรณ ตั้งเจริ ญบารุ งสุ ข [7] ได้สรู ปไว้วา่ การจัดประสบการณ์วิชาชี พครู เป้ นประสบการณ์ตรง ที่ สถาบัน ผลิ ต ครู จ ัด ให้นัก ศึ ก ษาครู ไ ด้อ อกฝึ กปฏิ บ ัติ ใ นสถานการณ์ จ ริ ง และเป็ นการเปิ ดโอกา ส นักศึกษาได้ใช้ความรู ้ที่ตนได้ศึกษามาแล้วทั้งหมด นามาใช้ในอันที่จะทดสอบความสามารถของตน ไม่เพียงแต่ด้านงานสอนเท่านั้น แต่ยงั ครอบคลุ มภาระงานทั้งหมดของงานในหน้าที่ครู เพื่อให้เกิ ด ความพร้อมที่จะเป้ นครู ให้มากที่สุดและทาหน้าที่ครู อย่างแท้จริ ง ปุญชรั สมิ์ เต็มชัย [8] ได้สรุ ปไว้ว่า การฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู หมายถึ ง กระบวนการและมวล ประสบการณ์ ที่ ส ถาบันผลิ ต ครู จ ัด ให้ แ ก่ นิ สิ ต ในหลัก สู ต รครุ ศ าสตร์ ศึ ก ษาศาสตร์ ได้น าความรู ้


12

ความสามารถ ทักษะต่างๆ ที่ได้เรี ยรนูไ้ ปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมจากการลงมือปฏิบตั ิการสอนจริ ง เสมือนเป้ นครู ประจาการซึ่ งจะทาให้เกิดประสิ ทธิ ผลในการปฏิบตั ิวชิ าชีพต่อไปในอนาคต ศุภลัคน์ ธาตวากร [9] ได้สรุ ปไว้วา่ การฝึ กประสบการณ์วิชาชี พนั้นเป็ นกระบวนการเรี ยนรู ้ในวิชาชี พ ของนักศึกษาเพื่อให้นกั ศึกษาได้มีโอกาสสัมผัสกับลักษณะการทางานจากสถานประกอบการโดยตรง ซึ่ งจะเป้ นพื้นฐานการเตรี ยมตัวในการเข้าสู่ งานในอาชี พได้อย่างดี ยิ่ง และเมื่อจบจากสถานศึกาแล้ว นักศึกษาก็สามารถนาทักษะที่ได้รับจากการฝึ กประสบการณ์วชิ าชี พนี้ ไปใช้ในอาชี พของตนได้อย่างมี ประสิ ทธิภาพ จากการศึกษาทฤษฎีขา้ งต้น สรุ ปได้วา่ การฝึ กสอน หมายถึง กระบวการจัดประสบการณ์การเรี ยนรู้ใน ทักษะความเป็ นครู ให้แก่นกั ศึกษาครู ก่อนสาเร็ จการศึกาตามหลักสู ตร เพื่อให้นกั ศึกษานาความรู ้ ท้ งั ภาคทฤษฎี และประสบการณ์ ต่างๆ ไปบูรณาการสอนจริ งในสถานศึ กษาอันก่อให้เกิ ดความรู ้ ความ ชานาญตามมาตรฐานวิชาชี พ เมื่อสาเร็ จการศึกษาออกไปแล้วจะสามารถประกอบอาชี พครู ซึ่ ง เป็ น วิชาชีพขั้นสู งได้อย่างเหมาะสม

2.2.2 จุดมุ่งหมายของการฝึ กสอน สถาบันการผลิ ตครู ทุก สถาบันต่ างก็ต้องจัดให้มีการฝึ กสอนด้วยจุ ดมุ่ งหมายที่ ไม่ แตกต่ างกันหรื อ ใกล้เคียงกันเกือบทุกสถาบัน มีผกู ้ ล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการฝึ กสอนไว้ ดังต่อไปนี้ ศูนย์ฝึกประสบการณ์ วิชาชี พ ศึกษาศาสตร์ คณะศึก ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [10] ได้ กาหนดจุดมุ่งหมายของการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพศึกษาศาสตร์ หรื อการฝึ กสอนไว้ ดังนี้ 1. เพื่อให้นิสิตนาทฤษฎี วิชาชี พที่ ได้เรี ยนมาไปทดลองฝึ กปฏิ บตั ิ และปรั บปรุ งใช้ให้เหมาะสมกับ นักเรี ยน และปั ญหาที่เกิดขึ้น 2. เพื่อให้นิสิตได้ศึกษาและเรี ยนรู้งานการบริ หาร และการจัดการโรงเรี ยนตลอดจนปั ญหาและวิธีการ แก้ไข 3. เพื่อให้นิสิตปรับตัวเข้ากับสังคมในฐานะที่เป็ นครู และสร้างความสัมพันธ์อนั ดีกบั นักเรี ยน อาจารย์ และบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรี ยน ตลอดจนนิสิตฝึ กสอนในสถาบันเดียวกัน และต่างสถาบัน 4. เพื่อให้นิสิตรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรี ยน 5. เพื่ อให้นิ สิ ต ได้ฝึกการเป็ นครู ที่ ดี รู้ จ ัก ปฏิ บ ัติต นตามราะเบี ย บข้า ราชการ และกฎระเบี ย บของ โรงเรี ยนที่นิสิตฝึ กสอน 6. เพื่อสร้างความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างโรงเรี ยนที่นิสิตฝึ กสอนกับคณะศึกษาศาสตร์ ข้ นั สู ง และธารง ไว้ซ่ ึงสถานบันวิชาชีพศึกษาศาสตร์


13

วาไร เพ็งสวัสดิ์ [6] ได้กล่าวไว้วา่ จุดมุ่งหมายของการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พครู หรื อการฝึ กสอนไว้ ดังนี้ 1. ช่ วยให้นักศึ กษาครู มี ความมัน่ ใจ มี ความคุ น้ เคยและมี การพัฒนาตนให้เข้ากับการปฏิ บตั ิ งานให้ หน้าที่ครู อย่างรวดเร็ ว 2. ช่ วยให้นกั ศึ กษาครู ได้ฝึกปฏิ บตั ิ ควบคู่กบั การเรี ยนรู ้ ทฤษฎี ท้ งั ในด้านเนื้ อหาสาระและเทคนิ ควิธี ต่างๆ อยูต่ ลอดเวลา จนเกิดความเข้าใจ และความคล่องตัวในการปฏิบตั ิงานในหน้าที่ครู 3. ช่ วยให้นกั ศึกษาครู ได้ฝึกปฏิ บตั ิ ท้ งั นส่ วนของรายวชากลุ่มวิชาชี พครู และในส่ วนที่ปฏิบตั ิงานใน หน้าที่ของครู โดยตรงอย่างสม่าเสมอ 4. ช่วยให้นกั ศึกษาครู ได้ฝึกปฏิบตั ิในกิจกรรมที่เสริ มสร้างให้เกิดความรัก และความศรัทธาในวิชาชี พ ครู รวมทั้งในกิจกรรมที่เสริ มสร้างคุณลักษณะของความเป็ นครู 5. ช่ วยให้นัก ศึ ก ษาครู ไ ด้พ ฒ ั นาตนเองไปที ล ะน้อย จากาการฝึ กสอนในสถานการณ์ จริ ง และใน สถานการณ์ จ าลอง จนเกิ ด ความมั่น ใจในตนเอง ที่ จ ะปฏิ บ ัติ ง านในหน้ า ที่ ข องครู ไ ด้ อ ย่ า งมี ประสิ ทธิภาพ 6. ช่วยให้นกั ศึกษาครู ได้พฒั นาตนเองและฝึ กปฏิบตั ิงานหน้าที่ครู กบั หน่วยงานผูใ้ ช้ครู โดยตรง จึงทา ให้เกิดการประสานสัมพันธ์ในงานการผลิตครู ได้ทนั กับงานของผูใ้ ช้ครู เป็ นอย่างดี ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชี พครู คณะครุ ศาสตร์ สถาบันราชภัฎเชี ยงใหม่ [11] ได้กาหนดจุดม่งหมาย ของการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพครู หรื อการฝึ กสอนไว้ ดังนี้ 1. เพื่อให้นกั ศึกษาได้มีโฮกาสทดลองหลักการ วิธีสอน ทฤษฎีต่างๆ เกี่ ยวกับการเรี ยนการสอนที่ได้ เรี ยนรู้จากสถาบัน 2. เพื่อให้นกั ศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงและเกิดทักษะในการปฏิบตั ิงานในหน้าที่ครู ทุกด้าน 3. เพื่อให้นกั ศึกษามีความสามารถในการศึกษาธรรมชาติ พัฒนาการและการเรี ยนรู้ของนักเรี ยน 4. เพื่อให้นกั ศึกษามีความสามารถในการสร้างมนุษยสัมพันธ์และทางานร่ วมกับผูอ้ ื่นได้อาทิ อาจารย์พี่ เลี้ยง อาจารย์ในสถานศึกษา ผูร้ ่ วมงานและนักเรี ยน 5. เพื่อให้นกั ศึกษาได้เรี ยนรู ้ความสามารถและจดอ่อนของตนเอง เพื่อพัฒนาและปรับปรุ งแก้ไข ให้ดี ยิง่ ขึ้น 6. เพื่อให้นกั ศึกษาเกิดเจตคติและเกิดความมัน่ ใจในวิชาชีพครู 7. เพื่อให้นกั ศึกษาได้มีโอกาสศึ กษาสภาพของชุ มชน และฝึ กฝนทักษะในกรณี ที่มีส่วนร่ วมในการ พัฒนาชุมชนหรื อชนบท


14

สรรเพชญ อสริ ยวัชรากร [12] จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์วชิ าชีพครู หรื อการฝึ กสอน มีดงั นี้ 1. เพื่อเสริ มสร้างให้นกั ศึกษาครู มีคุณลักษณะที่ดี และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู 2. เพื่อส่ งเสริ มให้นกั ศึกษาครู ได้เรี ยนรู ้ งานในหน้าที่ครู ตามหลักสู ตรตามระดับที่สอนได้อย่างแจ่ม แจ้งกว้างขวาง จากการฝึ กปฏิบตั ิดในสาถานณรจริ งมากที่สุด 3. เพื่ อส่ ง เสริ มให้นัก ศึ กษาครู ไ ด้เรี ย นรู ้ ภาคทฤษฎี และภาคปฏิ บตั ิ ไ ด้ส อดคล้องกันจนสามารถ นาไปหฏิบตั ิในหน้าที่ของครู ได้อย่างเหมาะสม และบังเกิดผลดี 4. เพื่อเสริ มสร้างให้นกั ศึกษาครู มีเจตคติที่ดีต่อการพัฒนาชุมชน และเรี ยนรู ้งานในการพัฒนาชุมชน จากการศึกษาทฤษฎีขา้ งต้น สรุ ปได้วา่ จุดมุ่งหมายของการฝึ กสอน เป็ นดังนี้ 1. เพื่อให้นกั ศึกษานาความรู้ภาคทฤษฎีที่ได้เรี ยนในมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบตั ิการสอน จริ ง 2. เพื่อให้นกั ศึกษาได้ศึกษาเรี ยนรู ้งานการบริ หารและการจัดการโรงเรี ยนตลอดจนปั ญหาและวิธีแก้ไข 3. เพื่อให้นกั ศึกษาปรับตัวและปฏิบตั ิตวั ในฐานะครู และสร้ างความสัมพันธ์กบั นักเรี ยน ครู อาจารย์ และบุคลากรของโรงเรี ยนได้อย่างเหมาะสม 4. เพื่อให้นกั ศึกามีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมายทั้งงานสอน และงานอื่นๆ ของโรงเรี ยน 5. เพื่อให้นกั ศึกษามีเจตคติที่ดีที่ถูกต้องต่ออาชีพครู และมีความตระหนักถึงคุณค่าของวิชาชีพครู 6. เพื่อให้นกั ศึกษามีความมัน่ ใจในการทาหน้าที่ครู มีความคุ น้ เคยและพัฒนาตนให้เข้ากับสภาพการ ปฏิบตั ิหน้าที่ของครู ได้ดี 7. เพื่อเป็ นการปลูกฝังคุณลักษณะนักศึกษาให้เป็ นครู ดี มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู 8. เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ การสอน สะสมประสบการณื และพัฒนาประสบการณ์การ สอนของตน จนเกิดทักษะทุกา้ น เกิคความแคล่วคล่องชานาญในการสอนและหน้าที่อื่นๆ ของครู

2.2.3 การฝึ กสอนเต็มเวลา [12] การจัดการฝึ กสอนเต็มเวลา เป็ นส่ วนหนึ่ งของกระบวนการจัดให้นักศึ กษาฝึ กสอนที่ มีความสาคัญ อย่างยิ่ง ซึ่ งจะเสริ มสร้ างคุ ณภาพนักศึ กษาครู ให้มีสามรรถภาพที่ ถึงประสงค์ เพราะเป็ นการจัดให้ นัก ศึ ก ษาครู ไ ด้ฝึ กภาคปฏิ บ ัติ ใ นสถานการณ์ จ ริ ง ที่ โ รงเรี ย นหรื อหน่ ว ยงานฝึ กสอน โดยใช้เ วลา ต่อเนื่องกันเป็ นระยะเวลานานช่วงหนึ่ งเต็มภาคเรี ยน ทั้งนี้ เพื่อนักศึกษาครู จะได้มีเวลาเพียงพอที่จะหา ประสบการณ์ในสถานการณ์จริ ง หลักการของการจัดการฝึ กสอนเต็มเวลา ยึดหลักการดังนี้ 1. มุ่งประสานการเรี ยนภาคทฤษฎีให้ควบคู่กบั การฝึ กภาคปฏิบตั ิอยูต่ ลอดเวลา 2. มุ่งฝึ กภาคปฏิบตั ิในสถานการณ์จริ งให้มากที่สุด 3. มุ่งฝึ กประสบการณื วชิ าชีพครู เป้ นระยะๆ ต่อเนื่องกันไปตลอดหลักสู ตร


15

จุดประสงค์ของการจัดการฝึ กสอนเต็มเวลามี ดังนี้ 1. เพื่อเสริ มสร้างให้นกั ศึกษาครู มีคุณลักษณะของครู ที่ดี และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู 2. เพื่อส่ งเสริ มให้นกั ศึกษาครู ได้เรี ยนรู ้งานในหน้าที่ของครู ตามหลักสู ตรในระดับที่สอนได้อย่างแจ่ม แจ้งและกว้างขวาง จากการฝึ กปฏิบตั ิในสถานกาณณ์จริ งให้มากที่สุด 3. เพื่อส่ งเสริ มให้นกั ศึกษาครู ได้เรี ยนรู ้ ภาคทฤษฎี และภาคการปฏิ บตั ิได้สอดคล้องกันจนสามารถ นาไปปฏิบตั ิงานในหน้าที่ครู ได้เหมาะสมและบังเกิดผลดี 4. เพื่อเสริ มสร้างให้นกั ศึกษาครู มีเจตคตีที่ดีต่อการพัฒนาชุมชน และเรี ยนรู ้งานในการพัฒนาชุมชน วิธีการจัดการฝึ กสอนเต็มเวลา ตลอดหลักสู ตระดับปริ ญญาตรี แบ่งออกเป็ น 4 ขั้นตอน คือ 1. การศึกษาและการสังเกต เป็ นวิธีการที่ใช้เพื่อหาประสบการณ์ในสถานการณ์จริ ง โดยการไปดู ไป ฟั ง ไปซั ก ถาม และไปสั ง เกตเรื่ อ งที่ ไ ด้รั บ มอบหมายที่ ห น่ ว ยฝึ กประสบการณ์ วิ ช าชี พ ครู อ ย่ า ง ต่อเนื่องกันเป็ นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรื อ 70 ชัว่ โมง 2. การมีส่วนร่ วม เป็ นวิธีการที่ใช้เพื่อหาประสบการณ์ ในสถานการณ์จริ ง โดยการไปช่วยปฏิ บตั ิงาน บางประการที่ได้รับมอบหมายกับพี่เลี้ยงในสถานศึกษาอย่งต่อเนื่องเป็ นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรื อ 70 ชัว่ โมง 3. การทดลองสอน / การทดลองปฏิบตั ิงาน เป็ นวิธีการหาประสบการณื ในสถานการณ์จริ ง โดยการนา เทคนิ ควิธีการจากการเรี ยนภาคทฤษฎีที่เกี่ยวกับการสอนวิชาใดวชาหนึ่ ง หรื อเกี่ยวกับการปฏิ บตั ิงาน ตามโปรแกรมวิชาที่เรี ยนไปทดลองสอนในสถานศึกษาต่อเนื่ องเป็ นเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรื อ 70-140 ชัว่ โมง 4. การฝึ กเต็มรู ปแบบ เป็ นการนาความรู ้ที่ได้ศึกษามาแล้วทั้งหมดและประสบการณื ที่ได้จากการฝึ กใน 3 ขั้นตอนแรกมาใช้ฝึ กปฏิ บ ตั ิ ง านในหน้า ที่ ข องครู ทุ ก อย่า งเสมื อ นเป็ นครู ป ระจ าการคนหนึ่ ง ใน สถานศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็ นเวลาอย่างน้อย 16 สัปดาห์ หรื อ 450 ชัว่ โมง

2.2.4 กิจกรรมการเรียนรู้ ระหว่ างการฝึ กสอน [1] ในระหว่า งที่ นัก ศึ ก ษาครู ฝึ กประสบการณ์ วิ ช าชี พ ครู ใ นสถานศึ ก ษาอยู่น้ ัน ทางคณะครุ ศ าสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เล็งเห็นว่าควรจะมีการ ท ากิ จ กรรมการเรี ย นรู ้ เพื่ อ เป็ นการเสริ ม ทัก ษะในด้า นอื่ น ๆของนัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อน นอกจากการเรี ยนการสอนในห้องเรี ยนเท่านั้น ซึ่ งได้แบ่งออกเป็ น 6 กิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 บูรณาการความรู ้ท้ งั หมดมาใช้ในการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พครู ในสถานศึกษา เป็ นการ ให้นกั ศึกษาแจกแจงรายวิชาที่ได้เรี ยนรู ้มาในระดับปริ ญญาตรี ว่าวิชาใดที่สามารถนาไปใช้บูรณาการ ในการเรี ยนการสอน กิ จ กรรมที่ 2 การปฏิ บ ตั ิ วางแผนการศึ ก ษาของผูเ้ รี ย น โดยการสั ง เกต สั ม ภาษณ์ รวบรวมข้อ มู ล นาเสนอผลการศึกษา เป็ นการให้นกั ศึกษาฝึ กปนะสบการณ์ สอนมีทกั ษะในการสังเกตและเอาใจใส่


16

นักเรี ยนของตนเองที่ดูแล โดยเลือกนักเรี ยนมา 2-3 คนเพื่อสัมภาษณ์ ถึงเรื่ องของปั ญหาส่ วนตัวของ นักเรี ยนและความรู ้ สึกที่มีต่อวิชาที่ นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนรั บผิดชอบ แล้วนาข้อมูลที่ ได้มา ประมวลผล กิจกรรมที่ 3 มีส่วนร่ วมกับสถานศึกษาในการพัฒนาและปรับปรุ งหลักสู ตรรวมทั้งการนาหลักสู ตรไป ใช้ เป็ นการให้นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนวิเคราะห์หลักสู ตร โดยศึก ษาความสัมพันธ์ของวิชาใน หลักสู ตรและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหัวข้อเนื้อหาวิชา บอกความคาดหวังของหลักสู ตร และเสนอ แนวทางการพัฒนาปรับปรุ งหลักสู ตร กิ จกรรมที่ 4 การจัดแผนการเรี ยนรู ้ ร่วมกับสถานศึกษา เป็ นการให้นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน จัดทาแผนการเรี ยนรู้ ตามแบบฟอร์ ม ที่ มหาวิทยาลัยกาหนดหรื อตามแบบฟอร์ มที่ สถานศึกษานั้นๆ กาหนด กิ จกรรมที่ 5 การฝึ กปฏิ บตั ิ และดาเนิ นการจัดกิ จกรรมเกี่ ยวกับการจัดการเรี ยนรู ้ โดยเข้าไปมี ส่วน ร่ วมกับสถานศึ กษา เป็ นการให้นักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอนมี ความตระหนักในการจัดกิ จกรรม เกี่ ยวกับการเรี ยนรู ้ โดยปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ ยงหรื ออาจารย์นิเทศก์ ในการจัดกิ จกรรมเกี่ ยวกับการ เรี ยนรู ้ ในวิชานั้นๆ และเขียนโครงการของกิ จกรรม จากนั้นให้นกั เรี ยนปฏิ บตั ิ การจัดกิ จกรรมและ สรุ ปประเมินผลการจัดกิจกรรม กิจกรรมที่ 6 การจัดทาโครงงานวิชาการ เป็ นการให้นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนวิช าชี พครู ร่วมกับ สถานศึกษาจัดทาโครงงานวิชาการโดยเริ่ มจากเสนอโครงการต่อทางสถานศึกษา ให้อาจารย์นิเทศก์ลง นามความเห็นชอบ แล้วดาเนินกิจกรรมภายใต้การดูแลของอาจารย์พี่เลี้ยง จากนั้นสรุ ปและประเมินผล โครงการ

2.3 คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ของครู [2] การเป็ นครู น้ ัน นอกจากต้อ งปฏิ บ ัติ ห น้า ที่ ข องครู ซ่ ึ งมี ห น้า ที่ ห ลัก ในการสอนแล้ว นัก ศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์สอนทุกคนจะต้องปฏิบตั ิตนและปฏิบตั ิงานในหน้าที่ครู ตามลักษณธที่พึงประสงค์ของ ครู ในด้า นต่ า งๆ คื อ ด้า นการสอน ด้า นความรั บ ผิ ด ชอบ และด้า นบุ ค ลิ ก ภาพ ซึ่ งมี่ ร ายละเอี ย ด ดังต่อไปนี้

