ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน สิงหาคม 2013

Page 1


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 1 สิงหาคม ค.ศ.2013 วันฉลองนักบุญอัลฟอนโซ มารีย ลิโกวรี วันนี้พระศาสนจักรใหเกียรติเปนพิเศษแก นักบุญอัลฟอนโซ มารีย ลิโกวรี ผู สถาปนาคณะพระมหาไถ ผูเปนพระสังฆราชและนักปราชญของพระศาสน จักร เราสามารถมองเห็นรูปธรรมชีวิตของทานนักบุญในพระวรสารโดยนักบุญ มัทธิว เมื่อพระเยซูเจา “ทอดพระเนตรเห็นประชาชน ก็ทรงสงสาร เพราะเขา เหลานั้นเหน็ดเหนื่อยและทอแทประดุจฝูงแกะที่ไมมีคนเลี้ยง” (มธ 10:36) เรา โชคดีที่มีพระเจาที่อยูใกลชิด เขาใจสถานการณของเราและเห็นอกเห็นใจเรา ใน ทุกวันนี้ยังมีผูคนมากมายที่เหนื่อยออนและทอแทสิ้นหวัง อันเนื่องมาจากแรงกด กันรอบดาน หลายคนดําเนินชีวิตไปวัน ๆ ไรทิศทางที่แนนอน พระเยซูเจาทรงชี้ใหบรรดาศิษยเห็นวา “ขาวที่จะเก็บ เกี่ยวมีมาก แตคนงานมีนอย จงวอนขอเจาของนาใหสงคนงานมาเก็บเกี่ยวขาวของพระองคเถิด” (มธ 9:37-38) ใน ปจจุบันนี้มีคริสตชนทั่วโลกพันกวาลานคน หรือราว 1 ใน 5 ของประชากรโลกทั้งหมด คนอีก 4 ใน 5 ของประชากร โลก ยังไมรูจักพระเยซูเจาและยอมรับวิถีทางของพระองค พระศาสนจักรของเราตองการ “คนงาน” หรือผูที่จะนํา ความเชื่อและขาวดีของพระเยซูเจามาประกาศใหคนเหลานี้ไดรับทราบคนงานที่พระเยซูเจากลาวถึงไมใชเพียง พระสงฆ นักบวชชายและหญิง แตหมายถึง ทุกคนที่ติดตามพระเยซูเจา หรือคริสตชนทุกคน ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง เราตองตระหนักวา เราแตละคนเปนคนงานของพระเจา เรามีหนาที่สานตอพันธกิจของพระเยซูเจาที่มอบหมายให บรรดาอัครสาวกทั้งสิบสองคน พันธกิจนี้เปนพันธกิจแหงการปลดปลอยมนุษยใหเปนอิสระจากการเปนทาสในทุก รูปแบบ การปลอบโยนคนที่มีใจชอกช้ําและมีความทุกข และที่สําคัญเปนพันธกิจแหงการประกาศขาวดีแกคน ยากจน ทานนักบุญอัลฟอนโซ มารีย ลิโกวรี ผูซึ่งเราฉลองในวันนี้ เปนคนหนึ่งที่ตระหนักดีวา ตนเองเปน “คนงาน” คนหนึ่งในทุงนาของพระเจา และเขาใจดีวาอะไรคือพันธกิจที่พระองคตองการใหทานทําเปนพิเศษ หลังจากที่ไดรับ การบวชเปนพระสงฆแลว ทานไดอุทิศตนใหกับงานอภิบาลผูที่ยากจนที่สุด เมื่อทานไมสบายเพราะทํางานหนัก ทาน ถูกสงไปพักอยูที่วัดพระนางมารียแหงเนินเขาที่อามัลฟ ที่นั่นทานเปนมิตรกับคนยากจนและคนเลี้ยงแกะ ทาน ชวยเหลือพวกเขาในดานจิตวิญญาณ ทานจึงมีความปรารถนาอยางแรงกลาที่จะตั้งคณะนักบวชเพื่อเผยแพรพระวร สารใหกับคนยากจนที่อาศัยอยูตามชนบทและเมืองเล็ก ๆ ถอยคําของประกาศกอิสยาหที่วา “พระจิตของพระยาหเวห องคพระผูเปนเจา ทรงอยูเหนือขาพเจา เพราะพระยาหเวหทรงเจิมขาพเจาไวใหประกาศขาวดีแกคนยากจน ทรงสง ขาพเจาไปปลอบโยนคนที่มีใจชอกชา” (อสย 61:1) จึงสามารถประยุกตใชกับนักบุญอัลฟอนโซไดอยางชัดเจนยิ่ง วันนี้ จึงเปนโอกาสดีที่จะไดพิจารณาถึงบทบาทหนาที่ของเราในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง ยังมีผูคนมากมายที่อยูรอบขางเรา


เวลานี้ที่ยังไมรูจักพระองค เพราะไมมีใครพูดถึงพระองคใหพวกเขาฟง ในฐานะศิษยของพระคริสตเจา เราแตละคน เปนคนงานในทุงนาของพระเจา เพื่อวาพระองคจะไดทํางานผานทางตัวเรา เสียงของเราคือเสียงของพระองค ขอพระ เจา โดยผานคําเสนอวิงวอนของนักบุญอัลฟอนโซ มารีย ลิโกวรี หลั่งพระจิตของพระองคมายังพี่นองทุกคนเพื่อจะไดมี ใจรอนรนในการชวยเหลือคนยากจนเหมือนนักบุญทานนี้ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 2 สิงหาคม ค.ศ.2013 “จงระวังและรักษาตัวไวใหพนจากความโลภทุกชนิด เพราะชีวิตของ คนเราไมขึ้นกับทรัพยสมบัติของเขา แมวาเขาจะมั่งมีมากเพียงใดก็ ตาม” (ลก 12:15)พระเยซูเจาทรงชี้วา “ชีวิตของคนเราไมขึ้นกับทรัพย สมบัติของเขา” เปนทัศนคติที่สวนทางกับทัศนคติของโลกแหงวัตถุนิยม สมัยปจจุบันเราไมไดกําลังประณามคนร่ํารวยและยกยองชมเชยคน ยากจน คนยากจนที่โลภและเห็นแกตัวก็มี คนรวยที่ใจดี เอื้อเฟอเผื่อแผ และไมเห็นแกตัวก็เยอะ ดังนั้น การเปนคนมั่งมีสําหรับพระเจาไมได ขึ้นอยูกับการมีทรัพยสมบัติมากหรือนอย แตขึ้นอยูกับทาทีของเราตอทรัพยสมบัติที่มีหรือไมมีมากกวาพระเยซูเจาทรง เปนพระบุตรพระเจา พระองคทรงมีทุกสิ่งที่พระเจาทรงมีและทรงเปนทุกอยางที่พระเจาทรงเปน พระองคทรงสามารถ เปนคนร่ํารวยที่สุดในโลกนี้ไดอยางไมตองสงสัย แตพระองคกลับทรงเลือกเปนคนยากจน ทรงยอมสละทุกสิ่งทุก อยาง แมแตชีวิตของพระองคเองเพื่อชวยเราใหรอดพน พระเยซูเจาทรงมอบพระองคทั้งครบแดพระบิดาเจาสวรรค เพื่อเราทุกคน พระองคยังทรงมอบตัวพระองคแกเราในศีลมหาสนิท ใหเราพยายามเลียนแบบอยางพระองค ผูทรงเปน พระอาจารยของเรา และวอนขอพระหรรษทานจากพระองคเพื่อเราจะไดมีทาทีที่ถูกตองตอทุกสิ่งที่เรามีและกลายเปน คนมั่งมีสําหรับพระบิดาเจาสวรรคของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 3 สิงหาคม ค.ศ.2013 สัญชาติญาณที่แรงกลาอันหนึ่งของมนุษยคือ ความ ปรารถนาที่จะเปนสวนหนึ่งของกลุมใดกลุมหนึ่ง คนทุก ยุคทุกสมัยพยายามสรางชมรม สโมสร และองคกรตาง ๆ ขึ้นมา เพราะการไดเปนสวนหนึ่งของกลุมกอใหเกิด ความรูสึกปลอดภัย การไมเปนที่ยอมรับหรือตองออกจาก กลุมนํามาซึ่งความเศราโศกเสียใจ การไดรับการยกยอง และยอมรับในกลุมนํามาซึ่งความสุขและอิ่มเอมใจ เสมอ หนึ่งในบรรดาฝูงชนที่กําลังฟงพระเยซูเจาเทศนสอนถามพระองควา“พระเจาขา มีคนนอยคนใชไหมที่รอดพน ได” (ลก 13:23) สําหรับชาวยิวแลว คนตางศาสนาจะไมไดรับความรอดพนและไมมีสิทธิ์เปนสวนหนึ่งของพระ อาณาจักรของพระเจา พวกเขาเชื่อวาการเปนลูกหลานของอับราฮัมและการถือตามธรรมบัญญัติอยางซื่อสัตยเทานั้นที่ จะเปนหลักประกันสําหรับความรอดพน พระเยซูเจาปฏิเสธที่จะตอบคําถามนี้ แตชี้ใหเห็นวาไมควรสนใจวาจะมีคน มากหรือนอยแคไหนที่จะไดรับความรอดพน แตควรสนใจวาเขาตองทําอะไรเพื่อจะชวยใหเขาบรรลุถึงความรอดพน มากกวา พระองคยืนยันอยางหนักแนนวาการเปนลูกหลานของอับราฮัมไมไดเปนหลักประกันวาจะไดเขาไปในพระ อาณาจักรสวรรค สายเลือดอับราฮัมไมใชหนังสือเดินทางเพื่อเขาเมืองสวรรค ความรอดพนไมไดเปนแบบอัตโนมัติ สําหรับคนใดคนหนึ่ง “เวลานั้น ทานทั้งหลายจะร่ําไหคร่ําครวญและขบฟนดวยความขุนเคือง เมื่อแลเห็นอับราฮัม อิสอัค และยาโคบกับบรรดาประกาศกในพระอาณาจักรของพระเจา แตทานทั้งหลายกลับถูกไลออกไปขางนอก” (ลก 13:28)พระเยซูเจาทรงตําหนิความพึงพอใจในตนเองซึ่งอยูเบื้องหลังของคําถามดังกลาว พรอมกับเตือนวาเราแตละคน ตองออกแรงอยางหนักเพื่อจะสามารถผานเขาไปทางประตูแคบซึ่งนําไปสูพระอาณาจักรสวรรค “จงพยายามเขาทาง ประตูแคบ เพราะเราบอกทานทั้งหลายวา หลายคนพยายามจะเขาไป แตจะเขาไมได”(ลก 13:24) การเขาพระ อาณาจักรสวรรคเปนของประทานจากพระเจา พระเจาประทานใหแกเราเพราะพระองคทรงรักเรา พระองคเรียกรอง ใหเราแตคนออกแรงเพื่อแสดงออกถึงความปรารถนาเมืองสวรรคของเรา พระเจาไมทรงปรารถนาจะยัดเยียดชีวิต นิรันดรใหใคร โดยที่เขาคนนั้นไมตองการ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 4 สิงหาคม ค.