Issuu on Google+


ขอคิดยามเชา วันเสารที่ 1 ธันวาคม 2012 พระเจาทรงสรางมนุษยขึ้นมาเพื่อรัก ความรักจึงเปน ธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษยทุกคน พระดํารัสของพระองค ในอาหารค่ํามื้อสุดทาย “ใหทานทั้งหลายรักและกัน เหมือน ดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) แมเปนเพียงคําพูดสั้นๆ แต สําหรับพระเยซูเจาแลว ถอยคําเหลานี้เปนคําสั่งที่มี ความสําคัญมาก เพราะเปนบัญญัติเอกในสายพระเนตรของ พระองค เมื่อเราเขาใจความหมายของคําวา “เหมือนดังที่เรา รักทาน” (ยน 15:12) ซึ่งถือวาเปน “ความใหม” ของ บทบัญญัติแหงความรักอันนี้ ความใหมในพระดํารัสของพระเยซูเจาคือแบบอยางและมาตรฐานของความรักนี้ ไมใชขึ้นอยูกับตัวของเราแตละคนอีกตอไป แตเปน “เหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) พระเยซูเจารักเรา มากแคไหน? มองดูไมกางเขน แลวเราจะรูคําตอบอยางชัดเจน โดยไมตองการคําอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น พระองค รักเรามากจนกระทั่งยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขนเพื่อเรา ผูซึ่งเปน “มิตรสหาย” ของพระองค นี่คือบทพิสูจน ของพระดํารัสของพระองคที่วา “ไมมีความรักใดยิ่งใหญกวาการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) ถาหากความรักคือการให พระเยซูเจาทรงใหเราแบบสุด ๆ ใหไมรูจะใหอะไรอีกตอไปแลว เพราะ พระองคใหแมกระทั่งชีวิตของพระองคเพื่อความรอดพนของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตยที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระศาสนจักรเรียกสี่สัปดาหกอนวันคริสตมาส วา “เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจา” คํานี้ มาจากภาษาละตินคําเดียวคือ “Adventus” ซึ่ง แปลวา “การมาถึง” ในบทอานแรกจาก ประกาศกเยเรมีย ไดทํานายถึงการเสด็จมาของ พระองค “ในวันเหลานั้นและในเวลานั้น เราจะ ใหหนอชอบธรรมงอกขึ้นมาแกดาวิด เขาจะ ปฏิบัติตามความยุติธรรมและความชอบธรรมใน แผนดิน” (ยรม 33:15) ถอยคําตอนนี้หมายถึง การเสด็จมาของพระกุมารเยซูเจาที่เมืองเบธเลเฮม ซึ่งถือวาเปนการเสด็จมาครั้งแรกของพระองค ในพระวร สารวันนี้พระเยซูเจาทรงพูดถึงวันสิ้นพิภพและการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองคในวาระสุดทาย วา “หลังจากนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแหงมนุษยเสด็จมาในกอนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริ รุงโรจนยิ่งใหญ” (ลก 21:27) และระหวางการเสด็จมาครั้งแรกและครั้งที่สองของพระองค ยังมีการเสด็จมาอีก รูปแบบหนึ่ง ในบทอานที่สองนักบุญเปาโลไดพูดถึงเรื่องนี้ ในรูปแบบการตอนรับพระองคเขามาในชีวิตของเรา ที่นี่และเวลานี้ ซึ่งเปนบางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราไดทุกวัน การตอนรับพระองคเขามาในชีวิตของเราแตละ วันจะทําใหเราเขาใจความหมายที่แทจริงของการเสด็จมาครั้งแรกของพระองคและเปนการเตรียมตัวใหพรอม สําหรับการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทรที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.2012 วันอาทิตย สัปดาหที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จ พระคริสตเจา ถือวาเปนวันเริ่มตนปพิธีกรรม ของพระศาสนจักร พระวรสารที่ไดรับการ คัดเลือกใหอานในพิธีมิสซาเกี่ยวของกับวันสิ้น พิภพ แทนที่จะเกี่ยวของกับการสรางโลกหรือ การเสด็จมาบังเกิดเปนมนุษยของพระเยซู เจา พระศาสนจักรตองการเตือนเราวา การ เริ่มตนและการสิ้นสุดเปนสองดานของความจริง อันเดียวกันที่ไมอาจแยกจากกันได เมื่อมีเกิด ก็ยอมมีตาย เมื่อมีจุดเริ่มตน ก็ยอมมีจุดหมายปลายทาง การรูจัก จุดหมายปลายทางตั้งแตเนิ่นๆ หรือตั้งแตเริ่มแรก ยอมมีประโยชนตอการดําเนินชีวิตของเราแตละคน ผูรูทาน หนึ่งเปรียบ “ชีวิต” ของคนเราเหมือนกับ “การเดินทาง” การรูจักจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนกอนที่ออก เดินทาง จะทําใหเราไปที่นั่นงายขึ้นและไมเสียเวลาไปโดยเปลาประโยชน ถาเราไมรูวาเรากําลังจะไปไหน เรา จะไมมีวันไปถึงสถานที่ที่เราตองการอยางแนนอน ดังนั้น พระศาสนจักรชวนเราใหคิดถึงจุดหมายปลายทางของ ชีวิตตั้งแตตอนเริ่มตนปพิธีกรรม เพราะถาเรารูวาเราจะไปไหน เราจะรูวาเราตองทําอะไรบางและมุงไปยัง ทิศทางที่ถูกตอง เหมือนเราจะยิงธนู ถาเรารูวาเปาอยูตรงไหน เราจะสามารถเล็งธนูไปทิศทางที่ถูกตองได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคารที่ 4 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระศาสนจักรตองการเตือนเราวา การเริ่มตนและการสิ้นสุด เปนสองดานของความจริงอันเดียวกันที่ไมอาจ แยกจากกันได เมื่อเราไมทราบวาตองใชเวลาเดินทาง นานเทาใดบนเสนทางสายนี้ ... เราควรทําอยางไร? ประการแรก เราตองพรอมที่จะลงจากรถไฟแหงชีวิต คันนี้ตลอดเวลา ไมวาเวลาใด นั่นคือ เราตองพรอมอยู เสมอที่จะพบกับพระเยซูเจา เมื่อใดก็ตามที่พระองค เสด็จมาหาเราและเรียกเราไปอยูรวมกับพระองค สําหรับบางคนอาจจะในอีกไมกี่วัน แตสําหรับคนอื่น อาจอีกหลายสิบปหรืออาจถึงรอยปก็เปนได ประการที่สอง อยากลัวและกังวลใจจนเกินไป ความกลัวและกังวลใจไมไดชวยแกปญหาใด ๆ ทั้งนั้น เพราะสักวันหนึ่งเราทุกคนตองไปพบกับพระองคอยูแลว คุณพอโทนี่เดอเมลโลเคยบอกวา “ทําไมตองกังวลใจ ถาเรากังวลใจ เราก็ตายอยูดี ถาเราไมกังวลใจ เราก็ตายเหมือนกัน แลวเราจะกังวลใจไปทําไมละ” ประการที่สาม พยายามสรางความสัมพันธกับคนที่อยูรอบขางใหดีขึ้นตลอดเวลา ชีวิตที่ดีไมไดขึ้นอยูกับงานที่ เราทําหรือความสําเร็จที่เราไดรับมากนัก แตขึ้นอยูกับความสัมพันธที่ดีของเรากับคนที่อยูรอบขางวามีมากนอย แคไหนตางหาก โดยเฉพาะอยางยิ่ง ความสัมพันธกับครอบครัว ญาติพี่นอง เพื่อนฝูง และคนแปลกหนาที่เรา พบปะในแตละวัน ประการที่สี่ ใชทุกโอกาสที่มีทําใหตัวเราใกลชิดกับพระเจาและพระเยซูเจามากยิ่งขึ้น จําไวเสมอวาพระองคทรง อยูกับเราเสมอไมวาเราจะอยูที่ไหน หรือไปที่ไหน ไมวาเราจะทําอะไร เราสามารถฟงเสียงของพระองค พูดคุยและรวมมือกับพระองค หรือปลอยใหพระองคนําทางเราและชวยเหลือเรา ผานทางทุกคนและทุกสิ่งที่ ผานเขามาในชีวิตของเรา ถาเราทําตามขอแนะนําดังกลาว ไมวาเวลาใดก็ตามที่พระองคเสด็จมาและทรงเชื้อ เชิญเราใหกาวออกจากรถไฟแหงชีวิต เราจะสามารถ “ยืนตรง” และ “เงยหนาขึ้น” (ลก 21:28) ดวยความภาคภูมิใจเพื่อพบและตอนรับพระองค พระองคจะไมใชคนแปลกหนาสําหรับเราอีกตอไป และเราจะพรอมที่จะเขาไปรวมสวนในพระสิริรุงโรจน และชีวิตนิรันดรกับพระองคในสวรรค นี่แหละคือ จุดหมายปลายทางชีวิตที่แทจริงของเราแตละคน ถาเราพลาดหรือไปไมถึงจุดหมายปลายทางนี้ ชีวิตของเราบนโลกนี้ถือไดวาลมเหลวอยางสิ้นเชิง ดังนั้น ใหขอแนะนําทั้งสี่ประการเปนแนวทาง ในการเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจาของเรา ในวันคริสตมาสที่กําลังจะมาถึงนี้ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.2012 เราควรจะเอาใจใสพระวาจาของพระเจา ซึ่งไดรับการ บันทึกไวในพระคัมภีรของเรานับวันยิ่งมากขึ้น เราควร อาน ภาวนา และศึกษาพระคัมภีรอยางไมหยุด หยอน เพราะพระคัมภีรเปนพระวาจาพระเจา ที่ตรัสดวย ภาษามนุษย เพื่อเราและเพื่อความรอดพนของเรา เปน หนังสือที่ใหความสวางและนําทางชีวิตของเราบนโลกนี้ เพื่อใหเราไดรับชีวิตนิรันดรในเมืองสวรรค นักบุญเปาโล บอกวา “ทุกถอยคําในพระคัมภีรไดรับการดลใจจากพระเจา และมีประโยชนเพื่อสั่งสอนวากลาวตักเตือน ให ปรับปรุงแกไขและอบรมใหดําเนินชีวิตอยางชอบธรรม คนของพระเจาจะไดเตรียมพรอมและพรอมสรรพเพื่อ กิจการดีทุกอยาง” (2 ทธ 3:16-17) ดังนั้น พระคัมภีรจึงเปนหนังสือที่เราตองใชดําเนินชีวิตและเปนหนังสือ ภาวนาเลมแรกของเรา ที่สําคัญที่สุดก็คือ พระคัมภีรทําใหเรารูจักพระเยซูเจา (เทียบ ฟป 3:8) และทําใหเรามี ความคิดและจิตใจเปนเหมือนพระองค (เทียบ ฟป 2:5) เพราะวาพระองคทรงเปนพระวาจาหรือพระวจนาตถ ของพระเจาผูทรงบังเกิดเปนมนุษย ดวยเหตุนี้จึงไมใชเรื่องแปลกที่นักบุญเยโรมบอกวา “การไมรูพระคัมภีร คือ การไมรูจักพระเยซูเจา” (DV 25) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 เราคงจําไดในวันที่พระองคทรงบังเกิด ทูตสวรรครอง สรรเสริญวา “พระสิริรุงโรจนจงมีแดพระเจาในสวรรค สูงสุด และบนแผนดินสันติสุขจงมีแกมนุษยที่พระองค โปรดปราน” (ลก 2:14) เมื่อพระองคทรงเทศนสอน พระองคมักจะพูดบอยๆ วา “อยากลัวเลย” (มก 6:50)… “อยากังวลใจ” (มธ 7:25,34)… “ความเชื่อ ของเจาชวยเจาใหรอดพนแลว จงไปเปนสุขเถิด” (ลก 7:50)… “ผูสรางสันติ ยอมเปนสุข” (มธ 5:9) เมื่อพระ เยซูเจาทรงกําชับบรรดาศิษย ใหนําสันติสุขไปมอบแกทุกบานที่พวกเขาเขาไป “เมื่อทานเขาบานใด จงกลาว กอนวา ‘สันติสุขจงมีแกบานนี้เถิด’ ถามีผูสมควรจะรับสันติสุขอยูที่นั่น สันติสุขของทานจะอยูกับเขา มิฉะนั้น สันติสุขของทานจะกลับมาอยูกับทานอีก ” (ลก 10:5-6) ในบทเทศนอําลาพระองคตรัสกับบรรดาศิษยวา “เรามอบสันติสุขไวใหทานทั้งหลาย เราใหสันติสุขของเรากับทาน” (ยน 14:27) หลังจากทรงกลับคืนพระชนม ชีพแลว พระองคทักทายพวกเขาดวยคําพูดที่วา “สันติสุขจงสถิตอยูกับทานทั้งหลายเถิด” (ยน 20:19) ในโลกที่เราอยู ในชีวิตทุกชีวิต เราแตละคนมีพันธกิจสําคัญชิ้นหนึ่ง นั่นคือ การเปนผูนําสันติสุขไปใหกับคนอื่น แตเพื่อพันธกิจดังกลาวนี้จะดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพและประสบผลสําเร็จ ตัวเราเองนั้นตองมีสันติสุขใน จิตใจของเราเสียกอน ในวันนี้ เราตองตระหนักวาไดรับเรียกใหมาเปน “คนงาน” รวมกับพระเยซูเจาในทุงนา ของพระบิดาเจา ซึ่งเปนสังคมที่เรากําลังอาศัยอยูในปจจุบันนี้เอง เปนสังคมที่ภายนอกดูเหมือนวาร่ํารวยและ เจริญรุงเรืองในดานวัตถุ กาวหนาในดานเทคโนโลยี แตในความเปนจริงแลว เปนสังคมที่ยากจนและขาดแคลน สันติสุขและความปลอดภัย พระเจาทรงเรียกเราใหมาทํางาน เพื่อวาสังคมของเราจะกลายเปนสถานที่ซึ่ง คุณคาแหงพระวรสารเกิดดอกออกผล อันจะกอใหเกิดสันติสุขและความปลอดภัยที่แทจริงและยั่งยืน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกรที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 การประกาศขาวดีเปนธรรมชาติของพระศาสนจักร คริสตชนทุกคนจึงตองตระหนักถึงบทบาทของการ มีสวนรวมในพันธกิจอันสําคัญยิ่งนี้ พระเยซูเจา ทรงสงบรรดาศิษยเจ็ดสิบสองคนออกไปประกาศ ขาวดี (ลก 10:1-12) พันธกิจแหงการประกาศขาว ดีนี้ไมใชมีไวสําหรับกลุมใดกลุมโดยเฉพาะ ไมใช เปนหนาที่ของบรรดาพระสงฆหรือนักบวชชาย หญิงเทานั้น แตมีไวสําหรับทุกคน ทุกคนตองมี สวนรวม พระเยซูเจาใหเหตุผลไวอยางชัดเจนใน เรื่องนี้ “ขาวที่จะเกี่ยวมีมาก แตคนงานมีนอย” (ลก 10:2) ในฐานะฆราวาสเราตองทําอะไรบาง? ประการแรก พี่นองตองอธิษฐานภาวนา เพื่อพันธกิจนี้จะไดสําเร็จลุลวงไปตามพระประสงคของพระเจา “จงวอนขอเจาของนาใหสงคนงานมาเก็บเกี่ยวขาวของพระองคเถิด ” (ลก 10:2) ประการที่สอง พี่นองตองมี สวนรวมอยางจริงจังในพันธกิจนี้ ดวยการออกไปประกาศขาวดีและการดําเนินชีวิตที่เปนพยานถึงความรักของ พระเจา “จงไปเถิด เราสงทานทั้งหลายไป” (ลก 10:3) นี่เปนหนาที่ของคริสตชนทุกคน ซึ่งรวมถึง พระสังฆราช พระสงฆ และนักบวชชายหญิงทุกคนดวยเราตองอธิษฐานภาวนาเพราะทุกสิ่งทุกอยางขึ้นอยูกับ พระเจา ถาไมมีพระองค เราไมสามารถทําอะไรไดเลย (เทียบ ยน 15:5) ในเวลาเดียวกัน เราตองออกแรง ประกาศขาวดีดวย เพราะพระเจาทรงปรารถนาใหเรามีสวนรวมในพันธกิจอันนี้ของพระองค พระองคทรง ตองการใหเราเปนกระบอกเสียงของพระองค “คริสตชนทุกคนตองตระหนักถึงบทบาทของการมีสวนรวม ในพันธกิจที่สําคัญยิ่งอันนี้ โดยการเปนประจักษพยานดวยการดําเนินชีวิตตามจิตตารมณพระวรสารและ ประกาศขาวดีแกทุกคนที่ยังไมมีความเชื่อในพระคริสตเจาหรือผูที่อยูหางไกลจากพระองค ” (แผนอภิบาล คริสตศักราช 2011-2015 ของสังฆมณฑลอุดรธานี) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสารที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.2012 ในพระคัมภีรหัวใจหมายถึงสวนที่อยูลึกที่สุดในตัวมนุษย ที่ซึ่ง ความคิด คําพูด และกิจการทุกอยางไหลหลั่งออก อะไรคือสิ่งที่ไหล หลั่งออกมาจากหัวใจหรือพระหฤทัยนิรมลของแมพระ? นอกจาก ความสุภาพถอมตน ความนบนอบ ความออนโยน จิตอาสา และ ความเรียบงายแลว “ความเชื่อ” ถือวาเปนอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นไดชัด และโดดเดนมาก เปนพลังขับเคลื่อนชีวิตของแมพระในทุก รูปแบบ โดยทางความเชื่อแมพระทรงปลอยใหพระเจานําทางพระ นางในทุกยางกาวของเสนทางชีวิตเปนเสนทางที่ผูมีความเชื่อตอง กาวเดินเสนทางซึ่งไมไดปูดวยกลีบกุหลาบ แตเต็มไปดวยอุปสรรค และขวากหนาม มีทั้งความทุกขและความสุขคลุกเคลากันไป ใน สมณลิขิต “ประตูแหงความเชื่อ” (Porta Fidei) สมเด็จพระ สันตะปาปาเบเนดิกตที่ 16 ทรงชี้ใหเห็นวาความเชื่อในพระวาจา ของพระเจาเปนพลังขับเคลื่อนชีวิตของแมพระใหดําเนินไปตาม แผนการที่พระนางไมเขาใจ หรือไปยังสถานที่ที่พระนางไมได เลือก “อาศัยความเชื่อ แมพระนอมรับคําพูดของทูตสวรรคและ เชื่อในสารนั้นวาพระนางจะกลายเปนมารดาของพระเจาและพระ นางก็นบนอบดวยความเชื่อศรัทธา...