Page 1


Contents

www.uptomagazine.com

เทคนิ ค การแพทย์ สาขานี ่ ไ ม่ ม ี ต กงาน

3

คุ ย กั บ นั ก PR ระดั บ World Class

ชมรมนั ก อนุ ร ั ก ษ์ แ ห่ ง เกาะสุ ร ิ น ทร์

จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

10

6

15

Boy & Girl Relationship

34

Fancy Choc Ball

33


Faculty

คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิ ค การแพทย์

เทคนิ ค การแพทย์ ค ื อ อะไรครั บ

คนที่จบเทคนิคการแพทย์สามารถทำ�งานได้หลายแบบค่ะ จะทำ�แล็ป ไปขายเครื่องมือแพทย์ เป็นอาจารย์หรือนักวิจัยก็ได้ ส่วนที่นุ่นเรียน มาก็จะเน้นทำ�แล็ป งานแล็ปก็อย่างเช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ ฯลฯ ก็จะมี บางคนจบตรีแล้วต่อโทเพื่อจะพัฒนาตัวเองไปเป็นนักวิจัย แต่ส่วน ใหญ่ก็จะทำ�แล็ป ทำ � ไมถึ ง อยากเป็ น นั ก เทคนิ ค การแพทย์

(หัวเราะ) จริงๆไม่รู้จักสาขานี้ แต่ว่าตอนที่เลือกคณะพ่อก็ถามว่าลอง เลือกคณะนี้ไหม มีคำ�ว่าแพทย์ด้วย(หัวเราะ) เราเห็นว่าเกี่ยวกับทำ� แล็ปดูน่าสนุกดีก็เลยลองเลือกดู พอติดก็ลองเรียนดู คิดว่าเหมือนมัธยมตอนเราเรียนวิชาชีวะก็จะมีทำ�แล็ป มีผ่ากบอะไร อย่างนี้ ก็คิดว่าน่าจะออกแนวนั้น ซึ่งเราก็ชอบนะ แต่พอไปเรียน จริงๆแล้วมันมากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก แต่ก็ทนเรียนมาจนจบ แต่ ล ะชั ้ น ปี เ รี ย นอะไรกั น บ้ า งครั บ

ปีหนึ่งก็จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วไป ฟิสิกส์ เลข ภาษาอังกฤษ เหมือน ที่ทุกคณะต้องเรียนอยู่แล้ว เรียนคล้ายๆมัธยมแต่ยากกว่า > > >

ลี ล านุ ช วงศ์ ห งษ์ เ หิ ร (นุ ่ น ) คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิ ค การแพทย์ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย นั ก เทคนิ ค การแพทย์ ร.พ. สุ ข ุ ม วิ ท

นอกจากแพทย์ แ ล้ ว ยั ง มี อ ี ก อาชี พ หนึ ่ ง ที ่ ม ี ค วามสำ � คั ญ มากในการช่ ว ยวิ เ คราะห์ โ รคภั ย ไข้ เ จ็ บ เมื ่ อ สาเหตุ ข องโรคไม่ ส ามารถบอกได้ แ น่ น อนจากอาการ ที ่ ป รากฏ “นั ก เทคนิ ค การแพทย์ ” จะเข้ า มามี บ ทบาทใน การช่ ว ยระบุ ป ระเภทของเชี ้ อ โรค เพื ่ อ แพทย์ จ ะสามารถ ดำ � เนิ น การรั ก ษาได้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ ง

ปีสองก็จะเริ่มเข้าแล็ป เรียนเกี่ยวกับเลือดอย่างเช่น ชนิดของเม็ด เลือดมีอะไรบ้าง มีให้นับเม็ดเลือด ปีสามมีเรียนเรื่อง DNA เรื่องสารพันธุกรรม แล้วก็ลงลึกกับพวกโรค ชนิดต่างๆ ปีสี่ก็จะเน้นฝึกงาน เอาทุกสิ่งที่เรียนมาไปลองใช้จริง จะมีอยู่วิชานึง ที่ต้องเอาความรู้ทุกอย่างมารวมกันแล้ววิเคราะห์โรคว่า คนป่วยคน นี้เป็นโรคอะไร คือจริงๆแล้วนักเทคนิคการแพทย์ไม่สามารถไปบอก คนไข้ได้โดยตรงว่าเป็นโรคอะไร หมอเท่านั้นที่จะเป็นคนบอกคนไข้ ว่าคุณนะเป็นอะไร แต่เราจะรู้ว่าคนเป็นโรคตับจะมีค่าอะไรสูงบ้าง มัน ยากตรงที่ว่าต้องเอาทุกอย่างมารวมกัน แล้วเรียน 4 ปีมันเยอะอ่ะค่ะ บางทีก็มีลืมบ้างอะไรบ้าง จริงๆก็เกือบไม่รอดเหมือนกัน หมายความว่ า มี ค วามรู ้ เ หมื อ นหมอ

ถ้าเป็นเรื่องในแล็ปก็จะรู้เหมือนหมอค่ะ แต่หมอเขาจะรู้เรื่องยาว่า อาการแบบนี้ควรจะให้ยาอะไร แล้วหมอเขาจะดูอาการคนไข้ประกอบ 3


ถ้ า คนที ่ ช อบทำ � แล็ ป อย่ า งจริ ง จั ง นุ ่ น ว่ า เหมาะมาก สำ � หรั บ งานนี ้ แล้ ว มั น ก็ ไ ด้ ช ่ ว ยคนไข้ เ หมื อ นกั น จริ ง ๆมั น เป็ น สาขาที ่ จ บมาไม่ ม ี ต กงานเลยนะ เพราะคน จบมามี น ้ อ ย ถ้ า คนไหนกลั ว ตกงาน และอยากลองของ ใหม่ ก ็ น ่ า จะมาลองเรี ย น

ด้วย ซึ่งเราจะไม่เห็น แต่ของเราดูจากสิ่งส่งตรวจก็บอกได้แค่คราวๆ อย่างบางคนเม็ดเลือดชนิดนี้เยอะ อาจจะเป็นไข้เลือดออกหรือเปล่า สิ ่ ง ส่ ง ตรวจมี อ ะไรบ้ า ง

หลักๆก็จะมีเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ เสมหะ หนอง กลากเกลื้อน มี อย่างอื่นยิบย่อยบ้าง แต่หลักๆก็จะเป็นพวกนี้ แสดงว่ า คนทำ � งานแล็ ป นี ้ ก ็ ต ้ อ งใจแข็ ง นิ ด นึ ง

(หัวเราะ) ก็ต้องเป็นคนแบบว่าไม่รังเกียจของพวกนี้ ไม่งั้นทำ�ไม่ ได้ ตอนแรกๆคนเขาก็ไม่ค่อยอยากทำ�พวกฉี่อะไรพวกนี้อยู่แล้ว แต่ เหมือนกับว่าเรียนไปเรื่อยๆมันก็ต้องทำ�ทุกวันๆ จนตอนนี้ก็ชิน ชิน มากเลย คืออย่างของนุ่นจะไม่ค้างงานอ่ะค่ะ มีตัวอย่างส่งมาปุ๊บ เราก็ทำ�เลย บางทีกินข้าวอยู่แล้วงานมาปุ๊บก็ไปทำ� แล้วค่อยกลับ มากินข้าว ซึ่งบางคนจะกินเสร็จก่อนแล้วค่อยไปทำ� แต่ตอนนี้เรา ชินมาก กินๆอยู่ไปส่องอึก่อนแล้วก็กลับมากกินต่อ คือไม่รู้สึกอะไร แล้ว(หัวเราะ) ตอนเรี ย นอาจารย์ เ ขาไปเอาสิ ่ ง ส่ ง ตรวจมาจากไหน

อย่างอุจจาระส่วนใหญ่ก็คือตรวจหาพยาธิ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ ค่อยเป็นกันแล้วนอกจากว่าจะอยู่ต่างจังหวัด ตอนเรียนเราก็จะต้อง แยกชนิดพยาธิ พี่เขาก็เหมือนกับว่าเอาอึของใครก็ไม่รู้มาแล้วก็เอา มาใส่ไข่พยาธิเองแล้วก็ให้เราหา มีตรวจของคนไข้จริงๆเหมือนกัน อย่างการ Match เลือดกรณีคนไข้

ขาดเลือด เราก็ต้องจับคู่ให้ตรงกรุ๊ปกัน เอาเลือดคนไข้กับเลือดจาก กาชาดมาจับคู่ แล้วก็ที่คณะจะมีหน่วยตรวจสุขภาพนะค่ะ บางทีก็เอา ตัวอย่างจากของคนไข้ที่มาตรวจก็มี สรุ ป หลั ก ๆคื อ เรี ย นเกี ่ ย วกั บ เชื ้ อ โรคประเภทต่ า งๆ และการใช้ เ ครื ่ อ งมื อ วิ เ คราะห์ ผ ล

ค่ะ แต่จริงๆพวกเครื่องมือตอนเรียนกับตอนทำ�งานจะไม่เหมือน กันเลย เพราะเครื่องมือพวกนี้จะมีหลากหลายยี่ห้อมาก ตอนเรียน จะเรียนเป็น Manual คือเป็นวิธีดั้งเดิม แต่เวลาทำ�งานจริงเราไม่ สามารถมาทำ�อย่างนั้นได้ เพราะมันใช้เวลานาน เราก็จะใช้เป็นเครื่อง มือ ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีมันเข้ามาเยอะ จากเมื่อก่อนเราต้องทำ�เอง ตอนนี้เราก็แค่เอาเลือดไปปั่น ใส่เครื่อง แล้วก็รอผล นุ่นว่านานๆไป นักเทคนิคการแพทย์คงแค่แบบว่า เอาตัวอย่างใส่เครื่องแล้วก็นั่งรอ ผล(หัวเราะ) เพราะเทคโนโลยีมันไปเร็วมาก เวลาทำ � งานต้ อ งเก็ บ ตั ว อย่ า งเองหรื อ เปล่ า

ค่ะ ต้องทำ�เองได้ทุกอย่าง เพราะว่าเวรดึกต้องอยู่คนเดียว จริงๆ รพ.เขาจะมีผู้ช่วยคอยเก็บตัวอย่างให้ แต่ว่าถ้าเป็นตอนดึกอยู่คน เดียวก็ต้องทำ�เองได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเจาะเลือดค่ะ อย่างเสมหะ ปัสสาวะ คนไข้จะเป็นคนเก็บมาให้เรา อาชี พ นี ้ เ งิ น เดื อ นเริ ่ ม ที ่ เ ท่ า ไหร่

อย่างของนุ่นเป็นรพ.เอกชนก็จะเริ่มที่ 12,000 แล้วก็จะมีค่าใบ ประกอบวิชาชีพ คือเรียนจบมาแล้วเราต้องสอบใบประกอบฯ รพ.นุ่น 4


เขาจะเพิ่มให้อีก 3,000 ก็เป็น 15,000 แล้วก็จะมีค่าครองชีพอีกเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่ที่ได้ก็จะเป็นโอที ที่ถามๆมาก็ประมาณนี้ ส่วนรพ. รัฐบาล เงินเดือนอาจจะได้น้อยกว่าเอกชนนิดนึง แต่ก็จะได้สวัสดิการ ดีกว่าน่ะค่ะ งานในแล็ ป นี ่ ม ี ส เต็ ป ความก้ า วหน้ า ในอาชี พ ยั ง ไง

ถ้าทำ�ในแล็ปเลย นุ่นยังไม่ค่อยเห็นทางนะ ไปได้สูงสุดก็น่าจะเป็นหัว หน้าแล็ป แต่นุ่นไม่รู้ว่าถ้าเป็นรพ.รัฐจะมีตำ�แหน่งให้ก้าวหน้าสูงขึ้น ไปอีกหรือเปล่า คนจบโทจบตรีถ้ามาทำ�แล็ปก็ทำ�งานเหมือนกัน แต่ ว่าคนส่วนใหญ่ที่เรียนโทด้านนี้ก็จะไปเป็นอาจารย์หรือไม่ก็นักวิจัย ถ้าอยู่แค่ในแล็ปก็จะไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ มีส่วนหนึ่งก็ไปเป็น เซลล์ หรือไม่ก็สเป มีบางคนเหมือนกันที่ไปเป็น detail ยาอ่ะค่ะ ก็ฉีกออกไปอีกแนวนึง เพราะตอนเรียนก็มีเรียนเรื่องยาบ้างนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นพวก ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถบอกได้ว่ายาตัวไหนฆ่าแบคทีเรียชนิด ไหนได้ อะไรคื อ ”สเป”ครั บ

มาจากคำ�ว่า Specialist ค่ะ สมมุติว่าโรงพยาบาลซื้อเครื่องมือมา ชนิดหนึ่ง คนที่เป็นสเปก็จะมาสอนการใช้เครื่อง แล้วก็เวลาเครื่องมี ปัญหา เครื่องเสียเราก็จะตามเอากับคนที่เป็นสเปว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งเครื่องก็ชอบพังบ่อยเหมือนกัน(หัวเราะ) ปั ญ หาในการทำ � งานมี อ ะไรบ้ า ง

ที่เจอบ่อยที่สุดเลยคือปัญหาเรื่องเครื่องค่ะ เครื่องมันทำ�ให้เราทำ�งาน เร็ว ทำ�งานสะดวกก็จริง แต่ถ้าเครืองมันเสียหรือมันมีปัญหาขึ้นมา เราไม่สามารถแก้ไขเองได้ กว่าจะโทรตามช่าง กว่าช่างจะมา ก็ทำ�ให้ งานยิ่งช้า แล้วก็จะมีเหมือนกันบางทีเราวิเคราะห์ผิดพลาด คือมันต้องใช้ความ ละเอียดรอบคอบมาก เพราะว่าผลแล็ปมันมีหลายตัวมาก บางทีเรา ทำ�เยอะๆก็ตาลาย ค่ามันเพี้ยนแล้วเราไม่ได้ Repeat ผล เพราะค่า พวกนี้มันเกิด error ได้จากเครื่อง แต่หลังๆก็ไม่มีแล้วเพราะเขาให้ เช็คผลสองรอบก็เลยลดปัญหานี้ไป

เข้ า เวรอาทิ ต ย์ น ึ ง กี ่ ว ั น

เออ...ก็เยอะเหมือนกัน(หัวเราะ) ปกติเดือนนึงจะได้หยุด 6 วันแต่ไม่ แน่นอนว่าเป็นวันไหน แล้วแต่หัวหน้าจัดให้ บางทีเสาร์อาทิตย์ก็ต้อง มาทำ�งาน แต่ถ้าเรามีธุระก็ขอหยุดได้ กะกลางคืนงานจะไม่ค่อยเยอะ แต่ว่าได้นอนไม่ตรงกับคนอื่น ต้องมานอนตอนเช้า ช่วงนี้คนขาด เดือนหน้าได้หยุดแค่ 2 วัน แล้วต้องทำ�ควบสองกะ วันละ 16 ชม. ตอนนี้ค่าโอทีจะเท่าเงินเดือนอยู่แล้ว(หัวเราะ) มี ค วามท้ า ทายอะไรบ้ า งไหมสำ � หรั บ อาชี พ นี ้

นุ่นว่าท้าทายอันแรกคือเจาะเลือด คือตอนเรียนเนี้ยจะเจาะแค่แขน แต่เวลาทำ�งานจริงๆเนี้ยมันไม่ใช่ ส่วนใหญ่เคสตอนเวรดึกจะเป็น ฉุกเฉิน อยู่คนเดียวด้วยไม่มีผู้ช่วย แล้วบางทีคนไข้มาเป็นเด็กน้อย 10 ขวบอย่างนี้อ่ะค่ะ เส้นเลือดยังไม่ชัดก็ต้องเจาะเท้า คือเราต้องทำ� ยังไงก็ได้ให้ได้เลือดไปตรวจ แล้วก็อีกอย่างนึงรพ.ที่นุ่นทำ�งานไม่ค่อยใหญ่มาก โต๊ะเจาะเลือดกับ ห้องแล็ปมันอยู่ใกล้กัน บางทีก็มีคนไข้เดินมาถามได้ว่าค่านี้มันดูอะไร เกี่ยวกับอะไร ค่ามันสูงเพราะอะไร แต่ผลแล็ปมันมีเยอะมาก บาง อย่างเราก็ลืม คนไข้มาถามเราก็อึ้ง(หัวเราะ) บางทีเราก็ต้อง google เอา ตอนนี้ก็ยังจำ�ได้ไม่หมดเลยค่ะ แล้วก็มีอะไรใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ มี ข ้ อ แนะนำ � อะไรสำ � หรั บ น้ อ งๆที ่ ส นใจเรี ย นด้ า นนี ้ บ ้ า งครั บ

ก็ถ้าคนที่ชอบทำ�แล็ปอย่างจริงจังนุ่นว่าเหมาะมากสำ�หรับงานนี้ แล้วมันก็ได้ช่วยคนไข้เหมือนกันนะ อย่างคนไหนที่ไม่ไหวที่จะเป็น หมอ เป็นเภสัช ถ้ามาเรียนนี้ก็ได้ทำ�เกี่ยวกับสาธารณะสุข ได้ช่วย คนไข้เหมือนกัน จริงๆมันเป็นสาขาที่จบมาไม่มีตกงานเลยนะ เพราะคนจบมามีน้อย ถ้าคนไหนกลัวตกงาน และอยากลองของใหม่ก็น่าจะมาลองเรียน >>

ถ้ า พลาดออกไปมี ผ ลเสี ย อะไรกั บ เราบ้ า ง

ในใบผลมันจะมีชื่อเราติดอยู่นะค่ะ ถ้าพลาดออกไปหมอก็คงจำ�ชื่อเรา ไว้(หัวเราะ) มันก็มีผลต่อคนไข้นะค่ะ ถ้าเราพลาดมันจะพลาดไปหมด เลย คนไข้แทนที่จะเป็นโรคนี้ก็เป็นอีกโรคนึงไป เราก็มีสิทธิถูกฟ้อง เหมือนกัน ฟั ง ดู แ ล้ ว ไม่ น ่ า ใช่ ง านในฝั น

(หัวเราะ) ถามว่าชอบไหมก็ทำ�ได้ แต่ก็ไม่ได้ชอบมาก ตอนนี้ก็ยัง โอเคกับมันอยู่ แต่ในอนาคตก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะงานมันก็ซ้ำ�ๆ อยู่ อย่างนี้นะค่ะ แต่ก็รู้สึกดีว่าเรามีส่วนช่วยรักษาคนไข้ 5


Social People ชมรมคนรั ก เกาะสุ ร ิ น ทร์

หาดไม้ ง าม @ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ห มู ่ เ กาะสุ ร ิ น ทร์

อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ห มู ่ เ กาะสุ ร ิ น ทร์ เป็ น ห้ อ งเรี ย นทางธรรมชาติ ท ี ่ ส มบู ร ณ์ ท ี ่ ส ุ ด แห่ ง หนึ ่ ง บนขนาดพื ้ น ที ่ กว่ า 84,000 ไร ประกอบไปด้ ว ยมรดกทางธรรมชาติ อ ั น ประเมิ น ค่ า ไม่ ไ ด้ ม ากมาย เป็ น ที ่ ร วมของระบบ นิ เ วศป่ า ดิ บ ชื ้ น ป่ า ชายเลน และแนวประการั ง น้ ำ � ตื ้ น ที ่ ส มบู ร ณ์ ท ี ่ ส ุ ด ในประเทศไทย ประกอบกั บ ทิ ว ทั ศ น์ ทางทะเลที ่ ส วยงาม หาดทรายขาวสะอาด หมู ่ เ กาะสุ ร ิ น ทร์ จ ึ ง เป็ น เป้ า หมายให้ น ั ก ท่ อ งเที ่ ย วมากมายมา เยี ่ ย มชมความงาม เมื ่ อ มี น ั ก ท่ อ งเที ่ ย วก็ ต ้ อ งมี ข ยะ เมื ่ อ มี ค นหมู ่ ม ากก็ ย ่ อ มมี ค วามเสี ย หายเกิ ด ขึ ้ น นั ก ท่ อ งเที ่ ย วกลุ ่ ม เล็ ก ๆ กลุ ่ ม หนึ ่ ง จึ ง รวมตั ว กั น ขึ ้ น จั ด ตั ้ ง เป็ น ชมรม เพื ่ อ ปกป้ อ งรั ก ษาธรรมชาติ ท ี ่ พ วกเขารั ก ในชื ่ อ “ชมรมคน รั ก เกาะสุ ร ิ น ทร์ ” ชมรมคนรั ก เกาะสุ ร ิ น ทร์ เ ริ ่ ม ต้ น ขึ ้ น มาได้ อ ย่ า งไร

เริ่มมาจากนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่เขาไปเที่ยว แล้วก็ทำ�ความรู้จัก กันที่เกาะ เนื่องจากคนกลุ่มนี้เป็นคนชอบเที่ยว ก็เลยได้เจอกันที่งาน ท่องเที่ยวบ่อยๆ ไปๆมาๆก็มีการพูดคุยกันว่าน่าจะรวมตัวกันตั้งเป็น ชมรม จึงกลายเป็นสังคมกลุ่มนี้ขึ้นมา วัตถุประสงค์หลักของชมรมก็คือ การสร้างจิตสำ�นึกในการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ เริ่มแรกมีคนประมาณ 10-20 คน พวกเขาก็นำ�เงินส่วน ตัวมาลงขันกัน เป็นต้นทุนในการจัดทำ�เว็บไซต์ แล้วก็ค่าบริหาร 6


ด้ ว ยความที ่ เ ราไปเที ่ ย วเกาะสุ ร ิ น ทร์ แ ล้ ว ก็ เ ห็ น ปู เสฉวนเขาไม่ ม ี บ ้ า น เขาก็ ใ ช้ ก ๊ อ กน้ ำ � บ้ า ง ใช้ ห ลอด บ้ า งมาแทนบ้ า น เราก็ เ ลยคิ ด ว่ า ควรจั ด กิ จ กรรมชื ่ อ คื น บ้ า นนะ ด้ ว ยการขอรั บ บริ จ ากเปลื อ กหอยเพื ่ อ เอามาโปรย ที ่ ช ายหาด เป็ น การคื น บ้ า นให้ ห อย โฉมมาเข้ า ร่ ว มชมรมได้ ย ั ง ไง

เริ่มแรกคือเพื่อนโฉมเป็นหนึ่งในคณะทำ�งาน ตอนนั้นเขากำ�ลังจัด กิจกรรมคืนบ้านครั้งที่ 2 อยู่พอดี เขาก็เลยชวนโฉมให้มาด้วย ตอน นั้นเราว่างอยู่ก็เลยโอเค แรกๆเราก็เป็นแค่สมาชิกยังไม่ได้ทำ�อะไร แต่ด้วยความที่อยากช่วยเพื่อน เราก็เลยเนียนเข้าไปทำ�งานด้วยเลย ตอนนั ้ น รู ้ ส ึ ก อย่ า งไรกั บ เกาะสุ ร ิ น ทร์

จัดการต่างๆ พอเว็บไซต์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ก็มีการจัดกิจกรรมคืน บ้านครั้งที่หนึ่ง ด้วยความที่เราไปเที่ยวเกาะสุรินทร์แล้วก็เห็นปูเสฉวนเขาไม่มีบ้าน เขาก็ใช้ก๊อกน้ำ�บ้าง ใช้หลอดบ้างมาแทนบ้าน เราก็เลยคิดว่าควรจัด กิจกรรมชื่อคืนบ้านนะ ด้วยการขอรับบริจากเปลือกหอยเพื่อเอาไป โปรยที่ชายหาด ให้เขามาเลือกไปเป็นบ้าน เป็นการคืนบ้านให้หอย ให้เขาอยู่แบบเป็นธรรมชาติหน่อย เพราะบางทีการใช้ขวดแก้วมัน เป็นอันตรายต่อเขา มันอาจจะบาดได้ สมาชิกส่วนใหญ่จะมาจากเว็บไซต์ คือเราทำ�ความรู้จักกันบนเว็บ บอร์ดของชมรม บางครั้งเราก็มีการจัด Meeting เล็กๆเพื่อพบปะ ทำ�ความรู้จักกันมากขึ้น หลังจากการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งสมาชิก ใหม่บางคนก็สนใจมาเป็นคณะทำ�งาน เราก็มีการแบ่งงานกันว่าใคร ถนัดด้านไหน โลโก้ ข องชมรมที ่ เ ป็ น รู ป เต่ า 3 ขามี ท ี ่ ม าอย่ า งไร

ที่เกาะสุรินทร์จะมีเต่าตัวอยู่ตัวหนึ่งมีสามขา มันชอบโผล่ขึ้นมาให้ นักท่องเที่ยวเห็นบ่อย แล้วตอนที่คณะทำ�งานชุดแรกคุยกันว่าจะเอา อะไรมาเป็นเป็นโลโก้ดี เขาก็คิดถึงเต่า 3 ขา เพราะว่าแบบมันเป็นสิ่ง มีชีวิตที่ถึงแม้จะเหลือแค่สามขา ก็ยังดำ�รงชีวิตต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เราเองมีอวัยวะครบสมบูรณ์ ก็อย่าให้ปัญหาที่เราต้องเจอมาทำ�ให้เรา ท้อแท้

ตอนนั้นยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเกาะสุรินทร์ รู้แค่ว่าเป็นสถานที่ท่อง เที่ยวที่สวย เราก็เลยแค่อยากไปเห็น พอเราไปแล้วเราก็รู้สึกว่าใน เนื้อหาของกิจกรรมของชมรมนี่ดีนะ นอกจากได้ไปเที่ยวแล้วยังได้ทำ� ประโยชน์ด้วย แล้วมันก็ไม่ได้ยากเลย เป็นการปลูกจิตสำ�นึกของนัก ท่องเที่ยวคนอื่นๆด้วยว่าการท่องเที่ยวที่ถูกวิธีนั้นทำ�ได้ยังไง แล้วมันก็สนุกขึ้นด้วย เพราะเรามีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเช่น ช่วงเช้า ก็เดินเก็บขยะตามชายหาด เราได้ความรู้เรื่องปลามากขึ้น รู้ว่าสิ่งมี ชีวิตอันไหนมีพิษ อันไหนไม่มีพิษ สมดุลธรรมชาติเป็นอย่างไร แล้ว ก็รู้ว่าต้นไม้อย่างต้นโกงกางมันมีประโยชน์ยังไง หลังๆเรามีกิจกรรม การปลูกต้นโกงกางขึ้นมาด้วย ก็คือเก็บฝักมันมาปักตามชายหาด ใกล้ๆแนวป่าโกงกาง เพื่อว่ามันจะได้ขึ้นต้นใหม่มาช่วยยืดเกาะทราย แล้วก็เป็นที่อนุบาลปลาตัวเล็กๆแถวนั้นด้วย การจั ด กิ จ กรรมแต่ ล ะครั ้ ง ของชมรมมี ก ิ จ กรรมอะไรบ้ า ง

มีการคืนบ้านให้ปูเสฉวน เก็บขยะชายหาด ปลูกป่าโกงกาง แล้วก็ มีการ Free Dive ลงไปเก็บขยะ และตัดอวน คือบริเวณรอบๆเกาะ สุรินทร์มักจะมีซากอวน มีขยะลอยมาติดตามปะการัง มีบางครั้งที่ Free Dive ลงไปแล้วตัดอวนไม่ได้ เพราะมันค่อนข้างลำ�บากมากที่ ต้องดำ�ขึ้นๆลงๆ เราก็จะใช้ถังอากาศดำ�ลงไปแทน เพราะว่าการที่มี ขยะหรืออวนปกคลุมปะการังจะทำ�ให้มันตาย แล้วก็จะส่งผลต่อปลา และสิ่งมีชิวิตรอบๆเพราะมันจะไม่มีอาหาร มีการสอนการใช้อุปกรณ์ดำ�น้ำ�ตื้น การใช้ฟินให้ถูกวิธี รวมถึงถ้าใคร สนใจอยาก Free Dive เราก็จะสอนให้ด้วยในเบื้องต้น 7


ขอบคุ ณ ข้ อ มู ล จาก > สุ ว ิ โ ฉม ธนกิ จ เกษม (โฉม) > ชมรมคนรั ก เกาะสุ ร ิ น ทร์ เรารู ้ ว ่ า ขยะมาจากนั ก ท่ อ งเที ่ ย ว แต่ อ วนนี ่ ม าจากไหน

อวนมาจากการทำ�ประมงรอบๆเกาะ จริงๆแล้วคือในเขตอนุรักษ์ จะมีแค่ชาวมอแกนที่ทำ�การประมง แต่เขาก็ไม่ได้มีอวนอะไรเยอะ แยะ อวนที่ลอยมาติดมาจากรอบนอก ซึ่งมาจากการทำ�ประมงผิดกฏ หมาย เวลามีเรือตำ�รวจมาเขาก็ตัดอวนทิ้ง เพื่อให้หนีได้ หรือเพื่อให้ ไม่มีหลักฐาน หรือบางทีอวนมันไปเกี่ยวอะไรเข้า เขาก็ไม่เสียเวลาดำ� น้ำ�ลงไปเอาเพราะมันลึก เขาก็จะตัดทิ้งเหมือนกัน ทีนี้พอกระแสน้ำ�ก็ พัดกลับมาที่ฝั่ง อวนเหล่านี้ก็มาเกี่ยวติดปะการัง

ปะการังปรับตัวไม่ทันมันก็เลยตาย และฟอกขาว อาจจะต้องใช้ระยะ เวลานานมาก อาจจะต้องเป็น 10 ปี กว่ามันจะกลับมาสวยเหมือน เดิม เขาพูดกันว่าก่อนโดนสึนามิเกาะสุรินทร์สวยกว่านี้มาก โฉมก็ไม่มี โอกาสได้เห็นเหมือนกัน เพราะครั้งแรกที่โฉมไปก็หลังสึนามิแล้ว ยิ่ง เป็นตอนนี้ก็ยิ่งเหลืออะไรให้ดูน้อยลงไปอีก จากแต่ก่อนปลาเยอะมาก ปะการังหลากสีสัน หลายพันธุ์ ตอนนี้ตายไปน่าจะ 60-70% ได้ ปลา ก็น้อยลงมาก

ร่ ว มกิ จ กรรมชมรมมาเกื อ บ 4 ปี แ ล้ ว ความรู ้ ส ึ ก ต่ อ เกาะสุ ร ิ น ทร์ เปลี ่ ย นแปลงไปอย่ า งไร

แล้ ว แบบนี ้ ก ิ จ กรรมของชมรมจะดำ � เนิ น ไปอย่ า งไรต่ อ

ความรู้สึกต่างกันนะ ตอนแรกที่เราไปในฐานะนักท่องเที่ยว จริงๆ ตอนนี้เราก็ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวอยู่ แต่เรารู้สึกว่าเราสนิทกับที่นี่ เหมือนเป็นบ้านหลังนึงของเรา เวลาเราไปก็เหมือนไปเยี่ยมบ้าน ไป ดูแลบ้าน อยากให้บ้านของเราสวยงามอย่างนี้ไปตลอด ปั จ จุ บ ั น นี ้ เ กาะสุ ร ิ น ทร์ เ ป็ น อย่ า งไรบ้ า ง

ล่าสุดตอนต้นปี มีสมาชิกและคณะทำ�งานบางส่วนไปเกาะมาเล่าว่่า ยังมีความสวยงามอยู่ แต่ถ้าเทียบความสวยงามจากเมื่อ 3-4 ปีที่ แล้วก็ค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก เพราะว่าเมื่อปีที่แล้วปะการังเกิดการ ฟอกขาว เนื่องจากสภาพอากาศที่มันร้อนขึ้น อุณหภูมิน้ำ�มันร้อนขึ้น

ด้วยความที่สมาชิกของชมรมก็มีงานประจำ�กันทุกคน แต่ถ้าเราว่าง ตรงกันก็จะทำ�กิจกรรมขึ้นมาอีก หลักๆก็คงจะเป็นคืนบ้าน เชิญชวน นักท่องเที่ยวทั่วไปให้ไปเที่ยวที่เกาะสุรินทร์ แล้วก็ดำ�เนินการปลูกฝัง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อไป ใช้ ว ิ ธ ี อ ะไรในการปลู ก ฝั ง

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปกับเรา เราก็จะปลูกฝังโดยการทำ�ให้เขา ดู เราไม่ได้สั่งว่าต้องทำ�อย่างนั้นอย่างนี้นะ แต่เราแสดงให้ดูว่าทำ� อย่างไรบ้างให้เขาเห็น และเมื่อเขาสนใจเขาก็จะมาถามว่าทำ�ไมต้อง ทำ�อย่างนี้ เราก็จะอธิบายให้เขาฟังว่าเพราะอะไร ถ้าไม่ทำ�แล้วจะเป็น ยังไง เกิดอะไรขึ้นบ้าง 8


โฉมเชื่อว่าในตัวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เขาก็อยากท่องเที่ยวแบบ อนุรักษ์ ไม่อยากทำ�ลายธรรมชาติ แต่โดยมากเขาไม่รู้ว่าต้องทำ� อย่างไร หรือต้องทำ�ตัวยังไง เราก็เลยจะเป็นการชี้แนะ เป็นการเล่า ให้เขาฟังว่าต้องทำ�อย่างไรบ้าง ประมาณนั้น การทำ � งานอนุ ร ั ก ษ์ ท ี ่ ผ ่ า นมามี อ ุ ป สรรคอะไรบ้ า ง

ก็มีเรื่องเวลาของคณะทำ�งานที่ไม่ตรงกัน เพราะต่างมีงานประจำ� แล้วก็เรื่องเงิน เพราะว่าเราไม่มีผู้สนับสนุน เราใช้เงินของเราเองใน การดำ�เนินการ แต่ว่าในส่วนของสื่ออนุรักษ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆเล็กๆ น้อยๆเรามีการหารายได้จากการขายเสื้อ ขายโปสการ์ด มาเป็นเงิน กองกลางในการทำ�สื่ออย่างโบว์ชัวร์เล็กๆ สำ�หรับแจกในงานท่อง เที่ยวบ้าง ก็เป็นการเผยแพร่แนวทางการอนุรักษ์อีกทางหนึ่ง อีกเรื่องนึงคือการประสานงานกับเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งหลายๆครั้ง เราขาดการประสานงานที่ชัดเจน ทำ�ให้เกิดการเข้าใจผิดกัน ทั้งนี้ก็ ต้องฝากขอโทษไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ เราไม่ได้มีเจตนา ไม่ดีจริงๆ = ) คนที ่ ส นใจอยากเข้ า ร่ ว มกิ จ กรรมกั บ ชมรม เขาจะติ ด ต่ อ กั บ ชมรมได ทางไหนบ้ า ง

หน้าแรกเราก็จะมีหนังสือ emagazine ให้ download ไปอ่านด้วย แต่มันก็ค่อนข้างเก่าแล้วนะค่ะ ประมาณ 2 ปีที่แล้ว ในอนาคตตั้งใจ ว่าจะทำ�หนังสือออกมาอีก แล้วก็น่าจะมีกิจกรรมชมรมออกมาเรื่อยๆ ทั้งกิจกรรมที่เกาะ และกิจกรรมย่อยๆอย่างปลูกป่าชายเลน เลี้ยง อาหารเด็กอะไรอย่างนี้ แล้วแต่เวลา และโอกาส คณะทีมงานก็ยังเข้าไปอ่านอยู่เรื่อยๆนะค่ะ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มี ประเด็น หรือกิจกรรมเด่นๆให้เข้าไปโพสต์ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าสนใจ เข้าร่วมกิจกรรมก็สามารถไปโพสต์ถามได้ว่าจะมีกิจกรรมเมื่อไหร่ หรือถ้าอยากติดต่อโดยตรงกับทีมงานก็คือสามารถส่งอีเมล์ไปได้ที่ sks@savekohsurin.com เมล์อันนี้ก็จะส่งถึงทีมงานทุกคน เคยมีคนเมล์มาขอความรู้บ้างเหมือนกัน เราก็จะตอบกลับไป ส่งรูป ไปให้ หรือว่ามีใครต้องการบริจาคเปลือกหอยก็สามารถเมล์มา หรือ โพสต์ที่เว็บบอร์ดได้ จะมีทีมงานติดต่อกลับไปว่าสามารถไปรับได้ เมื่อไหร่ >>

สามารถเข้าโพสต์แนะนำ�ตัว และติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Webboard ของชมรมที่เว็บไซต์ http://www.savekohsurin.com ค่ะ ที่ 9


Inside Job

พู ด คุ ย กั บ นั ก PR ระดั บ World Class

หลังจากจบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตอนนั้นก็ยังเป็นช่วงที่เหมือนยังค้นหา ตัวเอง ว่าเราชอบอะไร อยากทำ�อะไร แต่พอจบปุ๊บไม่ถึงเดือนก็ได้ ทำ�งานเลย แต่ไม่ตรงกับที่เราเรียนเท่าไหร่ คือไปทำ�งานด้าน Marketing ที่ AIS ทำ�อยู่ได้ประมาณ 2 ปี ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการ สื่อสารแบรนด์(Branding Communications) ของ One-2-Call! ทำ�ไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่างานด้าน Marketing มันน่าสนใจ ตอนนั้นที่ เราเริ่มเข้าไปทำ�งานก็ยังเป็นเด็กๆ ไม่มีพื้นฐานอะไรเรื่อง Marketing เลย ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าต้องทำ�ยังไง คิดยังไง มองภาพไม่ออก ก็ เหมือนเป็นการเข้าไปฝึกงานแบบจริงจังค่ะ โชคดีที่หัวหน้า และพี่ๆ ที่ทำ�งานให้โอกาสเราได้ลองทำ�นู่นทำ�นี่ ได้รู้ว่าทำ�ยังไงให้คนรู้จัก Brand เรา ทำ�ให้คนเชื่อในภาพลักษณ์ Brand ของเรา สร้าง Value ของ Brand ทำ�ยังไง จะพูดยังไงกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นให้เค้า ชอบ และเชื่อเรา ตอนนั้นก็รู้สึกว่ายากมาก แต่ก็สนุกดีค่ะ หลังจาก นั้นก็เลยไปเรียนต่อปริญญาโทด้านตลาด เป็น Master of Business Marketing (Branding) ที่ออสเตรเลียค่ะ เข้ า มาทำ � งานที ่ Index ได้ ย ั ง ไงครั บ

> อุ ม ารี ชาญณรงค์ (ตาล) > Corporate Communications Manager > บริ ษ ั ท อิ น เด็ ก ซ์ ครี เ อที ฟ วิ ล เลจ จำ � กั ด (มหาชน)