2.3.1 ด้ านการสอน การสอนที่ ดีน้ นั ต้องสามารถดึ งดูดความสนใจของผูเ้ รี ยนให้อยู่ในบทเรี ยน โดยมี เทคนิ คการสอน หลายๆวิธี และง่ายต่อการจา ครู สมัยใหม่ตอ้ งมีศิลปะในการจูงใจผูเ้ รี ยนสู ง มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม เทคนิคการสอนอย่างเหมาะสม เริ่ มเรี ยนรู ้จากสิ่ งที่ง่ายๆก่อน เพื่อให้ผเู ้ รี ยนไม่เบื่อหน่าย มีความสุ ขกับ การเรี ยน เกิดความมัน่ ใจและตั้งใจเรี ยนในที่สุด ซึ่ งจาแนกออกเป็ นลักษณะดังนี้


17

1. จัดทาแผนการสอนระยะสั้น และระยะยาว คือแผนการสอนเป็ นรายชัว่ โมง รายสัปดาห์ เป็ นรายภาค เรี ยน หรื อ รายปี การศึกษา 2. จัดเนื้อหาของวิชาให้พอดีกบั จานวนคาบเวลาที่สอนจริ งของแต่ละภาพการศึกษา หรื อ ปี การศึกษา 3. กาหนดกิ จกรรมการสอนให้สอดคล้องกับวัตถุ ประสงค์ของหลักสู ตร และเกณฑ์การประเมินผล ของหลักสู ตร 4. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผูส้ อนกับผูเ้ รี ยน คือ ให้ความเป็ นกันเองกับผูเ้ รี ยนและรับฟั งความคิดเห็นจาก ผูเ้ รี ยน 5. ดึงดูดความสนใจของผูเ้ รี ยน การนาเข้าสู่ บทเรี ยน และการใช้อุปกรณ์การสอนชนิ ดต่างๆ ที่น่าสนใจ หรื อเปลี่ยนกิจกรรมให้กบั สถานการณ์การสอนที่กาลังดาเนินอยู่ 6. มีคาถามกับผูเ้ รี ยน เพื่อให้ผเู ้ รี ยนตอบ และเปิ ดโอกาสให้ผเู ้ รี ยนถาม-ตอบได้บ่อยครั้ง 7. การให้ทากิจกรรมในเวลาเรี ยนตามความเหมาะสม เช่น การฝึ กปฏิบตั ิ การอภิปราย เป็ นต้น 8. การเสริ มแรงด้วยการชมเชยผูเ้ รี ยน เมื่อผูเ้ รี ยนตอบคาถามได้ถูกต้อง หรื อ ฝึ กปฏิบตั ิกิจกรรมได้ดีมี ความเหมาะสม 9. มีการเน้นจุดสาคัญของเนื้อหา มีการสรุ ปบทเรี ยน ยกตัวอย่างประกอบ เปรี ยบเทียบให้เห็นภาพพจน์ 10. แนะนาและมอบหมายให้ผเู ้ รี ยนไปค้นคว้าจากแหล่งต่างๆ เพิ่มเติมนอกเหนื อจากการเรี ยนในชั้น เรี ยนตามปกติ 11. การประเมินผล คือ ต้องมีเกณฑ์ประเมินผลที่ชดั เจนและมีความเหมาะสมกับสภาพการเรี ยนการ สอน ซึ่ งผูส้ อนจะต้องแจ้งให้ผเู ้ รี ยนทราบล่วงหน้า 12. สอนได้หลากหลายวิธี เช่ น วิธีสอนแบบครู เป็ นศูนย์กลาง ซึ่ งครู เป็ นผูด้ าเนิ นกิ จกรรมเป็ นส่ วน ใหญ่ ได้แก่ วิธีสอนแบบบรรยาย วิธีสอนแบบอภิปราย วิธีสอนแบบสาธิ ต วิธีสอนโดยการทบทวน เป็ นต้น 13. ใช้วิธีสอนแบบผูเ้ รี ยนเป็ นศูนย์กลาง ซึ่ งครู เป็ นเพียงผูแ้ นะนา บทบาทสาคัญในการเรี ยนการสอน อยูท่ ี่ผเู ้ รี ยน ได้แก่ วิธีสอนแบบทดลอง วิธีสอนแบบโครงการ วิธีสอนแบบศูนย์การเรี ยน วิธีสอนแบบ วิทยาศาสตร์ วิธีอนแบบกลุ่ มสัมพันธ์ วิธีสอนแบบแสดงบทสมมติ วิธีสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ วิธี สอนแบบบูรณาการ การสอนโดยการเล่าเรื่ อง การเรี ยนรู ้แบบร่ วมมือกัน เป็ นต้น 14. เนื้อหาที่สอนต้องทันสมัย โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบนั ที่เกิดขึ้น 15. เน้นความสาคัญของเรื่ องที่สอน โดยบอกเน้นให้ผเู ้ รี ยนทราบ ว่า “เรื่ องนี้สาคัญมาก อยากให้จาตรง นี้ให้ดี” เป็ นต้น 16. ตรึ งความสนใจของผูเ้ รี ยนให้อยูก่ บั สิ่ งที่กาลังสอน ด้วยการประสานสายตากับผูเ้ รี ยน ภาษาท่าทาง ที่เป็ นธรรมชาติและน่าสนใจ ใช้เวลาให้พอเหมาะ


18

17. ใช้สื่ อ การสอนได้เหมาะสมกับ บทเรี ย นและเนื้ อ หาวิช าที่ ส อน จัดล าดับ สื่ อ ที่ จะใช้ก่ อนหลัง ทดลองใช้สื่อดูก่อนว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะเห็นได้ชดั เจนหรื อไม่ 18. สื่ อการสอนที่ดีควรมีสีสันเหมาะสม สวยงามน่าติดตาม การนาเสนอเป้ นระบบ ง่ายต่อการจดจา

2.3.2 ด้ านความรับผิดชอบ [2] ครู หรื อนัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อน ต้องมี ค วามรั บ ผิดอบต่อหน้า ที่ ข องตน ต่ อสถานศึ ก ษา ต่ อ นัก เรี ย น ต่ อชุ ม ชน มี จ รรยาบรรณในวิช าชี พ ครู ตลอดจนการช่ วยเหลื องานของสถานศึ ก ษา ซึ่ ง แบ่งเป็ นลักษณะดังต่อไปนี้ 1. มีความมุ่งมัน่ ตั้งใจที่จะปฏิบตั ิหน้าที่ครู ดว้ ยความพากเพียร 2. เอาใจใสส่ ในการปฏิบตั ิหน้าที่วชิ าชีพครู 3. เคารพต่อระเบียบแบบแผนและจรรยาบรรณของวิชาชีพ 4. รู้บทบาทหน้าที่และปรับปรุ งพัฒนาให้มีความเจริ ญงอกงามในวิชาชีพ 5. มีความซื่ อสัตย์ต่อวิชาชีพไม่แอบแฝงผลประโยชน์ส่วนตัว 6. ปฏิบตั ิตามระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ ขององค์กรวิชาชีพ 7. มีการปกป้ อง ธารง และรักษาไว้ซ่ ึ งเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพ 8. ร่ วมมือกับองค์กรวิชาชีพในการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพให้มีความเข้มแข็งตามมาตรฐานวิชาชีพ 9. มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะศึกษาวิชาการทั้งในศาสตร์ ที่สอนและศาสตร์ ที่จะถ่ายทอดหรื อวิธีสอน ใหม่มาใช้ในการสอน 10. ให้เกียรติผเู ้ รี ยน ทาให้ผเู ้ รี ยนมีความพึงพอใจและเคารพนับถือผูส้ อน 11. เคารพผูเ้ รี ยนในฐานะปั จเจกบุคคล ไม่ดูถูกเหยียดหยามผูเ้ รี ยน ไม่ใช้อานาจในทางที่ผิด เช่น พูดจา ข่มขู่ ไม่สุภาพ หรื อทาร้ายผูเ้ รี ยน เป็ นต้น 12. ประเมินตนเองด้วยใจเป็ นธรรม เป็ นกลาง และเป็ นจริ ง หรื อรับการประเมินจากผูเ้ รี ยนและเพื่อน ครู เพื่อเป็ นข้อมูลในการปรับปรุ งพัฒนาตนเอง 13. มีวนิ ยั รักษาชื่อเสี ยงไม่ให้ข้ ึนชื่อว่าประพฤติชวั่ ในเรื่ องหนี้สิน ชูส้ าว การพนัน และอบายมุขต่างๆ 14. มีความเคารพในสิ ทธิของผูอ้ ื่น ไม่ล่วงล้ าก้ าเกินในเรื่ องส่ วนตัว เรื่ องของครอบครัว เรื่ องสถานภาพ ทางสังคม หรื อสถานะทางการเงินของผูเ้ รี ยน 15. ช่ วยงานธุ รการในชั้นเรี ยน เช่ น ทาบัญชี เรี ยกชื่ อนักเรี ยน ทาบัตรสุ ขภาพ สมุดรายงานประจาตัว นักเรี ยน เป็ นต้น 16. ช่วยงานของกิจกรรมชมรมนักเรี ยน 17. ช่วยดูแลความสะอาดและสภาพแวดล้อมทัว่ ไปเกี่ยวกับอาคารสถานที่ของโรงเรี ยน 18. ช่วยงานกิจกรรมกีฬา การแข่งขันกีฬาภายในและภายนอกโรงเรี ยน


19

19. ช่ วยงานโครงการต่างๆ ที่ โรงเรี ยนจัดขึ้ น เช่ น โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติ ด โครงการวัน สาคัญทางศาสนา คือ วันวิสขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา หรื อ วันสาคัญของชาติ เช่ น วัน รัฐธรรมนูญ วันปิ ยมหาราช วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม เป็ นต้น 20. ช่วยงานประเพณี ต่างๆ ของโรงเรี ยน เช่น ประเพณี ลอยกระทง งานสงกรานต์ เป็ นต้น

2.3.3 ด้ านบุคลิกภาพ [2] ครู หรื อนัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อน ต้องมี บุ คลิ ก ภาพดี ด้วยการแต่ ง กายดี มนุ ษ ยสั ม พันธ์ ดี มี แนวความคิดเป็ นประชาธิ ปไตย สามารแบ่งเป็ นลักษณะดังต่อไปนี้ 1. มีรูปร่ างหน้าตดีและกริ ยาท่าทางดูดี 2. ดูดีมีเสน่ห์ น่าคบหาสมาคม 3. ควบคุมอารมณ์ได้ดี 4. มีความร่ าเริ ง แจ่มใส ยิม้ ง่าย 5. มีความมัน่ ใจ ดูอบอุ่น ใจดี 6. มีความเกรงใจผูอ้ ื่น เป็ นมิตร และเป็ นคนเปิ ดเผย 7. มีความฉลาด มีไหวพริ บดี จริ งใจ 8. มีสุขภาพกาย และสุ ขภาพจิตดี 9. มีความสุ ภาพอ่อนน้อม 10. มีสุ่มเสี ยงไพเราะ 11. พูดจาแคล่วคล่องนุ่มนวล น่าฟัง 12. มีสัมพันธภาพต่ออาจารย์พี่เลี้ยง ผูบ้ ริ หารสถานศึกษา และครู อาจารย์คนอื่นๆในโรงเรี ยน 13. มีความสัมพันธภาพที่ดีต่อนักเรี ยน โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชงั 14. มีความสัมพันธภาพที่ดีกบั ผูป้ กครองและบุคคลทัว่ ไป 15. ยิม้ เก่ง ทักก่อน จาชื่อเขาได้ 16. แสดงน้ าใจไมตรี ต่อผูอ้ ื่นก่อน 17. ทางานร่ วมกับผูอ้ ื่นได้อย่างมีความสุ ข 18. เข้ากับนักเรี ยนได้ดีในฐานะครู กบั ลูกศิษย์ (ไม่ใช่เพื่อน) 19. หาเวลาทาความรู ้จกั กับผูป้ กครอง 20. ยกย่องให้เกียรติผอู ้ ื่น 21. รับฟังความคิดเห็นของนักเรี ยน 22. ให้สิทธิ เสรี ภาพและความเสมอภาคแก่นกั เรี ยนทุกคนในการแสดงความเห็นต่างๆเท่าเทียมกัน 23. เข้าใจในเรื่ องสิ ทธิเสรี ภาพของนักเรี ยนภายใต้กฎ ระเบียบสถานศึกษา


20

24. มีการส่ งเสริ มประชาธิ ปไตยในชั้นเรี ยน ให้นกั เรี ยนแสดงความคิดเห็ นได้ อย่างเสรี ตามระบอบ ประชาธิปไตย

2.4 เอกสารและงานวิจยั ที่เกีย่ วข้ อง จากการศึกษาโครงงานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนในวิทยาลัยอาชีวะ ผูศ้ ึกษาทาการศึกษาค้นคว้างานวิจยั ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ ศรี ประภา แม้นสงวน [13] การประเมินโครงการฝึ กสอนของนักศึกษาวิชาเอกสุ ขศึกษา ภาควิชา พลานามัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง ผลการวิจยั สรุ ปได้ดงั นี้ การประเมินโครงการ ฝึ กสอน ของนักศึกษาวิชาเอกสุ ขศึกษาในด้าน ปัจจัยดาเนินงานของ โครงการฝึ กสอน กระบวนการใน การดาเนินงานโครงการฝึ กสอน และผลผลิตของโครงการฝึ กสอน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อาจารย์นิเทศก์ จานวน 20 คน อาจารย์พี่เลี้ยง จานวน 64 คน และนักศึกษาฝึ กสอน วิชาเอกสุ ขศึกษา จานวน 64 คน สรุ ปได้ดงั นี้ ปั จจัยดาเนิ นงาน โครงการฝึ กสอนมีความเหมาะสมพอใช้ เรื่ องที่ตอ้ งปรับปรุ ง คือ การ ชี้ แจงให้อาจารย์พี่เลี้ ยงทราบหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ ยวกับ โครงการฝึ กสอน หลักเกณฑ์การนิ เทศ การฝึ กสอน ผลสรุ ปของ การฝึ กสอนในปี การศึกษาที่ผา่ นมา การให้ความรู ้เกี่ยวกับโรงเรี ยน ฝึ กสอน กับนักศึกษาฝึ กสอน การจัดทาตาราเพื่อใช้เป็ นคู่มือ ในการฝึ กสอน บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการฝึ กสอน ร่ ว มกัน สรุ ป ผล การด าเนิ น งานโครงการฝึ กสอน การเตรี ย มความพร้ อ มนัก ศึ ก ษา ในการฝึ ก ประสบการณ์วชิ าชีพครู และความเหมาะสมของการจัดสรร งบประมาณค่าพาหนะของอาจารย์นิเทศก์ ส่ วนการกาหนดให้นกั ศึกษา ฝึ กสอนสอน 8 - 12 คาบต่อสัปดาห์ มีความเหมาะสมดี สาระสาคัญ ของ จุดประสงค์ของโครงการมี ความสอดคล้องกับนโยบายหลักสู ตร กระบวนการในการดาเนิ นงาน โครงการฝึ กสอน อาจารย์นิเทศก์ มีความเห็นว่ามีประสิ ทธิ ภาพพอใช้ ส่ วนอาจารย์พี่เลี้ยงและนักศึกษา ฝึ กสอนมีความเห็นว่ามีประสิ ทธิ ภาพดี ผลผลิตของโครงการฝึ กสอน มีประสิ ทธิ ผลดี โดยเฉพาะการที่ ทาให้นกั ศึกษาได้รับประสบการณ์ ในวิชาชีพครู และยังมีความสาคัญต่อการออกไปประกอบวิชาชี พ ครู อย่างมีประสิ ทธิ ภาพ เฉิ ดโฉม ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม [14] รู ปแบบการปฐมนิเทศนักศึกษาฝึ กสอนและศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง ผลการวิจยั สรุ ปได้ดงั นี้ การเสนอรู ปแบบการปฐมนิ เทศ นักศึกษาฝึ กสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง โดยใช้ วิธีการของเทคนิคเทดฟาย สอบถามความคิดเห็น ของผูเ้ ชี่ยวชาญ ด้านการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพและด้านการฝึ กอบรม จานวน 21 คน ๆ ละ 3 รอบใน เนื้ อหา เกี่ยวกับการปฐมนิเทศ 7 ด้าน คือ ด้านนโยบาย จุดมุ่งหมาย การจัดองค์การและบุคลากรการ ดาเนินงาน หลักสู ตร งบประมาณ และการประเมินผลการปฐมนิเทศนักศึกษาฝึ กสอน พบว่ารู ปแบบ


21

การปฐมนิเทศนักศึกษาฝึ กสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง ประกอบด้วย นโยบายการ ปฐมนิ เทศ ควรให้นกั ศึกษาฝึ กสอนทุกคนเข้ารับการปฐมนิ เทศ มุ่งจัดประสบการณ์ วิชาชี พหลาย ลักษณะ เพื่อพัฒนาสมรรถภาพนักศึกษาครู ให้สมบูรณ์มากที่สุด มุ่งสร้างเสริ มให้นกั ศึกษามีคุณธรรม จริ ยธรรมและความเป็ นครู ที่ดี จุ ดมุ่งหมายเพื่อเตรี ยมนักศึ กษาให้พร้ อมที่ จะเป็ นครู ที่ดี เข้าใจการ ปฏิบตั ิตนและการปฏิ บตั ิงาน มีเจตคติที่ดีต่อการปฏิ บตั ิงานในอาชี พครู มีคุณธรรมจริ ยธรรมสู งขึ้น การจัดองค์การและบุคลากร ควรจัดตั้ง ศูนย์ประสบการณ์วิชาชี พเพื่อรับผิดชอบการฝึ กสอนและ ฝึ กงาน โดยมีคณะกรรมการฝ่ ายต่าง ๆ ประจาศูนย์ประสบการณ์วิชาชี พ การดาเนิ นงาน ควรมีการ สารวจความจาเป็ นในการปฐมนิเทศ มีการจัดทาโครงการปฐมนิเทศเป็ นงานประจาในแผนประจาปี วิทยากรควรเลือกจากผูเ้ ชี่ยวชาญด้านการเรี ยนการสอนที่มีบุคลิกภาพ เหมาะสมที่เป็ นครู ผูเ้ ข้ารับการ ปฐมนิเทศประกอบด้วย นักศึกษาฝึ กสอน และอาจารย์นิเทศก์ กาหนดให้ผเู ้ ข้ารับการปฐมนิ เทศมีส่วน ร่ วม ในกิจกรรมต่าง ๆ และใช้เทคนิ คการฝึ กอบรมหลายอย่างประกอบกัน ควรใช้สถานที่ปฐมนิเทศ ทั้งภายใสนและภายนอกมหาวิทยาลัย ระยะเวลาของการปฐมนิ เทศ 2-3 วัน หลักสู ตรการปฐมนิเทศ กาหนดหลัก สู ตรภาคทฤษฎี ภาคปฏิ บตั ิ และกิ จกรรมสร้ างเสริ ม สมรรถภาพทางกายและจิ ตใจ งบประมาณ ควรจัดทาโครงการ งบประมาณล่วงหน้า 1 ปี งบประมาณ กาหนดค่าใช้จ่ายอย่างเพียงพอ โดยใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัย เงินค่าบารุ งการศึกษา และเงินรายได้ของคณะศึกษาศาสตร์ การ ประเมินผล ควรประเมินผล ทุกขั้นตอนการดาเนินงาน ได้แก่ ระหว่างดาเนินการปฐมนิ เทศ เมื่อสิ้ นสุ ด การปฐมนิ เทศ และมีก ารติ ดตามผล โดยใช้เทคนิ ค การประเมินผลหลายวิธี และควรนาผลการ ปฐมนิเทศไปใช้ ในการปรับปรุ งการปฐมนิเทศต่อไป อุดมศักดิ์ นิกรพิทยา [15] การประเมินโครงการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพของวิทยาลัยพลศึกษา จังหวัด มหาสารคามปี การศึกษา 2534 ผลการวิจยั สรุ ปได้ดงั นี้ 1. เมื่อเริ่ มฝึ กสอน อาจารย์นิเทศก์และครู พี่เลี้ ยงเห็ นว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์วิชาชี พมีความรู้ ความสามารถ ทักษะด้านการเรี ยนการสอนและการทาหน้าที่ของครู อยูใ่ นระดับปานกลาง 2. ผูบ้ ริ หารโรงเรี ยน, ผูป้ ระสานงานโรงเรี ยน, ครู พี่เลี้ยง และอาจารย์นิเทศก์เห็นว่าโรงเรี ยนมีวสั ดุที่ จาเป็ นสาหรับทาสื่ อการสอน มีสื่อการสอนที่มีคุณภาพหรื ออยูใ่ นสภาพดี มีหนังสื ออ่านประกอบอย่าง เพียงพออยูใ่ นระดับปานกลาง 3. นักศึกษาฝึ กประสบการณ์วิชาชี พเห็นว่าความสม่าเสมอในการนิ เทศของครู พี่เลี้ยงอยูใ่ นระดับปาน กลางของอาจารย์นิเทศก์อยูใ่ นระดับน้อย 4. ผูบ้ ริ หารโรงเรี ย น ผูป้ ระสานงานโรงเรี ยน ครู พี่เลี้ ยง และอาจารย์นิเทศก์เห็ นว่าลักษณะการ ประสานงานต่อไปนี้ ดาเนิ นการได้ในระดับปานกลางคื อ การประสานงานระหว่างโรงเรี ยนกับ วิทยาลัยเป็ นไปอย่างมีระบบตัวแทนของวิทยาลัยพบปะ เพื่อรับทราบปั ญหาและทาแนวทางแก้ไข ปั ญหาอย่างสม่าเสมอ และมีการประสานงานที่ดีระหว่างอาจารย์นิเทศก์กบั ครู พี่เลี้ยง