อาศัยความเชื่อเดียวกันนี้ พระนางทรงติดตามพระคริสตเจาไปในการเทศนาและประทับอยู กับพระองคตลอดเสนทางไปสูเนินเขากลโกธา... อาศัยความเชื่อแมพระไดลิ้มรสผลแหงการเสด็จกลับคืนพระ ชนมชีพของพระเยซูเจาและทรงเก็บความทรงจําทุกอยางไวในดวงพระทัย ”นี่คือ แบบอยางแหงความเชื่อที่แม พระไดวางไวเพื่อเราใหเราพยายามหลอเลี้ยงความเชื่อที่เราไดรับในศีลลางบาปใหเติบโตและเขมแข็งมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยพระวาจา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนาเพื่อวาสักวันหนึ่งเราจะสามารถแบงปนพระพรที่ ยิ่งใหญนี้ใหกับเพื่อนพี่นองตางความเชื่อที่อยูรอบขางเรา ขอแมพระไดอยูเคียงขางและนําทางเราตลอดปแหง ความเชื่อนี้ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตยที่ 9 ธนวาคม ค.ศ.2012 ในพระวรสารวันนี้ นักบุญยอหนผูทําพิธีลาง เปนบุคคล ที่เคยมีชีวิตอยูจริงในประวัติศาสตร ทานเปนประกาศก ผูยิ่งใหญซึ่งพระเจาทรงเลือกใหมาประกาศการเสด็จมา ของพระเยซูเจา ผูทรงเปนพระเมสสิยาหหรือพระคริสต เจา กษัตริยผูจะเสด็จมาเพื่อชวยมนุษยชาติใหรอดพน จากการเปนทาสของบาปและความตาย ทานเรียกรอง ใหเตรียมทางสําหรับพระองคดวยการรับ “พิธีลางซึ่ง แสดงการเปนทุกขกลับใจเพื่อจะรับการอภัยบาป” (ลก 3:3) พิธีลางนี้ไมใชศีลลางบาปที่เรารูจักกันดีในปจจุบัน นี้ แตเปนกิจการเชิงสัญลักษณที่แสดงออกถึงการเปนทุกขกลับใจโดยมีความหวังวาบาปหรือความผิดในอดีต ของตนจะไดรับการชําระลางไปพรอมกับการจุมตัวลงในแมน้ําจอรแดน แนนอน การชําระลางบาปหรือ ความผิดดังกลาวนี้ไมไดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ แตขึ้นอยูกับการเปนทุกขกลับใจของผูมารับพิธีลางเปนหลัก การ เปนทุกขกลับใจไมไดหมายความเพียงแคการเสียใจสําหรับบาปหรือความผิดที่เคยทําในอดีตเทานั้น แต หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและทาทีที่มีตอพระเจาและเพื่อนมนุษยอยางสิ้นเชิงอีกดวย เปนการเรียกรอง ใหปฏิรูปตนเองอยางเด็ดเดี่ยวและการกลับเนื้อกลับตัวอยางจริงใจ การเปนทุกขกลับใจเชนนี้แหละจะทําใหผู มารับพิธีลางไดรับการอภัยบาป หรือไดรับการปลดปลอยจากพันธะของบาปและความชั่วรายทั้งปวง การอภัย บาปยังเกี่ยวของกับการคืนดีกับพระเจาและกับผูที่เราทําผิดตอเขาหรือทําใหเขาตองเจ็บช้ําน้ําใจดวย ในแงหนึ่ง การอภัยบาปเปนการรักษาโรครายฝายจิตหรือฝายวิญญาณของเรานั่นเองนี่แหละคือวิธีที่เราทุกคนควรใช เพื่อ “เตรียมทางขององคพระผูเปนเจา ” (ลก 3:4) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี วันอาทิตย สัปดาหที่ 2 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจา


ขอคิดยามเชา วันจันทรที่ 10 ธันวาคม ค.ศ.2012 วิธีที่เราทุกคนควรใชเพื่อ “เตรียมทางขององคพระผูเปน เจา” (ลก 3:4) ทางที่พระเจาจะทรงใชเดินเขามาในใจของ เราในวันคริสตมาสที่กําลังจะมาถึงนี้ดวยการถมหุบเขาแหง ความชั่วรายทุกแหงใหเต็ม ดวยการปรับภูเขาและเนินแหง บาปใหต่ําลง ดวยการทําใหวิถีชีวิตที่คดเคี้ยว เพราะการ ปลอยตัวตามความโนมเอียงที่ไมดีของเราใหตรง และดวย การทําใหทางที่ขรุขระในใจของเราซึ่งเปนผลมาจาก ความเห็นแกตัวและความโลภของเราใหราบเรียบ ถาเรา เตรียมจิตใจของเราแบบนี้ เราจะสามารถสัมผัสอํานาจแหงการชวยใหรอดพนของพระเจา ในใจของเราไดอยางแนนอน การเปดตัวเราเพื่อรับอํานาจแหงการชวยใหรอดพนซึ่งจะมาถึงเราผานทางพระ เยซูเจา ผูซึ่งจะรักษาคนเจ็บปวย ชวยเหลือผูออนแอ อภัยใหคนบาป ใหความหวังแกคนที่สิ้นหวัง ใหชีวิต นิรันดรแกทุกคนที่เปดหัวใจตอนรับพระองคยังมีอีกสองประเด็นที่เราควรนํามาพิจารณาไตรตรอง ประการแรก เราตองฟงเสียงเรียกของนักบุญยอหนผูทําพิธีลางที่ใหเราเปนทุกขกลับใจ เพื่อจะไดรับการอภัย บาปจากพระเจาอีกครั้งหนึ่ง เราควรถือโอกาสพิเศษนี้รื้อฟนความตั้งใจและคําสัญญาที่เราไดใหไวเมื่อรับศีลลาง บาป เราตองพรอมที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองใหดีขึ้นเรื่อย ๆ และพรอมที่จะคืนดีกับพระเจาและฟง สิ่งที่พระองคตองการใหเราทําผานทางคนที่อยูรอบขางเรา ประการที่สอง เราตองตระหนักวาเราแตละคนมีบทบาทคลายกับบทบาทของนักบุญยอหนผูทําพิธีลาง เหมือน ทานเรามีหนาที่นําสารแหงความหวัง ความรัก เสรีภาพ และสันติสุขของพระเจาไปมอบใหกับผูอื่นเรามีพันธกิจ ชวยคนอื่นใหถมหุบเขาในจิตใจของเขาใหเต็ม ทําใหทางเดินเขาสูหัวใจของเขาที่คดเคี้ยวใหตรงและที่ขรุขระให ราบเรียบ เพื่อวาพระเยซูเจาจะสามารถเสด็จไปหาเขาและเขาไปบังเกิดในจิตใจของเขาเหมือนที่ไดทรงบังเกิด ในจิตใจของเราแตละคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคารที่ 11 ธันวาคม ค.ศ.2012 กอนที่นักบุญยอหนผูทําพิธีลางจะปฏิบัติพันธกิจที่ไดรับ มอบหมาย ทานไดยินเสียงเรียกและพระดํารัสของพระเจาใน ถิ่นทุรกันดารซึ่งเปนสถานที่เงียบสงบและปราศจากความ วุนวาย ความจริงประการนี้ชี้ใหเราเห็นวาบางครั้งชีวิตของเรา จําเปนตองอยูในสถานที่แบบนั้นบาง เพื่อจะไดยินเสียงของ พระเจาที่กําลังตรัสกับเรา จริงอยู เราหลายคน โดยเฉพาะ อยางยิ่งพระสงฆและนักบวชชายหญิง รวมทั้งฆราวาสแพร ธรรมดวย มีโอกาสไดเขาเงียบประจําเดือนหรือประจําป ซึ่งถือ วาเปนชวงเวลาที่ยอดเยี่ยมสําหรับการอยูกับพระเจาตามลําพังเพื่อฟงเสียงของพระองค แตยังมีอีกหลาย โอกาสที่เราสามารถพบปะกับพระเจาและฟงสิ่งที่พระองคตองการบอกเราไดเชนกัน อยางเชน การหยุดพัก จากงานที่เรากําลังสักครูหนึ่งและยกจิตใจขึ้นหาพระเจาเพื่อขอบคุณพระองคและรับพลังฝายจิตจาก พระองค การอยูเงียบๆ สักสองสามนาทีหลังรับศีลมหาสนิทในพิธีมิสซา จําไววาตราบใดที่จิตใจของเราไมมี เวลาสงบนิ่งอยางนอยสักครูหนึ่ง เราจะไมมีวันไดยินเสียงของพระเจาและเขาใจสิ่งที่พระองคทรงตองการใหเรา ทําระหวางเตรียมรับเสด็จพระบุตรของพระองค ใหเราใชสามสัปดาหที่เหลืออยูทําตนให “เปนผูบริสุทธิ์ ปราศจากคําตําหนิจนถึงวันของพระคริสตเจา ” (ฟป 1:10) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธที่ 12 ธันวาคม ค.ศ.2012 ความสมดุลของธรรมชาติเปนสิ่งจําเปนสําหรับ ความอยูรอดของมนุษยและสิ่งสรางที่มีชีวิตทุก อยางบนโลกนี้ เชนเดียวกับความสมดุลที่เรา จําเปนตองมีในชีวิตฝายจิตของเรา หลายครั้ง พระเยซูเจาไดทรงปลีกตัวออกไปตามลําพังเพื่อ ใชเวลาทั้งคืนอธิษฐานภาวนาตอพระบิดาเจา สวรรคเปนการสวนตัวในพระวรสารโดยนักบุญ มาระโกบอกเราวา บรรดาอัครสาวกกลับมาหา พระเยซูเจา หลังจากการเดินทางไปแพรธรรมใน ชวงเวลาหนึ่ง เมื่อมาถึงพวกเขาไดทูล รายงาน “ทุกสิ่งที่พวกเขาไดทําและไดสอน” (มก 6:30) จากนั้นพระเยซูเจาไดเชื้อเชิญพวกเขาใหไปพักผอนกับ พระองค “ตามลําพังในที่สงัดสักระยะหนึ่ง ” (มก 6:31) การกระทําของพระเยซูเจาชี้ใหเห็นวาพระองคทรง เขาใจถึงความจําเปนของความสมดุลในชีวิตของพวกเขา ในฐานะที่เปนศิษยของพระองค กลาวคือ พวกเขามี เวลาสําหรับรับการอบรมและฝกฝนตนเอง เวลาสําหรับทํางาน เวลาสําหรับเทศนสอน เวลาสําหรับชวยเหลือ ประชาชน และพวกเขาก็มีเวลาสําหรับอยูกับพระองคตามลําพังเพื่ออธิษฐานภาวนาและพักผอนรวมกันอีกดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.2012 “Ora et