ต้องบอกว่าตาลเป็นคนที่มีแผนค่อนข้างชัดนะคะว่าอยากทำ�อะไร ตอนนั้นพอเรียนจบปุ๊บกลับมา ก็มุ่งมั่นมากว่าอยากทำ�งาน Agency เพราะรู้สึกเอาเองว่างาน Agency มันน่าจะสนุก แล้วก็มีอะไรให้ทำ� หลากหลาย น่าจะได้เรียนรู้ในมุมกว้าง ก็เลยหางานอยู่แค่สองแบบ คือ Advertising Agency กับ Event Agency แล้วก็อยากเริ่มทำ�งานกับบริษัทใหญ่ๆ ก็ลองหาในอินเตอร์เน็ต ว้น หนึ่งเพื่อนก็มาบอกว่ามีบริษัท Event อันดับ 1 ของไทยกำ�ลังเปิด รับสมัคร ก็เลยลองมาสมัครดู ตอนนั้นที่นี่ยังใช้ชื่อ Index Event Agency อยู่ พอสัมภาษณ์เสร็จก็โชคดีได้ทำ�งานที่นี่ ช่ ว ยเล่ า เกี ่ ย วกั บ งานที ่ ท ำ � ตอนนี ้ ใ ห้ ฟ ั ง หน่ อ ยครั บ

ต้องเล่าย้อนกลับไปตอนเข้ามาตอนแรก ตามลักษณะเนื้องานที่ตาล ทำ�จะเหมือนเป็น Marketing Communications คือดูแลเรื่องเกี่ยว กับการวางแผนสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งตอนแรกที่เข้ามาตาล อยู่ในแผนก Integrated Communications โดยอย่างที่รู้กันค่ะว่า ในตอนนั้น Index เป็นบริษัทที่เรียกได้ว่าทำ�งาน Event เป็นหลัก มี ลูกค้าหลากหลายทั้งเอกชน ราชการ ตาลอยู่ในทีมที่วางแผนสื่อและ การประชาสัมพันธ์ ทำ� PR ให้กับงาน Event ของลูกค้าต่างๆ เอา 10


ตอนนี ้ ต าลอยู ่ ใ นส่ ว นของ Corporate Communications นะคะ เป็ น PR ที ่ ด ู แ ลภาพลั ก ษณ์ ข อง องค์ ก ร หน้ า ที ่ ก ็ เ ริ ่ ม ตั ้ ง แต่ ป ระชุ ม คิ ด กลยุ ท ธ์ ก ั บ ผู ้ บ ริ ห าร และกั บ ทางที ม งาน ว่ า เราจะกำ � หนดทิ ศ ทางบริ ษ ั ท ทั ้ ง ปี ไ ปในทิ ศ ทางไหน นอกจากนั ้ น ก็ ด ู แ ลภาพ ลั ก ษณ์ ผ ู ้ บ ริ ห าร เพื ่ อ สร้ า งให้ Brand Index มี มาตราฐาน มี ภ าพลั ก ษณ์ ท ี ่ ด ี

ง่ายๆ ก็หน้าที่เราคือทำ�ยังไงให้คนรู้จักงานของเรา ทำ�ยังไงให้ดัง ให้ คนมางานที่เราจัดค่ะ เข้ามาตอนแรกก็ได้ทำ�ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวางแผนการใช้ สื่อ ซื้อพื้นที่สื่อเพื่อลงโฆษณา เขียนข่าว ติดต่อสื่อมวลชนสารพัด ซึ่ง ตามปกติบริษัทอื่นๆ เค้าจะแยกกันดูแลเป็นส่วนๆกันไป วางแผนก็ วางไป ฝ่ายซื้อสื่อหรือที่เค้าเรียกว่า Media buyer ก็ซื้อไป แต่ตาล ถือเป็นความโชคดีนะคะ ได้ทำ�งานหลากหลาย ได้เรียนรู้ในทุกๆมุม ทำ�มาได้ 2 ปีกว่าก็ย้ายแผนกมาดูแลในส่วนของ Corporate Index คราวนี้ไม่ได้ทำ�ให้ลูกค้าแล้วค่ะ มาดูแลภาพลักษณ์ของบริษัท และผู้ บริหารแทน หน้ า ที ่ ท ี ่ ต ้ อ งทำ � มี อ ะไรบ้ า งครั บ

ดูแลเรื่องการสื่อสารภายในองค์กร จัดกิจกรรมให้พนักงานภายใน หรือแม้กระทั่งการแต่งตัว เพื่อสร้างให้ Brand Index มีมาตราฐาน มีภาพลักษณ์ที่ดี ประมาณนั้นค่ะ การสร้ า ง Brand ให้ บ ริ ษ ั ท นี ่ มี ค วามเครี ย ดความกดดั น ต่ า งจากตอน สร้ า ง Brand ให้ ล ู ก ค้ า หรื อ ไม่ ค รั บ และมี ว ิ ธ ี จ ั ด การกั บ ความเครี ย ด อย่ า งไร

ทำ�งานก็มีเครียดบ้าง กดดันบ้างนะคะ เป็นเรื่องปกติ ถามว่าต่างกัน มั๊ยระหว่างทำ�งานให้ลูกค้ากับทำ�ให้บริษัทฯ ก็กดดันเหมือนกันทั้งคู่ ค่ะ ทำ�ให้ลูกค้าก็รับแรงกดดันจากลูกค้า ซึ่งก็เจอหลากหลาย บางคน น่ารักใจดี เข้าใจปัญหา แต่บางทีก็อาจจะเข้าใจยาก ความคาดหวังสูง เราก็ต้องพยายามรับมือให้ได้

ตอนนี้ตาลอยู่ในส่วนของ Corporate Communications นะคะ เป็น PR ที่ดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร หน้าที่ก็เริ่มตั้งแต่ประชุมคิด กลยุทธ์กับผู้บริหาร และกับทางทีมงาน ว่าเราจะกำ�หนดทิศทางของ บริษัททั้งปีไปในทิศทางไหน พอเรามีเป้าหมายก็เริ่มวางแผนค่ะ ว่า เราจะทำ�ยังไง วางแผนสื่อยังไง ใช้สื่ออะไรบ้าง ด้วยวิธีการไหน ใช้ message ในการสื่อสารว่าอะไร จัดกิจกรรมอะไรให้ลูกค้า หรือคน ภายนอกที่ไม่รู้จัก Index ให้รู้จักเรามากขึ้น

ทำ�งานให้บริษัทฯก็เป็นอีกแบบนึงค่ะ ตาลต้องบอกว่าตาลค่อนข้าง โชคดีนะ พี่เมฆ-พี่หมอก (Co-CEO Index Creative Village) เป็นเจ้านายที่น่ารัก เป็นกันเองมาก ให้โอกาสในการเสนอความคิด เปิดโอกาสให้เราได้ลองทำ�เรื่องใหม่ๆ ที่ท้าทายตัวเองตลอดเวลา ที่ Index ทุกคนสามารถเดินเข้าไปเคาะห้อง CEO เพื่อปรึกษางานได้ จะเรื่องส่วนตัวก็ได้ ฉะนั้นยิ่งถ้านายใจดี สิ่งที่กดดันคือเรากดดันตัว เองมากกว่าค่ะ บางทีก็เครียดมาก นอนไม่หลับ กลัวว่าจะทำ�ได้ไม่ดี อย่างที่นายให้โอกาส แต่ก็ตั้งใจเต็มที่ล่ะค่ะ

นอกจากนั้นก็ดูแลภาพลักษณ์ผู้บริหารเวลามีงานสัมภาษณ์ออกตาม สื่อมวลชนต่างๆ เป็นการสร้าง Brand ให้กับบริษัททางหนึ่ง แล้วก็

วิธีจัดการกับความเครียดของตาลง่ายมากเลย เสาร์ อาทิตย์เวลา ไม่มีงาน ตาลก็จะอยู่นิ่งๆ ฟังเพลง ตีเทนนิส หาอะไรอร่อยๆ ทาน ก็ 11


หายเครียดนะ แต่ถ้าเครียดมากๆ ตาลจะนึกถึงประโยคนึงค่ะ เป็นวัน แย่ๆ ของตาลที่งานออกมาไม่ดีเลย ตอนนั้นก็ไม่โทษว่าเป็นความผิด พลาดของใคร โทษตัวเองอย่างเดียว นั่งร้องไห้ ทำ�อะไรไม่ได้ จนพี่ เมฆเดินมาพูดกับตาลว่า “มองไปข้างหน้า เพราะชีวิตคนเราต้องเดิน ไปข้างหน้า” คำ�พูดง่ายๆ นะคะ แต่มันเป็นเรื่องจริง ว่าเราจะมานั่ง คิดวิตก เครียด จนทำ�อะไรไม่ได้ไปเพื่ออะไร สร้างกำ�ลังใจให้ตัวเอง มองโลกในแง่ดีดีกว่าค่ะ ที ่ ผ ่ า นมามี ง านอะไรที ่ ร ู ้ ส ึ ก ประทั บ ใจมากที ่ ส ุ ด

งานที่ประทับใจมีหลายงานเหมือนกันนะคะ แต่เอาที่ประทับใจ และ ภูมิใจด้วยดีกว่า คือการไปจัด Thailand Pavilion ที่ World Expo Shanghai China 2010 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว อะไรทำ � ให้ ป ระทั บ ใจครั บ

อย่างนึงคือต้องบอกว่าสำ�หรับตาลตอนนั้น งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ มาก เป็นงานระดับโลก ทำ�เพื่อสร้างชื่อเสียงของประเทศไทย ไม่ใช่ ทำ�แค่ให้บริษัทมีชื่อเสียง เหมือนเราเป็นคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนึงที่เป็น ตัวแทนประเทศไทยไปประกาศให้คนทั่วโลกเห็นว่าประเทศของเรา เป็นยังไง สวยงามแค่ไหน ต้องไปอยู่ที่จีนประมาณ 7 เดือนค่ะ ตอน นั้นรู้สึกว่างานอะไรเนี๊ยะ ใหญ่เกินตัว ยากจัง เครียด กดดัน ตลอด เวลา เสียน้ำ�ตาไปก็เยอะ(หัวเราะ) แต่ก็ผ่านอุปสรรคมาได้ และ สุดท้ายก็ประสบความสำ�เร็จอย่างดีค่ะ ช่ ว ยเล่ า การทำ � งานในโปรเจคนี ้ ใ ห้ ฟ ั ง นิ ด นึ ง ครั บ

ถ้าเอาตั้งแต่เริ่มต้นนะคะ ก็รับ Brief มาก่อนว่างานนี้คืองานอะไร มีจุดประสงค์ ความสำ�คัญ และมี Hi-light ต่างๆอย่างไร แล้วเรา

ก็กลับมาคิด มาวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใครบ้าง เรา ต้องการสื่อสารกับใคร มีทั้งคนไทย และคนจีน แล้วก็วางแผน กำ�หนดกลยุทธ์ขึ้นมาว่าจะโปรโมต Thailand Pavilion ยังไง จาก นั้นก็ไป Present งานกับกระทรวง ในตอนนั้นเป็นกระทรวงการ พัฒนาสังคมฯที่ดูแลเรื่องนี้ เราก็เข้าไป Present กับทีมงาน แล้วก็ Pitching แข่งกับบริษัทอื่นๆ ตื่นเต้นมากกกก นอนไม่หลับหลายคืน สุดท้าย Index ก็ชนะได้งาน นี้มาค่ะ พอได้งานมากลับยิ่งกดดันกว่าตอน Pitching อีก เพราะ อย่างที่บอกว่างานมัน Scale ใหญ่มากจริงๆ สำ�หรับเด็กๆ อย่างเรา ในตอนนั้น พอบริษัทได้งานมาก็ Develop งานตามแผนที่เราคิดไว้ เช่น เริ่ม จากการตีโจทย์ก่อนว่าจะทำ�ยังไงให้คนไทยรู้จัก World Expo เพราะถ้าเทียบกับเมื่อ 2 ปีก่อนนี้คนไทยยังไม่รู้จัก World Expo เลย อาจจะได้ยินมาบ้าง ตอนตาลเข้ามาเริ่มทำ�งานก็ไม่รู้จักเหมือน กันว่ามันคืออะไร มีความสำ�คัญยังไง ฉะนั้นในส่วนของการโปรโมต ในประเทศไทย ก็คือทำ�ยังไงให้คนไทยรู้จัก World Expo มีความ สำ�คัญอย่างไร ทำ�ไมเราถึงต้องเข้าร่วมงานนี้ งานนี้เป็นงานที่ใช้ งบประมาณค่อนข้างเยอะ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหวถ้าคนไม่ เข้าใจวัตถุประสงค์ของงานจริงๆ อีกส่วนก็เป็นส่วนของการวางแผน โปรโมตที่ประเทศจีน พอถึงช่วงเวลางานก็ต้องบินทำ�งานที่นู่นค่ะ ไปอยู ่ ท ี ่ จ ี น 7 เดื อ น การทำ � งานต่ า งกั บ ที ่ ไ ทยอย่ า งไรบ้ า ง

โอ้โห! ต่างมาก ประเทศจีนเป็นประเทศที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ได้ตลอดเวลา(หัวเราะ) ถ้าพูดถึงการทำ�งานกับคนจีนในส่วนของตาล 12


และแตกต่าง แล้วหลังงานจบเราจะทำ�อะไรเพื่อที่จะโปรโมตสินค้า นั้นๆ วางแผนเสร็จแล้วก็กลับไปเสนอให้กับลูกค้าฟัง ถ้าลูกค้าโอเค เราก็เริ่มทำ�งานตามแผน นอกจากงาน Event แล้ ว Index ทำ � งานอะไรอี ก บ้ า ง

คือ ตาลจะรับผิดชอบในการโปรโมต Thailand Pavilion ตาลก็จะ เลือกบริษัท PR ของจีนมาช่วยเรื่องการทำ�งานของเรา มี Staff จีน สองคนมาทำ�งานด้วยกัน คือเราเป็นคนวางแผนแล้วก็จ้างบริษัท PR ที่นั่นดำ�เนินการให้ เพราะเป็นเรื่องของภาษาที่เราจะต้องมี Staff คน จีนคอยติดต่อกับสื่อมวลชนจีน ซึ่ง 95% ใช้ภาษาจีนค่ะ เราก็จัดระบบให้เค้าทำ�ตามแผนที่เราต้องการ คอยให้ข้อมูลเกี่ยว กับอาคารศาลาไทย ถ้าถามว่าทำ�งานด้วยกันยากมั๊ย นอกจากเรื่อง ภาษาแล้วมันก็มีความแตกต่างในวิธีขั้นตอนการทำ�งานบ้าง ก็ต้อง ทำ�ความเข้าใจกันอยู่ช่วงนึง ถ้าในเรื่องของการติดต่องานกับรัฐบาล จีน หรือคณะกรรมการของ Expo ส่วนตัวงานของตาลไม่ค่อยมี ปัญหาอะไรมากเท่าไหร่ เพราะจีนเขาวางกฏระเบียบทุกอย่างไว้ค่อน ข้างชัดเจน อยู ่ บ ริ ษ ั ท ที ่ ท ำ � งานด้ า น Event เป็ น หลั ก อยากให้ ช ่ ว ยเล่ า ถึ ง ขั ้ น ตอน จั ด งาน Event ให้ ฟ ั ง นิ ด นึ ง

ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า เราจะมีทั้งงานที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาให้บริษัททำ� กับงานที่เราต้องไปแข่งกับบริษัทอื่นๆเพื่อให้ได้งานมา เมื่อได้งาน มาขั้นตอนแรกก็คือรับโจทย์จากลูกค้ามาว่าลูกค้าต้องการทำ�อะไร จะ โปรโมตอะไร จากนั้นก็เริ่มต้นวิธีการคิด ก็คือดูว่ากลุ่มเป้าหมายเป็น ใคร ลูกค้าต้องการจะสื่อสารอะไรกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นเราก็วางแผนช่วงก่อนงานว่าเราจะทำ�ยังไงให้งานนี้ดัง มีคน รู้จัก มีคนมาร่วมงาน จะเลือกใช้สื่ออะไรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ มากที่สุด ในวันงานเราจะใส่ความ Creative เข้าไปอย่างไร หรือใช้ เทคนิคอะไรเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้งาน Event ของเราน่าสนใจ

อย่างที่ทราบกันนะคะ ว่า Index เติบโตมาจากธุรกิจ Event ที่ค่อน ข้างแข็งแรง จนเป็นบริษัทคนไทยบริษัทเดียวที่ติดอันดับโลก ตอนนี้ เราอยู่ที่อันดับ 7 ซึ่งคนอาจจะยังคุ้นหูกับชื่อ Index Event Agency ต่อมา Index ก็ขยายธุรกิจออกไปเรื่อยๆ จนตอนนี้มีบริษัทในเครือ ทั้งหมด 16 บริษัท และเมื่อปี 2009 เราก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Index Creative Village ปัจจุบันนี้เราเป็นเหมือน Creative Solutions ให้ลูกค้าค่ะ ไม่ได้ เชี่ยวชาญแค่งาน Event แต่เรายังทำ� Communication, Online, รายการทีวี เรามีบริษัท PR บริษัทโฆษณา บริษัททำ� Branding บริษัท Equipment Rental อุปกรณ์สำ�หรับประกอบงาน Event บริษัทในเครือของเรามีหลากหลาย และทั้งหมดจะเติบโตภายใต้คำ� ว่า “Creative” เพื่อสร้างความแตกต่าง และทำ�ให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัว เราค่ะ เป็ น บริ ษ ั ท ที ่ ร วมคน Creative ไว้ เ ต็ ม บริ ษ ั ท ทำ � งานด้ ว ยกั น ยากไหม

ตาลก็ไม่แน่ใจนะคะว่าบริษัทอื่นๆเป็นยังไง แต่สำ�หรับตาล Index มี วัฒนธรรมองค์กรที่แปลก ที่ทำ�ให้คนที่มีความคิดเป็นของตัวเองสูงๆ มีความเป็นศิลปินจัดๆมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ วัฒนธรรมของ คน Index ปลูกฝังให้เราไม่หยุดอยู่กับที่ ให้เรา Active และสร้างให้ เราคิด และทำ�อะไรใหม่ๆตลอดเวลา แต่ในความอาร์ต ในความติสต์ของแต่ละคน ไม่ว่าเราจะเล่น เราจะ โวยวายใส่กัน เราจะเถียงกัน แต่เรามีความเป็นพี่เป็นน้องสูง คือ มี Seniority ไม่ใช่แค่ในเรื่องของวัยหรืออายุนะคะ แต่ตาลหมายถึง Seniority ในเรื่องความคิดด้วย ทุกคนจะยอมรับความคิดเห็นของ กันและกัน อย่างเวลาเข้าประชุมที่บริษัท น้องๆเด็กๆที่เข้ามาใหม่ก็ สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยพี่ๆรับฟัง และเปิดโอกาส เพราะ ไอเดียไม่ว่าจะเป็นไอเดียของใคร จะเป็นพี่ๆรุ่นใหญ่ หรือน้องๆ นักศึกษาฝึกงานก็เป็นประโยชน์ค่ะ เพราะวัฒนธรรมของบริษัทที่ สร้างมาแบบนี้ การทำ�งานเลยไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ทำ � งานที ่ Index 4 ปี ได้ ข ึ ้ น เป็ น ผู ้ จ ั ด การนี ่ ถ ื อ ว่ า เร็ ว ไหม

อืม...ก็จะว่าเร็วก็เร็ว แต่ก็ตามวาระเวลาค่ะ คิ ด ว่ า เพราะอะไรเขาถึ ง ขึ ้ น ตำ � แหน่ ง ให้ เ ร็ ว

ใช้เส้น(หัวเราะ พูดเล่นนะค่ะ) ตาลบอกอย่างงี้ดีกว่าว่า Index เป็น บริษัทที่เปิดโอกาสให้พนักงาน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เข้ามานานแล้ว หรือ เด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ได้การแสดงความคิดแสดงออกในการทำ�งาน ทุกอย่าง ไม่มีการปิดกั้นว่าใครเด็ก ใครผู้ใหญ่ ทุกคนสามารถแสดง 13


ต้ อ งเป็ น คนที ่ ร ั ก ในการเจอกั บ ผู ้ ค น ชอบที ่ จ ะสร้ า ง Relationship กั บ คนอื ่ น แต่ ม ั น ไม่ ใ ช่ ก ารที ่ แ ค่ ไ ปคุ ย เจ๊ า ะแจ๊ ะ นะคะ จะต้ อ งมี ว ิ ธ ี ค ิ ด และมุ ม มองที ่ จ ะดึ ง ตั ว เองขึ ้ น มา ดึ ง บริ ษ ั ท หรื อ ว่ า ดึ ง งานอะไรก็ ต ามที ่ เ รารั บ ผิ ด ชอบอยู ่ ข ึ ้ น มาเป็ น ประเด็ น ข่ า ว ให้ น ่ า สนใจ ให้ ไ ด้ ถึ ง จะเรี ย กว่ า เป็ น PR จริ ง ๆ ความเห็นในที่ประชุมได้ ได้ลองทำ�อะไรที่เราไม่เคยทำ� ก็ถือว่าเป็น โอกาสที่ดีที่ได้ทำ�งานที่นี่ แล้วพอเราเริ่มทำ�งานไปเราก็โตขึ้นมา เรื่อยๆมีประสบการณ์ขึ้นเรื่อยๆ ยกความดีความชอบให้บริษัทแล้ว กันค่ะที่ให้โอกาส อีกอย่างนึงที่อยากจะบอกก็คือว่าเมื่อเราได้รับงานอะไรใหม่ๆ ให้ คิดเลยค่ะว่า นั่นคือโอกาสทองที่จะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อย่ารู้สึกว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของชั้น เพราะนั่นคือการปิดโอกาสตัวเองที่จะค้นพบ ประสบการณ์ดีๆค่ะ น้ อ งๆที ่ ส นใจมาฝึ ก งานที ่ น ี ่ ควรจะต้ อ งเรี ย นจบอะไร และจะได้ ท ำ � อะไร บ้ า งครั บ

ตาลพูดถึงภาพรวมของงาน Event ก่อนละกันนะคะ ถ้าพูดถึงงาน Event มันไม่ได้มีจุดตายตัวว่าคุณจะต้องเรียนอะไรมา Event มันคือ คนที่ใจรักแล้วก็ชอบสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆขึ้นมาตลอด พนักงานที่ Index นี่มีหลากหลายมาก เรียนนิเทศฯ ท่องเที่ยว บริหาร สถาปัตย์ ก็เข้ามาฝึกงาน คือทุกคนรู้สึกว่าชอบงานประเภท นี้ ชอบสีสัน ชอบความหวือหวา ชอบความสนุก ชอบลุย ชอบมันส์ ชอบทำ�กิจกรรม ชอบคิดอะไรใหม่ๆ อย่างที่บอกว่า Index เปิดโอกาสให้จริงๆ น้องๆจะได้ทำ�ตั้งแต่ การเริ่มคิดงาน ได้นั่งเข้าห้องประชุมจริงๆกับ CEO ได้มีส่วนร่วม Brainstormed งาน ได้ออกงาน on-site event ได้ไปเห็นทุกขั้น ตอนว่าการจัด Event ขึ้นมาหนึ่งงานต้องทำ�อะไรบ้าง คนที ่ จ บด้ า น PR มาจะได้ เ ปรี ย บกว่ า ไหม

สำ�หรับตาลนะคะ ถามว่าเรียนมาตรงสายสำ�คัญรึป่าว ก็สำ�คัญนะคะ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด มันเพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจพื้นฐานเริ่มต้นได้เร็ว กว่าคนอื่น แต่งานนี้เป็นงานที่เข้ามาแล้วฝึกฝนกันได้ อย่างนึงคือ ต้องเป็นคนที่รักในการเจอกับผู้คน ชอบที่จะสร้าง Relationship กับ คนอื่น แต่มันไม่ใช่การที่แค่ไปคุยเจ๊าะแจ๊ะนะคะ จะต้องมีวิธีคิด และ มุมมองที่จะดึงตัวเองขึ้นมา ดึงบริษัท หรือว่าดึงงานอะไรก็ตามที่เรา รับผิดชอบอยู่ขึ้นมาเป็นประเด็นข่าวให้น่าสนใจให้ได้ ถึงจะเรียกว่า เป็น PR จริงๆ

พูดถึงงานด้าน PR บางคนอาจจะคิดว่างาน PR เป็นงานที่สวยๆ งามๆ เป็นงานที่ไม่ได้ทำ�อะไรมาก แค่แต่งตัวแต่งหน้า ดูแลเสื้อผ้า หน้าผมให้ดูดี คอยให้ข้อมูล ตาลขอบอกว่ามันไม่ใช่เลยค่ะ จริงๆแล้ว งาน PR แยกออกเป็นหลายอย่าง จะต้องมีการวางแผนงาน ไม่ใช่ แค่ว่าไปคุยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนักข่าวเท่านั้น เราจะต้องคิด ประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อที่จะให้งานของเรามีความโดดเด่นมีความ สำ�คัญขึ้นมา เหมือนคิดประเด็นข่าวเพื่อจะเอาไปขายนักข่าว ดึงจุด เด่นของงานนั้นๆของเราขึ้นมาเพื่อให้นักข่าวสนใจ กลายเป็นเรื่อง ราวที่เค้าอยากบอกต่อ ที่บริษัทนี้มีน้องจบใหม่ๆเข้ามาสมัครจากคณะที่หลากหลายมาก อย่างที่บอกค่ะ งาน Event ไม่ได้มีวิชาเรียนที่เป็นศาสตร์ตายตัวว่า คุณจะต้องเรียนจบอันนี้อันนั้นมาเหมือนอย่างเช่น สถาปนิก หรือ วิศวกร ซึ่งเรื่อง Event ในเมืองไทยยังไม่มีสอนมากนัก แต่ทาง Index ก็กำ�ลังพัฒนาเปิดหลักสูตรสอนเกี่ยวกับความรู้เรื่องอีเว้นท์ อยู่กับหลายๆมหาวิทยาลัยนะคะ เอาเป็นว่า ถ้าคุณมีความคิดสร้าง สรรค์แปลกๆใหม่ๆ จบอะไรมาก็ได้ ที่สำ�คัญมีใจรัก แล้วก็ชอบ ทำ�งานด้านนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่สำ�คัญจะต้องเป็นคนที่คอยสังเกตุสิ่งรอบตัวอ่านข่าวเยอะๆ สนใจ เทรนด์ของสื่อว่าตอนนี้อะไรมาแรง อะไรที่เขาไม่ใช้กันแล้ว ต้อง คอย Update เทรนด์พวกนี้อยู่เรื่อยๆ งานแต่ละงานไม่ได้เป็นรูป แบบเดียวกัน ทำ�แบบเดิมอาจจะไม่ work บางงานอาจจะไม่ต้องมี แถลงข่าว ไม่ต้องมีโปรโมตทางทีวีก็ได้ ลงคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารแค่นั้นก็พอ บางงานอาจมีความจำ�เป็นต้องแถลงข่าว ต้อง ออกทีวี บางงานอาจจะไม่ต้องมีอะไรพวกนี้เลยแค่สร้าง Community บนโลก online อย่างเดียวก็ได้ สำ�คัญที่สุดคือ หาตัวเองให้เจอค่ะ ว่าตัวเองชอบอะไร ลงมือทำ� แล้วสนุกไปกับมัน แล้วคุณจะมีความสุข และสนุกกับงานค่ะ >>

14


Special Column จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

> เพ็ ญ ทิ พ ย์ เอี ่ ย มพฤกษา (เอ) > โป๊ ว : อรั ญ หอสิ ร ิ (โป๊ ว )

ครั ้ ง แรกของคอลั ม น์ พ ิ เ ศษนี ้ ต รงกั บ เดื อ นแห่ ง ความรั ก พอดี ผมได้ ไ ปสั ม ภาษณ์ 5 คู ่ ร ั ก ถึ ง เส้ น ทาง ความรั ก ของพวกเขา ตั ้ ง แต่ ร ู ้ จ ั ก กั น จนถึ ง วั น ที ่ ต กลงใจแต่ ง งานกั น พวกเขาสร้ า งความสั ม พั น ธ์ ท ี ่ ม ั ่ น คง ขึ ้ น มาได้ อ ย่ า งไร และอะไรทำ � ให้ ม ั ่ น ใจว่ า เขา หรื อ เธอคื อ คนที ่ ใ ช่ คู ่ แ รกเป็ น คู ่ ท ี ่ ร วมความเป็ น ที ่ ส ุ ด ไว้ ห ลายอย่ า ง ไม่ ว ่ า จะเป็ น อายุ ห ่ า งกั น ที ่ ส ุ ด ใช้ เ วลาคบกั น เป็ น แฟนสั ้ น ที ่ ส ุ ด เหตุ ผ ลในการตั ด สิ น ใจแต่ ง งานก็ แ ปลกที ่ ส ุ ด ด้ ว ย โป๊ ว และเอรู ้ จ ั ก กั น ที ่ ส ถาบั น สอนภาษา Inlingua เอไปเรี ย นภาษาเพื ่ อ จะไปเรี ย นต่ อ ต่ า งประเทศ ส่ ว นโป๊ ว ไปเรี ย นเพื ่ อ เพิ ่ ม ทั ก ษะในการทำ � งาน ผลการทดสอบภาษาของทั ้ ง คู ่ อ ยู ่ ใ นระดั บ เดี ย วกั น จึ ง ทำ � ให้ ไ ด้ ม าเรี ย น ห้ อ งเดี ย วกั น

เอ: พี่เขาเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดอะไร จะยิงมุขหรือจะพูดอะไรก็ นานๆพูดที โป๊ว: น้องเขาเป็นคนตรงๆ สไตล์การคุยก็จะห้าวๆ ไม่ค่อยเหมือนผู้ หญิง ก็คือเป็นคนคุยง่าย คุยสนุก

ด้ ว ยความที ่ ท ั ้ ง คู ่ เ รี ย นกั น หลายคอร์ ส ต่ อ เนื ่ อ งกั น ก็ ท ำ � ให้ ส นิ ท กั น มาก ขึ ้ น เรื ่ อ ยๆจนตกลงคบกั น เป็ น แฟน

เอ: เรียนด้วยกันปีกว่า เจอกันทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละสองครั้ง คนที่ เรียนด้วยกันก็สนิทกันทุกคน มีนัดกันไปกินข้าวบ้างอะไรบ้าง หลังๆ ที่สนิทกันมากๆก็เพราะคุยเอ็มกัน โป๊ว: เราเริ่มจากความเป็นเพื่อนก่อนมากกว่า ตอนเรียนก็ได้คุย อยู่ บ้านก็คุยเอ็มกัน ก็ทำ�ให้เริ่มรู้ชีวิตส่วนตัวกันและกันมากขึ้น น่าจะ เป็นตรงจุดนี้ที่ทำ�ให้เริ่มสนิทกัน พอสนิทกันมากขึ้นก็เริ่มไปไหนมา ไหนด้วยกัน จนถึงวันหนึ่งก็ตกลงว่าลองมาคบกันเป็นแฟน 15


จากประสบการณ์ ค ื อ มั น ไม่ ไ ด้ เ กี ่ ย วกั บ เรื ่ อ งเวลา ไม่ ว ่ า คู ่ ท ี ่ ค บกั น มานาน หรื อ คบกั น แป๊ บ เดี ย ว ก็ เลิ ก กั น ได้ เ หมื อ นกั น เมื ่ อ เราเจอคนที ่ ค ุ ย แล้ ว เดิ น ไปด้ ว ยกั น ได้ สามารถ แชร์ ป ั ญ หา ปรึ ก ษาหารื อ กั น ได้ เราก็ โ อเคแล้ ว

เอ: คือเอเป็นคนไม่ชอบความไม่ชัดเจน ไม่ชอบที่จะต้องมานั่งสงสัย ว่านี่คืออะไร เขาก็ไม่พูดอะไรจนเราทนไม่ไหวก็เลยถามไป เขาตอบ มา เราก็โอเค ชอบอะไรในตั ว อี ก ฝ่ า ยถึ ง ตกลงคบกั น เป็ น แฟน

โป๊ว: ต้องบอกอย่างนี้ว่าเรารู้จักผู้หญิงเยอะ ที่ทำ�งานก็มีผู้หญิง เยอะ เราก็รู้สึกว่าจริงๆแล้วเราต้องการคนที่คุยกันเข้าใจ คุยกันรู้เรื่อง ปรึกษาหารืออะไรกันได้มากกว่าที่จะเป็นแบบ เราต้องคอยวิ่งตามเขา ต้องตามง้อกันทั้งวันบางทีก็เหนื่อยเกินไป เพราะเราทำ�งานก็เหนื่อย แล้ว กลับมาก็อยากเจอคนที่คุยกันรู้เรื่อง แล้วนิสัยเอจะเป็นคนตรงๆ ไม่มีความซับซ้อนของนิสัยผู้หญิงมากนัก เราก็เลยคุยกันง่าย เข้าใจ กันง่าย เอ: พี่เขาเป็นคนดี คือดีแบบดีในทุกๆเรื่อง ไม่ใช่ว่าดีกับเราเท่านั้น หรือช่วงนี้ชอบใครก็ดีกับคนนั้น พี่เขาช่วยเหลือทุกคน คือไม่ได้ช่วย จนตัวเองเดือนร้อนนะ แต่คิดว่าถ้าเป็นเราคงไม่ทำ�อะไรขนาดนั้น สนิทไม่สนิทเขาก็ช่วย บางทีก็อึ้งๆเหมือนกันว่าทำ�ไมดีขนาดนั้น

ใช้ เ วลาคบกั น เป็ น แฟนแค่ 6 เดื อ นก็ แ ต่ ง งานกั น คิ ด ว่ า เร็ ว ไปไหม

เอ: ไม่คิดว่าเร็วไป แต่รู้ว่ามันเร็วในสายตาคนอื่น(หัวเราะ) สำ�หรับเอ คิดว่าไม่มีคำ�ว่าเร็วไปหรือช้าไป และคิดว่าเราไม่มีทางแน่ใจได้ 100% ว่าคนไหนเป็นคนที่ถูกต้องที่สุด คนเราคบกันเป็นแฟนก็รู้แล้วว่าคนนี้ เป็นคนแบบไหน เราเป็นแบบไหน ถ้าเราเข้ากันได้ก็โอเคแล้ว โป๊ว: จากประสบการณ์คือ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเวลา ไม่ว่าคู่ที่คบ กันมานาน หรือคบกันแป๊บเดียว ก็เลิกกันได้เหมือนกัน เมื่อเราเจอ คนที่คุยแล้วเดินไปด้วยกันได้ สามารถแชร์ปัญหา ปรึกษาหารือกัน ได้ เราก็โอเคแล้ว อีกเรื่องนึงคือผมแก่กว่าเอ 6 ปี ก็คือเราอยู่ในฐานะที่เราพร้อมแล้ว คือมีกำ�ลังทรัพย์พอแล้ว เพราะมีความพร้อมตรงนี้ด้วยเราถึงตัดสิน ใจได้เร็ว ถ้าเอคบคนรุ่นเดียวกันก็อาจจะต้องคิดก่อนว่าต้องเก็บเงิน อีกเท่าไหร่ถึงจะพร้อม ต้องมีอะไรๆในชีวิตบ้าง คงต้องมีหลายปัจจัย ที่ต้องคิดถึง แต่ปัจจัยพวกนั้นเราตัดออกไปได้ เพราะเรามีพร้อมใน ระดับหนึ่งแล้ว 16


เล่ า ตอนขอแต่ ง งานให้ ฟ ั ง หน่ อ ยครั บ

โป๊ว: ต้องเล่ากลับไปเรื่องที่เออยากไปเรียนต่อเมืองนอก ซึ่งจริงๆ แล้วที่บ้านเขาไม่ได้สนับสนุนมากนักเพราะอยากให้อยู่ช่วยงาน คุย ไปคุยมาก็สรุปว่าถ้าจะไปจริงๆที่บ้านให้ 2 แสน ซึ่งเงิน 2 แสนเนี้ย ถ้าไปอังกฤษก็ไปอยู่ได้แค่ 2-3 เดือน ภาษาก็ยังไม่ได้ วุฒิก็ไม่ได้ ไม่ ได้อะไรเลยสักอย่าง เสียเวลาในชีวิตไปเปล่าๆ ก็เลยคุยกันว่าถ้าอยากไปจริงๆงั้นเราไปเที่ยวกันไหม จะได้ไปสัมผัส ชีวิตเมืองนอกดูก่อนว่าอยู่ได้ไหม คุยไปคุยมางั้นก็แต่งงานกันเลย ละกัน แล้วค่อยไปเที่ยวกัน(หัวเราะ) ก็เลยตกลงแต่งงานเลย ก็ไปดู ฤกษ์ว่าจัดงานช่วงไหนดี

โป๊ว: ของพี่น่าจะเป็นในมุมที่เขาเป็นคนง่ายๆ แล้วเข้าใจอะไรง่าย ด้วย คือเราบางทีต้องไปทำ�งานต่างจังหวัด ตารางงานมันไม่แน่นอน บางทีมีงานด่วนต้องออกต่างจังหวัดกระทันหันอะไรอย่างนี้ ซึ่งคนที่ เราเคยคบที่ผ่านๆมาก็จะประมาณว่าไปอีกแระ แต่เอเขาจะเข้าใจง่ายๆเลยว่านี่เป็นงานนะ เราต้องทำ� เพราะถ้าไม่ติด อะไรเราก็จะให้ความสำ�คัญกับเขาอยู่แล้ว เมื่อเราจำ�เป็นต้องไป เขา เป็นคนที่พร้อมจะเข้าใจเราตลอดเวลา >>

เอ: ตอนแรกหมอก็เลือกให้ประมาณเดือนสิงหา เราก็ “เออ...มีเร็ว กว่านั้นอีกไหมค่ะ อยากได้ประมาณเดือนเมษา” หมอมองหน้าแล้วก็ บอก “ท้องเหรอ” (หัวเราะ) ป่าววว ไม่ได้ท้อง โป๊ว: คือพี่ทำ�งานบริษัทไง แล้วถ้าจะลาหยุดก็อยากจะหาช่วงที่ลา งานแล้วจะให้กระทบกับงานเราน้อยที่สุด และให้เราไปได้นานที่สุด ก็ คือช่วงเมษาจะดีที่สุด ปัจจัยจริงๆคืออยากแต่งให้ได้ก่อนไปเที่ยว ก็ เลยทำ�ให้กระบวนการแต่งงานมันเร็วขึ้นไปอีก ตลอดเวลาที ่ ค บกั น มา ชอบอะไรในตั ว อี ก ฝ่ า ยมากที ่ ส ุ ด

เอ: ภาพลักษณ์ส่วนใหญ่ของเอที่ออกสู่สายตาประชาชนแล้วคือเอ เป็นคนที่ แข็งแรง(หัวเราะ) ดูแลตัวเองได้ เอไม่เคยเดือนร้อนกับการ ที่ไม่มีใครมาคอยเทคแคร์ดูแลเรา ก็เลยสงสัยมาตลอดว่าเราจะมีแฟน ไปทำ�ไม เพราะคนที่มีแฟนก็เพราะเขาอยากได้คนดูแล อยากได้คน มาอยู่เป็นเพื่อนอะไรอย่างเนี้ย แต่เอไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนั้น แต่ว่าพอเจอเขาเนี้ยทำ�ให้รู้ว่าอะไรที่เราขาด คือเราไม่เคยรู้สึกว่าถ้ามี คนมาคอยเทคแคร์ดูแลเราแล้วมันจะดี เพราะเอไม่ค่อยได้รับเรื่องนั้น จากใครเท่าไหร่(หัวเราะ) แต่เขาไม่ใช่อย่างนั้น อย่างที่บอกว่าเขาช่วยไม่เลือกหน้า(หัวเราะ) พอมีคนมาคอยดูแลเราก็ เออ..มันก็ดีเนอะ ดีกว่าที่คิดนะ รู้สึกดีที่มี คนเห็นเราบอบบางบ้าง มีคนเห็นเราทำ�อะไรไม่ได้บ้าง หรืออย่าง น้อยเขาก็ช่วยเราบ้าง ขณะที่คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าเราทำ�ได้ เราเก่ง แต่บางทีมันไม่ใช่ไง เราไม่ได้แข็งแรงไปถึงข้างใน

สำ � หรั บ เอคิ ด ว่ า ไม่ ม ี ค ำ � ว่ า เร็ ว ไปหรื อ ช้ า ไป และคิ ด ว่ า เราไม่ ม ี ท างแน่ ใ จได้ 100% ว่ า คนไหนเป็ น คนที ่ ถู ก ต้ อ งที ่ ส ุ ด คนเราคบกั น เป็ น แฟนก็ ร ู ้ แ ล้ ว ว่ า คนนี ้ เ ป็ น คนแบบ ไหน เราเป็ น แบบไหน ถ้ า เราเข้ า กั น ได้ ก ็ โ อเคแล้ ว

อีกเรื่องนึงคือชอบตรงที่เขาคุยได้ทุกเรื่อง พูดได้ทุกอย่าง ระหว่างเรา ไม่มีเกณฑ์ว่าอะไรไม่ดี อะไรผิด อะไรรับไม่ได้ อะไรบอกไม่ได้ ทำ�ให้ มีเรื่องอะไรเราก็อยากเล่าให้กันฟัง ไม่ว่าเรื่องมันจะแย่แค่ไหน เราไม่ เคยกังวลภาพเรากับเขา เขาก็ไม่เคยกังวลภาพเขากับเรา ก็เลยทำ�ให้ กลายเป็นว่าเราไม่มีความลับต่อกัน อันนี้คิดเอาเองนะ จริงๆอาจจะมี ก็ได้(หัวเราะ)

17


Special Column จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

> รั บ พร จิ ต ติ อ รุ ณ ชั ย (รู ธ ) > เศรษฐา จิ ต ติ อ รุ ณ ชั ย (นิ ว )

คู ่ ร ั ก ส่ ว นใหญ่ จ ะเริ ่ ม ความสั ม พั น ธ์ จ าก 0 ไปเป็ น 1 และบวกเพิ ่ ม ขึ ้ น ไปเรื ่ อ ยๆ แต่ ไ ม่ ใ ช่ ส ำ � หรั บ คู ่ ข องนิ ว กั บ รู ธ รูธ: เจอกันครั้งแรกรู้สึก...เหม็นขี้หน้า!!! ผู้ชายคนนี้ทำ�ไมพูดเยอะจัง เลย ไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนพูดมากแบบนี้ นิว: เห็นเขาครั้งแรกคือหัวยุ่งๆ ใส่แว่นแดงๆ สิวเยอะๆ แบกเป้เดิน แมนๆ ใส่รองเท้าผ้าใบผิดกฏนิสิตด้วย ก็คิดว่าเออ ผู้หญิงคนนี้แปลก ดีวุ้ย ไม่ถึงขนาดเหม็นขี้หน้าแต่ก็ไม่ได้ประทับใจ แต่ ก ารทำ � กิ จ กรรมร่ ว มกั น หลายครั ้ ง ก็ ท ำ � ให้ น ิ ว และรู ธ เปลี ่ ย นทั ศ นคติ ท ี ่ มี ต ่ อ กั น

นิว: คือเริ่มต้นที่เรารู้จักกันเนี้ย ผมกับรูธจะค่อนข้างแตกต่างกัน เยอะ มุมมองหรืออะไรหลายๆอย่างต่างกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนที่ ดูเหมือนใกล้ผมมากกว่ารูธกลับเดินแล้วห่างออกไป แต่กับรูธกลาย เป็นยิ่งเดินยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตอนแรกคิดไม่เหมือนกัน แต่ไปๆ มาๆเรากลับคิดเหมือนกันขึ้นเรื่อยๆ

สเป็คผมคือผมอยากได้ผู้หญิงพูดตรงๆ ไม่ชอบคนอ้อมค้อม อย่าง ถามว่าอยากกินไรอ่ะ ไม่รู้ กินฟูจิไหม ไม่เอา คือไม่อยากได้แบบนั้น อยากได้คนที่ตรงๆ แล้วก็เป็นคนที่คุยกันด้วยเหตุผล แล้วคุยกันรู้ เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดเด่นของรูธ นอกนั้นก็เป็นเรื่องของ life style เราเล่นดนตรีเหมือนกัน ผมชอบอ่านหนังสือ ชอบดูหนัง เขาก็เป็น เหมือนกัน เราไม่เล่นเกมส์เหมือนกัน เรา enjoy eating เหมือนกัน และเราไม่ออกกำ�ลังกายเหมือนกัน(หัวเราะ) รูธ: ถ้าดู look ภายนอกนิวเขาจะค่อนข้าง pop นิดนึงนะ ตี๋ ขาว ใส่ แว่น ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้หญิงชอบเยอะ เรื่องนิสัยเขาก็เป็นผู้ชายที่เทค แคร์ดูแลดี มีน้ำ�ใจ เราก็รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ารัก เพียบพร้อมคน หนึ่ง 18


เพื ่ อ นๆเริ ่ ม แต่ ง งานกั น แล้ ว แล้ ว ไอ้ ผ ู ้ ช ายคนนี ้ ก ็ โทรมาทุ ก วั น นะ แต่ ก ็ ไ ม่ ไ ด้ ใ ช้ ช ื ่ อ ว่ า เป็ น แฟน แล้ ว ก็ ไ ม่ พ ู ด สั ก ที ทุ ก คนก็ ถ ามก็ แ ซว เราก็ เ ฮ้ ย ยย เพื ่ อ นกั น ก็ เ ลยขี ด เส้ น ให้ ก ั บ ตั ว เองไว้ ว ่ า ถ้ า สิ ้ น ปี แ ล้ ว ยั ง ไม่ ม ี อะไรชั ด เจน ไอ้ น ิ ว (หั ว เราะ) แกจะไม่ ไ ด้ เ จอฉั น อี ก แล้ ว แน่ น อน!!!

ด้ ว ยความที ่ น ิ ว เป็ น คนที ่ ค ่ อ นข้ า งระมั ด ระวั ง ในการพู ด ขอใครเป็ น แฟน ต้ อ งรอจนชั ว ร์ ม าก มั ่ น ใจมาก ความสั ม พั น ธ์ จ ึ ง อยู ่ ใ นภาวะคลุ ม เครื อ เกื อ บ 4 ปี จ นทำ � ให้ เ กื อ บจะต้ อ งเลิ ก เป็ น เพื ่ อ นสนิ ท กั น

นิว: คือผมเป็นแบบที่ถ้าขอใครเป็นแฟนก็คือตัดสินใจแล้วละว่าคนนี้ แหละที่จะแต่งงานด้วย แล้วรูธเป็นคนเดียวในชีวิตที่ผมขอเป็นแฟน นะ ตอนนั้นพอผมรู้สึกชอบรูธ ผมก็อยากรู้จักเขามากขึ้นว่าเป็นคนยัง ไง ก็มีโทรไปคุย มีนัดกินข้าว พยายามใช้เวลากับเขา ซึ่งมันก็ทำ�ให้ รูธไม่แน่ใจว่าผมจะเอายังไง อายุก็เริ่มเยอะแล้วอะไรอย่างนี้ รูธ: เพื่อนๆเริ่มแต่งงานกันแล้ว แล้วไอ้ผู้ชายคนนี้ก็โทรมาทุกวัน นะ แต่ก็ไม่ได้ใช้ชื่อว่าเป็นแฟน แล้วก็ไม่พูดสักที ทุกคนก็ถามก็แซว เราก็เฮ้ยยย เพื่อนกัน เพราะมันไม่พูดอะไรไง เราก็บอกเป็นฐานะ อื่นไม่ได้ ก็ทำ�ให้รู้สึกหงุดหงิดเพราะจะเดินหน้า หรือถอยหลังก็ไม่ ได้ ก็เลยขีดเส้นให้กับตัวเองไว้ว่าถ้าสิ้นปีแล้วยังไม่มีอะไรชัดเจน ไอ้ นิว(หัวเราะ) แกจะไม่ได้เจอฉันอีกแล้ว แน่นอน!!! จนวันที่ 29 ธันวา เป็นวันสุดท้ายของปีนั้นที่เราจะได้เจอกัน คืนนั้น เดินกลับบ้านด้วยกันเราก็มองหน้ามันหลายรอบมากว่ามันจะพูดอะไร

หรือเปล่า(หัวเราะ) จนนิวก็หันมามองว่าแกมองฉันทำ�ไม แล้วนี่มัน 4 ทุ่มกว่าแล้วนะ วันสุดท้ายแล้วนะ จะให้ฉันพูดก่อนเหรอ ไม่มีทางอ่ะ นิว: ในมุมมองของรูธเนี้ย ผู้หญิงจะไม่พูดก่อน แต่จริงๆผมเคยเถียง กับเขานะว่าผู้หญิงพูดก่อนก็ได้ แต่สำ�หรับเขาไม่ได้ รูธ: ช่ายต้องเป็นกุลสตรีนิดนึง แต่วันนั้นหน้าตาบ่งบอกมากเลยนะว่า เมื่อไหร่แกจะพูด(หัวเราะ) แล้วสุดท้ายนิวก็บอกว่ามีอะไรจะพูดด้วย เราก็อืมมม ได้เวลาสักที พอเขาพูดบอกขอเป็นแฟนเราก็แบบ หันไป อีกด้าน ยกกำ�ปั้นขึ้นร้องเยสสส(หัวเราะ) ทุกอย่างที่มันอึดอัดมานาน มันชัดเจนสักที นิว: คือปีนั้นเป็นปีที่ผมทำ�งานใหญ่คือทำ�ละครเพลง แล้วผมเป็น Director เป็นปีที่เหนื่อยมาก ก็ตั้งใจว่าหลังจากเสร็จแล้วจะหาเวลา ช่วงต้นปีคิดทบทวนอย่างจริงจังว่าใช่คนนี้ไหม ถ้าใช่ก็จะมาคุยกับเขา ปรากฏว่าเย็นวันนั้นกินข้าวอะไรกันแล้ว ผมก็รู้สึกว่ามีเสียงรบเร้าใน ใจบอกว่าให้บอกเลย บอกเลย ผมก็เถียงกลับว่าไม่ได้ เพราะว่ามัน ยังไม่ชัวร์ เสียงนั้นก็ดังขึ้นเรื่อยๆว่าต้องบอก บอกเดียวนี้!!! สุดท้ายก็ เอ้า..บอกก็บอก 19


อะไรทำ � ให้ ม ั ่ น ใจว่ า เราเลื อ กถู ก คนแล้ ว

รูธ: ช่วงก่อนที่เขาจะขอเราเป็นแฟนก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนู่นคนนี้ อย่างที่บอกว่าเขาค่อนข้างหน้าตาดี(หัวเราะ) ขอ 100 นึง (ยื่นมือไป หานิว) นิว: เอาไป 300 เลย(หัวเราะ)

รู ธ เป็ น คนที ่ อ ยู ่ ก ั บ ผมแล้ ว ลงตั ว อยู ่ ก ั บ เขาผม ไม่ จ ำ � เป็ น จะต้ อ งใส่ ห น้ า กากใดๆ คื อ ผมสามารถ ปล่ อ ยสิ ่ ง ที ่ ผ มเป็ น ให้ เ ขาเห็ น ได้ ห มด ก็ ร ู ้ ส ึ ก ว่ า เออ นี ่ น ่ า จะเป็ น คุ ณ สมบั ต ิ ท ี ่ ส ำ � คั ญ ที ่ ส ุ ด เวลาเราหาแฟน เพราะเขาจะอยู ่ ก ั บ เราไป ยาวนาน คนที ่ เ ราอยู ่ ด ้ ว ยแล้ ว เราสบายใจ คนที ่ เราอยู ่ ด ้ ว ยแล้ ว เราเป็ น ตั ว ของเราเองได้

รูธ: คือมันเป็นช่วงคลุมเครือไง เราก็จะรู้สึกหงุดหงิดถ้าเขามีฝ่ายนั้น โทรมา หรือเขาโทรไป เพราะเราไม่สามารถแสดงความเป็นเจ้าของ ได้ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมเลยที่ไม่รู้ว่าสถานะเราเป็นยังไง พอเขา ขอเราเป็นแฟนเราถึงได้มาเคลียร์กันว่า เราหงุดหงิดกับตอนนั้นนะ แล้วก็คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้เมื่อเราชัดเจนเป็นแฟนกัน กับผู้หญิงคน อื่นๆคุณจะแสดงออกยังไง เขาก็จะมีกระบวนการที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าจะมีการรายงานบอกว่า โอเคมีการพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้เพราะว่า อะไรอย่างนี้ มันก็ทำ�ให้เรารู้สึกมั่นใจ ว่าอืมม...ผู้ชายคนนี้ใช้ได้ เราเคยเขียนสเป็คไว้ว่าเราอยากได้คนที่ยินดีสนับสนุนการทำ�งานของ เรา จะดีไปกว่านั้นถ้าเขาเข้าใจเรื่องดนตรีด้วย เพราะเราทำ�งานสาย ดนตรี คือสุดท้ายแล้วที่เราเขียนไว้ทั้งหมดประมาณ 90% เป็นตัวเขา นิว: ผมชอบในความตรงไปตรงมาของเขา ไม่ต้องให้เดา เวลาคุยกัน คือรูธมีวิธีจัดการกับข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ดี คือเวลาที่เขาหงุดหงิดนะ เขาจะยังไม่พูดออกมา เขาจะหยุดก่อน แล้วก็จะไม่ประชดด้วย เขา 20


จะแค่เงียบ คือผมจะเป็นคนที่จะไม่ชอบผู้หญิงประชดกับขี้งอน แล้ว รูธเนี้ยไม่งอน จะโกรธเลย(หัวเราะ) เขาจะเงียบก่อนจนเขาเย็นลง และผมอยู่ในสถานะที่คุยกันได้ แล้วก็ มาคุยกันด้วยเหตุผลว่าเออ...เรื่องคือยังไง ไม่ชอบอะไร คุยกันแล้ว เรื่องก็จบ แทบไม่เคยทะเลาะกันเลยตั้งแต่รู้จัก คบกัน หลังแต่งก็ไม่ เคยทะเลาะ ไม่เคยขึ้นเสียง งอน โทรไปไม่รับ ถ้าเขาหงุดหงิดอยู่ก็จะ บอกว่าหงุดหงิดอยู่ เราก็เออ...ไม่เป็นไรเดียวค่อยมาคุยกัน ไม่มีเรื่อง แบบพ่อแง่แม่งอน นั่นคือเรื่องที่ประทับใจ มันทำ�ให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เยอะ ตั้งแต่คบกันมามีที่เขาทำ�ประชดผมแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เคยมีอีก เลย รูธ: โกรธจนจะเลิกคบแล้วตอนนั้น นิว: เรื่องที่เขาโกรธผมคือเขาเข้าใจผิด เข้าใจผิดเสร็จครั้งนั้นเขา อารมณ์รุนแรงมาก(หัวเราะ) เขาก็จัดการเอาของทุกอย่างที่ยืมผมไป มาคืน ตอนแรกเขาบอกจะเอาของมาคืน ผมก็โอเคเอามาคืนก็เอามา คืน พอเปิดออกดูเฮ้ย..เอามาคืนทุกอย่างเลยวุ้ย ก็รู้สึกแปลกๆ โทร ไปก็ไม่รับ คิดในใจแย่แล้ว โกรธอะไรเนี้ยไม่รู้เรื่องเลย พยายามโทร ไปหลายครั้งก็ไม่รับ สุดท้ายก็ส่ง Message ไป ตั้งใจว่าจะง้อ ก็บอกไปว่าจะรออยู่หน้า ซอยศูนย์วิจัยนะเย็นนี้ พอรูธได้ Message รูธก็เครียดเลย ไม่รู้จะเอา ยังไงดี เพราะว่าวันนั้นเขาไม่ได้สอนที่ซอยศูนย์วิจัย(หัวเราะ)

รูธ: คือเราสอนเปียโนตามบ้านเด็กด้วยไง แล้วเขาเข้าใจว่าวันนั้นเป็น เวรที่รูธต้องไปสอนที่ซอยศูนย์วิจัย ก็เลยไปรอหน้าซอยศูนย์วิจัย แต่ วันนั้นเราสอนที่สุขุมวิท 31 นิว: ส่วนผมก็มั่นใจแบบไร้สติมากตอนส่งข้อความไป(หัวเราะ) เขา ก็แบบจะตอบก็ไม่อยากตอบ แต่จะให้ไปยืนรอก็น่าสงสารเกิน ไป(หัวเราะ) สุดท้ายรูธก็โทรกลับมาทำ�เสียงขึงขังว่าฉันอยู่สุขุมวิท 31 อ่าวเหรอ โอเคเดียวไปหา สุดท้ายก็เลยได้ไปหาแล้วก็ได้คุยกัน ได้เคลียร์กันแล้วก็จบไม่มีอะไร รูธเป็นคนที่อยู่กับผมแล้วลงตัว ผมรู้สึกว่าเวลาอยู่กับเขาผมไม่จำ�เป็น จะต้องใส่หน้ากากใดๆ คือผมสามารถปล่อยสิ่งที่ผมเป็นให้เขาเห็น ได้หมด อย่างบางคู่เนี้ยคบๆกันไป ก็จะมีเงื่อนไขบางอย่างที่เหมือน กับ พูดอย่างนี้ไม่ได้นะมีโกรธ หรืออะไรอย่างเนี้ย แต่กับรูธเนี้ยผมไม่ เป็น คือหมายความว่า ผมเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดแล้วกับเมื่อ เทียบกับคนอื่น ไม่จำ�เป็นที่จะต้องคิดอะไรมาก ก็รู้สึกว่าเออ...นี่น่าจะ เป็นคุณสมบัติที่สำ�คัญที่สุดเวลาเราหาแฟน เพราะเขาจะอยู่กับเราไป ยาวนาน คนที่เราอยู่ด้วยแล้วเราสบายใจ คนที่เราอยู่ด้วยแล้วเราเป็น ตัวของเราเองได้ >>