22

5. เมื่อใกล้จะสิ้ นสุ ดการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พ อาจารย์นิเทศก์ และครู พี่เลี้ยงเห็ นว่านักศึกษาฝึ ก ประสบการณ์ วิชาชี พมี ความรู้ ความสามารถ และทัก ษะต่ อไปนี้ อยู่ใ นระดับมากคื อ มี ความรู ้ ใ น เนื้ อหาวิชาที่สอน มีความรู ้ในเนื้ อหาอื่นๆ ที่สัมพันธ์กบั วิชาที่สอน มีความรู ้เกี่ยวกับหลักจิตวิทยาการ สอน มีความรู ้เกี่ยวกับธรรมชาติ และพัฒนาการของผูเ้ รี ยน มีทกั ษะในการใช้สื่อการสอน มีทกั ษะใน การนาเข้าสู่ บทเรี ยน มีทกั ษะในการอภิปราย มีทกั ษะในการใช้คาถาม มีทกั ษะในการสรุ ปบทเรี ยน และมีความสามารถในการวัด-ประเมินผลในห้องเรี ยน 6. เมื่อใกล้จะสิ้ นสุ ดการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พ อาจารย์นิเทศก์ และครู พี่เลี้ยงเห็ นว่านักศึกษาฝึ ก ประสบการณ์ วิชาชี พมีความตั้งใจในการสอน มีความรับผิดชอบในการทางานพูดเสี ยงดังชัดเจน มี มนุษยสัมพันธ์ที่ดีกบั บุคคลทุกฝ่ ายในโรงเรี ยน และมีบุคลิกภาพเหมาะสมที่จะเป็ นครู อยูใ่ นระดับมาก 7. เมื่อใกล้จะสิ้ นสุ ดการฝึ กประสบการณ์วิชาชี พ นักศึกษาฝึ กประสบการณ์วิชาชี พมีเจตคติต่อการฝึ ก อยู่ในระดับดี คือ ชอบและสนใจวิชาที่สอน ชอบครู พี่เลี้ ยง-อาจารย์นิเทศก์ที่ช่วยให้กาลังใจ และ ข้อเสนอแนะในการพัฒนาทักษะการสอน และโครงการพิเศษในโรงเรี ยนให้คุณประโยชน์แก่ตนเอง และโรงเรี ยน อานวย เหิ มขุนทด [16] ความสัมพันธ์ระหว่างการดาเนิ นงานตามมาตรฐานวิชาชี พครู กบั ประสิ ทธิ ผล ของวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกรมอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก ผลการวิจยั พบว่า 1. การดาเนินงานตามมาตรฐานวิชาชีพครู และประสิ ทธิ ผลของวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกรมอาชี วศึกษา ภาคตะวันออก ทั้งโดยรวมและเกือบทุกรายด้าน อยูใ่ นระดับมาก 2. การดาเนิ นงานตามมาตรฐานวิชาชี พครู ในหมวดวิชาพื้นฐาน และหมวดวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ในการสอนมาก และประสบการณ์ในการสอนน้อยของครู ไม่แตกต่างกัน 3. ประสิ ทธิ ผลของวิทยาลัยเทคนิ ค ในหมวดวิชาพื้นฐาน และหมวดวิชาชี พ ที่มีประสบการณ์ในการ สอนมาก และประสบการณ์ในการสอนน้อยของครู ไม่แตกต่างกัน 4. การดาเนินงานตามมาตรฐานวิชาชีพกับประสิ ทธิ ผลของวิทยาลัยเทคนิ ค สังกัดกรมอาชี วศึกษา ภาค ตะวันออก ทั้งโดยความและทุกรายด้าน มีความสัมพันธ์ทางบวก กมลวรรณ ตั้งเจริ ญบารุ งสุ ข [7] การศึกษาความต้องการในการนิเทศการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพครู ของนักศึกษาฝึ กสอนสถาบันราชภัฏกลุ่มรัตนโกสิ นทร์ ผลการวิจยั พบว่า นักศึกษาฝึ กสอนมีความ ต้องการในการนิเทศการฝึ กประสบการณ์วชิ าชีพครู ในด้านงานการสอน งานกิจกรรมนักเรี ยนและการ แนะแนว งานธุ รการในชั้นเรี ยน งานพัฒนาโรงเรี ยนและชุ มชน และงานพัฒนาตนอยูใ่ นระดับมาก และมีความต้องการในการนิ เทศการฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู ในด้านงานธุ รการทัว่ ไปอยูใ่ นระดับ ปานกลาง เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมนักศึกษาฝึ กสอนมีความต้องการในการนิเทศการฝึ กประสบการณ์ วิชาชีพครู อยูใ่ นระดับมาก


23

ธานี นงนุช [17] ปั ญหาการฝึ กสอนในทัศนะของอาจารย์นิเทศ อาจารย์พี่เลี้ยงและนักศึกษา วิทยาลัย ครู อุบลราชธานี ผลการวิจยั 1. นักศึกษาฝึ กสอนประสบปั ญหาเกี่ ยวกับฝึ กสอนในระดับน้อย ทุกๆด้าน คือ ด้านการสอน การจัด และการปกครองชั้นเรี ยน การวัดและการประเมินผล และด้านมนุษยสัมพันธ์ 2. อาจารย์นิเทศมีปัญหาและอุปสรรคในการนิ เทศการสอนคือ มีเวลาน้อยเพราะมีงานในหน้าที่อื่น มาก ไม่สะดวกในการไปนิเทศเพราะต้องคอยรถ และโรงเรี ยนอยูไ่ กลเกินไป เสี ยเวลาเดินทาง 3. อาจารย์พี่เลี้ยงมีปัญหาและอุปสรรคในการนิ เทศการสอนคือ ให้คาแนะนาแล้วนักศึกษาไม่ปฏิบตั ิ ตาม นัก ศึ ก ษาท าบันทึ ก การสอนไม่ เสร็ จ ตามก าหนดเวลา นัก ศึ ก ษาขาดความสามัค คี ขาดความ รับผิดชอบ ขาดความร่ วมมือ ตนเองไม่มีความรู ้และประสบการณ์มากพอที่จะแนะนานักศึกษา ไม่กล้า ประเมินผลตามความเป็ นจริ งลงในแบบประเมิน และขาดการประสานงานกับอาจารย์นิเทศ เพราะไม่ ค่อยได้พบกัน 4. นักศึกษาฝึ กสอนต้องการความช่วยเหลือจากโรงเรี ยนฝึ กสอนคือ วัสดุอุปกรณ์สาหรับการทาสื่ อการ สอน เงินสาหรับซื้ ออุปกรณ์หรื อสื่ อการสอน ให้ความร่ วมมือในการปฏิบตั ิงานตลอดจนแนะนาแหล่ง ที่จะนาแหล่งที่มาทาสื่ อการสอน 5. นักศึกษาฝึ กสอนต้องการความช่วยเหลือจากวิทยาลัยครู คือ ให้อาจารย์นิเทศก์ไปนิเทศบ่อยๆและให้ ความช่วยเหลือด้านสื่ อการสอน 6. ข้อเสนอแนะในการปรับปรุ งแก้ไขในการเตรี ยมนักศึกษาก่อนออกฝึ กสอนคือ ให้มีความรู ้ หรื อ ทัก ษะเพิ่ ม ขึ้ น มนการท าโครงการสอน บัน ทึ ก การสอนและบัน ทึ ก ประจ าวัน ที่ เ ป็ นแบบ (Form) เดี ยวกัน เทคนิ คการสอน รายละเอียดเกี่ ยวกับโรงเรี ยนที่จะไปฝึ กสอนและบ้านพัก การวางตัว และ ดารงชีพในหมู่บา้ น 7. ข้อเสนอแนะเพื่อให้งานการฝึ กสอนของวิทยาลัยครู ได้ผลดีข้ ึนคือ อาจารย์นิเทศก์ควรมาจากภาวิชา ที่นกั ศึกษาเอกนั้นๆสังกัดอยู่ การนิ เทศควรให้อาจารย์นิเทศก์รับผิดชอบนักศึกษาเฉพาะคน และควร ประเมินผลการฝึ กสอนเป็ นเกรด วิชยั วงษ์ใหญ่ [20] ซึ่ งอธิ บายไว้วา่ สมรรถนะหรื อขีดความสามารถ (Competency) หมายถึง ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของบุคคล ซึ่ งบุคคลนั้นจะแสดงออกเป็ นวิธีคิดและพฤติกรรมในการทางานที่ จะส่ งผลต่อการปฏิ บตั ิงานของแต่ละบุคคลและมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่ อง อันจะส่ งผลให้เกิ ด ความสาเร็ จตามมาตรฐานหรื อสู งกว่ามาตรฐานที่องค์กรได้กาหนดเอาไว้ กิติมา ปรี ดิลก [21] สรุ ปว่า ครู อาจารย์ถึงแม้วา่ ประสบการณ์หรื อการดารงตาแหน่งที่แตกต่างกัน แต่มี การปรึ กษาหารื อ แนะนาซึ่ งกันและกัน ปฏิบตั ิงานตามกรอบภารกิจและแนวทางเดียวกันได้แก้ปัญหา


24

ร่ วมกัน จึงมีความคิดเห็นและการทางานไม่แตกต่างกัน เพราะรัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และมีการจัดการศึ กษาตามพระราชบัญญัติการศึ กษาแห่ งชาติ เป็ นตัวกาหนด ทาให้ครู ได้ยึด และ ประพฤติปฏิบตั ิจนเกิดการกระทาที่เป็ นรู ปธรรม ซึ่ งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติสภาครู และบุคลากร ทางการศึกษา พุทธศักราช 2546 มาตรา 49 กาหนดให้มีมาตรฐานวิชาชี พ 3 ด้าน 1. ด้านมาตรฐาน ความรู้และประสบการณ์วิชาชี พ 2. ด้านมาตรฐานการ ปฏิบตั ิงาน 3. ด้านมาตรฐานการปฏิบตั ิตน (สานักงานเลขาธิการคุรุสภา 2548: 4-15) มะห์ดี มะดือราแว ดร.สุ ธาสิ นี บุญญาพิทกั ษ์ และดร.วิรฉัตร สุ ปัญโญ [22] อธิ บายว่า ครู ผสู ้ อนวิชา สามัญได้จบการศึ กษาความรู ้ เกี่ ย ววิชาชี พ ครู แล้ว เข้าใจเกี่ ย วกับ หลักสู ตร วิธีส อน การวิจยั ทาง การศึกษา การวัดผลทางการศึ กษาเกี่ ยวกับจรรยามารยาทของครู จรรยาบรรณครู และการพัฒนา การศึกษาให้ทนั กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสาร ส่ วนครู ผสู ้ อนโรงเรี ยนเอกชน สอนศาสนาอิสลามที่สอนวิชาศาสนาส่ วนใหญ่จบการศึกษาระดับซานาวี (มัธยมปลายของศาสนา) และปริ ญญาตรี ดา้ นศาสนาไม่มีวุฒิครู จะไม่มีความรู ้เกี่ยวกับการสอนเท่ากับครู ผสู ้ อนที่สอนสามัญ เพราะไม่ได้เรี ยนเกี่ยวกับวิชาชีพครู ครู ศาสนาที่จบปริ ญญาตรี จากต่างประเทศบางส่ วนก็จะไม่ได้เรี ยน เกี่ยวกับวิชาชี พครู เช่นเดียวกัน ยกเว้นคณะศึกษาศาสตร์ แต่มีนอ้ ย ดังนั้นจึงทาให้ครู ท้ งั สองประเภทมี ความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครู แตกต่างกัน


24


25

บทที่ 3 วิธีการดาเนินการศึกษา การจัดทาโครงงาน การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู เป็ นโครงงาน ประเภทการวิจยั เชิงพัฒนา จึงได้มีการกาหนดวิธีการศึกษา ซึ่ งประกอบด้วย 3.1 ประชากร 3.2 กลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.4 ขั้นตอนการสร้างเครื่ องมือ 3.5 การหาคุณภาพเครื่ องมือ 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.7 ขั้นตอนการดาเนินงาน 3.8 การวิเคราะห์ขอ้ มูล 3.9 สถิติที่ใช้ในการศึกษา

3.1 ประชากร อาจารย์พี่ เลี้ ย งของสถานศึ ก ษา ที่ ศึ ก ษาหลัก สู ตร ค.อ.บ.5 ปี คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้ารับการฝึ กประสบการณ์สอนที่สถานศึกษา ในภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2553 [18] ทั้งหมดจานวน 94 สถานศึกษา แบ่งออกเป็ นภาคครุ ศาสตร์ โยธา 77 คน ภาคครุ ศาสตร์ ไฟฟ้ า 187 คน ภาคครุ ศาสตร์ เครื่ องกล 109 คน และภาคครุ ศาสตร์ อุตสาหการ 128 คน รวมจานวนนักศึกษาทั้งหมด 501 คน

3.2 กลุ่มตัวอย่ าง อาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา จานวน 13 สถานศึกษา ซึ่ งทั้งนี้มีอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาจานวน 60 คน ดังรายละเอียดต่อไปนี้


26 ตารางที่ 3.1 แสดงจานวนนักศึกษาชั้นปี ที่ 4 และชั้นปี ที่ 5 เข้ารับการฝึ กกับสถานศึกษา

ลาดับที่ 1

2

3

4

5

สถานศึกษา / สาขาวิชา

วิทยาลัยเทคดุสิต สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ วิททยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนจ่ าอากาศ สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ (ขส.ทบ.) สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนช่ างฝี มือทหาร สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ

จานวนนักศึกษา จานวนนักศึกษา จานวนอาจารย์ ฝึ ก 1 ปี ฝึ ก 1 เทอม พีเ่ ลีย้ งของ ปี การศึกษา ปี การศึกษา สถานศึกษา 2553 2/2553 3 -

-

7 -

2 14 2 4

3 3 5

6 3 2 5

11 -

1 5 11

9 -

6 4

3 -

3 3

6 2 5

-

1 1


27 ตารางที่ 3.1 (ต่ อ)

ลาดับที่

สถานศึกษา / สาขาวิชา

6

โรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนรัตนโกสินทร์ สมโภช บางขุนทียน สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนอิสลามวิทยาลัยประเทศไทย สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนวัดพุทธบูชา สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนสตรีวดั ระฆัง สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ

7

8

9

10

จานวนนักศึกษา จานวนนักศึกษา จานวนอาจารย์ ฝึ ก 1 ปี ฝึ ก 1 เทอม พีเ่ ลีย้ งของ ปี การศึกษา ปี การศึกษา สถานศึกษา 2553 2/2553 5 8 1

3 5

5 2 -

2 -

-

1 -

4 -

2 -

3 -

3 -

2 -

2 -

3 -

2 -

2 -


28 ตารางที่ 3.1 (ต่ อ)

ลาดับที่

11

12

13

สถานศึกษา / สาขาวิชา

โรงเรียนบางมดวิทยา "สุ สุกหวาดจวน อุปถัมภ์ " สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ โรงเรียนช่ างกรมอู่ทหารเรือ สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ า สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ รวม

จานวนนักศึกษา จานวนนักศึกษา จานวนอาจารย์ ฝึ ก 1 ปี ฝึ ก 1 เทอม พีเ่ ลีย้ งของ ปี การศึกษา ปี การศึกษา สถานศึกษา 2553 2/2553

3 -

-

2 -

-

1 -

1 -

91

3 6 55

2 60

จากตารางที่ 3.1 นักศึกษา ชั้นปี ที่ 4 เข้ารับการฝึ ก 1 เทอม ปี การศึกษา 2/2553 จานวน 9 สถานศึกษา และสถานศึ ก ษาที่ มีนักศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ สอน ชั้นปี ที่ 5 เข้า รั บการฝึ ก 1 ปี ปี การศึ กษา 2553 จานวน 11 สถานศึกษา ซึ่ งมีอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาจานวน 60 คน

3.3 เครื่องมือที่ใช้ ในการศึกษา การศึกษาครั้งนี้ เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ แบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตาม สมรรถนะของครู ตามความคิ ด เห็ น ของอาจารย์พี่ เ ลี้ ยงของสถานศึ ก ษา ที่ มี ต่ อ นัก ศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์วชิ าชีพครู


29 3.3.1 แบบสอบถาม เกี่ ยวกับความสามารถฝึ กประสบการณ์ ส อน ตามสมรรถนะของครู ซ่ ึ งแบ่ ง ออกเป็ น 2 ตอนคือ ตอนที่ 1 สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 สอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของ อาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนในด้านต่างๆ ซึ่ งมีประเด็นในการ ถามดังนี้ ตารางที่ 3.2 แสดงข้อคาถามที่จะใช้เป็ นประเด็นในการถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตาม สมรรถนะของครู [2] ลาดับ ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8

สมรรถนะที่คาดหวัง สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพของ ผูเ้ รี ยน สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และพัฒนาผูเ้ รี ยน

การตอบแบบสอบถาม จะใช้ระดับความคิดเห็ นเป็ นแบบประเมิ นค่า 5 ระดับ ของ ลิ เคอร์ ท (Likert Scale) มีค่าน้ าหนักของระดับความคิดเห็นเป็ น 5 ระดับ ซึ่ งมีความหมายดังนี้ [2] 5 4 3 2 1

หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง หมายถึง

ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น

อยูใ่ นระดับมากที่สุด อยูใ่ นระดับมาก อยูใ่ นระดับปานกลาง อยูใ่ นระดับน้อย อยูใ่ นระดับน้อยที่สุด


30

นาค่าเฉลี่ยที่ได้ไปเปรี ยบเทียบกับเกณฑ์คะแนนของเบสท์ (John W.Best) มี 5 ระดับซึ่ งมีความหมาย ดังต่อไปนี้ [2] ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นช่วง ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นช่วง ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นช่วง ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นช่วง ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นช่วง

1.00 - 1.49 1.50 – 2.49 2.50 – 3.49 3.50 – 4.49 4.50 – 5.00

หมายความว่า หมายความว่า หมายความว่า หมายความว่า หมายความว่า

ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น

อยูใ่ นระดับน้อยที่สุด อยูใ่ นระดับน้อย อยูใ่ นระดับปานกลาง อยูใ่ นระดับมาก อยูใ่ นระดับมากที่สุด

ตารางที่ 3.3 แสดงตัวอย่างแบบสอบถามความความคิดเห็น

ข้อที่

1

ความคิดเห็นที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

มาก ที่สุด 5

ระดับความคิดเห็น มาก ปาน น้อย กลาง ที่สุด 4 3 2

น้อย 1

จัด กิ จ กรรมการเรี ย นการสอนที่ น่ า สนใจ และ เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน

3.4 ขั้นตอนการสร้ างเครื่องมือ แบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์ พี่เลี้ ยงของสถานศึกษา โดยคาแนะนาและตรวจสอบของที่ปรึ กษาโครงงาน เพื่อใช้เป็ นเครื่ องมือเก็บ รวบรวมข้อมูล ซึ่ งมีข้ นั ตอนการสร้างเครื่ องมือดังนี้ 3.4.1. รวบรวมข้อมูลงานวิจยั และมาตรฐานการฝึ กประสบการณ์ สอนรวมทั้งคุ ณสมบัติของครู จาก แหล่งต่างๆ ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย 3.4.2. วิเคราะห์ขอ้ มูลหรื อเอกสารงานวิจยั หรื อมาตรฐานการฝึ กประสบการณ์สอน เพื่อออกแบบแบบ สัมภาษณ์และแบบสอบถาม 3.4.3. ร่ างประเด็นแบบสอบถามร่ วมกับอาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน ซึ่ งในแบบสอบถามมีประเด็นใน การถามจานวน 8 สมรรถนะ เป็ นการถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน 3.4.4 ออกแบบแบบฟอร์มของแบบสอบถาม


31 3.4.5 ตรวจสอบคุณภาพความถูกต้องของแบบสอบถาม โดยกรรมการผูส้ อบโครงงานและผูเ้ ชี่ยวชาญ ในการนิเทศก์และการฝึ กสอน 3.4.6 นาแบบสอบถามที่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ กลับมาปรับปรุ งแก้ไข 3.4.7 จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์

3.5 การหาคุณภาพเครื่องมือ การตรวจสอบความเหมาะสมของแบบสอบความ ให้ครอบคลุ มตามวัตถุ ประสงค์ของโครงงาน การศึกษา โดยประกอบไปด้วย 3.5.1 กรรมการผูส้ อบโครงงานจานวน 3 ท่าน 3.5.2 ผูเ้ ชี่ ยวชาญ ซึ่ งเป็ นอาจารย์นิเทศก์วิชาฝึ กสอนของทุกภาควิชาในคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แบ่งออกเป็ น ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา ภาควิชาครุ ศาสตร์เครื่ องกล ภาควิชาครุ ศาสตร์ไฟฟ้ า และภาควิชาครุ ศาสตร์ อุตสาหการ โดยมีภาควิชา ละ 1 ท่าน ได้แก่ ดร.สมภพ ปั ญญาสมพรรค์ รศ.ดร.ณรงค์ มัง่ คัง่ และรศ.คมสัน จิระภัทรศิลป 3.5.3 วิเคราะห์ผลของการตรวจสอบเครื่ องมื อ โดยใช้ทฤษฎี IOC (Index of Item Objective Congruence) [19] +1 0 -1

หมายความว่า เห็นด้ วยว่าคาถามมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ หมายความว่า ไม่ แน่ ใจว่าคาถามมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ หมายความว่า ไม่ เห็นด้ วยว่าคาถามมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์

