Page 1

ความหมายและความเป็ นมาของอินเทอร์เน็ต ความสำาคัญของอินเทอร์เน็ต ประโยชน์อินเทอร์ เน็ต การใช้อินเทอร์เน็ต ระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต องค์ประกอบของระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อเครื่ องคอมพิวเตอร์เข้าสู่ ระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต โทษของอินเทอร์เน็ต สรุ ป


คำาว่า  อินเทอร์เน็ต มาจากคำาเต็มว่า International Network หรื อ เขียนแบบย่อว่า Internet หมายความว่า  เครื อข่ายนานาชาติหรื อ เครื อข่ายสากล  คือ  เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่  ที่เชื่อมโยงเครื อข่าย คอมพิวเตอร์ทวั่ โลกเข้าด้วยกัน ในปัจจุบนั มีเครื่ องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยง กันอยูม่ ากกว่า 60 ล้านเครื่ อง  มาเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน  การ ที่คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันหลายชนิด  จำานวนมากมายทัว่ โลกเชื่อมโยงกัน ได้จะต้องใช้เกณฑ์วิธีหรื อโพรโทคอล (Protocol) เดียวกันจึงจะเข้า กัน  และเกณฑ์วธิ ีที่นาำ มาใช้กบั การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปั จจุบนั มีชื่อเรี ยก ว่า  ทีซีพี/ไอพี  (TCP/IP)


ภาพแสดง :คอมพิวเตอร์ทุกเครื่ อง ทุกระบบ สามารถติดต่อสื่ อสารกันได้

Bank


ในปั จจุบนั  อินเทอร์เน็ตมีบทบาทและมีความสำาคัญต่อชีวติ ประจำาวัน  ของคนเราเป็ น อย่างมาก เพราะทำาให้วถิ ีชีวติ เราทันสมัยและทันเหตุการณ์อยูเ่ สมอ  เนื่องจาก อินเทอร์เน็ตจะมีการเสนอข้อมูลข่าวปั จจุบนั   และสิ่ งต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นให้ผใู้ ช้ทราบ เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน สารสนเทศที่เสนอในอินเทอร์เน็ตจะมีมากมายหลายรู ปแบบ   เพื่อสนองความสนใจและความต้องการของผูใ้ ช้ทุกกลุ่ม อินเทอร์เน็ตจึงเป็ นแหล่ง สารสนเทศสำาคัญ  สำาหรับทุกคนเพราะสามารถค้นหาสิ่ งที่ตนสนใจได้ในทันทีโดยไม่ ต้องเสี ยเวลาเดินทางไปค้นคว้าในห้องสมุด หรื อ แม้แต่การรับรู ้ข่าวสารทัว่ โลกก็ สามารถอ่านได้ในอินเทอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ  ของหนังสื อพิมพ์


ของคนเราในปัจจุบันเป็นอย่างมากในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะ เป็นบุคคลทีอ ่ ยู่ในวงการธุรกิจ ด้านการศึกษา ด้านการ บันเทิง ต่างก็ได้รับประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตด้วยกันทัง้ นั้น 2.1 ด้า นการศึก ษา อิน เทอร์เ น็ต มีค วามสำา คัญ ดัง นี้             1)  สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะ เป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการ แพทย์ และอืน ่ ๆ ทีน ่ ่าสนใจ              2)   ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำาหน้าที่เปรียบ เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่             3)  นักศึกษาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อกับ มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอืน ่ ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำาลัง ศึกษาอยู่ได้ ทั้งทีข ่ ้อมูลทีเ่ ป็นข้อความเสียง ภาพ เคลือ ่ นไหวต่าง ๆ


2.2 ด้ านธุรกิจและการพาณิชย์   อินเทอร์ เน็ตมีความสำาคัญ  ดังนี้ 1) ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสิ นใจทางธุรกิจ 2) สามารถซื้ อขายสิ นค้า ทำาธุรกรรมผ่านระบบเครื อข่าย 3) เป็ นช่องทางในการประชาสัมพันธ์   โฆษณาสิ นค้า   ติดต่อสื่ อสารทาง ธุรกิจ 4) ผูใ้ ช้ที่เป็ นบริ ษทั   หรื อองค์กรต่างๆ  ก็สามารถเปิ ดให้บริ การ  และ สนับสนุน  ลูกค้าของตนผ่านระบบเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตได้  เช่น  การให้คาำ แนะนำา   สอบถามปัญหาต่างๆ  ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้   (Shareware) โปรแกรมแจกฟรี   (Freeware)


2.3 ด้ านการบันเทิง อินเทอร์เน็ตมีความสำาคัญ  ดังนี้ 1) การพักผ่อนหย่อนใจ  นันทนาการ  เช่น  การค้นหาวารสารต่างๆ   ผ่านระบบเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต  ที่เรี ยกว่า  Magazine Online รวมทั้ง หนังสื อพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ  โดยมีภาพประกอบที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับ วารสารตามร้านหนังสื อทัว่  ๆ ไป 2) สามารถฟังวิทยุหรื อดูรายการโทรทัศน์ผา่ นระบบเครื อข่าย อินเทอร์เน็ตได้ 3) สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์มาดูได้

Bank


ในการใช้อินเทอร์เน็ตนั้นก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านด้วยกัน  สามารถสรุ ปที่ สำาคัญ  ได้ดงั นี้ 1. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร  สะดวกและรวดเร็ ว 2. ใช้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ  ทัว่ โลกได้ 3. สามารถส่ งข้อมูลได้หลายรู ปแบบ 4. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ต่างระบบได้ 5. ให้ความบันเทิงในรู ปแบบต่างๆ เช่น การฟังเพลง    เล่นเกมส์ เป็ นต้น 6. ใช้สื่อสารด้วยข้อความ  ซึ่งเป็ นการพูดคุยกันระหว่างผูใ้ ช้อินเทอร์เน็ตโดยการ พิมพ์ขอ้ ความ   โต้ตอบ Bank


การใช้งานอินเทอร์ เน็ต  ผูใ้ ช้สามารถใช้บริ การจากผูใ้ ห้บริ การอินเทอร์เน็ต  ที่เรา เรี ยกว่า  ไอเอสพี  (ISP หรื อ  Internet Service Provider) โดย การติดต่อขอใช้บริ การผ่านตัวแทนไอเอสพีต่างๆ  ได้โดยตรง  สำาหรับ ประเทศไทยเรามีไอเอสพีอยูม่ ากกว่า  15 แห่ ง  ซึ่งไอเอสพี  คือ  บริ ษทั หรื อ องค์กรที่ให้บริ การทางด้านอินเทอร์เน็ต  รวมถึงศูนย์คอมพิวเตอร์ของสถาบันการ ศึกษาด้วย จะทำาหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครื อข่ายจากประเทศไทยไปต่างประเทศ   โดยผ่านเครื อข่ายดาวเทียมหรื อสายใยแก้วนำาแสงของการสื่ อสารแห่งประเทศ  ไทย


ตัวอย่ าง ไอเอสพีในประเทศไทย มีดงั นี้ 1)บริ ษทั อินเทอร์เน็ตประเทศไทย   ชื่อเว็บไซต์   www.inet.co.th 2)บริ ษทั   ล็อกซ์เล่ย ์  อินฟอร์เมชัน  ชื่อเว็บไซต์   www.loxinfo.co.th 3)บริ ษทั   เคเอสซี  คอมเมอร์เชียล อินเทอร์ เน็ต   ชื่อเว็บไซต์   www.ksc.net.th •บริ ษทั   สามารถอินโฟเน็ต  จำากัด  ชื่อเว็บไซต์   www.samart.co.th 2)บริ ษทั   เอ – เน็ต  จำากัด   ชื่อเว็บไซต์   www.a-net.net.th


ถ้าเราต้องการใช้บริ การจากตัวแทนของหน่วยงานใด  เราก็สามารถสมัคร เป็ นสมาชิกเพื่อใช้บริ การอินเทอร์เน็ตนั้น  โดยเสี ยค่าใช้จ่ายเป็ นรายชัว่ โมง หรื อรายเดือนก็ได้  นอกจากนี้ หลายบริ ษทั ได้จดั ทำาชุดอินเทอร์ เน็ตสำาเร็ จรู ป ออกจำาหน่ายด้วย  สามารถซื้ อได้จากตัวแทนทัว่ ไป

Bank


การติดต่อเครื่ องคอมพิวเตอร์ผา่ นระบบการสื่ อสารโทรคมนาคมเข้าสู่ระบบ อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้บริ การต่างๆ  จากอินเทอร์เน็ต  สามรถทำาได้  2 วิธี  ดังนี้ 1. การติดต่อโดยใช้สายโทรศัพท์ผา่ นอุปกรณ์โมเด็ม(Modem) 2. การติดต่อผ่านเครื อข่ายแลน


ไปยังเอสไอพีที่เราเป็ นสมาชิกอยู ่  โมเดม  คือ  อุปกรณ์แปลงสัญญาณ คอมพิวเตอร์ให้เป็ นสัญญาณโทรศัพท์และแปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้ เป็ นสัญญาณคอมพิวเตอร์  หรื อ  อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณ ดิจิทลั จากคอมพิวเตอร์เป็ นสัญญาณแอนาล็อกผ่านสายโทรศัพท์ไปยัง เครื่ องคอมพิวเตอร์ปลายทาง และขณะเดียวกัน  ยังสามารถแปลง สัญญาณแอนาล็อกกลับเป็ นสัญญาณดิจิทลั ได้ โดยปกติเราใช้วิธีการนี้   ติดต่อจากที่บา้ นหรื อที่ทาำ งานที่ไม่มีระบบเครื อข่ายเชื่อมโยงถึง ความเร็ ว ของการติดต่อขึ้นอยูก่ บั โมเด็ม ปัจจุบนั มีความเร็ วขนาด  64 กิโลบิตต่อ วินาที


ภาพแสดง  การทำางานของโมเดม


วิธีน้ ีจะสะดวกมากกว่าวิธีอื่นการรับส่ งข้อมูลมีความเร็ วสู ง  นิยมใช้ใน หน่วยงานที่มีขนาดใหญ่  เช่น  มหาวิทยาลัย  กระทรวง  ทบวงกรมต่างๆ  ใช้ งานได้พร้อมกันครั้งละหลายๆ  คน  โดยหน่วยงานเหล่านั้นจะต้องมีการเชื่อม ต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายสัญญาณใยแก้วนำาแสงหรื อสายวงจรเช่า  (leased line) กับไอเอสพี

Bank


การให้บริ การอินเทอร์เน็ตมีหลายรู ปแบบ และมีการเปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้น ใหม่ตลอดเวลา สามารถสรุ ปที่มีการใช้ประโยชน์มากที่สุด  ดังต่อไปนี้ 1) การให้ บริการเวิลด์ ไวด์ เว็บ (World Wide Web หรือ www)        เป็ นบริ การระบบข่าวสารที่มีขอ้ มูลอยูท่ ุกแห่งในโลก  ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ  เหล่านั้น   สามารถอยูใ่ นหลายรู ปแบบแตกต่างกัน  เช่น  เอกสาร  รู ปภาพ  ภาพเคลื่อนไหว   และเสี ยง  เป็ นต้น  ข้อมูลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงเป็ นระบบสามารถสื บค้นได้ง่าย


2) การให้ บริการไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail)       เป็ นบริ การ   รับ-ส่ งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรื อ อีเมล์ ซึ่งจดหมายเหล่านี้จะ ถูกส่ งผ่านเครื อข่ายอินเทอร์ เน็ตไปถึงผูร้ ับไม่วา่ อยูท่ ี่ใดในโลกอย่างรวดเร็ วภายใน เวลาไม่กี่วินาที จดหมายที่ส่งจะเป็ นข้อมูล เอกสาร  รู ปภาพ  ภาพเคลื่อนไหว   และเสี ยง  ก็ได้ 


3) การแลกเปลีย่ นข่ าวสารแบบกลุ่ม (Unsent Newsgroup)       เป็ นบริ การที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นร่ วมกัน ระหว่างผูส้ นใจในเรื่ องเดียวกัน  สามารถอภิปรายโต้ตอบกันได้  มีการจัดหัวข้อให้ แสดงความคิดเห็นเป็ นกลุ่มๆ  เช่น กลุ่มผูส้ นใจด้านสิ่ งแวดล้อม กลุ่มผูส้ นใจด้าน คอมพิวเตอร์ กลุ่มผูส้ นใจด้านการเมือง และอื่น ๆ ทุกคนจากทัว่ โลกสามรถแสดง ความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวา


4) การซื้อขายสิ นค้ าและบริการ (Electronic Commerce หรือ E-Commerce)       เป็ นบริ การที่จดั ทำาขึ้นเพื่ออำานวยความสะดวกในการซื้ อขายทาง อินเทอร์เน็ต  เป็ นธุรกิจที่นิยมในปัจจุบนั   สามารถให้บริ การได้ตลอด 24 ชัว่ โมง ผูใ้ ช้อินเทอร์ เน็ตสามารถสื บค้นหาของที่ตนต้องการซื้ อ  ตรวจสอบ ราคา  รวมถึงรายละเอียดและการสัง่ ซื้ อ  ได้โดยตรงจากที่บา้ นหรื อสำานักงาน


5) การบริการการโอนถ่ ายข้ อมูล (Internet Relay Chat หรือ IRC)         เป็ นบริ การโอนถ่ายข้อมูลเครื อข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างแหล่งข้อมูลที่มี อยูใ่ นเครื่ องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ทัว่ โลก นำาเสนอมาเก็บในเครื่ องคอมพิวเตอร์ ของเรา ทำาให้สามารถนำาข้อมูลหรื อโปรแกรมที่ตอ้ งการจากเครื อข่ายมาใช้งาน ได้


6) การสื่ อสารโต้ ตอบด้ วยข้ อความ (Internet Relay Chat หรือ IRC)      เป็ นบริ การที่ให้ผใู้ ช้อินเทอร์เน็ตในส่ วนต่างๆ ของโลกสามารถติดต่อพูด คุย โต้ตอบด้วยข้อความผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เราสามารถพิมพ์ขอ้ ความ โต้ตอบระหว่างบุคคล 2 คน  หรื อ  เป็ นกลุ่มบุคคลพร้อมกันก็ได้เป็ นการ โต้ตอบในเวลาเดียวกันขณะนัง่ ทำางานที่เครื่ องคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็ นที่นิยมใน กลุ่มวัยรุ่ น  โปรแกรมที่ใช้ที่นิยมกันมากในขณะนี้ ได้แก่โปรแกรม  ไอซีคิว   (ICO)

Bank


ผูใ้ ช้บริ การอินเทอร์เน็ตหลายคนอาจเข้าสู่ อินเทอร์เน็ต  โดยผ่านทางระบบ เครื อข่ายของสำานักงาน   บริ ษทั   หรื อสถานศึกษาของตน  ซึ่งตามปกติแล้ว หากเป็ นหน่วยงานหรื อสำานักงานใหญ่ๆ  จะต่อคอมพิวเตอร์เป็ นระบบภายใน องค์กร  (LAN) ซึ่งมักจะเชื่อมต่อกับผูใ้ ห้บริ การ (ISP) ผ่านสายนำา สัญญาณความเร็ วสูง  (High-Speed Leased Line) แทนที่จะ เชื่อมต่อผ่านโมเด็ม  (Modem) แต่ถา้ หากว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยูใ่ นวง   LAN ที่ไม่โตมากนักก็อาจใช้เชื่อมต่อผ่านโมเด็มก็ได้   เพราะจะทำาให้ลด ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบ  แต่อาจจะมีปัญหาในเรื่ องความเร็ ว  ในการเข้า สู่ อินเทอร์เน็ตบ้างเล็กน้อย


1) การเชื่อมต่ อแบบองค์ กร เป็ นองค์กรที่มีการจัดตั้งระบบเครื อข่ายใช้งานภายในองค์กรอยูแ่ ล้ว จะ สามารถนำาเครื่ องแม่ข่าย  (Server) ของเครื อข่ายนั้นเข้าเชื่อมต่อกับ  ISP เพื่อเชื่อมโยง  เข้าสู่ ระบบ  อินเทอร์เน็ตได้เลย Server


2) การเชื่อมต่ อส่ วนบุคคล เป็ นการเชื่อมต่อของบุคคลธรรมดาทัว่ ไป  ซึ่งสามารถขอเชื่อมต่อเข้าสู่ ระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยใช้เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่  อาจจะเป็ นที่บา้ นหรื อ ที่ทาำ งาน เชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์  ผ่านอุปกรณ์ที่เรี ยกว่า  โมเดม (Modem) ซึ่ งค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก  เรามักเรี ยกการเชื่อมต่อแบบนี้ ว่า การเชื่อมต่ อแบบ Dial-Up โดยผูใ้ ช้ตอ้ งสมัครเป็ นสมาชิกของ  ISP เพื่อขอเชื่อมต่อผ่านทาง  SLIP หรื อ  PPP account


ปัจจุบนั มีผใู้ ช้อินเทอร์เน็ตจำานวนมากทัว่ โลก  แต่ละคนก็ใช้คอมพิวเตอร์ ต่างแบบต่างรุ่ นกัน ดังนั้น  การสื่ อสารระหว่างเครื่ องคอมพิวเตอร์   จะต้อง อาศัยภาษากลางที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้ากันกันได้  ซึ่ งภาษากลางนี้ มี  ชื่อ ทางเทคนิค  ว่า  "โปรโตคอล" (Protocol) สำาหรับโปรโตคอล  เป็ น มาตรฐานที่ใช้ในการสื่ อสารบนอินเทอร์เน็ตมีชื่อเรี ยก ว่า TCP/IP ซึ่งได้ แพร่ หลายไปทัว่ โลกพร้อม ๆ  กับเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต  และเป็ นโปรโตคอล ที่กาำ ลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบนั


หลักการทำางานของโปรโตคอล  TCP/IP จะแบ่งข้อมูลที่เครื่ องคอมพิวเตอร์ ส่ งไปยังเครื่ องอื่นเป็ นส่ วนย่อย ๆ  (เรียกว่ า แพ็คเกต : packet ) และ  ส่ งไป ตามเครื อข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยการกระจายแพ็กเก็ตเหล่านั้นไปหลายทาง   โดยใน แต่ละเส้นทางจะไปรวมกันที่จุดปลายทาง และถูกนำามารวมกันเป็ นข้อมูลที่สมบูรณ์ อีกครั้งหนึ่ง        รู ปแบบการทำางานของโปรโตคอล   TCP/IP ที่มีการแบ่งข้อมูลและจัดส่ ง เป็ นส่ วนย่อย   จะสามารถช่วยป้ องกันความผิดพลาด  ที่อาจเกิดขึ้นในการติดต่อ สื่ อสารได้  เพราะถ้าข้อมูลสู ญหายก็จะเกิดเป็ นเพียงบางส่ วนเท่านั้นมิใช่หายไป ทั้งหมด ซึ่งคอมพิวเตอร์ปลายทางสามารถตรวจหาข้อมูลที่สูญหายได้  และติดต่อให้ คอมพิวเตอร์ตน้ ทางส่ งเพียงเฉพาะข้อมูลที่หายไปมาใหม่ได้ โปรโตคอล  TCP/IP ถูกคิดค้นโดยรัฐบาลสหรัฐ และถูกนำามาใช้กบั เครื อข่ายคอมพิวเตอร์เพีอ่ ป้ องกัน   ความเสี ยหายที่อาจเกิดขึ้นได้  เช่น  ในกรณี ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ใหญ่ในรัฐใดรัฐหนึ่ง ถูกโจมตีจนได้รับความเสี ยหาย  เครื อข่ายคอมพิวเตอร์ ส่วนที่เหลือก็ยงั สามารถติดต่อ ถึงกันได้อยู่  เพราะข้อมูลจะถูกโอนย้ายไปตามเส้นทางอื่นในเครื อข่ายแทน


ในการส่ งข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตนั้น  จำาเป็ นต้องส่ งผ่านทั้งในระบบ สายสัญญาณ  6 สาย  ในระบบ LAN และระบบสายโทรศัพท์ประกอบกัน  ดัง นั้น  เพื่อให้การสื่ อสารเป็ นไปได้อย่างราบรื่ น  จึงต้องมีโปรโตคอล  เพิ่มขึ้นอีก   ซึ่ ง      ได้แก่  โปรโตคอล  SLIP (Serial Line Internet Protocol) และ  PPP (Point-to-Point Protocol) ซึ่ง ทำางานบน  TCP/IP อีกทีหนึ่ง


โปรโตคอล  SLIP ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้  TCP/IP สามารถ สื่ อสารผ่านสายโทรศัพท์เพื่อส่ งผ่านข้อมูลระหว่างระบบแลน  (LAN) กับ ระบบแวน  (WAN) ได้ซ่ ึงก็ได้รับความนิยม  และเป็ นที่ใช้  กันอย่างแพร่ หลายโดยเฉพาะในระบบ  UNIX ได้นาำ โปรโตคอลนี้ ติดตั้งไว้เป็ นส่ วนหนึ่ง ของระบบ  นัน่ หมายความว่าทุกเครื่ องที่ใช้ระบบ  UNIX จะมีโปรโตคอล   SLIP อยูใ่ นตัวและสามารถใช้งานได้ทนั ที


เนื่องจากปรากฎว่าโปรโตคอล  SLIP เกิดมีปัญหาไม่เข้ากันกับ โปรโตคอลบางตัวที่ระบบแลน  (LAN) นั้นใช้อยูเ่ ดิมจึงได้มีการพัฒนา โปรโตคอลขึ้นมาใหม่ในชื่อ  PPP เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว  ดังนั้น  PPP จึง เป็ นโปรโตคอลที่สามารถใช้ร่วมกับโปรโตคอลอื่นๆ  ได้ดี  อีกทั้งยังเพิม่   ระบบ การตรวจสอบข้อมูล การรักษาความปลอดภัย  และการบีบอัดข้อมูลซึ่งทำางาน ได้ดีกว่า  SLIP และก็คงถูกใช้เป็ นมาตรฐานต่อไป