21


Special Column จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

ใครผ่ า นสมั ย เรี ย นมาโดยไม่ ม ี แ ฟนก็ อ ย่ า งเพิ ่ ง น้ อ ยใจ ในที ่ ท ำ � งานก็ ย ั ง มี โ อกาสเจอคนที ่ ใ ช่ เหมื อ นอ๋ อ งกั บ ฉิ ่ น อ๋อง: เราทำ�งานอยู่ที่เดียวกันครับ ผมเข้ามาทำ�งานก่อนได้เกือบปี เป็นเจ้าหน้าที่คนละแผนก แต่องค์กรมันเล็กนะครับ เวลามีงานอะไร ทุกแผนกก็จะมาช่วยกัน โต๊ะทำ�งานก็อยู่ใกล้ๆกันก็เลยสนิทกัน ใครจี บ ใครก่ อ นครั บ

อ๋อง: ผมว่าเขาจีบผมนะ(หัวเราะ) คือมันเป็นเพื่อนกันอ่ะนะ ก็เลย ไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน คือชอบกันเป็นเพื่อนก่อนไม่ได้คิดอะไรกัน ก็พัก ใหญ่ๆเหมือนกัน แต่พอเริ่มจีบกันก็ไม่เชิงว่าจีบนะ เหมือนกับว่าเรา คุยกันอยู่แล้ว เราก็คุยกันมากขึ้น คุยเรื่องส่วนตัวกันมากขึ้น จากวง ใหญ่ๆผมก็ใช้เวลากับเขาสองคนมากขึ้น ไปแบบเนียนๆ พอเราคุยมากขึ้นเราก็เริ่มรู้รสนิยม ทัศนคติในเรื่องต่างๆ เราก็เลย กลายเป็นเพื่อนสนิทมาก ผมก็เริ่มถามคำ�ถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องเป้าหมายชีวิต เรื่องเงินทอง เรื่องอะไรต่างๆที่ผมสนใจ ซึ่งความ คิดเขาก็ดี ทำ�ให้เรารู้สึกประทับใจ ฉิ ่ น จี บ อ๋ อ งก่ อ นจริ ง หรื อ เปล่ า

> ปิ ย นุ ช สั น ติ ภ าคา (ฉิ ่ น ) > ปดิ พ ั ท ธ์ สั น ติ ภ าคา (อ๋ อ ง)

ฉิ่น: ไม่ใช่จีบก่อน แค่มองก่อนแค่นั้นเอง คือผู้ชายที่เข้ามาใน ชีวิตนี่ไม่มีอ่ะค่ะ(หัวเราะ) แล้วเราเป็นคนที่เลือก หน้าตาไม่ดีแต่ก็ เลือก(หัวเราะ) แรกๆที่รู้จักเขาก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนมั่นใจ ดูเป็นคนเก่ง เป็นผู้นำ� รู้จัก กันแล้วก็เป็นคนอย่างนั้นจริงๆ เราก็เลยรู้สึกสนใจ เริ่มมอง แต่ไม่ได้ จู่โจมเข้าไปจีบก่อนนะ เพราะเราต้องสงวนท่าทีไว้(หัวเราะ) รู ้ ส ึ ก ยั ง ไงตอนที ่ เ ขามาขอเป็ น แฟน

ฉิ่น: (หัวเราะ)ต้องบอกว่าจริงๆแล้วเป็นคนไม่กล้าคิดเยอะ มีช่วงที่ สงสัยว่าเขาจีบหรือเปล่าแต่ก็ไม่มั่นใจ จนคนอื่นบอกว่าเขาคิดอะไร กับเราหรือเปล่า เราก็ว่าเขาไม่น่าคิดนะ(หัวเราะ) ไม่รู้จนกระทั้งเขา มาบอกขอเป็นแฟน วันนั้นรู้สึกตลก(หัวเราะ) มันตลกจริงๆเพราะว่าอยู่ดีๆเขาก็เขิน ตอน นั้นก็เตรียมพร้อมไว้แล้วว่าเขามาขอเราเป็นแฟนแน่ๆ เขาเล่าสารพัด ไปเรื่อยๆว่าความดี ความงามของเรา 22


พอคบกั น สั ก พั ก ก็ ร ู ้ ส ึ ก ว่ า เขาพยายามปรั บ ตั ว เพื ่ อ support เรา พยายามบ่ น เราน้ อ ยลง อย่ า งผมเป็ น คนขี ้ ล ื ม ซึ ่ ง เมื ่ อ ก่ อ นเขาจะรำ � คาญ มาก แต่ เ ดี ย วนี ้ ก ลายเป็ น ว่ า ทำ � ยั ง ไงที ่ จ ะช่ ว ยผม ไม่ ใ ห้ ล ื ม ได้ ทำ � ให้ ผ มทำ � งานได้ ด ี ข ึ ้ น

อ๋อง: ผมใช้คำ�ว่าตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเนี้ยดูอะไรมันเข้าทางดีนะ แล้วมันเป็นไปได้ไหมที่เราจะดูกันพิเศษมากขึ้น

ก็จะมีบ่นๆบ้าง แต่มันก็ดี แล้วก็ผมชอบที่เขาเป็นคนไม่ใช้เงินเปลือง กับตัวเอง ไม่ใช้ของแพงๆ แต่ว่าให้คนอื่นได้ ตรงนี้ผมชอบมาก

ฉิ่น: Introduction เขาเยอะ เราก็ตลกท่าทางเขา พูดอ้อมไปอ้อมมา อยู่อย่างเนี้ย เราก็อืมม...พูดสักทีสิ(หัวเราะ)

เป็ น แฟนกั น นานแค่ ไ หนก่ อ นตั ด สิ น ใจแต่ ง งานกั น

อะไรทำ � ให้ ย อมรั บ กั น และกั น เป็ น แฟน

ฉิ่น: จริงๆก็มาจากการที่เรามองดูเขา มองดูนิสัย มองดูความเป็น ผู้นำ�ของเขาว่าเรายอมรับได้ไหม ผู้ชายคนนี้จะเป็นพ่อที่ดีของลูกให้ เราได้ไหม แล้วก็เรามีนิสัยบางอย่างที่เราต้องการคนที่ดูแลเรา แล้ว เราต้องการคนที่ซื่อสัตย์ รักครอบครัว มีน้ำ�ใจ ก็ผู้ชายคนนี้เป็นแบบ นั้น ยกเว้นหน้าตาอย่างเดียวที่ไม่ได้(หัวเราะ) อ๋อง: เขาเขินครับ จริงๆเขาชอบหน้าตาแบบนี้ สำ�หรับผมคือเขาเป็นคนใจดี มีน้ำ�ใจ ไม่ขี้เหนียว จะดูแลคนอื่นใน หลายๆเรื่อง คือดูแลตามสมควรนะ แล้วก็รักครอบครัว เพราะที่บ้าน ผมนี่ครอบครัวสำ�คัญมาก อีกอย่างคือผมเป็นคนขี้ลืมมาก ส่วนเขา เป็นคนละเอียด เขาก็จะคอยช่วยบอกผมว่าของนี่วางไว้ตรงนี้ตรงนั้น

อ๋อง: ตอนขอเป็นแฟนสำ�หรับผมคือผมขอแต่งงานเลย เพราะผมไม่ คบแฟนเพื่อจะลองว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมคบแฟนเพื่อจะดูว่าแต่งงานได้ เมื่อไหร่ แต่จังหวะชีวิตผมมันเปลี่ยนเพราะผมต้องไปเรียนต่อต่าง ประเทศ 2 ปี ฉิ่น: ก็คิดอย่างเดียวกันค่ะ ตอนที่ตัดสินใจเลือกคนนี้เราก็คิดอยู่แล้ว ว่าคนนี้คือคนที่เราจะแต่งงานด้วย เพียงแต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนั้นที่เขา ขอปุ๊บแล้วเราจะแต่งงาน มันก็จะมีช่วงเวลาที่เราจะปรับตัว แล้วก็ เรียนรู้จักกันมากขึ้นกว่านี้ และด้วยบทบาทหน้าที่การงานก็ยังทำ�ให้ ไม่พร้อมที่จะแต่งงานด้วย ก่อนอ๋องจะไปเรียนต่อก็มีการพูดคุยกันเรื่องแต่งงานเหมือนกัน คือ ผู้ใหญ่เขาถามว่าจะแต่งกันก่อนไหม ถ้าแต่งเลยจะได้ไปด้วยกัน เพราะว่าอยู่ห่างกันเขากลัวจะมีปัญหา เรื่องนอกใจ เลิกกัน แต่เราก็ คิดว่ารอเรียนจบแล้วค่อยแต่งดีกว่า 23


อยู ่ ห ่ า งกั น มี ว ิ ธ ี ร ั ก ษาความสั ม พั น ธ์ ย ั ง ไง

อ๋อง: ก็คือคุยกันบ่อย สื่อสารกันตลอด ใช้ Skype ใช้โทรศัพท์ แล้ว ผมก็หาทางป้องกันตัวเองไม่ให้นอกใจ โดยการโพสต์รูปฉิ่นบน FB ประกาศเลยว่าผมมีแฟนแล้ว บอกคนรอบตัวหมดเลยว่าผมมีแฟน แล้วนะ ก็จะไม่มีใครมายุ่งกับผม ผมจะไปยุ่งกับใครก็ไม่ได้ ก็ช่วยให้ ไม่วอกแวกได้ ฉิ่น: ส่วนของฉิ่นคือฉิ่นจะบอกตั้งแต่แรกแล้วว่านี่ฉิ่นไว้ใจนะ เราก็รู้ว่า ผู้ชายไม่ชอบให้เราไปจู้จี้ว่ามีใครหรือเปล่า ถ้าเจอใครที่รู้สึกว่าใช่กว่า ก็บอกกันตรงๆ ไม่ต้องปิดซ่อนอะไร ก็คือคุยกันตกลงกันก่อนจะไป ว่าเป็นแบบนี้นะ แล้วฉิ่นก็ไว้ใจ ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะนอกใจ หรือว่ามี คนอื่น ถ้าต้องเลิกกันก็ไม่มีปัญหา ตลอดเวลาที ่ ค บกั น มารั ก อะไรในตั ว อี ก ฝ่ า ย

ฉิ่น: จะบอกว่ารักความเป็นเขาก็จะเวอร์ไป(หัวเราะ) เพราะไม่ใช่ทุก อย่าง รักในความที่เขามีมุมมองที่ดี แล้วก็การที่เขาเป็นคนที่มีน้ำ�ใจ ไม่ตระหนี่ เลยทำ�ให้เวลาเราอยากช่วยเหลือคนอื่นมันง่าย รู้สึกว่ามัน เป็นอะไรที่ดีที่ได้ช่วยเหลือกัน อย่างบางทีเวลาคุยกันเรื่องช่วยเหลือคนอื่นเรื่องทุนการศึกษา หรือ ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยเขาก็โอเคเลย จะไม่ถามแบบว่าเอาไปทำ�อะไร จะให้อะไร เพื่ออะไร เขาจะไม่ถามเยอะ ไม่มาคอยตรวจสอบว่าเงิน เราจะถูกใช้ไปกับอะไร เพื่ออะไร ทั้งๆที่สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่น่าจะทำ� และ เราทำ�ได้

จะบอกว่ า รั ก ความเป็ น เขาก็ จ ะเวอร์ ไ ป(หั ว เราะ) เพราะไม่ ใ ช่ ท ุ ก อย่ า ง รั ก ในความที ่ เ ขามี ม ุ ม มองที ่ ด ี แล้ ว ก็ ก ารที ่ เ ขาเป็ น คนที ่ ม ี น ้ ำ � ใจ ไม่ ต ระหนี ่ เลยทำ � ให้ เ วลาเราอยาก ช่ ว ยเหลื อ คนอื ่ น มั น ง่ า ย รู ้ ส ึ ก ว่ า มั น เป็ น อะไรที ่ ด ี ที ่ ไ ด้ ช ่ ว ยเหลื อ กั น

อ๋อง: ผมก็คล้ายๆกันครับ พอคบกันสักพักก็รู้สึกว่าเขาพยายามปรับ ตัวเพื่อ support เรา พยายามบ่นเราน้อยลง อย่างผมเป็นคนขี้ลืม ซึ่งเมื่อก่อนเขาจะรำ�คาญมาก แต่เดียวนี้กลายเป็นว่าทำ�ยังไงที่จะ ช่วยผมไม่ให้ลืมได้ ทำ�ให้ผมทำ�งานได้ดีขึ้น ไม่ลืมรายละเอียดคนนู่น คนนี้ แล้วก็จริงๆเขาเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ก็ให้เกียรติเรา ซึ่งทำ�ให้เรา รู้สึกประทับใจ >>

24


Special Column จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

> สุ ภ าวดี ปั ญ ญาสกุ ล วงศ์ (ภา) > ธนวั ฒ น์ ปั ญ ญาสกุ ล วงศ์ (อาร์ ต )

บางครั ้ ง คู ่ ช ี ว ิ ต ของเรา ก็ อ าจเป็ น คนใกล้ ต ั ว อย่ า ง คาดไม่ ถ ึ ง ถึ ง แม้ ค รอบครั ว ของภา และอาร์ ต จะ คบค้ า สมาคมกั น มากว่ า 20 ปี แต่ ท ั ้ ง คู ่ ไ ม่ เ คย เจอกั น เลยจนถึ ง วั น ที ่ อ าจเรี ย กได้ ว ่ า พรหมลิ ข ิ ต กำ � หนดไว้

อาร์ต: เราเจอกันครั้งแรกที่วัด เป็นงานศพน้าสาวของผม ภากับแม่ มารดน้ำ�ศพด้วยกัน ก่อนหน้านั้นพี่สาวผมเคยพูดถึงเขาอยู่เหมือนกัน ว่าลูกสาวเพื่อนแม่นิสัยดีนะ หน้าตาก็ดีด้วย ผมก็แค่ฟังๆไว้ไม่ได้คิด อะไร วันงานพี่สาวก็แนะนำ�ว่าคนนี้ไงที่เคยเล่าให้ฟัง นั้นคือการเจอ กันครั้งแรก ภา: วันนั้นถ้าพูดตรงๆคือมองผ่าน(หัวเราะ) คือภาค่อนข้างสนิทกับ น้าสาวของเขา วันนั้นก็เลยอยู่ในอารมณ์ค่อนข้างโศกนิดนึง พอดีเรา รู้จักพี่สาวเขาพี่เจี๊ยบ เราก็เดินไปหาไปสวัสดี พี่เจี๊ยบก็แนะนำ�น้องๆ ให้รู้จัก แต่จำ�ได้ว่าเขาสะดุดตาเรานะ ว่าน้องพี่เจี๊ยบคนนี้ดูดี แต่ก็จบ แค่นั้น หลังจากนั้นถึงค่อยได้มีโอกาสคุยกัน เพราะบ้านเรากับเขามีกิจกรรม ร่วมกันบ่อยๆอยู่แล้ว พ่อแม่ก็เริ่มดึงลูกเข้าไปร่วมด้วย แล้วเหมือน ฝ่ายชายเขาก็เริ่มสนใจเรา เขาก็เริ่มหาโอกาสมาคุยกับเรา 25


สมั ย ก่ อ นเราจะชอบผู ้ ช ายที ่ แ บบว่ า เฮี ้ ย วๆหน่ อ ย เลวหน่ อ ยๆ แบบว่ า มี ส ี ส ั น เพราะเราเป็ น ผู ้ ห ญิ ง เรี ย บร้ อ ยอยู ่ แ ล้ ว ไง เราก็ จ ะชอบผู ้ ช ายที ่ แ บบ สนุ ก สนานเฮฮาอะไรอย่ า งนี ้ มี ค ารม มี อ ารมณ์ ขั น ทำ � นองนั ้ น พอโตขึ ้ น มาเราก็ ร ู ้ ส ึ ก ว่ า ตลกอย่ า งเดี ย วก็ ค ง หากิ น ไม่ ไ ด้ ( หั ว เราะ)

อาร์ต: ถึงวันนั้นจะไม่ได้คุยกันแต่ผมก็รู้สึกดีกับเขานะ ยังคุยกับพี่ สาวเลยว่า หน้าตาดีสมคำ�เล่าลือ(หัวเราะ) สเป็ ค แฟนของแต่ ล ะคนเป็ น อย่ า งไรครั บ

ภา: สมัยก่อนเราจะชอบผู้ชายที่แบบว่าเฮี้ยวๆหน่อย เลวหน่อยๆ แบบว่ามีสีสัน เพราะเราเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอยู่แล้วไง เราก็จะ ชอบผู้ชายที่แบบสนุกสนานเฮฮาอะไรอย่างนี้ มีคารม มีอารมณ์ขัน ทำ�นองนั้น พอโตขึ้นมาเราก็รู้สึกว่า ตลกอย่างเดียวก็คงหากินไม่ ได้(หัวเราะ) ก็คือเริ่มคิดว่าผู้ชายที่ดีคือ หนึ่งต้องทำ�งานเป็น รู้จักวิธี ที่จะดำ�รงชีวิต ทำ�งานหาเงินได้ แล้วก็เป็นคนที่มีอารมณ์ขันด้วย ไม่ งั้นชีวิตคงน่าเบื่อแย่

ของเรา เราเป็นคนที่งานมาก่อนเรื่องความรัก ผู้หญิงหลายคนจะไม่ เข้าใจเรื่องนี้ แต่ภาสามารถทำ�ความเข้าใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอ ให้เราไปอธิบายกับเขา ไม่เอาความคาดหวังมาเป็นปัญหาในชีวิต ซึ่ง ทำ�ให้ภาพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ภา: คุณอาร์ตเนี้ยพอได้รู้จักเขามากขึ้น ทำ�ให้เรารู้ว่าเขามีครบทุก อย่างที่เราคิดว่าผู้ชายดีๆหนึ่งคนควรจะมี ก็คือเวลาทำ�งานเขาก็ทำ� จริงจัง มีความคิดในเรื่องการทำ�งานที่ดี และเมื่อเขาเปลี่ยนบทบาท จากความเป็นเจ้านาย เป็นผู้บริหาร มาอยู่กับเราเขาก็เปลี่ยนเป็นคุณ อาร์ตที่สนุกสนานเฮฮา สร้างเสียงหัวเราะได้

อาร์ต: สำ�หรับผมไม่มีกำ�หนดนะว่าต้องเป็นแบบไหน เวลาคุยกับ เพื่อนผมจะชอบใช้คำ�ว่าถูกชะตา แบบว่าเจอแล้ว คุยกันแล้วมันถูก ชะตา มันใช่นั่นก็คือจบ บางคนเขาจะมีแบบว่าต้องคม คล้ำ� ผิวสี แทน หรือขาว หมวยอะไรแบบนั้น แต่ผมไม่มี จะอยู่ที่ความถูกชะตา มากกว่า