ศ.2013 วันสื่อมวลชนสากล วันนี้พระศาสนจักรของเรากําหนดใหเปน “วันสื่อมวลชนสากล” ปจจุบัน เราอยูในยุคการสื่อสารระบบดิจิทัล สื่อใหมที่เกิดขึ้น เปดโอกาสใหมและ กวางไกลสําหรับงานอภิบาลและแพรธรรมในพระศาสนจักร สมเด็จพระ สันตะปาปาเบเนดิกตที่ 16 ในสาสนวันสื่อมวลชนสากลป ค.ศ. 2011 ชี้ให เราเห็นวา ในยุคนี้ “แนวทางใหมไดเกิดขึ้น ซึ่งกอนหนานี้เราไมเคยคิดมา กอนเลย เปนการกระตุนความประหลาดใจของเราใหเห็นถึงความเปนไป ไดที่สื่อใหม ๆ นี้เปดใหแกเรา ในขณะเดียวกันก็เปนการบังคับเราให พิจารณาอยางจริงจังถึงความสําคัญของสื่อสารมวลชนในยุคดิจิทัลนี”้ พระองคยังทรงย้ําอีกวาในโลกดิจิทัล “การ สื่อสารมิใชเปนเรื่องการแลกเปลี่ยนขาวสารเทานั้น แตยังเปนสวนหนึ่งของการแบงปน”สมเด็จพระสันตะปาปาเบเน ดิกตที่ 16 ไดทรงเรียกรองใหพระสงฆ ผูอภิบาล ผูรวมอภิบาล ผูรับการอภิบาล คริสตชนทุกคนมีหนาที่นําเสนอพระ วาจาของพระเจาใหกับพี่นองคนอื่น เปนหนาที่ของเราทุกคนที่จะตองเรียนรูจักและใชสื่อใหม ๆ ซึ่งถือไดวาเปนพระ พรของพระเจาในยุคปจจุบันนี้ใหเกิดประโยชนสูงสุดในการประกาศขาวดีซึ่งเปนพระวาจาทรงชีวิตของพระเจาแกพี่ นองทุกคนที่อยูรวมโลกดิจิทัลเดียวกันนี้ “การประกาศขาวดีโดยผานทางสื่อสมัยใหม มิไดหมายความเพียงนําเอาขอ คําสอนแบบคริสตชนเขาไปในสื่อมวลชนตางๆ เทานั้น หากแตเปนการเปนประจักษพยานอยางตอเนื่องในโลกดิจิทัล เกี่ยวกับตัวเราเอง ในโลกดิจิทัลนั้นเราไมสามารถประกาศสารอะไรได หากไรการเปนประจักษพยานอยางตอเนื่องของ ผูประกาศ" เราทุกคนจึงไดรับการเชื้อเชิญใหดําเนินชีวิตในโลกดิจิทัล ในฐานะประจักษพยานที่ซื่อสัตยตอพระวรสาร ซึ่งเปนขาวดีแหงความรอดพนของมวลมนุษยเครือขายสังคมออนไลน (Social Network) ซึ่งเปนกลุมคนที่รวมกันเปน สังคมและมีการทํากิจกรรมรวมกันบนอินเทอรเน็ต ไมวาจะอยูในรูปของ Website, Twitter หรือFacebook สามารถ เปนวิธีการหนึ่งในการแพรธรรมได เครือขายนี้ยังเปนสวนสําคัญสวนหนึ่งในการพัฒนามนุษย...ชวยใหมีการแบงปน ความเชื่อและพิธีกรรมตาง ๆ ชวยใหเราไดอธิษฐานภาวนารวมกันแมวาเราจะอยูกันคนละแหงก็ตาม และที่สําคัญ ระบบเครือขายขอมูลดานคอมพิวเตอรเหลานี้ชวยเราใหมีความรูสึกใกลชิดกับผูมีความเชื่อเดียวกันกับเรา เครื่องมือ สื่อสารระบบดิจิทัลตาง ๆ ที่เรากําลังใชกันอยูในปจจุบันถือไดวาเปนผลมาจากความเฉลียวฉลาดของมนุษยซึ่งเปนทั้ง พระพรและการทาทายในเวลาเดียวกัน พวกมันเปนพระพรถาเรานําไปใชเพื่อความดีสวนรวมของมนุษยชาติและเพื่อ พระสิริรุงโรจนของพระเจา แตพวกมันสามารถกอใหเกิดความเสียหายแกตนเองและผูอื่นได


ถาเราใชพวกมันในทางที่ผิด ในวันสื่อมวลชนสากลปนี้พออยากเชิญชวน เราทุกคนใหใชเครื่องมือสื่อสารสมัยใหมนี้เพื่อความดีสวนรวม ความเปน หนึ่งเดียวกัน และสันติสุขของสังคมที่เราอาศัยอยู และในปแหงความเชื่อที่ เรากําลังกาวเดินไปดวยกันนี้ ใหเราพยายามอยางสุดความสามารถใชพระ พรที่พระเจาประทานใหมวลมนุษยเหลานี้เพื่อประกาศความรัก ความ ยิ่งใหญ และพระสิริรุงโจนของพระเจาแกเพื่อนพี่นองตางความเชื่อที่อยู รอบขางเรา เราตองทําใหความเชื่อของเราและพระวรสารมีพื้นที่ในโลก ดิจิทัลใหได นี่แหละคือวิธีการแพรธรรมแบบใหมของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 5 สิงหาคม ค.ศ.2013 เราเปนสวนหนึ่งของพระศาสนจักร ประชากรใหมของพระเจา ไมใชโดย ทางสายเลือดของอับราฮัม แตโดยทางศีลลางบาป การเปนเพียงคาทอลิก ไมไดเปนหลักประกันความรอดพนใด ๆ ทั้งสิ้น ความรอดพนไมไดมาแบบ งาย ๆ เพียงเพราะเราเปนศิษยของพระเยซูเจา แตเปนบางสิ่งที่เราตอง ทํางานหนักเพื่อจะบรรลุถึง ไมมีหองในพระอาณาจักรสวรรคสําหรับคนที่ พึงพอใจในตัวเองในความเปนคาทอลิกของตนเองและก็หยุดแคนั้น มี หลายสิ่งหลายอยางที่ถูกเรียกรองจากเรา ขอเรียกรองประการหนึ่งก็คือ เราตองพยายามทําตามพระประสงคของพระ เจาในทุกแงมุมชีวิตของเรา พระองคปรารถนาใหเราเปนบุตรที่ดีและมีระเบียบวินัย บางครั้งการลงโทษจึงเปน สิ่งจําเปนเหมือนกัน เพื่อการกลับใจและเปลี่ยนแปลงวิถีทางในการดําเนินชีวิต เราอาจตองเสียสละความพึงพอใจตาม ประสามนุษยหลายอยาง ซึ่งหลายครั้งอาจกอใหเกิดความคับของใจ เจ็บปวดใจ ไมวาอะไรจะเกิดขึ้นเราตองพยายาม มองเห็นพระหัตถของพระเจาในเหตุการณตางๆ เหลานั้นและถามตัวเองอยูเสมอวาพระเจาตองการบอกอะไรกับเรา โดยผานทางสิ่งเหลานี้ ตระหนักอยูเสมอวาพระเจาพระบิดาของเราทรงรักเรา สิ่งตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรามีผลในแง บวกเสมอไมมากก็นอย พระองคปลอยใหมันเกิดขึ้นเพราะวาพระองคปรารถนาจะชวยเราใหสามารถผานเขาทางประตู แคบซึ่งจะนําไปสูพระอาณาจักรนิรันดรของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.2013 ในโลกดิจิทัล การสื่อสารมิใชเปนเรื่องการแลกเปลี่ยนขาวสารเทานั้น แตยังเปน สวนหนึ่งของการแบงปน พระสงฆ ผูอภิบาล ผูรวมอภิบาล ผูรับการอภิบาล คริสตชนทุกคนจะตองเรียนรูจักและใชสื่อใหม ๆ เพื่อนําเสนอพระวาจาของพระ เจาใหกับพี่นองคนอื่น เครือขายสังคมออนไลน (Social Network) สามารถเปน วิธีการหนึ่งในการแพรธรรมได ดวยการเปนประจักษพยานอยางตอเนื่อง เกี่ยวกับตัวเราเอง หากเราใชในทางที่ผิด อาจเปนเพราะอคติ ความยึดมั่นถือมั่น หรือความไมรู โดยเฉพาะการเสียดสี โจมตี ดาทอ วากลาวใหราย ซึ่งกอใหเกิด ความเสียหายแกผูอื่นและสังคม ถาคริสตชนยังโพสทขอความที่ไมเหมาะสมใน เชิงลบอยูเสมอ เราไมสามารถประกาศสารอะไรไดเลย การประกาศขาวดี ขอคําสอนแบบคริสตชน จะไรความหมาย หากไรการเปนประจักษพยานอยางตอเนื่องของผูประกาศ ตรงกันขาม เราตองใชเครื่องมือสื่อสารสมัยใหมนี้เพื่อความ ดีสวนรวม ความเปนหนึ่งเดียวกัน และสันติสุขของสังคมที่เราอาศัยอยู ใชพระพรที่พระเจาประทานใหมวลมนุษยเพื่อ ประกาศความรักความยิ่งใหญ และพระสิริรุงโรจนของพระเจา การแสดงความคิดเห็นตาง ๆ ในโลกดิจิทัลตอง แสดงออกถึงการใหอภัย การแบงปน และความรักเอื้ออาทรตอกัน การเปนประจักษพยานที่ซื่อสัตยตอพระวรสาร เชนนี้จะทําใหความเชื่อของเราและพระวรสารมีพื้นที่ในโลกดิจิทัล นี่แหละ คือวิธีการแพรธรรมแบบใหมของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม ค.ศ.2013 ในสมัยของเรา เอดสถือไดวาเปนโรครายที่นาสะพรึงกลัวมากที่สุด บางคนรีบประณาม ทุกคนที่เปนโรคเอดสวาเปนคนส่ําสอน มักมากในกามารมณ พระเจาลงโทษพวกเขาก็ ถูกตองแลว พวกเขาไดรับในสิ่งที่พวกเขาสมควรไดรับ ถาจะเปรียบเทียบโรครายนี้ก็คง ไมตางจากโรคเรื้อนในสมัยของพระเยซูเจา แตพระเยซูเจาไมเคยถามคนโรคเรื้อนวาได ทําบาปหรือความผิดอะไรตอพระเจา พระองคไมไดตัดสินพวกเขา เพราะทรงรูดีวา พระเจาเปนผูเปยมดวยความเมตตาและพรอมที่จะใหอภัย พระองคจึงชวยคนโรคเรื้อน ทั้งสิบคนโดยไมมีขอแมใด ๆ ทั้งสิ้น แมจะรูวา อีกเกาคนจะไมกลับมาขอบพระคุณ พระองคเสียดวย สังคมไทย.. โรครายที่แพรระบาดอยางนากลัวที่สุดในปจจุบัน คือ โรคแหงความเกลียดชัง โรคแหง การคิดวาตัวเองชอบธรรมคนเดียว และโรคแหงการปฏิเสธเพื่อนมนุษยคนอื่น การโจมตี ใสรายปายสีกัน พูดเอาดีเขา ตัว เอาชั่วใหผูอื่นเพื่อผลประโยชนของตัวเองและพวกพองเปนสําคัญหากใครคิดตางออกไปก็ถือวาเปนศัตรู ตอง ทําลายลางความสามัคคีเปนน้ําหนึ่งใจเดียวกัน คอย ๆ สูญสลายไปจากสังคมไทยศิษยที่ดีของพระเยซูเจาตองไมเปน เชนนั้นแตจะตองมีทาทีและจิตตารมณเชนเดียวกับพระเยซูเจา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ตรัสเมื่อวันเสารที่ 28 กรกฎาคม 2013 วา“พออยากเนนย้ําความสําคัญของการหันหนาพูดคุยกันเพื่อแกปญหา มันจําเปนมาก ๆ ในยุคนี้ ที่ เราตองพูดคุยเพื่อหาทางออก มิฉะนั้น ทุกอยางจะไปจบลงดวยการประทวงและความรุนแรง”สิ่งที่พระสันตะปาปาชี้ ใหเราเห็นคือกฎแหงความรักนั้น มีความสําคัญและมีคุณคาสูงสงกวากฎเกณฑทางสังคมหรือทางพิธีกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ชีวิตและความรอดพนของมนุษยตองมากอนกฎเกณฑที่สังคมเปนคนกําหนดขึ้น เราจะตองเปดชองทางพูดคุย กันเพื่อหาทางออกใหกับปญหาตาง ๆ ไมวาจะเปนในครอบครัว กลุมเพื่อน หมูบาน ชุมชน หรือในประเทศการใช สื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อออนไลน นินทาวาราย ดาทอ โจมตี กันและกัน ไมใชเรื่องดีงามที่ควรทํา ไมวาจะตัดสิน จากบรรทัดฐานใด เราควรมีจิตใจที่ออนโยนและเมตตากรุณาเหมือนพระเยซูเจาเลียนแบบจิตตารมณและทาทีของ พระเยซูเจาที่มีตอผูคนในสังคม เราตองพรอมที่จะแสดงใหพวกเขาเหลานั้นรูวา พระเจาทรงรักทุกคนเหมือนที่ พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.2013 เมื่อเรามองสิ่งเลวรายที่เกิดขึ้นในโลกนี้ รวมทั้งในประเทศไทย หลายคนอาจเกิด คําถามขึ้นมาในใจเหมือนกันวา ทุกสิ่งทุกอยางที่พระเจาทรงสรางลวนดีงามมิใช หรือ? ทําไมพระเจาจึงปลอยใหสิ่งชั่วรายเกิดขึ้นบนโลกโดยไมจัดการแกไขใด ๆ เลย? ทําไมไมจัดการพวกฆาตกร ผูกอการราย นักคายาเสพติด พวกคามนุษย กลุมอิทธิพลทั้งหลาย แกงลักพาเด็กและแสวงหาผลประโยชนในทางที่ผิดจากเด็ก พวกโกงกินบานเมือง พวกเอาดีใสตัวเอาชั่วใหคนอื่น พวกที่มักเอาเปรียบและกดขี่ คนยากจน แตสิ่งนี้ไมเกิดขึ้น ทําไม? พระเจาทรงใหโอกาสบุคคลเหลานั้นเพื่อพวก เขาจะไดกลับใจ พระองคทรงอดทนตอพวกเขา ทรงเคารพเสรีภาพของ มนุษย พระองคทรงมองเสรีภาพของมนุษยเปนของประทานที่ล้ําคา จนทําให พระองคตองอดทนตอความชั่วชาทั้งหลาย อยางนอยจนกระทั่งถึงวันพิพากษา “จนถึงฤดูเก็บเกี่ยว” (มธ.13:30) พระเจาจะไมทรงบังคับมนุษยคนใดใหหลีกเลี่ยงสิ่งไมดีและทําความดี พระองคทรง ปรารถนาใหเวลาที่เพียงพอแกพวกเขา เพื่อพวกเขาจะสามารถกลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตใหดีขึ้น เพราะพระองคไม ทรงตองการใหใครตองสูญเสียชีวิตนิรันดรไปนั่นเอง บางทีเราอาจจะดวนตัดสินเร็วเกินไปที่บอกวาคนนั้นหรือสิ่งนั้นไม ดีและเราไมสามารถยอมรับได การตัดสินคนอื่นแบบนี้ถือวาเปนความผิดพลาดอยางหนึ่ง ความจริงก็คือวาเราไมมีสิทธิ ที่จะไปตัดสินความผิดของคนอื่น สิทธินี้เปนของพระเจาแตเพียงผูเดียว เราไมมีสิทธิที่จะประณามตัวบุคคลนั้น แตเรา มีสิทธิที่จะประณามกิจการที่ชั่วรายของพวกเขาได สิ่งหนึ่งที่เราควรจดจําไวเสมอคือ ชีวิตของคนเรามีทั้งสวนที่ดีและ สวนที่ไมดีผสมผสานกันอยู ไมมีใครในโลกนี้ที่สมบูรณแบบทุกอยาง โลกที่เรากําลังอาศัยอยูในเวลาก็ยังไมสมบูรณดวย เชนกัน ไมมีใครในโลกนี้ที่ดีรอยเปอรเซนต ไมใชเรื่องแปลกที่สังคมของเราจะมีทั้งคนดีและไมดี มีทั้งสิ่งที่ถูกตองและสิ่ง ที่ผิดรวมกันอยู เพราะแมแตในตัวเราแตละคนก็ยังมีทั้งสองสิ่งนี้ดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.2013 ในทามกลางอัครสาวกสิบสองคนของพระเยซูเจา ผูซึ่งพระองคทรงเลือกสรร เปนพิเศษ ยังมีผูทรยศคนหนึ่ง พระเยซูเจาไมไดกําจัดยูดาสออกทันที ทั้ง ๆ ที่ พระองคทรงทราบดีวาเขาจะทรยศตอพระองค พระองคไมถอนขาวละมาน ซึ่งเปนยูดาส ออกจากขาวสาลี ซึ่งเปนอัครสาวกคนอื่น ๆแตพระองคทรง อดทนตอเขา แมแตในพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ของเราเอง เรายังพบหลายสิ่ง หลายอยางที่นารังเกียจและเปนที่สะดุด มีขาวละมานมากมายที่ศัตรูของพระ เจาหรือผูที่ปฏิเสธพระเจาไดหวานไวในทองทุงของพระศาสนจักรของเรา เรารูสึกสะเทือนใจเมื่อไดยินเรื่องราวอันเปน ที่สะดุดไดเกิดขึ้นในพระศาสนจักร ซึ่งหลายอยางมีสาเหตุมาจากบรรดาผูนําทั้งหลาย นั่นคือ พระสังฆราช พระสงฆ และนักบวชเอง ในโลกนี้ไมมีใครไมมีบาป ใครที่เปนขาวสาลีลวน ๆ โดยไมมีสวนผสมของขาวละมานเลย? เราตองการ ใหพระเจาจัดการกับเราทันทีที่ทองทุงแหงชีวิตของเรามีขาวละมานหรือ?ดังนั้น ในฐานะบุตรชายหญิงของพระเจา เราควรเผชิญหนากับความเปนจริงที่ไมอาจหลีกเลี่ยงนี้ดวยความอดทนเหมือนพระองคสุดทายแลวสิ่งชั่วรายและบาป จะไดรับการลงโทษซึ่งเปนผลตามมาของตัวมันเองอยางแนนอนเราสามารถมองเห็นเครื่องหมายแหงความอดทนของ พระเจา เมื่อพระองคทรงเชื้อเชิญใหเรามารับศีลมหาสนิท พระองคไมไดเรียกรองเราใหเปนคนครบบริบูรณทุกอยาง กอนที่เราจะมารับพระกายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค ศีลมหาสนิทไมไดเปนรางวัลสําหรับความดีของ เรา แตเปนเครื่องมือที่จะทําใหเรากลายเปนคนดี พระเจาทรงอดทนตอเราแตละคนในโลกนี้ ใหเราใชโอกาสและ ชวงเวลาที่พระองคใหกับเรา ใหเปนประโยชนมากที่สุดเทาที่จะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.2013 “ชาวกาลิลีเอย ทานทั้งหลายยืนแหงนมองทองฟาอยูทําไม พระเยซูเจา พระองคนี้ที่ทรงเสด็จขึ้นสูสวรรคจะเสด็จกลับมาเชนเดียวกับที่ทาน ทั้งหลายเห็นพระองคทรงจากไปสูสวรรค” (กจ 1:11) ในฐานะศิษยของ พระเยซูเจาเราแตละคนตองเตรียมตัวใหพรอมเพื่อการเสด็จกลับมาของ พระองคซึ่งไมมีใครรูวันและเวลาที่แนนอน แลวเราจะเตรียมตัวอยางไร? พระเยซูเจาทรงใชอุปมาเกี่ยวผูรับใชสองเรื่องเพื่อนําเสนอวิธีที่เราควรใช เพื่อเตรียมรับการเสด็จกลับมาของพระองค พระองคทรงเริ่มดวยการ ชี้ใหเห็นวาเราตองเปนเหมือน “ผูรับใชที่กําลังคอยนายกลับจากงานสมรส” (ลก 12:36) นั่นคือ เราตอง “ตื่นเฝา” (ลก 12:37) และเตรียมพรอมอยูตลอดเวลา เพราะเราไมรูวาพระองคจะกลับมาเวลาใด เมื่อพระองคทรงมาถึงและ เคาะประตู เราตองพรอมที่จะเปดประตูรับพระองคทันที อันที่จริง พระเยซูเจาเสด็จเขามาในชีวิตของเราทุกวันผาน ทางเหตุการณตาง ๆ และผูคนที่เราพบปะ แตชวงเวลาที่เราจากโลกนี้ไปจะเปนการเสด็จเขามาครั้งสุดทายในชีวิตของ เรา เราตองเฝาสังเกตพระองคและเตรียมพรอมที่จะพบพระองคทุกวัน ไมวาพระองคจะเสด็จมาในรูปแบบใดหรือ เมื่อใดก็ตาม บางทีพระองคอาจจะเสด็จมาในรูปแบบและชวงเวลาที่เราไมคาดคิดก็ได นี่แหละคือวิธีที่ดีที่สุดในการ เตรียมพรอมที่จะพบพระองคเมื่อวันสุดทายของเราบนโลกนี้มาถึงเราตองซื่อสัตยตอพันธกิจที่พระเยซูเจาทรง มอบหมายใหเราแตละคนทําดวย พระเยซูเจาทรงยกตัวอยางทาทีของผูรับใชสองคนซึ่งแตกตางกันขณะที่นายของพวก เขาไมอยูบาน ผูรับใชที่ฉลาดทําหนาที่ของตนอยางซื่อสัตยและสม่ําเสมอ เขาทํางานไมใชเพื่อเอาใจนาย แตเพราะเปน สิ่งที่เขาควรทํา ดังนั้น ไมวานายจะกลับมาเวลาใดก็จะพบวาเขากําลังทํางานที่ไดรับมอบหมายดวยความ ขยันหมั่นเพียร สวนผูรับใชที่โงเขลาไมยอมทําอะไร นอกจากปลอยตัวเปนวัน ๆ และใชอํานาจตามอําเภอใจโดยคิดวา นายของตน “จะมาชา” (ลก 12:45) แตความจริงไมไดเปนเชนนั้น เพราะ “นายของผูรับใชคนนั้นจะกลับมาในวันที่ เขามิไดคาดหมาย ในเวลาที่เขาไมร”ู (ลก 12:46) ผลที่ตามมาคือ ผูรับใชที่ฉลาดจะไดรับการเลื่อนขั้น “นายจะแตงตั้ง เขาใหดูแลทรัพยสินทั้งหมดของตน” (ลก 12:44) สวนผูรับใชที่โงเขลา “นายจะแยกเขาออกใหไปอยูกับพวกคนที่ไม ซื่อสัตย” (ลก 12:46) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 11 สิงหาคม ค.ศ.2013 คงเปนเรื่องนาเศราถาเราตองถูกแยกออกจากพระเยซูเจาในวันสุดทายเพียง เพราะเราไมไดเตรียมพรอมสําหรับการเสด็จมาที่ไมคาดฝนของพระองค ดวย เหตุนี้ เราจึงตอง “คาดสะเอวและจุดตะเกียงเตรียมพรอมไว” (ลก 12:35) เสมอ ในฐานะศิษยของพระองคเราตองพรอมเสมอสําหรับการตอสูฝาย จิต โดยเฉพาะอยางยิ่งการตอสูกับความพึงพอใจและความปรารถนาตาม ธรรมชาติมนุษย นักบุญเปาโลไดใหคําแนะนําเกี่ยวกับเรื่องนี้ไวอยางนา ประทับใจวา “จงยืนหยัดมั่นคง จงคาดสะเอวดวยความจริง จงสวมความชอบ ธรรมเปนเสื้อเกราะ” (อฟ 6:14)ตะเกียงที่ถูกจุดยอมใหแสงสวางแกบริเวณรอบ ๆ นั้น เมื่อพระเยซูเจาทรงบอกใหเรา “จุดตะเกียงเตรียมพรอมไว” พระองค ทรงปรารถนาใหเรามีแสงสวางนําทางชีวิต ความเชื่อเปนแสงสวางดวงหนึ่งที่สามารถสองสวางในโลกที่มืดมนอัน เนื่องมาจากบาปได สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสไดทรงพูดถึงความสําคัญของความเชื่อในสมณะลิขิต “แสงสวาง แหงความเชื่อ” (Lumen Fidei) วา “มีความจําเปนอยางเรงดวน...ที่จะมองดูอีกครั้งหนึ่งวาความเชื่อเปนแสงสวาง อยางหนึ่ง เหตุวาถาเปลวไฟแหงความเชื่อดับลง แสงสวางอื่น ๆ ทั้งปวงจะเริ่มริบหรี่ลงดวย แสงสวางแหงความเชื่อ เปนแสงสวางที่พิเศษ เนื่องจากแสงสวางนี้สามารถสองสวางชีวิตของมนุษยในทุกแงมุม” พระองคยังทรงเสริมตอไปอีก วายุคปจจุบันเปน “ชวงเวลาที่มนุษยตองการแสงสวางนี้เปนพิเศษ” (Lumen Fidei 4)ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น บอย ๆ ซึ่งทําลายลางสิ่งกอสรางและคราชีวิตของมนุษยเปนจํานวนมาก นาจะเปนเครื่องหมายแหงกาลเวลาที่เตือน เราแตละคนใหเตรียมพรอมอยูเสมอ เมื่อเวลานั้นมาถึงเรา เรื่องหนักอาจจะกลายเปนเรื่องเบาได ในทํานองเดียวกัน เพื่อวันที่เราพบกับพระเยซูเจาเปนวันแหงชัยชนะ เราตองเตรียมพรอมอยูเสมอดวยการดูแลเอาใจใสชีวิตฝายจิตของ เราอยางดี หมั่นพิจารณามโนธรรมและรับศีลอภัยบาปบอย ๆ พยายามทําใหความเชื่อที่เราไดรับในศีลลางบาปเติบโต ขึ้นเรื่อย ๆ ดวยพระวาจาของพระเจาและศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก ซึ่งเปนอาหารหลอเลี้ยงวิญญาณของ เรา ถาเปนเชนนี้เมืองสวรรคคงไมไกลเกินฝนสําหรับเรา เมื่อวันของเรามาถึง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 12 สิงหาคม ค.ศ.2013 คนงานคนหนึ่งกําลังยืนอยูบนนั่งรานเพื่อทาสีกางเขนที่ติดอยูดานหลังพระแทนในอาสน วิหารแหงหนึ่ง เขาเห็นหญิงคนหนึ่งกําลังอธิษฐานภาวนาตอหนารูปแมพระที่อยูดาน ซายมือของพระแทน เขาจึงแกลงสงเสียงเบา ๆ พอที่หญิงคนนั้นจะไดยินวา “หญิงเอย นี่พระเยซูเจานะ” หญิงคนนั้นเงียบเหมือนไมไดยิน เขาจึงสงเสียงดังกวาเดิมวา “หญิง เอย นี่พระเยซูเจานะ” หญิงคนนั้นยังเฉย สุดทาย เขาพูดดวยเสียงดังวา “หญิงเอย เจา ไมไดยินเสียงเราหรือ? นี่พระเยซูเจากําลังพูดนะ” หญิงคนนั้นเงยหนาขึ้น หันไปทาง กางเขนและพูดวา “พระเยซูเจาขา โปรดประทับอยูที่นั่นสักครูหนึ่งกอน ดิฉันกําลังคุย กับพระมารดาของพระองค” “คาทอลิก” เชื่อ ใหเกียรติ ยกยอง และมีความศรัทธาใน ตัวของแมพระเปนพิเศษ แมพระไดตอบรับพระประสงคของพระเจา“ขาพเจาเปนผูรับ ใชของพระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด” (ลก 1:38) แมพระได อบรมสั่งสอนพระเยซูเจา พระบุตรของพระนาง ใหกระทําเชนเดียวกัน พระเยซูเจาและ แมพระประสบกับความทุกขยากลําบากดวยกัน เพราะการทําตามประสงคของพระเจา ดาบแหงความทุกขโศกไดทิ่ม แทงดวงใจของทานทั้งสอง (ยน 19:34; ลก 2:35b) ผลจากความนบนอบเชื่อฟงพระประสงคของพระเจา พระเยซูเจา และแมพระตางก็ไดรับเกียรติรุงโรจน พระเยซูเจาไดรับผานทางการกลับคืนพระชนมชีพและเสด็จสูสวรรค สวนแม พระไดรับผานทางการไดรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณ ความเชื่อและความศรัทธาในแมพระจึงไมทําให ความเชื่อของเราในพระเยซูเจาลดนอยถอยลง แตกลับยิ่งทําใหลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น การรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและ วิญญาณของแมพระเปนการมีสวนรวมในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาและเปนเครื่องหมายลวงหนาถึงการ กลับคืนชีพของคริสตชนทุกคน แมพระจึงเปนความหวังและเปนกําลังใจใหเราสามารถติดตามพระบุตรของพระนางได อยางซื่อสัตยเพื่อวาสักวันหนึ่งเราจะมีสวนรวมในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาเหมือนพระแมมารียใน สวรรค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม ค.ศ.2013 “ไฉนพระองคทรงใหขาพเจาเห็นการชั่ว และมองเห็นความ ยากลําบาก ทั้งการทําลายและความทารุณก็อยูตรงหนาขาพเจา” (ฮบก1:3) คําพูดของประกาศกฮาบากุกเมื่อหลายพันปกอน ดู เหมือนวายังคงเปนจริงอยูในโลกปจจุบันนี้ ขาวของความรุนแรงและ การทําลายลางที่เกิดขึ้นอยางตอเนื่องในโลกนี้และในประเทศไทย เกิดขึ้นเหมือนไมมีวันหยุด การโจมตีฝายตรงขาม การทําลายลางซึ่ง กันและกัน การเขนฆา ปลน จี้ ความผิดทางเพศ การคามนุษย ความ รุนแรงในครอบครัว ความเห็นแกตัวและคอรรับชั่น ความวุนวายของ สังคม ความปนปวนของศาสนาตาง ๆ“พระเจาทรงอยูที่ไหนใน สถานการณแบบนี?้ ” ทําไมพระองคจึงปลอยใหสิ่งเหลานี้เกิดขึ้น โดยไมปกปองคุมครองลูก ๆ ของพระองค โดยเฉพาะ คนที่ไมสามารถปองกันตัวเองได? หลายคนรูสึกหดหูใจและสิ้นหวัง ไมอยากทําอะไรทั้งสิ้น ถอยคําของประกาศกฮาบา กุก พูดถึงอนาคตที่เต็มไปดวยความหวัง“รอเวลาของมันอยู มันกําลังรีบไปถึงจุดหมาย มันไมมุสา ถามันชักชาอยู ก็จง คอยสักหนอย มันจะมาถึงอยางแนนอน” (ฮบก2:3)จากนั้นทานก็พูดถึงสัจธรรมอันหนึ่งวา “ผูที่จิตใจไมชอบธรรมจะ ลม แตวาคนชอบธรรมจะดํารงชีวิตอยูดวยความซื่อสัตย” (ฮบก2:4) ไมวาจะอยูในสภาพแวดลอมแบบไหน คนที่ไมมี ความสนิทสัมพันธกับพระเจาจะพินาศ คนที่ดําเนินชีวิตตามพระประสงคของพระองคจะพบกับความรอดพน ทาน ประกาศกมั่นใจวาสิ่งนี้จะตองเกิดขึ้นอยางแนนอนโดยไมชักชา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.2013 บรรดาศิษยขอใหพระเยซูเจาเพิ่มความเชื่อของพวกเขา กลุมคริสต ชนสมัยเริ่มแรกกําลังถูกเบียดเบียนขมเหง อนาคตของพวกเขาดู เหมือนวาจะมืดมนไปหมด สิ่งที่จะชวยใหพวกเขาสามารถยืนหยัด ตอไปไดคือความเชื่อที่เขมแข็งเพียงอยางเดียวเทานั้น ความเชื่อที่ บรรดาศิษยของพระเยซูเจารองขอนี้ไมใชความรูเกี่ยวกับหลักคํา สอนที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น แตมันเปนความไววางใจและความมั่นใจที่ไม สั่นคลอนวาพระเจาทรงอยูใกลพวกเขา ความเชื่อแบบนี้ไมได หมายความวาจะทําใหคริสตชนปราศจากความทุกขยากลําบากใน ชีวิต ชีวิตคริสตชนที่ดําเนินตามจิตตารมณพระวรสารอยางจริงจังเปนชีวิตที่ไมงายเลย พระเจาทรงสัญญาวาจะดูแล เอาใจใสลูก ๆ ของพระองค แตพระองคก็ไมไดทรงสัญญาวาชีวิตของเราจะปราศจากความเจ็บปวดหรือความทุกข เดือดรอน หรือแมแตความตายที่รุนแรงและปจจุบันทันดวน พระเจาเองก็ไมไดทรงหวงแหนพระบุตรของพระองค ไว แตทรงสงพระองคลงมาเพื่อชวยเราใหรอดพนโดยการสิ้นพระชนมบนไมกางเขน สิ่งที่พระเจาทรงสัญญาคือ ดวย ความเชื่อและความไววางใจที่ลึกซึ้งในพระองค เราจะสามารถเผชิญหนากับความทุกขยากลําบากที่ประดังเขามาใน ชีวิตเราดวยความมั่นใจ เราจะสามารถยอมรับมันดวยจิตใจที่สงบเพื่อรวมสวนกับพระทรมานของพระเยซูเจาและเพื่อ เห็นแกความรักของพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.2013 ขอความเชื่อเกี่ยวกับการไดรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณของแมพระสอนเราวา ณ บั้นปลายชีวิตบนโลกนี้ของพระนาง พระเจาไดประทานเกียรติสูงสงแกพระนางดวยการ ยกทั้งรางกายและวิญญาณของพระนางเขาสูสวรรค ณ เวลานี้มีรางกายของมนุษยสองคนที่ เรารูจักดีอยูบนสวรรคพรอมกับพระเจา นั่นคือ รางกายที่เปนมนุษยของพระเยซูเจาและของ แมพระ เราสามารถมองเห็นความรวมมือกันของชายและหญิงในงานกอบกูมนุษยชาติซึ่งเริ่ม ตั้งแตชวงเวลาที่มนุษยคูแรกตกในบาปไปจนถึงการไถกูของพระเยซูเจาดวยการสิ้นพระชนม บนกางเขน ซึ่งสงผลใหมนุษยทุกคนมีโอกาสไดเขารวมในพระสิริรุงโรจนของพระเจาใน สวรรคอีกครั้งหนึ่ง ปราศจากการรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณของแมพระ..เอ วาคนใหม การเสด็จสูสวรรคของพระเยซูเจา..อาดัมคนใหมคงขาดความสมดุลไปอยางไมตอง สงสัยและประวัติศาสตรแหงความรอดของมวลมนุษยคงจะถูกถายทอดเพียงสวนเดียว การ รับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณของแมพระจึงเปนบทพิสูจนความเสมอภาคของชายและหญิงเฉพาะพระ พักตรของพระเจา และทําใหเราสามารถประกาศขาวดีแหงรอดพนไดทั้งครบ กลาวคือ ความรอดพนมีไวสําหรับมนุษย ทุกคน ไมวาจะเปนชายหรือหญิง และความรอดพนมีไวสําหรับมนุษยทั้งครบ นั่นคือ ทั้งรางกายและวิญญาณ ความ เชื่อและความศรัทธาในแมพระไมทําใหความเชื่อของเราในพระเยซูเจาลดนอยถอยลง แตทําใหลึกซึ้งมาก ยิ่งขึ้น พระศาสนจักรสอนเราวาการรับเกียรติเขาสูสวรรคทั้งกายและวิญญาณของแมพระเปนการมีสวนรวมในการ กลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาและเปนเครื่องหมายลวงหนาถึงการกลับคืนชีพของคริสตชนทุกคน ขอใหการ ไดรับเกียรติสูงสงของแมพระเปนความหวังและเปนกําลังใจใหเราสามารถติดตามพระบุตรของพระนางไดอยางซื่อสัตย เพื่อวาสักวันหนึ่งเราจะมีสวนรวมในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาเหมือนแมพระในสวรรค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 16 สิงหาคม ค.ศ.2013 “เมื่อทานไดทําตามคําสั่งทุกประการแลว จงพูดวา ‘ฉันเปนผูรับใชที่ไร ประโยชน เพราะฉันทําตามหนาที่ที่ตองทําเทานั้น’” (ลก 17:10) ในฐานะผูรับใช ที่ดีและซื่อสัตยของพระเจา เราตองพยายามทําทุกสิ่งทุกอยางที่เราสามารถทําได เพื่อเห็นแกพระองค ความรักและการรับใชของเราจะตองเปนแบบที่ไรเงื่อนไข ไม ทําอะไรเพื่อหวังผลตอบแทนจากพระองค ตระหนักอยูเสมอวาสิ่งที่พระเจา ประทานใหกับเรานั้นมากมายและมีคาเกินกวาที่เราจะสามารถตอบแทนพระองค ไดไมวาในโลกนี้หรือโลกหนา ตอใหเราทํางานหนักตลอดชีวิตเพื่อทดแทนพระคุณของพระองค เราก็ไมสามารถตอบ แทนไดทั้งหมด ชีวิตของเราที่พระองคประทานใหดวยความรักและชีวิตของพระบุตรของพระองคที่เสด็จลงมาเพื่อไถ บาปเรานั้นยิ่งใหญเกินกวาที่เรามนุษยจะหาสิ่งใดมาตอบแทนได ทามกลางโลกที่ดูเหมือนวาจะเต็มดวยความทุกข ยากลําบาก ความรุนแรงและการทําลายลาง ใหเรากาวเดินไปพรอมกันดวยความหวังและความไววางใจ ในการดูแล เอาใจใสของพระเจาผูซึ่ง “ประทานจิตที่บันดาลความเขมแข็ง ความรัก และการควบคุมตนเองแกเรา” (2ทธ1:7) เรา ตองไม “อายที่จะเปนพยานถึงองคพระผูเปนเจาของเรา” (2ทธ1:8) เราตองกลาเผชิญหนาและประณามคานิยมทาง โลกที่ผิด ๆ เราตองกลาประกาศคานิยมแหงพระวรสารและเปนหนึ่งเดียวกับทุกคนที่ทําทุกสิ่งทุกอยาง เพื่อเห็นแกขาวดีของพระเยซูเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 17 สิงหาคม ค.ศ.2013 เมื่อเด็กเล็กๆ สะดุดลมและเจ็บนิ้วมือ เขามักจะรองไหและรีบวิ่งไปหาแม สิ่ง ที่แมทั่วไปมักจะทําคือ จูบหรือเปาลาเหนือนิ้วมือที่เจ็บเพื่อปลอบโยน เขา แลวเด็กคนนั้นจะรูสึกดีขึ้น เด็ก ๆ รูดีวาแมรักพวกเขาและเสียสละ มากมายเพื่อพวกเขา ในฐานะคาทอลิกคนหนึ่งเราถือวาพระนางมารียเปน แมผูสถิตในสวรรคของเรา แมผูรักเราอยางใหญหลวง แมผูเฝาดูแลเอาใจใส และปกปองคุมครองเราตลอดเวลา พระนางทรงเปนแมผูซึ่งเราสามารถบอก เลาความทุกขและความสุขไดคําพูดของพระเยซูเจากอนที่พระองคจะทรง สิ้นพระชนมบนไมกางเขนพระองคตรัสกับพระนางมารียที่ยืนอยูเชิงกางเขน วา “แม นี่คือลูกของแม” (ยน 19:26) แลวตรัสกับนักบุญยอหนที่อยูใกลๆ วา “นี่คือแมของทาน” (ยน 19:27) นักบุญยอหนคือตัวแทนเราทุกคนผูเปนศิษยของพระเยซูเจา บนไมกางเขนนี้เอง พระเยซูเจาทรงมอบพระมารดาของพระองคใหเปนมารดาหรือแมของเรานาสังเกตวาในประเทศไทยของเรา 6 ใน 10 อาสนวิหารประจําสังฆมณฑลมอบใหพระนางมารียเปนองคอุปถัมภ รวมทั้งสังฆมณฑลอุดรธานีดวยวันสมโภชพระนาง มารียรับเกียรติยกขึ้นสวรรคทั้งกายและวิญญาณจึงเปนวันที่นาชื่นชมยินดีสําหรับเราทุกคน เพราะเปนวันที่เราฉลอง สิทธิพิเศษที่พระเจาประทานแดแมแหงสวรรคของเราในฐานะมนุษยเราทุกคนมีความโนมเอียงในทางบาปดวยกัน ทั้งนั้น หลายครั้งเราไมยอมปลอยใหพระเจาควบคุมชีวิตของเราหรือไมยอมสยบตออํานาจของพระองค บางครั้งเรายืน อยูเฉพาะพระพักตรพระองคราวกับวาเราเปนเทพเจาอีกองคหนึ่ง หัวใจทุกหองของเราเต็มไปดวยตัวเราเองจนไมมีที่ วางสําหรับพระองค เราไมเปดโอกาสใหพระองคเขามาในชีวิตเราเพื่อชวยเหลือและทํางานผานทางตัวเรา เราไมได มอบชีวิตทั้งครบไวในความรักและพระเมตตาของพระองค บางคนใหตนเองแดพระองคแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เราตองไม ลืมวาเพื่อพบพระเจาในสวรรคเราตองยอมมอบตนเองทั้งครบแดพระองคเสียกอน ปลอยใหพระองคเปนเจาชีวิตของ เราและยอมรับวาเราเปนเพียงมนุษยคนหนึ่งซึ่งเปนสิ่งสรางและผูรับใชที่ต่ําตอยของพระองคเทานั้นเรามีแมพระที่เปน ตัวอยางอันยิ่งใหญในเรื่องนี้ความสุภาพถอมตนและมอบตนเองทั้งครบแดพระเจา“ขาพเจาเปนผูรับใชของพระ เจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด” (ลก 1:38) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.2013 วันสมโภชพระนางมารียรับเกียรติยกขึ้นสวรรคทั้งกายและวิญญาณ แสดงให เห็นถึงความยิ่งใหญของพระนางมารียที่วาพระนางทรงสุภาพถอมตนเฉพาะ พระพักตรพระเจาและมอบตนเองทั้งครบแดพระองค คําตอบของพระนางที่ ใหแดทูตสวรรคซึ่งไดแจงใหพระนางทราบวาพระนางจะเปนพระมารดาของ พระบุตรของพระเจาเปนถอยคําที่เราแตละคนตองรําพึงไตรตรองเปน พิเศษ “ขาพเจาเปนผูรับใชของพระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของ ทานเถิด” (ลก 1:38) การมอบตนเองทั้งครบแดพระเจาเปนกระบวนการตอเนื่องไมมีวันสิ้นสุดจนกระทั่งถึงวันที่เราตองจาก โลกนี้ไป ตัวอยางชัดเจนในชีวิตของพระนางมารีย เมื่อพระนางและนักบุญโยเซฟพาพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด พระเจาในพระวิหาร สิเมโอนไดกลาวกับพระนางวา “สวนทานดาบจะแทงทะลุจิตใจของทาน” (ลก 2:35) เมื่อพระนางตอบ รับพระประสงคของพระเจาแลว ความทุกขยิ่งใหญจะโหมกระหน่ําลงมายังพระนางอยางหลีกเลี่ยงไมไดขณะที่พระเยซูเจาทรง มีพระชนมายุสิบสองพรรษา พระนางและนักบุญโยเซฟเขาใจผิดเกี่ยวกับการหายตัวไปสามวันของพระองค พระนางไดเรียนรู มากขึ้นเกี่ยวกับการมอบตนเองทั้งครบแดพระเจาเมื่อพระเยซูเจาทรงบอกพระนางและนักบุญโยเซฟวา “พอกับแมตามหาลูก ทําไม พอแมไมรูหรือวา ลูกตองอยูในบานของพระบิดาของลูก” (ลก 2:49) นั่นคือ พระองคตองทําภารกิจของพระบิดาของ พระองค ความสัมพันธของพระองคที่ทรงมีกับพระเจานั้นอยูเหนือความสัมพันธกับครอบครัวมนุษยของพระองค เพราะพระ นางมารียไดทรงมอบตนเองทั้งครบและอยางสิ้นเชิงแดพระเจานี้เอง พระองคจึงประทานเกียรติสูงสงแดพระนาง การปฏิสนธิ นิรมลและการเปนผูเปยมดวยพระหรรษทานถือไดวาเปนสิทธิพิเศษที่สงผลใหพระนางไดรับเกียรติยกขึ้นสวรรคทั้งกายและ วิญญาณ พระศาสนจักรเชื่อเรื่องนี้มานานแลว กอนที่สมเด็จพระสันตะปาปาปโอที่ 12 จะประกาศเปนขอความเชื่อในป ค.ศ. 1950 เสียอีกวิถีทางหนึ่งที่ชวยเราใหสามารถมอบตนทั้งครบแดพระเจาเหมือนพระนางมารีย คือการสวดสายประคําทุก วัน การสวดสายประคําชวยเราใหใกลชิดกับพระเจานับวันยิ่งมากขึ้น เมื่อสวดสายประคําเราไมเพียงสวดบทอธิษฐานภาวนา ตาง ๆ เทานั้น แตรําพึงพระวาจาของพระเจาควบคูไปดวย การสวดบทอธิษฐานภาวนาตาง ๆ ชวยทําใหจิตใจของเราสงบและ จดจออยูกับพระเจาและแมแหงสวรรคของเรา ขณะที่เราสวดสายประคําเรากําลังรําพึงไตรตรองเหตุการณยิ่งใหญ 15 เหตุการณที่เกิดขึ้นในชีวิตของพระเยซูเจา เมื่อเรารูสึกทอแทสิ้นหวังและไมรูวาจะอธิษฐานภาวนาอยางไร การสวดสายประคํา เปนวิถีทางหนึ่งที่จะชวยเราใหรักษาสายสัมพันธกับแมผูสถิตในสวรรคของเราไดเปนอยางดี ถาเราทําเชนนี้ เราจะสามารถรวม เปนหนึ่งในความรูสึกของพระนางที่วา “วิญญาณขาพเจาประกาศความยิ่งใหญของพระเจา จิตใจของขาพเจาชื่นชมยินดีใน พระเจา พระผูกอบกูขาพเจา เพราะพระองคทอดพระเนตรผูรับใชที่ต่ําตอยของพระองค” (ลก 1:46-48)

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.2013 ความเชื่อและความวางใจของพระนางมารียดวยการดําเนินชีวิตตามพระ ประสงคของพระเจาเปลี่ยนแปลงโฉมหนาของโลกอยางสิ้นเชิงแมพระ ทรงเชื่อวาพระเจาจะทรงฟนฟูและปฏิรูปชีวิตมนุษยขึ้นใหม“คว่ําผูทรง อํานาจจากบัลลังก และทรงยกยองผูต่ําตอยใหสูงขึ้น” (ลก 1:52)จะไมมี การแยกแยะสังคมของคนชั้นสูงออกจากสังคมของคนชั้นต่ําอีกตอไป เพราะพระเยซูเจาทรงบังเกิดและสิ้นพระชนม “เพื่อมนุษยทุกคน”ไมวา จะเปนชนชาติ เพศ หรือฐานะ จะยากดีมีจนสักเพียงไหนไมใชประเด็น สําคัญใดๆ เลยทุกคนลวนไดรับการกอบกู และเปนบุตรของพระเจาเหมือนกันและเทาเทียมกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม ค.ศ.2013 พระนางมารียเชื่อมั่นวาพระเจาจะทรง“ประทานสิ่งดีทั้งหลายแกผูอดอยากทรง สงเศรษฐีใหกลับไปมือเปลา” (ลก 1:53)หากสังคมที่มีแต “เอา” มือใครยาว สาวไดสาวเอานับเปนสังคมที่ปราศจากพระเยซูเจา เพราะพระองคเสด็จมา พรอมกับการ “ให”ทรงใหแมกระทั่งชีวิตและโลหิตหยาดสุดทายของพระองค เอง คริสตชนซึ่งเปนชุมชนแหงความเชื่อ ตองเปนสังคมที่ไมมีใครกลามีมาก เกินไป ในขณะที่คนอื่นมีนอยเกินไปจนแทบดํารงชีวิตอยูไมไดพระพรตาง ๆ ที่ เราไดรับยอมตองแบงปนสําหรับกันและกันยิ่งไดรับมากเทาใด ยิ่งตองใหมาก เทานั้นแมพระไดรับพระพรมากกวาหญิงใด ๆ พระแมจึงมอบถวายน้ําใจทั้งหมดแดพระเจา“ขาพเจาเปนผูรับใชของ พระเจา ขอใหเปนไปกับขาพเจาตามวาจาของทานเถิด” (ลก 1:38) จึงตองดังกองอยูในจิตใจของ “ลูกแม” ทุกคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม ค.ศ.2013 นักบุญเปาโล ไดเตือนเราวา “พี่นอง เรารูวาพระเจาทรงบันดาลใหทุกสิ่ง กลับเปนประโยชนแกผูที่รักพระองค”(รม 8:28) ทานเนนใหตระหนักวาเรา ขึ้นอยูกับพระเจาอยางสิ้นเชิง เราตองมอบตัวเองไวในออมพระหัตถของ พระองค ทั้งนี้ก็เพราะ “ความสําเร็จของมนุษยอยูในพระหัตถขององคพระผู เปนเจา” (บสร 10:5) พระองคทรงเปนคําตอบสําหรับทุกสถานการณใน ชีวิตของเรา “ใจของมนุษยวางแผน แตคําตอบมาจากองคพระผูเปนเจา” (สภษ 16:1) เราจึงตองภาวนาวอนขอความชวยเหลือจากพระองคพรอมกับ ยอมรับวาทุกสิ่งทุกอยางที่ดีลวนเปนของประทานจากพระองค เมื่อเรา มารวมถวายสักการบูชาแดพระบิดาพรอมกับพระคริสตเจา การมีสวนรวมในมิสซาเปนเครื่องหมายแสดงใหเห็นวาพระ เจาตองมากอนเสมอในชีวิตของเราในแตละวัน เราจึงตองดําเนินชีวิตใหสอดคลองกับการที่พระองคเปนศูนยกลางชีวิต เราพระองคเปนที่หนึ่งในชีวิตของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม ค.ศ.2013 ในชีวิตที่ผานมาของมนุษยแตละคนไดพยายามแสวงหาอะไรมา มากมายแตในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง เราตองตระหนักอยูเสมอวา ขุมทรัพยเพียงหนึ่งเดียวที่จะนําเราไปพบความสุขที่แทจริงและทํา ใหเราพรอมที่จะสละทุกสิ่งทุกอยางเพื่อเปนเจาของสิ่งที่เราไม สามารถประเมินคาไดนี้คือ พระเยซูเจา ถาเรายังรูสึกวาเรายังขาด อะไรบางอยางและยังไมมีความสุขกับชีวิตในปจจุบันนี้ เรายังไม พบกับพระเยซูเจาอยางแทจริง เราอาจเคยไดยินคนอื่นพูด เกี่ยวกับพระองคหรืออานพระคัมภีรที่ใหขอมูลเกี่ยวกับชีวิตของพระองค แตชีวิตของเรายังไมเคยมีประสบการณ เกี่ยวกับความรักของพระองค พระองคยังไมไดเปนศูนยกลางชีวิตเราหรือยังไมไดเปนที่หนึ่งในใจของเรา ในแตละ วินาทีของชีวิต ในแตละลมหายใจเขาออก ใหเราตระหนักถึงความสําคัญของพระองคในชีวิตของเราและพยายามซึม ซับความรักของพระองคที่มีตอเราแตละคน แลวเราจะรูสึกวาตนเองโชคดีและมีความสุขที่ไดเลือกติดตามพระองคและ ใหพระองคเปนที่หนึ่งในชีวิตของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.2013 สัญชาติญาณที่แรงกลาอันหนึ่งของมนุษยคือ ความปรารถนาที่จะ เปนสวนหนึ่งของกลุมใดกลุมหนึ่ง คนทุกยุคทุกสมัยพยายามสราง ชมรม สโมสร และองคกรตาง ๆ ขึ้นมา เพราะการไดเปนสวนหนึ่ง ของกลุมกอใหเกิดความรูสึกปลอดภัย การไมเปนที่ยอมรับหรือตอง ออกจากกลุมนํามาซึ่งความเศราโศกเสียใจ การไดรับการยกยอง และการไดรับการยอมรับในกลุมนํามาซึ่งความสุขและอิ่มเอมใจ เสมอ ความปรารถนาที่จะเปนสวนหนึ่งของกลุมใดกลุมหนึ่งนี้ เอง ผลักดันใหคนผูหนึ่งในฝูงชนที่กําลังฟงพระเยซูเจาเทศนสอน ถามพระองควา “พระเจาขา มีคนนอยคนใชไหมที่รอดพนได” (ลก 13:23) สําหรับชาวยิว ความคิดที่วาคนตางศาสนา จะไดรับความรอดพนและมาเปนสวนหนึ่งของพระอาณาจักรของพระเจาเปนเรื่องที่เปนไปไมไดพวกเขาเชื่อวาการเปน ลูกหลานของอับราฮัมและการถือตามธรรมบัญญัติอยางซื่อสัตยเทานั้นที่จะเปนหลักประกันสําหรับความรอด พน คําถามที่ถามพระเยซูเจาจึงหมายถึงเฉพาะชาวยิวเทานั้นที่จะรอดพนได จะมากหรือนอยเปนอีกเรื่องหนึ่ง คนที่ ถามคาดหวังวาพระเยซูเจาจะใหหลักประกันแกเขาวา เขาจะรอดพนเพียงเพราะวาเขาเปนลูกหลานของอับราฮัมพระ เยซูเจาทรงชี้วาเขาไมควรสนใจวาจะมีคนมากหรือนอยแคไหนที่จะไดรับความรอดพน แตควรสนใจวาเขาตองทําอะไร เพื่อจะชวยใหบรรลุถึงความรอดพนมากกวา การเปนลูกหลานของอับราฮัมไมไดเปนหลักประกันวาจะไดเขาไปในพระ อาณาจักรสวรรค สายเลือดอับราฮัมไมใชหนังสือเดินทางเขาเมืองสวรรคโดยตรง ความรอดพนไมไดเปนแบบอัตโนมัติ สําหรับคนใดคนหนึ่ง พระองคตรัสอยางชัดเจนวา “เวลานั้น ทานทั้งหลายจะร่ําไหคร่ําครวญและขบฟนดวยความขุน เคือง เมื่อแลเห็นอับราฮัม อิสอัค และยาโคบกับบรรดาประกาศกในพระอาณาจักรของพระเจา แตทานทั้งหลายกลับ ถูกไลออกไปขางนอก” (ลก 13:28) พระเยซูเจาเตือนวาเราแตละคนตองออกแรงอยางหนักเพื่อจะสามารถผานเขาไป ทางประตูแคบซึ่งนําไปสูพระอาณาจักรสวรรค “จงพยายามเขาทางประตูแคบ เพราะเราบอกทานทั้งหลายวาหลายคน พยายามจะเขาไป แตจะเขาไมได” (ลก 13:24) การเขาพระอาณาจักรสวรรคเปนของประทานจากพระเจา เพราะตอ ใหเราทําความดีมากแคไหน เราก็ไมสมควรไดรับ พระเจาประทานแกเราเพราะพระองคทรงรักเรา อยางไรก็ตาม พระองคทรงเรียกรองใหเราแตคนออกแรงดวยเหมือนกัน เพื่อแสดงออกถึงความปรารถนาเมืองสวรรคของเรา พระ เจาไมทรงปรารถนาจะยัดเหยียดชีวิตนิรันดรใหใครโดยที่เขาคนนั้นไมตองการ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.2013 เราเปนสวนหนึ่งของพระศาสนจักรซึ่งเปนประชากร ใหมของพระเจา ไมใชโดยทางสายเลือดของอับราฮัม แตโดยทางศีลลางบาป อยางไรก็ตาม การเปนเพียง คาทอลิกไมไดเปนหลักประกันความรอดพนใด ๆ ทั้งสิ้น ความรอดพนไมใชเปนสิ่งที่เราจะไดมาแบบงาย ๆ เพียงเพราะเราเปนศิษยของพระเยซูเจา แตเปนบาง สิ่งที่เราตองทํางานหนักเพื่อจะบรรลุถึง ไมมีหองใน พระอาณาจักรสวรรคสําหรับคนที่พึงพอใจในความเปนคาทอลิกของตนเอง และก็หยุดแคนั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่ถูก เรียกรองจากเรา ขอเรียกรองประการหนึ่งคือ เราตองพยายามทําตามพระประสงคของพระเจาในทุกแงมุมชีวิตของเรา ในจดหมายถึงชาวฮีบรู กลาวถึงพระประสงคของพระเจา นั่นคือ พระองคทรงปรารถนาใหเราเปนบุตรที่ดีและมี ระเบียบวินัย เพื่อวาเราจะเปนสมาชิกที่เหมาะสมในครอบครัวของพระองคนั่นเอง พอแมที่ดีรูวาลูก ๆ ของพวกเขา ตองมีระเบียบวินัย ถาตองการเปนผูใหญที่สมบูรณในอนาคต เพื่ออนาคตที่ดีของลูก บางครั้งพอแมตองทําทุกอยาง แมแตการใชไมแข็ง การลงโทษในบางครั้งจึงเปนสิ่งจําเปนเหมือนกัน “ขณะที่ถูกเฆี่ยนตีสั่งสอนไมมีความนายินดี มีแต ความทุกข แตใหผลเปนสันติและความชอบธรรมแกผูที่ยอมรับการเฆี่ยนตีสั่งสอนเปนการฝกฝนตนเอง” (ฮบ 11:11) เราตองไมทึกทักเอาวาการเฆี่ยนสอนของพระเจาเปนเรื่องตลก แตมองใหเห็นวาสิ่งดังกลาวนี้จําเปน เพื่อจะทําใหเรามีคาสมควรกับพระอาณาจักรสวรรค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.2013 คนผูหนึ่งในฝูงชนที่กําลังฟงพระเยซูเจาเทศนสอนถามพระองควา “พระเจาขา มี คนนอยคนใชไหมที่รอดพนได” (ลก 13:23) เราไมรูคําตอบวาจะมีคนมากหรือนอย แคไหนที่จะรอดพน แตสิ่งที่เรารูคือ ไมใชเรื่องงายที่จะบรรลุถึงชีวิตนิรันดร เราตอง ทําตามพระประสงคของพระเจาและรวมมือกับแนวทางการอบรมแบบพอกับลูก ของพระองค บางครั้งพระองคอาจจะใชไมแข็งกับเราเพื่อกระตุนเราใหตระหนักถึง หนทางที่ถูกตอง เราอาจตองเสียสละความพึงพอใจตามประสามนุษยหลาย อยาง ซึ่งหลายครั้งอาจกอใหเกิดความขมขื่นและคับของใจ ไมวาอะไรจะเกิดขึ้นเรา ตองพยายามมองเห็นพระหัตถของพระเจาในเหตุการณตาง ๆ เหลานั้นและถาม ตัวเองอยูเสมอวาพระเจาตองการบอกอะไรกับเราโดยผานทางสิ่งเหลานี้ และที่ สําคัญเราควรตระหนักวาพระเจาพระบิดาของเราทรงรักเรา สิ่งตาง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ชีวิตเรามีผลในแงบวกเสมอไมมากก็นอย พระองคปลอยใหมันเกิดขึ้นเพราะวา พระองคทรงปรารถนาที่จะชวยเราใหสามารถผานเขาทางประตูแคบซึ่งนําเราเขาสูพระอาณาจักรนิรันดรของพระองค พระเยซูเจาเตือนวาเราแตละคนตองออกแรงอยางหนักเพื่อจะสามารถผานเขาไปทางประตูแคบซึ่งนําไปสูพระ อาณาจักรสวรรค “จงพยายามเขาทางประตูแคบ เพราะเราบอกทานทั้งหลายวาหลายคนพยายามจะเขาไป แตจะเขา ไมได” (ลก 13:24) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 26 สิงหาคม ค.ศ.2013 พระเยซูเจาตรัสวา “จงพยายามเขาทางประตูแคบ” (ลก 13:24) เสน ชัยของเรายังอยูอีกยาวไกลในโลกหนา พระองคทรงเรียกรองใหเราทุก คนพยายาม ดิ้นรนสุดเหวี่ยง เลือกหนทางลําบากมากกวาหนทาง สบาย ไมมีหนทางใดนําไปสูชัยชนะและความสําเร็จไดเวนแตหนทาง ของการดิ้นรนตอสูดวยความยากลําบากเลือกหนทางยาวมากกวา หนทางสั้น ๆ เพราะอยาหวังเลยวาจะมีทางลัดไปสูความสําเร็จ เรา จําเปนตองเพียรพยายาม มุมานะ อุตสาหะ เปนเวลายาวนาน เลือกหนทางที่มีวินัยมากกวาการทําอะไรสะเปะสะปะ พระศาสนจักรได ใหวีธีการตาง ๆ มากมายสําหรับการดําเนินชีวิต หากเรามีความมุงมั่นเดินตามคําสั่งสอนเราจะประสบความสําเร็จ หนทางที่สบายหรือประตูที่เปดกวางดูเหมือนจะนาเขามากกวาแตเราจะประเมินโดยใชมาตรฐานทางโลกอยางเดียว ไมได แตตองอาศัยแสงสวางที่เปนนิรันดรดวย เพราะคริสตชนที่แทจริงคือ ผูที่ดําเนินชีวิตเหมือนพระคริสตเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม ค.ศ.2013 เราจะเปนผูมีความสุขที่แทจริงได เมื่อเรารูวาชีวิตของเราขึ้นอยูกับพระ เจาและเพื่อนพี่นองชายหญิงของเรา เมื่อเราดําเนินชีวิตตามแนวทางที่ พระคริสตเจาทรงเชื้อเชิญ พระเยซูเจาทรงบอกเราวา ผูที่เปนสุขคือ ผูมีใจ ยากจน ซึ่งหมายถึง ผูที่ตระหนักถึงความขาดตกบกพรองและความ เปราะบางของตัวเอง ตระหนักดีวาพวกเขาตองการความชวยเหลือและ พลังจากพระเจา ตรงกันขามกับพวกที่อางวาตนเองเปนอิสระจากพระเจา และสามารถควบคุมชีวิตของตัวเองได ผูเปนทุกขโศกเศรา หมายถึงผู กําลังเดือดรอนและทุกขใจไมวาจะดวยเหตุผลใดก็ตาม พวกนี้จะไดรับความบรรเทาใจและการปลอบโยนจากกลุม คริสตชนที่พวกเขาเขาไปอยูและเปนสวนหนึ่ง ผูมีใจออนโยน เปนผูที่เขาหาคนอื่นดวยความเอาใจใสดวยความเห็นอก เห็นใจ และความออนหวานละมุนละมอม เปนผูที่ตระหนักถึงความตองการของคนอื่น ผูหิวกระหายความชอบธรรม เปนพวกที่พยายามทําทุกอยางไมวาจะแลกดวยอะไรก็ตาม บางครั้งอาจตองแลกดวยชีวิต เพื่อทุกคนจะไดรับสิ่งที่ เหมาะสมกับศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย ผูมีใจความเมตตา เปนผูที่มีความเขาอกเขาใจและใหอภัยแกทุกคนที่อยูรอบ ขางพวกเขา ผูมีใจบริสุทธิ์ หมายถึงความเรียบงาย ปราศจากความซับซอน ปราศจากอคติ สําหรับพวกเขาการประทับ อยูของพระเจาปรากฏชัดในทุกคนและทุกประสบการณของชีวิต ผูสรางสันติ เปนบุคคลที่พยายามทําลายกําแพงที่ แบงแยกผูคน ไมวาจะเปนชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา หรืออะไรก็ตามที่กอใหเกิดความขัดแยงระหวางกลุมชน บุคคล เหลานี้จะไดชื่อวาเปนบุตรของพระเจา พระเจาทรงสงพระเยซูเจามาประทับทามกลางพวกเราเพื่อทําลายกําแพงที่กั้น ระหวางพระเจาและประชากรของพระองค และกําแพงที่เกิดขึ้นระหวางประชากรของพระองคเองดวย ผูถูก เบียดเบียนขมเหงเพราะความชอบธรรม การเบียดเบียนขมเหงไมไดเปนประสบการณที่นาชื่นชมยินดีและอาจสงผลให สูญเสียชีวิตได แตเปนบุญของผูที่มีความเขมแข็งและกลาหาญที่จะใหคุณคาของความจริง ความรัก และความยุติธรรม อยูเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดแมแตชีวิตของตนเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม ค.ศ.2013 พระเจาทรงสรางเราขึ้นมาเพื่อรักพระองคและรักกันและกัน ความรักจึง เปนธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษยทุกคน พระเยซูเจาทรงย้ําถึงธรรมชาติที่ แทจริงของมนุษยอันนี้บอย ๆ“ใหทานทั้งหลายรักและกัน เหมือนดังที่เรารัก ทาน” (ยน 15:12) แมเปนเพียงคําพูดสั้น ๆ แตสําหรับพระเยซูเจาแลว ถอยคําเหลานี้เปนคําสั่งที่มีความสําคัญมาก เพราะเปนบัญญัติเอกในสาย พระเนตรของพระองค ดูเหมือนวาคําสั่งนี้งายที่จะปฏิบัติ ไมตองออกแรง อะไรมากมายนัก แตเมื่อเราพิจารณาดูดี ๆ ถึงสิ่งที่คําสั่งนี้เรียกรอง เราจะ เห็นวามันไมงายเลยไมแตนอย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ความหมายของคําวา “เหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) บทบัญญัติแหงความรักไมใชเรื่อง ใหมเพราะพูดถึงแลวในพันธสัญญาเดิม หนังสือเลวีนิติพูดไวอยางชัดเจน วา “ทานตองรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเอง” (ลนต 19:18) ความใหมใน พระดํารัสของพระเยซูเจาคือ แบบอยางและมาตรฐานของความรักนี้ไมใชตัวของเราแตละคนอีกตอไป แตเปนพระเยซู เจาเอง “เหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) พระเยซูเจารักเรามากแคไหน? มองดูไมกางเขน แลวเราจะรูคําตอบ อยางชัดเจนโดยไมตองการคําอธิบายใด ๆ พระองครักเรามากจนกระทั่งยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขนเพื่อเรา ผูซึ่ง เปน “มิตรสหาย” ของพระองค นี่คือบทพิสูจนของพระดํารัสของพระองคที่วา “ไมมีความรักใดยิ่งใหญกวาการสละ ชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) ถาหากความรักคือการให พระเยซูเจาทรงใหเราแบบสุด ๆ ใหไมรูจะใหอะไร อีกตอไปแลว เพราะพระองคใหแมกระทั่งชีวิตของพระองคเพื่อความรอดพนของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม ค.ศ.2013 ความรักของพระเยซูเจาที่มีตอเราสะทอนใหเห็นถึงความรักที่ไรขอบเขตและไร เงื่อนไขของพระเจา พระเยซูเจาทรงพูดถึงเรื่องนี้อยางชัดเจนวา “พระเจาทรงรักโลก อยางมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองคเดียวของพระองค เพื่อทุกคนที่ความ เชื่อในพระบุตรจะไมพินาศ แตจะมีชีวิตนิรันดร” (ยน 3:16) เมื่อความรักของพระ เจาที่มีตอเรา ผานทางพระเยซูเจายิ่งใหญถึงเพียงนี้ จึงไมใชเรื่องแปลกที่นักบุญ เปาโลบอกเราวา ไมมีใคร .. หรือ “ไมมีสรรพสิ่งใด ๆ จะพรากเราไดจากความรัก ของพระเจาซึ่งปรากฏในพระคริสตเยซู องคพระผูเปนเจาของเรา” (รม 8:39) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 30 สิงหาคม ค.ศ.2013 ในสังคมทุกยุคทุกสมัย แมแตในสมัยของพระเยซูเจาเอง การไดรับที่นั่งอันมี เกียรติในงานเลี้ยงเปนเครื่องหมายแสดงถึงสถานะ ความยิ่งใหญ และ ความสําคัญของตัวบุคคลนั้น หลายคนอยากจะเปนบุคคลชั้นแนวหนาและ ไดรับที่นั่งสําคัญมากที่สุด พระเยซูเจาไมไดทรงเห็นดวยหรือประณาม มารยาททางสังคมเชนนี้ แตพระองคทรงใชโอกาสในงานเลี้ยงที่บานหัวหนา ชาวฟาริสีใหบทเรียนสําคัญแกผูติดตามพระองค นั่นคือ ไมมีที่สําหรับคน หยิ่งจองหองในพระอาณาจักรสวรรค พระองคทรงแนะนําวา “เมื่อมีใครเชิญทานไปในงานมงคลสมรส อยาไปนั่งในที่ ที่มีเกียรติ...แต...จงไปนั่งในที่สุดทายเถิด...แลวทานจะไดรับเกียรติตอหนาผูรวมโตะทั้งหลาย” (ลก 14:8-10) จากนั้น พระองคทรงนําเสนอแนวปฏิบัติของพระเจา ตอพฤติกรรมของมนุษยวา “ทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดใหต่ําลง แตทุก คนที่ถอมตนลงจะไดรับการยกยองใหสูงขึ้น” (ลก 14:11) ถาเราอยากจะเปนที่โปรดปรานของพระเจาและไดรับการ ยอมรับเขาไปในพระอาณาจักรของพระองค ความสุภาพถอมตนเปนคุณธรรมที่จําเปนและขาดไมได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 31 สิงหาคม ค.ศ.2013 คนสุภาพถอมตนไมเพียงเปนที่โปรดปรานของพระเจาเทานั้น แตเปนที่รักและ เอ็นดูของคนทั่วไปดวย “ลูกเอย ไมวาทานจะทําสิ่งใด จงทําดวยความถอมตน เถิด แลวทานจะเปนที่รักมากกวาคนใหของกํานัล ทานยิ่งเปนใหญมากขึ้นเทาใด ก็ยิ่งตองถอมตนลงมากเทานั้น แลวพระเจาจะโปรดปรานทาน” (บสร 3:1718) ตรงกันขามคนหยิ่งจองหอง คิดวาตนเองดีและเกงกวาคนอื่น มักจะไมเปนที่ พึงปรารถนาของคนที่อยูรอบขางและอาจถูกรุมตอตานเสียดวยซ้ําไป “ผลรายของความเยอหยิ่งยากอยางยิ่งที่จะบําบัดได เพราะความชั่วรายฝงราก ลึกในตัวเขา” (บสร 3:28) คนหยิ่งจองหองมักจะไมยอมฟงใครและมีใจดื้อดึง ซึ่งจะสงผลใหเขา “ไดรับผลรายในบั้น ปลาย” (บสร 3:26) พระเยซูเจาทรงเคยตําหนิความหยิ่งจองหองของชาวเมืองคาเปอรนาอุมวา “สวนเจา เมืองคาเป อรนาอุม เจายกตนขึ้นถึงฟาเทียวหรือ ตรงกันขาม เจาจะตกลงไปถึงแดนผูตาย” (มธ 11:23) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี