ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน พฤษภาคม 2014

Page 1


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ฉลองนักบุญโยเซฟ กรรมกร วันแรงงานแหงชาติ คริสตชนบางคนบอกวาไมใชเรื่องแปลกเลยที่พระเยซูเจาจะทรงเจริญวัย กลายเปนผูใหญที่เปยมดวยพระปรีชาญาณอยางสมบูรณ เพราะมีแม พระและนักบุญโยเซฟคอยอบรมเลี้ยงดู และในทางกลับกันเปนเรื่องงาย ที่แมพระและนักบุญโยเซฟจะกลายเปนผูศักดิ์สิทธิ์ เพราะผูที่พวกทาน ดูแลเอาใจใสคือพระบุตรของพระเจา แตไมไดหมายความวาครอบครัว ศักดิ์สิทธไมตองเผชิญปญหาหรือความทุกขยากลําบากใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนทุกครอบครัวบนโลกนี้ที่ตองแบกกางเขน ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ตอง แบกกางเขนที่ทับถมลงมาอยางไมหยุดหยอน เมื่อเราอานพระวรสาร เรา จะพบวามีกางเขนมากมายและหนักหนาสาหัสที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ตองแบกรวมกันแตสิ่งที่รวมสมาชิกครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เขาดวยกันและทําใหพวกทานสามารถฟนฝาอุปสรรคและความทุกข ยากลําบากที่ทับถมลงมายังครอบครัว คือ ความรักที่สมาชิกมีตอพระเจาและตอกันและกัน ความรักของพระเยซูเจาที่ทรงมีตอ แมพระและนักบุญโยเซฟ และความรักของแมพระและนักบุญโยเซฟที่มีตอพระเยซูเจา รวมทั้งความรักของทั้งสามที่มีตอพระ บิดาเจาดวย ในทํานองเดียวกันสิ่งที่ยึดครอบครัวของเราเขาดวยกัน ในยามที่ตองเผชิญหนากับความทุกขยากลําบาก คือ ความรักและการใหอภัยกันและกัน จําไวเสมอวา “สุดทายแลวความรักก็ชนะ” แมวาอาจตองใชเวลานานก็ตาม การตักเตือน การอบรมสั่งสอน และการลงโทษเปนสิ่งจําเปน แตตองทําดวยความรักเสมอ ครอบครัวของเราจะประสบผลสําเร็จและมี ความสุข ถาเราทําใหครอบครัวของเราเปนสถานที่ที่เต็มไปดวยความรัก เปนสถานที่ที่สามาชิกแตละคนสามารถสัมผัสความ หวงใย ความเห็นอกเห็นใจ และความจริงใจได อันตรายที่นากลัวซึ่งคุกคามครอบครัวในสมัยปจจุบัน คือ การใชเวลาอยู ดวยกันนอยเกินไป พอแมหลายคนมัวยุงอยูกับการทํางานจนแทบไมมีเวลาใหกับครอบครัว บางคนติดละครโทรทัศน ติด คอมพิวเตอร facebook เกมส Line จนไมสนใจคนอื่น ทําใหไมมีเวลาใหกับคนที่อยูรอบขาง เราตองไมลืมวาการใชเวลาอยูกับ ครอบครัวเปนวิถีทางหนึ่งที่แสดงใหสมาชิกครอบครัวของเรารูวาเรารักพวกเขา เมื่อเรารักครอบครัว เราตองอุทิศเวลาสวนตัว ของเราอยูกับพวกเขาใหมากที่สุดเทาที่เราจะสามารถทําได เหมือนที่ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์สามารถฟนฝาอุปสรรค ความทุกข ยากลําบาก และวิกฤติกาลตาง ๆ ที่โหมกระหน่ําเขามาหาสมาชิกโดยอาศัยความรักที่มีตอกันและกัน พรอมกับความเชื่อและ ความไววางใจในความรักของพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ.2014 รับบีหรืออาจารยชาวยิวคนหนึ่งไดเรียกศิษยทั้งหมดมารวมกัน ในเชาตรูวัน หนึ่งขณะที่ความมืดยังคงปกคลุมอยู ทานถามพวกเขาวา พวกเขาสามารถรู ไดอยางไรวากลางคืนไดผานไปแลวและกลางวันกําลังเริ่มตนขึ้น? ศิษยคน หนึ่งตอบวา “เมื่อทานเห็นสัตวตัวหนึ่งและสามารถบอกไดวามันเปนแกะ หรือวาสุนัข” “ไมใช” รับบีตอบ ศิษยอีกคนหนึ่งบอกวา “เมื่อทานมองไป ยังตนไมที่อยูไกล ๆ แลวสามารถแยกแยะไดวามันเปนตนมะเดื่อหรือวาตน มะกอกเทศ” “ไมใชอีกนั่นแหละ” รีบบีตอบ หลังจากศิษยอีกจํานวนหนึ่งพยายามตอบ แตไมมีใครตอบถูกสักคน ศิษย ที่เหลือจึงถามวา “แลวอะไรคือคําตอบที่ถูกตองละ?” รับบีผูชาญฉลาดและมากดวยประสบการณจึงตอบวา “เมื่อ พวกทานมองหนาของหญิงหรือชายคนใดคนหนึ่งและเห็นวาเธอเปนนองสาวและเขาเปนนองชายของพวกทาน เพราะ ตราบใดก็ตามที่พวกทานยังไมสามารถทําสิ่งนี้ได ไมวาจะกี่โมงกี่ยาม มันก็ยังมืดอยูดีสําหรับพวกทาน”เรื่องราวของ วันปสกาในพระวรสารเริ่มตนขึ้นในตอน “เชาตรูวันตนสัปดาหขณะที่ยังมืด” (ยน 20:1) ความมืดเปนสัญลักษณของ บาปและความตาย บุคคลที่ตกเปนทาสของบาป ชีวิตของเขาจะจมอยูในความมืดแหงความตาย แตเมื่อ “พระคริสต เจา องคความสวางของชาวเรา” ปรากฏขึ้นมา ความมืดแหงบาปและความตายจะถูกขจัดออกไป ผูที่เชื่อในพระองค จะไดรับชีวิตใหมโดยมี “ความรัก” เปนตราประทับที่โดดเดนของชีวิตดังกลาวนี้ นักบุญยอหนพูดถึงเรื่องนี้ในจดหมาย ของทานวา “ความมืดกําลังผานพนไป ความสวางแทจริงกําลังทอแสงขึ้นมาแลว ผูที่อางวาตนอยูในความสวาง แต เกลียดชังพี่นองของตน ผูนั้นยังจมอยูในความมืด” (1 ยน 2:8-9) นั่นคือ ตราบใดที่เขายังไมสามารถรักเพื่อนพี่นองที่ รอบขางเขาได เขายังไมไดเกิดใหมในพระคริสตเจาอยางแทจริงและชีวิตของเขายังคงจมอยูในความมืดเหมือนเดิม ปส กาเปนคําเชื้อเชิญใหเราออกจากความมืดมารับแสงสวางของพระคริสตเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ ในแสงสวางนี้เอง เราสามารถมองเห็นพระองคและตระหนักวา เพื่อนมนุษยทุกคนบนโลกนี้เปนพี่นองชายหญิงของเราในองคพระผูเปน เจา ซึ่งเปนเครื่องหมายบงชี้วาชีวิตฝายจิตของเราไดผานจากความมืดแหงบาปและความตายเขาสูรุงอรุณแหงชีวิตใหม ในพระคริสตเจาแลว เมื่อพระคริสตเจาทรงชนะบาปและความตายแลว จะไมมีใครที่เชื่อในพระองคหลงทางและ สูญเสียไปอีก ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ.2014 เมื่อเปโตรและศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักไดยินเรื่องราวที่นางเลาใหฟง ทาน ทั้งสองรีบวิ่งไปยังพระคูหาทันที แตศิษยที่พระเยซูเจาทรงรัก “วิ่งเร็ว กวาเปโตร จึงมาถึงพระคูหากอน” (ยน 20:4) และเมื่อทานกมลงมองเขา ไปในพระคูหา ก็ “เห็นผาพันพระศพวางอยูบนพื้น แตไมไดเขาไปขางใน” (ยน 20:5) เมื่อเปโตรมาถึงและเขาไปในพระคูหา ทาน “เห็นผาพันพระ ศพวางอยูที่พื้น รวมทั้งผาพันพระเศียร ซึ่งไมไดวางอยูกับผาพันพระศพ แตพับแยกวางไวอีกที่หนึ่ง” (ยน 20:7) เมื่อศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักเขา ไปขางในและเห็นสิ่งเดียวกันทานไดเชื่อ (เทียบ ยน 20:8) ดวยสายตาแหงความเชื่อ ศิษยที่พระเยซุเจาทรงรัก มองเห็น บางสิ่งที่มากกวาผาที่ถูกวางทิ้งไว ทานมองเห็นความหมายที่แทจริงของสิ่งที่ปรากฏอยูเบื้องหนาทาน ความรักที่มีตอ พระเยซูเจาทําใหทานมองทะลุเขาไปในความมืด และเห็นความจริงเกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค ศิษย คนนี้เปนตัวแทนของผูติดตามในอุดมคติของพระองค ในระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทายทานไดนั่งรวมโตะติดกับพระองค (เทียบ ยน 13:23) และเปนหนึ่งในผูที่ยืนอยูที่ใตเชิงไมกางเขนเมื่อพระองคทรงสิ้นพระชนม (เทียบ ยน 19:26) ใน พระวรสารวันนี้ทานไดวิ่งไปที่พระคูหาในตอนเชาตรูของวันปสกา ความเรงดวนอันเนื่องมาจากความรักที่มีตอพระองค ทําใหทานไปถึงจุดหมายปลายทางกอน และความออนไหวตอความรูสึกของความรักของทาน ทําใหทานเปนคนแรกที่ เชื่อในการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค ตอมาเมื่อพระเยซูเจาทรงแสดงพระองคบนฝงทะเลสาบทิเบเรียส ทาน บอกเปโตรซึ่งอยูบนเรือวา “เปนองคพระผูเปนเจานี”่ (ยน 21:7) ความรักที่ทานมีตอพระเยซูเจาทําใหทานจําพระองค ไดเปนคนแรก สิ่งนี้ชี้ใหเห็นวาความรักทําใหเราเขาถึงและเขาใจพระเยซูเจาไดเร็วกวาทางอื่น เราแตละคนควร พิจารณาไตรตรองถึงศักยภาพในการมองของเรา เพื่อวาเมื่อเวลามาถึง เราแตละคนจะมีความรักที่ชวยเราใหมองทะลุ เขาไปในความมืดและเห็นความจริงเกี่ยวกับพระเยซูเจาและความเปนพี่นองในทุกคนที่เราพบปะในแตละวัน ขอการ กลับคืนพระชนมชีพขององคพระผูเปนเจาเปนกําลังใจและความหวังของเรา ขอทรงเพิ่มพูนความรักที่เรามีตอพระองค และเพื่อนมนุษยของเรานับวันยิ่งมากขึ้น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ในพระวรสารวันนี้ ศิษยสองคนรูสึกสิ้นหวังและหอเหี่ยวใจ เนื่องจากการสิ้นพระชนมของพระเยซูเจา ไดตัดสินใจออกจากกลุม อัครสาวกและบรรดาผูมีความเชื่อ ที่กรุงเยรูซาเล็มและมุงหนาไปยัง หมูบานเอมมาอูส เพื่อสลัดเรื่องราวที่แสนจะปวดราวใจ ใหออกไป พนจากจิตใจของพวกเขา แตแลวในเย็นวันเดียวกันพวกเขาตองรีบ กลับมาหากลุมอัครสาวกและบรรดาผูมีความเชื่อซึ่งพวกเขาไดจาก ไปในตอนเชาตรูอีกครั้งหนึ่งดวยความยินดีและกระตือรือรน ทั้งสอง ไดพบคนแปลกหนาระหวางทาง คนแปลกหนาซึ่งดูไมเหมือนพระ เยซูเจาเทาใดนัก แตตอมาพวกเขาไดตระหนักวาเปนพระเยซูเจา องคพระผูเปนเจา ผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ หลาย คนคงเคยไดยินคําพูดที่วา “อยาพูดกับคนแปลกหนา”คําเตือนนี้มีสวนดีเหมือนกันเพราะบางครั้งคนแปลกหนา หรือ คนที่เราไมรูจักอาจนําความเดือดรอนมาสูตัวเรา หรือครอบครัวของเราได ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบอย ๆ อยางไรก็ตาม ดูเหมือนวาเคลโอปสและเพื่อนรวมเดินทางของเขา ไมใหความสําคัญกับเรื่องนี้เทาใดนัก พวกเขาไดพบคนแปลกหนา และไดพูดคุยกับเขาอยางเปดใจ ถาหากเขาทั้งสองไมตอนรับและพูดคุยกับชายแปลกหนาคนนั้น พระเยซูเจาอาจจะ ผานเลยพวกเขาไป นั่นจะสงผลใหพวกเขาพลาดโอกาสที่จะพบกับพระองค และไดรับการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ จากพระองค เราแตละคน จะมีใครสักกี่คนที่รูวา กี่ครั้งแลวที่พระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ ไดผานมาและผาน เลยเราไป เพราะเราไมไดตระหนักวาเปนพระองคและพลาดโอกาสที่จะไดรับพระพรจากพระองค เพียงเพราะเรากลัว คนแปลกหนา! ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.2014 เหตุการณเลวรายที่โหมกระหน่ําบรรดาอัครสาวกและผูติดตามพระ เยซูเจา ซึ่งเปนผลตามมาจากการสิ้นพระชนมที่นาอับอายของพระ อาจารย ภายใตเงื้อมมือของทหารชาวโรมันผูซึ่งพวกเขาคิดวา พระ เยซูเจาจะมาเพื่อกําจัดออกไปใหพนจากแผนดินของพวกเขา เคล โอปสและเพื่อนของทานมุงหนาไปยังหมูบานเอมมาอูส หลีกหนีไป ใหไกลจากสถานที่ซึ่งเรื่องราวเหลานี้เกิดขึ้น ถึงกระนั้น ทั้งสองยัง พูดคุยและถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องเหลานี้ตลอดทาง ดวยความรูสึก ผิดหวังในตัวพระเยซูเจา เศราและสะเทือนใจมาก อนาคตสําหรับ พวกเขานั้นไดดับสูญไปแลว คนแปลกหนาปรากฏตัวขึ้นมาและถามศิษยสองคนนี้วา “ทานสนทนากันเรื่องอะไรตาม ทาง” (ลก 24:17) ถาทั้งสองกลัวคนแปลกหนาและถือตามคําเตือนที่ไมใหพูดกับคนแปลกหนา คงจะตัดบทไปอยาง สุภาพวา “ขอโทษนะ เรื่องนี้ไมเกี่ยวของกับคุณ” แตเคลโอปสและเพื่อนของทานไมไดเปนคนแบบนั้น สิ่งที่พวกทาน พูดก็คือ “ทานเปนเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ไมรูเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่นเมื่อสองสามวันมานี”้ (ลก 24:18) คนแปลกหนาจึงถามวา “เรื่องอะไรกัน?” (ลก 24:19) คําถามนี้เองนําไปสูการสนทนาที่เปดเผยและลุมลึกซึ่งทําให หัวใจของพวกเขา “เรารอนเปนไฟอยูภายใน” (ลก 24:32) ดวยความเขาใจที่ลึกซึ้ง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะวาพวกเขา ไววางใจคนแปลกหนา เปดใจพรอมที่จะใหขอมูลและรับขอมูลจากเขา เคลโอปสและเพื่อนของทานแบงปนขอมูลกับ คนแปลกหนาไปตลอดทาง รวมเดินทางไปดวยกันและแบงปนอาหารและที่พักกับเขาดวย ในระหวางการแบงปนนี้เอง ที่ชวงเวลาแหงการเผยแสดงเกิดขึ้น และพวกเขาตระหนักวาคนแปลกหนาที่พวกเขายอมรวมเดินทางดวย ที่แทก็คือ พระเยซูเจา ผูทรงเปนคําตอบตอทุกคําถาม ที่หัวใจของพวกเขาเรียกรองอยากจะทราบ การคนพบวาพระเยซูเจา บุคคลที่พวกเขาไววางใจ ยังมีชีวิตอยู ใหความหมายใหมแกชีวิต ความเชื่อ และกระแสเรียกของพวกเขา พวกเขาสลัด ความกลัวและความเหนื่อยลาทั้งหมดทิ้งไป ลุกขึ้น และรีบเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในคืนนั้นเอง เพื่อพบและรวม เปนหนึ่งเดียวกับบรรดาอัครสาวกและผูติดตามพระเยซูเจาอีกครั้งหนึ่ง พรอมกับแบงปนขาวดีกับพวกเขาโดยบอกวา พวกเขาไดพบองคพระผูเปนเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพแลว ในรูปของคนแปลกหนา (เทียบ ลก 24:34-35) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.2014 การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาเปนเสนแบงระหวางชีวิตบนโลกนี้ ของพระองค ซึ่งถูกจํากัดอยูในรูปแบบของชายชาวยิวคนหนึ่ง และชีวิตใหม ซึ่งทําใหพระองคไมตองถูกจํากัด ในวิถีทางหรือรูปแบบเดิมอีกตอไป เวลานี้ องคพระผูเปนเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพปรากฏตัวในทุกรูปแบบ ไมวา จะเปนชายหรือหญิง ผิวดํา ผิวขาว ผิวเหลือง เด็กหนุมหรือผูชรา คนจน หรือคนรวย คนพิการหรือคนปรกติ ชาวพื้นเมืองหรือผูยายถิ่นฐาน คาทอลิก หรือโปรเตสตันท คริสตชนหรือมุสลิม เสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง เราอาจจะ มองคนที่แตกตางจากเราหรือคนที่เราไมรูจักวาเปนคนแปลกหนา แตพระ เยซูเจาทาทายเราใหเริ่มมองพวกเขาเหมือนเพื่อนรวมเดินทาง เมื่อเราตอนรับพวกเขา เรากําลังตอนรับพระเจาและนํา พระพรมาสูตัวเราเอง แมวาจะเปนเรื่องยาก หลายครั้งขัดกับความรูสึกในใจเรา แตใหเราอธิษฐานภาวนาวอนขอพระ หรรษทานจากพระเจา เพื่อเราจะสามารถเอาชนะความหวาดกลัวตอคนแปลกหนา และกลาหาญพอที่จะเปดใจรับฟง ความคิดเห็นของพวกเขา แบงปน