ค่า IOC ที่ คานวณได้ในแต่ละคาถามถ้ามากกว่า 0.50 แสดงว่าคาถามข้อนั้นมีความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ถ้าค่า IOC น้อยกว่า 0.50 แสดงว่าคาถามข้อนั้นไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ใช้ไม่ได้ ตารางที่ 3.4 แสดงตัวอย่างแบบฟอร์ มสาหรับใช้ในการหาคุณภาพเครื่ องมือด้วยวิธี IOC จุดประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อรวบรวมข้อมู] ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู ตาม ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ของสถานศึกษา

ข้อคาถาม 1. นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการวัด ประเมินผลผูเ้ รี ยนได้

คะแนนการพิจารณา +1 0 -1


32

3.6 การเก็บรวบรวมข้ อมูล การเก็บรวมรวบข้อมูล ผูจ้ ดั ทาโครงงานขอความอนุ เคราะห์จากคณบดี คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลงนาม และออกทาการเดินทางไปเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่ งรายชื่อสถานศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ทาการเก็บข้อมูล มีดงั นี้ ตารางที่ 3.5 รายชื่อสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง ลาดับที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

ชื่ อสถานศึกษากลุ่มตัวอย่ าง วิทยาลัยเทคนิคดุสิต วิททยาลัยเทคนิคราชสิ ทธาราม โรงเรี ยนจ่าอากาศ โรงเรี ยนกองทัพบกอุปถัมภ์ (ขส.ทบ.) โรงเรี ยนช่างฝี มือทหาร โรงเรี ยนเทคโนโลยีหมู่บา้ นครู โรงเรี ยนรัตนโกสิ นทร์สมโภช บางขุนทียน โรงเรี ยนอิสลามวิทยาลัยประเทศไทย โรงเรี ยนวัดพุทธบูชา โรงเรี ยนสตรี วดั ระฆัง โรงเรี ยนบางมดวิทยา "สุ สุกหวาดจวนอุปถัมภ์" โรงเรี ยนบางปะกอกวิทยาคม กรมอู่ทหารเรื อ

จานวนอาจารย์ พีเ่ ลีย้ ง 7 16 9 6 2 7 1 3 2 2 2 1 2

3.7 ขั้นตอนการดาเนินโครงงาน 3.7.1 วางแผนการทางานร่ วมกับอาจารย์ที่ปรึ กษาโครงงาน 3.7.2 รวบรวมงานวิจยั ที่ เกี่ ยวข้องทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย เพื่อนามาศึกษาและวิเคราะห์ ขอ้ มูล สาหรับใช้ในการออกแบบเครื่ องมือที่จะใช้ในการศึกษา 3.7.3 ร่ า งประเด็นค าถามที่ จะใช้ในแบบสอบถามซึ่ ง เป็ นเครื่ องมื อในการศึ ก ษา ร่ วมกับอาจารย์ที่ ปรึ กษาโครงงาน 3.7.4 ตรวจสอบคุณภาพความถูกต้องของเครื่ องมือ โดยกรรมการผูส้ อบโครงงานและผูเ้ ชี่ยวชาญใน การนิเทศก์และการฝึ กสอน


33 3.7.5 นาเครื่ องมือที่ได้รับการตรวจสอบเรี ยบร้อย มาปรับปรุ งแก้ไข และจัดพิมพ์ฉบับสมบูรณ์ 3.7.6 เก็บรวบรวมข้อมูล จากอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง 3.7.7 วิเคราะห์ขอ้ มูล และประมวลความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตาม ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา 3.7.8 สรุ ปและอภิปรายผลการทาโครงงานการศึกษานี้

3.8 การวิเคราะห์ ข้อมูล นาผลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตาม ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา มาจัดระเบียบและวิเคราะห์ขอ้ มูล ดังนี้ 3.8.1 สถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยหาค่าร้อยละ (%) 3.8.2 นาค่าคะแนนจากการตอบแบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของ ครู ตามความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงของสถานศึกษา มาคานวณหาค่าความถี่ และค่าเฉลี่ ยแล้วนา ค่าที่ได้มาวิเคราะห์ผล 3.8.3 นาค่าคะแนนจากการตอบแบบสอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของ ครู ตามความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงของสถานศึกษา มาคานวณหาความแปรปรวน แล้วนาค่าที่ ได้มาวิเคราะห์ผล 3.8.4 จากการสรุ ป ผลข้อมูล ต่า งๆด้วยวิธี การ วิเคราะห์ เนื้ อหาแล้ว นาเนื้ อหาเหล่ า นั้นมาประมวล ความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู เพื่อนาไปพัฒนานักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนในด้านต่างๆ ให้เป็ นไปในรู ปแบบที่ตอ้ งการ

3.9 สถิตทิ ี่ใช้ ในการศึกษา ในการวิจยั ครั้งนี้ใช้สถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มูล ดังนี้

3.9.1 สถิติทใี่ ช้ ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ การตรวจสอบสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับจุดประสงค์ของโครงงาน ซึ่ งใช้สูตร ดังนี้ [19] IOC

=

ΣR N


34 เมื่อ

IOC

ΣR N

= = =

ค่าความสอดคล้องข้อคาถามกับวัตถุประสงค์ของโครงงาน ผลรวมคะแนนที่ผเู ้ ชี่ยวชาญแต่ละท่านประเมิน จานวนผูเ้ ชี่ยวชาญ

ค่า IOC ที่ คานวณได้ในแต่ละคาถามถ้ามากกว่า 0.50 แสดงว่าคาถามข้อนั้นมีความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ถ้าค่า IOC น้อยกว่า 0.50 แสดงว่าคาถามข้อนั้นไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ใช้ไม่ได้

3.9.2 สถิติทใี่ ช้ ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ได้แก่ 1. หาค่าร้อยละ โดยใช้สูตร

เมื่อ

P f n

แทน ค่าร้อยละ แทน ค่าความถี่ที่ตอ้ งการแปลให้เป็ นร้อยละ แทน ค่าจานวนความถี่ท้ งั หมด

2. หาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) โดยใช้สูตร ∑

̅ เมื่อ

̅ ∑

แทน ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จานวนอาจารย์พี่เลี้ยง

3. หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) โดยใช้สูตร

∑ (

(∑ ) )


35 เมื่อ

S.D. แทน ∑ แทน (∑ ) แทน แทน

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ผลรวมของคะแนนแต่ละข้อคาถามยกกาลังสอง ผลรวมของคะแนนทั้งหมดของข้อคาถามยกกาลังสอง จานวนอาจารย์พี่เลี้ยง

4. หาค่าความแปรปรวน (One – Way analysis of variance) โดยใช้สูตร

เมื่อ

F MSb MSw

แทน ค่าที่พิจารณาใน F – distribution แทน ค่าคะแนนเฉลี่ยของผลบวกยกกาลังสองระหว่างกลุ่ม แทน ค่าคะแนนเฉลี่ยของผลบวกยกกาลังสองภายในกลุ่ม


35


36

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ ข้อมูล การวิจยั ในครั้งนี้เป็ นการวิจยั เชิ งสารวจ เพื่อศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่ เลี้ ยง ผูว้ ิจยั ขอนาเสนอการวิเคราะห์ โดยจาแนกรายละเอียด ดังนี้ 4.1 วิเคราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกับสถานภาพของอาจารย์พี่เลี้ยง 4.2 วิเคราะห์ขอ้ มูลเกี่ ยวกับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอนตามสมรรถนะ ต่างๆ 8 ด้าน 4.3 เปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทาง เดียว (One way analysis of variance)

4.1 วิเคราะห์ ข้อมูลเกีย่ วกับสถานภาพของอาจารย์ พเี่ ลีย้ ง การประเมินสถานภาพของอาจารย์พี่เลี้ยง โดยการแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ ซึ่ งได้นาเสนอใน รู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.1 แสดงจ านวนและร้ อยละของอาจารย์พี่ เ ลี้ ย ง จ าแนกตามสาขาวิช าของนัก ศึ ก ษา ประสบการณ์สอน สาขาของนักศึกษาฝึ กสอน สาขาโยธา สาขาไฟฟ้ า สาขาเครื่ องกล สาขาอุตสาหการ รวม

จานวน (คน) 18 25 6 11 60

ร้อยละ 30 41.7 10 18.3 100

จากตารางที่ 4.1 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงส่ วนมากเป็ นอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษา สาขาไฟฟ้ า จานวน 25 คน คิดเป็ นร้อยละ 41.7 รองลงมาเป็ นอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาสาขาโยธา จานวน 18 คน คิดเป็ นร้อยละ 30 อาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาสาขาอุตสาหการ จานวน 11 คน คิดเป็ น ร้อยละ 18.3 และอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีนอ้ ยที่สุด เป็ นอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาสาขาเครื่ องกล จานวน 6 คน คิดเป็ นร้อยละ 10


37 ตารางที่ 4.2 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามวุฒิการศึกษา คุณวุฒิของอาจารย์พี่เลี้ยง ปริ ญญาตรี ปริ ญญาโท ปริ ญญาเอก รวม

จานวน (คน) 41 19 0 60

ร้อยละ 68.3 31.7 0 100

จากตารางที่ 4.2 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงโดยส่ วนมากมีวุฒิการศึกษาปริ ญญาตรี จานวน 41 คน คิดเป็ นร้อยละ 68.3 รองลงมาเป็ นวุฒิการศึกษาปริ ญญาโท จานวน 19 คน คิดเป็ นร้อย ละ 31.7 และไม่มีอาจารย์พี่เลี้ยงที่จบปริ ญญาเอก ตารางที่ 4.3 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามประสบการณ์สอน ประสบการณ์สอนของอาจารย์พี่เลี้ยง 0 - 5 ปี 6 – 10 ปี 11 – 15 ปี 15 ปี ขึ้นไป รวม

จานวน (คน) 14 7 38 1 60

ร้อยละ 23.3 11.7 63.3 1.7 100

จากตารางที่ 4.3 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงส่ วนมากมีประสบการณ์สอนอยูท่ ี่ 11 – 15 ปี คือ จานวน 38 คน คิดเป็ นร้อยละ 63.3 รองลงมามีประสบการณ์สอน 0 – 5 ปี จานวน 14 คน คิด เป็ นร้อยละ 23.3 มีประสบการณ์สอน 6 – 10 ปี จานวน 7 คน คิดเป็ นร้อยละ 11.7 และประสบการณ์ สอนที่มีนอ้ ยที่สุด คือ 15 ปี ขึ้นไป จานวน 1 คน คิดเป็ นร้อยละ 1.7 ตารางที่ 4.4 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามตาแหน่ง ตาแหน่งของอาจารย์พี่เลี้ยง ครู ผชู ้ ่วย ครู (คศ.1) ครู ชานาญการ (คศ.2)

จานวน 27 8 19

ร้อยละ 45 13.3 31.7


38 ตารางที่ 4.4 (ต่ อ) ตาแหน่งของอาจารย์พี่เลี้ยง ครู ชานาญการพิเศษ (คศ.3) ครู เชี่ยวชาญการ (คศ.4) รวม

จานวน 4 2 60

ร้อยละ 6.7 3.3 100

จากตารางที่ 4.4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงส่ วนใหญ่ดารงตาแหน่งครู ผชู ้ ่วย จานวน 27 คน คิดเป็ นร้อยละ 45 รองลงมาดารงตาแหน่ง ครู ชานาญการ จานวน 19 คน คิดเป็ นร้อยละ 31.7 ดารงตาแหน่ง ครู จานวน 8 คน คิดเป็ นร้อยละ 13.3 ดารงตาแหน่ง ครู ชานาญการพิเศษ จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 และตาแหน่งที่มีนอ้ ยที่สุด คือ ตาแหน่ง ครู เชี่ยวชาญการ จานวน 2 คน คิดเป็ นร้อย ละ 3.3 ตารางที่ 4.5 แสดงจานวนและร้อยละของอาจารย์พี่เลี้ยง จาแนกตามแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน แผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน สาขาช่างก่อสร้าง สาขาช่างสารวจ สาขาช่างเทคนิคสถาปั ตยกรรม สาขาช่างโยธา สาขาไฟฟ้ ากาลัง สาขาอิเล็คทรอนิกส์ สาขาช่างคอมพิวเตอร์ สาขาช่างกลโรงงาน สาขาช่างเชื่อมและโลหะ สาขาแมคคาทรอนิกส์ สาขาช่างยนต์ สาขาอื่นๆ รวม

จานวน 6 4 4 4 3 7 13 4 4 2 6 3 60

ร้อยละ 10 6.7 6.7 6.7 5 11.7 21.7 6.7 6.7 3.3 10 5 100

จากตารางที่ 4.5 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงส่ วนใหญ่เป็ นอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาช่ าง คอมพิวเตอร์ จานวน 13 คน คิดเป็ นร้อยละ 21.7 รองลงมาเป็ นอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาอิเล็กทรอนิ กส์


39 จานวน 7 คน คิดเป็ นร้อยละ 11.7 อาจารย์พี่เลี้ยงสาขาช่างก่อสร้าง จานวน 6 คน คิดเป็ นร้อยละ 10 อาจารย์พี่เลี้ยงสาขาช่างยนต์ จานวน 6 คน คิดเป็ นร้อยละ 10 อาจารย์พี่เลี้ยงสาขาช่างสารวจ จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 อาจารย์พี่เลี้ยงสาขาช่างเทคนิ คสถาปั ตยกรรม จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 อาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาช่ างโยธา จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 อาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาช่ างกลโรงงาน จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 อาจารย์พี่เลี้ยง สาขาช่างเชื่ อมและโลหะ จานวน 4 คน คิดเป็ นร้อยละ 6.7 อาจารย์พี่เลี้ยงสาขาไฟฟ้ ากาลัง จานวน 3 คน คิดเป็ นร้อยละ 5 สาขาที่มีอาจารย์พี่เลี้ยงน้อยที่สุดคือ สาขาแมคคาทรอนิกส์ จานวน 2 คน คิดเป็ นร้อยละ 3.3 และอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอื่นๆ นอกเหนื อจาก แบบสอบถาม มีจานวน 3 คน คิดเป็ นร้อยละ 5

4.2 วิเคราะห์ ข้อมู ล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์ พี่เลีย้ ง ที่มีต่อนักศึ กษา ฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน 4.2.1 วิเคราะห์ ข้อมูล เกีย่ วกับความคิดเห็นของอาจารย์ พี่เลีย้ ง รวมทุกสาขาวิชา ที่มีต่อ นักศึกษาฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน วิเคราะห์ขอ้ มูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา โดยมีการวิเคราะห์ขอ้ มูลด้วย การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (Mean) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่ งนาเสนอข้อมูล ในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ดังแสดงไว้ในตาราง ตารางที่ 4.6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ เหมาะสมกับความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้เบื้องต้นของ ผูเ้ รี ยน

̅

SD

4.00 3.95

0.55 0.70

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.80

0.66

มาก

3.87

0.780

มาก

3.88

0.78

มาก


40 ตารางที่ 4.6 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ 7.นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจ แตกต่างกัน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.10

0.68

มาก

4.15 3.80 3.94

0.71 0.78 0.71

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.6 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับมาก (̅= 3.94, SD = 0.71) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดในสมรรถนะข้อที่ 1 คือ นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่ มที่มีความสนใจแตกต่างกัน ( ̅ = 4.15, SD = 0.71) นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ (̅ = 4.10, SD = 0.68) และอาจารย์ พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด แต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ น รายบุคคล ( ̅ = 3.80, SD = 0.78) และนักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 3.80, SD = 0.66) ตารางที่ 4.7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาแผนการจัดทาแผนการ เรี ยนรู้ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอน ทุกครั้ง

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.97 3.95 3.85

0.54 0.81 0.80

มาก มาก มาก

3.83

0.81

มาก


41 ตารางที่ 4.7 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการ เรี ยนรู้ 6.นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.03 3.95 3.98 3.94

0.76 0.72 0.75 0.74

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.7 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก (̅ = 3.94, SD = 0.71) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 2 คือ นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์ พี่เลี้ยงในการทาแผนการเรี ยนรู ้ ( ̅ = 4.03, SD = 0.74) นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ ( ̅ = 3.98, SD = 0.75) และอาจารย์พี่ เลี้ ย งมี ระดับ ความคิ ดเห็ นน้อยที่ สุดแต่อยู่ในระดับมาก คื อ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง ( ̅ = 3.83, SD = 0.81) ตารางที่ 4.8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทาโครงการทางวิชาการ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงาน ทางวิชาการ 4.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาโครงงาน ทางวิชาการ 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทางวิชาการได้ตรงกับความ ต้องการของแผนกที่ทาการฝึ กสอน

̅

SD

3.72 3.78

0.74 0.76

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.73

0.9

มาก

3.78

0.85

มาก

3.73

0.82

มาก


42 ตารางที่ 4.8 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

6.โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความ สนใจ จากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ รวม

3.67 3.78 3.74

0.86 0.89 0.83

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.8 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.74, SD = 0.83) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดในสมรรถนะข้อที่ 3 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความ ตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.78, SD = 0.89) นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงใน การทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.78, SD = 0.85) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด แต่อยูใ่ นระดับมาก คือ โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ น อย่างดีอยู่ (̅ = 3.67, SD = 0.86) ตารางที่ 4.9 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิ บตั ิ การสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การ ประเมินผล สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 1.นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาด สาย 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่สอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการสอน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมิน ความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.00 4.10 4.00 3.93

0.96 0.82 0.76 0.76

มาก มาก มาก มาก

3.92 4.23

0.74 0.72

มาก มาก


43 ตารางที่ 4.9 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่าง สม่าเสมอ 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษา อย่างสม่าเสมอ 9.นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง 10.นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิบตั ิ การสอน 11.นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.00

0.80

มาก

4.22 4.22

0.78 0.69

มาก มาก

4.15 4.27 4.09

0.69 0.61 0.76

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.9 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การประเมินผล พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 4.09, SD = 0.76) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 4 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.27, SD = 0.61) นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน (̅ = 4.23, SD = 0.72) และ อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับมาก คือนักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยน จัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน ( ̅ = 3.92, SD = 0.74) ตารางที่ 4.10 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนก ตามสมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนใน สถานศึกษา

4.13

0.61

ระดับความ คิดเห็น มากที่สุด

4.02

0.62

มากที่สุด

3.87

0.6

มาก


44 ตารางที่ 4.10 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

̅

SD

4.นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาวิชาเพื่อการนาไปใช้ ประกอบอาชีพ 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้อหา วิชาที่สอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชีพในสาขา วิชาที่สอน 9.นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน รวม

3.87

0.77

ระดับความ คิดเห็น มาก

4.00

0.64

มาก

3.90 3.93

0.80 0.82

มาก มาก

3.97 3.97 3.96

0.71 0.76 0.70

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.10 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.96, SD = 0.70) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมี ระดับความคิ ดเห็ นมากที่ สุ ดของสมรรถนะ คือ นักศึกษาฝึ กสอนมี ความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน ( ̅ = 4.13, SD = 0.61) นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์ รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ ( ̅ = 4.02, SD = 0.62) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับ มาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา ( ̅ = 3.87, SD = 0.77) และ นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนในสถานศึกษา ( ̅ = 3.87, SD = 0.60) ตารางที่ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพ ขอผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการจัดทาสื่ อการสอน

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.72 3.87

0.72 0.75

มาก มาก


45 ตารางที่ 4.11 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาการสอนให้เหมาะสม กับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้ นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น 7.มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและรู ปแบบ การสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมี ส่ วนร่ วมในกิจกรรม รวม

̅

SD

3.97 3.68

0.78 0.83

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.9

0.73

มาก

3.88

0.86

มาก

3.88

0.78

มาก

4.02 3.87

0.7 0.77

มาก มาก

จากตารางที่ 4.11 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการ จัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยงอยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 3.87, SD = 0.77) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 6 คือ นักศึกษาฝึ กสอนเอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึ ง และให้ผเู ้ รี ยนมีส่วน ร่ วมในกิจกรรม (̅ = 4.02, SD = 0.70) นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.97, SD = 0.78) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับมาก คือ นักศึกษา ฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.68, SD = 0.83) ตารางที่ 4.12 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการวิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน

̅

SD

3.55 3.65

0.79 0.84

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก


46 ตารางที่ 4.12 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการ สอน 6.นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.72 3.43

0.85 0.87

มาก ปานกลาง

3.57 3.73 3.61

0.83 0.86 0.84

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.12 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.61, SD = 0.84) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็นในระดับมากที่สุด คือ นักศึกษาฝึ กสอนทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ ( ̅ = 3.73, SD = 0.86) นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.72, SD = 0.85) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับ ปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.43, SD = 0.87) ตารางที่ 4.13 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงรวมทุกสาขาวิชา จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ของผูเ้ รี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป 4.นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.98 3.98

0.86 0.75

มาก มาก

3.93 3.87 3.98 3.95

0.92 0.81 0.83 0.83

มาก มาก มาก มาก


47 จากตารางที่ 4.13 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.95, SD = 0.83) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นในระดับมากที่สุด คื อ นักศึกษา ฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.98, SD = 0.86) นักศึกษาฝึ กสอน จัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.98, SD = 0.83) และนักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผล การเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ ( ̅ = 3.98, SD = 0.75)

4.2.1 วิเคราะห์ ข้อมูล เกีย่ วกับความคิดเห็นของอาจารย์ พเี่ ลีย้ งสาขาโยธา ที่มีต่อนักศึกษา ฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน วิเคราะห์ขอ้ มูล เกี่ยวกับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาโยธา โดยมีการวิเคราะห์ขอ้ มูลด้วยการ หาค่าเฉลี่ ยเลขคณิ ต (̅) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่ งนาเสนอข้อมูลใน รู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ดังแสดงไว้ในตาราง ตารางที่ 4.14 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ เหมาะสมกับความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้เบื้องต้นของ ผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ 7.นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจ แตกต่างกัน