ถ้าเราวัดจากคนที่อายุเท่าๆกัน อาร์ตจะเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่ สูง เป็นผู้นำ�สูง เป็นคนที่มีความคิดดี ทั้งในเรื่องการทำ�งาน หรือ ในเรื่องการใช้ชีวิต รวมถึงการมีครอบครัว คือเป็นคนที่มีมุมมองที่ดี เป็นผู้ใหญ่ สามารถนำ�เรา ดูแลเราได้ รู้สึกว่าเราฝากชีวิตไว้กับเขาได้ เราก็เจอผู้ชายมาหลายๆคน แต่เขาเป็นคนเดียวที่ทำ�ให้เรารู้สึกว่าเรา ฝากชีวิตไว้กับเขาได้จริงๆ มีกินมีใช้ไม่อดตาย(หัวเราะ) กัดฟันสู้กัน ไปได้ อารมณ์นั้น

หล่ อ สวย ฐานะดี เ ลื อ กได้ ท ั ้ ง คู ่ แล้ ว คนนี ้ พ ิ เ ศษจากคนอื ่ น ยั ง ไง

ใช้ เ วลาคบหากั น ไม่ ถ ึ ง 1 ปี ก ็ ต ั ด สิ น ใจแต่ ง งาน อะไรทำ � ให้ ม ั ่ น ใจครั บ

อาร์ต: ผมชอบในความที่เขาไม่ใช่ผู้หญิงที่จุกจิกจู้จี้ ไม่แสดงความ เป็นเจ้าของจนทำ�ให้เรารู้สึกอึดอัด มีพื้นที่ให้เราเคลื่อนไหวได้ อีก อย่างที่เขาต่างจากคนอื่นที่เราเคยเจอมาคือ เขาเข้าใจใน Life Style

อาร์ต: อาจจะด้วยความที่พื้นฐานทางบ้านเราใกล้เคียงกันมาก เรียก ได้ว่าทำ�ให้เรามั่นใจขึ้นมาในระดับนึงเลย มันจะไม่เหมือนคู่อื่นที่พื้น ฐานครอบครัวต่างกัน มารู้จักกันโดยที่ไม่รู้อะไรกันมาก่อนเลย 26


แล้วด้วยความที่ว่าเรารู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาเป็นคนยังไง ทำ�ให้ เราไม่ต้องค้นแล้วว่าคุณมีอะไรอีกไหม เลยกลายเป็นว่าทำ�ไมมันง่าย จัง เหมือนไม่มีอะไรเลย ภา: การตัดสินใจแต่งงาน หรือตัดสินใจร่วมใช้ชีวิตกับคนๆหนึ่ง บาง ครั้งมันไม่สามารถจะอธิบายเป็นเหตุผล 1 2 3 ได้ หลังจากที่เราผ่าน ช่วงเวลาหนึ่งมาด้วยกัน การได้พูดคุยกัน ได้แชร์ความคิดซึ่งกันและ กัน เราก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนที่คิดแบบไหน คิดไปในทางใด ให้ความ สำ�คัญกับอะไรบ้าง ทำ�ให้เรานำ�มาคิดและตกผลึกได้ว่า อืมม...คนนี้ แหละ คือคนที่เรารู้สึกว่าเรายินดีที่จะอยู่กับเขา แล้วก็ใช้ขีวิตร่วมกับ เขาไปจนถึงวันสุดท้ายที่เราจะมีได้ อาร์ต: ถ้าเราดูที่วันเวลามันอาจจะดูเร็ว แต่ในช่วงเวลานั้นมันมี เหตุการณ์เข้ามาในชีวิตเยอะมาก เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะ ได้ เรียนรู้กันมาก ทำ�ให้รู้สึกว่ามันไม่เร็ว ภา: บางคู่รู้จักกันมาเป็น 10 ปีก็ยังไม่รู้จักกันเท่าไหร่ แต่ของเรามี โอกาสได้เจอได้ผ่านช่วงเวลาที่แบบดีที่สุด แล้วก็แย่ที่สุดในการเป็น แฟนกัน แล้วมันก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี

รู ้ ส ึ ก อย่ า งไรที ่ ม ี เ ขาอยู ่

ภา: รู้สึกดีนะ มันเป็นความเป็นความตายของพ่อเรา กำ�ลังใจเราค่อน ข้างแย่ ทุกคนในครอบครัวก็แย่ไปหมด มีเขามาอยู่ใกล้ คอยเติม กำ�ลังให้เรามันก็เป็นกำ�ลังใจที่ดี แล้วก็เป็นธุระให้หลายๆเรื่อง แม่ก็รัก รักมากลูกเขยคนนี้(หัวเราะ) อะไรทำ � ให้ เ รายอมเหนื ่ อ ยมากขึ ้ น ขนาดนั ้ น

อาร์ต: ในส่วนตรงนั้นมันมี 2 ประเด็น คือหนึ่งด้วยความเป็นห่วงเขา เรารู้ว่าเขาขาดกำ�ลังใจ ถ้าเป็นเราก็คงต้องการคนที่คอยให้กำ�ลังใจอยู่ ข้างๆ คอยให้คำ�ปรึกษาได้ อีกอย่างนึงก็คือผู้ขายคนนี้เป็นเพื่อนพ่อเรา ผมก็รู้จักพ่อเขามาเป็น 10 ปี ความสนิทก็เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเราคนหนึ่ง Action มัน ก็เลยออกมาแรงหน่อยนึง ดู เ ป็ น Working Person ทั ้ ง คู ่ เ ลย มี ท ำ � เรื ่ อ งน่ า รั ก ๆให้ ก ั น บ้ า งไหม

อาร์ต: จริงๆช่วงแย่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือพ่อเขาป่วย หนักมาก

ภา: จริงๆแล้วภาจะเป็นคนที่ชอบทำ�ของขวัญ ทำ�ของ handmade ให้ เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นของที่คู่ควรกับการจดจำ� เราเห็นใน ละครเกาหลีเรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวาย กับเจ้าชายเย็นชา ผู้หญิงเขาทำ� ตุ๊กตามนุษย์เต้าหู้ คือเป็นตุ๊กตาสีขาวมีหัว มีแขน มีขา ขนาดเท่าคน จริงๆ เราก็เอาว่ะ ฉันจะเป็นนางเอกเกาหลี(หัวเราะ)

ภา: พ่อต้องฟอกไต แล้ววันนึงอาการมันทรุด เส้นเลือดฝอยในสมอง แตก ที่บ้านก็โกลาหลใหญ่เพราะคืนนั้นมีแต่สาวๆ พี่ชายนอนอยู่อีก บ้านนึง เราต้องพาพ่อไปโรงพยาบาลตอนกลางดึก เขาก็รีบขับรถมา หา มาช่วยติดต่อหมอ มาเป็นกำ�ลังใจให้

อยู่บ้านเราก็นั่งทำ�ไปเรื่อยๆ บางทีเวลาคุยโทรศัพท์กับเขา เราก็นั่ง เย็บๆๆ เขาก็ไม่รู้ แล้วพอถึงวันจริงเขามาส่งเราที่บ้าน เราก็เอามา เซอร์ไพรส์เขา เอ้า...ทำ�ตุ๊กตาให้ ตรงหน้าตุ๊กตาก็ติดรูปเราไว้ เขาก็ หัวเราะ อืมม...พยายามดีเนอะ

พ่อต้องนอนอยู่ ICU เป็นเดือนเลย เราก็ต้องลางานไปอยู่เฝ้าพ่อ เขา ก็จะคอยแวะมาหา มารับมาส่ง ช่วยไปส่งญาติเราบ้าง คืนไหนเรา นอนเฝ้าพ่อเขาก็จะตื่นแต่เข้าเลย ซื้อข้าวมาให้

เราก็ไป print รูปหน้าเรา 4-5 รูป เลือกหน้าสวยๆ ไว้ให้เขาเปลี่ยน ว่าวันนี้อยากนอนกับภาหน้าตาแบบไหน ตอนนี้ได้ตัวจริงมาแล้ว ตุ๊กตาเลยนอนแห้งอยู่(หัวเราะ)

ต้ อ งลดความเป็ น ตั ว เองลง เรามองว่ า ถ้ า เขายอม เราในบางเรื ่ อ ง เราก็ ย อมเขาบางอย่ า ง ปกติ ผ ม เป็ น คนที ่ อ ยากทำ � อะไรผมก็ ท ำ � เลย อะไรที ่ เ ป็ น โอกาสของงาน หรื อ ของชี ว ิ ต หรื อ อยากจะไปไหน เราทำ � หมด แต่ พ อมี ภ าเข้ า มาในชี ว ิ ต เราอาจจะต้ อ งยอมไม่ ท ำ � สิ ่ ง นี ้ ไม่ ไ ปตรงนั ้ น เพื ่ อ จะรั ก ษาสถานภาพของเรา ไว้ 27


ตั้งใจจะหาตัวอักษรมารวมเป็นคำ�ว่า Art love Par ซื้อมาถุงแรกเท ออกบนโต๊ะเลย พนักงานงงเลยว่าทำ�อะไร ปรากฏว่าห่อแรกได้สอง ตัว(หัวเราะ) ต้องซื้อประมาณ 3-4 ห่อถึงจะได้ครบ เมื ่ อ มาใช้ ช ี ว ิ ต อยู ่ ด ้ ว ยกั น แล้ ว มี ก ารปรั บ ตั ว กั น อย่ า งไรบ้ า ง

ภา: บางทีด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง เราก็จะมีความหงุดหงิดของผู้ หญิงอยู่แล้วว่าทำ�ไมอย่างนู้นอย่างนี้ แต่อยู่ที่เราว่าจะแสดงออกยังไง ให้เราเข้าใจกันมากขึ้น อย่างคุณอาร์ตจะเป็นคนที่ทำ�งานเยอะ แล้วก็ให้ความสำ�คัญกับงาน มาก เราก็ต้องปรับความเข้าใจว่างานเป็นเรื่องที่สำ�คัญ มันคือชีวิต ครึ่งหนึ่งของเรา เรื่องส่วนตัวอาจจะน้อยหน่อย เมื่อเราปรับความคิด เราให้เข้าใจเขาได้ปัญหาก็จะน้อยลง ยกเว้นเป็นเรื่องที่เราไม่เข้าใจ จริงๆเราก็เปิดอกคุยกัน ทำ�ไมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเราจะปรับ ความคิดเข้าหากันยังไงได้บ้าง อาร์ต: อาจจะมีบ้างที่ต้องลดความเป็นตัวเองลง เรามองว่าถ้าเขา ยอมเราในบางเรื่อง เราก็ยอมเขาบางอย่าง ปกติผมเป็นคนที่อยากทำ� อะไรผมก็ทำ�เลย อะไรที่เป็นโอกาสของงาน หรือของชีวิต หรืออยาก จะไปไหนเราทำ�หมด แต่พอมีภาเข้ามาในชีวิต เราอาจจะต้องยอมไม่ ทำ�สิ่งนี้ ไม่ไปตรงนั้น เพื่อจะรักษาสถานภาพของเราไว้ ภา: ของอาร์ตก็มีอย่างวันวาเลนไทน์ปีที่แล้ว เขาอยากจะเซอร์ไพรส์ เราด้วยการพาไป Dinner บนเรือล่องแม่น้ำ�เจ้าพระยา อาร์ต: แล้วตั๋วเนี้ยจองไม่ได้ ต้องไปซื้อเองที่ River City เราก็โอเค ขับรถขึ้นทางด่วนไปเลย แต่พนักงานขายตั๋ววันนั้นมาช้ามากกก กว่าผมจะซื้อได้ตั๋วก็ประมาณ 4-5 โมงเย็นแล้ว แล้วต้องขับรถกลับ มารับภาที่สุขุมวิทก่อน แล้วตีรถกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะเราตั้งใจจะ เซอร์ไพรส์เขาไง แล้วระหว่างทางรถก็ติดมาก คือเรือเนี้ยออกตอนหนึ่งทุ่ม ทุ่มครึ่งยัง ไม่ถึงเรือเลย(หัวเราะ) ก็เลยต้องทิ้งตั๋ว 2 พันกว่าบาทไป ภา: ระหว่างทางเขาก็กระวนกระวายมากว่าต้องไปให้ทัน ต้องไปให้ ทัน เราก็สงสัยว่าทำ�ไม พอรู้แล้วว่าไปไม่ทันแน่ๆ เขาก็เอาตั๋วมาให้ ดูว่าเนี้ยไปซื้อมานะ ในตั๋วจะมีเวลาบอกอยู่ว่าซื้อมาตอนกี่โมง เราก็ โอ้โห...พยายามมากนะเนี้ย ดีใจนะ ดีใจที่เขาพยายามที่จะเซอร์ไพรส์ เรา ถึงจะไปไม่ทันแต่เราก็ขอบในความพยายามของเขา เราก็ปลอบเขาว่าไม่เป็นไร แล้วก็ไปกินข้าวกันที่อีกโรงแรมนึง ไป กิน Buffet โรงแรม ก้ามปูอลาสก้าใหญ่ๆนี่เขาไปกวาดมาหมดเลย อารมณ์แบบฉันอดกินที่เจ้าพระยาฉันกินที่นี่ก็ได้ อาร์ต: คือหมั่นไส้ตัวเองไง ก็กินให้หายเจ็บใจ วันนั้นจริงๆมีของ ขวัญด้วย ระหว่างรอคนขายตั๋วที่ River City เราก็เห็นเขามีขาย ขนมปัง A B C เป็นถุงเล็กๆ แต่ละถุงก็มีตัวอักษรปนๆกันอยู่ เราก็

สมมุติมีเพื่อนที่เราคิดว่าต้อง keep connection ไว้มาชวนไปเที่ยว แต่เป็นที่ที่แบบผู้หญิงไปไม่ได้ เราก็ต้องเลือกไม่ไปดีกว่า หรือบางที บ้างครั้งทำ�งานบางอย่างเราแล้วต้องไปในที่ที่เขาไม่สามารถไปได้ เราก็ไม่สบายใจ เราก็ต้องเลือก ก็คือต้องปรับที่ตัวเรามากกว่า อีกส่วนหนึ่งคือผมเปิดเผยทุกอย่าง โทรศัพท์ผมไม่เคยหวง อีเมล์ password ทุกอย่างภาเขารู้หมด ผมไม่เคยมีอะไรที่บอกไม่ได้ คือทำ� ทุกอย่างให้รู้สึกว่าโลกของเราเนี้ย เราไม่มีอะไรหลบซ่อน นี่คือความ สบายใจที่ผมให้ โดยธรรมชาติแล้วผมเป็นคนที่คิดอะไรได้ทำ�เลย อยากไปไหนไปเลย อาจจะมีบอกบ้างไม่บอกบ้าง แต่คือสุดท้ายกลับ มาก็จะมาคุยมาเล่าว่าไปไหนมาบ้าง ไปทำ�อะไรมา ซึ่งเขาก็อาจจะรู้ อยู่แล้วว่ามีงานตรงนี้ที่ผมต้องไปดู แต่ผมก็จะเล่าให้ฟัง ภา: เราต้องไว้ใจกัน ภาไว้ใจว่าเขาไม่ใช่คนเหลวไหล ถึงเขาจะเป็น คนเนื้อหอม คุยเก่ง หน้าตาโอเค แล้วด้วยหน้าที่การงานด้วยสาวๆ ก็แบบรุมล้อมเลย แต่ถ้าเราไม่ไว้ใจเขา แล้วเราไปทำ�อะไรลงไปก็จะ ทำ�ให้ความสัมพันธ์แย่ลงเปล่าๆ ถึงคนข้างนอกจะพยายามเข้ามา แต่ ถ้าคนของเราโอเคก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างนึงคือเราต้อง มั่นใจว่าเราไม่ใช่คนที่แย่ เราก็มีดีพอเหมือนกันที่จะทำ�ให้เขาอยู่กับ เราได้ >> 28


Special Column จากคนที ่ ช อบ...สู ่ ค นที ่ ใ ช่

> จุ ฑ ามาศ ยี ่ ล ั ง กา (น้ ำ � ผึ ้ ง ) > กสิ ณ พิ ท ั ก ษ์ ว รพั ก ตร์ (ปี )

ทุ ก คนที ่ ผ ่ า นเข้ า มาในชี ว ิ ต เรา ล้ ว นให้ อ ะไรบางอย่ า งแก่ เ รา บางคนอาจจะให้ ป ระสบการณ์ บางคนอาจจะ ให้ บ ทเรี ย น บางคนมาแล้ ว จากไป ขณะที ่ บ างคนมาแล้ ว ก็ ก ลายเป็ น ส่ ว นหนึ ่ ง ของชี ว ิ ต เรา อย่ า งคู ่ ข องผึ ้ ง และปี ปี: ผมเป็นคริสเตียนมาโบสถ์ตั้งแต่เด็กๆ แล้ววันหนึ่งผึ้งก็มาที่โบสถ์ แล้วก็ได้มาอยู่วงดนตรีของโบสถ์ด้วยกัน เขาเป็นนักร้อง ผมเล่น ดนตรี เริ่มต้นเราไม่ได้รู้จักอะไรกัน รู้แค่ว่าคนนี้ชื่อผึ้ง น้องเขาก็รู้จัก ว่านี่พี่ปี รู้จักกันแค่นั้น เดินสวนกันไปสวนกันมา ไม่ได้มีความสนิท สนมอะไร ผึ้ง: มาเริ่มคุยกันเพราะคอมพิวเตอร์เสีย คือ Notebook ของผึ้ง ติดไวรัส เราก็มีเพื่อนอยู่ในโบสถ์คนนึงชื่อเชียร์ เรียนเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์อยู่ เราก็วิ่งไปถามเลยว่าเชียร์ เครื่องผึ้งมีปัญหาอย่าง นี้ๆ เชียร์ก็บอกไปหาปี ผึ้งก็งง ทำ�ไมต้องไปหาปี ผึ้งก็ไปหาคนอื่น เล่าให้คนนู้นคนนี้ฟังว่าคอมมีปัญหา ทุกคนก็บอกให้ไปหาปี เราก็นึก คนนี้มันเป็นใคร ทำ�ไมทุกคนถึงต้องบอกให้ไปหาปี ผึ้งก็ไปหาขอให้ เขาซ่อม

ปี: นั้นก็เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกันจริงๆ ว่ามีอะไร เป็นยังไง เกิด ปัญหาอะไร เพราะอีกงานนึงคือเราดูแลไอทีในโบสถ์ด้วยก็เลยได้คุย กัน แล้ ว ตอนซ้ อ มดนตรี ไ ม่ ค ุ ย กั น เลยเหรอ

ปี: น้อยมากครับ คือเราไม่ได้สนิทสนมกันเป็นทุนเดิมตั้งแต่แรกอยู่ แล้ว ผมจะสนิทกับพี่ๆน้องๆเยอะเพราะเราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กๆ ผึ้ง เขาเพิ่งเข้ามา แล้วประกอบกับช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้ไปโบสถ์ด้วย พัก อยู่หอของมหาลัยมันไกล ก็ยิ่งไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยความที่ธรรมชาติของผึ้งเป็นคนเฉยมาก จะไม่ค่อยสนใจ ใคร คือพอโบสถ์เลิกปุ๊บผึ้งกลับเลย ถ้าได้คุยกันก็จะเป็นเรื่อง คอมพิวเตอร์(หัวเราะ) แต่เราก็อยากเริ่มคุยมากกว่านั้นแล้ว แต่ด้วย 29


จริ ง ๆความรู ้ ส ึ ก มั น เป็ น สิ ่ ง เติ ม เต็ ม ในความ สั ม พั น ธ์ น ะ แต่ ถ ้ า เราตั ด สิ น ใจโดยใช้ ค วามเป็ น จริ ง มากกว่ า ความรู ้ ส ึ ก ปั ญ หามั น คงน้ อ ยลง

ความที่เขาเป็นคนแข็ง เราก็ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ มันก็เลยจะวนอยู่แค่ เรื่องคอม คุยจบก็จบ ผึ้ง: คือผึ้งไม่ชอบคนเยอะ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร เพื่อนคือเพื่อนที่สนิท จริงๆ แต่ผึ้งไม่ใช่คนปิดตัวเองอะไรมากมาย ผึ้งคุยกับทุกคนที่เข้ามา คุย แต่เขาจะเป็นคนพูดมาก คุยไปเรื่อย คุยไปหมด

ผมบอกเขาว่าผมรู้สึกดีกับเขา แล้วก็ได้ปรึกษากับผู้ใหญ่หลายคน แล้วว่าเราน่าจะไปด้วยกันได้ ผึ้งจะว่าอะไรไหมถ้าเราจะคบกันเป็น แฟน ผึ้งไม่ตอบ ไม่พูดอะไรเลยจนจอดรถที่หน้าบ้าน เขาหันมาหาผมแล้ว บอกว่า เขารู้สึกว่าผมมาหาเขาเพราะว่าผมไม่มีใคร

ได้เจอได้คุยกันมากขึ้นตอนที่โบสถ์มีโปรเจคทำ�วงออร์เคสตรา (Orchestra) เราก็เข้าร่วมวงเหมือนกัน ผึ้งจะเล่นไวโอลิน ส่วนปีเล่นแซ็ก โซโฟน ก็จะเจอกันเวลาซ้อมทุกบ่ายวันอาทิตย์

ช็อคสิครับ คือผมไม่ได้เตรียมรับ feel นี้มา(หัวเราะ) ก็นั่งในรถนิ่งๆ สักพัก เขาหันมาผมแล้วก็บอกว่า ถ้าถามเขาจริงๆ เขาไม่เอา เขาไม่ อยากมีใคร ขออยู่อย่างที่เป็นนะพอแล้ว

ปี: ตอนนั้นผมเรียนจบแล้ว ก็มาโบสถ์ได้เป็นประจำ� ผมก็ได้เจอได้ คุยกับผึ้งเขามากขึ้น แล้วผมก็รู้ว่าเขาเล่นเกมส์ออนไลน์ ผมก็เลยเล่น กับเขาด้วย หลังๆเข้าเกมส์ผมต้องหาชื่อเขาก่อนเลยว่าออนอยู่หรือ เปล่า ผมก็เริ่มรู้ตัวว่านี่ผมสนใจเขาเป็นพิเศษแล้วนะ จากนั้นผมก็มี ชวนไปกินข้าวบ้าง แต่ไม่เคยไปกันสองคนนะ โหยยย ไปกันทีเป็น โขยง(หัวเราะ) ผมก็จะมองเขา แต่ด้วยธรรมชาติเขาที่ไม่สนใจใคร เขาก็ไม่สนใจผมเลย

แต่จากวันนั้นเขายินดีที่จะเปิดความสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่ในฐานะแฟน ผมก็โล่งอกไปเปราะนึง เขาก็บอกว่าวันนึงเขาจะบอกเองว่ายอมรับ ผมเป็นแฟนหรือเปล่า ผมก็บอกว่าโอเค ผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเองละ กัน

เมื ่ อ ปี ร ู ้ ต ั ว ว่ า ชอบผึ ้ ง ปี ก ็ ป รึ ก ษาผู ้ ใ หญ่ ท ี ่ โ บสถ์ ห ลายคน ซึ ่ ง ทุ ก คนก็ เห็ น ว่ า ทั ้ ง คู ่ เ ป็ น คนนิ ส ั ย ดี ไม่ น ่ า จะมี ป ั ญ หาอะไรหากจะคบกั น ปี จ ึ ง เริ ่ ม วางแผนขอผึ ้ ง เป็ น แฟน

ปี: วันนั้นไปกินข้าวกันกับน้องๆด้วย ผมก็ให้น้องๆค่อยๆตีตัวออก ห่างจากคู่ของเรา จนเหลือเขาเป็นคนสุดท้ายที่ผมต้องไปส่งบ้านที่ ปากเกร็ด ผมเลือกจังหวะนี้แหละ เพราะต้องอยู่กันในรถนานมาก และคงไม่มีผู้หญิงคนไหนกระโดดลงรถไปเลยเมื่อถูกผู้ชายขอเป็น แฟน(หัวเราะ)

ผึ้ง: ฝืนความรู้สึกตัวเองเหมือนกันนะบอกตรงๆ แต่ผึ้งเชื่อว่าทุก อย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง เชื่อว่าพระเจ้าต้องสอน อะไรผึ้งสักอย่างจากเหตุการณ์นี้ ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเรามีสิ่งที่จะ สอนเรา ไม่ว่าจะคบกันยืดหรือไม่ยืด ทุกคนคือมีประโยชน์ในชีวิต ของเราแน่นอน ปี พ ิ ส ู จ น์ ต ั ว เองอย่ า งไรบ้ า ง

ปี: อย่างแรกคือ ผมบอกทุกอย่างที่ผมเป็นให้เขารับรู้ ซึ่งหลายเรื่อง มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีนักหรอกในชีวิตวัยรุ่นของเรา แต่ผมก็บอก หมดเลย ผมคิดว่ามันคือการแสดงความจริงใจที่เรามีต่อผู้หญิงคน หนึ่งที่เราเริ่มอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย 30


สองคือ ผมพยายามเทคแคร์เขาให้ดี และทำ�ให้เสมอต้นเสมอปลาย ให้มากที่สุดที่ผมจะทำ�ได้ ซึ่งมันก็ยากพอสมควร คือผมไม่ได้เป็นคน เก่งอะไร เหนื่อยไหมเหนื่อย แต่ก็พยายามที่จะทำ� พอได้มาสนิทกันก็ทำ�ให้รู้ว่า ผมกับเขานี่เหมือนน้ำ�กับน้ำ�มันเลยละ ไม่เข้ากันทุกเรื่องเลย ผมหมายถึงทุกเรื่องจริงๆนะ อย่างเรื่องกิน เขา ชอบอาหารไทยแบบสุกๆ ผมชอบอาหารญี่ปุ่นแบบดิบๆ เขาขี้หนาว ผมขี้ร้อน มันดูเล็กน้อยนะ แต่มันส่งผลกระทบระยะยาวมาก ยกเว้น เรื่องเดียวคือเรื่องดูหนัง เราดูหนังแนวเดียวกัน และไม่ชอบหนังแนว เดียวกัน มันเหมือนน้ำ�กับน้ำ�มันจริงๆ ไม่เข้ากันเลย ไม่ เ ข้ า กั น ขนาดนี ้ ทำ � ไมถึ ง คบกั น เป็ น แฟน และแต่ ง งานกั น

ผึ้ง: อย่างหนึ่งที่ผึ้งสังเกตุตั้งแต่แรกๆคือผึ้งไม่รู้จักคนนี้เลย แต่ไม่ว่า ผึ้งคุยกับใครก็ตาม ไม่มีใครเกลียดเขา ทุกคนโอเคกับเขา ยิ้มแย้มกับ เขา อยากคุยกับเขา ไม่มีใครพูดไม่ดีลับหลังเขา เพราะฉะนั้นผึ้งคิด ว่าในตัวเขามีอะไรดีสักอย่าง อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่คนไม่ดีละ ปี: บางคนอาจจะคิดว่าความแตกต่างเป็นอุปสรรค์ แต่ผมมองว่า ความแตกต่างนั้นคือส่วนเติมเต็มในชีวิตของเรา คือผมเป็นคนไม่มี วินัย เขามีวินัย ผมเชื่อว่าความมีวินัยของเขาสามารถมาซึมซับให้ผม มีวินัยขึ้นได้ ผมไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ เขาดูแลตัวเองดี มันก็จะ ทำ�ให้ผมปรับเปลี่ยนตัวเอง ความแตกต่างทำ�ให้ผมคิดว่าผู้หญิงคน นี้เหมาะที่สุดแล้วที่จะอยู่กับผม คือเขาเอาผมอยู่แน่(หัวเราะ) ก็เลย ตัดสินใจคุยกันเรื่องแต่งงาน ผึ้ง: ผึ้งถามตัวเองก่อนว่าอยู่กับผู้ชายคนนี้ไปจนแก่จนเฒ่าเลยเนี้ยได้ ไหม เราจินตนาการไปถึงอนาคตก่อนว่าเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นยัง ไง เขามีแนวโน้มที่จะทำ�อะไรที่ผึ้งทนไม่ได้หรือเปล่า จะมีปัญหาอะไร ไหม ถ้ามีปัญหาแล้วจะถึงขั้นเลิกกันไหม ถ้ามีลูกแล้วจะเป็นยังไง เขาจะดูแลลูกได้ไหม คือคิดไปถึงอนาคตข้างหน้าก่อนว่าเราจะอยู่กับ คนนี้ได้ไหม คำ�ตอบคืออยู่ได้ อยู่ได้ก็โอเค คื อ ตั ด สิ น ใจโดยดู จ ากความเป็ น ไปได้ ข องชี ว ิ ต มากกว่ า จะเป็ น เรื ่ อ ง ความรู ้ ส ึ ก

ผึ้ง: ใช่ค่ะ เพราะผึ้งว่าความรู้สึกมันจะอยู่แค่ช่วงสั้นๆ แต่ในชีวิตจริง มันยาวกว่านั้นมาก อนาคตข้างหน้า 10-20 ปีจะเป็นยังไง มีลูกแล้ว จะเป็นยังไง จะดูแลลูกได้ไหม ถ้าไม่ได้ผึ้งก็ไม่เอา ถ้าเขาเป็นคนไม่ รับผิดขอบผึ้งก็ไม่เอาตั้งแต่แรก ก็คือคิดไว้ก่อนว่าถึงเวลานั้นเขาจะ เป็นยังไง ถามว่าตอนนี้มั่นใจไหม ก็ไม่มั่นใจ 100% แต่ก็ถือว่าโอเค แล้ว

การที ่ เ ราจะอยู ่ ก ั บ ใครซั ก คนอย่ า งมี ค วามสุ ข มั น ต้ อ งใช้ อ งค์ ป ระกอบหลายๆอย่ า งรวมกั น สิ ่ ง หนึ ่ ง ที ่ ผ ึ ้ ง ให้ ค วามสำ � คั ญ คื อ “ความซื ่ อ สั ต ย์ ” ตอนคบกั น มั น ก็ อ ย่ า งหนึ ่ ง นะ แต่ พ อแต่ ง งานแล้ ว คุ ณ ต้ อ งรู ้ น ะ ว่ า คำ � สั ญ ญาที ่ ค ุ ณ สั ญ ญาต่ อ หน้ า พระเจ้ า และคนเป็ น ร้ อ ยนี ่ ม ั น เป็ น เรื ่ อ งสำ � คั ญ ก่ อ นจะแต่ ง งานต้ อ งคิ ด ก่ อ นว่ า จะทำ � ได้ ไ หม

ปี: จริงๆความรู้สึกมันเป็นสิ่งเติมเต็มในความสัมพันธ์นะ แต่ถ้าเรา ตัดสินใจโดยใช้ความเป็นจริงมากกว่าความรู้สึก ปัญหามันคงน้อย ลง ถึงเขาจะยังไม่มั่นใจ แต่ผมมั่นใจว่าผมสามารถดูแลให้ครอบครัว เราเดินไปได้ เราไปด้วยกันถึงปลายทางแน่ ถึงเราจะมีปัญหาเราก็จะ ผ่านมันไปได้ 31


ตลอดเวลาที ่ ร ู ้ จ ั ก กั น มา ชอบอะไรในตั ว อี ก ฝ่ า ยบ้ า งครั บ

ปี: อย่างแรกเลยคือ ผมประทับใจว่าเขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา ผมอาจ จะเข้าข้างตัวเองไปนะ(หัวเราะ) หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ประเด็นคือ เขายอมเปลี่ยน แล้วมันส่งผลดีต่อทั้งเขาทั้งเรา และคนอื่นๆก็แฮ็ปปี้ เรื่องที่สองคือของขวัญวันเกิดผม คือผมเป็นคนไอที ผมก็จะวนหาแต่ ของไอทีให้วันเกิดเขา แต่เขาประดิษฐ์ของขวัญทุกชิ้นที่ให้ผมเอง นั่น คือที่ผมรู้สึกประทับใจ วันเกิดที่ผ่านมาผมได้รูปวาดเป็นรูปผมเอง แต่ผมดูไม่ออกหรอกมัน ขี้เหร่ไปนิด(หัวเราะ) ผมต้องขอดูต้นฉบับหน่อยว่าเป็นรูปที่ถ่ายตอน ไหน(หัวเราะ) แต่เห็นแล้วผมก็ประทับใจความพยายามของเขา ผึ้ง: ปีเป็นคนเปิดเผยตัวเองมาก มากแบบรู้หมดเลยอ่ะ แล้วก็เป็นตัว ของตัวเองมากเหมือนกัน มากแบบจะอะไรขนาดนี้ มีเรื่องนึงที่จำ�ได้ อันนี้ไม่ได้ประทับใจนะ แต่จะเล่าให้เห็นว่าเขาเป็นตัวเองยังไง วันนั้นเราเดินไปดูบ้านกัน มีแม่เราไปด้วย ก็เดินคุยกันไป 3 คน เขา กำ�ลังคุยกับแม่ผึ้งอยู่แล้วมองไปเห็นแมวตัวนึง ปีหันเดินไปคุยกับ แมวปล่อยแม่ผึ้งอ้าปากค้าง คือแบบเธอคุยกับแม่ฉันอยู่นะ เขาเป็น คนรักสัตว์ไง พอเจอแมวก็ทิ้งแม่ผึ้งเลย คือเป็นตัวของตัวเองมากกก ส่วนเรื่องที่ประทับใจคือ ถ้าผึ้งบอกว่าไม่ชอบอะไร เขาก็พยายามจะ เปลี่ยนแปลง ซึ่งผึ้งว่ามันโอเคนะสำ�หรับการที่เราต้องอยู่ด้วยกัน คน

อื่นอาจจะบอกว่า ก็ฉันเป็นแบบเนี้ย ทำ�ไมฉันจะต้องมาเปลี่ยนแปลง แต่ปีไม่ใช่ ถ้าผึ้งบอกว่ามันไม่โอเค มันไม่ควรเป็นแบบนี้เขาก็ พยายามจะเปลี่ยนแปลง อย่างเวลาเดินเข้าไปในห้อง กุญแจอยู่กับผึ้ง ผึ้งจะเป็นคนเปิดประตู ปีเนี้ยเดินเข้าไปก่อนเขาก็ต้องไปเปิดไฟ เพราะผึ้งปิดประตูแล้วมันจะ มืดทันที ผึ้งใช้เวลาประมาณ 4-5 ครั้ง กว่าเขาจะรู้ว่าเขาต้องเข้าไป เปิดไฟก่อน เล็กๆน้อยๆอ่ะค่ะ แต่เห็นเขาพยายามเปลี่ยนเพื่อเราก็ ทำ�ให้เรารู้สึกดี ผึ้งว่า การที่เราจะอยู่กับใครซักคนอย่างมีความสุข มันต้องใช้องค์ ประกอบหลายๆอย่างรวมกัน สิ่งหนึ่งที่ผึ้งให้ความสำ�คัญคือ “ความ ซื่อสัตย์” ตอนคบกันมันก็อย่างหนึ่งนะ แต่พอแต่งงานแล้วคุณต้องรู้ นะว่าคำ�สัญญาที่คุณสัญญาต่อหน้าพระเจ้า และคนเป็นร้อยนี่มันเป็น เรื่องสำ�คัญ ก่อนจะแต่งงานต้องคิดก่อนว่าจะทำ�ได้ไหม เพราะเมื่อ แต่งงานไปแล้วนั่นหมายความว่าคุณต้องมีผู้หญิงคนนี้ไปคนเดียวทั้ง ชีวิตนะ ทำ�ได้ไหม “ภรรยาคือ ผู้หญิงคนเดียวทั้งในที่แจ้ง และที่ลับ” ถ้าคุณแต่งงาน ออกหน้าออกตากับคนนึง แล้วยังมีแอบคุยลับๆอยู่กับอีกคนนึงนี่ก็ อย่าแต่งเลยนะ ทำ�ร้ายกันเปล่าๆ ฝากถึงผู้ชายทุกคนนะค่ะ >> 32


Fancy Choc Ball

สอนทำ � Choc Ball โดยแยม “หวานกำ � ลั ง ดี เ ค้ ก ” www.facebook.com/whangumlangdee

ร้ า นหวานกำ � ลั ง ดี เ ค้ ก > ขายอยู่ที่สวนรถไฟทุกวันอาทิตย์เช้า 6.00 – 9.30 > ตลาดนัดรัชดาซอย 4 ทุกวันพุธกับศุกร์ 7.00 – 14.00 > ขายส่งให้ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือถ้าลูกค้าโทรมา สั่งก็ทำ�ตามออร์เดอร์

How to make Fancy Choc Ball

ดู ค ลิ ป ได้ ท ี ่ http://www.uptomagazine.com 33


BGR

พฤติ ก รรมอะไรที ่ ถ ้ า แฟนคุ ณ ทำ � แล้ ว ...มี เ ลิ ก !!!

ล่วงเกิน เพราะนั่นคือเขาไม่ให้เกียรติเรา พูดดูถูกเรา ดูถูกครอบครัว เรา - หญิง

ต้องการคนที่ดูแลเราได้ดี อดทน และเข้าใจเรา เพราะเป็นคนค่อน ข้างใจร้อน เข้ากับครอบครัวเราได้ แล้วก็สนับสนุนกัน และกัน ถ้าเขา เริ่มเปลี่ยนไปจากนี้ก็จะถอยออกมาค่ะ - จา

การไม่ให้เกียรติกัน หรือว่าแบบไปมอง ไปชอบคนอื่น อาจจะต้องดู ว่าเขาทำ�จริงจังหรือเล่นๆ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่เขาว่าจะยังไงต่อไป แต่ผมคงให้อภัย เราดูความจงใจของเขามากกว่า - เมฆ ลวนลาม หรือว่าเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ เห็นเราเป็นคนใช้ มีอะไรไม่ช่วย กัน - ซินฟาง 34


ไม่ซื่อสัตย์ ไม่เชื่อใจกัน ไม่เข้าใจกัน และไม่ได้สนับสนุน(ในด้านดี) ซึ่งกันและกัน - พีท

ไม่เข้าใจกัน แอบไปมีคนอื่น - ญิ๋ง

นอกใจเรื่องใหญ่สุดแล้ว เพราะว่าความเชื่อใจสำ�คัญที่สุด - มิว

คงเป็นเรื่องชอบเที่ยวกลางคืนครับ กับนอกใจไปหาคนอื่น - ที

โกหกค่ะ ไม่ชอบผู้ชายโกหก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ทุกเรื่องขอให้เป็น ความจริง อีกเรื่องก็คือเข้ากับครอบครัวเราไม่ได้ - เบนซ์

เอาแต่ใจจนเกินไป ไม่ยอมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน แล้วก็งอน มากจนเกินไป ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหายงอนก็เกินไปครับ - นนท์ 35


Upto Magazine Issue5  

Idea for Your Career http://www.uptomagazine.com https://www.facebook.com/uptomagazine

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you