มอบความรักและความจริงใจแกผูคนรอบขางพรอมกับตระหนักวา แมวาคนแปลก หนาที่เราพบ อาจจะดูไมเหมือนพระเยซูเจา แตพวกเขาอาจจะแปรเปลี่ยนกลายเปนพระเยซูเจา เหมือนคนแปลก หนาที่ศิษยสองคนพบระหวางทางไปหมูบานเอมมาอูส ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.2014 นักบุญเปโตรและเพื่อนอัครสาวกไดทุมเทสรรพกําลังและทุกสิ่งทุกอยางที่มี แมแตชีวิต เพื่อภารกิจแหงการประกาศขาวดี พวกทานไดเทศนสอนอยางกลา หาญในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม เมื่อถูกจับกุมตัวและนําไปยังสภาซันเฮดริน ซึ่งเปนสภาสูงสุดของชาวยิว พวกทานไดแสดงความรักที่มีตอพระเยซูเจาดวย การยืนยันตอหนาผูนําศาสนาที่มาชุมนุมกันในวันนั้นวา “เราตองเชื่อฟงพระ เจายิ่งกวาเชื่อฟงมนุษย” (กจ 5:29) เมื่อรูวาเจาแหงชีวิตทรงอยูเคียงขางพวก ทาน พวกทานพรอมเผชิญหนากับทุกสิ่งแมแตความตาย เพื่อขาวดีแหงความ รอดพนจะไดถูกประกาศออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มนี้เองขาวดีแหงความรอดพนและความเชื่อไดแพรกระจายไปทั่วโลก และถายทอดมาถึงเราจนถึงทุกวันนี้ ปจจุบันพระศาสนจักรยังคงสานตอภารกิจที่พระเยซูเจาไดทรงมอบหมายไวใน ความรับผิดชอบของนักบุญเปโตรและเพื่อนอัครสาวกตอไป คําสั่งของพระองคที่วา “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) ยังคงกองกังวานอยูในใจของผูสืบตําแหนงตอจากบรรดาอัครสาวกและผูรวมงานทั้งหลายของพวกทานทุกคน งานแพรธรรมและงานเทศนสอนยังคงดําเนินตอไปอยางไมหยุดหยอน เนื้อหาของขาวดีและขอความเชื่อยังคงเดิม อาจ มีการปรับเปลี่ยนเฉพาะในเรื่องวิธีการ แนวทาง และเครื่องมือที่ใชในการปาวประกาศเทานั้น ทั้งนี้เพื่อใหสอดคลองกับ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีที่ไดรับพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อยางไมมีวันสิ้นสุด เครื่องมือที่โดดเดนและยังคงเปนอมตะ อยางหนึ่งที่พระศาสนจักรใชเพื่อสานตอภารกิจดังกลาวตั้งแตเริ่มแรกคือ พิธีมิสซาหรือพิธีบูชาขอบพระคุณ พิธีกรรม ศักดิ์สิทธิ์นี้แบงออกเปนสองภาค นั่นคือ ภาควจนพิธีกรรมและภาคศีลมหาสนิท อาศัยองคประกอบที่จําเปนและขาด ไมไดทั้งสองภาคนี้เอง “พระศาสนจักรมิไดหยุดยั้งที่จะนําอาหารเลี้ยงชีวิตคริสตชน ทั้งจากโตะพระวาจาและจากโตะ พระกายพระคริสตเจา เสนอใหสัตบุรุษ” (DV 21) ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามารวมพิธีมิสซา ชีวิตฝายจิตและความเชื่อของ เรา จะไดรับการหลอเลี้ยงดวยพระวาจาและศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไมได เพราะทั้ง สองเปนพละกําลังแหงความเชื่อและอาหารเลี้ยงวิญญาณของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.2014 บทประพันธของ Mary Stevenson ที่มีชื่อวา“รอยเทาบนพื้นทราย” (Footprints in the Sand) บอกวา “ชายคนหนึ่งไดฝนในคืนหนึ่งวาเขา กําลังเดินอยูบนชายหาดกับพระเยซูเจา ทันใดนั้นบนฟากฟาฝงตรงกัน ขามกับเขาเกิดแสงวาบขึ้นมา ในแสงนั้นเหตุการณตาง ๆ ที่ผานเขามาใน ชีวิตของเขา ก็ปรากฏขึ้นเปนฉาก ๆ ตามลําดับ แตละฉากเขาสังเกตเห็น รอยเทาสองคูขนานกันไปบนพื้นทราย คูหนึ่งเปนของเขา อีกคูหนึ่งเปน ของพระเยซูเจา แตเมื่อฉากสุดทายปรากฏขึ้นตอหนาเขา เขามอง ยอนกลับไปที่รอยเทาบนพื้นทราย เขาสังเกตเห็นวา หลายครั้งที่ เหตุการณตาง ๆ เหลานี้เกิดขึ้น ปรากฏวามีเพียงรอยเทาคูเดียวเทานั้น และเขาก็สังเกตดวยวามันเกิดขึ้น ในชวงเวลาที่ชีวิตของเขาตกต่ําและนาเศรามากที่สุด สิ่งนี้ทําใหเขารูสึกไมสบายใจ เขาจึงถามพระเยซูเจาวา ‘ขาแตพระเจา พระองคตรัสวาเมื่อขาพเจาตัดสินใจติดตามพระองคแลว พระองคจะเดิน เคียงขางขาพเจาตลอดเวลา แตขาพเจาสังเกตเห็นวาในชวงเวลาที่ขาพเจาประสบกับความทุกขยากลําบากมากที่สุดใน ชีวิต มีเพียงรอยเทาบนพื้นทรายคูเดียวเทานั้น ขาพเจาไมเขาใจ ทําไมเมื่อขาพเจาตองการพระองคมากที่สุด พระองค กลับทิ้งขาพเจาไป’ พระเยซูเจาตอบวา ‘ลูกรัก เรารักเจาและไมเคยทิ้งเจาไป ในชวงเวลาที่เจาประสบกับความทุกข ยากลําบากที่สุดในชีวิตที่เจาไดเห็นรอยเทาเพียงคูเดียวบนพื้นทรายนั้น มันเปนรอยเทาของเราที่กําลังแบกเจาไว’” คลาย ๆ กันกับผูประพันธบทสดุดีที่ 23 บอกเราวา “องคพระผูเปนเจาทรงเลี้ยงดูขาพเจาอยางนายชุมพาบาล ขาพเจาจึงไมขาดสิ่งใด พระองคทรงปลอยใหขาพเจานอนพักอยูในทุงหญาเขียวขจี ทรงนําขาพเจาไปริมสายนทีที่เงียบ สงบ...แมขาพเจาจะตองเดินไปในหุบเขาที่มืดมิด ขาพเจาก็จะไมกลัวอันตรายใด ๆ เพราะพระองคทรงอยูกับขาพเจา พระคทาและธารพระกรของพระองคชวยใหขาพเจาอุนใจ” (สดด 23:1-4) นี่แหละคือผูที่พระเยซูเจาทรงเปนและผูที่ พระเจาทรงเรียกเราแตละคนใหเปนดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาทรงตรัสกับเราวา “แกะของเรายอมฟงเสียงของเรา เรารูจักมัน และมันก็ตามเรา” (ยน 10:27) ฝูงแกะฟงและจําเสียงนายชุมบาลของพวก มันได และนี่คือเหตุผลที่ทําใหพวกมันติดตามเขาไป ไมติดตามคนอื่น เปน เรื่องสําคัญสําหรับเราดวยเชนเดียวกัน เมื่อเสียงของพระเยซูเจามาถึงเราใน แตละวัน เราจะตองจดจําเสียงของพระองคใหได พระเยซูเจาไดตรัสไวดวย วา “เราเปนนายชุมพาบาลที่ดี นายชุมพาบาลยอมสละชีวิตเพื่อแกะของ ตน” (ยน 10:11) พระองคเปนนายชุมพาบาลที่ดี ไมใชแคเพียงลูกจาง เมื่อ สุนัขปาเขามา พระองคจึงไมละทิ้งฝูงแกะและหนีไป ตรงกันขามพระองค พรอมที่จะสละชีวิตเพื่อฝูงแกะของตน และพระองคก็ไดทําเชนนั้นจริง ๆ ดวยการยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขน เพื่อ เรามนุษยซึ่งเปนฝูงแกะของพระองคจะไดรอดพนจากบาป นายชุมพาบาลที่ไดกลายเปน “ลูกแกะของพระเจา” เพื่อ ยกบาปของโลกใหเราวอนขอพระหรรษทานและพละกําลังจากพระเจา เพื่อวาเราจะสามารถเปนฝูงแกะที่ดีของ พระองค ผูซึ่งฟงเสียงของพระองคดวยความตั้งใจและติดตามแบบอยางความรักที่เสียสละของพระองค ในฐานะนาย ชุมพาบาลที่ดีพระองคทรงออกไปตามหาแกะตัวเดียวที่หลงทาง โดยปลอยแกะอีก 99 ตัวไว เพื่อนําตัวที่หลงทางนั้น กลับมาเขาฝูงอีกครั้งหนึ่ง ใหเราอธิษฐานภาวนาเพื่อนายชุมพาบาลของเราทุกคน ทั้งผูนําศาสนาและผูนําประเทศ ขอใหพวกเขาเจริญรอยตามแบบอยางของพระเยซูเจา ผูซึ่งเต็มใจรับใชและสละชีวิตเพื่อฝูงแกะของตน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ.2014 “ผูใดรักเรา ผูนั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน 14:23) บทพิสูจนวา เรารักพระเยซูเจาคือ เราปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค ความรักที่ เรามีตอพระเยซูเจาจึงไมใชเปนเพียงแคความรูสึก