Labora” คือคติพจนของคณะเบเนดิกติน ซึ่ง แปลวา “จงอธิษฐานภาวนาและจงทํางาน” คติพจนนี้ สะทอนใหเห็นถึงความสมดุลในชีวิตของสมาชิกที่อยูใน อารามตาง ๆ การอธิษฐานภาวนาอยางเดียวหรือการ ทํางานอยางเดียวไมเพียงพอทั้งสองอยางจะตองควบคูกัน ไปจึงจะเกิดความสมดุลในชีวิต เพราะชีวิตของเรา ประกอบดวยสวนที่เปนรางกายและสวนที่จิตแนนอน เรา ตองทํางานเพื่อหาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตฝายกายของเราจะเจริญเติบโตอยางมีคุณภาพแตในเวลาเดียวกันเราตองไม ลืมวาชีวิตฝายจิตของเราก็ตองการอาหารมาหลอเลี้ยงดวยเหมือนกันเราตองการพลังฝายจิตจากพระเจาผาน ทางการอธิษฐานภาวนาหรือการสนทนากับพระองคเราตองการฟงพระวาจาของพระองคและรับศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก ซึ่งเปนอาหารฝายจิตของเรา ไมเชนนั้นเราจะเปนคนที่โตแตตัวแตจิตใจของเราไมโต ไปดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกรที่ 14 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระเยซูเจาตองการใหเราทุกคนรักษาความสมดุล ในชีวิตของราแนนอน การมีสวนรวมในพิธีกรรม ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอยางยิ่งในวันอาทิตย ถือวา เปนสิ่งจําเปนขาดไมไดสําหรับชีวิตฝายจิตของพวก เรา อยางไรก็ตาม บางครั้งเราตองไปในที่สงัดตาม ลําพัง เพื่ออธิษฐานภาวนาพรอมกับพระเยซูเจา ดวยเหมือนกัน เราควรหาโอกาสที่จะอธิษฐาน สวนตัว เพื่อจุดประสงคสวนตัวของเราเอง การ อธิษฐานภาวนาทั้งแบบเปนหมูคณะและสวนตัว เปนสวนหนึ่งของชีวิตคริสตชนของเรา เราไมควร ทําอยางหนึ่งและละเลยอีกอยางหนึ่ง เราควรทําทั้ง สองอยาง นั่นคือ ทั้งสวนรวมและสวนตัว เราจึงจะ มีความสมดุลในชีวิตฝายจิตของเรา เราไมควรคิดวา มาวัดวันอาทิตยและรวมกิจกรรมสวนรวม ที่ทางวัดจัดขึ้นก็เพียงพอแลว เราตองมีเวลาสวนตัวใหกับพระเจา ดวย หรือเราไมควรเอาแตงานอยางเดียวทั้งงานสวนตัวและงานวัด โดยคิดวาการทํางานเปนการสวดภาวนา อยางหนึ่ง แตเราตองมาวัดและอธิษฐานภาวนาดวย พระเยซูเจาทรงสอนเราใหเห็นถึงความสําคัญของการ อธิษฐานภาวนาและไดทรงใหแบบอยางที่ดีแกเรา การที่เราเอาใจใสทั้งการอธิษฐานภาวนาสวนรวมและสวนตัว จึงถือไดวาเปนการกระทําที่สอดคลองกับหลักคําสอนและแบบอยางของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสารที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.2012 พระเยซูเจาไมไดมองขามความสําคัญของอาหารฝายกาย และเนนเฉพาะอาหารฝายจิตเทานั้น พระองคทรง มองเห็นความจําเปนของทั้งสอง ซึ่งตองควบคูกันไปจึงจะ เกิดความสมดุลในชีวิต แตสําหรับพระองคอาหารฝายจิต มีความสําคัญมากกวา “มนุษยมิไดดํารงชีวิตดวยอาหาร เทานั้น แตดํารงชีวิตดวยพระวาจาทุกคําที่ออกจากพระ โอษฐของพระเจา” (มธ 4:4) “อาหารของเราคือการทํา ตามพระประสงคของพระผูทรงสงเรามา และการ ประกอบภารกิจของพระองคใหสําเร็จลุลวงไป” (ยน 4:34) ทุกวันนี้ เราตองตระหนักวา ลัทธิวัตถุนิยมซึ่งกําลัง ครอบงําสังคมของเราในปจจุบัน ใหความสุขแกเรา ฉาบฉวยและผิวเผิน แตทิ้งเราใหหิวกระหายเพิ่มขึ้นอยาง ไมมีวันสิ้นสุด ในสวนลึกของจิตใจเรา ลวนเคยสัมผัสดวยตัวเอง แมเราไดรับหลายสิ่ง ครอบครองหลายอยาง บางครั้งชีวิตเสพสุขจนแทบเรียกวาไมไดขาดอะไรเลย แตลึก ๆ แลว เรารูตัวดีวา นั่นไมเคยเพียงพอไมเคย สิ้นสุด ใจเรายังโหยหาบางสิ่งลึกล้ําอยูภายในเราไดยินพระวาจาของพระเจาซึ่งเปนความจริงฝายจิต แตเรามัก ตีความและเขาใจความจริงดังกลาวในกรอบของความตองการฝายกายของเรา วันนี้ .. ใหเราเจริญรอยตาม แบบอยางของพระเยซูเจาและหลีกเลี่ยงสิ่งเยายวนของลัทธิดังกลาว จําไววา แมวาเราจะมีอาหารชั้นเลิศ รับประทานทุกวัน แตถาเราขาดอาหารฝายจิต อยางเชน ความรักและเสรีภาพ เราจะยังหิวกระหายอีกตอไป และจิตใจของเราจะมีไมวันสงบสุข ขอพระเจาอวยพรเราทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตยที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2012 วันนี้พระศาสนจักรเชิญชวนเราใหชื่นชมยินดีในพระเจาทุก เวลา ความชื่นชมยินดีเปนความรูสึกพื้นฐานที่คริสตชนทุก คนพึงมี ความรูสึกนี้เกิดจากการมีสวนรวมในความยินดี และสันติสุขที่พระเยซูเจานํามาใหมนุษยทุกคนบนโลกนี้ นา เสียดายที่คริสตชนหลายคนยังไมไดสัมผัสกับความรูสึกนี้ อยางแทจริง คารลมารกมองศาสนาเปนเหมือนยาฝนที่มอม เมาประชาชน โดยเฉพาะอยางยิ่งคนยากจน ทานคิดวา ศาสนาเปนเครื่องมืออันหนึ่งที่คนรวยใชครอบงําคนยากจน เพื่อใหยอมรับความทุกขยากลําบากและความอยุติธรรมในโลกนี้โดยหวังวาจะพบสิ่งที่ดีกวาในโลก หนา ความคิดนี้ถือวาผิดสําหรับเราคริสตชนเพราะพระเยซูเจาเสด็จมาในโลกนี้เพื่อนําความยินดี เสรีภาพ และ สันติสุขมาสูมวลมนุษยไมเพียงในอนาคตที่ยาวไกลเทานั้น แตในเวลานี้และที่นี่ดวย ไมมีใครมีเสรีภาพเทากับผู ที่ติดตามพระเยซูเจา เราเปนคริสตชนไมใชเพราะเราจําเปนตองเปน แตเพราะไมมีการเปนอยางอื่นที่ดีเทากับ การเปนคริสตชนอีกแลว เราคงจําไดเมื่อพระเยซูเจาทรงถามบรรดาศิษยของพระองควาพวกทานไมละทิ้ง พระองคเหมือนกับคนอื่นหรือ ? นักบุญเปโตรทูลตอบวา “พระเจาขา พวกเราจะไปหาใครเลา พระองคมีพระ วาจาแหงชีวิตนิรันดร” (ยน 7:68) ดังนั้น ไมมีใครที่ยิ่งใหญและคูควรที่เราจะติดตามเทากับพระบุตรของพระ เจาผูนี้อีกแลว การเปนคริสตชนจึงถือวาเปนเรื่องที่นายินดีเปนอยางยิ่ง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี วันอาทิตย สัปดาหที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจา


ขอคิดยามเชา วันจันทรที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ใครก็ตามที่เปนคริสตชนแลวยังรูสึกเศราใจถือวา แปลก แตนี่ไมไดหมายความวาชีวิตคริสตชนเปนชีวิตที่ ปราศจากความทุกขยากลําบาก ความเจ็บปวย ความ ผิดหวัง ความลมเหลว และการสูญเสียเหมือนชีวิตของ คนทั่วไป อันที่จริง สิ่งตางๆ เหลานี้เปนสวนหนึ่งของชีวิต มนุษยทุกคนอยูแลวเพียงแตเราจะมองพวกมันอยางไร... ถาเรามองวาเปนการลงโทษสําหรับความผิดพลาดของ เราหรือของคนอื่นเทานั้น เราคงตองพบกับความเศรา โศกอยางหลีกเลี่ยงไมได แตถาเรามองพวกมันอยางลึก���ึ้งดวยสายตาแหงความเชื่อ เราจะพบวาทุกสิ่งที่ผานเขา มาในชีวิตของเรามีคุณคาและมีความหมายในตัวมันเองเปนบางสิ่งที่ชวยเราใหเขมแข็งและเติบโตเปนผูใหญ มากขึ้น จําไวเสมอวาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแมวาจะเลวรายขนาดไหนยอมมีดานบวกเสมอ จงพยายามมองใหเห็นฝ พระหัตถของพระเจาในทุกเหตุการณที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา แลวเราจะพบความหมายที่แทจริงของพวกมัน และผลที่ตามก็คือความชื่นชมยินดีและสันติสุขที่แทจริงจะเกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา ซึ่งเปนสิ่งที่พระเยซูเจา เคยบอกเราวา เมื่อเรามีสิ่งเหลานี้แลว จะไมมีใครสามารถเอาพวกมันไปจากเราได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคารที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ขณะที่นักบุญยอหนผูทําพิธีลางกําลังเทศนสอนที่ริม ฝงแมน้ําจอรแดน ทานไดประกาศถึงการเสด็จมา ของพระเยซูเจา พระเมสสิยาหที่ชาวอิสราเอลเฝา รอคอยเปนเวลาแสนาน หลังจากที่ไดฟงขาวดีเรื่อง นี้ ผูฟงบางกลุมจึงถามทานวา “ทานอาจารย พวก เราจะตองทําสิ่งใด” (ลก 3:12) คําถามนี้เปน คําถามที่เราแตละคนตองถามตนเองขณะที่กําลัง เตรียมตอนรับพระเยซูเจาผูซึ่งจะเสด็จมาหาเราในวันคริสตมาสที่จะถึงนี้ ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง .. เราทุก คน ไมวาจะเปนฆราวาส พระสงฆ หรือนักบวช ตางก็มีหนาที่ทําใหประชาชนคนอื่นกลับใจ นําพวกเขาใหมา สัมผัสความรักและความเมตตากรุณาของพระเจา พระบิดาผูทรงพระทัยดี นําพวกเขาใหเขามาหาและรูจักพระ เยซูเจา พระผูเปนเจาและพระผูไถแตเพียงพระองคเดียวนําความชื่นชมยินดีและสันติสุขที่แทจริงมาสูชีวิตของ พวกเขา บิดามารดามีบทบาทสําคัญในเรื่องนี้พวกทานตองอบรมเลี้ยงดูบุตรธิดาของพวกทานใหมีจิตตารมณ และมุมมองชีวิตแบบคริสตชน จําไวเสมอวา ครอบครัวคริสตชนที่ดีเปนครอบครัวที่มีความชื่นชมยินดีที่ แทจริง บานควรเปนสถานที่ซึ่งสมาชิกทุกคนสามารถพบความสุขและความชื่นชมยินดี เปนสถานที่ซึ่งทุกคน อยากจะกลับมา ครูบาอาจารยก็มีบทบาทเชนนักบุญยอหนผูทําพิธีลางครูคาทอลิกควรทําตัวใหเปนคาทอลิกที่ ดีทามกลางลูกศิษยของตนเอง คําพูดและการกระทําของพวกทานตองสะทอนใหพวกเขาเห็นถึงความรักและ สันติสุขของพระเยซูเจา พวกทานตองสามารถนําลูกศิษยใหมาสัมผัสกับความรักของพระเจาที่แสดงออกมา ผานทางพระเยซูเจาใหได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2012 “ทานอาจารย พวกเราจะตองทําสิ่งใด” (ลก 3:12) ไมวา เราจะเปนใครก็ตามฆราวาส พระสงฆ หรือนักบวช สิ่งที่สําคัญที่สุดคือเราตองตระหนักอยูเสมอวา เราทุกคน เปนเครื่องมือของพระเจา เราตองไมพยายามบังคับคนอื่น ใหทําอยางที่เราทํา หรือเชื่ออยางที่เราเชื่อ สิ่งที่เราควรทํา คือนําคนอื่นเขามาหาพระเยซูเจา เพื่อวาพวกเขาจะได รูจักพระองคดวยตัวเองในฐานะที่พระองคทรงเปนพระผูไถ องคพระผูเปนเจา พี่ และเพื่อนของพวกเขาคําพูด และการกระทําของเราตองสะทอนใหพวกเขาเห็นถึงความรักและสันติสุขของพระเยซูเจา เมื่อเรานําพวกเขามา หาพระองคแลว ปลอยใหพระองคทํางานในตัวพวกเขา แตเราตองไมลืมวาพระองคทรงตองการความรวมมือ จากเราและทรงปรารถนาทํางานผานทางเราแตละคนผูซึ่งเปนศิษยของพระองค นี่แหละคือรูปแบบและ ความหมายของการประกาศขาวดีหรือการนําพระวรสารไปสูคนอื่น ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสารที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ในพระวรสาร นักบุญลูกาไดพาเราไปยังเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง “ในแถบภูเขาแควนยูเดีย” (ลก1:39) เพื่อ พบกับสตรีสามัญชนธรรมดาสองคนที่ชื่อ “เอลี ซาเบธ” และ “มารีย” แมวาสตรีทั้งสอตั้งครรภ แต พระนางมารียเปนคนเริ่มมาเยี่ยมนางเอลีซาเบธ กอน เมื่อพระนางมาถึงและทักทายญาติผูสูงวัยคน นี้ บุตรในครรภของนางแสดงการตอบสนอง ทันที กอนที่จะลืมตามองดูโลก นักบุญยอหนได สัมผัสการประทับอยูของพระเยซูเจาและเต็มไปดวย พระจิตเจาแลว นางเอลีซาเบธไดยืนยันความจริงนี้อยางชัดเจนวา “เมื่อฉันไดยินคําทักทายของเธอ ลูกในครรภของฉันก็ดิ้นดวยความยินดี” (ลก 1:44) นางเอลีซาเบธไดรับผลจากการประทับอยูของพระเยซูเจา ดวยเชนกัน นางเต็มไปดวยพระจิตเจาและกลาวสรรเสริญผูที่อยูตอหนานางวา “ทําไมหนอพระมารดาขององค พระผูเปนเจาจึงเสด็จมาเยี่ยมขาพเจา” (ลก 1:43) การมาเยี่ยมของพระนางมารียเปนเหมือนการมาเยี่ยมของ พระเยซูเจาเอง เหตุการณที่เกิดขึ้นนี้ ทําใหเรามองเห็นไดอยางชัดเจนถึงความสุภาพถอมตนของแมพระและ พระบุตรของนาง ทั้งสองเปนบุคคลที่ไปเยี่ยม ไมใชบุคคลที่ถูกเยี่ยม ไมมีขอสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับ สถานภาพของบุคคลสองฝายนี้ แมแตกอนการบังเกิด พระเยซูเจาไดแสดงใหเราเห็นแลววาพระองคเสด็จมา เพื่อรับใช ไมใชเพื่อใหผูอื่นรับใช ตอมาโดยทางการรับใชนี้เองที่ทําใหเราตระหนักวาพระองคทรงเปนองคพระผู เปนเจาของเรา “ทานทั้งหลายเรียกเราวาอาจารยและองคพระผูเปนเจาก็ถูกแลว เพราะเราเปนอยางนั้นจริงๆ ในเมื่อเราซึ่งเปนทั้งองคพระผูเปนเจาและอาจารยยังลางเทาใหทาน ทานก็ตองลางเทาใหกันและกันดวย เราวางแบบอยางไวใหแลว ทานจะไดทําเหมือนกับที่เราทํากับทาน” (ยน 15:13-15) ขอพระเจาอวยพรเราทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตยที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2012 พี่นองที่รัก โดยทางการปฏิบัติตามพระประสงคของพระ เจา พระเยซูเจานําความรอดพนมาสูมวล มนุษย วันนี้พระองคทรงเชื้อเชิญใหเราทําสิ่ง เดียวกัน แมพระเปนแบบอยางที่ดีที่สุดใหกับเราใน เรื่องนี้ เมื่อทูตสวรรคมาแจงใหพระนางทราบวา พระเจาไดทรงเลือกสรรพระนางใหเปนมารดาของ พระบุตรของพระองค พระนางทรงตอบรับดวย ความเต็มใจแมวามีชีวิตของพระนางเองเปนเดิม พันหลายปมาแลวมีโฆษณาวรสารฉบับหนึ่งเขียน วา“ทานตอบรับแลวหรือยัง?”นี่แหละคือสิ่งที่ถามเรา เรากําลังจะฉลองคริสตมาสในวันพรุงนี้ บางทีเราอาจ เตรียมทุกอยางพรอมแลวแตเราไดเตรียมสิ่งที่สําคัญที่สุดแลวหรือยัง ?นั่นคือ เปดใจตอบรับพระประสงคของ พระเจาและเสียงเรียกของพระเยซูเจาที่ผานเขามาในชีวิตของเราแตละวันหรือวาเรายังยึดความตองการของ เราเปนใหญเหมือนเดิม?คริสตมาสจะมีความหมายก็ตอเมื่อเราสามารถตอบรับพระประสงคของพระเจาและ มอบตนเองทั้งครบไวในความรักและพระญาณเอื้ออาทรของพระองคซึ่งเปนสิ่งที่จะนําความยินดีและความสุขที่ แทจริงมาสูเรา ขอพระเจาอวยพรเราทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี วันอาทิตย สัปดาหที่ 4 เทศกาลเต���ียมรับเสด็จพระคริสตเจา


ขอคิดยามเชา วันจันทรที่ 24 ธันวาคม ค.ศ.2012 จดหมายถึงชาวฮีบรูบอกเราวา“ขาพเจามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค ของพระองค ” (ฮบ 10:9) การมอบตัวเองทั้งครบของพระบุตรตอพระ ประสงคของพระบิดาทําใหแผนการแหงความรอดพนสําหรับ มนุษยชาติกลายเปนความจริง“พระเจาไมมีพระประสงคเครื่องบูชา และของถวายอื่นใด” (ฮบ 10:5) ดวยเหตุนี้ พระองคจึงทรงเตรียม “รางกาย” (ฮบ 10:5)ไวใหพระบุตรของพระองค โดยการรับเอา รางกายบังเกิดเปนมนุษยนี้เองพระบุตรไดถวายตนเองอยางไรเงื่อนไข แดพระบิดา ความนบนอบตอพระประสงคของพระบิดาทําใหการถวาย บูชาของพระบุตรมีคุณคามากกวาเครื่องบูชาใด ๆ ทั้งสิ้น ไมมีใคร สามารถถวายสิ่งใดไดมากกวาการถวายตนเอง ความจริงนี้เริ่มเห็นได ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อพระองคทรงบังเกิดบนโลกนี้ในสภาพยากจนและ ขัดสน ไมมีแมกระทั่งที่พักอาศัยเหมือนคนทั่วไป การถวายตัวทั้งครบนี้ ดําเนินไปอยางตอเนื่องและมาถึงจุดสูงสุดเมื่อพระองคทรงถวายชีวิตของพระองคเพื่อเปนสินไถเราบนไม กางเขนโดยการปฏิบัติตามพระประสงคของพระเจา พระเยซูเจานําความรอดพนมาสูมวลมนุษย วันนี้พระองค ทรงเชื้อเชิญใหเราทําสิ่งเดียวกันเปดใจตอบรับพระประสงคของพระเจาและเสียงเรียกของพระเยซูเจาที่ผาน เขามาในชีวิตของเราแตละวัน ไมยึดความตองการของเราเปนใหญเหมือนเดิมมอบตนเองทั้งครบไวในความรัก และพระญาณเอื้ออาทรของพระองค แลวเราจะพบกับความยินดีและความสุขที่แทจริง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคารที่ 25 ธันวาคม ค.ศ.2012 เมื่อประกาศกอิสยาหทํานายถึงอนาคตที่สุกใสของชาวอิสราเอล ซึ่ง เปนอนาคตที่เราทุกคนมีสวนรวมดวยเชนเดียวกัน ทานไดเนนถึง แสงสวาง ทานบอกวา “ประชากรที่เดินอยูในความมืดแลเห็นความ สวางยิ่งใหญบรรดาผูอาศัยในแผนดินมืดมิดความสวางสองแสงมา เหนือเขา” (อสย 9:1) เราทุกคนเปนสวนหนึ่งประชากรที่ทานพูดถึง ดวยเมื่อเรารับศีลลางบาป พระสงฆผูประกอบพิธีมอบเทียนแกเรา และพูดวา“จงรับแสงสวางของพระคริสตเจา” แสงสวางดังกลาวนี้เปนสัญลักษณแหงความเชื่อซึ่งทําใหชีวิต ของเราเปลี่ยนไปจากเดิมและแตกตางจากคนอื่นที่ไมมีความเชื่อพระเจาพระบิดาทรงประทานพระบุตรสุดที่รัก ของพระองคใหเปนของขวัญชิ้นแกเรา อยางไรก็ตาม พระบุตรของพระเจาองคนี้จะไมเปนของขวัญที่ล้ําคา สําหรับเรา ถาเราไมเปดดวงใจตอนรับพระองคดวยความรักและความกตัญูซึ่งมีแตเพียงความเชื่อเทานั้นที่จะ สามารถชวยเราใหทําสิ่งนี้ได สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกตที่ 16 ทรงย้ําวาพื้นฐานความเชื่อของเราคือ การ พบปะกับพระคริสตเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ ประสบการณอันนี้แหละจะชวยเราใหมีความชื่นชมยินดีที่ได เปนศิษยของพระองค วันคริสตมาสเปนโอกาสดีที่เราจะไดพบปะแบบสวนตัวกับพระคริสตเจาสราง ความสัมพันธกับพระองคใหมั่นคงเขมแข็งมากยิ่งขึ้นหลังจากสี่สัปดาหของการเตรียมตอนรับพระองค เวลานี้ เราพรอมที่จะพบกับพระองคและรับพระองคใหเขามาบังเกิดในดวงใจของเราแลวหรือยัง ? จําไวเสมอวาวัน คริสตมาสจะมีความหมายอยางแทจริงสําหรับเราก็ตอเมื่อเรามีความเชื่อในพระคริสตเจา พระผูไถแตเพียง พระองคเดียวของเราเทานั้น ความเชื่อนี่แหละจะชวยเปดตาของเราใหมองเห็นพระองค เปดสติปญญาของเรา ใหเขาใจความหมายของการเสด็จมาของพระองคและเปดใจของเราใหพระองคเขามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของ เรา ผลที่ตามมาคือเราจะไดสัมผัสความรัก ความยินดี และสันติสุขที่แทจริงซึ่งมีแตพระองคคนเดียวเทานั้นที่ สามารถใหเราได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.2012 เมื่อพระกุมารเยซูเสด็จมาในโลกนี้ครั้งแรกราวสองพันกวาปที่ ผาน พระองคไดทําใหคําสัญญาตาง ๆ ของพระบิดาเจาสวรรค กลายเปนความจริง พระองคทรงสงพระผูไถที่มวลมนุษยเฝารอคอย เปนเวลานานแสนนานมาในโลก พระผูไถองคนี้คือ พระเยซูเจา โดย ทางการถวายตนเองของพระองคเพื่อชดเชยบาปแทนเรา เราทุกคน จึงไดรับการปลดปลอยใหเปนอิสระจากอํานาจของบาปและความ ตาย และชีวิตของเราไดรับการฟนฟูขึ้นใหมอีกครั้งหนึ่งจน กลายเปน “ประชากรศักดิ์สิทธิ์” และ “ผูที่องคพระผูเปนเจาทรงไถกูไวแลว ” (อสย 62:12)การบังเกิดของพระเยซูเจาเตือนใจ เราวาพระเจาไมเคยลืมเราและทรงรักเรามาก มากจนกระทั่งยอม “ประทานพระบุตรเพียงพระองคเดียวของพระองค เพื่อทุกคน ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไมพินาศ แตจะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) อันที่จริงแลว พระเจาไมเคยทอดทิ้งเรา มีแตเรามนุษยนี่ แหละที่ละทิ้งพระองคและหันไปนับถือพระเท็จเทียมในรูปแบบตาง ๆ ในเมื่อองคพระผูเปนเจาทรงถอมพระองคลงมาหาเราดวย ความรักยิ่งใหญถึงเพียงนี้ เราก็ควรตอบสนองความรักของพระองคและเขาหาพระองคดวยจิตสํานึกแหงการขอบพระคุณสําหรับ ความรอดพนที่เราไดรับดวยเชนกันสิ่งหนึ่งที่เราควรจําไวเสมอคือ ความรอดพนที่มาถึงเราผานทางพระเยซูเจานั้นไมใชเปนผลสืบ เนื่องมาจาก “กิจการชอบธรรมใดๆ ที่เรากระทํา ” (ทต 3:5) แตมาจากความรักและความเมตตาอันหาขอบเขตมิไดของพระเจา ซึ่งเราไดรับผานทางความเชื่อในพระเยซูเจาและผานทางศีลลางบาป โดยทางศีลลางบาปเราได “เกิดใหมและไดรับการฟนฟูโดย พระจิตเจา” (ทต 3:5) พระเจาทรงหลั่งพระจิตของพระองคลงมายังเราผานทางพระเยซูเจา พระผูไถของเรา และทําใหเราแตละ คนกลายเปนผูชอบธรรมโดยทางพระหรรษทานของพระองค ดวยเหตุนี้ เราจึงกลายเปนทายาทแหงพระอาณาจักรสวรรคและ สามารถเรียกพระเจาวา “พระบิดา” พรอมกับมีสวนในความยินดีรวมกับแมพระ บรรดาทูตสวรรคและนักบุญทั้งหลายอีกดวย นี่ แหละคือความรัก ความยินดี และสันติสุขที่เราจะไดสัมผัสเฉพาะพระพักตรของพระเจา ทั้งหมดนี้พระเจาประทานแกเราแตละ คนแบบเปลาๆ ไมใชเพราะวาเราสมควรไดรับ แตเพราะวาพระองคทรงรักเรามากนั่นเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม ค.ศ.2012 วันนี้เราฉลองนักบุญยอหน อัครสาวกและผูนิพนธพระวรสาร เรื่องราว ของทานนักบุญชวยเราใหเขาใจธรรมชาติและความหมายของกระแส เรียกการเปนศิษยผูใกลชิดของพระเยซูเจาไดดียิ่งขึ้น ทานเปนบุตรชาย คนเล็กของเศเบดี เจาของเรือประมงในทะเลสาบกาลิลี บิดาของทาน คงมีฐานะดีพอสมควรจึงมีลูกจางชวยทํางาน ทานตอบรับเสียงเรียก ของพระเยซูเจาพรอมกับยากอบพี่ชายของทานทั้งสองเปนเพื่อน ชาวประมงของเปโตร นอกจากเปโตรและยากอบแลว ยอหนเปนหนึ่ง ในบรรดาศิษยที่มีความใกลชิดกับพระเยซูเจามาก ���ระเยซูเจามักจะพา ศิษยสามคนนี้ไปกับพระองคในโอกาสสําคัญหลายครั้งในฐานะมนุษยคนหนึ่งยอหนมีลักษณะไมตางจากเราเทาใด นัก ทานเปนคนคอนขางใจรอน ทานและพี่ชายอยากใหพระเยซูเจาเรียกไฟจากฟาลงมาเผาผลาญชาวสะมาเรียที่ไม ตอนรับพระองค ทานเคยฟองพระเยซูเจาวามีคนที่ไมอยูในกลุมศิษยไดขับไลปศาจในพระนามของพระองค ซึ่งสะทอน ใหเห็นการเปนคนที่มีจิตใจคับแคบและเอาแตพรรคพวกของตน ยิ่งกวานั้น ดูเหมือนวาทานเปนคนทะเยอทะยานมิใช นอย ทานและพี่ชายพรอมกับมารดาเคยขอรองพระเยซูเจาใหประทานตําแหนงพิเศษแกทานทั้งสองเมื่อพระองคเสด็จ เขาไปในพระอาณาจักรของพระองค จนทําใหศิษยคนอื่นรูสึกขัดเคืองใจ อยางไรก็ตาม กาลเวลาชวยทานใหเขาใจ ความหมายของการเปนศิษยพระเยซูเจาดีขึ้นเรื่อย ๆ ทานเปนคนที่ยืนอยูแทบเชิงกางเขนของพระองคพรอมกับแม พระและสตรีคนอื่น ๆ ในขณะที่ศิษยคนอื่นไดละทิ้งพระองคไปเพราะความกลัว และพระเยซูเจาไดทรงมอบพระ มารดาของพระองคใหอยูในความดูแลของทาน “นี่คือแมของทาน” (ยน 19:27) พระวรสารวันนี้ชี้ใหเราเห็นวาทาน เปนคนแรกที่เชื่อเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา เมื่อมารียชาวมักดาลาแจงใหทานและเปโตรทราบวา นางไมพบพระศพของพระเยซูเจาในพระคูหา ทานและเปโตรรีบวิ่งไปยังพระคูหาทันที อาจเปนเพราะวาทานหนุมกวา ทานจึงไปถึงพระคูหากอนเปโตร แตทานไมไดเขาไปขางในเพราะทานรอเปโตรซึ่งเปนหัวหนาของบรรดาอัครสาวกใน ตอนนั้นมาถึงกอน หลังจากเปโตรเขาไปดูและเห็นผาพันพระศพและผาพันพระเศียรแลว ทานจึงเขาจึงเขาไปขาง ใน ทานได “เห็นและมีความเชื่อ” (ยน 20:8) ทานอยูกับเปโตรเมื่อเปโตรรักษาคนงอยที่ประตูงามในพระวิหาร ทาน ถูกนําไปตอหนาสภาซันเฮดรินพรอมกับเปโตรและทานไดเผชิญหนากับบรรดาผูนําศาสนาชาวยิวอยางกลา หาญ ยิ่งกวานั้น ทานยังไดเดินทางไปแควนสะมาเรียพรอมกับเปโตรเพื่อทําใหชาวสะมาเรียที่กลับใจไดรับพระจิตเจา ดวยทานเปนศิษยคนหนึ่งที่เขาใจ “แกนแท” คําสั่งสอนของพระเยซูเจาไดอยางชัดเจนขณะที่ทานกําลังใกลจะสิ้นใจ


บรรดาศิษยของทานถามทานวาทานมีอะไรจะพูดเพื่อสั่งเสียพวกเขาหรือไม? ทานบอกพวกเขาวา “ลูกเอย จงรักกัน และกันเถิด” ทานพูดถอยคํานี้ซ้ําไปซ้ํามาหลายครั้ง เมื่อบรรดาศิษยถามทานอีกวาสิ่งที่ทานตองการบอกมีเพียงแคนี้ หรือ? ทานตอบวา “แคนี้ก็เพียงพอแลว เพราะวาเปนคําสั่งขององคพระผูเปนเจา” จริงอยางที่ยอหนไดบอกถาเรารัก กันและกัน ก็ถือเพียงพอแลว สิ่งอื่นเปนเรื่องรองแมวาทานนักบุญยอหนมีจุดออนและจุดบกพรองหลายอยาง ไมวาจะ เปนความใจรอน ความทะเยอทะยาน และการเปนคนที่มีใจคับแคบในบางครั้ง พระเยซูเจาก็ทรงเลือกทานและทําให ทานเปนศิษยผูยิ่งใหญของพระองค สิ่งนี้ชี้ใหเห็นวากระแสเรียกการเปนศิษยที่ใกลชิดของพระเยซูเจาเปนพระพรที่ พระองคทรงใหแกเราแบบเปลา ๆ พระองคทรงเลือกเราไมใชเพราะเราเปนผูเหมาะสมและเพียบพรอมดวยคุณสมบัติ ดี ๆ ทุกอยาง แตเพราะพระองคทรงรักเราตางหาก แนนอน ในอีกดานหนึ่งก็มาจากการเปดใจของเราและตอบรับ เสียงเรียกของพระองค พรอมกับปลอยใหพระองคทํางานผานทางตัวเราดวย ผลที่ตามมาคือเราจะไดสัมผัสความรัก ของพระเจาที่ตอเรา เหมือนยอหนที่สามารถพบและสัมผัสความรักของพระเจาผานทางความไมสมบูรณตาง ๆ ของ ทาน ความรักที่ทําใหทานกลายเปนคนแรกที่เชื่อในเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระบุตรของพระเจา วันนี้ใหเรา ขอบคุณทานเปนพิเศษที่ชวยเราใหเขาใจความหมายที่แทจริงของชีวิตและการสิ้นพระชนมซึ่งนําไปสูพระสิริรุงโรจนใน การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา คริสตมาสเปนชวงเวลาแหงความปติยินดี นักบุญยอหนบอกเราในบทอาน แรกวาจุดประสงคที่ทําใหทานเขียนจดหมายฉบับนี้คือ “เพื่อความปติยินดีของเราจะไดสมบูรณ” (1 ยน 1:4) เราจะ สามารถสัมผัสความปติยินดีของวันคริสตมาสก็ตอเมื่อพระกุมารเยซูเจาเสด็จเขามาบังเกิดในจิตใจของเราแตละคน เทานั้น ดังนั้น ใหเราเปดใจของเราตอนรับพระองคเพื่อรับความรักและสันติสุขภายในที่มีแตพระองคเทานั้นที่จะ สามารถใหเราได แลวความปติยินดีของเราจะไดสมบูรณ

ขอพระเจาอวยพรเราทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกรที่ 28 ธันวาคม ค.ศ.2012 เราไดฟงเกี่ยวกับความชื่นชมยินดีของบรรดาคนเลี้ยง แกะ เมื่อทูตสวรรคไดแจงใหพวกเขาทราบวาพระเยซูเจา พระผูไถของมวลมนุษย ไดทรงประสูติแลว ดวยความ ตื่นเตนและยินดีเพราะขาวดีที่ไดยิน พวกเขาพูดกันวา “เราจงไปเมืองเบธเลเฮมกันเถิด จะไดเห็นเหตุการณนี้ที่ พระเจาทรงแจงใหเรารู” (ลก 2:15) พวกเขารีบไปและ พบแมพระ นักบุญโยเซฟ และพระกุมารกําลังบรรทมอยู ในรางหญา เมื่อพวกเขาไดเห็นเหตุการณดังกลาว พวก เขาได “เลาเรื่องที่พวกเขาไดยินมาเกี่ยวกับพระกุมาร” (ลก 2:17) ใหกับคนอื่นไดทราบ และ “ทุกคนที่ไดยินตาง ประหลาดใจในเรื่องที่คนเลี้ยงแกะเลาใหฟง ” (ลก 2:18)เราทุกคนก็ควรทําในสิ่งเดียวกัน ในฐานะคริสตชนเราทุกคนถูกเรียกให รีบไปแบงปนขาวดีเกี่ยวกับพระเยซูเจา พระผูไถแตเพียงพระองคเดียวของมวลมนุษย ใหกับคนอื่นที่ยังไมรูจักพระองค พระเจา ทรงมอบหมายพันธกิจนี้แกเราแตละคนผานทางศีลลางบาป และโดยทางศีลกําลัง พระจิตเจาไดทําใหพระหรรษทานที่เราไดรับ ในศีลลางบาปเขมแข็งมากยิ่งขึ้นและทําใหความเปนหนึ่งกันระหวางเรากับพระเยซูเจาแนนแฟนมากยิ่งขึ้นดวย ยิ่งกวานั้น พระ พรของพระจิตเจาที่เราไดรับทําใหเรามีความเขมแข็งและความกลาหาญในการเผยแผและปองกันความเชื่อดวยคําพูดและ กิจการ พรอมทั้งเปนพยานถึงความรักของพระเจาดวยการดําเนินชีวิตที่ดีอีกดวยเมื่อเรามีเรื่องราวที่นายินดี เราควรแบงปน ใหกับคนอื่นเพื่อวาเขาจะไดมีสวนรวมในความยินดีดวยการบังเกิดของพระเยซูเจาเปนขาวที่นายินดีที่สุดจนทําใหทั้งโลกตองจัด ฉลองอยางยิ่งใหญ ดังนั้น ขณะที่เรากําลังชื่นชมยินดีกับการเปดของขวัญการรับประทานอาหารกับญาติพี่นอง และการรองเพลง อวยพรบุคคลสําคัญตาง ๆ ในวันคริสตมาส ใหเราสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจาเปนพิเศษสําหรับเรื่องราวที่เราไดยิน เกี่ยวกับการเสด็จมาพระเยซูเจา เพราะวาถาพระองคไมทรงบังเกิดมาในโลกนี้และในดวงใจของเรา ความชื่นชมยินดีและ ความสุขที่เรามีเชนนี้คงไมไดเกิดขึ้นอยางแนนอน ขอพระเยซูเจาประทับอยูกับเราทุกคนตลอดไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสารที่ 29 ธันวาคม ค.ศ.2012 คริสตชนบางคนบอกวาไมใชเรื่องแปลกเลยที่พระเยซูเจาจะ ทรงเจริญวัย���ลายเปนผูใหญที่เปยมดวยพระปรีชาญาณ อยางสมบูรณ เพราะมีแมพระและนักบุญโยเซฟคอยอบรม เลี้ยงดู และในทางกลับกันเปนเรื่องงายที่แมพระและนักบุญ โยเซฟจะกลายเปนผูศักดิ์สิทธิ์ เพราะผูที่พวกทานดูแลเอาใจ ใสคือพระบุตรของพระเจา แนนอน เราไมอาจปฏิเสธความ จริงขอนี้ แตไมไดหมายความวาครอบครัวศักดิ์สิทธไมตอง เผชิญปญหาหรือความทุกขยากลําบากใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือน ทุกครอบครัวบนโลกนี้ที่ตองแบกกางเขน ครอบครัว ศักดิ์สิทธิ์ตองแบกกางเขนที่ทับถมลงมาอยางไมหยุดหยอน ดวยเชนกัน เมื่อเราอานพระวรสาร เราจะพบวามีกางเขนมากมายและหนักหนาสาหัสที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ตองแบกรวมกันจะมีใครในสมัยนั้นที่เชื่อวาแมพระทรงตั้งครรภดวยฤทธิ์อํานาจของพระจิตเจา บางคนอาจ เขาใจผิดวาเปนการชิงสุกกอนหามก็ได หลังจากตอบรับพระประสงคของพระเจาผานทางทูตสวรรคกาเบรียล แลว พระนางทรงอยูในสถานการณที่ลําบากซึ่งอาจนําไปสูความตายได เพราะบทบัญญัติของชาวยิวหญิงที่ ตั้งครรภกอนที่จะครองชีวิตรวมกันกับสามีถือวาทําผิดประเวณีและตองถูกทุมหินจนตาย เมื่อทราบเรื่องนี้ นักบุญโยเซฟเองก็วางแผนที่จะถอนหมั้นอยางเงียบ ๆ ถาทานไมยอมรับแมพระเปนภรรยาตามคําสั่งของทูต สวรรคและเมื่อเรื่องการตั้งครรภถูกเปดเผย พระนางตองตายอยางไรขอสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเมื่อถึงเวลาที่แมพระ จะมีประสูติกาล พระนางทรงใหกําเนิดพระกุมารในถ้ําเลี้ยงสัตว เอาผาพันพระวรกายและวางไวในรางหญา ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ตองอพยพหนีตายไปยังประเทศอียิปต เพราะกษัตริยเฮโรดกําลังสืบหาพระกุมารเพื่อ ประหารชีวิต การเดินทางสมัยนั้นคงไมสะดวกเหมือนในปจจุบัน ทั้งสามตองเดินทางผานทะเลทรายที่รอนระอุ ในเวลากลางวันและหนาวเหน็บในเวลากลางคืน แนนอนการดําเนินชีวิตทามกลางคนแปลกหนาไมใชเรื่องงาย ที่นั่นทั้งสามคงประสบความทุกขยากลําบากไมใชนอย เมื่อพระเยซูเจาทรงมีอายุได 12 พรรษา ทั้งสามไปรวม ฉลองปสกาที่กรุงเยรูซาเล็ม แตตอนขากลับเกิดพลัดหลงกัน การเดินทางกลับเมืองนาซาเร็ธผานไปหนึ่งวันแม พระและนักบุญโยเซฟจึงเริ่มตามหา โดยเดินทางกลับไปที่กรุงเยรูซาเล็มและพบพระองคที่นั่นการหายตัวไป


ของพระเยซูเจาทําใหทานทั้งสองเปนทุกขและกังวลใจเปนอยางมากระหวางที่ตามหาพระองคจากนั้นพระวร สารไมไดพูดถึงนักบุญโยเซฟอีกเลย ทานคงเสียชีวิตกอนที่พระเยซูเจาจะทรงเริ่มภารกิจการเทศนสอนอยาง เปดเผย ถาเปนเชนนั้นจริง การจากไปอยางไมมีวันกลับของทานคงนําความเศราโศกเสียใจอยางมหันตมาสู ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ แมพระและพระเยซูเจาคงตองลําบากและทํางานหนักมากขึ้นเพราะขาดหัวหนาครอบครัว ในระหวางชีวิตที่เปดเผยของพระเยซูเจา แมพระคงเปนทุกขและกังวลใจเกี่ยวกับบุตรชายเพียงคนเดียวของ พระนางมากเหมือนกัน พระนางคงรูสึกสะเทือนใจและเจ็บปวดใจมาก ๆ เมื่อญาติบางคนคิดวาพระองคทรง เสียสติและชาวยิวบางคนกลาวหาวาพระองคทรงเปนนักกินนักดื่ม เปนเพื่อนกับคนเก็บภาษีและคนบาป ความ ทุกขใจของพระนางทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผูนําศาสนาตั้งตนเปนศัตรูกับพระเยซูเจา และชวงเวลาแหงทุกข ยิ่งใหญก็มาถึงเมื่อพระนางตองเฝามองดูพระบุตรสุดที่รักของพระนางสิ้นพระชนมบนไมกางเขนเยี่ยงนักโทษ อุกฉกรรจคนหนึ่งลองรําพึงตรึกตรองดูสิวาอะไรที่รวมสมาชิกครอบครัวศักดิ์สิทธิ์เขาดวยกันและทําใหพวกทาน สามารถฟนฝาอุปสรรคและความทุกขยากลําบากที่ทับถมลงมายังครอบครัวของพวกทาน? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตยที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2012 แมความทุกขยากลําบากมากมายทับถมลงมายังครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ แตความ รักที่สมาชิกมีตอพระเจาและตอกันและกันทําใหสามารถฟนฝาอุปสรรคตาง ๆ ทั้งหลายได ความรักของพระเยซูเจาที่ทรงมีตอแมพระและนักบุญโยเซฟความ รักของแมพระและนักบุญโยเซฟที่มีตอพระเยซูเจา รวมทั้งความรักของทั้งสาม ที่มีตอพระบิดาเจาดวย ในทํานองเดียวกันสิ่งที่ยึดครอบครัวของเราเขาดวยกัน ในยามที่ตองเผชิญหนากับความทุกขยากลําบาก คือ ความรักและการใหอภัย กันและกัน จําไวเสมอวา “สุดทายแลวความรักก็ชนะ” แมวาอาจตองใช เวลานานก็ตาม การตักเตือน การอบรมสั่งสอน และการลงโทษเปนสิ่งจําเปน แตตองทําดวยความรัก เสมอ ครอบครัวของเราจะประสบผลสําเร็จและมีความสุขถาเราทําใหครอบครัวของเราเปนสถานที่ซึ่งเต็มไป ดวยความรัก เปนสถานที่ซึ่งสมาชิกแตละคนสามารถสัมผัสความหวงใย ความเห็นอกเห็นใจ และความจริงใจ ไดอันตรายที่นากลัวซึ่งคุกคามครอบครัวในสมัยปจจุบันคือการใชเวลาอยูดวยกันนอยเกินไป พอแมหลายคนมัว ยุงอยูกับการทํางาน จนแทบไมมีเวลาใหกับครอบครัว ปลอยใหลูกอยูกับคนใช กลับมาถึงบาน ลูก ๆ ก็เขานอน แลว บางคนติดละครโทรทัศนจนไมสนใจคนอื่นในครอบครัว วางหนอยก็ดูโทรทัศน ทําใหไมมีเวลาใหกับคนที่ อยูรอบขาง เราตองไมลืมวาการใชเวลาอยูกับครอบครัว เปนวิถีทางหนึ่งที่แสดงใหสมาชิกครอบครัวของเรารูวา เรารักพวกเขา เมื่อเรารักครอบครัว เราตองอุทิศเวลาสวนตัวของเราอยูกับพวกเขาใหมากที่สุดเทาที่เราจะ สามารถทําได เหมือนที่ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์มีความรักตอกันและกัน พรอมกับความเชื่อและความไววางใจใน ความรักของพระเจา จึงทําใหสามารถฟนฝาอุปสรรค ความทุกขยากลําบาก และวิกฤติกาลตาง ๆ ที่โหม กระหน่ําเขามา ใหเราเลียนแบบอยางครอบครัวนี้ และวอนขอพระเยซูเจา แมพระ และนักบุญโยเซฟ ชวย ครอบครัวเราแตละคนใหสามารถเอาชนะปญหาและความทุกขยากลําบากตาง ๆ โดยอาศัยความรักที่มีตอกัน และกันและความเชื่อในพระเจาผูเปยมดวยความรักและความเมตตา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี วันฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์


ขอคิดยามเชา วันจันทรที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.2012 ในพระวรสารโดยนักบุญลูกาไดนําเราไปที่ถ้ําเลี้ยงสัตวแหงหนึ่งในเมืองเบธเลเฮมเพื่อพบกับ นักบุญโยเซฟ พระนางมารีย และพระกุมารซึ่งกําลังบรรทมในรางหญา แมวากุมารนอยองค นี้ทรงบังเกิดในสภาพที่ยากจนและขัดสน พระองคทรงเปนพระบุตรของพระเจา ดังนั้น ผูที่ ใหกําเนิดพระองคจึงทรงเปนพระมารดาของพระเจา ยิ่งกวานั้น ผูมาเยี่ยมพระองคเปนกลุม แรกคือคนเลี้ยงแกะ ซึ่งเปนประชาชนที่ยากจนและมักจะไดรับการดูถูกเหยียดหยาม แต พวกเขาเปนประชาชนที่พระองคเสด็จมาเพื่อชวยใหรอดพนและปลดปลอยใหเปนอิสระ จากอํานาจของบาปและความตายดวยเหมือนกัน นี่แหละคือพระธรรมล้ําลึกที่ยากจะเขาใจ เกี่ยวกับการรับเอาพระธรรมชาติมนุษยของพระเยซูเจาและเปนเรื่องราวที่พระนางมารีย เองทรงเก็บ “ไวในพระทัยและยังทรงคํานึงถึงอ���ู ” (ลก 2:19) ตลอดชีวิตของพระนางบน โลกนี้ นักบุญลูกายังเลาใหเราฟงอีกวาเมื่อพระกุมารมีพระชนมายุครบแปดวัน พระองคทรงรับพิธีเขาสุหนัตตามธรรมบัญญัติของ ชาวยิว พิธีดังกลาวนี้ทําใหพระองคไดชื่อวาเปนลูกหลานของอับราฮัมเหมือนชาวยิวคนอื่น และในโอกาสนี้เองนักบุญโยเซฟและ พระนางมารียทรงถวายพระนามพระองควา “เยซู” ซึ่งแปลวา “องคพระผูเปนเจาทรงชวยใหรอดพน” อัน “เปนพระนามที่ทูต สวรรคไดใหไวกอนที่พระองคจะทรงปฏิสนธิในพระครรภของพระมารดา” (ลก 2:21)นักบุญเปาโลไดอธิบายใหเราเขาใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับการรับพิธีดังกลาวของพระเยซูเจาวา “พระเจาทรงสงพระบุตรของพระองคใหมาบังเกิดจากหญิงคนหนึ่ง เกิดมาอยูใต ธรรมบัญญัติเพื่อทรงไถผูที่อยูใตธรรมบัญญัติและทําใหเราไดเปนบุตรบุญธรรม” (กท 4-4-5) เกิดมาอยูใตธรรมบัญญัติ พระเยซู เจาทรงนําเราออกจากพันธะของธรรมบัญญัติ เกิดจากหญิงคนหนึ่ง พระองคทรงทําใหเรากลายเปนบุตรชายหญิงของพระเจา รวมกับพระองค ในฐานะบุตรชายหญิงของพระเจาและพี่นองของพระเยซูเจา เราจึงไมไดเปนทาสอีกตอไป แตเปน “ทายาทตาม พระประสงคของพระเจา ” (กท 4:7) ดวยเหตุนี้ เหมือนพระเยซูเจา เราทุกคนจึงสามารถเรียกพระเจาวา “อับบา” ซึ่งแปลวา “พอจา” (กท 4:6) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี



ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน ธันวาคม 2012