อาจสงสัยเกี่ยวกับการทำางานของอินเทอร์ เน็ต  ว่า  รู ้จกั ที่อยูข่ องคอมพิวเตอร์ เครื่ องอื่นๆ ได้อย่างไรลักษณะก็จะเหมือนกับเมื่อเราต้อง การหาบ้านหลังหนึ่งในเมือง ขนาดใหญ่ไห้พบ  เราต้องทราบข้อมูล  เช่น  บ้านเลขที่   ถนน  ตำาบล  เป็ นต้น  ในอินเทอร์เน็ต  ก็เช่นเดียวกัน  เมื่อเราต้องการสื่ อสารกับ คอมพิวเตอร์เครื่ องอื่น  เราก็จะต้องการที่อยูข่ อง  เครื่ องนั้นๆ  บนอินเเทอร์เน็ต ที่เรี ยก ว่า ไอพี แอดเดรส (IP address) IP address เป็ นหมายเลขประจำาตัวเครื่ องคอมพิวเตอร์ แต่ละเครื่ อง  ซึ่งไม่ซากั ้ ำ บเครื่ องอื่นในโลก  โดยประกอบด้วยตัวเลข  4 ชุดต่อกัน   โดยมีจุด  (.) เป็ นสัญลักษณ์  แบ่งตัวเลขเป็ นชุด  ซึ่ งแต่ละชุดจะมีค่าได้ต้ งั แต่  0 ถึง   255     ตัวอย่าง :       IP address 208.49.20.16


เนื่องจาก IP address เป็ นหมายเลขที่ไม่ซากั ้ ำ น จึงได้เกิดหน่วยงานที่ มีหน้าที่ดูแล เรื่ องการจัดสรรIP address โดยตรง หน่วยงานนี้ มีชื่อ   ว่า interNIC (Internet Network Information Center) สำาหรับผูใ้ ช้อินเทอร์เน็ตทัว่ ๆ ไปจะได้รับ  IP address จากผูใ้ ห้บริ การ อินเทอร์ เน็ต (ISP : Internet Service Provider) ซึ่งได้ทาำ การขอ  IP address เตรี ยมไว้  ล่วงหน้าแล้ว


ถึงแม้การทำางานของเครื อข่ายคอมพิวเตอร์จะใช้  IP address แต่ เนื่องจากเป็ นชุดตัวเลขที่จดจำาได้ยาก   ดังนั้น    เพื่อแก้ปัญญาหาดังกล่าว  จึงได้มี การนำาอินเทอร์เน็ตแอดเดรส    หรื อ   โดเมนเนมมาใช้   กล่าวคือการนำาตัวอักษรที่จาำ ได้ง่ายมาใช้แทน   IP address อินเทอร์เน็ตแอดเดรสจะไม่ซากั ้ ำ นและเพื่อ สะดวกในการจดจำาชื่อโดเมน  ดังนั้นโดเมนเนม  มักนิยมตั้งให้สอดคล้องกับชื่อของ บริ ษทั    หรื อ   ชื่อองค์กรผูเ้ ป็ นเจ้าของเหล่านี้เป็ นต้น  208.49.20.16 < ----------> www.srithai.com (IP Address) (โดเมนเนม)


แม้วา่ เราใช้โดเมนเนม  แต่เนื่องจากรู ปแบบการสื่ อสารข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ใช้  IP address จึงต้องมีการแปลงโดเมน เนมกลับไปเป็ น  IP address โดยจะมีการจัดตั้ง  คอมพิวเตอร์ที่ทาำ หน้าที่น้ ี โดยเฉพาะที่   มีชื่อ เรี ยกว่า  DNS Serve

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กบั เครื อข่ายอินเทอร์เน็ต

Bank


อาการของโรคติดอินเทอร์เน็ต มีดงั นี้        รู ้สึกหมกหมุ่นกับอินเทอร์ เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเทอร์ เน็ต        มีความต้องการใช้อินเทอร์ เน็ตเป็ นเวลานานขึ้น        ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้        รู ้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลงหรื อหยุดใช้        ใช้อินเทอร์เน็ตเป็ นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรื อคิดว่าการใช้อินเทอร์เน็ต ทำาให้ตนเองรู ้สึกดีข้ ึน


หลอกคนในครอบครัวหรื อเพื่อน เรื่ องการใช้อินเทอร์เน็ตของตัวเอง     การใช้อินเทอร์ เน็ตทำาให้เกิดความเสี่ ยงต่อการสูญเสี ยงาน การเรี ยนและ ความสัมพันธ์ยงั ใช้อินเทอร์เน็ตถึงแม้วา่ ต้องเสี ยค่าใช้จ่ายมาก    มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต     ใช้เวลาในการใช้อินเทอร์เน็ตนานกว่าที่ตวั เองตั้งใจไว้


ปัจจุบนั เรื่ องของข้อมูลต่างๆ ที่มีเนื้ อหาขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรื อ รวมถึงภาพโป๊ เปลือย รวมทั้งคลิปวีดิโอต่าง ๆ เป็ นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอร์เน็ต และสิ่ งเหล่านี้สามารถเข้าสู่ เด็กและเยาวชนได้ง่ายโดยผูป้ กครองไม่สามารถที่ จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอร์เน็ตนั้นเป็ นโลกที่ไร้พรมแดนและ เปิ ดกว้างทำาให้สื่อเหล่านี้สามารถเผยแพร่ ไปได้รวดเร็ วจนเราไม่สามารถ จับกุมหรื อเอาผิด ผูท้ ี่ทาำ สิ่ งเหล่านี้ข้ ึนมาได้


ไวรัส เป็ นโปรแกรมอิสระ ซึ่ งจะสื บพันธ์โดยการจำาลองตัวเองให้มากขึ้ นเรื่ อยๆ เพื่อที่จะ ทำาลายข้อมูล หรื ออาจทำาให้เครื่ องคอมพิวเตอร์ทาำ งานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความ จำาหรื อพื้นที่วา่ งบนดิสก์โดยพลการ ม้ าโทรจัน เป็ นตำานานนักรบที่ซ่อนตัวอยูใ่ นม้าไม้แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทัง่ ยึดเมืองได้ สำาเร็ จ โปรแกรมนี้ จะทำาหน้าที่ไม่พึงประสงค์มนั จะซ่อนตัวอยูใ่ นโปรแกรมที่ไม่ได้รับ อนุญาต มันมักจะทำาในสิ่ งที่เราไม่ตอ้ งการและสิ่ งที่มนั ทำานั้นไม่มีความจำาเป็ นต่อเราด้วย หนอนอินเทอร์ เน็ต ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทัว่ โลก มัน คือโปรแกรมที่จะแพร่ พนั ธ์โดยการจำาลองตัวเองมากขึ้นเรื่ อยๆ จากระบบหนึ่งครอบครอง ทรัพยากรและทำาให้ระบบช้าลง

Bank


อินเทอร์เน็ตเป็ นระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับ คอมพิวเตอร์ และระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ อื่นๆทัว่ โลกภายใต้มาตรฐานการ สื่ อสารที่ชื่อว่าทีซีพไี อพี(TCP/IP)ผูท้ ี่ตอ้ งการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์  เพื่อใช้งาน อินเทอร์เน็ตสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครื อข่ายในองค์กร หรื อต่อกับผูใ้ ห้บริ การได้ โดยตรง  คอมพิวเตอร์แต่ล่ะเครื่ องที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะต้องมีหมายเลขไอ พี(IP)ชื่อโดเมนประจำาทุกเครื่ อง เพือ่ ให้ระบบต้น – ปลายทางในการติดต่อ สื่ อสาร บริ การต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตได้แก่  บริ การเวิลด์ไวด์เว็บ,บริ การ ไปรษณี ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์,บริ การโอนย้ายไฟล์ และบริ การด้านการติดต่อสื่ อสาร

Bank


จัดทำาโดย

นางสาวปิ ยพร       ชาวดร       รหัสนักศึกษา 544148091 นางสาวเปรมกมล  ปราบพาล   รหัสนักศึกษา 544148092 นางสาวปิ ยวรรณ  สิ งห์วงษ์     รหัสนักศึกษา 544148093 นางสาวแก้วฟ้ า      แถววงษ์     รหัสนักศึกษา 544148182 สาขา  วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป  หมู่ที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บา้ นจอมบึง

power point  

power point อินเทอร์เน๊ต