แตเปนการกระทําใน รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดวยการ“ปฏิบัติตามวาจา” ของพระองค โดย การถือตามบทบัญญัติ หลักคําสอน หรือแนวปฏิบัติทางศีลธรรมที่ดีงาม ตาง ๆ ยังครอบคลุมทุกสิ่งที่เรารูเกี่ยวกับพระองคโดยทางพระคัมภีร การกระทําของพระองค แนวทางในการดําเนินชีวิตของพระองค ความสัมพันธของพระองคกับประชาชนทุกประเภททุกชนชั้น รวมทั้ง คานิยมและทาทีตาง ๆ ของพระองคตอสังคมและมนุษยอีกดวย เราไมอาจเพียงพูดวาเรารักพระเจาเทานั้น แตตอง ปฏิบัติตามสิ่งตาง ๆ เหลานี้ดวย พยายามทําสิ่งที่พระองคทรงตองการและหลีกเลี่ยงสิ่งที่พระองคไมทรงปรารถนา ให เราแตละคนจะถามตนเองอยางซื่อสัตยวา เรากําลังพยายามทําสิ่งที่พระเจาทรงปรารถนาหรือเปลา? ถาเรายังไมไดทํา สิ่งนี้ แสดงวาเรายังรักพระองคไมเพียงพอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ.2014 พระศาสนจักรเรียกวันอาทิตยที่สี่เทศกาลปสกาวา “วันนายชุมพาบาลที่ดี”เมื่อพูดถึงนาย ชุมพาบาล เรามักจะนึกถึงบรรดาผูนําพระศาสนจักร เชน พระสันตะปาปา พระคารดินัล พระสังฆราชและพระสงฆทั้งหลาย ซึ่งเปนผูที่พระเจาทรงเรียกและเลือกใหมาทําหนาที่พิเศษ ในการดูแลประชากรของพระองค ดวยเหตุนี้ พระศาสนจักรกําหนดใหวันนี้เปน “วันกระแส เรียก” ดวย พรอมกับขอใหคริสตชนทั่วทุกมุมโลกอธิษฐานภาวนาเปนพิเศษ เพื่อกระแสเรียก การเปนพระสงฆและนักบวชทั้งชายและหญิง กระแสเรียกเปนเรื่องที่นาพิศวง บุคคลสําคัญใน พระคัมภีรบางคนไมไดตอบรับเสียงเรียกของพระเจาทันที แตลังเลใจและบายเบี่ยงกอน เมื่อพระเจาทรงเรียกโมเสส ทานทูลทัดทาน พระองคหลายครั้ง แมวาพระเจาทรงสัญญาวาจะประทับอยูเคียงขางเพื่อชวยเหลือทาน ทานหาขอแกตัวบางอยางเพื่อไมตองตอบรับ เสียงเรียกของพระองค“ชาวอิสราเอลจะไมเชื่อขาพเจา จะไมฟงถอยคําของขาพเจา แตจะพูดวา ‘องคพระผูเปนเจาไมไดสําแดงพระองค แกทาน’” (อพย 4:1) “โปรดเถิด พระเจาขา โปรดอภัยใหขาพเจาเถิด ขาพเจาพูดไมคลองทั้งในอดีตและตั้งแตพระองคเริ่มตรัสกับ ขาพเจา ผูรับใชของพระองคแลว ขาพเจาก็ยังพูดไมคลอง ทั้งพูดชาและตะกุกตะกัก” (อพย 4:10) “ขอทรงอภัยขาพเจาดวยเถิด พระ เจาขา โปรดสงผูอื่นไปเถิด” (อพย 4:13) ดูเหมือนวาพระเจาตองออกแรงมากทีเดียว เพื่อใหโมเสสตอบรับเสียงเรียกของพระองคแต สุดทายทานไดตอบรับเสียงเรียกของพระองคและมอบตัวเองทั้งครบไวในความรักและพระเมตตาของพระเจา ผูทรงรูดีวาอะไรเปนสิ่งที่ดี ที่สุดสําหรับตัวทาน เมื่อพระเจาทรงเรียกอับรามหรืออับราฮัม ทานไมมีความลังเลใจเหมือนโมเสสแตตอบรับเสียงเรียกของพระเจาทันที ดวยความเชื่อมั่นในพระองค พระเจาขอใหทานออกจากบานเกิดเมืองนอนของตนเพื่อไปยังดินแดนที่พระองคจะทรงแสดงแกทาน ที่นั่น พระองคจะทรงทําใหทานเปนชนชาติใหญ ทานตอบรับทันทีโดยไมมีขอแมใด ๆ ทั้งสิ้น “อับรามจึงออกเดินทางตามที่องคพระผูเปนเจา ตรัส...” (ปฐก 12:4) ความเชื่อของอับราฮัมทําใหทานตอบรับเสียงเรียกของพระเจาทันที เมื่อประกาศกอิสยาห เห็นนิมิตของพระเจาใน พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มและไดยินเสียงของพระองคตรัสกับทานวา “เราจะสงใคร ใครจะไปแทนเรา” (อสย 6:8) ทานทูลพระองคทันที วา “ขาพเจาอยูที่นี่ โปรดสงขาพเจาไปเถิด ” (อสย 6:9) เรื่องราวบุคคลสําคัญเหลานี้ชี้ใหเห็นวาเพื่อตอบรับเสียงเรียกของพระเจา เรา ตองมีความเชื่อและความกลาหาญเปนอยางมาก และไมใชทุกคนที่ไดรับการเรียกแลวตอบรับเสียงเรียกของพระองค นี่คือเหตุผลอันหนึ่ง ที่เราตองชวยกันอธิษฐานภาวนา สําหรับบรรดาผูที่ไดรับการเรียกจากพระเจา เพื่อวาพวกเขาจะมีความกลาหาญและมีน้ําใจเสียสละ ที่ จะตอบรับเสียงเรียกของพระองค ใหเราอธิษฐานภาวนาเปนพิเศษสําหรับผูที่ฝกอบรมตนเองในบานเณรและบานนักบวชตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง คนที่กําลังพิจารณาไตรตรองวาตนเองมีกระแสเรียกในทางนี้หรือไม ? ขอใหองคพระผูเปนเจาทรงนําทางและอวยพร พวกเขา พรอมกันนี้ใหเราอธิษฐานภาวนาเพื่อบรรดาพระสงฆและนักบวช เพื่อวาองคพระผูเปนเจาจะอวยพรกระแสเรียกของพวกเขา ตอไป ไมใชเฉพาะในวันนี้ซึ่งเปนวันกระแสเรียกเทานั้น แตทุกวันตลอดทั้งป ขอใหหนุมสาวทั้งหลายกลาพูดกับพระเจาเหมือนที่แมพระ พูดกับพระองควา “ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด ” (ลก 1:38)

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ไมใชทุกคนที่ไดรับการเรียกจากพระเจาแลวตอบรับเสียงเรียกนั้น เราคงเคย ไดยินเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐีหนุมในพระคัมภีรที่หันหลังใหกับเสียงเรียกของ พระเยซูเจา (มก 10:17-22) เศรษฐีหนุมผูนี้ไดปฏิบัติตามบทบัญญัติทุกขอ ตั้งแตยังเปนเด็ก พระเยซูเจาเองทรงรูสึกเอ็นดูเขามาก แตเมื่อพระองคทรง ขอใหเขาทําบางสิ่งบางอยางที่มากกวาที่เขาเคยปฏิบัติมา นั่นคือ ขายทุกสิ่ง ที่มี มอบเงินใหคนยากจน และติดตามพระองคไป เศรษฐีหนุมผูนี้หนาสลด ลงทันทีและจากไปดวยความทุกข สาเหตุที่เขาตองจากไปดวยความทุกข เพราะวาเขาตองการติดตามพระเยซูเจา แตในเวลาเดียวกันก็ตองการเก็บ รักษาทรัพยสมบัติของเขาดวย การตอบรับเสียงเรียกของพระเจาเปนความงดงามอยางหนึ่ง แตเปนสิ่งที่นากลัวดวย เหมือนกัน เขาตองการมีทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน แตนั่นมันเปนสิ่งที่เปนไปไมได เขาตองเลือก แตเขาไมกลาพอที่จะให พระเยซูเจาเปนที่หนึ่งในชีวิตของเขา การตอบรับเสียงเรียกของพระเจาเปนเรื่องนาตื่นเตน แตทุกครั้งที่เราตอง ตัดสินใจ มันเกี่ยวของกับการปฏิเสธความเปนไปไดอยางอื่นดวย เศรษฐีหนุมไดรับการเรียก แตเขาเลือกละทิ้งมันอยาง อิสระ เพราะเขาไมตองการปฏิเสธความร่ํารวยที่โลกนี้ไดมอบใหเขา แตในการปฏิเสธกระแสเรียกของเขา เขาได สูญเสียความเปนไปไดที่ยิ่งใหญกวาสําหรับชีวิตนิรันดร เขาจึงตองจากไปดวยความทุกข เขาจะมีความสุขไดอยางไรใน เมื่อเขาปฏิเสธเสียงเรียกของพระเยซูเจา การตอบรับเสียงเรียกของพระเจา จึงตองมีความเชื่อและความกลาหาญเปน อยางมาก ดังนั้น สิ่งที่เราตองชวยกัน คือ อธิษฐานภาวนาสําหรับบรรดาผูที่ไดรับการเรียกจากพระเจา ใหเขากลาหาญ ที่จะเสียสละน้ําใจเพื่อตอบรับเสียงเรียกของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.2014 วันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1917 ที่ตําบลฟาติมา ประเทศโปรตุเกส แม พระไดประจักษเปนครั้งแรกแกเด็กสามคนคือ ลูซีอา ฟรัสซิสโก และยา ชินทา จากนั้นพระนางไดประจักษมาอีกหาครั้งติดตอกัน แมพระเขาใจดี วาพระเจาทรงพอพระทัยคําอธิษฐานภาวนาของเด็ก