̅

SD

4.17 4.33

0.62 0.59

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

4.06

0.73

มาก

4.17

0.71

มาก

4.22

0.65

มาก

4.17

0.71

มาก

4.44

0.51

มาก


48 ตารางที่ 4.14 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล รวม

̅

SD

4.28 4.23

0.75 0.66

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

จากตารางที่ 4.14 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับมาก (̅= 4.23, SD = 0.66) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อพบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 1 คือ นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่ มที่มีความสนใจแตกต่างกัน ( ̅ = 4.44, SD = 0.51) นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 4.33, SD = 0.59) และอาจารย์พี่ เลี้ ยงมีระดับความคิ ดเห็ นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับมาก คือนักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยน ตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ (̅ = 4.06, SD = 0.73) ตารางที่ 4.15 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาแผนการจัดทาแผนการ เรี ยนรู้ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอน ทุกครั้ง 5.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการ เรี ยนรู้ 6.นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.28 4.22 4.22

0.58 0.73 0.65

มาก มาก มาก

4.22

0.55

มาก

4.39 4.22 4.22 4.25

0.70 0.65 0.73 0.65

มาก มาก มาก มาก


49 จากตารางที่ 4.15 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก (̅ = 4.25, SD = 0.65) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 2 คือ นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์ พี่เลี้ ยงในการทาแผนการเรี ยนรู ้ ( ̅ = 4.39, SD = 0.70) และนัก ศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ ในการทา แผนการจัดทาแผนการเรี ยนรู้ (̅ = 4.28, SD = 0.58) ตารางที่ 4.16 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทาโครงการทางวิชาการ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงาน ทางวิชาการ 4.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาโครงงาน ทางวิชาการ 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทางวิชาการได้ตรงกับความ ต้องการของแผนกที่ทาการฝึ กสอน 6.โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความ สนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ รวม

3.89 3.94

0.76 0.64

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.83

0.79

มาก

4.06

0.73

มาก

4.06

0.73

มาก

4 4.22 4

0.84 0.65 0.73

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.16 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงในระดับมาก ( ̅ = 4.00, SD = 0.73) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 3 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความ ตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 4.22, SD = 0.73) นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงใน การทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 4.06, SD = 0.73) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงานทางวิชาการ (̅ = 3.83, SD = 0.79)


50 ตารางที่ 4.17 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิ บตั ิ การสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การ ประเมินผล สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 1.นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาด สาย 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่สอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการสอน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมิน ความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่าง สม่าเสมอ 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษา อย่างสม่าเสมอ 9.นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง 10.นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิบตั ิ การสอน 11.นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.39 4.44 4.39 4.28

0.50 0.62 0.5 0.67

มาก มาก มาก มาก

4.17 4.44

0.71 0.81

มาก มาก

4.22

0.51

มาก

4.5 4.67

0.49 0.49

มากที่สุด มากที่สุด

4.67 4.33 4.41

0.59 0.51 0.58

มากที่สุด มาก มาก

จากตารางที่ 4.17 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอนตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การประเมินผล พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 4.41, SD = 0.58) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นใน มากที่สุด คือ นักศึ กษาฝึ กสอนมี ความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิ บตั ิการสอน ( ̅ = 4.67, SD = 0.51) นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง ( ̅ = 4.67, SD = 0.51) และอาจารย์พี่เลี้ยงมี ระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัด เพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน (̅ = 4.17, SD = 0.71)


51 ตารางที่ 4.18 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนใน สถานศึกษา 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาวิชาเพื่อการนาไปใช้ ประกอบอาชีพ 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้อหา วิชาที่สอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชีพในสาขา วิชาที่สอน 9.นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน รวม

4.56

0.51

ระดับความ คิดเห็น มากที่สุด

4.22

0.65

มาก

4.22 4.11

0.73 0.68

มาก มาก

4.33

0.49

มาก

4.33 4.33

0.69 0.49

มาก มาก

4.50 4.22 4.31

0.51 0.65 0.60

มากที่สุด มาก มาก

จากตารางที่ 4.18 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 4.31, SD = 0.60) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 5 คือ นักศึกษาฝึ กสอน มีความรู้ ในวิชาที่รับผิดชอบสอน ( ̅ = 4.56, SD = 0.51) นักศึ กษาฝึ กสอนมี ความเชื่ อมัน่ ต่อการ ประกอบอาชี พในสาขาวิชาที่สอน ( ̅ = 4.50, SD = 0.51) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมีความคิดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา ( ̅ = 4.11, SD = 0.68)


52 ตารางที่ 4.19 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอ ผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการจัดทาสื่ อการสอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาการสอนให้เหมาะสม กับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้ นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น 7.มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและรู ปแบบ การสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมี ส่ วนร่ วมในกิจกรรม รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.00 4.00 4.17 4.00

0.69 0.77 0.79 0.69

มาก มาก มาก มาก

4.06

0.73

มาก

4.17

0.79

มาก

4.22

0.65

มาก

4.33 4.12

0.49 0.70

มาก มาก

จากตารางที่ 4.19 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการ จัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงอยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 4.12, SD = 0.70) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 6 คือ นักศึกษาฝึ กสอนเอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึ ง และให้ผเู ้ รี ยนมีส่วน ร่ วมในกิจกรรม (̅ = 4.33, SD = 0.49) มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและรู ปแบบ การสอน ( ̅ = 4.22, SD = 0.65)


53 ตารางที่ 4.20 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการวิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการ สอน 6.นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ รวม

3.61 3.94

0.92 0.87

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

4.06 3.83

0.87 0.92

มาก มาก

3.94 4.11 3.92

0.87 0.76 0.87

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.12 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.92, SD = 0.87) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 7 คือ นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ ( ̅ = 4.11, SD = 0.76) นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับ อาจารย์พี่เลี้ ยงอย่างสม่าเสมอ ( ̅ = 4.06, SD = 0.87) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.61, SD = 0.92) ตารางที่ 4.21 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาโยธา จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ของผูเ้ รี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.33 4.22

0.69 0.65

มาก มาก

4.28

0.90

มาก


54 ตารางที่ 4.21 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD.

4.06 4.11 4.2

0.80 0.90 0.79

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.21 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 4.20, SD = 0.79) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 8 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.33, SD = 0.96) นักศึกษา ฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป ( ̅ = 4.28, SD = 0.90) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมี ระดับ ความคิ ดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่ อยู่ใ นระดับ มาก คื อ นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน (̅ = 4.06, SD = 0.80)

4.2.2 วิเคราะห์ ข้อมูล เกีย่ วกับความคิดเห็นของอาจารย์ พเี่ ลีย้ งสาขาไฟฟ้า ที่มีต่อนักศึกษา ฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน วิเคราะห์ขอ้ มูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงกลุ่มสาขาไฟฟ้ า โดยมีการวิเคราะห์ขอ้ มูลด้วย การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (̅) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่ งนาเสนอข้อมูลใน รู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ดังแสดงไว้ในตาราง ตารางที่ 4.22 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้

̅

SD

3.92 3.8

0.57 0.76

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.68

0.56

มาก


55 ตารางที่ 4.22 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ เหมาะสมกับความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้เบื้องต้นของ ผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ 7.นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจ แตกต่างกัน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.76

0.78

มาก

3.80

0.87

มาก

4.08

0.76

มาก

4.04 3.68 3.85

0.79 0.69 0.72

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.22 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับมาก (̅= 3.85, SD = 0.72) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นที่สุด คือ นักศึกษาฝึ กสอนให้ คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 4.08, SD = 0.76) นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอน ผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจแตกต่างกัน ( ̅ = 4.04, SD = 0.79) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความ คิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล ( ̅ = 3.68, SD = 0.69) และนักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 3.68, SD = 0.56) ตารางที่ 4.23 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาแผนการจัดทาแผนการ เรี ยนรู้ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.72 3.72

0.89 0.94

มาก มาก


56 ตารางที่ 4.23 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอน ทุกครั้ง 5.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการ เรี ยนรู้ 6.นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ รวม

̅

SD

3.52

0.92

ระดับความ คิดเห็น มาก

3.52

1.01

มาก

3.88 3.80 3.80 3.71

0.73 0.82 0.87 0.88

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.23 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก (̅ = 3.71, SD = 0.88) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 2 คือ นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์ พี่เลี้ยงในการทาแผนการเรี ยนรู้ ( ̅ = 3.88, SD = 0.73) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง ( ̅ = 3.52, SD = 1.01) และนักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ อย่างสม่ าเสมอ ( ̅ = 3.52, SD = 0.92) ตารางที่ 4.24 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทาโครงการทางวิชาการ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงาน ทางวิชาการ 4.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาโครงงาน ทางวิชาการ

̅

SD

3.56 3.72

0.82 0.94

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.72

1.02

มาก

3.68

0.99

มาก


57 ตารางที่ 4.24 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทางวิชาการได้ตรงกับความ ต้องการของแผนกที่ทาการฝึ กสอน 6.โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความ สนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.56

0.92

มาก

3.56 3.52 3.62

0.82 1.01 0.93

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.24 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.62, SD = 0.93) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 3 คือ นักศึกษาฝึ กสอนได้ขอ อนุ ญาตสถานศึ กษาก่อนทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.72, SD = 1.02) และนักศึกษาฝึ กสอนมี ความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ ( ̅ = 3.72, SD = 0.94) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อย ที่สุดแต่อยู่ในระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.52, SD = 1.01) ตารางที่ 4.25 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิ บตั ิ การสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การ ประเมินผล สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 1.นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาด สาย 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่สอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการสอน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมิน ความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.56 4.04 3.76 3.80

1.19 0.94 0.93 0.82

มาก มาก มาก มาก

3.92

0.81

มาก


58 ตารางที่ 4.25 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่าง สม่าเสมอ 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษา อย่างสม่าเสมอ 9.นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง 10.นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิบตั ิ การสอน 11.นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

4.12

0.93

ระดับความ คิดเห็น มาก

4.00 4.24

0.87 0.83

มาก มาก

3.96 4.04

0.79 0.74

มาก มาก

4.32 3.98

0.63 0.86

มาก มาก

จากตารางที่ 4.25 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การประเมินผล พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 3.98, SD = 0.86) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 4 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.32, SD = 0.63) นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษาอย่างสม่าเสมอ ( ̅ = 4.24, SD = 0.83) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอน เข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาดสาย (̅ = 3.56, SD = 1.19) ตารางที่ 4.26 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

̅

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน 4.56 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ 4.22

SD 0.61 0.68

ระดับความ คิดเห็น มากที่สุด มาก


59 ตารางที่ 4.26 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 3.นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนใน สถานศึกษา 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาวิชาเพื่อการนาไปใช้ ประกอบอาชีพ 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้อหา วิชาที่สอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชีพใน สาขาวิชาที่สอน 9.นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.22 4.11

0.81 0.49

มาก มาก

4.33

0.68

มาก

4.33 4.33

0.88 0.82

มาก มาก

4.50 4.22 4.31

0.71 0.88 0.73

มากที่สุด มาก มาก

จากตารางที่ 4.26 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 4.31, SD = 0.73) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุดของสมรรถนะที่ 5 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมี ความรู้ ใ นวิช าที่ รับ ผิดชอบสอน ( ̅ = 4.56, SD = 0.61) นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนมี ค วามเชื่ อมัน่ ต่อการ ประกอบอาชี พในสาขาวิชาที่สอน ( ̅ = 4.50, SD = 0.71) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมีความคิดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา ( ̅ = 4.11, SD = 0.49)


60 ตารางที่ 4.27 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอ ผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการจัดทาสื่ อการสอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาการสอนให้เหมาะสม กับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้ นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น 7.มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและรู ปแบบ การสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมี ส่ วนร่ วมในกิจกรรม รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.68 3.84 3.92 3.64

0.80 0.80 0.81 0.86

มาก มาก มาก มาก

3.88

0.88

มาก

3.80

1.00

มาก

3.80

0.96

มาก

4.00 3.82

0.87 0.87

มาก มาก

จากตารางที่ 4.27 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการ จัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ น ระดับมาก ( ̅ = 3.82, SD = 0.87) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 6 คือ นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมีส่วน ร่ วมในกิจกรรม ( ̅ = 4.00, SD = 0.87) รองลงมาคือ นักศึกษานักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่ เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.92, SD = 0.81) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ น ระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน (̅ = 3.64, SD = 0.86)


61 ตารางที่ 4.28 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการวิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการ สอน 6.นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ รวม

3.52 3.56

0.77 0.92

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.60 3.32

0.71 0.90

มาก ปานกลาง

3.48 3.56 3.51

0.82 0.87 0.83

ปานกลาง มาก มาก

จากตารางที่ 4.28 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.51, SD = 0.83) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นในระดับมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 7 คือ นักศึกษา ฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ ยงอย่างสม่ าเสมอ ( ̅ = 3.60, SD = 0.71) และ อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นน้อยที่ สุดแต่อยู่ในระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนได้นา งานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน ( ̅ = 3.48, SD = 0.82) และนักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้น เรี ยนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.32, SD = 0.90) ตารางที่ 4.29 แสดงค่าเฉลี่ ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ ยงสาขาไฟฟ้ า จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ของผูเ้ รี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.88 4.00

0.73 0.82

มาก มาก


62 ตารางที่ 4.29 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป 4.นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.88 3.92 4.04 3.94

0.93 0.86 0.79 0.83

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.29 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.94, SD = 0.83) เมื่ อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิ ดเห็ นมากที่ สุดของสมรรถนะที่ 8 คือ นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.04, SD = 0.79) และอาจารย์พี่เลี้ยงมี ระดับ ความคิ ดเห็ นน้อยที่สุ ด แต่ อยู่ในระดับมาก คือ นักศึ ก ษาฝึ กสอนได้นาผลที่ ได้ไปปรึ ก ษากับ อาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป ( ̅ = 3.88, SD = 0.93) และนักศึกษา ฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน (̅ = 3.88, SD = 0.73)

4.2.3 วิเคราะห์ ข้อมูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์ พี่เลีย้ งสาขาเครื่ องกล ที่มีต่อ นักศึกษาฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน วิเคราะห์ขอ้ มูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงกลุ่มสาขาเครื่ องกล โดยมีการวิเคราะห์ขอ้ มูล ด้วยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (̅) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่ งนาเสนอข้อมูล ในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ดังแสดงไว้ในตาราง 4.30 – 4.37 ตารางที่ 4.30 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้

̅

SD

4.17 4.00

0.41 0.63

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก


63 ตารางที่ 4.30 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ เหมาะสมกับความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้เบื้องต้นของ ผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ 7.นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจ แตกต่างกัน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.00

0.63

มาก

3.83

0.41

มาก

3.50

0.55

มาก

4.17

0.41

มาก

4.00 3.67 3.92

0.89 0.52 0.56

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.30 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับมาก (̅= 3.92, SD = 0.56) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 1 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 4.17, SD = 0.41) นักศึกษาฝึ กสอน ให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ ( ̅ = 4.17, SD = 0.41) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับ ความคิดเห็ นน้อยที่สุด คือ นักศึ กษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้ เบื้องต้นของผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.50, SD = 0.55) ตารางที่ 4.31 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาแผนการจัดทาแผนการ เรี ยนรู้

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.17

0.41

มาก


64 ตารางที่ 4.31 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอน ทุกครั้ง 5.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการ เรี ยนรู้ 6.นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ รวม

̅

SD

4.33 4.00

0.52 0.63

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

4.00

0.00

มาก

3.83 3.83 4.17 4.05

0.75 0.41 0.41 0.45

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.31 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก (̅ = 4.05, SD = 0.45) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 2 คือ นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรง ตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ ( ̅ = 4.33, SD = 0.52) และอาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการเรี ยนรู ้ ( ̅ = 3.83, SD = 0.75) และนักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน (̅ = 3.83, SD = 0.41) ตารางที่ 4.32 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทาโครงการทางวิชาการ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงาน ทางวิชาการ 4.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาโครงงาน ทางวิชาการ

̅

SD

4 3.83

0 0.41

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.67

0.52

มาก

3.83

0.41

มาก


65 ตารางที่ 4.32 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทางวิชาการได้ตรงกับความ ต้องการของแผนกที่ทาการฝึ กสอน 6.โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความ สนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.83

0.41

มาก

3.67 4.17 3.86

0.52 0.41 0.38

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.32 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.86, SD = 0.38) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 3 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความ ตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 4.17, SD = 0.41) นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทา โครงการทางวิช าการ และอาจารย์พี่เลี้ ยงมี ระดับ ความคิ ดเห็ นน้อยที่ สุ ดแต่ อยู่ในระดับ มาก คื อ นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.67, SD = 0.55) และ โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี ( ̅ = 3.67, SD = 0.55) ตารางที่ 4.33 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การ ประเมินผล สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 1.นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาด สาย 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่สอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการสอน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.50 4.00 4.17 3.83

0.55 0.00 0.41 0.75

มากที่สุด มาก มาก มาก


66 ตารางที่ 4.33 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมิน ความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่าง สม่าเสมอ 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษา อย่างสม่าเสมอ 9.นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง 10.นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิบตั ิ การสอน 11.นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.83 4.17

0.41 0.75

มาก มาก

4.00

0.63

มาก

4.33 4.33

0.82 0.52

มาก มาก

4.00 4.5 4.15

0.00 0.55 0.49

มาก มากที่สุด มาก

จากตารางที่ 4.33 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การประเมินผล พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 4.15, SD = 0.49) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 4 คือ นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาดสาย (̅ = 4.50, SD = 0.55) และนักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.50, SD = 0.55) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการ ใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา ( ̅ = 3.83, SD = 0.75) และ นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทา แบบฝึ กหัดเพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน (̅ = 3.83, SD = 0.41) ตารางที่ 4.34 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน

̅

SD

3.83

0.41

ระดับความ คิดเห็น มาก


67 ตารางที่ 4.34 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนใน สถานศึกษา 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาวิชาเพื่อการนาไปใช้ ประกอบอาชีพ 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้อหา วิชาที่สอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชีพในสาขา วิชาที่สอน 9.นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.00

0.00

มาก

3.33 3.33

0.52 0.82

ปานกลาง ปานกลาง

4.00

0.63

มาก

3.33 3.67

0.52 0.52

ปานกลาง มาก

3.33 3.83 3.63

0.52 0.41 0.48

ปานกลาง มาก มาก

จากตารางที่ 4.34 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.63, SD = 0.48) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 5 คือ นักศึกษาฝึ กสอน มีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา ( ̅ = 4.00, SD = 0.63) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความ คิดเห็ นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ ของวิชา ( ̅ = 3.33, SD = 0.82) นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้ วิชาอื่นมาใช้ในการสอนใน สถานศึกษา ( ̅ = 3.33, SD = 0.52) นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้ อหาวิชาที่ สอน (̅ = 3.33, SD = 0.52) และนักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชี พในสาขาวิชาที่ สอน (̅ = 3.33, SD = 0.52)


68 ตารางที่ 4.35 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอ ผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการจัดทาสื่ อการสอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาการสอนให้เหมาะสม กับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้ นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น 7.มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและ รู ปแบบการสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมี ส่ วนร่ วมในกิจกรรม รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.50 3.67 4.00 3.50

0.55 0.82 0.63 0.55

มาก มาก มาก มาก

3.67

0.52

มาก

4.17

0.75

มาก

3.67

0.52

มาก

3.67 3.73

0.52 0.61

มาก มาก

จากตารางที่ 4.35 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการ จัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงอยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 3.73, SD = 0.61) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น มากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 6 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้นกั เรี ยน ซักถามและแสดงความคิดเห็น ( ̅ = 4.17, SD = 0.75) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่ สุ ดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพของผูเ้ รี ยน และ อยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร ( ̅ = 3.50, SD = 0.55) และ นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอน อย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.50, SD = 0.55)


69 ตารางที่ 4.36 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการวิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการ สอน 6.นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ รวม

3.52 3.56

0.55 0.55

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.60 3.32

0.82 0.52

มาก ปานกลาง

3.48 3.56 3.51

0.55 0.63 0.60

ปานกลาง มาก มาก

จากตารางที่ 4.36 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.51, SD = 0.60) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 7 คือ นักศึกษาฝึ กสอน ปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่างสม่าเสมอ ( ̅ = 3.60, SD = 0.82) และอาจารย์พี่เลี้ยง มีระดับความคิดเห็นอยูใ่ นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน ( ̅ = 3.48, SD = 0.55) และนักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่าง สม่าเสมอ (̅ = 3.32, SD = 0.52) ตารางที่ 4.37 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาเครื่ องกล จาแนกตาม สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ของผูเ้ รี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.88 4.00

0.41 0.82

มาก มาก


70 ตารางที่ 4.37 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป 4.นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.88 3.92 4.04 3.94

0.75 0.63 0.75 0.67

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.37 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.94, SD = 0.67) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 8 คือ นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 4.04, SD = 0.75) และอาจารย์พี่เลี้ยงมี ระดับความคิดเห็ นอยูน่ ้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับ อาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป ( ̅ = 3.88, SD = 0.75) และนักศึกษา ฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน (̅ = 3.88, SD = 0.41)

4.2.4 วิเคราะห์ ข้อมูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์ พี่เลีย้ งสาขาอุตสาหการ ที่มีต่อ นักศึกษาฝึ กสอนตามสมรรถนะต่ างๆ 8 ด้ าน วิเคราะห์ ขอ้ มูล เกี่ ยวกับความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงกลุ่ มสาขาอุ ตสาหการ โดยมี การวิเคราะห์ ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (̅) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซึ่ งนาเสนอ ข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ดังแสดงไว้ในตาราง ตารางที่ 4.38 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัดประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้างแบบประเมินผูเ้ รี ยนได้

̅

SD

3.82 3.64

0.41 0.51

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก


71 ตารางที่ 4.38 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการเรี ยนการสอนที่ เหมาะสมกับความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ 5.นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัดความรู ้เบื้องต้นของ ผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตามความสามารถของ ผูเ้ รี ยนได้ 7.นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจ แตกต่างกัน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.55

0.69

มาก

3.64

0.81

มาก

3.73

0.79

มาก

4.00

0.63

มาก

4.00 3.36 3.72

0.63 0.81 0.66

มาก ปานกลาง มาก

จากตารางที่ 4.38 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความ แตกต่างของผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับมาก (̅= 3.72, SD = 0.66) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 1 คื อ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนให้ค ะแนนผูเ้ รี ย นตามความสามารถของผูเ้ รี ย นได้ ( ̅ = 4.00, SD = 0.63) นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจแตกต่างกัน ( ̅ = 4.00, SD = 0.63) และ อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด แต่อยูใ่ นระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความ เข้าใจผูเ้ รี ยนเป็ นรายบุคคล (̅ = 3.36, SD = 0.81) ตารางที่ 4.39 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาแผนการจัดทาแผนการ เรี ยนรู้

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.91

0.54

มาก


72 ตารางที่ 4.39 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอน ทุกครั้ง 5.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาแผนการ เรี ยนรู้ 6.นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทาแผนการสอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่างตั้งใจ รวม

̅

SD

3.82 3.91

0.60 0.54

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.82

0.60

มาก

3.91 3.91 3.91 3.88

0.83 0.70 0.54 0.62

มาก มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.39 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก (̅ = 3.88, SD = 0.62) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิ ดเห็ นน้อยที่สุดแต่อยู่ในระดับมากของสมรรถนะข้อที่ 2 คือ นักศึกษา ฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทาแผนการเรี ยนรู้ไว้ ( ̅ = 3.82, SD = 0.60) และนักศึกษาฝึ กสอนมีการ จัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง (̅ = 3.82, SD = 0.60) ตารางที่ 4.40 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทาโครงการทางวิชาการ 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาที่จดั ทาโครงการ 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุ ญาตสถานศึกษาก่อนทาโครงงาน ทางวิชาการ

̅

SD

3.64 3.64

0.67 0.67

ระดับความ คิดเห็น มาก มาก

3.64

1.03

มาก


73 ตารางที่ 4.40 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยงในการทาโครงงาน ทางวิชาการ 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทางวิชาการได้ตรงกับความ ต้องการของแผนกที่ทาการฝึ กสอน 6.โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความ สนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.55

0.82

มาก

3.55

0.82

มาก

3.36 3.45 3.55

1.03 0.82 0.84

ปานกลาง ปานกลาง มาก

จากตารางที่ 4.40 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.55, SD = 0.84) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับปานกลางของสมรรถนะข้อที่ 3 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ( ̅ = 3.45, SD = 0.82) และ โครงงาน ทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี (̅ = 3.36, SD = 1.03) ตารางที่ 4.41 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การ ประเมินผล สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 1.นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาด สาย 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่สอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการสอน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการสอนที่ได้เรี ยนมา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมิน ความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

4.09 3.73 3.82 3.72

0.70 0.91 0.60 0.65

มาก มาก มาก มาก

3.55

0.69

มาก


74 ตารางที่ 4.41 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่าง สม่าเสมอ 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรมของสถานศึกษา อย่างสม่าเสมอ 9.นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมาสอนทุกครั้ง 10.นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยนระหว่างการปฏิบตั ิ การสอน 11.นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

4.18

0.41

ระดับความ คิดเห็น มาก

3.64

0.67

มาก

3.64 4.00

0.81 0.45

มาก มาก

3.64 3.91 3.81

0.51 0.54 0.63

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.41 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอน ปฏิ บตั ิการสอน การประเมินผล พบว่า ระดับความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ใน ระดับมาก ( ̅ = 3.81, SD = 0.63) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นใน ระดับมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 4 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่ อสัตย์ในการในการปฏิบตั ิงาน ( ̅ = 4.18, SD = 0.41) รองลงมา คือ นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้งไม่มาสายหรื อขาดสาย ( ̅ = 4.09, SD = 0.70) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับมาก คือ นักศึกษา ฝึ กสอนมีการให้ผเู ้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน (̅ = 3.55, SD = 0.69) ตารางที่ 4.42 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน 2.นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตามจุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้

3.82

0.60

ระดับความ คิดเห็น มาก

3.82

0.41

มาก


75 ตารางที่ 4.42 (ต่ อ) สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 3.นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอน ในสถานศึกษา 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้ของวิชา 5.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้ อหาวิชาเพื่อการนาไปใช้ ประกอบอาชีพ 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการจดจา อธิ บาย เนื้อหา วิชาที่สอน 7.นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่ อมัน่ ต่อการประกอบอาชีพใน สาขาวิชาที่สอน 9.นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.45 3.64

0.52 0.67

ปานกลาง มาก

3.55

0.52

มาก

3.55 3.27

0.52 1.01

มาก ปานกลาง

3.82 3.82 3.64

0.6 0.75 0.62

มาก มาก มาก

จากตารางที่ 4.42 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.64, SD = 0.62) เมื่อพิจารณาเป็ น รายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุดของสมรรถนะข้อที่ 5 คือ นักศึกษาฝึ กสอน ศรัทธาในสาขาวิชาที่สอน ( ̅ = 3.82, SD = 0.75) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่ อยูใ่ นระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วิชาอื่นมาใช้ในการสอนในสถานศึกษา (̅ = 3.45, SD = 0.52) นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน ( ̅ = 3.27, SD = 1.01)


76 ตารางที่ 4.43 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัด การเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาให้เหมาะกับศักยภาพ ของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการจัดทาสื่ อการสอน 3.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4.นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้ อหาการสอนให้เหมาะสม กับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 6.นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจโดยการเปิ ดให้ นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น 7.มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไปปรับปรุ งเนื้อหาและ รู ปแบบการสอน 8.นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมี ส่ วนร่ วมในกิจกรรม รวม

̅

SD

3.45

0.52

ระดับความ คิดเห็น ปานกลาง

3.82 3.73 3.36 3.82

0.60 0.79 1.03 0.41

มาก มาก ปานกลาง มาก

3.45

0.69

ปานกลาง

3.64

0.51

มาก

3.73 3.63

0.47 0.63

มาก มาก

จากตารางที่ 4.43 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการ จัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ น ระดับมาก ( ̅ = 3.63, SD = 0.63) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็ น น้อยที่สุดแต่อยูใ่ นระดับปานกลางของสมรรถนะข้อที่ 6 คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความสนใจ โดยการเปิ ดให้นักเรี ยนซักถามและแสดงความคิดเห็น ( ̅ = 3.45, SD = 0.69) นักศึกษาฝึ กสอน สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับศักยภาพของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ นขอบเขตของหลักสู ตร ( ̅ = 3.45, SD = 0.52) นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.36, SD = 1.03)


77 ตารางที่ 4.44 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน

̅

SD

1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการวิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้นเรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยง อย่างสม่าเสมอ 4.นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ 5.นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการ สอน 6.นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ รวม

3.55 3.45

0.82 0.69

ระดับความ คิดเห็น มาก ปานกลาง

3.45 3.09

1.04 0.7

ปานกลาง ปานกลาง

3.18 3.36 3.35

0.75 0.92 0.82

ปานกลาง ปานกลาง ปานกลาง

จากตารางที่ 4.44 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง อยู่ในระดับปานกลาง ( ̅ = 3.35, SD = 0.82) เมื่อ พิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นมากที่สุด คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน ( ̅ = 3.55, SD = 0.82) และอาจารย์พี่เลี้ยงมีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุดแต่ อยูใ่ นระดับปานกลาง คือ นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ (̅ = 3.09, SD = 0.70) ตารางที่ 4.45 แสดงค่าเฉลี่ยและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอาจารย์พี่เลี้ยงสาขาอุตสาหการ จาแนก ตามสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 1.นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ของผูเ้ รี ยน 2.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.73 3.73

0.91 0.65

มาก มาก


78 ตารางที่ 4.45 (ต่ อ) สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน 3.นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไปปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป 4.นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน รวม

̅

SD

ระดับความ คิดเห็น

3.55 3.36 3.73 3.62

0.93 0.67 0.91 0.81

มาก ปานกลาง ปานกลาง มาก

จากตารางที่ 4.45 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลสมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน พบว่า ระดับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง อยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = 3.62, SD = 0.81) เมื่อพิจารณาเป็ นรายข้อ พบว่า อาจารย์พี่เลี้ ยงมีระดับความคิดเห็ นมากที่สุด คือ นักศึกษาฝึ กสอนมี ความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยน ( ̅ = 3.73, SD = 0.91) นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่ เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน ( ̅ = 3.73, SD = 0.91) และนักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการเรี ยนรู ้ อย่าง สม่าเสมอ ( ̅ = 3.73, SD = 0.65)


78

ตารางที่ 4.46 แสดงการเปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ยของความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน

สาขาโยธา

สาขาไฟฟ้ า

̅

SD

สาขาอุตสาหการ ระดับ ความ SD ̅ คิดเห็น

̅

SD

ระดับ ความ คิดเห็น

1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของ ผูเ้ รี ยน 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการ สอน ปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผูเ้ รี ยน 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน

4.23

0.66

มาก

3.85

0.72

มาก

3.92

0.56

มาก

3.72

0.66

มาก

4.25 4.00 4.41

0.65 0.73 0.58

มาก มาก มาก

3.71 3.62 3.98

0.88 0.93 0.86

มาก มาก มาก

4.05 3.86 4.15

0.45 0.38 0.49

มาก มาก มาก

3.88 3.55 3.81

0.62 0.84 0.63

มาก มาก มาก

4.31 4.12

0.61 0.70

มาก มาก

4.31 3.82

0.73 0.87

มาก มาก

3.63 3.73

0.48 0.61

มาก มาก

3.64 3.63

0.62 0.63

มาก มาก

3.92 4.20

0.87 0.79

มาก มาก

3.51 3.94

0.83 0.83

มาก มาก

3.51 3.94

0.61 0.67

มาก มาก

3.35 3.62

0.82 0.81

ปานกลาง มาก

รวม

4.18

0.70

มาก

3.84

0.83

มาก

3.85

0.53

มาก

3.65

0.70

มาก

ตามสมรรถนะของครู

ระดับ ความ คิดเห็น

สาขาเครื่ องกล ระดับ ความ SD ̅ คิดเห็น


79 จากตารางที่ 4.46 แสดงว่า จากจานวนนักศึกษาที่ฝึกประสบการณ์สอนในภาคเรี ยนที่ 2 ปี การศึกษา 2553 ทั้งหมด 501 คนที่แบ่งออกเป็ นสาขาโยธา 77 คน ภาคสาขาไฟฟ้ า 187 คน สาขาเครื่ องกล 109 คน และสาขาอุตสาหการ 128 คน ซึ่ งอาจารย์พี่เลี้ยงมีความคิดเห็นว่า นักศึกษาสาขาโยธาจานวน 18 คน คิ ด เป็ นร้ อ ยละ 23.38 จากจ านวนนัก ศึ ก ษาสาขาโยธาที่ เ ข้า รั บ การฝึ ก มี ค วามสามารถฝึ ก ประสบการณ์สอนตามสมรรถนะทั้ง 8 ข้ออยูใ่ นระดับ มากที่สุด ( Mean = 4.18, SD =0.70) รองลงมา คือ นักศึกษาสาขาครื่ องกลจานวน 6 คน คิดเป็ นร้อยละ5.5 จากจานวนนักศึกษาสาขาเครื่ องกลที่เข้ารับ การฝึ ก ( Mean = 3.85, SD =0.53) นักศึกษาสาขาไฟฟ้ าจานวน 25 คน คิดเป็ นร้อยละ 13.37 จาก จานวนนักศึกษาสาขาไฟฟ้ าที่เข้ารับการฝึ ก ( Mean = 3.84, SD =0.83) และนักศึกษาสาขาอุตสาหการ จานวน 11 คน คิดเป็ นร้อยละ 8.6 จากจานวนนักศึกษาสาขาอุตสาหาการที่เข้ารับการฝึ มีความสามารถ ฝึ กประสบการณ์สอนตามสมรรถนะทั้ง 8 ข้อน้อยที่สุด ( Mean = 3.65, SD =0.70)

4.3 เปรียบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิเคราะห์ ความแปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) 4.3.1 เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามสาขาที่นักศึ กษา ฝึ กสอนเรียนอยู่ วิเคราะห์ ขอ้ มูล เปรี ย บเที ยบค่ าเฉลี่ ย ความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่ า งๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามสาขาที่นกั ศึกษาฝึ กสอนเรี ยนอยูซ่ ่ ึ ง นาเสนอข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.47 ผลการแปรปรวนทางเดียวความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามสาขาที่นกั ศึกษาฝึ กสอนเรี ยนอยู่ ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

3 56 59

2.29 14.48 16.76

0.76 0.26

2.95

0.04


80 ตารางที่ 4.47 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการ สอน ปฏิบตั ิการสอน การประเมินผล ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

3 56 59

3.22 20.35 23.57

1.07 0.36

2.95

0.04

3 56 59

2.09 28.43 30.52

0.7 0.51

1.37

0.26

3 56 59

3.03 16.82 19.85

1.01 0.3

3.36

0.03

3 56 59

4.1 14.57 18.66

1.37 0.26

5.25

0

3 56 59

1.95 20.69 22.63

0.65 0.37

1.76

0.17

3 56 59

2.72 29.16 31.88

0.91 0.52

1.74

0.17


81 ตารางที่ 4.47 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

3 56 59

ss

MS

2.42 0.81 25.63 0.46 28.05

F

sig

1.76

0.17

จากตารางที่ 4.47 อาจารย์พี่ เลี้ ย งแต่ ล ะสาขาที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนเรี ย นอยู่ มี ความคิ ด เห็ น ในด้า น ความสามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ย งแต่ล ะสาขาที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนเรี ย นอยู่ มี ความคิ ดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดทา แผนการเรี ยนรู้ ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ย งแต่ล ะสาขาที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนเรี ย นอยู่ มี ความคิ ดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดทา โครงงานทางวิชาการ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่ เ ลี้ ย งแต่ ล ะสาขาที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนเรี ย นอยู่ มี ค วามคิ ด เห็ น ในด้า น ความสามารถฝึ ก ปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ย งแต่ล ะสาขาที่ นักศึ กษาฝึ กสอนเรี ยนอยู่ มีความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดการ เรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ยงแต่ละสาขาที่ นกั ศึ กษาฝึ กสอนเรี ยนอยู่ มีความคิดเห็ นในด้าน ความสามารถประเมิน ปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญ ที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงแต่ละสาขาที่นกั ศึกษาฝึ กสอนเรี ยนอยู่ มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถทาวิจยั ใน ชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


82 อาจารย์พี่เลี้ ย งแต่ล ะสาขาที่ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนเรี ย นอยู่ มี ความคิ ดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดทา รายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้และพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05

4.3.2 เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามวุฒิการศึ กษาของ อาจารย์ พเี่ ลีย้ ง วิเคราะห์ ขอ้ มูล เปรี ย บเที ยบค่ าเฉลี่ ย ความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่ า งๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามวุฒิการศึกษาของอาจารย์พี่เลี้ยง ซึ่ ง นาเสนอข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.48 ผลการแปรปรวนทางเดียวความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามวุฒิการศึกษาของอาจารย์พี่เลี้ยง ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอน ปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

1 58 59

0.11 0.11 16.66 0.29 16.76

0.37

0.54

1 58 59

0.01 0.01 23.56 0.41 23.57

0.02

0.89

1 58 59

0.26 0.26 30.27 0.52 30.52

0.49

0.49

1 58 59

0 0 19.85 0.34 19.85

0.00

0.98


83 ตารางที่ 4.48 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

1 58 59

0.07 0.07 18.60 0.32 18.66

0.21

0.65

1 58 59

0.22 0.22 22.42 0.39 22.63

0.56

0.46

1 58 59

1.27 1.27 30.61 0.53 31.88

2.40

0.13

1 58 59

0.09 0.09 27.97 0.48 28.05

0.18

0.68

จากตารางที่ 4.48 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถศึกษา แยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ย งที่ มีวุฒิก ารศึ ก ษาต่า งกัน มีความคิ ดเห็ นในด้าน ความสามารถจัดท าแผนการเรี ย นรู้ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีวฒ ุ ิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถฝึ กปฏิ บตั ิการสอน ตั้งแต่ การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


84

อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชา เฉพาะ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีวุฒิการศึ กษาต่างกัน มีความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถประเมินปรับปรุ ง และ พัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีวุฒิการศึ กษาต่างกัน มีความคิดเห็น ในด้าน ความสามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อ พัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีวฒ ุ ิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทารายงานผลการจัดการ เรี ยนรู ้และพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05

4.3.3 เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามประสบการณ์ สอน ของอาจารย์ พเี่ ลีย้ ง วิเคราะห์ ขอ้ มูล เปรี ย บเที ยบค่ าเฉลี่ ย ความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่ า งๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามประสบการณ์สอนของอาจารย์พี่ เลี้ยง ซึ่ งนาเสนอข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.49 ผลการแปรปรวนทางเดียวความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามประสบการณ์สอนของอาจารย์พี่เลี้ยง ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

3 56 59

1.19 15.58 16.76

0.40 0.28

1.42

0.25


85 ตารางที่ 4.49 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

3 56 59

2.60 20.96 23.57

0.87 0.37

2.32

0.09

3 56 59

4.97 25.55 30.52

1.66 0.46

3.63

0.02

3 56 59

2.11 17.74 19.85

0.70 0.32

2.22

0.10

3 56 59

0.93 17.74 18.66

0.31 0.32

0.98

0.41

3 56 59

1.61 21.03 22.63

0.54 0.38

1.43

0.24

3 56 59

1.12 30.76 31.88

0.37 0.55

0.68

0.57


86 ตารางที่ 4.49 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

3 56 59

ss

MS

1.83 0.61 26.22 0.47 28.05

F

sig

1.30

0.28

จากตารางที่ 4.49 อาจารย์พี่ที่มีประสบการณ์สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถศึกษา แยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาโครงงานทาง วิชาการ ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีประสบการณ์ สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีประสบการณ์ สอนต่างกัน มีความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ ใน สาขาวิชาเฉพาะ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีประสบการณ์ สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีประสบการณ์ สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยน เพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์สอนต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทารายงานผลการ จัดการเรี ยนรู ้และพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


87

4.3.4 เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิ เคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามตาแหน่ งของอาจารย์ พีเ่ ลีย้ ง วิเคราะห์ ขอ้ มูล เปรี ย บเที ยบค่ าเฉลี่ ย ความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่ า งๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามตาแหน่งของอาจารย์พี่เลี้ยง ซึ่ ง นาเสนอข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.50 ผลการแปรปรวนทางเดียวความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามตาแหน่งของอาจารย์พี่เลี้ยง ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการ สอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

4 55 59

2.23 0.56 14.54 0.26 16.76

2.11

0.09

4 55 59

4.90 1.22 18.67 0.34 23.57

3.61

0.01

4 55 59

6.46 1.61 24.07 0.44 30.52

3.69

0.01

4 55 59

3.12 0.78 16.73 0.30 19.85

2.56

0.05


88 ตารางที่ 4.50 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

4 55 59

2.35 0.59 16.31 0.30 18.66

1.98

0.11

4 55 59

5.14 1.29 17.49 0.32 22.63

4.04

0.01

4 55 59

6.88 1.72 25.00 0.46 31.88

3.78

0.01

4 55 59

3.14 0.78 24.92 0.45 28.05

1.73

0.16

จากตารางที่ 4.50 อาจารย์พี่ เลี้ ย งที่ มี ตาแหน่ งต่า งกัน มีความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถศึ กษา แยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่ เลี้ ย งที่ มี ตาแหน่ ง ต่ า งกัน มี ความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดท าแผนการเรี ย นรู้ ไม่ แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีตาแหน่งต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ไม่ แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีตาแหน่งต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การ จัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


89

อาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีตาแหน่ งต่างกัน มีความคิดเห็ น ในด้าน ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ ในสาขาวิชา เฉพาะ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่ เ ลี้ ย งที่ มี ต าแหน่ ง ต่ า งกัน มี ค วามคิ ด เห็ น ในด้า น ความสามารถประเมิ น ปรั บ ปรุ ง และ พัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ยงที่มีตาแหน่งต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนา ผูเ้ รี ยน ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีตาแหน่ งต่างกัน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทารายงานผลการจัดการ เรี ยนรู ้และพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05

4.3.4 เปรี ยบเทียบค่ าเฉลี่ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่ างๆ ด้ วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามแผนกที่นักศึกษาทา การฝึ กสอน วิเคราะห์ ขอ้ มูล เปรี ย บเที ยบค่ าเฉลี่ ย ความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่ า งๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความ แปรปรวน แบบทางเดียว (One way analysis of variance) แยกตามแผนกที่นกั ศึกษาทาการฝึ กสอน ซึ่งนาเสนอข้อมูลในรู ปแบบตารางประกอบการบรรยาย ตารางที่ 4.51 ผลการแปรปรวนทางเดียวความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ตามความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง แยกตามแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 1. สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่าง ของผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

11 48 59

5.29 11.48 16.76

0.48 0.24

2.01

0.05


90 ตารางที่ 4.51 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 2. สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 3. สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 4. สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผน การสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 5. สามารถจัดการเรี ยนรู ้ในสาขาวิชาเฉพาะ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 6. สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม 7. สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

ss

MS

F

sig

11 48 59

5.72 17.85 23.57

0.52 0.37

1.40

0.20

11 48 59

6.26 24.26 30.52

0.57 0.51

1.13

0.36

11 48 59

4.61 15.24 19.85

0.42 0.32

1.32

0.24

11 48 59

6.417 12.24 18.66

0.58 0.25

2.28

0.02

11 48 59

5.71 16.93 22.63

0.52 0.35

1.47

0.17

11 48 59

7.7 24.18 31.88

0.7 0.50

1.39

0.21


91 ตารางที่ 4.51 (ต่ อ) ความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู 8. สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนา ผูเ้ รี ยน ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม

df

11 48 59

ss

MS

6.2 0.56 21.85 0.46 28.05

F

sig

1.24

0.29

จากตารางที่ 4.51 อาจารย์พี่ เ ลี้ ยงแต่ ล ะแผนกที่ นัก ศึ ก ษาไปฝึ กสอน มี ค วามคิ ด เห็ น ในด้า น ความสามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาแผนการ เรี ยนรู ้ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทาโครงงาน ทางวิชาการ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถฝึ กปฏิบตั ิการ สอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผลแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ใน สาขาวิชาเฉพาะ ไม่แตกต่างกัน อาจารย์พี่ เ ลี้ ย งแต่ ล ะแผนกที่ นัก ศึ ก ษาไปฝึ กสอน มี ความคิ ดเห็ น ในด้า น ความสามารถประเมิ น ปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญ ที่ 0.05 อาจารย์พี่เลี้ ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถทาวิจยั ในชั้น เรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


92 อาจารย์พี่เลี้ยงแต่ละแผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน มีความคิดเห็นในด้าน ความสามารถจัดทารายงานผล การจัดการเรี ยนรู ้และพัฒนาผูเ้ รี ยน แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญที่ 0.05


93


94

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลการศึกษาและข้ อเสนอแนะ ในการศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู มีข้ นั ตอนดังต่อไปนี้ 5.1 ผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผลการศึกษา 5.3 ข้อเสนอแนะ ในการวิ จ ัย นี้ มี ว ตั ถุ ป ระสงค์ดัง นี้ เพื่ อ รวบรวมข้อ มู ล ความสามารถฝึ กประสบการณ์ ส อน ตาม สมรรถนะของครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ อาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา ที่อยูภ่ ายใน พื้นที่ ก รุ ง เทพมหานคร ที่ มี นัก ศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอนชั้นปี ที่ 4 และชั้นปี ที่ 5 เข้ารั บการฝึ ก ประสบการณ์วิชาชีพครู จานวน 11 สถานศึกษา และได้กลุ่มตัวอย่าง จานวน 60 คน ซึ่ งได้มาจากการ เลือกแบบสุ่ มเครื่ องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็ นแบบสอบถามที่ผจู ้ ดั ทาโครงงานสร้างขึ้นเอง และศึกษาจากงานวิจยั ที่เกี่ ยวข้อง ซึ่ งสอดคล้องกับแนวความคิดทฤษฎี เพื่อให้ได้ครอบคลุ มประเด็น มากที่สุด โดยเนื้อหาของแบบสอบถามแบ่งเป็ น 2 ตอนคือ ตอนที่ 1 สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม ได้แก่ สาขาที่นกั ศึกษาฝึ กสอน เข้ารับการฝึ ก วุฒิการศึกษา ตาแหน่ง ประสบการณ์การทางาน ตอนที่ 2 สอบถามความสามารถฝึ กประสบการณ์ ส อน ตามความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่ เลี้ ย งของ สถานศึกษา ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนตามสมรรถนะของครู ทั้ง 8 สมรรถนะ จานวน 61 ข้อ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผูจ้ ดั ทาโครงงานขอความอนุ เคราะห์หัวหน้าภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลงนามใน หนังสื อส่ งแบบสอบถามถึงอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษา จากนั้นผูจ้ ดั ทาโครงงานได้เดินทางไปเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยตนเองกับสถานศึกษาที่อยู่ภายในพื้นที่กรุ งเทพมหานคร จานวน 11 สถานศึกษา และได้รับแบบสอบถามตอบกลับมา จานวน 60 ชุด คิดเป็ นร้อยละ 100 จากนั้นผูจ้ ดั ทาโครงงานได้นา แบบสอบถามมาประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสาเร็ จรู ป SPSS (Statistical Package for the Social Science) และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ดงั นี้ 1 วิเคราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกับสถานภาพของอาจารย์พี่เลี้ยง โดยแจกแจงความถี่ และค่าร้อยละ 2 วิเคราะห์ขอ้ มูล เกี่ยวกับความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอนตามสมรรถนะต่างๆ ทั้ง 8 สมรรถนะ โดยหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต (Mean) และส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)


95

3 เปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ ย ความคิดเห็ นตามสมรรถนะต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทาง เดียว (One way analysis of variance)

5.1 ผลการศึกษา ผลการศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู สรุ ปได้ดงั นี้ 5.1.1 เป็ นข้อมูลทัว่ ไปเกี่ยวกับสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถามพบว่าผูต้ อบแบบสอบถามส่ วนใหญ่ เป็ นอาจารย์พี่ เ ลี้ ยงของนัก ศึ ก ษาภาควิ ช าครุ ศ าสตร์ ไ ฟฟ้ า วุ ฒิ ก ารศึ ก ษาอยู่ใ นระดับ ปริ ญ ญาตรี ประสบการณ์ สอนระหว่าง 11-15 ปี อยู่ในตาแหน่ งระดับ คศ.2 และเป็ นอาจารย์พี่เลี้ ยงจากแผนก คอมพิวเตอร์ 5.1.2 ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ที่มีต่อนักศึกษาฝึ กสอนรวมทุกสาขาวิชา ตามสมรรถนะต่างๆ ทั้ง 8 สมรรถนะ พบว่า สมรรถนะข้อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน จากความคิดเห็นของ อาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มี ค่าเฉลี่ยอันดับสู งสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ทุกกลุ่มที่มีความสนใจแตกต่างกัน ส่ วน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยน ได้ สมรรถนะข้อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ จากความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ ก ประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสู งสุ ดคือ นักศึกษา ฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ ยงในการทาแผนการเรี ยนรู้ ส่ วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษา ฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง สมรรถนะข้อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ จากความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ ยอันดับสู งสุ ด คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทาโครงงานทางวิชาการ ส่ วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี สมรรถนะข้อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิ บตั ิ การสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิ บตั ิ การสอน การ ประเมินผล จากความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถ


96

เฉลี่ยอยูใ่ นระดับมากทีสุด โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสู งสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการ ให้ ค ะแนนผู้เ รี ย น ส่ ว นข้อ ที่ มี ค่ า เฉลี่ ย อัน ดับ ต่ า สุ ด คื อ นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนมี ก ารให้ ผู้เ รี ยนจัด ท า แบบฝึ กหัดเพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน สมรรถนะ ข้อที่ 5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ จากความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ ยอันดับสู งสุ ด คือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่รับผิดชอบสอน ส่ วนข้อที่มีค่าเฉลี่ ยอันดับต่ าสุ ดคือ นักศึกษา ฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ าอื่นมาใช้ในการสอนในสถานศึกษา สมรรถนะข้อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอ ผูเ้ รี ยน จากความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ย อยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับสู งสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนเอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่างทัว่ ถึง และ ให้ผเู ้ รี ยนมีส่วนร่ วมในกิจกรรม ส่ วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ ง สื่ อการสอนอย่างสม่าเสมอ สมรรถนะข้อที่ 7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน จากความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยง พบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับ สู งสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนทางานวิจยั ด้วยความตั้งใจ ส่ วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษา ฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ สมรรถนะข้อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้และพัฒนาผูเ้ รี ยน จากความคิดเห็นของ อาจารย์พี่เลี้ยงพบว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความสามารถเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมาก โดยข้อที่มี ค่าเฉลี่ยอันดับสู งสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทารายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน ส่ วนข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน 5.1.3 เปรี ยบเทียบค่าเฉลี่ ย ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่างๆ ด้วยการวิเคราะห์ ความแปรปรวนแบบ ทางเดียว (One way analysis of variance) โดยแยกตามสถานภาพของอาจารย์พี่เลี้ยง พบว่า 1) ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่จาแนกตามสาขาวิชา มีความคิดเห็ นตามสมรรถนะต่างๆที่ไม่ แตกต่างกัน คือ ความสามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ ความสามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทา แผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ 2) ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่จาแนกตามวุฒิการศึกษา มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันทั้ง 8


97

3) ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่จาแนกตามประสบการณ์สอน มีความคิดเห็นตามสมรรถนะต่างๆ ที่ไม่แตกต่างกัน คือ ความสามารถจัดทาแผนการเรี ยนรู้ และความสามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ 4) ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่ จาแนกตามตาแหน่ ง มีความคิ ดเห็ นตามสมรรถนะต่างๆที่ไม่ แตกต่างกัน คื อ ความสามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน ความสามารถ จัดทาแผนการเรี ยนรู้ ความสามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ความสามารถประเมินปรับปรุ ง และ พัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน และความสามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อ พัฒนาผูเ้ รี ยน 5) ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่จาแนกตามแผนกที่นกั ศึกษาเข้ารับการฝึ กประสบการณ์สอน มี ความคิดเห็นตามสมรรถนะต่างๆที่ไม่แตกต่างกัน คือ ความสามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ

5.2 อภิปรายผลการศึกษา การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู อภิปรายผลการศึกษาได้ดงั นี้ 5.2.1 ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู จากการวิเคราะห์ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะ ของครู พบว่าความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการสอนตามสมรรถนะทั้ง 8 ด้านมีความสามารถเฉลี่ ยอยู่ในระดับมาก แสดงว่านักศึกษามีความรับผิดชอบและความสามารถฝึ ก ประสบการณ์วชิ าชีพครู จากการแสดงออกทางความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ ตรงตามสมรรถนะของ ครู ภายใต้มาตรฐานประสบการณ์วชิ าชีพครู ที่คุรุสภากาหนด โดยมีแนวทางในการฝึ กปฏิบตั ิการสอน จากคู่ มื อปฏิ บ ัติก ารฝึ กประสบการณ์ วิ ชาชี พ ครู ที่ ออกแบบโดยคณะครุ ศาสตร์ อุต สาหกรรมและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่ งผลการศึกษานี้ สอดคล้องกับงานวิจยั ของ วิชยั วงษ์ใหญ่[20] ที่พบว่า บุคคลที่สามารถปฏิบตั ิงานได้ตามสมรรถนะที่แสดงออกทางความคิดและ พฤติกรรม จะส่ งผลให้เกิดความสาเร็ จตามมาตรฐานหรื อสู งกว่ามาตรฐานที่องค์กรได้กาหนดเอาไว้ 5.2.2 การเปรี ย บเที ย บความคิ ด เห็ น ของอาจารย์พี่ เ ลี้ ย งของอาจารย์พี่ เ ลี้ ย งที่ มี ต่ อ นัก ศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์สอนตามสมรรถนะของครู จากการทดสอบหาค่าความแตกต่างจากค่าเฉลี่ ยความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่ มีต่อนักศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way analysis of variance) โดยมีค่านัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 พบว่า ความคิดเห็นตามสมรรถนะทั้ง 8 ด้าน เมื่อจาแนกตามสาขาของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนที่เข้ารับการฝึ ก ประสบการณ์การสอน


98

ของอาจารย์พี่เลี้ ยง ตาแหน่ งของอาจารย์พี่เลี้ ยงและแผนกที่นักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอน มีความ คิดเห็นไม่แตกต่างกัน แสดงว่าประสบการณ์หรื อตาแหน่งไม่ได้เป็ นตัวแบ่งแยกความสามารถและการ แสดงออกทางความคิดของความเป็ นครู ซึ่ งผลการศึกษานี้ สอดคล้องกับงานวิจยั ของ กิติมา ปรี ดิลก [21] ที่ พบว่า ครู อาจารย์ถึ งแม้ว่าประสบการณ์ หรื อการดารงตาแหน่ งที่ แตกต่ างกัน แต่มีการ ปฏิบตั ิงานตามกรอบภารกิจและแนวทางเดียวกันได้ จึงมีความคิดเห็นและการทางานไม่แตกต่างกัน ยกเว้นความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่ จาแนกตามวุฒิการศึ กษาพบว่า มี ความคิ ดเห็ นแตกต่างกัน ทั้งนี้อาจเพราะมีอาจารย์พี่เลี้ยงที่สาเร็ จการศึกษาทั้งสายวิชาชีพ และสายสามัญทาให้มีความคิดเห็นที่มี ต่ อ ความสามารถฝึ กประสบการณ์ ส อนตามสมรรถนะของนัก ศึ ก ษาต่ า งกัน ซึ่ งผลการศึ ก ษานี้ สอดคล้องกับงานวิจยั ของ มะห์ดี มะดือราแว ดร.สุ ธาสิ นี บุญญาพิทกั ษ์ และดร.วิรฉัตร สุ ปัญโญ[22] ที่พบว่า ครู ผสู้ อนสายสามัญได้สาเร็ จการศึกษาโดยตรงทางด้านวิชาชี พครู ส่ วนครู ผสู ้ อนสายวิชาชี พมี การสาเร็ จการศึกษาทางวิชาเฉพาะ อาจมีบางส่ วนที่มีการสาเร็ จการศึกษาทางด้านวิชาชี พครู แต่มีส่วน น้อย ส่ งผลให้มีความรู ้เกี่ยวกับคุณสมบัติของความเป็ นครู ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงทาให้ครู ท้ งั สองประเภท มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะของครู แตกต่างกัน

5.3 ข้ อเสนอแนะ ผลการศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ผูท้ าการศึกษามีขอ้ เสนอแนะ ดังนี้ 5.3.1 ความสามารถศึกษาแยกแยะผูเ้ รี ยนได้ตามความแตกต่างของผูเ้ รี ยน จากการศึกษาพบว่า ความ คิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนแม้จะมีค่ารวมเฉลี่ยในระดับมาก แต่ถา้ เฉลี่ยรายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถ ของผูเ้ รี ยนได้ ดังนั้น อาจารย์พี่เลี้ ยงควรให้คาแนะนาเบื้องต้นเกี่ ยวกับความสามารถของผูเ้ รี ยน เพื่อ ความสะดวกของนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนในการแบ่งกลุ่มผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยน ได้ 5.3.2 สามารถจัดท าแผนการเรี ย นรู้ จากการศึ ก ษาพบว่า ความคิ ดเห็ นของอาจารย์พี่ เลี้ ย งที่ มี ต่อ นักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมี ค่ารวมเฉลี่ ยในระดับมาก แต่ถ้าเฉลี่ ยรายข้อ ข้อที่ มีค่าเฉลี่ ย อันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการเรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง ดังนั้น อาจารย์พี่ เลี้ยงควรให้นกั ศึกษาส่ งแผนการสอนทุกครั้งที่มีการเรี ยนการสอน เพื่อเป็ นการสร้างระเบียบวินยั ให้ นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีความรับผิดชอบในการทาแผนการสอน


99

5.3.3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อ นักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมี ค่ารวมเฉลี่ ยในระดับมาก แต่ถ้าเฉลี่ ยรายข้อ ข้อที่ มีค่าเฉลี่ ย อันดับต่าสุ ดคือ โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอนจัดขึ้นได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ นอย่างดี ดัง นั้น นัก ศึ ก ษาฝึ กสอนควรมี เครื่ องมื อในการวัดความสนใจของผูเ้ รี ย นที่ มีต่อโครงงานวิช าการ เพื่อให้โครงงานวิชาการได้รับการสนใจและเกิดประโยชน์แก่ผเู ้ รี ยนได้จริ ง 5.3.4 สามารถฝึ กปฏิบตั ิการสอน ตั้งแต่การจัดทาแผนการสอนปฏิบตั ิ การสอน การประเมินผล จาก การศึกษาพบว่า ความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมีค่ารวม เฉลี่ ยในระดับมากที่ สุด แต่ถา้ เฉลี่ ยรายข้อ ข้อที่ มีค่าเฉลี่ ยอันดับต่ าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ ผูเ้ รี ยนจัดทาแบบฝึ กหัดเพื่อประเมินความรู ้ในแต่ละบทเรี ยน ดังนั้น อาจารย์พี่เลี้ยงควรมีการพูดคุยกับ นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน เกี่ยวกับการให้ผเู ้ รี ยนมีการทาแบบฝึ กหัดทุกครั้งเมื่อจบบทเรี ยน และ ให้นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนส่ งแบบฝึ กหัดที่ผเู ้ รี ยนทาแก่อาจารย์พี่เลี้ยง เพื่อตรวจสอบว่าผูเ้ รี ยนมี การทาแบบฝึ กหัดจริ ง 5.3.5 สามารถจัดการเรี ยนรู้ในสาขาวิชาเฉพาะ จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มี ต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมีค่ารวมเฉลี่ ยในระดับมาก แต่ถา้ เฉลี่ ยรายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ ย อันดับต่ าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้ วิชาอื่ นมาใช้ในการสอนในสถานศึ กษา ดังนั้น อาจารย์พี่ เลี้ ย งควรให้ค าแนะน าในการท าแผนการสอนแก่ นัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อน ว่า ใน บทเรี ย นใด สามารถน าวิ ช าอื่ น มาบู ร ณาการใช้ใ นการสอนได้ และควรตรวจดู แผนการสอน ว่า นักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนมีการนาวิชาอื่นมาบูรณาการใช้ในการสอนจริ ง 5.3.6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรี ยนรู ้ให้เหมาะสมกับศักยภาพขอผูเ้ รี ยน จาก การศึกษาพบว่า ความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมีค่ารวม เฉลี่ยในระดับมาก แต่ถา้ เฉลี่ยรายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อ การสอนอย่างสม่าเสมอ ดังนั้น อาจารย์พี่เลี้ยงควรตรวจสอบสื่ อการสอนที่นกั ศึกษาใช้ในการสอน ว่า มีการปรับปรุ งหรื อไม่ เพื่อให้มีขอ้ มูลในสื่ อการสอนน่าสนใจตรงตามวัยของผูเ้ รี ยนและมีความถูกต้อง ตรงตามข้อมูลปัจจุบนั มากที่สุด 5.3.7 สามารถทาวิจยั ในชั้นเรี ยนเพื่อพัฒนาผูเ้ รี ยน จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ที่ มี ต่อนัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อนแม้จะมี ค่ า รวมเฉลี่ ย ในระดับ มาก แต่ ถ้า เฉลี่ ย รายข้อ ข้อที่ มี ค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่างสม่าเสมอ ดังนั้น อาจารย์พี่เลี้ยงควร


100

เรี ย กดู ค วามคื บ หน้า ในการท างานวิจ ัย ของนัก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ ส อน เพื่ อ ให้ นัก ศึ ก ษาฝึ ก ประสบการณ์สอนมีความรับผิดชอบในการทางานวิจยั อย่างสม่าเสมอ 5.3.8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู ้ และพัฒนาผูเ้ รี ยน จากการศึกษาพบว่า ความคิดเห็ น ของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอนแม้จะมีค่ารวมเฉลี่ ยในระดับมาก แต่ถา้ เฉลี่ ย รายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยอันดับต่าสุ ดคือ นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอน ดังนั้น อาจารย์พี่เลี้ยงควรเรี ยกดูผลการเรี ยนในแต่ละบทเรี ยนของผูเ้ รี ยนจากนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน หลังจากจบบทเรี ยนในแต่ละครั้ ง ผูเ้ รี ยนแล้วมี ผลการเรี ยนเท่าใด และมี การพัฒนาผลการเรี ยนใน บทเรี ยนต่อไป หรื อไม่ เพื่อให้นกั ศึกษาฝึ กประสบการณ์สอนสามรถดูแลผูเ้ รี ยนที่มีปัญหาในการเรี ยน ได้เป็ นรายบุคคล ข้ อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่ อไป จากผลการศึกษา โดยสอบถามความคิดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ยงที่มีต่อนักศึกษาฝึ กประสบการณ์สอน พบว่า นักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอนมี ค วามสามารถตามสมรรถนะของครู อยู่ในระดับมากทั้ง 8 สมรรถนะ ทั้งนี้ อาจเนื่องจากอาจารย์พี่เลี้ยงเป็ นผูต้ อบแบบสอบถาม จึงควรมีการศึกษาในเรื่ อง ความ คิ ดเห็ นของอาจารย์พี่เลี้ ย งที่ มีต่อนักศึ กษาฝึ กประสบการณ์ สอน คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อเปรี ยบเทียบกับนักศึกษาฝึ กประสบการณ์ สอน จากสถานศึกษาอื่นๆ


100 อ้างอิง 1. อาจารย์ อิ น ทร์ ธิ รา ค าภี ร ะ, “คู่ มื อ ปฏิ บั ติ ก ารฝึ กประสบการณ์ วิช าชี พ ครู ”, คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุ รี, ปรับปรุ งครั้งที่ 2, พ.ศ. 2553 2. มานพ ทับทิมเมือง, “การศึกษาความพึงพอใจของผู้บริ หารสถานศึกษา อาจารย์ พี่เลีย้ ง และอาจารย์ นิเทศก์ทมี่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร”, รายงานการวิจยั , คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, พ.ศ. 2551 3. เสริ มศักดิ์ วิศาลาภรณ์, “มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา”, สานักมาตรฐานวิชาชีพ, พ.ศ. 2548 4. กิ ตติ พ ร ปั ญญาภิ ญโญผล และคณะ, “รู ปแบบการมีส่ วนร่ ว มของบุ ค ลากรที่เกี่ยวข้ อ งในการ สนั บ สนุ น การท าวิ จั ย เชิ ง ปฏิ บั ติ ก ารในชั้ นเรี ย นของนั ก ศึ ก ษาฝึ กประสบการณ์ วิ ช าชี พ ระดั บ ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชี พครู ”, รายงานการวัจยั , คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชี ยงใหม่. พ.ศ. 2548 5. สุ มน อมรวิวฒั น์, “คู่มือวิชาประสบการณ์ วิชาชี พ”, หลักสู ตรครุ ศาสตร์ บณ ั ฑิ ต, คณะครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย, พ.ศ. 2541 6. วาไร เพ็งสวัสดิ์ , “การศึ กษาปั จจั ยบางประการที่สัมพันธ์ กับการฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู ”, รายงานการวิจยั , คณะครุ ศาสตร์ สถาบันราชภัฎสกลนคร, พ.ศ. 2543 7. กมลวรรณ ตั้งเจริ ญบารุ งสุ ข, “การศึกษาความต้ องการในการนิเทศการฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู ของนั กศึ กษาฝึ กสอน สถาบันราชภัฎกลุ่มรั ตนโกสิ นทร์ ”, วิทยานิ พนธ์หลักสู ตรปริ ญญาครุ ศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศการศึกษาและพัฒนาหลักสู ตร, คณะครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั ย. พ.ศ. 2545 8. ปุญชรัสมิ์ เต็มชัย, “การพัฒนาแบบประเมินการฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู สาหรั บนักศึกษาครู ”, วิทยานิพนธ์หลักสู ตรปริ ญญาครุ ศาสตร์ มหาบัณฑิต สาชาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา, คณะ ครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พ.ศ. 2546 9. ศุภลัคน์ ธาตวากร, “การประเมินผลการศึกษาประสบการณ์วชิ าชีพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 4 ปี โปรแกรมรั ฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภั ฎกลุ่ ม รั ต นโกสิ นทร์ ”, วิทยานิ พนธ์ หลัก สู ตร ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริ หารองค์การบัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกริ ก, พ.ศ.2548 10. ศูนย์ฝึกประสบการณ์วชิ าชีพศึกษาศาสตร์, “คู่มือการฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พศึกษาศาสตร์ ”, คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, พ.ศ. 2543 11. ศูนย์ฝึกประสบการณ์ วิชาชี พครู , “คู่ มือบันทึกการนิ เทศและการประเมินผล”, คณะครุ ศาสตร์ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่, พ.ศ. 2544


101 12. สรรเพชญ อสริ ยวัชรากร, “ทฤษฎีการสอนสู่ การฝึ กประสบการณ์ วิชาชี พครู เต็มเวลา”, เอกสาร ตารา, คณะครุ ศาสตร์ สถาบันราชภัฎหมู่บา้ นจอมบึง, พ.ศ. 2546 13. ศรี ประภา แม้นสงวน, “การประเมินโครงการฝึ กสอนของนั กศึ กษาวิชาเอกสุ ขศึ กษา ภาควิชา พลานามั ย คณะศึ ก ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามค าแหง”, รายงานการวิจยั , คณะศึ ก ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง, พ.ศ. 2533 14. เฉิ ด โฉม ภวภู ต านนท์ ณ มหาสารคาม, “รู ป แบบการปฐมนิ เ ทศนั ก ศึ ก ษาฝึ กสอนและ ศึกษาศาสตร์ ”, รายงานการวิจยั , มหาวิยาลัยรามคาแหง, พ.ศ. 2535 15. อุ ดมศักดิ์ นิ กรพิทยา, “การประเมินโครงการฝึ กประสบการณ์ วิช าชี พ ของวิทยาลัยพลศึ กษา จังหวัดมหาสารคาม”, รายงานการวิจยั , วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดมหาสารคาม, พ.ศ. 2534 16. อานวย เหิมขุนทด, “ความสั มพันธ์ ระหว่ างการดาเนินงานตามมาตรฐานวิชาชี พครู กับประสิ ทธิผล ของวิทยาลัยเทคนิค สั งกัดกรมอาชี วศึกษา ภาคตะวันออก”, รายงานการวิจยั , วิทยาลัยเทคนิค สังกัด กรมอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก, พ.ศ. 2544 17. ธานี นงนุช, “ปัญหาการฝึ กสอนในทัศนะของอาจารย์ นิเทศ อาจารย์ พี่เลีย้ งและนักศึกษาวิทยาลัย ครู อุบลราชธานี”, รายงานการวิจยั , วิทยาลัยครู อุบลราชธานี, พ.ศ. 2548 18. สุ ป ราณี พานิ ช นอก, “สรุ ปรายชื่ อนั ก ศึ ก ษาและสถานศึ ก ษาที่ฝึกสอน 2553 คณะครุ ศาสตร์ อุ ต สาหกรรมและเทคโนโลยี ”, ส านัก งานคณบดี คณะครุ ศ าสตร์ อุ ต สาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, พ.ศ. 2553 19. http://itcstatistic.blogspot.com/2009/06/blog-post.html (06/10/09) 20. วิชยั วงษ์ใหญ่ , “การพัฒนาหลักสู ตรอบรม ศู นย์ บ่มเพราะอาชี วะศึกษา”, รายงานการวิจยั , คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, พ.ศ. 2552 21. กิติมา ปรี ดิลก, “ทฤษฎีการบริหารองค์ กร” , รายงานการวิจยั มหาวิทยาลัยศรี นคริ นทร์วโิ รฒ ประสานมิตร, พ.ศ. 2534 22. มะห์ดี มะดือราแว ดร.สุ ธาสิ นี บุญญาพิทกั ษ์ และดร.วิรฉัตร สุ ปัญโญ, “สมรรถนะครู ตามเกณฑ์ มาตรฐานวิชาชี พของครู ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี”, รายงานการวิจยั , มหา วิยาลัยทักษิณสงขลา, พ.ศ. 2552


ภาคผนวก แบบสอบถามการศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู


103

ที่ ศธ 5804.5/54057

ภาควิชาครุ ศาสตร์โยธา คณะครุ ศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุ งเทพมหานคร 10140 11 กุมภาพันธ์ 2554

เรื่ อง ขออนุญาตเก็บข้อมูลสาหรับงานวิจยั เรี ยน อาจารย์พี่เลี้ยงประจาสถานศึกษา สิ่ งที่ส่งมาด้วย แบบสอบถาม การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู จานวน 1 ชุด ด้ว ย นางสาวร าไพพรรณ ปั้ นศิ ล ป์ นายเอกสิ ท ธิ์ สิ น ธุ เ กิ ด และนายรณชัย อิ น ตรา นัก ศึ ก ษาระดับ บัณฑิตศึกษา หลักสู ตรครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมบัณฑิต ภาควิชาครุ ศาสตร์ โยธา คณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรมและ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กาลังดาเนิ นการทาวิจยั เรื่ อง “การศึกษาความสามารถฝึ ก ประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู ” โดยมีอาจารย์ อินทร์ธิรา คาภีระ เป็ นประธานที่ปรึ กษาวิทยานิพนธ์ ในการนี้ ภาควิช าครุ ศ าสตร์ โ ยธา คณะครุ ศ าสตร์ อุ ต สาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิท ยาลัย เทคโนโลยีพ ระจอมเกล้า ธนบุ รี ใคร่ ข อความอนุ เ คราะห์ ใ นการเก็ บ ข้อ มู ล กับอาจารย์พี่เ ลี้ ย ง ซึ่ ง ผูว้ ิจัย ได้แ นบ แบบสอบถาม การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์สอน ตามสมรรถนะของครู จานวน 1 และจะดาเนิ นการเก็บ ข้อมูลด้วยตนเอง จึงเรี ยนมาเพื่อโปรดให้ความร่ วมมือ และขอขอบพระคุณเป็ นอย่างสูง ณ โอกาสนี้ ขอบแสดงความนับถือ

(ผศ.ดร. สนิท วงษา) หัวหน้าภาควิชาภาคครุ ศาสตร์โยธา ภาควิชาครุ ศาสตร์โยธา โทร.02-470-8532 หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อนักศึกษา นางสาวราไพพรรณ ปั้ นศิลป์ 082-4567564 นายเอกสิ ทธิ์ สิ นธุเกิด 089-9801948 นายรณชัย อินตรา 083-8999971


104 แบบสอบถามเพือ่ การวิจัย เรื่อง การศึกษาความสามารถฝึ กประสบการณ์ สอน ตามสมรรถนะของครู ตอนที่ 1 ข้ อมูลเกีย่ วกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม คาชี้แจง โปรดเขียนเครื่ องหมายถูก ลงใน

หน้าข้อความที่เป็ นจริ งของท่านในปั จจุบนั

ชื่อสถานศึกษา ………………………………………………………… นักศึกษาที่ไปฝึ กสอนเรี ยนอยูใ่ นสาขาวิชา สาขาโยธา สาขาไฟฟ้ า สาขาเครื่ องกล สาขาอุตสาหการ สาขาอื่นๆ (โปรดระบุ) …………………………. 1. คุณวุฒิของอาจารย์พี่เลี้ยงสู งสุ ด ปริ ญญาตรี สาขาที่จบ…………………………………….. ปริ ญญาโท สาขาที่จบ…………………………………….. ปริ ญญาเอก สาขาที่จบ……………………………………. 2. ประสบการณ์สอน 0 - 5 ปี

6 - 10 ปี

11 - 15 ปี

3. ตาแหน่ง คศ. 1

คศ. 2

คศ. 3


105 4. แผนกที่นกั ศึกษาไปฝึ กสอน สาขาช่างก่อสร้าง สาขาช่างสารวจ สาขาช่างเทคนิคสถาปั ตยกรรม สาขาช่างโยธา สาขาช่างไฟฟ้ ากาลัง สาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์ สาขาช่างคอมพิวเตอร์ สาขาช่างกลโรงงาน สาขาช่างเชื่อมและโลหะแผ่น สาขาแมคคาทรอนิกส์ สาขาอื่นๆ โปรดระบุ …………………………………


106 ตอนที่ 2. ความคิดเห็นของ อาจารย์ พเี่ ลีย้ ง ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอนของคณะครุ ศาสตร์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้ าธนบุรี สมรรถนะ ข้ อที่ 1 สามารถศึกษาแยกแยะผู้เรี ยนได้ ตามความแตกต่ างของผู้เรียน ข้ อที่ ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

1 2 3 4

5 6 7 8

นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการวัด ประเมินผลผูเ้ รี ยนได้ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการสร้าง แบบประเมินผูเ้ รี ยนได้ นักศึกษาฝึ กสอนสามารถแบ่งกลุ่ม ผูเ้ รี ยนตามความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดกิจกรรมการ เรี ยนการสอนที่เหมาะสมกับ ความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ นักศึกษาฝึ กสอนใช้แบบทดสอบเพื่อวัด ความรู ้เบื้องต้นของผูเ้ รี ยน นักศึกษาฝึ กสอนให้คะแนนผูเ้ รี ยนตาม ความสามารถของผูเ้ รี ยนได้ นักศึกษาฝึ กสอน ตั้งใจสอนผูเ้ รี ยนได้ ทุกกลุ่ม ที่มีความสนใจแตกต่างกัน นักศึกษาฝึ กสอนมีความเข้าใจผูเ้ รี ยน เป็ นรายบุคคล รวม

ระดับความคิดเห็น หมาย ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด


107 สมรรถนะ ข้ อที่ 2 สามารถจัดทาแผนการเรียนรู้ ข้ อที่ ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

1 2 3 4 5 6 7

นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทา แผนการจัดทาแผนการเรี ยนรู้ นักศึกษาฝึ กสอน สอนตรงตามที่ได้ทา แผนการเรี ยนรู้ไว้ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการ เรี ยนรู ้อย่างสม่าเสมอ นักศึกษาฝึ กสอนมีการจัดทาแผนการ เรี ยนรู ้ก่อนทาการสอนทุกครั้ง นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยง ในการทาแผนการเรี ยนรู้ นักศึกษาฝึ กสอนเห็นคุณค่าของการทา แผนการสอน นักศึกษาฝึ กสอนทาแผนการเรี ยนรู ้อย่าง ตั้งใจ รวม

ระดับความคิดเห็น หมาย ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด


108 สมรรถนะ ข้ อที่ 3 สามารถจัดทาโครงงานทางวิชาการ ข้ อที่ ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

1 2 3

4 5

6

7

นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทา โครงการทางวิชาการ นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้อหาที่ จัดทาโครงงานทางวิชาการ นักศึกษาฝึ กสอนได้ขออนุญาติ สถานศึกษาก่อนทาโครงงานทาง วิชาการ นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาอาจารย์พี่เลี้ยง ในการทาโครงงานทางวิชาการ นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาโครงงานทาง วิชาการได้ตรงกับความต้องการของ แผนกที่ทาการฝึ กสอน โครงงานทางวิชาการที่นกั ศึกษาฝึ กสอน จัดขึ้น ได้รับความสนใจจากผูเ้ รี ยนเป็ น อย่างดี นักศึกษาฝึ กสอนมีความตั้งใจในการทา โครงงานทางวิชาการ รวม

ระดับความคิดเห็น หมาย ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด


109 สมรรถนะ ข้ อที่ 4 สามารถฝึ กปฏิบัติการสอน ตั้งแต่ การจัดทาแผนการสอนปฏิบัติ การสอน การประเมินผล ข้ อที่ ระดับความคิดเห็น หมาย ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด 1 นักศึกษาฝึ กสอนเข้าสอนตรงเวลาทุก ครั้งไม่มาสายหรื อขาดสาย 2 นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในสาขาวิชาที่ สอน 3 นักศึกษาฝึ กสอนมีระเบียบวินยั ในการ สอน 4 นักศึกษาฝึ กสอนมีการใช้ทกั ษะการ สอนที่ได้เรี ยนมา 5 นักศึกษาฝึ กสอนมีการให้ผเู้ รี ยนจัดทา แบบฝึ กหัดเพื่อประเมินควารู ้ในแต่ละ บทเรี ยน 6 นักศึกษาฝึ กสอนมีความซื่อสัตย์ในการ ในการปฏิบตั ิงาน 7 นักศึกษาฝึ กสอนมีการวางแผนกับ อาจารย์พี่เลี้ยงอย่างสม่าเสมอ 8 นักศึกษาฝึ กสอนมีส่วนร่ วมในกิจกรรม ของสถานศึกษาอย่างสม่าเสมอ 9 นักศึกษาฝึ กสอนรับผิดชอบต่อการมา สอนทุกครั้ง 10 นักศึกษาฝึ กสอนมีความใส่ ใจต่อผูเ้ รี ยน ระหว่างการปฏิบตั ิการสอน 11 นักศึกษาฝึ กสอนมีความยุติธรรมในการ ให้คะแนนผูเ้ รี ยน รวม


110 สมรรถนะ ข้ อที่ 5 สามารถจัดการเรียนรู้ ในสาขาวิชาเฉพาะ ข้ อที่ ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

1 2 3 4 5 6 7 8 9

นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในวิชาที่ รับผิดชอบสอน นักศึกษาฝึ กสอน สอนได้ตรงตาม จุดประสงค์รายวิชาที่ได้ต้ งั ไว้ นักศึกษาฝึ กสอนบูรณาการความรู้วชิ า อื่นมาใช้ในการสอนในสถานศึกษา นักศึกษาฝึ กสอนมีศกั ยภาพในการ พัฒนาองค์ความรู้ของวิชา นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู ้ในเนื้อหาวิชา เพื่อการนาไปใช้ประกอบอาชีพ นักศึกษาฝึ กสอนมีความแม่นยาในการ จดจา อธิ บาย เนื้อหาวิชาที่สอน นักศึกษาฝึ กสอนมีทกั ษะวิชาชีพ/ปฏิบตั ิ ในวิชาที่ตนเองสอน นักศึกษาฝึ กสอนมีความเชื่อมัน่ ต่อการ ประกอบอาชีพในสาขาวิชาที่สอน นักศึกษาฝึ กสอนศรัทธาในสาขาวิชาที่ สอน รวม

ระดับความคิดเห็น หมาย ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด


111 สมรรถนะ ข้ อที่ 6 สามารถประเมินปรับปรุ ง และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ให้ เหมาะสม กับศักยภาพขอผู้เรียน ข้ อที่ ระดับความคิดเห็น หมาย ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด 1 นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้อหาให้ เหมาะกับศักยภาพของผูเ้ รี ยนและอยูใ่ น ขอบเขตของหลักสู ตร 2 นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการ จัดทาสื่ อการสอน 3 นักศึกษาฝึ กสอนจัดทาสื่ อการสอนที่ เหมาะสมกับผูเ้ รี ยน 4 นักศึกษาฝึ กสอนมีการปรับปรุ งสื่ อการ สอนอย่างสม่าเสมอ 5 นักศึกษาฝึ กสอนสามารถปรับเนื้อหา การสอนให้เหมาะสมกับศักยภาพของ ผูเ้ รี ยน 6 นักศึกษาฝึ กสอนมีกิจกรรมเร้าความ สนใจโดยการเปิ ดให้นกั เรี ยนซักถาม และแสดงความคิดเห็น 7 มีการวัดผลระหว่างเรี ยนเพื่อนาไป ปรับปรุ งเนื้อหาและรู ปแบบการสอน 8 นักศึกษาฝึ กสอน เอาใจใส่ ผเู ้ รี ยนอย่าง ทัว่ ถึง และให้ผเู ้ รี ยนมีส่วนร่ วมใน กิจกรรม รวม


112 สมรรถนะ ข้ อที่ 7 สามารถทาวิจัยในชั้ นเรียนเพือ่ พัฒนาผู้เรียน ข้ อที่ ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน

1 2 3 4 5 6

นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการทาวิจยั ในชั้นเรี ยน นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในด้านการ วิเคราะห์ปัญหาผูเ้ รี ยน นักศึกษาฝึ กสอนปรึ กษาการวิจยั ในชั้น เรี ยนกับอาจารย์พี่เลี้ยงอย่างสม่าเสมอ นักศึกษาฝึ กสอนทาวิจยั ในชั้นเรี ยนอย่าง สม่าเสมอ นักศึกษาฝึ กสอนได้นางานวิจยั ที่ได้ไป ปรับปรุ งการเรี ยนการสอน นักศึกษาฝึ กสอน ทางานวิจยั ด้วยความ ตั้งใจ รวม

ระดับความคิดเห็น หมาย ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด


113 สมรรถนะ ข้ อที่ 8 สามารถจัดทารายงานผลการจัดการเรี ยนรู้ และพัฒนาผู้เรียน ข้ อที่ ระดับความคิดเห็น หมาย ความคิดเห็นทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน ทีม่ ีต่อนักศึกษาฝึ กสอน เหตุ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ที่สุด 1 นักศึกษาฝึ กสอนมีความรู้ในการจัดทา รายงานผลการเรี ยนของผูเ้ รี ยน 2 นักศึกษาฝึ กสอนจัดทารายงานผลการ เรี ยนรู้อย่างสม่าเสมอ 3 นักศึกษาฝึ กสอนได้นาผลที่ได้ไป ปรึ กษากับอาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อนาผลที่ได้ ไปปรับปรุ งการเรี ยนการสอนต่อไป 4 นักศึกษาฝึ กสอนนาผลที่ได้ไปปรับปรุ ง การเรี ยนการสอน 5 นักศึกษาฝึ กสอนสามารถจัดทารายงาน ผลการเรี ยนรู้ได้ตามความสามารถจริ ง ของผูเ้ รี ยน รวม


114 รู ปถ่ายอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง


115 รู ปถ่ายอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง (ต่อ)


116 รู ปถ่ายอาจารย์พี่เลี้ยงของสถานศึกษากลุ่มตัวอย่าง (ต่อ)


117 รู ปถ่ายอาจารย์พี่เลี้ยงตามสถานศึกษาต่างๆ (ต่อ)


118

ประวัติผู้วจิ ัย ชื่อ - สกุล

:

นางสาวราไพพรรณ ปั้ นศิลป์

วัน – เดือน - ปี เกิด

:

21 เมษายน พ.ศ.2531

ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ น

:

มัธยมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรี ยนบ้านนา “นายกพิทยากร” จังหวัดนครนายก พ.ศ.2545

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

:

สายวิทยาศาสตร์ คณิ ตศาสตร์ โรงเรี ยนบ้านนา “นายกพิทยากร” จังหวัดนครนายก พ.ศ.2548

ทีอ่ ยู่

:

5/3 หมู่ที่ 8 ตาบลป่ าขะ อาเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก 26110


119

ประวัติผู้วจิ ัย ชื่อ - สกุล

:

นายเอกสิ ทธิ์ สิ นธุ เกิด

วัน – เดือน - ปี เกิด

:

10 มิถุนายน พ.ศ.2531

ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ น

:

โรงเรี ยนบางปะกอกวิทยาคม พ.ศ.2545

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

:

สายวิทยาศาสตร์ คณิ ตศาสตร์ โรงเรี ยนบางปะกอกวิทยาคม พ.ศ.2548

ทีอ่ ยู่

:

39 หมู่ 3 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์ บูรณะ กรุ งเทพมหานคร 1014


120

ประวัติผู้วจิ ัย ชื่อ - สกุล

:

นายรณชัย อินตรา

วัน – เดือน - ปี เกิด

:

26 ธันวาคม พ.ศ. 2530

ประวัติการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ น

:

โรงเรี ยนบางปะกอกวิทยาคม พ.ศ.2545

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

:

สายวิทยาศาสตร์ คณิ ตศาสตร์ โรงเรี ยนบางปะกอกวิทยาคม พ.ศ.2548

ทีอ่ ยู่

:

4/96 กรุ งเทพมหานคร 10140

วงบางมด เขตทุ่งครุ

teacher  

......................

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you