ๆ ทรงพรอมที่จะฟง และตอบคําอธิษฐานภาวนาของพวกเขาเสมอ หลายคนคงจําคําพูดของ พระเยซูเจาที่วา “ถาทานไมกลับเปนเหมือนเด็กเล็ก ๆ ทานจะเขา อาณาจักรสวรรคไมไดเลย” (มธ 18:3) ลักษณะพิเศษและสําคัญของเด็ก คือ ความเชื่อมั่นและความไววางใจในพอแม ของพวกเขา สําหรับเด็กแลว ถามีพอแมอยูเคียงขาง ทุกสิ่งทุกอยางเปนไปไดเสมอ พวกเขาไมสงสัยในความรักที่พอแม มีตอพวกเขาเลยแมแตนอยนิด แมพระทรงมองเห็นจุดเดนนี้ในตัวเด็กทั้งสามคนที่ตําบลฟาติมา พระนางทรงทราบดีวา ถาใหเด็ก ๆ อธิษฐานภาวนาตอพระเจา พวกเขาจะทําสิ่งนี้ดวยความเชื่อมั่นและไววางใจในความรักและพระเมตตา ของพระองคอยางไรขอสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจะสงผลใหคําอธิษฐานภาวนาของพวกเขาเปยมดวยอานุภาพ และเมื่อ พระเจาทรงไดยินคําอธิษฐานดวยทาทีแบบนี้ พระองคจะไมทรงนิ่งเฉยอยางแนนอน ความเชื่อมั่นและไววางใจในความ รักและพระเมตตาของพระเจาเปนลักษณะพิเศษของแมพระเอง คําตอบที่พระนางทรงใหแกทูตสวรรคของพระเจา ที่วา “ขาพเจาเปนผูรับใชของพระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด” (ลก 1:38) สะทอนใหเราเห็นถึง เรื่องนี้ไดอยางชัดเจน ดวยความเชื่อที่มั่นคงและความไววางใจในความรักของพระเจา พระนางตอบรับสาสนของพระ เจาดวยความเต็มใจ ผลที่ตามมาก็คือ แผนการแหงการกอบกูมนุษยชาติของพระเจา ซึ่งมีมาตั้งแตนิรันดรภาพได กลายเปนความจริง นี่แหละคืออานุภาพของความเชื่อและความไววางใจในความรักของพระเจา ภารกิจแหงการชวย โลกใหรอดพนที่แมพระไดฝากฝงไวกับเด็กสามคนที่ตําบลฟาติมา เปนภารกิจที่เราทุกคนในฐานะลูกของแมพระที่ตอง สานตอ แมพระบอกวาสักวันหนึ่งอาศัยสายประคําเปนอาวุธเราจะชวยโลกใหรอดพน “แมพระฟาติมาก็คือแมพระ แหงสายประคํา” สายประคําคือเครื่องมือชวยใหคนบาปกลับใจและวิงวอนขอพระหรรษทานของพระเจามาสู ครอบครัว ใหเรามั่นใจในความชวยเหลือของแมพระใชสายประคําเปนอาวุธเพื่อเอาชนะศัตรูทั้งฝายกายและฝาย วิญญาณ ขอแมพระฟาติมาอยูเคียงขาง คอยดูและเอาใจใสเราผูซึ่งเปนลูกของพระนางตลอดไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทายคืนกอนที่พระเยซูเจาทรงถูกตัดสินประหารชีวิต ชวงเวลาของการพบปะกันครั้งสุดทายกอนที่พระองคจะทรงจากโลกนี้ไป พระองคทรงปรารถนาอยางแรงกลาที่จะบอกบรรดาศิษยถึงสิ่งที่อยูในสวนลึก ของดวงพระทัยของพระองค และทรงกลั่นกรองสิ่งดังกลาวออกมาเปนถอยคํา สั้น ๆ วา “เรารักทานทั้งหลายอยางไร ทานก็จงรักกันอยางนั้นเถิด” (ยน 13:34) ในพันธสัญญาเดิม หนังสือเลวีนิติพูดถึงเรื่องนี้ไวอยางชัดเจนวา “จงรัก เพื่อนบานเหมือนรักตนเอง” (ลนต 19:18) แตมาตรฐานความรักของพระเยซูเจามีความหมายใหม ไมใชรัก “เหมือน รักตนเอง” (ลนต 19:18) อีกตอไป แต “เหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) เราตองรักกันและกัน หรือรักเพื่อน มนุษยทุกคนเหมือนที่พระเยซูเจาทรงรักเราแตละคน ถาเรามองไปยังไมกางเขนที่พระองคทรงถูกตรึง เราจะรูคําตอบ ทันทีโดยไมตองการคําอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น บนไมกางเขนเราทราบวาพระองคทรงรักเรามากจนกระทั่งยอมสิ้นพระชนม เพื่อไถบาปเรา ผูซึ่งเปน “มิตรสหาย” ของพระองค นี่คือบทพิสูจนของพระดํารัสของพระองคที่วา “ไมมีความรักใด ยิ่งใหญกวาการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) ถา “ความรัก” คือ “การให” พระเยซูเจาทรงใหเราแบบ สุด ๆ ใหจนไมรูวาจะใหอะไรอีกตอไปแลว เพราะพระองคทรงใหแมกระทั่งชีวิตของพระองค เพื่อความรอดพนของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ไมใชเรื่องงายที่จะรักเพื่อนมนุษยดวยกันตามมาตรฐานของพระเยซูเจา การรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเองถือวาเปนเรื่องยากอยูแลว โดยเฉพาะ ถาเพื่อนมนุษยคนนั้นทําใหเราตองเจ็บช้ําน้ําใจ แตพระเยซูเจาทรง ตองการยกระดับความรักของเราที่มีตอเพื่อนมนุษยดวยกันใหสูงขึ้นอีก ไมใชรัก “เหมือนรักตนเอง” (ลนต 19:18) อีกตอไป แต “เหมือนดังที่เรา รักทาน” (ยน 15:12) “เรารักทานทั้งหลายอยางไร ทานก็จงรักกันอยาง นั้นเถิด” (ยน 13:34) ไมวาจะยากเย็นแสนเข็ญแคไหน นี่คือคําสั่งของ พระเยซูเจา ถาเราปฏิบัติตามคําสั่งนี้ เราจะกลายเปนมิตรสหาย ผูซึ่งพระองคทรงรักมากกวาชีวิตของพระองคเสียอีก ความรักตอเพื่อนมนุษยดวยกัน จึงไมใชเปนบางสิ่งที่เราจะมีก็ไดหรือไมมีก็ได แตเปนบางสิ่งที่เราตองมี เพราะความรัก เปนธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษย พระเจาทรงเปนความรักและพระองคทรงสรางมนุษยขึ้นมา เพื่อรักพระองคและรัก กันและกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ.2014 “ความรักตอกันและกัน” เปน “เอกลักษณ” “เครื่องหมาย” หรือ “เครื่องแบบ” ของการเปนศิษยของพระเยซูเจา ถาเรา สวมใสเครื่องแบบแหงความรัก เราจะเปนหนึ่งในบรรดาผูที่ ติดตามพระองค ความรักที่เรามีตอกันจะเปนเครื่องหมายที่ทํา ใหคนอื่นรูวาเราเปนคนของพระองค “ถาทานมีความรักตอกัน ทุกคนจะรูวาทานเปนศิษยของเรา” (ยน 13:35) “ความรัก” ที่ เราตอกันและกันจะเปนเสมือนเครื่องแบบที่ทําใหคนอื่นสามารถแยกแยะเราจากคนกลุมอื่นได โดยเฉพาะอยางยิ่ง กลุมคนที่ยังไมมีความเชื่อในพระเยซูเจา ความรักที่พระเยซูเจาทรงมีตอเราเปน “มาตรฐาน” ที่สูงสง ซึ่งเราตอง พยายามไปใหถึง อีกทั้งยังเปน “แรงผลักดัน” หรือ “แรงบันดาลใจ”สําหรับความรักที่เราตองมีตอคนอื่นดวย เมื่อ ไดรับแรงบันดาลใจจากความรักและคําสั่งของพระเยซูเจา นักบุญเปาโลและบารนาบัส ไดออกเดินทางไปประกาศขาว ดีแหงความรักยิ่งใหญของพระเจาใหประชาชนที่อยูในดินแดนที่อยูหางไกล แมวาตองเผชิญหนากับอุปสรรคและความ ยากลําบากมากมายจนแทบเอาชีวิตไมรอด พวกทานก็ไมหวาดกลัว บรรดามรณสักขีจํานวนมากมายไดยอมสละชีวิต เพื่อเปนพยานถึงความเชื่อของตน เพราะพวกทานตระหนักถึงความรักอันหาที่สุดมิได ที่พระเยซูเจาทรงมีตอพวกทาน และมนุษยทุกคนบนโลกนี้ การปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงความรักไมใชเรื่องงาย พระเยซูเจาจึงประทาน “ศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก” เพื่อเปนเครื่องมือชวยเหลือเรา การมารวมมิสซาและรับศีลมหาสนิท ซึ่งเปนพระกายและ พระโลหิตของพระเยซูเจาจะชวยเราใหละมายคลายกับพระองคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเราจะสามารถรักเพื่อน มนุษยเหมือนที่พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ.2014 หลายคนคงรูจัก “เปเล” หรือ “ไขมุกดํา” ของวงการฟุตบอล ซึ่งเปนนักเตะ ระดับตํานานของทีมชาติบราซิลเปนกองหนาที่ทําประตูไดสมบูรณแบบที่สุด คนหนึ่งของโลกและพาทีมชาติบราซิลชนะเลิศฟุตบอลโลกถึงสามสมัย แต ทานไมเคยพูดกับเยาวชนที่ตองการเลียนแบบทานวา “ตามผมมาเถิด ผม เปนหนทาง” อัลเบิรต ไอนสไตน นักวิทยาศาสตรชาวเยอรมัน เชื้อสายยิว เปนอัจฉริยะของโลกซึ่งคนพบทฤษฎีสัมพัทธภาพและการแผรังสี อันนําไปสู การผลิตระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก เราไดเรียนรูความจริงดาน วิทยาศาสตรจากทานหลายอยาง แตทานไมเคยบอกวา “ผมเปนความจริง” หลุยส ปาสเตอร นักเคมีชาวฝรั่งเศส ผู คนพบวัคซีนปองกัน โรคพิษสุนัขบา อหิวาตกโลก วัณโรค และโรคคอตีบ โจนาส ซอลค แพทยนักวิจัยชาวอเมริกัน ผู คนพบวัคซีนปองกันโรคโปลิโอ และยังมีแพทยอีกมากมายที่ไดสรางคุณประโยชนชวยปองกันและรักษาชีวิตของมนุษย บนโลกนี้ แตไมมีใครสักคนในพวกทานกลาพูดวา “ผมเปนชีวิต”พระเยซูเจาตรัสถึงสิ่งที่ไมมีมนุษยคนใดบนโลกนี้ สามารถพูดได นั่นคือ “เราเปนหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน 14:6) เหตุผลที่ทําใหพระองคสามารถตรัสถอยคํา เหลานี้ไดคือ พระองคทรงแตกตางจากมนุษยทุกคน ไมเคยมีใครและจะไมมีใครบนโลกนี้ที่เหมือนพระองค พระองค ทรงเปนมนุษยเหมือนเราทุกอยาง ยกเวนเรื่องบาป แตเราตองไมลืมวาในเวลาเดียวกันพระองคทรงเปนพระเจาดวย พระองคทรงเสมอภาคกับพระบิดาเจาสวรรคในทุกดาน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.2014 มัคคุเทศกหรือคนนําทางบอกเราวา “นี่คือทางไปน้ําตกเอราวัณ ตามทางนี้ไปเรื่อยๆ ก็ จะถึงเอง” แตพระเยซูเจาตรัสวา “เราเปนหนทาง” คุณครูบอกเราวา “นี่เปนความจริง ที่พิสูจนแลว เพราะฉะนั้น ทุกคนตองยอมรับมัน” แตพระเยซูเจาตรัสวา “เราเปนความ จริง” พอแมบอกกับลูกๆ วา “เราเปนผูใหชีวิตแกพวกลูก เพราะฉะนั้น ลูกตองสํานึก ถึงบุญคุณอันนี้ไวใหด”ี แตพระเยซูเจาตรัสวา “เราเปนชีวิต” พระเยซูเจาสามารถ ประกาศไดอยางถูกตองและกลาหาญวา “เราเปนหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน 14:6) เพราะวาพระองคทรงเปนพระเจา ครั้งหนึ่งพระเยซูเจาทรงบอกเราวา “ถาไมมี เรา ทานก็ทําอะไรไมไดเลย” (ยน 15:5) ปราศจากหนทาง เราคงไมสามารถไปไหนมา ไหนไดเลย ปราศจากความจริง เราคงโงเขลาและจมปลักอยูในโลกของความหลอกลวง ปราศจากชีวิต เราทุกคนตองตายและไมอาจมีสภาพเหมือนปจจุบันนี้ได ถาปราศจาก พระเยซูเจา เราไมสามารถทําอะไรได เราจะพบกับพระเยซูเจาผูซึ่งสําคัญยิ่งสําหรับ ชีวิตของเรา ในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ ในพิธีมิสซาพระเยซูเจาทรงเปนมหาสมณะผูยิ่งใหญของเรา พระองคทรง เปนหนทางที่นําเราไปหาพระบิดา เพราะพระองคมาจากพระบิดาและกลับไปหาพระบิดา พระองคทรงเปดเผยพระ บิดาใหเราทราบ พระองคทรงเปนผูนําเราในการนมัสการพระบิดา พระองคไมทรงเพียงแคแสดงหนทางที่ถูกตองและ เหมาะสม สําหรับสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจาแกเราเทานั้น แตพระองคทรงเปนหนึ่งเดียวกับเราในพิธีอัน ศักดิ์สิทธิ์นี้ดวย โดยทางพระเยซูเจา เราจึงสามารถนมัสการพระบิดาของเราไดอยางดีและเหมาะสมที่สุดเทาที่จะ เปนไปได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ในพิธีมิสซา พระเยซูเจาทรงตรัสกับเราผานทางพระวาจาของพระเจาที่เราไดฟงใน บทอานตาง ๆ ซึ่งมาจากพระคัมภีร พระองคทรงเปน “ความจริง” ของพระเจา พระองคทรงเผยแสดงตัวพระองคเองแกเรา ซึ่งเปนการเผยแสดงพระบิดาของ พระองคแกเราดวย เพราะพระบิดาและพระองคทรงเปนหนึ่งเดียวกัน พระองคทรง บอกเราอยางชัดเจนในพระวรสารวา “ถาทานทั้งหลายรูจักเรา ทานก็รูจักพระบิดา ของเราดวย” (ยน 14:7) เมื่อเราอยูกับพระเยซูเจาในพิธีมิสซา เราสามารถมั่นใจได เลยวาเราไดฟงความจริง ในพิธีมิสซาพระเยซูเจาทรงเปน “ชีวิต” ของเรา โดยผาน ทางศีลมหาสนิทดวยเชนเดียวกัน อาศัยอํานาจพระเจาของพระองค พระเยซูเจาทรง เปลี่ยนปงและเหลาองุนใหกลายเปนพระกายและพระโลหิตของพระองคเพื่อเปน อาหารหลอเลี้ยงชีวิตฝายจิตของเรา ทําใหชีวิตใหมที่เราไดรับในศีลลางบาปเขมแข็ง และเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น เมื่อพระองคทรงเปนอาหารฝายจิตของเรา เราจึงเปน หนึ่งเดียวกับพระองคมาก จนกระทั่งเราไมไดดําเนินชีวิตอยางโดดเดี่ยวอีกตอไป แตเรามีชีวิตอยูในพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ.2014 พระเยซูเจาทรงตรัสวา “เราเปนหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน 14:6) เปนความจริงที่วาเราไมสามารถทําอะไรได ถาปราศจากพระเยซูเจา ในพิธี บูชาขอบพระคุณ เรามาชุมนุมกันเพื่อนมัสการ สรรเสริญ และ ขอบพระคุณพระเจาอาศัยพระเยซูเจา พรอมกับพระเยซูเจา และในพระ เยซูเจา เราอาศัยพระองคเพราะพระองคทรงเปนหนทาง พรอมกับ พระองคเพราะพระองคทรงเปนความจริง และในพระองคเพราะพระองค ทรงเปนชีวิตของเราแตละคน เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่เรามารวมกันในพิธี บูชาขอบพระคุณ ใหเราตระหนักถึงความจริงในเรื่องนี้ และความสําคัญอยางยิ่งของพระเยซูเจาที่มีตอชีวิตของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.2014 นักบุญฟรังซิส แหงอัสซีซี เปนผูที่มีความรักตอพระเจาอยางลึกซึ้ง ทานพบชายคนหนึ่ง ซึ่งบอกวาเขาไมรูสึกวาตนเองรักพระเจาเลย ขณะที่ทั้งสองเดินไปดวยกัน พวกเขาพบ ชายพิการตาบอดคนหนึ่งนั่งขอทานอยูใกลทางเดิน นักบุญฟรังซิส ถามชายพิการตา บอดคนนั้นวา “บอกผมไดไหมวา ถาผมสามารถรักษาตาที่บอดและขาที่พิการของทาน ใหหาย ทานจะรักผมไหม?” ชายขอทานที่พิการและตาบอดคนนั้นรีบตอบทันที่วา “โอ ทานครับ ผมจะไมเพียงรักทานเทานั้น แตผมจะยอมเปนทาสของทานตลอดชีวิตที่ เหลืออยูของผมเลยทีเดียว” นักบุญฟรังซิส หันกลับไปพูดกับชายที่เดินมาพรอมกับทาน วา “ดูสิ ชายคนนี้บอกผมวาจะรักผม ถาผมสามารถทําใหเขาหายตาบอดและสามารถ เดินไดเหมือนคนปกติ ทําไมทานจึงไมรักพระเจาผูซึ่งสรางทานมา ใหมีตาและขาที่ สมบูรณเลา?”ถาวันนี้พระเจาถามเราแตละคนดวยคําถามคลาย ๆ กันนี้วา “เจารักเราผู ซึ่งประทานสุขภาพที่ดีและพระพรอื่น ๆ อีกนานัปการแกเจา อยางเชน อาหารที่อรอย เครื่องนุงหมที่สวยงาม ที่พัก อาศัยที่สะอาดปลอดภัย การศึกษาที่ดี ๆ และเพื่อนฝูงอีกมากมายหรือไม?” เราตองตอบพระองคเหมือนที่ขอทานคน นั้นบอกนักบุญฟรังซิสวา “ขาแตพระเจา ขาพเจาไมเพียงรักพระองคอยางสุดใจ สุดกําลังและสุดวิญญาณเทานั้น แต ขาพเจาพรอมที่จะเปนทาสและผูรับใชที่ซื่อสัตยของพระองคตลอดชีวิตที่เหลืออยูของขาพเจาดวย” ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ.2014 รักและรับใชเปนของคูกัน เมื่อเรารักใครสักคนแลว เราตองแสดง ความรักของเราใหเห็น ดวยการรับใชคนที่เรารักดวย นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจาทรงตองการบอกเรา เมื่อพระองคตรัสวา “ผูใดรักเรา ผูนั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน 14:23) การ “ปฏิบัติตามวาจา”คือบทพิสูจนของความรักที่เรามีตอพระองค ดังนั้น ความรักที่เรามีพระเยซูเจา จึงไมใชเปนเพียงแค “ความรูสึก” แตเปน “การกระทํา” ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ.2014 พระเจาทรงสรางมนุษยขึ้นมา “เพื่อใหรัก”ความรักจึงเปน ธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษย ถาเขาไมรักพระเจา เขาตอง รักสิ่งอื่นที่ไมใชพระเจา “ถาผูใดรักโลก ความรักของพระ บิดาก็ไมอยูในตัวเขา” (1 ยน 2:15)เมื่อทุกสิ่งทุกอยางที่เรา มีและเปนลวนมาจากพระเจา ชีวิตของเราและลมหายใจ ของเราก็เปนของประทานจากพระองค ไมมีเหตุผลที่จะไป รักสิ่งอื่นนอกจากพระองค ถาเรารักพระองค “พระบิดา ของเราจะทรงรักเขา พระบิดาจะเสด็จพรอมกับเรา มาหา เขา จะทรงพํานักอยูกับเขา” (ยน 14:23) เมื่อเรารับศีล มหาสนิท คําสัญญานี้กลายเปนความจริง“ผูที่กินเนื้อของเราและดื่มโลหิตของเราก็ดํารงอยูในเราและเราก็ดํารงอยูใน เขา” (ยน 6:56) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ.2014 เพื่อชวยเราใหสามารถทะนุถนอมความรักที่เรามีตอพระ เจาไวและทําใหความรักนี้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พระเจา พระ บิดาของเรา พรอมกับพระเยซูเจา ทรงสงพระผูชวยเหลือ อีกองคหนึ่ง นั่นคือ พระจิตเจา ลงมาประทับอยูทามกลาง เรา “พระผูชวยเหลือคือพระจิตเจา ที่พระบิดาจะทรงสง มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนทานทุกสิ่ง และจะทรง ใหทานระลึกทุกสิ่งที่เราเคยบอกทาน” (ยน 14:26) พระองคไดทําสิ่งนี้ครั้งแรกในวันเปนเตกอสเต และยังคง ทําเรื่อยมาในชีวิตของพระศาสนจักร โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในพิธีบูชาขอบพระคุณ เพราะในพิธีนี้เราระลึกสิ่งที่พระเยซูเจาทรงกระทําเพื่อเรา เพราะพระองคทรงรักเรา และเปน พระจิตเจาที่ชวยเราใหระลึกถึงและเขาใจพระดํารัสตางๆ ของพระองค พระเยซูเจาไดพิสูจนใหเห็นถึงความรักตอพระ บิดาเจาดวยการกระทําตามพระประสงค ดวยการปฏิบัติตามพระวาจาของพระบิดา โดยการถอมพระองคลงมาบังเกิด เปนมนุษย และยอมรับความตายบนไมกางเขน เพื่อปลดปลอยเราใหเปนอิสระจากอํานาจของบาปและความตาย โดย ผานทางศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก ใหเรารับพระเยซูเจาเขามาในตัวเราดวยความรัก เพื่อเราจะเปนหนึ่ง เดียวกับพระองค เพื่อชวยเราใหสามารถปฏิบัติตามพระประสงคของพระบิดา และปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค ไดอยางถูกตองและดวยความมั่นใจ เพื่อเราจะสามารถรักพระเจาและเพื่อนมนุษยคนอื่นเหมือนที่พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ.2014 โรอัลด อะมุนดเซน (Roald Amundsen) เปนนักสํารวจชาวนอรเวย ซึ่งไปถึงขั้วโลกใตเปนคนแรก ทานออกเดินทางพรอมกับเพื่อนอีก 4 คน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 1911 และไปถึงขั้วโลกใตเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมปเดียวกัน รวมเวลาในการเดินทาง 56 วันพอดี นอกจาก สุนัข 52 ตัวสําหรับลากเลื่อน ที่ใชเปนพาหนะบนน้ําแข็ง 4 คันแลว ทานยังนํานกพิราบบาน 1 ตัวไปดวย ทานบอกภรรยาสุดที่รักของ ทานวา ถาเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแลว ทานจะปลอย นกพิราบตัวนั้น แลวมันจะบินกลับมาที่บาน ภรรยาของทานนั่งรอ คอยอยูที่บานตามลําพังเปนเวลาหลายวัน เฝามองทองฟาเพื่อจะเห็น นกพิราบที่สามีไดสัญญาไว วันหนึ่งขณะที่ภรรยามองผานหนาตาง หองนอนออกไปขางนอก นางก็เห็นนกพิราบตัวนั้นกําลังบินวนเวียน ไปมารอบ ๆ บาน นางจึงรองออกมาทันทีดวยความดีใจวา “เขายังมี ชีวิตอยู สามีของฉันยังมีชีวิตอยู” กอนที่พระเยซูเจาจะจากบรรดา ศิษยของพระองค พระองคทรงสัญญาวาจะสง “ผูชวยเหลืออีกองค หนึ่ง” (ยน 14:16) หรือ “พระจิตแหงความจริง” (ยน 14:17) มาหาพวกเขา เรามักจินตนาการภาพผูชวยเหลือองคนี้ เหมือนกับ “นกพิราบ” อาจเปนเพราะหลังจากพระเยซูเจา ทรงรับพิธีลางจากนักบุญยอหน บัพติสตในแมน้ําจอรแดน พระจิตเจาไดเสด็จลงมาเหนือพระองคในรูปของนกพิราบ ทวา นกพิราบที่โรอัลด อะมุนดเซนไดสงมาถึงภรรยาของ ทานเปนเพียงเครื่องหมายที่ชี้ใหเห็นวา สามีของนางไดเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแลว มันไมสามารถหมายถึง หรือทําอะไรไดมากกวานี้ แตผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งที่พระเยซูเจาไดทรงสัญญาไววาจะสงมาหาบรรดาศิษยของ พระองค “เราจะวอนขอพระบิดา แลวพระองคจะประทานผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งใหทาน” (ยน 14:16) คําหนึ่งที่ สามารถอธิบายความหมายของคําวา “ผูชวยเหลือ” (Paracletos) ไดดีมากคือ คําวา “โคช” หรือ “ผูฝกสอน” ผูชวย เหลือ (Paracletos) เปนโคชของเรา อยูเคียงขางเราตลอดเวลา สอนเราและแกไขขอบกพรองหรือจุดออนของเรา ให กําลังใจและกระตุนเราใหสูเมื่อเรารูสึกทอแทใจ ทาทายและผลักดันใหสามารถใชศักยภาพที่เรามีอยูใหออกมามาก ที่สุดเทาที่จะทําได ปกปองเราและตอสูเพื่อสิทธิของเราเมื่อกรรมการลําเอียงและตัดสินอยางไมเปนธรรมกับเรา พูดสั้น ๆ ก็คือ ผูชวยเหลือ (Paracletos) หมายถึงและเปนทุกสิ่งที่พระเยซูเจาทรงหมายถึง และทรงเปนสําหรับบรรดาศิษย ของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.2014 นักกีฬาทั้งหลายมืออาชีพทุกคนไมวาจะเกงกลาสามารถมากขนาด ไหน ลวนตองการโคช ราฟาเอล นาดาล คริสเตียน โรนัลโด ลีโอเนล เมสซี่ มนุษยแตละคนก็เชนกันตองการผูชวยเหลือ หากอาศัยกําลัง และความสามารถตามประสามนุษยของเราโดยลําพัง เรามีโอกาส ผิดพลาดสูง ปราศจากพระเจาเราไมสามารถทําอะไรไดเลย การคิด วาตนเองไมตองการความชวยเหลือและพระหรรษทานจากพระเจา เพื่อบรรลุถึงความสุขนิรันดรถือวาเปนความคิดที่ผิดพลาดอยาง มหันต พระเยซูเจาทรงบอกเราอยางชัดเจนในพระวรสารวา เรา จําเปนตองไดรับความชวยเหลือจากพระเจาเสมอ เราตองการผูชวยเหลืออีกองคหนึ่ง คือพระจิตเจาผูซึ่งอยูเคียงขาง เรา คอยใหคําปรึกษาแนะนํา และออนวอนแทนเรา เราสามารถรับผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งนี้ได โดยทางการดําเนินชีวิต ที่สอดคลองกับบทบัญญัติของพระเยซูเจา ผูทรงเรียกรองใหเรารักพระเจา และรักเพื่อนมนุษยเหมือนที่พระองคทรง รักเรา “ถาทานทั้งหลายรักเรา ทานจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา และเราจะวอนขอพระบิดา แลวพระองคจะ ประทานผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งใหทาน เพื่อจะอยูกับทานตลอดไป” (ยน 14:15-16) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.2014 ผูรูทานหนึ่งบอกวา “ความจริงเปนสิ่งไมตาย”ตอใหมีการฆากันตายกี่รอยศพ เพื่อปกปดมัน ความจริงจะยังคงอยูตลอดไป และไมสามารถถูกลบลางออกไป ได หลายครั้งความจริงนําความเจ็บปวดและขมขื่นใจ มาใหกับผูที่มีสวน เกี่ยวของ ซึ่งทําใหไมสามารถยอมรับมันได เขาจึงปฏิเสธความจริงนั้น สําหรับคริสตชน ศิษยผูติดตามพระคริสตเจา ความจริงนั้นไดรับการบันทึกไว ในพระคัมภีรในฐานะพระวาจาของพระเจาที่ไดรับการดลใจจากพระจิตเจา ดวยถอยคํามนุษยที่เรียบงาย เราจะสามารถมองเห็นและยอมรับความจริง เหลานี้ได ดวยความเชื่อซึ่งเปนพระพรพิเศษจากพระเจาที่เราไดรับแบบเปลา ๆ เรามีอิสระที่จะยอมรับหรือปฏิเสธก็ได ถาเราเชื่อในพระเจา และมีความซื่อสัตยตอพระองค เราจะยอมรับในวิถีทางของพระองค ไมใชตอวิถีทางของตนเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ.2014 เราไมปฏิเสธความจริงที่วาทุกครอบครัวตองทํางานเพื่อความอยู รอด พอแมตองทํางาน เพื่อลูก ๆ จะมีชีวิตอยูอยางมีความสุข แตไมวาจะทํางานมากขนาดไหน ไมเปนเหตุผลที่จะตอง ทําให ครอบครัวเปนทุกขเพราะขาดความรักและความอบอุน ปญหา หลายครั้งเกิดขึ้นเพราะเราเลือกที่จะเอาทรัพยสินเงินทอง มากกวาที่จะใหความสําคัญกับครอบครัวในระดับเดียวกัน พระ เยซูเจาทรงใชเวลา 30 ป ซึ่งเปนชีวิตสวนใหญอยูกับครอบครัว เพราะตระหนักดีวาการทํางานหนัก ไมไดเปนขอพิสูจนถึงความ รักที่เรามีตอครอบครัว หากเราไมใหเวลากับครอบครัวของเรา อยางเพียงพอดวย อันตรายที่นากลัวอยางหนึ่งซึ่งคุกคามครอบครัวในสมัยปจจุบันคือ การใชเวลาอยูดวยกันนอย เกินไป เราตองไมลืมวาการใชเวลาอยูกับครอบครัวเปนวิถีทางหนึ่งที่แสดงใหสมาชิกครอบครัวของเรารูวาเรารักพวก เขา เมื่อเรารักครอบครัว เราตองอุทิศเวลาใหกับครอบครัวมากที่สุดเทาที่เราจะสามารถทําได ทุกสิ่งทุกอยางมีเวลา ของมันอยาเอาเวลาของครอบครัวไปใหกับการทํางานจนมากเกินไป ใหแบบอยางของพระเยซูเจาเตือนใจเราให มองเห็นคุณคาและความสําคัญของครอบครัวมากกวาการทํางาน คงจะไรประโยชนอยางสิ้นเชิง ถาเรารวยลนฟา แต ครอบครัวของเราแตกแยก ลูก ๆ ของเราขาดความอบอุน กลายเปนเด็กมีปญหาและภาระใหกับสังคม ใหเราวอนขอ ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ชวยเราใหรูจักเลือกและใหสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับครอบครัวของเราแตละคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ.2014 “ทานจะรองไหคร่ําครวญ แตโลกจะยินดี ทานจะเศราโศก แตความ เศราโศกของทาน จะเปลี่ยนเปนความยินดี” (ยน 16:20) หลายครั้งในชีวิต เรามีประสบการณและชวงเวลาที่มีความรูสึกดี ๆ เปยมลนในใจ สุขและสงบ พระเยซูเจาทรงสอนเราวา อยายึดติดอยู กับสิ่งเหลานี้ เพราะหลายครั้งทําใหเราไมสามารถกาวไปขางหนา ทํา ใหเราไมพรอมสําหรับการเดินทางที่ยิ่งใหญ คือการติดตามพระเยซู เจาบนเสนทางแหงไมกางเขน เสนทางที่หลายครั้งตองพบกับความ ทุกขทรมาน รองไห คร่ําครวญ เจ็บปวด และเต็มไปดวยอุปสรรค แต ความเชื่ออันมั่นคงในองคพระเยซูเจาจะทําใหเราสัมผัสถึงการไถกูที่แทจริง เราตองยอมรับวาปจจุบันนี้เราอยูในยุคที่ทุกสิ่งทุก อยาง ตองถูกอธิบายดวยกระบวนการทางวิทยาศาสตร คนจึงจะเชื่อ ถาสิ่งไหนไมสามารถพิสูจนดวยกระบวนการดังกลาวนี้ หลายคนจะไมยอมเชื่อโดยเด็ดขาด แตความเชื่อที่แทจริงหมายถึงการเชื่อในสิ่งที่วิทยาศาสตรไมสามารถพิสูจนได “ความเชื่อ คือความมั่นใจในสิ่งที่เราหวังไวเปนขอพิสูจนถึงสิ่งที่มองไมเห็น” (ฮบ 11:1) ความเชื่อทําใหผูที่มีเชื่อวา “ไมมีสิ่งใดที่พระเจาจะ ทรงกระทําไมได” (ลก 1:37) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ.2014 “บัดนี้ทานมีความทุกข แตเราจะเห็นทานอีกและใจของทานจะ ยินดี ไมมีใครนําความยินดีไปจากทานได” (ยน 16:22) หลาย ครั้งเมื่อเราเชิญหนากับสถานการณที่ไมคาดฝน ชีวิตพบกับ อุปสรรคเรารุมสุมเขามา จนดูเหมือนไรทางออก วันเวลาเชนนั้น ทําใหเราสูญเสียความหวังไปได ในชีวิตนี้ ไมใชทุกคนจะพบกับ ความสมหวังเสมอไป แมหลายครั้งโลกและชีวิตมืดมนไปหมด แตเรามั่นใจไดเสมอวา ทุกสิ่งทุกอยางอยูในสายพระเนตรของ พระเจามีความหมายบางอยางสําหรับเหตุการณที่เกิดขึ้นเสมอ พระเจากําลังบอกบางสิ่งบางอยางกับเราผานเรื่องราวเหลานั้น เราจะตองคนพบความหมายเหลานั้น ดวยสายตาแหงความเชื่อ และมั่นใจในความรักของพระเจาที่มีตอเราแตละคน เราจะสามารถกาวผานอุปสรรคตาง ๆ และพบความหมายที่แทจริงของ ทุกเหตุการณที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา พระเจาไมเคยทําใหผูหวังและวางในในพระองคตองผิดหวัง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ.2014 “วิญญาณขาพเจาประกาศความยิ่งใหญขององคพระผูเปนเจา จิตใจของ ขาพเจาชื่นชมยินดีในพระเจา พระผูทรงกอบกูขาพเจา เพราะพระองค ทอดพระเนตรผูรับใชต่ําตอยของพระองค” (ลก 1:46-48) หลายคนอาจตั้ง คําถามกับตัวเองวา ทําไมโลกของเราไมสงบสุข ทําไมชีวิตตองพบกับความทุกข ยากลําบาก ครั้งแลวครั้งเลา ทําไมพระเจาตองใหเราตองแบกกางเขนติดตาม พระองค มนุษยมักจะหลงไหลในอํานาจ ชื่อเสียง ความร่ํารวย เราจะเติมเต็ม ตัวเองดวยสิ่งเหลานี้ จนหลายครั้งลืมพระเจา เมื่อเรารูสึกมีความสุขและพึง พอใจกับอํานาจ ความเกงกาจสามารถ และชื่อเสียงของตนเอง เราจะไมมีพื้นที่ ของหัวใจสําหรับพระเจาและเพื่อนพี่นอง แตในความต่ําตอย อดอยาก ยากจน และความทุกขทรมาน มนุษยจะมีที่วางในหัวใจสําหรับพระเจาและผูคนรอบ ขาง สัมผัสถึงความเชื่อ ความหวัง และความรัก แบงปนและเอื้ออาทรสําหรับ กันและกัน ตลอดชีวิตของพระนางมารียทรงเปนแบบอยางที่เดนชัด ความเชื่อ เปนพลังขับเคลื่อนชีวิตของแมพระในทุกรูปแบบ เปนเสนทางกาวเดินที่เต็มไปดวยอุปสรรคและขวากหนาม มีทั้งความทุกข และความสุขคลุกเคลากันไป ทวาในหัวใจ เต็มไปดวยความสุภาพถอมตน นบนอบ ความออนโยน เรียบงาย และจิตอาสาตอ ความทุกขรอนของผูอื่น การเสด็จเยี่ยมเยียนนางเอลีซาเบธ ในพระวรสารวันนี้ เปนตัวอยางของชีวิตแหงการรักและรับใชที่เห็น เดนชัด เพราะชีวิตของแมพระคือ“ขาพเจาเปนผูรับใชของพระเจา” (ลก 1:38) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี